[Yaoi]Mr love.my friends.ไอ้คุณเพื่อนครับ ผมรักคุณได้มั้ย?

ตอนที่ 9 : Mr love.my friends. 7 : The problem that refuses end.

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 264
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    10 ธ.ค. 56


Mr love.my friends.

07 : The problem that refuses end.

ปัญหาที่ไม่ยอมจบ










 

[Son  part]

 

                อาการหนาวๆร้อนๆคล้ายคนจะเป็นไข้กำลังเกิดกับผม ทั้งที่ตอนนี้ผมนั่งอยู่ในร้านอาหารในห้างที่เปิดแอร์เย็นฉ่ำจนถึงขั้วหัวใจ แต่เหงื่อผมกลับผุดออกมาไม่ขาดสาย จะอะไรซะอีกล่ะก็ตอนนี้อดีตเด็กในสังกัดอย่างน้ำกับว่าที่เมียในอนาคตอย่างมินกำลังนั่งจ้องหน้ากันอยู่นะสิ ผมอาจจะรู้สึกดีกว่านี้ถ้ามินโวยวายออกมาสักนิด แต่กลับกันมินนิ่งมากจนผมชักกลัว คุณจำได้มั้ยครั้งที่แล้วก็นิ่งๆแบบนี้แหละ ผลออกมาผมแทบจะบ้าตาย

 

                “พี่โซนทานนี่หน่อยนะครับ” ร่างเล็กของน้ำที่นั่งฝั่งตรงข้ามผมพูดขึ้นยิ้มๆพร้อมกับตักหมูทอดกระเทียมของโปรดผมใส่จานให้ ผมจึงยิ้มตอบบางๆเป็นการขอบคุณ แล้วหันมามองคนนั่งข้างๆ แต่ก็ไร้ซึ้งปฏิกิริยาตอบสนอง นี่แหละน่ากลัว ผมว่าให้มินเป็นเหมือนคนอื่นๆที่เวลาหึงแฟนแล้วโวยวายออกมายังจะดีซะกว่าอีก

 

“ไอ้คีย์ ไปเข้าห้องน้ำเป็นเพื่อนกูหน่อยดิ” ผมเรียกไอ้คีย์ ไอ้ตัวต้นเหตุของอาการประหลาดๆของผม ที่นั่งอยู่ข้างๆปลายฟ้าเด็กมันที่มันหิ้วมาด้วย และก็เพราะมันหิ้วปลายมาด้วยนะสิน้ำเลยได้ติดสอยห้อยตามมากับมันด้วย

 

                “อะไรวะ ไปเองไม่ได้หรือไง” มันบ่นออกมา เงยหน้าที่กำลังก้มกินข้าวในจานมามองผม ผมเลยส่งสายตาเฉือดเชือนไปให้มันเป็นเชิงบังคับให้มันไปกับผม เรื่องนี้มีเคลียร์กันยาวแน่ไอ้คีย์ “เออ ไปดิ” มันลุกขึ้นยืนแล้วเร่งผม หลังจากที่มันเห็นสายตาอันเป็นมิตรของผมที่ส่งไปให้แล้ว

 

                ผมกับไอ้คีย์เดินมาหยุดอยู่ตรงมุมหน้าทางเดินเข้าห้องน้ำที่ไม่ค่อยมีคนผ่านสักเท่าไหร่

 

                “มึงพาน้ำมาด้วยทำไมวะ” ผมเปิดประเด็นทันที

 

                “กูก็ไม่ได้ตั้งใจจะพาหรอก ทีแรกก็นัดแต่ปลายมาแค่คนเดียว ใครมันจะไปรู้ว่าปลายจะพาน้ำมาด้วยวะ” มันว่าออกมาน้ำเสียงออกจะติดกังวนนิดๆ

 

