ตอนที่ 42 : ตอนที่ ๓๗ คำสัญญาของภาคินทร์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2240
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 43 ครั้ง
    27 พ.ค. 60




ตอนที่ ๓๗ คำสัญญาของภาคินทร์





“....ขอโทษ”


ภาคินทร์ละล้าละลังบอกแล้วขยับถอยอย่างรวดเร็ว แต่เนื่องจากบนเตียงเต็มไปด้วยดอกปีบ ซ้ำดวงตากลมโตยังมองมาที่เขาอย่างตกใจระตนตื่นกลัว เด็กหนุ่มจึงตัดสินใจลุกพรวดก้าวไปยืนบนพื้นแทน


เขารู้สึกเก้งก้าง เขาคงกำลังทำตัวเก้งก้างอยู่แน่ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกริยาหันซ้ายแลขวาเหมือนกำลังมองหาที่ทางของตนเองโดยไม่ทำให้ทั้งเจ้าของห้องและตัวเขาประหม่าไปมากกว่าเดิม


“ฉัน...อ่า...” ภาคินทร์ลากเสียง ในหัวหมุนคว้าง คำพูดที่เตรียมมากระจัดกระจายไม่เป็นระเบียบอยู่ในลำคอ เขาไม่ได้คาดว่าสถานการณ์เช่นนี้จะเกิดขึ้น ถึงจะไม่มีอะไรเกิดขึ้นก็เถอะ แต่มันก็เกิดขึ้นไปแล้วอยู่ดี ให้ตายเถอะ กระทั่งคำพูดในหัวเขายังวกวนและฟังไม่เข้าใจเลย แล้วแบบนี้จะพูดคุยกับรักษ์นารารู้เรื่องได้อย่างไรกัน 


มือหนายกขึ้นลูบต้นคอไปมาเป็นการแก้เก้อในขณะที่อธิบายอย่างช้าๆ 


“ยัยลิงลมเล่าให้ฟังว่าเธอไม่ยอมออกจากห้อง ฉันเลยคิดว่าถ้ามาแบบปกติเธอจะไม่ยอมพบฉันเหมือนกัน แล้วก็ฉันยังอยู่ระหว่างถูกทำโทษกักบริเวณด้วยก็เลยต้องใช้วิธีนี้จะได้ไม่มีคนเห็น ขอโทษด้วยแล้วกันที่ทำให้ตกใจ”


เขาไม่รู้แม้แต่น้อยว่าหน้าต่างบานนี้เป็นหน้าต่างห้องนอนรักษ์นารา เขาแค่เลือกมันเพราะว่ามีต้นไม้ที่สูงพอจะปีนได้และอยู่ใกล้เรือนพอให้โดดข้ามมาได้ยืนต้นอยู่ใกล้กันพอดี


 “ทำไมภาคินทร์ถึงถูกทำโทษละ?”


เขาชะงักไปนิดหนึ่ง นิดเดียวจริงๆ แต่คงเพราะกำลังประหม่ากับเรื่องเมื่อครู่ ท่าทางเลยแปลกไปชัดพอที่รักษ์นาราจะจับสังเกตได้


“เพราะเราหรือเปล่า?”


“ไม่ใช่” เขาแย้งรวดเร็วแต่กลับไม่ยอมอธิบายเหตุผลในทันที เด็กหนุ่มสืบเท้าเข้ามาใกล้ ไม่ต้องการจะพูดเสียงดังด้วยกลัวว่าบรรดาลูกค้าของร้านและแม่ของรักษ์นาราอาจจะได้ยินเข้า ถ้าเป็นเช่นนี้เขาคงศพไม่สวยแน่ๆ ดวงตาสีวังน้ำวนเหลือบมองที่ว่างบนเตียงข้างๆ เด็กสาวอยู่แวบหนึ่งก่อนจะเลื่อนสายตาไปยังเบาะผ้าบนพื้นและตัดสินใจทรุดนั่งตรงนั้นแทน 


