DOGMATIC LOVE (Yaoi) | รับน้องป่วนๆกับก๊วนวิศวะ

ตอนที่ 6 : Ch 6 - SECRET CODE โค้ดลับสัมผัสสยอง (?)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 17,281
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 72 ครั้ง
    20 ก.ย. 58



6

SECRET CODE โค้ดลับสัมผัสสยอง J

 

 

 

 

“ไอ้เชี่ยรอกูด้วยยยย ว้ากกกกกกกกกก” ผมร้องลั่นพร้อมกับวิ่งเกียร์หมาผ่าประสบการณ์หวิดสิ้นชีพข้ามถนนหน้ามหาวิทยาลัยแบบไม่คิดชีวิตเมื่อเห็นไอ้พี่โมกำลังขับเวสป้าสีแดงตรงมาทางที่ผมกับไอ้เติร์กยืนอยู่ ไอ้เติร์กนี่ก็แสนจะรักผมนะครับ พอมันหันไปเจอพี่โมปุ๊บ ข้ามถนนปั๊บไม่คิดเรียกผมสักคำ มึงรักกูมากจุดนี้ บอกเลย

 

ผมยืนชี้หน้าคาดโทษไอ้เพื่อนตัวดีที่หันมาหัวเราะใส่ผมแต่หัวเราะได้ไม่นานก็พากันวิ่งไล่เตะกันเรียกเหงื่อยามสายๆ ตามประสาวัยรุ่นมีพละกำลังเหลือเฟือจนกระทั่งเสียงแตรรถดังปี๊นๆ ตามหลังมานี่หละครับพวกผมเลยเลิกเล่นกันแล้วหันไปมองก่อนจะทำหน้าแบบดีใจแบบสุดกู่ น้ำตาปริ่มด้วยความปิติเมื่อพบว่าเสียงแตรนั้นมาจากรถเวสป้าสีแดงคันสวยที่ผมใคร่หมายปองเป็นเจ้าของบ้าง แต่ประเด็นคือไอ้เจ้าของรถคันนี้เนี่ยทำผมอยากร้องไห้มากกว่าเดิมสามสิบเท่า กุศลที่ไปทำบุญเก้าวัดคงยังไม่แรงพอ เวรกรรมถึงได้ดลบันดาลให้เรามาพบกันสินะครับพี่โม T_______T

 

“สวัสดีครับพี่” ด้วยความจำเป็นของสถานการณ์พวกเราทั้งสองคนเลยต้องยืนทำหน้าเจี๋ยมเจี้ยมแล้วยกมือไหว้เฮดว้ากด้วยความยำเกรงต่อกระแสอำนาจที่แผ่วาบออกมาจากลำตัวร่างสูงที่นั่งค่อมรถเวสป้าอยู่ แม่ งยังไม่ทำอะไรเลยด้วยซ้ำนะครับ แค่ทำหน้านิ่งๆ แล้วมองเราทั้งสองคนด้วยสายตาเย็นชา ก็สามารถทำให้ผมรู้สึกอยากวิ่งหนีสี่คูณร้อยเมตรถลาลงสระมรกตตรงหน้าแล้วว่ายน้ำต่อเพื่อหนีไอ้พี่โมแล้วอ่ะ และผมก็คิดว่าไอ้เติร์กก็คิดเหมือนกัน แบบมองตาก็รู้

 

แต่ความแอ๊บแบ๊วทำหน้าใสซื่อของผมไม่เป็นผลครับ ไอ้พี่โมมันไม่รับไหว้ไม่พอมันยังทำหน้าเครียดใส่เป็นอ๊อบชั่นเสริมของการทำหน้านิ่งครับ

 

“ปีหนึ่งเมื่อครู่นี้คุณทำอะไรครับ”

 

นั่นไง.....มาแล้วครับกระทู้ดราม่าวันนี้...

 

“ครับ?”

 

“ผมรู้ว่าคุณได้ยินคุณพิชญ์พลว่าผมพูดอะไร คงไม่ต้องให้ผมเอ่ยถามเป็นครั้งที่สอง”

 

โอ้โห ได้ยินครับพี่ ผมได้ยินเต็มสองรูหูเลยครับ แต่ประเด็นคือกูไม่รู้ไงว่าคุณพี่จะสื่ออะไรครับ?

เลยไม่ได้ตอบออกไป แถมไอ้เติร์กแม่ งก็ดันเงียบจนผมต้องเขยิบเอาศอกกระทุ้งสีข้างมันแต่มันก็ทำนิ่งไม่พูดไม่จาจนผมต้องเงยหน้ามองพี่โมแล้วยิ้มแหยๆ ไปให้ กะเอาความกะล่อนเข้าล่อ แต่พี่โมแม่ งกลับไปทำหน้าแบบเดิมแล้วครับ โหมดนิ่งสไตล์ และรอเอาคำตอบจากพวกเราสองคน แต่เมื่อเวลาผ่านไปพี่แกก็คงจะรับรู้ได้ว่าสมองอันน้อยนิดของเราสองคนไม่สามารถประมวลผลได้ว่าพี่เค้าต้องการอะไร ผมเห็นพี่โมถอนหายใจเบาๆครับก่อนจะดับเครื่องรถแล้วยกเท้าดันขาตั้งลงจากรถมากอดอกมองพวกเราสองคนที่ตอนนี้เสื้อผ้าหลุดรุยจากการแกล้งกันเมื่อครู่ ไม่มีป้ายชื่อเพราะคิดว่ายังไม่ถึงคณะเลยยังไม่ได้ใส่ แตกต่างจากพี่โมทุกระเบียบนิ้ว ร่างสูงด้วยชุดนิสิตเรียบร้อยแม้ไม่มีเนคไทแต่ชายเสื้ออยู่ในกางเกงอย่างดี แถมรองเท้าหนัง และที่น่าอิจฉามากคือพี่แกแต่งแบบนี้แล้วทำไมดูดีแบบนี้วะ ถ้าไม่ติดว่าเวลามึงหน้าบึ้งนิ่งเฉยเนี่ยมันจะดูดีกว่านี้หลายขุมก็เหอะนะ

 

“เมื่อครู่นี้ผมเห็นคุณไม่ใช้สะพานลอยข้ามถนน คุณจำความผิดไม่ได้หรือครับ?”

 

เอ่อ.....ลืมไปเลย...

มหาวิทยาลัยห้ามนิสิตเดินข้ามถนนแต่บังคับให้ขึ้นสะพานแทนถ้าใครทำผิดกฎสามารถลงโทษได้ทันที....

เวรหละกู...

 

“.........”

 

“ผมถามไม่ได้ยินรึไง!

 

 

“จำได้ครับ!” ผม และไอ้เติร์กรีบตอบกลับไปเมื่ออีกฝ่ายดูเหมือนจะมีอารมณ์ขึ้นมาหน่อยๆ ที่เราทั้งสองคนเอาแต่เงียบพอตอบเสร็จก็พากับเงียบครับ พี่โมเองก็เงียบ

 

ไม่รู้ทำไมนะ ทั้งๆ ที่หน้ามอก็มีคนพลุกพล่าน แต่ความรู้สึกผมตอนนี้แม่ งโคตรจะวังเวง และน่าร้องไห้ที่สุดในสามโลกเลย ฮือออออออออออออออออออ

 

“คุณทราบใช่ไหมครับว่ามันผิด”

 

“ทราบครับ”

 

“ดังๆ!!

 

“ทราบครับ!!!!

 

“ดีงั้น.............เฮ้ย!!

 

“เฮ้ยไอ้เชี่ย!!!

 

“เฮ้ย เชี่ยยยย!!!!

