ตอนที่ 108 : ตอนที่ ๙๙ แผนของพิมาย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 599
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 81 ครั้ง
    5 เม.ย. 62


ตอนที่ ๙๙ แผนของพิมาย

 


แผนการที่เตชินท์ได้ยินมันบ้าสิ้นดี



“แต่ผมค่อนข้างเห็นด้วยนะครับ”



ชวินทร์ที่นั่งลูบคางมาตลอดกลับเอ่ยสนับสนุนแนวคิดของพิมายเสียได้ ร่างผอมชี้บอกให้ติณห์ช่วยหยิบม้วนกระดาษขนาดใหญ่ที่ซุกอยู่ข้างเตียงมาให้ขณะหันมาให้เหตุผล



“พี่เตชินท์พูดเองว่าทางวัชริศไม่ได้เก็บนักโทษไว้ในคุกใต้ดินอีกแล้ว แต่ย้ายไป เรือนเหล็กที่ท้ายหมู่เรือนเพราะพยายามเปลี่ยนวิธีสอบสวน ที่นั่นเข้าออกค่อนข้างง่ายกว่าเยอะ แถมวันนี้เวรยามน่าจะน้อยด้วยเพราะต้องแบ่งคนไปเฝ้าระวังเหตุร้ายเนื่องจากมีงานสมโภช ทั้งสิ่งที่พี่มายตั้งใจทำก็ไม่ได้มีอะไรยุ่งยาก เราลอบเข้าไป ปล่อยนักโทษออกมา แอบตามไปจนกว่าจะถึงแหล่งกบดานของพวกคนร้ายแล้วก็กลับ”



เตชินท์เลิกคิ้วทันควัน ที่ว่ามาทั้งหมดมีตรงไหนไม่ยุ่งยากบ้างกัน



“ถ้าถูกจับได้ละ” เขาถาม



“ก็อย่าให้ถูกจับได้สิครับ” ชวินทร์ตอบง่ายก่อนจะแบมือไปรับม้วนกระดาษจากติณห์แล้วคลี่วางบนโต๊ะตัวยาวซึ่งรกเกลื้อน มันคือภาพวาดแผนผังหมู่เรือนของสกุลวัชริศ ซ้ำยังมีข้อมูลเรื่องจำนวนประตู หน้าต่าง แม้กระทั่งตำแหน่งของคบไฟกำกับไว้อย่างละเอียด “ทางหนีทีไล่ก็ออกเยอะ”



และถ้าเข้าใจไม่ผิดดูเหมือนแผ่นที่อยู่ด้านล่างจะเป็นแบบแปลนคุกใต้ดินสกุลแห่งเตโชที่ร่ำลือกันว่าไม่มีทางที่จะแหกได้อีกด้วย



“นายมีแผนที่หมู่เรือนวัชริศได้ยังไง” เตชินท์เหลือบตามองคู่สนทนาร่างผอมด้วยสายตาเคลือบแคลง



“ของอาจารย์ผม ผมยืมมาครับ”



นักบวชประเภทไหนกันถึงได้แบบแปลนเรือนพักอาศัยของสกุลหลักราวกับเตรียมจะไปปล้นชิงทรัพย์แบบนี้ แต่ที่ยิ่งไปกว่านั้น...



“ถ้ามีแผนที่อยู่แล้วจะต้องการความช่วยเหลือจากฉันไปทำไม”



“เพราะผมไม่มีข้อมูลเรื่องเวรยามน่ะสิ ตุลย์รู้เส้นทางในนั้นดีอยู่แล้วแต่ยังไงก็อยากให้ภารกิจเป็นไปอย่างเงียบเชียบที่สุด เราไม่ต้องการปะทะ ไม่ต้องการให้ใครเห็นหน้า แค่เข้าไปสะเดาะตรวนแล้วออกมา ผมรู้ว่าทางวัชริศคงไม่ทำแค่ล่ามโซ่ตัวอันตรายแบบนั้นหรอกครับ แต่ว่าติณห์เองก็เก่งเรื่องนี้พอตัวเลยทีเดียว”



“นายคาดหวังให้ฉันเป็นพี่เลี้ยงเด็กอยู่หรือไงกัน”



“เปล่า” ครั้งนี้คนที่ตอบคือพิมายซึ่งเดินออกมาจากห้องข้างๆ เด็กสาวเปลี่ยนชุดแล้ว จากผ้าซิ่นและสไบสีหวานเป็นเกาะอกแบบตะเบงมานสีขาบดำกับโจงกระเบนสั้นเหนือเข่า ดูกระฉับกระเฉงและยังคงเปิดเผยผิวเนื้อเยอะจนน่าประหลาดใจเหมือนเคย “ฉันต้องหากที่เป็นพี่เลี้ยงเด็กให้เจ้าสองแสบนี้ ส่วนนาย พาเราหลบยามให้ได้ตลอดรอดฝั่งก็พอ”



