ตอนที่ 106 : ตอนที่ ๙๗ การกลบเกลื่อนของพิมาย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 622
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 93 ครั้ง
    14 มี.ค. 62


 ตอนที่ ๙๗ การกลบเกลื่อนของพิมาย

 



งานสมโภชวัดสุรางค์จัดขึ้นทุกๆ ห้าร้อยวัน



ถูกเรียกว่าวัดประจำแคว้นเนื่องจากเป็นวัดเก่าแก่ที่สุดที่เคยถูกสร้างและยังหลงเหลือมาถึงปัจจุบัน ลานกลางวัดมีต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์งอกเงยอยู่ ต้นกัลป์พฤกษ์เฉกเช่นมหาพฤกษา ขนาดห้าคนโอบ ยืนต้นแผ่กิ่งก้านรวมสิบวา แต่กลับมีความสูงไม่มากไปกว่าหลังคาของอุโบสถเท่านั้น



และหลังจากผ่านมาหลายต่อหลายรัชศก พิธีการอันซับซ้อนก็ถูกกร่อนลงจนเหลือเป็นแค่งานรื่นเริงงานหนึ่งเท่านั้น ผู้คนแต่งตัวสวยงาม ร้านรวงออกขายอาหาร แสงไฟประดับตามเสาและพุ่มไม้ วงมโหรีและเวทีลิเกสร้างเสียงให้คึกครื้นตลอดเวลา



“ถึงฉันจะชอบงานวัดขนาดไหนก็เถอะแต่นี่มันใช่เวลามาเที่ยวเล่นแบบนี้เหรอ” พิมายบ่นพลางขยับยุกยิกไปมาเนื่องจากความไม่สะดวกสบายของชุดที่สวมใส่ ผ้าซิ่นจีบหน้านางสีลิ้นจี่ยาวถึงข้อเท้า ท่อนบนห่มสไสจีบสีชมพูกลีบกุหลาบ ทับด้วยสไบปักเลื่อมเงินอีกชั้น ผมดำขลับถูกรวบเป็นมวยต่ำและปักปิ่นทรงสี่เหลี่ยมห้อยโซ่ประทับเหล็กที่ตีเป็นรูปขนนกขนาดเล็ก



รักษ์จำได้ว่าตอนที่มารอรับเธอที่บ้าน บนตัวพิมายมีทั้งสังวาล สร้อย กำไลและต่างหูซึ่งนภาวดีเป็นคนจับแต่งให้ แต่พอเด็กสาวเดินออกมาอีกทีพิมายก็สลัดทุกอย่างทิ้งจนเหลือแค่ปิ่นเสียแล้ว



การแต่งตัวของรักษ์นาราจะค่อนข้างเรียบง่ายกว่ามาก ผ้านุ่งจีบหน้านางปล่อยชายพกสีเหลืองทองเหมือนมุกสุกทอลายพุ่มข้าวบิณฑ์และห่มสไบเนื้อเรียบสีเปลือกไข่ที่พิมายเลือกซื้อให้เป็นของขวัญวันเกิดที่ผ่านมา ลำคอติ่งหูโล่งว่าง มีแค่กำไลข้อมือเงินรูปดอกไม้ที่เป็นของขวัญจากอินทุภรณ์เช่นกันประดับอยู่



แต่ไม่ว่าจะเป็นการแต่งกายของรักษ์นาราหรือพิมายก็ตาม เมื่อกวาดมองเทียบกับผู้คนที่เดินขวักไขว่กันอยู่ในงานสมโภชแล้ว เด็กสาวทั้งสองก็ถือได้ว่าแต่งน้อยเกินไปอยู่ดี



“ยังไงก็ทำอะไรไม่ได้อยู่แล้วไม่ใช่เหรอจ้ะ เรายังต้องรอคำตอบจากเตชินท์เทียบกับข้อมูลที่ชวินทร์กำลังรวบรวมให้อีก” รักษ์นารายกมือทัดผมไว้หลังใบหู ผมเธอยาวเลยต้นคอมามากแล้วแต่ก็ยังไม่พอจะรวบมัดอยู่ดี



“ฉันหมายถึงทางการต่างหาก แคว้นเพิ่งจะถูกโจมตีแท้ๆ ยังจะมีอารมณ์จัดงานรื่นเริงอีก”



