DOGMATIC LOVE (Yaoi) | รับน้องป่วนๆกับก๊วนวิศวะ

ตอนที่ 8 : Ch 8 - Freshy Day "วัน - แดง - เดือด!"

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 16,673
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 70 ครั้ง
    22 เม.ย. 58

 


8

Freshy Day

 

วัน – แดง – เดือด

 

 

 

 

 

 

P.Peace

08.30 (  พวกมึง กูเหมือนกำลังจะเป็นบ้าหวะ

ตื้ดดึง!

Paul-Pattanan

เป็นอะไรวะมึง   ) 08.31

โอเคป่าว   ) 08.31

TTTURK

08.31

แต่เช้า! พี่โมขืนใจรึไงมึง!   ) 08.32

P.Peace

08.32   

08.33   (   ชีวิตกูด๋อยกว่านั้นอีกเหอะ

08.33   (  กูกระโดดลงไปวัดใจกับพี่เงินพี่ทองในสระมรกตดีป้ะวะ?

RATIO-STARBUCK

กูงงครับ บอกเลยว่าไม่เคลียร์ ) 08.34

เป็นไรมึง  ) 08.34

Paul-Pattanan

เออ มึงเป็นไร ถามไม่ตอบ   ) 08.34

TTTURK

กูรอเสพย์   ) 08.34

BELLLLLL.LABEL

งง   ) 08.34

 P.Peace

08.35   (   มึง

08.35   (   พี่โมเป็นลุงรหัสกู

Paul-Pattanan

ไม่ฮา ไอ้พีช   ) 08.35

ถ้ามึงได้พี่เค้าจริงกูว่าแม่.งพรหมลิขิตโคตรๆหวะ   ) 08.36

TTTURK

08.36

P.Peace

08.36   (   กูก็ไม่ขำ สัส

08.36   

RATIO-STARBUCK

ทุกคนครับ โปรดไว้อาลัยให้เพื่อนพีชหนึ่งวิครับ ) 08.37

BELLLLLL.LABEL

55555555555   ) 08.37

Paul-Pattanan

กูว่ามึงดวงชะตาต้องกันกับพี่โม ชัวร์   ) 08.37

ยอมพี่เค้าเหอะมึง     ) 08.38

เนื้อคู่สัส     ) 08.38

TTTURK

มึงนี่ กูไม่รู้หาคำไรมาปลอบใจ แต่กูขอขำก่อนได้ป่าววะ   ) 08.38

55555555   ) 08.38

P.Peace

08.38   (   รักกูจริงพวกมึง รีบมาเลยกูรออยู่สนามบอลแล้วเนี่ย

08.39   (   มาช้ารอบนี้กูไม่เช็คชื่อให้ด้วย บาย

 

 

ผมปิดแอพพลิเคชั่นที่ไว้แชทกับเพื่อนทางโทรศัพท์ก่อนจะเดินเข้าไปในสนามบอลที่วันนี้ต้องเรียนเป็นคาบกิจกรรมของนิสิตปีหนึ่ง ซึ่งพวกเราทั้งห้าคนเลือกเรียนวิชาเดียวราวกับบังเอิญ ที่จริงผมอยากเลือกบาสนะ แต่บาสไม่มีใครรายวิชานี้ผมเลยอดไป ก่อนจะทิ้งตัวนั่งลงบนแสตนด์ที่กลางสนามเพื่อรอไอ้สี่คนที่เพิ่งตอกย้ำความซวยของผมโดยรู้สึกแบบเห็นอกเห็นใจมากกกกกก แบบกอไก่ประชดยาวๆนะครับ เพราะผมคิดว่ามันกำลังหัวเราะเยาะผมอยู่ยังไงยังงั้นอ่ะ

 

ใครไม่เป็นผมแม่.งไม่รู้หรอเหอะ คือพี่โมเป็นคนที่ไม่อยากเข้าใกล้ที่สุดในโลกอ่ะครับ ทั้งหมดทั้งปวงจะใครก็ได้ไม่เกี่ยง ได้พี่ไม่เทคไม่ว่า ทำไมต้องเป็นไอ้พี่โมวะ! ตอบ!!! ฮือออออออออออออออออออออออออ!

 

 

 

D O G M A T I C L O V E

 

 

 

“ปีหนึ่งทั้งหมดแถวตอนเรียนยี่สิบปฏิบัติ!” ผมหันไปมองต้นเสียงทุ้มที่กำลังยืนอยู่บนบันไดขั้นบนสุดหน้าลานเกียร์ของคณะวิศวะ ซึ่งวันนี้ปีหนึ่งสาขาคอมต้องประชุมเชียร์ในรอบเช้าเนื่องจากตอนบ่ายมีแข่งกีฬาเฟรชชี่นัดแรก และแก้ปัญหาการโดดประชุมเชียร์เพราะอ้างว่าซ้อมกีฬาไปในตัว ซึ่งผมเป็นหนึ่งในนักกีฬาที่ต้องไปแข่ง พวกเราทั้งหมดวิ่งหน้าตั้งเข้าไปจัดแถวตามเรียก พร้อมกับจัดระเบียบแถวให้เรียบร้อย ซึ่งตามโควตานับสิบมาตรฐานวิศวะเรียบร้อย ซึ่งไอ้พี่โมก็ยังมีหน้าเดียว ทำหน้าเหมือนเดิม หน้าแบบเดิมๆ หน้านิ่งๆ ไม่มีอารมณ์ร่วมอะไรทั้งนั้น

 

“ทั้งหมดนั่งครับ” พี่โมพูดสั่งให้พวกเราทั้งหมดนั่ง วันนี้พี่ว้ากทั้งห้าคนมาครบ ไม่ว่าจะเป็นพี่โม พี่ต้น พี่ก้อง ที่คุ้นหน้ากันดี และยังมีพี่หนึ่ง พี่ทิพย์ที่ส่วนใหญ่จะเป็นกองหนุนเสียมากกว่า วันนี้มาแปลก มาแบบงงๆ และผมคิดว่ามันไม่ธรรมดาอีกแน่นอน

 

“วันนี้ผมจะเรียกประชุมเพียงแค่สั้นๆ เนื่องจากจะมีการแข่งกีฬา และนักกีฬาบางคนจะต้องไปทำการซ้อมก่อนแข่งจริง และวันนี้ ผมจะมาแจ้งว่าพวกคุณจะต้องตามหาเนื้อเพลงคณะที่หายไป ในสมุดล่าลายเซ็นที่ผมแจกไปให้ ในนั้นจะมีเนื้อเพลงอยู่ และมีสองประโยคที่หายไป ซึ่งบางคนอาจจะสังเกตเห็น หรือบางคนยังไม่รู้เลยว่ามีคำเหล่านั้นอยู่ ซึ่งพวกคุณจะต้องไปหาประโยคที่หายไปนั้น และต้องเป็นประโยคที่ถูกต้อง และร้องให้ได้ก่อนที่งานเฟรชชี่ไนท์จะจบลง”

 

ผมนั่งอ้าปากค้างกับสิ่งที่พี่โมบอกกล่าวมา หาเนื้อเพลงที่ไม่เคยรู้มาก่อนว่ามันคืออะไรเนี่ยนะ? จะหามาจากไหนวะ???

