ตอนที่ 32 : ตอนที่ ๒๗ บาปของวิรุณ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1725
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 37 ครั้ง
    15 เม.ย. 60


ตอนที่ ๒๗ บาปของวิรุณ






วิรุณกำลังนั่งอ่านรายละเอียดของใบอนุญาตขอไปทัศนศึกษาอย่างถี่ถ้วน



และที่ว่าถี่ถ้วนนี่คือถี่ถ้วนจริงๆ เพราะแม้จะผ่านไปนานเกือบห้าบาท ผู้นำสกุลหลักแห่งอาโปก็ยังไม่ยอมจรดลายมือชื่อลงไปเสียที



ฉันแค่จะเอาลูกนายไปเที่ยวนะเว้ย ไม่ใช่หนังสือสัญญาทาส ไม่ต้องระแวงขนาดนั้นก็ได้มั้งสิงขรที่อดรนทนไม่ไหวจึงประชดเข้าให้ ทว่าดวงตาสีวังน้ำวนเหมือนของลูกๆ กลับทำเพียงปรายไปยังร่างบางของหญิงสาวหนึ่งเดียวในที่นี่โดยไม่นำพาต่อท่าทางหงุดหงิดของอดีตปัญจราชศาสตราธาตุดิน



เธอยอมให้รักษ์นาราไปด้วยงั้นหรืออินท์



ก็ไม่มีเหตุผลอะไรให้ห้ามนี่อินทุภรณ์ยักไหล่



ราชวังส่วนหน้า หอเกียรติยศ ห้องเก็บพระบรมโกศและปิดท้ายด้วยมหาพฤกษากัลปพฤกษ์วิรุณไล่อ่านกำหนดการให้ฟังด้วยสีหน้าที่ติดจะเคร่งเครียด หนวดดกหน้าเหนือริมฝีปากยิ่งเสริมให้ท่าทางของเขาจริงจังขึ้นอีกหลายเท่ามีแต่ที่ๆ ไม่ควรไปทั้งนั้น รักษ์นาราเหมือนพ่อแค่ไหนก็รู้กันอยู่ ถ้ามีคนจำได้หรือเอะใจขึ้นมา



แล้วยังไงละ จะมีสักกี่คนกันที่มองหน้าเด็กสาวอายุหกพันวันแล้วคิดว่า โอ้ หน้าตาเธอเหมือนกบฏของแผ่นดินจริงๆ รีบไปแจ้งทางการให้มาสอบสวนดีกว่าอินทุภรณ์แทรก น้ำเสียงประชดประชันยิ่งกว่าสิงขรเมื่อครู่หลายเท่าคนที่เคยเห็นหน้าเขาตายกันไปหมดแล้ว เหลือแค่พวกเราเท่านั้น เพราะฉะนั้นไม่ต้องห่วงหรอก จะไม่มีใครเอะใจทั้งนั้น



แค่เกือบต่างหากไม่รู้ว่าวิรุณไม่เห็นจริงๆ หรือจงใจมองเมินกันแน่จึงได้รุกไล่อินทุภรณ์ต่ออย่างไม่ยอมลดลาวาศอกถึงเพียงนี้ยังมีมหาดเล็กและนางในรุ่นเก่าอีกตั้งหลายคนที่ยังทำงานอยู่ที่นั่น เราเสี่ยงให้ตัวตนที่แท้จริงของรักษ์นาราถูกเปิดเผยก่อนเวลาไม่ได้



พูดเอาแต่ได้อยู่นั่นแหละ อินท์เขาบอกสักคำแล้วเหรอว่าจะยอมให้หนูรักษ์เป็นหมากเบี้ยให้น่ะสิงขรเริ่มโวยวายเมื่อวิรุณเอาแต่เบี่ยงประเด็นจากเรื่องของภาคินทร์และสร้างความหนักใจให้อินทุภรณ์ไม่เลิก



รักษ์นาราไม่ใช่แค่เบี้ยและจะไม่มีวันเป็นแค่นั้นวิรุณโต้ด้วยท่าทีสุขุมเหมือนเคยเธอเป็นตัวขุนซึ่งจะชี้ชะตาหมากกระดานนี้ คนที่จะทวงความยุติธรรมให้พวกพ้องของเรา



สิงขรสบถลั่นเมื่อได้ยินคำนั้นนายเองไม่ใช่หรือไงที่ไล่ล่าพวกพ้องตามคำสั่งของผู้ชายคนนั้นเหมือนบ้าหมาจนทำให้อินท์ต้องหนีไปแคว้นอื่น!!



