ตอนที่ 40 : ตอนที่ ๓๕ โทษทัณฑ์ของเตชินท์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1838
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 40 ครั้ง
    4 ม.ค. 61


ตอนที่ ๓๕ โทษทัณฑ์ของเตชินท์



แตกต่างจากเรือนของสกุลอื่นๆ เรือนหมู่ของสกุลวัชริศสร้างจากหินและอิฐเป็นหลัก



แต่ละหลังมีความสูงเพียงหนึ่งไม่ก็สองชั้นและตั้งอยู่ติดพื้นโดยมีธรณีประตูที่สูงเป็นพิเศษเท่านั้น ผนังทาสีขาวปลอด วาดลายกระหนกเปลวสีส้มแดงไม่ก็ติดกระจกสีเพื่อประดับประดาไม่ให้ดูเรียบเกินไปนัก หากมองแค่ตัวเรือนก็งดงามอยู่หรอก แต่เมื่อกวาดตาไปรอบๆ แล้วพบว่าสวนอันกว้างใหญ่ภายในอาณาบริเวณบ้านถูกปกคลุมด้วยก้อนกรวดสีเทาและหินประดับขนาดใหญ่สีดำทะมึน โดยไม่มีต้นไม้หรือต้นหญ้างอกเงยสักต้น ทุกอย่างก็ดูกร้าวกระด้างเกินจะเอ่ย



แม้จะยังมีบ่อน้ำและสายธารที่ถูกขุดล้อมรอบหมู่เรือน แต่ก็ชัดเจนว่าเพื่อวัตถุประสงค์ในการป้องกันผู้บุกรุกและเพื่อช่วยระงับเหตุเพลิงไหม้ยามเด็กๆ ในสกุลต้องฝึกฝนมากกว่า เพราะนอกจากจะไม่มีพืชน้ำหรือกอบัวแล้ว ยังไม่มีปลาแหวกว่ายอยู่สักตัว



รั้วรอบก็สูงเกือบหกวา สว่างไสวด้วยคบไฟและวุ่นวายด้วยเวรยามซึ่งเดินลาดตระเวนตลอดเวลา ดูเผินๆ เรือนหมู่ของสกุลวัชริศจึงดูราวกับป้อมปราการก็ไม่ปาน



แต่สิ่งที่คนนอกไม่รู้คือนอกจากจะเป็นป้อมปราการแล้วที่นี่ยังเป็นทัณฑสถาณอีกด้วย ลึกลงไปใต้ดินนับสิบวาคือคุกอันแข็งแกร่งที่สร้างจากหินและเหล็ก ทำให้ผู้ใช้กสิณปฐวีไม่สามารถใช้พลังเพื่อขุดผ่านได้ อากาศถูกควบคุมให้แห้ง อาหารถูกตรวจว่าไม่มีของเหลว ผู้ใช้กสิณอาโปจึงไร้อาวุธให้ขัดขืน สำหรับผู้ใช้กสิณวาโย เนื่องจากแต่ละห้องขังทั้งคับแคบและแน่นหนาด้วยสร้างจากหินสกัด สายลมจึงไม่อาจระคายได้ ซ้ำซ้ายทางเข้าออกยังมีเพียงหนึ่ง เข้มงวดด้วยเวรยามและผู้คุมที่เป็นถึงนักสู้อันดับต้นๆ ของสกุล ผู้คนจึงล่ำลื่อกันว่าต่อให้เป็นศพไปแล้วก็ยังไม่แน่ว่าอาจจะหลบหนีจากที่แห่งนี้ได้ด้วยซ้ำ



สมัยก่อนคุกใต้เรือนวัชริศแห่งนี้ทำสองหน้าที่ หนึ่งคือถูกใช้เป็นสถานที่สอบปากคำนักโทษจำพวกเชลยศึกจากแคว้นอื่น แต่ปัจจุบันเหลือเพียงหน้าที่เดียวเท่านั้นคือใช้เป็นที่คุมขังสมาชิกในสกุลที่ทำผิดกฏหรือล้มเหลวในภารกิจที่ได้รับมอบหมาย



