ตอนที่ 23 : ตอนที่ ๒๒ คำถามของอินทุภรณ์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1514
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 39 ครั้ง
    20 มี.ค. 60


ตอนที่ ๒๒ คำถามของอินทุภรณ์





เจ็ดวันมาแล้วที่อินทุภรณ์ต้องทนฟังสิงขรบ่นซ้ำไปซ้ำมา



“นี่ฉันทำบ้าอะไรลงไป”



เกริ่นเหมือนเดิมทุกครั้ง ร่ายเหมือนเดิมทุกครั้ง และจบเหมือนเดิมทุกครั้ง



“พวกบ้านใหญ่ต้องส่งคนมาลากคอเจ้าลูกกรอกของฉันกลับไปแน่ๆ ทำไงดี...กับตาแก่น่ะไม่เท่าไรเพราะพี่ต้องเข้าข้างฉันอยู่แล้ว แต่พวกวัชริศนี่สิจะส่งใครมาจัดการเรื่องนี้กัน” คุณครูสอนวิชาประวัติศาสตร์กล่าวด้วยสีหน้าเคร่งเครียด สองมือขยี้ศีรษะครั้งแล้วครั้งเล่าส่งผลให้ผมสีน้ำตาลยุ่งเหยิงไม่ต่างจากรังนก



“โอยยยย รู้แบบนี้ปล่อยพวกมันไปนอนกินข้าวแดงในคุกยังจะดีเสียกว่า จะได้อ้างว่าที่พูดไปเป็นแค่เรื่องโกหกของเด็กๆ นี่ฉันทำบ้าอะไรลงไปเนี่ย ไอ้ที่ทำไปเพื่อให้พวกวัชริศยอมตกลงยกเจ้าตุลย์ให้สูญเปล่าหมดแล้ว ฉันลงชื่ออนุญาตให้พวกมันไปตายชัดๆ”



“บ่นไปแล้วได้อะไรขึ้นมากัน” เจ้าของดวงตาสีแสงจันทร์ซึ่งกำลังฉีกแบ่งใบตองสำหรับห่อขนมสวนย้อนกลับมาด้วยน้ำเสียงกึ่งรำคาญเนื่องจากนี่เป็นครั้งที่สิบเอ็ดแล้วที่เธอต้องทนฟังเรื่องนี้ “เรื่องมันเกิดไปแล้ว ต่อให้คร่ำครวญจนน้ำลายแห้งก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนอยู่ดี”



คำดุนั่นถูกต้อง และแน่นอนว่าคนฟังก็เข้าใจ แต่ถึงกระนั้น...



“นี่ฉันทำบ้าอะไรลงไป...”



อินทุภรณ์ตัดสินใจวางมือจากงานที่ทำอยู่ “ก็แค่บอกชื่อสกุลออกไปเท่านั้นเองไม่ใช่เหรอ ไม่มีใครเขาเชื่อหรอกว่ามันจะเป็นไปได้ หรือต่อให้เชื่อ กว่าคำล่ำลือจะเดินทางไปถึงและกว่าคนพวกนั้นจะประชุมหาทางรับมือเสร็จก็ใช้เวลาเป็นสิบๆ วันอยู่ดี เอาเวลาไปกังวลว่าทำยังไงเด็กๆ ถึงจะชนะงานประลองไม่ดีกว่าหรือ”



เมื่อได้ยินประโยคกึ่งดูแคลนเช่นนั้น คนกำลังคร่ำครวญก็เปลี่ยนอารมณ์ในฉับพลัน



“ฉันสอนพวกมันมากับมือ ยังไงก็ต้องได้ไปตีกันเองในรอบชิงอยู่แล้ว ขอเอาสมญาผู้พลิกธรณีเป็นเดิมพันเลยเอ้า” สิงขรกระแทกแก้วไม้กับโต๊ะเป็นเสียงดังปึงปัง พลางตวัดดวงตาสีน้ำตาลที่กำลังขุ่นมัวไปยังคู่สนทนาเป็นของแถม “ที่ฉันกังวลน่ะคือหลังจากพวกมันชนะการประลองต่างหาก”



“กังวลว่า?”



