DOGMATIC LOVE (Yaoi) | รับน้องป่วนๆกับก๊วนวิศวะ

ตอนที่ 48 : Season 2 | Ch 12 Accidentally in love

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,976
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    30 ก.ย. 58


12

Accidentally in Love

 

 

ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมากว่าสองสัปดาห์เบลรู้สึกว่าตัวเองเข้าใกล้คำว่าคนพิการเข้าเต็มที เนื่องจากไม่ได้ออกกำลังหยิบจับหรือถือของอะไรเอง แถมยังมีสารถีหน้าใหม่มารับไปเรียนราวกับว่าเจ้าตัวมีตารางเรียนของผมอยู่ในมือยังไงอย่างนั้นแหละ

 

ให้ตาย...

อย่าให้รู้นะว่าเพื่อนตัวไหนมันหักหลังผมด้วยการเอาตารางเรียนให้กับหมอปาล์ม!!

 

“หู้ววววว ทำไมวันนี้เพื่อนเบลมาคนเดียวหละครับ พี่หมอคนหล่อไม่ได้ขับรถมาส่งหรอวันนี้”เสียงเอ่ยแซวดังขึ้นเมื่อเห็นผมเดินกระเพลกแบบมีไม้ค้ำย้ำประคองร่างมาจนถึงที่โต๊ะนั่งประจำกลุ่ม ดีที่ไอ้เพื่อนปากดีมันยังมีน้ำใจวิ่งมาช่วยรับกระเป๋าเป้ที่สะพายอยู่ด้านหลังของผมก่อนจะพากันประคองมาที่โต๊ะได้นั่งสะดวกขึ้น

 

ผมเหล่มองไอ้คนแซวมีน้ำใจที่กำลังยิ้มกริ่มราวกับต้องการคำตอบออกมาจากปากของผม ซึ่งคำตอบนั้นก็คือ

 

“กูไม่รู้หวะ”

 

เรื่องจริงเลยตามที่ตอบไปเลยครับ ไม่รู้จริงๆ เนื่องจากพักหลังๆผมเองก็ยุ่งเรื่องทบทวนบทเรียนให้ทันเพื่อน ไหนจะรายงานที่ต้องรีบปั่นส่งอาจารย์อีกเนื่องจากเข้าใกล้ช่วงสอบกลางภาคแล้ว ส่วนหมอปาล์มช่วงนี้ก็คงจะยุ่งเหมือนกัน จากที่เคยโทรมาหา หรือไม่ก็ไลน์มาถามอาการ ถามเรื่องต่างๆในชีวิตก็เริ่มน้อยลง

 

ความจริงผมก็กะแล้วหละว่ามันต้องเป็นแบบนี้ ใครมันจะไปหน้าด้านหน้าทนวุ่นวายกับคนที่ไม่ได้มีปฏิกิริยาตอบรับน้ำใจจากคนที่หยิบยื่นให้เลย ผมเองก็ไม่ได้มีทีท่าใจอ่อนหรือเล่นด้วยกับหมอปาล์ม บางวันเพียงแค่อ่านข้อความแล้วไม่ได้ตอบไปก็มี จนเจ้าตัวต้องท้วงถึงต้องตอบอะไรประมาณนั้น

 

อย่างวันนี้มันก็คงชัดเจนว่าหมอปาล์มใส่เกียร์ถอยแล้วขับชิ่งป้ายของผมไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วครับ

 

“หงอยป้ะเนี่ยะ?”ไอ้เติร์กเจ้าประจำที่วันนี้ไม่ไปเฝ้าเมียที่คณะทันตะไม่พอ ยังทำตัวเป็นคนช่างถามอีก ไม่ได้ดูหน้าเพื่อนมึงเลยนะ

 

“หงอยบ้าอะไร รุ่นนี้ไม่มีอ่ะ”ผมร้องปฏิเสธเสียงดังทำเอาไอ้เรโชที่กำลังนั่งเล่นเกมส์ในมือถือเงยหน้ามาสนใจผม และนั่นเป็นการกระทำที่ผิดพลาดแบบสุดๆ

 

“ทำเป็นหยิ่ง คิดถึงเขาก็บอก”เรโชเพื่อนรักที่หลังๆจะพูดน้อย แต่พอตอกมาทีก็ทำเอาหนักจนผมแทบจุก หยงหยิ่งอะไร เค้าเรียกว่าไม่มีใจและไม่อยากจะทำอะไรแบบให้ความหวังใครเว้ย

 

“เงียบ ทำเงียบ กูเห็นมานักต่อนักและพวกมากเรื่องอ่ะ ส่วนใหญ่โดนเทนะเว้ย”ไอ้เติร์กคนเดิมเพิ่มเติมคือความเสือ.กก็เข้าผสมโรงกับเพื่อนโชได้ดีอย่างกับเหล้าและโซดา

 

ฮืออออ ไอ้พีชหายไปไหนวะ ทำไมไม่โผล่มาช่วยผมหน่อย

 

“เออ...จะว่าไปกูแอบไปเห็นโปรไฟล์พี่เขามา พี่เขาก็ดีพร้อมไปทุกอย่างนะมึง บ้านรวย เรียนเก่ง หน้าตาดี หน้าที่การงานดี พอกลับมาดูเพื่อนตัวเอง มึงนี่มีอะไรบ้างวะ?”

 

สึส...คือจะหลอกด่ากันสิ?

นี่ใคร? รติภูมิ ลูกคุณนายสุกัญญานะเว้ย!

 

“กูว่าป่านนี้พี่เขาคงโดนนางพยาบาล หมอสวยๆในโรงพยาบาลตามจีบกันให้พรึ๊บแล้วหละ”

 

“นั่นสินั่นสิ...”

 

 

นั่นสิที่หน้า!

 

“โอ๊ยยยยยยย!! อย่าไซโคกู!!”ผมร้องขึ้นมาหลังจากที่สมองเผลอไปคิดตามคำพูดของเพื่อน เอาจริงๆภายหมอปาล์มที่ชอบยิ้มเรี่ยราดแจกจ่ายให้กับสาวๆในโรงพยาบาลก็ผุดขึ้นมาราวกับสั่งได้

 

ดีจ้ะ...ทำไมต้องมาแบบเอชดีเห็นชัดทั้งภาพและเสียง พลังมโนขั้นสุดแบบที่เห็นนางพยาบาลโนตมตั้งท่าอ่อยหมอปาล์ม และรู้สึกหงุดหงิดแปลกๆ

 

“ไง..ขึ้นหรอมึง แหม..ทำเป็นเล่นตัวเนอะ”ไอ้เติร์กยังไซโคไม่หยุดขณะที่ผมสะบัดหัวเพื่อให้ตัวเองหลุดออกจากภวังค์ความคิดที่ดูไร้สาระ แถมยังหาเหตุผลร้อยแปดให้มาเชื่อมโยงตามหลักความถูกต้องที่ผมควรจะนึกคิดไปแบบนั้น

 

ประเด็นคือไม่ได้ชอบ ไม่ชอบ และจะไม่ชอบด้วย!

