DOGMATIC LOVE (Yaoi) | รับน้องป่วนๆกับก๊วนวิศวะ

ตอนที่ 47 : Season 2 | Ch 11 Accidentally in....

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,302
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 10 ครั้ง
    20 ก.ย. 58







11

Accidentally in…..

 




 

“และวันพรุ่งนี้...น้ำตาของคุณจะเป็นของผมเพียงคนเดียว เข้าใจใช่ไหมครับ”

 


น้ำเสียงทุ้มถอดบอกแถมยังส่งยิ้มอุ่นๆมาให้ทำเอาผมมองเจ้าตัวตาปริบๆ จะว่าไปก็คุ้นๆเหมือนเคยได้ยินประโยคเชิงนี้จากไหนสักแห่งมาก่อน พอคิดไปคิดก็นึกออกว่านี่มันมาแนวเดียวกับพี่โมเลยนี่หว่า


 

แอะ...เลี่ยนสัส


 

ตอนแรกก็เสียใจหละนะ แต่พอเจอมาดนี้ของพี่เขาเราเลยต้องกลับมาจุดที่ตัวเองควรตั้งสติ ไอ้ที่ปล่อยไก๋ไปเมื่อกี้เทแม่งไป แล้วนี่ยังไงพี่เขาต้องการที่จะตุ๋ยผมใช่ไหม? ถึงได้มาทำท่าทีแบบนี้ อู้วหู้ววววววว คิดได้แล้วขนแขนแสตนด์อัพเลยครับ!

ไม่ได้การต้องรีบปลีกตัวออกจากจุดนี้นาว เอาตรงๆถึงผมจะชอบเพื่อนสนิทตัวเองแต่ไม่ได้แปลว่าชอบมั่วๆนะเว้ย เอาจริงก็ชอบมองสาวๆขายาวๆขาวๆนุ่งสั้นๆแบบผ่าหน้าผ่าหลังอย่างใจถึงมีน้ำใจเผื่อแผ่ให้คนไม่เคยเห็นได้ดูมั่ง แต่นี่อะไรปริมาณผู้ชายก็น้อยอยู่ล้ะ แล้วพี่เขายังจะเอาผมแบบนี้แล้วสตรีจะอยู่ยังไง

 


ต้องถึงกับร่ำไห้แน่ๆที่เสียผู้ชายหน้าตีๆแบบผมไปอีกคน

 


คิดหาทางออก ณ บัดนาวเลยไอ้เบลก่อนที่จะถูกหมอปาล์มแย่งชิงเอกราชที่เคยหวั่นไหวไป แต่หลังจากนี้มันจะดำเนินไปตามความถูกต้องเสียที! เบลคนดีกลับมาหาสาวๆแล้วววว

 


“หมอๆๆๆ เลี้ยวๆๆๆๆๆ แยกหน้าเลี้ยวซ้ายยยยย!

 


ระหว่างที่สมองคิดเพ้อเจ้อจนไม่ได้ดูว่าตอนนี้มาถึงทางแยกที่จะเดินทางกลับไปที่บ้านเรียบร้อยแล้ว และคงบอกช้าไปเพราะตอนนี้หมอปาล์มมันไม่ได้เลี้ยวซ้ายตามที่ผมบอกเพราะดันขับมาเลนส์ขวา

 


อิเสียดดด

 


เสียเวลาอยู่กับหมอมากขึ้นอีกห้านาทีจนกว่าจะเจอจุดกลับรถ หรือไม่ก็มากกว่านั้นถ้ารถติด เวรกรรมของเบลแท้ๆ เป็นเพราะแกล้งเพื่อนไว้มากรึเปล่าฟ้าถึงไม่ได้เป็นใจให้ผมขนาดนี้ครับ?

 

คร่ำครวญชะตาชีวิตตัวเองไปได้สักพักตาก็เหลือบไปเห็นรถหมอขับเลยที่กลับรถไปแล้วเรียบร้อย เดี๋ยววววววววว เลยยยยยยย อิหมอปาล์มมึงขับเลยที่กลับรถแล้วโว้ยยยยย!!

 


โฮรกกกกกก จกไส้แม่งงงงงงงงงง!!!

 


“ทำไมหมอพามาทางอื่น ผมบอกให้เลี้ยวแยกเมื่อกี้ไงครับ”ผมหันไปถามอิหมอปาล์มที่ยังทำหน้าระรื่นฮัมเพลงลัลลามากสิอิหาร์ตอนนี้เลยบ้านกูไปไกลแล้วจย้า

 

“พี่รู้ครับ”

 


เดี๋ยวนะ...รู้?

รู้แล้วมึงไปกลับรถวะ????? ว้อท???

 


“รู้แล้วไมหมอไม่เลี้ยว?”

 


เอาซี่...รู้ไว้เลยนะว่าเบลนี่ไม่ติ๋มนะครับ ถูกสังคมวิดวะขัดเกลามาอย่างดี เห็นนิ่งๆแบบนี้สู้คนนะเว้ยยยยยย!

 


“จะให้พี่ปล่อยเรากลับบ้านในตอนที่รู้สึกแบบนี้ได้ยังไงกับครับ ทำอย่างนั้นพี่ก็ห่วงเราแย่เลย”

 

 

อื้อหือ....ละมุนสัสสัส....

มาเต็มแบบฉบับพระเอกละครช่องเจ็ด นี่พี่เป็นร่างโคลนิ่งพี่พงศ์กร ปีสี่ อดีตเฮดว้ากที่เสี่ยวๆป้ะครับบ???

เอาที่สบายใจครับ ช่วยดูอารมณ์นี่ตอนนี้ด้วยว่ามันเลิกพีคไปนานล้ะ อยู่ในอารมณ์สะพรึงกับมุกลิเกของหมอแทนเนี่ย!!!

 

 

สุดท้ายผมก็ยอมนั่งนิ่งเป็นตุ๊กตาหน้ารถที่เอาแต่มองวิวทิวทัศน์ระหว่างทางที่เจอแต่เสาไฟฟ้า บ้านเรือน อิป้าที่แคะฟันอยู่ที่เหลังรถแท็กซี่สีบานเย็น รถสองแถวที่แม่งขับรถอย่างกับมอไซต์แทรกซ้ายแทรกขวาไม่ยำเกรงแม้กระทั่งรถเมล์

 


กราบ....รถติดขนาดนี้หมอจะพาผมไปไหนครับ???

 

 

กริบ...

พอหันไปมองเจ้าของรถที่บังคับพวงมาลัยมือเดียว อีกมือข้างหนึ่งกุมเกียร์เอาไว้ ฮัมเพลงอย่างอารมณ์ดีซึ่งโอเคยอมรับว่าหมอปาล์มดูดี ดูหล่อ ดูแฮนซั่มมาดแมนมากๆถ้าไม่คิดว่าเป็นหมอคงมีแมวมองพาไปเล่นละคร แต่แบบนี่ไม่ใช่อารมณ์ป้ะ???

 

มองหน้านี่แล้วช่วยบอกทีว่าพาไปไหน คนมีพ่อมีแม่นะเว้ย ถึงพ่อนี่จะทำงานอยู่ต่างประเทศก็เหอะ!

