ตอนที่ 35 : ตอนที่ ๓๐ ความผิดปกติของรักษ์นารา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1600
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 44 ครั้ง
    25 เม.ย. 60


ตอนที่ ๓๐ ความผิดปกติของรักษ์นารา

 



เตชินท์อยากจะจบเรื่องให้เร็วที่สุดแต่ก็ทำไม่ได้



สาเหตุแรกเป็นเพราะเด็กสาวผู้ใช้กสิณวาโยที่เขาไม่อยากรู้จักชื่อคอยขัดแข้งขัดขาตลอด ทั้งที่พลังกสิณแทบไม่มีเหลือและบาดเจ็บถึงขนาดนั้นแท้ๆ ก็ยังไม่วายฝืนกางพัดเหล็กเพื่อสอดมือเข้ามายุ่งในเรื่องที่ไม่ใช่ของตนอยู่ได้



อีกสาเหตุหนึ่งเป็นเพราะเขาไม่สามารถแยกได้ว่าคนไหนคือตุลย์คนไหนคือติณห์กันแน่ ถึงจะใช้กสิณคนละธาตุแต่หน้าตาและรูปร่างของทั้งคู่ก็เหมือนกันมากจนไม่สามารถระบุตัวได้ ยิ่งการที่ตุลย์ลวกตัวเองให้เป็นแผลเหมือนติณห์ทุกครั้งและแสร้งสลับท่ากันใช้กสิณของอีกฝ่ายเพื่อจู่โจมเขา มันก็ยิ่งทำให้ทุกอย่างยุ่งยากขึ้นไปอีก



ทั้งที่ฝาแฝดคนทางซ้ายของเตชินท์กำลังตวัดมือสร้างระรอกคลื่นดินให้พุ่งเข้ามาเขาแท้ๆ แต่พอเขากระโดดหลบแล้วยิงลูกไฟเข้าใส่ อีกฝ่ายกลับใช้มือเปล่ารับการโจมตีได้อย่างไม่สะทกสะท้าน นอกจากจะไม่ถูกลวกแล้วยังหมุนตัวเหวี่ยงไฟลูกนั้นกลับมาใส่เขาได้อีก



ที่เป็นเช่นนี้เพราะแท้จริงแล้วแฝดคนนั้นคือตุลย์ ซึ่งแกล้งทำเป็นออกท่าใช้พลังในตอนที่ติณห์ซึ่งอยู่ห่างออกไปควบคุมคลื่นดินให้พุ่งเข้ามาหาเขาพอดี



ยังมีการโจมตีในทำนองนี้อีกนับครั้งไม่ถ้วน แต่พอเตชินท์เริ่มจะจับทางได้ ทั้งคู่ก็จะสร้างกำแพงดินขึ้นมาบัง หรือไม่ยัยพลังลมก็เบี่ยงเบนความสนใจของเขา เพื่อให้ฝาแฝดสามารถสลับตัวกันสร้างความสับสนให้เขาต่อไปได้อีกครั้ง



เป็นยุทธวิธีที่น่าประทับใจ แต่ก็น่ารำคาญมากเช่นกัน



“ยอมแพ้ได้แล้ว!!” เด็กสาวเพียงหนึ่งเดียวในสนามรบขนาดย่อมแห่งนี้ตะโกนใส่หน้าเขา “ขนาดฉันที่อยู่ด้วยกันมาตั้งนานยังแยกเจ้าพวกนี้ไม่ได้เลย แล้วเจ้าขี้เก็กที่ไม่เคยสนใจใยดีคนอื่นอย่างนายจะไปมีปัญญาอะไร มันจบแล้ว นายไม่มีวันได้ตัวตุลย์กลับไปหรอก”



“แยกไม่ได้ก็ไม่ต้องแยก” เตชินท์ตัดสินใจปักกระบองลงพื้นอีกครั้ง ทว่าคราวนี้มันจมลงไปลึกมากจนทำให้ปลายกระบองสูงแค่ระดับอกของเขาเท่านั้น มือหนาเอื้อมไปกุมครอบเพชรสีแดงเลือดที่ปลายกระบองไว้ส่งผลให้ไฟดับมอด ทว่าตัวเพชรกลับเริ่มเปล่งแสงเรืองๆ ออกมา บรรยากาศร้อนวูบและหนักอึ้งขึ้นมาในทันทีทันใด



 “ในเมื่อยุ่งยากมากนักฉันจะเผาทุกอย่างให้เป็นเถ้าถ่านซะ และคนสุดท้ายที่ยังยืนอยู่ได้คือคนที่ฉันต้องเอาตัวกลับไป”



“ไม่!!” แฝดคนหนึ่งร้องลั่นวิ่งตรงเข้าไปหาอีกสมาชิกสองคนอย่างรวดเร็วเมื่อตระหนักได้ว่าเตชินท์กำลังจะทำอะไร แต่ก็สายไปแล้ว...



ตูม!!!!!!



เพราะทันทีที่เด็กหนุ่มปล่อยมือจากเพชรที่ปลายกระบอง เตโชธาตุก็ลุกวาบแผ่ขยายไปทุกทิศทาง พื้นดินมอดไหม้ อากาศถูกแผดเผา รัศมีของระเบิดเพลิงทั้งกว้างไกลและร้อนแรงมากเสียจนกลืนกินทุกอย่างให้หายเข้าไปในกองอัคคีอย่างง่ายดาย รวมทั้งเด็กๆ ทั้งสามด้วย



ตุลย์ที่วิ่งมายืนขวางระหว่างไฟทำลายล้างของเตชินท์และติณห์กับพิมายได้ทันพอดีรีบยื่นมือออกไปเพื่อเพ่งจิตบังคับกสิณให้ไฟแยกออกไปด้านข้าง เขาเห็นจากหางตาว่าพิมายดึงโอบตุลย์เข้ามาใกล้ ขดตัวหลบไฟกันเต็มที่ ส่วนตุลย์เองก็พยายามยกดินรอบๆ ขึ้นมาเป็นเกราะกำบังเช่นกัน แต่ดูจะไม่เป็นผลเท่าไรเพราะไม่ทันไรก็ถูกความร้อนระอุจากพลังของเตชินท์ทำให้เปราะแตกไปอย่างง่ายดาย



และเนื่องจากเตชินท์ยังปล่อยกสิณเข้าใส่เพชรสีเลือดอย่างต่อเนื่อง เปลวอัคคีจึงถูกปล่อยออกมาอย่างต่อเนื่องเช่นกัน