 

“กูไม่ได้เล่นตัว กูไม่ได้ชอบหมอเขาอย่างที่พวกมึงคิด”ผมตอบออกไปเสียงเบา ราวกับกลัวว่าหมอปาล์มจะโผล่มาแล้วได้ยินคำนี้

 

“จ้า เชื่อจ้า กูหละเบื่อพวกปากหนัก”เรโชทำหน้าเอือมใส่ผมก่อนที่ตอนนี้มันจะเริ่มสนใจกับเจ้าโทรศัพท์มือถือตรงหน้าเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

 

“เออ กูก็เบื่อ โดนเทเมื่อไหร่บอกพวกกูแล้วกัน จะพาไปกินเหล้าย้อมใจ”ไอ้เติร์กคล้อยตามเรโชไปอีกคน มันเลิกวุ่นวายกับผมแล้วหยิบชีทที่จะต้องใช้เรียนในวันนี้ขึ้นมาอ่าน และนั่นก็เป็นการจบบทสนทนาระหว่างเราสามคน เสียงเจื้อยแจ้วเมื่อครู่ถูกความเงียบงันเข้ามาแทนที่ ผมเลยหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเล่นเพื่อคลายเบื่อบ้าง

 

แต่มือเจ้ากรรมก็ดันกดเข้าที่ห้องแชทที่ดองเอาไว้ไม่ยอมอ่าน ด้วยความหวังว่าหมอปาล์มอาจจะทิ้งข้อความไว้บ้างว่าระยะนี้งานยุ่งหรือมีเหตุผลอะไรที่ไม่สามารถมารับผมได้วันนี้

 

แต่พอกดเข้าไปก็พบเพียงข้อความที่ถูกส่งมาเมื่อคืนว่า “อย่านอนดึกนะครับ ดูแลสุขภาพเยอะๆด้วย^^” หลังจากนั้นก็ไม่มีข้อความใดส่งมาอีกเลย

 

จู่ๆก็รู้สึกวูบโหวงในหัวใจอย่างแปลกประหลาด ความรู้สึกผิดหวังในความคาดหวังที่แอบก่อไว้ในใจนั้นสร้างความหน่วงให้ผมไม่น้อย จนรู้สึกตอนนี้ห่อเหี่ยวเกินกว่าจะรู้สึกอะไรได้อีก แม้กระทั่งไอ้พีชที่เดินเข้ามาที่โต๊ะประจำกลุ่มพร้อมพี่โม เสียงทักน้ำเสียงสดใสนั่นก็ไม่ได้ทำให้ผมสดชื่นขึ้นมาได้แม้แต่น้อย อารมณ์แม้แต่เงยหน้าไปยิ้มทักทายมันอย่างทุกวันยังแทบจะไม่มี

 

ผมเห็นว่าไอ้พีชกำลังส่งซิกถามเพื่อนที่เหลือว่าผมเป็นอะไร แต่ก็ช่างเถอะ ในเมื่อตอนนี้อาการนอยด์เริ่มทำงานหนักขึ้นทุกที จนสุดท้ายต้องดับความงี่เง่าที่กำลังก่อเกิดออกมาเป็นการกระทำ และอาจจะทำให้เพื่อนๆของผมมารับผลกระทบทั้งๆที่ไม่ได้เกี่ยวข้องได้เลยนั้นคือการทิ้งตัวลงฟุ่บนอนกับท่อนแขนของตนเองที่เท้ากับโต๊ะตรงหน้า

 

 

ช่างมัน...

เดี๋ยวมันก็คงดีเองนั่นแหละ...

ก็ผมไม่ได้ชอบหมอเสียหน่อยนี่...

 

 

 

 

 

 

สุดท้ายฤดูการสอบกลางภาคของภาคเรียนแรกก็มาถึง ในวันที่ฝนเทกระหน่ำลงมาไม่ขาดสายจนทำให้รู้สึกหงุดหงิดกับอากาศชื้นๆแบบที่ผมโคตรจะไม่ชอบ แถมตกวันไหนไม่ตกดันมาตกเอาวันที่มีสอบตัวสุดท้าย และประเด็นคือไม่ได้สอบที่คณะตัวเองเนื่องจากเป็นวิชาเจนที่ต้องไปสอบที่คณะสังคมศาสตร์

 

ความลำบากของชีวิตคือการเดินทางอย่างไรโดยที่ทำให้เฝือกขาไม่เปียก คำตอบคือไม่มีทางเลยในเมื่อตอนนี้แท็กซี่ที่ผมเรียกมานั้นต้องจอดลงหน้าคณะสังคมเพราะลุงยามไม่ยอมให้รถเข้ามาในส่วนของหน้าตึกคณะ ขอร้องยังไงลุงแกก็บอกว่าเป็นกฎ

 

กฎกะผีสิ!!!

ใส่เฝือกอยู่นี่ไม่ยอมเห็นใจเลยอ๋อวะ อยากร้องไห้จริงๆ

 

ความซวยนั้นก็ไม่ได้เลวร้ายอะไรในเมื่อไอ้พีชมันเห็นผมกำลังนั่งทำตัวเงอะๆงะๆอยู่ในรถมันเลยวิ่งกางร่มมารับ ความรู้สึกยุ่งยากกลับมาอีกครั้ง แบบอยากจะถอดอิเฝือกนี่ทิ้งมากๆ ถ้าไม่ติดว่ามันยังไม่ถึงกำหนดถอด และสงสารกระดูกตัวเอง

 

สุดท้ายผมก็เทมันทุกอย่างด้วยความที่อารมณ์ไม่คงที่ของตัวเอง รู้ทั้งรู้ว่าวิชาเจนมันคือวิชาช่วยหนึ่งวิชาที่ดึงเกรดตัวเองแต่สมองมันไม่พร้อมที่จะทำข้อสอบจริงๆในเมื่อมาคิดว่าเมื่ออาทิตย์ก่อนสอบเขาสบายขนาดไหนที่มีอีกคนเข้ามาช่วยดูแล อยกจะหลอกตัวเองต่อไปว่าไม่ได้เปิดรับหมอปาล์มเข้ามาในชีวิต แต่ก็ยังปฏิเสธเหมือนเดิมว่ายังไม่ได้ชอบหมอ

 

ความย้อนแย้งในจิตใจนี่โคตรแย่...

 

“ไงมึงออกมาซะเร็วเลย ส่งกระดาษเปล่าป้ะวะ?”ไอ้พีชเดินออกมาก่อนจะหมดเวลาอีกไม่กี่นาที ผมเงยน้ามองเพื่อนที่กำลังยืนค่ำหัวมองลงมาด้วยสายตาเป็นห่วง

 

“เปล่า กูทิ้งดิ่ง”ผมตอบออกไปพร้อมกับหัวเราะออกมาแห้งๆให้กับความงี่เง่าของตัวเอง

 

“มึงมีไรจะเล่าให้กูฟังเปล่าวะ?”ไอ้พีชทิ้งตัวลงนั่งข้างๆผม ยกมือขึ้นมาโอบบ่าส่วนมือก็วางลงบนหัวของผมพร้อมกับออกแรงลูบมันเบาๆ

 

นั่นสิ...ผมควรปรึกษาความรู้สึกย้อนแย้งของตัวเองให้ใครสักคนฟังรึเปล่าวะ?

 

“พีช...”

 

“ว่า?”

 

“ทำไมมึงชอบพี่โมวะ?”

