[Yaoi]Mr love.my friends.ไอ้คุณเพื่อนครับ ผมรักคุณได้มั้ย?

ตอนที่ 8 : Mr love.my friends. 6 : Things change.

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 201
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    11 พ.ย. 56

  

Mr love.my friends.

06 : Things change

สิ่งที่เปลี่ยน









 

[Guiter  part]

 

                ผู้คนมากมายทยอยกันเดินออกจากโรงหนัง เมื่อหนังฉายจบลง หลังจากที่นั่งรอได้สักพักเพื่อให้คนซาลงจะได้ไม่ต้องเดินเบียดกันออก ผมก็จับมือคนข้างๆเพื่อเตรียมตัวจะลุกออกไปเหมือนกัน แต่กลับไรซึ้งปฏิกิริยาตอบกลับจากคนข้างๆผมเลยต้องหันไปดูแล้วพบว่าคนข้างๆผมกำลังหลับอย่างสบายใจ  “//หึๆ ทั้งที่เป็นคนอยากดูเรื่องนี้เองแท้ๆ (^^)//” ผมพึมพำกับตัวเองเบาๆ อดที่จะอมยิ้มให้กับคนตัวเล็กไม่ได้

 

                “โนๆ ตื่นได้แล้ว หนังจบแล้ว” ผมเอามือข้างที่ไม่ได้จับมือไปเขย่าแขนโนเบาๆ

 

                “อืม” คนตัวเล็กครางออกมาเบาๆก่อนที่จะถึงมือข้างที่ผมจับไว้หลวมๆออกพร้อมกับยกอีกข้างขึ้นมาขยี้ตา “หนังจบแล้วหรอ” โนถามขึ้นทั้งที่ยังลืมตาได้ไม่เต็มที่

 

                “อืม  จบได้สักพักแล้ว” ผมบอกก่อนจะลุกขึ้นยืน “หิวมั้ย? ไปหาอะไรกินกัน ป่ะ” ผมถามเพราะตอนนี้ก็เที่ยงกว่าแล้ว

 

                “หิวๆ อยากกินไอติม (^___^)” โนว่าออกมาแล้วเด้งตัวขึ้นมาเกาะแขนผม

 

 

                 “หึๆ” ผมอดที่จะหัวเราะให้กับท่าทางที่ไม่ต่างจากเด็กห้าขวบของโนไม่ได้ ก่อนที่เราสองคนจะพากันเดินออกจากโรงหนังที่ตอนนี้ไม่มีใครอยู่เลยสักคนนอกจากผมกับโน



 

90%




ผมให้โนเป็นคนเลือกร้านอาหารเอง แต่กว่าโนจะเลือกได้ก็ต้องเดินเข้าเดินออกอยู่หลายร้าน เพราะคนตัวเล็กเปลี่ยนใจกะทันหันไปหลายรอบ

 

 

                “จะไม่เปลี่ยนแล้วใช่มั้ย” ผมถามคนข้างๆขณะยืนเงยหน้ามองป้ายชื่อร้าน

 

                “อืมๆ ไม่เปลี่ยนแล้ว (^___^)” คนตัวเล็กว่าออกมายิ้มกว้าง “ป่ะๆ เข้าไปได้แล้ว หิวจะแย่แล้ว” โนบอกออกมาพร้อมกับดึงแขนผมเข้าไปในร้าน นี่ถ้าเกิดว่าเจ้าตัวไม่หิวมากผมว่าผมคงไม่ได้กินข้าวหรอมั้ยเนี่ย

 

“หึๆ” ผมหัวเราะออกมาพลางส่ายหัวอย่างเอือมๆกับท่าทางเด็กๆของโน

 

 

 “มัวแต่หัวเราะอยู่แหละ รีบๆเดินเร็ว โนหิวจนจะกินกีได้อยู่แล้ว”  คนตัวเล็กหันมาพูดกับผมเสียงจริงจัง หลังจากที่ใช้สายตามองหาโต๊ะที่ว่างเจอแล้วและกำลังเร่งฝีเท้าเพื่อเดินไปโต๊ะที่ว่า

 

“โนระวัง” ผมร้องออกมาในจังหวะที่โนกำลังจะเดินชนกับผู้ชายคนหนึ่งที่กำลังจะเดินผ่านไปแต่ก็ไม่ทัน

ปึก!