จะได้รับการยอมรับไหม จะถูกรังเกียจหรือเปล่า จะหาเพื่อนคนอื่นได้หรือ ในสายตาของผู้ไร้พลังและสกุลลำดับล่าง เหล่าสกุลที่มีเลขลำดับเดียวนั้นเปรียบเสมือนเจ้าขุนมูลนาย ส่วนอำนาจบารมีของเหล่าสกุลหลักนั้นก็แทบจะเทียบได้กับเชื้อพระวงศ์เลยทีเดียว ถูกยกย่อง ถูกคาดหวัง ถูกจับจ้อง



และเพราะไม่มีคนธรรมดาที่ไหนอาจหาญพอจะคบหากับเหล่าผู้สูงศักดิ์ เด็กในสกุลหลักจึงมักเล่นกับญาติพี่น้องของตนเองเท่านั้น แต่สำหรับตุลย์และติณห์ที่ไม่ได้กับการยอมรับจากสกุลของตนเองแล้ว ขอสรุปที่ได้คงมีความว่างเปล่าและความโดดเดี่ยวไม่ต่างจากในปัจจุบันนี้แน่นอน



สิงขรรู้ตัวดีว่ากำลังกังวลในสิ่งที่ยังไม่เกิดขึ้น ทว่าเขาก็ห้ามมันไม่ได้ ทุกความคิดตีกันจนยุ่งเหยิงส่งผลให้สุดท้ายทำได้เพียงตอบอินทุภรณ์แบบขอไปทีด้วยเสียงแผ่วๆ ว่า



“...ทุกอย่างน่ะแหละ”



เห็นแบบนั้นหญิงสาวกลับโน้มตัวเข้าใกล้ แกล้งจ้องตาเขม็งจนทำเอาคนมองเริ่มประหม่าขึ้นมาเสียอย่างนั้น



“มีอะไรติดหน้าฉันหรือไง”



“เปล่าหรอก แค่คิดว่าตั้งแต่รับเด็กๆ มาเลี้ยงเธอก็เปลี่ยนเป็นคนละคนเลยนะ”



“หา?”



“แต่ก่อนเธอยังเป็นประเภทต่อยก่อนถามทีหลังอยู่เลยไม่ใช่เหรอ เอาแต่ดาหน้าเข้าปะทะอย่างเดียวจนกว่าจะหมอบราบกันไปข้าง กลยุทธ์อะไรก็ไม่สน คนข้างหลังจะเป็นตายร้ายดียังไงก็ช่าง ขอแค่สามารถสร้างชื่อในฐานะคนสุดท้ายที่ได้ยืนอยู่ในสนามรบได้เป็นพอ”



“ฉันไม่ใช่คนแบบนั้นสักหน่อย” สิงขรแย้งเสียงดัง แต่ดูเหมือนถ้อยคำเหล่านั้นจะไม่มีน้ำหนักมากพอ



“ใช่สิ” อินทุภรณ์ว่าพลางรวบเก็บใบตองทั้งหมดเข้ามาในกระด้ง “จำไม่ได้เหรอ เหตุปราบจลาจลที่ชายแดนแคว้นบัลลพที่เธอเลือกใช้แต่ท่าอันตรายๆ อย่างสร้างแผ่นดินไหวไม่ก็พลิกกลับหน้าดินเพื่อฝังคู่ต่อสู้ทั้งเป็นเพราะหวังจบการต่อสู้ให้เร็วที่สุด แต่กลับทำให้พวกเดียวกันโดนลูกหลงไปด้วย”



ใครจะไปลืมเหตุการณ์สร้างชื่อที่ทำให้เขาได้รับทั้งสมญานามผู้พลิกธรณีและถูกคาดโทษว่าเป็นตัวอันตรายเกินกว่าจะดำรงตำแหน่งปัญจราชศาสตราได้กัน ชายหนุ่มเท้าคางเสมองไปทางอื่น แม้ไม่กล้าสบตาก็ยังไม่ละความพยายามที่จะเถียงเพื่อทำให้ตนเองดูแย่น้อยลง



