DOGMATIC LOVE (Yaoi) | รับน้องป่วนๆกับก๊วนวิศวะ

ตอนที่ 53 : Season 2 | บทส่งท้าย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6,520
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9 ครั้ง
    24 ต.ค. 58










 

ทุกอย่างต้องมีจุดจบ มันขึ้นอยู่กับว่าจุดจบนั้นเราจะทำให้มันมีความหมายมากมายแค่ไหน

จุดจบของบางคนอาจจะเป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้น

จุดจบของบางคนก็เป็นเพียงแค่หันหลังให้กับสิ่งเดิมๆ และเริ่มต้นกับสิ่งใหม่ๆ

 

และจุดจบของผมคือ...

 

 

“เอ้า! บัณฑิตเข้าแถวแยกชายหญิงเรียงตามลำดับความสูงนะครับ คณะวิศวกรรมศาสตร์เข้าแถวตามป้ายเลยนะครับไม่ต้องเรียงภาค!”เสียงอาจารย์มิกดังขึ้นเมื่อถึงเวลาที่จะต้องเตรียมตัวเดินขึ้นแสตนด์เพื่อถ่ายรูปหมู่ เหล่าบัณฑิตที่ง่วงอยู่กับการถ่ายรูปก็พากันต้องพักยกแล้วเดินมาจับลำดับแถวตามความสูงดังที่อาจารย์ได้บอกไว้

 

ผมก็เป็นอีกคนหนึ่งที่ละออกมาจากตากล้องที่จ้างมาเพื่อมาเข้าแถวตามกำหนดการ ระหว่างทางเจอไอ้เบลและไอ้พอลที่เพิ่งแยกกับครอบครัวและด้วยความที่ส่วนสูงใกล้เคียงกันเลยทำให้ต้องมาเข้าแถวต่อกันเพื่อเดินขึ้นแสตนด์ตามลำดับไป เอาจริงๆแล้วไอ้คนที่อยู่บริเวณเดียวกันเนี่ยก็รู้จักกันเกือบหมด เราต่างทักทายกันถามไถ่สารทุกข์สุขดิบ บ้างก็ได้งานแล้ว บ้างก็มีแพลนจะเรียนต่อ บ้างก็ยังทำตัวชิวให้สมกับที่กว่าจะจบมาด้วยเหนื่อยยาก

 

ผมหันไปมองหน้าไอ้เบลที่ทักทายเพื่อนภาคเคมที่เคยไปเตะบอลด้วยกัน หรือไอ้พอลที่ดูจะฮอตหน่อยเพราะเป็นถึงดีกรีเดือนมหาวิทยาลัยรุ่นเรา เลยทำให้ใครๆก็รู้จักและทักทาย ผมยิ้มให้กับเพื่อนในกลุ่มอีกสองคนที่เข้ามาสมทบไอ้โชกับไอ้เติร์กที่ตัวสูงกว่าเลยต้องไปอยู่โซนแถวด้านหน้า นัดแนะกับว่าจะยืนตรงไหนในแสตนด์ให้สามารถอยู่ในโซนถ่ายรูปเดียวกัน

 

สุดท้ายความพยายามของไอ้เติร์กก็เป็นผลทำให้กลุ่มเราทั้งกลุ่มมาอยู่โซนเดียวกันได้ พอจัดระเบียบเหล่าบัณฑิตคณะวิศวกรรมศาสตร์เรียบร้อยแล้วเสียงประกาศออกไมค์บอกให้ทุกคนที่อยู่บนแสตนด์อยู่ในความสงบ เราต่างฉีกยิ้มกว้างๆให้กับกล้องที่อยู่เบื้องหน้าและเสียงชัตเตอร์ที่บอกว่าการฉากรูปหมู่รวมนั้นสิ้นสุดลง

 

พอลงมาทุกคนก็ต่างพากันแยกย้ายไปหาครอบครัวเพื่อถ่ายรูปเก็บภาพความประทับใจกันต่อ และผมเองก็เช่นกัน แหม..จ้างตากล้องมาตั้งหลายบาทครับ ก็เอาให้คุ้มกันหน่อย

 

“เฮ้ยพีช พวกกูนัดเจอกันที่หน้าภาคตอนสิบเอ็ดโมงนะเว้ย!  ถ่ายรูปด้วยกันโอเคป่าววะมึง?”ไอ้เติร์กตะโกนบอก ผมเองก็ยกมือให้สัญญาณว่าตกลงจะไปเจอกันที่หน้าภาคตามเวลาที่ได้นัดกันไว้ และพอแยกกันเป็นที่เรียบร้อยแล้วก็พบเฮียพลับกับพี่ปายที่มายืนรออยู่ใกล้ๆบริเวณแสตนด์

 

“พี่ปายหวัดดีครับ”ยกมือไหว้ผู้อาวุโสกว่าก่อนที่เจ้าของชื่อจะยกมือรับไหว้พร้อมกับรอยยิ้มน่ารักแบบที่ไม่ว่าใครมองก็คงต้องหลงไปตามๆกัน เอาจริงๆผมเองก็เข้าใจเลยนะว่าทำไมพี่ชายของตัวเองถึงได้เทผู้หญิงในสต็อกทิ้งทุกคนแล้วเลือกคนคนนี้ ความจริงแล้วพี่เขามีดีในตัวเยอะพอสมควรครับ

 

“ยินดีด้วยนะน้องพีช”พี่ปายยื่นช่อดอกไม้ช่อโตมาให้ผมขณะที่เฮียพลับปลีกตัวไปรับโทรศัพท์ที่ผมฝากเอาไว้ให้เจ้าตัวดูแลแทน วันนี้เฮียพลับสัญญาแล้วว่าจะมาเป็นเบ๊ให้ผมหนึ่งวันในขณะที่คนที่ควรจะอยู่ต้องรอเปลี่ยนเที่ยวบินอยู่ที่ญี่ปุ่นอีกหลายชั่วโมงกว่าจะมาถึงประเทศไทย และนั่นก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรครับ

 

เพราะเรื่องราวมากมายที่ร่วมฝ่าฟันกันมานั้นทำให้เราทั้งสองคนสามารถที่จะเดินไปข้างหน้าพร้อมๆกัน หรือสามารถถอยหลังกันคนละก้าวได้ หากความรักของพวกเรา ณ ขณะนั้นกำลังบีบคั้นแต่ละฝ่ายมากเกินไป ประเด็นพี่โมบอกว่าจะชอปปิ้งขนมอร่อยๆมาจากดิวตี้ฟรีที่สนามบินนานาชาตินาริตะมาให้ ผมก็โอเคครับ

 

บอกเลยนะว่าไม่ได้เห็นแก่กินจริงๆ

 

“ใครโทรมาอ่ะเฮีย”ผมเอ่ยถามหลังจากที่เห็นเฮียพลับเดินกลับมา

 

“เพื่อนเราอ่ะแหละ โทรมาถามว่าอยู่ตรงไหนพี่เลยบอกจุดเด่นๆให้เดี๋ยวก็คงมามั้ง เออเห็นเฟิร์สมันพาอากับอาสะใภ้มาด้วย แม่โทรมาบอกเมื่อกี้ว่าอยู่ด้วยกันเดี๋ยวไปถ่ายรูปกันตรงที่พ่อกับแม่อยู่ดีกว่า” เฮียพลับว่าพร้อมกับเอื้อมมือมารับช่อดอกไม้ที่ผมได้จากพี่ปายเมื่อครู่ไปช่วยถือ

 

บอกแล้วมีพี่ดีมีชัยไปกว่าครึ่ง

 

“ตัวหิวไหมครับ?”

 

แอะ...เดี๋ยวนะ

 

“ยังอ่ะ เราเพิ่งมาเอง ตัวถามน้องสิ”

 

เออ...ถามน้องดิวะ ตื่นมาตั้งแต่ตีห้ามาแต่งตัวเนี่ยะไม่ถามสักคำ

ไอ้ที่ชมปะกี้ขอถอนคำพูดได้ไหม?

 

“ถามตัวก่อน จะได้ไปซื้อทีเดียวไง”

 

จ้า....หวานออกหน้าออกตาเหลือเกิน หมั่นไส้เป็นที่สุด ไม่ได้เกรงใจน้องที่อยู่ห่างแฟนมาสองปีบ้างเลย?

 

“เอา ตัวซื้อมาให้น้องด้วยนะเดี๋ยวเราอยู่กับน้องเอง”พี่ปายว่าก่อนจะหันมายิ้มให้ผมที่ตอนนี้ทำหน้าเอือมใส่พี่ชายสุดขีด ดูเอาเถอะตอนไม่มีแฟนเป็นตัวเป็นตนก็หวงน้องชายอย่างกับอะไรดี พอมีแล้วทำตัวงี้?