“งามสมโภชวัดสุรางค์ถือเป็นงานใหญ่ที่คนในพระนครเฝ้ารอ ถ้ายกเลิกก็เท่ากับยอมรับว่าแคว้นกำลังกลัวและผู้นำไร้ความสามารถในการจัดการภัยคุกคาม”



พิมายพยักหน้าเข้าใจแต่ก็ยังไม่เลิกกังวล “ถึงงั้นก็เถอะ ถ้าพวกท่านจ้าวอะไรนั่นโผล่มาที่นี่อีกจะทำไง”



ก็เข้าทางท่านสมุหนายกเลยน่ะแหละสิ เพราะงานบุญครั้งนี้ไม่ใช่แค่เครื่องหมายถึงความกล้าหาญและการยืนหยัดต่อสู้กับภัยร้ายอย่างที่โกมุทจงใจแสดงออกให้ประชาชนเห็นเท่านั้น แต่ยังเป็นเหยื่อล่อชั้นยอดอีกด้วย งานใหญ่ สถานที่สำคัญ ผู้คนมากมายมารวมตัว ไม่มีที่ไหนเหมาะแก่การโจมตีไปมากกว่านี้อีกแล้ว



ปลาตัวโตแลกด้วยความตายของเหยื่อไม่กี่สิบ ให้คิดยังไงก็คุ้มยิ่งกว่าคุ้มสำหรับคนอย่างโกมุท



“มาก็ดีสิจะได้ถามซะเลยว่าต้องการอะไรจากเรา” รักษ์นาราตอบติดตลก แต่ดูจะเป็นตลกร้ายเกินไปหน่อยเพราะพิมายฟาดต้นแขนเธอดังเพี้ยะ



“พี่รักษ์ครับ!/พี่รักษ์!



ประสานเสียงมาแบบนี้ไม่ต้องหันมองก็รู้ได้ทันทีว่าคือฝาแฝด รักษ์นาราโดนหนึ่งในนั้นโถมเข้ากอดเอวอย่างแรงจนเซถลา พิมายเห็นตัวอย่างแล้วจึงเบี่ยงหนีแฝดอีกคน คว้าจับคอเสื้อแล้วดึงมาล็อคคอเพื่อยีหัวแทน



“แต่งซะหล่อเลยนะพวกตัวแสบ”



สองแฝดยังคงสวมเสื้อผ้าแบบเดียวกันจนทำให้แยกไม่ออกเหมือนเคย เสื้อม่อฮอมสีครามแขนยาว ด้ายสีขาวด้นเป็นลวดลายตลอดแนวเสื้อที่ผ่ากลาง ท่อนล่างเป็นโจงกระเบนสีน้ำตาลหงดินตัด คาดทับด้วยผ้าไหมสีทองทอชายยกอย่างประณีตและคงมีราคาแพงไม่ใช่น้อย ผมสีน้ำตาลปัดเสยไปด้านหลัง เผยวงหน้าเยาว์วัยและดวงตาสีน้ำตาลไหม้ที่มีแววซุกซนตลอดเวลา



“ลูกพี่เองก็ดูเป็นสาวเป็นนางขึ้นเยอะ”



“ไม่เหมือนลิงทโมนอย่างทุกที”



“ไอ้เจ้าพวกลูกกรอก!!



ทั้งคู่หัวเราะร่า หนีพิมายโดยการวิ่งวนไปมารอบเด็กสาวตัวเล็ก รักษ์นาราถอยหนี แต่กลับชนเข้ากลับใครคนหนึ่งเสียก่อน เธอหันไปจะขอโทษแต่ก็ต้องชะงัก



“ภาคินทร์...”



เด็กหนุ่มดูต่างออกไปจากทุกที ไม่ใช่เพราะรูปแบบเสื้อผ้าที่ดูเป็นทางการและมากชิ้นขึ้น แต่เพราะโทนสีที่เลือกมาก็ด้วย เสื้อแขนกระบอกสีเหลืองอ่อนเหมือนไม้กฤษณา โจงกระเบนผ้ายกทองสีน้ำตาลอมส้มที่เรียกว่าสีกรักทอลายสร้อยดอกหมาก ผ้าคาดเอวมีเข็มขัดทองคำประดับพลอยคาดทับอีกชั้นหนึ่ง



รักษ์นาราไม่ค่อยได้เห็นภาคินทร์ใส่เสื้อผ้าสีอ่อนมากนัก และคงจะไม่เป็นการพูดเกินไปหากจะบอกว่าโทนสีที่เขาเลือกมาดูคล้ายคลึงและเข้าคู่กับการแต่งตัวของเธออย่างน่าประหลาด