และแม้จะมีนับสิบห้อง ทว่านักโทษกลับมีเพียงหนึ่งเท่านั้นคือว่าที่ผู้นำของสกุลเสียเอง



เตชินท์ วัชริศ



เด็กหนุ่มกำลังนอนคู้ตัวอยู่มุมกำแพงตอนที่เสียงตึงตังดังขึ้น ในนี้ไม่อนุญาตในนำตะเกียงหรือวัสดุที่ไหม้ไฟได้เข้ามา แสงสว่างเดียวที่มีจึงเป็นหินเรืองแสงที่บรรจุอยู่ในขวดแก้วซึ่งแขวนอยู่ตามผนัง อยู่ๆ มันก็ดับวูบ เหมือนมีใครเอาผ้ามาคลุมไว้ เสียงตึงตังดังขึ้นอีกครั้ง และคราวนี้เตชินท์ยันตัวขึ้นมามอง ดวงตาสีถ่านคุไฟพยายามเพ่งฝ่าความมืดมิด และ...



พรึบ!



แสงสว่างกลับมา เจิดจ้าและเหม็นไหม้ ถูกอย่างไหวระริกกลายเป็นภาพสีส้มแดง เพราะครั้งนี้แหล่งของแสงสว่างคือคบเพลิงที่ลุกโชติช่วง



เตชินท์ยกมือขึ้นป้องดวงตา ใช้เวลาเกือบครู่กว่าเขาจะปรับตัวได้ สิ่งที่เห็นคือร่างสูงใหญ่ถึงสามร่างในชุดเสื้อผ้าสีดำทะมึนทั้งตัวและปิดหน้าปิดตาด้วยหน้ากากไม้ที่ไม่มีลวดลายใดเลยนอกจากช่องลูกตา คนหนึ่งถือคบไฟ คนหนึ่งยืนกอดอกคุมเชิงอยู่ห่างๆ และคนที่สามหยิบเก้าอี้ไม้ตัวเตี้ยที่เขาคุ้นๆ ว่าเป็นของผู้คุมมาวางหน้าซี่กรงเหล็ก



เกิดอะไรขึ้นกัน พวกเวรยามทำอะไรอยู่ ทำไมถึงปล่อยให้มีผู้บุกรุกเข้ามาถึงในนี้ได้



ในใจของเตชินท์สับสนไปด้วยคำถาม ทว่าสีหน้าของเขายังคงนิ่งเรียบ มีเพียงคิ้วที่ขมวดน้อยๆ อย่างเป็นกังวลตามวิสัยเท่านั้น แต่ในเมื่อคนพวกนี้โง่พอจะจุดคบเพลิงต่อหน้าเขาผู้ถูกคาดหวังว่าจะได้รับสมญาอัคคีกัมปนาทได้ ก็คงไม่ยากเกินจะจัดการนักหรอก



เด็กหนุ่มขยับตัวเล็กน้อย แม้จะอยู่ในท่ากึ่งนั่งกึ่งนอนแต่เขาก็พร้อมจะลงมือได้ตลอดเวลา ขอแค่มีการเคลื่อนไหวเกิดขึ้นเท่านั้น เขาก็จะ...

           


     พลันเสียงฝีเท้าก็ดังขึ้น แผ่วเบาแต่ก็กังวานไปพร้อมกันอย่างน่าประหลาด แล้วร่างโปร่งระหงของหญิงสาวผู้หนึ่งก็เดินมาหยุดอยู่หน้าห้องขังของเขา ผมสีดำมัดเป็นมวยครอบรัดด้วยมาลัยดอกไม้ แต่ถึงกระนั้นกลับไม่มีกลิ่นหอมใดให้ระคายหรือรู้ตัวเลยแม้แต่น้อย ดวงตาสีเงินเย็นเยียบก้มมองมาพร้อมมุมปากที่บิดโค้ง