 

“ครับ รอแป็บนึงน้าเดี๋ยวรีกลับมาเลย”

 

เอาที่สบายใจโน๊ะพี่

 

สุดท้ายผมก็เดินกลับไปตรงบริเวณศูนย์อาหารที่พ่อกับแม่นั่งรออยู่ พอไปถึงก็เจอญาติที่มาร่วมแสดงความยินดีด้วย ผมยกมือไหว้ผู้ใหญ่ก่อนที่จะรับของที่เอามาแสดงความยินดี และตามประเพณีก็ต้องถ่ายภาพเก็บเป็นที่ระลึกครับ บอกเลยว่าวันนี้ยิ้มกันหน้าเมื่อยสุดๆ

 

“ดูดิ๊เจ้าพีชเรียนจบละ เจ้าเฟิร์สของอายังเหลืออีกตั้งปีแหนะ”อากอบพูดขึ้นหลังจากที่ถ่ายรูปกันเสร็จ ไอ้เฟิร์สยิ้มส่งมาให้กวนๆแบบที่จริงก็รู้แหละว่ามันไม่ได้ตั้งใจจะกวนผมหรอก แต่กวนพ่อมันนั่นแหละ

 

“เรียนสถาปัตย์ก็อย่างนี้แหละครับอา เค้าเรียนกันห้าปี ผมเรียนแค่สี่ปีเอง”ผมเอ่ยตอบอาให้รู้สึกสบายใจว่าลูกชายของตนเองไม่ได้มีปัญหาทางด้านการเรียนอะไรถึงได้จบช้ากว่าผม แต่เป็นเพราะหลักสูตรของแต่ละคณะไม่เหมือนกันเลยทำให้กำหนดการจบย่อมแตกต่างกันออกไปด้วย

 

“เออ...ก็เข้าใจ สงสัยอยากจะจบพร้อมแฟนมันมั้ง”อากอบพูดติดตลกแถมยังแอบแซวลูกชายตัวเองที่มีแฟนเป็นรุ่นน้องตัวเองหนึ่งปี ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาดก็ถือว่าทั้งคู่เรียนจบในปีหน้าพร้อมกันจริงๆอย่างที่อาท่านพูด

 

“ดีออกครับอา รับพร้อมกันจะได้มีรูปคู่”ผมพูดพลางยกยิ้มไอ้เฟิร์สมันเริ่มเห็นว่าบทสนทนาจะกลายเป็นเรื่องของมันแล้วก็พยายามส่งซิกมาให้เตรียมเอาตัวรอดจากสถานการณ์โดนเผาสด

 

“เออพีช มึงเจอไอ้โชป่าววะ เนี่ยว่าจะมาด่ามันข้อหาที่บังอาจจบก่อนเพื่อนในกลุ่ม”เฟิร์สว่าพร้อมกับชะโงกคอหาเพื่อนอีกคนในกลุ่มของผมซึ่งเป็นเพื่อนในกลุ่มของเฟิร์สด้วยเหมือนกัน

 

“อ้าวจริงดิ กลุ่มมึงไม่มีใครจบปีนี้เลยหรอ?”ผมตกใจไม่น้อยกับข่าวที่ได้รับ

 

“เออดิ มีมันคนเดียวที่เรียนหลักสูตรสี่ปี ไอ้เดียร์ก็เรียนหมอ ไอ้เบียร์ก็เภสัช ไอ้เบิ้ลก็ทันตะ กูกับมิลานก็ถาปัตย์ ไม่มีใครจบปีนี้สักคน”เฟิร์สบ่นพลางขำออกมาเบาๆ ผมเองก็พยักหน้ากับสิ่งที่ได้รับรู้มา

 

“เออ มึงไปกับกูป้ะหละนัดพวกมันไว้ที่ตึกภาคตอนสิบเอ็ดโมงอ่ะนี่ก็ใกล้ถึงเวลาแล้วด้วย”ผมหันไปถามลูกพี่ลูกน้องที่ตกปากรับคำว่าจะไปด้วยโดยไม่ลังเลเลยทีเดียว

 

ผมหันไปบอกพ่อแม่ให้รออยู่ตรงนี้ พร้อมกับขอโรศัพท์คืนมาจากเฮียพลับเพราะเจ้าตัวบอกว่าจะพาแฟนไปหาอะไรกินหน้ามหาวิทยาลัย พวกผู้ใหญ่ก็อยู่คุยกันตามประสาคนที่ไม่ค่อยได้เจอกันบ่อยๆ  

 

“เออ แล้วแฟนมึงไปไหนหละเนี่ย ไม่เห็นตัวเลย”ไอ้เฟิร์สถามขึ้นหลังจากที่เราเดินออกมาจากศูนย์อาหารของมหาวิทยาลัยและกำลังเดินเลียบทางเดินเพื่อตรงไปที่ภาคคอม บอกตรงๆว่าคำถามนั้นทำเอาหน้าแทบทิ่ม เหลือบมองคนถามที่ทำหน้าสงสัยจริงๆไม่ได้ตั้งใจจะกวนตีนเลยยิ้มแห้งๆออกไป

 

“เดี๋ยวมาอ่ะ พี่เค้าบอกว่าไฟล์ทบินดีเลย์ รอต่อเครื่องอยู่ที่นาริตะ กว่าจะมาถึงก็เย็นๆเลยอ่ะมึง แต่กูบอกให้เขามาพรุ่งนี้วันนี้ให้เขาพักไปก่อนเหนื่อยแย่คนเพิ่งเดินทางมาหมาดๆ”ผมตอบออกไปขณะที่ไอ้คนถามก็พยักหน้าอย่างคนเข้าใจ มันยกมือมาโอบบ่าของผมไว้แล้วตบเบาๆ

 

“มึงนี่ก็ดีเนอะ เข้าใจพี่เขาไปเสียทุกเรื่องเลยหวะ ทั้งเรียนต่อเอย ทั้งระยะทางที่ไกลกัน แทบจะไม่เจอแต่ก็ยังคบกันอยู่ไม่ทะเลาะกันเลย ลองเป็นคู่กูดิ  ไอ้มิวนี่เละแน่ๆ”

 

ผมเหลือบมองคนข้างกายที่พอพูดถึงแฟนแล้วก็ทำตัวมีอินเนอร์แรงท่าทางจะเพิ่งไฝว้กันมาแหงมๆ

 

“ที่จริงก็ไม่ได้ดีหรอก กูงอแงใส่พี่เขาเยอะมาก แต่พอมาคิดดูแล้วพี่เขาดีจนกูรู้สึกเห็นแก่ตัวไปเลยถ้าหากว่าจะเรียกร้องอะไรจากเขาไปมากกว่านี้ อีกอย่างที่เขาไปเรียนต่อก็ไม่ได้ไปไร้สาระนะเว้ย นั่นอนาคตเขา ชีวิตเขา กูรั้งไว้กูบาปตายเลย”ผมพูดติดหัวเราะในสมองฉายภาพตัวเองวิ่งเป็นบ้าเป็นหลังไปหาคนตัวสูงที่หนีหายไปไหนไม่รู้

 

ยังจำหน้าพี่แกได้อยู่เลยตอนที่รู้ว่าเพิ่งขว้างอะไรทิ้งไป ซีดเผือกราวกับภาพขาวดำ และเรื่องราวก็ตาลปัตรเมื่อพี่โมต้องกลายเป็นคนวิ่งวุ่นหาของสิ่งนั้นแทบเป็นแทบตาย

 

เอาจริงๆแล้วความรักมันไม่ได้เป็นการครอบครองอย่างเดียว แต่หากเป็นการเสียสละ ผ่อนปรนซึ่งกันและกันในยามที่เรามีเรื่องที่ไม่เข้าใจ ถอยกันมาคนละก้าว ไม่สาดความเห็นแก่ตัวใส่ ก็จะเห็นว่าปัญหาทุกอย่างมันแก้ได้ง่ายๆ

 

ให้อภัยในยามที่เราผิดพลาด

นั่นคือสิ่งที่ทำให้วันนี้เราสองคนยังรักกันมากไม่เปลี่ยนแปลง

 

“ทำไมมึงต้องเดินมาทางนี้วะ? ไอ้เชี่ยวันนี้ท่านเจ้าที่จะโชว์ตัวป่าวเนี่ย??”

 

เสียงไอ้เฟิร์สปลุกผมให้ออกจากห้วงความคิดเมื่อตอนนี้เรากำลังเดินผ่านจุดยุทธศาสตร์ที่ไม่ว่าใครเดินผ่านแล้วมีอาหารแสนโอชะอยู่ในมือต้องรีบใส่เกียร์หมาวิ่งป่าราบให้ไว

 

แต่ไม่ต้องเป็นกังวลไป ปัญหานั้นไม่มีทางเกิดขึ้นอีกแล้วครับเพราะท่านเจ้าที่ได้เสียชีวิตไปแล้วเมื่อปีที่แล้วตอนที่มหาวิทยาลัยปรับทัศนียภาพทำการขุดลอกสระมรกต คนงานที่มาขุดลอกไปเจอศพท่านเขาอยู่ใกล้ๆต้นชมพูพันธุ์ทิพย์ที่ปลูกรอบๆสระ คณะสัตว์แพทย์เลยมารับตัวไปชันสูตรดูว่าเป็นอะไรถึงได้เสีย สรุปจากที่เขาเล่ากันมาแบบปากต่อปากคือท่านเขาไปกินไก่ปิ้งแบบยังไม่ได้แกะออกจากไม้แหลมครับ แล้วเหมือนปลายไม้จะแทงกระเพาะเอา

 

เป็นการปิดตำนานท่านเจ้าที่ไป และอาจจะเป็นเพราะคณะสถาปัตย์ไม่จำเป็นต้องเดินผ่านสระนี้มากหละมั้งเลยทำให้ไอ้เฟิร์สไม่รู้ว่าไม่มีร่างท่านเขาอยู่ที่นี่แล้ว เหลือไว้เป็นเพียงความทรงจำ(แบบสยองขวัญ)ให้คิดถึง

 

ภาพที่ต้องมาวิ่งรอบสระแล้วร้องทักทายท่านเจ้าที่ในตอนปีหนึ่งนั้นยังแจ่มชัดราวกับเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวานนี้เอง

 

เมื่อเดินพ้นบริเวณสระมรกตไปได้สักพัก ตึกเรียนที่เคยใช้ชีวิตอยู่ก็เข้ามาในกรอบสายตาพร้อมกับกลุ่มเพื่อนร่วมรุ่นที่บ้างก็ถ่ายรูป บ้างก็พูดคุยกันอย่างสนุกสนาน และไอ้ศักดิ์ที่หันมาเจอผมก็ร้องทักพร้อมกวักมือเรียก

 