“อ่ะ” คนตัวเล็กร้องออกมาเสียงหลงในขณะที่หน้าซุกอยู่ตรงอกผม ดีนะที่ผมคว้าแขนแล้วดึงไว้ทัน ไม่งั้นก้นจ้ำเบ้าไปแล้ว 

 

 

“เป็นอะไรมั้ย” ผมถามออกไปเสียงนุ่มอย่างเป็นห่วงเพราะรู้ว่าโนคงตกใจกับเหตุการณ์เมื่อกี้นี้อยู่ถึงได้ยืนตัวแข็งทื่ออย่างงี้ 

 

 

“มะไม่  ไม่เป็นไร” โนตอบออกมาเสียงตะกุกตะกักพลางดันผมให้ออกหา ซึ่งผมก็ยอมเพราะตอนนี้เราอยู่ในร้านอาหารที่มีคนเยอะพอดู

 

“เอ่อ ขอโทษนะครับ ผมไม่ได้ตั้งใจ” เสียงทุ้มกล่าวขอโทษดังแทรกขึ้นข้างๆ ผมกับโนเลยหันไปมองต้นเสียงพร้อมกัน แล้วพบว่าคนที่บอกขอโทษเป็นผู้ชาย คงเป็นคนที่โนเดินชนแต่ เพราะเค้าตัวใหญ่จึงไม่ได้ล้มไปกองกับพื้นเหมือนที่โนเกือบเป็น ที่จริงก็ไม่ได้ตัวใหญ่อะไรหรอกครับ ก็แค่เค้าตัวสูงแล้วก็ดูตัวหนาเพราะมีกล้ามเยอะกว่าผม ก็แค่นั้นเอง

 

“ไม่ต้องขอโทษหรอกครับ ทางผมต่างหากที่ต้องขอโทษ ที่เดินไม่ดูทาง” ผมบอกกลับไป แต่ไอ้คนตรงหน้ากลับไม่ได้มองมาที่ผมเลยสักนิด เอาแต่จ้องโนอย่างเดียวเลย คนข้างๆผมก็ใช่ย่อยเค้าจ้อมมานี่ก็จ้องตอบ ผมเลยเอามือไปโอบไหล่โนไว้แล้วบีบเบาๆพอให้คนตัวเล็กรู้ตัวและเป็นการประกาศให้ไอ้คนตรงหน้ารู้ไปเลยว่านี้ของกูครับ อย่ายุ้ง โนหันมามองหน้าผมแต่ก็ไม่ได้ขัดขืนอะไร ส่วนผมก็ส่งยิ้มให้ไอ้คนตรงหน้าตอนที่มันมองมาที่ผม “ถ้าไม่มีอะไรแลัว งั้นพวกผมขอตัวก่อนนะครับ” ผมบอกแล้วดันหลังโนให้เดินต่อ ถึงรู้ว่าการทำอย่างนี้มันเป็นการเสียมารยาทก็เถอะ

 

“เป็นอะไร โกรธโนหรอ” คนตัวเล็กถามขึ้นหลังจากที่เรามานั่งที่โต๊ะได้สักพักแต่ผมกลับไม่ดูอะไรเลยแถมยังไม่ได้มองหน้าคนตรงหน้าด้วยเอาแต่มองออกไปนอกกระจกร้านที่มีคนเดินพลุกกพล่านเต็มไปหมด

 

 

 “จะให้กีโกรธอะไรล่ะ โนทำอะไรผิดหรอ” ผมหันมามองหน้าโนแล้วถามขึ้นเสียงเรียบ

 

“ก็” โนเหมือนจะพูดอะไรออมาแต่ก็ไม่ได้พูดเอาแต่ก้มหน้ามองมืนในตักตัวเอง

 

“เฮ้อ กีไม่ไก้โกรธหรอกนะ กีแค่ไม่ชอบให้ใครมองโน แล้วก็ไม่ชอบให้โนมองใคร” ผมถอนหายใจออกมาแล้วพูดสิ่งที่ตัวเองรู้สึก ผมก็แค่หงุดหงิดนิดหน่อยที่โนมองไอ้ผู้ชายคนนั้น ส่วนไอ้เรื่องที่มีคนมองโนมันก็ไม่เท่าไหร่หรอกเพราะผมชินแล้วกับการที่มีคนมองโน ก็แฟนผมน่ารักนิ แต่ก็ไม่ค่อยชอบใจเท่าไหร่หรอกนะ ใครจะชอบให้คนอื่นมองแฟนตัวเองกันล่ะ

 

 

 

 

“ไม่โกรธจริงนะ(^__^)” โนเงยหน้าขึ้นมาถามผมทันทีที่พูดจบพร้อมกับรอยยิ้มที่เปื้อนหน้า

 

“อืม แล้วไม่สั่งอะไรกินหรือไง หิวไม่ใช่หรอ” ผมขานรับแล้วถามขึ้น

 

“หิวสิหิว หิวๆๆๆ” โนว่าออกมาเสียงร่าเริงแล้วเรียกพนังงานมาสั่งอาหารชุดใหญ่

 

“สั่งเยอะขนาดนี้กินให่หมดก็แล้วกัน” ผมพูดออกมาเมื่อพนังงานรับออเดอร์เดินออกไปแล้ว

 

“หมดอยู่แล้วน่า โนซะอย่าง” คนตัวเล็กว่าออกมา เอื้อมมือข้ามโต๊ะไปขยี้ผมคนตรงข้ามซะเลย โทษถานที่ทำให้หมันเคี้ยว “พอแล้ว ผมยุ้งหมดแล้วเนี่ย” โนพูดออกมางอนๆ ยกมือมาตีแขนผมข้างทีกำลังขยี้ผมโนอยู่ ผมจึงชักมือกลับที่เดิม โนเอามือปัดๆผมให้เข้าทรงอย่างเดิม

 

“หึๆๆ”

 

“ไม่ต้องมาหัวเราะเลยนะ” คนตัวเล็กว่าออกมางอนๆสะบัดหน้ามองออกไปนอกกระจก ก่อนที่บนหน้าจะแสดงเครื่องหมายคำถามออกมา “นั้นน้องมินหรอเปล่า?”