“จะขุดเรื่องตั้งแต่ชาติที่แล้วขึ้นมาเผากันให้ได้อะไรขึ้นมา อีกอย่างเธอแค่ฟังเขามาเฉยๆ ไม่ใช่เหรอ ไม่ได้ไปยืนอยู่ตรงนั้นด้วยกันสักหน่อยอย่าพูดเหมือนรู้ดีไปหน่อยเลย”



อินทุภรณ์หัวเราะแผ่วเบาให้กับท่าทีเหล่านั้น



“พอมาคิดว่าเธอคนนั้นยอมคืนยศพระยาและปฏิเสธตำแหน่งเจ้าเมืองพายับจนต้องแบ่งเขตการปกครอง ทำให้เหล่าวัชริศได้สัมปทานเหมืองเพชรอีกแห่งไปมันยากจะเชื่อได้จริงๆ”



“เชื่อเถอะ...เพื่อเจ้าตัวแสบพวกนั้นฉันยอมทำได้มากกว่านั้นอีก” สิงขรพึมพำก่อนจะผินใบหน้ามาสบตากับอินทุภรณ์ผู้กำลังลุกขึ้นยืนเพื่อนำของไปเก็บ “รวมทั้งเพื่อเธอด้วย”



“สิง...” หญิงสาวชะงัก ลากเสียงแทนการเอ่ยคำห้ามปราม



“โทษที ลืมตัวไปหน่อย” ครูหนุ่มกล่าวอย่างรวดเร็วและเรียบง่ายก่อนจะหยิบแก้วน้ำขึ้นจิบอีกครั้ง “ว่าแต่หนูรักษ์ไม่อยู่บ้านเหรอ”



เขาจงใจเปลี่ยนเรื่อง อินทุภรณ์รู้ดี และเธอยังรู้อีกว่าทั้งเขาและเธอไม่พร้อมรับฟังคำปฏิเสธที่จะตอกย้ำให้หัวใจบอบช้ำไปมากกว่านี้อีกเช่นกัน



“วันนี้ปิดร้านน่ะ นาราเลยขอออกไปเที่ยว”



“กับใคร?”



“จะมีใครสักอีกละ”



ตอนแรกสิงขรเดาว่าเป็นพิมาย แต่พอเห็นรอยยิ้มบางเบาในแบบกึ่งแซวบนใบหน้าคู่สนทนาแล้วเขาก็รู้ได้ทันทีว่ารักษ์นาราไปกับใครกันแน่ การนึกถึงใบหน้าของเด็กหนุ่มแห่งสกุลชลัชพงษ์ ย่อมทำให้ใบหน้าของผู้เป็นบิดาปรากฏตามขึ้นมาติดๆ เช่นกัน เพราะแบบนั้นสิงขรจึงเบ้ปากจนแทบจะเป็นรูประฆังคว่ำ



“หัดหวงลูกบ้างก็ดีนะ ไม่ใช่จะปล่อยไปเที่ยวกับใครก็ไปได้ คบหากันอันธพาลปากหนักแบบนั้นมากๆ เข้าเดี๋ยวหนูรักษ์ก็ใจแตกกันพอดี”



“ไม่ใช่อันธพาลที่ไหนสักหน่อย” คนเป็นแม่ผู้ไม่คิดกันท่าลูกเลยสักนิดด้วยรู้ดีว่ามีคนคอยทำหน้าที่นั้นแทนให้อยู่แล้วแย้งกลับมาอย่างรวดเร็ว “ลูกชายเพื่อนพวกเราต่างหาก”



“เพื่อนเธอ ไม่ใช่เพื่อนฉัน” สิงขรโต้ มือกอดอกกระฟัดกระเฟียด ท่าทางประหนึ่งเด็กเล็กที่ถูกขัดใจทั้งที่อายุอานามก็ไม่ใช่น้อยๆ แล้วแท้ๆ



อินทุภรณ์ระบายลมหายใจออกมาอย่างแสนระอา ปากบอกว่าไม่ใช่เพื่อนแต่ก็ยังอุตส่าห์มานั่งดักรอที่เรือนของเธอได้ตั้งเจ็ดวัน ตอนนั้นเองที่ดวงตาสีแสงจันทร์เหลือบไปเห็นร่างสูงใหญ่ในชุดลำลองอันไม่เข้ากับบุคลิกเคร่งขรึมเดินผ่านเขตรั้วบ้านเข้ามา



