[SET] Heart's Hot Toxic :: เสพพิษรัก ขย้ำหัวใจ [จบแล้วจ้า]

ตอนที่ 6 :

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,626
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 26 ครั้ง
    24 ส.ค. 58

Chapter 5

I’m trying to do, but you do not


           “หึ! หน้าบานเป็นกระด้งเลยนะ”

          ฉันที่เพิ่งเดินเข้าบ้านต้องหันไปมองที่กำแพงฝั่งบ้านลุงนำทัพก่อนจะยิ้มให้ใครบางคนที่โผล่หัวมาแขวะ


          “แน่นอนค่ะ”


          “แล้วผู้ชายคนอื่นๆ ของอัลเอาไปไว้ไหน สลับลางให้ทันนะ ถ้ารถไฟเกิดชนกันขึ้นมาแล้วจะยุ่ง” เฮียพลจ้องมองมานิ่งๆ


          “พูดอะไรน่ะเฮีย ฉันมีวิณณ์เป็นแฟนคนเดียว ไม่เหมือนเฮียหรอก มั่วไปเรื่อย ชิ! หมอหมา”

          “ว่าไงนะ” เฮียพลเลิกคิ้วสูง


          “ฉันไม่ได้ว่าเฮียเป็นหมานะ แค่แบบ... เรียกตามอาชีพ หมอหมาไง” ฉันตีหน้าซื่อใส่เขา ไม่ได้ตั้งใจจะด่านะ แค่ด่าอ้อมๆ

          “สัตวแพทย์!

          “ก็รักษาเจ้าเบเบ้ที่เป็นหมา ก็เป็นหมอหมาแหละถูกต้องแล้วค่ะ” ฉันบอกแล้วเดินลอยหน้าลอยตาเข้าบ้าน


          “อย่าทำแบบนี้อีกนะอัลญ่า เฮียไม่ได้ใจดีเหมือนเฮียนับพัน” ฉันสะดุดกึก!แล้วหันไปมองเขาอีกครั้ง

          “หมายถึงอันไหน ควงแฟนไปกินข้าว หรือ... เรื่องดาวนิเทศฯนั่น” ฉันให้ตัวเลือกเขาอย่างเจาะจงเผื่อเขาจะเลือกตัวหน้า อย่างน้อยฉันจะได้รู้ว่าเขายังเห็นฉันอยู่ในสายตา


          “เฮียหมายถึงเรื่องหลัง”


          “เหอะ!” ฉันแค่นหัวเราะ ที่แท้ที่มาดักรอกระแนะกระแหนฉันก็เพราะเรื่องนี้นี่เอง “เฮียโกรธอัลเหรอ?”

          “เฮียจะคบใครหรือไปไหนมาไหนกับผู้หญิงมันก็เรื่องของเฮีย อัลไม่ควรมายุ่ง”



          จี๊ดมากๆ ฉันเม้มปากแน่น อยากจะควักหัวใจออกมาให้เขาดูเหลือเกินว่ามันบอบช้ำมากแค่ไหน ฉันเดินเข้าไปใกล้กำแพงมากขึ้น ฉันหวังอะไรอยู่? หวังจะให้เขามาโวยวายเรื่องที่ฉันสวีตกับแฟนต่อหน้าเขางั้นเหรอ


          ละเมออยู่หรือไงอัลญ่า ตื่นซะ!

          “ทำไม”


          “อัลไม่มีสิทธิ์”


          ฉันรู้สึกหน้าร้อนเห่อ ฉันสบตาเข้ากับสายตานิ่งๆ สุดแสนจะเย็นชานั่น


          “อัลไม่มีสิทธิ์... แม้แต่ความเป็นน้องอัลก็ไม่มีสิทธิ์ใช่ไหม?” ฉันถามเขาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาเหมือนคนกำลังจะหมดแรง ฉันเม้มปากแน่นอย่างเจ็บปวด เฮียพลทำหน้าแปลกๆ ดูเหมือนเขาจะตกใจไม่น้อยกับท่าทีจริงจังของฉัน

          “อัลญ่า... พริบพราวเป็นน้องสาวของเฮียแท้ๆ ยังไม่เคยมายุ่งวุ่นวายขนาดนี้เลย” เฮียพลบอกอย่างหัวเสีย ฉันกระพริบตาเพื่อไม่ให้ตัวเองร้องไห้ออกมา “อย่าให้มันมากนักนะอัล ขอบเขตของเรามีกำจัด อย่าล้ำให้มันมาก”


          เฮียพลหันหลังหมุนตัวเดินกลับไปที่บ้านของเขา ทิ้งให้ฉันยืนนิ่งกับคำพูดเหล่านั้น


          “ฮึก!” ฉันร้องไห้ออกมาอย่างช่วยไม่ได้ แต่หลังจากที่เฮียพลเดินหายเข้าไปในบ้านแล้วนะ ไม่งั้นฉันคงไม่ยอมปล่อยให้ตัวเองร้องไห้ออกมาหรอก ฉันพยายามกัดฟันหยุดร่างกายที่สั่นเทา ฉันยกมือขึ้นทาบตรงตำแหน่งหน้าอกด้านซ้ายของตัวเองด้วยความเจ็บปวด

          ฉันควรจะขีดเส้นตัวเองให้มากกว่านี้ใช่ไหม...