“สิง...” อดีตสาวชาววังเอ่ยปราม ทว่าไม่เป็นผล เพราะคนที่เธอไม่ได้เรียกชื่อต่างหากที่สาดน้ำมันเข้ากองเพลิงจนทำให้การทะเลาะเบาะแว้งนี้ไม่มีทีท่าจะจบลงง่ายๆ



“ฉันทำในสิ่งที่ทหารทุกคนควรจะทำ”



“อ่อใช่ เชื่อฟังคำสั่งผู้นำจิตวิปลาสมากกว่าคำพูดคนที่โตมาด้วยกัน! เชื่อดาบเปื้อนเลือดมากกว่าเชื่อใจเพื่อนที่ตายแทนกันได้!” คำพูดว่าเจ็บแสบแล้ว ทว่าสายตาของสิงขรนั่นทิ่มแทงยิ่งกว่า “สมกับเป็นทหารจริงๆ น่ะแหละ ทั้งโง่แล้วก็เลือดเย็นสมกับเป็นนายจริงๆ”



“ดาบคู่กายราพณาสูรปักอยู่คาพระอุระเจ้าหลวงกวินทรา ทหารยามนับสิบต่างก็ให้การตรงกันว่า...”



“แล้วทำไมไม่คิดบ้างว่าเจ้าของดาบกำลังถูกใส่ความ!!” สิงขรคำรามลั่น กลบคำอธิบายที่เขามองว่าเหมือนคำแก้ตัวมากกว่าของวิรุณจนสิ้น



ทั้งพยานวัตถุและพยานบุคคลล้วนเป็นแค่กลลวงที่ผู้ชายคนนั้นสร้างขึ้น แน่นอนว่ามันแนบเนียนและสมเหตุสมผลยิ่งนัก แม้สิงขรเข้าใจถึงจุดนั้น เขาก็ยังไม่พร้อมทำใจยอมรับในความเถรตรงของอดีตเพื่อนร่วมรบได้อยู่ดี เพราะวิรุณ ชลัชพงษ์คนนี้นี่แหละที่สำเร็จโทษทหารในหน่วยรากษสเกือบครึ่งด้วยมือของเขาเอง ซ้ำยังไล่ล่าราพณาสูรอย่างเอาเป็นเอาตายตามคำบัญชาของคนๆ นั้น จนทำให้อินทุภรณ์ต้องหนีไปจากนิวาริน



“คนที่ไม่ได้เป็นปัญจราชศาสตราแล้วอย่างนายก็พูดได้สิ” เป็นครั้งแรกที่วิรุณไม่ได้โต้ด้วยเหตุผล น้ำเสียงของเขายังคงกระด้างและนิ่งเรียบประหนึ่งท่องอาขยาน ทว่าเนื้อความนั้นแสดงความตัดพ้อเสียดสีอย่างชัดเจน “วิ่งหนีไปเป็นคนแรก ผลักภาระทั้งหมดให้สิรามลแบกรับแทน ในสถานการณ์นั้นถ้าไม่ทำตามคำสั่งถือเป็นกบฏอีกคน เราทั้งหมดล้วนมีภาระหน้าที่ มีสิ่งสำคัญให้ต้องปกป้อง ไม่ใช่นึกอยากเดินหนีจากทุกอย่างก็ทำได้เหมือนที่นายทำ”



“ฉันไม่ได้หนี!!” สิงขรทุบราวระเบียงไม้ที่ตนยืนพิงอยู่พลางแย้งเสียงดังอย่างใส่อารมณ์ “ฉันออกจากตำแหน่งก่อนหน้านั้นตั้งนานแล้วและนายก็แค่กลัวเท่านั้น เพราะเขาเชือดไก่อย่างธีรัชให้ดู พวกนายก็เลยไม่กล้าลุกยืนเพื่อความถูกต้อง!!”