“ไม่กลัวฉันหักหลังหรือไง”



เพราะอย่างไรก็ไม่ใช่พวกเดียวกัน แค่ผลประโยชน์บังเอิญต้องกันเท่านั้น ซ้ำตอนนี้เตชินท์ก็ยังรู้สึกสองจิตสองใจอยู่ เขาเป็นวัชริศ เป็นว่าที่ผู้นำสกุลคนต่อไป เขาควรจะปกป้องและเชิดชูในสกุลยิ่งกว่าสิ่งใด แต่กลุ่มคนตรงหน้ากลับเผยแผนการออกมาโต้งๆ ว่านอกจากจะบุกรุกเรือนของเขาแล้วยังคิดจะปล่อยนักโทษอุจกรรจ์ซึ่งมีอาญาความผิดเทียบกับภัยต่อแคว้นออกไปด้วย



“ถ้าถูกจับได้ฉันจะฟ้องแม่นาย แล้วลากนายลงเหวไปด้วยกัน” พิมายแยกเขี้ยวตอบ คำพูดคำจาเหมือนนี่เป็นแค่เรื่องทะเลาะกันระหว่างเด็กเล่น แต่เตชินท์รู้ดีว่าหากเป็นเช่นนั้นจริงเขาคงถูกเพลิงพิโรธของวิชุดาผลาญจนเป็นเถ้าถ่านไปก่อนใครแน่ๆ



เขาที่พยายามสืบหาสาเหตุการตายที่แท้จริงของพ่อโดยเมินเฉยต่อคำสั่งให้ปล่อยวางของแม่ นอกจากจะเป็นการแสดงออกถึงความไม่เคารพในตัวผู้นำสกุลของปัจจุบัน ยังบอกชัดว่าเขาไม่ไว้ใจคนในวัชริศและคนของทางการขนาดไหน



พิมายอาจจะวิเคราะห์ไม่ได้ลึกถึงขนาดนั้นแต่ก็รู้ดีว่าเขาต้องเดือดร้อนแน่ๆ หากวิชุดาได้รู้เรื่องนี้ ดูเหมือนว่าเตชินท์จะพลาดเสียแล้วที่คิดมาเจรจาแลกเปลี่ยนความช่วยเหลือกับพวกรักษ์นาราตั้งแต่ต้น



และจะว่าไป...



“รักษ์นาราอยู่ไหน ฉันต้องการฟังความเห็นของเธอคนนั้นต่อแผนการนี้ด้วย”



“ฉันให้เจ้าภาคินทร์พาไปส่งบ้านแล้ว”



“หา!? ลูกพี่ทำแบบนั้นทำไมเนี่ยแบบนี้พี่คินทร์ก็ได้โอกาสทำคะแนนน่ะสิ!” ตุลย์ร้องลั่น ดูหัวเสียเกินกว่าเหตุจนน่าผิดสังเกต ชวินทร์กลั้นยิ้มขำในขณะที่ติณห์เดินไปลูบหลังเพื่อให้คู่แฝดสงบลง



“แล้วแกจะปล่อยยัยนั่นเดินกลับบ้านคนเดียวทั้งที่พวกท่านจ้าวอะไรนั่นเพ่นพ่านอยู่ข้างนอกรึไง” พิมายผลักศีรษะตุลย์อย่างไม่เบามือนักก่อนจะรับเสื้อคลุมตัวใหญ่จากชวินทร์มาสวม “อีกอย่างนี้ต่างหากวิธีที่จะทำคะแนน หากคำตอบไปให้ยัยรักษ์ อะไรๆ จะได้คลี่คลายไม่ก็คืบหน้าขึ้นเสียที ทำตัวให้มีประโยชน์หน่อยไม่ใช่หน้านิ่วเดินเก๊กไปวันๆ แบบเจ้าภาคินทร์”



เตชินท์ขมวดคิ้วให้กับคำนั้น ท่านจ้าว ใจอยากถามว่าหมายถึงใครแต่ก็รู้ดีว่าแทนที่จะได้ยินคำอธิบาย พิมายจะต้องกวนประสาทเขากลับมาแน่นอน สุดท้ายเลยจำใจเก็บความสงสัยไว้ก่อน



ตุลย์กับติณห์เปลี่ยนชุดแล้ว เป็นเสื้อผ้าสีเข้มจนแทบจะกลืนไปกับราตรีกาลรอบด้าน เตชินท์ไม่ต้องเปลี่ยนอะไรมาก แม้จะสวมโจงกระเบนโทนแดงแต่สีของมันทั้งก่ำและเข้มจนแทบไม่สะดุดตาอะไรอยู่แล้ว มีเพียงผ้าคาดเอวสีทองลายกนกเปลวเท่านั้นที่เขาปลดออกและฝากไว้กับชวินทร์



“อย่าให้หาย”



