DOGMATIC LOVE (Yaoi) | รับน้องป่วนๆกับก๊วนวิศวะ

ตอนที่ 9 : Ch 9 - A Day "วัน-โลกา-พินาศ"

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 17,745
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 61 ครั้ง
    12 เม.ย. 58



9

A Day

วัน-โลกา-พินาศ

 

 

 

“อื้อ...รู้แล้วคร๊าบบบบบคุณพ่อพลับ ไม่ต้องมาคร๊าบบบบ น้องพีชลูกรักคุณพ่อดูแลตัวเองได้น่า อื้ออ....เนี้ยพีชกำลังจะหาข้าวกินเดี๋ยวกินยาตามหมอสั่งเลย เฮียพลับไม่ต้องบินลงมาหรอกเดี๋ยวพ่อกับแม่รู้ อื้อออออ....เฮียอย่าบ่นเดะ สัญญากับพีชด้วยว่าจะไม่บอกพ่อกับแม่ โอเคคร๊าบบบบ เดี๋ยวถ่ายรูปตอนยัดยาเข้าปากไปให้ดูเลย นี่มีกล้องส่องลำใส้ด้วยจะถ่ายให้ดูด้วยว่ายามันลงไปตกลงสู่กระเพาะท่าไหน .......โหย.....พีชไปหาไรกินหละ แค่นี้นะเฮีย!” ผมวางหูจากโทรศัพท์ประจำห้องที่พี่ชายโทรมาถามเรื่องอุบัติเหตุเมื่อวานเนื่องจากโทรเข้ามือถือแล้วไม่มีคนรับ ไลน์มาก็ไม่มีคนตอบ ดีที่เฮียแกเก็บนามบัตรหอไว้เลยโทรเข้ามาโดยกดเบอร์ต่อเป็นเบอร์ห้องผม ก็ไม่รู้ว่าเฮียพลับมันรู้ได้ยังไง แถมใจใหญ่ด้วยนะ จะยกพวกมาตีไอ้คนที่ชมผม ห้ามกันอยู่นานกว่าจะยอมแต่โดยดี ไหนจะเรื่องพ่อกับแม่อีกที่ผมไม่อยากให้เฮียแกบอกท่านทั้งสอง เพราะมันคงวุ่นวายกว่านี้มาก แค่นี้ชีวิตผมมันก็ยุ่งเหยิงมากพอหละ อย่าให้มันมากกว่านี้เลย =______=”

 

ถ้าพระเจ้าจะเมตตาผมอ่ะนะ...

 

แกร็ก....

 

“เฮ้ยยยย!!!” ทันทีที่เปิดประตูผมต้องร้องลั่นครับเมื่อเจอไอ้คนหน้าคุ้นๆ เห็นกันอยู่เกือบทุกวันหน้าห้องตัวเอง แถมมันเองก็ทำหน้าตกใจไม่ต่างกันพร้อมกับร้องอุทานมาต่างๆ นานา

 

“เชี่ย!!!!

 

“อย่างกับมีพรายกระซิบ! กูกำลังจะเคาะประตูเลย”

 

“กระซิบบ้านมึงไอ้เติร์ก!

 

“กระซิบบ้านกูทำแมะ ไอ้โช!

 

“เดี๋ยว! พวกมึง!

 

“ทำหน้าเหมือนเห็นผีไอ้พีช!

 

“เฮ้ย! พวกมึงเข้ามาในหอกูได้ไงเนี่ย!” นี่คือประเด็นที่ผมตกใจครับ คือหอผมมันแสกนนิ้วไง คนเข้าได้จะต้องมีลายนิ้วมือในเครื่องแสกน ซึ่งแปลว่าจะต้องอาศัยอยู่ในหอนี้เท่านั้น แล้วพวกมันปีน? หมุด? ดำดิน??? เข้ามายังไงหละเนี่ย!!

 

“ทำไมวะ พี่ดีพมาเปิดให้ พวกกูถึงเข้ามาได้ไง”

 

“อ่อ...อย่างงี้นี่เอง” ผมทำหน้าเก็ทครับ เพราะเจอพี่ดีพวันที่จับได้ว่าแกเป็นพี่รหัส วันนั้นก็เลยได้รู้ว่าอยู่หอเดียวกัน

 

“เอ้า! ไม่ให้พวกกูเข้าห้องหรือไงเนี่ย โด่ววว คนอุตส่าห์มาเยี่ยม” ไอ้พอลโวยวายครับ ผมนึกได้เลยหลบทางให้พวกมันเข้ามา ประเด็นอยู่ที่ของที่พวกมันถือพะรุงพะรัง แถมยังถือวิสาสะรื้อห้องผมเป็นว่าเล่นเลยครับ

 

“เอานี่กูเอากระเป๋ากับชุดมึงมาให้ โทรศัพท์แม่ งสั่นทั้งคืน แต่กูไม่ได้รับนะ ไม่อยากยุ่งเรื่องส่วนตัว” เรโชเอากระเป๋าวางไว้ที่เก้าอี้โต๊ะเขียนหนังสือ พร้อมกับทิ้งตัวนั่งลงบนพื้นกระเบื้องของห้อง ซึ่งห้องพักผมก็ธรรมดาครับ หอพักทั่วไป ไม่ได้มีเฟอร์นิเจอร์อะไรมากมาย มีเตียงตู้เสื้อผ้า โต๊ะเขียนหนังสือ ชั้นหนังสือ แอร์ ตู้เย็น และซิ้งค์ล้างจานที่ระเบียงก็จัดว่าดีมากแล้ว แล้วระบบความปลอดภัยก็ถือว่าดี ติดตรงวันนี้ผมเริ่มชักสงสัยระบบนี้นิดหน่อย ที่พักนี้เริ่มมีคนแปลกๆ เข้าหอได้เนี่ย!

 

ไม่นานนักจานชามก็พร้อมครับ ไอ้พวกนี้เริ่มเทอาหารใส่จานพร้อมกับล้อมวงแล้วกวักมือเรียกผมให้ไปร่วมวงด้วย ผมเองก็ลงไปนั่งกับพวกมันอย่างงงๆ ก่อนที่ไอ้พอลจะยื่นชามโจ๊กมาให้

 

“มึงป่วย กินแค่นี้พอเดี๋ยวแผลอักเสบ แล้วแผลมึงเป็นไงมั่ง ไปวัดแป้นมาเจ๋งนี่หว่า!“ ผมกระตุกยิ้มพร้อมรับชามโจ๊กมาจากไอ้พอลก่อนจะอ้าปากด่ามันออกไปแบบไม่มีเสียงครับ แต่ก็เรียกเสียงหัวเราะจากมันได้ไม่น้อย ก่อนจะหันไปมองจานกับข้าวที่ส่งกลิ่นฉุยเข้าจมูกจนไม่อยากกินโจ๊กตรงหน้า

 

“หยุดความคิดมึงเลย เป็นแผลแล้วไม่เจียม แล้วนี่โดนไปเท่าไหร่ หัวมึงอ่ะ” ไอ้เบลที่นั่งใกล้ๆ พูดขึ้น ก่อนที่ผมจะเบ้ปากเพราะโดนขัดเอาไว้ แล้วตักโจ๊กเข้าปากได้คำนึงก่อนจะตอบพวกคำถาม

 

“สี่เข็ม”

 

“เชี่ย! สี่เข็ม เย็บสดป้ะเนี่ยมึง!

 

“สด ฉีดยาชาเอา”

 

“สยองหวะ รู้งี้กูน่าจะแกล้งสกัดขาแม่ งเอาคืนมั่ง!” ไอ้โชพูดขึ้นขณะตักผัดหน่อไม้เข้าปาก ผมแอบกลื่นน้ำลายด้วยความอยากแต่ต้องท่องไว้ในใจว่า เจ็บอยู่ เจ็บอยู่ เจ็บอยู่ อดทนไว้หนอ นะลูกหนอ แล้วกล้ำกลืนโจ๊กในชามต่อไป

 

“ตกลงใครชนะวะ” ผมถามออกไป เรโชก็ยักคิ้วกระตุกยิ้มร้ายเข้ากับใบหน้ามันแบบเหมาะเจาะจริงๆ  คือมันไม่ต้องพูดก็รู้แล้วว่าใครชนะ เท่านั้นก็พอหละ รู้สึกสะใจแบบบอกไม่ถูก อย่างน้อยวันนี้กินข้าวอร่อยแล้ว ถึงมันจะเป็นแค่โจ๊กหมูที่ไม่มีแม้ไข่สักลูกก็เถอะนะ ถึงแลดูอนาถ ก็สะใจดี

 

“เออๆ พีชๆ กูเพิ่งรู้ว่าพี่โมอยู่หอเดียวกับมึงอ๋อวะ เมื่อกี้เดินสวนกันข้างล่างหน้าลิฟต์พอดี ยกมือไหว้แทบไม่ทัน!” ไอ้เติร์กพูดขึ้นจนผมแทบสำลักโจ๊ก

 

“อะไรนะไอ้เติร์ก! เมื่อกี้มึงพูดว่าไงนะ?” เมื่อกี้ผมอาจจะเพลินไปครับ กำลังดื่มดำกับรสชาติของโจ๊กจนอาจจะฟังที่เพื่อนเติร์กพูดออกมาไม่ชัดเท่าไหร่ หนายยยยหนายยยยยย มึงพูดอีกทีเด๊ะ!

 

“กูบอกว่ากูเจอพี่โมอยู่ข้างล่าง อยู่หอเดี๋ยวกับมึงอ๋อ”

 

“เชี่ย!!

“เคร้ง!

พูดเลยว่าเหมือนโดนสต๊าฟครับ ช้อนโจ๊กที่ถือคาไว้หล่นลงไปกระทบกับชามเรียบร้อยแล้ว ท่ามกลางสายตาเพื่อนที่มองมาหาผมเพื่อรอคำตอบ

 

“เห้ย...เมื่อวานกูคิดว่ากูละเมอ” ผมพูดออกมาเบาๆ แต่เชื่อเถอะว่าไอ้เพื่อนผมทั้งหลายได้ยินกันถ้วนหน้า ไอ้พวกนี้มันหูทิพย์ครับ!