“อ้าวไอ้พีชทางนี้ๆ”

 

รอยยิ้มกว้างๆที่เพื่อนๆส่งมาให้นั้นทำให้รู้สึกเหมือนได้กลับมาที่บ้านอีกครั้ง ทั้งๆที่ผมเองก็เพิ่งจบออกไปเพียงไม่กี่เดือนเท่านั้น แต่ทุกอย่างที่นี่มันชวนให้คุ้นเคยและคิดถึงอยู่ตลอดเวลา อาจจะเป็นเพราะที่ผ่านมานั้นผมมีแต่ความทรงจำดีๆตลอดสี่ปีที่ผ่านมา

 

“หุ้ยยย มาช้าจังวะไอ้คุณชาย นี่อาจารย์เทพแกเพิ่งขึ้นตึกไปบอกว่าต้องไปแต่งตัวหล่อๆก่อนแล้วจะลงมาถ่ายรูปด้วย”ไอ้ศักดิ์ยังเป็นเพื่อนที่พูดเจื้อยแจ้วไม่หยุดเหมือนเดิม ผมเห็นไอ้หนึ่งที่วิ่งมากระโดดกอดคอเพื่อนในแกงค์ที่เหลือของผม เสียงหัวเราะดังไปทั่วบริเวณจนกระทั่งไอ้ศักดิ์เองก็ชักชวนให้ไปถ่ายรูปรวมรุ่นกันที่ลานเกียร์

 

ณ สถานที่ที่เรียกว่าเป็นจุดเริ่มต้นของพวกเราทุกคน

 

ผมเงยหน้ามองธงสีแดงเลือดหมูที่วันนี้ปลิวสะบัดไปตามแรงลมดูสวยงามกว่าทุกวัน ไหนจะรูปปั้นเกียร์ที่ตระหง่านอยู่ตรงหน้า ความรู้สึกภาคภูมิใจอัดแน่นเต็มอกไปหมดที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในที่แห่งนี้

 

 

“เฮ้ยพวกเรา ล้อม!!!!”เสียงหัวโจกที่จำได้คร่าวๆว่าเป็นไอ้เอกประธานรุ่นเด็กปีสามส่งเสียงเรียกรุ่นน้องให้วิ่งเข้ามาล้อมพี่บัณฑิตที่ไม่ระวังตัวจนถูกโจมตีได้ง่าย เอาจริงๆแล้ววันนี้ผมต้องบอกว่าเสียเงินกับการโดนบูมไปค่อนข้างจะเยอะแล้ว โดนตั้งแต่เช้าแต่เป็นของคณะอื่นจนกระทั่งตอนนี้ที่เพิ่งกลับมาเหยียบคณะของตนเองเลยเพิ่งมาเจอรุ่นน้องที่ทำหน้าที่หาเงินเข้าคณะในวันนี้

 

ผมหันไปมองรอบๆบริเวณก่อนจะรู้ว่าโดนเพื่อนเท เพราะไอ้คนที่เหลือมันอยู่นอกวงบูมกันหมดราวกับรู้ทัน โธ่! ไอ้ซั๊ซซซซซซ! ตั้งแต่ปีหนึ่งยันเรียนจบพวกมึงยังไม่วายเลิกแกล้งกูเนาะ ไอ้หอกหัก!!

 

ผมส่งสายตาเขียวปั๊ดไปให้เพื่อนร่วมรุ่นที่ฉีกยิ้มกว้างส่งมาให้ พวกมันคงดูสะใจไม่น้อยที่ผมยังทำตัวให้โดนแกล้งง่ายๆเหมือนเดิม

 

ระหว่างที่ส่งสายตาด่าพวกที่เหลือผมก็เห็นไอ้เจ้าพอร์ชน้องรหัสที่ฉีกยิ้มกว้างวิ่งแถ่ดๆเข้ามาหากลางวง ในมือถือป้ายชื่อที่ทำมาจากกระดาษแข็งสีเทาตัดเป็นรูปทรงที่มองแว้บเดียวก็รูปว่าเป็นรูปเกียร์ประจำรุ่นของผม ตรงกลางนั้นถูกเขียนด้วยหมึกสีขาวว่า “น้องพีช”

 

“ขออนุญาตนะครับเฮีย”เจ้าตัวยิ้มกว้างพร้อมคล้องเจ้าป้ายนั้นกับคอของผม

 

คือแบบ...พวกมึงต้องการอะไรจากกู๊วววว???

คือจบแล้วป้ะวะ? กูไม่มารับน้องใหม่อีกรอบนะมึ๊งงงงงง!!

 

“ผมพอร์ชรหัสเก้าสาม รุ่นห้าเจ็ดของอนุญาตเป็นตัวแทนรุ่นน้องครับ”ไอ้พอร์ชที่จู่ๆก็กลายร่างจากเด็กทะเล้นเข้าสู่โหมดจริงจังจนผมเองก็เริ่มนึกหวั่น

 

ให้ตาย...พวกมึงวางแผนไรกันไว้ป้ะเนี่ย??

น่ากลัวฉิบหายเลยจ้า

 

“พวกเราทั้งหมดล้อมแถว ปฏิบัติ!

 

เสียงตะโกนสั่งดังไปทั่วบริเวณที่ตอนนี้เหมือนทุกคนพร้อมใจกันเงียบและนั่นส่งผลทำให้เสียงของน้องรหัสตัวเล็กของผมนั้นดูมีอำนาจจนน่าขนลุก เอาจริงๆก็แปลกใจว่ามันทำได้ดีจนอยากปรบมือให้เพราะสิ้นเสียงสั่งพวกรุ่นน้องในภาคที่แต่งกายในชุดนิสิตเรียบร้อยก็วิ่งออกมาจากตึกแล้วล้อมซ้อนกับน้องปีหนึ่งอีกวง

 

“คอมเอนทั้งหมดพร้อม!

 

“พร้อม!

 

ผมยืนมองภาพตรงหน้า น้องๆในภาคที่ตอนนี้พากันกอดคอแล้วค้อมตัวลงต่ำตามคำสั่งของเจ้าพอร์ช เสียงตอบรับคำสั่งนั้นทำเอาผมอดยิ้มกว้างๆในความสามัคคีของเด็กๆที่เคยเคี้ยวเข็นฝึกซ้อมมา

 

เอาจริงๆก็ภูมิใจครับ ไอ้ที่ทำไปเมื่อครั้งวันวานนั้นส่งผลให้เห็นวันนี้ และมันดีกับใจเหลือเกิน

 

“บูมเอนจิเนียร์พร้อม!!

 

“พร้อม!!!

 

 

“สาม...........สี่!!!

 

เสียงกึกก้องสะท้อนไปทั่วทั้งบริเวณ เนื้อทำนองที่ถูกเปล่งออกมาดูมีพลัง ท่าทางที่น้องๆทำประกอบการบูมนั้นพร้อมเพรียงจนเรียกเสียงปรบมือจากทุกคนที่ได้เห็นเมื่อการบูมจบลง

 

วันนี้เป็นอีกวันที่ผมคิดว่าระบบการรับน้องที่ใครเคยบอกและรวมไปถึงผมเองก็เคยคิดว่ามันเป็นเรื่องไร้สาระนั้นไม่จริงอย่างที่เขาพูดเลยสักนิด หลายครั้งที่เราเฝ้ามองดูผลจากการกระทำของพวกเรา สิ่งที่เราส่งไม้ต่อให้กับรุ่นสู่รุ่นและสิ่งดีๆที่พวกเราส่งต่อๆกันไปนั้นก็เจริญงอกงามให้เห็นจนถึงตอนนี้

 

ระบบทุกอย่างมันล้วนมีดี ขึ้นอยู่ที่ว่าเรานั้นจะเอาระบบที่ถูกคิดขึ้นมานั้นไปใช้ในแบบไหน บ้างก็เห็นเป็นเครื่องมือไว้แสดงอำนาจว่าตนเองนั้นยิ่งใหญ่เกินกว่าใครจนลืมไปว่าแก่นแท้ของระบบมีไว้เพื่อสิ่งได้ จนสุดท้ายก็ทำให้เกิดกระบวนการต่อต้าน ทำให้ระบบดีๆดูไร้ค่าจนกลายเป็นเรื่องไร้สาระหากจะมีระบบนี้มาใช้ในการรับน้องใหม่ต่อไป

 

หากแต่ผมก็ยังยืนยันคำเดิมว่าหากเราเอาระบบไปใช้ในทางที่ดีมันก็จะดี เหมือนกับที่ผมได้เคยรับไม้ต่อมาจากรุ่นพี่ และได้สานต่อเจตนารมณ์ดีๆเหล่านั้นที่สืบทอดกันมาให้แก่รุ่นน้องรุ่นๆต่อไป ทำโดยไม่มีคำว่าอคติเข้ามาเกี่ยวข้อง ไม่มีการแสดงอำนาจเกินขอบเขต

 

“ทั้งหมดตามระเบียบพัก ปฏิบัติ!

 

“ตามระเบียบพัก!

 

เจ้าพอร์ชมองไปทั่วๆบริเวณหลังจากที่ออกคำสั่งออกไป ก่อนจะหันมาทางผมที่ยังไม่สามารถหุบรอยยิ้มของตนเองได้ยกมือขึ้นปรบเสียงดังแทนคำชม คำขอบคุณที่มีให้น้องๆ ก่อนจะล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าชุดพิธีการสีขาวที่สวมใส่ด้านในเพื่อหยิบเงินออกมาใส่กล่องอย่างที่ควรทำ

 

หากเหมือนว่าการบูมจะไม่จบเพียงแต่เท่านี้เพราะยังไม่มีใครเดินถือกล่องเข้ามาในวงให้ผมหย่อนเงินสักคน

 

“เนื่องจากวันนี้เป็นหนึ่งวันที่สำคัญสำหรับพี่พีช หรือพี่ว้ากรุ่นห้าหกที่ใครก็รู้จักดีว่าน่ารักขนาดไหน จากวันนั้นจนถึงวันนี้ วันที่พี่พีชได้ประสบความสำเร็จในก้าวแรกของชีวิต วันนี้พวกเราทุกคนอยากจะขอให้พี่พีชกล่าวอะไรกับน้องๆที่อยู่ตรงนี้หน่อยได้ไหมครับ”เจ้าพอร์ชเอ่ยขอแบบที่ผมเองก็ตั้งตัวไม่ทัน เอาจริงๆไม่คิดว่าจะต้องมาพูดอะไรด้วย

 

คือ...จะพูดอะไรดีวะ?