“ของแพงขนาดนี้ผมไม่กล้าให้คลาดสายตาหรอกครับ” เด็กหนุ่มย้อนอย่างล้อเลียน ทว่ามูลค่าของมันไม่ใช่สิ่งที่ทำให้เตชินท์พะวง



นั่นเป็นของขวัญชิ้นสุดท้ายที่พ่อมอบให้เขาต่างหาก ส่วนในค่ำคืนนี้ เขาตัดสินใจแล้วว่าจะทำทุกทางเพื่อความยุติธรรมให้พ่อให้ได้ แม้ว่านั่นจะหมายถึงการทรยศต่อสายเลือดและชื่อสกุลที่เขาจำต้องสืบทอดก็ตาม






 

              ทุกอย่างดูง่ายดายจนน่าวิตก



              พิมายคิดขณะเฝ้ามอง เรือนเหล็ก จากเงาของเรือนที่อยู่ใกล้กัน แม้จะมีรูปร่างไม่ต่างจากเรือนพักอาศัยทั่วไปที่มีหลังคาทรงจั่วแต่เพราะสร้างจากโลหะสีเทาดำทั้งหลังจึงให้ความรู้สึกทะมึนยิ่งนัก รัศมีโดยรอบกว่าสิบวามีเสาหินและคบไฟปักอยู่เต็มไปหมด เงาที่ทอดพาดทับกันไปมายิ่งก่อให้เกิดลวดลายที่น่าขนลุกยิ่งกว่าเก่า



              เห็นว่าแต่เดิมถูกใช้เป็นลานฝึกให้พวกเด็กในสกุล แต่ด้วยความจำเป็นบางอย่างจึงต้องย้ายนักโทษมาที่นี่แทน



              การลอบเข้ามาไม่มีอะไรยุ่งยาก ใช้พลังของติณห์มุดลอดรั้วกำแพงเข้ามา อาศัยการนำทางของตุลย์และเตชินท์ โดยมีพิมายใช้กสิณวาโยเบี่ยงเบนความสนใจ ทั้งหมดก็สามารถเล็ดลอดมาได้ไกลถึงท้ายหมู่เรือนโดยที่ไม่ได้เฉียดใกล้ผู้ใช้กสิณเตโชเลยสักคน



              “นี่มันง่ายเกินไป” เตชินท์เองก็สังเกตได้เช่นกัน “เวรยามน้อยลงเกือบครึ่ง ซ้ำที่เดินอยู่นี่ยังมีแต่ผู้ใช้กสิณลำดับล่างๆ ทั้งนั้น”



              “เพราะต้องไปเฝ้าระวังภัยในงานสมโภชหรือเปล่าครับ” แฝดคนหนึ่งถาม พิมายไม่ได้หันไปมองเลยไม่รู้ว่าเป็นใคร



              “แต่ในงานก็ไม่ได้มีคนมากฝีมือไปรวมตัวกันเยอะขนาดนั้นอยู่ดี” แฝดอีกคนตอบให้เสียเอง



              ตอนนั้นเองที่พิมายรู้สึกได้ว่าฝ่ามือใหญ่และร้อนผ่าวเอื้อมมารั้งต้นแขนเธอไว้ เด็กสาวหันมอง ดวงตาสีดำปนแดงคู่นั้นดูจะกลายเป็นสีดำโดยสมบูรณ์ภายใต้เงามืดเช่นนี้



              “เราต้องล้มเลิกภารกิจ” เตชินท์สรุปห้วน พิมายอ้าปากจะโวยวายก่อนจะลดระดับลงเหลือเพียงการกระซิบลอดไรฟัน



              “ฝันไปเถอะ ฉันจะไม่กลับไปมือเปล่าเด็ดขาด” เธอดึงแขนออก คลี่พัด ก้าวถอยหายลับไปในเงามืดแล้วไปปรากฏตัวอีกทียังเงาของหมู่หินที่อยู่ไกลออกไป สองแฝดผงกศีรษะเป็นการขอโทษเตชินท์ก่อนจะตามพิมายไปติดๆ ในเส้นทางเดียวกัน ไม่รวดเร็วเท่าเพราะต้องคอยระแวดระวังมองจังหวะของเวรยามแต่ก็นับว่าเงียบเชียบและฝีมือดีไม่น้อย เตชินท์ไม่เหลือทางเลือกอื่นนอกจากจำใจตามไป



              เพราะไม่ใช่ที่คุมขังจริงๆ จึงมีบานหน้าต่างและช่องระบายอากาศอยู่เต็มไปหมด พิมายใช้กสิณช่วยส่งตนเองขึ้นไปอย่างง่ายดายเหมือนเคย สองแฝดเหยียบไหล่กันเองและมีพิมายดึงอีกต่อ ในขณะที่เตชินท์ใช้กระบองหยาดโลหิตพรุสูรย์ในการช่วยดีดตัว



