DOGMATIC LOVE (Yaoi) | รับน้องป่วนๆกับก๊วนวิศวะ

ตอนที่ 51 : Season 2 | Ch 15 Backward

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,099
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    13 ต.ค. 58














15

Backward

 

 


 

หลังจากที่ทำความเข้าใจกันและได้กลับไปที่บ้านของพี่โมก็ปาไปเกือบสามทุ่มแล้วครับ ที่รู้สึกผิดมากกว่านั้นคือผู้ใหญ่ทั้งสองท่านและน้องอะตอมรอทานข้าวด้วยอยู่ แม้ว่าน้องตอมจะคอลมาหาอยู่หลายรอบแต่ผมไม่อาจจะรับสายนั้นได้เนื่องจากโทรศัพท์มือถือได้ดับเครื่องตัวเองลงเพราะแบตหมด งานนี้ถ้าจะโทษต้องโทษพี่โมคนเดียวเลยครับที่ทำไรไม่คิดหน้าคิดหลัง ไม่ดูอะไรให้ดีก่อน บ้าบอเขวี้ยงไปได้

 

เกียร์นั่นหนะที่ผมลงทุนลงแรงเข้าห้องเชียร์ทุกวี่ทุกวัน ทั้งโดนซ่อมทำโทษต่างๆนานา เจอบทพิสูจน์มาตั้งมากมายกว่าจะได้ แต่พี่โมคนที่คอยย้ำใส่กะโหลกพวกผมนักหนาว่าเกียร์นั่นสำคัญขนาดไหนโยนทิ้งได้ลงคอ บอกเลยว่าเรื่องนี้ไม่หายเคืองง่ายๆแน่นอน

 

พอพ้นมืออาหารเวลาก็เข้าสู่โหมดว่าดึกมากๆแล้วครับ ผู้ใหญ่ใจดีของบ้านนี้ก็ยังเชื้อเชิญให้ผมพักค้างอ้างแรมที่บ้านเสียเลยดีกว่ากลับไปที่หอพัก แต่พอเห็นท่าทีกระตือรือร้นที่จะแชร์ห้องให้ผมได้พักอาศัยก็เป็นอันต้องเอ่ยปฏิเสธออกไปโดยอ้างว่าลืมเปิดไฟที่หอพักทิ้งไว้ เลยได้กลับหอโดยมีคนนิสัยไม่ดีเป็นคนอาสาขับรถมาส่งโดยเอาผมมาอ้างกับพ่อแม่ตัวเองอีกทบหนึ่งว่าต้องไปส่งผมเลยขอกลับไปเอามือถือที่ลืมไว้ด้วย

 

เชื่อตายหละ...

กลัวผมจะชิ่งใส่อีกต่างหากหละไม่ว่า

 

“โอ๊ยเมื่อยจังเลย ขับรถเหนื๊อยเหนื่อย”เสียงออเซาะแสร้งแกล้งทำออกมานั่นทำให้ผมรู้สึกอยากผลักพี่เขาให้ไปไกลๆจากหน้าห้องผมแล้วปิดประตูใส่แรงๆสักที

 

เมื่อย? เมื่อยร้ะ?

คนที่วิ่งไปนู้นนั่นนี่ตามง้อไม่เหนื่อยกว่ารึไงวะ?

 

“เมื่อยไรพี่ นู้นขึ้นไปพักที่ห้องเลยครับเดินขึ้นไปบันไดไม่กี่ขั้นเอง”ผมออกปากไล่คนทำสำออยจนน่าหมั่นไส้

 

“หิวน้ำด้วย เหมือนน้ำในห้องจะหมดเลย จะดีแค่ไหนน้าจะมีคนเอาน้ำมาให้กิน”

 

ยัง...มันยังพยายาม

 

“ข้างล่างก็มีตู้กรองน้ำหยอดเหรียญไหมหละ ไปกรอกเอาสิพี่!

 

“พี่..”

 

“พี่โม....”

 

เสียงเริ่มเปลี่ยนแล้วครับ เริ่มมองตาขวางใส่จนพี่เขาเองก็คงจะรู้ตัวแล้วว่าถ้าไม่หยุดท่าเยอะเรื่องมากและเกาะแกะอยู่หน้าประตูห้องผมไม่เลิกต้องโดนระเบิดลงเร็วๆนี้แน่นอน

 

“โอเคครับ พีชพักเถอะ เดี๋ยวพี่ขึ้นห้องแล้วก็ได้”คนตัวสูงตรงหน้าบอกเสียงอ่อยทำหน้าหงอยเหมือนหมาถูกเจ้านายตำหนิ ผมเองก็พยักหน้ารัวๆรับคำของอีกฝ่าย จนพี่โมเหลือบหันมามองอีกรอบเหมือนจะดูว่าผมเปลี่ยนใจรึเปล่า แต่อย่าหวังเลยครับ เพราะหลังจากนั้นผมก็ปิดประตูห้องพร้อมกับล็อคกลอนแน่นหนา ต่อให้พี่เขามีกุญแจสำรองก็ไม่สามารถผ่านกลอนด้านในมาได้หรอก อย่าได้ฝันเลย!

 

 

และด้วยเพิ่งผ่านพ้นเหตุการณ์น่าปวดหัวไป เมื่อคืนเลยเป็นคืนที่ผมนอนหลับสนิทมาก หลับเป็นตาย หลับแบบที่หากไม่มีเสียงรัวประตูห้องก็คงไม่ยอมตื่นง่ายๆแน่นอน

 

ประเด็นคือใครแม่มใจทรามมารบกวนเวลาพักผ่อนของผมกันวะ????

 

“มาแล้วๆ รอแป้บนึงคร้าบบบ”ผมร้องบอกทั้งที่เพิ่งฉุดตัวเองให้ลุกขึ้นนั่งบนเตียงได้ ขยี้ตาเกาหัวอย่างนึกหงุดหงิดในใจก่อนจะพาร่างตัวเองตรงไปปลดล็อคประตูเพื่อดูโฉมหน้าผู้กล้าที่ท้าทายอำนาจมืดของพิชญ์พลยามตื่นนอน

 

เกือบเหวี่ยงแล้วสัส

ถ้าไม่ติดว่าไอ้คนที่อยู่ด้านหลังบานประตูเป็นเด็กสาวร่างเล็กหน้าตาน่ารักยืนยิ้มแฉ่งส่งมาให้

 

“พี่พีชชชชชชชชชช ไปทะเลกับตอมน้า!!”เสียงสดใสดังต้อนรับการตื่นนอนของผมได้ดีเหลือเกิน ไอ้ท่าทางร่าเริงเต้นกระโดดกระเดกนั่นดูน่าเอ็นดูไม่น้อย สองมือบางรุนหลังของผมให้กลับเข้ามาภายในห้องตามด้วยเจ้าตัวที่ฮึมฮัมเพลงอย่างอารมณ์ดี

 

เดี๋ยววววววว!

ขอจูนตัวเองแพร่บ เมื่อกี้น้องเค้าพูดว่าอะไรนะ?

