DOGMATIC LOVE (Yaoi) | รับน้องป่วนๆกับก๊วนวิศวะ

ตอนที่ 7 : Ch 7 - Freshy อ่านว่า สระเอ ฟอฟัน รอเรือ ชอช้างสองตัว สระอี ไม้เอก เฟรชชี่!

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 16,254
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 64 ครั้ง
    22 เม.ย. 58



7

Freshy

 

 

 

ว่าด้วยเรื่องการเป็นเฟรชชี่ คำว่าเฟรชชี่เป็นศัพท์แสลงมาจากคำว่า “เฟรช” คำคุณศัพท์ที่แปลว่า สด, บริสุทธิ์, ใหม่, สดใส หรือบลาๆๆๆๆ ซึ่งคำว่า “เฟรชชี่” ในประเทศไทยใช้เรียกแทนวัยเรียนใช่ช่วงปีแรกของระดับอุดมศึกษา คำว่า “เฟรชชี่” ในมหาวิทยาลัย คือน้องปีหนึ่งซึ่งเป็นน้องใหม่ และคำว่า “เฟรชชี่” ในกลุ่มพวกเด็กปีหนึ่ง คือชนชั้นวรรณะของเด็กที่เกิดช้าเข้าม.มาทีหลังแล้วเป็นบุคคลที่ไม่สามารถตอบโต้ใดๆ ได้ เป็นกลุ่มสิ่งมีชีวิตที่อยู่ในช่วงใกล้เจริญพันธุ์ และพร้อมแตกหน่อจากเซลล์ต้นกำเนิด โดยก่อนแตกหน่อนั้นจะต้องมีการผสมเคมีที่มีชื่อเรียกว่า “โซตัส” เข้าไป **ความหมายของโซตัสถ้าใครยังไม่ทราบแสดงว่าคุณยังไม่ได้อ่านตอนที่สอง กรุณาย้อนไปอ่านอีกครั้ง พออยู่ในช่วงของการหยอดสารเคมีชนิดนี้เข้าไปแล้ว ทางกลุ่มนักวิจัยที่ถูกเรียกว่า “กลุ่มพี่ว้าก” จะเป็นคนคอยดูผลว่าเซลล์เหล่านี้มีคุณภาพมากน้อยเท่าไหร่ มันก็เหมือนการทดลองทั่วไป เมื่อกลุ่มทดลองที่ไม่มีคุณภาพก็ต้องถูกคัดออก กาหน้าชื่อว่า “ไม่ผ่านเกณฑ์” ส่วนกลุ่มที่ผ่านเกณฑ์ก็จะถูกคัดเลือกไปสู้กระบวนการต่อไป

 

กระบวนการต่อไป....

 

กระบวนการต่อไป......

 

“โว้ยยยยยยย!!!! เจ็บโว้ยยยยยยยยยย!” เสียงร้องโวยวายดังขึ้นกลางสนามบอล ณ เวลาห้าโมงเย็นของคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยรัฐบาลมีชื่อแห่งหนึ่งขณะที่พวกนักศึกษาปีหนึ่งส่วนหนึ่งของคณะวิศวะกำลังคัดตัวนักกีฬาแบ่งตามแต่ละประเภทซึ่งผมเองที่ไปสมัคร และคัดตัวเรียบร้อยที่สนามบาสใกล้ๆ กันเลยมานั่งเป็นกำลังให้เพื่อนเบล เพื่อนพอล เพื่อนเติร์กที่เทใจลงบอลกันหมด และไอ้เสียงโวยวายกลางสนามนั่นคือไอ้พอลครับ ไอ้รูปหล่อพ่อรวย บ้านที่ผมการันตีว่าแม่ งคุณหนูสุดๆ เพราะในกระเป๋ามันมียาสามัญประจำบ้านแบบที่คุณนายแม่มันจัดมาให้ ไม่พอยังมีบัตรเครดิตสีดำหรูหราแบบรูดเท่าไหร่ก็ไม่มีวันหมดอีกต่างหาก จบประเด็นเรื่องฐานะทางบ้านก่อนครับ ประเด็นคือไอ้พอลลงไปกุมหน้าแข้งตัวเองกับพื้นสนามหญ้าเรียบร้อยแล้ว และการคัดตัวก็หยุดชั่วขณะ พี่ปีสองที่เป็นพี่เลี้ยงในการคัดตัวครั้งนี้เดินเข้าไปดูพร้อมกับไอ้เบลไอ้เติร์ก และคู่กรณีคือผู้ชายร่างถึกบึกบึนจากภาคอุตฯ ซึ่งเจ้าตัวก็แสดงสปิริตลงไปถามไถ่อาการแถมตรวจดูว่าไอ้พอลมันเจ็บตรงไหนรึเปล่า ไอ้โชมันเห็นหน้าไอ้พอลท่าจะไม่ดีเลยชวนผมเข้าไปดูอาการเสียเพื่อนในสนาม สรุปแล้วมาจบที่โรงพยาบาลของมหาวิทยาลัยที่อยู่คนละฟากฝั่งกับคณะเลย ไม่รู้แม่ งแผนไอ้โชรึเปล่า ได้โอกาสมาอี๋อ๋อกับแฟนมันพอดี

 

หลังจากที่หมอเช็กอาการไอ้พอลไม่ได้เป็นอะไรมากเท่าที่มันแหกปากร้อง หมอบอกว่าช่วงที่โดนเตะอาจจะโดนที่กระดูกจังๆ พอดี โชคดีที่ไม่มีกระดูกร้าว หรือหักถือว่าเป็นเรื่องโชคดี หมอเลยให้ยาแก้อักแสบทั้งยากิน และยาทามา พร้อมกับโทรศัพท์จากไอ้เบลไอ้เติร์กที่ต้องคัดตัวต่อที่คณะว่า ไอ้พอลมันไม่ติดตัวแทนแข่ง พอลมันยิ่งเฮิร์ทหนัก

 

“เฮ้ย มึงอย่าคิดมาก เล่นบอกโชว์หญิงเมื่อไหร่ก็ได้มึง เดี๋ยวกูพาโชว์เอง” ไอ้เรโชปลอบใจพอลพร้อมกับล็อคคอมันโยกไปโยกมาแบบประสาเพื่อน ซึ่งผมก็โอเคอ่ะนะถ้ามันจะเล่นกันให้ถูกที่ถูกเวลา แต่นี่มันไม่ใช่เวลาที่พวกมึงมาเล่นกันนะเว้ยยยยยย โอ้ยยยยยย!!! ว่าแล้วต้องบอกให้พวกแม่ งได้รู้ตัว!!!

 

“พวกมึง.....”

 

“หืม...”นี่ไอ้โชครับมันหันมาสนใจผมขานรับในลำคอ

 

“นี่มันหกโมงสี่สิบห้าหละ”

 

“แล้ว....?” นี่เสียงไอ้พอลครับ มันเลิกคิ้วแล้วมองผมกวนๆ

 

“ประชุมคณะกี่โมง?” ผมถามหน้านิ่งบวกกับเอือมใส่พวกมันสองคนที่ทำตัวเป็นไม่รู้ร้อนรู้หนาวกัน เหมือนสมองพวกแม่ งจะประมวลผลได้เสร็จเท่านั้นหละครับ เบิกตากว้างเท่าไข่ไดโนเสาร์ตาลีตาเหลือกวิ่งออกจากโรงพยาบาลแทบไม่ทันจนโดนนางพยาบาลอาวุโสคนหนึ่งดุเข้าให้ ไม่พอมันยังหันมาเรียกผมที่มองพวกมันแบบเหนื่อยๆ แถมด่าว่าชักช้าอีกนะ เอิบบบ...