 

“ยังไงวะมึง”

 

“ไม่รู้หวะ คือเมื่อวานกูจำได้ว่าพี่โมเข้ามาส่งกูที่ห้องซื้อโจ๊ก และให้กูกินยา แล้วก็บ่นอะไรไม่รู้ คือกูไม่ได้ใส่ใจไง แต่ได้ยินคลับคล้ายคลับคลาว่าเค้าจะอยู่.....” ผมเงยหน้ามองเพดานห้องที่อยู่เหนือหัว พร้อมกับไอ้สี่คนที่เหลือที่เงยหน้ามองตาม

 

“พี่โมเป็นจิ้งจกหรอวะ อยู่บนฝ้าเนี่ย!” ไอ้โชไม่ได้ดูกาลเทศะเลยครับงานนี้  เล่นมุกบ้าบอมาตอนที่ทุกคนกำลังรอคำตอบจากผมเลยโดนไอ้เบลประเคนเท้างามๆ ไปให้หนึ่งทีเพราะความกวนของมัน แต่ไอ้พอลแม่ งเหมือนจะเข้าใจครับว่าผมจะสื่ออะไร มันผิวปากหวือ แบบน่าจะโดนประเคนเท้าอีกสักคน

 

“พรหมลิขิตสัสๆ อยู่หอเดียวกันด้วย” ผิวปากไม่พอยังพูดจาพร้อมหน้าตายียวนประกอบ สงสัยวอน อยากได้เท้างามๆ ของผมสักที ประเคนให้มันดีไหม?

 

“ต่อยกับกูไหมไอ้พอล กูจะร้องแล้วเนี่ย” ผมมองมันตาขวางครับ ไอ้หน้าหล่อกวนประสาททำหัวเราะแบบไม่ได้ใส่ใจเลยว่าผมกำลังรู้สึกยังไง พร้อมกับยกมือมาลูบผมเหมือนจะปลอบนะ ย้ำนะครับ! เหมือนจะปลอบ! เพราะพอมันอ้าปากปุ๊บ ความรู้สึกอยากประเคนเท้าก็กลับมาปั๊บ!

 

“โอ๋ๆ เดี๋ยวกูเรียกพี่โมมาปลอบ”

 

“ฮริ้วววววววววววว”

 

พอกัน! เพื่อนแต่ละคน ดูรักผมมากนะครับ จุดนี้......คว่ำจานข้าวพวกมึนแม่มมมมมม!!! ฮึ๊ยยยยยย!!!

 

 

 

D O G M A T I C L O V E

CUT 20%

 

 

 

หลังจากที่ไอ้พวกเพื่อนตัวแสบของผมมันได้ฤกษ์ไปเรียนก็ปาไปเกือบสิบโมงครับ โชคดีที่หอผมอยู่ตรงข้ามกับมหาวิทยาลัยพอดี มันเลยน่าจะไปทันเรียนเซคดรออิ้งสิบโมงครึ่ง ส่วนผมก็กินๆ นอนๆ ดูทีวีบ้างอ่านหนังสือบ้างจนกระทั่งเริ่มมึนครับ เลยนอนพักเอาแรง สะดุ้งมาอีกทีก็บ่ายโมงไปแล้ว ด้วยอาการโลกหมุน หนาวสั่น เหมือนไข้ขึ้น พอมองออกไปที่ระเบียงห้องก็พบว่าฝนกำลังตกหนัก เสื้อนิสิตที่ตากไว้เปียกลู่ไปแนบกับของกำแพงอีกฝั่ง แนวต้นไม้ที่หอเอามาประดับไว้ไหวตามแรงลมกรรโชก ราวกับมีพายุเข้า

 

แหมะ...ผมนี่ก็มีความโชคดีในความโชคร้ายอยู่บ้างนะเนี่ย ถ้าวันนี้ไปเรียนคงได้นั่งแง่วอยู่ที่มอแน่ๆ หรือไม่ก็เป็นลูกหมาตกน้ำ เปียกโชกกลับมาหอแน่ๆ ฮู้ววววววว

 

ก๊อกๆ

 

ไม่ทันได้จินตนาการเข้าข้างตัวเองได้นานก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้น ผมเลยค่อยๆ พาสารร่างที่รับรู้อยู่แล้วหละว่าไข้หวัดกินแน่ๆ แต่ประเด็นคือต้องไปเปิดประตูว่าใครกันหนอมาเยี่ยมเยียนผมตอนฝนตกแบบนี้

 

แอ๊ดดดดด...

 

“อ้าว พี่ดีพ! หวัดดีครับ” ผมยกมือไหว้คนที่ยืนยิ้มแฉ่งอวดฟันครบทุกซี่ตามแบบฉบับเจ้าตัวอยู่หน้าห้องผม

 

“ไงมึง...เพื่อนมึงบอกว่าป่วยจนโดดเรียน เลยมาดูหน้าสักหน่อยว่ามันป่วยจริงป่วยเล่น” พี่ดีพว่าพร้อมกับเดินเข้าห้องผมตามที่ถูกเชื้อเชิญ ก่อนจะยื่นถุงโจ๊กให้ผม

 

“ลุงมึงซื้อมาฝาก เป็นบุญนะเนี่ย แม่ งยังไม่รับรุ่นแต่เทคมึงดีขนาดนี้หายากๆ” พี่ดีพว่าหลังจากพยักเพยิดหน้าให้ผมมารับถุงโจ๊กไปด้วยความไม่ค่อยอยากรับเสียเท่าไหร่นัก

 

ผมก็ไม่เข้าใจหรอกนะว่าทำไมต้องขยาดพี่โมขนาดนี้ หนึ่งเขาก็เป็นแค่รุ่นพี่ที่แก่กว่า และมีอำนาจกว่าเท่านั้น

ก็คนเหมือนกัน อย่างน้อยผมก็อยู่ภายใต้กฎหมายคุ้มครอง ถึงแม้พ่อแม่จะไม่ได้รวยล้นฟ้า แต่ไปเหยียบเชียงใหม่ก็ถือว่าเป็นที่รู้จักนะครับ

 

แต่....

ถ้าไอ้พี่โมมันไม่มาถามผมแปลกๆ แกล้งผมแปลกๆ ผมก็คงไม่ขยาดมันหรอก เอาจริงๆ ว่าผมก็แอบคิดหน่อยๆ นะว่าพี่โมมันเป็นเกย์รึเปล่า แต่แอบถามพี่ดีพ พี่แกก็มั่นใจว่าพี่โมแมนร้อยเปอร์เซ็นต์ แถมยังคบคนชื่อแพรมาตั้งแต่ปีหนึ่ง ไม่เคยนอกใจ และเป็นคนดีมากๆ คนหนึ่ง

 

จากที่ผมเห็นมันก็ดีอ่ะนะ แต่ไม่สุดอ่ะ ถ้ามันไม่เป็นเกย์ผมก็แอบสบายใจ เพราะที่มาทำดีด้วยคงไม่ได้มีเจตนาอื่น....หละมั้ง

 

“จ้องเข้าไปโจ๊กหนะ มึงจะจ้องให้เป็นพิซซ่ารึไง พี่เค้าอุตส่าห์แว้นตากฝนกลับมาจากมอ เอามาให้มึงกินอย่างให้เหลือสักหยดนะเว้ย!” พี่ดีพว่าก่อนจะมาผลักหัวผมเหมือนหมั่นไส้หน่อยๆ แล้วถือวิสาสะเปิดทีวีห้องผมดู ซึ่งผมก็ไม่ได้ว่าอะไร เพราะมัวแต่คิดถึงคนที่ซื้อโจ๊กอยู่

 

ตากฝนเอามาให้เนี่ยนะ?

คือลงทุนไปป้ะ?

 

“พี่โมไปไหนหละพี่ดีพ กลับไปมอแล้วหรอ” ผมถามขณะที่พี่ดีพหัวเราะกับรายการเกมส์โชว์สัญชาติเกาหลีรายการหนึ่งที่ฉายในเคเบิ้ลทีวี รายการที่จับไอดอลมาวิ่งหาคำใบ้เพื่อทำมิชชั่นนั่นแหละครับ ซึ่งไอ้ท่าทางไม่ได้สนใจผมแม้แต่นิด นี่เริ่มสงสัยหละว่าพี่ดีพมึงห่วงน้องมึงจริงป้ะเนี่ย! เริ่มชักอยากจะไล่มันกลับห้องไปหละ ไปดูที่ห้องมึงไป๊!