 

“เมื่อกี้ตอมบอกพี่ว่าอะไรนะครับ”ผมหยีตามองเด็กสาวที่ทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ล้อเลื่อนที่โต๊ะเขียนหนังสือ ในมือก็รัวนิ้วบนหน้าจอโทรศัพท์ราวกับกำลังรายงานอะไรบางอย่างให้ใครก็ไม่รู้ทราบ เอาจริงๆผมเองก็เดาได้อยู่หรอก มีไม่กี่คนนะที่น้องตอมจะรู้จักแล้วยอมร่วมมือได้

 

“ตอมชวนพี่พีชไปเที่ยวทะเลค่ะ”เด็กสาวเงยหน้ามองผมด้วยสายตาบ้องแบ้ว ในนั้นมีประกายอย่างมีความหวังว่าผมจะไม่ปฏิเสธหล่อน แต่คือนี่ยังงงไง คือแบบไปยังไง ไปกับใคร ไปแบบไหน คือยังไม่ได้เตรียมตัวอะไรเลย

 

“คืองี้ เมื่อคืนพ่อกับแม่ตอมให้อันนี้มาแหละ”เด็กสาวหยิบซองสีเทาขึ้นมาจากกระเป๋าสะพายใบเล็กของเธอชูให้ดู ผมเลยเอื้อมมือไปขอมาดูใกล้ๆ ว่าซองนั้นมันคือซองอะไร พอสะกดไปสะกดมาก็พบว่ามันคือวอเชอร์เข้าพักโรงแรมไฮโซห้าดาวติดริมทะเลนั่นเอง

 

พักสามวันสองคืนเลยนะเฮ้ย!!!

 

“พี่พีชไม่ต้องห่วงนะคะ เรื่องค่าใช้จ่ายต่างๆพ่อกับแม่ตอมให้อันนี้มาแหละ”เจ้าหล่อนชูบัตรเครดิตโบกไปมาอย่างมีความสุข สองขาตีไปมาราวกับว่ากำลังมีเรื่องสนุกรออยู่ แต่มันใช่เรื่องป้ะที่เอาคนนอกอย่างผมไปด้วยเนี่ย เรียกไปถลุงเงินพ่อแม่เขาก็ไม่ใช่ป้ะ

 

เห็นอย่างงี้พิชญ์พลเป็นคนขี้เกรงใจนะครับ

 

“เรื่องรถไม่ต้องห่วงนะคะ เพราะพี่โมขับรถพ่อไป อีกอย่างพ่อกับแม่ฝากบอกมาด้วยว่าขอบคุณมากเลยที่จะดูแลตอมตลอดวันหยุดยาวนี้แหละ”

 

ห้ะ?

อะไรนะครับ?

 

“พ่อกับแม่ตอมหนีไปเที่ยวต่างประเทศกันเมื่อเช้าค่ะ เลยโทรให้พี่โมไปรับตอมที่บ้านและพาพี่พีชไปเที่ยวทะเลกัน! พี่พีชไปน้าๆๆๆๆ ตอมไปกับพี่โมสองคนต้องไม่สนุกแน่ๆเลย”เด็กสาวลุกจากเก้าอี้แล้วเดินเข้ามาแกว่งแขนผมไปมา ส่งเสียงเร้าให้ยอมออกปากตอบรับคำขอของเธอแต่โดยดี

 

“น้าคะๆๆ เนี่ยเดี๋ยวเราจะไปให้อาหารคุณแกะ แวะกินอาหารทะเลสดๆ ไปเที่ยวตลาดอินดี้ นั่งชมวิวทะเลตอนกลางคืน เล่นน้ำทะเลกันด้วย พี่พีชนึกถึงกุ้งตัวโตๆ ปูตัวใหญ่ๆ ปลาหมึกเนื้อแน่นๆสิคะ เรากำลังจะไปกินกันน้า”

 

โอ้โห...ภาพแม่มมาแบบรัวๆ สมองนี่จินตนาการภาพตัวเองนั่งหักขาปูแล้วกินเนื้อมันอย่างพระราชาไปแล้วครับ คือแบบ...เพิ่งตื่น..แล้วท้องยังว่าง...

 

คือหิว...

 

แง้..พีชไม่ได้เห็นแก่กินนะครับ แต่เห็นแก่น้องเค้าอยากให้ไปด้วย

 

“ก็ได้ครับ เดี๋ยวพี่ขออาบน้ำแต่งตัวก่อน น้องตอมไปอยู่กับพี่โมก่อนนะครับ”ผมพยักหน้าอย่างจำยอม ย้ำ!จำยอมเว้ยไม่ได้เห็นแก่อะไรเลย

 

“อะเค๊! ตอมไปรอพี่พีชข้างบน พี่พีชรีบอาบน้ำแต่งตัวเก็บเสื้อผ้าเตรียมไปเผื่อเล่นน้ำกับตอมด้วยนะคะ!

 

“โอเคครับ”

 

ผมยิ้มตอบเด็กสาวก่อนที่เจ้าหล่อนจะยอมเดินออกจากห้องไป ทิ้งให้ผมอยู่ในห้องเพื่อเตรียมตัวไปจัดการกุ้ง เอ๊ย! เพื่อไปเที่ยวทะเล

 

 






 



 

“เย่!!! ทะเล๊!!!”เสียงร้องร่าเริงดีใจจากเด็กสาวคนเดียวในทริปดังขึ้นหลังจากที่รถถูกจอดลงบริเวณด้านหน้าโรงแรมเป็นที่เรียบร้อย เจ้าตัวรีบลงจากรถแล้ววิ่งไปเกาะประตูกระจกที่เผยให้เห็นทะเลสีครามเบื้องหน้า

 

“พี่พีชๆๆๆๆ มาดูทะเลกับตอมเร็ววววว”มือบางยกขึ้นมากวักเรียกผมที่ลงตามมาจากรถ เหลือบไปมองพี่โมที่กำลังทำหน้าที่ขนกระเป๋าลงจากรถโดยมีเจ้าหน้าที่ของโรงแรมช่วยอีกแรง พอพี่โมเห็นแบบนั้นเจ้าตัวก็พยักหน้าอนุญาตให้ผมไปหาเด็กสาวที่ยืนรออยู่

 

“เดี๋ยวเอาของไปเก็บแล้วเราไปเล่นน้ำกันนะพี่พีช น้านะๆๆ เล่นน้ำเป็นเพื่อนตอมนะคะ”เสียงออดอ้อนของเด็กสาวนั่นทำให้ผมไม่สามารถปฏิเสธได้เลย ได้แต่พยักหน้ารับคำขอนั้นโดยไม่นานนักก็มีพี่โมเข้ามาสมทบหลังจากที่เช็กอินโรงแรมเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

 

โชคดีครับที่คุณพ่อคุณแม่ยกกิ๊ฟวอเชอร์ให้เป็นของขวัญปีใหม่ได้มาพักโรงแรมหรูติดทะเลแบบฟรีๆกันแล้วยังมีพ็อกเก็ตมันนี่ให้แบบไม่อั้นถือเป็นค่าดูแลน้องอะตอมระหว่างที่ท่านสองคนบินหนีไปเที่ยวที่ต่างประเทศ มีหรอจะไม่ยอมคว้าโอกาสไว้นานๆทีจะได้มาเที่ยวสถานที่แบบนี้สักทีหนึ่ง

 

“อันนี้กุญแจห้องอะตอมครับ”พี่โมยื่นซองคีย์การ์ดให้เด็กสาว เจ้าตัวเองคอเล็กน้อยมือเห็นเลขบนหน้าซองเป็นคนละชั้นกัน

 

“เอะ ทำไมตอมได้นอนคนละชั้นกับพี่โมอ่ะ”เสียงเล็กร้องประท้วงเมื่อเห็นว่าไม่ได้ห้องใกล้กันอย่างที่ควรจะเป็น

 

“ห้องมันเหลือเท่านี้เอง ช่วงนี้หน้าเทศกาลคนเข้าพักค่อนข้างเยอะ พี่เองก็ต่อรองแล้วนะ”

 

“จริงหรอคะ? ไม่ใช่ว่ากันตอมออกเพราะไม่อยากให้ตอมเป็นกอขอคอหรอกนะ?”

