คัดลอกลิงก์เเล้ว

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้




Fic Star War The Last Jedi

Pair : Kylo Ren X Rey



***Spoiler Alert***

เรื่องในตอนนี้ อัพเดท 10 ม.ค. 61 / 19:55

บันทึกเป็น Favorite



Fic StarWar [Kylo ren x Rey]


Let all the Thousand Stars Fade into Oblivion





เรย์นอนไม่หลับมาหลายวันแล้ว

     


โดยเฉพาะอย่างยิ่งตั้งแต่ฟินน์แจ้งข่าวมายืนยันว่านายพลเลอาเสียชีวิตอย่างสงบบนเตียงนอน เรย์สัมผัสได้ตั้งแต่วินาทีที่พลังดับมอดทว่ายังฝืนดึงดันปฏิเสธ มันเป็นความตายอันเงียบงันและดูเปี่ยมสุข รอยยิ้มเล็กๆ ที่ประดับบนใบหน้าของอดีตเจ้าหญิงดูราวกับคำปลอบประโลมถึงเหล่ากบฏทุกคนว่าพวกเขาจะต้องไม่เป็นอะไร



แต่มันเป็น อย่างน้อยก็ในแง่ของความรู้สึก ทุกๆ คนโศกเศร้า ทั่วทั้งกาแลคซี่โศกเศร้า เมื่อตำนานผู้เป็นดังความหวังดับมอดไปอีกหนึ่ง



เรย์ขดตัวกลมใต้ผ้าห่มผืนบาง ตอนนี้เธออยู่เพียงลำพังบนดาวรกร้างที่แทบไม่มีใครรู้จักชื่อ พยายามฝึกฝนเพื่อบรรลุทุกวิชาของเจไดที่หลงเหลืออยู่ให้ได้แม้จะตัวคนเดียวก็ตาม



ร่างบางพลิกตะแคงหันมองตำราเล่มหนาเขียนด้วยภาษาโบราณซึ่งเธอแอบขโมยจากต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ของเหล่าเจไดบนดาวอาร์คทู และเธอเพิ่งจะสำเร็จวิชาแค่สองในหกเท่านั้น หนทางดูอีกยาวไกลแต่กลายเป็นว่าตอนนี้ทั้งกาแลคซี่หวังพึ่งเธอแล้วเรียบร้อย




ไม่มีฮาน โซโล ไม่มีเจ้าหญิงเลอา ไม่มีลุค สกายวอคเกอร์



มีแค่เธอ เด็กกำพร้าจากดวงดาวแห่งทะเลทราย



ความหนักอึ้งถาโถม สร้างรสชาติขมปร่าให้แพร่กระจายทั่วลิ้น ฉับพลันหัวใจไพล่นึกไปถึงใครอีกคนที่น่าจะตกอยู่ในห่วงอารมณ์อันโศกสลดไม่ต่างกัน หรือเผลอๆ อาจจะมากกว่าด้วยซ้ำ



ดาวดวงนี้มีกลางคืนที่ยาวนานกว่ากลางวันเกือบสองเท่า และมันกำลังกัดกินเธออย่างช้าๆ ทั้งความเงียบ ความเหงาและความโหยหา ตอนแรกโพตั้งใจจะให้ยืมตัวบีบีเอ็ทมาเป็นเพื่อน แต่เรย์คิดว่าเจ้าดรอยตัวน้อยน่าจะมีประโยชน์กับเหล่ากบฏมากกว่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพวกเขาเพิ่งจะตั้งฐานทัพใหม่ได้



อีกอย่างเธอยังไม่อยากให้ใครรู้ถึงความลับของเธอ ความลับที่ว่า...



“เรย์”



เสียงทุ้มกระซิบเรียก เรย์กะพริบตา และทันใดนั้นเธอก็ไม่ได้อยู่คนเดียวอีกต่อไป



“เบน”



ไคโลนั่งอยู่ที่ขอบเตียง ดวงตาสีดำเหมือนรัตติกาลภายนอกจับจ้องมาที่เธอ ดวงตาซึ่งอัดแน่นไปด้วยความสับสน โศกเศร้าและโหยหา หลายต่อหลายครั้งที่การมองสบตาเขา ทำให้เรย์รู้สึกเหมือนกำลังส่องกระจกอยู่มากกว่า วันนี้ไคโลดูแปลกออกไปเมื่อไม่ได้อยู่ในชุดเครื่องแบบสีดำของซิธลอร์ด เขาสวมเพียงเสื้อคลุมสีเทากับกางเกงขายาวเหมือนกำลังเตรียมเข้านอน ชั่วขณะหนึ่งเขาดูคล้ายเหล่าพาดาวัน อ่อนเยาว์และไร้เดียงสา เป็นเพียงอัศวินหนุ่มน้อยผู้ยังไม่บรรลุวิถีทางแห่งพลัง



“เธอปล่อยผม” เขากล่าวเมื่อตระหนักได้ว่ารูปลักษณ์ของเธอในวันนี้ก็แปลกออกไปเช่นกัน ไคโลเอื้อมมือมา เกลี่ยปอยผมสีน้ำตาลที่ยาวระใบหน้าของเธอออกไป ปลายนิ้วปัดผ่านแก้มอย่างจงใจ และเพียงเท่านั้นก็ทำให้เรย์ร้อนวาบ ทั้งอบอุ่นแต่ก็ทรมาน เหมือนคราวที่ปลายนิ้วของพวกเขาสัมผัสกันเป็นครั้งแรก