          [ตายแล้วชะนี! สมควรแล้วแก แกก็รู้ว่าเขาไม่ได้ชอบแกมากกว่าน้องสาวก็ยังจะดันทุลัง เป็นยังไงล่ะยะ!] หญิงลีสมทบใส่อย่างไม่แคร์จิตใจฉันเลยสักนิด แต่ที่มันพูดก็ถูก

          [อีหญิงลี! จะพูดทำไมวะ แค่นี้ไอ้อัลมันก็เสียใจจะแย่แล้วเนี่ย] พิมมี่โวยมา

          ตอนนี้ฉันกำลังประชุมสายคุยกับเพื่อนๆ อีกสองคนอยู่


          “ช่างเถอะแก ฉันควรจะทำใจได้แล้ว”


          [ใช่ไหมล่ะ แกก็มีวิณณ์อยู่แล้วจะมาสนใจเฮียพลเพื่อ??? นังอัลญ่าน้อยหอยสังข์ของเจ๊ แกสวยขนาดนี้ มีแฟนก็หล่อมหากาฬ จะมัวแต่ฝังใจกับรักเดิมๆ ทำไม แม้ว่าเฮียพลจะหล่อขั้นเทพก็เถอะ สมองเป็นเลิศ แถมหุ่นยังน่ากิน ถ้าได้สิงสักครั้งคงฟินน่าดู!]

          [หญิงลี อย่าแอบxนะแก]

          [นังพิมมี่!!! เดี๋ยวแม่เอาทุเรียนฟาดหน้า!] สองคนนี้ทำให้ฉันอารมณ์ดีขึ้นมาเลยล่ะ แต่ก็แค่นิดเดียวเท่านั้น

          [เดี๋ยวฉันเอาเซ็กซ์ทอยยัดปาก!] พิมมี่ก็ไม่ยอมแพ้ค่ะ

          [กรี๊ด!!! ฉันจะเอาของจริงค่าาา]

          [ก่อนจะโดนของจริงแกได้โดนกระทืบตายก่อน]

          [อีชะนีปากไม่มีหูรูด]

          [นังตุ๊ดไม่มีเมรุ]

          [กรี๊ด!!!]

          “พอๆ ฉันล่ะปวดหัวกับพวกแกจริงๆ” จากที่ตอนแรกจะอารมณ์ดีขึ้นดันแย่ลงซะงั้น อะไรของพวกนี้เนี่ย ไม่เข้าใจว่าพวกมันคบกันไปได้ยังไง

          [เอาน่าแก อย่าคิดมาก เฮียพลเขาก็ยื่นเส้นแบ่งเขตให้แกแล้ว แกก็อย่าเผลอไปล้ำก็พอ] พิมมี่บอกเสียงเครียดเล็กน้อย มันเป็นห่วงฉันน่ะ

          [ใช่ ผู้ชายมันไม่เอาก็ตัดใจเหอะว่ะ] หญิงลีบอกทำให้ฉันเม้มปากแน่น

          “เครียดๆ แบบนี้ ออกไปเที่ยวกันมะพวกแก?” ฉันเอ่ยชวน


          [พรุ่งนี้มีเรียนเช้านะแก] พิมมี่รีบบอกทำให้ฉันชะงักไปเล็กน้อย นั่นสิ!

          [ยัยพิมมี่ เพื่อนรักเจอเรื่องสะเทือนใจก็ต้องพาไปปลอบขวัญ รีบๆ ไปแต่งตัวเลย สามทุ่มเจอกัน!] หญิงลีบอกอย่างรอไม่ไหวแล้วก่อนจะตัดสายไปเสียดื้อๆ

          [ไวโคตร] พิมมี่เอ่ยตามหลัง

          “สามทุ่มเจอกันนะแก เดี๋ยวฉันไปแต่งตัวก่อน คืนนี้ถ้าฉันไม่เมาอย่าชวนกลับนะ”


          [พรุ่งนี้มีเรียนเช้านะเว้ย] จะมารักเรียนอะไรเนี่ย

          “ช่างเหอะ แค่นี้นะ” ฉันวางสายแล้วเดินผ่านเปลถักที่ผูกอยู่กลางห้องไปเปิดตู้เสื้อผ้า ก่อนจะเลือกชุดสวยๆ เซ็กซี่ๆ มาเปลี่ยน คืนนี้ฉันจะลืมเรื่องทุกข์ใจแล้วไปแดนซ์กัน เมากันให้หนำใจไปเลย!

          อัลญ่าสู้ๆ

 





 

          “เจ้าอัล... เจ้าอัล” แรงเขย่าเบาๆ ทำให้ฉันต้องพลิกตัวหนีอย่างนึกรำคาญ ม๊าจะมาปลุกทำไมเนี่ย คนง่วงจะนอน โอ๊ย! ปวดหัวมากด้วย ไม่อยากตื่นค่ะ

          “เจ้าอัล ตื่นเดี๋ยวนี้นะ นี่มันสายมากแล้วจะนอนไปถึงไหน” ม๊ายังคงรบกวนการนอนของฉันต่ออย่างไม่ยอมแพ้แม้ฉันจะแดดิ้นหนีการรุกรานมากแค่ไหนก็ตาม


          “อัลขอนอนต่อนะม๊า ตื่นไม่ไหว”


          “นี่กลับสว่างเลยใช่ไหมเนี่ย ฮะ!” ม๊าพยายามดึงแขนฉันให้ลุกขึ้นนั่ง ฉันต้องยอมลุกขึ้นตามแต่ตายังคงปิดอยู่ ได้ยินเสียงม๊าบ่นหลายๆ ประโยค ก็คงเป็นเรื่องที่ฉันไปเที่ยวกับเพื่อนเมื่อคืนแหละ ดูสิเนี่ย... ยังอยู่ในชุดเมื่อคืนอยู่เลย “รีบลุกขึ้นไปอาบน้ำแต่งตัวไปเรียนได้แล้ว”

          “ไม่เอา” ฉันบอกอย่างเอาแต่ใจแล้วขยับตัวเพื่อหามุมสบายให้กับตัวเอง

          “ม๊าส่งแกไปเรียนนะเจ้าอัล ไม่ได้ส่งให้ไปเอาการศึกษาค้ำคอแล้วมาเมาแบบนี้ เป็นผู้หญิงยิงเรือไปเที่ยวกลางค่ำกลางคืนมันอันตราย บอกก็ไม่เคยฟัง จะทำยังไงดีกับลูกสาวที่ไม่เหมือนชาวบ้านชาวช่องเค้า!” 