 

 

“ไอ้พีช!!!!เร็วๆๆๆๆๆๆๆ วันนี้กูไม่พร้อมโดนทำโทษนะเว้ยยย!!!!” ไอ้พอลแหกปากร้อยสิบหกเดซิเบลล์ใส่ผมพร้อมกับวิ่งตาลีตาเหลือกตามไอ้โชไปที่รถที่จอดอยู่ ผมมองภาพตรงหน้าด้วยความเหนื่อยใจพร้อมกับออกเท้าแล้ววิ่งไปที่รถตามทั้งสองคนไป

 

แต่....

ปุจฉา....ไอ้พอลมึงเจ็บขา? แต่ทำไมมึงถึงได้วิ่งเร็วเยี่ยงนั้น

วิสัชฉนา....หรือแม่ งสำออย????????

 

 

เชี่ย!!!!!!!!! ชีวิตปีหนึ่งกูมาขึ้นอยู่กับมึงเลยนะไอ้พอลลลลล!!! สาสสสสสสสสสสสสส!

 

 

D O G M A T I C L O V E

 

 

 

ถือว่างานนี้รอดมาด้วยฝีมือการขับ และความเร็วของรถไอ้โชที่แรงสมราคาจริงๆ บวกกับพลังเกียร์หมาของพวกเราสามคนที่วิ่งลืมตาย ความจริงต้องบอกว่าของเราสองคนมากว่าเมื่อไอ้พอลสงสัยแม่ งเพิ่งนึกได้ว่ามันเจ็บขา เดินกระเพลกๆ ขึ้นบันไดโรงยิมจนผมกับไอ้โชนึกสงสารต้องเข้าไปพยุงมันให้เดินเร็วขึ้น สุดท้ายไอ้สิบห้านาทีของผมก็ทัน แถมเหลือเวลาอีกสองนาทีให้มองหาแถวด้วยนะครับ บอกเลยว่าคณะวิศวะนี่อลังมาก พอมารวมทุกสาขาแบบนี้แล้วโคตรดูมีพลัง ทำให้ผมตระหนักว่า หากวันนี้มีข้อผิดพลาดมันคงเป็นงานช้าง งานยาก งานหยาบ งานงอกแน่ๆ ไม่ทันได้หาแถวนานผมก็เจอไอ้เติร์กไอ้เบลที่มาถึงก่อนโบกมือเรียกเพื่อบอกมันอยู่ไหนเราสามคนก็รีบรุดไปนั่งพร้อมกับถอนหายใจอย่างโล่งอก

 

“ตายยังวะมึง” ไอ้เติร์กหันมาถามไอ้พอลพร้อมกับทำหน้ากวนประสาทจนไอ้พอลถวายนิ้วกลางให้ไปที มันก็หัวเราะเบาๆ

 

“แสดงว่ายังโอเคอยู่นี่หว่า แหกปากลั่นกูคิดว่าต้องเข้าเฝือกเสียแล้วไอ้พอล” ไอ้เติร์กมันว่าจบก็หันไปคุยกับเบลต่อ ซึ่งผมเองก็หันไปสำรวจทั่วบริเวณที่กำลังจุนักศึกษาจำนวนมากกว่าพันกว่าคนในนี้ ทั้งเด็กปีหนึ่งสาขาอื่นๆ ด้วยกัน ทั้งพี่ปีต่างๆ จนกระทั่งสายตาผมไปสะดุดกับร่างสูงคุ้นตาที่ผมจะต้องเจอประจำที่มีการเรียกประชุมเชียร์ ร่างสูงที่เวลาอยู่ต่อหน้าเด็กปีหนึ่งจะตีเฉยเย็นชาตอนนี้กลับยิ้มกว้างๆ และหัวเราะอยู่กับพี่ๆที่เป็นทีมพยาบาลจนผมแอบแบะปากกับท่าทีนั้นไม่ได้

 

ทีอยู่กับผู้หญิงหละยิ้มร่า ที่กับพวกน้องๆ แม่ งเหมือนกับไม่ได้ขี้มาสักสามเดือน!

 

“หน้ามุ้ยเชียว เป็นไรวะพีช” เรโชทักขึ้นเรียกให้ผมเบนสายตาจากพี่ว้ากมาสนใจกลุ่มเพื่อนตรงหน้า ผมหัวเราะพร้อมกับว่าไม่ได้เป็นอะไร ไม่นานนักบรรยากาศเย็นวูบวาบเสียวสันหลังก็บังเกิดขึ้นในโรงยิมเมื่อรุ่นพี่หน้าตาบอกบุญไม่รับในเสื้อชอปสีต่างๆ กันไปกลุ่มใหญ่เดินเข้ามาในโรงยิม เสียงพูดคุยจ๊อกแจ๊กจอแจ เงียบลงราวกับต้องมนต์สะกด หรือว่าผู้เสพย์ความตายกำลังจะมาหรือวะเนี่ย!

 

เฮ้ย! ผิดประเด็นหละไอ้พีช ก่อนอื่นต้องหาไม้กายสิทธิ์มาเตรียมพร้อมเพื่อป้องกันตัว

 

ยังจะเล่น =___=”

 

พอกลุ่มนิสิตวิศวะรุ่นใหญ่เข้ามากันเกือบครบ พี่โมที่เมื่อครู่หัวเราะต่อกระซิกต้องกลับมาเก็กหน้าขรึมแล้วเดินไปยืนบนแสตนด์เชียร์ตรงหน้าแถวที่รุ่นน้องปีที่หนึ่งถึงปีที่สอง และปีสามนั่งเป็นระเบียบรออยู่ก่อนแล้ว

 

“ทั้งหมด! ระเบียบนั่ง! ปฏิบัติ!

 

“เฮ้!”ทันทีที่พี่โมสั่ง ทุกคนยืดหลังตรงยกมือตบหน้าขาตัวเองพร้อมส่งเสียงขานรับเสียงดังลั่นไปทั่งบริเวณ เรียกว่าพร้อมเพรียงจนน่าขนลุก ผมแอบเสไปมองรุ่นพี่ร่างผอมสูงผมยาวรุงรังที่กำลังกวาดสายตามองแล้วกระตุกยิ้มที่มุมปาก

 

บอกเลยว่าผมรู้สึกสังหรณ์แปลกๆ

 

รู้สึกว่าจะต้องมีอะไรที่อลังการดาวล้านดวงรออยู่ในไม่กี่นาทีข้างหน้านี้แน่นอน

 

“ปีสามแถวตอนเรียงยี่สิบปฏิบัติ!” ไม่ทันที่ทุกคนจะตั้งตัวได้ทัน พี่หัวรุงรังเจ้าพ่อแสยะยิ้มท่านนั้นได้ตวาดเสียงเรียกระเบียบแถวปีสามขึ้นมาดื้อๆ ทำให้พี่ปีสามที่ไม่ได้เข้าแถวอย่างกลุ่มพี่ว้ากวิ่งตาตั้งเพื่อไปเข้าแถวกับเพื่อนๆ อีกฝั่งให้ทัน โดยเฉพาะพี่โม ที่ผมแอบเห็นพี่เค้าสะดุดขอบแสตนด์ด้วยนะเออ แต่ร่างสูงก็ยังวิ่งไปเข้าแถวให้ทันมาตรฐานนับสิบของวิศวะให้ทัน

 

“นับสิบเอ็ด......”