“นายได้ยินข่าวหรือยัง” เธอถาม ฟังดูคลุมเครือ แต่ทั้งคู่รู้ดีว่ามันหมายถึงสิ่งใดเพราะตอนนี้ทั้งจักรวาลต่างก็พูดคุยกันอยู่เพียงเรื่องเดียวเท่านั้น ไคโลพยักหน้ายืนยัน ความเงียบแทรกซึมเข้ามาระหว่างพวกเขา หนักอึ้งแต่ไม่ได้ทำให้อึดอัด เรย์ขยับลุกขึ้นมานั่ง ย่นระยะห่างระหว่างกันจนเหลือเพียงฝ่ามือกั้น



“พิธีรำลึกจะมีขึ้นในอีกสิบวันที่ดาวอัลเดอราน” เธอเล่าด้วยลมหายใจติดขัด เมื่อปลายนิ้วของไคโลยังคงวนเวียนอยู่ข้างแก้ม เธอควรจะปัดออกและต่อว่าเขาไปตามตรงว่ามันไม่เหมาะสมแต่ก็ทำไม่ได้ แม้จะเล็กน้อยแต่หัวใจอันอ้างว้างของเธอเหมือนกำลังได้รับการเยียวยา และเรย์ก็คิดว่าไคโลคงรู้สึกไม่ต่างกัน



“เธอพูดเหมือนอยากให้ฉันไป”



“นายควรไป นายสมควรได้ไป”



ไคโลยิ้มหยันก่อนจะถอยมือและสัมผัสออกไปในที่สุด เขาหลุบตามองพื้น “ปากปืนทุกกระบอกคงหันมาทางฉัน และงานคงล้มไม่เป็นท่า ฉันไม่อยาก...ให้ความทรงจำสุดท้ายของแม่กลายเป็นแบบนั้น”



เสียงของเขาแหบระโหย เรย์อยากบอกเขาเหลือเกินว่าในบรรดาคนที่ถืออาวุธเหล่านั้นจะไม่มีเธอรวมอยู่ด้วย เธอไม่มีทางทำร้ายเขา แต่เมื่อความทรงจำบนยานสตาร์เดสทรอยย้อนคืนกลับมา เธอก็รู้ดีว่าหากพูดออกไปมันจะกลายเป็นเพียงถ้อยโกหกอันหวานหอมเท่านั้น ทั้งคู่เลือกทางเดินของตนเองแล้ว และนั้นทำให้พวกเขากลายขั้วตรงข้ามที่ไม่มีทางบรรจบ ดังแสงสว่างและความมืดที่ไม่มีวันปรองดองกันได้



ช่างน่าแปลก เรย์แน่ใจว่าเธอเห็นอนาคตของเขาชัดเจนมาก เขาจับมือเธอ ก้าวเข้ามาในแสงสว่างกับเธอ



ทว่าไคโลเองก็ยืนยันหนักแน่นไม่แพ้กันว่าเธอน่ะแหละ ที่จะร่วงหล่นสู่ความมืดมิดไปพร้อมกับเขา



ไม่ว่าจะทางไหนก็เหมือนพวกเขาไม่มีวันหนีกันพ้น อีกสิ่งที่พวกเขารู้แน่นอนแล้วคือสโนคไม่ใช่คนที่เชื่อมพวกเขาไว้ แต่เป็นเพราะพลังต่างหาก เป็นเจตจำนงค์อันสุดจะหยั่งและยากแก่การเข้าใจของดาวดาวนับพันที่ทำให้หัวใจของพวกเขายุ่งเหยิงเช่นนี้



เรย์ถอนหายใจบางเบา และก่อนจะทันรู้ตัวเธอก็เอนไปพิงหัวไหล่ของไคโลไว้เสียแล้ว



“มันทำให้นายรู้สึกยังไงบางละที่ทุกอย่างหายไปหมดเหมือนที่นายเคยต้องการแล้ว”



...สโนค สกายวอคเกอร์ ซิธ เจได กบฏ ให้พวกมันตายไปให้หมด ทิ้งทุกอย่างไว้ให้เป็นแค่อดีต...



เรย์จำได้ว่าน้ำเสียงของไคโลเย็นชามากเพียงใดตอนที่เอ่ยประโยคนั้น ดวงตาว่างเปล่าจับจ้องยานหลบหนีของเหล่ากบฏที่ค่อยๆ ถูกทำลายไปทีละลำสองลำ แต่ทันใดนั้นทุกอย่างก็เต็มตื้น ท่วมท้นด้วยอารมณ์เมื่อเขาหันมาทางเธอ



...แค่เธอกับฉัน...



น้ำเสียงและแววตาของเขาเกือบทำให้เธอใจอ่อน



...เธออาจเป็นคนไร้ค่าสำหรับพวกนั้นแต่ไม่ใช่กับฉัน มากับฉันเรย์...



เกือบทำให้เธอยินยอมถล้ำลึกสู่ความมืดอันอบอุ่น



...เถอะนะ...