          “โอ๊ยๆ” ฉันร้องเมื่อโดนม๊าเขย่าร่างแรงๆ รู้สึกเหมือนคอจะหลุดจากตัวเลยแหะ ฉันค่อยๆ ลืมตาขึ้นมองม๊าก่อนจะทำหน้ามุ่ย ปวดหัวก็ปวด อาการแฮงค์ยังมีอยู่ ฉันเหลือบมองนาฬิกาผ่านช่องมู่ลี่ที่ประดับเต็มเตียงไม้มีเสาแบบสมัยโบราณก่อนจะยอมยกธงขาวอย่างยอมแพ้ ไปเรียนไม่ไหว สภาพแบบนี้ขอนอนตายอยู่ห้องดีกว่า “ขอหยุดวันหนึ่งนะม๊า”


          “ไม่ได้!” ม๊าขัดเสียงดังแล้วหันไปทางด้านหลังตัวเอง ฉันหันไปมองตามก่อนจะลืมตาตื่นอย่างเต็มที่เมื่อเห็นใครบางคนยืนกอดอกพิงกรอบประตูห้องฉันอยู่

          “เฮียพล?” ฉันขมวดคิ้วน้อยๆ เขามาทำไม!      

          “ก็ใช่น่ะสิ เฮียพลมารอแกนานแล้ว รีบลุกขึ้นไปอาบน้ำแต่งตัว” ม๊าบอกแล้วผลักฉันลงไปนอนบนเตียงแรงๆ เหมือนเป็นการเรียกสติ


          ฮึก! เจ็บชะมัด ม๊าใจร้าย

          “ไม่เอา” ฉันยังไม่ยอมลุกรีบซุกหน้าลงกับหมอนแล้วดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุม


          “สภาพลูกสาวฉัน เห็นแล้วอยากจะเป็นลมตายไปให้รู้แล้วรู้รอด!” ม๊าบ่นๆ แล้วกระชากผ้าห่มออกจากตัวฉัน ฉันขดตัวหนี “อัลญ่า! ม๊าบอกให้ลุก!

          “...” ฉันแกล้งตีเนียนทำหลับ แต่รู้ว่าอีกสองคนที่เหลือไม่เชื่อหรอก ม๊าถอนหายใจแรงๆ


          “อาต๊ะครับ เดี๋ยวผมจัดการเอง” เฮียพลบอก ฉันไม่อยากจะลืมตาไปมองก็เลยหลับไว้อย่างนั้น ได้ยินเสียงม๊าเดินออกไปพร้อมกับเสียงปิดประตู ฉันส่ายหน้าเซ็งๆ แล้วปล่อยตัวเองให้หลับต่อ



          ปวดหัว...

          “อัล...” เสียงเรียกนิ่งๆ ที่แฝงไปด้วยความกดดันดังขึ้นใกล้ๆ หู ฉันเลิกคิ้วสูง ทำไมเสียงเฮียพลอยู่ใกล้แค่นี้ล่ะ? ฉันลืมตาข้างเดียวขึ้นดูก่อนจะต้องลุกพรวดเมื่อสบตาเข้ากับนัยน์ตาสีรัตติกาลนั่น แต่แล้วร่างฉันก็ถูกกดลงไปนอนบนเตียงเหมือนเดิม ฉันมองหน้าเฮียพลตื่นๆ


          “ฮะ...เฮีย จะทำอะไร?”


          “หึ! คิดว่าเฮียจะทำอะไร” เฮียพลถามพร้อมกับก้มหน้าลงมาใกล้ ใบหน้าหล่อเหลาในระยะประชิดเล่นเอาหัวใจฉันเต้นรัว ให้ตาย! อุตส่าห์จะทำใจแข็งแล้วนะ เจอแบบนี้ก็อ่อนยวบเลยสิคะ ทำไมเฮียพลทำกับฉันแบบนี้ ลำบากใจนะเฮ้ย!

          ฉันพยายามจะลุกอีกครั้งแต่ร่างหนาก็ทาบทับลงมาจนฉันหนักอึ้ง ฉันมองใบหน้าของเฮียด้วยความไม่เข้าใจ เฮียพลจ้องมานิ่งๆ แต่หัวใจฉันกลับเต้นโครม!

          “ออกไปนะเฮีย” นี่เป็นเพียงไม่กี่ครั้งล่ะมั้งที่ฉันแสดงอาการแบบนี้ ถ้าเป็นปกติฉันคงดีใจจนเนื้อเต้นที่ได้ใกล้ชิด แต่ตอนนี้มันไม่ใช่ไง ฉันโกรธอยู่จงรู้ไว้ซะ!

          “จะลุกไปอาบน้ำดีๆ หรือต้องให้...” เฮียพลลากสายตาลงต่ำอยู่ที่ระดับหน้าอกฉัน ชุดเดรสเกาะอกแหวกเต้าแทบจะไม่ได้ช่วยปกปิดอะไรฉันเลย ฉันกัดฟันแน่น อยากจะด่าเขาแรงๆ แต่ก็ทำไม่ได้

          “ทำไม?”