 

“วันนั้นผมจะสอบบูม และเพลงคณะซึ่งผมคิดว่าวันนั้นพวกคุณจะทำได้ดีในทุกๆ เรื่องนะครับ ทุกปีที่ผ่านมาวิศวะไม่เคยแพ้ใคร ถึงผมไม่ได้คาดหวังอะไรมากแต่ผมอยากให้คุณเงยหน้ามองธงสีแดงเลือดหมูตรงหน้า” พี่โมชี้ไปที่ธงคณะซึ่งกำลังปลิวไสวอยู่ด้านหลังรูปปั้นเกียร์หน้าลาน

 

“ถ้าพวกคุณอยากถือเสานี้ เอาไปได้เลย....แต่...พวกคุณจะมีแค่เสา แต่พวกผมมีธง เพราะผมมีรุ่น! วันนี้ฝากไว้แค่นี้ครับ เลิกประชุมได้” พี่โมพูดจบก็เดินเข้าตึกเรียนไปเลย ทิ้งให้พวกเราปีหนึ่งนั่งมองกันงงๆ บ้างก็เริ่มลุกขึ้นยืน และเดินออกไปทำอะไรตามอัธยาศัย ผมเองก็เป็นหนึ่งในกลุ่มนั้นที่ลุกขึ้นก่อนจะทำหน้าเซ็งๆ

 

“ลุงมึงนี่สำบัดสำนวนนะมึง แม่ งปลุกใจซะกูของขึ้นเลย!” ไอ้พอลพูดขึ้นพร้อมกับหันไปมองธงคณะที่ยังคงอยู่บนเสา ปลิวไสวตามแรงลม พวกเราที่เหลือเลยหันไปมองด้วย

 

“เออ..กูจะเอารุ่นให้ได้ ใจพี่เค้าแพงเท่าไหร่กูก็จะซื้อมา” ไอ้เติร์กอีกคนครับ วันนี้มันดูเอาจริงเอาจังผิดวิสัยคนขี้เล่นของมันมาก

 

“มึงนี่เอะอะไรซื้อ บ้านรวยไง?” ผมตบกระบาลมันก่อนจะล็อคคอให้เดินออกมาจากตรงนั้น พี่ปีสามเยอะไปเดี๋ยวใครได้ยินเข้ามันจะไม่ดีเอา ชีวิตอาจพังเอาได้

 

“ไอ้พีช กูไม่ได้บอกว่าจะเอาเงินซื้อ มึงนี่!

 

“เอ้า! ก็กูเข้าใจเป็นงั้นนี่หว่า”

 

“กูหมายถึงว่ากูจะเอาใจซื้อเว้ย! กูจะชนะให้ได้ไอ้กีฬาเชี่ยแม่มนี่!” ไอ้เติร์กทำหน้ามุ่งมั่นไม่พอแถมยกกำปั้นชูขึ้นฟ้า ไอ้พวกผมก็เอาฮาด้วยครับ เด็กปีหนึ่งวิศวะห้าคนตัวควายๆ ชูมือขึ้นฟ้าประสานกำปั้นกัน ก่อนจะไล่เตะกันตามประสา ไม่นานนักก็ถึงเวลาที่ผมต้องไปซ้อมบาสครับ พี่อัพโทรตาม ไอ้โชกับผมเลยขอตัวออกมาก่อน

 

 

“เล่นตามโซน เรโชมึงเป็นเซ็นเตอร์ ระวังไอ้เบอร์สิบหกฝั่งวิทยาให้ดี มันตัวสูงพอๆ กันคิดว่ามันต้องสกัดมึงได้ แต่เล่นตามที่เราซ้อมมา ส่วนไอ้พีชไอ้ดิว มึงปีกซ้ายขวา เหนื่อยหน่อยระวังเบอร์สี่ กับแปดฝั่งนู้นด้วย ส่วนไอ้ป้องกับไอ้ปราบ พวกมึงเป็นการ์ด คอยกันพวกมันด้วยใช้ความเป็นฝาแฝดพวกมึงให้ดีนะเว้ย แล้วอย่าลืม! ตามแผนที่ซ้อมมา สู้ไหมพวกมึง!” พี่อัพทวนแผนอีกครั้งก่อนจะยื่นมือเข้ามากลางวงพวกเราทั้งห้าคนยื่นมือทับมือหนานั้นก่อนจะมองหน้ากันแล้วพยักหน้า

 

“สู้!” เสียงปลุกใจดังขึ้นก่อนที่เราทั้งห้าคนจะเดินเข้าสนามซึ่งมีอีกฝั่งเดินเข้ามารออยู่ก่อนแล้ว อาจารย์ทนงศักดิ์ยืนถือลูกบาสอยู่บนวงกลมกลางสนามเรโชเดินเข้าไปหาอาจารย์เพื่อเสี่ยงหัวก้อยเลือกฝั่ง ซึ่งเรโชเสี่ยงได้เลยเลือกฝั่งขวา นักกีฬาทั้งหมดจึงตั้งโซนประจำฝั่งของต้นพร้อมกับร่างสูงๆ ของเรโชกับเบอร์สิบหกที่ยืนรอแย่งลูกกับบนวงกลมกลางสนามนั้น ในสนามเงียบกริบเมื่อกรรมการยกมือให้สัญญาณ ราวกับลุ้นว่าคะแนนแรกนี้กำลังจะเป็นของใคร และทีมไหนจะได้เปรียบชิงคะแนนมาก่อน ทันทีที่เสียงนกหวีดดัง อาจารย์ทะนงศักดิ์โยนลูกบาสขึ้นสูงเรโชก็กระโดดคว้าลูกพร้อมกับวิ่งบุกไปที่แป้นอีกฝ่ายโดยมีป้องปราบคอยกันไม่ให้ใครเข้ามาแย่งลูก และผมกับไอ้ดิวก็คอยเข้าไปเสียบแย่งลูกคืนหากอีกฝ่ายได้ลูกไป