ไม่ทันที่พี่โมจะทันได้พูดอะไรจบประโยคครับ ดันเกิดเหตุการณ์เหี้ ยบุกจนเชี่ยกันไปทั่วหน้าวิ่งป่าราบเป็นหน้ากองหนีแม่ทัพร่างใหญ่ที่วิ่งพรวดออกมาจากท่อระบายน้ำไร้ตะแกรงกั้นใต้เท้าพวกผมเนี่ยหละ คนที่ได้รับผลกระทบหนักสุดเห็นจะเป็นพี่โมที่โดนท่านเหี้ ย หรือสุภาพๆ ก็ตัวเงินตัวทองจู่โจมแบบไม่ทันตั้งตัวจนต้องเด้งตัวหลบแบบมาดหลุดสุดๆ ไอ้เติร์ก และผมก็อดขำกับเหตุการณ์นี้ไม่ได้ แต่ลืมไปว่าพวกผมเลือกขำผิดเวลาไปหน่อย เมื่อพี่โมเงยหน้ามาแล้วตีหน้าโหดเดินกลับมายืนจุดเดิมหลังจากที่ท่านแม่ทัพใหญ่ได้วิ่งตรงไปริมสระมรกตเรียบร้อยแล้ว

 

หวังว่า.....พี่โมคงไม่ได้คิดว่าพวกผมขำพี่เขานะครับ...

 

“พวกคุณขำอะไร? ทำผิดแล้วยังขำได้อยู่อีกหรอครับ? ผมคงต้องสั่งซ่อมพวกคุณเสียหน่อยว่าการทำผิดแล้วควรสำนึกมันเป็นยังไง เชิญคุณไปที่ริมสระน้ำครับ แล้วพูดคำที่ผมบอกจนกว่าผมจะพอใจ ผมจะไปรอฟังพวกคุณที่ฝั่งสระด้านโน้นนะครับ”

 

นั่นไงทำไมกูแทงหวยแล้วไม่ถูกแบบนี้วะ!!!

เชี่ยเอ๊ยยย พี่เงินทองพาผมซวยแท้ๆ T_______T

ทำไมต้องทำโทษกูริมสระที่ท่านแม่ทัพเพิ่งทอดกายสไลด์ตัวลงไปเล่นน้ำป๋อมแป๋มด้วยวะ??

บางทีกูก็กลัวป้ะ?

 

 

 

ผมมองหน้าไอ้เติร์กแบบปลงตกก่อนจะให้สัญญาณเพื่อตะโกนคำที่พี่โมเพิ่งบอกก่อนจะขึ้นรถแล้วข้ามไปที่อีกฝั่งของสระน้ำ

 

เอาวะ....สวัสดีพระอาทิตย์บนสะพานลอยกูก็ทำมาแล้ว จะทำอีกจะเป็นอะไรไป...เป็นไงเป็นกันวะ!

 

 

สามมมมมมมมสี่....เอ้า!

 

 

 

 

 

 

“พี่เงินพี่ทองครับ! สวัสดีคร๊าบบบบบบบบ!!!!!

 

 

เชื่อเถอะเกิดมาจนอายุสิบเก้า ไม่มีวันไหนที่ผมคิดว่าชีวิตมันพีคได้จนถึงวันที่ผมต้องรู้สึกอัปยศได้ขนาดนี้อีกหละ

 

 

 

“ไม่ได้ยิน!!! เอาใหม่!!!” โฮรกกกกกก พลอตเดิมเลยวะไอ้พี่โม!! มึงแอ๊บไม่ได้ยินกูอีกแล้วววววววววว

 

 

“พี่เงินพี่ทองครับ! สวัสดีคร๊าบบบบบบบบ!!!!!

 

 

“ตู๊ม!!!

 

แหมะ...เหมือนพี่เงินพี่ทองจะรับรู้ได้ถึงคำทักทายของผม ท่านกระโดดขึ้นมาจากน้ำอย่างสวยงามท่ามกลางแสงแดดยามสายๆ กระทบเกล็ดตามลำตัวทอแสงวิบวับ ที่ปากคาบปลาสวายตัวอวบอิ่มขนาดพอดีปากดิ้นแด่วๆ อยู่ในนั้น แหม...ช่างเป็นภาพที่สวยงามหาดูยากจริงๆ จะมีใครโชคดีเหมือนผมไหมเนี่ยครับ TT

 

“เอ้า!อย่าเงียบ!! ผมบอกให้หยุดพูดรึไงปีหนึ่ง!!!

 

โฮรกกกกก พี่โม....มึงฆ่ากูเถอะ......อย่าทรมานกันเลยยยย สาวๆ มองกันเป็นตาเดียวหมดแล้วโว้ยยยยยยยยย อายประชาชียันลูกหลานหละนะเฟร้ยยยย

 

“พี่เงินพี่ทองครับ! สวัสดีคร๊าบบบบบบบบ!!!!!

 

สุดท้ายก็ได้แต่คร่ำครวญอยู่ในใจ....ร้องไห้ในใจ และต้องทำต่อไปอย่างไม่อาจขัดขืน....

นี่ผมเป็นโสรยาในเรื่องจำเลยรักรึเปล่าวะเนี่ย???

 

โฮววววว ลาก่อน....เส้นเสียง

 

ลาก่อนนน....

 

 

หากในเวลาสิบนาฬิกากว่าๆ คุณเดินผ่านหน้ามหาวิทยาลัยของผมแล้วพบว่ามีนิสิตหน้าตาดีสองคนกำลังตะโกนทักทายพี่เงินพี่ทองตัวใหญ่ยักษ์ในสระหน้ามหาวิทยาลัย กรุณาอย่าคิดว่าพวกผมเป็นคนสติไม่สมประกอบเลยนะครับ....

 

พวกผมแค่โดนสังคมทำร้ายเท่านั้นเองงงง

ฮือออออออออออออออออออออออออออ!!!!

 

 

D O G M A T I C L O V E

 

 

 

 

 

คุณเชื่อไหมครับว่าฟ้าหลังฝนนั้นมีอยู่จริง ตอนแรกผมก็ไม่ได้เชื่อหรอกนะ ถ้าตัวผมที่กำลังตกอับถึงกับพนมมือยกไหว้แถมแหกปากทำการสวัสดีตัวเงินตัวทองที่สระมรกตหน้ามหาวิทยาลัยตั้งแต่สิบโมงกว่ายันสิบเอ็ดโมง และที่เรียกว่าโชคดี คือพี่ปีสองที่เดินเข้ามาในเหตุการณ์นี้เพื่อมาตามตัวพี่โมที่ยืนแต่งตัวเนี้ยบกอดอกมองพวกเราอีกฟากสระเลยเป็นผลให้การลงโทษที่แสนจะอัปยศนี้จบลง แต่ผมก็รู้แหละว่ามันไม่จบหรอกเพราะสายาตาที่ไอ้พี่โมมันมองผมก่อนไปนี่แบบ ฮึ๊ยยยยขนลุกครับบอกเลย

 

ระหว่างที่ทุกคนอ่านมาจนถึงจุดนี้เริ่มรู้สึกสงสัยแล้วใช่ไหมว่าความโชคดีที่เปรียบเป็นฟ้าหลังฝนของผมมันอยู่ตรงไหน โปรดอดใจอ่านอีกนิดครับ มันใกล้จะถึงไคล์มแม็กซ์หละ

 

ระหว่างที่ผมกับไอ้เติร์กนั่งจับเจ่ากันอยู่ที่เดิมแบบหมาหอบแดด อากาศก็ร้อนแถมต้องมาแหกปากอะไรแบบนี้ไอ้พลังงานเหลือเฟือที่มีมันหมดปรอทไปแล้วครับ

 

“เอ้า ปีหนึ่งน้ำ” ผมหันไปมองเสียงทุ้มสดใสที่ดังขึ้นใกล้ๆ พร้อมกับขวดน้ำโพลาลิตรเย็นเจี๊ยบสองขวดถูกส่งมาตรงหน้า เจ้าของรอยยิ้มสดใสที่ผมจำได้ไม่ลืมว่าเป็นพี่ปีสองที่สาขาที่สั่งให้ผมนั่งคุยกับขวดน้ำเมื่อหลายวันก่อนแลกกับลายเซ็น แต่งานนี้ไม่มีระแวงครับ อะไรหยิบยื่นมาผมเอาหมด

 

