[SET] Heart's Hot Toxic :: เสพพิษรัก ขย้ำหัวใจ [จบแล้วจ้า]

ตอนที่ 3 : H'SHT : Chapter 2 : Our relationship [130%] เพิ่มเพราะไรท์ข้าม 555

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7,020
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 39 ครั้ง
    31 ก.ค. 58






 

2

Our relationship



[Jomphon: Special talk]

มหาวิทยาลัย L

          “แม่เจ้าเว้ย! แม่งน่าฟัดว่ะ!!!

          “ทำบุญมาด้วยอะไรวะ สวยก็สวยๆ หุ่นก็สะบึ้ม! อยากจะจับมามัดแล้วฟัดให้หายงงเลยกู!

          “น้อยๆ หน่อยมึง คนนี้ของกู”

          “ฝันสิวะ กูจองแล้ว”

          “ไอ้เหี้ย! แย่งกูทำไมวะ!

          “กูเห็นน้องเค้าก่อนนะเว้ย!

          “กูไม่สน กูจะเอา!

          “เดี๋ยวๆ มึงเจอน้องเค้าก่อนที่ไหน?”

          “ตอนคลอดเลยมึง”

          “มึงไปเฝ้าหน้าประตูแม่เค้าเลยหรือไง”

          “เออ กูเป็นว่าที่หมอนะอย่าลืม”

          “หมอสัสนะมึง!!!

          “สัตว์เว้ย!

          เสียงพูดคุยดังจอแจในห้องเรียนนักศึกษาคณะสัตวแพทยศาสตร์ของมหาวิทยาลัยL มหาวิทยาลัยชั้นนำของเมืองไทย ดูจากบทสนทนาดังกล่าวแล้วไม่น่าจะมาจากไอ้พวกหนุ่มนักศึกษาที่ใส่แว่นหนาเตอะ ข้างกายยังมีตำราเรียนหนาอยู่หลายเล่ม พวกมันจับกลุ่มพูดคุยเกี่ยวกับภาพถ่ายแฟชั่นของนักศึกษาคณะศิลปกรรมศาสตร์ สาขาวิชาออกแบบเครื่องแต่งกายที่ทำนิตยสารแฟชั่นเป็นงานกลุ่มส่งอาจารย์

          ถ้ามันเป็นภาพวาดศิลปะหรือไม่ก็รูปถ่ายธรรมดาๆ จะไม่ฮือฮาอะไรเลยถ้ามันไม่ใช่ภาพ... โชว์เรือนร่างที่แหวกเต้า เปิดเอว และไหนจะกางเกงขาสั้นที่เรียกได้ว่ามันคือกางเกงในดีๆ นี่เอง

          “เฮ้อ~ พวกมึงจะแย่งกันทำไมวะ ผู้หญิงไม่ได้มีแค่ยัยนี่คนเดียวนะเว้ย!” ผมเอ่ยเสียงเรียบตามสไตล์ก่อนจะละสายตาที่มองฟ้าผ่านหน้าต่างห้องหันไปมองกลุ่มเพื่อนร่วมชั้นปีเซ็งๆ ผมปรายสายตามองหน้าไปทีละคน

          ดูหน้าแต่ละคนสิครับ นี่ถ้าผู้หญิงในภาพพวกนั้นสามารถทะลุออกมาจากหนังสือได้ พวกนี้คงลากเข้าป่าดงไปรุมทำเมียกันละ บอกเลยนะว่านี่คือนักศึกษาสัตวแพทย์ปีสาม แม่ง! นึกว่าโจรแถวสลัม

          “มึงก็พูดได้นี่ไอ้จอมพล มึงหน้าตาดี เบ้าหน้านึกว่าจินBTSมาเอง แต่พวกกูแม่งไม่ใช่ พวกกูก็ต้องแย่งกันเป็นธรรมดา” หนึ่งในมนุษย์แว่นขยี้ผมกระเซ่อกระเซิงอย่างน้อยใจในโชคชะตาแล้วมองมาที่ผมด้วยสายตาที่ดูออกเลยว่าโคตรของโคตรหมั่นไส้

          มันคงคิดว่าผม... แม่งหล่อแล้วเสือกมาเรียนหมอ ทั้งหล่อทั้งเก่ง สาวๆ เลยชอบกันเยอะ มันเกิดมาแย่งซีนกูชัดๆมันคงคิดจริงๆ นะ ผมไม่ได้คิดเองเออเอง ไม่ได้อวยตัวเองด้วย มันคือความจริง

          “หึ!” ผมหัวเราะก่อนจะยกมือขึ้นถอดแว่นตากลมโตออก เผยให้เห็นใบหน้าที่หล่อเกินต้านทาน เอาความจริงไหม ผมว่าผมดูดีเกินกว่าจะอยู่ร่วมกับฝูงชนนักศึกษาแพทย์ที่หน้าตานึกว่ากรรมกรก่อสร้าง แต่มีบทบัญญัติข้อไหนเหรอที่บอกว่าเรียนแพทย์ต้องไม่หล่อ

          “แม่ง! หล่อแล้วทำเก๊ก!” ส่วนไอ้แว่นอีกคนที่นั่งอยู่มุมสุดตะโกนใส่

          “มึงอิจฉามันเหรอ? “ ไอ้คนที่อยู่ด้านซ้ายสุดของผมตะโกนถาม

          “เออสิวะ!