 

เออ...จะว่าไปน้องตอมก็มีเหตุผล พี่โมมึงรีบเคลียร์เลย นี่ก็ข้องเหมือนกัน คือมึงมีแผนอะไรป่าวเนี่ย??

 

“ใช่ที่ไหนหละคะ งั้นเรานอนสามคนไหมหละพี่จะได้ยุบห้องรวมกันแล้วเพิ่งเตียงให้”พี่โมว่า ท่าทางพี่เขาจะเอาจริงเมื่อเห็นน้องสาวมีทีท่าไม่วางใจ

 

“โหยยย ได้ไงอ่ะ ตอมเป็นผู้หญิงจะนอนร่วมกับพี่ๆผู้ชายได้ไง”

 

“นั่นสิคะ พี่เองก็คิดว่าตอมต้องเสียดายแน่ๆ เพราะเห็นเจ้าหน้าที่บอกว่าวิวห้องตอมเห็นทะเลร้อยแปดสิบองศาเลยนะ”

 

“จริงอ่ะ! งั้นตอมไม่เปลี่ยนห้องนะ”

 

จบกัน..ผมว่าพี่โมนี่ร้ายไม่เบานะครับ ไอ้ที่ทำท่าจะไปยกเลิกห้องนี่ต้องเป็นการแสดงแน่ๆ ให้ตาย...ผมนี่เริ่มรู้สึกร้อนๆหนาวๆแล้วแหะ...



 

ไม่นานนักลิฟต์ก็พาเราเดินทางมาถึงชั้นห้องพักของโรงแรม ผมเดินตามหลังพี่โมเดินออกมาจากตัวลิฟต์ ก่อนที่ร่างสูงจะหักเลี้ยวไปตามป้ายที่บอกว่าห้องพักที่เราได้นั้นอยู่ฝั่งไหน เดินมาจนสุดทางก็เจอห้องของเราสักทีครับ ผมยืนรอพี่โมทำหน้าที่เสียบการ์ดเข้ากับช่องประตูเพื่อปลดล็อค เสียงติ๊ดเบาๆพร้อมไฟที่กระพริบเป็นเสียงเขียวเป็นสัญญาณบ่งบอกให้รับรู้ว่าประตูนั้นสามารถเปิดออกได้แล้ว

 

ทันทีที่บานประตูถูกเปิดออกโดยคนตัวสูงด้านหน้าเผยให้เห็นห้องพักขนาดกว้างขวางที่อยู่โซนริมทะเลที่เห็นวิวได้เกลือบร้องแปดสิบองศาเหมือนกับที่พี่โมบอกน้องอะตอมเมื่อครู่เลย

 

ผมเกือบจะฟินกับวิวในห้องพักแล้วถ้าไม่ติดว่าสมองมันดันประมวลผลออกมาได้เสียก่อน

 

“ไหนพี่โมบอกว่าห้องน้องตอมเป็นวิวร้อยแปดสิบองศาไงครับ แล้วห้องเรา..”ผมเอ่ยถามออกไปขณะที่คนถูกถามอย่างพี่โมกำลังหยิบกระเป๋าของตนเองออกมารื้อเสื้อผ้าเพื่อเตรียมจัดแขวนใส่ตู้ เจ้าตัวจุดรอยยิ้มที่มุมปากก่อนจะสบตากับผมเป็นประกายวาววับจนรู้สึกดูเจ้าเล่ห์ชอบกล

 

“อ้าว เมื่อกี้ผมไม่ได้บอกหรอครัวว่าได้ห้องวิวติดทะเล”

 

เจ้าตัวเอ่ยตอบอย่างคนอารมณ์ดีสุดขณะที่ผมเลิกคิ้วสูงมองพี่เขาที่ตอนนี้หันกลับไปแขวนเสื้อเชิ้ตกับตู้เสื้อผ้าเหมือนอย่างที่เจ้าตัวตั้งใจทำก่อนหน้านี้

 

“หรือผมสื่อสารออกไปไม่ดีกันน้า”

 

เดี๋ยวนะ...

คือแบบผมจะไม่รู้สึกว่าบรรยากาศมันน่ากลัวอะไรเลยถ้าพี่เขาไม่อธิบายด้วยอาการของคนที่มีเรื่องให้อารมณ์ดีมากมายจนรู้สึกเย็นสันหลังแปลกๆ

 

พี่โมมึงวางแผนอะไรไว้ป่าววะเนี่ย?

รึว่า...

 

 

ไม่นะ แม่!!!!! ช่วยพีชด้วยยย!!

 

 

“พีช? พีชครับ?”แรงสะกิดที่แขนทำให้ผมตื่นจากห้วงความคิดก่อนจะสะดุ้งสุดตัวเมื่อพบว่าใบหน้าของพี่โมอยู่ใกล้เพียงแต่มวลอากาศกั้น ผมนี่ถอยหลังกรูแทบไม่ทันจนไม่ได้ดูว่าด้านหลังมีเจ้าโซฟาที่โรงแรมจัดวางขวางทางอยู่ จนพลาดท่าหงายเงิบ ผมรบหลับตาแน่นเตรียมตัวเตรียมว่าจะต้องเจ็บตัวแน่ๆ ถ้าตัวต้นเหตุไม่รีบมาคว้าผมเอาไว้แล้วส่งสายตาจ้องมองมาอย่างคนนึกจับผิด

 

อะร้ะ..ทำไมมองอย่างนั้นวะพี่?

 

“คุณนี่ทำตัวแปลกๆ”เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นพร้อมกับหัวคิ้วที่ขมวดมุ่นเข้าหากัน

 

“อ..อะไรพี่..”ผมตะกุกตะกักทั้งๆที่ร่างของตนเองยังอยู่ในอ้อมกอดของพี่เขาอยู่ พี่โมเองก็ไม่มีทีท่าที่จะปล่อยให้ผมได้เป็นอิสระได้ง่ายๆ

 

“คุณน่ะสิคิดอะไรอยู่ครับ”พี่โมย้อนกลับมาสร้างความขุ่นมัวต่อจิตใจผมไม่น้อย จะอะไรเล่า! มาจับผิดกันทำไม ไม่ใช่ตัวเองรึไงที่ทำให้เขาคิดแปลกๆหนะ

 

“ไม่ใช่แอบคิดอะไรใต้ร่มผ้าอยู่หรอกนะครับ..”

 

ตายแล้วแม่จ๋า...

พิชญ์พลจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนถ้าโดนพี่เขาจับได้ว่าแอบคิดอะไรเสื่อมๆออกไป

ไม่นะ..