 

ซวยไปครับพี่.....คำเดียวที่ผมขอมอบให้พี่ปีสามทั้งหลายหลังจากพี่หัวรุงรังมายไอดอลสิ้นเสียงนับ พร้อมกับพาร่างตัวเองในเสื้อชอปสีแดงเลือดหมู ทับเสื้อยืดสีขาว กางเกงยีนส์สีซีดเก่าๆ รองเท้าผ้าใบที่เหมือนผ่านมรสุมมานาน มาเหยียบพื้นแสตนด์แทนที่ที่พี่โมเคยยืนเมื่อครู่ พร้อมกับส่งสายตาแบบเลเซอร์บีมใส่ปีสามแบบเยาะเย้ยไปหนึ่งที เอาหละมึง พี่โมมึงเจอไคจูอาละวาดเมืองแบบเลเวลเก้าเศษสามส่วนสี่หละ เฮ้ยไม่ใช่ นั่นแฮร์รี่ พอตเตอร์นี่หว่า เอาเถอะเวลไหนมึงก็ซวย

 

“ปีสามทั้งหมดซีรี่ย์สามร้อยครั้ง ปฏิบัติ!

 

“ปีสามทั้งหมดซีรี่ย์สามร้อยครั้ง หนึ่ง!........สอง!.......สาม!.........”

 

ผมมองภาพตรงหน้าแบบงงๆ อยู่ดีๆ ปีสามผู้เรืองรองไปด้วยอำนาจกำลังถูกเฮียรุงรังมายไอดอลสั่ง บางทีอาจจะมีพลังงานบางอยู่กับผู้ชายคนนี้ก็เป็นได้นะครับ เฮ้ย! ไม่ฮาดิวะ เค้าซีเรียสอยู่

 

สภาพในโรงยิมตอนนี้เงียบกริบครับ ไม่แม้แต่มีเสียงใดๆ เล็ดลอดออกมานอกจากเสียงพี่ปีสามกำลังนับเลขซีรีย์พร้อมกับลุกนั่งอย่างพร้อมเพรียงกันอยู่ จนกระทั่งมีรุ่นพี่ปีสองพลีชีพยกมือขึ้นมาขัดจังหวะพี่รุงรังชมการซีรี่ย์ของพี่ปีสามอยู่ และเหมือนว่าจะรู้จักมักจี่กันดีแหะ จากที่แอบดูคร่าวๆ เหมือนพี่คนนั้นจะมาจากภาคอุต ซึ่งเห็นแว่วๆ มาว่าพี่แกขึ้นแท่นจะรับสืบทอดทายาทจากไอ้พี่โมอีกที อันนี้ผมไม่เฟิร์มนะครับ แบได้ยินพี่อั้นกับพี่ดีพคุยกับพี่แกเมื่อเช้าตอนไปเอาชีทเรียน

 

“ปีสามหยุด! แบงค์มีอะไร พูด!” พี่รุงรังยกมือสั่งให้พี่สามหยุดพร้อมกับหันมาชี้หน้าพี่ปีสองคนที่ยกมือซึ่งผมเพิ่งทราบชื่อจากปากพี่รุงรังเมื่อกี้ว่าชื่ออะไร หลังจากโดนเรียกชื่อพร้อมชี้หน้าแบบเก๋ๆ พี่แกก็ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงดูไปพี่แกดูเนี๊ยบ ดูดีไม่สมกับเป็นเด็กวิศวะเลยแหะ ซึ่งไอ้เด็กปีหนึ่งอย่างผมยังพอทนครับ ใส่ชุดนักเรียนสะอาดตา ทรงผมตัดเรียบร้อยดูมีระเบียบ รองเท้าหนังดูดี เข็มขัดนักเรียนเป๊ะ แต่ไม่ใช่กับพวกปีสองที่ถูกอารยะธรรมดูดเข้าไปแบบนี้ หาได้ยากครับพี่น้อง เรียกว่าแรร์เถอะ เอาหละผมว่าจุดนี้ผมพาทุกคนออกไปปากอ่าวนางาซากิเรียบร้อยแล้ว ดังนั้นกลับสู่ประเทศไทยกันเถอะ

 

“พี่ลงโทษพี่ปีสามทำไมครับ พวกผมอยากรู้เหตุผล” พี่แบงค์แม่ งคือวีรบุรุษแห่งทะเลเดดซีหวะ พูดเลย! พันธุ์นี้หายากที่อยู่ๆ ก็ลุกขึ้นมาถามอะไรแบบนี้ ผมเริ่มชักชอบพี่แบงค์หละ ดังนั้นพี่รุงรังตกไปนะครับ มายไอดอลผมตอนนี้คือพี่แบงค์เรียบร้อยหละ

 

“หึ....ทำไมคุณมาถามผมวะ ไม่ถามพี่คุณเอาว่าทำไมผมถึงลงโทษพวกมัน พวกมันน่าจะรู้” พี่รุงรังหันไปมองหน้าคนในกลุ่มนั้น พอผมมองตามไปก็พบว่าพี่เค้ากำลังมองหน้าพี่โมอยู่ เออะ งานเข้าระดับไคจูสิบเจ็ดนะพี่โมนะ

 

“คุณโม คุณบอกน้องสิ พวกคุณทำอะไรผิด ทำไมผมต้องลงโทษ” ในเมื่อไม่มีใครในกลุ่มปีสามตอบออกมา พี่รุงรังแกก็หาแพะครับ ซึ่งงานนี้เป็นพี่โมที่ดำรงเป็นประธานปกครอง และเป็นผู้ที่ต้องรับผิดชอบเรื่องต่างๆ มากกว่าใครๆ

 

“ขอโทษครับ!

 

“ผมบอกให้ขอโทษรึไง!

 

คราวนี้เงิบของจริงครับ เสียงที่พี่รุงรังตวาดกลับทำเอาพวกผมสะดุ้งไปตามๆ กัน ทุกคนรีบพากันก้มหน้าไม่กล้าสบตา ผมคนหนึ่งหละถึงจะซ่าขนาดไหนแต่แอบยำเกรงพี่แกเบาๆ ครับ

 

“เปล่าครับ!

 

“แล้วคุณขอโทษทำไมครับ!

 

“......”

 

เป็นครั้งแรกครับที่ผมรู้สึกว่าพี่โม แม่ งก็แพ้เป็น แต่ไม่ได้รู้สึกสะใจ หรืออะไรเลย แต่ผมกลับไปนึกถึงคำว่า “เหนือฟ้า ยังมีฟ้า” เหนือปีสามยังมีปีสี่ฉันท์ใดฉันท์นั้น มาเห็นแจ้งกับตาก็วันนี้

 

“เหมือนประธานปกครองที่พวกคุณเลือกมา จะปกป้องอะไรพวกคุณไม่ได้เลยนะครับ หึ! ในเมื่อดูเหมือนทุกคนไม่มีคำตอบให้ผมเดี๋ยวผมจะบอกคุณเองคุณแบงค์ ว่าทำไมผมต้องลงโทษพี่คุณ” พี่รุงรังหยุดพูดพร้อมกับกวาดสายตามองไปทั่วบริเวณ รวมไปถึงโซนที่เด็กปีหนึ่งอย่างเราๆ ให้เสียวสันหลังเย็นวาบเข้าไปถึงกระดูกทั้งๆ ที่เดือนนี้มันเพิ่งย่างเข้าหน้าฝนชัดๆ

 

“ผมได้ยินว่าจะมีการตัดรุ่นปีหนึ่งสาขาหนึ่ง ซึ่งผมขอถามว่าพวกคุณทราบเรื่องกันหมดแล้วรึยังครับว่าจะมีการตัดรุ่น!

 

หลังจากที่สิ้นเสียงเฉลยผมรู้สึกเหมือนมีฟ้ามาผ่ากลางหัวผมจังๆ ความรู้สึกผิดดันก่อตัวขึ้นมาในใจจนอดกำกางเกงตัวเองแน่นไม่ได้ ผมเหลือบไปมองหน้าไอ้โชที่นั่งข้างมันก็มีอาการไม่ได้ต่างกัน คิ้วหนาๆ ของมันขมวดแน่นพร้อมกับกำกางเกงไม่ได้ต่างจากผมเลย

 

มันก็คงรู้สึกผิดเหมือนกัน

 

“งั้นผมลงโทษได้แล้วใช่ไหมครับ? ปีสามซีรีย์สามร้อย ปฏิบัติ!