ระหว่างภาคินทร์และรักษ์นาราคือระยะห่างประมาณหนึ่งช่วงแขน เขาอยู่บนพื้นส่วนเธอนั่งอยู่บนเตียง เด็กหนุ่มไม่เคยไปบ้านเพื่อนหรือเข้าห้องใครมาก่อน แต่เขาคิดว่าระยะเท่านี้น่าจะเหมาะสมแล้ว ใกล้พอจะพูดคุยกันโดยไม่ต้องใช้เสียงดัง แต่ก็ไกลพอที่ต่างฝ่ายจะไม่ได้เสียงหัวใจซึ่งอื้ออึงอยู่ในอก


“มันไม่ใช่ความผิดเธอ” ตอนแรกภาคินทร์กะจะอธิบายเรื่องที่เขาถูกทำโทษ แต่ไปๆ มาๆ ในหัวกลับปรากฏภาพของเหตุการณ์เมื่อหลายวันก่อนที่ได้พบเจอ ในหูแว่วยินเสียงพิมายเล่าเรื่องราวเมื่อหลายพันวันก่อน ส่งผลให้ถ้อยคำแปรเปลี่ยนไปเป็นอีกแบบหนึ่งแทน “เธอไม่ได้ทำอะไรผิด นอกจากไปติดอยู่กึ่งกลางระหว่างการต่อสู้ของพวกคนบ้า”


เด็กหนุ่มแอบเหน็บแนมความเลือดร้อนของพิมายและเตชินท์ไปพร้อมกัน จังหวะนั้นเองที่รักษ์นาราขยับตัวลงมานั่งบนพื้นเช่นกัน ระยะห่างเหมือนจะใกล้ขึ้นแต่ก็เท่าเดิม ภาคินทร์ใจเย็นพอจะรอให้อีกฝ่ายจัดกระโปรงให้เรียบร้อยแล้วจึงพูดต่อ


“และจากสิ่งที่เกิดขึ้นฉันว่ามันสมเหตุสมผลแล้วที่เธอจะใช้พลังเพื่อปกป้องพวกพ้อง เพราะถ้าเป็นฉันฉันก็คงทำแบบเดียวกันหรืออาจจะยิ่งกว่าด้วยซ้ำ”
“แม้กระทั่งฆ่าคนตายน่ะเหรอ” รักษ์นาราถามเสียงเบา แต่สำหรับคนหูดีอย่างภาคินทร์จะอย่างไรก็ยังได้ยินอยู่ดี


“เธอแค่ป้องกันตัวเอง!” เขาหันขวับ แย้งเสียงดังอย่างลืมตัวก่อนจะลดเสียงในประโยคต่อมา “มันต่างกัน คนพวกนั้นทำให้เธอไม่มีทางเลือก”


“มายเล่าให้ฟังแล้วสินะ”


“....” ภาคินทร์ปิดปากเงียบเมื่อถูกจับได้ เขาพลาดและทำให้รักษ์นารามีสีหน้าเศร้าหมองกว่าเดิมอีกหลายเท่า 






‘ภาคินทร์จะเกลียดเรา’






เขาจดจำถ้อยคำที่เต็มไปด้วยความขมขื่นของเธอได้เป็นอย่างดี และไม่...เขาเคยบอกไปแล้วไงว่าไม่มีวันเกลียดเธอ เหตุใดถึงไม่เชื่อกันบ้างเลย แม้ตอนนั้นจะพลั้งปากพูดไปทั้งที่ยังไม่รู้ความ แต่ตอนนี้ก็รู้แล้วไง เขารู้แล้วและไม่ได้เกลียดหรือกลัวเธอเลยสักนิด ทั้งที่ย้ำไปถึงขนาดนั้นแล้วแท้ๆ แต่รักษ์นารากลับยังมีสีหน้าโศกสลดไม่คลาย เธอลูบแผลเป็นที่โคนนิ้วโป้งขวาไปมาขณะกล่าวโทษตนด้วยข้อหาที่ภาคินทร์มองว่าโหดร้ายกับตนเองเกินไปมาก