 

“เอาเลยมึง อย่าให้เสียภาพลักษณ์พี่ว้ากนะเว้ย!

 

ไอ้เติร์กส่งเสียงยุยงมาให้ขณะที่ผมกำลังคิดไม่ตกกับสิ่งที่รุ่นน้องร้องขอ แต่แบบทำไมมึงต้องเอาศักดิ์ศรีพี่ว้ากมาเร่งเร้ากูด้วยวะไอ้เติร์กกกกก ไอ้รุ่นอื่นๆ ไม่ว่าจะรุ่นพี่รุ่นน้องเค้าก็ทำมาดีหมดนั่นแหละยกเว้นรุ่นกูที่เอาฮาจนน้องแม่งเกือบไม่ฟัง แถมยังโดนพี่โมซ่อมด้วยอีกต่างหาก

 

“เออๆๆ ใจเย็นๆ แหมกูก็แค่อดีตป่าววะ?”ผมหันไปตอบเพื่อนก่อนจะหันกลับ สูดลมหายใจเข้าปอดอย่างคนต้องการเรียกกำลังใจแบบที่เคยทำบ่อยๆสมัยที่ดำรงตำแหน่งอยู่ สองมือวาดไปด้านหลังพร้อมกับเท้าที่แยกออกจากกัน ยืดหลังให้ตรงเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อยในท่าที่เตรียมพร้อม

 

“คอมเอนทั้งหมดแถวตอนแรงสิบ! ปฏิบัติ!!

 

ผมออกคำสั่งให้รุ่นน้องที่กำลังล้อมวงอยู่นั้นมาเข้าแถวตรงหน้า ใช้เวลาเพียงไม่นานแถวที่เป็นระเบียบเรียบร้อยก็ปรากฏสู่สายตา

 

“วันนี้ผมขอขอบคุณทุกๆคนมากนะครับที่สละเวลามาทำกิจกรรมเพื่อภาคของเรา”ผมพูดพร้อมกับกวาดสายตามองไปรอบๆ พยายามสบสายตากับรุ่นน้องทุกๆคน

 

“ขอบคุณที่วันนี้คุณยังเป็นเกียร์ ยังเป็นรุ่นน้องที่ผมภาคภูมิใจที่สุดเหมือนเดิม...ขอบคุณที่พิสูจน์ว่าการรับน้องของเรามันไม่ได้เป็นเพียงแค่ความสนุกเพียงชั่วครั้งชั่วคราวเท่านั้น แต่หากมันเป็นกิจกรรมที่หล่อหลอมเราจนแข็งแกร่งมาจนถึงวันนี้ ทุกอย่างที่เราเฝ้าปลูกฝังกันมามันไม่ได้สูญเปล่าเลย เพราะวันนี้พวกคุณทำสิ่งที่ฝึกฝนกันมาได้ดีเหลือเกิน ปรบมือให้ตัวเองหน่อยครับ”

 

ผมเอ่ยชมรุ่นน้องที่วันนี้ทำได้ดีมากๆจนแทบไม่มีอะไรต้องติ ความพร้อมเพรียงและเสียงที่ดังก้องนั้นสร้างความประทับใจได้มากจนเป็นผมที่ปรบมือเสียงดังตามด้วยพวกเพื่อนร่วมรุ่นที่อยู่นอกวงก็ปรบมือขึ้นมาด้วยเหมือนเป็นคำชมในความสามัคคีในวันนี้ และเป็นเหมือนรางวัลของความพยายามทั้งหมดที่เคยได้ทำมา

 

“ผมยังจำได้ดีถึงวันที่เคยยืนอยู่ในแถวเหมือนพวกคุณในตอนนี้ ยังจำได้ถึงความรู้สึกมากมายในการถูกบังคับให้ทำหลายๆอย่างในกิจกรรมรับน้อง และผมก็ยังจำได้ถึงความรู้สึกของการที่ต้องมาเป็นผู้ที่ว้ากน้องเสียเองได้เหมือนกัน ถึงแม้ว่าตอนนั้นน้องๆหลายคนจะกลายเป็นเอ็นดูผมมากกว่าเกรงกลัวก็เถอะ ขอบคุณมากๆนะครับที่ตอนนั้นพวกคุณว่านอนสอนง่ายจนผมแทบไม่ต้องใช้ความพยายามอะไรมากดดันให้พวกคุณทำเลย ขอบคุณที่เป็นน้องที่ดีของผม”

 

ผมยิ้มให้กับมุกขำๆที่เอามาแซวตัวเองเมื่อครั้งยังเป็นพี่ว้าก เรียกเสียงหัวเราะเบาๆจากเจ้าเด็กปีที่สามที่ถูกผมรับมาได้ไม่น้อยเลย ช่วงจังหวะที่หยุดพูดนั้นก่อให้เกิดความตื้นตันที่เอ่อล้นขึ้นมาจนรู้สึกว่าตัวเองในตอนนี้กำลังจะร้องไห้อยู่มะรอมมะล่อแล้ว เลยต้องเงยหน้ามองท้องฟ้าเหนือพื้นธงสีเลือดหมู

 

พอคิดว่าตัวเองข่มน้ำตาที่ก่อตัวขึ้นได้แล้วก็หันกลับมาส่งยิ้มกว้างให้กับรุ่นน้องตรงหน้าที่กำลังยิ้มตอบกลับมาอย่างให้กำลังใจ โดยเฉพาะไอ้เด็กหัวโจกปีสามทั้งหลายที่เขาเคยว้ากมาหลายต่อหลายครั้ง

 

“ผมคงไม่มีเรื่องอะไรจะพูดไปมากกว่าอุดมการณ์ที่เรายึดถือกันมาจนเป็นพวกเราในวันนี้ เป็นอีกครั้งที่ผมอยากจะบอกให้พวกคุณได้ย้ำคิดถึงแก่นแท้ของมันอยู่ตลอดเวลาไม่ใช่แค่เพียงทีมพี่ว้ากที่กำลังจะทำหน้าที่ในตอนนี้ แต่เป็นพวกเราทุกคน”

 

ผมหยุดพูดพร้อมกับกวาดสายตามองอีกครั้ง

 

“โซตัสย่อมากจากคำห้าคำที่ตอนนี้ผมคิดว่าพวกคุณคงรู้ความหมายกันดีอยู่แล้วว่ามันแปลว่าอะไร ไม่ว่าจะเป็นเอสตัวแรกซีเนียร์ริตี้ ที่สอนให้เรารู้จักการอ่อนน้อมถ่อมตน รู้จักเคารพผู้ที่อาวุโสกว่า โอตัวที่สองคือ ออร์เดอร์ หรือระเบียบที่เราทุกคนต้องรู้จักทำตามกฎเกณฑ์ที่ได้ตั้งไว้ในสถานที่ที่เราอาศัยอยู่ไม่นึกแต่จะทำตามใจตน ทีตัวที่สามคือเทรดดิชั่น หรือประเพณี รับรู้และสานต่อ ประพฤติตาม ยูตัวที่สี่คือยูนิตี้ สามัคคีรวมเป็นหนึ่ง และเอสตัวสุดท้าย สปิริต คือการมีน้ำใจให้แก่กันและกัน เมื่อนำตัวอักษรทุกๆตัวมารวมกัน ก็จะกลายมาเป็นพวกเราทุกๆคนที่อยู่ตรงนี้”

 

ผมเริ่มรู้สึกว่าน้ำเสียงของตัวเองเริ่มสั่นเครืออีกครั้ง ภาพความทรงจำมากมายกำลังไหลเวียนเข้ามาในสมอง

 

“ผมเองอยากจะฝากฝังพวกเราว่า กว่าพวกพี่บัณฑิตทุกคนจะมีวันนี้ได้นั้นพวกเรานั้นยึดถือปฏิบัติตามหลักของโซตัสมาตลอด ทำมาเพราะการถูกปลูกฝังจนบางครั้งพวกเราก็ทำไปโดยไม่รู้ตัวราวกับว่ามันเป็นจิตใต้สำนึก ณ วันนี้หากเราไม่รู้จักเคารพรุ่นพี่ เราคงไม่มีชีทแนวข้อสอบดีๆให้อ่าน ไม่มีคนมาติววิชาที่พวกเราไม่เข้าใจ หากเราไม่รู้จักทำตามกฎระเบียบประเพณีเราอาจจะโดนไทร์ออกไปแล้วก็ได้ หรือหากเราไม่มีความสามัคคีกันก็คงจะไม่รักกันมากจนถึงวันนี้ สุดท้ายถ้าพวกเราไม่มีน้ำใจ พวกพี่บัณฑิตก็คงไม่จบพร้อมเพรียงกันอย่างที่น้องๆทุกคนเห็น”

 

 

“ดังนั้นผมอยากจะขออะไรสักอย่าง นับจากวันนี้ขอให้พวกคุณหันกลับไปดูเพื่อนๆที่อยู่ข้างๆ ขอให้คุณจับมือเขาแล้วร่วมกันฟันฝ่าทุกปัญหา จะไม่มีใครถูกทิ้งไว้ข้างหลัง แม้ว่าในอนาคตจะมีเรื่องราวมากมายที่ทำให้รู้สึกท้อแท้ พวกคุณก็ร่วมกันช่วยผลักดันให้เพื่อนทุกคนเดินไปข้างหน้าพร้อมๆกัน ทำได้ไหมครับ!