 

“ปีสามซีรี่ย์สามร้อย หนึ่ง....สอง..... ”

 

“ปีสองซี่รี่ย์สามร้อยปฏิบัติ!” ไม่ทันที่พี่ปีสามได้เริ่มลุกนั่งซีรี่ย์ดี พี่แบงค์ก็ตะโกนเรียกให้เพื่อนของตนทำซีรี่ย์ตามรุ่นพี่ จนพี่รุงรังถลึงตามองกับการกระทำนั้น แต่ก็ไม่ได้ว่าอะไรนอกจากแสยะยิ้มเหี้ยม

 

ผมขอบอกว่ามันน่ากลัวมากครับ แกทำท่าระเบียบพักพร้อมกับตะโกนขึ้นมาเสียงก้องดังกว่าเสียงนับซีรี่ย์ของพี่ปีสาม และสองรวมกัน

 

“ปีสามซีรี่ย์สี่ร้อย!

 

“ปีสามซีรี่ย์สี่ร้อย หนึ่ง!....สอง!...”

 

“ปีสองซีรี่ย์สี่ร้อย!

 

“ปีสองซีรี่ย์สี่ร้อย หนึ่ง! ......สอง!....”

 

เอาสิ ไปกันใหญ่ เหมือนสงครามประสาทไปแล้วระหว่างพี่ๆ ผมเองก็รู้สึกหายใจไม่ทั่วท้องบางกลุ่มเริ่มหันรีหันขวางเพื่อหาใครสักคนที่ช่วยออกความเห็นว่าปีหนึ่งควรทำยังไงต่อไป จนกระทั่งสิ้นสุดความอดทน ความจริงผมเกลียดนิสัยด้านนี้ของผมมากครับพูดเลย ไอ้นิสัยแนวหน้ากล้าท้าบ้าบิ่นแบบไม่ได้อยากโชว์ออฟแบบที่พวกพี่ๆ เค้าหมายหัว แต่เป็นเด็กที่ไม่ชอบอะไรที่ไม่ค่อยจะถูกต้องเท่าไหร่

 

“ปีหนึ่งทั้งหมดซีรี่ย์สี่ร้อยปฏิบัติ!”ผมลุกขึ้นพร้อมกับตะเบงเสียงสั่งระบบซีรี่ย์กับเด็กปีหนึ่ง ซึ่งครั้งนี้ผมต้องอาศัยความกล้ามากกว่าเดิม เนื่องจากมันไม่ได้มีแค่สาขาของผมเองเหมือนแต่ก่อน แต่ครั้งนี้ดันมีสาขาอื่นๆด้วย ซึ่งทุกคนก็ให้ความร่วมมือดี พวกเราทั้งหมดกางแขนกอดคอเพื่อนด้านข้างพร้อมกับพากันลุกนั่งอย่างพร้อมเพรียงกัน

 

ตอนนั้นผมไม่รู้แล้วว่าพี่รุงรังทำหน้าแบบไหน และพี่ๆ ทำหน้าแบบไหนกัน พวกเราเพียงลุกนั่งไปเรื่อยๆ พร้อมกับนับเลขกำกับไปด้วยว่าเราทำทั้งหมดกี่ครั้งแล้วมีเพื่อนผู้หญิงบางคนที่ขอเดินออกไปจากแถว และมีพี่ปีสี่เข้ามารับไปดูแล จนกระทั่งครบสี่ร้อย พวกเราลุกขึ้นยืนทั้งๆ ที่ขากำลังสั่นด้วยความอ่อนล้า ถึงจะเป็นกลุ่มที่ทำซีรี่ย์เสร็จกลุ่มสุดท้ายเนื่องจากพี่ปีสาม และปีสองนำซีรี่ย์ไปก่อนแต่เราก็ทำจนเสร็จ พี่รุงรังที่ผมไม่รู้ว่าจริงๆ แล้วเค้าชื่ออะไร ซึ่งพูดตรงๆ ว่าผมรู้จักพี่ปีสี่น้อยมาก เพราะด้วยตัวพี่เขาค่อนข้างหายาก และไม่ค่อยเข้ามาแนะนำให้เห็นหน้าค่าตาเท่าไหร่ แต่อย่างไรตอนนี้ผมชักอยากจะรู้ชื่อพี่เขา และไม่อยากเรียกว่ารุงรังหละ

 

เพราะพี่แกแผ่รังสีน่ากลัวออกมาได้ขนาดนี้ ต้องไม่ทำธรรมดาแน่นอน

 

“ก่อนที่ผมจะพูดอะไรต่อ ผมขอถามปีหนึ่งหน่อยได้ไหมครับ ว่าทำไมถึงลุกขึ้นมาซีรี่ย์พร้อมกับพวกพี่ๆ” ร่างสูงบนแสตนด์เชียร์หันมามองทางด้านเด็กปีหนึ่ง ทุกคนหันมามองหน้าผมให้ตอบซึ่งผมเองก็ไม่รู้ว่าจะตอบอะไร เพราะที่ทำไปคือความรู้สึกที่อยากจะทำเท่านั้นเอง

 

“ผมเป็นส่วนหนึ่งของที่นี่ครับ พี่โดนทำโทษ ผมก็ต้องโดนด้วย” ผมตอบออกไปพร้อมกับรอยยิ้มมุมปากของร่างสูงบนแสตนด์ซึ่งไม่สามารถแปลความหมายได้เลยว่ามันหมายความว่าอย่างไร

 

“ส่วนหนึ่ง? กับปีสามที่กำลังจะตัดรุ่นคุณเนี่ยนะ? มันยังไม่เห็นคุณเป็นน้องเลย แล้วทำไมคุณถึงทำเพื่อมันกันหละ!

 

คำถามที่พี่เค้าส่งกลับมาทำเอาหลายคนฮือฮาขึ้นมาไม่น้อย จริงที่พี่ปีสามไม่เคยบอกว่าเราเป็นน้องของพี่เขา พี่ไม่เคยเรียกเราว่าน้องสักคำนอกจากคำแทนตัวว่า “ปีหนึ่ง” แต่....

 

ผมก็ยังอยากที่จะเป็นน้องเขา ถึงแม้ว่าเขาจะไม่รับผมก็ตาม

 

“เขาเป็นพี่พวกเราครับ แม้ว่าจะยังไม่รับก็ตาม แต่พวกเราอยากให้พวกเขาเป็นพี่ของพวกเราครับ!” นี่เสียงไอ้พอลครับ ไอ้เป๋ที่เพิ่งวิ่งป่าราบจากโรงพยาบาลเพื่อมาให้ทันประชุมครั้งนี้ ร่างสูงยกยิ้มอีกครั้งกับคำตอบก่อนจะสั่งให้เราทั้งหมดนั่งลง และพี่ปีสี่ทั้งหมดก็ขึ้นมายืนบนแสตนด์โดยมีพี่รุงรัง (ยังไม่รู้ชื่อขอเรียกงี้ไปก่อนนะ) ยังยืนอยู่ตรงกลางที่เดิม

 

“ขอขอบคุณทุกคนมาก โดยเฉพาะปีที่หนึ่งที่วันนี้ทำให้ผมเห็นคำว่า Unity ในเรา ไม่กี่วันนี้จะถึงกีฬาเฟรชชี่ซึ่งปีหนึ่งเป็นกำลังสำคัญที่จะเป็นตัวแทนวิศวะ และรวมไปถึงงานกีฬาสัมพันธ์ต่อไปซึ่งสิ่งเหล่านี้ต้องมีความสามัคคีร่วมแรงร่วมใจกัน และในวันนี้ผม พี่จาว วิศวะอุตสาหการปีสี่ อดีตประธานปกครองขอฝากน้องๆ ทุกคนเพียงแต่เท่านี้ครับ หลังจากนี้ผมจะให้พี่ปีสี่ทั้งหมดเข้ามาแนะนำตัวให้น้องๆ ได้รู้จักกัน ก่อนจะส่งต่อการเลือกดาวเดือนให้กองสันทนาต่อไป”

 

ผมมองร่างสูงที่กำลังก้าวลงจากแสตนด์พร้อมกับเสยผมยาวๆ รุงรังนั่นอย่างเท่ เออะ! นั่นหนะหรอวะพี่จาว....