“แปลกเหรอ” เขาถามเมื่อถูกจ้อง



รักษ์นาราส่ายหน้า “แค่...ไม่ชินมากกว่าจ้ะแต่ไม่ใช่ว่าไม่ดีหรอกนะ ”



กลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกบัวผสมน้ำปรุงนี้ก็เหมือนกัน ไม่ว่าภาคินทร์จะจงใจหรือไม่ แต่มันก็สร้างภาระให้กับหัวใจของเธอไปแล้ว เด็กหนุ่มพยักหน้า ไม่ได้พูดอะไรนอกจากจ้องมองเธอกลับมา รักษ์นาราเผลอตัวยกมือขึ้นทัดผมอีกครั้ง ดวงตาเสมองไปทางอื่นไม่กล้าสบตาด้วย



“แปลกเหรอ” เธอถามบ้าง



“ไม่หรอก” ภาคินทร์ตอบ ยกมือขึ้นช่วยทัดเก็บปอยผมที่ยังเหลือให้ ปลายนิ้วลากผ่านแก้มของเธออย่างจงใจ จงใจแน่ๆ รอยยิ้มเล็กๆ ที่มุมปากยืนยันความคิดนั้น “ไม่เลยสักนิด”



สองแฝดทั้งทำลายช่วงเวลานั้นและช่วยรักษ์นาราไว้ด้วยการวิ่งเข้ามาฉุดมือ ชี้ชวนให้ดูร้านโน้นนี้ รักษ์นาราเหลียวมอง และพบว่าพิมายกำลังกอดอกถลึงตาใส่ภาคินทร์อยู่



ชั่วขณะนั้นให้ความรู้สึกราวกับว่าคาวเลือดและความวุ่นวายก่อนหน้านี้ไม่เคยเกิดขึ้นจริง ว่าเธอเป็นเพียงเด็กธรรมดา และความสุขอันเรียบง่ายจากการได้ยืนอยู่กลางวงล้อมเพื่อนๆ เป็นสิ่งที่เธอสมควรจะได้รับ ชั่วขณะเดียวเท่านั้น หากอธิฐานได้รักษ์นาราจะขอแค่นั้นจริงๆ

 






พิมายไม่ชอบใส่กระโปรง



รุ่มร่าม เคลื่อนไหวก็ยาก กระโปรงแบบเดียวที่ใส่แล้วยังทำให้เดินเหินได้คล่องแคล่วไม่ต่างจากเดิมคือชุดเครื่องแบบยอดชฎาของแม่ แต่ของแบบนั้นเอามาใส่ไปไหนมาไหนไม่ได้อยู่ดี เปิดเผยเกินไป ไม่งามเกินไปมาก เด็กสาวไม่ได้คิดอยากแต่งตัวเลยสักนิดแต่พอเห็นสายตาเว้าวอนของนภาวดีที่อุตส่าห์เตรียมชุดมาให้ก็ปฏิเสธไม่ลง



พิมายรับฟังคำพูดของรักษ์นารา แม้จะยังหลงเหลือความโกรธอยู่บ้าง แต่เพราะเข้าใจถึงความหวังดีและวัตถุประสงค์ของพ่อแม่ก็เลยไม่สามารถทำตัวบึ้งตึงต่อไปได้



แต่คิดอีกทีถ้าล่วงหน้ารู้ว่าแม่จะเลือกชุดสีหวานแหววเสียขนาดนี้มาให้ใส่ พิมายคงแกล้งโกรธต่อไปอีกสักหน่อย อย่างน้อยก็จนกว่างานสมโภชจะผ่านพ้นไป นภาวดีบ่นอยู่เสมอว่าอยากให้เธอทำตัวให้สมกับเป็นเด็กผู้หญิงกว่านี้ อ่อนหวานอีกสักหน่อย นุ่มนวลอีกสักนิด



เพื่ออะไรกันละ ให้อยู่กรอบกำหนดที่สังคมเห็นว่าเหมาะสมและให้เหล่าผู้คนที่เธอไม่รู้จักพยักหน้าเห็นชอบในสิ่งที่เธอไม่ได้เป็นงั้นเหรอ หรือเพื่อให้ต้องตาชายสักคนและได้ออกเรือนอย่างที่สังคมเห็นว่าเหมาะสมอีกเหมือนกัน ไร้สาระสิ้นดี พิมายไม่ใส่ใจอยู่แล้วว่าใครอื่นจะพูดถึงหรือมองเธอว่าอย่างไร และคนๆ เดียวที่เธอสนใจก็ไม่มีวันสนใจเธอในแง่นั้นด้วย ด้วยเหตุผลเหล่านั้นเด็กสาวจึงมอบข้อสรุปให้กับตัวเองเธอเป็นตัวของเธอน่ะแหละดีที่สุดแล้ว