 

“พี่ดีพ...พี่โมไปไหนแล้ว” ผมถามอีกครั้งเหมือนครั้งนี้พี่ดีพจะได้ยินแล้วหันมาหาผมแล้วแยกยิ้มอีกครั้ง

 

“พี่โมขึ้นไปเปลี่ยนชุด เดี๋ยวต้องออกไปรับน้องไง มึงโดดรับน้อง กลับไปโดนซ่อมหนักแน่มึง” พี่ดีพชี้หน้าคาดโทษใส่จนผมต้องเบ้ปาก

 

“ป่วยเหอะ ป่วยนะเว้ยพี่ ไม่ใช่แกล้งป่วย ไม่ได้อยากป่วยด้วยเว้ย!” ผมโวยวาย ก่อนที่พี่ดีพจะทำท่ายกมือตบกระบาลผมแต่ชะงักมือได้ก่อนเพราะเห็นผ้าก๊อตสีขาวที่แปะบนหัว

 

“มึงนี่อนาถ เรียนปฐมพยาบาลเบื้องต้นที่ไหนวะ กูจะไม่ให้ลูกไปเรียน รีบๆ กินไปแล้วกินยานอน กูจะได้ไปทำรายงานต่อ” หลังจากที่พี่ดีพพูดจบผมก็ทำหน้าเอือมใส่พี่แกครับ ให้ตายเหอะ พี่ดีพบทจะดีก็ดีนะ อีกอย่างแกเป็นคนน่ารักมากด้วย ยิ่งตอนยิ้มนี่โคตรจะน่ารัก แต่ตอนกวนทำไมมันน่าถีบอย่างงี้วะ ไม่ติดว่าเป็นพี่นะผมจะเกรียนใส่ยกเท้าถีบจริงๆ

 

“ถามจริง นี่พีถูกบังคับให้มา หรือตั้งใจมาเยี่ยมผมเนี่ย” ผมเบ้ปากใส่พี่ดีพที่เจ้าตัวคงเริ่มจับได้น้อยๆ ว่าผมเริ่มเคลือบแคลงน้ำใจที่พี่แกหยิบยื่นให้ด้วยการมาเยี่ยม จนพี่ดีพต้องละสายตาจากทีวีแล้วมาแย่งช้อนไปจากมือผมก่อนจะตักแล้วทำท่าจะป้อนให้

 

“โอ๋ๆๆ อย่าน้อยใจนะน้องพีช พี่ดีพจะดูแลน้องเอง แหม...น้องกูป่วยกูก็ต้องมาดูดิวะ เสียใจดีป้ะวะเนี่ยโดนมึงถามกลับแบบนี้เนี่ย!” พี่ดีพวางช้อนก่อนจะเล่นมุกงอนผมกลับ

 

=______=”

เอาเถอะ ตอนผมป่วยจะกวนอะไรก็กวนนะครับ ไม่มีแรงจะสู้ แต่อย่าให้ถึงทีผมมั่งนะครับ! มีวัดกันสักตาแน่นอน!

 

พี่ก็พี่เหอะ!

 

 

 

D O G M A T I C L O V E

 

 

 

 

 “เดี๋ยวววววววววววววววววววววว หยุ๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด พี่หยุ๊ดดดดดด นาว!!!!!! ตรงนี้เลย!!!” หลังจากเวลาผ่านไปสองวันเต็มๆ ผมก็คิดว่าอาการดีขึ้น เรี่ยวแรงเริ่มกลับมาทำงานได้ปกติดี และสามารถรับมือได้ทุกรูปแบบที่ไอ้พวกเพื่อนเฮียๆ จะหามากวนประสาทผม จนกระทั่งมีแรงออกมาประชุมเชียร์หลังจากโดดไปสองครั้ง ไม่พอครับ ระหว่างที่นั่งพี่วินหน้าปากซอยเข้ามหาวิทยาลัยมา สายตาแม่ งดันหันไปเจอพี่ก้องกำลังเรียกระเบียบแถวปีหนึ่งอยู่หน้าลานเกียร์ ทำเอาผมแทบจะกระโดดลงจากมอไซต์แล้ววาปตัวไปเข้าแถวจริงๆ

 

โอ๊ยยยยย! ทำไมผมต้องมาเจอสภาวะนี้ตลอดเลยวะ!

ฮือออออออ!

 

 

“นับสิบ...........เอ็ด...!

 

นั่นหละ ซวยกู...

 

พี่ก้องเหลือบมามองผมที่เพิ่งวิ่งมาเสียบท้ายแถวด้วยสภาพไม่เรียบร้อยสุดๆ เสื้อหลุดจากกางเกงเมื่อตอนใส่เกียร์หมาไร้เบรกมาเมื่อครู่ เลยแอบยุกยิกยัดเสื้อเข้ากางเกงให้พอดูสวยงาม ก่อนจะยืนตัวตรงเนียนๆ

 

จะว่าไปทำไมวันนี้ไอ้พี่ก้องถึงมารับหน้าที่นี้แทนเฮียเฉยพี่โมวะ?

 

“คุณเก้าสิบสาม คุณมาสายนะครับ!

 

นั่นไง....ไอ้พี่ก้องไม่เคยจะปราณีกูหรอก อันที่จริงคือพี่ว้ากแม่ งไม่เคยจะปราณีกูสักคน! ทำผิดอย่าเผลอพูดเลย! พิชญ์พลเหมาหมดทุกรูปคดี!

 

ผมเงียบครับไม่ตอบ ไม่หือไม่อือ ทำตัวแน่นิ่งยิ่งกว่าธาตุอากาศ แล้วท่องคาถา โอม.....จงลืมกู....จงลืมกู....จงลืมกู......เพี๊ยงงงงงง!

 

“ปีหนึ่งทั้งหมดนั่งครับ!

 

นั่นไง! คาถาอาจารย์พีชแม่ งได้ผลเหอะ! พี่ก้องมันไม่ได้สนใจผมอีกแถมยังสั่งให้ทุกคนนั่งลง ก่อนที่พี่แกจะหันไปพูดอะไรบางอย่างกับพี่ต้นที่ถือม้วนกระดาษเอสี่ เท่าที่ประสบการณ์มันบอกคือ ไอ้กระดาษบ้าแผ่นนั้นมันไม่ธรรมดาแน่นอน!

 

“วันนี้ผมจะประชุมเพียงสั้นๆ นะครับ เนื่องจากวันนี้คุณโมไม่สามารถเข้าประชุมได้ ผมจึงเป็นตัวแทนมาประกาศแทน เรื่องของงานเฟชรชี่ไนท์ ที่ปีหนึ่งทุกคนต้องเข้าร่วมกิจกรรม และใส่เสื้อเฟรชชี่คณะที่แจกให้เมื่อวันปฐมนิเทศมา ซึ่งเราจะรวมพลกันที่คณะตอนสี่โมงเย็นนะครับขอให้ทุกคนมาให้พร้อมเพรียงกันเหมือนเดิม เนื่องจากครั้งนี้เรียกประชุมรวมวิศวะ ไม่ใช่แค่สาขาเราสาขาเดียว อย่าทำให้พวกผมเสียหน้าเพราะความขาดวินัยของพวกคุณนะครับ! ทราบไม่ทราบ!

 

“ทราบครับ/ค่ะ!

 

“วันนี้ทุกคนจะต้องซ้อมบูมนะครับ มาจนวันนี้ผมหวังว่าทุกคนคงจำได้หมดแล้วไม่ว่าจะเป็นเนื้อ ท่า หรือหลักของการที่ทำให้ทุกอย่างพร้อมเพรียงกัน ซึ่งผมจะเป็นคนคุมการซ้อมวันนี้ และถ้ายังไม่ดีพวกคุณอาจจะไม่ได้ทานอาหารกลางวันก่อนเรียนเซกบ่าย ทราบไม่ทราบ!

 

“ทราบครับ/ค่ะ!

 

“ปีหนึ่งจัดแถวพร้อมบูม!” ทันทีที่พี่ก้องสั่งพวกเราทั้งหมดต้องแปรแถวเป็นวงกลมซึ่งผู้หญิงจะอยู่วงข้างใน และผู้ชายอยู่วงนอก และต้องเรียงลำดับไหล่ชัดเจนทันทีที่แถวเป็นวงกลมทุกคนต้องกอดคอกันยื่นขาขวาเป็นท่าเตรียมพร้อมรับคำสั่งบูม

 

แหมะ...เพิ่งหายป่วยก็ต้องมาก้มๆ เงยๆ คาราวะฟ้าดินเลยนะไอ้พีช....

บุญของมึงจริงๆ...

 

“บูมมหาวิทยาลัยพร้อม!

 

“บูมมหาวิทยาลัย! บูมหมาวิทยาลัยพร้อม! สามมมมมมมมมมมมมม สี่!” เหมือนมันเป็นความเคยชินที่ต้องร้องต้องท่องทุกวัน พอสิ้นคำสั่งพี่ก้องพวกเราทั้งหมดก็สามารถขานรับ และพร้อมใจกันโค้งตัวก้มลงตามเสต็ปที่ได้ฝึกซ้อมกันมา ทำมันอยู่อย่างนั้นหละครับ จนผู้หญิงหลายๆ คนของออกไปพักเนื่องจากจะเป็นลมกัน พี่ต้นที่ดูเหมือนจะคอยเดินดูระเบียบแถวแต่ก็คอยสังเกตุรุ่นน้องแต่ละคนไปด้วย ใครที่อาการไม่ดีพี่แกก็จะลากออกไปพักทันที

 

“คุณพีช คุณไหวไหม พักก่อนไหม?” และผมเป็นอีกคนหนึ่งที่พี่ต้นเดินเข้ามาถาม อาจจะเป็นเพราะเพิ่งหายจากการเป็นไข้ ร่างกายยังไม่ฟื้นตัวดี แล้วต้องมาก้มๆ เงยๆ อย่างนี้มันเลยทำให้ผมดูหน้าซีดอย่างน่าตกใจ แต่ความจริงแล้วผมยังไหว และไม่อยากออกจากแถวไปเพราะเพื่อนๆ ผู้ชายก็ยังอยู่ด้วยกันครบหน้า

 

“ไม่เป็นไรครับพี่ ผมได้ ผมโอเค” ผมหันไปตอบพี่ต้นที่แสดงท่าทีเป็นห่วง ขณะที่ไอ้โชไอ้เบลที่อยู่ข้างๆ ผมก็หันมองด้วยเช่นกัน แต่ผมยิ้มให้มันเป็นการบอกว่าไหว ซึ่งพวกมนเองก็ยอมแล้วเปลี่ยวจากการกอดคอผมมาเป็นพยุงแทน ซึ่งมันโอเคขึ้น ณ จุดหนึ่ง จนกระทั่งเราซ้อมบูมไปอีกสองรอบ พี่ก้องก็สั่งให้หยุดแล้วสั่งปล่อย พูดตรงๆ ถ้าเป็นไอ้พี่โมคงไม่ได้เลิกง่ายๆ แบบนี้ ถือว่าพี่แกมีเมตตา