ตุลย์รู้ดีว่าถึงจะปล่อยมือและยืนเฉยๆ เขาก็ไม่มีทางบาดเจ็บเด็ดขาด เพราะท่าโจมตีนี้กินรัศมีกว้างเกินไป กสิณที่เจือมาในเปลวไฟจึงไม่เข้มข้นเท่าปกติ หากสู้กับผู้ใช้กสิณเตโชที่ฝีมือไม่ห่างมากหรือเหนือกว่าท่านี้จะไม่ให้ผลอะไรมากไปกว่าการถ่วงเวลา แต่ถ้านำมาใช้กับผู้ใช้กสิณคนละธาตุซึ่งไม่มีผิวหนังที่ทนต่อไฟแล้วละก็ สิ่งที่เหลืออยู่คงมีเพียงเถ้าธุลีเท่านั้น



“พอสักทีเถอะ! ผมยอมแล้ว ผมจะกลับไปกับพี่!!” ตุลย์ตัดสินใจยกธงขาวเมื่อรู้ดีว่าไม่อาจต้านทานได้มากไปกว่านี้แล้ว แม้จะเจ็บใจในความไร้พลังแต่เขาก็ไม่มีทางเลือกมากนัก เขายอมเป็นเจ้าขี้แพ้ดีกว่าสูญเสียพี่น้องและเพื่อนคนสำคัญที่อยู่เบื้องหลังของเขาไป



สิ้นคำขอร้อง เปลวไฟก็ดับวูบส่งผลให้ความร้อนหายไปเช่นกัน อุณหภูมิที่เปลี่ยนแปลงกะทันหันทำเอาตุลย์เกือบสั่นสะท้าน ทว่ายังไม่ทันจะตั้งตัวหรือประเมินสถานการณ์ได้...



ตุบ!!



กระบองเหล็กก็ฟาดเข้ามาที่ท้องอย่างจังจนเขาทรุดลงกับพื้น เตชินท์มองมาอย่างเย็นชาก่อนจะก้าวข้ามร่างของตุลย์เพื่อตรงไปหาอีกสองคนด้านหลัง ติณห์นั้นฝืนใช้กสิณมากเกินไปแทบจะลืมตาไม่ขึ้นแล้วอย่าว่าแต่จะขยับตัวหนีเลย ส่วนพิมายเองแค่ยังถือพัดไว้ได้ก็แทบจะเต็มกลืนแล้วเช่นกัน



“อย่าทำอะไร...ติณห์นะ...แค่ก!!” ตุลย์ร้องห้ามก่อนจะอาเจียนออกมา ผลจากการฝืนใช้กสิณมากเกินไปเช่นกันผสมกับการถูกโจมตีเข้าที่ท้องอย่างแรง



“ฉันว่า....แฮ่ก...เจ้าลูกกรอกตัวนั้น...เพิ่งจะยอมมอบตัวกับนาย...แฮ่ก...ไปนะ” เด็กสาวพยับเพยิบไปทางแฝดเตโชที่นอนกุมท้องอยู่เพื่อเตือนความจำเตชินท์ว่าเจ้าตัวได้รับชัยชนะแล้ว ไม่จำเป็นต้องก้าวเข้ามามากกว่านี้ ไม่จำเป็นต้องให้ทุกอย่างมันนองเลือดไปมากกว่านี้



“ฉันก็ไม่ได้มาเพราะแค่นั้นอยู่แล้ว” นับเป็นครั้งแรกก็ว่าได้ที่เจ้าของดวงตาสีถ่านคุไฟพูดตอบพิมายด้วยคำพูดดีๆ โดยไม่มีแววตาเหยียดหยามแถมมาให้ แต่ก็อาจจะเป็นครั้งสุดท้ายเช่นกันเมื่อดูจากกการที่เขาดึงอาวุธคู่กายติดมือมาด้วย และเอ่ยเตือนเธอ “หลีกไปซะ...”



“ลูกพี่แบบไหนกัน...แฮ่ก...ยอมปล่อยให้ลูกน้องเผชิญ...มัจจุราชเพียงลำพัง” คำตอบมาพร้อมกับการขยับนิ้วเพียงเล็กน้อยแต่ส่งผลให้พัดเหล็กคลี่ออกมาอีกครั้ง เตชินท์ลอบถอนหายใจแผ่วเบาให้กับความดื้อด้านนี้ ครั้งนี้ดวงตาสีถ่านคุไฟเต็มไปด้วยความหนักใจแทน แค่หนักใจ...ไม่ใช่สงสารหรือเห็นใจ...



“ถ้างั้นก็ลาก่อน”



ดวงตาสีลูกหว้าหลับลงพร้อมกับการที่ปลายกระบองพุ่งเข้ามาหา



ทว่า...



“มาย!!!



กึก!!



อีกเพียงนิดเดียวก่อนที่เพชรสีแดงจะได้แตะลงบนผิวเนื้อตัวกระบองก็หยุดลง เนื่องจากมีเด็กสาวผมสีน้ำตาลสั้นคนหนึ่งวิ่งถลาเข้ามากางแขนปกป้องเด็กสาวผู้ใช้พลังลมไว้



เตชินท์ไม่ได้ชะงักมือเพราะตกใจที่มีผู้มาใหม่ รวมทั้งไม่ได้ใจอ่อนไม่กล้าลงมือกันเด็กสาวตัวเล็กท่าทางอ่อนแอตรงหน้าด้วย การถูกเลี้ยงดูมาเยี่ยงทหารสอนให้เขาเลือดเย็นและยึดมั่นในคำสั่งโดยไม่ต้องสนตัวแปรอื่น ถ้าเป็นในยามปกติเขาคงแทงกระบองทะลุทั้งเด็กสาวตัวเล็กและเด็กสาวผู้ใช้ลมไปแล้ว



ทว่าในครั้งนี้ ความกลัวหยุดยั้งเขาไว้



เพียงแค่ดวงตากลมโตจ้องมองมาเท่านั้น ความรู้สึกพรั่นพรึงก็เริ่มทิ่มแทงอยู่ใต้ผิวหนังของเขาอย่างหาคำอธิบายไม่ได้ ทั้งที่รูปลักษณ์ก็ออกจะเปราะบาง ไม่มีแม้แต่กสิณหรือจิตสังหารแผ่ออกมาแท้ๆ เตชินท์ก็ยังรู้สึกกลัวอย่างไร้สาเหตุ สัญชาตญาณกรีดร้องอย่างบ้าคลั่งถึงอันตรายที่มองไม่เห็น และเขาก็บอกไม่ได้ว่าทำไม



“...ยัยรักษ์” พิมายฝืนลืมตาขึ้นมาเมื่อได้ยินเสียงที่คุ้นเคย เธอพบว่าแผ่นหลังเล็กๆ ของเพื่อนกำลังคั่นกลางระหว่างอาวุธของมัจจุราชกับตัวเธอ “หนีไป...เร็วเข้า”



ได้เพียงเท่านั้นเด็กสาวผู้ใช้กสิณวาโยก็หมดสติไปโดยเอนมาพิงศีรษะไว้กับไหล่ของเพื่อนตัวเล็ก สองแขนของรักษ์นาราช้อนประคองร่างของพิมายเพื่อไม่ให้ล้มลงไปบนพื้น



“มาย...” เด็กสาวพึมพำเรียก กวาดตามองไปรอบๆ ก่อนจะเอ่ยขึ้นมาอีกครั้ง “ติณห์...ตุลย์...”