 

ผมเอ่ยถามและไม่ต้องรอนานก็ได้รับเสียงตอบรับที่แสนจะหนักแน่นของรุ่นน้องตรงหน้ากลับคืนมา

 

“ขอให้พวกคุณมองพี่บัณฑิตทุกคนในวันนี้ให้ดี มองครุยที่พวกเขาสวมใส่ มองรอยยิ้ม มองความภาคภูมิใจและเก็บเอาไว้เป็นกำลังในวันที่คุณท้อแท้ วันที่คุณอยากจะยอมแพ้แล้วหนีไปเจอสิ่งใหม่ ผมอยากให้คุณคิดเอาไว้ว่าสักวันคุณจะได้ใส่ชุดแห่งความภาคภูมิในนี้เหมือนกับพวกผม และผมก็คาดหวังว่าในปีต่อๆไป ผมจะเห็นพวกคุณทุกคนด้ใส่ชุดครุยและยืนที่เดียวกับผมเหมือนอย่างวันนี้นะครับ ขอบคุณครับ”

 

จบแล้ว ทุกอย่างที่พูดออกมานั้นมาจากความรู้สึกที่มี ผมอาจจะไม่ใช่นักพูดที่ดีที่พูดออกมาแล้วทำให้เขาเชื่อ ทำให้เขาประทับใจ แต่เพียงผมเองก็เพียงต้องการจุดประกายไฟความหวังให้กับรุ่นน้องที่ตอนนี้หลายๆคนกำลังประสบปัญหาในเรื่องการเรียน

 

ที่จริงแล้วผมเองก็เคยผ่านพ้นจุดนั้นมาก่อน และด้วยความพยายามจึงทำให้เรามาถึงจุดนี้ได้ ทุกๆคนก็เช่นกัน ย่อมสามารถเอาชนะทุกๆอย่างได้หากเพียงเรามีกำลังใจมากพอที่จะไปสู้กับมัน

 

ผมไม่ได้คาดหวังว่าการพูดครั้งนี้จะมีใครสักคนปรบมือ แต่หากมันตรงกันข้ามเมื่อเสียงปรบมือดังขึ้นให้กับคำพูดที่ผมเพิ่งพูดจบไป และสายตาเจ้ากรรมดันเหลือบไปเห็นร่างสูงที่กำลังยืนยิ้มอยู่ที่ใต้ตึกฝั่งตรงข้ามพร้อมกับยกนิ้วโป้งให้ผมแทนคำเอ่ยชม

 

ตาฝาด?

 

คือเมื่อเช้าบอกอยู่นาริตะ แล้วมันจะโผล่มาอยู่ที่มหาวิทยาลัยโดยใช้เวลาไม่ถึง...

เดี๋ยวนะ...

 

ผมนับเลขในใจ สมองนึกไปถึงว่าเมื่อเช้าพี่โมคอลมาหาตอนตีห้าบอกว่าไฟล์ทดีเลย์ถ้านับเวลาที่ตอนนี้น่าจะสิบเอ็ดโมงครึ่ง นั่นแปลว่าเครื่องที่พี่โมนั่งมาน่าจะเทคออฟแลนด์ดิ้งที่สุวรรณภูมิเรียบร้อยแล้ว

 

งั้นแปลว่า...

 

ไม่ทันที่หัวใจจะเต้นระรัวไปด้วยความดีใจ น้องอะตอมที่เดินมาพร้อมกับคุณพ่อคุณแม่ของพี่โมก็ฉายเข้ามาในกรอบสายตาเป็นการยืนยันได้อีกทางว่าคนที่เห็นตรงหน้าไม่ใช่ภาพหลอนอย่างที่คิดในตอนแรกอีกต่อไป

 

“อ้าวเหม่อๆ น้องเค้ายืนถือกล่องเหงือกแห้งหละมึง รีบๆควักตังค์ออกมาหย่อนสักที น้องเค้าจะได้ไปทำมาหากินต่อ”

เสียงแว้ดๆของไอ้เติร์กไม่ว่าจะปีหนึ่งหรือปีไหนๆก็ยังมาตามหลอกหลอนให้สิ้นสติอยากจะรำถวายบาทาให้มันได้ทุกเมื่อ คือแบบไม่ได้สำนึกบุญคุณกูเลยแงะที่ได้มีเมียเป็นนิสิตทันตแพทย์อยู่ทุกวี่ทุกวันนี้เพราะใคร

 

ใครที่มันไปตามสืบข้อมูลให้ ใครที่มันเป็นตัวกลางง้อให้กลับมาคืนดีแทนที่จะเป็นไอ้ง่าวโดนน้องส้มเก็บแต้มรอบที่สองเนี่ยะ! บักปอบ!!!

 

“ไม่ต้องมามองกูตาขวาง ไหนๆก็ทำเท่หละหย่อยแบงก์เทาๆให้กล่องน้องเค้าหนักๆหน่อยละกันมึง”

 

ยัง...มันยังไม่เจียมเนื้อเจียมตัว เป็นหนึ่งไปไหนวะมาลากไอ้เติร์กไปที!!

 

“รู้แล้วน่า!”ผมเบะปากใส่ไอ้เพื่อนช่างกวนพร้อมกับหยิบธนบัตรที่ตั้งใจจะให้รุ่นน้องอยู่แล้วมาสองใบเรียกเสียงฮือฮาไม่น้อย เอาจริงๆแล้วมันเป็นความคิดของผมเมื่อสมัยตั้งแต่เป็นเด็กปีหนึ่งแล้วครับว่าการให้เงินน้องที่มาบูมยังไงก็ได้ประโยชน์เพราะเงินทุกบาทมันเข้าคณะ น้องๆจะได้มีงบไปทำกิจกรรมอะไรต่อ การไร่เรี่ยเก็บเงินของเด็กๆเพิ่มในตอนที่จะทำกิจกรรมก็จะลดลงไปด้วย อีกอย่างก็เหมือนตอบแทนคุณความรู้ที่ผมได้มาจากที่แห่งนี้อีกทาง

 

หลังจากหย่อนเงินลงกล่องเสร็จเด็กๆก็พากันขอบคุณแล้วก็แยกย้ายกันไปทำหน้าที่ของตนเองต่อ นึกสะใจเพราะรายต่อไปคือไอ้เติร์กนั่นแหละครับ ปากดีนักเลยโดนรุ่นน้องล้อมบูมเสียเลย ผมหัวเราะให้กับท่าทีโวยวายของเพื่อนที่หนีไม่ทันอยู่ได้สักพักก่อนจะคิดได้ว่าควรตรงไปหาคนที่เห็นผ่านตาเมื่อครู่

 

พอคิดได้สองเท้าก็ทำงานอัตโนมัติโดยไม่ต้องรอให้สมองสั่งเลยสักนิด และไม่คิดว่าระยะทางระหว่างลานเกียร์ที่ผมอยู่กับตึกเรียนฝั่งตรงข้ามมันจะไกลจนมาถึงตอนนี้แหละครับ กว่าจะเดินไปถึงก็ต้องฝ่าผู้คนที่เดินขวักไขว่จนแอบกลัวว่าพี่เขาจะหายไป

 

แต่เปล่าเลย...

 

พี่โมยังยืนอยู่ที่เดิมส่งรอยยิ้มกว้างๆมาให้จนทำให้ความเหนื่อยที่มีมาหายเป็นปลิดทิ้งเมื่อได้เห็นรอยยิ้มของคนคนนี้

 

“คิดถึงผมไหมครับ”

 

ให้ตาย...ผมควรจะทำยังไงดีระหว่างพยักหน้ารัวๆเพื่อบอกให้อีกฝ่ายได้รับรู้ว่าคิดถึงมากแค่ไหน หรือจะกระโดดร่างสูงๆนั่นให้สมใจอยากทดแทนหมอนข้างที่เคยกอดแล้วมโนเอาว่าเป็นพี่เขา หรือจะบ่นที่พี่เขาไม่ค่อยคอลมาหาทำให้แอบคิดว่านอกใจหาแหม่มนมโตสักคน

 

ผมควรทำยังไงดีนะ?

 

 

“ถ้าผมจะบอกว่าขอกอดหน่อย คุณจะโอเคไหมครับ?”