“ต่อให้เหตุผลเบื้องหลังดูดีแค่ไหนแต่ยังไงการฆ่าคนก็คือฆ่าคนอยู่ดี ตอนนั้นเรามีทางเลือกนะ เราจะกรีดร้องก็ได้ เรียกให้คนมาช่วยก็ได้ จะอยู่เฉยๆ ก็ยังได้ ถ้าเรายอมนิ่งเสียตั้งแต่แรกมายก็คงไม่เจ็บตัวไปด้วยแล้วแท้ๆ แต่ก็ไม่...เราเห็นแก่ตัวเกินไปและขี้ขลาดเกินไป สุดท้ายทุกคนเลยต้องตายเพราะเราควบคุมพลังของตัวเองไม่ได้ วันนั้นเราฆ่าคนตายไปสิบห้าคน”


เธอเน้นย้ำ ยังคงทำร้ายตนเองด้วยคำพูดต่อหน้าเขาต่อไป


“สิบห้าคนเลยนะภาคินทร์และหนึ่งในนั้นก็คือเพื่อนของเราเอง ครั้งนี้ไม่มีใครเป็นอะไรก็จริงแต่สักวันเราต้องฆ่าอีกแน่ๆ”


และภาคินทร์ทนฟังคำพูดเหล่านั้นไม่ไหวอีกแล้ว


“ถ้าเธอเป็นคนเลวที่เหมือนที่กล่าวหาตัวเองจริงๆ แล้วทำไมเวลารักษาแผลให้ฉันมันถึงไม่มีอะไรเกิดขึ้น?”


“ก็เพราะ...”


“เพราะเธอเอากสิณของตัวเองมาใช้ใช่ไหม เอาพลังชีวิตของตัวเองมาต่อให้ฉัน” 


ทฤฏษีของพิมายอาจจะเข้าเค้าแต่ก็ไม่ได้ถูกต้องเสียทีเดียว หากมองว่ารักษ์นาราเป็นผู้ใช้กสิณที่ดึงเอาพลังชีวิตของสิ่งหนึ่งมาต่อให้อีกสิ่ง หากเป็นแบบนั้นไม่ว่าบาดแผลจะเล็กหรือใหญ่ย่อมไม่ใช่ข้อยกเว้น ตอนแรกภาคินทร์คิดว่าอาจจะเป็นแค่กอหญ้าไม่ก็แมลงที่รักษ์นาราสังเวยเพื่อรักษาบาดแผลให้เขา แต่ไม่ว่าจะนึกย้อนความจำสักกี่ครั้ง เด็กหนุ่มก็ไม่พบอะไรที่ซีดหมองหรือผิดไปจากปกติเลยสักนิด


เว้นก็แต่ตัวรักษ์นาราเองที่ดูจะกระสับกระส่ายและมีสีหน้าอ่อนล้าลงเล็กน้อยจนเกือบไม่เป็นที่สังเกต ทว่าภาคินทร์เห็น เขาเห็นแต่มองข้ามมาเพราะคิดตื้นๆ แค่ว่าคงไม่มีอะไร บัดนี้กระจ่างชัดแล้วว่าไม่ใช่ รักษ์นาราเหน็ดเหนื่อย โรยแรงเพราะต้องมอบพลังชีวิตมาให้เขา


“มันไม่ใช่แบบที่ภาคินทร์คิด เราแค่...” รักษ์นาราพยายามอย่างยิ่งที่จะเค้นคำออกมา แต่ด้วยความที่โกหกไม่เก่งสุดท้ายจึงทำได้เพียงเม้มริมฝีปากและเสมองไปทางอื่นอย่างจนแต้ม เธอขยับตัวทำท่าจะลุกหนี ไม่ว่าจะเพื่อตั้งหลักหรือเพื่อตัดบทก็ตาม ภาคินทร์ก็ไม่คิดยอมให้มันเกิดขึ้น 


 “แล้วยังแผลนี้อีก เก็บมันไว้ทำไมกัน” 