  

  

 “หือ” โนถามพลางชี้นิ้วไปนอกกระจก ผมจึงหันไปดูตามทิศที่โนชี้ แล้วก็เห็นเป็นน้องมินจริงๆด้วย เดินหน้าบูดมาเชียว  แล้วก็เห็นไอ้โซนกำลังวิ่งตามมา สงสัยทะเลาะกันอีกแน่เลย

 

“อ่ะ นั้นไงพี่โซน ทะเลาะกันรึเปล่า” โนถามขึ้น

 

“คงงั้นมั้ง ไม่ต้องสนใจหรอน่า อาหารมาแล้ว” ผมบอกขณะที่พนังงานยกอาหารที่สั่งมาว่างบนโต๊ะที่ละอย่างจนเต็มโต๊ะ “กินให้หมดละ” ผมย้ำเป็นรอบที่สอง

 

“ก็บอกแล้วไงว่าหมดอยู่แล้ว” โนว่าออกมาเสียงหนักแน่น จากนั้นเราทั้งสองคนก็เริ่มปฎิบัติการจัดการอาหารตรงหน้า



47%


หลังจากที่ผมกับโนกินข้าวเสร็จก็ไปกินไอศกรีมกันต่อ จากนั้นก็ไปซื้อของอีกนิดหน่อย เราตกลงกันว่าวันนี้ผมจะพาโนไปเจอแม่ผม เพราะแม่ผมเรียกร้องเหลือเกินว่าอยากเห็นหน้าลูกสะใภ้ (รู้สึกมั้ยว่ามันแปลกๆ : PY) หลังจากที่ผมขอโนเป็นแฟนและได้เรียนให้คุณหญิงทราบในวันเดียวกัน คุณเธอก็คะยั้นคะยอให้ผมพาว่าที่ลูกสะใภ้ไปหาทุกวันจนผมซักปวดหัว วันนี้ผมเลยกะว่าจะพาไปเจอให้สมใจอยากคุณหญิงเธอ ซึ่งโนก็ไม่ปฎิเสธ

 

ผมเลี้ยวรถเข้ามาซอยหมู่บ้าน ขับผ่านสวนสาธารณะใจกลางหมู่บ้านเลยเข้าไปอีกนิด ก็มาหยุดอยู่ที่หน้ารั้วบ้านหลังสีขาวขนาดกลาง

 

ปี๊ดๆ

  

  

 ผมบีบแตรรถเพื่อเรียกให้คนในบ้านออกมาเปิดประตูรั้วให้ รอสักพักก็มีผู้หญิงวัยกลางคนวิ่งหน้าตั้งออกมาเปิดประตู ผมอดที่จะอมยิ้ม ให้กับท่าทางคุณนายเธอไม่ได้ ก่อนหน้าที่ผมจะมาผมโทรมาบอกคุณนายไว้ว่า ผมจะพาลูกสะใภ้มาให้ดูตัว นี่สงสัยคุณนายเธอจะลงครัวทำอาหารรอรับว่าที่ลูกสะใภ้แน่เลย สภาพตอนออกมาเปิดประตูรั้วให้ผมถึงได้หัวยุ่งหน้ามันแบบนี้ ปกติคุณนายเธอห่วงสวยจะตาย ผมเลี้ยวรถเข้ามาในบ้านลงจากรถแล้วเดินอ้อมมาเปิดประตูรถให้โน


38%




“เปียโนรึเปล่าจ๊ะ (^__^)” พอโนลงมายืนปุ๊บคุณนายเธอก็วิ่งเข้ามาถามปั๊บ เร็วจริง(-_-'')

 

“เอ่อ คะ ครับ” เลยทำคนถูกถามหลายเป็นคนติดอ่างไปซะงั้น

 

“อ้ายย (>_<) น่ารัก” พูดจบคุณนายเธอก็ดึงโนเข้ามากอดทันที เหมือนกับได้เจอลูกที่ถูกพลัดพลากจากกันมานานแล้วยังไงยังงั้นแหละ

 

“อะแฮ่มๆ” ผมส่งเสียงแทรกขึ้นให้คุณนายเธอรู้ตัว แม่ผมจึงคลายกอดโนแล้วหันมามองผมนิดหนึ่ง ย้ำว่านิดหนึ่ง  จริงๆ

 

“เข้าบ้านกันเถอะลูก ข้างนอกแดดมันร้อน” ว่าจบคุณเธอก็จูงมือโนเดินเข้าบ้านไปเลย โนหัมมามองผมตาพริบๆเครื่องหมายคำถามผุดขึ้นมาเต็มหน้า ผมก็ไม่รู้จะยังไงเลยได้แต่ส่งยิ้มไปให้ แล้วเดินตามสองแม่ลูกเข้าบ้าน(แม่เขยกับลูกสะใภ้น่ะนะ)