              ทว่าในตอนที่ขึ้นไปได้และกำลังเก็บรวบอาวุธ ปลายกระบองเกิดกระทบกับกำแพงโลหะจนเกิดเสียงเคร้งคร้างเบาๆ ขึ้นมาเสียได้



              พิมายหันมาถลึงตาใส่คนทำทันทีในขณะที่สองแฝดยกมือขึ้นปิดหน้าด้วยความกลัว แต่ก็ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้น ยามที่ยืนเฝ้าประตูหน้าเพียงเอี้ยวตัวชะโงกมองมา เมื่อไม่เห็นใครก็กลับไปประจำตำแหน่งเดิม



              จะขี้เกียจเกินไปแล้วถึงแม้จะดีกับพวกเธอก็เถอะ



              เตชินท์เลิกคิ้วมาให้แทนคำพูด ฉันบอกแล้วไงมีบางอย่างไม่ถูกต้อง



              แต่ถึงป่านนี้เธอถอยไม่ได้แล้ว



              พิมายเดินไต่ไปตามคานของเรือนเหล็ก สูงจากพื้นเกือบหกวา นับว่าเป็นเรือนที่ใหญ่โตและโอ่โถงไม่น้อย ทว่าภายในไม่ได้ถูกแบ่งเป็นห้องหับหรือมีฉากกั้น แค่ห้องโล่งกว้างหนึ่งห้อง และนักโทษเดียวดายหนึ่งคนซึ่งคุกเข่าอยู่ตรงกลางเท่านั้น ข้อมือ ข้อเท้าและรอบลำคอของเขาถูกล่ามไว้ด้วยตรวนเหล็กที่ยึดโยงเข้ากับผนัง หน้ากากโลหะปิดบังทั้งใบหน้าเหลือเพียงช่องเล็กๆ ให้พอหายใจได้เท่านั้น โสร่งผ้านุ่งขาดเวิ่นปิดบังได้ถึงแค่โคนขา



พิมายจำที่ตุลย์เล่าให้ฟังได้ว่าที่ฝ่ามือและแผ่นหลังของชายคนนี้มีอัญมณีสีแดงสดเหมือนทับทิมฝั่งอยู่ ที่มือเจียระไนจนเรียบแบนในขณะที่หลังงอกแหลมเป็นหนาม ทว่าบัดนี้ฝ่ามือทั้งสองข้างกลับชุ่มเลือดและกลวงโบ๋ เห็นได้ถึงเส้นเอ็นและกระดูกรุ่งริ่ง อัญมณีตรงแผ่นหลังก็เหลือแค่ตอกุดๆ ในขณะที่ทั่วหลังมีแต่รอยแส้เฆี่ยน



ตอนนี้เธอเข้าใจแล้วว่าทำไมเตชินท์ถึงบอกว่าหมอนี่อาจจะตายได้ภายในไม่กี่วัน อย่าว่าแต่ซมซานกลับไปหาท่านจ้าวกับพรรคพวกเลย แค่ก้าวขาออกไปให้พ้นประตูจะทำได้หรือเปล่าก็ยังไม่รู้ ให้ตายเถอะ ทำไมแผนเธอถึงได้มีแต่ช่องโหว่ขนาดนี้กันนะ



“คิดว่าเสดาะได้ไหม” เด็กสาวหันไปกระซิบถามติณห์ แฝดปฐวีพยักหน้าหงึกหงึก ไม่กล้าพูดอะไรเพราะกลัวจะเผลอทำเสียงดัง เตชินท์ถอนหายใจแผ่วอีกเฮือก ดูเหมือนจะตระหนักได้แล้วว่าไม่มีทางสู้ความดื้อดึงของเธอได้ เขาคลายกระบองให้กลับไปเป็นท่อนเหล็กและโซ่ ทิ้งหย่อนลงไปจากคานเหนือศีรษะนักโทษเพื่อให้ติณห์ไต่ลงไป



นักโทษคนนั้นเอียงศีรษะเล็กน้อย เหมือนกำลังเงี่ยหูฟังอะไรบางอย่าง ไม่ใช่พวกเธอ ทิศทางที่เขามองไปไม่มีอะไรอยู่ด้วยซ้ำ พิมายเริ่มสังหรณ์ใจไม่ดีขึ้นมาจริงๆ แล้ว



ติณห์กำลังไต่ลงจากคาน เด็กชายเกาะปลายท่อนโลหะไว้แน่น แต่เพียงอีกนิดเดียวเท่านั้นก่อนจะถึงพื้น



ครืด



ประตูด้านหน้าก็เริ่มเปิดออก เสียงพูดคุยลอยแว่วเข้ามา ความตระหนกฉายชัดในสีหน้าของทุกคน เด็กสาวส่งสัญญาณมือ เตชินท์ดึงกระบองกลับขึ้นทันที ตุลย์ช่วยด้วยอีกแรง ติณห์เม้มปากทั้งยังหลับตาแน่นด้วยหวาดเสียวเกินกว่าจะทนได้ และเมื่อขึ้นมาใกล้มากพอพิมายก็คว้าคอเสื้อติณห์แล้วดึงพรวด