                “จำฉันได้ไหมพ่อหนุ่ม” ไม่รอคำตอบร่างโปร่งซึ่งนุ่งผ้าซิ่นและสวมเสื้อผ้าไหมแขนกระบอกอันไม่เข้ากับสถานที่ก็เดินไปนั่งยังเก้าอี้ไม้ตัวเตี้ยทันที



                สีหน้าของเตชินท์เคร่งขึงขึ้นอีกเท่าตัวในบัดดล เพราะต่อให้เจอหน้ากับเพียงแวบเดียวเขาก็จดจำอีกฝ่ายได้เป็นอย่างดี คนที่ทำให้เขารู้สึกเหมือนถูกคมมีดจรดลำคอได้เพียงแต่ปรายตามอง แม่ของเด็กสาวที่มีพลังประหลาดนามว่ารักษ์นารา!!



                “น่าเศร้านะที่เด็กหนุ่มอย่างเธอดูคุ้นเคยกับที่แบบนี้เสียเหลือเกิน”



                อีกฝ่ายพูดถูก นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เตชินท์ต้องเข้ามานอนในนี้ รวมถึงไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาอาจต้องรับโทษทัณฑ์จากมารดาด้วยเช่นกัน แขนเสื้อที่ก่อนหน้านี้ถูกม้วนถกขึ้นไปบนไหล่ถูกดึงลงมาเพื่อปกปิดเนื้อหนังอันยับย่นจากแผลไฟลวกบริเวณต้นแขนทันที มันเก่าจนกลายเป็นแผลเป็นไปแล้วก็จริงแต่เตชินท์ก็ไม่อยากให้ใครเห็นอยู่ดี



                “ต้องการอะไร?” เขาถามเสียงกร้าว แต่ในสายตาของหญิงสาวมันคงฟังดูน่าขันมาก เพราะริมฝีปากอิ่มยิ่งเหยียดยิ้มกว้างเข้าไปใหญ่



กว้างจนเกือบเป็นการแสยะยิ้ม



                “เธอรู้มากเกินไป...”



                ตูม!!



                สิ้นคำนั้นเตชินท์ก็วาดแขน บงการให้ให้ไฟที่ไหวระริกอยู่บนคบเพลิงพุ่งเข้าใส่หญิงสาว แต่เหมือนจะรู้ล่วงหน้า เพราะชายชุดดำที่ยืนกอดอกอยู่ได้ยื่นมือมาขวางไว้ สายลมก่อตัว ห่อหุ้มเปลวไฟไว้เป็นทรงกลมที่ลอยค้างอยู่กลางอากาศ



                ชายคนนี้เป็นผู้ใช้กสิณวาโย แถมการพลิกแพลงใช้ลมมาหมุนวนเพื่อกักเปลวไฟไว้เช่นนี้ยังเป็นสิ่งที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อนอีกต่างหาก



                ทว่าเตชินท์ก็ยังไม่ละความพยายามง่ายๆ เขาสะบัดมืออีกครั้งเพื่อโจมสีเข้าใส่หญิงสาว คราวนี้เป็นชายชุดดำอีกคนที่ขยับตัว ยื่นมือมาคว้าลูกไฟไว้แล้วสะบัดไปอีกทาง กระทบผนังจนเป็นรูโหว่ ชัดเจนว่าเป็นผู้ใช้กสิณเตโชคนหนึ่งเช่นกัน แต่จะมาจากสกุลไหนก็สุดจะรู้ได้ ในตอนนั้นเองที่ชายชุดดำคนแรกบีบมือเข้าหากัน ลมอัดแน่นเข้ามาทำให้ลูกไฟหายไปอย่างง่ายดาย



                ดวงตาสีเงินยวงปรายมองอย่างไม่พอใจนัก ตอนแรกเตชินท์คิดว่าอีกฝ่ายกำลังโกรธที่เขาลงมือ แต่เมื่อประโยคเชิงตำหนิดังขึ้นเขาก็รู้ได้ทันทีว่าไม่ใช่



                “บอกแล้วไม่ใช่หรือว่าอย่าทำอะไรเสียหาย ต้องเก็บกวาดกันอีก”