และยินยอมที่จะยื่นมือออกไปเพื่อก้าวไปยืนอยู่ข้างเขาเสียเอง



เกือบไปแล้ว เกือบไปมากๆ หากพลั้งเผลอแม้เพียงนิดเดียวหัวใจของเธอคงถูกถมเต็มด้วยด้านมืดและตัวตนของเขา เธอตัดใจอย่างยากลำบากและหันหลังให้เขาอย่างยากลำบากไม่แพ้กัน สมองบอกว่านี่เป็นเรื่องที่ถูกต้อง ทว่ารอยร้าวก็ยังบาดลึกอยู่ดี



ห้วงความคิดของเรย์สะดุดลงเมื่อไคโลเอนศีรษะมาพิงเธอไว้เช่นกัน ต่างจากเธอที่พิงเพียงหมิ่นเหม่ เขาทิ้งน้ำหนักลงมาเต็มๆ แนบหน้าผากลงกับหัวไหล่ และฝั่งใบหน้าลงกับเส้นผม เรย์ได้ยินเสียงไคโลสูดหายใจ ลมหายใจร้อนๆ ของเขาทำให้เธอร้อนไม่แพ้กัน



“เบน? ” เรย์ส่งเสียงเรียก



“ฉันยังเหลือเธออยู่” เขาเอ่ยตอบคำถามก่อนหน้านี้ “ทุกอย่างยังไม่ได้หายไปหมด”



คำพูดของเขายังคงทำให้เธอใจอ่อนได้อย่างง่ายดายเหมือนเดิม เรย์เม้มริมฝีปาก เอื้อมมือข้างหนึ่งขึ้นมาอย่างกล้าๆ กลัวๆ ก่อนจะลูบศีรษะของไคโลอย่างปลอบประโลม ความสูญเสียอาจทำให้พลังของเขาแข็งแกร่งขึ้น แต่ในขณะเดียวกันก็ทำให้เขาเปราะบางเหลือเกิน ตอนนี้เขาอาจจะเป็นผู้นำสูงสุดของปฐมภาคีอันเกรียงไกร แต่ไม่ว่าเมื่อไหร่ที่อยู่กับเธอ เขาจะเป็นเพียงเบน โซโลผู้อ่อนไหวและสับสนเสมอ



เรย์สอดมือเข้าไปในกลุ่มผมสีดำอย่างเผลอไผล ไล่ปลายนิ้วจากแนวไรผมไปถึงต้นคออย่างเชื่องช้า มันทำให้ไคโลหายใจติดขัด เขาครางต่ำราวกับสัตว์บาดเจ็บขณะหันใบหน้ามาทางเธอ แนบริมฝีปากเข้ากับต้นคอผ่านกลุ่มผม แต่ถึงกระนั้นความรุ่นร้อนก็ไม่ได้ลดลอนลงเลยสักนิด มันทำให้เรย์หวั่นไหว ความมืดมิดก่อร่างขึ้น และเพราะแบบนั้นเธอจึงตัดสินใจเอ่ยชวนอีกครั้ง



“มากับฉันนะ ทิ้งปฐมภาคีไว้ข้างหลังและสานต่อความหวังของท่านเลอาด้วยกันเถอะ”



เพราะหากไม่ทำเช่นนั้นคงเป็นเธอเสียเองที่ยอมศิโรราบให้คำชักชวนเมื่อเนิ่นนานมาแล้วของเขา



ถ้อยคำของเรย์ส่งผลร่างสูงใหญ่ชะงักและผละห่าง แต่ถึงกระนั้นมันก็ยังใกล้เกินไปอยู่ดี ดวงตาสีดำซึ่งทอดมองมาในระยะประชิดทำให้เธอเริ่มที่เป็นฝ่ายหายใจติดขัดเสียเอง ฝ่ามือของเธอยังวางอยู่ที่หลังต้นคอของเขา ส่วนมือของเขาก็ยกขึ้นมาประคองแก้มเธอตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้



เรย์จับจ้องริมฝีปากของไคโลอย่างรอคอยและคาดหวัง



“...ไม่ได้”



เขาตัดรอนชวนร้าวรานแล้วหายไปอีกครั้ง ทิ้งเรย์ไว้เพียงลำพังในราตรีอันมืดมิดและความเหงาที่เทียบเท่ากับระยะห่างนับพันดวงดาว

















ไคโลสะดุ้งตื่นขึ้นมากลางดึกเพราะฝันร้าย



เขาฝันถึงวินาทีที่แทงไลท์เซเบอร์ทะลุอกฮาน โซโลอย่างไร้ความลังเล เขานึกว่าตนเองห้าวหาญ เขานึกว่าจะการกระทำนั้นจะช่วยให้เขาเป็นอิสระ แต่ก็เปล่า ไคโลถูกพันธนาการยิ่งกว่าเดิมด้วยความรู้สึกที่วนเวียนติดอยู่กับช่วงเวลานั้น สโนคพูดถูกมันทำให้หัวใจของเขาแตกร้าว และสิ่งที่เดียวที่ช่วยไม่ให้มันสลายไปเสียก่อนก็คือเรย์



ในวินาทีนั้น พลังก็เชื่อมต่อพวกเขาด้วยกันอีกครั้ง



ต่างจากคืนก่อนๆ ราตรีนี้เรย์ล่วงเข้าสู่นิทรารมย์ไปแล้ว ดูจากจังหวะหายใจเนิบช้าและสงบสุข เธอคงเข้านอนได้หลายชั่วโมงแล้วด้วยซ้ำ ไคโลตัดสินใจพลิกมาตะแคงข้างแล้วจ้องมองเธอเงียบๆ เฝ้าสังเกตโครงหน้านุ่มนวลและแพขนตาที่ทาบทับผิวแก้ม เขาขยับตัวอีกครั้ง ระมัดระวังที่จะไม่ปลุกเธอ เพราะไม่อยากทำลายโมงยามอันแสนสงบนี้



พลังช่วยให้เขาเห็นเธอได้อย่างชัดเจนทว่ากลับไม่อาจเห็นรอบข้าง ราวกับทั้งหมดทั้งมวลทั้งนั้นไม่สลักสำคัญอันใดเมื่อเทียบกับเธอ และเพราะมีเพียงเรย์ที่เขาเห็น มันจึงดูราวกับว่าเธอและเขากำลังนอนรวมเตียงเดียวกันอยู่