เท้าของแฝดปฐวีพ้นจากระยะแสงส่องถึงเพียงฉิวเฉียดก่อนที่กลุ่มคนเหล่านั้นจะเดินเข้ามา



พิมายกอดร่างสั่นเทาของเด็กชายไว้แน่น พยายามผ่อนลมหายใจออกช้าๆ โดยไม่ก่อให้เกิดเสียง เรือนเหล็กเป็นสถานที่ปิดทึบไม่มีสายลมพัดผ่าน เธอเลยไม่อาจรู้ได้ว่ามีกลุ่มคนมุ่งมาทางนี้



เตชินท์เลิวคิ้วใส่เธออีกแล้ว ให้ตายเถอะ อยากชกหน้ามันชะมัด



แต่ก่อนจะได้วางมวยกัน เสียงนั้นก็ดังขึ้นเสียก่อน



“ฉันบอกแล้วไม่ใช่เหรอวิชุดาว่าแค่ให้สอบปากคำนักโทษไม่ใช่ทำศพไปแขวนประจาน”



เสียงของสมุหนายกโกมุท



พิมายผลักติณห์ออกแล้วกระวีกระวาดมาเกาะขอบคานเหล็กดูทันที เป็นโกมุทในชุดเครื่องแบบเต็มยศและครุยปักดิ้นเงินดิ้นทองจริงๆ เสียด้วย ด้านหลังตามมาติดๆ ด้วยวิชุดาแม่ของเตชินท์และปราณนต์ ห่างไปอีกหน่อยก็คือหน่วยนิรยบาลและนักสู้ระดับสูงของสกุลวัชริศอีกเป็นโขยง



คราวนี้เตชินท์ไม่เลิกคิ้วใส่เธอแล้วแต่หันมาถลึงตาให้แทน



“ฉันจะไปรู้ได้ว่าแม่นายจะชวนตัวอันตรายขนาดนั้นมาชมนักโทษวันนี้”



“ชู้ว” ตุลย์ห้าม แตะนิ้วเข้ากับริมฝีปากเพื่อบอกให้เธอเงียบเสียง



ด้านล่าง ปราณนต์กำลังสาวเท้าเป็นวงกลมรอบนักโทษอย่างพิจารณาก่อนจะผิวปากหวืด



“เธอทำถึงขนาดนี้แล้วมันยังไม่ยอมปริปากอีกเหรอ จะเหนือมนุษย์เกินไปแล้ว”



“ก็พูดอยู่เหมือนกันแต่ไม่ค่อยมีประโยชน์เท่าไร” สีหน้าเหยียดๆ ของวิชุดากับท่าทางไม่สบอารมณ์ยามจ้องมองคนที่คุกเข่าอยู่บนพื้นพอจะบอกได้เป็นอย่างดีว่าสิ่งที่ได้มาน่าจะเป็นคำสถบด่าและการกวนประสาทมากกว่าจะตอบความสงสัยให้เธอ



...หรืออีกนัยหนึ่งความสงสัยของโกมุท



“ถอดหน้ากากออก” ผู้นำแห่งแคว้นนิวารินสั่ง ปราณนต์ยังเดินวนไปมาอย่างอยู่ไม่สุข ทว่าพิมายสัมผัสได้ถึงสายลมที่เลื่อนไหลอยู่รอบตัวเขา นี่แปลว่ากำลังระวังอันตรายให้โกมุทอยู่ทุกฝีก้าวเลยทีเดียว



“เราจะทำยังไงกันดี” แฝดคนหนึ่งเขย่าแขนเธออย่างขวัญเสีย



“ขืนขยับตัวมากกว่านี้ถูกฆ่าแน่ๆ” อีกคนก็ใกล้สติแตกไม่แพ้กัน



“เราจะรอ” เตชินท์ไม่ได้เสนอ เขาสั่ง น้ำเสียงทุ่มต่ำมีความเฉียบขาดอยู่ในที “โกมุทงานยุ่งเกินกว่าจะมายืนมองแม่ทรมานนักโทษ นี่จะใช้เวลาไม่นานหรอก เราแค่ต้องอดทนรอเงียบๆ อยู่บนนี้จนกว่าทุกคนจะไปเท่านั้น”



“ชู้ว” พิมายแตะนิ้วเข้ากับริมฝีปากบ้างเมื่อสถานการณ์ด้านล่างเริ่มมีการเปลี่ยนแปลง