เขาถามต่ออย่างรวดเร็วพลางเอื้อมมือไปกอบกุมมือเล็กไว้ พลิกซ้อนมาไว้ในอุ้งมือของเขา กดนิ้วโป้งลงตรงรอยแผลเป็นนูนเด่น รักษ์นาราสะดุ้งเล็กน้อย ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนมองมาที่เขาอย่างติดจะสับสน


“ทำไมไม่ทำให้มันหายไป แผลอันแค่นี้เธอทำได้อยู่แล้ว ขนาดเจ้าพวกนั้นเกือบตายเธอยังรั้งชีวิตไว้ได้เลย”


ถ้อยคำของเขาหยาบกระด้าง และอาจจะทำให้รักษ์นารารู้สึกแย่ไปมากกว่าเดิมก็เป็นได้ ทว่ามันคือความจริง และรักษ์นาราควรจะตระหนักได้เสียทีว่าต่อหน้าเขาไม่มีอะไรที่เธอต้องหวาดกลัวหรือเป็นกังวล


“เธอเก็บมันไว้เพื่อเตือนตัวเอง เพื่อห้ามตัวเองไม่ให้เรื่องแบบวันนั้นเกิดขึ้นอีก”


“แต่มันก็เกิดขึ้น...เราเกือบฆ่าภาคินทร์ด้วยซ้ำ” รักษ์นาราแย้ง ครั้งนี้เธอพยายามดึงมือออกทว่าเขาไม่ยอม เมื่อตระหนักว่าไม่อาจสู้แรงได้ รักษ์นาราจึงเริ่มร้องขอ น้ำเสียงอ่อนล้าระคนปวดร้าว พลอยทำให้เขารู้สึกเจ็บปวดไม่ต่าง “ได้โปรด กลับไปเถอะนะ เราอยากอยู่คนเดียว”


แต่ก็ไม่ได้ความหมายว่าเขาจะใจอ่อนล้มเลิกเป้าหมายในวันนี้ไปด้วย 


“ไม่”


“ภาคินทร์...”


“สัญญามาก่อนว่าเธอจะเลิกโทษตัวเอง”


“....”


“จะเลิกทำตัวเป็นนักโทษในห้องนอนของตัวเอง ไปโรงเรียนกับยัยลิงลมวันพรุ่งนี้แล้วก็ไปกินข้าวกับพวกแฝดนรกด้วย สัญญามาแล้วฉันจะยอมกลับไป”


“ไม่ได้” รักษ์นาราครางคำปฏิเสธแผ่วเบา “เราคงไม่มีทางได้ไปโรงเรียนอีกแล้ว”


“หมายความว่าไงกัน?”


“ผู้ชายที่ใช้ไฟคนนั้น เขาเห็นตอนเราใช้พลัง ทันทีที่เรื่องของเราแพร่ออกไป...”


ภาคินทร์บีบมือน้อยแน่นขึ้น คำพูดของรักษ์นาราจึงสะดุดลง “พวกเราจะจัดการเรื่องนั้นเอง”


“พวกเรา?”


“ฉัน พิมาย ตุลย์แล้วก็ติณห์” ภาคินทร์รู้สึกกระดากปากไม่น้อยที่ต้องเรียกชื่อของเจ้าพวกนั้น คำพูดที่บ่งบอกความสนิทสนม ย้ำเตือนว่าเขาและเจ้าตัวปัญหากลุ่มนั้นเป็นพวกเดียวกันไปแล้วจริงๆ ทว่านี่คืออีกหนึ่งข้อเท็จจริงที่เขาอยากให้รักษ์นาราได้เข้าใจ


...เธอไม่จำเป็นต้องเผชิญทุกอย่างเพียงลำพัง...