                “ขอโทษครับ” ร่างสูงที่เป็นผู้ใช้กสิณเตโชโน้มค้อมตัวลงมา น้ำเสียงไปด้วยความรู้สึกผิด แม้จะมีรูปร่างแข็งแรงเหมือนชายวัยฉกรรจ์ แต่ช่างผิดคาด เสียงของเขาแหบระโหย คล้ายคนสูงวัยซึ่งผ่านโลกมาเนิ่นนานแล้ว



                “เธอเองก็เหมือนกันนะพ่อหนุ่ม โตมาแบบไหนกันถึงได้คิดว่าทุกคนจ้องแต่จะฆ่าเธอไปเสียหมดแบบนี้” อีกครั้งที่หญิงสาวเอ่ยกระทบการเลี้ยงดูของเตชินท์ ตอนนี้เขาเริ่มคิดแล้วว่ามันไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เธอจงใจ



                “คุณพานักฆ่ามาสามคน ส่วนผมนั่งอยู่หลังลูกกรงและรู้ความลับเด็กคนนั้น ถ้าไม่ใช่ฆ่าปิดปากแล้วจะเป็นอะไรได้”



                “เจรจาไง” นิ้วเรียวขยับ ส่งสัญญาณให้ชายชุดดำที่เป็นผู้ใช้กสิณวาโยมาไขกุญแจเปิดห้องขังของเขา ไม่พอยังเอาเก้าอี้ตัวเตี้ยมาให้เขานั่งด้วยเช่นกัน เตชินท์จดๆ จ้องๆ อยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตัดสินใจเดินออกมาเพื่อเผชิญหน้าด้วย เขาคำนวณแล้วว่าการกระทำเช่นนี้ช่วยให้เขาอยู่ใกล้แหล่งไฟมากขึ้น และในกรณีที่อีกฝ่ายหมายจะเอาชีวิตเขาจริงๆ เขายังแย่งมีดสั้นที่เหน็บอยู่ตรงเอวชายชุดดำซึ่งถือคบไฟอยู่มาจี้คอหญิงสาวได้ถนัดยิ่งขึ้นด้วย



                ถ้าเพียงแต่เขาจะมีโอกาสทำเช่นนั้นได้ละนะ...



                เตชินท์สัมผัสถึงกสิณในตัวผู้หญิงคนนี้ไม่ได้ก็จริง แต่กลิ่นอายอันตรายจนน่าหวาดหวั่นกลับไม่จางลงเลยแม้แต่น้อย ต่อให้มีบุรุษรูปร่างสูงใหญ่ถึงสามร่างยืนอยู่เบื้องหลังและรู้ว่าสองคนในนั้นเป็นผู้ใช้กสิณ เตชินท์ก็ยังไม่รู้สึกกลัวการสู้กับคนพวกนั้นเท่าการที่ต้องมานั่งเผชิญหน้ากับเธอคนนี้เลยสักนิด



                “คุณเข้ามาในนี้ได้ยังไงกัน”



                “สามีของฉัน...ค่อนข้างจะไม่ธรรมดา” เธอเลือกคำอย่างอ้อมค้อมแต่ก็ระมัดระวัง “ผู้ติดตามของเขาก็เลยไม่ธรรมดาไปด้วย ต้องขอบคุณพวกเขาละนะที่ทำให้ฉันเดินเข้ามาในนี้ได้อย่างปลอดภัย สรุปก็คือ...”



                อยู่ๆ หญิงสาวก็เปลี่ยนเรื่อง ชายชุดดำคนที่ถือคบไฟอยู่ส่งกล่องไม้ที่กว้างประมาณหนึ่งคืบมาให้ในจังหวะเดียวกัน เธอรับมาวางไว้บนตักขณะพูดไปเรื่อย



“ขั้นแรกฉันจะขอร้องเธอดีๆ ถ้าไม่สำเร็จก็จะมีผลประโยชน์มาล่อ แต่ถ้ายังไม่ได้อีก...เอาเป็นว่าฉันไม่คิดจะฆ่าเธอหรอกนะพ่อหนุ่ม แต่อย่าให้ถึงวิธีที่สามจะดีที่สุด”