คนของวัชริศสองคนเดินไปปลดหน้ากากโลหะที่ครอบปิดใบหน้าของนักโทษออกให้ ดวงตาสีแดงก่ำเป็นสิ่งแรกที่พิมายสังเกตเห็นก่อนจะตามมาด้วยการสูดหายใจเข้าลึกอย่างอิ่มเอม ชายหนุ่มขยับคอซ้ายทีขวาทีจนเกิดเสียงกร๊อบแกร๊บ ตามข้างแก้มมีรอยแผลและคราบเลือดอยู่เหมือนกันแต่ก็ยังดูดีกว่าแผลที่ฝ่ามือเยอะ



“ในที่สุดก็ยอมตามจ่าฝูงมาจนได้” สภาพร่อแร่ใกล้ตาย ทว่าชายหนุ่มกลับยิ้มหยัน “ฉันบอกแล้วว่าเธอเอาฉันไม่อยู่หรอกคนสวย”



ลูกไฟดวงใหญ่ปรากฏขึ้นบนฝ่ามือวิชุดาทันทีทว่าโกมุทกลับยกมือขึ้นห้าม



“จ่าฝูงเป็นคำที่ออกจะต่ำศักดิ์เกินไปหน่อยสำหรับมนุษย์นะ” ผู้นำหนุ่มว่า หยุดยืนห่างจากนักโทษไม่ถึงสามก้าว แม้จะถูกล่ามโซ่และแผลเต็มตัวแต่ชายหนุ่มเจ้าของดวงตาสีแดงทับทิมก็ยังปากดีไม่เลิก



“เทียบกับท่านผู้นั้นพวกแกก็เป็นแค่หนอนแมลงเท่านั้นแหละ ฉันเลือกให้คำว่าจ่าฝูงให้ก็ดีถมแล้ว”



“ปกติแล้วฉันไม่ค่อยจะเห็นด้วยกับวิชุดานะ” ปราณนต์แทรกอย่างทนไม่ได้ “แต่เราฆ่ามันเลยได้ไหม อยู่ไปก็เปลืองโซ่เปล่าๆ เอาไปล่ามช้างยังได้ประโยชน์ซะกว่า”



สิ่งที่เกิดขึ้นสร้างความแปลกใจให้แก่พิมายยิ่งนัก เธอนึกว่าโกมุทจะกราดเกรี้ยวที่ถูกหมิ่นศักดิ์ศรี ไม่ก็ยืนนิ่งอย่างเย็นชาแล้วให้ลูกน้องสั่งสอนนักโทษ แต่กลายเป็นว่าเขากลับหัวเราะแผ่ว



“ชื่อของฉันคือโกมุท รัศมาศ เป็นผู้นำของแคว้นนี้และฉันมีคำถามสองสามข้อที่อยากจะถามเธอสักหน่อย”



“ฉันบอกไปหมดแล้วไงว่าฉันไม่อยากเสวนากับพวกแก!” นักโทษหนุ่มกระชากโซ่หมายพุ่งตัวเข้าหาโกมุท เสียงเสียดสีของโลหะดังก้องเมื่อโซ่ตึงเสียก่อน ส่งผลให้เจ้าของดวงตาสีแดงอยู่ห่างจากผู้นำหนุ่มเพียงไม่กี่คืบ ปราณนต์สาวเท้าเข้ามาใกล้ขึ้นสีหน้าเคร่งเครียด วิชุดายังยืนที่เดิมทว่าชักดาบรูปร่างเพรียวออกจากฝักแล้ว



“สิ่งที่ฉันจะถามไม่ใช่เรื่องน่าเบื่ออย่างเธอเป็นใครหรือท่านผู้นั้นของเธอต้องการอะไรจากแคว้นนี้หรอกนั้น ที่ฉันอยากรู้ก็คือ...”



แล้วโกมุทก็โน้มตัวเข้าไปใกล้นักโทษเสียเอง บรรยากาศเขม่งเกรียวอย่างน่าอึดอัด คำถามนั้นแผ่วเบาเกินกว่าคนที่อยู่วงนอกจะได้ยิน ทว่าสำหรับพิมายผู้เรียนรู้วิชาอันแปลกประหลาดจากแคว้นของพ่อมามากมายสามารถได้ยินชัดเจนทุกประโยคและทุกถ้อยคำ



“...พวกเธอใช้วิธีไหนในการตัดโค่นมหาพฤกษาต่างหาก”



นักโทษหนุ่มถึงกับชะงักไปในทันที ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความตกตะลึงเมื่อสังเกตเห็นบางอย่างในตัวสมุหนายกของแคว้น



“นี่แก...หรือว่าแกเองก็เป็น...”



พิมายเองก็ตกตะลึงเช่นกัน ทั้งจากความจริงที่ว่าโกมุทดูกะตือรือร้นอยากรู้วิธีทำลายมหาพฤกษามากกว่าจะหาความจริงว่าทำไมคนพวกนี้ถึงโจมตีนิวารินและจากการที่ได้รู้ว่ายังมีคนอื่นซ่อนตัวอยู่ที่นี่ด้วย!