“...ใครว่าพวกเราไม่เคยพยายาม” วิรุณกล่าวโดยไม่มองหน้าใครทั้งนั้น ผู้นำสกุลชลัชพงษ์ก้มหน้าก้มตาจรดชื่อของตนลงในใบขออนุญาตทัศนศึกษาของลูกชายคนโต ทั้งที่ก่อนหน้านี้เอาแต่อิดออดมาโดยตลอด



“พูดแบบนั้นหมายความว่ายังไงกัน” สิงขรขยับตัว เช่นเดียวกับอินทุภรณ์ที่เดินเข้ามาใกล้เพราะรู้สึกได้ว่าบรรยากาศชักจะคุกรุ่นขึ้นไปทุกที



“คิดว่าภาสกรจะพลาดท่าให้กับทหารจากแคว้นเล็กๆ อย่างมุทรางั้นเหรอ แล้วไม่บังเอิญไปหน่อยหรือไงที่สิรามลตายตามไปติดๆ แบบนั้น ถ้าใส่ใจสักหน่อยก็น่าจะคิดได้แท้ๆ” วิรุณกล่าวเรียบง่ายพลางปรายต่อมองไปยังอดีตปัญจราชศาสตราธาตุดิน สายตาสื่อแทนความนัยว่าเพราะสิงขรยกตำแหน่งให้น้องสาวเพื่อพลักภาระ สิรามลจึงต้องตาย แล้วยังเป็นความตายที่คนเป็นพี่ไม่ได้เอะใจแม้แต่น้อยว่ามีเบื้องลึกเบื้องหลังซ่อนอยู่



“ฉันเบื่อจะฟังนายแก้ตัวเต็มทีแล้ว!” สิงขรสืบเท้าเข้ามาอย่างรวดเร็ว เสียงตึงตังยามลงส้นเท้าบ่งบอกอารมณ์ของเขาได้เป็นอย่างดี เขาเอื้อมมือหมายจะกระชากคอเสื้อวิรุณ ส่วนมืออีกข้างก็กำแน่นเตรียมปล่อยหมัดได้ทุกเวลา ถ้าไม่ใช่เพราะว่า



หมับ!



“พอได้แล้ว ทั้งคู่เลย” อินทุภรณ์ห้ามเสียงเย็น ดวงตาสีเงินกร้าวตวัดมองซ้ายทีขวาทีอย่างระอา มือข้างหนึ่งของหญิงสาวกำข้อมือสิงขรไว้เพื่อห้ามปราม ส่วนอีกมือก็วางลงเหนือหัวไม้เท้าของวิรุณเพื่อกันไม่ให้เขาชักดาบออกมา



สิงขรสะบัดออกจากการเกาะกุมเป็นคนแรก เขาดึงใบขออนุญาตจากมือวิรุณมาแบบกระชาก ยัดมันลงกระเป๋าเสื้ออย่างไม่กลัวยับย่นแล้วเดินลงส้นเท้าหันหลังกลับไป ทว่าตอนที่ก้าวลงบันไดเรือนไปได้เพียงไม่กี่ขั้นเขาก็ชะงัก เหลียวกลับมาพูดด้วยเสียงลอดไรฟัน



“บาปของนายจะไม่มีวันได้รับการให้อภัย ทั้งจากคนเป็นอย่างฉันและจากคนตายอย่าง เขา จำเอาไว้ให้ดี