          “จะให้เฮียถอดให้เหรอ...” เมื่อก่อนฉันอาจจะนึกสนุกตามเกมเขาไป แต่ในวินาทีนี้ฉันรู้สึกโมโหมาก


          “ลามก!” เฮียพลเลิกคิ้วท่าทางแปลกใจ “ลุกออกไป อัลจะไปอาบน้ำ”

          “จริงเหรอ?” เฮียพลถามด้วยสีหน้าเหมือนไม่อยากเชื่อ


          “อื้อ ปล่อย” ฉันบอก เฮียพลนิ่งค้างสองสามวิก่อนจะยอมลุกออกไปจากตัวฉัน ดี! ถ้าขืนช้ากว่านี้ฉันได้จับเฮียปล้ำแน่ มาอ่อยถึงห้อง มาให้อยากถึงบนเตียงเลยนะ

          “เฮียจะลงไปรอข้างล่าง ให้ไว สิบนาทีพอไหม?”


          “ถามได้ โคตรไม่พออ่ะ อาบน้ำก็ปาไปครึ่งชั่วโมงแล้ว”


          เฮียพลส่ายหน้าท่าทางเอือมระอาก่อนจะมองหน้าฉันแล้วหลุดขำ ฉันนี่โคตรเสียความมั่นใจเลย ทำไมคะ?

          “สิบนาที ไม่งั้นเฮียจะขึ้นมาช่วยแต่งตัวเอง” พูดจบเฮียพลก็เปิดประตูห้องฉันออกไป ฉันยังนิ่งค้างกับคำพูดของเขา


          หรือฉันควรจะเล่นตัวให้เขาขึ้นมาช่วยแต่งตัวจริงๆ คิดแล้วสนุกแหะ

 

          แต่ไม่ดีกว่า... เมื่อคืนฉันเก็บความรู้สึกเหล่านั้นทิ้งไปแล้ว ในเมื่อเขาบอกให้ฉันอย่าล้ำเขต ฉันก็จะทำตาม ฉันจำใจเดินเข้าห้องน้ำก่อนจะต้องตกใจกับสภาพตัวเอง



          ตายแล้ว! อีเพิ้งในกระจกนี่ใคร ผมเผ้ารุงรัง ดวงตาเลอะคราบอายไลเนอร์ เมื่อคืนฉันร้องไห้ด้วยแน่ๆ แล้วไหนจะ... หน้าที่ลิปสติกเปื้อนเต็มไปหมด เมื่อคืนเกิดอะไรขึ้นกับฉันบ้างเนี่ย ยังดีนะที่กลับบ้านถูก ไม่งั้นกลายเป็นอีบ้าข้างทางไปแล้ว ฉันรีบอาบน้ำแต่งตัวทันที สิบนาที... ทันไม่ทันฉันก็จะทำให้ทัน

          หลังจากที่อาบน้ำแต่งตัวเสร็จ ฉันก็เดินหน้าบึ้งลงมาข้างล่าง เจอเฮียพลนั่งรออยู่ พอฉันมองหาคนอื่นๆ ก็ไม่เจอ

          “อาต๊ะออกไปซื้อของเข้าร้านแล้ว” เฮียพลบอก ฉันพยักหน้ารับก่อนจะเดินออกไป “ไม่กินอะไรก่อนเหรอ?”



          “ไม่ล่ะ อยากจะอ้วก” ฉันบอกแล้วเดินไปรอที่รถของเฮียพลที่จอดอยู่หน้าบ้านของเขา ก่อนจะเลิกคิ้วน้อยๆ เมื่อเจอพริบพราวนั่งรออยู่ที่เบาะหลัง ฉันที่ไม่อยากจะพูดอะไรก็ต้องฝืนใจทักไป



          “หวัดดีพริบ” สั้นๆ ง่ายๆ จบ!


          “หวัดดีอัล” ดูหน้าตาเธอไม่ค่อยสดชื่นเลยนะ เหมือนอดหลับอดนอนมาเลย แต่ก็ยังดีกว่าฉันเยอะ


          เฮียพลเดินตามมาทำท่าจะพูดอะไรแต่ก็ไม่พูดก่อนจะขึ้นรถ สตาร์ตแล้วขับไปมหาวิทยาลัยเลย


          “อะแฮ่ม... อัลๆ ฉันมีข้อสงสัยบางอย่าง?” จู่ๆ พริบพราวก็เอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ ฉันเอี่ยวตัวไปมองด้านหลังเล็กน้อย


          “อะไรเหรอ?”



          “อ่า เมื่อคืนฉันดูหนังแล้วมันมีฉากแบบว่า นางเอกมีแฟนอยู่แล้วนะ แต่โดนพระเอกจูบ... ฉันสงสัยว่านางเอกจะรู้สึกผิดกับแฟนมั้ย แล้วมันผิดหรือเปล่าถ้ารู้สึกฟิน”


          “อะ แค่กๆ” ฉันอ้าปากอย่างอึ้งๆ ดีที่เฮียพลไอออกมาเสียก่อนไม่อย่างนั้นพริบพราวคงสังเกตเห็นท่าทีของฉัน เธอหันไปทางพี่ชายงงๆ     



          “เป็นไรเฮีย?”



          ฉันพยายามปั้นหน้าให้เป็นปกติแล้วคิดวิเคราะห์แบบ... มึนๆ



          “คงรู้สึกปนๆ กันมั้ง อยู่ที่ว่านางเอกชอบพระเอกด้วยรึเปล่า?” รู้สึกเหมือนเรื่องมันเข้าตัวเลยแหะ สงสัยฉันจะเป็นนางเอก เฮียพลเป็นพระเอก แล้วพระรองเนี่ย..วิณณ์? บ้าจริง! ไม่ๆ เลิกคิด! ฉันมองเฮียพลแล้วพูดออกไป “คนที่จูบคนอื่นที่ไม่ใช่แฟน เขาอาจจะเห็นเป็นการแสดงความรักแบบพี่น้องก็ได้ เพื่อนอะไรอย่างนี้?”