 

 

ไม่ทันที่ด่าได้นานร่างสูงก็เลี้ยวเข้ามาในบริเวณที่เรียกว่าสวนสาธารณะที่สร้างขึ้นอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ในสะพานที่ขึ้นชื่อว่าโรแมนติกสุดในกรุงเทพ นั่นคือสะพานพระรามแปดนั่นเองจย้า

 


โอ้โห้ โคตรเซอร์ไพร์ซจังเลยยยย

 

 

“ลงมาสิครับ พี่ว่าตัวเล็กต้องชอบที่นี่แน่ๆ”

 


มึง-เอา-อะ-ไร-มา-ตัด-สิน-ว่า-กู-ชอบ!!!!

กูกลัวน้ำเว้ย!!!!

 


ผมพยายามตีหน้านิ่งเมื่อถูกเจ้าของรถเชื้อเชิญให้เดินลงมาจากรถ หมอก็พระเอ๊กพระเอกรีบลงจากรถวิ่งอ้อมมาเอาไม้ค้ำยันให้ผมแถมเปิดประตูให้ด้วย ไม่พอครับไม่พอยื่นแขนสองข้างราวกับว่าเจ้าตัวมาช่วยอุ้มผมออกจากรถ

 


หมอ...นี่อายุสิบเก้าหละ...ไม่ใช่สี่ขวบนะ...

 

 

“ผมลงเองได้ครับ”ผมบอกออกไปโดยที่หมอปาล์มเองก็หัวเราะเสียงใสขึ้นมาเชียว เจ้าตัวพยักหน้ายอมถามให้ผมไถลตัวลงจากรถพร้อมกับไม้ค้ำยันของตัวเองได้แต่โดยดี

 


คือหมอมึงจะพากูมาลำบากทำไมเนี่ย ขาเป๋ก็ว่าแย่แล้ว ยังต้องมาลำบากกระดึ๊บๆตามหมอมาอีก แน่จริงเอารถเข็นมาดิ๊ ขี้เกียวโว้ยยยยย!!

 

 

“ตัวเล็กเดินดีๆนะครับ ให้พี่ช่วยพยุงไหมเอ่ย...”

 


นี่หมอจะพามาพักผ่อนให้ดีขึ้น หรือจะพามาทำคะแนนวะ?

นี่เริ่มสงสัยหละ

 

 

เอาจริงๆมันก็เกือบจะดีอยู่หรอกถ้าหมอจะปล่อยให้ผมเดินอยู่บนทางเดินในสวนสาธารณะแบบเดิม แต่แฟนตาซีกว่านั้นจ้า อิหมอปาล์มพาผมไปรับลมที่ริมแม่น้ำ

 


โฮร้วววววววว

 


“ลมเย็นสบายดีนะครับ”

 


คร้าบบบบบ เย็นยันหลังกูเนี่ย!

 


“แล้วทำไมเหงื่อตัวเล็กออกเยอะจัง อากาศก็ไม่ได้ร้อนมากนี่นา หรือจะเป็นไข้ครับ?”

 


ม่ายยยย ไม่ได้เป็นอะไรทั้งนั้นแหละ กูกลัวน้ำ!!!!

 


“เบล..?”เสียงหมอปาล์มเอ่ยถามขึ้นอีกครั้งหลังจากที่เสื้อยีนส์ราคาแพงที่เจ้าตัวกำลังสวมใส่นั้นถูกผมดึงจับอยู่ เขาทำหน้าสงสัยเล็กน้อยกับท่าทีสั่นๆที่เกิดขึ้น และผมบอกเลยว่าตอนนี้ผมไม่โอเคเลย...

 

 



“หมอ...ผมอยากกลับบ้าน...”ผมเอ่ยออกไปเสียงแผ่วเบา อยากเป็นบ้ามากเมื่อความทรงจำวัยเด็กเผลอวูบไหวเข้ามาในสมอง ความกลัวที่คิดว่าจะฝังอยู่ในห้วงความทรงจำกลับคืนย้อนมาทำร้ายกันอีกครั้ง

 

 


วันที่เขาตกท่าน้ำหลังบ้านยายที่ราชบุรี

วันที่เด็กตัวเล็กที่ว่ายน้ำไม่เป็นตะกุยตะกายขอความช่วยเหลือ

วันที่เบลจำได้ว่าภาพสุดท้ายคือมวลอากาศมากมายพวยพุ่งขึ้นไปสู่ด้านบนที่มีแสงสว่างวงเล็กที่รับรู้ว่าตรงนั้นคือผิวน้ำ

วันที่คิดว่าคงไม่รอดชีวิตแล้ว และทำให้เบลหลีกเลี่ยงการอยู่ใกล้แม่น้ำหรือสระว่ายน้ำอีกเลย

 

 


จนกระทั่งวันนี้...

 

 

 







 

 

“ตัวเล็กโอเคไหม?”

 

เสียงเอ่ยถามขึ้นเมื่อรถยนต์คันหรูถูกจอดลงหน้าประตูร้านขายยา ผมส่ายหน้าเล็กน้อยแทนคำตอบ เอาจริงๆยอมรับเลยว่าใจแม่งโคตรสั่น โคตรพีค แบบไม่ใช่พีคเพราะพี่เขานะ เพราะผมนี่กลัวน้ำเนี่ยะแหละ

 

ใจจะวายสั่นแล้วสั่นอีกโคตรรู้สึกจะไม่ปลอดภัย!

 

“พี่ว่าพี่ลงไปดูอาการตัวเล็กในบ้านสักหน่อยดีว่า หน้าเราดูซีดมาก”

 

อิหมอปาล์มนี่ยังไงวะ ก็บอกว่าไม่เป็นไรไงทำไมถึงเซ้าซี้ โว๊ะ!!

 

“ไม่เป็นไรครับ ผมโอเค ขอบคุณมากนะครับที่พามาส่งบ้าน”ผมรีบตัดบทพร้อมกับเดินลงจากรถแม้จะทำเก่งแบบพรวดพราวให้เจ็บขาข้างที่ใส่เฝือกนิดๆแต่ก็พอทนได้ดีกว่ามานั่งให้ถามทู่ซี้น่ารำคาญแบบนั้น

 

ก็รู้ว่าเขาห่วง และก็รู้ว่านิสัยไม่ดีมากๆที่แสดงกิริยาแบบนั้นไป แต่ให้ทำไงอ่ะ เขาไม่ได้ต้องที่จะได้รับความช่วยเหลือเหล่านั้นเสียหน่อย

 

“กลับมาแล้วครับ แม่หวัดดี”เบลลากขาตัวเองเดินเข้าร้านขายยาที่เป็นร้านที่ถูกเปิดบริเวณหน้าบ้านของตัวเอง แม่ที่เป็นเภสัชกรนั่งอ่านหนังสือพิมพ์ที่ตู้ยาหน้าร้านก็เงยหน้ามารับไหว้ของผมก่อนจะชะโงกหน้ามองรถที่เพิ่งขับออกจากหน้าร้านไป

 

“ไม่ใช่รถน้องพอลหนิ ใครมาส่งหละลูก”แม่เอ่ยถามเมื่อเห็นว่ารถยนต์คันเมื่อครู่ไม่ใช่รถเก๋งสีบอร์นเงินคันเดิมที่ทำหน้าที่เป็นสารถีขับมารับมาส่งอย่างทุกวัน

 

“หมอปาล์มอ่ะแม่”เขาตอบออกไปอย่างไม่ยี่หระ ไม่อยากต่อบทสนทนาด้วยเพราะวันนี้เหนื่อยจะแย่ ร่างกายโคตรล้าแถมสภาพจิตใจก็ไม่โอเคอีกต่างหาก ตอนนี้เบลอยากจะทิ้งตัวลงบนเตียงกว้างในห้องนอนแล้วหลับยาวๆสักสองสามชั่วโมงก่อนจะตื่นมาทำการบ้านต่อ

 

“หมอปาล์ม? หมอหล่อๆที่เป็นเจ้าของไข้เราอ่ะนะ?”