อยู่ๆ ขนมเบื้อกลิ่นหอมในกระทงใบตองก็ถูกยื่นมาตรงหน้า พิมายมองตามและได้เห็นว่าเป็นภาคินทร์ เด็กหนุ่มกำลังยืนพิงรั้วไม้ซึ่งสูงเลยเอวเพียงคืบ ดวงตาสีลูกหว้ามองขนมสลับกับคนที่อยู่ๆ ก็ใจดีซื้อขนมมาฝากอย่างผิดวิสัยอยู่หลายทีก่อนได้ข้อสรุป



“ถ้าคิดว่าแค่นี้จะล้างหนี้พนันได้คิดผิดนะยะ”



“จะไม่กิน?” เด็กหนุ่มเลิกคิ้วแล้วดึงมือกลับ



พิมายคว้าแย่งมาอย่างรวดเร็วซ้ำยังโยนเข้าปากไปเสียหลายชิ้น



“เอาจริงการประลองที่เกิดขึ้นก็ไม่ได้เป็นไปตามที่เราพนันกันไว้เท่าไหร่” ภาคินทร์เอ่ยเกริ่นถึงสิ่งที่ทั้งคู่ตกลงกันไว้ ว่าหากได้มาปะทะกันในรอบชิงแฝดคนใดจะเป็นผู้ชนะ พิมายคิดว่าตุลย์ ส่วนภาคินทร์เดาว่าติณห์ แต่จะกลายเป็นว่านอกจากฝาแฝดจะไม่ได้สู้กันเองแล้ว ตุลย์กลับต้องมาปะทะกับมุกตาภาแทนเสียได้ แต่ยังไงคนที่ชนะก็เป็นแฝดเตโชอยู่ดี และนั่นส่งผลให้พิมายเป็นผู้ชนะพนันตามไปด้วย



และข้อตกลงของการพนันนี้ก็คือ คนที่ชนะจะสั่งอะไรคนที่แพ้ก็ได้เป็นเวลาหนึ่งวัน



พิมายเลือกให้เป็นวันนี้ และคำสั่งแรกคือ ห้ามนายเข้าใกล้เพื่อนฉันในรัศมีสองวา เพราะแบบนั้นเด็กหนุ่มจึงต้องมายืนอยู่ตรงนี้ เฝ้ามองเด็กสาวตัวเล็กเดินห่างไกลออกไปทุกทีโดยมีแฝดเตโชคอยเกาะแกะอยู่ไม่ห่าง แฝดปฐวีไม่ได้ตามไปด้วย กำลังงวดอยู่กับเกมปาลูกดอกที่ซุ้มข้างๆ นี้



“จะเบี้ยวหรือไง” น้ำเสียงของเด็กสาวออกจะหาเรื่องไม่น้อย



“เปล่า แค่นึกว่าเธอจะสั่งอะไรที่มันน่าขายหน้าและเอาแต่ใจมากกว่านี้ อะไรที่มันดู...” ดวงตาสีวังน้ำวนก้มมองมา มีแววประชดประชันแฝงอยู่ในที “สมกับเป็นเธอ”



“คืนนี้ยังอีกยาวไกล รับรองนายได้เจออะไรที่สมกับเป็นฉันแน่นอน” พิมายกระตุกยิ้มรับ เสียงของวงมโหรีลอยแทรกเข้ามาอยู่อีกบาทสองบาท ขนมเบื้องเหลืออีกแค่ไม่กี่ชิ้นแล้วในตอนที่ภาคินทร์เอ่ยถาม



“ตุลย์ชอบรักษ์นาราสินะ”



“ใครไม่ชอบบ้างล่ะ”



คำบ่ายเบี่ยงของเธอทำเอาเด็กหนุ่มถึงกับถอนหายใจเฮือก



“เธอก็รู้ฉันหมายถึงอะไร”