          ผมได้แต่ส่ายหน้าขำๆ ก่อนจะยื่นมือไปคว้านิตยสารออกมาจากกลุ่มเพื่อน

          “เฮ้ยๆ จะเอาไปไหนวะ! ?” ไอ้คนที่กำลังจ้องหุ่นสะบึ้มตาเป็นมันรีบหันมาถาม สีหน้ามันเอาเรื่องมาก นี่ถ้ามันจริงจังเหมือนตอนสอบก็คงจะดีสินะ แหม! เชื่อมันเลย ก่อนสอบยังมีหน้าโทรตามจิกผมให้มาติวให้

          “ไหนดูซิ อะไรที่พวกมึงบอกว่าน่าฟัด”

          “นี่เลยๆ” คนที่ยืนข้างผมรีบชี้ให้ดูขวัญใจของมัน “หุ่นโคตรเอ็กซ์เลยว่ะ กูชอบ”

          “ก็ดีนะ” ผมเพียงแค่พยักหน้ารับรู้ สำหรับผมแล้วของพวกนี้มันดูจะชินตาไปซะแล้ว อย่างที่บอก... ไม่มีบทบัญญัติไหนบอกไว้ว่าแพทย์ต้องไม่หล่อ และไม่มีบทบัญญัติไหนที่บอกไว้ว่าแพทย์ต้องไม่มีแฟน ไม่ยุ่งเกี่ยวกับผู้หญิง และหลีกเลี่ยง... เซ็กซ์

          สำหรับผม... เรื่องพวกนี้ผมขาดไม่ได้เหมือนกัน

          ผมมีมันสมองที่ฉลาดหลักแหลมได้ผู้เป็นพ่อมาเต็มๆ ป๊าผมเป็นนักวิศวะ แต่ผมเลือกที่จะเรียนหมอตามเฮียอักษา รุ่นพี่ที่สนิท เห็นกันมาตั้งแต่เกิด พี่ชายอัลญ่าจอมยั่วนั่นแหละ แต่ผมเลือกเรียนหมอสัตว์ ผมไม่ค่อยอยากจะยุ่งเกี่ยวกับคนไข้ รักษาสัตว์ยังดีกว่า แต่เรื่องชีวิตของสัตว์ก็มีค่าพอๆ กับชีวิตคนนะ เห็นผมห่ามๆ แบบนี้ก็มีจิตใจที่อ่อนโยนรักสัตว์น่า

          สายตาผมไล่มองเรือนร่างบนหน้ากระดาษราวกับว่ามันคือสิ่งมีชีวิตก่อนจะคลี่ยิ้มอย่างพึงพอใจ อยากจะมีเวทมนตร์เสกให้มันเป็นภาพเคลื่อนไหวระดับ 4D เลยเถอะ แต่แล้วกระดาษหน้านั้นก็ถูกพลิกเปิดไปหน้าต่อไปอย่างรวดเร็วจากไอ้เพื่อนอีกคนที่พุ่งเข้ามาเพราะต้องการนำเสนออะไรดีๆ บางอย่าง ผมก็ไม่ขัดศรัทธาหรอกครับ

          “คนนี้ก็น่าสนนะเว้ย เพิ่งอยู่ปีสอง แต่หุ่นโคตรน่าเยสอ่ะ!

          เมื่อสายตาของผมปะทะเข้ากับภาพของผู้หญิงคนหนึ่งก็ต้องชะงักไป เธอเป็นผู้หญิงที่มีรูปร่างสมส่วนไม่สูงมากแต่ก็ไม่ได้เตี้ยมาก มันกลับดูพอดีถ้าจะเดินเคียงคู่กับผม เธอสวมชุดนอนลายเสื้อดาวสายเดี่ยวสั้นนิดเดียว แถมยังแหวกเต้าแบบสุดๆ จนเสียวว่ามันจะหลุดโผล่ให้เห็นสองลูกแตงโมนั่น ใบหน้าสดใสสมวัยยิ้มแย้มราวกับมีความสุขที่ได้ถ่ายแบบประเภทนี้ ผมสั้นบะบ่าถูกดัดเป็นลอนขยี้ยุ่งๆ สีน้ำตาลประกายทอง คิ้วเข้มสวย นัยน์ตาเรียวยาวถูกกรีดอายไลเนอร์คมกริบ ส่งผลให้ดวงตาของเธอดูคมเฉี่ยวทำให้ใครที่มองต้องหยุดมองเป็นเวลานานหลายนาที ผมนี่... เหมือนถูกสะกดให้มองเลยล่ะ จมูกเล็กโด่งเชิดรั้น ริมฝีปากสีแดงสดที่ฉีกยิ้มกว้างจนทำให้คนมองต้องเผลอยิ้มตาม

          น่ารัก... น่าฟัดซะจริงๆ

          “เป็นไง ถึงกับอึ้งเลยสิท่า!” คนข้างๆ กระแซะศอกใส่เมื่อเห็นว่าผมเงียบไป

          “ไหนๆ ขอดูด้วย” แล้วนิตยสารก็ถูกแย่งไป ทำให้คนที่ตกอยู่ในภวังค์อย่างผมตั้งนานสองนานได้สติ ผมตวัดสายตาไปมองคนที่แย่งไปด้วยความไม่พอใจ แล้วผมก็ดันเกิดหวงไม่อยากให้ใครมองเรือนร่างของหญิงสาวคนดังกล่าวซะอย่างนั้น ไม่มีเหตุผลเลยนะ ทั้งๆ ที่ถ้าเป็นคนอื่นผมไม่ได้อยากจะยุ่งเลย

          แล้วความคุกกรุ่นก็เกิดขึ้นภายในจิตใจ

          “สวยว่ะ ใครวะ?”