“ขอบคุณคร้าบพี่ดีพพพพพพ” ทั้งผมทั้งไอ้เติร์กยกมือท้วมหัวพร้อมกับรับขวดน้ำมาเปิดฝาดื่มอย่างหิวกระหาย เชื่อเหอะว่าพวกเราสองคนเป็นแบบนั้นจริงๆ จนเสียงหัวเราะไอ้พี่ดีพมันดังเข้าโสตประสาทมานั่นแหละ ถึงได้รู้ตัวว่าทำอะไรออกไป

 

“พวกคุณค่อยๆ กินก็ได้ เดี๋ยวสำลักน้ำตายพอดีแล้วอีท่าไหนถึงได้โดนพี่โมสั่งซ่อมเนี่ย” พี่ดีพถามพร้อมกับทิ้งตัวนั่งลงบนพื้นหญ้าริมสระกับพวกเราไปด้วย ท่าทีไม่ถือตัวตามฉบับพี่ปีสองที่คอยดูแล และโอ๋น้องๆ ทำให้ผม และไอ้เติร์กไม่ได้เกร็งมากเท่าไหร่เลยเล่าเหตุการณ์ตั้งแต่ต้นจนจบให้พี่แกฟัง พอพี่ดีพแกรู้เรื่องก็ขำน้ำตาเล็ดน้ำตาไหลออกมาแบบไม่บันยะบันยังครับจนกระทั่งเพื่อนพี่เค้ามาตามให้ไปประชุมปีสองนั่นหละ แต่เรื่องราวมันจะจบแค่ที่ว่าผมขอบคุณพี่เขาสำหรับน้ำ แล้วจากกันไปทำหน้าที่ของใครของมัน ไม่ติดเลยถ้าไอ้พี่อั้นเพื่อนพี่ดีพไม่ตะโกนเรียกพี่ดีพเสียงดังด้วยชื่ออื่นที่ทำให้ผมฉุดคิดขึ้นมา

 

“ไอ้แบ้ว! มึงรีบเลยมีประชุมปีสอง มึงอยากโดนพี่ว้ากจัดรึไงมึง”

 

นั่นหละครับผมที่กำลังหัวเราะเอิ้กอ้ากอยู่กับเหตุการณ์ที่ผ่านมาจนลืมเรื่องซ่อมจากเฮดว้ากไปแบบสนิทใจก็หันไปมองพี่เขาที่หันมาลา และทำท่าจะลุกขึ้นไปหาเพื่อน แต่ผมดันมือไวคว้าข้อมือพี่เขาไว้ก่อนพร้อมกับจ้องใบหน้าที่ดูกวนๆ แต่น่ารักนั่นให้เต็มตาอีกที พี่ดีพเองก็ดูตกใจไม่น้อยที่ผมทำแบบนี้ ผมมองตาร่างผอมบางตรงหน้าแบบเหมือนคนค้นเอาคำตอบก่อนจะแสยะยิ้มแบบคนได้คำตอบที่หาแล้ว

 

“เฮ้ยคุณยิ้มแบบนี้หมายความว่าไงเนี่ย ผมกลัวนะเว้ย” พี่ดีพพูดขึ้นมาพร้อมกับขยับข้อมือออกจากการกอบกุมของผม ไม่ได้บอกหรอกว่าตัวเองแข็งแรงแรงควายมาจากไหน แต่เห็นอย่างงี้ผมก็นักบาสเก่าของโรงเรียนนะครับ แรงหนะผมมีไม่น้อยเหมือนกัน

 

“เปล่าครับพี่ ขอโทษครับ” ผมหยุดความคิดของตัวเองพร้อมกับปล่อยมือจากแขนพี่ดีพ เจ้าตัวเองก็มองหน้าผมแบบงงๆ

 

“ผมไปดีกว่า คุณเองก็รีบไปล่าลายเซ็นเถอะ เดี๋ยวจะโดนซ่อมนะครับคุณ” เจ้าตัวพูดจบก็รีบเดินไปหาพี่อั้นแล้วเดินออกไปพร้อมกัน ผมได้แต่มองตามก่อนจะหันกลับมาหาไอ้เติร์ก แต่พอทันทีที่หันกลับมาก็หลุดแหกปากร้องออกมาอย่างตกใจ เพราะหน้าไอ้เติร์กมันมาอยู่ใกล้ผมพร้อมกับส่งสายตาจับผิดมาให้

 

“เชี่ยเติร์กก กูหัวใจจะวาย! เล่นอะไรของมึงเนี่ย” ผมพลักไหล่ไอ้เติร์กจนมันหงายหลังไปนั่งกับพื้นหญ้าข้างสระก่อนที่มันยังไม่ละสายตาจ้องผมแบบจะเค้นเอาความจริง

 

“อะไรของมึง จ้องกูทำไมเนี่ย!” จนกลายเป็นผมที่ทนไม่ไหวครับ ลองคุณมาโดนจ้องแบบนี้ผมว่าคุณก็ทนไม่ไหวเหมือนกันไอ้เติร์กมันเลยทำเสียงขึ้นจมูกก่อนจะปรับท่านั่งเป็นขัดสมาธิพร้อมกับกอดอกมองมาทางผม

 

“ไอ้พีชเมื่อกี่มึงทำห่าไรพี่ดีพวะ”

 

“ทำไมวะมึง? กูแค่หาความจริงเฉยๆ” ผมว่าก่อนจะหยิบขวดน้ำขึ้นมากินแก้กระหายอีกครั้ง แต่ไอ้เติร์กก็ยังหรี่ตามองผมไม่เลิกครับ ยังไงของมันวะ พีชไม่เข้าใจ พีชไม่เกทนะครับเพื่อนนน

 

“หาความจริงห่าไร ทำไมต้องจ้องตาสะขนาดนั้น หรือว่า....”

 

“เฮ้ยๆๆๆๆๆ หยุดสาสสสสส กูผู้ชาย เมียก็เพิ่งเลิกไปอะไรของมึงห๊ะ! กูแค่สงสัยว่าพี่ดีพเป็นพี่รหัสกูเท่านั้นเอง” ผมแทบน้ำพุ่งใส่หน้าไอ้เติร์กครับ คิดอะไรของมันผู้ชายอกสามศอกอย่างผมเนี่ยนะ จะบ้าหร๊อออ

 

“พี่ดีพเนี่ยนะ มึงเอามูลมาจากไหนวะกูไม่เห็นว่าพี่ดีพจะอะไรมึงเลยนะ แค่เอาน้ำมาให้มึงคิดว่าพี่เค้าเป็นพี่มึงเลยไง?”

 

“มึงนี่ไม่ใช้กี้นี้ มึงจำได้มะว่ารหัสสายกูชื่อว่าไร?” ผมเลิกกินแล้วครับนงน้ำก่อนจะเงยหน้ามองเพื่อนที่ทำท่าไม่เก็ทกับที่ผมถามไป

 

“แบ๊วๆ อะไรสักอย่างนี่แหละ....เฮ้ยเดี๋ยว....กูเริ่มจะเก็ทหละ.....สาสสสสสสสสไอ้พีชมึงอย่างเจ๋งสมองมึงนี่ เทพอ่ะ!

 

“เหอะ อย่างพิชญ์พลซะอย่างครับเพื่อน!” ผมกอดอกภูมิใจด้วยความมั่นใจยังไงพี่รหัสของผมก็ต้องเป็นพี่ดีพ อย่างเดียวที่สามารถยืนยันได้คือผมต้องไปหาหลักฐานไปยืนใส่พี่เขา และยอมรับผมเป็นน้องให้ได้เท่านั้น เทพจาวาแบ๊วหลังวัง ต้องเจอพอพีชศิษย์เฮียพลับเหอะงานนี้!