 

“หน้าแดงแบบนี้สงสัยคิดชัวร์ๆเลยครับ”

 

โอ้ยยยยยยยย! เลิกแซวเดี๋ยวนี้นะเว้ยยยย!!!

 

“ผมร้อนต่างหากเล่า!! ปล่อยเลยผมจะไปเปลี่ยนเสื้อไปเล่นน้ำกับน้องตอมแล้ว!

 

อย่างว่าหละครับ ในเมื่อโดนต้อนจนมุมเราก็ต้องเอาไม้เด็ดด้วยการโวยวายเฉไฉหนีไปทำอย่างอื่นเข้าสู้! เกิดมาเป็นพิชญ์พลต้องเอาตัวรอดให้เก่ง มัวแต่ซื่อๆบื้อๆไม่มีทางไฟท์กับคนมากเล่ห์อย่างพี่โมได้หร๊อกกก!

 

“หึหึ”

 

“อย่ามาขำนะเว้ย!!

 

“คร้าบบบบบบ”

 

 

มีใครเคยบอกไหมว่าพี่โมมันโคตรของโคตรจอมกวนประสาทเลย..











กว่าจะได้ลงมาเล่นน้ำกับน้องตอมเวลาก็ล่วงเลยไปบ่ายแก่ๆแล้วครับ แดดร่มลมตก แถมเหมือนน้ำจะขึ้นมาแล้วด้วยดูจากคลื่นที่ดูแรงขึ้นและม้วนคลื่นค่อนข้างเป็นวงโต จะโทษใครไม่ได้ครับงานนี้ต้องโทษพี่โมที่สวมบทเป็นคุณพ่อขี้หวงขึ้นมาเสียอย่างนั้น

 

เริ่มจากผมคนแรกเลยครับเนื่องจากพักอยู่ห้องเดียวกัน หลังจากที่ผมเอาตัวรอดจากการถูกซักไซ้ไล่เรียงจากคนตัวสูงหนีไปเปลี่ยนเครื่องแต่งกายเพื่อเตรียมตัวเล่นน้ำ เอาจริงๆคนอื่นคงไม่คิดอะไรถ้าเด็กผู้ชายอายุสิบเก้าปีอย่างผมจะใส่เสื้อกล้ามกางเกงขาสั้นลงไปเล่นน้ำทะเล ยืนหมุนตัวจัดทรงผมให้เข้ากันอยู่นานพอออกมาเท่านั้นหละครับ รู้เรื่องเลย...

 

ตาเขียวปั๊ด ยิ่งกว่ายักษ์ขมูขี!

 

เสียงพร่ำบ่นหลุดออกมาเป็นชุดบอกว่าใครเค้าบ้าใส่เสื้อกล้ามเล่นน้ำทะเลในหน้าหนาวกัน คือผมก็ไม่เข้าใจพี่เขานะ จะเสื้อแบบไหนมันก็เปียกเหมือนกันหมดป่าววะ?

 

ตามมาด้วยชุดที่สองครับ กางเกงตัวเดิมแต่เปลี่ยนเป็นเสื้อยืดลายสกรีนสีขาว มองยังไงก็ดูเรียบร้อย แต่ก็ยังไม่ผ่านตากรรมการ เพราะพี่โมร้องห้ามสั่งให้ไปเปลี่ยนไม่พอยังยัดเยียดเสื้อยืดสีดำของตัวเองส่งมาให้ผมอีกต่างหาก

 

อห.เหมือนใส่กระโปรงเล่นน้ำ คือไม่ได้บอกว่าตัวเองตัวเล็กนะครับ แต่ตัวพี่เขาใหญ่กว่าผมอ่ะ จะงอแงก็ไม่ได้เดี๋ยวไม่ได้เล่นน้ำอย่างที่อยากจะเล่นสักที พอผ่านกรรมการกิตติมศักดิ์ได้ลงไปหาน้องอะตอมที่ไลน์มาบอกว่านั่งรออยู่ที่ล็อบบี้โรงแรม คิดไว้ว่าจะจูงมือเด็กสาววิ่งลงทะเลให้ฉ่ำปอดแต่..ชุดน้องตอมไม่ผ่านตากรรมการไปอีกคนนี่สิครับ!

 

เอาจริงๆแล้วมันก็เป็นชุดสมัยนิยมของเด็กวันรุ่นสมัยนี้นะ ไอ้กางเกงขาสั้นเสื้อยืดตัดแขนสีขาวโคร่งๆ และชุดว่ายน้ำลายสวยด้านใน เอาจริงๆถ้าน้องตอมไม่ได้เป็นน้องพี่โมผมเองก็ฟินอ่ะ น้องเค้าน่ารักใส่อะไรก็น่ารักไปหมด แต่จะทำอะไรหละครับในเมื่อคนที่มีอำนาจที่สุดในตอนนี้ไม่พึงพอใจในเครื่องแต่งกายของน้องสาวตัวเองจนต้องสั่งให้ไปเปลี่ยนก่อนที่เจ้าตัวจะไปจัดการกับชุดเล่นน้ำของเด็กสาวเสียเอง

 

น้องตอมเองคงรู้สไตล์ของพี่ชายตัวเองดี หรือทำประชดก็ไม่รู้นะครับ เพราะไปเปลี่ยนรอบเดียวก็ผ่านไม่ต้องไปเปลี่ยนซ่อมหลายรอบเหมือนผม แต่ยังไงผลลัพธ์ของเราทั้งสองก็คล้ายๆกันคือการอยู่ในชุดเสื้อยืดสีเข้มตัวโคร่งๆดูเหมือนเด็กไม่โตยังไงไม่รู้

 

หลังจากหมดเวลาเรื่องมากก็ถึงเวลาเล่นน้ำอย่างที่ใจอยากเสียทีครับ!

 

ตอนแรกแอบโวยวายที่พี่โมไม่ยอมลงมาเล่นด้วยกัน ก็สงสัยตั้งแต่ตอนออกมาจากห้องหละที่เจ้าตัวหอบเอาทรัพย์สมบัติมาเต็มสตรีมไม่ว่าจะมือถือ กล้อง กระเป๋าสตางค์ แถมยังแต่งตัวหล่อในชุดเสื้อยืดสีขาวทับด้วยเชิ้ตสีฟ้าอ่อนและกางเกงสามส่วนสีครีม แต่ใครจะสนหละ ในเมื่อทำตัวอาสาเป็นคนเฝ้าของผมในฐานะแฟนที่ดีก็จะเล่นน้ำเผื่อพี่เขาเองครับ

 

เล่นน้ำกันได้สักพักก็เริ่มมองหาคนตัวสูงที่จะอาสาเฝ้าของให้ในทีแรก มองกลับไปจุดเดิมที่เก้าอี้ชายหาดของโรงแรมพี่เขาเคยนั่งอยู่ตอนนี้กลับไม่เจอร่างของคนคุ้นเคยอีกต่อไป และผมคงไม่ได้รู้สึกอะไรหากระหว่างที่หันกลับไปแกล้งลากน้องอะตอมที่นอนอยู่บนห่วงยางไปปะทะกลับคลื่นทะเลนั้นไม่ปะทะกับร่างคนสองคนที่กำลังประคองกันอยู่ที่ชายหาดอีกฝั่งหนึ่ง

 

ร่างที่ผมจำได้ดียิ่งกว่าดีเสียอีก..