          “นี่ไงชื่อ... อัลญ่า วชิรภัทร ชื่อเล่นน้องอัล นามสกุลใหญ่ด้วยนะเว้ย ไอโซแน่ๆ”

          ใช่... เธอคนนั้นคือยัยอัลญ่าจอมยั่วที่เพิ่งมีประเด็นกับผมมาเมื่อวานนั่นแหละ

          “ตัวเล็กแค่นี้แต่แม่งหน้าอกโคตรใหญ่ มึงว่าทำมาไหมวะ?” แล้วพวกนั้นก็เปิดประเด็นพูดคุยวิจารณ์ขนาดคัพของเธออย่างสนุกปาก

          “ไม่แน่ใจ ดูเนียนนะถ้าทำมาจริงๆ ขอแว่นกูดิ กูดูไม่ชัด”

          “ไม่เจียมสังขารเลยมึง”

          “ไม่ได้ทำ” แล้วปากที่เงียบมาสักพักของผมก็เอ่ยขึ้น ผมเหลือบมองขนาดหน้าอกของอัลญ่าเล็กน้อย เมื่อวานได้จับมาแล้ว เต็มไม้เต็มมือสุดๆ ล่ะ

          “มึงรู้ได้ไงวะ อย่าบอกนะว่าน้องคนนี้มึงก็...” ไอ้คนที่ดูจะหลงเสน่ห์ร้ายกาจของยัยจอมยั่วหันมาถามผมแล้วอ้าปากค้าง

          “หยุดคิดไปเลยไอ้ห่า กูก็ไม่ใช่พวกที่จะฟันใครได้ทุกคนนะเว้ย” ผมรีบบอกเพราะไม่อยากให้ใครมามองว่าอัลญ่าโดน... แล้ว

          “เหรอ!!!” แล้วทั้งก๊วนก็ทำหน้าไม่เชื่อใส่ผม

          “แล้วมึงรู้ได้ไง เอาอะไรมาวัด?” ไอ้แฟนคลับอัลญ่าถามฉอดๆ แบบไม่เกรงใจเพื่อนร่วมห้องเลยเว้ย

          เอาอะไรมาวัด... ก็ผมนี่แหละครับ

          “กูขี้เกียจฟังพวกมึงเพ้อฝัน กูกลับละ” ผมหยิบกระเป๋าขึ้นมาสะพายหลังก่อนจะเดินผ่านพวกเพื่อนๆ ออกไปแต่แล้วก็ต้องหยุดเท้ากึกเมื่อหนึ่งในนั้นโพล่งอะไรบางอย่างออกมา

          “แต่เสียใจด้วยว่ะพวกมึง น้องอัลมีแฟนแล้วนี่”

          “ใครวะ”

          “ก็ไอ้วิณณ์ไง ที่เป็นนักเต้นโคฟเวอร์ที่ดังๆ น่ะ”

          วิณณ์... ผมทวนชื่อนี้อยู่ในใจก่อนจะเม้มปากแน่น ไอ้หน้าหล่อตัวผอมๆ ที่ท่าทางแอ๊บแมนนั่นน่ะนะ ผมไม่ได้อยากจะสนใจเลย ให้ตายสิวะ! ใครมาเล่นตลกอะไรกับผม หน้าตาหมอนั่นก็แค่หล่อ น่ารัก สไตล์เกาหลีที่สาวๆ กำลังคลั่งไคล้เท่านั้นเอง

          “โห่! นักเต้นโคฟเวอร์แม่งอย่างหล่อ กูยกธงขาวเลยไอ้ห่า อย่างน้องอัลน่ะเหรอจะมามองกู แค่เศษเสี้ยวหางตาก็ไม่แล เจ็บ!

          “เออ! ถ้าเป็นไอ้จอมพลก็ว่าไปอย่าง อ่าว! ไหนมึงบอกจะกลับละ”

          ผมสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะยักไหล่แล้วเดินออกไป


          “วิณณ์... อัลญ่า... ก็เหมาะสมกันดีนี่ หึ!” ไม่รู้ผมเป็นบ้าอะไร ผมเหยียดริมฝีปากล่างลงแล้วสะบัดหัวไล่ความคิดไม่เข้าเรื่องของตัวเองออกไปจากสมอง

          ผมคงไม่ได้กำลังตกบ่วงยั่วของยัยเด็กนั่นเข้าหรอกนะ
 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

          “ส่งแค่นี้ล่ะ” ผมรีบบอกก่อนที่รถเฟอร์รารี่สีแดงเพลิงคันหรูจะเคลื่อนตัวเลี้ยวเข้าซอยที่จะตรงไปบ้านของผม คนขับหันมามองก่อนจะขมวดคิ้วยุ่งด้วยความสงสัย


 

          “ทำไมไม่ให้สาเข้าไปส่งเลยล่ะพล” เธอถามอย่างแอบมีความหวังว่าผมจะยอมพาเธอไปเปิดตัวกับคนที่บ้านบ้าง แต่สิ่งที่ได้ตอบแทนกลับไปคือความเงียบก่อนที่ผมจะเปิดประตูออกไปเหมือนไม่ได้ยินคำพูดของเธอเมื่อก่อนหน้านี้


 

          ผู้หญิงเนี่ยนะ... ก็บอกแล้วว่าคบได้แต่อย่าคาดหวังอะไร ผมมันก็พวกสนุกกับชีวิตไม่ต่างอะไรกับเฮียนับพัน พี่ชายของผม แต่ผมก็เป็นเด็กดีของพ่อแม่นะ      


 

          “ขอบคุณที่มาส่งนะสา ถ้ารถเราซ่อมเสร็จแล้วก็คงไม่รบกวนเธออีก”


 

          “พูดอะไรแบบนั้นล่ะ ยังไงเราก็เป็นแฟนกันนะ”


 

          “...”


 

          ความเฉยชาจากผมทำให้เธอต้องรีบฉีกยิ้มกลบเกลื่อน ถึงแม้ในใจเธอจะรู้สึกไม่ดีมากแค่ไหน เธอไม่มีสิทธิ์มาเรียกร้องในเมื่อตั้งแต่แรกเธอเป็นคนยอมรับมันเอง ผมรู้ว่าตัวเองใจจืดใจดำแค่ไหน แต่ช่วยไม่ได้ เรียนแพทย์มันก็หนักสมองมากพออยู่แล้วไม่อยากเอาเรื่องชู้สาวมาทำให้เครียดอีก จะรีบผูกมัดไปทำไม เรื่อยๆ แบบนี้แหละสบายตัวสบายใจดี จะไปไหนกับใครก็ไม่ต้องไปแคร์ใครอีกคน


 

          คบได้... แต่ห้ามผูกมัด


 