 

 

D O G M A T I C L O V E

 

 

 

 

ผมไม่รู้ว่าการที่ผมเลือกเรียนคณะวิศกรรมศาสตร์นี่มันเป็นเรื่องที่ผิดมากกับชีวิตรึเปล่านะ หรือผมไม่รู้ว่าคณะอื่นๆ รับน้องหนักขนาดนี้รึเปล่า หรืออาจจะเป็นเพราะวันนี้ผมกับไอ้เติร์กทำผิดกฎมหาวิทยาลัยต่อหน้าท่านเฮดว้ากที่ควบตำแหน่งประธานปกครองของคณะวิศวกรรมศาสตร์ หรือเพราะไอ้พี่เงินพี่ทองที่โผล่มาแทรกตอนที่พี่แกกำลังเก็กหน้าเข้มทำโทษพวกผมแล้วทำแกเสียฟอร์มกันหละ

 

ผมไม่รู้จะหาเหตุผลจากอะไรทั้งหมดทั้งมวลนี้มาเป็นข้ออ้างให้รู้สึกดีหรอกนะ แต่ตอนนี้ผมกำลังรู้สึกว่ามันเริ่มจะทนทานไม่ไหวแล้วหละกับการนั่งยองๆ ซ้อนกันเป็นวงกลมที่เรียกชื่อดูเท่ๆ ว่าเก้าอี้อากาศ ในวันที่ฝนตกกระหน่ำราวกับท่านเทวดารู้เห็นเป็นใจที่เห็นพวกผมโดนกลั่นแกล้งแบบนี้

 

และมันคงดีกว่านี้ถ้าวันนี้พวกเราไม่ได้ใส่ชุดนิสิตที่พอเปียกแล้วมันแนบเนื้อเห็นอะไรต่อมิอะไร จนพี่ๆเรียกเหล่าผู้หญิงให้เข้าไปหลบด้านในอาคารแล้วลุกนั่งแทนที่จะมาทำเก้าอี้อากาศเหมือนพวกผู้ชาย

 

ผมแอบเหลือบมองนาฬิกาข้อมือที่บอกเวลาว่าตอนนี้สองทุ่มแล้ว ผมโดนทำโทษแบบนี้มาเบ็ดเสร็จทั้งหมดครึ่งชั่วโมงเต็มๆ แต่ทุกคนก็ยังคงนั่งเก้าอี้อากาศทั้งๆ ที่อากาศที่หนาวเย็น และอาการเมื่อยขาแบบสุดๆ

 

“ปีหนึ่งทั้งหมดเข้าแถวตอนเรียงยี่สิบปฏิบัติ!

 

เป็นครั้งแรกครับที่ผมคิดว่าเสียงพี่โมเป็นเสียงสวรรค์ พวกเราที่นั่งเก้าอี้อากาศพากันยืดตัวแต่ไม่ทันที่จะได้เอ่ยร้องอวดครวญกันหรอกครับต้องรีบวิ่งหน้าตั้งกันเข้าไปที่ใต้ตึกเพื่อไปเข้าแถวตามที่พี่แกสั่ง

 

“นับเก้า.................นับสิบ....”

 

ไม่รู้ว่าผมคิดไปเองรึเปล่านะครับ ผมคิดว่าครั้งนี้พี่โมนับช้าลงหลังจากที่พวกเราทำโทษกัน ซึ่งผมไม่รู้ว่าพี่แกเดินมาจากสนามบอลเมื่อไหร่ เพราะจำได้ว่าพี่โมยืนมองพวกเราทั้งหมดที่โดนทำโทษกลางสนามบนแสตนด์ ฝนตกพี่เขาก็ไม่ได้หนีไปไหน พี่ว้ากทั้งห้าคนยังคงยืนอยู่ที่เดิม จนกระทั้งมาได้ยินเสียงเรียกระเบียบแถวเนี่ยหละผมถึงเพิ่งรู้ว่าพี่โมมันแอบเข้ามาหลบฝน

 

รึเปล่าวะ?

 

 

“ผมไม่รู้ว่าสิ่งที่พวกผมกำลังทำอยู่มันคืออะไร นี่เป็นครั้งแรกที่ผมเข้าประชุมเชียร์มาแล้วคิดว่าพวกผมกำลังสิ่งที่สูญเปล่า”

 

นั่นไงครับ จิตวิทยาปลุกจิตใต้สำนึกของน้องกำลังออกมาแล้วครับ นำเสียงหนักแน่นที่เอ่ยออกมาจากร่างสูงที่ทำใบหน้าเรียบเฉย ถึงแม้ร่างกายจะเปียกปอนไปด้วยน้ำฝนไม่ต่างจากพวกเราแต่ก็ยังไม่แสดงท่าทีหนาวสั่น และยังยืนทำท่าระเบียบแถวอยู่หน้าหน้าแถวได้อย่างสง่าผ่าเผยอีก

 

บางทีผมก็อยากรู้นะ ว่าเฮดว้ากรุ่นก่อนๆ จะเฮี๊ยบแบบพี่โมไหมนะ?

 

“หลายครั้งที่พวกผมเห็นความหวังจากตัวพวกคุณ แต่ทุกครั้งพวกคุณก็ทำผมหมดหวังในเวลาต่อมา ผมไม่รู้ว่าที่พวกคุณทำนั้นมาจากใจจริงๆ หรือเพราะพวกคุณกำลังเล่นละครหลอกพวกผมให้ตายใจกันแน่!

 

เงียบครับ

โหมดมาคุแบบขั้นพีค พลอตดราม่ากำลังจิเกิดใครห้ามขัดทั้งนั้น ขนาดผมเองนี่นั่งตัวสั่นปากสั่นเป็นลูกหมายังหมดฤทธิ์ครับ

 

“ผมเหนื่อยแล้ว ตลอดเวลาที่ผ่านมาผมสรรหาเหตุผลที่จะบอกทุกคนในห้องประชุมสภาเสมอว่าพวกคุณมีแวว แต่วันนี้ผมไม่มีหน้าไปบอกคำเหล่านั้นในสภาได้แล้ว เพราะคุณได้ทรยศความไว้ใจของผมไปจนหมด ต่อไปนี้!!!

 

ขณะที่พวกเรานั่งก้มหน้าไม่มีใครยอมเงยหน้ามองภาพตรงหน้าเลยสักนิด และเสียงพี่โมที่ดูเข้มมากกว่าเก่า เสียงดังมากกว่าเก่าคล้ายออกคำสั่งนั้นทำให้ผมรู้สึกสังหรณ์ใจแปลกๆ

 

“ผมขอประกาศปิดการประชุมเชียร์ภาค ต่อไปนี้จะไม่มีการเรียกประชุมเชียร์อีก ผมจะไม่มาให้พวกคุณเห็นหน้า และใครก็ตามที่ยังอยากรับพวกคุณเป็นน้องเชิญตามสบาย จะเทคแคร์กันยังไงก็ช่าง แต่ผมอยากประกาศให้ทราบว่า จะไม่มีการชิงธง จะไม่มีการชิงรุ่น และปีนี้จะไม่มีพิธีมอบเกียร์ใดๆ เกิดขึ้นสำหรับภาคคอมพิวเตอร์ ผมขอจบเพียงเท่านี้ครับ!

 

ทันทีที่พี่โม และพี่ว้ากทั้งหมดเดินหายเข้าไปในห้องที่เป็นห้องสันทนาพี่ปีสามทุกคนก็เดินตามเข้าไปอย่างไม่สนใจใยดี พวกเราที่นั่งงงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

 

หมายความว่าไงกับการปิดการประชุมเชียร์ทั้งๆ ที่มันเพิ่งเริ่มไปยังไม่ถึงครึ่งทางเสียด้วยซ้ำ เสียงพูดคุยดังขึ้นระงม ผู้หญิงหลายๆ คนในภาคเริ่มเสียงสั่น และกำลังร้องไห้ อย่าว่าแต่พวกผู้หญิงเลยครับ ผมเองก็งงจนอยากจะร้องไห้เหมือนกัน

หันไปมองห้องที่พวกรุ่นพี่เดินเข้าไปตอนนี้ประตูปิดลงแล้ว เสียงคุยกันข้างในดังลอดออกมาให้พวกเราได้ยินกันบ้างบางครั้งเหมือนมีเรื่องถกเถียงกันอยู่ในนั้น  ไม่นานนักพวกพี่ปีสองก็เดินเข้ามารับไม้ต่อโดยมีพี่อั้นเดินเข้ามาบอกให้พวกเราเงียบ และจัดแถวให้เป็นระเบียบ