“พวกเราจะปกป้องเธอเอง”


เมื่อเห็นว่ารักษ์นาราเริ่มสงบลงและยอมรับฟังแล้วภาคินทร์จึงยอมผ่อนแรงลงเปลี่ยนไปกอบกุมมือของเธอไว้เพียงหลวมๆ เท่านั้น เขาสังเกตเห็นรอยแดงปื้นอันเกิดจากแรงของเขาบริเวณข้อมือเล็ก ดูท่าคราวหลังเขาต้องระมัดระวังและถนอมเธอให้มากกว่านี้เสียแล้ว


และในระหว่างที่ถ้อยคำของภาคินทร์ซึมซาบเข้าไปในหัวใจของรักษ์นารา ดวงตากลมโตก็เริ่มคลอไปด้วยหยาดน้ำใสๆ อีกครั้ง เธอถามด้วยเสียงที่สั่นเครืออย่างไม่อาจควบคุมได้ 


“ทำไมทุกคนถึงได้ดีกับเราขนาดนี้ ทั้งที่เราไม่สมควรได้รับเลยสักนิด”


ยังคงกดตนเองให้ต้อยต่ำ ยังคงโทษตนเองไม่คลาย


เพราะเช่นนั้นเขาจึงจะย้ำอีกครั้ง


“ใช่ไม่ควรเลย...เพราะเธอสมควรได้มากกว่านี้ด้วยซ้ำ” ภาคินทร์ยอมรับว่าลังเลไม่น้อย ทว่าสุดท้ายเขาก็ตัดสินใจพูดสิ่งที่อยู่ในใจออกไป “ก่อนหน้านี้ยัยลิงลมถามฉันว่าจะเลือกอะไร ระหว่างหันหลังแล้วเดินหนีกับปักหลักยืนเพื่อปกป้องเธอ คำตอบของฉันชัดเจนตั้งแต่วินาทีที่เธอเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าและเอื้อมมือมาหาฉันแล้ว”


ในช่วงแรกที่พบกัน ภาคินทร์ยังเป็นแค่ตัวปัญหาที่ดีแต่ก่อเรื่องไปวันๆ เถื่อนถ่อยและหยาบกระด้าง หน่ำซ้ำในวันนั้นตามเนื้อตัวยังเต็มไปด้วยเลือดและเพิ่งผ่านการชกต่อยมาอีกต่างหาก หากเป็นคนอื่นคงทำแค่มองมาอย่างสมเพชและผ่านเลยไปอย่างไม่ใยดี ทว่ารักษ์นารากลับทำตรงข้าม เธอเลือกที่จะเดินตามมาและไถ่ถามอย่างห่วงใย


‘คือว่า...ไปโรงหมอกันไหมคะ’


เขาจำได้ทุกอย่าง ทั้งน้ำเสียง ถ้อยคำหรือแม้แต่ท่าทาง สลักแน่นอยู่ในสมองและตราตรึงอยู่ในหัวใจอย่างไม่มีวันจาง สำหรับเขาแล้วการที่พิมายเปรียบรักษ์นาราเป็นแสงสว่างที่ส่องนำทางในความมืดมิดจึงไม่ใช่อะไรที่เกินจริงเลยแม้แต่น้อย


“เพราะฉะนั้นฉันจะให้สัญญากับเธอบ้าง...

ดังดาบโล่หล่อหลอมจากเหล็กกล้า 

คือสัจจาข้าให้ไม่แปรผัน 

จะจงรักภักดีตราบสิ้นกัลป์ 

จะปกปันศัตรูทุกผองภัย”


“นั้นมัน...คำถวายปฏิญาณจากพิธีศรีสัจจากาลไม่ใช่เหรอ” 


อีกนัยหนึ่งคือคำถวายปฏิญาณจากพิธีรับตำแหน่งของเหล่าปัญจราชศาสตรา ว่าจะปกป้องคุ้มครององค์เหนือหัวของตนตราบจนกว่าจะสิ้นต้นกัลปพฤษ์หรือไม่ก็จนกว่าชีวิตจะสูญไป