 

ไม่ต้องคิดคำตอบแล้วครับสำหรับคำถามนี้ ผมรีบโผเข้ากอดคนตรงหน้าที่เป็นเจ้าของทุกห้วงความคิด ทุกห้วงความรู้สึกที่มีในเวลานี้ทั้งหมด ผมทิ้งแล้วทุกอย่างที่ควรกระทำ ทิ้งแล้วซึ่งความขวยเขินที่เคยมีเมื่อครั้งวันวาน ตอนนี้ผมจะทำในสิ่งที่อยากจะทำมานาน

 

“กอดเบาๆก็ได้ครับ เดี๋ยวผมร่างแหลกไปคุณได้รับผิดชอบผมทั้งชีวิตแน่ๆพิชญ์พล”

 

“อื้อ...จะเลี้ยงเอง”

 

ผมตอบออกไปอู้อี้ผลเกิดจากการกอดรัดร่างหนาพร้อมเอาหน้าแนบกับอกแกร่งนั่นอย่างคนที่โคตรคิดถึงพี่เขา

 

“ฮ่าๆ พูดแบบนี้ขออนุญาตพ่อแม่ของผมแล้วรึยังครับ”

 

เออ...ลืมไปเลย..มัวแต่ดีใจที่เจอพี่เค้าจนลืมไปว่าต้องทำความเคารพผู้ใหญ่ที่รู้จักตรงนี้อีกสองคนเสียก่อน แอระ...ทำไมเป็นเด็กแบบนี้วะพิชญ์พล

 

“พ่อแม่สวัสดีครับ” ผมคลายกอดออกมาจากตัวพี่โมแล้วหันไปสวัสดีผู้ใหญ่ที่กำลังยืนยิ้มรออยู่ พอเห็นผมยิ้มแหยๆเหมือนกำลังอายที่พุ่งมากอดลูกชายข้ามหน้าข้ามตาพ่อแม่เขา

 

“ไหว้พระเถอะลูก อย่าพิธีรีตองอะไรเยอะเลยครอบครัวเดียวกันแท้ๆ”คุณพ่อพี่โมพูดขึ้นเรียกเลือดในร่างของผมสูบฉีดได้ดีเหลือเกิน แค่ได้การยอมรับจากท่านทั้งสองก็เป็นเรื่องดีแค่ไหน แล้วนี่ยังได้รับความเอ็นดูอีก

 

“พี่พีชชชช ตอมดีใจด้วยนะคะ”เด็กสาวที่ตอนนี้ได้กลายสภาพเป็นนิสิตปีสองของคณะวิทยาศาสตร์ยิ้มกว้างพร้อมส่งช่อดอกไม้มาให้ ผมเอ่ยขอบคุณและไม่ลืมจะกวักมือเรียกพี่ช่างภาพที่คอยถ่ายรูปให้มาช่วยถ่ายรูปรวมกับทางบ้านพี่โม

 

ถ่ายกันสักพักพ่อแม่พี่โมก็ถามหาพ่อแม่ผม พอบอกว่าอยู่ที่ศูนย์อาหารพวกท่านก็พากับเดินไปโดยมีน้องตอมคอยดูแล ครั้นผมจะตามไปด้วยก็ถูกห้ามว่าควรจะถ่ายรูปอยู่กับเพื่อนๆมากกว่าเสียเวลาพาไปส่ง อีกอย่างผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายก็รู้จักกันดีอยู่แล้ว

 

หลังจากที่ยืนมองพ่อแม่พี่โมเดินตามน้องอะตอมไปผมเองก็หันไปมองเสี้ยวหน้าคมที่ดูเข้มขึ้น ร่างกายดูสมส่วนมีกล้ามเนื้อมากขึ้นอย่างผู้ชายสุขภาพดี ลืมร่างโคร่งๆสูงๆดูขี้ก้างคนนั้นหายไปเลย จะว่าไปแล้วพี่โมอยู่อเมริกามาสองปีดูหล่อขึ้นเยอะเลยแหะ

 

“ใจคอจะเอาแต่มองผมอย่างนี้ใช่ไหมครับ” พี่โมพูดขึ้นพร้อมกับหันมาสบตา ผมเองก็พยักหน้าให้อีกฝ่ายแทนคำตอบใบหน้าตอนนี้เต็มไปด้วยรอยยิ้มที่เป็นเรื่องยากมากๆที่จะหุบลงได้

 

“แย่จังเลย งั้นวันนี้คุณต้องโดนเพื่อนล้อไม่หยุดแน่ๆ”

 

“ช่างมันซี่! ไม่เห็นจะสนใจเลย!”ผมเบ้ปากเมื่อนึกไปถึงเพื่อนขี้แซวที่เอาแต่แกล้งเขาไม่ยอมหยุด

 

“ไม่สนใจจริงๆหรอ”

 

“อื้อ...”

 

“แต่เพื่อนๆคุณรอถ่ายรูปรวมกับคุณอยู่นะครับ”ผมหันไปมองที่ลานเกียร์หลังจากที่ฟังพี่โมพูดจบ และก็จริงอย่างที่พี่เขาว่าเพื่อนทุกคนในภาคตอนนี้เตรียมพร้อมที่จะถ่ายรูปแล้วเหลือเพียงแต่ผมเท่านั้นที่เอาแต่ทำตัวเป็นลูกลิงเกาะแขนพี่เขาไม่ยอมปล่อย

 

ฮืออออออออ ก็กลัวหายไปอีกนี่หว่า..

 

“ไปถ่ายรูปก่อนนะครับ คืนนี้ผมจะให้คุณกอดผมทั้งคืนให้สมกับที่คุณคิดถึงผมเลย”

 

โอ้ยยยยยย ทำไมขี้อ้อยแบบนี้วะ???? คือแบบแต่ก่อนไม่ขนาดนี้ป้ะ นี่ไปแอบฝึกสกิลมากับแหม่มโนตมใช่ไหม???

 

“แน่นะ?”ผมหรี่ตามองคนตัวสูงที่กดยิ้มมุมปาก

 

“ครับ หรือคุณจะให้โอกาสผมกอดคุณให้สมกับความคิดถึงดีหละ”

 

อหหหหหหหหห!!! พี่เขาไม่ธรรมดาเลย ความเกรงใจที่เคยมีก่อนไปเรียนอเมริกาไม่มีอีกต่อไปแล้ว แม่!!!!

 

“หุ้ยยยย ผมไปถ่ายรูปก่อนนะ พี่ห้ามไปไหนด้วย!”ผมเบี่ยงประเด็นด้วยการหนีไปถ่ายรูปกับเพื่อนที่ยืนรอกันอยู่พร้อมกับส่งสายตามาประมาณว่า “ไอ้สัสมาเถอะกูรอมึงจนรากจะงอกแล้วอย่าลีลา” บวกกับความเจ้าชู้ของพี่โมที่มาทำใส่เมื่อครู่นั้นทำให้พีชจะไม่ทน!!!

 

อร่อกกก...คืนนี้จะหนีหลับก่อน พิชญ์พลจะไม่ยอมให้พี่เขากอดหรอกให้ตายเหอะ!!

 

“มึงนี่ชักช้าจริงๆ โดนสั่งซ่อมสักทีจะดีไหม?”ไอ้เติร์กบ่นมุมิงุงิตามประสา พร้อมกับเอื้อมมือมาคว้าคอผมให้เข้าไปยืนใกล้ๆ และพวกเราก็ฉีกยิ้มให้กับตากล้องที่แสดงตัวว่ากำลังจะถ่าย กว่าจะจบลงก็เอาเสียขาสั่นแก้มเมื่อยเพราะทุกคนล้วนมีตากล้องเป็นของตัวเองหมด

 

ผมหันไปเถียงกับเพื่อนที่แซวเรื่องพี่โมไม่หยุดก่อนจะเหลือบไปมองคนตัวสูงที่กำลังยืนอยู่ที่เดิมวาดรอยยิ้มมาให้จนเรียกเสียงหัวใจให้สั่นไหวรุนแรงราวกับว่าผมกำลังตกหลุมรักพี่เขาใหม่อีกครั้ง

 

เอาจริงๆแล้วนี่อาจจะเป็นจุดเริ่มต้นเรื่องราวของผมกับพี่โมหลังจากไม่เจอกันเป็นเวลานานก็เป็นได้หละมั้ง...งั้นจุดจบของผมก็อาจจะเป็นจุดเริ่มต้นได้หละสิ จบสิ้นเวลาที่ต้องรอคอย และเริ่มต้นที่จะใช้ชีวิตด้วยกันอีกครั้ง

 

 

แล้วคุณหละครับ...

จุดจบที่คุณต้องการเป็นจุดจบแบบไหนกัน?

 

 

 

 

 

 

 

 

END





TALK: สวัสดีดีรีดเดอร์ของเราทุกคนค่ะ หน้านี้อาจจะเป็นหน้าสุดท้ายของสุดท้ายจริงๆที่ซอลจะมาพูดคุยกันกับนิยายเรื่องนี้ ตลอดระยะสองปี สามเดือน สิบสี่วัน ขอบคุณนะคะที่ทุกคนคอยสนับสนุนจนนิยายเรื่องนี้เคยได้ขึ้นไปไต่ชาร์ตเด็กดี และขอบคุณสำหรับทุกกำลังใจ ทุกแรงสนับสนุน ทุกยอดวิว ทุกยอดโหวต ทุกๆยอดกดเฟบ และขาดเสียไม่ได้คือยอดคอมเมนต์ ขอบคุณนะคะที่เป็นเชื้อเพลิงที่คอยเติมกำลังใจให้ซอลจนสามารถเขียนนิยายมาได้จวบจนตอนสุดท้ายของเรื่องนี้ จากนี้ซอลหวังว่านิยายเรื่องนี้จะสร้างรอยยิ้มให้กับคนที่แวะเวียนผ่านมาอ่านได้ไม่มากก็น้อย หวังว่าทุกคนจะคิดถึงความน่ารักของคู่โมพีช และทุกตัวละครของ Dogmatic Love


จากนี้ฝากนิยายเรื่องต่อไปที่สัญญาว่าจะต่อหลังซอลเขียนนิยายเรื่องนี้จบคือ นิยายเรื่อง "เบลอ" ที่เป็นพาร์ทของเฮียพลับกับพี่ปายนะคะ หากใครสนใจสามารถกดติดตามได้ที่รายชื่อบทความที่โชว์ในหน้าแรกค่ะ ^^


สุดท้ายคือซอลมีกิจกรรมมาให้รีดเดอร์ของซอลร่วมสนุกกัน เนื่องจากยอดกดไลค์แฟนเพจเกินหนึ่งพันไลค์แล้ว บวกกับยอดวิวเกินแสน (ดีใจแรง) เลยมีนิยาย Dogmatic Love SS1 มาแจก 1 เล่ม โดยมีกติกาง่ายๆดังนี้ค่ะ (มุกนี้ได้แรงบันดาลใจมาจากพี่มลินที่มีกิจกรรมแจกฟิคฟรีให้รีดเดอร์เลยขอเอามาดัดแปลงใช้มั่ง)