 

ผมหันไปมองหน้าเพื่อนที่ตอนนี้จุดยิ้มที่มุมปากแบบประมาณว่า กูว่าแล้วว่ามึงงี่เง่าเรื่องนี้ ก่อนจะหัวเราะออกมาเบาๆ

 

“ก็พี่เขาดีอ่ะ ทำดีกับกู มึงไม่ชอบหรอวะที่มีคนมาทำดีด้วย พอเขาดีมากกูก็ไม่อยากเป็นคนโง่ที่ปล่อยพี่เขาไปอ่ะ”พีชว่าก่อนจะมองหน้าผม

 

 “มึงต้องถามตัวเองนะ เหมือนที่กูเคยถามว่าเพศกับอายุมีผลกับชีวิตในอนาคตกูมากแค่ไหน ในเมื่อทุกอย่างมันคือชีวิตกูเอง กูจะรักจะชอบใครก็ตัวกูเอง ไอ้คนที่ว่ากู นินทากูเขาก็ไม่ได้ขี้ไม่ออกถ้ากูจะคบกับพี่โมป้ะ แต่หากกูไม่คบกับพี่โมกูคงรู้สึกว่าตัวเองเสียอะไรบางอย่างไปอ่ะ”

 

“....”

 

 

“เอาจริงๆนะ กูก็แค่ให้คำแนะนำแหละ แต่กูรู้ว่าคนที่ขอคำแนะนำทุกคนมักมีคำตอบของตัวเองในใจอยู่แล้วหละ แต่แค่ไม่กล้าที่จะตัดสินใจเลือกคำตอบนั้น กูว่าในเมื่อมีคำตอบแล้วก็วิ่งไปหามันให้สุดเหอะ กั๊กไปก็เท่านั้น แล้วสุดท้ายก็ต้องมานั่งเสียใจว่าทำไมตอนนั้นกูไม่ทำ เป็นอย่างนั้นมีคำด่าเดียวให้ตัวเองคือโง่เองป้ะวะ?”

 

“อ้ะห้ะ”ผมพยักหน้าให้กับพีชที่ตอนนี้กำลังก้มมองหน้าผมแล้วจุดยิ้มกว้างๆให้ มือบางที่วางบนหัวออกแรงขยี้มันเบาๆอีกครั้ง

 

“ใจๆหน่อยเว้ย ความรักไม่มีอะไรที่ผิดถูกหรอ มันอยู่ที่ว่าได้ลองรักแล้วผลลัพธ์มันเป็นยังไง ถ้ามันดีก็ดีกับใจ ถ้ามันแย่มันก็ยังดีที่อย่างน้อยมึงก็ได้บทเรียนชีวิต สุดท้ายมึงก็จะเกิดการเรียนรู้แล้วไม่ทำผิดในเรื่องเดิมๆอีกก็เท่านั้นอ่ะ โหยยยกูนี่หล่อจริงๆ คำพูดกูนี่เท่สัสๆ”

 

ผมหัวเราะเมื่อทิ้งท้ายไอ้พีชเอ่ยอวยตัวเอง ไม่นานนักเสียงกริ๊งในตึกก็ดังขึ้นเพื่อเป็นสัญญาณให้ได้รับรู้กันว่าเวลาในการทำข้อสอบจบลงแล้ว เสียงอาจารย์เรียกเก็บข้อสอบนักศึกษาที่ยังไม่ยอมวางปากกาลงดังลอดออกมาจากห้อง ก่อนที่หน้าเซ็งๆของเพื่อนในกลุ่มที่เหลือเดินออกมาโดยเฉพาะไอ้เติร์กที่บอกว่าทำตอนสุดท้ายแทบไม่ทัน

 

เสียงโหวกเหวกโวยวายดังไปทั่วบริเวณ ทั้งที่ออกมาถามคำตอบจากเพื่อนว่าตรงกันรึเปล่า ถามว่าทำข้อสอบได้ไหม รวมไปถึงการนัดหมายไปเลี้ยงฉลองกันในวันที่มีตารางสอบวิชาสุดท้ายแบบนี้ และเหมือนเดิม ผมที่โดนเพื่อนเทเนื่องจากยังเป็นเด็กเป๋สั่งให้กลับไปพักผ่อนที่บ้าน ลงทุนเข้าแอพเรียกแท็กซี่มา พากันไปส่งจนถึงประตูรถ โบกมือลากันสักพักผมก็เหลือบไปเห็นพอลที่กำลังยืนล้วงกระเป๋ากางเกงแสล็กมองมาทางผมอย่างคนที่ไม่กล้าแสดงออกว่าห่วงใย ผมส่งยิ้มไปให้มันที่มีทีท่าตกใจไม่น้อยก่อนจะยิ้มคืนมา มือหนาข้างหนึ่งถูกยกขึ้นมาโบกลาและแท็กซี่ก็ออกตัวไป

 

อันที่จริงถ้าตัดความเข้าใจผิดในชั่วระยะเวลาตั้งแต่ผมออกจากโรงพยาบาล จนถึงตอนนี้มันค่อนข้างเป็นเรื่องเล็กน้อยเลยทีเดียวเมื่อเทียบกับระยะเวลาหลายสิบปีที่ผ่านมาที่เราเป็นเพื่อนกัน พอเทียบน้ำหนักดูแล้วผมเองก็คิดว่ามิตรภาพระหว่างเรานั้นมีค่ามากกว่ามานั่งตั้งแง่โกรธเคืองกัน ในเมื่อฟ้าลิขิตให้เราเป็นได้แค่เพื่อนกัน ผมก็ควรจะเลือกทางใหม่ที่สามารถยังรักษาคำว่าเพื่อนกับพอลได้ไม่ดีกว่าหรอ?

 

 

 

 

ผมรับเงินทอนมาจากคนขับรถแท็กซี่ ก่อนจะพยายามพาตัวเองลงจากรถได้อย่างสวัสดิภาพ โชคดีที่ฝนหยุดตกลงแล้วทิ้งไว้เพียงความชื้นแฉะบนพื้นทางเดิน แต่นั่นคงไม่ได้สร้างความเสียหายให้เฝือกของผมที่กำลังสวมใส่อยู่เท่าไหร่หรอก..มั้ง

 

“กลับมาแล้วครับ แม่สะ—หมอ?”

 

เสียงบอกกล่าวการกลับมาบ้านของผมหยุดลงหลังจากที่เปิดประตูร้านเข้ามาเจอคุณหมอที่หายหน้าหายตาไปกว่าหนึ่งอาทิตย์ แถมยังโผล่มาบ้านของผมโดยที่ไม่ยอมบอกกล่าวเลยสักนิด ไม่พอยังมาทำตัวสนิทสนมกับคุณสุกัญญาอีก เดี๋ยว...ไอ้หมอปาล์มจะมาจีบแม่ผมหรอ?

 

ไม่ได้นะเว้ย เห็นอย่างนี้แม่ผมไม่โสด พ่อของผมอยู่ที่อเมกาและกลับมาทุกสิ้นปี จะมาทำเจ้าชู้ประตูดินใส่แบบนี้มันไม่โอเคนะ!!!

 

 

“สวัสดีครับเบล J”หมอปาล์มเอ่ยทักผมก่อนหลังจากที่เห็นว่าผมยื่นนิ่งมองหน้าระหว่างหมอกับแม่สลับกัน

 

“อ้าว แกนี่มันเป็นเด็กยังไงเนี่ย เห็นผู้ใหญ่ไม่รู้จักทักทาย” และนี่คือเสียงแม่ผมเอง เนื้อเสียงเชิงตำหนินั่นทำเอาผมต้องเบ้ปากทำตามที่โดนสั่งมาคือการยกมือไหว้หมอปาล์มที่ยังนั่งยิ้มแป้นแล้นราวกับพึงพอใจที่ผมโดนตำหนิยังไงอย่างนั้น

 

มีความสุขมากใช่ป้ะ?