ไม่รู้ว่าคนข้างตัวเธอช่างสังเกตเกินไปหรือว่าเจ้าตุลย์มันเก็บอาการไม่เป็นกันแน่บทสนทนาจึงได้ลามไล่มาถึงจุดนี้ได้ แต่ก็ใช่ ตุลย์ชอบรักษ์นารา มากกว่าที่ติณห์ชอบ คนละแบบกับที่พิมายชอบ อาจจะใกล้เคียงที่สุดกับที่ภาคินทร์ชอบ แต่ถึงอย่างนั้นก็รู้กันดีกว่ารักษ์นาราจะไม่เลือกตุลย์ ไม่ใช่เพราะเด็กกว่า หรือเข้ากันไม่ได้ ก็แค่...ไม่ใช่



“เธอกำลังให้ความหวังเด็กนั้นอยู่” ภาคินทร์พูดกับเธอทว่าไม่ได้หันมาทางเธอ ดวงตาคู่นั้นจ้องไปยังทิศที่ตุลย์และรักษ์นาราเดินหายลับไป “ความหวังที่ไม่มีวันเป็นจริงด้วย”



คำสั่งของพิมายนอกจากจะเป็นการกีดกันภาคินทร์ทางอ้อมแล้วยังเป็นการเปิดโอกาสให้ตุลย์โดยตรง เพียงแต่คนละวัตถุประสงค์กับที่ภาคินทร์เข้าใจ



เพราะขึ้นชื่อว่าตกหลุมรักมันก็คือการร่วงหล่นที่ควบคุมไม่ได้มาตั้งแต่ต้นอยู่แล้ว คุมจังหวะเต้นของหัวใจไม่ได้ ควบคุมรอยยิ้มก็ไม่ได้ จะละสายตาหรือเบือนหน้าหนีก็ทำไม่ได้ทั้งสิ้น ถ้าจะมีอะไรที่พอเป็นไปได้ก็คือการตัดใจลาจาก สารภาพทั้งหมดออกไปเพื่อที่จะได้ไม่ต้องหวนระลึกถึงความรู้สึกเหล่านี้อีก



นั่นคือโอกาสที่พิมายมอบให้ตุลย์ โอกาสที่ถึงมีเธอก็จะไม่ไขว้คว้าไว้เด็ดขาด



แต่ภาคินทร์ไม่จำเป็นต้องรู้เรื่องนี้ อีตาคุณชายที่มีพร้อมไปทุกอย่างและสมหวังไปเสียทุกสิ่งไม่จำเป็นต้องรับรู้หรอกว่าการตัดใจจากคนที่เราชอบมันยากเย็นเพียงใด



และพูดถึงเรื่องนั้น...



“น้ำจะท่วมพระนครไหมเนี่ย พวกเธอสองคนมายืนข้างกันได้โดยไม่เลือดกลบปากไปก่อนแบบนี้”



คนที่ทำให้เธอร่วงหล่นอย่างควบคุมไม่ได้ก็ดันปรากฏตัวขึ้นพอดี



สิงขรไม่ได้แต่งตัวเต็มยศอย่างที่ควรจะเป็น แค่โจงกระเบนเนื้อผ้าเรียบๆ กับเสื้อคอปกสีสดอย่างที่เห็นกันจนชินตา ใบหน้าคมคายมีหนวดเคราขึ้นเป็นตอสั้นๆ อย่างไม่เป็นระเบียบ จึงยังเผยให้เห็นรอยแผลเป็นตรงมุมกรามขวา สองมือของเขาล้วงอยู่ในกระเป๋า มุ่งตรงมาทางเธอและภาคินทร์



พิมายซ่อนรอยยิ้มเขินอายไว้เบื้องหลังท่าทีโผงผางเหมือนเคยในขณะที่ภาคินทร์ทำท่าจะสาวเท้าหนีไปอีกทางเอาดื้อๆ



“อย่างน้อยก็ทักทายผู้หลักผู้ใหญ่หน่อยสิวะ” สิงขรคว้าคอเสื้อเด็กหนุ่มไว้พร้อมบ่น



ภาคินทร์ถอนหายใจ หันมาไหว้แบบขอไปทีก่อนจะพูดกับพิมาย



“ฉันจะไปหาอะไรมากินเพิ่มเอาอะไรไหม”



อาศัยอภิสิทธิ์ความเป็นผู้ชนะการพนันพิมายฝากซื้อหลายอย่างแต่ไม่ยอมขยับจากที่เดิม เธอยอมรับออกไปตามตรงว่ารองเท้าคู่สวยที่แม่เลือกมาให้กำลังฆ่าเธอทั้งเป็น ดังนั้นขอรอตรงนี้เงียบๆ ดีกว่า ภาคินทร์พยักหน้า เดินแทรกผ่านฝูงชนหายไปอย่างรวดเร็ว



เหลือแค่เธอกับสิงขร...