 

ไอ้พี่จาวในตำนานที่เค้าลือกันว่าหล่อ เพอร์เฟค บ้านรวย เรียนเก่งเนี่ยนะ?

 

สาสสสสส ใช้อะไรมองกันวะว่าไอ้หัวรุงรังหน้าหนวดเคราเฟิ้ม กางเกงยีนส์เน่าๆ รองเท้าผ้าใบกรังๆ นั่นคือหล่อ

แบบ....ชีวิตไอ้พีชในรั้ววิศวะชักอยู่ยากหละโว้ยยยยยย

ต่อไปนี้ยังไม่โกนหนวดมาเรียนแม่ม เพื่อจะหล่อมั่ง!!

 

 

D O G M A T I C L O V E

 

 

 

หลังจากเลิกประชุมใหญ่ครับ คนซวยแห่งปีวันนี้ผมขอยกให้ไอ้เป๋พอล ไอ้พ่อคุณทูนหัวพี่ติ๊ดตี่ที่มาเหน็บเอามันไปขึ้นเวที บอกความสามารถพิเศษด้วยวิสัยคุณชายสุดๆ ว่าตีระนาดเอกเป็นเท่านั้นหละสาวแท้สาวเทียมก็พากันกรี๊ดกันถ้วนหน้ารวมเสียงพวกผมเข้าไปด้วย สุดท้ายเสียงโหวตก็ชนะไปด้วยคะแนนล้นหลามให้มันได้เป็นเดือน เอาที่จริงผู้ชายหน้าตาดีไปลงกีฬาหมดแล้วครับ ที่เหลือไม่ผ่านเกณฑ์เจ้ติ๊ดแก ส่วนดาวคู่มันคือเมย์ จากวิศวะอิเลคไฟฟ้า ซึ่งน่ารักมาก จนผมแอบอิจฉามันหน่อยๆ แหะ ที่ต้องทำการแสดงคู่กับเธอ ไอ้พอลที่เดินกระเพลกๆ อย่างหัวเสีย พวกเราเดินมาถึงรถมันพร้อมกับมองหน้ากัน

 

“เดี๋ยวๆ พวกมึงกลับไง” ผมถามขึ้นหลังจากเห็นไอ้พอลกำลังล้วงกุญแจรถออกมาจากกระเป๋ากางเกงพร้อมมองหน้าผมงงๆ

 

“กลับรถกูดิ มึงถามแปลกๆ นะไอ้พีช ติดรถกูป่าวเดี๋ยวกูไปส่งหน้ามอ” ไอ้พอลพูดพร้อมกับกดปลดลอครถแล้วเดินไปเปลี่ยนรองเท้าที่ท้ายรถ

 

“ไม่อ่ะ เดี๋ยวกูไปเอาชีทกับพี่ดีพ ว่าแต่มึงจะขับไงวะเป๋งี้” ผมพูดพร้อมกับเพยิดหน้าไปทางขามัน เหมือนมันจะคิดได้ครับ แหม....ไอ้ฟาย ขาเจ็บยังจะไม่เจียม

 

“เอากุญแจรถมานี่เดี๋ยวกูขับให้” ไอ้เบลเดินมาแย่งกุญแจรถจากมือไอ้พอลไปดื้อๆ ไอ้พอลก็ไม่ได้โวยวายอะไรครับ แหม...ถ้าไม่รู้ว่าพวกมึงแมนๆ กัน แถมเรียนจบที่เดียวกันมานะ กูคิดนะครับว่าพวกมึงมีซัมทิงกัน เออะ...

 

“เออไอ้เบลมึงดูแลมันด้วย เดี๋ยวกูต้องไปหาพี่ดีพก่อน” ผมมองพวกมันที่กำลังขึ้นรถพร้อมกับถอยมามองไอ้เบลถอยรถออกจากซองจอดรถและไอ้พอลที่ลดกระจกรถลงเพื่อคุย

 

“ไอ้เติร์กไปไหนวะ ตามไอ้โชไปอ๋อ?”

 

“อ๋อ ไอ้เติร์กมันไปซีชีทเดี๋ยวมันไปเจอกูที่ใต้ตึก พวกมึงกลับดีๆ” ผมตอบไอ้พอลที่มันพยักหน้ารับไปก่อนที่จะโบกมือลาผมพร้อมปิดกระจกรถ ผมก็เดินกลับไปที่ตึกเพื่อไปหาพี่ดีพที่นั่งทำรายงานอยู่กับกลุ่มเพื่อน

 

ระหว่างเดินไปตึก ซึ่งมันก็ไม่ได้ใกล้กับลานจอดรถเท่าไหร่หรอกครับ ผมเดินผ่านตึกเครื่องกลก่อนจะไปถึงตึกตัวเอง ซึ่งคงเดินผ่านไปแล้วหละถ้าไม่ไปเห็นร่างสูงๆ คุ้นๆ ตากำลังยืนอยู่ใต้ตึกกับผู้หญิงที่ผมพอจำได้ว่าเป็นแฟนพี่แกนั่นหละ ไหนว่าเลิกกันแล้วไงวะ? รีเทิร์นอ๋อ?

 

“แพรไม่ต้องมาคืนโมก็ได้ครับ ความจริงก็ตั้งใจซื้อให้อยู่แล้ว” เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นเมื่อหญิงสาวกำลังยื่นกล่องใหญ่ๆ ใบหนึ่งให้ ซึ่งผมเองคิดว่าไม่ควรอยู่ดูต่อ พลอตดราม่าแบบนี้ไม่ฮาพากูเครียดครับ งั้นควรชิ่งให้ไวเถิดจะเกิดผล ว่าแล้วก็รีบก้าวขาเดินออกมาจากบริเวณนั้นครับ ว่าแต่กูจะเดินผ่านไปไงให้ไอ้พี่โมมันไม่เห็นวะ?

 

เดินอ้อม? ถ้าจะเดินอ้อมผมต้องเดินไปวนสระมรกตอีกฝั่งเลยนะ

 

วิ่ง? ยังไงก็ต้องเห็นอยู่แล้วป้ะวะ?

 

เดิน? ไม่อยากชะตาขาด ด้วยสถานการณ์แบบนี้ ไม่ควรเปิดเผยตัว

 

คลาน? อันนี้ท่าจะเวิร์ก โชคดีที่มีพุ่มดอกเข็มอยู่ คลานไปเนียนๆ ก็คงไม่เห็นแล้วก็เดินไปตึกสาขาสบาย!

 

วิธีนี้หละ !

 

ว่าแล้วผมก็นั่งลงยองๆ ครับแล้วค่อยๆ ก้าวเท้าออกเดินช้าๆ พยายามไม่สนใจสิ่งรอบข้างตั้งสติกับการก้าวขาให้เสียงเบาที่สุด ฮึ๊บ! อีกนิดจะรอดหละตู ฮึ๊บ!