 

“เฮ้ย! พวกมึงไปกินข้าวเหอะอีกยี่สิบนาทีวันนี้เรียนแคลนะเว้ย ท้องต้องอิ่มสมองจะได้แล่นๆ เวลามีน้อยต้องรีบทำแต้ม” เติร์กเดินออกจากแถวบูมตรงมาทางพวกผมพร้อมกับไอ้พอลที่เดินมาเสริม ผมพยักหน้าเห็นด้วยครับ ออกกำลังแต่เช้าหิวเป็นเรื่องธรรมดา แถมไอ้พวกผมกินน้อยกันเป็นเสียที่ไหน ยี่สิบนาทีที่เหลือไงก็ต้องรีบทำแต้มกัน

 

“วันนี้อยากกินขาหมูหวะ พวกมึงกินป่าว” ผมหันไปถามเพื่อนๆ ก่อนที่ไอ้ทีเหลือจะพร้อมใจกันไปซื้อข้าวราดแกงร้านประจำ เพราะลูกสาวแม่ค้าสวย ผมเลยต้องลุยเดี่ยวไปซื้อขาหมูคนเดียว

 

“ป้าคร๊าบบบเอาขาหมูพิเศษไม่เอาไข่หนึ่งจานคร๊าบ” ผมสั่งเมนูกับแม่ค้าประจำร้านที่ดูอารมณ์ดีตลอดเวลา แถมร้านยังดูคึกคักเพราะป้าแกเปิดเพลงจะหวะชะชะช่าฟัง ทำให้เพลิดเพลินไม่น้อย ก่อนที่ผมจะเหลือบไปเจอพี่ที รุ่นพี่วิศวะภาคอุตที่ตอนนี้เดินออกมาจากห้องสโมพร้อมกับพี่ก้อง ซึ่งพี่แกดูเหมือนจะไม่เห็นผมแหะ เพราะยกมือไหว้แล้วเดินผ่านไปเฉยเลย

 

“ไอ้โมไม่สบายอ๋อวะ วันนี้ไม่มาเรียน ดร.เกษมถามหาด้วยมึง ลูกรักแกหายตัวไป”พี่ทีพูดขึ้นขณะที่กำลังล้วงหาอะไรบางอย่างในกระเป๋าเสื้อชอปของตัวเอง ผมหันตามไปเพื่อรอฟังคำตอบจากพี่ก้องด้วยความอยากรู้

 

“เออ แม่ งบ้าเมื่อวันก่อนขับรถตากฝนกลับหอกลับไปเอาปากกา กูบอกให้ยืมกูก่อนมันก็ไม่ยอม บอกว่าต้องใช้ปากกาแท่งนี้ทำควิช กลับมาตัวโชกเลยมึง กูอย่างทึ่ง! สงสัยเป็นหวัด เพราะตากฝนวันนั้นหละ” พี่ก้องพูดจบก็ดูเหมือนจะมีสายเข้าพอดี เจ้าตัวเลยล่ำลากับพี่ทีแล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมารับก่อนเดินแยกกันไป แต่ผมนี่สิเอาแต่ยืนประมวลผลเรื่องที่ได้ยินเมื่อครู่อยู่ จนกระทั่งป้าแกยื่นจานข้าวมาให้ถึงได้สติแล้วเดินกลับโต๊ะ

 

เมื่อวันก่อนที่ฝนตก...

พี่โมขับรถกลับมาที่หอเพื่อเอาปากกา...

ตรงกับวันที่ผมไม่สบายอยู่หอ แล้วพี่ดีพเอาโจ๊กมาให้...แล้วบอกว่าพี่โมตากฝนกลับมา

 

 

อย่าบอกนะว่า?

 

ไอ้พี่โมตากฝนวันนั้นเพื่อเอาโจ๊กมาให้ผมแล้วไม่สบาย!

 

เออะ! มึงนี่ทำไรไม่คิดเนี่ยพี่โม!!!! โอ้ยยยยยยยยยยย! อย่าสร้างบุญคุณมากว่านี้เลยจ้า! เท่านี้ก็ชดใช้ไม่หวาดไม่ไหวแล้วจ้า คดีเก่ายังไม่หาย คดีใหม่ก็เข้ามาแทรกอีกแล้ววววว

 

โอยยยยยยยยยยยย

ซิ่วตอนนี้ทันป้ะวะ??????

 

 

 

 

D O G M A T I C L O V E

CUT 50%

 

 

 

รอบที่สามสิบห้าที่ผมยังเดินวนไปวนมาอยู่หน้าห้องห้าศูนย์หก ซึ่งเป็นห้องที่อยู่บนห้องที่ผมอยู่พอดี ตามที่พี่โมบอกผมอยู่ห้องสี่ศูนย์หก ดังนั้นเขาจะต้องอยู่ห้องนี้แน่ๆ แต่ด้วยความไม่แน่ใจ บวกกับปอดแหกเลยไม่กล้าเคาะประตูตามประสา ผมยกข้อมือขึ้นมาดูเวลาก่อนจะพบว่าผมมาเดินไปเดินมาหน้าห้องนี้ได้ครึ่งชั่วโมงแล้ว =_____=”

 

ทำไมเวลามันเร็วงี้วะ?

เอาไงดีวะ? จะกลับลงไป แล้วไอ้โจ๊กที่ซื้อมาเนี่ยหละ แขวนไว้หน้าห้องดีไหมเนี่ย?

 

โอ๊ยยยยยยย! หงุดหงิดตัวเองโว้ยยยยย!

เป็นลูกผู้ชายอกสามศอกกลัวอะไรวะ! เคาะแม่ งเลย! แค่ประตูไม้บานเดียวป๊อดไปได้!! ฮึ๊บ!!!

 

แกร๊ก!

 

“เชี่ย!!!!!!

 

( -  [] - )!!!!  ( -____- )+

 

ผมอุทานแบบลืมตัวหลังจากที่กำลังยกมือเคาะประตูห้องแต่ไอ้ประตูตรงหน้ามันดันเปิดขึ้นมาเสียก่อนพร้อมกับร่างสูงๆ ที่หน้าตาซีดเซียว เจ้าตัวดูตกใจไม่น้อยเหมือนกัน และดูเหมือนกำลังจะออกไปข้างนอกแต่ดันเจอผมมายืนหน้าห้องเสียก่อน

 

“คุณมาทำอะไรหน้าห้องผมกันครับคุณพิชญ์พล” ทำหน้าหลุดไปได้ไม่นานเจ้าตัวก็ตีหน้าขรึม ไอ้สภาพอ่อนระโหยโรยแรงเมื่อครู่กลับเปลี่ยนมายืดหลังตรงเชิดหน้าเหมือนเวลาปกติอีกครั้ง

 

แหมะ...ฟอร์มเยอะจริงๆ มึง ไอ้พี่โม ตอนป่วยมึงก็ยังจะพยายาม ไม่เจียมสังขารเลยคุ๊ณณณณ

 

“ผมได้ยินว่าพี่ไม่สบาย เลยแวะเอาโจ๊กมาให้ แล้วพี่จะไปไหนหรอครับ ข้างนอกฝนตกนะ” ผมแอบนินทาพี่โมในใจครับ แต่ต่อหน้าต้องยิ้มใจดีสู้เสือเข้าไว้ เสือแม่ งป่วย ยังไงตอนนี้มันก็ไม่กัดหรอก ถ้าจะกัดก็คงไม่ลึกมาก...หละมั้งนะ

 

“อ้าว ฝนตกหรอ” พี่โมพูดออกมาเบาๆ ครับ เหมือนพูดคนเดียวพร้อมกับหันไปมองที่ระเบียงห้องตัวเองแล้วพบว่าฝนกำลังปรอยๆ อยู่พอดี แต่ผมเนี่ยยืนถือถุงโจ๊กจนเริ่มเมื่อยหละ ไม่ให้เมื่อยก็แปลก ดันมายืนถือโจ๊กทำหน้าซื่อบื้ออยู่ที่หน้าห้องเขาตั้งนาน

 

“ถ้าจะออกไปซื้อของกินก็อย่าเลยนะพี่ จะเอาอะไรบอกผมก็ได้เดี๋ยวกางร่มไปซื้อให้”

 

“คุณเพิ่งหายป่วยจะออกไปโดนละอองฝนทำไม ไหนโจ๊กหละถือแบบนั้นผมจะได้กินไหมหละครับ” พี่โมตวัดสายตามองมาทางผมก่อนจะก้มลงมองถุงโจ๊กในมือ ผมนึกขึ้นได้เลยรีบยื่นโจ๊กให้ร่างสูงตรงหน้า แต่พี่โมดันไม่รับแล้วเดินนำเข้าห้องไปเหมือนกำลังจะบอกให้ผมตามเจ้าตัวเข้าไปด้วย

 

เอิ่ม....ไม่เข้าได้ป้ะวะ?

ถ้ำเสือบางทีก็ไม่ควรเหยียบป้ะ?

 

“ผมว่าผมต้องเป็นโรคกระเพาะอีกโรค ถ้าคุณยังยืนอยู่ตรงนั้นนะครับ” นั่นแหงะ ปากดีเหมือนผมตอนป่วยไม่มีผิด โจ๊กอุตส่าห์ซื้อมาฝากเนี่ย ปาทิ้งดีมะแล้วเผ่นกลับห้องแม่ ง!!

 

ได้แต่คิดครับ ไอ้ขาไม่รักดีมันไม่ทำตามความคิดเลยสักนิด มันดันก้าวเข้าไปในห้องที่ถูกจัดอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย และตกแต่งในโทนสีฟ้าอ่อน จนพอทำให้ผมรู้ว่าพี่โมชอบสีอะไรทันทีเลย ไม่พออุณหภูมิในห้องนี่ผมว่าแปลกๆ มันเย็นผิดปกติ ที่จริงรู้สึกตั้งแต่ยืนอยู่หน้าห้องหละ ตอนแรกคิดว่าเพราะฝนตกอากาศเลยเย็น ที่ไหนได้! พอมองไปที่คอนโทรลแอร์

 

22 องศา!!! บ้านพี่โมมึงให้เปิดแอร์เย็นเฉียบตอนป่วยรึไงวะ!!!!