มาทำให้คนอื่นเค้าว้าวุ่นแล้วตัวเองมาอ้อล้อแม่คนอื่นแบบนี้สินะ?

ไอ้หมอเถื่อน ไอ้หมอผิดจรรยาบรรณ ไอ้หมอ--- โอ้ยคิดคำด่าไม่ออกเว้ย!!!

 

“แล้วจะยื่นหน้าร้านอีกนานมะ? ไม่เมื่อยหรอ?”คุณสุกัญญาเจ้าเดิมเพิ่มเติมคือมองลอดแว่นส่งสายตาจิกมาให้ โอเคยอมใจไปแล้วจ้า ในเมื่อเป็นหมาหัวเน่าใครๆก็ไม่รักก็ต้องดูแลตัวเองนะเบลนะ

 

ผมเดินพาตัวเองไปส่วนของหลังบ้าน ตอนที่เดินผ่านหมอปาล์มเห็นเจ้าตัวเอื้อมมือเหมือนจะมารั้งข้อมือของผมไว้ แต่นั่นแหละมันก็ต้องมีเล่นตัวกันบ้างตามบทพ่อแง่แม่งอน ถ้าปล่อยให้จับกันง่ายๆก็ไม่ใช่เบลดิ

 

งานนี้งานหยาบหมอปาล์มพูดเลย!!

 








(Palm Part)

 

 

หากผมหายไป คุณจะคิดถึงผมบ้างไหมครับ?

 

 

คำถามที่ผุดขึ้นมาในสมองหลังจากที่เห็นเด็กที่ตอนนี้มีสถานะเป็นคนไข้ในความดูแลกำลังเดินสวนเข้าไปภายในบริเวณตัวบ้าน ผมเอื้อมมือจะไปจับข้อมือนั้นเพื่อรั้งให้อยู่ด้วยกันก่อน แต่เจ้าตัวก็เบี่ยงหลบและสามารถเดินเข้าตัวบ้านอย่างที่ตนเองต้องการได้สำเร็จ

 

ผมอดหัวเราะตัวเองในใจไม่ได้เมื่อคิดว่าเมื่อครู่คิดทำอะไรที่งี่เง่าออกไป เพราะหากรั้งเจ้าตัวเล็กไว้ได้ แล้วผมจะชวนคุยอะไรต่อ จะอธิบายสาเหตุที่หายไปได้ยังไงในเมื่อแม่ของอีกฝ่ายยังนั่งอยู่ตรงนี้ มันคงไม่ดีแน่ๆหากแม่ของเบลจะรู้ว่าคุณหมอเจ้าของไข้คิดเกินเลยกับลูกชายของเธอ แถมมีอายุมากกว่าเป็นสิบปี

 

“อย่าไปถือสาแกเลยนะคะ เจ้าเบลก็นิสัยอย่างงี้แหละ”คุณสุกัญญาพูดขึ้นหลังจากที่เห็นว่าลูกชายของหล่อนเดินห่างไปแล้ว ผมได้แต่นั่งยิ้มรับคำพูดของคนที่มีอายุมากกว่าแล้วล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าเสื้อสูทของตัวเองเพื่อหยิบนามบัตรที่โรงพยาบาลจัดพิมพ์เอาไว้ให้แต่ไม่ค่อยได้ใช้เสียเท่าไหร่ยื่นให้คนอายุมากกว่าตรงหน้า

 

“นี่นามบัตรของผมครับ ถ้าอยากปรึกษาเรื่องสุขภาพอะไรก็สามารถโทรมาปรึกษาได้เลยนะครับ”

 

“อ้อ ขอบใจมากเลยจ้ะ ตอนนี้ยังไงก็คงต้องขอให้คุณหมอช่วยดูแลเจ้าเบลให้ด้วยเท่านั้นแหละค่ะ เพราะฉันเองก็ยังแข็งแรงดี ไม่เข้าโรงพยาบาลเลยน่าจะเป็นการดีที่สุด”

 

“ยินดีครับ”ผมยิ้มกว้างก่อนจะเอ่ยขอตัวกลับเสียทีหลังจากที่มารบกวนคุณสุกัญญาเสียตั้งนาน ความจริงตั้งใจจะมาดักรอตัวเล็ก ขอให้ได้เห็นหน้านิดๆหน่อยแล้วก็จะกลับไปทำงานที่โรงพยาบาลต่อ และนี่ก็คงบรรลุผลความตั้งใจเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ถึงแม้จะได้เห็นเสี้ยวหน้าติดรำคาญของเจ้าตัวก็ตามเถอะ

 

พอเดินทางถึงรถที่จอดอยู่เยื้องๆบริเวณหน้าร้านสมองกลับคิดอะไรบางอย่างออกมาได้ อันที่จริงก็ถึงเวลาออกเวรของผมเป็นที่เรียบร้อยแล้วนั่นแหละครับ แต่เพราะช่วงนี้มีอะไรหลายๆอย่างที่ต้องเคลียร์ให้เรียบร้อยเลยทำให้ตารางชีวิตของผมอยู่โรงพยาบาลมากกว่าการได้อยู่บ้านหรือโลกภายนอกเสียอีก

 

มือหนาล้วงหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาพร้อมกับกดไปที่เบอร์โทรศัพท์ที่เพิ่งโทรออกไปเมื่อสองอาทิตย์ก่อน เอาจริงๆคือหลังจากวันนั้นผมไม่ได้โทรหาใครเลย เบอร์ของตัวเล็กจึงเป็นเบอร์ล่าสุดที่โชว์อยู่ในลิสต์รายชื่อโทรออกทั้งหมด

 

นั่งฟังสัญญาณเชื่อมต่อดังอยู่ในโสตประสาทที่ต้องใช้คำว่า ค่อนข้างนานเลยทีเดียวครับ ดังจนตัด ตัดก็กดโทรใหม่ เอาจริงๆเบลคงอยากจะพิสูจน์ความอดทนของผมหละมั้งครับว่าจะสามารถโทรหาอีกฝ่ายได้นานแค่ไหน ซึ่งผมกล้าบอกได้เลยว่าเบลไม่ควรจะทดสอบอะไรแบบนั้นกับผม ถ้าผมเป็นคนไม่มีความอดทน ณ ตอนนี้คงไม่ได้มีอาชีพเป็นหมอแล้วหละ ก็ดีเหมือนกันครับ ผมเองก็จะรอดูเหมือนกันว่าน้องเบลจะทนรำคาญเสียงโทรศัพท์ได้เท่าไหร่กัน

 

(มีอะไร?)

 

น้ำเสียงติดห้วนดังขึ้นหลังจากที่ผมนั่งฟังสัญญาณต่อสายกว่าสิบรอบ คิ้วเลิกขึ้นสูงกับคำถามที่ได้รับมาก่อนจะนึกขำในใจเมื่อคิดไปว่าเจ้าของเสียงปลายสายตอนนี้จะทำหน้าแบบไหนกัน

 

“พูดจาไม่เพราะเลยนะครับ พี่หมอเสียใจนะ”ผมพูดติอีกฝ่ายไปโดยที่ได้คืนมาแทบจะทันทีคือเสียงถอนหายใจอย่างคนติดรำคาญ

 

(มี-อะ-ไร-ครับ-คุณ-หมอ?)