 

“คุณพิชญ์พลมาทำอะไรตรงนี้ครับ?”

 

“แว๊ก!!!!!!” ทันทีที่ผมถูกทักพร้อมกับเงยหน้าเท่านั้นหละครับ เหมือนฟ้าถล่ม!!! คือแบบไอ้พี่โมตัวเป็นๆ ยืนถือกล่องมองผมที่ปลายบันไดขึ้นตึก ที่ลงทุนทำลงไป เพื่ออะไรวะเนี่ย ทำเพื่อครายยยย T_______T

 

“ผมถามคุณอยู่นะครับ ว่าคุณมาทำอะไรตรงนี้ไม่ทราบ?” เสียงทุ้มดุพร้อมกับใบหน้าเรียบเฉยมองมาทางผมเช่นเดิม ผมเองก็กำลังหลับตาแน่นแบบคนเค้นสมองหาคำตอบ

 

“หาเงินครับพี่เมื่อกี้เหรียญสิบที่ผมจะเอาขึ้นวินกลับหอมันตกครับ” ดีมากไอ้พีช ฉลาดมาก ตอนสามทุ่มแบบนี้หาเหรียญตรงพุ่มไม้แบบนี้เวิร์ก พี่โมไม่สงสัยมึงแน่นอน

 

“หาเหรียญ ตรงนี้มืดหาไม่เจอหรอก คุณมีเงินกลับหอรึเปล่า ไม่มีกลับกับผมไหม ผมไปส่ง?”

 

พับผ่า! พี่โมมึงกินยาผิดขวด! มาไม้ไหนวะเนี่ย จะไปส่งผมที่หอ ไม่เอาอ่ะ แค่คิดก็สยองแล้วเว้ยยยย!

 

“ไม่เป็นไรครับพี่เดี๋ยวผมต้องไปหาพี่ดีพก่อน เดี๋ยวกลับกับพี่เค้าก็ได้ครับ พี่โมกลับบ้านดีๆ นะครับ สวัสดีครับพี่!” ผมยกมือไหว้พี่แกพร้อมกับวิ่งโกยเถอะโยมแบบเดอะฟาสต์สุดๆ จนเห็นแสงตึกวับๆ พร้อมกับดริฟเข้าโค้งส่งตัวเองไปถึงโต๊ะประจำกลุ่มพี่ดีพอย่างสวยงาม

 

“เฮ้ย!ไอ้พีช วิ่งหนีผีมาไงวะ? หน้ามึงนี่ตลกชะมัด” พี่อั้นเอ่ยทักขึ้นครับในขณะที่ไอ้เติร์กเพื่อนรักผมนั่งอยู่ปลายโต๊ะแทะป๊อกกี้พี่เปลอย่างเอร็ดอร่อยจนน่าหมั่นไส้

 

“ไม่เจอก็เหมือนเจอพี่ โหย ใจจะขาด” ผมดึงเสื้อตัวเองเข้าออกเพื่อระบายความร้อนในร่างกายหลังจากวิ่งมาเหนื่อยๆ

 

“เออเหนื่อย มึงนั่งก่อนไอ้ดีพมันไปเข้าห้องน้ำ รอมันแป๊บ ว่าแล้วพวกมึงทำแคลของจารย์ปณตเสร็จยังเนี่ย ได้ข่าวว่าจะมีควิช” พี่อั้นว่าพร้อมกับหยิบกระเป๋าตัวเองออกให้ผมได้เข้าไปนั่ง ผมยิ้มแหะๆ ใส่พี่เค้าพร้อมกับแย่งป๊อกกี้ไอ้เติร์กมากินมั่ง

 

“หัวเราะแบบนี้คือยังไม่ได้ทำใช่ไหมมึง รีบๆ นะเว้ยจารย์ปณตโหดนะเว้ย!” พี่อั้นขู่ครับ มองหน้าผมเอือมๆ แล้วหันไปนั่งจิ้มๆ จึกๆ อะไรในโน๊ตบุคต่อ

 

“โห่พี่แคลมันง่ายเหมือนสังคมก็ว่าไปดิ นี่แคลคูลัสนะพี่ ยากแบบหมาที่บ้านร้องไห้อ่ะ” ผมบ่นก่อนจะฟุบดิ้นด็อกแด็กแบบขอความเห็นใจพี่อั้น เผื่อพี่แกจะช่วยมั่ง

 

“แคลยากแล้วเกี่ยวอะไรกับหมาบ้านมึง ลองให้ไอ้ดีพสอนดิ”

 

“พี่ดีพเก่งแคลหรอพี่อั้น” ผมตาพราวครับมองพี่อั้นแบบมีความหวังมาก บอกเลยว่าเข้าวิศวะได้ก็ไม่ได้แปลว่าผมจะเก่งแคลคูลัสนะครับ

 

“เปล่า พี่รหัสมันเก่ง ว่าไปพี่มันก็ลุงมึงอ่ะนะ” พี่อั้นพูดแบบไม่ได้สนใจผมครับ นั่นสิแล้วลุงผมคือใครหละ แล้วจะให้มันสอนยังไงหละในเมื่อยังหาตัวมันยังไม่เจอเนี่ย

 

“แล้วพี่รหัสพี่ดีพคือใครอ่ะพี่อั้น..โอ๊ย! ตบหัวผมไมเนี่ยพี่” ผมลูบหัวปรอยๆ ตรงที่โดนพี่อั้นตบกระบาลเมื่อกี้ โดยมีเสียงหัวเราะไอ้เติร์กเป็นของแถม ผมหันไปชูนิ้วกลางด่าไอ้เติร์กหนึ่งทีก่อนจะหันไปมองพี่อั้นแบบเคืองๆ

 

“ไม่ต้องเลยมึง กูโดนไอ้แบ๊วด่าจนหูชาแถมต้องเลี้ยงข้าวมันอีก ที่โดนมึงจับได้ว่ามันเป็นพี่มึงเพราะกูหลุดเรียก ไม่ต้องมาหลอกถามกูเลย เลี้ยงข้าวไอ้แบ๊วทีกูจนพออดี” พี่อั้นบ่นครับแถมชุดใหญ่จนผมหน้าเจื่อนจนกระทั่งที่ดีพเดินกลับมาจากห้องน้ำ

 

“อั้นมึงบ่นไรเนี่ยได้ยินไปยันห้องน้ำ” พี่ดีพกลับมาพร้อมกับหยิบถุงชีทจากใต้โต๊ะมายื่นให้ผม ผมยิ้มกว้างยกมือไหว้แบบน้ำตาจะไหล ยังไงต่อไปนี้ก็รอดหละกู มีแนวหละ

 

“ถามน้องมึง มันทำตัวให้กูบ่นเอง” พี่อั้นเหล่มองผมครับ ทำเอาพี่ดีพเลิกคิ้วมองผมด้วย ผมเลยยิ้มกว้างๆ กลบเกลื่อนไป

 

“เออพีช พี่ฝากของไปคืนลุงรหัสด้วย จะได้รู้จักกันไปในตัวนะ” พี่ดีพหยิบหนังสือ OS (ระบบปฏิบัติการ ย่อมาจาก Operating System) หนาปึกขึ้นมายื่นให้ผมทำเอาผมตาวาว

 

“ได้เลยครับพี่ ว่าแต่จะให้ผมเอาไปคืนที่ไหนอ่ะ”

 

“เห็นบอกว่าพรุ่งนี้เรียนตึกสิบ ลองไปหาดู หาเอาจากชื่อจริงเนี่ยแหละ เป็นการพยายามหาลุงด้วยตัวเองไงมึง” พี่ดีพว่าก่อนจะเปิดโน้ตบุคทำงานตัวเองบ้าง ผมเปิดหนังสือเล่มนั้นดูด้วยความสนใจ ลายมือที่จดเลคเชอร์นั้นเป็นระเบียบเรียบร้อย และอ่านง่ายซึ่งแตกต่างจากลายมือผู้ชายปกติทั่วไปที่เป็นไก่เขี่ย รวมทั้งผมด้วยนะ ซึ่งดูจากบุคคลิกแล้วผมเดาว่าเป็นพี่ต้นได้ไหมนะ?