 

“พี่บ้ารึไงเนี่ย!

 

“ห้ะ?”

 

ผมไม่ได้สนพี่โมที่หันมาทำหน้าบึ้งใส่ เจ้าตัวเลิกคิ้วขึ้นสูงกับคำว่าผมเมื่อครู่ แต่ไม่แคร์หละ ท่องไว้ว่า แม่ งป่วย แม่ งไม่มีแรงหรอก มันทำไรผมม่ายด้ายยยยยย แล้ววางโจ๊กบนโต๊ะเขียนหนังสืออย่างถือวิสาสะ เดินไปที่คอนโทรลแอร์เพื่อหยิบรีโมทมาปรับอุณหภูมิ เปลี่ยนมาเป็นลมร้อนแทนจนพี่โมเดินมาแย่งรีโมทไป

 

“คุณทำอะไร?” โอ้โห...ทำหน้าดุ เสียงเข้มมาเชียวแหะ

 

“พี่ไม่สบาย นอนแอร์เย็นขนาดนี้เดี๋ยวได้ตายห่าพอดีหรอก” ผมพูดพร้อมจ้องหน้าอีกคน พี่โมก็ดันจ้องตอบแล้วหันไปปรับแอร์ และผมก็แย่งรีโมทมาปรับคืน พี่โมก็แย่งกลับไปอีก แย่งกันไปแย่งกันมาจนคิดว่าแอร์คงจะเจ๊งเร็วๆ นี้ผมเลยปล่อยแม่ ง อยากหนาวตายก็เชิญ ก่อนจะเดินไปหาชามมาใส่โจ๊กให้ร่างสูง แล้วแกะถุงโจ๊กเทอย่างเงียบๆ ก่อนจะวางให้บนโต๊ะ พี่โมที่ดูเหมือนจะรู้สึกผิดครับ เจ้าตัวเลยปรับแอร์ให้เย็นน้อยลง

 

“ผมไม่เอาลมร้อนได้ไหม ผมหายใจไม่ออก ผมไม่ชอบอากาศร้อน” พี่โมพูดขึ้นเบาๆ ซึ่งเรียกให้ผมหันไปสนใจเขาได้นิดหน่อย ก่อนที่ผมจะถอนหายใจเมื่อเห็นหน้าตาที่ไม่ได้เก็กขรึมเหมือนก่อนหน้านี้แล้ว เขาไอนิดหน่อย และผมก็พยักหน้าอย่างยอมจำนน

 

“พี่มียาไหม เมื่อเช้ากินยาอะไร” ผมมองหายา หรือสิ่งที่เป็นกระปุกยา หรืออะไรก็ตาม แต่ยังไม่พบ พี่โมเลยเดินอ้อมเตียงมาเปิดลิ้นชักตู้ข้างเตียงก่อนจะหยิบยาแผงนึงออกมา เป็นยาแอสไพรินสำหรับแก้ไข้ ผมก็พยักหน้าอีกครั้ง แล้วเลื่อนเก้าอี้เพื่อบอกให้อีกฝ่ายมากินโจ๊กที่เทไว้ให้ ซึ่งเขาก็ยอมทำตามแต่โดยดี ซึ่งช่างน่าอัศจรรย์ใจดีแท้ แหม....อยากให้พี่โมป่วยทุกวันจุงเบยยยย รับน้องมันจะได้ลดดีกรีความเฮี๊ยบลงบ้างนะพี่นะ

 

“พี่กินข้าว และก็กินยานอนพักด้วยนะครับ ผมไม่กวนพี่หละ”

 

“เดี๋ยวก่อน...”

 

“ครับพี่” ผมทำหน้างงหลังจากที่ลาร่างสูง และเตรียมตัวกลับไปห้องตัวเองแต่พี่โมกลับรั้งไว้

 

“คุณมียาลดน้ำมูกไหม ผมเพิ่งทานเม็ดสุดท้ายเมื่อเช้า ถ้าคุณมีผมอยากจะขอ...”

 

“ได้สิพี่ เดี๋ยวผมลงไปเอาให้ พี่รีบกินโจ๊กเถอะ เดี๋ยวผมมา”ผมรับคำก่อนจะรีบลงไปที่ห้องเพื่อไปเอายาที่พี่โมเพิ่งขอไป ซึ่งระหว่างที่ลงไปเฮียพลับโทรมาหาพอดี ผมเลยเลือกที่จะคุยกับพี่ชายก่อนที่จะเอายาไปให้พี่โม เฮียพลับก็ไม่ยอมวางหูเสียที จนกระทั่งโดนเพื่อนเรียกไปรับน้องเลยได้ฤกษ์วางก็ปาไปครึ่งชั่งโมง ผมเลยนึกขึ้นได้ว่าต้องเอายาไปให้พี่โมเลยรีบวิ่งตาเหลือกขึ้นไปให้แต่...

 

ก็อกๆ ก็อกๆๆ

 

เคาะประตูไปสามสี่รอบแต่ไม่มีวี่แววจะลุกมาเปิดแหะ ผมเลยถือวิสาสะเปิดประตูเข้าไปเอง ก่อนจะพบว่าพี่โมนอนอยู่บนเตียงเรียบร้อยแล้ว

 

นอนแล้วหรอวะ?

 

ผมชะโงกหน้าไปดูร่างสูงที่นอนตะแคงข้างไปอีกฝั่ง พบว่าร่างสูงนอนหลับไปแล้ว เลยถือโอกาสเอามืออังหน้าผากเพื่อวัดไข้เสียหน่อย

 

อืม...ตัวร้อนมากเลยแหะ

 

ผมมองซ้ายมองขวา เพื่อหาผ้าผืนเล็กๆ เอาไปชุดน้ำในห้องน้ำแล้วมาแปะไว้บนหน้าผากคนป่วยอย่างระวังไม่ให้อีกฝ่ายตื่น พร้อมกับเอื้อมไปหยิบชายผ้าห่มมาคลุมร่างให้ดีๆ เพราะไอ้แอร์บ้าบอที่เปิดหนะก็หนาวไม่ต่างก่อนหน้านี้เลย แถมในวันที่ฝนตกแบบนี้ยิ่งทำให้เย็นเข้าไปใหญ่

 

ผมอดหมั่นไส้ไม่ได้ครับ เลยเดินไปปรับแอร์เป็นลมร้อนตามที่ตัวเองเห็นควรว่าเป็นอุณหภูมิที่เหมาะกับคนป่วย และยกยิ้มแบบคนได้รับชัยชนะ

 

หึ พี่โม ไงมึงก็แพ้ไอ้พีชนะครับ!

 

“ฮือออ....น..หนาว....” ไม่ทันที่ผมเดินหันหลังออกมาจากห้องได้ ก็เป็นต้องหันไปมองคนป่วยที่เริ่มนอนขดตัวอยู่ใต้ผ้าห่ม ผมเดินเข้าไปเพื่อจัดผ้าห่มให้อีกครั้งแต่...

 

“เฮ้ย!!! ทำไรวะ!!” ผมร้องลั่นเมื่อถูกพาดแขน และดึงไปกระชับกอด ผมลงไปนอนบนเตียงเดียวกับไอ้พี่โมแล้วยังโดนกอดอีกต่างหาก! เฮ้ย เฮ้ย เฮ้ย! เมเด เมเด ใครก็ได้ช่วยผมที!!!!

 

“ฮืออ...ค...แค่กๆ...แค่กๆ ”ผมเงยหน้ามองร่างสูงที่ครางงึมงำ แถมไอใส่หน้าผมอีกต่างหาก ดูเหมือนจะเพ้อเพราะฤทธิ์ไข้ ผมเลยยอมนอนนิ่งๆ แล้วหาทางแงะแขนเอาตัวออกจากอ้อมกอด ทำไงแม่งก็ไม่ปล่อยเว้ยเฮ้ย จะดึงออกเลยก็กลัวแม่ งตื่น!

 

โอ๊ยยยยยย! มาเกรงจงเกรงใจไรวะ ทีมันเพ้อละเมอคว้าผมไปนอนกอดเหมือนกับเป็นหมอนข้างมันยังไม่เกรงใจเลยเว้ยเฮ้ย! ถีบแม่ งดีไหม? เอาไงดีวะ????

 

แม่จ๋า....ช่วยพีชด้วย!!!

ฟ้าจะผ่ากูไม่เนี่ยวะ!!!! ผู้ชายสองคนมานอนกอดกันแบบนี้เนี่ย!! โฮวววววววว!!!

 

 

 

 

D O G M A T I C L O V E

CUT 70%

 

 

 

“อืม....” ผมขยับกายเพื่อหาท่าทางที่นอนได้สบายตัวมากกว่าที่เป็น ก่อนจะรู้สึกว่ามีแสงสว่างสาดเข้ามาจนต้องขมวดคิ้วย่นจมูกแล้วเบี่ยงตัวกลับหันมานอนฝั่งเดิมต่อ และคงได้หลับสนิทไปอีกสักระยะถ้าไม่ติดว่าสองหูกลับได้ยินเสียงเหมือนมีคนกำลังใช้ห้องน้ำอยู่ภายในห้อง

 

ใคร?

เฮียพลับ? แล้วเฮียมันจะเข้ามาในหอได้ไงวะ ในเมื่อมันแสกนนิ้วไม่ได้

แล้วใคร?