แต่ก็ไม่มีใครขานตอบกลับมา ทุกคนหมดสติกันไปหมดแล้ว ครั้งนี้ดวงตากลมโตจึงหันมาทางเตชินท์อย่างเชื่องช้า



“ทำไมกัน...”



คนที่เคยถูกเรียกเป็นมัจจุราชเริ่มสืบเท้าถอยหนีอย่างไม่รู้ตัว



“ทุกคนไปทำอะไรให้ ทำไมถึงต้องทำร้ายกันแบบนี้ด้วย”



เลยไปด้านหลังประมาณสามวาจากที่ๆ ติณห์นอนอยู่ มีต้นประดู่แดงยืนต้นอยู่ต้นหนึ่ง ใบไม้ส่วนหนึ่งหงิกงอและไม้เกรียมเพราะฤทธิ์ไฟทำลายล้างของเตชินท์ไปแล้วก็จริง ทว่าอยู่ๆ ใบเรียวรูปขนนกสีเขียวเข้มที่เหลืออยู่ก็เริ่มกลายเป็นสีดำไปอย่างน่าประหลาด ส่วนลำต้นกลายเป็นสีเทาและส่งเสียงลั่นเปรี้ยะดังไม้ฟืนที่แตกตัวในกองเพลิง ทว่าไม้ประดู่ต้นนี้ไม่ได้เปลี่ยนสีเพราะถูกไฟแผดเผาเหมือนก่อนหน้านี้



“คุณเป็นพี่น้องกับตุลย์แล้วก็ติณห์ไม่ใช่เหรอ...”



มันกลายเป็นสีเทาและดำเพราะถูกสูบกินพลังชีวิตไปจนเหือดแห้ง



นั่นคือสิ่งที่ปรากฏขึ้นมาในความคิดของเตชินท์



“แล้วทำไมถึงคิดจะฆ่าพวกเขาด้วยละ...”



และเหตุการณ์นี้ไม่ได้หยุดอยู่แค่ต้นไม้เท่านั้น เพราะผืนดินโดยรอบเริ่มที่จะแตกระแหง เสมือนแดนรกร้างซึ่งไม่มีสิ่งใดอาศัยอยู่ได้ บรรยากาศก็หมองซีดลงอย่างน่าฉงน เมฆดำทะมึนเบื้องบนไม่ได้ดูเหมือนสัญญาณว่าฝนจะตกและชีวิตจะฟื้นคืนมาได้เลยแม้แต่น้อย มันดูเหมือนสัญลักษณ์ของความกราดเกรี้ยวและความคับข้องที่คอยแต่จะเปล่งเสียงกัมปนาทออกมาตลอดเวลา



“ทำไมต้องทำร้ายมายด้วย...”



ซึ่งศูนย์กลางของความผิดปกตินี้คือเด็กสาวนามรักษ์นารา



เตชินท์ไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น แต่ที่แน่ๆ เวลาสัญชาตญาณกรีดร้องถึงอันตรายมีเพียงสองทางเลือกเท่านั้นคือหนีไม่ก็จัดการมันเสีย ซึ่งเขาเลือกอย่างหลัง แต่เพียงแค่ยกกระบองขึ้นมาเท่านั้น...



ครืด!!!



คลื่นน้ำลูกใหญ่ก็ซัดเข้าใส่เขาจนกระเด็นไปติดกำแพงทันที เตชินท์รีบยันตัวขึ้นมาเพื่อเผชิญหน้ากับคู่ต่อสู้ต่อ จังหวะนั้นเองที่แส้น้ำพุ่งเข้ามา ตวัดพันรอบกระบองเพื่อห้ามไม่ให้เขาจุดไฟขึ้นได้ สายตาไล่ตามแส้น้ำไปเพื่อมองหาเจ้าของกสิณ การกระทำนั้นทำให้ดวงตาสีถ่านคุไฟสบเข้ากับดวงตาสีวังน้ำวนเข้าพอดี



“ภาคินทร์ ชลัชพงษ์” น้ำเสียงของเขาเจือไปด้วยความแปลกใจเมื่อได้เห็นหน้าคู่ต่อสู้คนใหม่เต็มตา นับว่าเป็นเรื่องเหนือคาดเอามากๆ ที่เด็กเกเรเจ้าปัญหาแห่งสกุลหลักอาโปจะสอดมือเข้ามาช่วยผู้อื่นเช่นนี้



“เตชินท์ วัชริศ” อีกฝ่ายเองก็เรียกชื่อเขาอย่างฉงนเช่นกันก่อนจะตามมาด้วยประโยคแขวะเชิงท้าทายที่คุ้นเคยกันดี “มือตกหรือไงถึงต้องหันมาเล่นงานคนอ่อนแอกว่า ทำไมไม่เลือกคนที่พอๆ กันละ หรือว่ากลัว แพ้แบบตอนนั้นอีก”



“ไว้ควบคุมพลังได้จนไม่ถูก ปรับแพ้เสียเองได้เมื่อไรค่อยมาปากดีใหม่แล้วกัน” มือหนาเอื้อมไปสัมผัสเพชรสีเลือดตรงปลายกระบอง ส่งผ่านกสิณเข้าไป ทำให้ระเบิดเพลิงขนาดเล็กปะทุขึ้นมาจากเพชร ณ อีกด้าน แส้น้ำระเหยหายไปในบัดดล เมื่อไร้สิ่งที่คอยฉุดรั้ง เตชินท์ก็ตวัดกระบองเพื่อจุดลูกไฟและปาเข้าใส่อีกฝ่ายทันที



ภาคินทร์รับมือด้วยการชกหมัดออกไป ส่งกลุ่มน้ำเข้าไปปะทะหักล้าง ก่อนจะเกร็งมือซ้ายขยับวาดจากล่างขึ้นบน แอ่งน้ำบนพื้นรวมตัวกันกลายเป็นเกลียวคลื่นที่โถมเข้าใส่เตชินท์ในทันที



ว่าที่ผู้นำสกุลวัชริศเพียงหรี่ตามองอย่างไม่ชอบใจนัก แม้จะเหน็ดเหนื่อยจากการต่อสู้อันยาวนานทว่าปริมาณกสิณของเขาก็ยังเหลือพอจะหวดกระบองสร้างเส้นไฟออกไปตัดแบ่งคลื่นเป็นสองฟากราวกับแหวกทะเล



คลื่นทิ้งโถมลงมา สาดกระจายและเจิ่งนอง ทว่าเตชินท์กลับไม่ได้รับอันตรายแม้แต่น้อยและภาคินทร์ก็ตระหนักได้ดี เด็กหนุ่มแห่งสกุลอาโปจึงตั้งท่าเตรียมสู้ต่อ หากทว่าคู่ต่อสู้กลับเมินเฉย มองเลยไหล่ของเขาไปแล้วเบิกตากว้างอย่างตื่นตะลึงแทน มันเป็นกริยาที่แม้แต่ภาคินทร์เองก็ไม่เคยนึกฝันมาก่อนว่าเตชินท์จะทำได้



“นั่นมันบ้าอะไรกัน”



...ตกใจและหวาดกลัว...