น้ำคือคนที่ผมควงไปเที่ยววันที่เจอกับมินที่ห้าง แต่เพราะไอ้ความรู้สึกช้าของผม วันนั้นผมเลยไม่ได้สนใจว่ามินจะรู้สึกยังไง ก็ปกติมีแต่คนมาแย่งผมนี่ (อันนี้ผมไม่ได้หลงตัวเองนะแต่ดูจากสถานการณ์ต่างๆที่เคยเจอมา)(หรอๆ:พีวาย) จนมารู้ตัวอีกที่ก็ตอนที่เกือบจะเลิกกัน ผมถึงได้รู้ว่า...ผมปล่อยคนๆนี้ไปไม่ได้...

 

มินแตกต่างจากคนอื่นที่ผมเคยเจอมา

 

ผมเจอมินครั้งแรกก็ตอนที่ไปจีบเด็กฝั่งโฮตเดวิล ตอนนั้นมินนั่งอยู่คนเดียว  ทั้งที่รอบๆมีกลุ่มนักเรียนวัยเดียวกันนั่งอยู่เป็นกลุ่มเต็มเต็มไปหมด ผมก็ไม่ได้สนใจอะไรมากหรอก ก็แค่เด็กโลกส่วนตัวสูงคนหนึ่ง ตอนนั้นผมคิดแค่นั้น จนวันหนึ่งผมเจอมินกำลังนั่งคุยเล่นอยู่กับกลุ่มเพื่อน ใบหน้า รอยยิ้ม เสียงหัวเราะ ดูแล้วช่างแตกต่างจากเด็กโลกส่วนตัวสูงที่ผมเคยเจอไปโดยสิ้นเชิง และผมยังได้มารู้อีกว่าเด็กที่ผมกำลังจีบอยู่เป็นเพื่อนกับมิน

 

หลังจากวันนั้นความสนใจของผมก็เริ่มหักเหไปทางมินมากขึ้นๆจนกลายเป็นว่าผมไปที่โรงเรียนนั้นแค่เพราะอยากไปเห็นหน้ามิน อยากเห็นใบหน้าที่กำลังหัวเราะอย่างไม่มีการปิดกั้น อยากเห็นรอยยิ้มที่สดใสนั้น จนไม่รู้ว่าผมเลิกสนใจเพื่อนของมินที่ผมกำลังตามจีบแล้วหันมามองแต่มินไปตั้งแต่เมื่อไหร่

 

พอมารู้ตัวอีกที ความรู้สึกที่อยากจะให้มินหันมามองผมบ้าง ก็เด่นชัดขึ้น ผมตัดสินใจจีบมิน แต่มันก็ไม่ง่ายเลยนะกับคนๆนี้ ต่างจากคนอื่นที่ผมเคยเจอที่แค่ผมยิ้มให้ก็แทบจะวิ่งเข้ามาหา อาจจะเพราะประวัติของผมด้วยละมั้งที่มันไม่ค่อยจะดีสักเท่าไหร่ ผมตามจีบมินอยู่สักพักใหญ่ๆ จากแค่ไปโผล่หน้าให้เห็น ก็เริ่มชวนคุย ดีหน่อยที่เพื่อนๆของมินก็แอบสนับสนุนผมอยู่ ช่วยให้ผมได้อยู่กันสองคน หาโอกาสให้ผมไปส่งมินที่บ้านบ้างละ และอื่นๆอีกมากมาย แต่ก็ใช่ว่าผมจะไม่มีคนอื่นหรอกนะ ก็นิสัยผมมันเป็นอย่างงี้นิจะให้เลิกทั้งหมดเพื่อมาตามจีบคนๆเดียวมันก็ไม่ใช่ แต่ผมก็ยังคอยหาเรื่องไปรับไปส่งมินที่บ้าน คอยตามเทคแคร์ตลอดไม่มีขัดตกบกพ่อง

 