 

เสียงร้องเชียร์อื้ออึงไปทั่วโรงยิม รวมไปถึงเสียงกลองปลุกใจของแต่ละฝ่าย เสียงยางของพื้นรองเท้าผ้าใบเสียดกับพื้นไม้สนามดังเอี๊ยดอ๊าด และเสียงสั่งร้องบอกแผนต่างๆ จากพี่เลี้ยง ทุกอย่างดำเนินไปอย่างดี ทีมวิศวะคะแนนนำไปก่อน 25 ต่อ 14 ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่ถ้าไม่ติดว่าอีกฝ่ายมีทีท่าว่าจะเล่นหนักขึ้นเรื่อยๆ

 

จนกระทั่งปีกอีกฝ่ายแย่งลูกจากมือไอ้ดิวไปได้จึงเป็นหน้าที่ผมที่จะช่วยเข้าไปแย่งลูกคืน ซึ่งคนถือลูกก็ไมได้อยู่ไกลจากผมเท่าไหร่นัก และมันคงสำเร็จถ้าไม่มีไอ้ร่างยักษ์จากไหนไม่รู้วิ่งพุ่งเข้ามากระแทกตัวผมอย่างจังจนเซออกไปนอกสนามและหัวกระแทกกับโครงแป้นอย่างจัง!

 

ยอมรับว่าเจ็บครับ รู้สึกมึนๆ ไปชั่วขณะ และเสียงนกหวีดที่ดังขึ้นบ่งบอกว่าฟลาว ทำให้เพื่อนๆ ในทีมวิ่งออกมาดูผม รวมทั้งไอ้โชที่อยู่กลางสนามรีบวิ่งมาดู

 

“เฮ้ย! ไอ้พีชมึงโอเคป่าววะ!” เรโชก้มลงมาดูอาการผมที่ตอนนี้พยายามจะลุกขึ้นมายืนสะบัดหัวไล่ความมึนออก

 

“กูไหว แต่ทำไมพวกมันเล่นแรงแบบนี้วะ?” ผมพยักเพยิดหน้าไปให้อีกฝ่ายที่ไม่ได้รู้สึกรู้สาอะไรกับอุบัติเหตุครั้งนี้ ไม่คิดแม้แต่เข้ามาดูอาการผม และขอโทษสักคำ

 

“กูว่ามึงไม่โอเคแล้วหวะ” ไอ้ดิวว่าพร้อมกับดึงมือผมออกจากการกอบหัวไว้

 

“ทำไมวะ?” ผมถามขึ้น ก่อนจะก้มมองมือตัวเองที่ตอนนี้มีคราบเลือดติดอยู่บนนั้น พร้อมกับสีหน้าตกใจของเพื่อนๆ ในทีม รวมถึงพี่อัพที่ตอนนี้ขอเวลานอกแล้วเดินเข้ามาดูสถานการณ์ของผม

 

“มึงหัวแตกหวะไอ้พีช!” พี่อัพร้องเสียงดัง สร้างความฮือฮาในสนามไม่น้อย อย่างน้อยก็มีเสียงประท้วงมาจากฝั่งวิศวะซึ่งผมเองได้แต่ยิ้มแห้งๆ และเริ่มรู้สึกเจ็บขึ้นมาทันที่รู้ว่าเป็นอะไร เข้าใจว่าเป็นเหงื่อตั้งนานนะเฮ้ย TT

 

“มึงออกมานอกสนามก่อน มึงต้องไปโรงบาล เดี๋ยวกูให้ไอ้ดุ๊กลงแทนมึง” พี่อัพว่าพร้อมกับประคองผมออกมาจากสนาม ท่ามกลางความไม่พอใจของเพื่อนในทีมที่มีต่อคู่แข่ง โดยเฉพาะไอ้คู่แฝดที่ถามพี่อัพว่าเอาคืนได้ไหมอยู่ตลอดเวลา

 

“เอาไงดีวะ เดี๋ยวพี่โทรหาเพื่อนก่อนดูว่าใครมีรถมามั่ง” พี่อัพหยิบมือถือขึ้นมากำลังไล่หาเบอร์เพื่อน

 

“เดี๋ยวผมไปส่งเอง รพ.หนะผมเอารถมา” เสียงทุ้มของผู้มาใหม่ทำให้ทั้งผม และพี่อัพเงยหน้าขึ้นมอง ก่อนจะยกมือไหว้กันพัลวัน เพราะไอ้คนมาใหม่เป็นถึงประธานปกครอง และเฮดว้ากที่ผมเพิ่งเจอหน้าเมื่อตอนเที่ยงนี่เอง

 

เอาแล้วไงชีวิตกู....

 

“เฮ้ย! ไม่เป็นไรครับพี่ เดี๋ยวผมรอทีมพยา...”

 

“ไม่ต้องรอ คุณเฮ้ยกับผมได้รึไง ผมเป็นเพื่อนคุณหรอ?” พี่โมว่าพร้อมกับทำหน้าดุ พอดีกับที่ทีมพยาบาลเข้ามาทำแผลเบื้องต้นให้ผม

 

“ขอโทษครับพี่” ผมเอ่ยขอโทษพี่เขาไปเบาๆ กับเรื่องที่ถูกตำหนิเมื่อครู่ พร้อมกับเดินไปหยิบผ้าขนหนูเพื่อมาเช็ดเหงื่อออกไปบ้าง

 

“ตามมาเร็วๆ” ไม่ทันได้ทำอะไรเสร็จพี่โมก็เดินนำออกไปที่ประตูทางออกพร้อมกับหันมาบอกให้ผมเดินตามเจ้าตัวไปเร็วๆ เออะ...ขอกูตั้งตัวแป้บได้ป้ะวะ? คือกูคนเจ็บไง? อ่อนโยนกับกูหน่อยไม่ได้ไง? ห๊ะ?????

 

 

 

D O G M A T I C L O V E

 

 

 

 

ระหว่างที่เดินตามร่างสูงตรงหน้าออกจากโรงยิมเพื่อลงไปที่ลานจอดรถ ผมได้แต่ทำปากขมุบขมิบใส่อีกฝ่ายที่เอาแต่ก้าวเอาๆ ไม่ได้สนใจผมเลยที่เดินตามทันหรือไม่ คิดว่าขายาว ตัวยาวแล้วเดินจ้ำเอาๆ ไม่สนใจคนที่ขาสั้นกว่าหรือไงวะ นี่ถ้าไม่ติดว่ากลัวนะ ด่าแล้วนะเนี่ย! บอกเลย!