“คุณควรจะพาลูกคุณหนีไปให้ไกลจากแคว้นนี้มากกว่า” เตชินท์เอ่ยย้อน ในหัวนึกภาพเหตุการณ์ในวันนั้นไปพร้อมๆ กัน “ต่อให้ผมไม่พูด สักวันก็ต้องความแตกอยู่ดี”



ไม่ว่าพลังนั้นจะเป็นอะไรก็ตาม แต่จากท่าทางแล้วเด็กสาวควบคุมมันไม่ได้แม้แต่น้อย



“ปล่อยฉันกังวลเรื่องนั้นเองจะดีกว่า ส่วนเธอ...แค่รับกล่องไปนี้ไปซะและสาบานว่าจะไม่พูดเรื่องลูกสาวฉันให้ใครฟังเด็ดขาด ที่เธอทำภารกิจพลาดเป็นเพราะภาคินทร์และสิงขรเข้ามาขัดขวาง ไม่มีอะไรมากไปกว่านั้น”



หญิงสาวยื่นกล่องมาให้ ทว่าเตชินท์ยังไม่ยอมเอื้อมมือไปรับ



“อะไรอยู่ในนั้น” เขาถามอย่างไม่ไว้ใจ



“ของตอบแทนที่คุ้มค่ากับการเก็บความลับ และสิ่งที่จะช่วยเธอจากความพิโรธของแม่” แล้วหญิงสาวก็ยักไหล่ “ที่จริงคงช่วยไม่ได้เท่าไร ยังไงเธอเสียก็จะได้แผลเพิ่มอยู่ดี”



เตชินท์ต้องพยายามสุดตัวเพื่อไม่ให้เผลอเอื้อมมือไปกุมหัวไหล่



“แต่ฉันสัญญาว่าด้วยสิ่งที่อยู่ในนี้ ความเจ็บปวดจะคงอยู่ไม่นานนัก และฉันยังสัญญาด้วยว่าเธอจะแข็งแกร่งขึ้นอย่างที่ตัวเธอในปัจจุบันนี้เทียบไม่ได้เลยสักนิด ถ้าเพียงแต่เธอจะสัญญากับฉันเช่นกันว่าเรื่องของลูกสาวฉันจะไม่หลุดออกจากปากเธอเด็ดขาด”



เตชินท์ไม่คิดว่าเขามีทางเลือกมากนัก ต่อให้เขาไม่สนข้อเสนอและเอาเรื่องในวันนั้นไปพูดก็ยังไม่แน่เลยว่าจะมีคนเชื่อ เผลอๆ เขาอาจกลายเป็นคนวิกลจริตที่เพ้อเจ้อเห็นภาพหลอนเสียเองก็เป็นได้ หรือแม้จะมีคนเชื่อ...แต่เด็กสาวมีคนจากสกุลคีรีรัตน์และชลัชพงษ์หนุนหลังอยู่ บ่งบอกว่าภูมิหลังย่อมไม่ใช่ธรรมดา ยิ่งการที่แม่ของเด็กสาวสามารถแอบลักลอบเข้ามาในคุกใต้ดินของเรือนวัชริศได้โดยไม่มีคนรู้และไม่เสียเลือดเสียเนื้อเช่นนี้ ฝีมือย่อมไม่ใช่ธรรมดาเช่นกัน



ทุกอย่างรอบตัวเด็กที่ชื่อรักษ์นาราไม่มีอะไรธรรมดาเลยสักนิด



เตชินท์ถูกบีบบังคับให้ปิดปากเงียบโดยสมบูรณ์ตั้งแต่ผู้หญิงคนนี้ปรากฏตัวขึ้นหน้าห้องขังของเขาแล้ว



“แน่ใจได้ยังไงว่าผมจะรักษาสัญญา” ว่าที่ผู้นำสกุลวัชริศถามพลางเอื้อมมือไปรับกล่องไม้มา แม้ใจจะกังวลว่าตัวตนของเด็กสาวนามรักษ์นาราอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อแคว้น ทว่าเท่าที่ผ่านมาในเมื่อยังไม่ได้มีอะไรร้ายแรงเกิดขึ้นเขาก็ไม่ควรตีตนไปก่อนไข้ แต่หลังจากนี้เขาจะจับตาดูเธอไว้