          บรื้นนน!!!

          “!” ฉันอ้าปากหวออีกครั้งเมื่อเฮียพลเล่นเหยียบคันเร่งจนพวกเราแทบจะบินได้กันอยู่แล้ว โดนประชดแค่นี้ถึงกับโมโห! เหอะ! เขารู้สึกอะไรด้วยหรือไง

          “อู้ยยย เฮีย! จะรีบไปไหนเนี่ย กลัวไปเรียนไม่ทันไง๊ ดูนาฬิกาหน่อยเหอะ นี่เพิ่งเจ็ดโมงเช้า” พริบพราวโวยวายตามประสา ใช่สินะ เพิ่งเจ็ดโมงเช้า ฉันได้หลับแค่ไม่กี่ชั่วโมงเนี่ยนะ เพลีย! พริบพราวชะโงกหน้าไปมองเฮียพล “นี่เฮียไม่ได้นอนอีกแล้วใช่มั้ย? ดูโทรมๆ นะวันนี้”

          ฉันเองก็เพิ่งสังเกตว่าเฮียพลดูโทรมๆ เหมือนกัน สรุปคือพวกเราสามคนไม่มีใครสมบูรณ์เลยสักคน

          “อัล วันนี้แกดูโทรมๆนะ... อ๊อรู้แล้ว! เพราะเฮียใช่มั้ย!?” ฉันหันไปมองหน้ากันกับเฮียพลอย่างอึ้งๆ หรือพริบพราวจะรู้อะไรบางอย่างมา “เฮียอ่ะ... ทีหลังออกสายๆ หน่อยก็ได้ อัลมันจะได้มีเวลาแต่งตัว ดูดิเพราะเฮียเอาแต่เร่งอัลเลยไม่มีเวลาทำสวย โทรมเลยดูสิ”

          เฮ้อ! เมื่อได้ยินอย่างนั้นทั้งฉันและเฮียพลก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก

          “นั่งเฉยๆ ไปเลยยัยพริบ แล้วก็หยุดพูดด้วยเฮียรำคาญ จะขับรถ!” เฮียพลหันไปผลักหัวพริบพราวให้ลงไปนั่งพิงเบาะด้านหลังท่าทางหงุดหงิด ฉันได้แต่หันไปมองนอกหน้าต่างเพราะความอึดอัดที่มี

          เมื่อไหร่จะถึงมหาวิทยาลัยสักทีนะ หายใจแทบไม่ออกเลยให้ตาย!



 

มหาวิทยาลัย L

          หลังจากที่ส่งพริบพราวที่คณะบริหารธรุกิจระหว่างประเทศแล้วเฮียพลก็ไปส่งฉันต่อ ฉันนั่งเงียบๆ เฮียพลคงสังเกตเห็นความผิดปกติถึงได้เหลือบมองฉันเป็นระยะๆ ฉันเองก็เหลือบมองเขาเหมือนกัน เรานั่งเงียบๆ จนกระทั่งรถของเขาเคลื่อนมาจอดที่หน้าตึกคณะฉัน

          “เดี๋ยว...” แต่ก่อนที่ฉันจะลงไปเฮียพลก็คว้าแขนฉันไว้เสียก่อน



          “มีอะไรคะ?” ฉันถามด้วยสีหน้าเรียบๆ เฮียพลหันไปหยิบถุงอะไรสักอย่างก่อนจะยืนให้ฉัน มันเป็นถุงแมคโดนัลด์ตอนที่เฮียพลแวะซื้อก่อนจะถึงมหาวิทยาลัย “ให้อัลทำไม?”


          “อัลยังไม่ได้กินอะไรไม่ใช่เหรอ เอาไป” ยัดใส่มือฉันแล้วเขาก็หันไปมองข้างหน้าต่อ


          “อัลไม่อยากกิน” ฉันบอกแล้ววางมันไว้แถวๆ เกียร์


          “เอาไป” เฮียพลยังยัดมันใส่มือฉันต่อ ฉันนั่งนิ่งมองถุงกระดาษในมือแล้วถอนหายใจ

          “เฮียมีไรจะพูดปะ”


          เฮียพลหันมามองฉัน ฉันเองก็หันไปมองเฮีย ที่เฮียทำน่ะ... มันไม่สามารถลบล้างสิ่งที่ทำให้ฉันเสียใจได้หรอกนะ ฉันไม่ต้องการอะไรเลย นอกจากคำพูดง่ายๆ อย่าง... ขอโทษ

          “ไม่มี” เฮียพลบอกแล้วเบือนหน้าหนี ฉันเม้มปากแน่นก่อนจะเปิดประตูออกไป

          เมื่อรถเฮียพลเคลื่อนตัวออกไปฉันก็ขยำถุงกระดาษในมือแล้วทำท่าจะเขวี้ยงทิ้ง มันทั้งน้อยใจและโมโหแบบสุดๆ

          “เฮ้ย! จะทำอะไร?” พิมมี่รีบคว้าแขนฉันเอาไว้ทันที เธอมองในมือฉันงงๆ

          “ไม่อยากกิน”


          “ทำไมวะ งั้นเอามา กำลังหิวพอดี” พิมมี่บอก ฉันจึงยัดใส่มือเธอแทน


          “รู้ไหมเฮียพลเอาให้ฉัน”


          “ว้าว! นี่เขาใจดีกับแกมากเลยนะเนี่ย”

          “ตบหัวแล้วลูบหลังน่ะสิ เชอะ!” ฉันเบะปากแล้วหยิบมือถือออกมา พิมมี่รีบเปิดถุงออกทันทีก่อนจะหยิบของข้างในออกมากินอย่างหิวโหย ไปอดอยากมาจากไหนเนี่ยเพื่อนฉัน “แล้วหญิงลีล่ะ?”