 

ตรงนั้นคือพี่โม...และพี่แพร แฟนเก่าของพี่เขาเอง..

 

 

“พี่พีช!!!”เสียงเล็กร้องดังขึ้นหลังจากที่คลื่นลูกใหญ่สาดซัดเข้ามาที่ร่างของผมโดยไม่ทันตั้งตัว หูตาพร่ามัวจมลงใต้มวลน้ำทะเลที่ถาโถม หัวใจเต้นแรงด้วยความรู้สึกแปลกประหลาดที่ก่อเกิดขึ้นมาในจิตใจ ที่มั่นใจว่าไม่ได้เกิดจากความผิดหวัง ความโกรธ หรือความน้อยใจแบบที่เคยมีมา

 

“พี่พีช! โอเคป่าวคะ”น้องอะตอมที่กระโดดลงมาจากห่วงยางได้ทันก่อนที่เจ้าคลื่นมวลใหญ่กระแทกเข้ามา เจ้าตัวโผมาดูผมที่จมหายไปกับคลื่นทะเลเมื่อครู่ แต่ไม่นานก็ดันร่างตัวเองให้โผล่พ้นน้ำมาได้ ใบหน้าน่ารักเจือแววความตกใจอยู่ไม่น้อย จนดูเหมือนว่าตอนนี้น้องสาวคนรักคงไม่ได้อยากจะเล่นน้ำทะเลอีกต่อไปแล้ว

 

“ตอมว่าเราขึ้นกันเถอะค่ะ นี่ก็จะมืดแล้วด้วย ตอมเริ่มหนาวแล้ว”เด็กสาวว่าพร้อมกับจูงข้อมือของผมขึ้นมาบนชายหาดโดยที่มือของเจ้าหล่อนอีกข้างลากห่วงยางมาด้วยกัน ผมนี่แอบรู้สึกผิดไปเลยที่ไม่ได้เป็นฝ่ายดูแลเด็กสาวอย่างที่ควรกระทำไม่พอยังต้องมาให้เจ้าตัวดูแลแทนเสียอย่างนั้น

 

“อ้าว นั่นน้องอะตอมใช่ไหมคะ?”เสียงหวานเอ่ยทักขึ้นเมื่อเราทั้งสองคนเดินมาถึงเก้าอี้ชายหาดที่ได้วางสัมภาระเอาไว้ และดูเหมือนพี่โมและพี่แพรก็เดินมาถึงเหมือนกัน

 

“ค่ะ...สวัสดีค่ะพี่แพร”เด็กสาวดูหน้าเสียไม่น้อยเมื่อมาเจอแฟนเก่าของพี่ชายตัวเอง แต่ก็ไม่ลืมกิริยามารยาทที่ควรพึงกระทำเมื่อพบเจอผู้ที่มีศักดิ์อาวุโสกว่า ทั้งสามคนยืนคุยถามสารทุกข์สุขดิบกันอย่างคนที่ไม่ได้พบเจอกันมานาน คุยในเรื่องราวที่ผมไม่ได้รู้เรื่องด้วยสักนิด

 

ส่วนผมที่กำลังรู้สึกว่ากำลังเป็นคนนอกไปโดยปริยาย พอยิ่งมองคนสองคนที่เดินเคียงข้างกันก็อดรู้สึกว่าเขาทั้งสองเหมาะสมกันอย่างเสียไม่ได้ อีกคนก็ดีกรีเดือนมหาวิทยาลัยรุ่นห้าสิบสี่ อีกคนก็ดาวหมาวิทยาลัยรุ่นเดียวกัน ร่างบอบบางในชุดเดรสแมกซี่ลายลูกไม้ พร้อมผมยาวดัดลอนสวยกำลังปลิวไสวตามสายลมอ่อนน่าจับตา

 

เด็กกะโปโลที่ดีแต่กวนประสาทไปวันๆอย่างผมนี่เทียบไม่ติดเลยสักนิด ให้ตายเถอะ...

 

อีกแล้ว ดันรู้สึกแปลกๆขึ้นมาอีกแล้ว รู้สึกอย่างเดียวไม่พอลามปามให้หงุดหงิดจนไม่อยากยืนหายใจร่วมอยู่ที่เดียวกัน ถ้าไม่ติดว่าผมเป็นคนที่มาทีหลัง แถมเป็นมีศักดิ์เป็นรุ่นน้องจะให้ทำท่าทีไม่พออกพอใจกับการที่ต้องเป็นส่วนเกินแบบนี้ก็คงดูไม่ดีเท่าไหร่ สุดท้ายก็เลยได้แต่ทิ้งตัวลงนั่งกับเก้าอี้ชายหาดเงียบๆ รอให้บทสนทนาจบลง หรือไม่ก็รอจนกว่าพี่โมจะรับรู้ว่าตรงนี้ยังมีผมอีกคน

 

 

การสนทนาจบลงตรงที่หญิงสาวถูกคนที่บ้านโทรตามให้ไปทานข้าวเย็นในห้องอาหารของโรงแรม ทุกคนเลยพากันแยกย้ายและเป็นอีกครั้งที่การมีอยู่ของพิชญ์พลมีตัวตนขึ้นมาในกรอบสายตาของคุณพงศ์กร มือหนาเอื้อมมาช่วยดึงให้ผมลุกขึ้นพร้อมกับเอาผ้าเช็ดตัวที่เจ้าตัวหยิบลงมาด้วยคลุมร่างของผมเพื่อคลายความหนาวที่กำลังโรยตัวมาพร้อมกับความมืด

 

ตอนนี้ทางเดินจากชายหาดทอดเข้าสู่ตัวโรงแรมถูกประดับไปด้วยไฟดวงเล็กดวงน้อยที่ส่องแสงระยิบระยับให้เข้ากับบรรยากาศของเทศกาลปีใหม่ และน้องตอมที่เห็นว่าผมดูเงียบๆไปเจ้าตัวก็หันมาขวนคุยไม่ว่าจะเป็นโปรแกรมถัดจากนี้คือการไปกินอาหารซีฟู๊ดจากร้านอาหารชื่อดังที่ครอบครัวเจ้าตัวไปบ่อยๆ หรือการไปเดินเที่ยวตลาดอินดี้ที่มีของทำมือดีๆ น่ารักๆวางขายให้เลือกซื้อมากมาย

 

แต่ทำไมความรู้สึกของผมมันไม่ได้ตื่นเต้นอย่างที่ควรจะเป็นกันนะ

 

ทำไมการมาเที่ยวทะเลมันไม่ได้สนุกอย่างที่คิดวาดฝันเอาไว้มาตลอดระยะทางจากกรุงเทพจนมาถึงจังหวัดเป้าหมาย และผมเองก็ทำไมอะไรไม่ได้นอกจากการฉีกยิ้มกว้างๆ แสร้งทำท่าร่าเริงให้น้องสาวของคนรักไม่รู้สึกหงอยเมื่อเห็นว่าผมมีอาการแปลกไป

 

“เดี๋ยวหนึ่งทุ่มเจอกันที่ล็อบบี้นะคะ”เด็กสาวเอ่ยนัดหมายเมื่อลิฟต์เคลื่อนตัวมาถึงชั้นห้องพักของเธอเรียบร้อยแล้ว ผมยิ้มและพยักหน้ารับคำนัดหมายของเจ้าหล่อนไปก่อนที่ประตูลิฟต์จะปิดตัวลง พี่โมที่เคยยืนอยู่ที่มุมลิฟต์ด้านในก็เคลื่อนกายเข้ามาประชิดผมที่ยืนอยู่หน้าแผงวงจรทันที