 ตอนนั้นผมยังทึ่งกับตัวเองเลยว่าทนตามจีบมินไปได้ไงตั้งนานขนาดนั้น ทั้งที่ปกติผมเป็นคนความอดทนต่ำ และไม่ชอบตื้อใครนานๆ

 

จนในที่สุดมินก็ยอมใจอ่อนตกลงคบกับผม มันน่าแปลกนะทั้งที่มินไม่ใช่คนที่ชอบทำตัวอ้อนๆเหมือนคนอื่นๆที่ผมเคยผ่านมา ไม่ใช่คนขี้โวยวายและก็ขี้หึงจนไม่มีเหตุผล อาจจะมีงอนบ้างเป็นบางครั้งพอเป็นสีสันให้ชีวิต ผมชะล่าใจคิดว่ามินคงหลงผมเหมือนคนอื่นๆ จึงเริ่มควงคนอื่นให้มินเห็น โดยไม่สนใจความรู้สึกมินเลย จนผมมารู้ตัวว่าผมคิดผิด มินไม่ได้หลงผม แต่กลับกันผมต่างหากที่หลงมินจนโงหัวไม่ขึ้น


80%


 

ไอ้คีย์มันรู้สถานการณ์ชีวิตช่วงนี้ผมดี ถึงตอนนี้ผมจะอยู่ในฐานะแฟนมินเต็มตัวแล้วก็เถอะ แต่ก็ยังอยู่ในช่วงที่มินยังไม่เชื่อใจผมเต็มร้อย

 

“แล้วมึงจะเอาไงต่อ?” ไอ้คีย์ถามผม

 

“ไม่รู้ว่ะ คงต้องรอดูสถานการณ์ไปก่อน” ผมพูดออกมาเหนื่อยๆ แค่ผมจะจริงจังกับใครสักคน ทำไมมันวุ้นวายขนาดนี้นะ เฮ้อ~

 

ผมไม่ได้ท้อหรอกนะ แต่ผมกลัวมากกว่า กลัวว่ามินจะทนกับปัญหาพวกนี้ไม่ไหวแล้วหนีผมไป  ผมไม่อยากจะนึกถึงสภาพผมตอนนั้นเลย ขนาดครั้งที่แล้วมินหลบหน้าผมไม่กี่วันผมก็แทบคลั่งแล้ว

 

“กูว่ากลับโต๊ะเถอะวะ ไม่อยากปล่อยสามคนนั้นไวนานๆ กูเป็นห่วงมิน” ผมชวนไอ้คีย์กลับโต๊ะ เป็นห่วงมิน ไม่รู้ว่าน้ำจะพูดอะไรให้มินฟังหรือเปล่า น้ำเห็นหน้าตาดูเรียบร้อยๆแบนนั้นแต่ก็ร้ายใช่ย่อยนะ ผมล่ะเป็นห่วงมินจริง

 

“อืม กูก็ว่างั้น” ไอ้คีย์ตอบ

 

 

ผมกับไอ้คีย์เดินกลับมาที่โต๊ะ แต่ผมก็ต้องขมวดคิ้วยุ่งเมื่อเห็นน้ำกับมินคุยอะไรกันสักอย่างก่อนที่มินจะนั่งกอดอกมองหน้าน้ำนิ่งๆ นิ่งกว่าตอนที่เจอกันทีแรกอีก

 

                ผม-ไม่-ให้” มินพูดออกมาเน้นที่ละพยางค์

 

“มีอะไรกันรึเปล่า?” ไอ้คีย์ถามขึ้นเมื่อผมกับมันนั่งประจำแล้ว

 

“ไม่มีอะไรหรอกครับ ทานต่อๆ” น้ำพูดออกมายิ้มๆ ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

 

“เป็นอะไรรึเปล่ามิน?” ผมหันไปถามมินที่นั่งจ้องหน้าน้ำอยู่

 

“เปล่า” มินตอบกลับมาเสียงนิ่งๆ มันต้องมีอะไรแน่ๆไม่งั้นมินคงไม่นิ่งขนาดนี้หรอก

 