เพราะในชั่วพริบตาที่สามารถเพ่งกสิณให้แหลมคมได้ถึงขีดสุด พิมายจึงได้ยินกระทั่งเสียงของลมหายใจ มีเสียงหนึ่งแปลกประหลาด แผ่วขัดเหมือนคนที่กำลังหายใจผ่านรูเล็กแคบอย่างหน้ากาก ดังมาจากที่ไหนสักที่บนคานเหล็ก หลบเร้นซ่อนตัว ไม่รู้เหมือนกันว่าตั้งแต่เมื่อไร อาจจะเพิ่งย่องมาได้เพียงไม่นานหรืออาจจะอยู่มาตั้งแต่ต้น แต่ที่แน่ๆ คือไม่มีใครรู้ตัวเลยสักนิด!!



เป็นครั้งแรกที่เด็กสาวตื่นตระหนก เธอยันตัวขึ้นมาจากการนอนราบ หันซ้ายขวาลุกลี้ลุกลนจนเกือบตกจากคานแคบ ทว่าเตชินท์และสองแฝดคว้าตัวไว้ได้เสียก่อน แต่การกระทำนั้นก่อให้เกิดเสียงตามมาอย่างห้ามไม่ได้



ปราณนต์แหงนหน้าขึ้นมอง ดวงตาสีเกลียวพายุหรี่แคบอย่างจับผิดก่อนจะซัดกสิณเข้าใส่ กลุ่มก้อนวาโยพุ่งแผ่สร้างแรงกระแทกสั่นสะเทือนเกือบทำเอาพิมายและพรรคพวกร่วงตกลงมา



“ดูเหมือนว่าบ้านเธอจะมีหนูนะวิชุดา” ปราณนต์หันไปกระแซะผู้นำหญิงแห่งสกุลวัชริศ ซึ่งไม่ได้ตอบโต้อะไรนอกจากส่งสัญญาณมือให้นักสู้ของสกุลไปยืนล้อมจุดนั้นและเล็งอาวุธขึ้นไป แต่ก่อนที่พิมายจะทันได้โทษว่าเป็นความผิดของเธอด้วยซ้ำที่ออกความคิดให้ทุกคนมาตาย



วูบ!



ร่างสูงก็กระโจนลงไปเบื้องล่าง ตอนแรกเด็กสาวนึกว่าเตชินท์ แต่ไม่ใช่ เขายังอยู่ข้างๆ เธอ ซ้ำร่างนั้นก็ยังไม่สูงเท่าด้วย สวมเสื้อผ้าสีดำทะมึนหัวจรดเท้า ตั้งแต่โจงกระเบน เสื้อคอปกตั้งขึ้นมาจนถึงแนวกราม ทับด้วยเสื้อคลุมยาวครึ่งแข้งไปยันผ้าคาดเอว ทุกอย่างเป็นสีดำสนิทจนแทบจะถูกความมืดกลืนหาย ไม่มีผิวเนื้อส่วนใดถูกเปิดเผยออกมาให้เห็น กระทั่งเส้นผมก็ยังถูกเก็บอย่างมิดชิด



สีสันเพียงสองอย่างบนร่างนั้นคืออาวุธที่บั้นเอว เป็นดาบสองมือสีขาวขุ่นเหมือนสลักเสลาขึ้นจากกระดูกไม่ก็งาช้างมากกว่าจะตีขึ้นจากเนื้อเหล็ก กับหน้ากากไม้ทาสีทอง...



...แกะลวดลายเป็นรูปยักษ์แสยะเขี้ยว


 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 81 ครั้ง

1,495 ความคิดเห็น

  1. #1437 RaJOuTz (@rajoutz) (จากตอนที่ 108)
    วันที่ 8 เมษายน 2562 / 22:27
    โหย ลุ้น

    รรรรรรรรรรรรรรรรรรรรร
    #1437
    0
  2. #1436 FullmoonG (@FullmoonG) (จากตอนที่ 108)
    วันที่ 7 เมษายน 2562 / 13:33
    ยักษ์ค่ะแม่ ยักษ์มาค่าาาา
    #1436
    0
  3. #1433 mummy_yaoi (@mimm5341) (จากตอนที่ 108)
    วันที่ 6 เมษายน 2562 / 23:12
    แม่อินแน่เลยค่ะ
    เราว่ามายต้องปรับปรุงเรื่องความใจร้อนของตัวเองได้แล้วนะ
    #1433
    0
  4. #1430 AmilyKick (@pamicy) (จากตอนที่ 108)
    วันที่ 6 เมษายน 2562 / 02:12

    นี่คือลุ้นมากจ้า ปากพูดไม่หยุด แม่อิน แม่อิน แม่อิน อยู่นั่นแหละ555

    #1430
    0
  5. #1429 Casper (จากตอนที่ 108)
    วันที่ 6 เมษายน 2562 / 02:10

    กริ๊เดดดดดดดดดดดด ราพณาสูรมาาาาาาาาาา

    อ๊าาาาาาาาาาาาาา ดีจัยๆๆๆๆๆ ตื่นเต้นๆๆๆๆๆ

    โอ่ยยยยยยยย

    ทำเอาแทบลืมโมเมนท์เตมายตลอดทั้งตอนเลยยยย ฮือออ

    แต่ก็ขอบคุณคุณฟ็อกซ์มากนะคะ ที่ประทานโมเมนท์ให้ ถึงจะนิดๆหน่อยๆ แต่ก็ปลิ่มมากค่ะ ฮือออ น้ำตาจะไหล

    .