ดวงตาสีวังน้ำวนเหลือบมองตามไปเบื้องหลังและพบว่ารักษ์นารากำลังรักษาบาดแผลให้พิมายและฝาแฝดอยู่ เลือดเริ่มที่จะหยุดไหล ตุ่มพองเริ่มยุบตัว รอยไหม้แดงเริ่มจางลง ที่น่าแปลกคือครั้งนี้รักษ์นาราไม่ได้แตะตัวสองแฝดเลยด้วยซ้ำ เธอแค่โอบประคองพิมายอยู่แต่กลับทำให้อาการบาดเจ็บของคนที่อยู่รอบข้างหายไปได้



และอีกสิ่งที่น่าแปลก...



“เด็กนั่นเป็นตัวอะไรกันแน่”



คือการที่ทุกสิ่งรอบด้านเริ่มที่จะกลายเป็นสีหม่นซีดและแห้งตายมากขึ้นเรื่อยๆ และมันไม่ได้จำกัดอยู่ที่ต้นไม้หรือพื้นดินอีกต่อไปแล้ว ภาคินทร์เห็นศพนกสองสามตัวนอนตายอยู่ไม่ห่าง ผิวหนังแห้งเหี่ยว เส้นขนหลุดลุ่ย กลายเป็นซากแห้งกรอบราวกับสิ้นชีวิตมาเนิ่นนาน เพราะรักษ์นารานั่งหันหลังให้ ภาคินทร์จึงไม่เห็นสีหน้าของเธอ เขารู้เพียงเธอเอาแต่กอดพิมายแน่นไม่ยอมปล่อย โยนตัวไปมาพลางพึมพำรัวเร็วจนจับใจความไม่ได้



แมวตัวหนึ่งที่วิ่งหนีจากความผิดปกติซึ่งกำลังรุกคืบไปทุกทิศทางนี้ไม่ทันก็พลอยกลายเป็นซากแห้งไปด้วยอย่างรวดเร็ว เช่นเดียวกับเรี่ยวแรงของเขาที่เหือดหายไปอย่างง่ายดายเมื่อดินที่แตกระแหงแผ่ขยายมาถึงบริเวณที่ยืนอยู่ เนื้อตัวหนักอึ้ง หัวใจสั่นระรัวด้วยความกลัว



แทบไม่ต้องคิดภาคินทร์ถอยหนีไปหลายก้าว เขารู้สึกอย่างชัดเจนว่าหากยังอยากรักษาชีวิตไว้ก็ไม่ควรเข้าไปใกล้รักษ์นาราในเวลานี้



ทว่านั่นไม่ใช่เหตุผลที่เขาจะยอมให้เตชินท์แตะต้องตัวเธอ



“สนใจคนอื่นเป็นด้วยเหรอ” อัจฉริยะแห่งสกุลชลัชพงษ์กล่าวเพื่อดึงความสนใจของอัจฉริยะแห่งสกุลวัชริศกลับมาที่ตนเมื่ออีกฝ่ายทั้งท่าจะโจมตีใส่เด็กสาวอีกครั้ง ภาคินทร์วาดมือทั้งสองข้าง บงการน้ำให้โถมซัดเข้าใส่อีกครั้ง เตชินท์กระโจนหลบอย่างว่องไวพร้อมเหวี่ยงกระบองเพื่อทำลายคลื่นน้ำบางส่วนที่ยังตามมาเขามา



“อะไรทำให้นายตาบอดถึงขนาดมองไม่เห็นอันตรายได้ขนาดนี้กัน” เป้าหมายของเตชินท์เปลี่ยนไปแล้ว ขณะนี้มันแค่ไม่ใช่จัดการติณห์และเอาตัวตุลย์กลับไปให้ได้อีกต่อไป แต่เป็นการหาคำตอบให้ความผิดปกติตรงหน้ารวมทั้งกำจัดมันด้วย



ลูกไฟขนาดใหญ่ถูกปล่อยไปอีกครั้ง และมันพุ่งไปทางรักษ์นารา



“อย่างฉันกับนายมีสิทธิ์ไปว่าคนอื่นแบบนั้นด้วยหรือไง!!



ภาคินทร์ส่งน้ำกลุ่มใหญ่ให้เข้าไปขวางทันที



ทว่าเมื่อกสิณทั้งสองสายพุ่งเข้าไปในเขตแดนของความผิดปกติอันซีดหมอง มันก็เริ่มมีขนาดเล็กลงทีละเล็กทีละน้อยก่อนจะหายไปในที่สุดจนไปไม่ถึงตัวรักษ์นารา เสมือนถูกกลืนกิน ถูกทำให้สิ้นสลาย ดวงตาต่างสีทั้งสองคู่เบิกกว้างขึ้นทันที เป็นเตชินท์ที่ปรับสีหน้าให้กลับมาเคร่งขรึมได้ก่อนพร้อมกับหันมาพูดประชดใส่คู่ต่อสู้ต่างธาตุในสิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้น



“เจอแบบนี้แล้วยังจะบอกว่าไม่มีสิทธิ์เรียกเด็กนั่นเป็นตัวอันตรายอยู่ไหม”



“...ก็เออน่ะสิ” เสียงที่สามดังขึ้น เสียงทุ้มลึกอันเฉื่อยชาซึ่งมาพร้อมการที่พื้นดินเริ่มสั่นไหว กลายเป็นขั้นสูงต่ำไม่เท่ากัน โดยเฉพาะตรงที่เตชินท์ยืนอยู่ มันยุบตัวลงไปเป็นหลุมที่ลึกเกือบเท่าความสูงของเขา เท่านั้นยังไม่พอ ดินก้อนใหญ่ยังพุ่งเข้ามาห่อหุ้มรอบมือของเขาประหนึ่งเป็นตรวนนักโทษก่อนจะแยกไปติดผนังหลุมทั้งสองด้านจนเขาไม่สามารถเดินพลังได้ กระบองยังคงอยู่บนหลุมในขณะที่ตัวเขาอยู่ด้านล่าง



 ผู้ใช้กสิณปฐวีคนนี้ทำให้เตชินท์สิ้นฤทธิ์และสิ้นอาวุธลงอย่างง่ายดายและด้วยเวลาที่รวดเร็วจนยากจะเชื่อ