 

ผมเหลือบไปมองคนตัวสูงกว่าที่ตอนนี้เอื้อมมือมาจับมือของผมไว้แล้วประสานไว้แน่นโดยไม่ได้กลัวว่าตัวเองจะเปียกน้ำเค็มจากทะเลไปด้วยสักนิด และผมเองก็เหล่มองคนท่าเยอะที่ตอนนี้กำลังก้มมองผมลงมาเหมือนกัน

 

บางครั้งผมเองก็รู้สึกว่าเรื่องบางเรื่องเราก็ควรจะหลับตาข้างเดียวบ้าง

เรื่องบางเรื่องเราก็ควรยอมถอยหลังเพื่อให้พื้นที่ของกันและกันได้หยุดหายใจ

เรื่องบางเรื่องก็ควรเชื่อใจและไม่เก็บเอามาคิดให้เสียความรู้สึกกันและกัน

 

สุดท้ายผมก็เป็นฝ่ายที่ถอยก้าวมาข้างหลังอีกครั้งด้วยการส่งรอยยิ้มไปให้คนข้างกาย พยายามยิ้มเพื่อบอกให้พี่เขาสบายใจ และไม่ให้กังวลใจว่าเหตุการณ์ที่พบเจอเมื่อตอนเย็นนั้นจะเป็นสาระสำคัญ

 

ผมควรเชื่อใจพี่โม...

ใช่ไหมครับ

 










 

คิดอยู่เสมอว่าถ้าไม่ได้ฟาดกุ้งทะเลตัวโตๆ ปูก้ามแน่นๆ ปลาตัวใหญ่ๆ ปลาหมึกเนื้อสดๆ และแกล้มด้วยน้ำจิ้นซีฟู๊ดรสเด็ดๆ นั้นไม่ใช่การมาเที่ยวทะเล เชร้!!!

 

กุ้งหอยปูปลาเต็มโต๊ะไปหมดเลยคร้าบบบบบบ มามะมาให้พี่พีชเชยชมเสียดีๆน้องเอ้ยยย

 

ผมทำตาแพรวพราวเมื่อมารับประทานอาหารที่เจ้าดังที่หลายๆคนที่แวะเวียนมารับประทานก็ต้องกลับไปพูดกันปากต่อปากว่าร้านนี้เด็ดอย่างนู้นอย่างนี้ แถมมีรีวิวอยู่ในเว็บไซต์ชื่อดังอย่างพันดริฟเป็นไม่หมด ผมก็เป็นเด็กบนดอยไม่ค่อยได้มีโอกาสลงมาเที่ยวที่แบบนี้บ่อยๆด้วยสิ เลยต้องตื่นเต้นเป็นธรรมดาครับ

 

อันที่จริงก็ไม่ได้หิวเสียเท่าไหร่หรอกนะ แต่โคตรเกรงใจพี่ๆเขาที่ยอมสละร่างกายตัวเองให้เป็นอาหารแกผมมื้อนี้ บวกกับกลัวเสียน้ำใจพี่โมเขาที่อุตส่าห์สั่งมาเอาใจ เพราะน้องตอมเองก็กินอย่างกับมดดมตามประสาเด็กสาวที่ต้องรักษาหุ่น นั่นแหละคือเหตุผลทั้งหมดทั้งมวลที่ทำให้ผมกินอย่างกับองค์ชูชกลง

 

“ค่อยๆกินก็ได้ครับ ร้านไม่ได้ปิดภายในห้านาทีนี้เสียหน่อยพีช”พี่โมว่าทั้งๆที่ในมือกำลังหยิบเจ้ากุ้งทะเลเผาตัวใหญ่ฉ่ำมันที่หัวไปแกะแล้วส่งมาวางไว้บนจานตรงหน้าของผม

 

“หุยยย พีชไม่ได้รีบกินสักหน่อย พี่โมนั่นแหละที่เอาแต่แกะนู้นนั่นนี่ส่งมาให้ไม่หยุดเลย พีชกลับมันจะเย็นแล้วจะเสียรสชาตต่างหาก พี่โมก็กินด้วยสิ พีชเห็นกินไปนิดเดียวเอง”ผมพูดก่อนจะหยิบเจ้ากุ้งที่นอนเอ้งเม้งบนจานเมื่อครู่ไปจุ่มเจ้าน้ำจิ้มแสนอร่อยให้ชุ่มเนื้อก่อนจะยัดเข้าปากแล้วเคี้ยวตุ้ยๆ

 

“พี่เห็นพีชกินก็อิ่มแล้วครับ”เสียงทุ้มเอ่ยตอบพร้อมกับส่งยิ้มละมุนมาให้ในมือก็กำลังแกะก้ามปูอันใหญ่ส่งให้ผมอีกครั้ง”แหนะ..เปื้อนหมดแล้วครับพีช”พี่โมว่าเมื่อสายตาเหลือมาเห็นเจ้าก้อนเนื้อที่ไม่รู้ว่าเป็นของเจ้าสัตว์ทะเลชนิดไหนกำลังติดอยู่ที่มุมปากของผมออกให้ ไม่พอยังวาดนิ้วเช็ดให้อีกต่างหาก

 

ตายไหม...ให้ทาย...

พี่เขาทำไมชอบทำร้ายหัวใจให้เต้นรุนแรงด้วยความละมุนด้วยวะ?

คิดว่าดูดี? คิดว่าเท่? คิดว่าหล่อหรอม?

 

อห. ทำไมรู้สึกอยากโคฟเวอร์เป็นพี่เขาจังวะ???

 

“เอ้าๆ ดูมองเข้า ตกลงอย่างกินซีฟู๊ดหรืออยากกินพี่กันแน่ครับ?”

 

เสียงเอ่ยแซวเรียกเสียงหัวเราะเล็กๆจากเด็กสาวหนึ่งเดียวในโต๊ะที่แอบดูเหตุการณ์อยู่เงียบๆมานานสองนาน และนั่นก็ทำให้ผมได้สติว่าไม่ได้มีกันอยู่แค่สองคน พอคิดได้ความอายก็บังเกิด

 

“พี่โม!!!