 

“โอ๊ย!” ไม่ทันได้เก่งในใจได้นานครับ ผมต้องร้องเสียงดังเมื่อเดินชนแผ่นหลังของคนที่ผมเพิ่งด่าในใจเมื่อครู่ จะหยุดก็หยุด เอ๊อะ! นี่เต็มใจพากูไปป้ะเนี่ยไอ้พี่โม! ผมกุมบริเวณแผลที่เพิ่งกระแทกกับแผ่นหลังกว้างๆ นั่นที่มันรู้สึกเจ็บจี๊ดขึ้นมาอีกครั้งหลังจากชาๆ ไปแล้ว น้ำตาแอบซึมกับความทรมาณนั้นหน่อยๆ แต่ไม่วายต้องหลบสายตาดุๆ นั่นที่มองลงมาที่ผม

 

“คุณเดินช้า เมื่อไหร่จะถึงโรงพยาบาลกัน มานี่” เจ้าของเสียงทุ้มเอ่ยบ่นพร้อมกับคว้าเอาข้อมือผมไปกอบกุมแล้วดึงให้เดินออกไปพร้อมกัน กลายเป็นว่าคราวนี้ไม่ต้องเดินแล้วครับ เป็นเหมือนวิ่งกลายๆ ไปหละ เพราะไอ้พี่โมมันขายาวก้าวเอาๆ ไอ้คนขาไม่ยาวเท่าก็ต้องรีบเร่งฝีเท้าให้ทันคนข้างหน้า ไม่งั้นได้มีสิทธิหัวคะมำได้แผลเล่นๆ อีกแผลสองแผลแน่นอน

 

นานครับ จากชั้นห้าก็ลงมาถึงลานจอดรถของคณะเสียที พี่โมปล่อยข้อมือผมให้เป็นอิสระเมื่อมาหยุดลงหน้ารถบีเอ็มดับบลิวคันสวย ที่ผมจำได้ว่าเคยทำตาพราวระยิบตอนเห็นมันจอดอยู่หน้าหอ หรือว่า?

 

อิพี่โมมันอยู่หอใกล้ๆ เราวะ????

 

“เอ้า! ต้องรอให้ผมไปเปิดประตูให้ไหมครับคุณพีช” ผมได้สติอีกครั้งเมื่อเห็นพี่โมขึ้นไปประจำที่คนขับเรียบร้อยแล้ว พร้อมกับลดกระจกเพื่อมาแขวะเขาแบบนี้

 

โห...ถ้ามันจะเยอะขนาดนี้เดินไปเรียกรถแท็กซี่ไปเองดีกว่า

คิดแล้วเบะปากครับ เกิดมาพี่พลับไม่เคยทำกับผมขนาดนี้มาก่อนเลยด้วย รู้ว่าผมเจ็บนี่แทบจะอุ้มไปถึงหน้าห้องหมอเลยนะเออ! คิดว่าอยากนั่งตายหรอวะ ก็แค่บีเอ็ม ไม่ขึ้นก็ได้โว้ย!

 

ผมหันหลังกลับแล้วเดินออกไปจากลานจอดนี้แบบไม่แคร์ว่าอีกฝ่ายจะเป็นใครแล้วทำหน้าแบบไหนอยู่ ให้รู้ไว้เลยพีชน้องเฮียพลับ บทจะอาร์ตก็ไม่แคร์ใครนะเว้ย! หึ!

 

“นี่คุณ! คุณพิชญ์พล! เก้าสิบสาม! หยุด!” เหมือนพี่โมจะเดินออกมาจากรถแล้วครับ เจ้าตัวตะโกนเรียกผม ซึ่งผมเองก็ไม่ได้สนใจที่จะหยุดตามคำสั่ง และไม่สนใจจะหันไปมองด้วยจนกระทั่งโดนกระชากข้อมือ แรงกระชากทำให้ผมหันกลับไปหาอีกฝ่าย แล้วเจอหน้าตานิ่งสงบสยบการเคลื่อนไหวสไตล์พี่โมเหมือนเดิม แต่ที่แตกต่างไปหน่อยคือแววตาหงุดหงิดที่เจ้าตัวแสดงออกมา

 

“พี่ผมเจ็บ! คนเจ็บหนะไม่ใช่จะมากระชากเอาๆ นะเว้ย! อ่อนโยนหนะเป็นไหม!” ผมตะคอกใส่หน้านิ่งๆ นั่นแบบไม่สนใจแล้วว่าตอนนี้เขาจะเป็นใคร ตำแหน่งไหน และแม่ งมีอิทธิพลขนาดไหนก็ตาม แต่ที่รู้คือเริ่มโมโหครับ คือกูเจ็บอ้ะ! กูเจ็บอยู่แต่นี่ก็กระชากเอาๆ แบบเข้าใจไหมว่ากูเจ็บ!!!

 

“หึ!” พี่โมส่งเสียงขึ้นจมูกก่อนจะดึงผมกลับไปที่รถของเขา โดยไม่ได้สนใจเลยว่าผมจะดิ้น จะแกะ จะยกมือแม่  งแล้วกัดๆๆๆ ให้หายแค้น แต่แบบ...มันยังมีแรงเยอะกว่า และลากผมไปจนถึงรถได้ มือหนาเอื้อมมือหยิบกุญแจรถมาปลดล็อกแล้วเปิดประตูดันหลังให้ผมเข้าไปนั่งที่ข้างคนขับก่อนที่เขาจะรีบก้าวไปอีกฝั่งแล้วรีบล็อกรถได้ทันก่อนที่ผมจะมือดีเปิดประตูรถหนีไปอีก

 

แหมะ...กำลังจะทำพอดีนะ พูดเลย!