 

พอคิดหาคำตอบไม่ได้สันชาตญาณก็สั่งให้ลืมตาเพื่อหาคำตอบของข้อสงสัยในใจ ทันทีที่ลืมตาความไม่คุ้นเคยก็เข้ามาในกรอบสายตา ไม่ว่าจะเป็นชั้นหนังสือที่เต็มไปด้วยหนังสือวิศวะ หนังสือคอม และหนังสือภาษาคอมพิวเตอร์อีกมากมาย ซึ่งตู้ผมแทบจะไม่มีอะไรเลย ข้าวของที่มีมากมายจนไม่น่าจะเป็นห้องผมได้ อีกทั้งผ้านวมผืนหนาสีฟ้าอ่อนรวมถึงผ้าปูที่นอนสีน้ำเงินนี่มันไม่ใช่ห้องเขาชัดๆ แล้วพอหาคีย์เวิร์ดต่างๆ มารวมกันสมองก็ประมวลออกมาอย่างรวดเร็วพร้อมกับลำดับเหตุการณ์ของเมื่อวาน

 

ผมจำได้ว่าพยายามพาตัวเองออกจากการกอดของร่างสูงที่กำลังนอนป่วยอยู่ แต่ดูเหมือนพี่แกจะหนาวมาก เพราะยิ่งขยับออกพี่แกก็ยิ่งกอดแถมยังครางเบาๆ หายใจไม่สะดวกจนผมใจอ่อน และคิดว่าจะปล่อยให้เขากอดอีกแป๊บ และคงเผลอหลับไปเพราะความเหนื่อยจากการซ้อมบูม และเรียนแคลที่แสนจะหนักสมอง แต่ไม่คิดว่าตัวเองจะหลับที่นี่ยันเช้า ดังนั้นคนที่อาบน้ำอยู่ในห้องน้ำนั่นคือ...

 

 

แกร็ก....

 

“เฮ้ยยยยยยย!!!!!

 

“โครม!!!!

 

“เพล้ง!!!!

 

“คุณพีช!!!!

 

ผมร้องลั่นด้วยความตกใจเมื่อกำลังนั่งมองประตูห้องน้ำแบบกำลังใช้ความคิดแล้วจู่ๆ พี่โมก็เดินออกมา ด้วยร่างกายที่เปียกชุ่มไปด้วยน้ำตั้งแต่หัวจรดปลายเท้า แถมไม่ออกมาสภาพปกติดด้วยนะ เจ้าตัวนุ่งผ้าเช็ดตัวผืนเดียวออกมาทำให้ผมตกใจถอยหลัง และตกเตียง มือก็ดังไปคว้าหาที่ยึดเหนี่ยวเลยพาลากของที่อยู่บนตู้ข้างเตียงตกลงมาด้วย และผมมองไปที่กรอบรูปสีฟ้าอ่อนที่คว่ำลงมากระจกแตกด้วยสีหน้ารู้สึกผิด

 

แต่พี่โมกลับไม่ได้สนใจสิ่งของที่เสียหายไป เขาเดินเข้ามาหาผมแล้วช่วยประคองให้ลุกขึ้น บอกตรงๆ ว่าแอบเจ็บหลังตอนที่มันไปกระแทกขอบตู้นิดหน่อย แต่ที่เหลือผมโอเคครับ แต่ไม่โอเคคือสภาพไอ้พี่โมที่แสนจะล่อแหลมนี่ คือเข้าใจว่าผู้ชายด้วยกัน แต่มึงช่วยไปแต่งตัวให้มิดชิดกว่านี้ได้ไหมวะ? คือบางทีก็ไม่ชินกับคนแปลกหน้านะเฮ้ย!

 

ประเด็นคือพี่โมเห็นสูงๆ แห้งๆ ในชุดนิสิต เสื้อชอป แต่จริงๆ แล้วมันมีซิกแพกได้รูปที่ไม่เยอะเกินไป และไม่น้อยเกินไปจนน่าอิจฉา!

 

“คุณโอเคไหม?” ผมได้สติเมื่อพี่โมยืนเท้าเอวถามผมที่นั่งอยู่บนขอบเตียง ผมพยักหน้าแทนคำตอบก่อนจะลุกขึ้นเพื่อจะขอตัวกลับห้อง เพราะถึงเวลาที่เขาจะต้องไปเตรียมเพื่อไปเรียนหนังสือเหมือนกัน

 

“คุณพีช” ระหว่างที่ผมกำลังจะบิดลูกบิดประตูเพื่อออกจากห้องพี่โมก็เรียกผมไว้ก่อน จนต้องหันไปมองร่างสูงที่ยังไม่ยอมแต่งตัวอีกครั้ง

 

“ผมขอบคุณนะ เมื่อคืนผมไม่รู้ตัวเลย และขอโทษด้วยหากผมทำอะไรแปลกๆ ไป” พี่โมพูดเบาๆ แต่ผมกลับได้ยินชัดเจนด้วยความที่ห้องค่อนข้างจะเงียบ ผมยิ้มบางๆ ให้อีกฝ่าย

 

“โห่พี่! เรื่องแค่นี้พี่น้องกันหน่า อีกอย่างผู้ชายเหมือนกันไม่ได้เสียหายอะไรนี่พี่” ผมตอบเขาไป ซึ่งร่างสูงก็ยิ้มบางๆ กลับมา ยิ้มที่ผมอาจจะเพิ่งได้รับด้วยซ้ำหละมั้ง แหมะ...บุญของกูจริงๆ นะครับ!

 

“ไปแล้วครับพี่ เจอกันตอนรับน้อง” ผมยกมือไหว้พร้อมเปิดประตูห้องมาแล้วสะดุ้งตกใจอีกครั้งเมื่อเห็นคนสองคนกำลังเอาหูแนบกับประตู ก่อนจะเบิกตากว้าง

 

“พี่แมท พี่ดีพ!” ผมร้องเสียงดังจนพี่โมเดินออกมาดูด้วย พี่ดีพกับพี่แมทตกใจที่ผมเป็นคนเปิดประตูเป็นทุนเดิมอยู่แล้วพอเห็นสภาพพี่โม พวกพี่เค้าก็เบิกตากว้างขึ้นไปอีก โดยฉะเพราะพี่แมท พี่ปีสี่สาขาผมที่ยกนิ้วชี้หน้าไอ้พี่โม พร้อมกับเลิกคิ้วสูง

 

“ไอ้โม!!!! มึงเล่นหลานตัวเองหรอ!!! ฮึ๊ยยยย! กูยังไม่ได้รับขวัญเลยมึงซิ่วไปกินแล้วรึไง! มาเลยไอ้เด็กเชี่ย มาให้กูอัดสักที!!!” พี่แมทดึงผมพาไปยื่นข้างหลังเขาอย่างงงๆ แล้วก้าวเข้าไปในห้องแผดเสียงด่าพี่โมยกใหญ่

 

“เดี๋ยวพี่แมท เล่นอะไรพี่! ผมว่าพี่เข้าใจผิด!” พี่โมยกมือไหว้พร้อมกับพยายามอธิบาย ผมหันไปมองหน้าพี่ดีพแบบจับต้นชนปลายไม่ถูก พี่ดีพเองก็ยิ้มให้ผมแบบแห้งๆ แล้วยกมือตบบ่าผมเบาๆ

 

“เฮ้ย!!! พี่ดีพอย่าบอกนะว่าพี่เข้าใจผมผิดอีกคน!” ผมเบิกตากว้างใส่พี่ดีพซึ่งพี่ดีพก็แอบพยักหน้าเบาๆ ให้ผม

 

เห้ย!!!! อย่าคิดกันไปเองสิวะ! ผมลูกมีพ่อมีแม่นะเว้ยยย! อีกอย่างผมชอบผู้หญิงอ่ะ แบบพี่โมไม่ใช่สเปคนี่พูดเลย!

 

“ก็ไม่ให้คิดได้ไงวะพีช แกออกมาสภาพเสื้อผ้ายับยู่ยี่ผมเพ้ากระเซอะกระเซิงแบบนี้ ไหนจะพี่โมนุ่งผ้าเช็ดตัวผืนเดียวอีก ดราม่าสายกูแน่ๆ ไอ้พี่โมแม่ งเล่นหลานตัวเอง โอยยย อยากจะบ้า!” พี่ดีพมันไม่รอให้ผมอธิบายอะไรเลยครับ มันพูดออกมาโดนมีเสียงด่าพี่แมทเป็นซาวนด์ประกอบ ไหนจะเสียงประนีประนอมจากพี่โม บอกเลยว่าถ้าเป็นสถานการณ์ปกติที่ไม่มีผมไปเกี่ยวข้องด้วย ผมคงสนุกดีพิลึก แต่นี่มันไม่ขำเลยนะเว้ย! คิดได้ไงวะ!

 

“โอ๊ย! พี่แมท!! เจ็บนะพี่!!” พี่โมร้องลั่นหลังจากโดนพี่แมทชกที่ไหล่ไปแรงๆ หนึ่งที ก่อนจะฮุกเข้าท้องไปอีกทีจนผมต้องตะโกนออกมาอย่างเหลืออด แล้วทุกอย่างก็หยุด ผมมองสองคนในห้องตาเขียวหนึ่งที ก่อนจะมองไอ้พี่ดีพอีกที พร้อมกับบอกเล่าความจริงให้ทุกคนเข้าใจ

 

สรุปสุดท้ายพี่แมทต้องหันไปขอโทษพี่โม และผมเองก็ได้เจอย่ารหัสแบบงงๆ

 

ใช่ครับ ย่ารหัส และทุกคนไม่ต้องตกใจ ไอ้พี่แมทเป็นสาวหล่อประจำสาขาผมครับ ประเด็นคือพี่แกหล่ออ่ะ ตอนแรกคิดว่าพี่แมทเป็นผู้ชายหน้าหวานแต่พอมาแนะนำตัวที่ไหนได้! เป็นผู้หญิงจ้าเนื้อเสียงถึงจะห้าวแต่ก็ฟังออกเลยว่าไม่ใช่ผู้ชายแน่นอน แถมพี่แกไม่มีลูกกระเดือกแบบพวกผมอ่ะนะ ตอนรู้แอบเฟลหน่อยๆ เพราะแกหล่อจนผู้หญิงหลายคนเหลียวมองอ่ะ ทำเอาผู้ชายอย่างเราๆ แอบเสียเซลฟ์ไปไม่มากก็หน่อยหละครับ!

