ตอนที่ 19 : ตอนที่ ๑๘ คนรอบตัวรักษ์นารา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1647
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 43 ครั้ง
    24 ธ.ค. 60



ตอนที่ ๑๘ คนรอบตัวรักษ์นารา






วันนี้เป็นวันลงทะเบียนงานประลองชิงถ้วยพระราชทานและพิมายก็ตื่นเต้นมาก



แต่ก็คงไม่เท่าพ่อของเธอ...



“ลูกเอาเอกสารมาด้วยใช่ไหมลิงน้อย ห้อยตะกรุดนำโชคที่แม่เขาให้มาด้วยแล้วหรือยัง แล้วพัดละ...เมื่อเช้าพ่อขัดให้จนเอี่ยมเลยนะ ลูกไม่ได้ลืมหยิบมาด้วยใช่ไหม”



พิมายเปิดย่ามพร้อมดึงคอเสื้อให้พ่อดูเป็นรอบที่สิบของเช้านี้ว่าทุกอย่างที่ว่ามาอยู่ครบ การกระทำนั้นก่อให้เกิดเสียงหัวเราะก๊ากจากทั้งตุลย์และติณห์ที่ยืนอยู่ข้างกัน เด็กสาวผู้ใช้วาโยต้องหันไปถลึงตาใส่กว่าทั้งคู่อยู่หลายทีกว่าจะเงียบลงได้



พ่อของพิมายหรือ พลัช เป็นผู้ชายที่สูงเกือบสี่ศอก เขาจึงโดดเด่นขึ้นมาจากฝูงชนเสมอไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็ตาม ดวงตาสีลูกหว้าล้อมกรอบด้วยขนตายาวหนา ผมเป็นสีน้ำตาลเช่นเดียวกับหนวดเคราที่ยาวลงมาถึงลูกกระเดือกทำให้เจ้าตัวดูอายุมากกว่าความเป็นจริงไปโข



“ลิงน้อย หิวหรือเปล่า พ่อไปซื้อน้ำมาให้เอาไหม”



รวมทั้งดูดิบเถื่อนมากกว่านิสัยจริงๆ ไปมากโขเช่นกัน พิมายหันมองพ่อที่สวมโจงกระเบนสีเขียวแก่กับเสื้อสีขาวแขนกุดอวดกล้ามแขนและรอยสักรูปปีกนกขนาดใหญ่ ถ้าถอดเสื้ออกจะพบว่ารอยสักนี้เริ่มขึ้นตั้งแต่บริเวณกระดูกสะบักทั้งสองข้าง ลากต่อมายังหัวไหล่ก่อนจะแผ่ขยายกินพื้นที่แขนท่อนบนเกือบหมด ซึ่งเจ้ารอยสักและหนวดเคราของพลัชนั้นไม่ได้เข้ากับนิสัยพ่อบ้านพ่อเรือนที่ขี้กังวลไปเสียทุกเรื่องของเจ้าตัวเลยสักนิด



“มายสบายดีน่าพ่อ อยู่เฉยๆ ได้แล้ว” เด็กสาวตัวสูงเอ็ดอย่างไม่จริงจังนะ ก่อนจะหันไปตบกะโหลกแฝดธาตุดินที่กำลังไหล่สั่นเพราะกลั้นขำกับฉายาของเธอ




พลัวะ!!



“เจ็บนะลูกพี่!” ติณห์ประท้วงขณะลูบศีรษะปอยๆ ไปด้วย ตุลย์ที่เก็บอาการได้ดีกว่ารอดตัวไปอย่างฉิวเฉียด แต่ก็คงอีกไม่นานหรอกเพราะสองแก้มที่พองลมเหมือนกำลังพยายามกลั้นคำพูดนั้นใกล้จะระเบิดออกมาในไม่ช้าแล้ว



“ไม่ดีเลยนะลิงน้อยไม่แกล้งน้องเขาแบบนั้นได้ไงกัน” พลัชดุลูกสาว ทว่าน้ำเสียงนั้นไม่ได้เคียงคำว่าดุเลยสักนิด



“พ่อก็เลิกเรียกมายแบบนั้นสักทีสิ ไม่ใช่เด็กเล็กๆ แล้วนะ อายเขาจะแย่” 