 

                ผมอยู่กับแม่แค่สองคนครับ พ่อผมเสียไปตั้งแต่ผมยังเด็กแต่ถึงอย่างนั้นผมก็ไม่เคยรู้สึกเลยว่ามีอะไรขาดหายไป เพราะแม่เติมให้ผมได้จนครบทุกอย่าง เราอยู่กันเหมือนเพื่อนมากกว่าครับ เวลามีเรื่องอะไรผมจึงคุยกับแม่ได้ทุกเรื่อง แม้แต่เรื่องของโน แม่ผมไม่เกียงเรื่องเพศหรอกครับ ตอนผมพาแฟนผู้หญิงคนแรกมาให้แม่รู้จัก ผมกลัวแทบตายว่าแม่จะรับไม่ได้ แต่สิ่งที่แม่บอกผมกลับทำให้ผมต้องคิดใหม่ ขอแค่เป็นคนที่กีรัก ไม่ว่าคนไหนเพศอะไรแม่ก็รักด้วยทั้งนั้นแหละ ตั้งแต่นั้นมาเวลาผมเจอใครที่ถูกใจก็จะมาเราให้แม่ฟังตลอด

 

                “นั่งนี้เลยจ๊ะ เดี๋ยวแม่ไปเอาน้ำมาให้”

 

                “ไม่เป็นไรครับ ไม่ต้องก็ได้”

 

                “ได้ไงจ๊ะ มากันเหนื่อยๆ”

 

“งั้นเดี๋ยวโนไปเอาเองก็ได้ครับ”

 

“ไม่ได้จ๊ะ โนเป็นแขกจะไปเอาเองได้ไง รอนี่แหละ เดี๋ยวแม่ไปเอาให้”

 

“แต่ว่า...”

 

“เดี๋ยวผมไปเอาให้เอง” ผมพูดแทรกขึ้นหลังจากที่ยืนพิงกรอบประตูบ้านดูแม่กับโนนั่งเกียงกันจะไปเอาน้ำอยู่ตรงโซฟาหน้าโทรทัศน์ในห้องรับแขกได้สักพัก เลยตัดสินใจอาสาไปเอาให้เอง ผมพูดแล้วเดินผ่านแม่กับโนเข้าไปในครัวเพื่อเอาน้ำออกมาให้

 

“ฮ่าๆๆ จริงหรอครับแม่”

 

“จริงสิจ๊ะ ตอนนั้นแม่ตกใจแทบตายนึกว่าไฟไหม้บ้าน”

 

“หัวเราะอะไรกันครับ น่าสนุกเชียว” ผมถามขึ้นขณะที่เอาถาดแก้วว่างลงบนโต๊ะหน้าโซฟา

 

“หึหึ/หึหึ” ทั้งสองคนไม่ตอบผมแต่หันไปมองหน้ากันแล้วหัวเราะออกมา

 

 

 “อะไรกันเนี่ยถามแล้วไม่ตอบ แล้วยังมาหัวเราะอีก” ผมพูดออกไปงอนๆ แต่สองคนนั้นก็ไม่ได้สนใจผมเลย หันไปคุยกันต่อเฉยเลย

 

“งั้นวันนี้โนอยู่ทานข้าวเย็นกับแม่นะ แม่ทำอาหารไว้เยอะแยะเลย”

 

“ครับ (^___^)” โนตอบแล้วยิ้มกว้างออกมา เข้ากันเร็วจังนะสองคนนี้แล้วอย่างงี้ผมจะกลายเป็นหมาหัวเน่าป่ะเนี่ย แต่ผมก็ดีใจนะที่โนเข้ากับแม่ผมได้เร็วขนาดนี้ (^_^)

 

 

-------------------

 

 

“กลับดีๆนะลูก ว่างเมื่อไหร่ก็แวะมาเล่นกับแม่บ่อยๆนะ ถึงแล้วโทรบอกแม่ด้วยล่ะ” 

 

 

“ครับ งั้นโนกลับก่อนนะครับ” โนว่าแล้วยกมือไหว้แม่ผม

 

“ขับรถดีๆนะกี อย่าให้แม่รู้นะว่าขับรถเร็ว”

 

“คร้าฟๆ” ผมตอบรับแม่เสียงกวนก่อนจะเปิดประตูรถให้โนแล้วเดินอ้อมไปขึ้นฝั่งคนขับ “ไปแลกเบอร์กันตอนไหนเนี่ย” ผมถามขึ้นเมื่อขับรถออกมาได้สักพัก หลังจากที่เรากินข้าวและนั่งเล่นที่บ้านผมจนฟ้าเริ่มมืด ผมเลยขอแม่พาโนกลับ ทีแรกแม่ผมกะจะให้โนค้างที่บ้านด้วยซ้ำ แต่โนบอกว่ากลัวคนที่บ้านเป็นห่วงแม่ผมเลยยอมปล่อยมา