ทั้งเธอ ญาติฝาแฝดของเขา ยัยเพื่อนผู้ใช้ลมตัวปัญหา แม้กระทั่งเจ้าภาคินทร์ เขาจะจับตาดูพวกนั้นไว้ พลาดพลั้งความแตกหรือมีอันตรายเกิดขึ้นกับผู้อื่นเมื่อใดเขาจะลงมือทันที



“ไม่รู้หรอก” หญิงสาวตอบกลับอย่างรวดเร็ว เธอลุกขึ้นยืน ส่งผลให้ชายชุดดำคนหนึ่งต้อนไล่ให้เขากลับเข้าไปในห้องขัง ประตูกรงงับปิด เสียงไขล็อคดังกังวาน “แต่ถ้าลูกสาวฉันเป็นอะไรไป เธอจะโดนแบบเดียวกันแน่นอน”



หลังจากนั้นคบเพลิงก็ดับวูบ เมื่อหินในขวดแก้วเรืองแสงขึ้นมาอีกครั้งผู้บุกรุกก็หายตัวไปแล้ว เช่นเดียวกับเก้าอี้ไม้และรอยโหว่บนผนัง ทุกอย่างกลับคืนสู่สภาพปกติอย่างรวดเร็ว ราวกับว่าไม่เคยเกิดขึ้นด้วยซ้ำ



สิ่งเดียวที่ยืนยันได้ว่ามันเคยเกิดขึ้นจริงๆ คือกล่องไม้ในมือเตชินท์เท่านั้น





 


“จะดีหรือครับ”



หนึ่งในชายชุดดำอาจหาญเอ่ยถามอินทุภรณ์ขึ้นทันทีที่ก้าวพ้นเรือนหมู่ของสกุลวัชริศอีก



“ที่ให้ของอันตรายขนาดนั้นกับลูกของศัตรู”



“ที่ถูกน่าจะเป็น จะดีหรือครับที่เพิ่งเอาของชิ้นนั้นมามอบให้เด็กที่น่าสงสารคนนั้น มากกว่า”



หญิงสาวตอบกลับนิ่งๆ ไม่ได้โกรธเคืองที่ถูกกังขาในการตัดสินใจแม้แต่น้อย เพราะว่า



“และไม่...มันไม่ดีหรอก ฉันอาจจะตัดสินใจพลาดจนกลายเป็นการเพิ่มอำนาจให้กับศัตรูและทำให้เรื่องยุ่งยากขึ้นไปอีกก็เป็นได้ แต่ว่าถ้าฉันคาดการณ์ถูก ถ้าเราอ่านทิศทางของกระแสนี้ได้ถูกต้อง นอกจากความลับของนาราจะปลอดภัยแล้วเราจะตักตวงผลประโยชน์จากพ่อหนุ่มคนนั้นได้อีกเยอะเลย ฉันพูดถูกไหม”



ทั้งประโยคบอกเล่าที่ถูกย้อนกลับมาเป็นประโยคคำถามอย่างกะทันหัน และการที่ดวงตาสีเงินยวงเบือนไปจับจ้องยังไม้ใหญ่ซึ่งยืนต้นอยู่ไม่ไกลกันนักแทนตนทำเอาชายชุดดำถึงกับวางตัวไม่ถูก ยิ่งการที่อินทุภรณ์เอ่ยย้ำความเช่นนั้นออกมา มันก็ราวกับว่าเธอกำลังพูดคุยกับต้นไม้ต้นนั้นก็ไม่ปาน



“ทั้งหมดที่เราทั้งคู่ทำไปก็เพื่อนาราทั้งนั้น”



##########


สนทนา : หวายยยยย ขุ่นแม่ออกโรงแหละ >< เป็นไงกันบ้าง โดยส่วนตัวรู้สึกว่าแต่งออกมาเท่เกินไปหน่อย เกินหน้าเกินตาเหล่าเด็กๆ ตัวละครหลักทั้งหลายเกินไปมาก 5555 