สิงขรสาวเท้ายาวๆ อย่างเร่งรีบไปจากเรือน เขาไม่แม้แต่จะหันกลับมาเอ่ยคำลากับเจ้าของบ้านด้วยซ้ำ ซึ่งอินทุภรณ์ก็ทำอะไรไม่ได้มากกว่าถอนหายใจออกมาอีกครั้ง ทั้งระอาในความเอาแต่ใจเป็นเด็กๆ ของคนที่เดินหนีไปและหนักใจในความดื้อรันของคนที่ยังยืนอยู่



“ฉันไม่เคยหวังจะได้รับการให้อภัยอยู่แล้ว”



“...ฉันรู้”



“ฉันแค่อยากทำให้มันถูกต้อง” วิรุณหันมาทางอินทุภรณ์ “ถึงเวลาเปิดเผยความจริงแล้วอินท์ รักษ์นาราจำเป็นต้องรู้เรื่องพ่อ”



แม้ดวงตาสีวังน้ำวนจะจ้องมองมาอย่างกึ่งเว้าวอนอย่างที่ไม่เคยทำมาก่อน ทว่าดวงตาสีแสงจันทร์กลับไม่แสดงอารมณ์อะไรทั้งนั้น ใช้เวลาครู่ใหญ่กว่าอินทุภรณ์จะเปิดปากพูดบ้าง



“ฉันไม่ได้กลับมาที่นิวารินเพื่อให้ลูกเป็นหนึ่งในเบี้ยหมากของเกมนี้หรอกนะและไม่ได้สนใจความรู้สึกผิดของเธอด้วย จะคำอ้อนวอนหรือเสียงกรีดร้องก็ไม่มีผลกับฉันทั้งนั้น เหตุผลเดียวที่ฉันกลับมาเหยียดแผ่นดินนี้อีกครั้งเพราะมันคือคำขอร้องก่อนตายของ เขา ฉันไม่ได้เกลียดเธอหรอกนะวิรุณ แต่ในขณะก็ให้ความรวมมือกับเธอไม่ได้เหมือนกัน ฉะนั้นกลับไปซะเถอะ ไม่ว่าเธอจะถามอีกสักกี่ครั้งคำตอบของฉันก็ยังคงเดิม รักษ์นาราจะไม่มีวันได้รู้เรื่องของพ่อเด็ดขาด”

 










                รักษ์นาราเดินเร็วมากจนเกือบจะเรียกได้ว่าวิ่ง



                ภาคินทร์ตามทันในที่สุดและรั้งแขนเล็กไว้ที่กำแพงด้านนอกของวัด เขาหมุนเธอให้หันกลับมาเผชิญหน้าด้วยเพราะยังไม่เข้าใจทุกอย่างดีนัก ทว่าทุกความสงสัยกลับเลือนหายและถูกแทนที่ด้วยความตกใจอย่างรวดเร็ว เมื่อค้นพบว่าหยาดน้ำใสๆ กำลังคลอหน่วงอยู่ในดวงตาคู่โต ท้องฟ้าด้านบนเองก็เริ่มมืดครึ้มขึ้นมาทันใด



                “เราพลาด” รักษ์นารากล่าวด้วยเสียงสั่นเครือ เช่นเคยที่ภาคินทร์ยังไม่เข้าใจ แต่ที่แน่ๆ คือการเงียบใส่ซึ่งเป็นนิสัยประจำของเขาไม่ใช่สิ่งที่ควรทำในเวลานี้ เด็กหนุ่มคาดเดาเอาว่ารักษ์นารากำลังพูดถึงเรื่องที่การตามหาพ่อมาถึงทางตันและกระทั่งธีรัชก็ไม่อาจให้คำตอบที่เธอต้องการได้



                “ฉันจะให้วินทร์ไปลองถามเพิ่ม บางทีเขาอาจจะยอมใจอ่อนเล่าอะไรให้ฟังมากกว่านี้ แล้วก็...”