“มารยาทแย่ได้พ่อมาเต็มๆ เลยจริงๆ”



...ที่ยังคงบ่นพฤติธรรมของภาคินทร์ไม่เลิก



พิมายหัวเราะรวน ประหม่านิดหน่อยที่ต้องอยู่ตามลำพังกับครูของเธอ แต่ก็เหมือนเคยเธอเก่งพอที่จะอำพรางมันได้



“ครูน่ะแหละมาทำอะไรแถมยังแต่งตัวไม่เข้ากับงานอีก”



“มาซื้อของ” อดีตปัญจราชศาสตราแห่งปฐวีตอบเรียบ ทว่าดวงตาสีน้ำตาลไหม้คู่นั้นเปล่งประกายขึ้นมาวูบหนึ่ง คล้ายกำลังนึกถึงใครอีกคนอยู่ “ได้ยินว่าร้านทอผ้าเมืองบูรพาจะมาเปิดซุ่มเลยว่าจะมาดูสักหน่อย”



พิมายรู้ได้ในทันทีว่าเขาไม่ได้มาเพื่อตัวเอง เพราะคนแต่งตัวเชยสะบัดที่ไม่ได้มีความเข้าคู่กันทางด้านโทนสีและลวดลายอย่างสิงขรย่อมไม่มีทางสนใจร้านทอผ้าไหมร้านดังอยู่แล้ว เว้นเสียแต่จะซื้อไปให้ใครอื่น ซึ่งใครที่ว่าก็มีได้อยู่คนเดียวเท่านั้น รอยยิ้มของพิมายจางลงนิดหนึ่ง แต่ก็แค่นิดเดียวเท่านั้นจริงๆ ก่อนจะกลับมาเป็นปกติแล้วเอ่ยแซว



“อัฐพอเหรอครูร้านนี้แพงเอาเรื่องอยู่นา”



“ดูถูก ฉันน่ะผ้าขี้ริ้วห่อทองนะเว้ย” สิงขรทำท่าจะตบกระเป๋าเงินเพื่อเป็นการโอ้อวด แต่ถุงหนังที่เต็มไปด้วยอัฐกลับอันตรธานหายไปอยู่ในมือติณห์ที่ยืนแลบลิ้นอยู่เบื้องหลังเสียแล้ว เขาโวยวายเสียงดัง ตั้งท่าจะไล่กวดหลานชายแต่ก็นึกอะไรขึ้นมาได้เสียก่อน



ร่างสูงหันมา ยืนน้ำตาลที่ปั้นเป็นรูปหงสาเสียบอยู่บนไม้ไผ่มาให้



“เห็นแล้วนึกถึงพอดีเลยซื้อมาฝาก”



พิมายรู้ดี คำว่านึกถึงของเขาคือในวันนั้นที่ได้พบกันเป็นครั้งแรก วันที่เขาช่วยเธอจากการกลั้นแกล้งของนภันต์ สิงขรปลอบเธอที่กำลังร้องไห้ไม่หยุดด้วยการซื้อน้ำตาลปั้นที่ขายอยู่ข้างทางให้ สีแดงปนเขียว หน้าตาเบี้ยวเสียจนดูไม่ออกว่าเป็นรูปอะไรกันแน่ ไม่เหมือนน้ำตาลปั้นรูปหงสาอันชดช้อยที่เห็นอยู่นี้



แต่พิมายแน่ใจว่ามันจะให้รสชาติเหมือนกัน หวานและอบอุ่น ความรู้สึกที่ผลักเธอให้ร่วงหล่นลึกยิ่งไปขึ้น เด็กสาวดีใจมากจนเกือบเผลอทำหน้ากากเลื่อนหลุด เพราะเธอเลยหัวเราะรวน แกล้งแซวอีกครั้งเป็นการเบี่ยงประเด็น



“แก่แล้วเลยย้อนรำลึกอดีตเหรอครู”



“เออสิ ตอนนั้นเธอยังตัวกะเปี้ยกแค่นี้อยู่เลย” เขากะความสูงของเธอด้วยฝ่ามือ เลยระดับเอวขึ้นมาเล็กน้อย “แล้วดูตอนนี้สิโตจะเป็นสาว ยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกตัวเองแก่ชะมัด”