 

ทำไมวันนี้แม่ผมขี้สงสัยจัง?

 

“อื้อออออออ”

 

“อ้าวแล้วไปเจอกันได้ไง ทำไมหมอมาส่งได้หละแกไม่เข้าเวรหรอ หรือเบลไปโรงพยาบาลมา เป็นอะไรรึเปล่าลูก?”

 

มาเป็นชุดเชียวคุณสุกัญญา จะเริ่มตอบคำถามไหนก่อนดีคร้าบบบบบบบบ

 

“ไม่ๆเจอหมอที่มอ โดนเพื่อนทิ้งหมอเห็นหมอเลยพามาส่งบ้าน โอเคป่าว”ผมตอบออกไปก่อนจะทิ้งตัวนั่งลงบนโต๊ะกินข้าวที่อยู่หลังร้าน ไม่วายแม่ยังเดินตามมาสักถามอย่างคนไม่หายข้องใจ

 

“แล้วหมอไปทำไรที่มหาวิทยาลัยเราหละ?”

 

นี่คุณสุกัญญาเป็นเภสัชหรือโคนันยอดนักสืบครับ?

ซักไซ้ไล่เรียงจะเอาความจริงเสียเหลือเกิน

 

“ไม่รู้อ่ะแม่ หมอเขาไม่ได้บอกเบล”

 

“สงสัยหมอเขาคงมีธุระแหละ เออแล้วเราเป็นอะไรรึเปล่าหน้าซีดๆ”

 

บทแม่จะเข้าใจง่ายก็เข้าใจเออเองเสร็จสรรพ แล้ววกมาสังเกตร่างกายของผมอย่างที่คนเป็นแม่ทุกคนคงต้องทำเหมือนกัน ผมส่ายหน้าแบบลูกที่ดีไม่อยากให้แม่เป็นกังวล ก่อนจะหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเล่น นั่นเป็นสัญญาณบอกให้แม่รับรู้ว่าผมไม่พร้อมจะตอบคำถามใดๆจากแม่แล้วนะ จงหยุดเซ้าซี้แต่เพียงเท่านี้

 

และแม่ก็เหมือนจะรู้จักนิสัยของผมดี เพราะตอนนี้เจ้าตัวกลับไปประจำหลังเคาน์เตอร์ยาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทิ้งให้ผมได้อยู่ในมุมสงบตรงนี้คนเดียว

 

เอาจริงๆผมเองก็มีเรื่องสงสัยในสมองมากมายแบบที่คิดว่าถ้าถามเพื่อนๆในกลุ่มก็คงให้คำตอบได้ไม่ดีนัก รวมไปถึงตอนนี้ทุกคนก็เทไปคบเพศเดียวกันเสียหมดจนตอนนี้เหลือเพียงแต่ผมคนเดียวที่ยังเอาแน่เอานอนไม่ได้

 

ความจริงแล้วเด็กๆอย่างเราจะทำหรือจะลองอะไรก็ได้แหละ ด้วยเหตุผลที่ว่าเพราะเรายังเป็นเด็กอยู่ แต่หากอนาคตข้างหน้าจะเป็นอย่างไรก็ว่ากันไป เอาจริงๆวันดีคืนดีเพื่อนในกลุ่มเขาคนใดคนหนึ่งอาจจะกลับมาสู่ทางเดิมแล้วคบผู้หญิงเหมือนเดิมก็ได้ใครจะไปรู้

 

นั่นคือเหตุผลว่าเด็กอย่าเราจะริลองอะไรก็ได้ ยังไงก็ยังมีโอกาสรออยู่

 

แต่หากเป็นสังคมจริงๆหละ?

 

คนที่มีหน้าที่การงาน คนที่ได้รับการเคารพนับถืออย่างหมอปาล์มที่ทำตัวแปลกๆใส่เขาราวกับกำลังขายขนมจีบแบบนี้ หมอจะถูกมองยังไงหรอ? หรือหากเวลาผ่านไปแล้วหมอมารับรู้ว่าทางที่ตัวเลือกมันเป็นทางที่ไม่ใช่ หมอจะทำยังไง?

 

ในเมื่อผู้ใหญ่ไม่ได้มีข้ออ้างแบบเด็กๆอย่างผม

 

 

 

“แม่...”ผมเอ่ยเรียกผู้หญิงวัยกลางคนที่ตอนนี้ได้ให้ความสนใจไปที่หนังสือพิมพ์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่พอได้ยินเสียงเรียกเธอก็เงยหน้ามาสบตา

 

“ว่าไง..”

 

 

“แม่กับพ่อนี่ใครจีบใครก่อนอ่ะ?”ผมถามออกมาเพราะอยากรู้ เอาจริงๆเด็กทุกคนก็อยากรู้แหละว่าความสัมพันธืของพ่อแม่เริ่มมาจากจุดไหน ทำไมถึงได้รับกันยาวนานจนมีผมที่อยู่ตรงนี้

 

“อารมณ์ไหน?”

 

 

“ตอบมาเถอะน่า”

 

 

“ไม่มีใครจีบใครก่อนอ่ะ”แม่ตอบออกมาหน้าตายสายตากลับไปสนใจเจ้าหนังสือพิมพ์ในมือเหมือนเดิม

 

“เอ้าทำไมไม่มีใครจีบใครก่อนอ่ะ?”

 

“ก็พ่อแกจีบเพื่อนแม่”

 

“อ้าว?”

 

“แล้วเพื่อนแม่มันคิดว่าพ่อแกจีบแม่แต่เข้าทางมันมันเลยแซว เอาจดหมายที่พ่อแกเขียนจีบมันมาให้แม่”

 

“แล้ว?”

 

“พ่อแกมันก็เลยหันเหมาทางแม่อ่ะดิ เพราะเพื่อนแม่ไปคบกับเพื่อนสนิทมัน”

 

“ห้ะ?”

 

“ก็ไม่รู้ดิ พอมันเฮิร์ทเลยปลอบ สุดท้ายก็แต่งงาน แล้วก็มีแกนี่ไง”

 

แฟนตาซีสัสๆ นี่แบบพ่อกับแม่คือสตัดดี้เคสเลยนะเนี่ย คือไม่ได้มีใครปิ๊งใครก่อน แต่เพราะโดนเพื่อนเทมาเลยได้กันจนมีผมเนี่ยโคตรจะเหลือเชื่อ...

 

เอาจริงๆนั่นก็แปลว่าความรักมันไม่มีอะไรแน่นอน รึเปล่าวะ?

 

 

หรือยังไง?

 

 

“แล้วทำไมแม่ถึงยอมแต่งงานกับพ่ออ่ะ?”

 

“ถามแปลก ก็รักหนะสิถึงยอมแต่งงานด้วย”

 

“เอ้า ก็เมื่อกี้บอกว่าพ่อจีบเพื่อนแม่”

 

“ก็มันโดนเทจากเพื่อนฉันนะสิ มันเลยมาทำดีจนฉันไขว้เขว่เนี่ย!

 

“หรออออ ไม่ได้แอบชอบเขาตั้งแต่เขามาจีบเพื่อนแล้วหรอกหรออออ” นึกสนุกครับ พอเห็นแม่ทำท่าทางเหมือนรำคาญที่โดนถามก็อยากแกล้ง แต่ไม่คิดว่าไอ้ที่ถามไปทำเอาคุณนายสุกัญญาถึงกับถอดแว่นแล้วหรี่ตามองผมส่งเลเซอร์บีมมาให้แบบ ถ้ามึงแซวมึงตาย!