          “ไม่รู้อ่ะ โทรไปก็ไม่รับ สงสัยยังไม่ตื่นมั้ง” พิมมี่บอกทั้งๆ ที่แฮมเบอร์เกอร์ยังเต็มปากอยู่ ซอสนี่ไหลเยิ้มออกมาเชียว ฉันรีบลากเธอเดินเข้าไปในตึกคณะทันที กลัวจะเป็นภาพลักษณ์ที่ไม่น่ามองให้คนอื่นเอาไปพูดเสียๆ ขายๆ หน้าตาก็สวยนะแต่สวาปามไม่เกรงใจใครเลย


          “เออ แกตื่นขึ้นมาได้ยังไงยะ ฉันก็นึกว่าแกจะไม่มาอีกคน” พิมมี่ถามขณะที่ยัดพายเผือกเข้าปากต่อ มิน่าเธอไม่โทรตามฉันเลย



          “ก็ไม่ได้อยากตื่นหรอก แต่โดนมารผจญขนาดนั้นก็ต้องตื่นแหละ” พอนึกถึงใบหน้าของเฮียพลฉันก็ยิ่งจี๊ดขึ้นสมอง



          ยั่ว! เขายั่วฉันอ่ะเมื่อเช้า!

          “อะไรวะ”



          “ไม่ต้องเข้าใจหรอก วันนี้แกจดเล็คเชอร์เผื่อฉันด้วยนะ ฉันง่วง อยากนอนมากเลย” ฉันบอกพร้อมกับทำหน้าออดอ้อน พิมมี่ทำหน้าเซ็งเป็ดทันที

          “ตลอด!

 


 

          “ว๊าย! แก ราชรถสุดหล่อมาเกยแกถึงคณะเลย” ฉันที่กำลังเดินคุยกันอย่างออกรสกับพิมมี่ต้องสะดุดกึกเมื่อเจอกับวิณณ์ที่มาจอดรถรอฉันอยู่ที่หน้าตึกคณะ “อิจฉา... แรงๆ!

          “แหม... ก็หาสักคนสิคะ”

 

       “ไม่เอาหรอก ผู้ชายน่ะไว้ใจไม่ได้ ฉันไม่อยากเสียเวลา มุ่งหน้าเรียนให้จบแล้วค่อยเลือกคบก่อนแต่งไปเลย”


            “จ้า แม่คุณสวยเลือกได้ ถามจริง... เลือกได้หรือไม่มีใครเอาจ๊ะ”


           “อีหญิงลี!

          “พวกสวยๆ น่ะไม่ได้แดกหรอก แต่อีพวกหน้าแปลกน่ะ แดกทุกคืน”



        “แต่แกน่ะทั้งแปลกทั้งอดแดกตลอดชาติย่ะ!” สวนกลับเสร็จพิมมี่ก็สะบัดผมอย่างสวยๆ เริดๆ แล้วพาฉันเดินไปหาวิณณ์
 

          “ไม่มีคิวซ้อมหรือจ๊ะพอหนุ่มเนื้อทอง?” พิมมี่ทักขึ้น วิณณ์ถึงกับหัวเราะ



          “ฮ่ะๆ ก็ต้องมีเว้นบ้าง ให้เวลากับแฟนบ้างสิ”



          “ก็ดีนะ ช่วงนี้ไอ้อัลมันยิ่ง...” พิมมี่อ้าปากค้างเหมือนเพิ่งนึกได้ว่าไม่ควรจะพูดออกไปก่อนจะรีบยิ้มกลบเกลื่อน วิณณ์ขมวดคิ้วงงๆ “มันยิ่ง... เครียดๆ กับเรื่องเรียนอยู่”


          วู้! แล้วไป...


          “เครียดมากเหรอ มีปัญหาอะไรหรือเปล่า?” วิณณ์ถามด้วยสีหน้าเป็นห่วง

          “ก็นิดหน่อยน่ะ ช่างมันเถอะ แล้วนี่วิณณ์มารับอัลแบบนี้มีอะไรหรือเปล่า?”


          “แค่อยากพาไปดูหนัง”


          “น่ารักจังเลย” พิมมี่ทำหน้าเพ้อฝันมากกว่าฉันเสียอีกค่ะ ก็วิณณ์หล่อและแสนดีขนาดนี้เลยนะ


          “ไปด้วยกันไหม?” วิณณ์หันไปถามพิมมี่ แต่เธอรีบส่ายหน้าทันที


          “ไม่ล่ะ ขอบใจนะ ไม่อยากไปขัดหวานคนกำลังอินเลิฟ ไปเถอะๆ” พิมมี่ยกมือขึ้นทำท่าเช็ดน้ำตาก่อนจะโบกมือไล่ ฉันกับวิณณ์หัวเราะก่อนจะหันไปทางรถBMWเปิดประทุนของเขา แต่จังหวะนั้นเองที่รถพอร์ชคันสวยแสนคุ้นตาแล่นเข้ามาจอดข้างตัวฉัน