                “เขารู้จักแม่” เสียงเล็กเอ่ยแทรก อธิบายรัวเร็วจนฟังคล้ายกำลังระบายความอัดอั้นมากกว่าจะเพื่อให้คู่สนทนาได้เข้าใจ “เขารู้จักครูสิง พวกเขารู้จักกันหมดเลย เราว่าแล้วว่ามันแปลกๆ เขาดูไม่ตกใจเลยสักนิดตอนเราบอกว่าเป็นลูกของราพณาสูร แถมยังไม่ถามสักคำว่าแม่เราคือใคร ถ้าเขารู้จักราพณาสูรแค่ผิวเผินเหมือนที่เล่าจริงๆ คงรีบถามเรื่องของเราไปแล้ว เขารู้ทุกอย่างแต่แกล้งทำเป็นไม่รู้มาตลอด และเราก็ดันตอบตกลงไปโดยไม่คิด ทุกอย่างสูญเปล่าหมดแล้ว เขาจะเอาเรื่องในวันนี้ไปบอกแม่ แล้วแม่ก็จะ...แม่...”



หลังจากนั้นหยดน้ำตาก็ร่วงลงมาเป็นทาง ในหัวใจของภาคินทร์เหมือนมีบางอย่างหล่นหายตามหยาดน้ำใสๆ เหล่านั้นไปด้วย พาให้ในอกปวดหนึบอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ยิ่งการที่ท้องฟ้าถูกระบายด้วยสีเทาอันน่าอึดอัดยิ่งพาให้บรรยากาศดูหม่นเศร้าขึ้นอีกหลายเท่าตัว



และเพราะเด็กหนุ่มไม่ยอมปล่อยมือเสียที รักษ์นาราจึงไม่เหลือทางเลือกมากนักนอกจากเบือนหน้าหนีและพูดกลบเกลื่อนทั้งที่พยายามกลั้นเสียงสะอื้นไปด้วย



“เราขอโทษ เรา...เรา...ฮึก...”



ภาคินทร์ไม่เคยต้องปลอบใจใครมาก่อน เขาไม่เคยมีเพื่อนและชวินทร์เองก็ไม่เคยร้องไห้ อาจมีบ้างที่หลบไปนั่งเศร้าและทั้งหมดที่เขาต้องทำคือรอเวลาให้น้องกลับมาอารมณ์ดีอีกครั้งโดยไม่จำเป็นต้องไปเซ้าซี้แต่อย่างใด



ความเงียบงันคือการปลอมประโลมที่ดีที่สุดสำหรับเขาและน้องชาย ทว่าคงไม่ใช่กับเด็กสาวที่กำลังโศกเศร้าจนต้องหลั่งน้ำตาเช่นรักษ์นารา เพราะแบบนั้นเขาจึงทำตัวไม่ถูก ได้แต่ยืนเก้ๆ กังๆ ประดุจคนโง่งมที่ไร้โยชน์ เด็กหนุ่มถามตนเองซ้ำไปมาว่ามีวิธีใดบ้างที่จะช่วยหยุดยั้งความเศร้านี้ได้ และก่อนที่สมองจะได้คำตอบ หัวใจของเขาก็สั่งให้ร่างกายลงมือทำไปเสียแล้ว



 ภาคินทร์ดึงร่างที่สูงเพียงอกเข้ามาในอ้อมกอด มือข้างหนึ่งกดศีรษะอย่างแผ่วเบา แนบใบหน้าให้ชิดกับเสื้อเพื่อช่วยซับน้ำตา ส่วนมืออีกข้างเพียงทิ้งลงข้างลำตัว ไม่ได้เกาะเกี่ยวหรือแตะต้องส่วนอื่นของร่างกายเด็กสาวด้วยรู้ดีว่ามันไม่เหมาะสม สัมผัสเพียงเท่านี้น่าจะเพียงพอแก่การปลอมประโลมแล้ว แม้ว่าลึกลงไปในใจจะบอกว่าควรต้องทำมากกว่านี้ก็ตาม



“ภาคินทร์...” รักษ์นารากระซิบเรียกอย่างฉงน แก้มและจมูกที่ก่อนหน้านี้แค่ขึ้นสีระเรือเพราะการร้องไห้ เริ่มที่จะกลายเป็นสีแดงเข้มเพราะความเขินอายไปเสียแล้ว