          ผมยอมรับเลยว่าผมกับเฮียนับพันได้นิสัยป๊ามาเต็มๆ ไอ้เรื่องพวกนี้เนี่ย แต่ผมก็ยังมีนิสัยม๊าติดตัวมาบ้างไอ้เรื่องรักดีอ่ะนะ แต่ผมไม่ได้จะบอกว่าเฮียนับพันไม่รักดี เออ! นั่นแหละ กรุณาอย่าหาเรื่องผม


 

          “ดะ...เดินกลับบ้านดีๆ ล่ะ” สาบอกแล้วยิ้มหวาน


 

          “อืม” ผมยกกระเป๋าขึ้นพาดบ่าก่อนจะหยิบแว่นตาขึ้นมาสวมทำให้ดูเหมือนเป็นเด็กเรียนขึ้นมาหน่อย ผมหมุนตัวเดินเข้าไปในซอยโดยไม่แม้แต่จะเหลียวกลับมามองที่รถอีกเลย


 

          “แฟน... เฮ้อ! พวกผู้หญิงนี่น่า...” ผมพึมพำเบาๆ ขณะที่ก้าวเท้าเดินอย่างสบายอารมณ์


 

          ปี๊น!


 

          ผมสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะหยุดเท้าแล้วหันไปมองรถออดี้R8สีเงินที่ค่อยๆ ลดความเร็วลงหยุดข้างตัว กระจกด้านข้างคนขับถูกเลื่อนลงก่อนจะเผยให้เห็นใบหน้าสวยที่แต่งแต้มเครื่องสำอางมาครบครัน ลักษณะเหมือนหลุดมาจากหนังสือนิตยสารแฟชั่น


 

          เมื่อเห็นว่าเป็นใครผมก็เพียงแค่คลี่ยิ้มน้อยๆ มันเป็นรอยยิ้มที่สุดแสนจะจริงใจโคตร บอกเลย!


 

          “เฮียพล ทำไมได้เดินกลับอ่ะ” เสียงหวานมีเสน่ห์แม้ยามหลับตานอนยังฝันถึงทำให้ผมหัวใจเต้นแรงอย่างช่วยไม่ได้ แต่ผมเลือกที่จะเก็บอาการทุกอย่างเอาไว้แล้วซ่อนมันด้วยใบหน้าเฉยชาดูไร้ความรู้สึก


 

          ผมไม่รู้หรอกนะว่าอัลญ่ารู้จักผมมากน้อยแค่ไหน แต่ผมก็คือผม ไม่ยอมเปิดเผยตัวตนให้ใครเห็นง่ายๆ


 

          “รถเสีย”


 

          “แล้วทำไมไม่ให้สาวเจ้าของรถสปอร์ตขับเข้าไปส่งล่ะ หือ???” เธอเลิกคิ้วถามกวนๆ ก่อนจะหัวเราะออกมา


 

          รู้ด้วยเหรอ... ไม่อยากให้เห็นเลยให้ตายสิวะ!


 

          “แหมๆ กลัวโดนว่าเหรอ ลุงนำทัพไม่ว่าอะไรหรอกน่า ถ้าจะว่าเฮียนะ เฮียนับพันคงโดนหนักกว่าอ่ะ คิกๆ” เธอหัวเราะคิกคักอย่างเห็นเป็นเรื่องตลกก่อนจะกวักมือเรียก “ขึ้นรถสิเฮีย เดี๋ยวกลับพร้อมอัลนี่แหละ”


 

          “อื้อ ขอบใจ” ผมเดินอ้อมมาขึ้นรถฝั่งข้างคนขับก่อนที่จะเหลือบมองเรือนร่างที่ถูกรัดไว้ด้วยชุดนักศึกษาและกระโปรงทรงเอที่สั้นแถมยังแหวกขึ้นสูงจนน่าใจหาย อัลญ่ามองตามสายตาผมก่อนจะหัวเราะออกมา เธอเห็นเป็นเรื่องสนุกได้ทุกที ผู้หญิงแบบนี้จะไม่ให้ผมขยาดได้ยังไง


 

          เธอขยับสะโพกเล็กน้อยนั่นทำให้กระโปรงมันเลิกขึ้นมา ผมอดไม่ได้ที่จะติงหน่อย นี่ถ้าเป็นพริบพราวน้องสาวผมใส่นะ โดนเล่นงานแน่


 

          “กระโปรงมันสั้นไป” ผมเอ่ยลอยๆ แล้วเฉมองไปทางอื่น


 

          “แล้วไงอ่ะ อัลไม่เห็นจะรู้สึกอะไรเลย...” อัลญ่าเหลือบมองผมก่อนจะยกยิ้มมุมปากอย่างคนถือไพ่เหนือกว่า ผมจึงหันไปมองก่อนจะจ้องเขม็งเพราะกำลังคิดว่าสาวน้อยคนนี้จะทำอะไรของเธอกันแน่ ชอบนักสินะยั่วยวนเนี่ย อืม... ผมก็ชอบนะ “หรือว่าเฮีย... หวั่นไหว?”


 

          “ฝันไปเถอะ”


 

          “คิก! ล้อเล่นน่า ซีเรียสไปได้” อัลญ่ายังมีหน้ามาทำหน้าระรื่นทั้งๆ ที่เธออยู่ในวิถีกระสุนของผมอยู่น่ะ ถ้าได้ยิงเมื่อไหร่ไม่รอดแท้ พรุนทั้งร่างแน่สาบานเลย!


 

          ผมสูดลมหายใจเข้าลึกๆ อย่างข่มอารมณ์ ไม่ใช่โกรธ ไม่ใช่โมโห ไม่ใช่หงุดหงิด แต่มันเป็นอารมณ์... เลิกพูดไปเถอะ!