    ตอนนี้เป็นตอนที่อ่านแล้วลุ้นระทึกมากค่ะ กลัวว่าเด็กๆจะโดนจับได้ ห่วงคุณเตชินทร์ด้วยกลัวเขาจะโดนลงโทษ

    แต่การวางจังหวะต่างๆ ดีมากเลยล่ะค่ะ ทั้งลุ้นทั้งเอาใจช่วย แถมยังคอยกระตุ้นให้อยากรู้ตลอดๆอีกกกกกก ฮืออออ คุณฟ็อกซ์เก่งจังค่ะ


    #1429
    0
  6. #1428 nass_san (@nass) (จากตอนที่ 108)
    วันที่ 5 เมษายน 2562 / 18:52
    ..... พ่อหนูรักษ์? แม่อินทร์? ใครหว่า?

    แต่เตมาบทำไมโมเมนท์เยอะงี้ เราเริ่มโลเลละะะะะ
    #1428
    0
  7. #1427 Por (จากตอนที่ 108)
    วันที่ 5 เมษายน 2562 / 09:47

    รู้สึกว่าบทนี้ พิมายคิดน้อยไปมั้ยกับเรื่องที่มันใหญ่เกินตัว และการที่ไม่รับฟังความเห็นจากคนอื่น เลยทำให้กลายเป็นความผิดพลาดจนอาจจะเกิดเรื่องร้ายแรงขึ้นได้ ซึ่งคงต้องติดตามกันต่อไปว่าคนทีมาใหม่อยู่ฝ่ายไหน ขอชมผู้เขียนนะคะ แต่งได้ดีค่ะ จนทำให้ผู้อ่านอินไปกับตัวละครนั้นๆ ค่ะ

    #1427
    0
  8. #1426 Hiii29220 (@Hiii29220) (จากตอนที่ 108)
    วันที่ 5 เมษายน 2562 / 06:45
    แงงงงงงงงงมันลุ้นโว้ยนนนยย
    #1426
    0
  9. #1425 ที่พึ่ง(ไม่ได้) (@Amale) (จากตอนที่ 108)
    วันที่ 5 เมษายน 2562 / 02:02
    เหยยย พวกพิมายจะทำอะไรคึกคะนองเกินไปแล้ว
    #1425
    0
  10. #1424 WaBi (@phowiset) (จากตอนที่ 108)
    วันที่ 5 เมษายน 2562 / 01:50
    เอาใหม่ๆพ่อพลัชต้องตัวสูง แม่อินทร์แน่เลยใช้ดาบสองมือ
    #1424
    0
  11. #1423 WaBi (@phowiset) (จากตอนที่ 108)
    วันที่ 5 เมษายน 2562 / 01:48
    พ่อพลัชรึป่าว หรือพวกท่านจ้าว
    หวาดเสียวแทนเด็กๆ
    #1423
    0
  12. #1422 Yuemoon (@SkyMagic26) (จากตอนที่ 108)
    วันที่ 4 เมษายน 2562 / 23:49
    เหยยยย ใครมาอีกเนี่ยยย
    #1422
    0
  13. #1421 luvtaetaev (@I_Phone) (จากตอนที่ 108)
    วันที่ 4 เมษายน 2562 / 23:12
    อู้สๆๆๆ หัวหน้าใช่มั้ยยยหรือใครรรร
    #1421
    0
  14. #1420 titania (@nilekia) (จากตอนที่ 108)
    วันที่ 4 เมษายน 2562 / 22:39
    หัวหน้ามาเองหรือหนึ่งสมาชิก?
    #1420
    0
  15. #1419 fefefy (@rainy_dacht) (จากตอนที่ 108)
    วันที่ 4 เมษายน 2562 / 22:20
    ปมเยอะไปไหมคะเนี่ย;=; //ร้องไห้แล้วหนา
    #1419
    0
  16. #1418 liingel (@teepan) (จากตอนที่ 108)
    วันที่ 4 เมษายน 2562 / 22:19
    ใครเนี่ย หัวหน้าหน่วยรากษสคนนั้นหรือเปล่า 0.0
    #1418
    0
  17. #1417 Salamander eyes (@poupe_sama) (จากตอนที่ 108)
    วันที่ 4 เมษายน 2562 / 22:09
    ตื่นเต้นๆ ใครหว่า
    #1417
    0