“ถ้าเธอไม่อยากให้มองฉันก็จะไม่มอง” เจ้าของนามกระซิบตอบ ฝ่ามือขยับลูบศีรษะที่ปกคลุมด้วยเส้นผมสีน้ำตาลไปมาอย่างแผ่วเบา “แต่อย่าหลบไปร้องไห้คนเดียวเลยนะ อย่าเก็บทุกอย่างไว้คนเดียวเหมือนที่แล้วมาเลย”



ด้วยถ้อยคำอันเรียบง่ายและตรงไปตรงมาของภาคินทร์ ความอดทนของรักษ์นาราก็พังทลายลง



เธอไม่ได้ปล่อยโฮหรือกรีดร้องอย่างที่เขาคาดไว้ เธอแค่ปล่อยให้น้ำตาไหลต่อไปและเอนพิงเขาไว้อย่างนั้น ฝนเริ่มลงเม็ดปรอยๆ แล้วเช่นกัน ดวงตาสีวังน้ำวนเหลือบมองเบื้องบน มือข้างที่ว่างกำแน่นก่อนจะเหยียดออกอย่างรวดเร็ว ภาคินทร์ใช้กสิณบังคับให้หยาดน้ำฝนรอบๆ ตัวทั้งคู่ก็ลอยนิ่งอยู่กลางอากาศ ผลคือแม้พื้นดินจะเริ่มชื้นแฉะ แต่ทั้งภาคินทร์และรักษ์นารากลับไม่เปียกเลยแม้แต่น้อย



 ภาคินทร์คิดอยู่เสมอว่าผู้หญิงเป็นเพศที่เปราะบางจนค่อนไปทางน่ารำคาญ เอะอะก็ร้องไห้ เอะอะก็โวยวาย ชอบคิดอะไรซับซ้อนและชอบทำให้เรื่องมันยุ่งยาก ทว่าแม้จะได้เห็นน้ำของรักษ์นารา เขากลับไม่รู้สึกรำคาญแม้แต่น้อย



ถ้าจะมีความรู้สึกใดนั่นคงเป็นเพียงความหนักใจและความรู้สึกเงอะงะทำตัวไม่ถูก อีกอย่างเขาไม่คิดว่ารักษ์นาราจะร้องไห้ง่ายๆ ด้วยเหตุผลแค่ว่าธีรัชไม่สามารถให้คำตอบเรื่องพ่อได้ เด็กสาวไม่ใช่คนประเภทที่จะกระทืบเท้าเร่าๆ เมื่อไม่ได้ในสิ่งที่ต้องการ ภาคินทร์คิดว่าเธอร้องไห้เพราะรู้สึกเหมือนถูกหักหลัง



“พวกเขารู้จักกันหมด”



ธีรัช สิงขร อินทุภรณ์ เผลอๆ อาจจะรวมถึงวิรุณซึ่งเป็นพ่อของเขาด้วย



ตอนที่รักษ์นาราพูดถึง ครูสิง อดีตมหาปราชญ์ก็เข้าใจได้ทันทีว่าเธอกำลังหมายถึงอดีตปัญจราชศาสตรานามสิงขร คีรีรัตน์ ถ้าไม่ใช่เพราะทราบข่าวคราวและคอยติดตามเรื่องราวของอีกฝ่ายอยู่เสมอก็คงไม่มีทางเดาได้แน่ๆ ว่าผู้พลิกธรณีจะผันตนเองไปเป็นครูสอนวิชาประวัติศาสตร์เช่นนี้



ส่วนเรื่องพ่อของเขา ภาคินทร์คาดเดาเอาจากลางสังหรณ์ล้วนๆ



ชวินทร์ถูกขับไล่ออกจากบ้านจนต้องมาอาศัยอยู่วัด แถมยังเป็นวัดที่มีอดีตมหาปราชญ์แห่งแคว้นเป็นเจ้าอาวาสเสียด้วย ตอนแรกเขาคิดว่าคงเป็นแค่เรื่องบังเอิญ ทว่าตอนนี้เด็กหนุ่มชักไม่มั่นใจแล้วว่าบรรดาคนรุ่นพ่อกำลังวางแผนอะไรไว้กันแน่