ความคิดนั้นทำให้ไคโลเป็นสุขแต่ก็กระสับกระส่ายไปพร้อมๆ กัน



แรกเริ่มมันเป็นเพียงความหมกมุ่น มาดหมายจะแก้มือและทำให้เธอเป็นฝ่ายพ่ายแพ้บ้าง ความรู้สึกเหล่านั้นยึดเหนี่ยวไคโลไว้ ทำให้เขามีเรี่ยวแรงพอจะจับดาบและฟาดฟันต่อไปได้ทั้งที่ภายในเริ่มกร่อนพังลงเรื่อยๆ ในแรกเริ่มเขาคิดแค่ว่าจะต้องมีชัยเหนือเธอให้ได้ ทว่ายิ่งเวลาผ่านพ้นเขากลับยิ่งล้มพ่าย



ในทุกๆ ด้านและทุกๆ ความหมาย



เธอเรียกเขาว่าปีศาจในครั้งแรกๆ ที่เจอกัน ก่อนจะกลายเป็นไคโลในครั้งถัดมาเมื่อได้พูดคุย และในท้ายที่สุด เธอก็เรียกเขาว่า ‘เบน’ เมื่อเขาเปิดเผยด้านที่อ่อนแอให้เธอเห็น



ไคโลเคยเกลียดชื่อนี้อย่างเหลือแสนเพราะมันเป็นตัวตนที่เปราะบางและไม่มีใครต้องการ พ่อแม่ที่ควรจะรักกลับผลักไส อาจารย์ที่เคยเทิดทูนก็ทำให้เขาเจ็บปวด ทุกๆ คนทำให้เขาผิดหวัง เพราะแบบนั้นเขาจึงสร้างตัวตนใหม่ขึ้นมา เป็นนักรบผู้แข็งแกร่งและกร้าวกระด่างที่ทุกคนจำต้องยอมสยบให้



ทว่าแท้จริงแล้วเบน โซโลไม่เคยหายไปไหน เพียงซุกตัวอยู่เบื้องหลังหน้ากาก เสแสร้งเป็นไคโลเร็นเพื่อที่จะไม่ต้องสัมผัสกับความผิดหวังเป็นครั้งที่สองก็เท่านั้น



และเพราะแบบนั้นเขาถึงเกลียดมากเวลามีคนเรียกเขาด้วยชื่อที่แท้จริง ทั้งฮาน โซโลทั้งนายพลเลอา ทุกครั้งที่ทั้งคู่เอ่ยนามนั้นออกมา มันมีแต่จะกะเทาะเปลือกที่แข็งกระด่างให้แตกออกมากขึ้นเรื่อยๆ ไคโลจึงกลบเกลื่อนมันด้วยความกราดเกรี้ยว หากทำได้เขายินดีทำลายทุกอย่างเพื่อที่จะไม่ต้องได้ยินนามนั้นอีกเป็นครั้งที่สอง



ทว่ายามเธอเรียกขาน มันกลับให้ความรู้สึกต่างออกไป



“เบน”



นั่นไงความรู้สึกนั้น ระลอกคลื่นที่กระเพื่อมไหวและแย่ขยาย เจือจางความเจ็บปวดและบรรเทาความผิดหวัง



ไม่ใช่ด้วยความสงสารหรือเวทนา ไม่ใช่เพราะรู้สึกผิดหรืออยากไถ่โทษทั้งที่สายไป น้ำเสียงของเรย์ไม่ได้อ่อนหวานแต่กลับทำให้เขารู้สึกมีค่าขึ้นมาอย่างน่าประหลาด ราวกับว่าตัวตนนี้ได้รับการยอมรับและจะไม่มีทางถูกผลักไสอีกเป็นเด็ดขาด



“มาตั้งแต่เมื่อไหร่กัน”



ในที่สุดเรย์ก็ตื่นแล้ว เขาเห็นประกายตื่นตระหนกจางๆ ในดวงตาสีน้ำตาลคู่นั้นขณะเธอพยายามขืนตนเองไว้ไม่ให้ถอยห่างด้วยความตกใจ หากเป็นเมื่อก่อนเธอคงไม่รอช้าที่จะลงไม้ลงมือเพื่อขับเขาลงจากเตียง ไม่ก็ด่าทอถึงความไม่เหมาะสมของการกระทำนี้ อย่างตอนที่เรย์เห็นเขาเปลือนท่อนบนเป็นครั้งแรกเป็นต้น ไคโลจำสีหน้าของเธอได้ดี ไม่ได้แดงซ่าน แต่ก็ชัดเจนว่ากำลังเขินอายและกระอักกระอ่วนเป็นอย่างมาก จนถึงกับทำให้เขาเผลอยกยิ้มมุมปาก



ทว่าตั้งแต่พลังของแม่ดับมอดไป เธอก็เหมือนจะโอนอ่อนตามใจเขามากเป็นพิเศษ ราวกับกำลังชดเชยช่องว่างและความโศกเศร้าให้กับเขา



“สักพักแล้ว” ไคโลเลือกจะตอบอย่างคลุมเครือ ความยุ่งยากบนใบหน้าของเรย์ทำให้เขาเผลอยิ้มบางๆ ออกมาอีกครั้ง ร่างสูงใหญ่ขยับตัว หนุนแขนต่างหมอนเพื่อเฝ้ามองสีหน้าของเธอให้ชัดๆ



“นายน่าจะปลุกฉัน” เรย์ห่อไหล่และขดตัว ไม่รู้ว่าด้วยความหนาวหรือว่ากำลังประหม่าเขากันแน่