 

          หุ่นน่าฟัดขนาดนี้ผู้ชายธรรมดาๆ อย่างผมที่ไม่ได้เป็นพระอิฐพระปูนจะอดใจไหวได้ยังไง เธอเหมือนพิษร้ายที่ถ้าแตะต้องแล้วมีอันตรายถึงตาย


 

          แล้วถ้าวันหนึ่งผมโดนกับตัวเองขึ้นมาผมคงแทบคลั่ง... เพราะอัลญ่าช่างยั่วซะจริงๆ


 

[Jomphon : End special talk]

 

 


 

 



 

            “อ้าว นั่นเจ้าเบเบ้เป็นอะไรอีกล่ะ” น้าพันเก้าถามขึ้นเมื่อเห็นฉันเดินอุ้มสุนัขลูกรักสีขาวพันธุ์ปอมเมอเรเนียนอายุประมาณสองเดือนเข้ามาภายในบ้านของท่าน  ดูเหมือนน้าพันเก้ากำลังเตรียมอาหารเที่ยงอยู่


          “มันไม่ค่อยสบายน่ะค่ะ อัลเลยพามาให้เฮียพลดูอาการหน่อย”


          น้าพันเก้าไม่ได้มองเจ้าเบเบ้แต่มองฉันตั้งแต่หัวจรดเท้าแทน ฉันต้องก้มลงมองสภาพตัวเองไปด้วย ทำไมอ่า มันโป๊ไปเหรอทำไมท่านต้องทำท่าเหมือนจะเป็นลม เหมือนม๊าฉันเลยอ่ะ รายนั้นเป็นลมวันละร้อยรอบเลยมั้ง ท่านสบตากับฉันก่อนจะฉีกยิ้มเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น


          “ชุดสวยนะเจ้าอัล” น้าพันเก้าใช้สรรพนามที่ป๊ากับม๊าเรียกฉันมาตั้งแต่เด็ก เพื่อนๆ ที่สนิทของป๊ากับม๊าก็เรียกฉันแบบนี้กันทั้งนั้น ส่วนเฮียอักษาก็เรียก เจ้าอัก

          “ขอบคุณค่ะ นี่คอเล็กชั่นใหม่เลยนะคะ อัลเพิ่งไปสอยมาจากประตูน้ำวันอาทิตย์ที่แล้วเอง” ที่นั่นเป็นแหล่งช้อปปิ้งของฉันกับเพื่อนๆ เลย ชอบไปซื้อมาเยอะๆ แล้วเอามาปรับตกแต่งใหม่ เห็นฉันบ้าๆ บอๆ แบบนี้เรื่องแฟชั่นฉันล้ำหน้ามากนะคะ GDก็GD เถอะค่ะ เจอAYเข้าไปละจะหนาว มีวันหนึ่งใส่ชุดคล้ายคนป่วยพ่วงด้วยไอเทมขวดน้ำเกลือติดหัวไปเรียน

          เลิศซะไม่มี! 

          คณะฉันเป็นคณะที่เปิดกว้างเรื่องการแต่งกายมาก ไม่บังคับให้แต่งชุดนักศึกษา เพราะเด็กคณะศิลปกรรมศาสตร์ สาขาวิชาออกแบบเครื่องแต่งกายอย่างพวกฉันต้องมีสไตล์เป็นของตัวเอง

          “ไปบ่อยหรือจ๊ะ”


          “ทุกอาทิตย์ค่ะ คุณน้าอยากได้สักตัวไหมคะเดี๋ยวอัลซื้อมาฝาก”


          “ฮ่ะๆ ไม่ละจ่ะ”


          “ค่ะ” ฉันฉีกยิ้มแทน เวลาอยู่กับผู้ใหญ่ฉันต้องร่าเริงเข้าไว้ ถือเป็นเสน่ห์ของฉันอย่างหนึ่ง ฉันมักจะทำให้ผู้ใหญ่เอ็นดูและเห็นใจฉันได้ไม่ยาก แต่ยกเว้น... ม๊าฉันน่ะนะที่ไม่เคยหลงกล สมแล้วที่เลี้ยงฉันมา รู้ไส้รู้พุงหมดอ่ะ

          บ้านของเฮียพลอยู่ข้างๆ บ้านฉันนี่เอง มีรั้วกั้นแต่ก็มีประตูให้หากันได้ ฉันว่าจริงๆ แล้วไม่ต้องทำก็ได้นะ เปลืองงบประมาณแถมยังต้องคอยซ่อมแซมดูแลอีก ทำเป็นบ้านหลังเดียวกันยังได้เพราะสองบ้านนี้สนิทกันม๊ากมาก ป๊าของฉันเป็นเพื่อนสนิทกับลุงนำทัพพ่อของเฮียพลมาตั้งแต่สมัยเรียน เมื่อเรียนจบมีครอบครัวมีงานมีการทำก็ยังย้ายมาอยู่ใกล้ๆ กันอีก ทำให้ฉันสนิทกับลูกๆ บ้านนี้ด้วย

           วันนี้เป็นวันหยุดแต่คนบ้านนี้ไม่ได้อยู่กันพร้อมหน้าหรอก ลุงนำทัพกับป๊าของฉันออกไปตีกอล์ฟด้วยกันเห็นบอกว่านัดเพื่อนอย่างลุงโนอาห์ไว้ด้วย ส่วนลูกๆ บ้านนี้ตัดเฮียนับพันไปเลย รายนั้นหายเข้ากลีบเมฆ นานๆ จะกลับมาเยี่ยมบ้าน ส่วนเฮียพลก็คงอยู่บนห้องอ่านหนังสือตามเคย ส่วนพริบพราวที่อายุเท่าฉันและเป็นเพื่อนเล่นกันมาตั้งแต่เด็กๆ ไม่อยู่เห็นว่าออกไปฟิตเนส ช่วงนี้นางเข้าฟิตเนสบ่อยนะ อยากจะฟิตหุ่นให้แฟนรักแฟนหลง เรื่องอย่างนี้ฉันว่าหุ่นเป็นแค่ส่วนหนึ่งนะ ส่วนสำคัญคือลีลา ว๊าย! ฉันพูดบ้าอะไรเนี่ย ลีลาเด็ด ท่ายากเยอะ ผู้ชายร้อยทั้งร้อยก็ต้องยอมสยบ พูดไปก็เท่านั้น ฉันยังไม่เคยนะเออ! ด้วยประการนี้น้าพันเก้าจึงจัดอาหารไว้แค่สองที่