“พี่โซนทานนี่หน่อยนะครับ” น้ำตักหมูทอดกระเทียมใส่จานให้ผมอีก ทั้งที่ที่น้ำตักให้ทีแรกผมยังไม่ทันกินด้วยซ้ำ

 

“ไม่ทานต่อหรอ” ผมหันไปถามมินที่นั่งกอดอกมองหน้าน้ำไม่เลิก

 

“ผมอิ่มแล้ว” มินตอบออกมาเสียงนิ่ง ก่อนที่เสียงโทรศัพท์จะดังขึ้น

 

Trrrrrrrrrrrrrrrrr

 

“จะไปไหน?” ผมดึงมือมินไว้เมื่อเห็นว่ามินกำลังจะลุกออกไปคุยโทรศัพท์

 

“ออกไปคุยโทรศัพท์”

 

“ไม่ต้องไป คุยนี่แหละ” ผมบอกแล้วดึงมินกลับมานั่งที่เดิม

 

“มันเสียมารยาท” มินพูดออกมาเบาๆเสียงติดจะหงุดหงิดนิดๆที่ผมทำงี่เง่าใส

 

“ไอ้คีย์ ปลาย น้ำพี่ขออนุญาตให้มินคุยโทรศัพท์ตรงนี้นะ” ผมหันไปขออนุญาตสามคนนั้นทันที

 

“ตามสบาย” ไอ้คีย์ตอบ ปลายกับน้ำก็พยักหน้าอนุญาต ผมจึงหันไปสั่งเจ้าของโทรศัพท์ที่กำลังแหกปากร้องอยู่ตอนนนี้

 

“รับ!

 

“เฮ้อ~” มินถอนหายใจออกมาเบาๆก่อนจะกดรับสาย “ครับ...วันนี้ผมไม่ได้เป็นคนไปส่ง พี่มิ้นเป็นคนไป...วันนี้ผมลาหยุด ของยังไม่ไปส่งหรอครับ...งั้นลองโทรไปถามพี่มิ้นดูสิครับ...ครับ ไม่เป็นไรครับ งั้นแค่นี้นะครับ”

 

“ใคร!?” ผมถามขึ้นเมื่อมินกดตัดสายเรียบร้อยแล้ว

 

“ลูกค้า” มินตอบออกมาเสียงเหนื่อยๆ

 

“แล้วทำไมไม่โทรเข้าบริษัท”

 

“ก็ปกติที่นั้นผมจะเป็นคนไปส่ง แต่วันนี้ลา ก็เลยให้พี่มิ้นไปส่งแทน” คนตัวเล็กข้างๆอธิบาย มินทำงานพิเศษที่ทางบ้านเป็นเจ้าของกิจการ แต่เพราะพ่อกับแม่ของมินอยากให้ลูกๆหัดช่วยเหลือตัวเอง และรู้จักใช้เงิน เวลาอยากได้อะไรหรืออยากได้เงินเพิ่มจึงให้ไปช่วยงานที่บริษัทถึงจะได้เป็นค่าจ้างเหมือนคนอื่นๆ ที่จริงวันนี้มินต้องไปส่งของแต่ผมขอให้มินมาเดทกับผม เพราะเราไม่ได้เดทกันนานแล้ว มินจึงลางานเพื่อมาเดทกับผมโดยเฉพาะ

 

“น้องมินทำงานแล้วหรอครับ ขยันจังเลยนะ(^__^)” น้ำพูดแทรกขึ้น “แต่ตัวแค่นี้จะรีบทำงานไปทำไมครับ เดี๋ยวโตไปก็ต้องทำอยู่ดี มันจะไม่เป็นภาระให้ตัวเองเปล่าๆหรอครับ ไหนจะต้องเรียน ไหนจะกิจกรรมที่โรงเรียนอีก”