ปล. สังเกตเห็นสตอรี่ความน่าสงสารของพี่เตกันยัง งืออออ อยากจิเข้าไปทำแผลเปลี่ยนผ้าให้จริงๆ 55



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 40 ครั้ง

1,495 ความคิดเห็น

  1. #1008 พาราซิป (@f-a-i-r-y) (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 12 เมษายน 2561 / 00:07
    ตอนนี้เทใจให้เตชินท์มากกว่าภาคินทร์อีกค่ะ ถถถถ
    #1008
    0
  2. #696 Mizza (@wawy111) (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2560 / 12:15
    สงสานพี่เต นารากวาดเข้าแกงค์เลย
    #696
    0
  3. #562 sydneylove (@sydneylove) (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2560 / 23:03
    น่าสงสารพี่เต อยากให้มาเข้ากลุ่มหนูรักษ์ด้วยจัง
    #562
    0
  4. #474 Beaubeautiie (@Beaubeautiie) (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2560 / 19:22
    เพิ่งเข้ามาอ่านเรื่องนี้ คือดีมากกกกเลย เป็นแนวที่ไม่เคยอ่านเลยค่ะ ลุ้นทั้งเรื่อง ชอบมาก เป็นกำลังใจให้ค่าาาา
    ปล อยากให้พี่เตมาหลงรักหนูรักษ์ด้วยอีกคน 5555555
    #474
    0
  5. #440 jammy (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2560 / 11:30
    ขุ่นแม่คือราพณาสูรจิงด้วยยยยยยยยยย (มั้ง) 55555 โอ๊ยย อ่านไปอ่านมา นี่มันรวมตัวแก๊งค์เด็กมีปัญหาชัดๆ แถมปัญหาก้มาจากสภาพครอบครัวอีกกก น่าเอาไปเปนหนังสืออ่านนอกเวลาของสถาบันครอบครัว 55555
    #440
    0
  6. #423 primo xxii (@vrzomolkk) (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2560 / 10:55
    ฮืออออ ชอบมากเลยทำไมบรรยายได้สนุกขนาดนี้
    #423
    0
  7. #422 Smile (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2560 / 08:12
    ขอบคุณค่ะฟ็อกซ์ สนุกมากค่ะ

    ขุ่นแม่แซบมาก และ พี่เตน่าสงสาร
    #422
    0
  8. #421 len-lom (@luk-peach) (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2560 / 23:22
    เชียร์เตกับหนูรักษ์นะงือ
    #421
    0
  9. #420 ใบไม้เปลี่ยนสี (@beaw_nile) (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2560 / 22:58
    พี่เตคือตัวท้องขาว ขุ่นแม่คือสดำเหยียบหน้าผากเบาๆใช่มั้ยคะ >_<
    #420
    0
  10. #419 สุดย0ด (@patinya1223) (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2560 / 19:34
    ทำไมต่อมจิ้นมันถึงกระตุกยิกๆแบบนี้นะ กระด้างกระเดื่องแบบนี้มันน่าจับมาเจอความนุ่มนิ่มของหนูรักษ์ พี่เตก็พี่เตเภอะ จงมาเป็นสมุน(?)ของความนุ่มนิ่มนามว่ารักษ์นาราซะ 555555555555
    fcคุณแม่เงียบๆค่ะ ไม่กล้าเอะอะเดี๋ยวจะโดนนางจัดการ 55555555 คุมคนของสามีได้แสดงว่าตัวเองก็ต้องไม่ธรรมดา
    #419
    0
  11. #418 nass_san (@nass) (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2560 / 10:03
    พี่เตคนน่าสงสาร เราเชื่อว่าเดี๋ยวพี่เตต้องเข้าฝั่งหนูรักษ์ทีหลัง อาจจะไม่โจ่งแจ้ง แต่เข้าด้วยแน่ๆ และมันต้องมีโมเมนท์เตมายอีกแน่ๆ #เราจะเปลี่ยนเรือไม่ได้นะฟ็อกซ์