สิงขรหัวเราะบ้าง พูดไปเรื่อยตามประสาผู้ใหญ่ แต่ก็เช่นเคยและอย่างง่ายดายที่ทำให้ในอกของพิมายบีบรัดจนเกือบหายใจไม่ออก เพราะต่อให้โตขึ้นแค่ไหนหรือเปลี่ยนแปลงไปมากเท่าไรอีกฝ่ายก็คงไม่หันมองเธอในแบบที่เธออยากให้เป็นอยู่ดี



ตอนนี้เป็นจังหวะดีมากที่จะพูดอะไรสักอย่าง รอบด้านอึกทึกมากพอที่จะทำให้คำสารภาพของเธอกลืนหายไปได้ง่ายๆ ซ้ำยังอยู่กันเพียงลำพังแค่สองคน ไม่ต้องกลัวว่าคนอื่นจะบังเอิญมารับรู้ แค่คำสั้นๆ เท่านั้น สารภาพไปแล้วหัวใจของเธอจะได้เบาลง และจะได้ตัดใจจากคนที่ไม่ควรได้เสียที



แต่อย่างที่บอก ต่อให้โอกาสมาเยือนพิมายก็ไม่คิดคว้าเด็ดขาด



น่ากลัวเกินไป เสี่ยงอันตรายเกินไปมาก



เธอโต้ตอบคำพูดของเขาด้วยการฉีกยิ้มกว้าง แว่วเสียงจะโกนของติณห์ดังมาว่าถ้าไม่รีบตามมาเขาจะเอาอัฐทั้งหมดไปซื้อเกมปาลูกดอกจริงๆ ละนะ เท่านั้นแหละสิงขรเลยตาลีตาหลอกวิ่งตามหลานชายไปทันที ทิ้งพิมายให้ยืนเหม่อกับขนมน้ำตาลปั้นในมือต่อไป



##########

          สนทนา :  นิยายโชโจโชเนนที่ดีต้องมีอีเว้นท์งานวัดค่ะ ฟฟฟฟฟ เครียดมาเยอะแล้ว มาพายเรือแบบใสๆสบายๆกันบ้าง







 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 93 ครั้ง

1,493 ความคิดเห็น

  1. #1393 Casper (จากตอนที่ 106)
    วันที่ 16 มีนาคม 2562 / 18:10

    ฮฮือออออ เข้าใจความรู้สึกของพิมายนะ กับคนที่รู้ว่าไม่มีทางเป็นไปได้ต่อให้โอกาสมาอยู่ตรงหน้าก็ขอไม่บอกออกไปดีกว่า เก็บมันไว้แบบนั้นแหละ ให้มันอยู่ในส่วนลึกของหัวใจแบบนั้นแหละดีแล้ว :)

    รักเขาข้างเดียวอะน้อะ แถมดูแล้วพิมายคงจะแอบชอบครูสิงห์ต่อไปเรื่อยๆอ่ะแหละ //แต่แวะหันมามองพิเตของเราหน่อยก็ได้นะพิมายยยยย T^T

    #1393
    0
  2. #1392 FullmoonG (@FullmoonG) (จากตอนที่ 106)
    วันที่ 15 มีนาคม 2562 / 18:57
    นี่ยังมีขุ่นๆอยู่นะฟ็อกซ์ ยังไม่ใส~~~~
    #1392
    0
  3. #1391 Banana123456789 (@Banana123456789) (จากตอนที่ 106)
    วันที่ 15 มีนาคม 2562 / 14:25
    เตมายเถอะะะะะะ
    #1391
    0
  4. #1390 ??ooo (จากตอนที่ 106)
    วันที่ 15 มีนาคม 2562 / 12:54

    พิขรมีโอกาสสมหวังแค่ไหนเนี่ย ฮืออออ

    คินทร์รักษ์หยอดมานิดๆ ส่วนตุลย์รักษ์นี่ต้องเคลียร์กันดีๆนะหนู;-;