“ตัวอย่างกับยักษ์ปักหลั่น ไม่เห็นจำเป็นต้องไปกลัวเด็กผู้หญิงตัวกะเปี้ยกแบบนั้นเลย” เจ้าของเสียงมานั่งยองๆ เหนือหลุมที่กลายมาเป็นคุกแห่งนี้ เตชินท์เหลือบมอง ก่อนจะพบเข้ากับเสื้อสีเหลืองเขียวบาดตาเป็นอย่างแรก ตามมาด้วยผมยุ่งๆ สีน้ำตาลและดวงตาสีน้ำตาลในโทนเดียวกับของฝาแฝด ม้วนยาเส้นคาอยู่กับริมฝีปากที่แสยะยิ้มกว้าง มือหนาคีบมันออกมาพลางพ่นควันด้วยมาดยียวน



“ผู้พลิกธรณี” สีหน้าของเตชินท์เหมือนจะสื่อว่าวันนี้เจอแต่คนไม่คาดคิดทั้งนั้น



“เป็นแค่ข้าราชการครูกินเงินเดือนต๊อกต๋อยแล้ว” สิงขรกล่าวแก้เนิบช้า ยันมือกับหน้าขาเพื่อลุกขึ้นยืน “รอไปเงียบๆ ตรงนั้นน่ะแหละ เดี๋ยวมันก็จบแล้ว”



ชายหนุ่มหันกลับไปด้านหลังยังหลุมที่ตื้นกว่ามาก ภาคินทร์นอนแอ้งแม้งอยู่ในนั้น ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเป็นการจงใจเอาคืนลูกศิษย์ตัวแสบในเรื่องที่แล้วมาของคนเป็นอาจารย์ สิงขรดีดม้วนยาเส้นทิ้งลงแอ่งน้ำใกล้ๆ กันก่อนจะยื่นมือไปช่วย ภาคินทร์ปฏิเสธด้วยสายตาขุ่นมัวและการยันตัวลุกขึ้นมาเองอย่างทุลักทุเล



“มาได้ไง” เด็กหนุ่มถามด้วยน้ำเสียงห้วนจัด ทว่าคนถูกถามไม่มีอารมณ์จะมาแก้ไขมารยาทให้ในตอนนี้จึงตอบไปตามตรง



“บังเอิญเจออินท์กลางทางเลยติดส้อยห้อยตามมาด้วย”



ที่ศูนย์กลางของความผิดปกติสีซีดหมอง อินทุภรณ์กำลังก้าวตรงเข้าไปหาลูกสาวอย่างช้าๆ จังหวะเดินเนิบนาบทว่ามั่นคง ทั้งที่ภาคินทร์เคยเกือบตายจากการเข้าไปอยู่ในนั้นไม่ถึงเวลาห้านับนิ้วแท้ๆ แต่ดูเหมือนว่าอินทุภรณ์จะไม่ได้รับผลกระทบจากเขตแดนนี้เลยแม้แต่น้อย



“ดูไว้ซะไอ้หนู ดูแล้วจำไว้” สิงขรกล่าวขึ้นมาท่ามกลางเสียงเลือนลั่นของท้องฟ้าเบื้องบน “เพราะแกอาจจะต้องเจอแบบนี้อีกหลายครั้งเลยแหละ”

 





อินทุภรณ์ย่อตัวลงมาคุกเข่าพร้อมเอื้อมมือไปประคองแก้มของลูกสาวไว้



“นารา” เธอเรียก ส่งผลให้เด็กสาวสะดุ้งเล็กน้อยเหมือนเพิ่งจะได้สติก่อนจะช้อนดวงตากลมโตที่รื้นไปด้วยหยดน้ำตาขึ้นมองทั้งที่ยังกอดพิมายไว้แน่นไม่ยอมปล่อย



“...แม่” รักษ์นารากวาดตามองไปรอบๆ อย่างเชื่องช้า ยิ่งเห็นมากเท่าไรหยดน้ำตาก็กลั้นตัวมากขึ้นเท่านั้น คำพูดพรั่งพรู น้ำเสียงสั่นเครือเต็มไปด้วยความรู้สึกผิด “ไม่...มันเกิดขึ้นอีกแล้ว หนูไม่ได้ตั้งใจ หนูไม่ได้อยากให้มันเป็นแบบนี้ แต่ทุกคนกำลังจะตาย มายกำลังจะตายและหนูไม่อยากให้มันเป็นแบบนั้น หนูขอโทษ หนู...”



“แม่รู้จ้ะ” อินทุภรณ์ค่อยๆ แกะแขนของรักษ์นาราออกจากพิมายอย่างช้าๆ เธอดึงตัวลูกสาวเข้ามาในอ้อมกอด ก้มลงไปแนบแก้มเข้ากับกลุ่มผมสีน้ำตาลพลางลูบหลังและไหล่ไปมา “แต่ไม่เป็นไรแล้ว ทุกคนไม่เป็นไร”



อินทุภรณ์เน้นย้ำ รักษ์นาราเริ่มต้นที่จะสะอื้น และตอนนั้นเองที่เขตแดนสีซีดหมองหายไป ต้นไม้ยังคงแห้งตายและซากร่างของสัตว์ทั้งหลายยังคงเดิม ทว่าบรรยากาศหนักอึ้งและน่าพรั่นพรึงสลายตัวไปจนหมดสิ้นแล้ว ฝนเริ่มปรอยลงมาอีกครั้งเป็นรอบที่สองของวัน



“หนูควบคุมมันไม่ได้...มันจะกลายเป็นแบบนั้นอีกใช่ไหม...” รักษ์นาราสะอื้นกับอกแม่ อินทุภรณ์ส่ายหน้าปฏิเสธให้กับคำพูดนั้น



“ไม่ นาราของแม่ มันจะไม่เกิดขึ้นเด็ดขาด แม่ให้สัญญาไว้แล้วจำได้ไหม แม่จะไม่ยอมให้หนูต้องเผชิญกับเรื่องแบบนั้นอีก” กลิ่นหอมเอียนโชยมา น้ำหวานและควันไม้ ทำให้ดวงตาที่ชุ่มด้วยหยาดน้ำตาของเด็กสาวเริ่มปรือลง ความรู้สึกง่วงงุนเข้าโจมตี ยิ่งตอนที่อินทุภรณ์เลื่อนมือมาลูบศีรษะให้กลิ่นเหล่านี้ก็ยิ่งโชยชัด



และรักษ์นารารู้ได้ในทันทีว่ามันเป็นกลิ่นยานอนหลับ                                                                  

                                                                                                                                                         

“แม่...”



“ว่าไงจ๊ะ?