กติกา: เล่าฉากที่ประทับใจที่สุดในนิยาย ไม่ว่าจะเป็นฉากไหนก็ได้ เพราะอะไรถึงชอบฉากนั้น โดยสุดท้ายแล้วต้องมีประโยคชวนให้แจกนิยายจั่วหัว "ซฟ.คนใจดีขอนิยายฟรีได้ไหมคะ/ครับ" สำหรับคนที่อยากร่วมสนุก ส่วนคนที่ต้องการคอมเมนต์เฉยๆไม่ต้องจั่วหัวจ้า ทั้งนี้เพื่อความยุติธรรมคนที่สั่งนิยาย SS1 ของซอลรอบที่กำลังเปิดรีปริ้นท์อยู่รอบนี้ไปแล้วก็สามารถเล่นได้ค่ะ โดยที่ซอลจะไม่เข้าไปดูยูเซอร์ที่กรอกเอาไว้ในฟอร์มจอง หากคนที่จองไว้ได้ ซอลจะโอนเงินคืนให้พร้อมได้เล่มนิยายไปครองค่ะ ^ ^


ระยะเวลา: วันนี้ - 20 ตุลาคม 2558 

ประกาศผล: 23 ตุลาคม 2558

การตัดสิน: คัดจากความพึงพอใจของซอลเป็นหลักค่ะ ^ ^


มาร่วมสนุกส่งท้ายกันนะคะ 

ใครยังไม่เคยเม้นเปิดโอกาสแล้วน้า ตอนสุดท้ายแล้วนะเออ 



รัก

ซฟ.
















ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3,209 ความคิดเห็น

  1. #3112 POLUYA (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2560 / 19:41
    ตอนนี้เป็นตอนที่ชอบมากกกก ให้ข้อคิดมากๆเลย ขอบคุณมากๆๆๆค่ะ ชอบทุกตอนของเรื่องนี้ สนุกมากกกกกกกกกกกกกก
    #3,112
    0
  2. #2913 sincere (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2559 / 16:56
    พี่โมโคตรน่ารักอ่ะ หลงสุดดดดดด
    #2,913
    0
  3. #2877 Som O Usanee (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2558 / 04:16
    โงร้ยยยยยยยยย น้องพีชเกาะพี่โมเป็นโคอาล่าเกาะต้นยูคาลิปตัสเลย ฮ่าๆๆ เข้าใจว่าคิดถึงแฟนโน๊ะๆๆๆ เฮ้อ เหมือนว่าทำสำเร็จแล้วอย่างนึงก็เดินต่ออีกก้าวล่ะโน๊ะ ส่วนจุดจบของเรานั้นอย่าได้ถามหา เพราะจุดเริ่มต้นกับใครสักคนยังหาไม่เจอเล๊ยยยยยยยย ฮ่าๆๆ รักน้องพีชพี่โมม๊ากมากเลยน๊าาาาาาาาาาาา น้องพชเด็กดี(?)ของพี่โม คิคิ
    #2,877
    0
  4. #2873 baby_girl (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2558 / 08:24
    พี่โมกุลลลลลล เวลาพี่โมพูดกับน้องพีชทีไรทำไมเขินแรง ฟินมากอะ อยากได้พี่โมค่ะแม่ ขอบคุณไรท์มากมายนะคะ ภาคแรกภาคสองสนุกทุกภาคเลย ชอบมิตรภาพของเพื่อนๆที่มีให้กัน อ่านแล้วนึกถึงตอนเรียนเลย บ่งบอกอายุมาก อายจัง ภาคแรกตอนที่พี่โมจะไปเรียนต่อยังค้างๆคาๆ แต่พอไรท์มาแต่งต่อตอนพี่โมกลับมามันฟินมากเลยค่ะ รู้สึกเหมือนถูกเติมเต็ม 555555 ขอบคุณอีกครั้งนะคะ เป็นฟิคที่ประทับใจมาก จะรอติดตามผลงานต่อไปนะคะ เป็นกำลังใจให้จ้า รักนะรู้ยัง
    #2,873
    0
  5. #2828 KiHaE*129 (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2558 / 03:57
    ประทับใจ
    ปรบมือค่ะ
    #2,828
    0
  6. #2796 MiMiwwChaos (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2558 / 16:28
    ชอบฉากที่พี่โมหยอดพีช ผมนี้เขินแรงเลยครับ นั่งกัดหมอน เขินแรงมากกกกก ยิ้มไม่หุบเลย เปนอะไรที่แบบ น่ารักมากค่ะ เขินแทนพีชแรงมากกกก แล้วก้ชอบฉากตอนพีชเมาแล้วทำเสียงอ้อนๆ น่ารักอ่ะ งื้ออออ ชอบๆๆๆๆๆ แล้วก้ฉากที่พี่โมเอาเกียร์คล้องคอพีช คือเขินแรงมากกกก แล้วก้ฉากที่ให้ช้อป ฮื้ออออออ เขินแรงงงงงงง #ซฟ.คนใจดีขอนิยายฟรีได้ไหมค่ะ
    #2,796
    0
  7. #2793 Fah_parichat (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2558 / 10:38
    จะมีขายเป็น E-Book มั้ย คืดเรารอติดตามอยู่นะ
    #2,793
    1
  8. #2788 zeymay (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2558 / 12:02
    จริงๆ ชอบทุกฉากเลย แต่ที่ชอบสุดคงจะเป็นฉากที่พีชถูกน้องล้อม เพราะมันเป็นการเริ่มต้นใหม่ของพีชในฐานะที่ไม่ใช่นักศึกษาอีกต่อไปแล้ว ชอบคำพูดของพีชที่สอนน้องๆว่าโซตัสคืออะไร น้องๆต้องทำยังไงถึงจะก้าวผ่านแต่ละจุดในชีวิตไปได้ อ่านแล้วซึ้งมาก นึกถึงตอนที่ตัวเองรับน้องถึงจะไม่ขนาดนี้แต่กว่าจะผ่านมาได้ก็เล่นเอาน้ำตาร่วงมาหลายรอบเหมือนกัน ระยะเวลาสองเดือนของการรับน้องมันสนุก สุข ทุกข์และทรมานมาด้วยกัน เรื่องนี้ทำให้เรานึกถึงตอนนั้นจริงๆ อ่านทุกตอนแล้วน้ำตาร่วงตลอดมันเหมือนกับ เห้ย ตรงนี้เราก็เคยโดนนะ ตรงนี้เราก็ผ่านมานะ ตรงนี้พีชมันโดนเหมือนเราเลยวะ อ่านแล้วนึกถึงความทรงจำสมัยปีหนึ่งที่ผ่านมา และปีหน้าเราจะเป็นเหมือนพีชที่ยืนให้น้องล้อม บูมให้ ขอบคุณซฟ.นะที่แต่งนิยายเรื่องมา อ่านแล้วอินทุกตอนเลย ซฟ.ทำให้เราเข้าใจระบบที่เรารู้เพียงน้อยนิดให้มันมากขึ้น เข้าถึง แถมยังรู้สึกว่ามันเรียลมาก ขอบคุณจริงๆนะคะ พิมพ์ไปน้ำตาไหลไป 55555 ไม่รู้จะพูดอะไรละ นอกจากรักและขอบคุณ #เหมือนมาระบายความในใจ #ซึ่งมันก็จริงๆ 5555
    #ซฟ.คนใจดีขอนิยายฟรีได้ไหมคะ
    #2,788
    0
  9. #2785 coconuts2 (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2558 / 16:26
    ::ฉากพี่จาวถามพี่อั้นค่ะ::
    ที่ถามว่า?กูถามอิกครั้ง -ยังอยากได้เด็กพวกนี้เป็นน้องรึเปล่า" แล้วพี่อั้นตอบว่า?พวกเขาเป็นน้องผมครับ"
    //มันซึ้งดีอะ แบบว่าที่มีพี่ยอมรับเขาเป็นน้องอะคะ
    #ซฟ.คนใจดีขอนิยายฟรีได้ใหมคะ
    #2,785
    0
  10. #2784 Ayumu W. (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2558 / 12:58
    ชอบตั้งแต่ฉากแรกที่สวัสดีคุณพระอาทิตย์แล้วมันก็มาเรื่อยๆที่ความประทับใจนั้นมีมากขึ้นตลอดเวลาที่เราได้อ่านจนถึงฉากที่หลังจากน้องๆปีสามบูมให้น้องพีชตนเก่งคนดีของพี่โมกุลเสร็จ น้องพีชก็มองเห็นพี่โม //ในหัวตอนนั้นมันเหมือนเวลาได้หยุดลงแล้วทั้งสองคนก็สบตากันปิ๊งๆ// มันน่าประทับใจมากจริงๆที่คนที่เรารักตั้งแต่คนในครอบครัวไปจนถึงคนรักได้เห็นความสำเร็จก้าวแรกในชีวิตเรา
    พี่โมที่เห็นน้องวันแรกจนวันนี้น้องประสบความสำเร็จแล้วนะ
    นิยายเรื่องนี้เป็นหนึ่งในแรงบันดาลใจให้เด็กม.5อย่างเราตั้งใจเรียนเพื่อจะได้เป็นอย่างพี่พีชในตอนนี้