แน่นอนว่าพลัชไม่รู้เกี่ยวกับตัวจริงของสองแฝด พิมายแนะนำแค่ว่าทั้งคู่เป็นรุ่นน้องที่รู้จักกัน คนหนึ่งใช้กสิณได้แต่อีกคนเป็นแค่คนธรรมดา ให้พ่อของเธอรู้แค่นั้นก็เพียงพอแล้ว



“น่ารักดีออก ตอนเด็กๆ ลูกยังแทนว่าเองว่าลิงน้อยอยู่เลย”



“พรืด!!!” คราวนี้ตุลย์ถึงกับระเบิดเสียงหัวเราะออกมาอย่างห้ามไม่อยู่



“พ่อ!!” พิมายโวยวายแทบจะในทันที ทว่าพอจะหันไปจัดการกับแฝดธาตุไฟ เจ้าตัวก็ดันรู้แกวซอยเท้าหนีหายไปกับฝูงชนแล้วเรียบร้อย เด็กสาวตัวสูงเท้าสะเอว สูดหายใจเข้าลึกเพื่อสงบสติอารมณ์ หลังหันไปมองคาดโทษคนเป็นพ่ออีกรอบที่บังอาจทำเธอขายหน้าต่อหน้าฝาแฝดปากมากเสร็จแล้วเธอก็พาดแขนไว้บนไหล่ติณห์



“มายไปยื่นเอกสารก่อนนะ พ่อรออยู่ตรงนี้แหละ ไว้เขาเรียกไปประเมินระดับกสิณเมื่อไรค่อยตามมาดูแล้วกัน” 



“จ้า โชคดีนะลิงน้อย”



แต่ร่างที่สูงเกือบสี่ศอก หนวดเคราเฟิ้มและสักเต็มตัวก็ยังไม่วายเรียกขานเธอด้วยฉายาสุดน่ารักอันไม่เข้ากับความโผงผางจนเกือบคล้ายผู้ชายของคนถูกเรียกอยู่ดี



ในการสมัครรวมงานประลองชิงถ้วยพระราชทาน สิ่งที่ต้องเตรียมนอกจากเอกสารแสดงตัวตนก็คือฝีมือ เพราะช่วงหลังมีคนสมัครค่อนข้างเยอะจนไม่สามารถจัดให้สู้กันบนเวทีใหญ่ได้หมด แถมถ้าฝีมือต่างชั้นกันเกินไปก็อาจเจ็บตัวได้ง่ายๆ อีก ทางผู้จัดงานจึงต้องใช้วิธีคัดกรองโดยการให้แสดงความสามารถในการใช้กสิณแทน ซึ่งการทดสอบในแต่ละครั้งจะเปลี่ยนไปเรื่อยๆ เพื่อไม่ให้ผู้สมัครจับทางได้




พิมายหยิบกระดาษสามแผ่นที่ถูกกลัดมุมด้วยเสี้ยนไม้ขึ้นมาจากย่ามเพื่อที่จะส่งให้ติณห์ แต่เพียงไม่ถึงนิ้วก่อนจะถึงมือฝาแฝดธาตุดิน เด็กสาวก็ดึงเอกสารนั้นกลับมา



“ถามจริงเถอะ ทำไมถึงกลายเป็นแกไปได้กัน”



สามวันก่อน ฝาแฝดเดินมาบอกพิมายว่าจะเปลี่ยนให้ติณห์เป็นคนประลองแทนโดยให้เหตุผลง่ายๆ ว่าพวกเขาเปลี่ยนใจกะทันหัน ท่าทียังรื่นเริง น้ำเสียงยังกวนโทโสและใบหน้ายังยิ้มแย้มดุจเดิม ทว่าบรรยากาศระหว่างฝาแฝดกลับผิดแผกไปจนแม้แต่คนหัวทึบอย่างเธอยังรับรู้ได้ พวกเขาทะเลาะกัน รักษ์นารากระซิบยืนยันให้เธอฟัง 



และพิมายโคตรเกลียดเลยเวลาคนใกล้ตัวทะเลาะกัน โดยเฉพาะประเภทปากหนักทำเป็นบอกว่าไม่มีอะไรแต่กลับแผ่รังสีอึมครึ้มออกมาตลอดเหมือนสองแฝด กลัวดอกพิกุลจะร่วงหรือไรก็ไม่ทราบ ถึงได้ไม่ยอมรีบจับเข่าคุยกันสักที คนกลางแบบเธออึดอัดนะเว้ย!