“...ขอบคุณค่ะ” 



หลังจากนั้นรักษ์นาราก็ผลอยหลับไป อินทุภรณ์จึงช้อนอุ้มร่างของลูกสาวแนบอกแล้วลุกขึ้นยืน เธอตรงมาทางสิงขร กระซิบสั้นง่ายก่อนจะเดินผ่านเลยไปทันที



“ฝากด้วยนะ”



ทว่าคนฟังกลับพยักหน้ารับเสมือนเข้าใจเป็นอย่างดี สิงขรเริ่มต้นบิดขี้เกียจไปมา ภาคินทร์ขมวดคิ้วไม่เข้าใจ ทว่าเมื่อคนเป็นครูเหยียดฝ่ามือทั้งสองข้างออกไปเบื้องหน้า พื้นดินก็เริ่มสั่นไหวอีกครั้งโดยเฉพาะบริเวณที่ไม้ประดู่แดงตั้งอยู่ และทันทีที่ฝ่ามือกำเข้าหากัน



วูบ!!



ไม้ใหญ่ก็โค่นล้ม ถูกธรณีสูบกลืนหายไปคล้ายไม่เคยตั้งอยู่ตรงนั้นมาก่อนด้วยซ้ำ ชายหนุ่มทำแบบเดียวกันนี้กับซากสัตว์ทั้งหลาย ใช้กสิณปฐวีเพื่อช่วยฝั่งร่างแห้งกรังเหล่านั้นลงในความลึกที่เกินกว่าใครจะขุดมันกลับขึ้นมาได้ สิ่งที่เหลืออยู่จึงมีแค่คราบเขม่าควันจากกสิณของเตชินท์ และแอ่งน้ำนองด้วยฝีมือภาคินทร์เท่านั้น แน่นอนว่าสภาพรอบด้านยังคงเละเทะเหมือนผ่านสนามรบมา แต่ก็เป็นแค่สนามรบทั่วไป ไม่ใช่แดนรกร้างที่ถูกความตายกลืนกินเหมือนเมื่อครู่



ในจังหวะนั้นเองที่ชายร่างท้วมวัยกลางคนเดินเข้ามา ภาคินทร์จำได้ลางเลาว่าชายคนนี้เป็นลูกค้าของร้านนอกรั้ววัง คนที่ชวนรักษ์นาราเล่นสกาด้วยบ่อยๆ ร่างท้วมลงพุงเดินเข้ามาจับเจ้าฝาแฝดขึ้นพาดบ่าคนละข้าง เขาขยับตัวไปมา ปรับตำแหน่งสัมภาระทั้งสองให้เข้าที่ก่อนจะก้าวฉับๆ เดินตัวปลิวตามอินทุภรณ์ไปอย่างไม่สะทกสะท้านต่อน้ำหนักที่แบกแม้แต่น้อย สิงขรที่จัดฉากเสร็จแล้วก็เดินไปอุ้มพิมายขึ้นมาแนบอกเช่นกัน



“เดี๋ยว” ภาคินทร์เรียกรั้ง ชี้ไปทางหลุมลึกซึ่งเป็นที่คุมขังว่าที่ผู้นำสกุลวัชริศ “แล้วเจ้านั่นละ จะทำยังไง”



เตชินท์รู้เห็นมากเกินไป ต่อให้ไม่เข้าใจก็ใช่ว่าจะไม่สามารถหาคำตอบได้ ยิ่งเมื่อรวมเข้ากับนิสัยเถรตรงทำตามคำสั่งอย่างเคร่งครัด มันก็เป็นไปได้มากที่เขาจะไปรายงานของนี้ให้กับผู้เป็นแม่หรือผู้นำสกุลวัชริศคนปัจจุบันได้รับรู้



“ฆ่าปิดปากเลยดีไหม” สิงขรเสนอ ฟังแวบเดียวก็รู้ว่ากำลังประชด อินทุภรณ์ตวัดดวงตาสีเงินยวงไปทางคนพูดอย่างไม่พอใจนัก แต่ก่อนที่จะได้สั่งคำใด



ตูม!!!



เสาเพลิงก็ระเบิดขึ้นมาจากหลุมพร้อมกับการที่ร่างของเตชินท์กระโจนออกมายืนอยู่บนพื้นเบื้องบนได้ในที่สุด เด็กหนุ่มปัดฝุ่นที่ติดอยู่ตรงไหล่สองสามครั้งก่อนจะก้มลงหยิบอาวุธประจำกายขึ้นมา



“โอ้ ดูเหมือนว่าบางคนแถวนี้จะเป็นอัจฉริยะของจริงแฮะ เดินกสิณโดยไม่ต้องออกท่าก็ได้ด้วย” เป็นสิงขรอีกเช่นเคยที่เอ่ยคำแซวออกมาด้วยน้ำเสียงยียวน ชายหนุ่มดูไม่อนาทรร้อนใจเลยแม้แต่น้อยทั้งที่นักโทษอันตรายซึ่งรู้ความลับที่อันตรายยิ่งกว่าเพิ่งจะหลุดออกมาโดยที่ยังไม่สามารถตกลงหาทางรับมือกันได้



ภาคินทร์ซึ่งเป็นคนเดียวที่มือยังว่างจึงรีบตั้งท่าเตรียมสู้ทันทีโดยไม่สนใจต่อถ้อยคำของสิงขรที่กระทบเขาเช่นกัน การที่จะควบคุมสรรพธาตุได้อย่างมีประสิทธิ์นั้นจำเป็นต้องอาศัยการขยับของรยางค์เพื่อช่วยในการควบคุมทิศทางกสิณ น้อยคนมากที่จะบงการดินน้ำลมไฟได้ทั้งที่ยืนเฉยๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในคนที่อายุน้อยขนาดนี้



แม้จะถูกเรียกเป็นอัจฉริยะเหมือนกันทว่าภาคินทร์ทำเช่นนี้ไม่ได้ เพราะไร้คำจะโต้แย้งเด็กหนุ่มจึงเลือกที่จะไม่ต่อความแล้วเพ่งสมาธิไปเบื้องหน้าแทน ทว่า...



“ช้าก่อน...” เสียงจากอินทุภรณ์หยุดยั้งภาคินทร์จากการลงมือไว้ ดวงตาสีเงินยวงมองจ้องไปยังร่างของเด็กหนุ่มที่เพิ่งเป็นอิสระอย่างพิจารณา ส่งผลให้ดวงตาสีถ่านคุไฟเองจ้องตอบอย่างไม่หลบเลี่ยงเช่นกัน อึดใจถัดมาร่างเพรียวระหงก็กระชับร่างของบุตรสาวแนบอกแล้วออกเดินต่อทันทีอย่างไม่แยแส “เราจะกลับกันแล้ว ไม่มีประโยชน์ที่จะสู้อีกต่อไป”



ไม่มีคำแย้ง ไม่มีแม้แต่คำถาม ชายร่างท้วมแบกสองแฝดตามไปติดๆ เช่นเดียวกับสิงขร ภาคินทร์จดๆ จ้องๆ อยู่อีกสักพักก่อนจะตัดใจเดินตามไปได้ แม้จะรู้สึกเหมือนควรจะลงมือทำอะไรสักอย่างเพื่อห้ามไม่ให้เตชินท์เอาเรื่องในวันนี้ไปบอกคนอื่นแต่ก็ไม่รู้อยู่ดีว่าควรจะทำเช่นไร