 

“ก็...ไม่บอก หึๆ”โนว่าออกมาเสียงร่าเริง ยิ้มๆแล้วยักคิ้วให้ผม

 

“เดี๋ยวนี้หัดมีความลับกับกีแล้วหรอ หืม” ผมพูดพลางเอื้อมมือไปขยี้หัวคนข้างๆ

 

  

“เปล่าสักหน่อย อีกอย่างมันไม่ใช่ความลับด้วย” โนว่าออกมาพลางยกมือจัดทรงผมที่ยุ่งเหยิงเพราะฝีมือผมให้เข้าที่ “ทำไมชอบขยี้ผมโนจัง” โนบ่นออกมาไม่จริงจังนัก

 

เราคุยกันตลอดทาง รวมถึงว่าพรุ่งนี้จะไปเที่ยวไหนต่อเพราะช่วงนี้พวกผมปิดเทอมใหญ่อยู่ จนรถผมมาหยุดอยู่ที่หน้าประตูรั้วขนาดใหญ่ที่ข้างในเป็นบ้านหลังใหญ่หรือที่เรียกกันว่าคฤหาสน์นั้นเอง แต่กลับมีคนอยู่ไม่ถึงห้าคน ประตูรั้วเปิดเองอัตโนมัติ ผมขับรถเข้าไปจอดหน้าบ้านแล้วหันมามองคนข้างๆก็พบกับใบหน้าที่ดูเศร้าๆต่างจากเปียโนคนเมื่อกี้ลิบลับที่ดูร่าเริง

 

“ถึงแล้วครับ” ผมเอื้อมไปจับมือโนแล้วบีบเบา โนเป็นแบบนี้ทุกครั้งที่ผมมาส่งบ้าน และผมก็รู้สาเหตุด้วยว่าเพราะอะไร

 

บ้านหลังนี้ถึงจะใหญ่ก็จริงแต่กลับไม่รู้สึกถึงความอบอุ่นเลยสักนิด ตอนผมมาส่งโนครั้งแรกก็รู้สึกได้ ผมเลยไปตีสนิทกับป้านิ่ม ป้าแม่บ้านของโนถามนู้นถามนี้จนรู้สาเหตุ จะบอกว่าผมเสือกก็ได้ผมไม่ว่าหรอก ก็เรื่องของคนที่เรารักคนที่เราสนใจ ไม่ว่าจะเรื่องอะไรเล็กน้อยแค่ไหนเราก็อยากรู้ทั้งนั้นแหละ ถ้ามันเป็นเรื่องที่ทำให้คนๆต้องเศร้าน่ะนะ

 

โนอยู่บ้านหลังนี้คนเดียว มีคนอยู่ด้วยแค่สามคนคือป้านิ่มแม่บ้าน หลานสาวป้านิ่มที่รับมาช่วยงานป้านิ่มอีกคน แล้วก็  ลุงแดงคนสวนพ่วงตำแหน่งคนขับรถไปด้วย ทั้งป้านิ่มแล้วก็ลุงแดงเป็นคนเก่าคนแก่ของที่นี้อยู่กับบ้านหลังนี้ตั้งแต่โนยังไม่เกิด โนจึงเคารพพวกท่านไม่ต่างจากญาติผู้ใหญ่ของโนเอง และก็เป็นเหตุผลที่โนไม่ขายบ้านหลังนี้เพราะพวกท่านทั้งสองรักบ้านหลังนี้มากและขอเอาไว้ แล้วอีกเหตุผลคือแม่ของโนก็รักบ้านหลังนี้มากเช่นกัน บ้านหลังนี้จึงไม่ต่างจากของดูต่างหน้าแม่ของโนที่เสียไป

 

พ่อกับแม่ของโนหย่ากันตั้งแต่โนยังเด็กเพราะพ่อของโนมีเมียน้อย ตอนนั้นแม่ของโนไม่ยอมเพราะว่ารักพ่อของโนมาก จนเกิดการฟ้องหย่าขึ้น โนรับรู้เรื่องราวทุกอย่างเห็นทุกการกระทำที่พ่อทำกับแม่ ทั้งที่พ่อทำร้ายแม่ แล้วยังพาเมียน้อยมานอนกกที่บ้าน สุดท้ายแม่ของโนก็แพ้คดี หลังจากที่พ่อของโนย้ายออกไปอยู่กับผู้หญิงคนนั้นแม่ของโนก็ล้มป่วย และไม่กี่ปีต่อมาท่านก็เสียชีวิต

 