“ผมบอกตุลย์ไปว่าอยากอวดท่าไม้ตายใหม่มากๆ ไงลูกพี่ พวกเราเลยเปลี่ยนตัวกันอย่างที่เห็น” ติณห์ตอบพร้อมรอยยิ้มซุกซนที่เห็นจนชินตา พิมายเกือบจะเชื่อและปล่อยผ่านไปแล้วถ้าไม่ใช่เพราะความอยากเผือกมันมีมากกว่า



“แน่นะ?” เธอคาดคั้น



“แน่สิครับ” เจ้าตัวยังคงยืนยัน



“ไม่ได้ทะเลาะกันแน่นะ?”



“...ไม่ได้ทะเลาะกันแน่นอนครับ”



ตอบช้าวะ แสดงว่ามีอะไรทะแม่งๆ 



พิมายอยากจะตะโกนใส่หน้าสองแฝดยิ่งนักว่ารีบๆ เล่ามาได้แล้วว่ามีเรื่องอะไรกันนักกันหนาจะได้ช่วยไกล่เกลี่ยให้คืนดีกันได้ ทว่าก็ได้แค่คิด แม้จะเป็นคนโผงผางและไม่ละเอียดอ่อนขนาดไหนเด็กสาวก็ยังรู้ดีว่านั่นไม่ใช่สิ่งที่ควรทำ ท่าทางคงต้องเก็บความสงสัยนี้ไว้ก่อนแล้วค่อยให้เพื่อนตัวเล็กมาจัดการให้อีกที เพราะตอนนี้พิมายมาหยุดยืนต่อหน้าเจ้าหน้าที่ตรวจสอบแล้ว



โต๊ะไม้ตัวยาวมีเจ้าหน้าที่นั่งอยู่สามคนด้วยกัน แต่ละคนสวมชุดราชปะแตนสีขาวซึ่งชุดเครื่องแบบของทางการ โจงกระเบนสีเทาบัวโรยแสดงว่าทำงานกรมอาลักษณ์ กระดุมทำจากเหล็กบ่งบอกว่าเป็นเจ้าหน้าที่ระดับล่างทำงานจิปาถะ ถึงจะเรียกว่าตรวจเอกสาร แต่เอาเข้าจริงก็เป็นแค่การทำบันทึกข้อมูลเกี่ยวกับผู้เข้าแข่งขันเพื่อไว้ใช้ประกาศตอนวันประลองจริงเท่านั้น ถึงจะโกหกหรือแต่งประวัติไปก็ไม่มีใครทราบ ผู้สมัครตั้งหลายร้อยคนให้มานั่งไล่ตรวจสอบทุกคนคงคางเหลืองกันพอดี



“พิมาย มารุตพาต” เจ้าหน้าที่คนริมขวาที่รับเอกสารของเธอไปแสดงสีหน้าประหลาดใจไม่น้อย “ปีนี้มีมารุตพาตสองคนเลยเหรอเนี่ย”



“คะ?” คำอุทานของพิมายคือคำถามไปด้วยในตัว



“ก่อนหน้านี้ฉันเพิ่งรับเอกสารจากญาติเธอมาเอง” เจ้าหน้าที่คนนั้นเล่าพลางเปิดสมุดเล่มหนาที่มีสัญลักษณ์ของวาโยอยู่บนหน้าปก “อยู่ไหนหว่า...ฉันว่าฉันจำไม่ผิดหรอกนะเพราะฉันไม่ได้เขียนนามสกุลมารุตพาตมาตั้งนานแล้ว แต่งานประลองครั้งนี้กลับเจอทีเดียวพร้อมกันถึงสองคนฉันเลยจำพวกเธอได้ นี่ไงรายชื่อที่หนึ่งร้อยเจ็ด นภันต์ มารุตพาต สมัครประลองรุ่นไม่เกินเจ็ดพันวัน”



“....”