    #ซฟ.คนใจดีขอนิยายฟรีได้ไหมคะ
    #2,784
    0
  11. #2781 Kaijun Yip (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2558 / 07:35
    เฮ้อตอนจบทำซะรู้สึกว่าตัวเองเป็นพีชเลยบ่อต้ำตาแตกเลยอ่ะรัก พีชและโมกุชจังเล้ยยยว ปล.เราก็ชื่อพีช
    ซฟ.คนใจดีขอนิยายฟรีได้ไหมคะ
    #2,781
    0
  12. #2779 NABD (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2558 / 01:44
    อบอุ่นไม่เคยเปลี่ยน #รักโมพีท
    #2,779
    0
  13. #2775 bekaaa (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2558 / 14:26
    ที่เข้ามาอ่านเรื่องนี้เพราะมันเกี่ยวกับวิศวะ เพราะเราชอบวิศวะมากกก
    พอเข้ามาอ่านก็ชอบค่ะ แบบติดเลย ชอบหมดทุกตอนเลย โดยเฉพาะฉากรับน้อง รับรุ่น และฉากสุดท้ายที่น้องลอมทำบูม และพี่พัชกล่าวนั้นแหละค้ะ น้ำตาแตกเลยค้ะ ประทับใจมากเลยค้ะ
    ขอบคุณไรท์เตอร์มากๆเลยนะค่ะ ที่แต่งเรื่องนี้ขึ้นมา เราได้อะไรหลายๆอย่างเลยล่ะค่ะจากฟิคเรื่องนี้ เป็นฟิคที่เราประทับใจมากที่สุดเท่าที่เคยอ่านมา (นี่พูดจากใจจริงเลยค่ะ) จากที่ชอบวิศวะอยู่ ตอนนี้ยิ่งชอบขึ้นไปอีก
    ขอบคุณไรท์จริงๆค้ะ
    #2,775
    0
  14. #2774 มนุษย์สาววาย (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2558 / 07:14
    :: ฉากตอนรับธงรุ่นค่ะ ::
    ความรู้สึกว่ามันประทับใจมากเลยค่ะ ความจริงฉากใส่เสื้อชอปก็ประทับใจค่ะ 555 แต่ตอนรับธงรุ่น มันเป็นอะไรที่ซึ้งค่ะ ซึ้งมากค่ะ แบบว่าทั้ง ปี1-ปี4 ที่ต้องมีความร่วมมือร่วมใจกันเป็น1 ทั้งปี2ที่เป็นห่วงน้องว่าน้องจะทำได้มั้ย ทั้งปี3ที่ต้องแบกรับความรู้สึกของทั้งรุ่นไว้ เนื่องจากเป็นพี่ปี3 และที่สำคัญ พี้ปี4 ที่รอคอยดูความสำเร็จของทุกชั้นปี คือทุกชั้นปีต้องแบกรับความรู้สึกต่างๆเอาไว้ และปี1ที่ต้องทำให้พี่ๆดูว่าพร้อมที่จะก้าวเข้ามาเป็น1ในคณะวิศวะไหม ต้องมีความสามัคคีอย่างมาก เผื่อจะได้ธงรุ่นมา


    แบบว่ามันเล่าไม่หมดอ่าค่ะ คือต้องเล่ายาวเป็นกิโลเลยแหละค่ะ.555 เอาเป็นว่าชอบและประทับใจมากค่ะ คือหนูร้องไห้หนักมาก และมากนะคะ จุ๊ฟฟฟฟฟฟ
    #ซฟ.คนใจดีขอนิยายฟรีได้ไหมคะ
    #2,774
    0
  15. #2773 Nattareeya Jomnongkanathip (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2558 / 00:22
    ชอบนิยายเรื่องนี้มากเยยย เนื้อหาสนุกน่าติดตามทุกตอนแล้วก็มีอะไรให้ลุ้นอยู่ตลอดๆ555555555
    แต่งอีกนะคะจะรอติดตามเรื่อต่อๆไปค่ะไรท์ซอล ^^
    #2,773
    0
  16. #2772 { i M o O a U i } (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2558 / 23:57
    จบได้ละมุน และน้องพีชก็สามารถรักษาพรหมจรรย์เอาไว้ได้ 555 แต่น่ารักจริงๆ เรื่องนี้คือชอบโมพีชมากกกกก ขอบคุณมากๆๆ ที่เขียนนิยายฟิลกู๊ดแบบนี้ใหัอ่าน แต่น้องเบลเค้ายังไม่เคลียร์เลยนะ
    #2,772
    0
  17. #2771 entaneer #06ELE (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2558 / 23:48
    เราชอบเรื่องนี้นะแม่งทำให้คิดถึงตอนที่โดนรับน้องตอนปี 1เลยเราก็เรียนวิศวะเหมือนกัน แต่เรื่องนี้มันมีมุมมอง ข้อคิดเยอะแยะตั้งแต่เป็นเฟชรชี่ยันบัณฑิตเราผ่านอะไรมากบ้าง ทั้งเหตุการณ์บูม รับเกียร์ ชิงธง ตนมายืนนะจุดที่เป็นรุ่นพี่จัดกิจกรรมให้น้องสามารถก้าวผ่านกำแพงที่สร้าวให้น้องมันได้เข้ามาเป็นครอบครัวเดียวกัน จนบ้างครั้วอ่านเรื่องนี้แล้วน้ำตาจะไหลนึกถึงวันเก่าๆ จรอยากจะมีไว้ครอบครอง เปิดพรีอีกนะ
    #2,771
    1
    • #2771-1 a solphase(จากตอนที่ 53)
      16 ตุลาคม 2558 / 11:28
      ดูจากยูสนี่เด็กอิเลคแน่ๆเยยต้ะ อิ้อิ้
      #2771-1
  18. #2770 sinsupa homsin (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2558 / 19:10
    ชอบที่สุดคือตอนพี่โมขว้างเกียร์ทิ้ง 555 คือขำลั่นเลย ชอบมากจริงๆ
    #ซฟ.คนใจดีขอนิยายฟรีได้ไหมคะ
    #2,770
    0
  19. #2768 หลงแตง (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2558 / 12:51
    ง่าา จบแล้ว ตอนจบอบอุ่นมาก ชอบบบบถึงแม้จะพึ่งอ่าน แต่ก็ทำให้หนูติดงอมแงมมาก จบแล้วจริงๆใช่มั้ยคะ ไม่มีภาคสามต่อใช่มั้ยคะ โอ๊ยยยย ติด TT
    #2,768
    0
  20. #2767 Witt Tha (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2558 / 12:26
    ถึงแม้ว่าพึ่งจะมาติดตามได้อาทิตย์กว่าๆ แต่ได้อ่านมาตั้งแต่แรกๆ ก็รู้สึกผูกพันมากๆ
    ขอบคุณผู้แต่งนิยาย DMTL มากๆ จะเก็บนิยายเรื่องนี้ไว้ในความทรงจำตลอดไป
    #2,767
    0
  21. #2765 as_hh (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2558 / 10:33
    ยังไม่อยากให้จบเลยยย
    ประทับตอนสุดท้ายชอบมากเลย
    เพราะมันมีเรื่องราวหลายความรู้สึก
    แสดงให้เห็นถึงความเป็นเพื่อนกัน ความรักรักระหวางกลุ่มเพื่อน รุ่นพี่ รุ่นน้อง มีความเป็นโซตัส มีความรักของครอบครัว ความรักของคนรักอย่าง
    "โมพีช" ที่ไม่ว่าเจอเรื่องอะไรสุดท้ายก็ยังรักกันเหมือนเดิม
    และตอนสุดท้ายก็ยังเป็นบทสรุปของเรื่องด้วย
    **จริงๆก็ชอบทุกตอนเลยนะ
    บางตอนก็น่ารักกก สนุกมากเลย เศร้าด้วยเสียน้ำตาด้วย TT **
    #ซฟ.คนใจดีขอนินายฟรีได้มั๊ยจ๊ะ
    #2,765
    0
  22. #2764 Onnie Thep (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2558 / 10:09
    อยากมีแฟนเป็นเฮียพลับต้องทำบุญด้วยอะไรค้าบบบบ TT 5555555
    #2,764
    0
  23. #2763 mini_mickey (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2558 / 06:36
    จบแล้วอ่ายังอยากอ่านอยู่เลยโมพีชที่ติดตามมานานยังไม่อยากให้จบเลยอยากให้มีไปเรื่อยๆแต่ก็คงได้แต่คิดละนะ รักโมพีช
    #2,763
    0
  24. #2762 fc_inspiri@hotmail.com (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2558 / 06:23
    ชอบนิยายเรื่องนี้มากกก ไม่อยากให้จบเลย TT

    ขอบคุณไรท์เตอร์มากๆนะคะที่แต่งเรื่องนี้มาให้อ่าน

    แล้วก็ขอโทษด้วยที่ไม่เคยเม้นเลย

    #2,762
    0
  25. #2761 p_cosicosi (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2558 / 06:07
    พูกพันกับเรืองนี้มากอ่ะ หัวเราะและร้องไห้ร่วมกับตัวละครนี้ไปเยอะ ขอบคุณที่แต่งเรื่องราวดีๆมาให้อ่านน่ะค่ะ มันเหมือนเป็นประสบการณ์ดีๆอย่างหนึ่งโดยผ่านจากการอ่าน ใครว่าอ่านนิยายแล้วไม่มีประโยชน์ เราว่ามันมีประโยชน์มากๆเลย มันทำให้เรารู้ในสิ่งทีเราอาจจะไม่มีวันได้ลองและรับรู้ แต่นิยายมันให้เราได้ รู้สึกโชคดีและภูมิใจที่ตัวเองได้ติดตามและอ่านนิยายเรื่องนีค่ะ เหมือนโตไปพร้อมกับพีชเลย555 ขอบคุณน่ะที่มอบประสบการณ์ดีๆให้อย่างหนึ่ง จะรอเฮียพลับ เอาโมพีชไปร่วมเจิมสักหน่อยก็ดีมันคิดถึงอ่ะ555 ปล.รักพี่ซอลน่ะค่ะ -3-
    #2,761
    0