 

คือหน้าตาพี่แกดูดีอ่ะ แถมยังเป็นคนดี ลายมือน่าจะสวยเรียบร้อยแบบนี้อ่ะ (ใช้ตรรกะไหนคิดวะพีช?) ก่อนจะพลิกมาดูหน้าแรกเพื่ออ่านชื่อ

 

พงศ์กร วัฒนานนท์

 

 

 

D O G M A T I C L O V E

 

 

 

 

“พี่ครับๆ ใครชื่อพงศ์กร วัฒนานนท์อ่ะครับ มีคนฝากหนังสือมาคืนครับ” ผมเอ่ยถามพี่ๆ ปีสามในสาขาที่กำลังนั่งคุยกันอยู่ใต้ตึกสิบ ซึ่งวันนี้ผมมาแต่เช้าเพื่อมาให้ทันพี่เค้าก่อนเข้าเรียน ซึ่งพี่ดีพย้ำนักย้ำหนาว่าต้องให้ก่อนเข้าเรียน ซึ่งผมเองก็ไม่ได้เสียหายอยู่แล้ว เพราะวันนี้ตอนเช้าเขามีเรียนฟุตบอล ซึ่งเป็นวิชาเลือกกิจกรรมของปีหนึ่งทุกคน แต่แปลก ที่ทุกครั้งที่ผมเอ่ยถามชื่อนี้กับพี่ปีสามหลายๆ คนทำหน้าแปลกใจ

 

จนกระทั่งพี่ก้องที่เดินเข้ากอดคอผม จนผมต้องหันไปยกมือไหว้พี่เค้าอย่างเกรงๆ  ด้วยความที่เป็นเด็กปีหนึ่งกับพี่ว้าก

 

“หาพงศ์กรหรอเก้าสาม” พี่ก้องพูดขึ้นพร้อมกระตุกยิ้ม ผมเองก็พยักหน้ารับโดยไม่ได้สงสัยอะไรที่พี่เค้าเรียกแทนตัวผมด้วยรหัสเก้าสิบสาม ซึ่งมันแปะแผ่หลาอยู่บนป้ายชื่ออยู่แล้ว

 

“ครับพี่ พี่พงศ์กรอยู่ไหนหรอกครับ มีคนฝากหนังสือมาคืนอ่ะครับ” ผมตอบพี่ก้องไป พี่ก้องยิ้มกว้างกว่าเก่าพร้อมกับล็อคคอผมให้เดินตามไปพร้อมกับบอกว่าจะพาไป ซึ่งผมเองก็เดินตามไปโดยไม่ได้เอะใจอะไรสักนิด จนกระทั่งถึงห้องสโมสรนักศึกษาในโรงอาหารวิศวะ ตอนนั้นผมเริ่มร้อนๆ หนาวๆ แต่ก็อดคิดไม่ได้ว่าผมอาจจะทายถูกที่พี่ต้นเป็นลุงรหัส

 

แกร็ก...

 

“อ้าว ไอ้ก้องไหงมาช้าจังวะ เฮ้ย! แล้วพาใครมาด้วยเนี่ย เด็กใหม่อ๋อ?” ผมมองบรรยากาศในห้องสโมที่เต็มไปด้วยกลุ่มพี่ว้ากจนต้องยืนหลังตรงพร้อมกับยกมือไหว้พวกพี่ๆ ที่พร้อมใจกันมาแออัดในห้องที่แอร์เย็นเฉียบนี่อย่างพร้อมหน้า ซึ่งข้อดีของการมาอยู่ในห้องนี้มีเพียงข้อเดียวคือแอร์เนี่ยแหละ

 

“น้องเค้ามาหาคุณพงศ์กรหวะ เลยพามา” พี่ก้องพูดจบก็ปล่อยผมยืนเด๋ออยู่หน้าห้องพร้อมกับเดินเข้าไปนั่งที่โต๊ะกลางที่เหมือนกับโต๊ะที่มีไว้ประชุมกันพร้อมพยักเพยิดหน้าไปทางโต๊ะสำนักงานที่ตอนนี้มีพี่โม และพี่ต้นกำลังมองมาทางผมด้วยความสงสัยไม่ต่างจากคนอื่น

 

“คุณพงศ์กรครับน้องมาหาครับ” พี่ก้องยังไม่เลิกครับ เจ้าตัวหันไปมองทางโต๊ะแล้วเรียกอีกครั้ง ใครหละวะพงศ์กร ไอ้พี่ต้นมึงชื่อนี้มึงก็รีบๆ ประกาศตัวมาดิวะ กูลุ้นจะตายแล้วเนี่ย!!!!

 

ระหว่างที่ผมลุ้นตัวแทบโก่งพี่ต้นก็เดินออกมาจากโต๊ะ จนผมแทบจะร้องเยสในใจก่อนที่พี่แกจะหลบให้พี่โมเดินออกมาแทน เฮ้ย! เฮ้ย! เฮ้ย! อันนี้ผิดแผน ทำไมพี่ต้นกลับไปนั่งที่เดิมวะ คือหยัง???? เฮ้ย! พี่ต้นลุกมาดิ!!!!

 

“ว่าไงคุณพิชญ์พล! คุณมาหาผมทำไมไม่ทราบครับ” พี่โมยืนกอดอกหน้าตายมองผม พร้อมกับเลิกคิ้วเพื่อรอคำตอบจากผมที่เหมือนใกล้จะตาย อยากแหกปากร้องลั่นห้องสโมนี่จริงๆ

 

“พะ...พี่ดีพฝากให้เอาหนังสือมาคืนครับ” ผมยื่นหนังสือเล่มหนาให้ร่างสูงตรงหน้าพร้อมกับทำท่าจะยกมือไหว้ แล้วเผ่นเถอะไอ้พีช ซึ่งพี่โมก็รับหนังสือไปพร้อมกับหัวเราะหึเบาๆ แต่ผมได้ยิน เต็มสองหูด้วย!

 

“เก้าสิบสาม คุณเป็นน้องไอ้ดีพหรอ” พี่โมถามขึ้นอีกครั้ง ซึ่งผมเหมือนถูกสต๊าฟครับ ณ จุดนี้ขอยืมผ้าคลุมล่องหนของแฮร์รี่ พอตเตอร์หน่อยสองวิ ขอยืมวิ่งออกจากห้องสโมแล้วเดี๋ยวคืนเลย!

 

“ครับพี่” ผมตอบออกไปแบบพยายามทำหน้าแบ๊วๆ เอาไว้ จงเอ็นดูกู จงเอ็นดูกู จงเอ็นดูกูวววววว โฮวววววววว!! จะบ้าแล้วเว้ยยยยย!

 

“หึ! พี่ผมคงชอบคุณเหมือนกัน เค้าว่าคุณกล้าดีนะ มีอะไรอีกรึเปล่าครับถ้าไม่มีพวกผมจะได้ทำงานต่อ” พี่โมพูดจบผมส่ายหน้ายกมือแล้ววิ่งออกมาเลย เออะ....จุดนี้....บ้านเถอะไอ้พีช

 

อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก!

 

ไอ้พี่โมเป็นลุงรหัสผมเว้ย!!!!!

เฮ้ยยยยยยย!!!

 

ร้องไห้แพร่บ!!!!