 

ผมร้องลั่นเมื่อรู้ตัวว่ากำลังถูกอีกฝ่ายใช้คำพูดกำกวมชวนให้คิดลึกแซวจนหน้าร้อนไปหมด ให้ตาย...พี่โมที่จริงเป็นผู้ชายร้ายกาจที่ชอบแกล้งให้เขาจนมุมจนหาทางออกไม่เจออยู่ตลอดเลยจริงๆ

 

 

กว่าจะออกมาจากร้านได้เล่นเอาเสียผมจุกจนไม่อยากไปไหนต่อแล้วครับ เข้าคอนเซ็ปหนังท้องตึงหนังตาก็หย่อนไม่ติดว่าน้องอะตอมวางแผนเที่ยวทริปนี้เอาไว้แล้วเสียดิบดี จะเอาความชูชกของผมทำให้แผนน้องเสียก็กะไรอยู่ ก็เลยต้องปล่อยร่างให้พี่เขาชักจูงพาไปไหนก็ไป จนมาถึงที่ตลาดอินดี้ชื่อดังที่เป็นเสมือนแลนด์มาร์กของจังหวัดติดทะเลแห่งนี้อีกที แถมช่วงวันหยุดยาวแบบนี้สถานที่แห่งนี้เลยครึกครื้นเป็นพิเศษดูได้จากที่อิพี่โมมันวนหาที่จอดรถนานมากกว่าจะได้ ผมนี่แทบจะกล่าวคำอำลากับอาหารที่เพิ่งกินไปเนื่องจากโคตรมึนกับการที่พี่เค้าขับรถวนไปวนมา และเหมือนพระเจ้ายังเมตตาให้มีรถออกพอดีก่อนที่ผมจะได้พุ่งอาหารออกจากพุงจริงๆ

 

น้องตอมดูตื่นเต้นกับการทำหน้าที่ไกด์ทัวร์ลากจูงพาผมไปดูนู้นนั่นนี่โดยมีคุณพ่อโมกุลเดินตามคอยจ่ายเงินกับของพี่เด็กสาวอยากได้

 

“พี่พีชๆๆๆๆ ดูอันนี้สิน่ารักน้อออ”เด็กสาวพุ่งทะยานไปที่พวงกุญแจที่ทำมาจากลูกปัดสามารถร้อยตัวอักษรหรือเลือกไอเท็มที่ตัวเองอยากจะประดับได้ ที่จริงผมก็เห็นว่าไอ้ของแบบนี้มันมีมาตั้งนานแล้วหละ ไม่ได้ดูแลปกใหม่อะไรแต่มันก็ฮิตเดี๋ยวเอ้าท์ไปตามสมัยกาลเวลาเท่านั้นเอง

 

“ดูดิมีแบบหนังด้วย ปั้มเป็นชื่อได้ด้วยนะพี่พีช พี่โมทำนะทำเป็นของคู่กันนะคะ”เด็กสาวหันมาออดอ้อนในสิ่งที่ไม่ได้อยากได้เป็นของตัวเอง เจ้าตัวเจ้ากี้เจ้าการเลือกให้เสร็จสรรพว่าให้ผมเป็นหนังสืออะไร พี่โมสีอะไร บอกแม่ค้าเจ้าของแผงให้เรียบร้อยว่าให้ปั้มเป็นชื่ออะไรบ้าง ก่อนจะกำชับตอนท้ายว่าเดี๋ยวกลับมารับโดยที่ชำระเงินไว้ก่อน โดยเงินนั่นพี่โมก็เป็นจ่ายอีกนั่นแหละ

 

เราเดินเล่นไปเรื่อยๆ แวะดูของบ้าง ซื้อขนมกินบ้าง พูดแล้วก็ละอายที่ตอนนี้ในมือผมมีไอ้ติมโบราณรสกะทิที่เคยติดสมัยเด็กๆอยู่ในมือทั้งๆที่เมื่อครู่บ่นว่าอิ่มนักอิ่มหนา สุดท้ายก็วนกลับมาเจอร้านพวงกุญแจร้านเดิมที่ได้สั่งทำของเอาไว้ ตรงกับที่แม่ค้าทำเสร็จพอดี น้องตอมรับของมาอวดผมกับพี่โมว่าสิ่งที่เจ้าตัวเลือกให้นั้นน่าใช้ขนาดไหน มือบางวางเจ้าพวงกุญแจหนังเทียมสีเขียวเข้มให้ผมบนนั้นเป็นอักษรภาษาอังกฤษพิมพ์เป็นชื่อเล่นของพี่โมแถมมีรูปหัวใจต่อท้าย พอเหลือบดูของพี่โมก็ไม่ได้ผิดจากที่ผมคิดเท่าไหร่เพราะพวงกุญแจหนังเทียมสีแดงมีอักษรภาษาอังกฤษที่มีชื่อของผมประดับอยู่บนนั้นและมีรูปหัวใจต่อท้ายเช่นกัน

 

ผมอมยิ้มกับของขวัญที่ได้มาแบบไม่ได้คาดฝันแต่ก็ถูกใจไม่น้อย และอาจจะเป็นเพราะสนใจกับสิ่งใดสิ่งหนึ่งมากเกินไปเลยไม่ได้มองอะไรรอบตัวเลยสักนิดเดียว

 

“อ้าวโม..เจอกันอีกแล้ว”เสียงหวานคุ้นหูเอ่ยทักขึ้นมาอีกครั้ง ผมเงยหน้ามองคนที่เรียกชื่อคนรักอย่างสนิทชิดเชื้อและก็พบว่าเจ้าของเสียงนั้นคือพี่แพรที่อยู่ในชุดเดิมแต่เพิ่มเติมคือหมาชิสุหน้าตาน่ารักในอ้อมกอด คือประเด็นคือหมาน่ารัก แต่กูไม่รักเจ้านายมึงนี่ผิดไหมวะ?

 

“อื้อ แพรมาเดินเล่นหรอ”พี่โมเอ่ยตอบไปอย่างรักษาน้ำใจที่หญิงสาวเอ่ยทักเขามาก่อน

 

“ใช่ ที่บ้านพามาอ่ะ เจ้าพริ้งอยากมาหาซื้อเสื้อยืดไปฝากเพื่อนๆ”พี่แพรเอ่ยตอบ และผมเองก็คิดว่าบทสนทนานี่คงยืดยาวแน่ๆหากพี่โมไม่ตัดบทแล้วต่างคนต่างเดิน

 

เอาจริงๆกลับโรงแรมเลยเหอะ เพราะที่นี่มันดูไม่น่าเดินแล้วอ่ะ

 

“เออ งั้นเที่ยวให้สนุกนะ เดี๋ยวเราไปก่อนน้องกับแฟนเรารออยู่อ่ะ”พี่โมว่าก่อนจะยกมือเชิงลาหญิงสาว ซึ่งผมเองก็ใจชื้นขึ้นมานิดหน่อยไม่ติดว่าไอ้บ้าหอกหักที่ไหนเดินทะเล่อทะล่าไม่เข้าท่ามาชนพี่แพรให้เซถลามาหาพี่โมที่ยืนอยู่จนชายหนุ่มต้องโผเข้าไปรับตัวเจ้าหล่อนและหมาตัวน้อยไว้ไม่ให้ล้มจนได้รับบาดแผล

 

และมันคงดีที่หน้าพี่เขาทั้งสองไม่แนบและปากโดนกันจนเหมือนกับจูบ...

 

 

ผมยืนมองภาพนั้นด้วยการนับหนึ่งถึงสิบในใจ พยายามไม่แสดงอาการอะไรออกไปมากกว่าคิดว่ามันเป็นอุบัติเหตุ ทิ้งความงี่เง่าที่กำลังปะทุขึ้นมาขั้นสุด พยายามเอาเท้าที่มองไม่เห็นเหยียบมันไว้ให้มิดก่อนจะเดินเข้าไปช่วยพยุงร่างบอบบางให้ตั้งตัวได้โดยไม่ต้องเอาร่างคนรักของผมเป็นเสาหลักยึดเหนี่ยวอีกต่อไป

 

“เจ็บตรงไหนไหมครับ”ผมเอ่ยถามพี่แพรที่ตอนนี้หายตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเรียบร้อยแล้ว เจ้าตัวดูเงอะงะที่โดนผมเข้ามาช่วยเหลือแบบไม่คาดคิด ก่อนจะเอ่ยขอบคุณแล้วขอตัวไปจากตรงนี้เพราะคนเริ่มมุงดูกันมากขึ้นจนอาจจะทำให้รู้สึกอับอาย

 

ให้ตาย...