 

เด็กดื้อชอบทำประชดแบบนี้ผมควรลงโทษอย่างไรดีครับ ทำไมชอบทำตัวน่าเอ็นดู เวลางอแงได้ยินแค่เสียงยังรู้สึกเอ็นดูมากๆเลย

 

“ไม่-มี-อะ-ไร-ครับ-แค่-โทร-มา-บอก-ว่า-คิด-ถึง”

 

(....)

 

“เงียบเลย”ผมเอ่ยขึ้นอีกครั้งหลังจากที่เด็กงอแงเงียบเสียงไปหลังจากที่ผมส่งคำคิดถึงไปให้เลยต้องเอ่ยท้วงแบบคนกลัวใจว่าจะโดนโกรธ

 

(หมอคิดว่าผมควรตอบว่าอะไรหละครับเวลาได้ยินแบบนี้)

 

“ไม่รู้สิครับ ในสมองของพี่มีคำตอบที่คาดหวังไว้เยอะแยะเลย”

 

(อะไร?)

 

นั่นไง ทำไมเบลต้องทำตัวน่ารักแบบนี้หละครับ แค่ผมโยนเหยื่อเด็กน้อยคนนี้ก็กระโดดตะครุบเหยื่อโดยไม่คิดเลย

 

“ยกตัวอย่างเช่น....”

 

(เช่น?)

 

“ผมก็คิดถึงพี่หมอ...เหมือนกันครับ”

 

(......)

 

“อ้าว...เงียบอีกแล้วหรอครับ? หรือกำลังทำใจพูดคำที่พี่หมออยากฟังอยากฟังอยู่รึเปล่าน้า”

 

(หยุด...)

 

รู้ไหมครับว่าตอนนี้เสียงของเบลน่ารักขนาดไหน ยิ่งจินตนาการว่าอีกฝ่ายทำหน้ายังไงผมก็กลั้นยิ้มไม่ได้เสียแล้ว

 

“อยากให้หยุดก็บอกคำที่พี่หมออยากได้ยินให้ฟังหน่อยสิครับ”

 

(ตลกครับ ผมจะพูดแบบนั้นทำไมทั้งๆที่ผมไม่ได้รู้สึกแบบนั้นเสียหน่อย)

 

 

 

อ่า...นั่นสินะ ก็เด็กนี่ชอบลูกพี่ลูกน้องของผมนี่นา...

 

“โอเคครับ เราไม่อยากพูดพี่หมอเองก็ไม่บังคับ แต่ออกมาหากันตอนนี้หน่อยได้ไหมครับ”

 

(ห้ะ?)

 

“พี่หมอรออยู่บนรถจอดเยื้องๆกับร้าน หวังว่ารอบนี้เราคงไม่ทำให้พี่ผิดหวังใช่ไหมครับ”

 

(ผม...)

 

 

“หรือเราอยากให้พี่เดินกลับไปหาที่ร้าน งั้นหากแม่เราถามพี่ควรตอบว่า--”

 

(โอเค! เดี๋ยวผมลงไป!)

 

จบเกมส์...

บอกแล้วไงว่าเด็กน้อยของผมน่ารักจะตายไป















“หมอกำลังพาผมไปไหน?”ผมเอ่ยถามขึ้นหลังจากที่ตะเกียดตะกายลงจากห้องมาหาหมอเถื่อนลวงโลกถึงบนรถ ไม่ทันได้สอบถามอะไรดีเจ้าตัวก็สั่งให้ผมคาดสายเบลท์โดยที่เจ้าตัวเองก็สตาร์ทรถออกไปจากหน้าร้านผมเฉยๆเลย

 

เดี๋ยวสัสเดี๋ยว อิหมอ...มึง?

 

“พาไปไหนน้า?”

 

น้ำเสียงดูมีความสุขจังเลยจ้า อห.ไม่ได้ดูหน้านี่เลยจ้าว่าอินกับอารมณ์ความสุขของมึงไหมครับอิพี่หมอ หน้ากูนี่เฮ่อเร่อสุด

 

“หมอผมไม่ตลกนะ มีการบ้านต้องทำ”ผมพูดออกไปทำสีหน้าไม่พอใจสุดๆที่พาออกมาแบบไม่มีสิทธิ์รู้ว่ากำลังโดนพาไปไหนเนี่ยมันโอเคป่าววะ?

 

“อ้าว วันนี้ไม่ได้วันสอบวันสุดท้ายหรอครับ ทำไมมีการบ้าน”

 

สึส...รู้อีก

หมอมึงเรียนวิชาโทเป็นพยากรศาสตร์หรอม?

 

“มี! โปรเจ็คที่ต้องพรีวันจันทร์ อ้าวเดี๋ยวๆๆๆ หมอพามาที่นี่ทำไมเนี่ย!”ตอนแรกก็น้ำเสียงคนกำลังขึ้นที่พยายามแถครับ ไม่มีจริงหรอกไอ้โปรเจ็คที่ว่าเพราะพรีไปแล้วก่อนสอบ แต่ก็ต้องมาร้องเสียงหลงหมดแมนเมื่อเห็นประตูทางเข้าที่แสนจะคุ้นเคย เนื่องจากเพิ่งมาเมื่อหลายอาทิตย์ก่อน และประเด็นคือมากับอิหมอเถื่อนนี่ด้วย!

 

โอ้ยยยยยยยย! อาการแปลกของกูคราวที่แล้วไม่ได้ทำให้อิหมอปาล์มรู้ตัวเลยใช่ไหมว่าผมไม่ชอบที่นี่ขนาดไหนเนี่ย! เอาจริงๆไม่ใช่เฉพาะแค่ที่นี่นะเว้ย คือไม่ชอบทุกที่ที่ติดน้ำอ่ะ เข้าใจเปล่าวะ!!!

 

 

“สวนสาธารณะที่เรามาคราวก่อนไงครับ อีกอย่างที่สงบๆแบบที่เราสามารถคุยกันได้อย่างสบายใจที่พี่หมอนึกออกก็มีแค่ที่นี่ที่เดียว”

 

สบายใจกับผีดิ!!!

ถามความสมัครใจนี่ยัง หา????

 

“หรือตัวเล็กไม่ชอบครับ”

 

ครับ...มึงเข้าใจถูกเลยครับหมอปาล์ม!

 

“งั้นพี่ว่าเราไปหาที่คุยกันใหม่--”

 

“คุย? คุยเรื่องอะไรครับ ผมเองก็งงตั้งแต่ที่หมอพูดเมื่อกี้แล้วว่าจะคุยกัน เรื่องอะไรหรอครับ ผมว่าคุยกันบนรถก็ได้ทำไมต้องไปหาที่คุย นี่ก็สงบเป็นส่วนตัวเหมือนกัน”ผมเอ่ยถามหมอปาล์มออกไประหว่างที่อีกฝ่ายกำลังควงพวงมาลัยวนรถเพื่อตรงไปที่ทางออกของสวนสาธารณะติดน้ำที่แลดูสยองขวัญเอามากๆในความคิดของผม

 

“อ่า..นั่นสิพี่หมอลืมคิดไปเลยครับ”

 

ยิ้มครับ...อิหมอปาล์มมันส่งยิ้มมาให้ผม แบบไม่ว่าเลยนะถ้ามันจะยิ้มแบบธรรมดามาให้ไม่ต้องเสริมอ็อบชั่นเป็นความละมุนแบบนี้ได้ป่าววะ? โอ้ยยยยย อิหัวใจ มึงหยุดเต้นแรงเดี๋ยวนี้!