 

และอีกอย่างที่ผมรับรู้คือ สายเราอยู่หอเดียวกันหมดตั้งแต่ปีที่หนึ่งถึงสี่ ไม่ว่าจะเป็นพี่แมทที่อยู่ห้องห้าศูนย์ห้า พี่โมอยู่ห้องห้าศูนย์หก พี่ดีพอยู่ห้องห้าศูนย์เจ็ด และผมห้องอยู่สี่ศูนย์หก! บ้าเหอะ!!! อะไรจะเหมาะเจาะขนาดนี้วะ!!!

 

 

 

 

D O G M A T I C L O V E

 

 

 

 

“เฮ้!!!!” ผมร้องลั่นเมื่อทีมฝั่งวิศวะทำแต้มนำโดนการยิงประตูของไอ้เบลเพื่อนในกลุ่ม ก่อนจะหันไปกอดคอกับไอ้พอลอย่างดีใจที่เวลาของเกมส์นี้กำลังจะใกล้สิ้นสุด และถ้ายังนำแบบนี้วิศวะจะเข้าสู่ทีมชนะเลิศ ซึ่งผม และไอ้พอลที่ถูกเพื่อนในกลุ่มเรียกว่าเป็นบุคคลว่างงานจึงมีหน้าที่มาเชียร์เพื่อนๆ ที่ลงแข่ง โดยไอ้โชที่บาสได้เข้าไปแข่งรอบชิงเรียบร้อยแล้วมันก็มีเวลาไปเชียร์แฟนมัน ที่เป็นตัวแทนกีฬาฝั่งคณะแพทย์เหมือนกัน ซึ่งขานั้นเค้ามีเพื่อนจากฝั่งมัธยมไปด้วยผมเลยมากับไอ้พอลมัน อีกอย่างมาเชียร์เพื่อนตัวเองก็น่าจะดีกว่า ถึงแม้เพื่อนไอ้โชจะมีญาติผมอยู่ในนั้นก็ตามเถอะ

 

“ไอ้พีชมึงหันมานี่ดิ!” ระหว่างที่กำลังลุ้นไปกับการวิ่งเตะลูกหนังบนพื้นหญ้าของเพื่อน ไอ้พอลก็เรียกผมให้หันไปหามัน ผมก็หันไปหามันตามที่ถูกเรียกแต่โดยดี ก่อนที่มันจะยกมือมาหยิบเศษขนมปังที่มุมปากออกให้ แล้วยื่นให้ผมดู

 

“มูมมามสาส กินเป็นเด็กไปได้มึง” ด่าไม่พอครับยังมาผลักหัวผมอีก ผมมองมันตาขวางหน่อยๆ ก่อนจะหันไปสนใจเกมส์ต่อ โดยไม่ได้รับรู้เลยว่า ทุกการกระทำของผมมันดันเข้าไปอยู่ในกรอบสายตาของใครบางคน.....

 

 

 

 

( M O G U L – S I D E )

 

 

วันนี้เป็นวันที่แข่งเพื่อเข้ารอบชิงของกีฬาประเภทฟุตบอล ซึ่งวิศวะแข่งกับคณะบริหารธุรกิจ อาจารย์แว่นที่จดจ่อกับชัยชนะของวิศวะมากไม่เป็นอันสอนเลยปล่อยพวกเราเร็วกว่าปกติแล้วสั่งให้มาเชียร์พวกน้องๆ ด้วย ซึ่งความจริงพวกพี่ปีสูงไม่ค่อยเข้ามาวุ่นวายกับงานแบบนี้เท่าไหร่ เพราะมอบหน้าที่ให้ปีสองดูแลอยู่แล้ว แต่ไหนๆ อาจารย์แกย้ำก็เลยลองมาดูสักหน่อย ผมเลยชวนไอ้ต้นมาดูฟอร์มเด็กปีหนึ่งว่ารอดไหม เพราะอีกทีมที่เข้าไปรออยู่แล้วคือคณะวิทยาศาสตร์ ซึ่งเพิ่งมีคดีกันเมื่อตอนแข่งบาส ซึ่งเขาคิดว่าคณะนี้ต้องคัดตัวเจ๋งๆ มาชนกับเราแน่ๆ ถ้าหากได้เข้ารอบชิงไปเจอกัน

 

ซึ่งยอมรับว่าปีนี้ก็ไม่ได้ทำให้ผิดหวัง วิศวะเล่นค่อนข้างจะมีทีมเวิร์ก และฟอร์มดีมาก จนผมไม่ต้องเป็นห่วงอะไรอีก ในขณะที่กำลังจะชวนไอ้ต้นไปหาอะไรกินก่อนประชุมเชียร์สายตาดันไปเห็นร่างที่คุ้นเคยกำลังลุกขึ้นกระโดดโลดเต้นเมื่อวิศวะยิงประตูลูกที่สองเข้า เสียงเฮลั่นไปทั่วทั้งสนามแต่ผมกลับได้ยินเสียงร้องของเจ้าตัวได้อย่างชัดเจน

 

“ตกลงยังไงเนี่ยมึง” ไอ้ต้นพูดขึ้นมาขณะที่ผมยังมองไปที่จุดๆ เดิม ที่ตอนนี้หันไปกอดเพื่อนของตัวเองที่อยู่ข้างๆ ผมเลิกคิ้วสูงขึ้นเล็กน้อยก่อนจะหันมาสนใจไอ้ต้นที่กำลังมองมาทางผม

 

“มึงหิวแล้วดิ ไป! ไปหาอะไรกินป้ะ!” ผมทำท่าจะหันหลังกลับแต่ไอ้ต้นมันรั้งผมไว้ก่อน จนผมต้องหันไปมองหน้ามันเชิงคำถาม

 

“เปล่า กูไม่ได้หิว ที่กูอยากรู้คือเรื่องเด็กมึงนู่นนนน” ต้นพูดพร้อมพยักพเยิดหน้าไปทางที่ผมเพิ่งละสายตาไป

 

“ไม่นิ ไม่ได้คิดอะไร นั่นมันหลานกู มึงบ้าป่าวเนี่ยต้น ให้กูคิดอะไร?” ผมหัวเราะร่วนกับคำถามของเพื่อน ความจริงก็คิดหน่อยๆ แหละ คืออยากแกล้ง มีบางที่วูบๆ ไหวๆ ไปนิดๆ แต่ผมคิดว่าน่าจะเป็นเพราะเรื่องของแพรมากกว่า เพราะเฮิร์ทเลยอยากได้ใครสักคนมาแทนที่ แต่เรื่องของผมกับแพรมันเกิดมาจากความผูกพัน ซึ่งมันไม่น่าเกิดขึ้นได้ระหว่างผมกับเด็กคนนั้นที่ไม่ได้ผูกพันอะไรกันเลย นอกจากเขม่นกันมากกว่า อีกอย่างเราสองคนก็ต่างเป็นผู้ชายเหมือนกัน

 

“หึ! ก็แล้วแต่นะ อย่าคิดว่ากูไม่รู้นะโมเรื่องที่มึงบอกไอ้ก้องว่ากลับไปเอาปากกานำโชคมึงเพื่อทำควิชหนะ แต่จริงๆ แล้วมึงแอบซื้อโจ๊กเอาไปให้น้องเค้าที่หอ ตากฝนจนมึงไม่สบาย” ไอ้ต้นมันยืนพูดโดยเอามือล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกงทั้งสองข้าง สายตาจับจ้องไปที่สนาม และผมที่มองหน้ามันอย่างทึ่งๆ

 

“ระวังนะมึง ลีลามาก เดี๋ยวหมาคาบไปแดกอีกคน เพราะกูรู้มาว่าน้องมันก็มีคนแอบชอบเยอะอยู่พอควร หน้าตาก็ดี นิสัยก็โอเค แถมยังกล้า และเด่นขนาดนี้ กูว่าถ้าจะลีลาก็เชิญเถอะครับ” หูผมก็ฟังที่ไอ้ต้นพูดครับก่อนจะเบนสายตาไปมองอีกคนที่เป็นประเด็นของการสนทนาครั้งนี้ แล้วพบว่าเพื่อนสนิทของอีกคนกำลังเช็ดปากให้อยู่อย่างถึงเนื้อถึงตัว และภาพที่เห็นก็ทำให้ผมเกิดความรู้สึกแปลกๆ รวมไปถึงสมองที่ดันประมวลภาพเมื่อเช้าให้เข้ามาในสมองอีก

 

ภาพที่เขาลืมตามาแล้วพบว่ามีใบหน้าของอีกคนนอนอยูใกล้ๆ และแขนของผมที่รั้งกายผอมบางนั้นไว้ในอ้อมกอด ตอนนั้นหัวใจของผมเต้นแรงแทบจะระเบิดออกมาจากอก ก่อนที่จะรีบลุกขึ้นมาแล้วหนีไปอาบน้ำเพื่อระงับความรู้สึกที่เขาไม่สามารถอธิบายได้ จนกระทั่งเกิดเรื่องวุ่นวายต่างๆ นานา

 

นี่ตกลงเขารู้สึกยังไงกันแน่?

ยอมรับว่าเขาก็ยังเจ็บเรื่องของแพรอยู่ แต่ทำไมต้องรู้สึกไม่ชอบเวลาที่เห็นเด็กคนนี้อยู่กับคนอื่นแบบไม่ระวังตัว และให้ความสนิทสนมจนเกินไป

 

นี่ผมเป็นอะไร?