“...ใช้ได้เหมือนกันน่ะแหละ” ภาคินทร์กำลังแถ เรื่องนั้นเขายอมรับ ทว่าสิ่งที่เขาจะไม่มีวันยอมรับอย่างเด็ดขาดคือการกลัวว่าถ้อยคำของเขาเองจะไม่กินใจเธอมากพอ สิ้นคิดจนต้องหยิบยืมกระทั่งคำกล่าวที่มีมาตั้งแต่โบราณมาใช้แทน เด็กหนุ่มไม่ถนัดเรื่องพูดดีๆ มาแต่ไหนแต่ไรแล้ว จะให้มานั่งเรียบเรียงแต่งวลีสวยหรูเพื่อปลอบใจก็เกรงว่าจะกลายเป็นการขู่กรรโชกไปเสียมากกว่า 


แต่ดูเหมือนความไร้หัวของเขาจะให้ผลดีอยู่บ้าง เพราะรักษ์นาราเริ่มที่จะยิ้มออกมาได้แล้ว 


แม้จะเป็นการยิ้มทั้งที่น้ำตาเริ่มรินไหลก็ตามที


“ขอบคุณนะ ถึงมันจะไม่จบประโยคก็เถอะ” เธอพยายามเฉไฉ เบี่ยงเบนความสนใจของเขาไปยังข้อเท็จจริงที่ว่าเขาหยิบยกคำถวายปฏิญาณมาเพียงครึ่งเดียวเท่านั้นขณะใช้หลังมือปาดน้ำตาไปด้วย “น่าอายจริง ขอโทษนะที่ต้องให้มาเห็นเราสภาพนี้อีกแล้ว”


“ที่เหลือมันเกี่ยวกับแคว้นและกษัตริย์ ไม่ค่อยเข้ากันเท่าไร” ภาคินทร์ตอบกลับประโยคเบนความสนใจก่อนหน้านี้เรียบๆ ทว่าท่าทีกลับลังเลไม่น้อย
นี่เป็นครั้งที่สองแล้วที่เขาได้เห็นน้ำตาของรักษ์นารา แต่ถึงกระนั้นเขากลับไม่รู้สึกว่าเธอกำลังร้องไห้อยู่เลย ไม่ได้ใกล้เคียงเลยสักนิด เพราะแท้จริงแล้วการร้องไห้คือการระเบิดอารมณ์ ไม่ว่าจะโศกเศร้า ผิดหวัง ดีใจหรือสูญเสีย ทุกความรู้สึกจะผ่านมากับหยดน้ำและเสียงสะอื้น ทว่าสำหรับรักษ์นาราแล้วไม่มีสักครั้งที่ความในใจซึ่งอัดแน่นอยู่ในอกจะได้รับการเปิดเผยออกมาด้วย 


มันเหมือนกับหยาดของอารมณ์ซึ่งล้นออกมาจากเขื่อน บังเอิญเล็ดลอดออกมา และบังเอิญเขาได้รับรู้ ท่าทางของเธอบอกชัดว่าถ้าเป็นไปได้จะไม่ยอมให้ใครเห็นมันเด็ดขาด


ซึ่งภาคินทร์หวังตรงข้าม เขาหวังว่ารักษ์นาราจะยอมเปิดเผยตัวตนที่แท้จริงออกมามากกว่านี้ เขาหวังให้เธอเชื่อใจเขาและแสดงอารมณ์ที่กำลังเป็นอยู่ออกมา ไม่ใช่แค่การปั่นหน้าแสร้งยิ้มและรีบปาดลบน้ำตาออกไปให้เร็วที่สุด 


เพราะแบบนั้นเขาเลยเอื้อมมืออีกข้างออกไป


“และแค่นั้นก็ครบทุกอย่างที่ฉันอยากบอกเธอแล้ว เพราะฉะนั้นไม่เป็นไรหรอก ไม่เป็นไร”