“เห็นเธอกำลังหลับสบาย”



“ที่จริงแล้วฉันกำลังฝันร้ายต่างหาก” นิ้วเรียวขยับไปมาขีดเขียนอย่างไร้ความหมายลงบนผ้าปูที่นอนเพื่อบรรเทาความกังวล ไม่รอให้เขาถาม เรย์ก็เล่าทุกอย่างออกมาเอง “ฉันถึงฝันวันนั้นบนสตาร์คิลเลอร์ ในป่าน้ำแข็งที่เราสู้กันครั้งแรก”



“ฉันทำให้เธอฝันร้ายเหรอ” ไคโลถามด้วยน้ำเสียงหมองเศร้า



เรย์ส่ายหน้า “ฉันทำให้ตัวเองฝันร้ายต่างหาก”



เธอยกมือขึ้น ไล้ปลายนิ้วเย็นเฉียบไปตามรอยแผลที่ฝากไว้ ตั้งแต่หน้าผากลากลงมาจนถึงแก้ม ลมหายใจของเขาสะดุดลงอย่างง่ายดายอีกครั้งเมื่อสัมผัสของเธอผ่านจากลำคอมาจนถึงแผ่นอก



ไคโลรวบรวมมือบางไว้เพื่อหักห้ามความปรารถนา ดูเหมือนเรย์ไม่ได้ตระหนักแม้แต่น้อยว่าการกระทำของเธอก่อให้เกิดอะไรขึ้นได้บ้าง ดวงตาสีน้ำตาลช้อนมองแล้วเอ่ยถามอย่างใสซื่อ



“ยังเจ็บอยู่เหรอ”



“ไม่หรอก ไม่อีกแล้ว”



ปลายนิ้วของพวกเขาสัมผัสกันก่อนจะกลายเป็นการเกี่ยวประสาน ไอร้อนที่ถ่ายเทให้กันทำให้ไคโลรู้สึกสะท้อนใจขึ้นมาอย่างประหลาด ไม่มีหนทางใดเลยหรือที่ความมืดและแสงสว่างจะอยู่กันได้อย่างปรองดอง จะมีวิธีไหนบ้างที่ทำให้พวกเขาได้ได้เคียงข้างกัน



ไม่ใช่เพียงสัมผัสผ่านกระแสพลังทั้งที่ห่างไกลนับพันดวงดาวเช่นนี้



“อีกสามวันฉันจะเดินทางไปดาวอันเดอรานเพื่อรวมพิธีรำลึก” เรย์กล่าวทำลายความเงียบ นิ้วของพวกเขายังคงสอดประสานในขณะที่เธอเม้มริมฝีปาก รวบรวมความกล้าก่อนเอ่ยถาม “นายมีอะไรจะฝากไปหรืออยากให้ฉันทำไหม”



ไคโลใช้เวลาไม่นานเลยก่อนจะตัดสินใจได้ เขาผละห่าง หันไปรื้อค้นของในลิ้นชัก ไม่นานก็กลับมาพร้อมเศษโลหะชิ้นหนึ่ง พร้อมทั้งขยับเข้ามาชิดใกล้กว่าเดิมอย่างจงใจ เรย์พยายามถอยหนีแต่ดูเหมือนจะเป็นไปได้ไม่ได้ ไคโลคาดเดาเอาว่าเตียงเธอคงแคบมาก ไม่ก็ติดผนังห้องพอดี



เขาผ่อนความกังวลของเธอด้วยการวางโลหะที่บิดเบี้ยวจนแทบไม่เป็นรูปร่างลงบนฝ่ามือ แต่ถึงกระนั้นเธอกลับบอกได้ทันทีว่ามันคืออะไร



“หน้ากากของนาย? ”



ไคโลพยักหน้ายืนยัน มันคือสะเก็ดเสี้ยวของทุกความร้าวรานและความผิดหวังที่หล่อหลอมตัวตนนี้ขึ้นมา และบัดนี้ถึงเวลาต้องสลัดมันไปให้พ้นเสียที เขาพูดเองแท้ๆ ว่าปล่อยให้สิ่งเก่าๆ ตายไปให้หมด เกลี่ยกล่อมเรย์ให้ละทิ้งอดีตที่เหนี่ยวรั้งแล้วเข้ารวมกับเขา ทว่ากลับเป็นเขาเสียเองที่ทำเช่นนั้นไม่ได้ เฝ้าแต่กอดเก็บหนามแหลมที่ทิ่มตำให้เป็นแผล ทั้งที่ควรปล่อยวางได้ตั้งเนินนานแล้ว



ไคโล...ไม่สิ...เบนจึงตัดสินใจฝากของชิ้นนี้ไปให้แม่



เพื่อบอกว่าเขาไม่เป็นอะไรแล้ว



“แล้วมีอะไรอยากให้ฉันทำอีกไหม? ” เรย์ยังคงถาม ตอนแรกเบนกะจะส่ายหน้า แต่คิดไปคิดมาโอกาสแบบนี้ใช่ว่าจะผ่านเข้ามาง่ายๆ แค่นิดเดียวคงไม่เป็นไร หากเขาจะเอาแต่ใจตนเองอีกสักนิดเรย์คงไม่ว่าอะไร



เบนปลุกปลอบตนเองด้วยถ้อยคำเหล่านั้น พร้อมทั้งภาวนาให้ดวงดาวทั้งพันเลือนหาย ให้ทุกอย่างกลายเป็นเพียงเงาลางเลือนไร้ความสำคัญ ความมืด แสงสว่าง สงคราม ความขัดแย้ง เบนเคยพูดว่าอยากให้ทุกอย่างหายให้หมดก็จริง แต่บัดนี้เขาตระหนักชัดแล้วว่าเป็นไปไม่ได้ ฉะนั้นอย่างน้อยแค่คืนนี้ก็ยังดี



“ขอฉัน...เข้าไปใกล้มากกว่านี้จะได้ไหม”



ละทิ้งเรื่องราวทั้งหมดไว้เบื้องหลัง ให้เหลือเพียงเขากับเธอ...