นี้ละมั้งเหตุผลที่ทำให้โนมีสีหน้าเศร้าๆทุกครั้งที่เข้าบ้าน บ้านที่ว่าเปล่าไม่มีอะไรเลย แม้นแต่กลิ่นอายของความรัก จนทำให้โนต้องโหยหาเอานอกบ้าน โนเลยกลายเป็นคนเจ้าชู้โดยไม่รู้ตัว ฟังไม่ผิดหรอกครับ ถ้าคุณได้รู้จักโนจริงๆเห็นซื่อๆอย่างงั้นก็ใช่ย่อย ถึงตอนนี้จะลดลงบ้างแต่ก็ยังมีอยู่ ใช่ว่าผมจะไม่รู้แต่ผมแค่ไม่อยากเก็บมาคิดให้รกสมองก็เท่านั้น ตราบใดที่โนยังให้ผมเป็นที่หนึ่ง และเป็นคนสำคัญของเค้า ผมก็ยังจะพยายามต่อไป จะทำให้โนรักผม มีแค่ผมคนเดียวให้ได้  และผมก็ให้สัญญากับตัวเองไว้แล้วตั้งแต่คิดที่จะจีบโน ว่าผมจะเป็นคนเติมเต็มส่วนที่หายไปของโนให้สมบูรณ์เอง

 

“กลับมาแล้วหรอค่ะ” ป้านิ่มที่เดินออกมาจากครัวถามขึ้น

 

“สวัสดีครับ ผมเราเจ้าของบ้านมาส่งแล้วครับ” ผมไหว้ป้านิ่มแล้วตอบออกไป

 

“ป้านิ่มวันนี้ไม่ต้องเอานมขึ้นไปให้โนนะครับ โนกินไม่ไหวแล้ว” โนพูดออกมายิ้มๆ

 

“ได้ค่ะ คุณหนู”

 

“งั้นป้านิ่มไปนอนเถอะครับ”

 

“งั้นถ้าคุณหนูต้องการอะไรก็ไปเรียกป้าได้เลยนะ”

 

“ครับ” โนตอบรับป้านิ่มจึงเดินไปที่ห้องของตนเอง

 

Trrrrrrrrrrrrrr

เสียงโทรศัพท์ของโนดังขึ้นพอเจ้าตัวหยิบขึ้นมาดูก็ยิ้มกว้างออกมา ผมส่งสัยเลยชะโงกหน้าไปดู

 

...แม่เพลง...

 

“ครับแม่ ถึงแล้วครับ ได้ครับ” โนรับโทรคุยกับคนปลายสายสองสามประโยคแล้วยื้นมาให้ผม ผมเลยรับมาคุยต่อ

 

“เดี๋ยวนี้ไม่โทรเข้าเครื่องลูกแล้วหรอ” ผมถามคนปลายสายกนๆ

 

“(เดี๋ยวเถอะแก จะโทรมาบอกว่าให้ดูแลลูกฉันให้ดีๆ)”

 

“อ้าว แล้วผมไม่ใช่ลูกแม่หรอ” ผมถามงอนๆ

 

“คริคริ” คนตัวเล็กหัวเราะออกมาอย่างชอบใจ “อืมมมม” ผมเลยบีบจมูกเล็กๆนั้นแล้วโยกไปมาจนคนตัวเล็กยกมือขึ้นมาตีมือผม

 

“(แกก็ใช่ แต่ลูกคนใหม่ฉันน่ารักกว่า หึหึ)”

 

 

 “เป็นงั้นไป สรุปคือผมเป็นหมาหัวเน่าแล้วใช่ป่ะเนี่ย”

 

“(ใช่!)/ใช่!” คนในสายกับคนข้างๆผมตอบออกมาเสียงดังอย่างกับนัดกันมา ผมสะบัดหน้าหันไปมองคนตัวเล็กเขม็ง

 

“แฮ่ะๆ ไปล่ะ” พูดจบก็วิ่งปู๊ดขึ้นไปข้างบน แต่คิดหรอว่าผมจะยอมให้หนี

 

“แค่นี้ก่อนนะแม่” พูดจบผมก็กดตัดสายทันทีแล้วตามคนตัวเล็กขึ้นไป ผมค่อยๆเปิดประตูห้องนอนโน เดินเข้าไปช้าๆพลางกวาดสายตามองทั่วห้อง และไปหยุดที่ผ้าม่านตรงที่มีอะไรยุกๆยิกๆข้างใต้ ผมเดินเข้าใกล้ๆ “คิดว่าหนีพ้นหรอ” หมับ!

  

 

“อ่ะ แฮ่ะๆ” คนข้างในสะดุ้งตอนที่ผมกอดแล้วโผล่หัวออกมาหัวเราะแฮ่ะๆใส่ผม

 

“ไม่ต้องมาหัวเราะเลย กล้าดียังไงให้กีเป็นหมาหัวเน่า” ผมว่าเสียงดุๆในขณะที่ยังกอดคนตัวเล็กผ่านผ้าม่าน

“โนเปล่าว่ากีนะ กีพูดเองต่างหะ อืมมมมม” ผมไม่ยอดให้คนตัวเล็กแก้ตัวได้จบประโยคก็ปิดปากเล็กด้วยปากของผมทั้นที ลิ้นเรียวส่งเข้าไปชิมความหวานจากปากคนตัวเล็กไล่เกี่ยวตวัดจนพอใจ จึงผละออกมาช้าๆ

 

“ไปอาบน้ำไป” ผมบอกกับคนตัวเล็กที่ตอนนี้หันหน้าหนีผมเพราะความเขิน

 