 

“ฤทธิ์เยอะ ไม่ได้เจ็บจริงหรอกมั้ง!” พี่โมว่าก่อนจะเสียบกุญแจและกดปุ่มสตาร์ทรถ ผมเหนื่อยที่จะต่อปากต่อคำ อีกอย่างอยู่บนรถเจ้าตัวไปแล้ว นั่งเงียบๆ ดีกว่าจะเกิดผล และผมไม่รู้ไปสะกิดต่อมอะไรพี่โมขึ้นมาอีก เจ้าตัวไม่ยอมออกรถเสียทีแถมยังนั่งมองหน้าผมอีก จนนึกรำคาญ

 

“ถ้าผมไม่ได้ทำแผลก่อนผมว่าป่านนี้ผมคงเลือดออกจนหมดตัวตายแน่ๆ” ผมเหล่มองร่างสูงที่ยังมองมาไม่ลดละสู้สายตาด้วยสักพักแล้วคิดว่าต้องหยุดซ่าเพียงแต่เท่านั้นก่อนจะเสมองออกไปนอกหน้าต่าง ที่มีนิสิตเดินไปมาบางตา เพราะส่วนใหญ่ไม่เรียนก็ไปเชียร์กีฬากันหมด

 

“ทำไม ไม่สู้ต่อแล้วหรอ ปากดีๆ แบบนี้ผมชอบนะ มันสนุกดี” พี่โมพูดขึ้นหลังจากที่ความเงียบเข้าปกคลุมบนรถได้สักพัก แต่ผมเลือกที่จะเงียบ ถึงแม้จะหงุดหงิดสักเท่าไหร่ก็เถอะ ลืมไปว่าตัวเองออกฤทธิ์ไปเยอะ เดี๋ยวเพื่อนๆ ร่วมรุ่นจะซวยกันหมด

 

“เมื่อกี้คุณพูดว่าอะไรนะ อยากให้ผมอ่อนโยนหรอครับ” ร่างสูงเอ่ยพร้อมขยับตัวเคลื่อนเข้ามาหาผมจนผมเบิกตากว้างแล้วพยายามเอนตัวหลบร่างสูงให้มากที่สุดจนจะกลายร่างเป็นเนื้อเดียวกับเบาะรถแล้วเนี่ย แต่ดูเหมือนจะไปเปิดทางให้ร่างสูงแทรกตัวเข้ามาได้มากกว่าเดิม ไม่พอแม่ งยังกางแขนกั้นผมเอาไว้ระหว่างเบาะนั่งอีกต่างหาก

 

แม่จ๋า! พ่อจ๋า!

ช่วยพีชด้วย!!!!

 

“อยากให้ผมอ่อนโยน ทำไมไม่บอกหละครับ เดี๋ยวผมจะจัดให้คุณแบบพิเศษเลย!” พี่โมพูดเสียงเบาพร้อมกับยกยิ้มมุมปากเจ้าเล่ห์ บอกเลยว่าเขายิ้มแบบนี้แล้วมันดูดีอ่ะนะ ทำเอาหัวใจผมเต้นผิดจังหวะไปหน่อย แต่!! ไม่ได้รสนิยมแบบนี้ป้ะวะ! ฮึ๊ยยยยยย! ทำไงดีวะเนี่ย!!

 

ร่างสูงเขยิบกายเข้ามาใกล้ผมมากกว่าเดิมจนผมต้องหลับตาแน่น และคิดหาทางออกให้ตัวเอง อยู่ๆ มือหนาก็ไปคว้าสายเซฟตี้เบลท์ออกมาแล้วจัดการคาดลงกับตัวล็อก แล้วขยับไปนั่งที่คนขับเหมือนเดิมจนผมต้องลืมตามองคนข้างๆ ตาปริบๆ

 

เออะ....

 

พี่โมเองก็ไม่ได้สนใจกับท่าทีนั้นของผมแม้แต่นิด เจ้าตัวกดเปิดเพลงจากทัมป์ไดร์ฟที่เสียบคาไว้กับตัวเครื่องพร้อมกับหักพวงมาลัยออกจากซองจอดรถแล้วขับไปตามทางมุ่งสู่โรงพยาบาลประจำมหาวิทยาลัย โดยที่มีผมที่นั่งเงียบสิ้นฤทธิ์ มัวแต่คิดถึงการกระทำน่าขายหน้าของตัวเอง

 

หลับตาทำบ้าอะไรวะ!

ฮึ๊ย!!!!!!

 

 

 

D O G M A T I C L O V E

 

 

 

พอมาถึงโรงพยาบาลพี่โมก็จัดการเรื่องการกรอกเอกสารให้ผมทั้งหมด ซึ่งผมยื่นบัตรประกันอุบัติเหตุที่พ่อทำไว้ให้เพื่อนเป็นการเรียกสิทธิ์ค่าใช้จ่ายครั้งนี้ ก่อนจะโดนลากไปดูแผล เอ็กซเรย์สมองว่ามีอะไรกระทบกระเทือนหรือมีเลือดคลั่งหรือไม่ จนกระทั่งมาฉีดยาชาแล้วเย็บแผลไปสี่เข็มเต็มๆ บอกเลยว่าผมนี่มึนงงไปหมด ไหนจะต้องมานั่งรอยาโดยมีพี่โมมานั่งรอด้วยทุกขั้นตอน ซึ่งเหมือนไม่มีเขาอยู่ด้วยอ่ะนะ เจ้าตัวยังคงเงียบ และนั่งกดมือถือส่วนผมเองก็ได้แต่นั่งมองเจ้าตัวเล่นโทรศัพท์อย่างงั้น หรือไม่ก็มองไปรอบๆ บริเวณ โชคดีที่นี่มีเปียโนตั้งอยู่กลางโถง และมีหมอที่ว่างๆ มาบรรเลงเป็นระยะ เลยแก้เบื่อไปได้บ้าง

 

“เป็นยังไงบ้าง ยาชาหมดรึยัง เจ็บไหม?” พี่โมละสายตาจากโทรศัพท์มือถือก่อนจะหันมามองหน้าผมที่ทำหน้าเบื่อๆเล็กน้อย ผมเหลือบมองร่างสูงที่ตอนนี้เก็บโทรศัพท์เข้ากางเกงไปเรียบร้อยแล้ว และหันมาสนใจผมแทน

 

“พี่ลองมาหัวแตกดูบ้างไหมหละครับ ผมช่วยได้นะ” ผมตอบไปโดยไม่ได้กลัวเกรงเท่าไหร่นัก เรียกว่าลามปามได้เลยละกัน

 

“ปากดี แสดงว่าไม่ได้เจ็บมากสินะ” พี่โมไม่ได้ว่าอะไรครับเจ้าตัวยังแถมเป็นรอยยิ้มกวนๆ กลับมาให้ผมอีกต่างหาก ช่างเป็นเรื่องอัศจรรย์ในชีวิตไอ้พีชจริงๆ

 

“พี่จะลองดูไหมหละ จะได้รู้ว่าเจ็บมากเจ็บน้อย ผมเจ็บหัวนะ ไม่ได้เจ็บปาก มันวัดกันได้ที่ไหนหละพี่” ผมบ่นพร้อมกับยู่หน้าใส่อีกฝ่าย ก่อนจะผงะกับสายตาวาววับที่อีกฝ่ายส่งมาให้

 

“อยากเจ็บปากด้วยไหมเดี๋ยวผมจัดให้” พี่โมว่าพร้อมกระตุกยิ้มมุมปาก

 

อันตราย!