“ท่าทางจะอายุยืนเนอะ พูดถึงก็มาพอดีเลย”



เมื่อเห็นอีกฝ่ายเต็มๆ ตา สิงขรก็เหวี่ยงตนเองข้ามราวไม้สัก กระโดดจากชานระเบียงที่สูงขึ้นไปเกือบสองวาลงมายืนบนพื้นอย่างไม่สะทกสะท้าน ดวงตาสีน้ำตาลเข้มจ้องสบดวงตาสีวังน้ำวนอย่างท้าทายซึ่งมันเป็นไปเองโดยอัตโนมัติ ใบหน้ากึ่งบึ้งกึ่งแสยะของสิงขรให้ความรู้สึกกวนอารมณ์อยู่ในที



“กำลังรออยู่เลย...วิรุณ”






 




รักษ์นาราเผชิญกับคำถามของภาคินทร์ตั้งแต่เช้า



“พร้อมไหม”



มหาปราชญ์ธีรัช ศารทูลกลับมาถึงนิวารินได้สองวันแล้ว เพราะฉะนั้นในวันหยุดนี้ภาคินทร์จึงจะพาเธอไปหาเจ้าอาวาสนิกายวิษุวัต เด็กหนุ่มขู่เธอมาตลอดเจ็ดวันเต็มๆ ว่ากว่าได้อ้าปากถาม สองหูก็จะบวมชาไปด้วยเรื่องเล่าไร้สาระของมหาปราชญ์ผู้นั้นแน่นอน



เธอค่อนข้างแน่ใจว่าว่าคำว่าพร้อมของเขาหมายถึงพร้อมที่จะหูชาหรือยัง รักษ์นาราจึงเลือกที่จะยิ้มและพยักหน้าตอบกลับไป



ภาคินทร์เดินนำออกไปก่อน ตอนนั้นเองที่รักษ์นาราตระหนักได้ว่านี่เป็นครั้งแรกที่เธอเห็นเขาในชุดลำลอง เขาดูแปลกตาไม่น้อยในเสื้อสีขาวยาวคลุมศอกและกางเกงเลสีน้ำเงินเข้มปักลายฟองคลื่นสีขาวที่ปลายขากางเกง เพราะคอเสื้อที่ค่อนข้างกว้าง รักษ์นาราจึงได้เห็นบางส่วนของรอยสักบนแผ่นหลังที่โผล่พ้นขึ้นมา เส้นสีดำคดโค้งและเกี่ยวกระหวัดกันอย่างอ่อนช้อยทำให้ยากจะคาดเดาว่ารูปลักษณ์ที่แท้จริงคือสิ่งใด



หากเป็นพิมายหรือสองแฝดคงโพล่งพูดออกไปทันทีพร้อมกระชากคอเสื้อภาคินทร์ลงมาดูว่ารอยสักนี้คือรูปใดเป็นแน่ แต่เพราะนี้คือรักษ์นารา เด็กสาวจึงรู้สึกว่ามันไม่เหมาะสมที่จะเอ่ยถามเรื่องส่วนตัวเช่นนั้นออกไป อีกอย่าง...เธอไม่อยากให้ภาคินทร์รู้ว่าเธอแอบมองเขาอยู่



“คำถามประเภทไหนกันที่ต้องเป็นปัญจราชศาสตราเท่านั้นถึงจะตอบได้” อยู่ๆ ภาคินทร์ก็หันมา จากสีหน้าและท่าทางแล้วเหมือนเป็นการชวนคุยมากกว่าคาดคั้น แต่สำหรับคนมีชนักติดหลังและโกหกได้แย่ที่สุดในร้อยแปดแคว้น คำถามนี้จึงไม่จากการถูกสอบปากคำโดยเจ้าหน้าที่สันติบาลสักนิด



“เรื่องในรั้ววังประมาณนั้นมั้งจ้ะ”



“ทำไมถึงไม่ถามแม่เอาละ”