“อืม...ก็ปล่อยสิ” โนว่าออกมาเสียงอ้อมแอ้ม ผมจึงปล่อยตามที่คนตัวเล็กบอก พอปล่อยปุ๊บก็วิ่งปู๊ดเข้าห้องน้ำทันที

 

“หึหึ” ผมมองตามแล้วหัวเราะออกมาก่อนที่จะขึ้นไปนอนเล่นโทรศัพท์รอโนบนเตียง สักพักโนก็ออกมา ผมมองร่างเล็กที่ตอนนี้ใส่เพียงสื้อคลุมอาบน้ำเดินเช็ดหัวออกมา

 

“มองอะไรเล่า” โนหยุดเดินแล้วพลิกหันหลังให้ผมที่กำลังนอนมองอยู่ ผลลุกลงจากเตียงแล้วเดินเข้าไปหาคนตัวเล็กที่กำลังยืนหันหลังให้ แล้วกอดโนจากทางด้านหลัง

 

“มองแฟนตัวเองมันผิดตรงไหนครับ” ฟอดดดดด กลิ่นหอมจากสบู่อาบน้ำของคนตัวเล็กลอยมาเข้าจมูก ยิ่งอยู่ใกล้ยิ่งหอมจนผมอดไม่ได้ที่จะกดจมูกลงบนแก้มใสเพื่อสูดกลิ่นหอมเข้าปอดให้เต็มที่

 

“ปล่อยได้แล้วจะแต่งตัว” โนพูดออกมาพลางแกะมือผมออก

 

 

 “แต่งให้เปล่า” ผมแกล้งกระซิบข้างเสียงจริงจัง ทำให้หูของคนตัวเล็กที่แดงอยู่แล้วแดงขึ้นไปอีก นี่ขนาดหูยังแดงขนาดนี้แล้วหน้าจะแดงขนาดไหนน้า

 

“บ้า! (>/////<)” โนว่าออกมา สะบัดตัวออกจาอ้อมกอดของผมแล้วเดินเร็วๆไปหาเสื้อผ้าตู้ พอได้แล้วก็เข้าไปแต่งตัวในห้องน้ำ

 

“หึหึ” ผมหัวเราะให้กับที่ทางของคนตัวเล็ก รู้สึกวันนี้ผมจะหัวเราะบ่อยเกินไปมั้ยเนี่ย  “มานี่มาจะเช็ดผมให้” ผมตบขอบเตียงเรียกโนเมื่อเห็นโนเดินออกมาจากห้องน้ำแล้ว

 

“เมื่อไหร่จะกลับ” คนตัวเล็กถามขึ้นเมื่อนั่งลงระหว่างขาเพื่อที่ผมจะได้เช็ดผมให้ได้สะดวกๆ

 

 

 “ไล่กีหรอ” ผมถามขึ้นแกล้งทำเสียงน้อยใจ หยุดมือที่กำลังเช็ดผมให้โนแล้วเขยิบมาพิงหัวเตียงแทน 

 

 

“เปล่าสักหน่อย นี่มันดึกแล้ว กลับดึกมันอันตราย” โนคลานขึ้นมานอนกอดเอวผม เอาซบอกแล้วพูดออกมอ้อนๆ

 

“ห่วงหรอ” ผมถาม พลางกอดคนตัวเล็กเอาไว้เช่นกัน

 

“อืม ไม่ให้ห่วงแฟนแล้วจะให้ห่วงใครเล่า (>///<)” โนว่าออกแต่กลับมุดหน้าซุกอกผม “แล้วตกลงจะกลับตอนไหนเนี่ยหรือจะค้างนี่”

 

“ไม่ดีกว่า” ผมตอบแล้วนิ่งคิดว่าควรจะกลับตอนไหน “งั้นรอโนหลับก่อนแล้วกีค่อยกลับ” ผมตอบโนเมื่อสรุปได้

  

 

“แล้วถ้าโนไม่หลับ กีจะได้กลับมั้ยเนี่ย” โนเงยหน้าขึ้นมาถามผม

 

“งั้นก็รีบๆหลับสิ กีจะได้ไม่ต้องกลับดึก”

“อืมๆ” โนตอบก่อนจะเงียบไป สักพักผมก็รับรู้ได้ถึงผมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอผมจึงชะโงกหน้ามาดู เห็นคนตัวเล็กหลับไปแล้ว ผมจึงขยับให้โนนอนท่าสบายๆแล้วดึงผ้าห่มมาห่มให้

 

“ฝันดีนะครับคนดี" ฟอดดด กระซิบข้างหูแล้วหอมแก้มคนตัวเล็กก่อนจะค่อยๆเดินออกมาจากห้องและปิดประตูให้เบาที่สุดเท่าที่จะเบาได้ เดินลงมาชั้นล่าง ตรงไปที่รถแล้วขับรถกลับบ้าน

 

 

 [Guiter end]





10%



 

 [Piano  part] 

 

 

 

เฮือก!