 

“ไม่หรอกครับ งานนะมันไม่ได้เป็นภาระให้ผมหรอก แต่ที่เป็นภาระน่ะคือผมต่างหาก...ที่เป็นภาระให้กับพ่อแม่ (^^) ”  มินพูดออกมายิ้มๆ แต่ผมกลับรู้สึกว่ารอยยิ้มนั้นมันเย็นซะจนผมหนาว “ที่พวกท่านต้องคอยหาเงินมาให้ผมใช้ อะไรที่ผมช่วยพวกท่านแบ่งเบาภาระได้ผมก็อยากช่วย” มินพูดออกมาเสียงจริงจังและหนักแน่น จนผมแอบรู้สึกผิดที่ชวนมินมาเดทวันนี้แทนที่จะเป็นวันหยุดงานของมิน “ผมไม่อยากเอาแต่แบมือขอเงินพวกท่านเวลาอยากได้อะไร”

 

“งั้นหรอครับ แต่พี่โซนก็ยังขอเงินพ่อแม่ใช้อยู่เลยนิ ใช่มั้ยครับพี่โซน?”

 

“เอ่อ...ครับ” ผมตกใจตอบออกไปตะกุกตะกัก มินหันมาจ้องหน้าผมเขม็ง อะไรกันผมนั่งฟังอยู่ดีๆไหงมันวนมาลงที่ผมได้ล่ะเนี่ย

 

“งั้นผมว่าพี่น่าจะลองเริ่มหัดทำงานดูหน่อยนะครับ J ” มินพูดออกมาเสียงนิ่งแต่มันแฝงไปด้วยไอเย็นอยู่ลึกๆ เอาแล้วไงตูงานเข้าแล้วไง


40%


 

“เอ่อ...ลองดูก็คงไม่มีอะไรเสียหายหลอกเนาะ” ผมจำต้องยอม เพราะถ้าขัดใจมีหวังเลเวลการง้อของผมคงต้องเพิ่มขึ้นกว่าเดิมอีกแน่เลย

 

“พี่โซนจะไปทำทำไมล่ะครับ พอเรียนจบไปพี่โซนก็ต้องขึ้นเป็นผู้บริหารอยู่แล้วนิครับ” น้ำท้วงออกมาทันทีที่ผมพูดจบ บ้านผมเปิดบริษัทนำเข้าชิ้นส่วนรถยนต์นะครับ และคนที่ต้องรับช่วงต่อจากพ่อก็คือผม

 

“ก็จริงอยู่แต่ผมว่าพี่โซนน่าจะลองทำอย่างอื่นดูบ้านนะครับ จะได้เป็นการสะสมประสบการณ์ จริงมั้ยครับ” มินหันมาถามผมยิ้มๆ แต่ทำไมผมรู้สึกเหมือนมันเป็นการบอกผมลางๆว่าถ้าผมไม่เห็นด้วยมันต้องมีอะไรเกิดขึ้นกับผมแน่ๆ

 

“เอ่อ..จะ จริงครับ แต่ว่างานที่มินอยากลองให้พี่ไปทำคืองานอะไรหรอครับ” ผมตอบตะกุกตะกัก (แล้วตูจะสั่นทำไมฟะ) และถามออกไปอย่างสงสัย

 

“อืม...” มินนิ่งิดก่อนที่รอยยิ้มเล็กๆจะผุดขึ้นรงมุมปาก “เป็นเมสเซนเจอร์เป็นไงครับ”

 

“เอาจริงหรอมิน” ผมถามอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ

 

“ก็จริงสิครับ ก็พี่ชอบความเร็วไม่ใช่หรอ งานนี้แหละเหมาะสุด” มินพูดออกมาเสียงสดใส

 