“ลูกพี่ เป็นอะไรหรือเปล่า” ติณห์กระตุกชายเสื้อพลางร้องเรียกเมื่อพิมายถึงกับนิ่งขึงไปเมื่อได้ยินชื่อนั้น คำตอบตามมาอย่างรวดเร็ว ทว่าไม่ได้มาจากปากของเด็กสาวตัวสูง 



“เห็นหลังคุ้นๆ นึกว่าใครที่ไหน”



แต่มาจากเด็กหนุ่มแปลกหน้าคนหนึ่งที่มีดวงตาสีฟ้าสด และท่าทางจองหองจ้องแต่จะดูถูกคนอื่นที่ทำเอาติณห์เกลียดขี้หน้าได้ทันทีตั้งแต่แรกมอง



“ที่แท้ก็นังสวะตาม่วงที่ทำให้สกุลของเรามัวหมองนี่เอง”











รักษ์นารากำลังหัวหมุนกับการช่วยงานในร้านตอนที่ภาคินทร์เดินเข้ามาหา



“ยังไม่ถึงเวลานัดไม่ใช่เหรอจ๊ะ”



วันนี้คือวันที่ทั้งคู่นัดกันว่าจะไปพบเจ้าอาวาสนิกายวิษุวัตด้วยกัน แม้รักษ์นาราจะยืนยันว่าเธอสามารถไปพบมหาปราชญ์คนนั้นเองได้เพราะรู้ทางไปวัดเป็นอย่างดีและยังไงก็มีชวินทร์คอยช่วยแนะนำให้อยู่แล้ว แต่ภาคินทร์ก็ยังยืนยันว่าจะมาด้วยให้ได้ เขาให้เหตุผลว่าจะได้ช่วยเหลือได้ทันก่อนที่เธอจะจมกองน้ำลายไปเสียก่อน



รักษ์นาราได้แต่ยิ้มแห้งและยอมรับความช่วยเหลือล่วงหน้าอย่างเถียงไม่ได้ ไม่เป็นไรเธอยังมีแผนสำรองที่พิมายร่างไว้ให้อยู่ ทั้งคู่นัดกันตอนปืนเที่ยงดัง ทว่าพระอาทิตย์ยังไม่ทันจะแตะเหนือศีรษะ ภาคินทร์กลับเดินเข้ามาเธอถึงในเรือนเสียอย่างนั้น



“ข่าวร้าย” เขาเกริ่นแค่นั้นก่อนจะเข้าเรื่องอย่างรวดเร็ว “เจ้าอาวาสส่งพิราบมาบอกวินทร์ว่ากำลังจะมีพายุที่เกาะหอไตร เรือโดยสารเลยงดหมด คงอีกหลายวันกว่าจะกลับมาเหยียบนิวารินได้”



รักษ์นารามีสีหน้าผิดหวังอย่างไม่ปิดบัง แต่เพียงไม่นานเธอก็ปรับให้มันกลับมาเป็นปกติได้อย่างรวดเร็ว เด็กสาวตั้งท่าจะถามเพิ่มเติม ตอนนั้นเองที่เสียงตะโกนของลูกค้าดังขึ้น



“หนูรักษ์ คิดเงินหน่อย”



“ค่าๆ ไปเดี๋ยวนี้แหละค่า” เธอตะโกนตอบก่อนจะหันมาบอกภาคินทร์ “ขอเวลาแปปหนึ่งนะจ้ะ ภาคินทร์จะหยิบน้ำกับขนมกินรอไปก่อนก็ได้นะ” 



มือเล็กชี้ไปยังโต๊ะตัวยาวที่วางอยู่หน้าห้องครัวบริเวณท้ายเรือน มีโอ่งดินเผาสูงครึ่งศอกบรรจุน้ำหวานเย็นชื่นใจวางตั้งอยู่ถึงห้าโอ่งด้วยกัน เช่นเดียวกับฝาชีขนาดใหญ่อีกสามฝา 
ภาคินทร์ไล่เปิดดูอย่างอยากรู้อยากเห็น เขาพบขนมหวานหลากชนิดวางเรียงรายอย่างสวยงามบนถาดเครื่องเคลือบสีหม่น ตัดกันอย่างชัดเจนกับสีเหลืองทองของบรรดาทองหยิบทองหยอด และสีเขียวของขนมชั้นใบเตย อีกถาดเป็นข้าวเหนียวดำสังขยาที่แบ่งเป็นชิ้นพอดีคำบนใบตองฉีก ถาดสุดท้ายเป็นขนมถั่วแปบหลากสี กลิ่นหอมของมะพร้าวโชยมาทันทีที่เปิดฝา นอกจากนั้นแล้วเขายังได้กลิ่นกะทิหวานมันลอยมาจากประตูครัวที่ถูกแง้มไว้อีกด้วย ท่าทางอินทุภณ์คงกำลังทำขนมเพิ่มอยู่พอดี