 

“อ..เอ่อ..ครับ!

 

ตอนนี้ผมไม่สนใจหมอปาล์มแล้วครับ พอสติกลับมา ประคองสภาวะร่างกายไม่ฟังคำสั่งจากสมองแบบเครื่องสรวนแรงเสร็จก็รีบหันไปมองทิวทัศน์ด้านนอกหน้าต่างรถทันที

 

“เอ้า สนใจอะไรนอกหน้าต่างแบบนั้นเราจะคุยรู้เรื่องไหมหละครับ พี่จำได้ว่าเวลาที่เราสนทนากับใครสักคนเราควรมองหน้าเขานะครับ มันบ่งบอกถึง--”

 

“โอเคๆๆๆๆๆ มองแล้วๆๆ มีอะไรก็คุยมาเลยหมอ ผมอยากจะกลับบ้านจะแย่แล้ว!

 

สุดท้ายผมก็ทนรำคาญกับน้ำเสียงน้อยอกน้อยใจที่ฟังก็รู้ว่าหมอปาล์มแสร้งทำ แบบคือมันแสลงหูเลยต้องทำตามที่อีกฝ่ายต้องการ และนั่นเป็นสิ่งที่ผมทำผิดพลาดมหันต์ เมื่อสายตาสบเข้ากับดวงตายิ้มหยีเป็นประกายระยับพร้อมกับรอยยิ้มกว้างๆนั่นที่ส่งมาให้

 

ให้ตายเหอะพระเจ้า...

ผมเกลียดตัวเองก็จุดนี้แหละ...

 

“แย่หน่อยนะครับที่เราคงไม่ได้กลับบ้านเร็วอย่างที่ต้องการ แม้ว่าพี่หมอจะพยายามเท่าไหร่ก็ตาม แต่สภาพจราจรแบบนี้--”

 

“จะเข้าเรื่องยัง?”

 

รำมาก! หมอไม่ยอมเข้าประเด็นในเรื่องที่เจ้าตัวอยากจะคุยสักทีจนผมเริ่มหงุดหงิดหละ

 

“โอเคครับ พี่หมอแค่อยากอธิบายในให้เราไม่เข้าใจพี่ผิด”

 

“เข้าใจผิด? อะไร?”

 

อย่านะ...

อิหมอปาล์มต้องการสื่ออะไรวะ? อะไรที่ผมเข้าใจผิด?

 

หรือว่า...

ที่หมอมาทำดีด้วยหมอมันมารักษาตามแบบฉบับหมอที่มีใจบริการป้ะวะ แบบใจดีสัสๆเลยมาเซอร์วิสคนไข้ถึงที่

 

แล้ว...

ไปที่กูคิดไปว่าอิหมอมันว่าขายขนมจีบนี่คือเฟล...คือกูเข้าใจผิดไปเองป้ะ???

 

เฮ้ยยยยยยยยยยย!!!

 

“แหนะ”

 

แอะ..เดี๋ยวอิหมอ...เดี๋ยว...

 

ผมหลุดออกจากภวังค์ความคิดเป็นที่เรียบร้อยแล้วครับ พร้อมกับสายตาที่เหลือบขึ้นไปมองนิ้วชี้ข้างซ้ายของหมอปาล์มที่กำลังจิ้มลงระหว่างคิ้วของผม

 

หมอมึงทำอะไร?

 

“คิดอะไรไปถึงไหนแล้วครับ ทำไมดูซีเรียสจัง คิ้วขมวดเชียว”

 

อหหหหหห. ณ จุดนี้อยากทำอะไรสักอย่างด้วยการลงไม้ลงมือทำร้ายร่างกายหมอปาล์มให้สาแก่ใจเหลือเกินครับ

หงุดหงิด...หงุดหงิดสุด...และหงุดหงิดมากขึ้นแบบทบทวีเมื่อสายตาดันไปเห็นท่าทางของหมอปาล์มที่กำลังบังคับพวงมาลัยด้วยมือเดียว

 

คือ...แม่...ทำไมหมอเขาดูเท่วะ???

แล้วทำไมต้องใจเต้นแรงขนาดนี้วววววว โอร้ววววววว ไม่นะ...

 

“มีใครเคยบอกตัวเล็กไหมนะ ว่าเราน่ารักมาก โดยเฉพาะตอนทำตัวงอแง”เสียงทุ้มดังขึ้นก่อนจะเอานิ้วออกจากระหว่างคิ้วของผมเสียที มือหนาไม่ได้กลับไปบังคับพวงมาลัยเหมือนเดิม แต่กลับไปวางบนเกียร์รถแทน

 

“คนบ้าที่ไหนจะมาชมผู้ชายว่าน่ารักครับหมอ”ผมตอบออกไปแผ่วเบา รู้สึกหน้าร้อนๆ อากาศอบอ้าวขึ้นทุกที

 

“อ้าว...พี่หมอก็เป็นคนบ้าสินะครับ”

 

“หมอไม่เข้าเรื่องสักทีผมจะไม่คุยกับหมอแล้วนะครับ”ผมบ่ายเบี่ยงประเด็นแล้วครับ ถ้ายังสานต่อบทสนทนานี้ต่อไปจะกลายเป็นผมนี่แหละที่ตายเพราะอัตราการเต้นหัวใจผิดปกติ

 

“โอเคๆครับ พี่หมอแค่อยากจะบอกว่าที่หายไปหนะ ไม่ใช่เพราะพี่หมอเบื่อเราแล้วนะครับ”หมอปาล์มพูดขึ้นพร้อมกับหันไปมองถนนที่ตอนนี้เริ่มขับเคลื่อนได้อีกครั้งหลังจากสัญญาณไฟจราจรเปลี่ยนเป็นสีเขียว

 

“อ่าห้ะ...ผมเองก็ไม่ได้สนใจอยู่แล้วครับ”

 

“อ่า...ครับ อย่างที่พี่บอกว่าหายไป ในวันแรกพี่ไม่ได้ตั้งใจที่จะไม่บอกนะครับ แต่พี่หมอมีเคสผ่าตัดด่วนเข้ามา เคสนั้นกว่าจะเสร็จกินเวลาไปกว่าแปดชั่วโมง พอออกมาก็มีฟอว์โลว์วอร์ด และงานด้วนทุกอย่างประเดประดังเขาแม้กระทั่งเวลานอนพี่เองก็มีอยู่น้อยนิดเองครับ เพิ่งจะมาว่างเอาก็วันนี้เอง”

 

“ครับ แล้ว...?”

 

“จบแล้วครับ ที่พี่อยากจะบอกก็คือพอทุกอย่างจบหมด สิ่งที่พี่คิดถึงเป็นสิ่งแรกคืออยากเจอเรา นั่นคือสิ่งที่พี่อยากบอกเราครับ”

 

“.....”

 

ใจจะวาย ให้ตาย...