เพราะตอบอะไรไปก็เหมือนจะโดนต้อนให้จนมุมได้ทั้งนั้นรักษ์นาราจึงเลือกจะยิ้มแห้ง แสร้งเงียบไม่ต่อความ เธอเร่งฝีเท้าเดินนำเพื่อหลบซ่อนสีหน้าลำบากใจ แต่ดูเหมือนจะทำได้ไม่แนบเนียนเท่าไรนัก ประโยคถัดมาของภาคินทร์ยืนยันได้เป็นอย่างดี



“ฉันไม่ได้เล่าเรื่องวินทร์ให้ฟังแค่เพราะเธอบังเอิญเดินมาเจอเขาหรือเพราะเจ้าเด็กนรกขุดคุ้ยเรื่องเขาไปแล้วหรอกนะ ฉันเล่าเพราะฉันพร้อมที่จะเล่า และเพราะรู้ว่าเธอพร้อมที่รับฟังด้วย”



รักษ์นาราชะงักเพราะถ้อยคำเหล่านั้น ภาคินทร์จึงตามทันได้ในไม่กี่ก้าว เขาหยุดยืนซ้อนอยู่เบื้องหลัง



“ฉันอาจจะดูเป็นคนหยาบกระด้างและเข้าใจอะไรยาก แต่ฉัน...” ภาคินทร์เงียบไปพักหนึ่งเพื่อเลือกคำ เสียงของเขาฟังใกล้มาก จนเกือบเหมือนเขากำลังกระซิบแนบกลุ่มผมของเธออยู่ “ก็อยากจะทำเหมือนที่เธอทำให้ฉันบ้าง เมื่อไรที่เธอพร้อม ฉันจะรออยู่ตรงนี้เสมอ”



พูดจบเขาก็ออกเดินต่อทันที ไม่หันมาดูผลงานของตนเองแม้แต่น้อยว่าทำให้สองแก้มของรักษ์นาราแดงก่ำเพียงใด



ไม่ยุติธรรม เขาพูดแบบนี้กับเธอได้ยังไง ไม่ยุติธรรมเลย



แบบนี้ที่เธอเลือกจะซุกซ่อนความลับและรอยแผลไว้กับตัวไปตลอดกาลก็ไม่ต่างจากคนเห็นตัวเลยน่ะสิ





##########

สนทนา : แต่งไปเต่งมาเริ่มคิดแล้วว่าทำไมสิงขรชอบหาเรื่องทุกคนจัง 5555 นอกจากความมุ้งมิ้งเบาๆของพระนางแล้ว คงต้องถือว่าตอนนี้ยังไม่ค่อยมีอะไรมากเท่าไร เป็นเหมือนบทเกริ่นก่อนขึ้นอีเว้นท์ใหม่มากกว่า แต่ตอนหน้าจะมีอะไรเด็ดๆมาแย้มให้ชมแน่นอน เรารับประกัน



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 39 ครั้ง

1,495 ความคิดเห็น

  1. #555 sydneylove (@sydneylove) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2560 / 20:29
    กรี๊ดๆๆๆๆๆๆๆ คู่นี้มันมุ้งมิ้งดีต่อใจจริงๆ >//<
    #555
    0
  2. #261 nass_san (@nass) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 23 มีนาคม 2560 / 07:41
    อร๊ายยยยยยยย เขินนนนนนน เพิ่งว่างอ่านค่ะ 5555555555 สิงขรนี่ชอบแม่หนูรักใช่ไหม โฮรวววววว มีความซับซ้อนนนนนน เรายังคาใจเรื่องพ่อหนูรักษ์อยู่นะ 55555555
    #261
    0
  3. #260 Nanticha Suwannarat (@gam-nanticha) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 22 มีนาคม 2560 / 14:45
    อ่านไปกรี๊ดไปเลยทีเดียว...
    เป็นแนวที่หาอ่านยากมากเลยค่ะ สู้ต่อไปนะคะ ????
    #260
    0
  4. #258 Afradear (@00phannita00) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 20 มีนาคม 2560 / 12:31
    อยากให้สู้กันไวๆจัง5555
    #258
    0
  5. #257 lamb_san (@lamb20) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 20 มีนาคม 2560 / 05:47
    ทำไมฟินวิรุณสิงขร โอ๊ยตายแล้ว คู่บาปต้องห้ามชัดๆ *ปิดหน้า*
    #257
    0
  6. #256 Myjin (@elfshineeworld94) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 19 มีนาคม 2560 / 23:14
    โหยยยนุ้งคินทร์ของพี่รถอ้อยคว่ำมากค่าา
    อยากรู้ความสัมพันธ์รุ่นใหญ่ สงสารพิมายแอบชอบครูตัวเองแต่ครูน่าจะชอบแม่เพื่อนซับซ้อนT.T
    #256
    0
  7. #254 bookkota (@moonrabbit) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 19 มีนาคม 2560 / 21:56
    ซ้ำค่ะ