 

 

“ต้น....กูเป็นอะไรวะ? กูไม่รู้จะตอบคำถามมึงยังไง แต่กูชอบผู้หญิงนะ ชอบมาตลอดมึงเพื่อนกูมึงรู้ใช่ไหม?” ผมหันไปหาไอ้ต้นที่มันยกมือขึ้นมาตบบ่าผมเบาๆ

 

“โม....บางทีความรักมันเป็นเรื่องของความรู้สึกหวะ เราไม่ใช่สมองคิดอะไรให้มันมากมาย เหตุผลต่างๆ นานา หรือทฤษฎีอะไรที่มึงเรียนมาช่วยในเรื่องนี้ไม่ได้ มึงลองนึกถึงตอนที่มึงชอบแพร มึงก็ไม่เห็นมีเหตุผลอะไรมาถามตัวเองเลยว่าทำไมมึงถึงชอบแพร”

 

“แต่กูเป็นผู้ชาย น้องก็เป็น.....เหมือนกู”

 

“โม....บางทีความรัก แม่ งก็เลือกเพศไม่ได้หวะ” ผมมองหน้าไอ้ต้นที่กำลังยิ้มบางๆ มาให้ ก่อนจะหันไปมองอีกคนที่กำลังใจจดใจจ่อกับเกมในสนาม แล้วก้มมองดูพื้นที่ตัวเองกำลังเหยียบเหมือนกำลังมองหาว่าที่ผมเหยียบอยู่ตอนนี้กำลังอยู่จุดไหนบนสังคม ผมเห็นเส้นบางๆ ที่คั่นอยู่ระหว่างความจริง และความถูกต้อง

 

ความจริงที่ผมไม่รู้คำตอบ และกำลังหาคำตอบให้มัน กับความถูกต้องที่กำลังฉุดไม่ให้ผมต้องก้าวไปหาความจริง

 

และผมควรทำอย่างไรดี?

 

 

 

 

D O G M A T I C L O V E

To be continued.



แก้คำผิด
30-11-57

 

 

 

 


I M A G E

 

 

 

 










 





วันนี้วันดี ไปงานปีใหม่ที่บริษัทมาแล้วจับได้รางวัลที่สอง เย่!
คุ้มค่ากับการโดดเรียนจริงๆ #นิสัยไม่ดีไม่ควรเอาแบบอย่างนะจ้ะ 55
เห็นมีคนเรียกร้องใจสั่งมา เลยรีบปั่นให้ครบเลยถึงแม้จะถึงบ้านตอนห้าทุ่มกว่าๆก็ตาม ใจสั่งมาสุดๆ
ดังนั้นตัวเองอย่าลืมเม้นให้กำลังใจเค้าน้า <3
ขอตัวไปอาบน้ำเตรียมตัวนอน เพราะพรุ่งนี้ต้องตื่นแต่เช้าไปเรียนจ้า

รักสุดๆ
ซอลเฟส.



คุยกันสั้นๆ เพราะวันนี้เหนื่อยเหลือเกิน
อย่าลืมเม้นน้า<3

รัก
ซอลเฟส.



โอ๊ยยยยยย มีความสุขกับคอมเม้น 555555
วันนี้เลยเกิดปรากฏการณ์ใจสั่งมาอีกครา เนื่องจากไม่ได้ไปกินเลี้ยง
เพราะท่านเฮียของซอลติดธุระ เลยเป็นผลให้ฟ้าเป็นใจได้แต่งต่ออีก 30%
รักทุกคนมากจริงๆ เหมือนเราต่างสร้างความสุขให้แก่กันเนอะ
ดังนั้นเป็นความสุขของซอลต่อๆไปนะคะ
อย่าลืมเม้นเหมือนเดิมน้า ถึงพรุ่งนี้ซอลจะเปิดเทอมแล้ว แต่จะอัพเหมือนเดิมแน่นอน
เพราะใจสั่งมา!
#แถมพี่โม #แอร้ย #เพ้อและอิจฉาพีชมาก #เครซี่พี่โมขั้นแม็ก #Cr.Kim Woo Bin

 photo tumblr_mj0mzxF32l1rseebeo1_500_zpsda35ea0c.gif

รักมากเลยน้า
ซอลเฟส.




วันนี้เอาไปเบาๆ 20% ก่อนนะคะ เนื่องจากวันนี้มีงานที่ต้องเคลียร์
แต่เพราะคอมเม้นเลย ใจสั่งมาให้แต่งตอนที่เก้ามาเสิร์ฟ หิหิ
ครั้งนี้ก็ขอกำลังใจเป็นคอมเม้นน่ารักๆเหมือนเดิมน้า
1 เม้น = 1 กำลังใจน้า

ป.ล. พรุ่งนี้ซอลต้องไปงานวันเกิดคุณแม่ตอนเย็น อาจจะไม่ได้อัพ
แต่อย่างไรก็ตามต้องรอดูใจสั่งมาอีกที ว่าจะมีกำลังใจมากน้อยแต่ไหน

รักมากเลยน้า
ซอลเฟส.








 

 

 

SP's THANK
:) Shalunla

 

 

 

 

 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 61 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3,209 ความคิดเห็น

  1. #3181 Post-It-Conan (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2561 / 14:33
    ชัดเจนหน่อยพี่โม ช้าหมดอดแดรกนะคร้าบบบบ
    #3,181
    0
  2. #3076 Gulrat1122 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2560 / 09:28
    โอ๊ย อิพี่โมลีลา. เดียวขอให้มาคมาจีบจริงเถอะ5555
    #3,076
    0
  3. #2993 #DESTINY# (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2560 / 08:00
    รู้ใจตัวเองได้แล้ว และเดินหน้าจีบเลย5555
    #2,993
    0
  4. #2863 Mammy Sentereza (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2558 / 00:05
    เล่นหลานตัวเองหรอ ! โอ๊ยลั่น 555555 แบบว่าเขิล
    #2,863
    0
  5. #2805 janeicelet (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2558 / 22:35
    เมื่อไหร่พี่โมจะรุกพีชสักที
    #2,805
    0
  6. #2608 KiHaE*129 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 8 กันยายน 2558 / 03:30
    นึกว่าพี่จาวเป็นพี่รหัส
    ไอย่ะ
    ไม่รู้ตัวหรอพี่โมนึกว่าแอบเนียนกอดน้อง
    #2,608
    0
  7. วันที่ 21 มิถุนายน 2558 / 16:02
    เสน่ห์แรงไง 55555555
    #2,428
    0
  8. #2221 P.Secret (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 28 เมษายน 2558 / 20:22
    เรื่องแบบนี้ ใช้ใจคิดมั้ยคะ
    #2,221
    0
  9. #2170 Flint (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 17 เมษายน 2558 / 21:30
    แหม่ น่ารักทั้งสายรหัส-..-
    #2,170
    0
  10. #2020 ony.pp (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2558 / 17:35
    สนุกอ่าชอบๆๆๆๆๆ
    #2,020
    0
  11. #1585 shshshx (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2557 / 13:20
    พอลคิดไรกับพีชป่ะเนี้ยยยยยย

    พี่โมอย่าซึนดิ
    #1,585
    0
  12. #1442 KimHeeBum (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2557 / 04:03
    พี่โมเรื่องหัวใจมันต้องใช้ความรู้สึก
    #1,442
    0
  13. #1413 Araya_Faii (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2557 / 21:15
    พี่โมสับสน >< ชอบที่พี่ต้นพูดอ่ะ เเล้วก็ชอบตอนที่พี่โมรู้สึกผิดตอนที่เเย่งรีโมทเเอร์พีช นั่ลล้าคคคค จุดๆนี้ชอบผช.เเบบพี่โมมาก ตกใจตอนที่บอกว่าพี่เมทเป็นผญ. พี่โมเงียบเลยงานนี้ ตอนที่เเล้วเม้นว่าพี่จาวเป็นพี่รหัสพี่โม ไม่รู้เอามาจากไหน โทษทีงับ สงสัยเบลอ 55555 พี่ดีพกับพี่เมทนี่ก็ได้เรื่องเลยนะ ชอบเรื่องนี้ รักเจ๊ซอล รู้สึกช่วงนี้เม้นยาว
    #1,413
    0
  14. #1370 kaew (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2557 / 18:29
    ชอบมาก เลยค่ะ fc พี่โม555
    #1,370
    0
  15. #1353 cHAchar (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2557 / 12:28
    พี่โม่โม้สับสนซะแล้วครับทั่นนนนนน
    ค้นหาใจตัวเองดีๆนะเอื้อถถถถถถถถถถถถถ
    #1,353
    0
  16. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  17. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  18. #1130 poungsaed (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2557 / 20:50
    พี่โมเริ่มมีอาการล่ะ 5555
    #1,130
    0
  19. #1029 qunutty18 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 29 กันยายน 2557 / 21:54
    พี่โมปล้ำเลย กำลังเมาพอดี #ไม่ใช่หรอ #อ้าว
    #1,029
    0
  20. #990 p_cosicosi (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 24 กันยายน 2557 / 15:53
    รอฉันรอเธออยู่ งานงอนต้องมาป่ะนี่คิคิ
    #990
    0
  21. #973 Kenji So (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 22 กันยายน 2557 / 08:50
    ชอบเฮียแมทอ่ะ พูดโดนจายยยยยยย
    #973
    0
  22. #962 Lookkaew :p (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 20 กันยายน 2557 / 10:58
    น่าสงสารเขานะครับ 5555
    #962
    0
  23. #676 Akane View (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2557 / 09:17
    เออ ถ้าจะมาเอาคืนจะหลังแกวนให้5555
    #676
    0
  24. #347 GALAXY_YJ (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2557 / 22:42
    เมื่อไรน้องพีชมันแม่ งจะรู้ตัวคะเนี่ยยย ลุ้นจนตัวโก่งว่าแต่พี่ต้นรูัเรื่องโจ๊กเพราะน้อบดิพใช่ป่ะ.
    #347
    0
  25. #321 fevor (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2557 / 17:23
    รอๆ มาอัพต่อเร็วๆเน่อ
    #321
    0