ตอนนี้รู้สึกเหมือนร่างกายกำลังจะระเบิดอยู่มะรอมมะร่อ

 

“ที่จริงตั้งใจจะไปหาที่มหาวิทยาลัยครับ แต่เหมือนว่าวันนี้เราจะไม่ได้สอบที่คณะพี่เลยมาที่บ้านแทน ตอนแรกไม่ได้ตั้งใจไปนั่งคุยกับแม่เราหรอกนะครับ แต่บังเอิญแม่ของเราจำทะเบียนรถของพี่หมอได้เลยต้องลงไปคุยกันตามคำเชื้อเชิญครับ”

 

“แล้ว?”

 

“ครับ หมดแล้วครับ”

 

“หมอทำขนาดนี้ทำไมเนี่ย ผมไม่เข้าใจ”ผมเริ่มหงุดหงิดหน่อยๆหละ คือแบบไม่ได้หงุดหงิดหมอหรอก หงุดหงิดตัวเองเนี่ยะ แต่จะพาลใส่หมอไง

 

“พี่หมอว่า เรารู้คำตอบที่พี่จะตอบดีครับ แต่เราแค่ไม่มั่นใจเท่านั้นเอง งั้นพี่หมอจะพูดย้ำให้เรามั่นใจเองนะครับ...”

 

“...”

 

“พี่ชอบเราครับ”

 

จบแล้ว...ชีวิตผมเนี่ยจบ!

ฮืออออออออ เกือบหยุดหายใจตอนที่ได้ยินประโยคนั้นออกมา

หมอมึง...นี่ลูกคนเดียวนะ แถมเป็นลูกชายด้วย ศึกหนักนะมึง รู้จักนิสัยคุณสุกัญญาดียัง?

 

“ผ..ผมไม่ได้ชอบหมอนะ...”

 

ผมพูดออกไป คือเอาง่ายๆเถอะ เกิดมาทั้งชีวิตก็หลีสาวมาเยอะ แม้จะเอาที่ชอบจริงๆก็มีแค่เพื่อนสนิทที่เป็นเพศเดียวกัน แต่ไม่ได้แปลว่าผมจะเบี่ยงมาชอบผู้ชายเหมือนกันป้ะวะ?

 

คือเจอสาวน่ารักๆก็ยังเหล่อยู่อ่ะ...

 

 

“พี่รู้ครับ...แต่ไม่เป็นไรนะ ต่อจากนี้พี่จะจีบเราเอง พี่จะตื้อจนกว่าเราจะใจอ่อนนะ”

 

ตลก...

มั่นใจมากไปป้ะเนี่ย?

 

“เออะ...หมอจะทนได้แค่ไหนเชียว”

 

“เราประเมินพี่ต่ำไปนะครับ ของแบบนี้จะให้แค่โฆษณาอวดอ้างสรรพคุณก็แค่ลมปาก จะไปสู้อะไรกับพิสูจน์ด้วยการกระทำจริงไหมหละครับ”

 

สึส...ปิดทางออกกูหมดหละ

ทำไงหละเนี่ย...

 

“เงียบแบบนี้พี่คิดว่าเราตกลงนะครับ...”

 

ห้ะ?

 

“ต่อจากนี้เตรียมใจไว้ให้พี่หมอได้เลย...”

 

เดี๋ยวนะ...

 

 

“พี่ต้องได้ใจเรามาแน่ๆ พี่สัญญาเลย”

 

 

อะไร๊ของมึ๊งงงงงงหมอปาล์มมมมม!!!

แล้วทำไมผมต้องรู้สึกฟินวะ??????

เฮ้!!!!

 

 






TBC.
รึเปล่า?










Talk: จบพาร์ทพิหมอปาล์มกับนุ้งเบลแล้วจย้ะ (โดนปาเกิบ) 5555555555555555555555555555 คือนี่เป็นตอนจบที่เราตั้งใจให้เป็นแบบนี้ เราชอบอะไรที่ให้คนได้ไปคิดต่อ ดังนั้นไปจิ้นเอานะว่าเรื่องราวจะเป็นไงต่อ ส่วนคนซื้อเล่มเจอในสเปนะจย้ะ :)


ตอนต่อไปเป็นคู่สุดท้ายที่ซฟ.จะลงในเว็บไซต์ แอ่นแอ๊นนนนนน เมนครอสอย่าง พิโมอดีตเฮดว้าก กับน้องพีชคนเกรียนกลับมาหละจย้าอ้ะอ้าาาา!! .ซาวด์ประกาศรางวัลดังขึ้นมา อิ้อิ้ รอนะรอ ไม่หายไปนานหละ เพราะเลิกนอยด์กับเรื่องบ้าบอที่เข้ามาหละจย้ะ 


เดี๋ยวจะแถลงการณ์อีกทีเกี่ยวกับที่เราไปพบฉาก "ทักทายพระอาทิตย์" ของฟิคเรื่องหนึ่งที่เหมือนของเราน้า เคลียร์หละ เคลียร์แบบค้างคาแบบที่อีกฝ่ายมาขอให้เราเลิกถามแบบที่จะไม่แสดงความรับผิดชอบอะไรเลย = =" งงๆ แต่เราพอในแบบที่เราก็ตั้งเงื่อนไขที่เราคิดว่าเราควรกระทำไปหละ (เดี๋ยวเล่าทีเดียว)



ปล. ใครที่จองนิยายไว้อย่าลืมโอนเงินน้า เหลืออีกหลายคนเยย อย่าหายไปเงียบๆไม่บอกกล่าวน้า พิซอลเสียใจนะจย้ะ TT


- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -  


[แจ้ง] คนที่มีรายชื่อต่อไปนี้รบกวนมากรอกแบบฟอร์มจัดส่งของรางวัลให้เราอีกรอบนะคะ สามารถรอกได้ถึงกลางเดือนต.ค.น้า (กว่าจะส่ง เล่นตั้งแต่ม.ค.)
ขอโทษในความล่าช้าของเราน้า เราขอไถ่โทษด้วยการแถมสติ๊กเกอร์ที่เราแถม DMTL SS2 เพิ่มให้ไปคนละแผ่นนะคะ อย่าลืมมาลงชื่อกันน้า (ไม่ใช่เค้าโกรธจนเลิกอ่านไปหละป้ะนะ) ขอโต๊ดดดดดดดด (ไหว้ถอนสายบัวสวยๆ)

รางวัลที่ 1 | พวงกุญแจโมพีช +พวงกุญแจเกียร์ + โปสการ์ด SS1 + ที่คั่น SS1 + สติ๊กเกอร์ DMTL SS2 [คุณ Amking ]
รางวัลที่ 2 | พวงกุญแจเกียร์ + โปสการ์ด SS1 + ที่คั่น SS1 + สติ๊กเกอร์ DMTL SS2 [คุณ BujaeTabi, คุณ Aommy ]
รางวัลที่ 3 | โปสการ์ด SS1 + ที่คั่น SS1 + สติ๊กเกอร์ DMTL SS2 [คุณ Som O Usanee, คุณ hellalin, คุณ KillerKill, คุณ Twins_LuvSuJu]


สามารกรอกแบบฟอร์มได้ที่ลิงก์นี้ [ ในที่สุดก็ได้สักที ]



- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -  



เติมพลังชีพให้เราหน่อยน้า รออ่านอยู่ รู้ใช่ม๊า 
เดือนนี้เราเจออะไรรุมเร้าเยอะจริงๆ แอร้ะ




รักนะต้ะ

ซฟ.