 

หน่วยพี่พยาบาลปีสองเข้ามาทำหน้าที่แทนทั้งหายาดมทั้งหาผ้าขนหนูเท่าที่จะหาได้มาให้พวกเราเช็ดเนื้อเช็ดตัวกัน แต่ก็ไม่มีใครมีแก่จิตแก่ใจที่จะรับความช่วยเหลือนั้นเท่าไหร่ ทุกอย่างมันโหวงไปหมด

 

ทั้งๆ ที่วันนี้เพิ่งดีใจ เพิ่งหัวเราะไปกันสันทนาการที่เริ่มก่อนซ้อมบูมด้วยซ้ำ ทั้งๆ ที่คิดว่าการพยายามเมื่อตอนร้องเพลงประจำสถาบันครั้งนั้นพอทำให้พี่เขาเห็นค่าพวกเราบ้าง แต่ไม่เลยเหมือนกับมันจะแย่ลง อาจจะเป็นเพราะทุกคนเล่นมากไปหรือเปล่า เห็นพวกพี่ๆ เข้ามาทำดีด้วยพวกเราเลยหย่อนระเบียบการซ้อมกันไป

 

งานนี้จ๋อย และหงอยกันถ้วนหน้า การไม่มีชิงธงไม่มีชิงรุ่นก็เท่ากับการโดยตัดรุ่นดีๆ เนี่ยแหละครับ คิดแล้วอยากจะร้องไห้หวะแม่ งงงง

แต่ไม่ทันได้ร้องไห้ดีครับ เสียงทะเลาะกันจากในห้องก็ดังขึ้นมาก่อนทำเอาพวกเราเงียบกริบมองไปที่ประตูห้องนั้นด้วยความตกใจ

 

“ใครสั่งให้มึงประกาศตัดรุ่นวะโม ไอ้เชี่ยเรื่องนี้ถึงหูพี่จาวแน่!

 

“มึงจะไม่ฟังไอ้โม แล้วมึงเลือกมันขึ้นมาเป็นเฮดทำไมวะไอ้ก้อง”

 

“เชี่ยต้นมึงเงียบปากไปเลย กูรู้ว่ามึงก็ไม่อยากปิดเชียร์งี่เง่าแบบนี้!

 

“ไอ้เชี่ยนี่แม่ งง!

 

“เฮ้ย! หยุด!!! พวกมึงจะเถียงข้ามหัวกูอีกนานไหมวะ!

 

“เออหยุดๆ พวกมึงเงียบดิ๊!  เสียงแม่ งดังไปข้างนอกแล้ว ไม่กลัวปีหนึ่งได้ยินรึไงวะ!

 

“แคร์ทำไม พวกนั้นไม่เห็นจะแคร์พวกเราเลย ป่านนี้หนีกลับบ้านกันหมดแล้วมั้งมึง”

 

“มึงอย่าเอาความคิดมึงมาเหมาดิวะ มึงเห็นรึไง มึงออกไปดูแล้วรึไงวะ!

 

“หยุด!!! ผมขอใช้สิทธิในฐานะที่เป็นประธานปกครอง หากหลายๆ คนในนี้คิดว่าผมไม่ยุติธรรมงั้นเรามาโหวตกัน”

 

เสียงพี่โมที่ดังออกมาทำให้พวกเราใจแทบหยุดเต้น ผมไม่รู้ว่าใครเป็นเหมือนผมบ้างรึเปล่า นั่นเป็นเหมือนกับความหวังอันริบหรี่เมื่อได้ยินคำว่าโหวตออกมา และหากผลอกมาดี เราอาจจะมีหวังได้รับรุ่น...

 

“ใครที่อยากให้มีการประชุมเชียร์ต่อโปรดยกมือครับ”

 

พอพี่โมถามจบทุกอย่างก็อยู่ในความเงียบ เหมือนในห้องกำลังจะนับคะแนนกันอยู่ โดยที่คนอยู่ที่คนอยู่ข้างนอกไม่ได้ยิน พอสักพักผมก็ได้ยินเสียงพี่โมเอ่ยขึ้นอีกครั้ง

 

“คนที่ไม่ยกมือผมถือว่าคุณเห็นด้วยกับผมนะครับ วันนี้ผมขอจบการประชุมเพียงแต่เท่านี้ วันนี้ทุกคนคงได้กลับบ้าน หรือกลับหอไวหลังจากที่เราเหนื่อยกันมาตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา วันนี้รีบกลับบ้านไปพักผ่อนก่อนที่จะเตรียมสอบควิชด็อกเตอร์เอนกพรุ่งนี้นะครับ เจอกันพรุ่งนี้ครับทุกคน”

 

เหมือนกับบรรยากาศในห้องประชุมดูผ่อนคลายลง เพราะมีเสียงหัวเราะกันข้างใน แต่ไอ้พวกที่อยู่ข้างนอกสิครับนั่งเหงื่อตกรีบก้มหน้าก้มตาจัดระเบียบแถวเรียบร้อยระหว่างที่ประตูห้องเปิด แล้วพวกพี่ปีสามเดินออกมา หลายคนดูแปลกใจที่ยังเห็นพวกเรานั่งรออยู่ที่เดิม บางก็หันไปเรียกพี่โมให้ออกมาดูพวกเรา และพี่โมก็เดินออกมา ผมแอบเงยหน้ามองพี่โมที่ทำหน้านิ่งก่อนจะเอ่ยปากถาม

 

“ทำไมพวกคุณยังไม่กลับบ้านครับ?”

 

เอิ่ม.....ไปไม่ถูกกับคำถามนี้ และไม่มีแกนนำจะเริ่มด้วยแหะ เอาไงวะพีช แค่นี้ก็ถูกหมายหัวไม่พอใช่เปล่าวะ?

ฮือออออออออ จุดนี้เพลียใจแถมเครียดกะโหลกมากบอกเลย...

 

“สงสัยแม่ งหูหนวก กลับบ้านเหอะไอ้โม อย่าสนใจเลยหวะ ควิชพรุ่งนี้สำคัญกว่า” พี่ก้องพูดพลางเดินมาลอกคอพี่โมให้เดินไปด้วยกัน แต่พี่โมห้ามไว้แถมยังเดินตรงมาที่ที่พี่อั้นยืนอยู่ พี่อั้นยกมือไหว้พี่โมก่อนจะหลบทางให้

 

“พวกคุณไมได้ยินที่ผมถามหรอครับ?”

 

“ได้ยินครับ/ค่ะ!

 

“พวกคุณมีอะไรจะบอกพวกผมรึเปล่าครับ?”

 

 

 

 

ผมคิดว่าผมกำลังจะประสาทเสีย ในขณะที่ทุกอย่างเงียบ พร้อมกับสายตาคมกวาดมองพวกเราที่เอาแต่ก้มหน้า และไม่มีใครตอบคำถามพี่โมสักคน ทั้งๆ ที่นี่อาจจะเป็นโอกาสสุดท้ายที่พี่โมกำลังหยิบยื่นให้พวกเรา จนกระทั่งพี่โมส่ายหน้าแล้วทำท่าจะเดินออกไป พวกเราหลายคนก็ร้องเรียกชื่อพี่เขาไว้

 

“ครับ?”

 

พี่โมหยุดยืนพร้อมกับหันมามอง ผมที่หันไปมองหน้าไอ้เติร์ก ไอ้โช ไอ้เบล ไอ้พอล พร้อมกับพยักหน้าให้กันแบบขอความเห็นว่าสิ่งที่ผมจะทำมันดีรึเปล่า พวกมันพยักหน้าให้ผมก็สูดลมหายใจเขาปอดลึกๆ มือแม่ งก็สั่นอยู่นั่นหละ แต่ก็พยายามทำใจดีสู้เสือเข้าไว้ เพื่อทุกอย่างอาจจะดีขึ้น

 

“พวกเราขอโอกาสครับ! พวกเราอยากได้รุ่น!

 

อีกครั้ง...

และอีกครั้ง...