 

“เออ! ก็ชอบสิยะพ่อแกมันหน้าตาขี้เหร่รึไงเล่า!

 

จบเลย...

แหมมมม ชอบเขาก็บอกเหอะ... แต่เดี๋ยว...

ทำไมภาพที่ผมแอบมีใจให้เพื่อนสนิทมันถึงได้วกกลับมาอีกครั้ง..

 

 

“ในเมื่อคนที่เค้ามาทำดีกับเราเยอะๆแบบนั้น ถ้าไม่รักก็แปลกคนแล้วหละ”

 

 


เอะ....คุ้นๆแหะ...

 

 

 

 





 



(Palm –Side)

 


 

หลังจากที่ผมมองร่างของเบลเดินเข้าบ้านไปเรียบร้อยแล้วก็ออกรถเพื่อเดินทางกลับบ้านของตนเองบ้าง เอาจริงๆแล้ววันนี้ค่อนข้างเป็นวันที่ผมมีความสุขไม่น้อยที่ได้ทำอะไรอย่างที่ใจต้องการเสียทีหลังจากได้เป็นแต่ฝ่ายมองอยู่ห่างๆมานาน

 

ความจริงแล้วผมไม่มั่นใจว่าเรื่องทุกอย่างมันเริ่มต้นมาจากตรงไหน อาจจะเริ่มจากการแอบเห็นอะไรบางอย่างเมื่อสี่ปีก่อนก็เป็นได้หละมั้ง จำได้ว่าวันนั้นผมกลับมาจากการเป็นแพทย์ฝึกหัดที่โรงพยาบาลต่างจังหวัดเพื่อมาประจำโรงพยาบาลที่ได้รับการตอบรับบรรจุในกรุงเทพ วันนั้นที่เขาได้วันพักผ่อนหลังจากการฝึกงานแสนยาวนานจบลง ระหว่างที่นอนอ่านหนังสืออยู่ที่ระเบียงห้องนอนที่สามารถเห็นสระว่ายน้ำส่วนกลางของที่บ้านเขาก็พบเพื่อนของลูกพี่ลูกน้องที่กำลังเรียนอยู่มัธยมปลายหมาดๆ ที่มานั่งทำรายงานกันตรงบริเวณนั้น

 

ใบหน้าอ่อนเยาว์นั้นมักมีรอยยิ้มละมุนในลูกพี่ลูกน้องของผมเสมอ ดวงตาเป็นประกายที่เอาแต่จ้องมองทุกอากับกิริยาที่ลูกพี่ลูกน้องของผมทำ ตามใจทุกอย่าง แม้กระทั่งมุกห่วยๆที่ผมมองว่ามันไม่ตลก แต่เด็กคนนั้นกลับหัวเราะดังลั่นอย่างชอบอกชอบใจ

 

นั่นคงเป็นความรู้สึกแรกที่ทำให้ผมจับจ้องมองเด็กคนนั้น คนที่เอาแต่จ้องมองไปที่คนๆเดียวเสมอๆด้วยความรู้สึกเดิมๆ

ผมเป็นคนหนึ่งที่รู้ว่าเด็กคนนั้นชอบลูกพี่ลูกน้องของผมมากแค่ไหน แม้เจ้าตัวจะไม่เคยพูดออกมา

 

น่าแปลกที่ทุกครั้งที่เด็กคนนั้นมาบ้านผมมักจะมีวันหยุดตรงกันเสมอ ทั้งที่หมออย่างเราไม่ค่อยมีวันหยุดเสียเท่าไหร่ จนผมเริ่มรู้สึกแปลกใจในความบังเอิญหลายๆครั้งที่ทำให้ผมสามารถมานอนอ่านหนังสือที่ระเบียงห้องและได้มองเจ้าตัวทำกิจกรรมอะไรมากมายกับลูกพี่ลูกน้องของตัวเอง

 

และความบังเอิญครั้งล่าสุดที่ผมได้เป็นแพทย์ที่เวรดึกในวันที่อีกคนโดนส่งมาที่โรงพยาบาลพอดี หน้าที่แพทย์ที่ให้การรักษาเคสฉุกเฉินนี้จึงเป็นของเขาโดยชอบธรรมแบบที่ไม่ต้องไปร้องขออะไรเลย และนั่นก็เป็นเหมือนจุดเริ่มต้นของผมจริงๆเสียที เพราะการรักษาครั้งนี้มันทำให้ผมรู้ว่า สถานะของทั้งคนระหว่างเด็กคนนั้นกับลูกพี่ลูกน้องของผมไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป

 

ทุกอย่างดูเป็นใจไปหมด ราวกับฟ้าเปิดโอกาสให้

 


“คุณปาล์มมาถึงแล้วหรอคะ คุณพอลเธอมารอคุณอยู่ที่ห้องรับแขกหนะค่ะ”ป้าแช่มเอ่ยบอกหลังจากที่เดินเข้ามาต้อนรับผมที่หน้าประตู ได้ยินเท่านั้นก็หันไปขอบคุณคุณป้าแม่บ้านที่ดูแลผมมาตั้งแต่เด็กพร้อมกับบอกให้เธอไปพักผ่อนเนื่องจากเวลาก็ล่วงเลยเวลาทำงานมานานแล้ว

 

พอรู้ว่าใครมานั่งรออยู่สมองก็ดันหวนไปถึงเมื่อตอนเย็นที่เหลือบไปเห็นใบหน้าบูดบึ้งของลูกพี่ลูกน้องของตัวเอง

เด็กนั่นแสดงท่าทีไม่พอใจเสียเหลือเกินที่ผมเข้ามาทำหน้าที่แทนเจ้าตัวที่เคยทำก่อนหน้านี้ไปเสียหมด อีกทั้งเพื่อนในกลุ่มก็พลอยเห็นดีเห็นงามด้วยโดยไม่มีใครกีดกัน

 

ก็อย่างว่า คนที่ไม่มีพันธะอย่างผมมันก็มีภาษีดีกว่าคนที่มีเจ้าของแล้วอย่างเจ้าพอลอย่างแน่นอน

 

 

ผมฮัมเพลงอย่างอารมณ์ดีขณะที่สองมือล้วงกระเป๋ากางเกงเข้าไปในบริเวณห้องรับแขกของบ้าน เมื่อแขกที่มานั่งรอเห็นผมเดดินเข้าไปเจ้าตัวก็ลุกขึ้นจากโซฟาแล้วยกมือไหว้อย่างเด็กที่ควรพึงกระทำกับผู้ที่มีศักดิ์สูงกว่าอย่างผม และผมคงจะยกมือรับไหว้อย่างไม่ได้รู้สึกผิดแปลกอะไรถ้ากิริยางามๆแบบนี้ไม่ได้หลุดออกมาจากลูกพี่ลูกน้องที่ชื่อว่า “พอล”

 

“นี่หิมะจะตกรึเปล่าครับ จู่ๆคุณก็ยกมือไหว้ผมแบบนี้”ผมเอ่ยถามพร้อมหัวเราะขึ้นมาเบาๆระหว่างที่พาร่างตัวเองไปนั่งที่โซฟาอีกฝั่งที่ยังไม่มีใครจังจองพื้นที่นั่ง เจ้าพอลที่ทำหน้ามุ้ยไม่รับแขกเมื่อได้รับคำพูดเชิงแซวแถมเหน็บแนมไปให้แต่เจ้าตัวก็ทิ้งตัวลงนั่งที่เดิมแล้วกดยิ้มที่มุมปาก