“น้องจะบ้าหรอครับ!” น้ำร้องท้วงขึ้นมาอีกทันที “พี่โซนมีคนรู้จักตั้งมากมายแถมยังมาหน้ามีตาในสังคม จะให้ไปทำงานแบบนั้นได้ยังไง” น้ำพูดออกมาอย่างตกใจ ที่มินจะให้ผมไปทำงานเป็นเมสเซนเจอร์จริงๆ ก็ปกติผมเคยทำงานซะที่ไหนล่ะ

 

“ไม่ได้หรอครับ” มิ้มถามหน้าเศร้าๆ

 

“ทำได้ครับได้” ผมตอนทันควันเพราะตั้งตัวไม่ทัน เอาจริงๆเลยนะ ผมไม่เคยเจอมินในโหมดนี้มาก่อน ปกติชอบทำหน้านิ่งๆใสผมเวลาตั้งทำถามเพื่อกดดันผม แต่พอมาแบบนี้ผมกลับรู้สึกยิ่งกดดันเข้าไปอีก

 

“พี่คงจะรักเด็กคนนี้มากสินะ” น้ำพูดออกมาเบาๆจนผมแทบจะจับใจความไม่ได้ ผมกำลังจะตอบแต่พอหันไปเห็นดวงตาที่เริ่มแดงและมีม่านน้ำตาคลออยู่ของน้ำก็ทำให้ผมถึงกับพูดอะไรไม่ออก ผมหันมามองคนข้างๆก่อนจะจับมือเอาไว้

 

“ครับ พี่รักมินมาก” ผมตอบออกไปแล้วบีบมือมินเบาๆเป็นการย้ำคำตอบของผม

 

“หึ” น้ำหันหน้าแล้วหัวเราะในลำคอ “งั้นผมขอตัวกลับก่อนก็แล้วกันครับ” พอพูดจบน้ำก็ลุกออกไปทันที

 

“ถ้างั้นผมก็ต้องขอตัวกลับก่อนเหมือนกันนะครับ” ปลายพูดขึ้นก่อนจะรีบวิ่งตามน้ำออกไป ผมมองตามน้ำและปลายที่เดินออกไปจากร้าน

 

“ถ้าจะมองขนาดนั้นทำไมไม่ตามเค้าไปเลยละ” มินพูดขึ้นแล้วดึงมือออกจากมือของผม ก่อนจะลุกเดินออกจากร้านไปคนละทางกับน้ำ

 

[Son end]



20%


           

[Min par]

 

                “มิน รอพี่ก่อน! มิน!” ผมรีบสาวเท้าเดินให้เร็วขึ้นกว่าเดิมเพื่อจะได้ไปให้พ้นเสียงของคนที่กำลังวิ่งตามผมอยู่  ความหงุดหงิดที่ก่อตัวขึ้นหลังจากที่เห็นสายตาเป็นห่วงเป็นใยที่เค้ามองคนคนนั้นแล้วมันทำให้ผมไม่อยากอยู่ตรงนั้นต่อ ก็เข้าใจอยู่หรอกว่าคนเคยคบกันน่ะ แต่ถ้าจะมองตามขนาดนั้นนะ ทำไมไม่ตามเค้าไปเลยเล่า 

 

                หมับ! แรงกระชากจากด้านหลังทำให้ผมเซถลาถอยหลังไปชนเข้ากับแผงอกแกร่งของคนที่กระชากแขนผม ก่อนที่เค้าจะรวบตัวผมเข้าไปกอดไว้ ผมหันไปมองอย่างเคืองๆ คุณคงไม่ต้องให้ผมบอกใช่มั้ยว่าเค้าไปใคร

 

                “ปล่อยผมนะ” ผมพยายามสะบัดตัวให้หลุดจากการเกาะกุมของคนตัวสูง

 

                “ถ้าไม่อยากให้พี่ทำอะไรไปมากกว่านี้ก็หยุดดิ้น แล้วเดินตามพี่มาดีๆ” คนตัวสูงก้มมากระซิบข้างหูผม หน้าผมร้อนผ่าวจากความอาย คุณรู้ใช่มั้ยว่าตอนนี้ผมอยู่ที่ห้าง และตรงที่ร่างสูงยืนกอดผมอยู่เนี่ยก็ตรงกลางห้าง และที่ตรงนี้คนก็เยอะมากพอดู แล้วอย่างงี้จะไม่ให้ผมเขินได้ไงเล่า!