#########

สนทนา : โอเค แบบนี้นุ้งคินทร์น่าจะพอเรียกเรตติ้งคืนมาจากพี่เตได้บ้างแล้วนะ 55555 //สาดความอ่อย เอ๊ย อ้อยไปให้หมดไร่ เหล่าแม่ยกทั้งหลายโบกธงเชียร์ได้แล้วจ้า

อย่าลืมแวะดูรูปประกอบของหนูรักษ์ที่ AI วาดให้นะคะ : ) ส่วนของคนอื่นๆ จะตามมาในเร็ววันนี้



  

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 37 ครั้ง

1,495 ความคิดเห็น

  1. #559 sydneylove (@sydneylove) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2560 / 21:25
    ติดงอมแงมเลยค่ะไรท์ อยากรู้เรื่องของรุ่นแม่ด้วย ท่าทางจะซับซ้อนไม่เบา
    #559
    0
  2. #472 กิ่งก้อย (@nine333) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2560 / 08:54
    น้ำตารำเปล่าคะ ไม่น่าใช่น้ำเฉยๆ แต่แต่งสนุกมากๆๆๆๆๆๆๆเลยค่ะ
    #472
    0
  3. #322 white_apple (@grazeir) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 17 เมษายน 2560 / 08:57
    อ่านแล้วปวดหัว เรืองนี้มันซับซ้อนเหลือเกิน ทำไม ทำไม หยุดอ่านไม่ได้ น่าติดตามสุดๆ ไปเลยค่ะ
    #322
    0
  4. #320 nass_san (@nass) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 16 เมษายน 2560 / 15:37
    นุ้งคินทร์คนอบอุ่นนนนนน ฮร๊ายยยยย ดีต่อใจจริมๆ แต่ปมรุ่นพ่อแม่นี่คือแบบ มันต้องมันแน่นอน อย่าบอกนะว่าพ่อนุ้งคินทร์เป็นคนฆ่าพ่อหนูรักษ์ เพราะมันจะดาร์กฝุดๆ เลยนะคะ