          “ยังไงอยู่กินข้าวเที่ยงด้วยกันสิเจ้าอัล น้ากินกับพลแค่สองคน เหงา” ฉันพอเข้าใจนะ เฮียพลพูดมากซะที่ไหน นั่งอมขี้ฟันอยู่ได้ ตอนกินข้าวด้วยกันคงเหมือนกินแค่คนเดียวล่ะ นี่ถ้ามีป้ายชื่อนึกว่าอยู่ป่าช้าอ่ะ

          “ไม่ได้หรอกค่ะทางบ้านอัลม๊าก็กินข้าวคนเดียว” เพราะฉันอยู่บ้านส่วนพี่ชายอย่างเฮียอักก็ลัลล๊าอยู่ไหนก็ไม่รู้ “งั้นเอางี้สิคะ เดี๋ยวอัลบอกให้ม๊ามากินที่บ้านนี้ จะได้กินด้วยกันเยอะๆ อร่อยแน่ๆ”


          น้าพันเก้าทำหน้าดีใจทันที “ดีจ่ะ”


          “ยังไงอัลขึ้นไปหาเฮียพลก่อนนะคะ”


          “จ่ะ”


          ฉันอุ้มเจ้าเบเบ้เดินขึ้นบันไดมาก่อนจะเดินไปยังห้องเฮียพลอย่างเคยชิน ฉันมาบ่อยน่ะนะ เข้านอกออกในบ้านนี้จนเหมือนบ้านตัวเองไปแล้ว


          ก๊อกๆ


          “ครับ!” เสียงเข้มๆ ขานรับหลังจากที่ฉันเคาะประตูอย่างมีมารยาทแล้ว

          แกร๊ก...


          ฉันเปิดประตูเข้าไปทันที


          “เฮียพล!

          เจ้าของชื่อหันมามองด้วยความเฉยชา ไม่มีอาการแปลกใจหรือตกใจเลย ออกจะ... รำคาญซะด้วยซ้ำ แหม! ไอ้ความมั่นใจที่อุตส่าห์พกมาจากบ้านเลือนหายไปในพริบตา  ฉันเดินอุ้มเจ้าเบเบ้ที่เริ่มดิ้นทำท่าจะลงพื้นลูกเดียวไปนั่งบนเตียงขนาดคิงไซส์สีขาวตรงกลางห้องสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่ก่อนจะวางเจ้าตัวเล็กให้เดินเล่น

          “มีอะไรก็ว่ามา” เฮียพลสวมแว่นสายตาทำให้ดูเป็นเด็กเรียนมากขึ้น ฉันว่าจะใส่ไม่ใส่ก็หล่อเหมือนเดิม ความหล่อนี่พุ่งทะลุมาทิ่มตาสวยๆ ของฉันอยู่แล้ว


          ฉันรีบทำหน้าเศร้าๆ อย่างเนียนๆ “เจ้าเบเบ้ไม่สบาย”


          “มันเป็นอะไร?” เฮียพลละมือจากหนังสือตรงหน้าแล้วเดินมานั่งยองๆ ลงข้างเจ้าเบเบ้ รู้สึกดีที่ซื้อมันมาเลี้ยงเพื่อเป็นข้ออ้างมาหาเฮียพลเนี่ย แนบเนียนเนอะ! แหงล่ะ! แม้แต่ม๊าฉันยังจับไม่ได้เลย

          “มันไม่ยอมกินอะไรเลย อัลก็ไม่รู้ว่ามันเป็นอะไร เนี่ยรีบพามาหาเฮียเลย” เฮียพลเรียนสัตวแพทย์ปีสามแต่ความสามารถเก่งพอๆ กับแพทย์จบใหม่ เฮียพลอุ้มเจ้าเบเบ้ขึ้นมาอยู่ในระดับสายตาก่อนจะหมุนตัวมันไปซ้ายทีขวาทีแล้วคิ้วเข้มก็ขมวดยุ่ง


          “ตัวหนักขนาดนี้เนี่ยนะบอกว่ามันไม่ได้กินอะไร”


          “แหม! มันกำลังโต ไขมันทั้งนั้น” ฉันแถไปเรื่อย

          “คลำท้องก็เจอเม็ดอาหารเป็นตันเนี่ยนะ ปัญญาอ่อน”


          จึก! โอ๊ยยย เจ็บ โดนด่า แต่ชอบเวอร์!

          “เสียเวลาอ่านหนังสือชะมัด เอาคืนไป” เฮียพลยัดเจ้าตัวเล็กใส่มือฉันแล้วเดินหนีไปนั่งที่เก้าอี้ตรงโต๊ะอ่านหนังสือเหมือนเดิม ฉันถอนหายใจเซ็งๆ แล้วลูบหัวลูกรักอย่างนึกมันเขี้ยว

          กินเยอะนักนะแก เดี๋ยวได้ท้องแตกตาย ตัวแค่นี้กินเป็นกะละมัง


          “เฮีย นี่ก็เที่ยงแล้ว ลงไปกินข้าวเที่ยงปะ” ฉันเปลี่ยนเรื่องแล้วเดินเข้าไปจับไหล่เฮีย ส่วนมืออีกข้างก็อุ้มเจ้าเบเบ้ไว้ด้วย เฮียเหลือบมองด้วยหางตาแล้วหันไปสนใจตัวหนังสือต่อ


          อยากรู้นักว่าไอ้ตัวหนังสือพวกนี้มันดูดีกว่าฉันตรงไหน ก็แค่ ก ข ค  เหมือนๆ กันหมด เรียนมาตั้งแต่อนุบาลยันตอนนี้ ไม่เบื่อหรือไง เดิมๆ ซ้ำๆ ซากๆ