 

“ผมว่า ถ้าพี่ไม่อยากโดนเด็กถอนหงอก พี่ควรจะเลิกกวนตีนเด็กนะครับ”

 

นั่นไง เจ้าเด็กแสบยอมกันเสียเมื่อไหร่หละ ไหนเล่าเจ้าเด็กตัวเล็กที่เอาแต่วิ่งตามผมขอให้พาไปเล่นเอย ร้องตามเวลาผมออกจากบ้าน ติดยิ่งกว่าแม่ตัวเอง แถมเวลาผมไปเที่ยวกับเพื่อนยังต้องกระเตงเจ้าเด็กนี่ไปด้วยอย่างพ่อลูกอ่อน แถมตอนจะสอบเข้าม.ต้นผมก็เป็นคนติวหนังสือให้ คอยสอนในสิ่งที่เด็กนี่เรียนไม่เข้าใจ ให้ตาย..โตขึ้นแล้วกลายเป็นเด็กนิสัยเสียงี้ดิ พอไม่เจอกันหลายปีหลังจากที่ผมต้องไปฝึกงานที่ต่างจังหวัดเด็กนี่ก็หมดความน่ารักไปในทันทีที่มีมากขึ้นคือความกวน

 

“เด็กอะไรเนี่ย ไม่น่ารักเลยผมนี่แก่กว่าคุณตั้งเยอะนะ ถึงสถานะจะแค่พี่ก็เถอะ อย่าลืมซี่ผมเคยติวหนังสือให้คุณด้วย”

 

เอาจริงๆผมไม่ได้ถือสาอะไรหรอกด้วยความที่เข้าใจว่าวัยรุ่นเป็นยังไง อีกอย่างก็ไม่ได้คิดอะไรมากด้วยคือหาเรื่องตอกกลับอีกฝ่ายบ้างและปรามแบบที่คนเข้าใจวัยรุ่นที่ไม่ได้พูดออกมาเชิงตำหนิ แต่พูดออกมาให้อีกฝ่ายรู้สึกและคิดได้ว่าควรปฏิบัติตัวอย่างไร แต่หากคำพูดนั้นเหมือนไปสะกิดต่อมเจ้าเด็กวัยรุ่นนี่กันหละทำไมต้องมาเลิกคิ้วสูงมองหน้าผมแบบนั้น

 

“จะทวงบุญคุณว่างั้น?”

 

 

อ่าหะ...ตอนแรกก็ไม่คิด แค่เด็กปูทางมาและผมก็เห็นช่องทางจะทำระโยชน์อย่างนั้นไม่ควรจะเพิกเฉยรึเปล่านะ?

 

“แหม...ถ้าผมจะทวงบุญคุณ มันก็ควรจะคุ้มค่าหน่อยจริงไหมครับ?”

 

ผมหัวเราะเบาๆในลำคอเมื่อได้ยินเสียงจิ๊ปากเบาๆของเด็กเอาแต่ใจตรงหน้า เจ้าพอลคงรู้สึกหัวเสียหน่อยๆที่โดนผมต้อนเข้ามาติดกับดักที่ตัวเองขุดไว้เองเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

 

“ผมว่าพี่ไม่ควรจะเรียนหมอ พี่ควรไปเรียนเป็นนักธุรกิจ ไม่งั้นป่านนี้คงได้กำไรเป็นกอบเป็นกำ”คำประชดคำใหญ่นั่นไม่ได้สร้างความขุ่นเคืองใจให้ผมแม้แต่น้อย เอาจริงๆผมค่อนข้างดีใจนะที่อีกฝ่ายเห็นว่าผมเป็นคนมีความสามารถขนาดนี้ จะว่าไปเรายังไม่ได้คุยสาเหตุที่แท้จริงที่เด็กนี่อุตส่าห์ลงทุนลงแรงเดินจากบ้านของตัวเองมาที่บ้านของผมเลยนี่นา

 

“แล้วยังไงกันหละครับ ถึงได้ลงทุนเดินมาถึงบ้านผมขนาดนี้ มีเรื่องจะคุยด้วยใช่ไหมหละ....น้องชาย”ผมถามออกไปอย่างตรงประเด็น ความจริงก็อยากจะแกล้งก่อกวนโมโหอีกฝ่ายอีกนิดหน่อยถ้าไม่ติดว่าพรุ่งนี้เขามีเคสผ่าตัดในตอนเช้าและไม่ควรนอนดึกสักเท่าไหร่หละนะ

 

 

“เอาจริงๆผมมีเรื่องจะคุยกับพี่นิดหน่อย”

 

“ครับ ถ้าให้ผมเดาคงจะไม่ยากเกินไป”

 

“อย่างที่พี่เข้าใจนั่นแหละ...ผมมาคุยเรื่องเพื่อนของผม”

 

“เพื่อน? เรื่องของตัวเล็กหนะหรอครับ”

 


อีกสักนิด ขอแกล้งอีกนิด เวลาที่เด็กนี่หน้าบูดมันน่าตลกจะตายไป

 


“เบล เขาชื่อเบล โปรดเรียกชื่อให้ถูกด้วยครับ”

 

ให้ตาย...ผมไม่อยากเชื่อเลยว่าเด็กนี่รู้สึกมากมายขนาดนี้แล้วทำไมถึงเลือกจะปล่อยมือจากตัวเล็กของผมกัน สงสัยคืนนี้จะยาวในเมื่อต่อมความรู้สึกอยากรู้มันดันทำงานเสียแล้วหละสิ J





หลังจากที่เรานั่งมองหน้ากันไปได้สักพักหลังจากที่เจ้าพอลเอ่ยย้ำว่าผมควรจะเรียกชื่อเพื่อนของเจ้าตัวให้ถูกมากกว่าสรรพนามที่ผมต้องการใช้เอง แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้ผมรู้สึกต้องการอยากจะทำตามคำขอของลูกพี่ลูกน้องคนนี้เสียเท่าไหร่ ด้วยความที่เด็กนี่มันนิสัยไม่น่ารักกับผมเอาเสียเลยหนะสิ

 

“ว่าไงครับ พรุ่งนี้ผมมีเคสผ่าตัด ถ้าคุณไม่รีบพูดผมอาจจะไม่อยู่รอฟังแล้วนะ”

 

ผมเอ่ยย้ำบอกให้เด็กตรงหน้ารู้ว่าเวลาที่ผมมีนั้นค่อนข้างจะจำกัด และในเมื่อีกฝ่ายมีความตั้งใจที่จะพูดอะไรก็ควรรีบๆพูดออกมาเสียที เพราะด้วยการที่ลงทุนลงแรงเดินจากบ้านมาหาผมที่เจ้าตัวไม่ได้ทำแบบนั้นมานานมากแล้วตั้งแต่ผมต้องไปฝึกงานต่างจังหวัด ความห่างระหว่างพี่น้องมันเริ่มชัดเจนจนตอนนี้อีกฝ่ายก็อยู่ในช่วงวัยรุ่นที่ใส่ใจเพื่อนมากกว่าครอบครัวอยู่แล้วด้วย

 

“ผมไม่รู้ว่าพี่คิดอะไรอยู่ที่เข้ามายุ่งกับเบล”

 

“ครับ?”