เด็กหนุ่มตั้งใจจะไปไล่เปิดดูน้ำในโอ่งดินเผาต่อ ตอนที่มีลูกค้าชายคนหนึ่งเดินมาตบไหล่เขาแล้วสั่ง




“น้ำมะตูมสองแก้วแล้วก็ลอดช่องหนึ่งถ้วย”




ก่อนจะกลับไปนั่งที่โต๊ะอย่างรวดเร็วจนเขาแย้งอะไรไม่ทัน




ภาคินทร์หันมองรักษ์นาราที่กำลังวิ่งวุ่นคิดเงินและเช็ดเก็บทำความสะอาดโต๊ะ พอเห็นแบบนั้นเขาเลยไล่เปิดดูฝาโอ่งดินเผาต่อจนพบกับน้ำมะตูมในโอ่งที่สอง และขนมลอดช่องน้ำกะทิในโอ่งที่ห้า เด็กหนุ่มเสียเวลาอีกเล็กน้อยในการก้มๆ เงยๆ รอบโต๊ะเพื่อหาว่าแก้วและถ้วยเก็บไว้ตรงไหนก่อนจะนำทุกอย่างไปส่งยังโต๊ะของลูกค้าคนเมื่อครู่ 




การกระทำเช่นนั้นทำให้เขาถูกเหมารวมว่าเป็นพนักงานอีกคนของร้านนอกรั้ววังไปอย่างง่ายดาย กว่าจะรู้ตัวอีกทีภาคินทร์ก็กำลังเดินรับรายการอาหารและเดินส่งน้ำกับขนมไปทั่วร้านเสียแล้ว รักษ์นาราทำท่าจะเข้ามาร้องห้ามอยู่หลายครั้ง ทว่าสุดท้ายก็ต้องผละไปทำหน้าที่ต่อก่อนจะทันได้พูดอะไร 




สุดท้ายกว่าจะได้คุยกันจริงๆ จังๆ ก็ตอนบ่ายกว่าเมื่อลูกค้าเริ่มบางตาไปมากแล้ว




“ขอบคุณมากๆ เลยนะจ๊ะ” รักษ์นาราบอกเป็นรอบที่ร้อยได้แล้วละมั้ง เพียงแต่ครั้งนี้ต่างออกไปตรงที่เด็กสาวนำผ้าเย็นกรุ่นกลิ่นหอมกระดังงามาให้พนักงานสุดวิสัยได้เช็ดเหงื่อด้วย ทั้งคู่กำลังนั่งพักที่เก้าอี้ไม้ตัวยาวใกล้เรือนครัว ในมือคือกระบอกไม้ไผ่บรรจุน้ำกระเจี้ยบอีกคนละแก้ว โดยมีจานขนมชั้นคั่นกลาง




“เป็นแบบนี้ทุกวันเลยเหรอ” ภาคินทร์ถามขณะคลี่ม้วนผ้าออก ส่งผลให้กลิ่นหอมยิ่งโชยชัด



“ไม่หรอกจ้ะ แค่เสาร์อาทิตย์เท่านั้นเอง ส่วนวันธรรมดาจะมีลูกค้าแค่ครึ่งเดียว”



ก็ยังเยอะอยู่ดี...เด็กหนุ่มคิดก่อนก้มมองผ้าเย็นในมือ



“ปกติไม่ได้ยุ่งขนาดนี้หรอก แต่วันนี้มายกับติณห์ต้องไปลงทะเบียนสำหรับงานประลองก็เลยไม่มีใครช่วยอย่างที่....เห็น...”