          “ไม่หิว”


          “ไม่หิวก็ต้องกิน สมองอย่างเฮียยิ่งต้องการสารอาหาร เร็วๆ ลงไปกินบ้าง วันนี้อัลกับม๊ามากินด้วย”


          “อัลญ่า อย่ากวนเฮีย” เฮียพลพยายามผลักฉันออกฉันทำหน้าเบะปากแล้วเดินไปที่ประตู


          “เพราะเฮียมีผู้หญิงคนอื่นใช่ไหมถึงได้เย็นชากับน้องแบบนี้ คอยดูเถอะอัลจะบอกคุณน้าพันเก้าเรื่องที่มีผู้หญิงมาส่งเฮียทะ... เฮ้ย!” ฉันร้องเสียงหลงเมื่อเฮียพลตามหลังฉันมาเร็วๆ แล้วผลักร่างฉันใส่บานประตูเสียงดังพลั่ก! ฉันทำหน้านิ่วด้วยความเจ็บปวด เฮียคนนี้ไม่มีเลยคำว่าอ่อนโยนกับฉัน

          “อยากตายหรือไง”

          “ไม่อ่ะ ถ้าไม่ได้เฮียนะฉันคงนอนตายตาไม่หลับ” ฉันยิ้มหวานอย่างไม่สะทกสะท้าน

          “หน้าไม่อาย”

          “ด่าเลย ฉันไม่แคร์”


          “เหอะ!” เฮียพลโน้มหน้าลงมาใกล้ฉันอย่างจงใจ ลมหายใจร้อนๆ ของเขาเป่ารดอยู่ที่ปลายจมูก แวบแรกฉันรู้สึกหวั่นไหวหัวใจเต้นรัวเหมือนเมื่อครั้งก่อนๆ ที่ผ่านมา ก่อนที่ฉันจะรีบทำตัวให้เป็นปกติ สวมหน้ากากยัยหน้าด้านไม่รู้สึกอะไรทั้งนั้น

          “อยากจูบฉันหรือไง ไหนบอกรังเกียจ? ปากไม่ตรงกับใจนี่นา”


          “ปากมันตรงกับใจที่ไหน ถ้าเป็นแบบนั้นคงไม่ใช่มนุษย์แล้วล่ะ” เฮียพลบอกแบบมีหลักการทางวิทยาศาสตร์มาก นั่นสินะ คนบ้าที่ไหนจะมีหัวใจตรงกับปาก


          “แล้วเฮียจะทำอะไร”


          “เรื่องผู้หญิงพวกนั้น... เงียบซะ” เฮียพลบอกแล้วผละออกไปแต่ติดที่ฉันคว้าคอเสื้อยืดของเขาไว้ แค่นั้นยังไม่พอ ฉันยังสบตากับเขาอย่างยียวน

          “แล้วถ้าไม่...”

          เฮียพลเองก็สบตากับฉันตรงๆ “...เฮียจะจัดการเธอ”


          “คิดว่ากลัวเหรอ” ฉันแสยะยิ้มอย่างไม่หยี่ระ ไม่อยากจะบอกเลยว่าฉันได้ป๊ามาแบบสุดๆ ไอ้เรื่องหน้าด้านหน้าทน หน้าหนาเป็นดินพันปีน่ะ “จะจัดการเมื่อไหร่ก็ได้ทั้งนั้น ที่ไหนก็ไม่เกี่ยง อ้อ! ให้ไวค่ะ อัลญ่าไม่ชอบรอนานเดี๋ยวของเสื่อม”

          “หึ! พอดีเฮียไม่ชอบกินมั่วซั่ว เดี๋ยวจะตายขึ้นมา” เฮียพลเลิกคิ้วยียวนฉันคืนบ้าง

          “ก็ไม่ได้มั่ว”


          “เจนจัดซะขนาดนี้ มองทะลุจนไม่ต้องถอดผ้าแล้วล่ะอัลญ่า” เฮียพลก้มลงมองสภาพฉันก่อนจะแสยะยิ้มใส่ราวกับกำลังนำสมเพชฉันอยู่ ผู้ชายคนนี้ร้ายกาจเกินไปสำหรับผู้หญิงแสนดีอย่างฉัน

          ทำไมกันนะ... กับผู้หญิงพวกนั้นเฮียให้ได้ แต่กับฉันไม่... เฮียพลรังเกียจอะไรฉันนักหนา รู้ไหม... ยิ่งคิดก็ยิ่งปวดหัว แล้วก็ยิ่งเจ็บ


          ฉันยกมือขึ้นคล้องคอเฮียพลก่อนจะรั้งให้คนสูงกว่าโน้มใบหน้าลงมาใกล้ ฉันเผยอปากขึ้นก่อนจะกดริมฝีปากลงบนเรียวปากสวยอวบอิ่ม ไม่ได้ลุกล้ำเพียงแค่ปากแตะปาก ฉันผละออกมาพร้อมกับคลี่ยิ้ม เฮียพลทำหน้าตึง

          “เราโตๆ กันแล้วนะอัลญ่า”


          ฉันรู้ว่าเราไม่ควรทำแบบนี้ แต่จะให้ทำยังไงได้ ในเมื่อความต้องการของฉันมันมีมากเหลือเกิน พยายามหักห้ามใจมากแค่ไหนมันก็ยิ่งทวีคูณมากขึ้นหลายพันเท่า ฉันน่ะ... คลั่งเฮียพลเอามากๆ ถึงฉันจะดูเป็นผู้หญิงจัดจ้านมีความรักไปทั่ว คบแฟนมาก็หลายคนจนนับไม่ถ้วน แต่ฉันก็มีรักแท้ รักแท้ที่ไม่เคยจะสมหวัง รัก... ที่ได้แต่รักเขาข้างเดียว

          ในเมื่อมันไม่ได้... ก็อยู่อย่างสับสน ค้างๆ คูๆ อย่างนี้แหละ


          “งั้นเรา...” ฉันใช้นิ้ววนอยู่ที่ท้ายทอยของเขา จงใจกรีดปลายเล็บลงไปเล็กน้อย สบสายตากับคนตัวสูงอย่างเย้ายวน เสน่ห์ของฉันมีมากมั่นใจได้เลยว่าเฮียพลต้องรู้สึกอะไรบ้าง “มาทำอะไรที่คนโตๆ เขาทำกันไหม?”