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 19 มีนาคม 2560 / 22:04
    #254
    0
  8. #253 bookkota (@moonrabbit) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 19 มีนาคม 2560 / 21:55
    เลือกไม่ถูกเลยว่าคุ่ใหญ่หรือคู่เล็กที่เค้าจะมุ้งมิ้งมากกว่ากันนน เขินนนนน
    รุ่นผู้ใหญ่เค้าดูน่าสงสารเนอะ เหมือนไม่มีใครแฮปปี้เลยสักคน ต้องมีเรื่องให้ทำเพื่อคนอื่นกันทุกคนเลยจริงๆ
    ส่วนนุ้งรักษ์คะะ หนูเป็นแฟนเกิร์ลที่ดีมากค่ะ แอบมองเรือนร่างภาคินทร์โดยที่เจ้าตัวไม่รู้ตัว เก็บรายละเอียดไว้ในใจเพียงคนเดียว แต่ถ้าหนูภาคินทร์เค้าจะอ่อยหนูขนาดนี้ พี่ว่าหนูไม่ควรปบ่อยโอกาสจีบภาคินทร์ทิ้งไปค่ะ จีบเลยค่ะ!!! 5555
    //พิมพ์ยังไงให้ดูอินกับเนื้อเรื่องตลอดเวลาา ขอโทษที่เม้นยาวค่ะ 555
    #253
    0
  9. #252 mummy_yaoi (@mimm5341) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 19 มีนาคม 2560 / 21:51
    สงสารครูสิงห์555555
    #252
    0
  10. #251 bookkota (@moonrabbit) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 19 มีนาคม 2560 / 21:48
    เลือกไม่ถูกเลยว่าคุ่ใหญ่หรือคู่เล็กที่เค้าจะมุ้งมิ้งมากกว่ากันนน เขินนนนน
    รุ่นผู้ใหญ่เค้าดูน่าสงสารเนอะ เหมือนไม่มีใครแฮปปี้เลยสักคน ต้องมีเรื่องให้ทำเพื่อคนอื่นกันทุกคนเลยจริงๆ
    ส่วนนุ้งรักษ์คะะ หนูเป็นแฟนเกิร์ลที่ดีมากค่ะ แอบมองเรือนร่างภาคินทร์โดยที่เจ้าตัวไม่รู้ตัว เก็บรายละเอียดไว้ในใจเพียงคนเดียว แต่ถ้าหนูภาคินทร์เค้าจะอ่อยหนูขนาดนี้ พี่ว่าหนูไม่ควรปบ่อยโอกาสจีบภาคินทร์ทิ้งไปค่ะ จีบเลยค่ะ!!! 5555
    //พิมพ์ยังไงให้ดูอินกับเนื้อเรื่องตลอดเวลาา ขอโทษที่เม้นยาวค่ะ 555
    #251
    1
    • #251-1 ฟ็อกซ์ทร็อต (@foxx-tron) (จากตอนที่ 23)
      19 มีนาคม 2560 / 21:55
      ฟ็อกซ์ออกจะชอบเม้นท์ยาวๆ อ่านแล้วสนุกดี : )
      ปล. หนูรักษ์นี่เป็นตัวอย่างแฟนเกิร์ลเวอร์ชั่นเรียบร้อยค่ะ ของจริงต้องพิมาย เป้าหมายไม่รู้ตัวหรอก แต่แอบจับมือได้สำเร็จแล้วเรียบร้อย ถถถถ
      #251-1
  11. #250 Omioe (@onphima) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 19 มีนาคม 2560 / 21:39
    จะรออออออ
    #250
    0