 

 

 

D O G M A T I C L O V E

To be continued.

29-11-57

แก้คำผิด

a solpgase


 



 
 

ซอลเฟสหายไปนาน รีดเดอร์อย่าเพิ่งงโกรธเคืองกันเลยน้า
คนเม้นหายไปไหนหมดน้า ขาดกำลังใจอย่างแรงเลยนะนี่
#ร้องไห้ฉลองปีใหม่
คอมเม้นให้เค้าหน่อยน้า 1 เม้น = 1 กำลังใจน้า
และก็ #สวัสดีปีใหม่ค่า

ขอให้รีดเดอร์มีรอยยิ้มในทุกๆวัน สุขสันต์เฮฮา ชีวิตคึกคัก
ปีนี้ปีม้า มันต้องคึกคักเหมือนม้าแน่ๆเลยจ้า

รัก
ซอลเฟส

อ่านแล้วเม้นด้วยนะแจ้ะ แสดงตัวหน่อยเร็ววววคนที่ซุ่มอยู่ จ้ะเอ๋!!!!
#ตอนนี้พี่โมมาแนวไหนโปรดรอชมนะจ้ะ
#ความน่ารักของน้องพีชและพี่โมมันขึ้นอยู่กับยอดคอมเม้น เชื่อป้ะ???
#โดนรีดเดอร์ดักบีบคอ
#วิ่งหนีเข้ากลีบเมฆ


ด้วยรัก
ซอฟ๊อ.












 

 

 

 

SP's THANK
:) Shalunla

 

 

 

 

 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 64 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3,209 ความคิดเห็น

  1. #3145 baekbow (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 14 มีนาคม 2561 / 09:50
    ทวดรหัสน่าจะเป็นพี่จาวแล้วแหละ อื้อหืออออออ ชีวิตรายล้อมด้วยพี่ว๊ากไปอีก ทั้งพี่ชาย ทั้งสายรหัส มีดีพนี่แหละที่ไม่ใช่ 555
    #3,145
    0
  2. #3128 osh__gg (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2560 / 20:15
    ทวดคือรุงรังบอยแน่ๆ
    #3,128
    0
  3. #3102 moonui-ii (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2560 / 01:05
    ทวดรหัสนิ คงเป็นพี่จาวสินะ พี่โม คือหลังวัง พี่จาว น่าจะเป็น จาวา เดาเดานะแหะ
    #3,102
    0
  4. #3072 Gulrat1122 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2560 / 14:52
    อยากรู้แล้วใครคือทวดขอพีช
    #3,072
    0
  5. #3019 momosonoerung (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2560 / 10:21
    ฮิ้ววววว
    #3,019
    0
  6. #2931 Patsorn Srisopa (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2559 / 16:46
    น่าร๊ากกกกก ชอบๆ ถ้านางได้กันนี่ คิดว่าเฮียโม คงหวงเมียน่าดู แล้วก้อยุ สมาคมคนเกรงใจเมียแห่งประเทศไทยแน่ๆ 555++
    #2,931
    0
  7. #2862 Mammy Sentereza (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2558 / 23:39
    เทพจาวานี่พี่จาวแน่เบยยย
    #2,862
    0
  8. #2803 janeicelet (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2558 / 22:12
    เฮ้อมมม สงสารพีชจัง 555555
    #2,803
    0
  9. #2606 KiHaE*129 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 8 กันยายน 2558 / 02:37
    สายนี้เด็ดทุกคนอ่ะ

    พี่จาวเทพจาวาสิน่ะ
    #2,606
    0
  10. วันที่ 21 มิถุนายน 2558 / 15:15
    55555555555555555555555555555555!!!!!!!!!!!! โว้ยยยยยยยย ฮาโ ค ต รรรรรรรรรรรรรรร เทพจาวานี่พี่จาวแน่เลยมุงเอ้ยยยยยยยยยย. 55555555555
    #2,424
    0
  11. #2219 P.Secret (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 28 เมษายน 2558 / 17:17
    คือหัว้ราะหนักมากจริงๆ ยิ่งฉากที่มันตามหาพี่โมนี่คือฮา
    #2,219
    0
  12. #2194 sundaymorning3841 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 28 เมษายน 2558 / 08:41
    มันคือพรหมลิขิตค่ะน้องพีช ดีใจด้วยค่ะ55555555555555555555555555555555555555
    #2,194
    0
  13. #2181 Kulissara Pathomlikitkhan (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 26 เมษายน 2558 / 12:31
    ดาวสมพงษ์ ต้า ลาล้า~~~ ช่ะช่ะช้าาา 555
    #2,181
    0
  14. #2018 ony.pp (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2558 / 17:31
    ดวงสมพงษ์กันจริงพี่โมน้องพีชชชช
    #2,018
    0
  15. #1888 byfoam (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2557 / 15:15
    ดวงสมพงษ์กันจริงงงงง
    #1,888
    0
  16. #1583 shshshx (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2557 / 01:29
    ปู่แกนี้อิพี่จาวแน่ๆๆๆ ตัวแรงทั้งนานนนน
    #1,583
    0
  17. #1515 tinyrain (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2557 / 22:49
    โอ้ยยยยยย ชอบอะ55555 ติดตามๆ
    #1,515
    0
  18. #1473 38 68 233 GRTKC (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2557 / 11:28
    แม้ดวงมันสมพงศ์กันนะ คริคริ
    #1,473
    0
  19. #1440 KimHeeBum (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2557 / 02:56
    ทวดรหัสพีชคือพี่จาวแน่เลย เทพจาวาคือพี่จาวแน่ๆ
    #1,440
    0
  20. #1428 Akane View (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2557 / 15:45
    พี่โมเอาฮาอ่ะ ชอบๆ อย่าลืมง้อน้องพีทนะงอนใหญ่แล้ว555555
    #1,428
    0
  21. #1405 Araya_Faii (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2557 / 17:19
    คือชอบตอนที่ทำซีรีย์อ่ะ เเบบเป็นคำว่าหนึ่งเดียวตริงๆ เเล้วชอบนิสัยพีชตรงที่กล้านำเพื่อนๆนี่เเหละ ชอบนิวัยตรงนี้ที่สุดเลย สุดท้ายพีชกับพี่โมก็ไม่เเคล้วกันสินะ ตอนนี้สอนให้รู้ว่าเหนือพี่โมยังมีพี่จาวให้ตายสิ ถ้าพี่โมเป็นลุงรหัสพีช พี่จาวซึ่งเป็นพี่รหัสพี่โมก็ต้องเป็นทวดรหัสพีชด้วยสิ หลังวังคือฉายาพี่เเกใช่มั้ย คาดว่าพีชต้องได้เป็นเฮดว้ากในอนาคต สายนี้จะสายว้ากอย่างเดียวใช่มั้ย ส่วนพี่ดีพ ปล่อยให้พี่เเกสิงสายเเบ๊วไปเหอะ
    #1,405
    0
  22. #1351 cHAchar (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2557 / 12:05
    คนเราจะคู่กัน พรหมลิขิตบันดาลให้พบกัน มิอาจแคล้วคลาดกันเอิงเอยฟฟฟฟฟฟฟ
    ไม่รอดแล้วทีนี้อิหนู ไม่รอดแน่ๆถถถถถถถถถถถถถถถถถถถ
    #1,351
    0
  23. วันที่ 18 ตุลาคม 2557 / 07:18
    พี่โมหายสาบสูญ 55555
    #1,341
    0
  24. #1127 poungsaed (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2557 / 20:16
    สายรหัสพีชแต่ละคน -..- สงสารดีไหม เดาว่าพี่จาวอาจจะเป็นหนึ่งในนั้น
    #1,127
    0
  25. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(