ถ้วยคำขาดห้วง ร่างเล็กสะดุ้งเมื่อผ้าเย็นที่ให้ไปเมื่อครู่ถูกนำกลับมาใช้เช็คเหงื่อบริเวณขมับให้เธอเสียเองโดยฝีมือของภาคินทร์ กลิ่นหอมของกระดังงาโชยผสมกลิ่นดอกบัวอันเป็นเอกลักษณ์ของอีกฝ่าย ภาคินทร์ยังคงนั่งอยู่ที่เดิม ไม่ได้ขยับเข้าหาหรือโน้มมาใกล้ เพียงแค่เอื้อมมือมาซ้ำยังมีผืนผ้าคอยคั่น แต่รักษ์นารากลับรู้สึกประหม่าไม่ต่างจากถูกสัมผัสผิวเนื้อโดยตรงอยู่ดี




ดวงตาสีน้ำตาลกลมโตจับจ้องแทนคำถามถึงการกระทำอันไม่คาดคิด และทันทีที่มองสบตาด้วย เจ้าของดวงตาสีวังน้ำวนก็ยัดผ้าเย็นผืนนั้นคืนใส่มือเธออย่างรวดเร็ว ส่วนตนเองกลับใช้หลังมือปาดเหงื่อที่ไหลลงมายังปลายคางอย่างง่ายๆ แทนเสียอย่างนั้น



ภาคินทร์กระแอมไอ เสมองไปทางอื่น ดึงเสื้อคอช่วยกระพือสร้างลมคลายร้อน กริยาคล้ายคนที่กำลังเก้อเขินทั้งที่คนที่ควรทำแบบนั้นน่าจะเป็นเธอมากกว่า รักษ์นารารู้สึกเหมือนควรพูดอะไรบางอย่างเพื่อไม่ให้บรรยากาศอึดอัดเกินไป ทว่า...



“หนูรักษ์”



ชายสูงวัยกลุ่มใหญ่ถึงห้าคนก้าวพรวดมายืนตรงหน้า หนึ่งในนั้นยิ้มกว้างโชว์ฟันดำเพราะเคี้ยวหมากพลู



“ไหนว่าจะมาเล่นสกาด้วยกันไง ลุงยังรอนัดล้างตาแก้มือระหว่างเราอยู่นะ ตาแก่ด้านหลังพวกนี้ก็ด้วย”



“อะ...เอ๋ แต่ว่ายังไม่ถึงเวลาปิดร้านเลยนะคะ”



“ไม่เป็นไรหรอกไม่เป็นไร ตอนนี้คนน้อยอยู่ไม่ใช่เหรอน่าจะได้สักตาสองตาแหละน่า” อีกคนด้านหลังช่วยเสริม



“แถมยังมีพนักงานมาใหม่ด้วย พักบ้างเถอะหนูรักษ์” 



ดวงตาเหี่ยวย่นทั้งห้าคู่ที่ทอดมองเด็กสาวอย่างเอ็นดูเปลี่ยนมาเป็นวาวโรจน์อย่างรวดเร็วเมื่อหันมาทางภาคินทร์ คล้ายจะบอกให้พนักงานใหม่อย่างเขาตั้งใจทำงานให้มากกว่านี้หนูรักษ์ของพวกเขาจะได้ไม่ต้องเหนื่อย 



อีกพริบตาถัดมาเด็กสาวตัวเล็กก็โดนลากถูไปยังวงหมากสกาที่ใต้ต้นราชพฤกษ์เสียแล้วโดยที่แม้แต่ภาคินทร์เองก็พูดอะไรไม่ทัน ชายสูงวัยอีกหลายคนล้อมวงเข้ามาชมศึกนี้ โดยจงใจมาออกันด้านหลังรักษ์นาราจนเขามองไม่เห็นแม้แต่ปลายรองเท้าของเด็กสาว อีกเรื่องน่าแปลกไม่แพ้กันคือวูบหนึ่งทุกคนต่างส่งสายตาของความไม่พอใจมาให้เขาอย่างพร้อมเพรียงก่อนจะหันหน้าเข้าหากระดานหมากต่อแสร้งทำเป็นไม่มีอะไรเกิดขึ้น




อะไรกันละนี่ ภาคินทร์ได้แต่ขมวดคิ้วอย่างงงงัน เขาไปทำอะไรให้ ทำไมตาแก่พวกนี้ถึงได้ทำท่าเหมือนเขาเป็นจิ๊กโก๋ที่บังอาจมาจีบลูกสาวพวกแกไปได้กัน