พูดเลย ว่าพี่โมแม่ งไม่ธรรมดา! เห็นหน้านิ่งๆ แต่กวนไม่ใช่เล่นนะครับ!

 

“โหยพี่ ผมแซวเล่นแค่นี้จะต่อยปากกันเลยหรอครับ!” ผมอดแขวะอีกฝ่ายกลับไปไม่ได้ พี่โมกลับส่ายหน้าปฏิเสธ

 

อะไรวะ?

นี่จะต่อยจริงป้ะ? รอให้หายก่อนได้ป้ะวะ แล้วค่อยวัดกันสักหมัด อยากจัดด้วยอยู่เหมือนกัน!

 

“ผมไม่ต่อยคุณให้เจ็บมือเล่นๆ หรอก ผมมีวิธีที่ทำให้คุณเจ็บปากได้ง่ายกว่านั้น และวิธีนั้นผมค่อนข้างจะได้เปรียบไม่น้อยเลยหละ”

 

“อะไรวะพี่? งง ไม่เข้าใจครับ?” ผมตอบอีกฝ่ายไปพร้อมทำหน้างงๆ ไม่เข้าใจ พี่โมกวักมือเรียกผมเข้าไปใกล้ ผมเองก็ซื่อเข้าไปใกล้อีกฝ่าย ที่ป้องมือที่หูพร้อมกับกระซิบบอกเบาๆ

 

เชี่ย!!!!!

 

ทันทีที่พี่โมพูดจบผมก็ได้แต่นั่งอึ้งกิมกี่ อาซิ่มเรียกสิบทีก็ยังไม่หาย

 

ห่า!!!

มึงมาแนวไหนเนี่ยพี่โม!!!

จะเอาปากต่อยกูเนี่ย! บ้านไหนเค้าทำกันห๊ะ!!!!!!!

อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก!!!

 

 

คุณพิญช์พล ปัญจวัฒนานนท์ เชิญที่ห้องจ่ายยาค่ะ

  

ผมได้สติอีกที คือตอนที่ออเปอร์เรเตอร์เรียกให้เข้าไปรับยา โดยมีพี่โมเดินไปด้วยกันพร้อมเสียงหัวเราะขึ้นจมูกแบบกวนประสาทสุดๆ

 

เอาหละ ผมว่าชีวิตผมมันเข้าวิกฤติอันตรายยิ่งกว่าไคจูระดับสี่บุกโลกแล้วหละ

พี่โมนี่มึงแกล้งกูป้ะวะ?

คือพูดเลยว่ากูเป็นหลานมึงนะ? ทำมิดีมิร้ายกับหลานมึงนี่คือผิดนะเว้ย!!!!

 

โอ้ยยยยยยยยยยยยยยย!

อยากร้องไห้หวะ ณ จุดนี้! T ^ T

ร้องไห้แพร่บนะไอ้พีช ฮือออออออออออออออออออออออ!

 

 

 

D O G M A T I C L O V E

 

 

 

 

หลังจากที่รับยาเรียบร้อยแล้วผมก็เป็นเด็กดีนั่งเงียบๆ แบบเจียมตัวบนรถพี่โม ซึ่งตอนนี้เริ่มมึน และง่วง ไม่รู้เพราะความเหนื่อยจากการตีกับร่างสูงเจ้าของรถ หรือจากการเล่นกีฬากันแน่ พร้อมกับมาเจอแอร์เย็นๆ บนรถเลยพาให้เคลิ้มหลับไปแบบไม่ได้สนใจเลยว่าไอ้ที่นั่งอยู่เนี่ยไม่ใช่รถที่บ้านตัวเอง

 

“คุณ...คุณพิญช์พล คุณเก้าสิบสาม คุณ!” ผมสะดุ้งตื่นกับแรงสั่นเบาๆ ที่ไหล่ และเสียงเรียกที่เหมือนจะดังขึ้นเร็วๆ ก่อนจะแหกปากร้องออกมาลั่นรถด้วยความตกใจเพราะใบหน้ากวนๆ นั่นอยู่ห่างจากผมเพียงไม่ถึงคืบแถมกระพริบตาปริบๆ ใส่ผมแบบไม่รักษามาดหน้านิ่งสยบความเคลื่อนของพี่แกไว้เลย พี่โมเองก็ดูไม่ได้เดือดร้อนกับเสียงโหวกเหวกของผมเท่าไหร่นัก เจ้าตัวละใบหน้าออกไปพร้อมกับหัวเราะขึ้นจมูกเบาๆ

 

โดนแกล้งอีกแล้วสินะ.....

 

ผมทำหน้าเอือมเบาๆ แต่ก็อดหันไปยกมือไหว้ขอบคุณร่างสูงเจ้าของรถที่วันนี้เป็นสารถีพาเขาไปโรงพยาบาล แถมยังขับรถมาส่งที่หอก่อนจะลาพี่แกแล้วรีบลงจากรถไปด้วยอาการอยากนอนแบบสุดขีด หลังจากที่แสกนนิ้วเข้าประตูผมก็ไม่ได้สนใจอะไรอีกนอกจากกดลิฟท์เพื่อพาตัวเองไปถึงเตียงในห้องให้เร็วที่สุด

 

 

ผมไม่รู้ว่าตัวเองนอนหลับไปนานเท่าไหร่ ไม่รู้ว่าไอ้โทรศัพท์ส่วนตัวมันร้องดังมากี่สายต่อกี่สาย ไม่รู้ว่าประตูห้องมันถูกเคาะดังแค่ไหน ผมรู้แต่เพียงว่ารำคาญเสียงเหล่านั้น ก่อนจะเลิกผ้าห่มที่ถูกห่มลวกๆ ขยี้หัวอย่างนึกหงุดหงิดโดนไม่ได้จำเลยว่าหัวตัวเองเพิ่งผ่านจากการเย็บมาหมาดๆ จนปลายนิ้วไปสะกิดแผลที่หัว ให้ร้องโอดครวญจนน้ำตาซึมด้วยความเจ็บปวด อีกทั้งยาชาแม่ งหมดฤทธิ์แล้วด้วย เจ็บทวีคูญเลยทีนี้

 

ฮืออออออออออออออออออออออ

ใครวะ!! เคาะประตูอยู่ได้!!!!

ถ้าไม่มีธุระปะปังไรนะ พ่อจะด่าให้แม่ งร้องเลยคอยดู!!

 

แกร็ก!

“ใครวะ!!!