    ทำไมรู้สึกว่า แม่อินท์ต้องเกี่ยวกับมาลีอ่ะ มาลีไม่ได้ออกเลย เดี๋ยวมาลีจิกลับมาชิมิ เหมือนกำลังคลายปมเลย รอต่อไปปปปป 5555555

    ปล. ลืมแจ้งนะคะ ตอนนี้กะตอนที่แล้วก็มีคำผิดประปรายนะคะ ฟ็อกซ์อย่าลืมเช็คน้าาาา
    #418
    2
    • #418-1 ฟ็อกซ์ทร็อต (@foxx-tron) (จากตอนที่ 40)
      17 พฤษภาคม 2560 / 11:01
      พยายามเช็คแล้วค่ะ หลงหูหลงตาตลอด แง้ เดี๋ยวว่างๆจะมาตรวจแก้ให้เรื่อยๆแล้วกันนะคะ><
      #418-1
  12. #416 Pysfii (@pychat) (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2560 / 08:29
    ขุ่นแม่เท่มากกกก กรี้ดดด
    #416
    0
  13. #415 Ggggib (@123ggg) (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2560 / 08:05
    คุณแม่โคตรโหด
    #415
    0
  14. #413 P'Bee (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2560 / 01:07
    มาลีคงไม่ใช่อีกภาคของคุณพ่อหัวหน้ายักษ์นะ
    #413
    0
  15. #412 neonna (@neonna) (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2560 / 00:29
    สงสารแมวตัวอ้วนขาสั้นจัง เมื่อไรจะชนะเนี่ย
    #412
    0
  16. #411 minggg- (@minggg-) (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2560 / 00:13
    อยากจะบอกว่าตั้งแต่แรก คุณแม่ไม่ค่อยดูมีบทอะไรมาก
    ความแรงซอฟส์ๆ แค่ทำอาหารเนิบๆ เลี้ยงเด็ก ๆ 
    แต่อืมม ถ้าไม่ใช่แบบนี้จะพารักษ์นาราหนีแล้วอยู่รอดมาจนปัจจุบันได้อย่างไร
    แถมยังมีวิธีรับมือกับรักษ์นาราเวลาคลั่งมาแบบสวยๆ ไม่มีอะไรอีก

    อืม ตอนนี้เหมือนจะอันตรายสุดในฐานะเป็นจุดเปลี่ยนหลายอย่าง
    หวังว่าสิ่งที่ได้ประโยชน์กลับมาก็คือการที่เตอัพเกรดตัวเองมา
    แล้วทำตามใจสู้แม่ในภายหลังเป็นผู้นำที่ไม่ยึดอำนาจและการทำลายได้นะเนี่ยย
    แต่กรี๊ดด แล้วอย่างนี้ พี่ภาคินทร์พระเอกของหนู เอ๊ยย ของรักษ์นาราจะทำอย่างไร
    ต่างคนต่างคิดหาวิธี
    ผู้ใหญ่ก็ทำแบบ เด็กๆ ก็ทำแบบ
    หวังว่าแผนมันจะไม่ไปตีกันเองน้าาา
    เครียดแทนค่าาไม่กล้าคิดต่อ


    #411
    1
    • #411-1 ฟ็อกซ์ทร็อต (@foxx-tron) (จากตอนที่ 40)
      17 พฤษภาคม 2560 / 11:05
      ตอนนี้เรตติ้งขุ่นแม่มาแรงแซงทางโค้งมาก 555
      ส่วนหนทางพี่เตยังอีกยาวไกลเค่อะกว่าจะปลดเอกตัวเองมาเข้ารวมแก๊งเด็กมีปัญหาได้ 5
      #411-1
  17. #410 Ms. P (@putterpt) (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2560 / 23:57
    โถ่พี่เต ออกจากตระกูลมาเถอะ ขุ่นเเม่เเซ่บจริงๆ จ่ายค่าตัวให้คุณเเม่เพิ่มด้วยค่ะ
    #410
    0