ที่ผมเป็นเป้าสายตาจากพี่ๆ ทั้งหมดรวมไปถึงเพื่อนๆ ร่วมสาขา และเป็นอีกครั้งที่ผมควรจะชินเมื่อพี่โมมองมาที่ผมด้วยสายตาส่องเป็นประกายฉายวาบอยู่บนนั้น

 

ความจริงผมควรจะชินได้แล้วหละนะ แต่ไม่ว่ายังไงก็ขอไม่ชินได้ป้ะวะ?

 

“คุณพูดว่าอะไรนะครับคุณพิชญ์พล?”

 

นั่นไง การันตีความโด่งดังด้วยการเรียกชื่อจริงแบบเอ็กซ์คูลซีฟจากปากเฮดว้าก แหม...ผมออกจะโด่งดังเลื่องชื่อขนาดนี้ ปลื้มดีไหม?

 

มันไม่ใช่ประเด็นหละ กลับสู่ความจริงไอ้พีช -___-“

หลังจากที่ผมเรียกสติ และกำลังอ้าปากตอบพี่โมไปเพื่อนๆ ในสาขาก็พากันพร้อมใจพูดกันมาเสียก่อน

 

“พวกเราอยากขอโอกาสครับ/ค่ะ”

 

ขอบคุณมากพวกเอ็ง...อย่างน้อยข้าก็ไม่ได้ตายเดี่ยวหละ

 

“หึ! พวกคุณจริงใจรึเปล่าครับตอนพูด หรือเป็นแค่ลมปากที่พูดออกมาเพียงเพราะอยากหลอกให้ผมเชื่อใจ” พี่โมแสยะยิ้มร้ายๆ ที่มุมปากหลังจากที่ถาม แถมทำหน้าแบบว่ากูไม่เชื่อพวกมึงหรอกอีก ทำเอาน่าหมั่นไส้มากกว่าหน้านิ่งปกติของพี่แกล้านเท่า อยากรู้นักว่าไปเรียนวิชายั่วยวนกวนอารมณ์สะดุ้งอวัยวะเบื้องล่างสำนักไหนมา !

 

แต่ได้แต่คิดครับ ตามความจริงก็ได้แต่ต้องโชว์สปิริตเพื่อขอโอกาสก่อน

 

“เอาหละ วันนี้ผมเหนื่อยเกินกว่าจะมานั่งฟังอะไรแบบนี้แล้ว ในเมื่อคุณขอโอกาสผมก็จะให้ แต่มันต้องแลกกับอะไรบางอย่างที่พวกคุณเพิ่งได้มา ใครที่อยากจะขอโอกาสกรุณามอบไทด์กับตุ้งติ้งให้ผม ใครที่ไม่เห็นด้วยลุกกลับไปได้เลยครับ ปีสองครับผมรบกวนคุณเก็บไทด์เก็บติ้งปีหนึ่งด้วยครับ”

 

ผมนั่งอ้าปากค้างกับสิ่งที่ได้ยิน ก่อนจะก้มมองไทด์ที่ปักตรามหาวิทยาลัยที่เพิ่งเข้าพิธีรับมา ก่อนจะถอนหายใจเบาๆ และถอดมันเพื่อส่งให้รุ่นพี่

 

ผมรู้ว่าการทำแบบนี้หมายความว่าอย่างไร พี่พลับเคยบอกผมว่าการยึดไทด์ยึดตุ้งติ้งคือการทำโทษอย่างหนึ่งที่แปลความหมายว่าคุณยังไม่ได้เป็นนิสิตนักศึกษาของมหาวิทยาลัยนี้อย่างสมบูรณ์

 

มันเป็นการทำโทษขั้นเด็ดขาดที่ไว้ใช้ก่อนจะมีการตัดรุ่นจริงๆ

แต่ผมไม่รู้หรอกนะว่าธรรมเนียมนี้กันทุกมหาวิทยาลัยรึเปล่า แต่ก็ไม่เคยคาดคิดด้วยว่ามันจะเกิดกับตัวเอง

มีบ้างไหมวะที่ชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัยของผมจะโรยด้วยกลีบกุหลาบเนี่ย!

 

เป็นวัยรุ่นมันเหนื่อย...

 

หลังจากมองตามไทด์ที่พวกรุ่นพี่ยึดไป อยากบอกมันมากว่ารู้ได้ไงว่าของใครเป็นของใครวะ? กลับมานี่มีมิกซ์แน่นอน บวกขี้เกลือที่เกิดจากการเปียกฝนเปียกเหงื่อวันนี้อีก โฮววววววว ไม่อยากจิคิดสภาพ

 

“ผมถือว่าของเหล่านี้เป็นหลักประกันไว้ก่อน และเมื่อไหร่ที่พวกผมกลับมาเชื่อใจพวกคุณอีกครั้ง ผมจะกลับมาคืนมัน ผมขอพูดเท่านี้ครับ เชิญปีสองต่อครับ” พี่โมพูดจบก็ได้ฤกษ์เดินออกจากตึกไป พี่ปีสามคนอื่นๆ ก็เช่นกัน หลังจากนั้นพี่อั้นก็เข้ามาจัดการทุกอย่างแทน

 

“เอ้าอย่าเพิ่งจิตตกกันไป อย่างน้อยพวกคุณก็ยังได้โอกาส พยายามคว้าโอกาสนั้นดีๆ หละปีหนึ่ง แต่เรื่องที่ผมจะมาคุยกับพวกคุณวันนี้คือกีฬาเฟรชชี่ที่จะจัดขึ้นอาทิตย์หน้านี้ มีใครอยากสมัครเป็นนักกีฬามาลงชื่อกับพวกผมได้เลย เพราะพรุ่งนี้เราจะมีคัดตัวกันที่สนามบอลคณะ และก็ผมมาเพื่อแจ้งพวกคุณว่าพรุ่งนี้ตอนหนึ่งทุ่มมีประชุมใหญ่ที่โรงยิม วิศวกรรมทุกคนตั้งแต่ปีหนึ่งถึงปีที่ห้าจะไปรวมตัวกันอยู่ที่นั่นเพื่อเลือกตัวแทนคณะประกวดดาวเดือน ถ้าคุณไม่อยากให้พวกพี่ๆ และพวกผมผิดหวังพรุ่งนี้ไปให้ถึงก่อนใคร จัดแถวรอให้เป็นระเบียบคนที่ลงชื่อคัดตัวก็เอาเรื่องนี้เป็นข้ออ้างไม่ได้นะครับ เพราะการคัดตัวจะเริ่มตอนบ่ายสี่โมง และคงเสร็จก่อนประชุมแน่นอน พวกคุณเข้าใจที่ผมพูดไหม?”

 

“เข้าใจครับ”

 

“โอเคครับวันนี้พวกคุณกลับไปพักได้ ใครจะมาลงชื่อเชิญที่ผมนะครับ” พี่อั้นเอ่ยเลิกแถวขณะที่พวกเราหลายๆ คนยังคิดเรื่องลงแข่งกีฬา และไปลงชื่อ ไอ้โชกับผมที่เคยเป็นนักบาสโรงเรียนเก่าก็พากันไปบาส พวกที่เหลือไปลงบอลกันหมดก่อนที่จะพากันแยกย้ายกลับบ้าน และผมก็ขออาศัยรถไอ้พอลไปลงหน้าหออย่างเคย

 

 

D O G M A T I C L O V E

 

 

 

 

 

หลังจากที่อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเรียบร้อยท้องก็เกิดร้องคร่ำครวญเป็นอันที่ผมต้องเดินลงมาหาอะไรกินที่หน้าหอพัก ระหว่างที่เดินหาร้านที่จะลงหลักปักฐานฝากท้องได้ สายตาก็ดันเหลือบไปเห็นรุ่นพี่ที่โดนผมปรักปรำว่าเป็นพี่รหัสตลอดทั้งบ่ายเดินออกมาจากร้านขายยาหน้าปากซอยหอพอดี เลยอดไม่ได้ที่จะเข้าไปทักทายตามประสารุ่นน้องที่ต้องการได้พี่รหัสจริงๆ

 