          ฉันชะงักมือที่กำลังจะเปิดประตูรถวิณณ์ทันที ประตูฝั่งคนขับรถคันมาใหม่ถูกเปิดออก เฮียพลเดินลงมาด้วยใบหน้าเหวี่ยงๆ นี่ไปโมโหใครมาอีกล่ะเนี่ย


          “จะไปไหน?” เฮียพลถามพร้อมกับเหลือบไปมองวิณณ์ วิณณ์รีบก้มหัวให้ทันที


          “สวัสดีครับ”


          เฮียพลไม่สนใจเขาแต่หันมาจ้องฉันนิ่งราวกับต้องการคำตอบก่อนหน้านี้

          “อัลจะไปดูหนังกับวิณณ์”


          “เออดีเนอะ ไม่บอกเฮียสักคำ!” เฮียพลจ้องมองอย่างกดดันแปลกๆ พิมมี่รีบเข้ามาจับแขนฉันแล้วดึงให้ออกห่างจากรัศมีเหวี่ยงๆ ของเฮียพลทันที

          “แล้วเฮียจะโมโหทำไมเนี่ย?” ฉันถามด้วยความไม่พอใจ


          “อัลต้องกลับบ้านกับเฮีย ไม่บอกเฮียแบบนี้เฮียก็มารับเก้อสิ”


          อ๋อ! ที่มานี่คือมารับฉันใช่ไหม ทำตามหน้าที่ ไม่ได้ไม่พอใจเพราะเรื่องอื่น ฉันแค่นหัวเราะเบาๆ

          “งั้นก็ไม่ต้องลำบากแล้วล่ะเฮีย ต่อไปนี้ฉันจะมาเรียนเอง กลับบ้านเอง ไม่รบกวนเฮียอีกแล้ว”


          เฮียพลจ้องหน้าฉันนิ่งๆ แววตานี่มีประกายไฟอยู่ในนั้น จะโมโหทำไมล่ะ เรื่องแค่นี้เอง  

          “อ่อ จะให้แฟนไปรับไปส่งแทนงั้นสิ” เฮียพลตวัดสายตาไปมองวิณณ์อย่างไม่ชอบใจนัก แล้วเฮียจะแสดงอาการแบบนี้ออกมาทำไม เดี๋ยวคนอื่นเขาจะเข้าใจผิด ไอ้ฉันล่ะคนหนึ่ง ถ้าไม่รู้สึกอะไรก็เฉยๆ ไปสิ

          “ใช่” ฉันตอบนิ่งๆ


          “อัลญ่า...”

          “ใจเย็นๆ นะคะเฮีย” พิมมี่รีบเข้ามาสงบสถานการณ์ทันที “เดี๋ยวพิมมี่คนนี้จะไปรับนางมาเรียนเองก็ได้ค่ะ”

          “ไม่เป็นไรหรอกพิมมี่ เดี๋ยวเรารับอัลมาเอง” วิณณ์บอกนั่นทำให้เฮียพลมีท่าทีโมโหมากขึ้น      

          “รถก็มี มีมือมีเท้า ไม่ได้เป็นง่อย วันหน้าก็ขับมาเองละกัน” เฮียพลบอกแล้วเดินกลับไปขึ้นรถก่อนจะขับออกไป ฉันมองตามแล้วกำหมัดแน่น มาหาเรื่องกันแค่นี้เนี่ยนะ ประสาท!

          “ชักจะยังไงๆ แล้วนะคะแก” พิมมี่แอบมากระซิบ

          “หมายความว่าไง?” ฉันถามอย่างพยายามจะไม่เข้าใจ แม้ท่าทางแบบนั้นของเฮียพลจะทำให้หัวใจของฉันเต้นแรงไม่น้อยก็เถอะ

          “อ้าว! ยังไม่รู้ตัวอีก เฮียพลเขากำลังหึงแกไง”

          ฉันอ้าปากหวอ เหลือบมองวิณณ์ที่มองมาอยู่ก่อนจะรีบส่ายหน้าพรืด ไม่จริงหรอก ไม่มีวัน


          “คิดบ้าๆ”


          “ฉันว่าฉันดูออกนะแก”


          “เลิกคิดไปเลย อย่าลืมสิว่าที่ฉันเมาเป็นหมาเมื่อคืนน่ะเพราะใคร”


          “เหอะๆ คนสวยเพลีย พวกแกนี่ซับซ้อนซ่อนเงื่อนอะไรก็ไม่รู้” พิมมี่ทำหน้าเอือมๆ แล้วผลักฉันให้เข้าไปเปิดประตูรถของวิณณ์ “จะไปดูหนังก็รีบไป เดี๋ยวกลับบ้านค่ำแล้วคนที่รออยู่บ้านจะโวยวายบ้านแตก”


          หมายถึงเฮียพลหรือเปล่านะ?


          “ไปนะ” วิณณ์บอกแล้วขึ้นรถมา เขาสตาร์ตก่อนจะขับรถออกไป พิมมี่โบกมือให้อยู่ไกลๆ ฉันกำมือแน่นเมื่อนึกถึงคำพูดของพิมมี่


          อย่างเฮียพลน่ะเหรอจะหึงฉัน ไม่มีความเป็นไปได้เลยเถอะ


          “ดูเฮียพลโกรธอัลมากเลยนะ” วิณณ์เอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ

          “อัลก็ไม่รู้หรอกว่าเขาจะโกรธอะไรอัลนักหนา เรื่องเมื่อวานมั้ง”

          “เหรอ” วิณณ์ทำหน้ามึนๆ งงๆ ก่อนจะเปลี่ยนเรื่องชวนฉันคุย


          เธอตื่นจากฝันแล้วนะอัลญ่า วิณณ์คือความเป็นจริง


 

 

 

         

         

         