 

                “อืมๆ ก็ปล่อยผมสิ คนมองหมดแล้ว” ผมหยุดดิ้นก้มหน้าพูดออกมาเบาๆอย่างเขินๆ

 

                “หึ” พี่โซนหัวเราะในลำคอก่อนจะเดินจูงมือผมไปที่ตึกจอดรถโดยไม่สนใจสายตาของคนในห้างที่มองมาทางพวกเราเลย เค้าเดินจูงมือผมมาจนถึงรถของตัวเองก่อนจะถามขึ้น

                “มาอะไรทำไมต้องเดินหนีพี่ด้วย”

 

                “ผมไม่ได้หนี!” ผมเถียงขึ้นทันที

 

                “แล้วรีบเดินออกมาทำไม พี่เรียกก็ไม่ยอมหยุด”

 

                “แล้วพี่จะตามผมมาทำไม ทำไมไม่ไปตามคนของพี่โน้น”

 

                “คนของพี่?” พี่โซนขมวดคิ้วเมื่อฟังผมพูดจบ

 

                “ใช่ คนของพี่” ผมพูดย้ำ เบือนหน้าหนีไปทางอื่น ไม่อยากจะเป็นหน้าที่ทำเป็นไม่เข้าใจของร่างสูง

 

                “คนของพี่ก็ยืนอยู่ตรงนี้ไงครับ แล้วจะให้พี่ไปตามใครล่ะ” พี่โซนว่าออกก่อนจะค่อยๆก้าวเข้ามาหาผม ทำให้ผมต้องก้าวถอยหลังจนชนเข้ากับกระโปรงรถพี่โซนทำให้ผมไปต่อไม่ได้ มือแกร่งค้ำกระโปรงรถโดยมีผมอยู่ตรงกลาง รอยยิ้มร้ายผุดขึ้นบนใบหน้าหล่อของร่างสูง ก่อนทำพูดหลงตัวเองจะหลุดออกมาจากปากคนตัวโต “หึงพี่หรอ”

 

                “หึงอะไร ทำไมผมต้องหึง” ผมตอบออกไปทันที เรื่องอะไรผมต้องยอมรับว่าหึงด้วยละ เสียฟอร์มผมหมด ถึงแม้ว่าผมจะหึงจริงๆก็เถอะ(-///-)

 

                “แล้วเดินหนีพี่มาทำไม ถ้าไม่หึงพี่น่ะ” พี่โซนไม่ละความพยายามที่ทำให้ผมยอมรับว่าหึงตัวเองให้ได้

 

                “กะ..ก็...ก็ผม...ผม” ผมพยายามคิดหาข้อแก้ตัว “อ่ะ!” ผมร้องออกมาอย่างตกใจเมื่ออยู่ดีๆพี่โวนก็รวบผมเข้าไปกอด

 

                “พี่ดีใจนะ ที่เราหึงพี่ มันทำให้พี่รู้ว่ามินก็เริ่มชอบจริงๆพี่แล้วเหมือนกัน” ร่างสูงว่าออกมาเสียงสดใส

 