“พี่ดีพไม่สบายหรอครับ”ผมยกมือไหว้พร้อมกับเอ่ยถามอีกฝ่ายที่ตอนนี้อยู่ในชุดเสื้อยืดเรียบๆ กับกางเกงบอล หน้าตาดูตกใจไม่น้อยเมื่อเห็นผมในเวลาเกือบจะสี่ทุ่มแบบนี้

 

“อ้าว ไงคุณไหงมาอยู่แถวนี้หละ คุณอยู่หอหรอ” พี่ดีพเอ่ยถามผมด้วยสีหน้าดูแปลกใจผมเลยพยักหน้าตอบไปพร้อมกับยังมองถุงยาในมือพี่เขาอยู่ ด้วยกำลังคิดว่าเขาซื้อยาบ้างดีไหม อย่างน้อยก็ยาคลายกล้ามเนื้อ เพราะไอ้การลงโทษเก้าอี้อากาศทำเขาระบมต้นขาไปหมด แถมพรุ่งนี้มีคัดตัวนักกีฬาด้วย กันไว้ก็น่าจะดี

 

“แล้วนี่คุณจะไปไหนเนี่ยดึกป่านนี้”

 

“อ๋อ หิวครับพี่ เลยออกมาหาอะไรกินครับ” ผมตอบ และหันไปกวาดสายตามองร้านก๋วยเตี๋ยวเอย ร้านราดหน้าเอย ร้านอาหารตามสั่ง บลาๆๆๆ เยอะแยะเต็มไปหมดที่ตั้งเป็นตลาดย่อมๆบริเวณหน้าปากซอยแต่เขาดันเลือกอะไรไม่ได้หนะสิ

 

“เออดี ผมกำลังจะไปหาอะไรกิน แต่ผมอยากกินหอยทอดนะ คุณอยากกินกับผมไหมหละ” พี่ดีพเอ่ยชวนแบบนี้มี หรือครับว่าผมจะปฏิเสธ ไม่พลาดหรอก โอกาสที่จะหลอกถามเอาความลับว่าพี่ดีพเป็นพี่รหัสผมรึเปล่า สุดท้ายก็เดินตามต้อยๆ ไปร้านหอยทอดผัดไทยที่อยู่หน้าปากซอยอีกซอยหรือที่นิสิตที่นี่เรียกกันว่าซอยหอชมพู พี่ดีพบอกทำเลดี มาส่องหญิงด้วย เพราะซอยนี้เค้ามีแต่หอหญิงครับส่วนซอยหอที่ผมอยู่เป็นซอยหอชาย ใครจะอยู่หอรวมนี่ต้องเดินถัดไปอีกสองซอยถึงจะเจอ ถือว่าจัดระเบียบกันได้ดีมากในการแยกหอ

 

ระหว่างที่สั่งเมนูอาหารผมก็คิดอะไรไปเรื่อย คิดแผนว่าจะหลอกถามพี่ดีพอย่างไรดี พี่ดีพก็ดันส่งถุงยาที่ผมเห็นว่าพี่แกเดินถือออกมาจากร้านยาเมื่อกี้มาให้

 

“อะไรครับพี่?”

 

“ผมให้ เห็นคุณโดนทำโทษยาพวกนี้ผมใช้ประจำตอนอยู่ปีหนึ่งผมว่ามันโอเค”

 

“แล้ว?”

 

“เอ้าไอ้นี่! ผมเห็นคุณเดินหลอกถามเพื่อนผม จนลามไปถึงสาขาอื่นเรื่องฉายาผมไม่ใช่ไง”

 

“ครับแล้ว?”

 

“นี่ไงคำตอบผม เห็นแก่ความพยายามที่คุณทำมาทั้งวัน และผมจะไปไล่เบี้ยไอ้อั้นพรุ่งนี้ที่มันดันทำให้ผมโดนคุณจับได้”

 

“ห๊ะ!

 

“ห๊ะบ้าบออะไร หรือไม่เอาผมจะได้เก็บไว้ใช้”

 

“เฮ้ยๆๆๆๆ เอาครับพี่เอาๆๆๆ ผมแค่ตกใจ” ผมรีบกระโจนคว้าถุงยาที่พี่ดีพกำลังชักมือเก็บแถมเอามากอดไว้อีกตางหากนะ = =” ไม่ค่อยจะงกเลยผม แต่ที่ลีลาคือ พี่ดีพมึงเฉลยๆ ง่ายๆ งี้เลย?

 

“ถึงหาผมเจอง่ายๆ แต่ผมบอกเลยนะว่าที่คุณต้องหาต่อคือลุงป้ารหัสกับทวดรหัสของคุณ” พี่ดีพว่าขณะที่เด็กเสิร์ฟจะเอาหอยทอดพิเศษจานเบ้อเริ่มสองจานมาวางไว้ตรงหน้าพวกเราทั้งสองคน ผมนั่งมองพี่รหัสป้ายแดงที่เพิ่งถูกประกาศเมื่อครู่ด้วยสายตาปริบๆ ขณะที่อีกฝ่ายไม่ได้รับรู้ถึงกระแสสายตาอันเต็มไปด้วยคำถามของผมเลย พี่แกยังเทซอสพริกจานขวดที่ร้านตั้งไว้บริการประจำโต๊ะแล้วคลุกๆ อย่างไม่สนใจสิ่งใดอีกนอกจากของกินตรงหน้า

 

เอิ่ม....พี่ครับช่วยสนใจกูหน่อยครับพี่!

 

 

“เอ้าคุณไม่กินหรอ?” พี่ท่านคงเริ่มสัมผัสได้ถึงพลังงานบางอย่างเลยเงยหน้าขึ้นมา แต่ผมนี่ดิ? แอร๊ยยยยยยยยย นี่กูหาพี่เจอแล้วต้องมาหาลุงป้า และทวดรหัสอีกอ๋อวะ

 

“เมื่อกี้พี่บอกว่าผมต้องหาพี่อีกสองคนในสายให้เจอ”

 

“อืม...แล้ว?”

 

“แล้วผมจะหาไปจากไหนหละครับพี่”

 

“อ๋อ...ผมใบ้คุณไปแล้วหนิจากชื่อสายรหัส”

 

“ชื่อสายรหัส?” ผมทวนคำพี่แกครับ บอกเลยว่าไม่เก็ท!

 

“ก็สายเทพจาวาแบ๊วหลังวังไง แบ๊วคือผม แต่เทพจาวากับหลังวังคือรหัสที่คุณต้องไปแกะหาลุงป้าและทวดรหัสเอง”

 

อะโห้ววววว....อยากไปยืนที่ริมผาน้ำตกไนแองการ่า และตะโกนก้องไปว่า ไอ้เชี่ย!!!!!!

แบบ.....ทำไมชีวิตไอ้พีชมันไม่มีเรื่องง่ายๆ เข้ามาบ้างวะ!!!

 

ฮืออออออออออออ ซิ่วแม่มมมมม!

 

 

“เฮ้ยๆๆ อย่าทำหน้าอยากร้องไห้แบบนั้นดิวะคุณ ไม่ต้องกลัวเดี๋ยวผมช่วยเอง ผมจะแอบใบ้ให้คุณหาได้ง่ายๆ โอเคไหม?”

 

“ไม่โอเคได้ป้ะครับพี่”

 

“คุณต้องโอเคอย่างเดียวเว้ย เพราะนี่คือคำสั่งของทวดรหัสคุณแถมเขายังเป็นคนคิดชื่อรหัสนี้ให้ผมด้วย คุณทำใจเถอะ เอ้า! กินเยอะๆ พรุ่งนี้จะได้มีแรงไปหาพวกพี่ๆ เค้านะ” พี่ดีพว่าก่อนจะเอื้อมมือมาตบบ่าผมปุๆ แบบให้กำลังใจ ณ จุดนี้แด(รก)ไม่ลง พูดไม่ออกบอกไม่ถูกอยากลุกขึ้นแล้วทุ่มโต๊ะแมร่มมมมมม!!!!

 

 

ปุจฉา อะไรเอ่ยซวยไม่มีสิ้นสุด

วิสัชนา กูเองจ้า!