ฝ่ามือหนาประคองแก้มของเด็กสาวไว้ด้วยท่าทีที่เรียบเฉยยิ่งกว่าคำตอบเมื่อครู่หลายเท่าในขณะที่อีกข้างยังกอบกุมกันไม่คลาย เขาทำราวนี่เป็นเรื่องปกติที่สมควรจะทำในเวลาเช่นนี้ ภาคินทร์พยายามบอกตนเองให้ทำท่าทางเช่นนั้นให้ได้ นิ้วหัวแม่มือปาดไล้หยดน้ำตาซึ่งกลั้นตัวลงมาอย่างแผ่วเบาที่สุดเท่าที่คนอย่างเขาจะสามารถ


รักษ์นารายังคงฝืนไม่ร้องไห้ออกมาก็จริงอยู่ ทว่าการที่เธอยินยอมหลับตา ปล่อยให้หยาดน้ำรินไหลต่อไปและเอียงใบหน้าแนบชิดฝ่ามือของเขา
“ขอบคุณมากนะ ขอบคุณมากจริงๆ”


แค่นั้นก็มากพอที่จะทำให้ภาคินทร์รู้สึกว่าเขาคือคนพิเศษยิ่งกว่าใครที่ได้รับสิทธิให้ปลอบประโลมเธอในโมงยามอันอ่อนแอเช่นนี้








##########




สนทนา : คอมไม่อยู่กับตัวเลยต้องอัพจากไอแพด หน้าตาของตอนนี้เลยดูแปลกๆนิดหนึ่ง โดยส่วนตัวชอบตอนนี้มากเลยแหละค่ะ เพราะไม่บ่อยนักที่จะได้บรรยายผ่านมุมมองนุ้งคินทร์ทั้งตอนแบบนี้ และหลังจากอ่านตอนนี้กันไปคงได้รู้ละนะว่าทำไมนุ้งคินทร์ขายอ้อยเก่ง ความจริงแล้วคือเอาหน้านิ่งเข้าสู้ค่ะ แต่ในใจเป็นอีกเรื่องนะ 555




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 43 ครั้ง

1,494 ความคิดเห็น

  1. #564 sydneylove (@sydneylove) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2560 / 23:17
    อ้าคคคค ฟินเจ้าค่ะ
    #564
    0
  2. #521 thehappymoon (@skeeranon) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2560 / 22:39
    ชอบกิฟไรต์มากค่ะูง55555
    #521
    0
  3. #455 TheBum (@aimru) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2560 / 10:30
    โอ้ยยยย เขินจนจะระเบิดตัวค่าา
    แต่งานนี้คุณแม่อาจจะยืนอยู่หน้าห้องแล้วก็ได้นะ อิๆ น้องคินจะรอดออกไปได้มั้ยยย >.<
    #455
    0
  4. #454 minggg- (@minggg-) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2560 / 21:48
    โอ๊ยยย ไม่ไหวแล้ววว
    อยากจะบอกว่าอ่านไปน้ำตาร่วงไป
    ตอนนี้เดมเมจรุนแรงมากค่ะ
    โดยเฉพาะตอนที่ให้คำสาบานโดยเอาคำสาบานมานี่
    จริงจังที่ไหนได้อีก