 

เสียงทุ้มแตกหนุ่มของลูกพี่ลูกน้องดังขึ้นเมื่อถูกเร่งเร้า แววตาดูวูบไหวราวกับว่าเจ้าตัวกำลังคิดว่าสิ่งที่ตนเองพูดไปเป็นสิ่งที่ถูกต้องรึเปล่า อาการกัดริมฝีปากล่างที่เจ้าตัวแสดงออกมาทำให้ผมรับรู้ได้ชัดเจนว่าเขานั้นไม่มั่นใจที่จะพูดออกมาเสียเลย ไอ้เจ้าสิ่งที่อยู่ในความคิดของตัวเองในตอนนี้หนะนะ

 

“ผมรู้จักนิสัยพี่ อาจจะพูดไม่ได้เต็มปากว่าเรารู้จักกันดีเพราะผมกับพี่ก็มีระยะห่างมาพอสมควรตลอดเวลาที่พี่ไม่อยู่ แต่พี่รู้ใช่ไหมว่าเบลเป็นเพื่อนคนสำคัญของผม”

 

“อ่าห้ะ”

 

ผมพยักหน้า อันที่จริงผมเองก็มีความคำถามมากมายเหมือนกันที่มอบให้เด็กคนนี้ได้เป็นฝ่ายตอบบ้าง แต่เพียงตอนนี้เขาต้องทำหน้าที่เป็นผู้ฟังให้ดี อย่าเพิ่งขัดอะไร เพราะการที่เราฟังให้มาก เราจะได้รู้ความต้องการที่แท้จริงของเขา

 

 

“ถ้าพี่คิดจะเล่นสนุกแบบที่พี่ทำอยู่ตอนนี้ ผมอยากให้พี่เลิก ผมไม่อยากให้เบลเจ็บไปมากกว่านี้”

 

“แบบที่คุณทำหนะหรอครับ?”

 

เพียงแค่คำพูดเดียวที่ผมพูดออกไปก็ทำให้เด็กที่อาแต่พ่นความต้องการอย่างเอาแต่ใจตนเองหยุดชะงัด เจ้าของใบหน้าที่มีเครื่องหน้าคล้ายคลึงกับเขาเงยหน้ามองอย่างตื่นตกใจไม่น้อยราวกับคนร้ายที่โดนจับได้ว่ากำลังทำอะไรไม่ชอบมาพากลอยู่ ก่อนที่จะหลบสายตาคาดคั้นความจริงจากผมไปในที่สุด

 

“ผมกับเขาเป็นเพื่อนกัน เราเป็นเพื่อนกันมานาน...”

 

น้ำเสียงแผ่วเบาที่หลุดออกมาจากปากเด็กตรงหน้าทำให้ผมรู้สึกสงสารนิดหน่อย พอจะเข้าใจสถานการณ์ของอีกฝ่ายดีว่าเป็นเช่นไร ผมก็เคยมีจุดนั้นเหมือนกัน จุดที่เรียกว่าเส้นกั้นบางระหว่างสถานะที่เราไม่อาจจะข้ามไปได้ถึงแม้ว่าใจต้องการเพียงไหนก็ตาม เพราะกลัวเหลือเกินว่าหากสถานะเปลี่ยนไปแล้วจากที่เคยดีอยู่แล้วสักวันหนึ่งมันจะแย่ลงและไม่อาจจะน้อนกลับไปดัง่วันวานได้อีก

 

สุดท้ายสิ่งที่เราทำคือการขุดหลุมให้ลึกที่สุดเพื่ออกลบฝังความรู้สึกต้องห้ามนั้นเอาไว้ไม่ปล่อยให้มันได้กลับคืนมาเพื่อนำพาควาเปลี่ยนแปลงที่แสนน่าหวาดกลัวระหว่างเราสองคน

 

มนุษย์เราก็มีความอ่อนแอ ขี้ขลาดแบบนี้กันทุกคนนั่นแหละ จะว่าไปใครจะไปกล้าเสี่ยงกับอนาคตที่ไม่แน่ไม่นอนที่จะสูญเสียคนสำคัญไปกันหละ

 

“แล้วยังไงครับ กับเด็กคนนั้นที่คุณคบด้วย ผมว่าคุณควรเอาคำที่คุณบอกผมเมื่อครู่ไปถามตัวเองดีไหมว่าคุณจริงมากน้อยแค่ไหนกับรุ่นน้องของคุณ”

 

“คนนี้ผมมั่นใจแล้วครับ แต่กับเบลผมเองก็ทำไม่ดีกับเขาและไม่อยากให้เพื่อนของผมคนนี้รู้สึกแบบนั้นอีก เขาคือคนสำคัญจริงๆ”

 

ผมลอบมองปฏิกิริยาของน้องชายที่ตอนนี้ไม่มีวี่แววก้าวร้าวอย่างก่อนหน้านี้แล้วเจ้าตัวดูเป็นกังวลและห่วงใยตัวเล็กของผมอย่างที่กล่าวอ้างว่าเป็นคนสำคัญ ถึงอย่างนั้นก็ไม่ได้แปลว่าเจ้าตัวไม่ได้รู้สึกอะไรกับเบลอีกต่อไปแล้ว รึเปล่านะ?

 

“คุณก็รู้จักผมนี่ อีกอย่างผมเองก็มั่นใจตัวเองพอที่จะรับผิดชอบทุกอย่างที่ผมได้ทำลงไป”

 

“ความรับผิดชอบกับความรักมันต่างกันนะพี่”

 

“ครับ...ผมรู้ แล้วคุณเอาอะไรมาเป็นเครื่องบ่งชี้หรอว่าผมทำไปทุกอย่างนั้นแปลว่าผมไม่ได้รักเบล?”

 

 

เป็นอีกครั้งที่เกิดความเงียบระหว่างเราสองคน พอลมองหน้าผมและผมเองก็ไม่ได้หลบสายตาจากอีกฝ่ายด้วย เพราะต้องการจะยืนยันอย่างบริสุทธิ์ใจว่าครั้งนี้ผมไม่ได้มาเพื่อกลั่นแกล้งหยอกล้อน้องชายอย่างที่เคยทำ แต่หากนั่นมันเป็นความจริงจังของผู้ชายคนหนึ่งที่หลงรักเด็กคนหนึ่งที่ไม่เคยมองเขาเลยมาตลอดระยะเวลาสี่ปีที่ผ่านมา

 

“ผมจะเชื่อใจได้ยังไง พี่อายุมากกว่าเบลตั้งเท่าไหร่ อีกอย่างข้างนอกพี่มีทั้งหน้าตา และฐานะที่จะมีใครหลายๆคนเข้ามาหาพี่ได้อยู่ตลอดเวลา โลกของพี่ และโลกของเบลมันไม่เหมือนกันหรอกนะครับ ผมจะมั่นใจได้ยังไงว่าถ้าพี่เข้ามาในชีวิตของเพื่อนผมแล้วเขาจะมีความสุข”

 

พอลพูดออกมาหลังจากที่เลิกเล่นเกมส์จ้องตากัน เจ้าตัวดูมีน้ำโหนิดหน่อยในปลายเสียงที่เอ่ยตอบออกมา และนั่นก็ดูน่าตลกที่เจ้าเด็กนี่เข้ามาตั้งคำถามแทนอีกคนไปเสียทุกอย่างราวกับเป็นเจ้าชีวิตยังไงอย่างนั้น

 

“ผมว่าเอาจริงๆแล้ว คุณควรให้เจ้าตัวตัดสินใจเองดีกว่าไหมครับ ผมว่านั่นเป็นชีวิตของเขา โลกของเขา เขามีสิทธิ์ที่จะเลือกว่าจะรับผมเข้าไปในโลกของเขาไหม คุณว่ามันถูกไหมหละครับที่ผมพูดไป?”