 

 

D O G M A T I C L O V E

TBC.


29-11-57

แก้ไขคำผิด

a solphase















ไม่พูดไม่จาไม่หือไม่อือ อยากได้อย่างเดียว อยาก่านคอมเม้นจ้า :)
หนีไปอ่านหนังสือสอบแล่ว ไฝว้น้าทุกคน (เค้าปิดเทอมกันหมดหละ #มีแต่เอ็งที่ยังไม่ปิดเทอม)
บัยส์ <3333

พูดไม่ออกบอกไม่ถูก ควรจะขอบคุณการศึกษาดีไหมที่หลังจากกลับมาเรียนป.โท
ก็ได้รับประสบการณ์อ่านหนังสือจนสว่างคาตาอีกครั้ง
โฮรกกก เงยหน้ามาจากหนังสือกรีดร้องโหยหวนประหนึ่งเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าลืมอีหยัง
แม่นแล่ว ซอลลืมลงฟิคให้ทุกคนนน โฮฮฮฮฮฮ โซซอรรี่เบเบ่
มาลง 90% ก่อนเด้อ มีสอบบ่ายครานี้ต้องรีบไปอาบน้ำเตรียมตัวเข้าสนามสอบก่อน
กลับมาอยากอ่านคอมเม้นน่ารักเยอะๆจังเลย ถ้าไม่น็อคซีนีม่าไปเสียก่อนจะลงให้ครบร้อยนะเเจ้ะ
รักจ้า


ฟิ้วววววว วันนี้ขอทยอยมาลง
30% ก่อนนะจ้ะ

วันนี้ช็อกมากอาจารย์ทำควิชโดยไม่บอกกล่าว แถมปล่อยดึกอีก

กว่าจะถึงบ้านก็ปาไปห้าทุ่มครึ่งแล้ว วันนี้เลยเอามาเสิร์ฟเท่านี้ก่อนน้า

พรุ่งนี้จะรีบมาลงให้จ้ะ

ปล.คอมเม้นหน่อยน้า ไม่ค่อยมีคนคอมเม้นเลย เสียใจจัง

 

 

 


 


 

 

 

SP's THANK
:) Shalunla

 

 

 

 

 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 72 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3,209 ความคิดเห็น

  1. #3203 Beom_0601 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2562 / 19:25
    เขียนได้ดีมากนะคะ แต่เวลาอาานเราสไลด์ข้าม ๆ ตอนว้ากหมดอ่ะ ไม่ชอบประเพณีอะไรแบบนี้ สอบเข้าก็ยากแล้ว ต้องมาทำอะไรเยอะแย่เพื่อรุ่น เพื่อติ้ง เพื่อระบบอะไรทั้งหลาย ถึงจะบอกว่าถามความสมัครใจก่อนก็เหอะ ใครมันจะกล้าปฏิเสธ มันทำให้คิดว่าอ้าวไม่ได้สอบเข้ามหาลัยเพื่อมาเรียนเหรอ โชคดีที่ไม่เจอแบบนี้จริง ๆ ตามอ่านต่อค่ะ
    #3,203
    0
  2. #3195 milloo (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2562 / 20:13
    *น่ารัก*
    #3,195
    0
  3. #3194 milloo (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2562 / 20:13
    พี่ดีพน่ารัด
    #3,194
    0
  4. #3190 anchaleewannapim (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2562 / 13:56
    ยังไม่คอมเม้นได้ไหมคร้า ขออ่านอีกสักหน่อย แต่ขอบอกว่าที่อ่านมาดีแล้วจรัาขอดูกหน่อยนร้าคร้า
    #3,190
    0
  5. #3148 ISixG2 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2561 / 02:34
    มานึกถึงตอนสมัยตัวเองกว่าจะหาสายรหัสได้ แทบกราบสระในมหาลัยบนบานศาลกล่าว ทำไมพีชหาง่ายแบบนี้!!!!!!!! โลกไม่ยุติธรรม
    #3,148
    0
  6. #3144 baekbow (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 14 มีนาคม 2561 / 08:56
    รับน้องจะโหดอะไรเบอร์นี้ เหนื่อยและท้อแทนเลยนาจา ว่าแต่การหาสายรหัสมันเป็นแบบนี้จริงๆหรอ นี่ก็เข้าใจว่าหาแค่พี่ปีสองอย่างเดียวซะอีก
    #3,144
    0
  7. #3023 feonixsh (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2560 / 17:41
    จัดไป555
    #3,023
    0
  8. #3012 Kang1a (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2560 / 11:25
    ทำไมรู้สึกว่าพรอตเรื่องพี่ว้ากนี่มันคล้ายๆกันกมดเลย ยิ่งตอนนี้รู้สึกเหมือนในโซตัสอ่า
    #3,012
    0
  9. #2861 Mammy Sentereza (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2558 / 23:29
    หลังวังนี่พี่โมปร่ะะะ
    #2,861
    0
  10. #2802 janeicelet (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2558 / 22:02
    เมื่อไหร่พีชจะหายซวย 55555
    #2,802
    0
  11. #2603 KiHaE*129 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 5 กันยายน 2558 / 03:19
    ง่อวววววววววววววว

    พี่ดีพพพพพพพพพพพพ
    #2,603
    0
  12. วันที่ 21 มิถุนายน 2558 / 14:56
    สงสารพีชอะ 555555555
    #2,423
    0
  13. #2218 P.Secret (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 28 เมษายน 2558 / 16:46
    พี่ดีพน่าร้ากกกก ใจดีอ่ะ อยากได้ๆ
    #2,218
    0
  14. #2193 sundaymorning3841 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 28 เมษายน 2558 / 08:31
    พีชดีพพพพพพพพพพ แง คันต่อมจิ้นยิกๆๆๆๆเลยง่อ น้องพีชเด่นตัลหลอดดดดด อย่าให้โดนหมั่นนะลูก รักนะ
    #2,193
    0
  15. #2017 ony.pp (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2558 / 17:29
    พี่โมแกล้งพีชชช
    #2,017
    0
  16. #1582 shshshx (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2557 / 00:58
    เฉลยพี่รหัสแบบง่ายๆๆเลยยยย

    ลุงนี่สิคริคริ
    #1,582
    0
  17. #1513 tinyrain (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2557 / 22:35
    สัมผัสได้ถึงพลังงานบางอย่าง ...
    #1,513
    0
  18. #1472 38 68 233 GRTKC (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2557 / 11:20
    โหดตลอดอ่ะพี่โม แกล้งน้องทำม๊ายยยยยย
    #1,472
    0
  19. #1439 KimHeeBum (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2557 / 02:25
    พี่โมอย่างโหด
    #1,439
    0
  20. #1404 Araya_Faii (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2557 / 16:58
    ตอนนี้รู้สึกกดดันไปตามปีหนึ่งเลยอ่ะ ถ้าโดนประกาศตัดรุ่นเเบบนี้นะเเบบ หมดคำจะพูด ชีวิตพีชนี่งานเข้าได้ตลอดสินะ
    #1,404
    0
  21. #1350 cHAchar (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2557 / 11:47
    น้องพีชโดนแกล้งทุกตอน5555555 โถชีวิต
    พี่โมก็เพลาๆบ้าง สงสารน้อง กะจะไม่ให้ลืมกันเลยสินะถถถ
    #1,350
    0
  22. #1025 qunutty18 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 29 กันยายน 2557 / 21:04
    ว้ากกกกกกกกกกกกกกกกก, ใกล้กันอีกนิดแล้ว >ท
    #1,025
    0
  23. #344 GALAXY_YJ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2557 / 21:45
    ยังไม่มีวี่แววว่าพีชจะตกหลุมรักพี่โมเลย
    #344
    0
  24. #328 hayvril (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2557 / 22:19
    ประทับใจตอนนี้มาก
    #328
    0
  25. #238 aj68 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 4 มีนาคม 2557 / 21:17
    คิดได้ ~ ' เทพจาวาแบ๊วหลังวัง ' อุ๊ต๊ะ ! O.O
    #238
    0