                ก่อนหน้านี้ผมคบกับพี่โซนมาแล้วพักหนึ่ง เพราะไอ้ความตื้อได้โล่และความสม่ำเสมอของพี่เค้าทำให้ยอมใจอ่อนคบด้วย ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่รู้ดีกรีความเจ้าชู้ของเค้านะ แต่ผมแค่อยากรู้ว่าที่ถามตื้อตามรับตามส่งผมเนี่ย พี่มันจริงจังกับผมแค่ไหน แต่พอคบกันได้สักพักลายชักออก ผมก็ไม่อะไรมากหรอกจะให้เอาอะไรมากกับคนเจ้าชู้ จนวันที่ผมไปเจอที่ห้างวันนั้น พี่มันทำเป็นไม่สนใจผมแถมยังทำเหมือนผมไม่มีตัวตนอีกต่างหาก ทำเอาผมฟิวส์ขาดเลยที่เดียว  

 

                วันต่อมาพี่มันก็โทรมาหาผมเหมือนเดิมทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แล้วเรื่องอะไรผมจะรับล่ะ เมื่อวานทำเป็นไม่สนใจผม วันนี้ผมก็จะไม่สนใจพี่มันเหมือนกัน ผมไม่รับโทรศัพท์ ไม่ตอบข้อความ จะแชท จะไลท์มาผมก็ไม่ตอบ และก็ไม่ให้เจอหน้าด้วย ผมหลบหน้าพี่โซนอยู่หลายวัน จนพี่มันมาดักรอง้อผมถึงหน้าห้องเรียนตอนเช้าเลย ผมเลยยื่นข้อเสนอให้พี่มันไปว่า ภายในหนึ่งอาทิตย์พี่มันต้องไปบอกเลิกกับเหล่าบรรดาเดอะกิ๊กให้หมด แล้วค่อยมาว่ากันอีกที

 

                ผมไม่คิดหลอกว่าพี่มันจะทำตามที่ผมบอกจริงๆ อย่างพี่โซนนะถ้าจะให้เลือกคนที่ดีกว่าผมนะ มีให้พี่มันเลือกตั้งเยอะแยะ

 

                จนวันที่งานโรงเรียนของโรงเรียนผม ผมไม่คิดว่าพี่มันจะลงทุนถึงขนาดกล้าร้องเพลงง้อผมต่อหน้าคนเต็มหอประชุมโรงเรียน หลังจากวันนั้นพี่มันก็ติดผมยิ่งกว่าตอนก่อนผมจะยอมคบด้วนซะอีก อันนี้ไม่รู้ว่าเป็นผลดีหรือผลเสียกันแน่

 

                “อืมๆ ปล่อยผมได้แล้วน่า ผมอึดอัดนะ” ผมบอกออกไปเขินๆ แล้วพยายามดันพี่โซนออก พี่มันก็ยอมปล่อยผมแต่โดยดี

 

                “กลับบ้านเรากันเถอะครับ(^^)

 

“อืม” ผมตอบรับสั้นๆ แต่เอ๊ะ! เมื่อกี้พี่โซนว่าอะไรนะ กลับบ้านเรางั้นหรอ บ้านเรา หลังไหนละ บ้านพี่โซนหรือว่าบ้านผม? ชักงงแล้วสิ

 

[Min end]

 

 

TBC_______________________.






ครบแว้ว ครบแว้ว 
 
ตอนนี้คาดว่าจะได้ดองอีกอาทิตย์
เพราะพีวายต้องขอไปเคลียร์โปรเจคก่อน
เดียวจะไม่จบม.3
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

70 ความคิดเห็น

  1. #70 KiHaE*129 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2557 / 05:35
    มินน่ารัก
    ไรเตอร์หายไปไหนนนนนนนนนนนนนนนนนนนน
    #70
    0
  2. #57 Lo 18 N.f (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 12 มีนาคม 2557 / 06:39
    รอนะคะ รอคู่เอกกกกกโดยเฉพาะ 555
    #57
    0
  3. #53 Adusmos (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2556 / 00:54
    จะรอนะคะ
    สู้ๆ ค่ะไรท์ ^^
    #53
    0
  4. #49 Adusmos (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2556 / 21:16
    อิพี่โซนนี้มันไก่ได้พลอยจริงๆ :(
    #49
    0