เตชินท์ไม่มีทางสนคำอ้อนวอนและภาคินทร์ก็ทระนงเกินกว่าจะก้มหัวให้ใครได้ แต่จะให้ฆ่าปิดปากเหมือนที่สิงขรเสนอก็เป็นไปไม่ได้อีกเช่นกัน ทั้งจากฝีมือที่เหนือกว่ามากจนไม่อาจเอาชนะได้และจากเหตุผลที่ว่ามันจะกลายเป็นฉนวนให้เหล่าสกุลหลักประกาศสงครามใส่กันอีกครั้ง



ทว่าสิ่งที่ภาคินทร์ไม่มีทางรู้คือ ทันทีที่ทุกคนเดินลับหายไป คนที่ มีฝีมือเหนือกว่า ก็ทรุดตัวลงนั่งทันทีด้วยท่าทางที่แทบจะเรียกได้ว่าเป็นอาการเข่าอ่อน เหงื่อเม็ดโตไหลซึมขมับ เสียงหอบหายใจถี่ๆ ดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง เขายกขึ้นกุมลำคอราวกับกำลังตรวจให้แน่ใจว่ามันยังตั้งอยู่บนบ่าดี



แม้จะเหลือกสิณเพียงน้อยนิดจนไม่พอสู้เพราะต้องรีดเร้นพลังในการหนีจากที่คุมขังของผู้พลิกธรณี มันก็ไม่ใช่สาเหตุที่ทำให้เตชินท์มีท่าทางเหนื่อยล้าถึงเพียงนี้อยู่ดี



สิ่งที่ทำให้เขาอ่อนล้าคือจิตใจ



จิตใจที่ถูกโจมตีอย่างหนักหน่วง เพียงถูกดวงตาสีเงินกร้าวกร้านจ้องมองมาเท่านั้น เขาก็พลันรู้สึกเหมือนถูกคมดาบฟุ้งกลิ่นคาวเลือดจ่อแนบลำคออยู่ก็ไม่ปาน พาให้ร่างกายสั่นสะท้านด้วยความกลัวอย่างควบคุมไม่ได้ อีกฝ่ายเองก็เหมือนจะรู้ว่าเขาคิดเช่นไรอยู่ จึงหันหลังและเดินจากไปอย่างง่ายดาย



 คำถามคือผู้หญิงคนนั้นรู้ได้อย่างไรว่าเขาอ่อนล้าจนแทบไม่มีกสิณเหลือที่จะสู้ ซ้ำยังทำให้เขารู้สึกเหมือนถูกข่มขู่ด้วยคมอาวุธได้อย่างไรกันทั้งที่อยู่ห่างออกไปขนาดนั้น



และที่สำคัญความผิดปกติที่เกิดจากเด็กสาวตัวเล็กคนนั้นคือสิ่งใดกันแน่...

 



###########

               สนทนา : แต่งบทนี้เสร็จแทบกระอักเลือดเป็นพระเอกหนังจีน สิบหน้า เป็นฉากลองเทคที่ยาวที่สุดเท่าที่เคยแต่งมา ไม่รู้จะแบ่งตรงไหน เลยลงให้ทั้งหมดเลย lol เรื่องขุ่นแม่...เราเตือนท่านแล้วว่าอย่าคาดหวังมาก เอาไปเบๆ เป็นน้ำจิ้มแค่นี้พอ 555 เจอกันบทหน้าค่ะ 

               ปล. ช่วงนี้อากาศร้อนมาก ระวังเป็นฮีทสโตรกกันนะคะ อยากมีพลังแบบนุ้งคินทร์จริงๆ เลย ให้ตายเถอะ



  

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 44 ครั้ง

1,495 ความคิดเห็น

  1. #1170 BBBoBowww (@nuyoja) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2561 / 23:29
    ทำไมเราถึงเริ่มคิดว่าคุณแม่อาจจะอยู่ในหน่วยนั้นด้วยก็เป็นได้ #เสียงเหมือนช่วงล่าท้าผี
    #1170
    0
  2. #857 lady-zeara (@lady-fair) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2560 / 20:16
    สุดยอดทั้งนั้น ชอบฉากที่ครูสิงอุ้มมาย มโนเอาเองละ5555
    #857
    0
  3. #693 Mizza (@wawy111) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2560 / 06:19
    ลุ้นกะบทนี้มาก เลิศทั้งบ้าน
    #693
    0
  4. #561 sydneylove (@sydneylove) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2560 / 22:18
    โฮกกกก สุดยอดมากทั้งคุณแม่และคุณลูก
    #561
    0
  5. #370 sosib (@sosib) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 29 เมษายน 2560 / 16:28
    แงงงงงงงรักกกกกกกกษ์เศร้าง่าแต่ก็แอบทึ่งๆอยู่เหมือนกันแล้วมาลีหายไปไหนคุณแม่ก็โหดใช่ย่อยเลยปมเยอะแยะไปหมดเพราะงั้นไรท์ฟอกซ์ห้ามหายไปไหนน้าาาา
    #370
    0
  6. #368 สุดย0ด (@patinya1223) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 28 เมษายน 2560 / 21:54
    สงสารลักษณ์ลูกเอ๊ย TT มีพ่อมีแม่ไม่ทำดาละตัวเองก็ไม่ทำดาอีก ไหนจะมาลีอีก ฮือ อยากกดพาสไปอีกสองสามเดือนข้างหน้า จะได้รู้เฉลยปมต่างๆสักที
    #368
    0
  7. #366 isszz94 (@isszz94) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 27 เมษายน 2560 / 14:56
    เหนือกว่าน้องรักษ์ยังมีขุ่นแม่สกิลโหดทั้งแม่ทั้งลูกหนุ่มๆแพ้หมด
    #366
    0
  8. #365 isszz94 (@isszz94) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 27 เมษายน 2560 / 14:56
    เหนือกว่าน้องรักษ์ยังมีขุ่นแม่สกิลโหดทั้งแม่ทั้งลูกหนุ่มๆแพ้หมด
    #365
    0
  9. #364 Omioe (@onphima) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 27 เมษายน 2560 / 09:18
    สุดยอด แม่อินของรักษ์มีพลังอะไร รอออออคะ
    #364
    0
  10. #363 TheBum (@aimru) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 27 เมษายน 2560 / 07:07
    หนุกมากกกกก #ทีมคุณแม่
    #363
    0
  11. #362 -S!MPLE- (@khimmonsicha) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 26 เมษายน 2560 / 23:18
    ทั้งรักษ์ทั้งแม่ดูมีความเทพทรู
    #362
    0
  12. #361 ratpor2002 (@ratpor2002) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 26 เมษายน 2560 / 13:58
    ดีค่ะ รออยู่นะคะ เป็นกำลังใจค่ะ
    #361
    0
  13. #360 ATIPP (@122792) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 26 เมษายน 2560 / 06:25
    อย่างนี้หรือเปล่าที่เขาเรียกกันว่า... "ขุ่นแม่ก็คือขุ่นแม่" ๕๕๕๕๕
    #360
    0
  14. #359 Mazato Yume (@sleeplezzrr) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 26 เมษายน 2560 / 03:23
    อยู่ๆก็นึกสงสัยว่าเอ๊ะ น้าอินทร์ใช่คุณพ่อยักษ์รึเปล่า เพราะนางเก่งเกิ๊นนนนน แต่ไม่ใช่หรอก555555555555555
    ดูแล้วไม่น่าใช่แค่คุณพ่อที่ลึกลับนะคุณแม่ก็เช่นกันนนนน ดูเก่งกว่าจะเป็นนางในวัง หรือจะเป็นราชวงศ์!? เรื่องเป็นไงมาไงเนี่ย คนรอบตัวหนูรักษ์น่าสนใจเกินไปแล้ว
    นิยายไรท์สนุกทุกเรื่องเลย ตามมาตั้งแต่คุณมังกรไม่ผิดหวังเลยสักเรื่อง5555555 สู้ๆนะคะไรท์
    #359
    0
  15. #358 prachanan7852 (@prachanan7852) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 26 เมษายน 2560 / 03:15
    รักษ์นาราโชว์เทพ เทพสุดๆ คุณแม่ก็ดุใช่เล่นเลย ชอบมากกก
    #358
    0
  16. #357 =>black projecter (@aceofheart) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 26 เมษายน 2560 / 02:06
    เป็นผู้ควบคุมพลังชีวิตรึเปล่า ดูจากที่เกิดขึ้น
    #357
    0
  17. #356 Empty_Mind (@mrsuchart1970) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 25 เมษายน 2560 / 22:48
    เตชินท์ไม่มีทางสนคำอ้อนวอน...มันจะกลายเป็น(ฉนวน >> ชนวน)
    ให้เหล่าสกุลหลักประกาศสงคราม.....
    #356
    0
  18. #355 eve.. (@evesoshy) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 25 เมษายน 2560 / 22:05
    โอ้ยยสนุกมากเลยค้าาาาฮือออพี่เต
    #355
    0
  19. #354 nass_san (@nass) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 25 เมษายน 2560 / 21:42
    โฮกกกกกกก ขุ่นแม่นี่ ขุ่นแม่จริมๆ ฉากสู้มันมากค่ะ แต่คำผิดเยอะไปหน่อย แต่เข้าใจค่ะ ว่ารีบปั่น อาจจะตรวจทานแล้วตกหล่นบ้าง ไว้ไปอ่านทวนอีกรอบเนอะ 5555555