 

อีกครั้งที่พอลเลือกที่จะเงียบ และดูเหมือนว่าบทสนทนาระหว่างเราจะจบลงแล้วเมื่อเด็กอายุสิบเก้ายอมลุกขึ้นจากโซฟาทำท่าเหมือนจะอยากกลับบ้านเต็มทน

 

“ผมไม่รู้ว่าพี่คิดอะไรอยู่ แต่ที่ผมอยากจะบอกคือถ้าพี่ทำคนสำคัญของผมร้องไห้สักนิดเดียว ผมว่าพี่กับผมจะต้องได้เห็นดีกันแน่ๆ”

 

เสียงห้วนปลายเอ่ยขึ้นพร้อมกับเจ้าตัวที่ยกมือไหว้เพื่อเป็นการร่ำลา ผมเดินตามเด็กน้อยที่กำลังเดินออกไปจากบริเวณบ้านของผมพร้อมกับพิงตัวกอดอกมองเด็กคนนั้นเดินจากไปที่กรอบประตูใหญ่ แต่เดินไม่ทันเท่าไหร่ผมก็เอ่ยเรียกชื่อให้เจ้าตัวหันกลับมาเสียก่อน

 

“พอล...”

 

“...”

 

 

“หากไปถึงจุดนั้นจริงๆ วันที่เพื่อนของคุณมีน้ำตาหนะนะ...”

 

 

“...”

 

 

“หากถึงตอนนั้น ผมเองก็อยากให้คุณรู้ไว้อย่างหนึ่งนะครับ”

 

“....”

 

 

“ว่าน้ำตานั้นเป็นกรรมสิทธิ์ของผม ถ้าเขาเสียใจที่เกิดมาจากผม สิทธิ์การรักษาความเสียใจนั้นก็ต้องเป็นของผมเพียงแต่ผู้เดียว ดังนั้นผมอยากจะขอร้องสักหน่อยหากมีวันนั้นจริงๆ”

 

 

“...”

 

 

“เพื่อนอย่างคุณควรจะต้องรู้ดีว่าลิมิตการปลอบใจมันควรอยู่ที่เท่าไหร่ เพราะเขาคือคนสำคัญของคุณนี่นา...ใช่ไหมหละครับ J

 

 

 







TBC.



 

 


 





Talk: อิพิหมอปาล์มมันร้ายนะคะ ที่จริงเป็นตัวร้ายไม่ใช่พระเอกค่ะ 55555
แอบลงนิยายในออฟฟิศนี่มันเร้าใจดีจริงๆ TT



ช่วงนี้หายหน้าหายตา อย่าร้องไห้คิดถึงเค้านะ เค้าหายไปพรู๊ฟ + ปั่นตอนพี่ดีพ และสเป จัดรูปเล่ม ทำอาร์ตเวิร์กแก้ปกใหม่ บลาๆๆๆ
กิจกรรมเยอะราวกับทำบัตรไทยสไมล์


ปล. วันพุธ-พฤหัสนี้ซฟ.ไปทำงานที่ ม.แม่ฟ้าหลวง ณ เชียงรายนครเด้อ

เราจิกลับมาเมื่อท่านต้องการเรา 555555555555555
เรียกหาสิ เดี๋ยวจะมาหา กิกิ



Update:

พวงกุญแจตอนนี้เสร็จหมดแล้วจย้ะ กำลังคิดว่าจะแจกพวงกุญแจพิโม และน้องพีช อย่างละอันเพิ่มด้วย 
(ตอนแรกทำเกินไว้จะใช้เอง แต่เอามาแจกดีกว่า)

lสรุปพวงกุญแจที่จะรันดอมแจกคือ พวงกุญแจเกียร์ 15 อัน พวงกุญแจพิโม 1 อัน พวงกุญแจน้องพีช 1 อัน รวมเท่ากับ 17 คนที่จะได้นะต้ะ


คนที่ได้รางวัลที่ร่วมสนุกกันตั้งแต่ต้นปี (อย่าเพิ่งด่าเลา เลาไม่ได้ลืมต้ะ) + รายชื่อคนจองSS2 ที่ได้พวงกุญแจจะแจ้งชื่อให้ทราบอีกครั้ง
ในวันที่ 1 ต.ค. นี้น้า (คนได้รางวัลตั้งแต่ต้นปีจะให้ลิงก์คอนเฟิร์มที่อยู่อีกรอบเผื่อใครเปลี่ยน)

หนังสือน่าจะได้ประมาณกลาง ต.ค. แพคจัดส่งน่าจะแล้วเสร็จในปลายเดือนต.ค.น้า

ทุกอย่างดำเนินการโดนพิซอลคนเดียวไร้ลูกมือ อยากให้ทุกคนอดทนรอเค้าหน่อยน้า เค้าจะตั้งใจทำให้มันดีนะคะ .ส่งสายตาวิ้งๆ

เยิฟต้ะ <3




แอบเอารูปแบบในรูปเล่มมาโชว์นิดนึง ตอนนี้ยังสั่งไได้อยู่นะต้ะ สนใจกดลิงก์เลย SS2 [ จิ้ม ] SS1 [ จิ้มอีกรอบ ]






พิซอฟอไง จะใครหละ















.


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 10 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3,209 ความคิดเห็น