ผมรู้สึกผิดกับตัวเองจริงๆที่ต้องทำตัวเป็นคนดีไปช่วยเหลือแฟนเก่าพี่เขาแบบนั้น แต่พอมาคิดดูอีกทีก็ภูมิใจในตัวเองเหมือนกันแหะที่ไม่งี่เง่าเอาแต่ใจจนมองข้ามความถูกต้องไป

 

“ไม่สนุกแล้วอ่ะ กลับกันเถอะนะคะพี่โม”น้องตอมที่เห็นว่าบรรยากาศระหว่างพี่ชายตัวเองและแฟนพี่ชายดูท่าจะไม่ค่อยดีเด็กสาวเลยเข้ามาช่วยกู้สถานการณ์

 

ทั้งๆที่ตอนแรกอุตส่าห์วางแผนไว้กับพ่อและแม่ว่าจะพาพี่เขามาปรับความเข้าใจกัน และสานสัมพันธ์ให้มันดีขึ้นกว่าเดิมหลังจากเพิ่งทะเลาะกันเรื่องที่พี่ชายของเธอกำลังจะไปเรียนต่อ

 

แล้วนี่อะไร??

 

ยัยพี่แพรมาจากไหนทำไมเข้ามาทำแผนของเธอเกือบพัง!

คืออะตอมลงทุนไปเยอะนะ! อะตอมไม่ยอมแน่นอนบอกเลย!!

 







TBC




น.ส.แพร ชีอิสคัมแบคนาจา 555555555 เวลคัมนางหน่อยเร็วววววว 
คืออ่านคอมเม้นที่แต่ละคนสกีม เดี๋ยวนะ?? พวกเธอคาดหวังอะไรกันอยู่วววววว
ฟิคนี้ไสยไสยนะอย่าลืมซิ้ 555555555555 อย่าเสียใจนะต้ะ ตอนหน้ายังมีหวังสำหรับทุกคนเสมอ
(พรุ่งนี้ยังมีหวังรึเปล่า?)


ปล. น้องตอมนางต้องเป็นสาววายแน่ๆ


อยากอ่านคอมเม้นโบ้มๆให้ชื่นใจจังเยยน้า

เจอกันพรุ่งนี้ ที่เก่าเวลาเดิม ซียูว


ซฟ.







ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3,209 ความคิดเห็น

  1. #2954 ราชินีแห่งติ่งวาย (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 15 มกราคม 2560 / 16:26
    อร้ายยยยยยยยย ยอมไม่ได้อ่ะะะะะะๆๆๆๆๆๆ. กลับมาทำไมย่ะ ทิ้งพี่โมไปแล้วนิ
    #2,954
    0
  2. #2875 Som O Usanee (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2558 / 03:21
    คุณผ้าแพรคะ มาทางไหนไปทางนั้นเลยค่ะ เชิญ!!! นี่น้องตอมลงทุนลงแรงกับแผนกระชับความสัมพันธ์ของพี่โมมากอ่ะ น่าร๊ากกกกกกกกกกก ฮ่าๆๆ พี่น้องแสบพอกันเลยนะ ฮ่าๆๆ
    #2,875
    0
  3. #2826 KiHaE*129 (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2558 / 03:21
    อะตอมน่ารัก
    แพรมากทำไมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม
    #2,826
    0
  4. #2730 immortal_ploy (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2558 / 21:10
    ตกใจมากอัพเร็วสุด ไม่ขาดตอนเลย ดีใจมากๆ ขอบคุณนะคะ ไม่ค่อยได้เม้นท์เลยขอโทษนะคะ แต่ตามอ่านตลอด
    บอกเลย #นี่ติ่งโมพีชตัวจริง
    #2,730
    0
  5. #2721 mini_mickey (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2558 / 08:51
    กลับมาทำไม๊มมมมมมมมมมม มาทางไหนไปทางนั้นเลยนะเดี๋ยวเจอน้องตอมออกโรงจัดหนีกเลยหนูตอมมาทำแผนเราพังได้ยังไง
    #2,721
    0
  6. #2720 อิงะเดะมอ (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2558 / 08:38
    แพรพี่โมกลับมาแล้ว นี่อยากให้แพรน้องพีชมาอีกคนจริงๆ คู่โมพีชน่ารักอีกแล้ว
    #2,720
    0
  7. #2719 fa-rong (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2558 / 06:07
    แพรค่ะ มาทางไหนกลับไปทางนั้นค่ะ ไปค่ะไป๊!
    #2,719
    0
  8. #2718 Nattanit Wanghirankul (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2558 / 01:07
    อิพี่โมร้ายนัก!!!
    พีชอย่าปฏิเสธนะหนู หนูต้องอิพี่โมนะค่ะ
    #2,718
    0
  9. #2716 ICEz'sa (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2558 / 00:15
    พี่โมเตรียมแผนไรไว้ใช่มั้ยห้ะ
    พีชอย่าหลงกลนะลูก
    เราต้องเป็นฝ่ายเริ่มก่อนนะ #เอ๊ะ?
    #2,716
    0
  10. #2715 mini_mickey (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2558 / 23:44
    อิพี่โมมีแผนแน่ๆพีชเตรียมตัวดีๆนะอย่ายอมๆรอบนเตียงเลยจ้า หุหุ
    #2,715
    0
  11. #2714 p_cosicosi (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2558 / 23:03
    เอาเลยๆๆ655 พี่จะขาดใจแล้วน้องเอ๋ย
    #2,714
    0
  12. #2713 mini_mickey (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2558 / 23:00
    จริงป่ะเนี่ยพี่โมห้องเต็มเร้อหรือว่าเนียนกุ๊กกิ๊ก
    #2,713
    0
  13. #2712 Siriluck A'Pinyo (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2558 / 22:52
    พี่โมรุกพีชเลยๆ
    #2,712
    0
  14. #2711 as_hh (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2558 / 22:10
    พี่โมร้ายกาจจจจจ >///<
    #2,711
    0
  15. #2710 mini_mickey (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2558 / 13:33
    ร้อนๆหนาวๆเหมือนน้องพีชเลยสงสัยเลือดลมจะเดิน
    #2,710
    0
  16. #2707 BY' (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2558 / 12:12
    เหยยยยยย เดี๋ยวจะได้อยู่ด้วยกันสองต่อสองอ้ะ เอ้ะๆๆๆ จะมีการอะจึ๊บๆอ้ะป่าว พี่โมจะทำมั้ยนะ ทำเลยๆๆๆๆๆๆๆ เค้าเชียร์สุดแรงงงงงงง
    #2,707
    0
  17. #2704 maynnnn (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2558 / 08:53
    หือ พี่โมไม่อยากให้น้องได้ยินเสียงหลอนๆ??ตอนกลางคืนป่าว คึคึ >////////<
    #2,704
    0
  18. #2658 BY' (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 20 กันยายน 2558 / 21:47
    ฮืออออออ นี่ก็โมพีช
    #2,658
    0