##########

สนทนา : ก็เหมือนจิ๊กโก๋จริงๆแหละลูกเอ๊ย 5555 คือสองพาร์ทนี่อารมณ์ต่างกันเกิ้นนนนน อันหนึ่งกำลังบิ้วดราม่า ส่วนอีกอันหวานซะขนมในเรื่องสู้ไม่ได้ มีคนให้นิยามว่านุ้งคินทร์เป็นพระเอกสายตีเนียนแหละ ประมาณเดินมานิ่งๆไม่พูดไม่จาแต่ทำเลย การกระทำดูเหมือนไม่อ่อย แต่จริงๆแล้วหวังผลสูงมาก 5555 ตอนหน้าจะเปิดเผยอดีตบางส่วนของพิมายละนะ >^< 



ปล. รอยสักของคุณพ่อลิงน้อยประมาณนี้นะคะ 555 



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 43 ครั้ง

1,494 ความคิดเห็น

  1. #1434 Jamaneer (@Jamaneer) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 6 เมษายน 2562 / 23:43
    ลายสักสวยมาก
    #1434
    0
  2. #684 Mizza (@wawy111) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2560 / 07:09
    พวกลุงนี่ เขากำลังหวานแหวว 555
    #684
    0
  3. #551 sydneylove (@sydneylove) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2560 / 19:25
     แหม นึกว่าจะมีซีนมุ้งมิ้งสักหน่อย โดนขัดซะงั้น
    #551
    0
  4. #224 xSerinSxPAOx (@dienacht) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 5 มีนาคม 2560 / 12:38
    พระเอกน่ารักงะ ชอบบบบ > <
    #224
    0
  5. #223 nass_san (@nass) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 4 มีนาคม 2560 / 07:13
    สงสารพิมายยยยย แต่ชอบขุ่นพ่อ ขุ่นพ่อดูมีพลังงานบางอย่าง เอาจริงๆ ตัวละครเรื่องนี้มีพลังงานบางอย่างหมดอ่ะ แค่ของดูแรงไม่เท่ากัน 55555555 แอบอยากให้พิมายชนะตัวละครใหม่อ่ะ หมันไส้จนไม่จำชื่อเลยทีเดียว 5555555555
    #223
    1
  6. #222 Omioe (@onphima) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 3 มีนาคม 2560 / 23:25
    จะรออออ อยากให้ประลองกันแล้วอะ
    #222
    0
  7. #221 HERRINNE POTTER (@zinnialalo) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 3 มีนาคม 2560 / 10:13
    คุณพ่อของลิงน้อยมีความน่ารัก
    #221
    0
  8. #220 พิรุณ (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 3 มีนาคม 2560 / 09:19
    เด็กสาวตัวสูงเอ็ดอย่างไม่จริงจังนะ>>น่าจะเป็น 'ไม่จริงจังนัก' หรือเปล่าคะ
    #220
    0
  9. #219 ผีหนังสือ (@dobdabzaa) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 3 มีนาคม 2560 / 01:13
    หนูคินเปล่าจีบนะ พอดีน้ำตาลในร้านหมด ก็เลยต้องขับรถอ้อยมาส่ง
    #219
    1
    • #219-1 nass_san (@nass) (จากตอนที่ 19)
      4 มีนาคม 2560 / 07:12
      มุกนี้ผ่านค่ะ! 5555555
      #219-1
  10. #218 bookkota (@moonrabbit) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 3 มีนาคม 2560 / 00:10
    ขอบคุณน้าา นุ้งฟ็อกซ์คนดี ดีใจจังเลยย
    ตอนแรกที่บอกว่าเรื่องนี้จะไม่มีใครเชียร์ให้หนูนักษ์คู่กับภาคินทร์เลยนอกจากชวินทร์ ก็คิดว่าจะเป็นแค่แก๊งค์เด็กมีปัญหานะ
    แต่นี่มันทุกคนเลยจริงๆนี่นา โถถถถ นุ้งคินทร์คงต้องอ่อยเบอร์แรงกว่านี้แล้วละถึงจะสำเร็จ 5555 //แค่นี้นางยังเนียนไม่พอช้ะะ (คนในเรื่องทุกคนถาม) 555 :)
    #218
    0
  11. #217 ใบไม้เปลี่ยนสี (@beaw_nile) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 2 มีนาคม 2560 / 23:55
    เย้ พอมันเด้งเตือนเราก็เข้ามาอ่านเลย ชอบภาคินทร์
    แก้คำนะคะ (ไม่แน่ใจว่าใช่คำนี้หนือเปล่า): พนักงานสุดวินัย --> พนักงานสุดวิสัย
    #217
    1