    เราแอบเห็นความฟินสองจุด ตอนแรกคือ ที่ลุงสิงมาบอกให้นุ้งคินทร์ดูเอาไว้ เพราะจะเจออีกหลายครั้ง อยากจะแก้ตรงนี้ว่า "แกจะเจอต่อไปอีกทั้งชีวิตเลยล่ะ" 5555555555 #อวยไปอีกกกก

    และอีกที่คือ ลุงสิงอุ้มมายยยยยยยยย กรีดร้องงงงงงง หลังจากหายไปนาน กลับมาก็กินเต้าหู้เด็กเลยอ่อ!!! 5555555555 #ยื่นตังค่าประกันตัวข้อหาพรากผู้เยาว์ให้ #พิสิงจงเจริญ 55555555

    ขออภัย เม้นนี้ย้าวยาว แต่รอมาก พอเห็นลงปุ๊บ กดอ่านเลย 55555555555

    ปล. พี่เตเป็นคนโฉดๆ แต่เดี๋ยวคงเฉลยปมชิมิ รู้สึกว่านางไม่ได้เลวร้ายอะไรมากขนาดนั้นอ่ะ ถ้าไม่นับความเด็ดขาดและหยิ่งของนาง 55555555
    #354
    2
    • #354-1 ฟ็อกซ์ทร็อต (@foxx-tron) (จากตอนที่ 35)
      25 เมษายน 2560 / 22:20
      คำผิดเยอะจริงค่ะ ขอน้อมรับความผิด ขอบพระคุณที่แก้ให้ อิอิ
      และแล้วตอนนี้ เรือเตมายก็โดนยิงปืนใส่ในขณะที่เรือพิสิงแล่นฉิว 55555
      ใครอยากเปลี่ยนเรือเชิญทางนี้ ตอนนี้ยังทัน ไปไกลกว่านี้หาทางกลับฝั่งไม่ได้นะขอบอก
      #354-1
  20. #353 Pysfii (@pychat) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 25 เมษายน 2560 / 21:42
    ชอบมากกก อยากอ่านต่อแล้ววว ช่วงนี้อัพบ่อยดีจังอัพอีกเรื่อยๆนะคะ55555
    #353
    0
  21. #352 bookkota (@moonrabbit) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 25 เมษายน 2560 / 21:38
    โอ๊ยยย นุ้งฟ็อกซ์ ถ้าหนูจะสปอยความลับกันแบบเน้นะ!!!
    ปล่อยกสิณมาใส่เค้าเลยมาาาา โอ๊ยอยากรู้กว่าเดิมอี๊กก ทั้งของของหนูรักษ์ทั้งของคุณแม่ แงงงง ล่องห้ายยยย อยากอ่านต่ออออ
    #352
    2
    • #352-1 bookkota (@moonrabbit) (จากตอนที่ 35)
      25 เมษายน 2560 / 21:43
      โอ๊ยอ่านเพลิน หลังจากกลับไปอ่านตอนท้ายๆอีกรอบ เดี๋ยวนะ หนูมายลูกก หนูต้องฟื้นตอนนี้นะคะ ครูสิงอุ้มหนูด้วยนะคะ ดูใจแฮปปี้ ส่วนพี่เตไว้ให้โตกว่านี้ก่อนแล้วกันเนอะ 5555
      #352-1
    • #352-2 ฟ็อกซ์ทร็อต (@foxx-tron) (จากตอนที่ 35)
      25 เมษายน 2560 / 22:17
      หนูมายกัดหมอนขาดกระจุยแล้ว เสียดายโมเม้นท์ 5555 นี่คนสังเกตด้วยแฮะ นึกว่าจะมัวแต่ตะลึงกะหนูรักษ์ไม่ก็ขุ่นแม่อยู่ซะอีก 5555
      #352-2
  22. #351 MoeLLe (@pianista) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 25 เมษายน 2560 / 21:37
    ชอบขุ่นแม่ เป็นกำลังให้ขุ่นแม่ค่ะ 555
    #351
    0