ผมสะดุ้งลืมตาตื่นขึ้น เอาอีกแล้ว ฝันแบบนี้อีกแล้ว ผมต้องสะดุ้งตื่นกลางดึกอย่างนี้ทุกคืนเพราะไอ้ฝันบ้าๆนี่ ฝันร้ายที่คอยตามหลอกหลอนผมมาตลอด ตั้งแต่วันที่พ่อเอ่ยปากขอหย่ากับแม่ ภาพที่พ่อทำร้ายแม่ ภาพที่พ่อพาผู้หญิงคนนั้นเข้ามากกในบ้าน ภาพแม่ที่ร้องให้จนไม่มีน้ำตาให้ร้อง แต่ผมกลับช่วยอะไรไม่ได้ ภาพเหล่านี้มันวิ่งวนอยู่ในหัวผมฉายซ้ำไปซ้ำมาอย่างนี้ทุกคืน เหมือนกับอยากจะตอกย้ำความทรงจำที่ผมพยายามจะลืม

 

ผมหันไปมองนาฬิกาแขวนบนผนัง เข็มยาวชี้เลขสิบสองและเข็มสั้นก็ชี้เลขเดียวกัน

 

“เที่ยงคืนแล้วหรอเนี่ย” ผมพึมพำกับตัวเองคนเดียวภายในห้องที่มืดมิด มีเพียงแสงจันทร์ที่สาดส่องเข้ามา หันมามองที่นอนข้างๆ ตรงที่คนๆนั้นนั่งกอดผมอยู่เมื่อประมาณสองชั่งโมงที่แล้ว แต่ตอนนี้เค้ากลับไปแล้ว  มือเล็กลูบไปตามผืนผ้าปูที่นอนสัมผัสได้ถึงความอุ่นที่ยังหลงเหลืออยู่จางๆ จากร่างโปร่ง มือเล็กเปลี่ยนมาแตะที่ริมฝีปากของตัวเอง ความหวานที่ยังคงหลงเหลือจากสัมผัสลึกซึ้งที่คนตัวสูงกว่ามอบให้ถึงแม้จะผ่านมาหลายชั่งโมงแต่ความอบอุ่นที่ได้รับกลับยังคงเด่นชัดไม่จางหาย แล้วยิ้มออกมา “เป็นบ้าอะไรเนี่ย” ผมพึมพำด่าตัวเองออกมา แต่ก็อดอมยิ้มไม่ได้เมื่อนึกถึงหน้าของร่างโปร่ง

 

 

ตึกตัก ตึกตัก ตึกตัก

ก้อนเนื้อที่อกข้างซ้าย อยู่ๆก็เต้นแรงขึ้นมาเสียดื้อๆเพียงแค่นึกถึงใบหน้าของคนๆนั้น  รอยยิ้ม เสียงหัวเราะ สีหน้า และแววตา ที่ดูจะเล่นๆตลอดเวลา แต่มันกลับทำให้ผมอุ่นใจทุกครั้งที่อยู่ใกล้ๆ สบายใจทุกครั้งที่รู้ว่ายังมีคนๆนี้อยู่ข้างๆ

 

ความอบอุ่นที่ผมโหยหามาตลอด ความอบอุ่นที่ผมพยายามวิ่งตามหามันแต่กลับไม่มีใครสามารถให้กับผมได้ แต่ตอนนี้สิ่งนั้นผมกำลังได้มันมา จากคนที่ชื่อ กีต้า

 

ผมกำลังจะผิดสัญญา สัญญาที่ผมให้ไว้กับตัวเองว่าจะไม่รักใคร แค่เพราะไม่อยากเจ็บปวดกับความรัก เหมือนกับแม่ที่มอบความรักให้กับพ่อหมดหัวใจแต่สุดท้ายก็ได้กลับมาเพียงความว่างเปล่าและความเจ็บปวด

 

แต่ตอนนี้ผมรู้แล้วว่าผมไม่อาจทำตามสัญญาที่ให้กับตัวเองได้อีกต่อไปแล้ว หัวใจของผมมันไม่ได้ว่างเปล่าอีกต่อไป เพราะมันมีคนชื่อ กีต้า วิ่งเล่นอยู่ข้างในอย่างไม่รู้จักเหน็ดรู้จักเหนื่อย

 

               

[Piano  end]


 

TBC_______________________.



ครบแล้ว ครบแล้ว เย้ๆ คู้นี้กินเวลาพีวายนานมากกกกก 
  
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

70 ความคิดเห็น

  1. #69 KiHaE*129 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2557 / 05:24
    โนสู้ๆ
    #69
    0
  2. #48 Adusmos (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2556 / 21:05
    โนน่าสงสาร
    #48
    0
  3. #41 Adusmos (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2556 / 23:51
    กีโนน่ารักกกก >////<
    อัพๆๆๆๆๆๆ
    #41
    0
  4. #38 Adusmos (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2556 / 21:31
    อัพวันละนิดจิตแจ่มใส~~~~
    #38
    0
  5. #36 Adusmos (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2556 / 19:44
    จงอัพๆๆๆๆๆ ><
    #36
    0