เดี๋ยวจับขย่มแม่งเลย!!!
แต่ใครจะขย่มใครคะ??? เครื่องหมายคำถามล้านตัว



 

Talk : ไรต์เตอร์ขอเตือน 'เฮียพล' เลยนะคะ กรุณาอย่ายั่วแบบนี้ตอน 'อัลญ่า' ปกติ
ไม่งั้นไม่รับประกันความปลอดภัย... ตอนนี้หน่วงนิดหน่อย แต่ไม่มากๆ เดี๋ยวกลับมาลันล๊าเหมือนเดิมเพราะอัลญ่านางเศร้าไม่เป็น [?]
#ส่วนคนที่หวังอะไรจากเรื่องของ พริบพราวล่ะก็... แนะ! แวะไปนิดเดียว เสียวไปถึงไส้ติ่งกันเลยเออ หึๆ

 
 
 











HOT TOXIC
 





ฝากนิยายอีกเรื่องด้วยนะคะ
คูของพิมมี่และเนสท์ เอะๆ สองคนนี้ไปอะไรยังไงกันตอนไหน 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 26 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

5,461 ความคิดเห็น

  1. #5057 exofinite (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2558 / 22:03
    ทำไมรู้สึกสงสารวิณณ์ขึ้นมาล่ะนี้-.-
    #5,057
    0
  2. #3484 foxy_girl (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 24 กันยายน 2558 / 23:57
    จะมีสักตอนไหมที่เจ้าอัลของเราจะไม่เจ็บเพราะคำว่าน้องสาวของเฮียพล
    #3,484
    0
  3. #1496 mookmiik :) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2558 / 21:27
    แต่อยากให้อัลญ่าเลิกสนใจเฮียพลนะ
    #1,496
    0
  4. #1495 i-hara (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2558 / 19:10
    เกิดอะไรขึ้นกับเฮียพล ทำไมพูดเเปลกๆ
    #1,495
    0
  5. #1494 ผู้หญิงขึ้เบื่อ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2558 / 19:01
    ทึ่เฮียโกรธเนี่ยคือ หึงงงง หรืออะไรยังไงคะ
    #1,494
    0
  6. #1493 เมียกุกกี้ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2558 / 18:05
    กุกน่ารักที่สุด

    อิจฉา-อัล-แรง
    #1,493
    0
  7. #1492 Jutharut Jaisutti (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2558 / 17:45
    เฮียหึงหรอ อย่างนี้ต้องแกล้งให้เข็ด
    #1,492
    0
  8. #1491 AING (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2558 / 17:20
    งานหึงมาละ กรี๊ดดดด
    #1,491
    0
  9. #1489 Venus_A (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2558 / 12:59
    อิเฮียหวงก้าง น่าตบจริงๆ :(
    #1,489
    0
  10. #1488 Lanniver (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2558 / 12:46
    เย้ ไรท์มาอัพแล้ว สนุกๆๆๆอิเฮียเจอแค่นี้เหวียงซะล่ะ 5555
    #1,488
    0
  11. #1487 ลาเต้คอฟฟี่ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2558 / 12:36
    กริ๊ดเฮียพลหึง
    #1,487
    0
  12. #1486 แม่แบบแผ่นพิมพ์ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2558 / 10:19
    อัพแล้วนะคะ
    #1,486
    0
  13. #1485 สายลับ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2558 / 23:15
    Ep -ต่อไปค่ะะะะะะะ
    #1,485
    0
  14. #1484 Rawisara Toey (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2558 / 23:10
    เจิมมมมม
    #1,484
    0
  15. #1483 Venus_A (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2558 / 16:19
    เดี๋ยวรู้เลยเฮียพล -_- ผู้ชายใจร้าย
    #1,483
    0
  16. #1482 GTPiean (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2558 / 08:44
    อยากโดนปลุกให้ไปอาบน้ำแบบนี้บ้างงง แม่จะงอแงใส่เลย555
    #1,482
    0
  17. #1481 AING (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2558 / 23:18
    อัลญ่าเศร้าเราเขาใจ เฮียใจร้ายยย
    #1,481
    0
  18. #1480 Rawisara Toey (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2558 / 21:37
    เจิม
    #1,480
    0
  19. #1479 Rawisara Toey (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2558 / 21:36
    เฮียพลใจร้าย อัลญ่าสู้ๆ เจิม
    #1,479
    0
  20. #1478 Rawisara Toey (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2558 / 21:35
    เจิมๆ
    #1,478
    0
  21. #1477 i-hara (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2558 / 18:08
    เจิมอัลญาสู้ๆ ไม่ต้องไปแคร์เฮียเดียวเฮียแก่ก็มาสนใจเอง
    #1,477
    0
  22. #1476 Rawisara Toey (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2558 / 14:43
    เจิมม เกลียดเฮียพลใจร้าย
    #1,476
    0
  23. #1475 moozar55 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2558 / 09:53
    ช่วงแรกอ่านแล้วหน่วงมากๆ  ไม่เข้าใจนางทำไมถึงได้รักเฮียมากขนาดนั้น
    ถ้ารักแล้วทำไมไปเป็นแฟนกับวิณณ์ สงสารวิณณ์อะ
    #1,475
    0
  24. #1474 ผู้หญิงขึ้เบื่อ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2558 / 07:51
    เฮียอยา่ยั่วมากนักนะ ญ่าอดใจไม่ไหวจับกดซะหรอก
    เดี๋ยวจะหาว่าญ่าไม่เตือนนะ
    #1,474
    0
  25. #1473 ผู้ชายของเจ๊ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2558 / 07:41
    นี่เชียร์ให้เล่นตัว😂😂😂😂😂😂😂😂
    #1,473
    0