เบนสัมผัสได้ว่ากล้ามเนื้อของเรย์เกร็งขึ้นอย่างตื่นตัว เธอนิ่งไปนานมากจนเขาเริ่มรู้สึกแล้วตนอาจกำลังขอมากไปแต่ทันใดนั้น...



“ทะ...เท่านี้พอไหม” เรย์ถามพลางซุกตัวเข้ามาในอ้อมกอด แก้มนิ่มที่แนบอยู่กับอกซ้ายทำให้หัวใจเต้นไม่เป็นส่ำมากกว่าที่เคย และนั้นเป็นครั้งแรก แต่ไม่ใช่ครั้งสุดท้ายที่เขาได้เห็นใบหน้าแดงก่ำของเรย์ เธอขยับตัวอย่างขัดเขินยิ่งขึ้นเมื่อเบนโอบแขนรอบแผ่นหลังและเอวเพื่อรั้งร่างของเธอให้เข้ามาแนบชิด



“เท่านี้ต่างหากถึงจะพอ”



เรย์กำสาบเสื้อของเขาแน่นราวกับหาที่พึ่งพิงก่อนจะส่งเสียงครางประท้วงในลำคอเมื่อเขาเผลอลากมือไปทั่วแผ่นหลัง เบนยิ้มกว้างขึ้นอีกนิดก่อนจะยอมหยุดการกระทำอันอุจอาจมาเหลือเพียงการลูบศีรษะเบาๆ อย่างที่เธอเคยทำกับเขา ทีละเล็กทีละน้อยร่างกายของพวกเขาถ่ายเทความร้อนให้แก่กัน เรย์ดูผ่อนคลายมากขึ้นและเพียงไม่นานก็ผลอยหลับไปก่อน



เบน โซโลขยับยิ้มอย่างนุ่มนวล ก่อนจะแนบรอยยิ้มนั้นเข้ากับมุมปากของเรย์ เธอยิ้มตอบกลับมาให้จากห้วงฝัน



และในราตรีนั้น ดวงดาวนับพันได้เลือนหายไปจริงๆ






End







Talk : สารภาพว่าหนังจบคนไม่จบจริงๆ ค่ะ>< นี่หวีดแบบเสียสติมาสามวันสามคืนเต็มๆ แล้วและไม่มีทีท่าว่าจะหยุดง่ายๆ 555

ฟิคนี้เกิดจากการคุยกับเพื่อน (ที่เป็นแค่แฟนบอยสตาร์วอร์) ผสมกับความหวีดเยี่ยงแฟนเกิร์ลของเราเนื่องจากแคร์รี่ ฟิชเชอร์ที่แสดงเป็นเจ้าหญิงเลอาเสียชีวิตแล้ว และผู้กำกับไรอันเคยให้สัมไว้ว่าไม่ชอบซีจีนักแสดงเพราะสื่ออารมณ์ได้ไม่ดีพอ แล้วงี้ภาคเก้าทำไงอ่ะ?

เพื่อนเราดาว่าเดี๋ยวคงขึ้นเป็นตัววิ่งสตาร์วอร์ เล่าเรื่องว่าเจ้าหญิงเลอาเสียด้วยสาเหตุบลาๆ โพขึ้นเป็นนายพลนำกลุ่มกบฏแทน บลาๆ และด้วยฟิลเตอร์แฟนเกิร์ลที่มองคนละมุมกับแฟนบอย เราเคยคิดไปถึงว่าโหยยยยถ้าเป็นงั้นจริงพี่เบนคงเศร้าเว่อร์ พ่อตายแม่ตาย อาจารย์กลายเป็นฟอซไปหมด แล้วไงต่อละคะ น้องเรย์ก็ต้องปลอบสิ จะเหลือเรอะ ถถถถ

เราอยากได้บรรยากาศเศร้าๆ หน่วงๆ ผสม sexual tension นิดๆ เหมือนในตัวเรื่อง (ให้จำเพาะกว่านั้นคือฉากในลิฟต์ ฟฟฟ) ออกมาสมใจอยากเราแล้วค่ะ หวังว่าหลังจากนี้จะได้เลิกเสียสติแล้วกลับไปทำมาหากินต่อสักที 555 //หรือไม่แน่อาจหวีดหนักกว่าเดิม


ด้วยรักและเสียสติ FoxxTrot


ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ FoxxTrot จากทั้งหมด 7 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