  1. #3111 POLUYA (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2560 / 17:49
    หมอร้ายมากกก
    #3,111
    0
  2. #2908 braben (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 3 มกราคม 2559 / 20:05
    คือ เฮ้อ! คดีพลิกไปมาหมดล่ะ พอลล โอยยย เอ้าๆ เลือกแล้วนะนายอยุ่ในจุดที่เลือกดีๆ อย่าก้าวออกมาทำอะไนที่มันจะเปนผลแย่ที่หลังเหอะ ทำเท่าที่ควรนะและที่เกินควรไปทำกับคนของตัวเองจะดีกว่า ไม่งั้นจะแย่เอานา เฮ้อชีวิต วัยรุ่นมันยากก
    #2,908
    0
  3. #2832 0954849200ni (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2558 / 21:55
    ไม่รักยังจะกั้กไว้อีกโด่ววว ไม่ได้ว่าเลยนะพอลความรุสึกเป็นแบบนั้นอ่ะ
    หมอปามร้ายนะแกรร
    #2,832
    0
  4. #2670 KiHaE*129 (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 21 กันยายน 2558 / 04:31
    ในความคิดพอลแมร่งเหมือนคนเห็นแก่ตัวเลยอ่ะ
    - -
    #2,670
    0
  5. #2649 nam-Sriyaphai (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 18 กันยายน 2558 / 15:30
    หมอปาล์ม บุกเลย สู้โว้ยยยยย
    #2,649
    0
  6. #2648 KyaMina137 (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 16 กันยายน 2558 / 21:47
    รอคอยจนกว่าหมอปาล์มกับเบลจะมีโลกของเรา ฮิ้วววว หมอปาล์มโหมดจริงจังบวกกวน... 55 ชอบอะ
    #2,648
    0
  7. #2647 Som O Usanee (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 16 กันยายน 2558 / 05:18
    พอล ฐานะในตอนนี้ทำได้แค่ห่วงนะ หวงไม่ได้ เพราะในเมื่อเลือกไปแล้วว่าจะเป็นแค่เพื่อน และพอลก็มีคนรักอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นในฐานะเพื่อนก็ทำได้แต่ห่วง พี่หมอปาล์มจะจริงจังแค่ไหนก็ต้องรอดู แล้วพอลรู้ได้ไงว่าหมอปาล์มทำเพราะแค่แกล้งพอลล่ะ? จะแล้วเด็กต้องลงทุนขนาดนี้ไหมลองคิดดู แม้จะก่งกันไปบ้างแต่พอลด่าน่าจะรู้นิสัยหมอปาล์มดีอยู่นะ แล้วเบลก็ไม่ใช่เด็กน้อยไร้เดียงสาที่ตัดสินใจอะไรเองไม่ได้ จะเลือกรับหมอปาล์มเข้ามาในใจหรือไม่มันก็เป็นสิทธิ์การตัดสินใจของหนูเบล เราเป็นเพื่อนทำได้แค่คอยเป็นห่วงและคอยอยู่ข้าง ๆ เวลาเพื่อนมีปัญหา แต่ไม่มีสิทธิ์ตัดสินใจแทนใคร ส่วนหมอปาล์ม สู้ ๆ สิคะ ไหน ๆ ก็ได้มาเจอกันแบบบังเอิญจนไม่นาเชื่อขนาดนี้ พรหมลิขิตแล้วต่อไปก่อปาล์มก็ลิขิตเองต่อจ้า คึคึ
    #2,647
    0
  8. #2646 { i M o O a U i } (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 15 กันยายน 2558 / 20:55
    รักพี่หมอ ถึงจะร้ายก็รัก อิอิ พอลห่วงได้ แต่อย่าหวงนะ คอยดูไปห่างๆ ก็ได้
    #2,646
    0
  9. #2645 mini_mickey (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 15 กันยายน 2558 / 15:30
    พี่หมอแอบร้ายแอบกวนประสาท
    #2,645
    0
  10. #2644 Tarn Ittipolpornchai (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 15 กันยายน 2558 / 13:31
    ไม่รู้จะสงสารใครดีอะตอนนี้5555 พี่ซฟ.คะหนูอยากอ่านพี่ดีฟอะอยากรู้ว่าคู่กับใครรรร
    #2,644
    0
  11. #2643 as_hh (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 15 กันยายน 2558 / 10:28
    พอลนี่ยังไงกันแน่
    #2,643
    0
  12. #2642 { i M o O a U i } (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 15 กันยายน 2558 / 08:06
    อยากจะรู้ความรู้สึกของพอลเหมือนกัน ดูเป็นคนเก็บความรู้สึกมากกก แล้วทำไมต้องหวงเพื่อนมากมายขนาดนั้น
    #2,642
    0
  13. #2641 mini_mickey (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 15 กันยายน 2558 / 07:51
    พอลนี่ยังไงชอบใครกันแน่เริ่มไม่เข้าใจ
    #2,641
    0
  14. #2640 อิงะเดะมอ (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 15 กันยายน 2558 / 02:03
    โฮะ เกียร์ที่ปกหนังสือเหมือนพวงกุญแจเลยอ่ะ งี๊ดดด ปกสวย ว่าแต่พอลเคยชอบเบลหรอ หรือว่าแค่ผูกพันธ์ อยากรู้สุดๆ
    #2,640
    0
  15. #2639 qtiedong (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 15 กันยายน 2558 / 01:16
    เหยยยยยหรือว่าอิพี่พอลก็เคยมีใจให้เบลลล
    #2,639
    0
  16. #2637 mini_mickey (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 12 กันยายน 2558 / 06:12
    รอๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ อยากอ่านล๊าววววววว
    #2,637
    0
  17. #2635 { i M o O a U i } (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 11 กันยายน 2558 / 08:24
    หนูเบลกลับตัวไม่ทันแล้วววว มาเป็นของหมอปาล์มซะดีๆ เค้าอยากอ่านต่อแล้ว แงๆ ปล หมอปาล์มน่ารักกกกก
    #2,635
    0
  18. #2634 Som O Usanee (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 11 กันยายน 2558 / 02:07
    อุ๊ตะ คุณสุกัญญาเลิศที่สุดอ่ะ ณ จุดนี้ปลื้มปริ่มกับคุณสุกัญญามากค่ะพูดเลย คนที่มาชอบเราเขาก็ไม่ได้ทำอะไรผิดนี่นาน้องเบล ไม่ได้ทำอะไรให้น้องเบลเดือดร้อนด้วยนะ อาจจะแค่ทำให้รู้สึกอยากแหวะบ้างกับบางประโยคเอง แต่ก็น่ารักนะเออ อย่าโกรธพี่หมอเลย พี่หมอไม่รู้สักหน่อยว่าหนูเบลกลัวน้ำอ่ะลูก แล้วดูสิ พี่หมอออกจะเป็นห่วงเป็นใยหนูเบลนะเออ
    #2,634
    0
  19. #2633 KyaMina137 (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 10 กันยายน 2558 / 21:11
    ฮือๆ เม้นท์แล้วไม่ขึ้น ชริเม้นท์ใหม่ก็ได้ บอกธงเชียร์ให้หมอปาล์มได้จัดการเบลอย่างเป็นทางการค่ะ น้องเบลไม่ต้องห่วงพี่ไม่ร่ำไห้ค่ะ กลับจะยิ้มดีใจที่ใจที่หนูตกเป็นของหมอปาล์มด้วยซ้ำ อย่าค่ะเบล อย่าถอดเฝือกโยนใส่พี่ เบลดูเริ่มจะแคร์หมอปาล์มบ้างแล้วนะเนี่ย
    #2,633
    1
    • #2633-1 a solphase(จากตอนที่ 47)
      10 กันยายน 2558 / 23:17
      น่าย๊ากกกกก มีเม้นซ้ำด้วย 5555 มันขึ้นน้า เค้าเห็นทั้งสองคอมเม้นของตัวเลย ขอบคุณนะคะ ขอให้นุ้งเบลใจอ่อนกะหมอปาล์มไวไว (มั้ง) 55555555
      #2633-1
  20. #2632 KyaMina137 (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 10 กันยายน 2558 / 21:07
    หมอปาล์มสู้ๆ หมอปาล์มสู้ตาย โบกธงเชียร์หมอปาล์มต่อไป เบลเนี่ยใจแข็งจริงๆ แต่ก็เริ่มเห็นว่าแคร์หมอปาล์มเปล่าแล้วนะเนี่ย เอ๊ะหรือคิดไปเอง
    #2,632
    0
  21. #2631 อิงะเดะมอ (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 10 กันยายน 2558 / 17:48
    นั่นดิ คุ้นๆ เนอะเบล
    #2,631
    0
  22. #2630 mini_mickey (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 10 กันยายน 2558 / 01:05
    เออ!!ใช่เขามาทำดีด้วยก็หวั่นไหวละน่าอย่าปิดโอกาสหมอปาล์มนะเบล
    #2,630
    0
  23. #2605 Ayumu W. (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 5 กันยายน 2558 / 12:27
    หมอเอาใจไปรัวๆ
    #2,605
    0
  24. #2598 Som O Usanee (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 2 กันยายน 2558 / 05:06
    ไรท์เตอร์เรียกหมอปาล์มมารักษาด่วนค่ะ ใช้ให้คุ้ม ไม่งั้นมัวแต่เอาเวลาไปจีบหนูเบล คิคิ
    #2,598
    0
  25. #2594 อิงะเดะมอ (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 1 กันยายน 2558 / 05:59
    หายไวๆ นะค่ะ
    #2,594
    0