    อดใจรอตอนต่อไปไม่ไหวแล้วววว เหนืออื่นใด อย่าเพิ่งลืมพิมาย วิ่งไปตามครูสิงมาช่วยแปป 5555555
    #320
    0
  5. #319 Hiii29220 (@Hiii29220) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 15 เมษายน 2560 / 22:54
    ละมุนละไมมากเลยตอนนี้. เรื่องของพวกผู้ใหญ่ทั้งเครียดทั้งค้างคาจนทำให้เรื่องของพวกเด็กๆดูเล็กลงไปเลย(แต่ปัญหาก็คือปัญหาสำหรับเจ้าของเรื่องปัญหามันจะใหญ่เสมอ)พวกเด็กๆชีวิตในอนาคตคงไม่ค่อยราบลื่นเท่าไหร่(จากสปอยของไรท์เนื้อเรื่องมันจะอลังการรรร)ต้องจัดการปมของตัวเองซึ่งทุกคนมี ชอบที่เขียนให้ทุกคนมีเรื่องราวภูมิหลังทำให้ตัวละครมีมิติเกิดเป็นนิสัยของแต่ละคน ชอบตรงนี้มากๆโดยเฉพาะภาคินทร์ที่ดูจะส่งผลให้ชอบทะเลาะต่อยกับคนอื่น555เพราะเรื่องของชวินทร์ดูจะสมเหตุสมผลดี ทุกคนมีปมจนอยากจะเอาใจช่วยเลย มีปมกับเรื่องสังคมภายนอกหรือไม่ได้รับการยอมรับนี่มันแก้ยาก อยากเห็นว่าไรท์จะแก้ยังไง รีดขอบคุณที่เขียนมาให้อ่านแล้วก็ที่เติมเทียบศกกับปีให้ด้วยค่ะ
    ป.ล.บทนี้เม้นยาวชห.
    #319
    1
    • #319-1 ฟ็อกซ์ทร็อต (@foxx-tron) (จากตอนที่ 32)
      16 เมษายน 2560 / 09:59
      ฟ็อกซ์ชอบเม้นท์ยาวๆ ได้กำลังใจดี : ) ขอบคุณมากๆนะคะ
      ไม่อยากสปอยเพิ่มเลย แต่ปมพี่เตก็ดราม่าและน่าสงสารพอกันนะ //เรียกเรตติ้งล่วงหน้า
      #319-1
  6. #318 mummy_yaoi (@mimm5341) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 15 เมษายน 2560 / 21:49
    พระเอกเราเรียกคะแนนกลับมาด้วยท่าไม้ตาย #ละมุนนนนน
    #318
    1
    • #318-1 ฟ็อกซ์ทร็อต (@foxx-tron) (จากตอนที่ 32)
      16 เมษายน 2560 / 10:00
      อ้อยหายไปครึ่งไร่เลยทีเดียว ส่วนอีกครึ่งเก็บไว้ใช้ตอนหน้า //อุ๊ฟฟฟฟ
      #318-1
  7. #317 isszz94 (@isszz94) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 15 เมษายน 2560 / 21:30
    ตอนนี้นุ้งคินทร์เรียกคะแนนกลับมาได้55555
    อยากรู้เรื่องรุ่นพ่อแม่ว่าจริงๆเป็นยังไงแน่ลุ้นๆๆๆ

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 15 เมษายน 2560 / 21:32
    #317
    1
    • #317-1 ฟ็อกซ์ทร็อต (@foxx-tron) (จากตอนที่ 32)
      16 เมษายน 2560 / 10:01
      อีกสักพักใหญ่ๆกว่าจะเฉลยเรื่องรุ่นพ่อแม่ แต่นุ้งคินทร์นี่กลายเป็นคนขายอ้อยไปแล้วแฮะ ทำไมมีแต่นักอ่านชอบ 555
      #317-1
  8. #316 bookkota (@moonrabbit) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 15 เมษายน 2560 / 21:05
    ยิ่งอ่านยิ่งรู้สึกว่าเนื้อเรื่องที่เคยคาดเดาไปมาในหัวทวิสต์ไปมาหลายต่อหลายรอบแล้วกับเรื่องนี้ โอ๊ยย 
    ตัดเรื่องปวดหัวของผู้ใหญ่ทิ้งไปก่อน ส่วนที่นุ้งคินทร์ออกมานั้น จริงๆก็เรียกได้ว่าเรียกเรตติ้งคืนได้อยู่ แต่หลังจากอ่านรอบที่ 2 ก็คิดขึ้นมาว่า พี่เตต้องเสียเปรียบแน่เลย ฝนตกมาดับไฟอย่างนี้

    นุ้งคินทร์หนูต้องปลูกอ้อยเพิ่มแล้วละ พี่เตมาแรงจริงๆนะตอนนี้ 5555
    #316
    1
    • #316-1 ฟ็อกซ์ทร็อต (@foxx-tron) (จากตอนที่ 32)
      16 เมษายน 2560 / 10:02
      กำลังปลูกเพิ่มอยู่ จะสู้กับความเท่ของพี่เตต้องเอาอ้อยมาทำน้ำตาลให้หมดไร้ 55555
      #316-1
  9. #315 Pysfii (@pychat) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 15 เมษายน 2560 / 20:55
    นุ้งคินทร์น่าร้ากกกกกก เขินน
    #315
    1
    • #315-1 ฟ็อกซ์ทร็อต (@foxx-tron) (จากตอนที่ 32)
      16 เมษายน 2560 / 10:01
      นุ้งคินทร์บอกยังได้มากกว่านี้อีกนะ อิอิ
      #315-1