    แต่ก็อยากจะบอกภาคินทร์ว่า แหม กระโดดขึ้นมาแบบนี้
    ไม่รู้ว่าจะเข้าห้องใคร ถ้าไปเจอคุณแม่ล่ะก็ ...
    ไม่อยากจะคิดเลยนะ กลายเป็นศพแน่ ๆ 
    แถมศพยังไม่สวยอีก
    อืมมม ถ้าให้เด็ก ๆ จัดการกันเองงง
    แผนจะไม่ไปขัดแผนของผู้ใหญ่ทั้งหลายใช่ไหมเนี่ยย
    แอบกลัวววววแทนนนน
    #454
    0
  5. #453 Ggggib (@123ggg) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2560 / 20:45
    หวานเบาๆ
    #453
    0
  6. #452 -S!MPLE- (@khimmonsicha) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2560 / 14:36
    โอ้ยยหวานละมุนละไมมากๆ โอ้ยเขินน;-;;
    #452
    0
  7. #451 แฟนคลับตัวยงของไรท์Foxxtrot (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2560 / 21:41
    ตอนนี้คือละมุนมากกก นุ้งคินทร์เวอร์ชั่นอบอุ่นนี่น่ารักจังเลย หนูรักษ์ก็น่าสงสาร ทำไมอดีตของหนูมันเจ็บปวดจัง เหนือสิ่งอื่นใดเป็นตอนที่พระนางหวานกันแบบกินใจมาก รอตอนต่อไปนะคะะ
    #451
    0
  8. #450 mummy_yaoi (@mimm5341) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2560 / 21:40
    10 10 10 ไปเลยจ๊ะ
    #450
    0
  9. Columnist
    #449 P'YinG (@yingzazaza) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2560 / 20:59
    ชอบตอนนี้จัง^^
    #449
    0
  10. #448 สุดย0ด (@patinya1223) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2560 / 14:42
    เป็นคนซึนที่น่ารักที่สุดในโลกกกกกก มีความอยากเป็นคนพิเศษของนุ้งรักษ์ 5555555 ทำคะแนนสิคะรออะไร
    สงสารรักษ์เนอะ เหมือนนางตีค่าตัวเองต่ำกว่าความจริงเสมอเลย ไม่กล้ายอมรับความรักของคนรอบๆตัว ไม่เป็นไรน้า ภาคินทร์พร้อมทำตัวเป็นพระเอกเสมอ 5555555
    #448
    0
  11. #447 nass_san (@nass) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2560 / 14:10
    ฮืออออออ ฟินอ่าาาาา ผู้ชายแบบนุ้งคินทร์ บทจะดีก็ดี๊ดีย์ บรรยายความรู้สึกดีมากเลยค่าาาา ชอบมากกกกกก

    ความจริงค้างตั้งแต่ตอนที่แล้ว แต่ตอนนี้เหมือนได้รับการเติมเต็ม อิ่มทิพย์ไปเลย 555555555555

    เป็นคู่ที่น่ารักมากๆ ไม่อยากบอกว่า ชอบมากกว่าคู่หนูแพทเฮียบัลอีก 555555555555

    มีคำผิดนิสหน่อย ไว้ฟอกซ์ตรวจก่อนส่งต้นฉบับอีกทีก็ได้ฮ้าฟฟฟฟ 555555555 ขอบคุณนะคะ :-) :-)
    #447
    0
  12. #446 MY BJ (@thedarkprincess) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2560 / 13:46
    หวานนนนนอ่ะ
    #446
    0
  13. #445 i-s-m-e (@i-s-m-e) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2560 / 11:34
    ตะมุงตะมิ้ง
    #445
    0
  14. #444 titania (@nilekia) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2560 / 10:31
    งุ้ยยยยยยย ละมุนละไม
    #444
    0
  15. #443 MoeLLe (@pianista) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2560 / 10:19
    ภาคินทร์... เนียนเนอะ อ่อยซะแหมมม หมั่นไส้!
    #443
    0
  16. #442 bookkota (@moonrabbit) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2560 / 10:05
    โอ้มายก็อดดดด!! ไม่รู้จะโฟกัสอะไรก่อนดี คือรู้สึกตอนนี้มีอะไรให้หยิบมาโฟกัสเยอะมาก
    ทั้งนุ้งคินทร์คนขายอ้อยที่ขายเก่งเหลือเกิน จนนี่เขินแทนหนูรักษ์จนไม่รู้จะเขินยังไงแล้ว แหมตอนแรกก็นั่งห่างกัน สักพักจับมือ จับหน้า เช็ดน้ำตา คำพูดคำจาาา ยิ่งย่อหน้าสุดท้ายก่อนจบยิ่งแบบว่า โอ๊ย หลงนุ้งคินทร์จะแย่แล้วจ้า 5555
    หรือเราจะโฟกัสที่หนูรักษ์รักษาคนอื่นโดยการใช้พลังชีวิตตัวเองดี งื้อออออ #อ่านอีกสักสิบรอบแปปป

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 27 พฤษภาคม 2560 / 10:10
    #442
    0