 

“หืม?”

 

“เฮ้ย!!!!

 

“เฮ้ยอะไรครับ?”

 

“พี่รู้ได้ไงว่าผมอยู่ห้องนี้ พี่เข้าหอผมมาได้ไงเนี่ย!!!

 

ผมร้องถามพี่เขาแบบไม่ได้สนใจจะคิดตรรกะอะไรเพิ่มเติมหละ หัวก็เจ็บไม่อยากใช้สมองมากมาย ถามแม่ งโต้งๆ เนี่ยหละ ประเด็นคือหอผมมันต้องแสกนนิ้วไง ไม่ใช่คนในหอก็เข้าไม่ได้

 

หรือว่า...

ไม่นะ....T____________T

 

“ทำไมผมจะเข้าไม่ได้ ที่นี่ไม่ว่าจะห้องไหนผมก็เข้าได้หมดนั่นแหละ คุณข้องใจอะไรในตัวผมหรือครับ?” พี่โมยืนเอามือข้างที่ว่างล้วงกระเป๋ากางเกงยีนส์สีเข้มของตนแล้วเลิกคิ้วมองหน้าผม

 

“.......”

 

จนปัญญา จะหาอะไรมาเถียง....ขอถอยกรูเข้าหลุมดำฝังตัวเอง ชาร์ตแบตแล้วมาสู้ต่อได้ป้ะวะ?

 

“คุณจะให้ผมยืนอยู่หน้าห้องแบบนี้ใช่ไหม?” พี่โมเอ่ยถามอีกครั้ง ผมเบะปากทำหน้าเซ็งก่อนจะปล่อยลูกบิดประตูเดินเข้าห้องมาทั้งๆ ที่ยังไม่ปิดประตูทำให้ร่างสูงเดินตามเข้ามาส่วนผมก็ทิ้งตัวนอนบนเตียงอย่างหมดแรง

 

ไม่รู้แล้วเว้ย!!! สงสัยผมจะประสาทหลอน สติไม่ดีชั่วคราวเห็นภาพหลอน ขอนอนพักสักประเดี๋ยวแล้วจะตื่นมาสู้ความจริงใหม่นะ

 

“คุณ! นอนทั้งชุดกีฬาเนี่ยนะ? คุณไม่เหนียวตัวรึไง?”

 

ไม่สนหละครับ....ไม่อยากยุ่งหละคร๊าบบบบ!

 

“นี่คุณกินยารึยังเนี่ย ผมซื้อโจ๊กมา มากินโจ๊กแล้วค่อยกินยา ลุกขึ้นมาก่อน!” เสียงทุ้มยังคงวุ่นวายกับชีวิตผมต่อไปโดยไม่ได้สนใจเลยว่าผมต้องการไหม คืออยากบอกมากว่าช่างแม่ งทั้งหมดทั้งมวลเหอะพี่โม คือกูอยากนอน กูเหนื่อย และออกจากห้องกูเถอะ!!

 

“จะลุกไม่ลุก ผมจะนับหนึ่งถึงสาม ถ้าคุณไม่ลุกผมจะทำให้คุณลุกขึ้นมาโดยวิธีของผมนะ!

 

เอาเดะ!

เอาเลย!

อยากทำไรทำเลยมึ๊งงงงง!!

 

“หนึ่ง...........”

 

“สอง..................”

 

“สาม!

พอสิ้นเสียงนับสามของพี่โมผมก็ลุกพรวดขึ้นมานั่งราวกับมีใครมากดเปิดสวิชต์ ทั้งๆ ที่อยากนอนเต็มแก่แต่ก็ไม่อยากเสี่ยงว่าอิพี่โมมันจะทำอะไรครับ ไม่มีแรงสู้ ไม่อาว  ไม่ไหว

 

“หึหึ คิดว่าแน่ คุณต้องกินโจ๊กชามนี้ให้หมดแล้วกินยาตามที่หมอสั่งก่อนจะนอนได้ เข้าใจไหม?” พี่โมมองหน้าผมพร้อมกับออกประโยคคำสั่งผมเองก็คลานลงมากินอย่างว่าง่าย เหนื่อย แม่ งสั่งไรก็ทำไป จะได้นอนเสียที

 

สุดท้ายที่ผมทำตามที่ร่างสูงสั่งเสร็จก็คลานกลับขึ้นไปนอนบนเตียงต่อ พี่โมคงเอือมกับผมเต็มทีแล้วหละ

เขาส่ายหน้าพร้อมเก็บชามผมไปล้างให้ที่ซิ้งค์ที่ระเบียงห้อง แล้วเดินกลับเข้ามาในห้อง

 

“คดีคุณกับผมนี่มันเพิ่มขึ้นทุกวันนะครับคุณพิญช์พล ไม่ว่าจะเป็นอาเจียนใส่ผม ปีนเกลียวใส่ผม นอนน้ำลายหกใส่รถผม แถมไม่ยอมตอบคำถามที่ผมถามไปเรื่องดามใจอีก แต่เอาเถอะยังไงคุณก็หนีผมไม่พ้นหรอก ไม่ใช่เพราะผมเป็นแค่ลุงรหัสคุณหรอกนะ แต่ผมหนะอยู่ห้องข้างบนหัวคุณเนี่ยแหละ ไม่ว่ายังไงผมต้องให้คุณใช้หนี้ผมแน่นอน หึ!

 

ผมยอมรับว่าไอ้พี่โมมันบ่นอะไรไม่ได้ฟังเท่าไหร่ เพราะด้วยความอยากจะนอนเต็มที่ พร้อมกับยาที่กินไปนี่มันชวนง่วงดีจัง ผมไม่สนใจว่าพี่โมมันจะทำอะไรต่อ พร้อมกับพาตัวเองเข้าสู่ห้วงนิทราเป็นที่เรียบร้อย

 

โดยไม่ได้รับรู้เลยว่าวันพรุ่งนี้จะเป็นอย่างไร......

 

 

 

D O G M A T I C L O V E

To be continued. 




 
มีความสุขแบบยิ้มแก้มปริ ฟรุ้งฟริ้งกับคอมเม้นมากมายเลยต้องรีบกลับบ้านมาแต่งให้ครบร้อยแบบฉับไว
รักมากเลยน้า ชอบมากเลยน้า ขอบคุณมากเลยน้า วันนี้อมยิ้มทั้งวันเพราะเห็นคอมเม้นหละค่ะ
อีกยี่สิบเปอร์เซนต์ที่เหลือก็ฝากด้วยหนา
มีความสุขเลยเอารูปพี่โมยิ้มแบบฟรุ้งฟริ้งน่ารักมาฝาก

 photo tumblr_mxzycrF3bk1t70undo1_500_zps4439da14.gif

แอร้วววววว ใจละลาย 555555555

เค้ารักทุกคนน้า
ซอลเฟส.