15 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2561 / 22:19
    เพิ่งเคยเข้ามาอ่านผลงานครั้งแรก ละมุนมากเว่อร์ เขียนดีมากเลยค่ะ โอ้ยยยยยย สงสัยเราต้องไปกาวต่อเรื่องอื่นของคุณ foxx Trot แล้วล่ะค่ะ 
    #15
    0
  2. วันที่ 18 มกราคม 2561 / 16:51
    ฟ่วสกาหวดาว โง้ยยยย เขียนภาษาสวยเนื้อเรื่องกระแทกใจมากกกกเลยค่ะ บรรยายออกมาได้ละมุนๆแต่ก็ดูลึกซึ้งโหยหากันดีค่ะคู่นี้ เราเพิ่งได้ดู TLJ เป็นครั้งแรกค่ะ แล้วก็กระโดดลงเรือด้วยความไวแสง ฮือออ หนังจบคนไม่จบจริงๆค่า หาฟิคอ่านรัวๆ ขอบคุณสำหรับฟิคดีๆเติมเต็มจินตนาการให้ฟินนนขนาดนี้นะคะ ใจเหลวไปหมด สงสารพิเบนที่จะไม่มีใครแล้วหนทางของทั้งคู่ก็ยังเหมือนจะเป็นเส้นขนาน ฮือออ แต่ภาคนี้ในหนังหวานนมากกกว่า TFA มากเลยจริงๆค่า แอบกลัวว่าภาค9 ผกกคนเดียวกับภาค7จะลดหวานลงมากมั้ย แงง ได้โปรดส่งเสริมเรือเลาาา55
    #14
    0
  3. วันที่ 31 ธันวาคม 2560 / 19:48
    ฮื่อออออ ดีงามค่ะ ชอบบบบบบ ตาเบนละมุนละม่อมละองละมั่งสุดๆ น้องเรย์ก็มาสายใส ตาแป๋วแต่รุกก่อน อืมมมมม

    กลัวๆภาค9 เหมือนกัน ไม่รู้จะออกมายังไง แค่ภาค8ที่ลุงฮานไม่ต่อตาเบนก็ได้เสียบพ่อไปแบบงงๆแล้ว อะไรก็ได้ตอนนี้ขอให้ได้ดูภาคต่อ อะไรจะเกิดก็เอ๊อะ ใจแข็งสู้ อยู่ได้ แกร่ง สมาชิกบนเรือเยอะ จับมือไปด้วยกันค่ะ

    ชอบขนาดเข้าแอปมาเม้น ตอนแรกเปิดในโครมแต่ไม่ไหวค่ะ มันต้องเม้น มันต้องได้หวีด
    #13
    0
  4. #12 YoGurT_Yo^^ (@nuyoja) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2560 / 22:24
    โอ้ยฟินค่ะ
    #12
    0
  5. #11 Aul_jung
    วันที่ 27 ธันวาคม 2560 / 01:55
    กรี๊ดดดด ฮือ หนังจบคนไม่จบตามจริงๆค่ะ คู่นี้คือดีย์ ไหนๆดิสนีย์ก้ซื้อแล้ว ขอตอนจบแบบความมืดและแสงสว่างรวมกันดั่งสัญลักษณ์หยินหยางด้วยเถอะ
    #11
    0
  6. วันที่ 26 ธันวาคม 2560 / 00:07
    แอบแต๊ะอั๋งอะนาย ไม่ดีนาย ลูบมาไม่ลูบกลับอะ55555ไม่แฟร์เลย
    ไคโลนางคงเสียใจมากถ้ามันเกิดเรื่องนั้นขึ้นจริงๆ หน้ากากเหล็กไม่ได้แข็งแรง อย่างที่คิดอยากจะให้เป็นจริงไหม เบนเอ๋ย เด็กน้อยใต้หน้ากาก ความหวังในความสิ้นหวัง กลับมาด้านสว่างนะลูก มากอดกันจริงๆ ไม่ใช่แค่ในฟอส
    เขียนดีมากเลยค่ะ ภาษาสวยงามมาก อบอุ่นแต่หน่วงหัวใจมากๆเลย
    ออกผลงานดีๆต่อไปอีกนะคะ สู้ๆ
    #10
    0
  7. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  8. วันที่ 20 ธันวาคม 2560 / 19:14
    ทำไมกดอ่านไมได้ TT
    #8
    1
    • 21 ธันวาคม 2560 / 22:07
      อ่านได้ยังคะ ถ้าไม่ได้มีอีกทางเลือกอยู่ที่เว็บ ReadAWrite
      https://www.readawrite.com/a/00595c0d01d488a33a068852a0c6b2b8