          “...” เฮียพลยังคงทำหน้านิ่งตามสไตล์ แต่ไอ้ก้อนเนื้อด้านล่างที่เริ่มขยับจนฉันจับสังเกตได้เนี่ย มันไม่เนียนเอาเสียเลยนะ อดกลั้นมันทรมานจริงไหม อยากก็บอก... จัดให้ได้ถ้าเป็นเฮียพล

          “อย่าง...” ฉันลากเสียงยาวพร้อมกับเหลือบมองไปที่เตียง ฉันรู้ว่าต่อให้ฉันยั่วเขามากแค่ไหน เขาก็ไม่มีทางทำอะไรฉันมากไปกว่า จับ จูบ ลูบคลำ เพราะไอ้คำว่า น้องสาว ที่เขาเอามากั้นเราไว้ ในเมื่อฉันทรมาน ก็ลองมาทรมานด้วยกันสักตั้ง “ลองกันไหม?”










Talk2 : กรี๊ด!!!บอกฉันทีว่านางคือนางเอก!!! โอ๊ยปวดตับกับลูกคนนี้มาก... ประหนึ่งตัวเองคือแม่ตระการตาสุดสวย ทีแรกจะไม่อัพเต็มร้อยนะ แต่ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้วอัพซะเลย
เฮียพลจะแดดิ้นไหมอันนี้ไม่รู้ แต่ที่รู้ๆ ตัวพิมพ์แดดิ้นมาก!!!

ใจดีขนาดนี้ก็กดโหวตเม้นให้กำลังใจกันด้วยนะคะ โหวตๆ




 

Talk1: เอะๆ ยังไงคะยังไงเฮียพลขา คิดอะไรกับน้องเค้าเนี่ย
ปากแข็ง ปากหนักและการกระทำไม่ตรงกับหัวใจแบบนี้อัลญ่าลำบากนะคะ
ตัวพิมพ์เขิน >O<



 














 
HOT TOXIC SET
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 39 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

5,461 ความคิดเห็น

  1. #5452 -minsuga- (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2560 / 22:54
    นี่ก็จิน BTS ไม่ใช่หรอ 555
    #5,452
    0
  2. #5274 Tuk (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2558 / 22:51
    ชอบเลยอ่ะนางเอกแบบนี้ไม่เคยเจอเลย
    #5,274
    0
  3. #5039 exofinite (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2558 / 22:41
    นางอัลแกนี่หนา.. เฮียพลก็หนา.. ? -..-
    #5,039
    0
  4. #3028 BEAYTY (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 19 กันยายน 2558 / 19:35
    เดียวแอ๊บแตกกกกก
    #3,028
    0
  5. #757 Netnapa Pluemjit (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2558 / 23:57
    เฮียแอ๊บมากกกก
    #757
    0
  6. #750 Haru_FT (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2558 / 13:44
    หืมมมมม มันเหมือนพ่อมันมากกกก ยัยอัลญ่า
    #750
    0
  7. #631 i-hara (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2558 / 07:41
    ทำไมจอมพลถึงตีห่างจากอัลญ่า
    #631
    0
  8. #624 Rawisara Toey (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2558 / 18:37
    เจิมมมม
    #624
    0
  9. #610 Sera (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2558 / 13:21
    ผู้ชายซึนๆมาก ถ้าถูกยั่วจัดๆ จะ 'หลุด' ได้มั๊ยนะ? //อัลญ่าจัดให้หนัก!!
    #610
    0
  10. #544 parestory (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2558 / 10:57
    55555 กล้าพอไหม...
    #544
    0
  11. #543 Rawisara Toey (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2558 / 00:25
    เจิม
    #543
    0
  12. #542 Bio z (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2558 / 23:37
    ชอบ
    #542
    0
  13. #541 ญ.หญิง โสภา (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2558 / 23:00
    เจิมรอตอนต่อไปเลย #ทีมอัญญ่า รุกหนักๆไปเลย 555555
    #541
    0
  14. #540 pui (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2558 / 22:54
    เฮียพลใจรัาย TOT
    #540
    0
  15. #539 Aiw Carbon (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2558 / 20:08
    เจิมม
    #539
    0
  16. #538 Aiw Carbon (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2558 / 20:08
    เจิมม
    #538
    0
  17. #537 Aiw Carbon (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2558 / 20:08
    เจิมม
    #537
    0
  18. #536 Aiw Carbon (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2558 / 20:08
    เจิมม
    #536
    0
  19. #535 Aiw Carbon (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2558 / 20:07
    เจิมม
    #535
    0
  20. #534 แม่แบบแผ่นพิมพ์ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2558 / 20:04
    อัพเพิ่มๆ
    #534
    0
  21. #533 Eye Pattawinun (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2558 / 16:22
    รออออ
    #533
    0
  22. #532 Eye Pattawinun (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2558 / 16:22
    สู้ๆๆๆๆๆ
    #532
    0
  23. #531 Bio z (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2558 / 12:46
    รอ
    #531
    0
  24. #527 ผู้หญิงขึ้เบื่อ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2558 / 08:02
    หนูอัญสู้ๆ ปราบเฮียให้หมอบ้ลยนะ
    #527
    0
  25. #526 ผู้หญิงขึ้เบื่อ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2558 / 08:02
    หนูอัญสู้ๆ ปราบเฮียให้หมอบ้ลยนะ
    #526
    0