    #1390
    0
  5. #1389 ที่พึ่ง(ไม่ได้) (@Amale) (จากตอนที่ 106)
    วันที่ 15 มีนาคม 2562 / 07:37
    นุ้งคินมีเนียนตลอดดดดด
    #1389
    0
  6. #1388 สุดย0ด (@patinya1223) (จากตอนที่ 106)
    วันที่ 15 มีนาคม 2562 / 07:18
    เราเรือสิงขรได้ไหมอะ ฮือ อยากให้มายสมหวัง ลุงก็อย่าบื้อมากได้ไหม เด็กใันชอบมาตั้งนานแล้วนะลุง!
    #1388
    0
  7. #1387 Hiii29220 (@Hiii29220) (จากตอนที่ 106)
    วันที่ 15 มีนาคม 2562 / 02:00
    กะคือฟอกซ์จะดำดิ่งไปในวิถีของโชเน็นเสียแล้วครับ ตั้งแต่ตอนบรรยายฉากต่อสู้การตัดจบยันอีเว้น55555555
    นุ้งมายต้องเป็นเด็กที่สวยมากแน่ๆตัวสูงชะลูดเป็นหุ่นนางแบบ ยิ่งจับแต่งตัวคงจะสวยมาก ความรู้สึกน้องต้องหน่วงมากแน่ๆชอบแต่ดันต้องเก็บไว้แถมตัวน้องยังยอมแพ้กับมันด้วย ในความรู้สึกเรามองว่าน้องมองลุงสิงห์เหมือนเป็นทั้งความรักและความชื่นชมเหมือนที่แฟนคลับชอบไอดอลพอน้องโตขึ้นความรู้สึกมันจางลงลุงสิงห์ในภาพจำของน้องก็ยังเป็นคนเดิมในตอนนั้น ตรงนี้แอบคิดเหมือนกันว่ามันก็เลยไม่ใช่ฟีลที่จะรักและแก่เฒ่าไปด้วยกันแต่ๆๆๆอันนี้ฟีลที่เราคิดเสยๆนะอาจจะมโนไปเองหรือยังไงเอ้ะ55555555555นุ้งมายสู้ๆนะมันจะต้องมีเรื่องสมหวังมั่งแหละถ้าผุชายไม่รับรักเราเป็นโสดก็ได้!!!สวยๆเริ่ดๆไปเลยค่ะ
    #1387
    0
  8. #1386 nass_san (@nass) (จากตอนที่ 106)
    วันที่ 14 มีนาคม 2562 / 22:36
    พิขรรรรรรรรรรร ลุงโว้ยยยยยย 555555

    ชอบพระนางมากตอนนี้ แหย้กันไปมา บ้าเอ๊ย เขินหนักมาก

    มีคำผิดบ้างนะคะ และยังรอตอนทุกคนอีโวลูชั่น 5555555
    #1386
    0
  9. #1385 Rosalia.BlackRose (@gtnrosalia) (จากตอนที่ 106)
    วันที่ 14 มีนาคม 2562 / 21:02
    เตมายเท่านั้น! เตมายจงเจริญ!!!
    #1385
    0
  10. #1384 AmilyKick (@pamicy) (จากตอนที่ 106)
    วันที่ 14 มีนาคม 2562 / 20:56

    แอบรักทั้งๆที่รู้ว่าเป็นไปไม่ได้ว่าเจ็บแล้ว เขายังรักคนอื่นอยู่แล้วอีก น้องมายยยยยยย มาซบอกเตชินทร์เถอะลูกกก

    #1384
    0
  11. #1383 Oxo0094 (จากตอนที่ 106)
    วันที่ 14 มีนาคม 2562 / 20:43

    เตมายก็ดีนะ แต่เห็นแบบนี้ละอยากให้มายสมหวังอ่ะ แง

    #1383
    0
  12. #1382 Yuemoon (@SkyMagic26) (จากตอนที่ 106)
    วันที่ 14 มีนาคม 2562 / 20:42
    ถึงพิมายจะยังตัดใจจากลุงสิงห์ไม่ได้ แต่เราก็ยืนหยัดเรือเตมายเหมือนเดิมนะ /ดมกาว
    #1382
    0
  13. #1381 Salamander eyes (@poupe_sama) (จากตอนที่ 106)
    วันที่ 14 มีนาคม 2562 / 20:34
    ตอนหน้ามีเตมายเถอะสาธุ!
    #1381
    0
  14. #1380 WaBi (@phowiset) (จากตอนที่ 106)
    วันที่ 14 มีนาคม 2562 / 20:33
    นึกว่าเตมายจะมา ที่ไหนได้เรือลุงสิงห์มา แถมเจอมายตอนที่สวยด้วยสิ55555|
    #1380
    0