      อ่ะ ลายแทง
      #8-1
  9. #7 _kanae86 (@master-reven) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2560 / 23:28
    กรี๊ดดดดด ฮือออออ ชอบมากเลยค่ะ โอยยย มันละมุนละไม อบอุ่นแต่ก็หน่วงเบาๆ ความสัมพันธ์ของทั้งคู่นี่ยากจะอยู่บนเส้นทางเดียวกัน แต่ก็เหมือนเป็นเส้นขนานวาดผ่านไปพร้อมๆ กัน TvT จารว้อง นี่ก็พี้ไม่หยุดดดด ชอบไดอะลอกตรงเหมือนนอนด้วยกันบนเตียงจัง ฮรึก
    #7
    1
    • #7-1 ฟ็อกซ์ทร็อต (@foxx-tron) (จากตอนที่ 1)
      21 ธันวาคม 2560 / 22:07
      อฟซ ชงมาให้ขนาดนี้ เราจะพลาดโมเม้นท์ซีรีส์เกาหลีแบบนี้ไปได้ยังไงกันค่ะ 5555
      #7-1
  10. #6 Alecxia Drew (Adriene) (@war-1980) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2560 / 18:44
    คุณณณ หวีดแทบหมดสติจริงๆค่ะ
    ร้องไห้จริงๆตอนที่ตัวหนังสือหลังเครดิตโผล่ ป้าแคร์รี่ เจ้าหญิงเลอาของเรา ฮือออออออ
    เบนน่าสงสารเนอะ ให้เธอทุกอย่างแล้ว ใครเรียกเบนเป็นเคือง เรย์เรียกก็แล้วฟันหน้าบากก็แล้ว ไม่โกรธไม่เคืองงง ไม่ใช่แค่ดาวเดือนนะจ้ะให้ทั้งจักรวาลนางยังนก 55555
    #6
    1
    • #6-1 ฟ็อกซ์ทร็อต (@foxx-tron) (จากตอนที่ 1)
      19 ธันวาคม 2560 / 21:47
      ตัวหนังสือหลังเครดิตทำเราเศร้ามากเหมือนกันค่ะ ฮรือออ
      แต่จริงๆน้องเรย์อาจจะไม่ได้ต้องการทั้งจักรวาลก็ได้นะ ขอแค่ใจพี่เบนก็พอ แอร๊ยยย //เอากาวมาอี้กกกก
      #6-1
  11. #5 fluffyary542 (@Nampeungcorp) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2560 / 00:10
    แง้ ชอบจังเลยค่ะ ฮือ นี่ก็หวีดเสียสติไปเลยเหมือนกัน เรือผีในวันนั้นสู่มิลเลเนียมฟอลคอนในวันนี้ ฮื่ออ อยากกรี๊ด55555 มันดีมากเลยค่ะ ภาษา บรรยากาศ ยิ้มแก้มจะแตกจมูกบานไปหมดเนี่ย เราก็ไปคุยกับเพื่อนแฟนบอยเหมือนกันค่ะ แล้วให้ความรู้สึกว่าเราโฟกัสกันคนละมุมจริงๆ55555 แง้ โรงหนังควรเปิดรอบพิเศษให้แฟนเกิร์ลนะคะ บางฉากจะได้ไม่ต้องอุดปากตัวเองเอาไว้TT ชอบมากเลยค่าา เป็นเรื่องสั้นแบบนี้จะมีตอนอื่นอีกมั้ยคะ ดีมากเลยยยย
    #5
    1
    • #5-1 ฟ็อกซ์ทร็อต (@foxx-tron) (จากตอนที่ 1)
      19 ธันวาคม 2560 / 21:46
      จริงค่ะ ควรแยกรอบให้แฟนเกิร์ลโดยเฉพาะ จะได้มีช็อตให้ลุกขึ้นมาเสียสติพร้อมๆกันได้ แง้งงงงง
      #5-1
  12. #4 CorgiBabyblue
    วันที่ 18 ธันวาคม 2560 / 17:08
    คนอ่านก็เสียสติมาสามวันสามคืนแล้วเหมือนกันค่ะ 55555

    อยากบอกว่าโคตรจะฟิน จิกหมอน กระชากห้าห่มสุดแรง ชอบภาษามากอ่า บรรยายดีมาก อะไรมันจะละมุนละไมขนาดนี้

    แต่งอีกได้มั้ยคะ เป็นเรื่องยาวไปเลย

    จะรอติดตามนะคะ
    #4
    1
    • 18 ธันวาคม 2560 / 21:44
      จริงๆนี่คือฟิคระบายความเสียสตินะคะ เผื่อว่าจะได้กลับไปทำมาหากินได้สักที แต่บั้บบบ โหยยย เสียสติกว่าเดิมอีกค่ะคุณขา 555 ไว้รอมีแรงบันดาลใจก่อนนะแล้วจะมาเพิ่ม แต่ตอนนี้ต้องอัพหนูรักษ์ก่อน ไม่งั้นฟ็อกซ์อาจโดนแฟนๆฆ่าตายได้ 555
      #4-1
  13. #3 Triciara Tesnes (@chaiareelert) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2560 / 16:24
    ฟินนนน ภาษาเขียนดีมากเลยค่ะ รอมาต่อนะคะ
    #3
    1
    • #3-1 ฟ็อกซ์ทร็อต (@foxx-tron) (จากตอนที่ 1)
      18 ธันวาคม 2560 / 21:59
      ขอบคุณค่ะ ได้ยินแบบนี้ก็ชื่นจัยยยยย มีกำลังใจเสียสติต่อไป 555
      #3-1
  14. วันที่ 18 ธันวาคม 2560 / 15:59
    ดีจังค่ะ ดีมากกๆๆ ฮืออออออออออออ

    รู้สึกอบอุ่น เหมือนมันตลบอบอวลไปด้วยความรักไรงี้ เหมือนเค้าเติมเต็มกันและกันดี

    แค่มีเรย์เบนก็ไม่ขออะไรอีกแล้ว อะเฮื้ออออออออ

    จริงๆแล้วคิดเหมือนกันค่ะว่าในหนังมันต้องมีโมเม้นมาแอบนั่งเฝ้าตอนหลับแน่ๆ 5555555555555555555555

    ขอบคุณที่เขียนมาให้อ่านนกันนะคะ 





     
    #2
    1
    • 18 ธันวาคม 2560 / 21:58
      ตื่นนอนมาบนเตียงเดียวกันนี่แบบ ซีรีส์เกาหลีไปอี้กกกกก แค่นึกก็ฟินละคะ เลยต้องตอบสนองนี้ดด้วยการทำให้มันเป็นรูปเป็นร่างและคลอดฟิคออกมา 555
      #2-1
  15. วันที่ 18 ธันวาคม 2560 / 15:10
    กรี๊ดดดดดดดดดดดดด ฮือออออออออออ ชอบมาก ชอบมากๆ ขอบมากกกกเลยค่ะ มันดีมากๆเลย
    #1
    1
    • 18 ธันวาคม 2560 / 21:56
      ฮรือออ เราก็ชอบคู่นี้มากเหมือนกันค่ะ ไม่ได้เสียสติแบบนี้นานแล้ว ฟินนน
      #1-1