อยากจะกราบเว็บเด็กดี จุดธูปถวายดอกไม้เซ่นไหว้ คือพยายามอัพเดต 80% แต่อัพเดตไม่ได้
อยากร้องไห้มาก ณ จุดนี้ ทำเกือบยี่สิบรอบหละ บอกเลยว่าพยายามมาก
นี่ถึงขนาดลบแล้วลงใหม่ ไม่รู้จะขึ้นไหม ขึ้นเถอะ ขอร้องเลย อย่างอแงเลยนะ
ถ้ามันขึ้นแล้วเม้นให้กำลังใจด้วยการเม้นหน่อยน้า
พยายามมากบอกเลย
1 เม้น = 1 กำลังใจนะแจ้ะ

รักจ้า
ซอลเฟส.

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 









 
 

 

 

 

SP's THANK
:) Shalunla

 

 

 

 

 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 70 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3,209 ความคิดเห็น

  1. #3146 baekbow (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 14 มีนาคม 2561 / 11:28
    มีความมึนหนักมากจริงๆ มีคนแปลกหน้าอยู่ในห้องก็ยังหลับลง 555
    #3,146
    0
  2. #3075 Gulrat1122 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2560 / 21:17
    อยากรู้จังตอนหลับในรถอิพี่โมทำไรรึป่าว555. หมกหมุน
    #3,075
    0
  3. #3074 Gulrat1122 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2560 / 21:17
    อีพีชนี้ก็นอนเก่งจังเลย
    #3,074
    0
  4. #2804 janeicelet (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2558 / 22:20
    จะเปลี่ยนใจจากเฮียพลับมาเป็นพี่โมก็เพราะอิมเมจนี่แหละ พี่อูบินของเลาาาาา
    #2,804
    0
  5. #2607 KiHaE*129 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 8 กันยายน 2558 / 02:57
    อ่อนโยนกับน้องหน่อยยยยยยยยยยยยย
    ฮาาาาาาาาาาาาาาาา
    #2,607
    0
  6. #2503 ChaneePreme (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2558 / 12:05
    ทำไมไม่จูบ T T
    #2,503
    0
  7. วันที่ 21 มิถุนายน 2558 / 15:33
    อยู่ห้องข้างบนเหรอเนี่ย เฮ้อออออออ ทำไมไม่อยู่ต้องข้างๆหรือตรงข้ามนะ 5555555555
    #2,426
    0
  8. วันที่ 21 มิถุนายน 2558 / 15:33
    อยู่ห้องข้างบนเหรอเนี่ย เฮ้อออออออ ทำไมไม่อยู่ต้องข้างๆหรือตรงข้ามนะ 5555555555
    #2,425
    0
  9. #2220 P.Secret (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 28 เมษายน 2558 / 18:18
    จ้าๆ เด็ดๆ ละทีนี้ แต่อีกฝั่งเล่นโกงไปมั้ยยะ น้ำใจนักกีฬาไม่มีหรือไง?
    #2,220
    0
  10. #2179 โอลีโอ้สีฟ้า (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 25 เมษายน 2558 / 09:04
    พี่โมมุ้งมิ้งมากอ่ะ มุ้งมิ้งแบบโหดๆอ่ะนะ ><
    #2,179
    0
  11. #2019 ony.pp (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2558 / 17:33
    พี่โมทำเป็นเข้มแต่จริงก็ห่วงน้องอะดิ5555555
    #2,019
    0
  12. #1863 Sirigon So Kongto (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2557 / 13:24
    ชอบเฮียโมอ่ะ
    #1,863
    0
  13. #1584 shshshx (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2557 / 09:14
    พี่โมห่วงน้องก็บอกไปปปปทำเป็นเข้ม

    คริคริ ชอบน้องแลัวดิ
    #1,584
    0
  14. #1478 ~SUPERVIP~ (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2557 / 03:38
    ฮิ้ววววววววว
    #1,478
    0
  15. #1474 38 68 233 GRTKC (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2557 / 11:32
    พี่โมน่ารักเนาะๆๆๆๆๆๆ กรี๊ดดดดดด
    #1,474
    0
  16. #1441 KimHeeBum (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2557 / 03:23
    คู่นี้โคตรน่ารัก
    #1,441
    0
  17. #1406 Araya_Faii (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2557 / 17:22
    ใครกล้าทำหัวพีชเเตกกกก !! อ่านมาถึงตอนนี้รับรู้ได้ว่า พี่โมจริงๆมันเป็นคนอ่อนโยนเเต่ชอบเเกล้ง งุ้งงิ้งเป็นที่สุด เจ๊ซอลคะ ขอผช.เเบบพี่โมคนค่ะ
    #1,406
    0
  18. #1352 cHAchar (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2557 / 12:21
    เดี๋ยวเถอะพี่โม แกล้งน้องมากๆ... หึหึหึ
    หึหึหึหึ หึหึหึหึหึหึ
    #1,352
    0
  19. #1200 Akane View (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2557 / 18:46
    T-T โหดดดดดดดด
    #1,200
    0
  20. #1129 poungsaed (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2557 / 20:30
    พี่โมเก็บความเป็นห่วงนิสสสนึง 5555
    #1,129
    0
  21. #1028 qunutty18 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 29 กันยายน 2557 / 21:25
    พี่โมหลงรักน้องพีชเต็มเปา 55555555555555
    #1,028
    0
  22. #1027 qunutty18 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 29 กันยายน 2557 / 21:13
    พี่โมก็โหดเหลือเกินนนนน
    #1,027
    0
  23. #972 Kenji So (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 22 กันยายน 2557 / 08:31
    พอลคงไม่ชอบพีชหรอกใช่มั๊ยยยยยย
    #972
    0
  24. #531 Akane View (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2557 / 07:02
    รอค่ะ พี่โมน่ารักอ่ะ เดวโดนน้องพีชจับปล้ำแล้วจะรู้สึก555555
    #531
    0
  25. #346 GALAXY_YJ (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2557 / 22:26
    พีชช ฉันว้าอีกไม่กี่ตอนแกไม่รอดแน่ว่ะ แต่แอบสงสัยว่าแฟนนางสองคนชื่อแพร เหมือนกันแต่ไม่ใช่คนเดียวกันหรอ ไรท์กำลังจะบอกอะไรคะ 555
    #346
    0