[ฝากไว้หน้านี้ก่อน เดี๋ยวยกไปอีกหน้านึง]


เรามีเรื่องขอความช่วยเหลือจากรีดเดอร์นิยายของเรานิดนึง 

ซึ่งต้องเกริ่นก่อนว่าเราบังเอิญไปเจอฟิคมบ.เรื่องหนึ่งที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับการรับน้อง ซึ่งโดยตัวเราชอบอ่านอะไรแบบนี้อยู่แล้ว
เลยจิ้มเข้าไปอ่านบทที่หนึ่งดูว่าเนื้อหาโอเคไหม ดีไหมจะได้กดเฟบไว้นอนอ่านก่อนนอน

คราวนี้เราก็เอะใจว่าเนื้อเรื่องของฟิคเรื่องนี้มันมีความคล้ายคลึงกับของเราอยู่ แต่ก็ไม่ได้ซีเรยสอะไรค่ะ เพราะการรับน้องมันก็คงเหมือนๆกัน
ไม่ว่าจะเป็นการเรียกแถว หรือลุกนั่ง วิ่งรอบสระน้ำที่ของเราเป็นสระมรกต แต่ของเขาเป็นสระน้ำหลังคณะ 555

แต่มีฉากหนึ่งที่เราคิดว่ามันค่อนข้างคล้ายของเราเลยหละ แต่ก็ไม่มั่นใจ 555 เลยอยากให้รีดเดอร์ของเราช่วยพิจารณาหน่อยว่าเหมือนกันไหม
หรือใครที่รับน้องอยู่บอกเราหน่อยนะคะว่ามีพี่คนไหนเอามุกสวัสดีพระอาทิตย์มาเล่นมั่ง จะได้คิดว่าเป็นความบังเอิญจริงๆ

อันสีเหลืองของเราค่ะ ส่วนสีฟ้าของเขา
ส่วนคนที่อยากเข้าไปอ่านดูจิ้มไว้ที่ลิงก์นี้ได้เลยนะคะ [Click]


รบกวนทุกคนจริงๆ เพราะไม่มั่นใจและเราอาจจะเข้าใจผิด TT



ของซอล ฉากสวัสดีพระอาทิตย์ในตอนที่ 1 [อรุณสวัสดิ์พระอาทิตย์]




ของเขา ฉากทักทายพระอาทิตย์ที่คล้ายคลึงของเรา อยู่ในตอนที่ 2 ของเขา










ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3,209 ความคิดเห็น

  1. #2953 ราชินีแห่งติ่งวาย (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 14 มกราคม 2560 / 22:16
    ก้อน่าจะคัดลอกมาในบางส่วนนะค่ะ.เพราะเราเคยโดนครูทำโทษให้ยืนยิ้มให้พระอาทิตย์ข้างเสาธงที่มีคนผ่านเยอะมากกกกกกก
    #2,953
    0
  2. #2823 KiHaE*129 (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2558 / 02:06
    ปากแข็งได้อีก
    #2,823
    0
  3. #2678 Som O Usanee (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 30 กันยายน 2558 / 15:58
    โธ่ น้องเบลจ๋า พี่หมอรุกหนักมากนะเออ แค่นี้ยังใจสั่นหวั่นไหว เดี๋ยวเจอพี่หมอรุกหนักกว่านี้หนูจะทำยังไงล่ะคะลูก คิคิ ใจอ่อนก็บอกว่าใจอ่อนนะน้องเบล ฮ่าๆๆ พี่หมอหายไปก็กระวนกระวายคิดถึงพี่หมออ่ะดิ กิ๊วววววววววว พอเขามาแล้วทำเป็นไม่รู้สึกอะไร ดีนะที่พี่หมอตื๊อเก่งมาก ฮ่าๆๆ พี่หมอน่ารักอ่ะ น้องเบลก็งอแงน่ารักดี
    #2,678
    1
    • #2678-1 a solphase(จากตอนที่ 48)
      30 กันยายน 2558 / 17:23
      คุณส้มโอ รบกวนไปกรอกรายละเอียดการขอรับรางวัลในฟอร์มให้เราด้วยนะต้ะ
      #2678-1
  4. #2677 mini_mickey (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 30 กันยายน 2558 / 06:17
    ง้อวววววววว น่าจะต่ออีกอีกสักตอนอ่าแล้วก็เบลนะทำปากดีไม่ได้คิดอะไรเหรอคิดถึงแทบใจจะขาดสิไม่ว่าชอบหมอก็บอกหมอดิรอเขาอยู่ดีใจแค่ไหนไม่จำถ้าหมอหายอีกสักรอบจะสมน้ำหน้าให้
    #2,677
    0
  5. #2676 อิงะเดะมอ (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 30 กันยายน 2558 / 04:56
    แค่นี้เบลก็จะละลายแล้วค่ะพี่หมอออ นี้ก็ไปครึ่งใจแล้วใช่ป่ะเบล แต่ตอนหน้าพี่โมจะมา อ้ายยยย พี่โมมมมม
    #2,676
    0
  6. #2674 KyaMina137 (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 29 กันยายน 2558 / 18:50
    อย่าปล่อยให้หมอปาล์มลอยนวล เออ ไม่ใช่ละ อย่าปล่อยหมอปาล์มไปนะเบล ชอบที่พีชบอก เอาใจเขาไปเลย
    ปล.รอหนังสือด้วยความตื่นเต้น ทั้งสองภาคเลย จะไปบนอยากได้พวงกุญแจเกียร์จัง
    #2,674
    0
  7. #2672 mini_mickey (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 27 กันยายน 2558 / 06:07
    ง้อแล้วต้องหายเลยนะเบลอย่าเล่นเยอะเดี๋ยวอด
    #2,672
    0
  8. #2671 Som O Usanee (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 27 กันยายน 2558 / 05:00
    กิ๊วววววววววว น้องเบลก็หวั่นไหวกับพี่หมอปาล์มนี่นา ไม่ต้องคิดมาก ปรึกษากูรูอย่างน้องพีชแล้วคิดอะไรได้เยอะเลยโน๊ะ คิคิ น้องพีชคือผู้มีประสบการณ์จ้า ฮ่าๆๆ พี่หมอหายไปน้องเบลก็คิดถึงอ่ะโน๊ะ พี่หมอมาแล้วก็บอกพี่หมอด้วยล่ะว่าคิดถึง คิคิ
    #2,671
    0
  9. #2662 อิงะเดะมอ (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 20 กันยายน 2558 / 23:41
    กรี๊ดดดดดดดดด ขอเราเถอะพวงกุญแจพี่โม พี่โมที่ร้ากกกกกกก ว่าแต่โดนไซโคแบบนี้แสดงว่าเริ่มเขวแล้วซินะ
    #2,662
    0
  10. #2661 Som O Usanee (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 20 กันยายน 2558 / 23:21
    เสร็จแน่น้องเบลจ๋า
    #2,661
    0
  11. #2655 หมูน้อยอ้วนกลม (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 20 กันยายน 2558 / 21:33
    ช่าย.. บางทีเด็กดีก็รวน..เอาของที่อัพเมื่อ3ปีที่แล้วมาเป็นอันล่าสุดด้วย... พิซอลใจดีจริงนี่ยืนยัน ฮิฮิ ไซโคกันเข้าไปปปป
    #2,655
    0
  12. #2654 mini_mickey (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 20 กันยายน 2558 / 19:18
    อย่าไซโคคคคคคคคคคคคคคคคคคค
    #2,654
    0