DOGMATIC LOVE (Yaoi) | รับน้องป่วนๆกับก๊วนวิศวะ

ตอนที่ 45 : Season 2 | Ch 10 Accidentally

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,868
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 10 ครั้ง
    31 ส.ค. 58













10


"Accidentally"



 

 

ผมมองภาพตรงหน้าด้วยความรู้สึกมึนงงไปหมด รวมไปถึงหน้าเพื่อนในกลุ่มที่ตอนนี้ก็นั่งจ้องหน้าผมเพื่อต้องการคำตอบเช่นกัน ถลึงตาใส่ก็แล้ว ทำหน้าพยักเพยิดให้ก็แล้ว ผมก็ไม่มีคำตอบดีๆให้มัน

 


เอาตรงๆนะครับ ผมยังไม่รู้เลยว่าพี่แกมาทำไม?


 

“เอ่อ...หมอปาล์มครับ...”


 

“เอาอีกแล้วนะครับพี่พูดกี่รอบแล้วว่าอยากให้เราเรียกพี่ว่าพี่ปาล์มมากกว่า เรียกหมอดูไม่สนิทเลยอ่ะ”เสียงทุ้มเอ่ยตำหนิดังมาจากคนตัวสูงเจ้าของชื่อที่กำลังจัดแจงวางน้ำปั่นวางขนมที่อุตส่าห์ลงทุนไปซื้อมาให้ แถมยังใจดีซื้อมาเผื่อแผ่เพื่อนทั้งหมดของผมอีกนั่นทำให้รู้สึกเกรงใจตะหงิดๆ ถึงแม้ไม่ได้ออกปากร้องขออะไรเลยอ่ะนะ


 

ไอ้เพื่อนสามตัวที่เหลือแทนที่จะช่วยกันกับส่งสายตาระยิบระยับแพรวพราวจนอยากยกนิ้วกลางโชว์ให้เป็นรางวัลสักที ไม่ช่วยแถมยังซ้ำเติม เอาจริงๆผมควรจะชินกับนิสัยของพวกมันได้แล้วหละ


 

“เงียบ...น้องเบลต้องเรียกพี่ว่าอะไรครับ”หมอปาล์มละมือออกจากของกินตรงหน้าเรียบร้อยแล้ว เจ้าตัวทิ้งตัวลงนั่งข้างๆผมแล้วหันมามองหน้าอย่างคนต้องการคำตอบ


 

ต้องการอะไรกับสังคมครับหมอ...รักษาคนไข้มากจนสติไม่ดีรึยังไง?


 

“เอ้า!ไอ้เบล พี่เค้าถามทำไมไม่ตอบวะ”ไอ้โช ไอ้เพื่อนตัวแสบที่เปิดผ่าวงขึ้นมา เจ้าตัวยิ้มร่าหลังจากที่หมอปาล์มหันไปยกนิ้วโป้งให้ ก่อนที่มันจะทำไม่รู้ร้อนรู้หนาวกับปากของผมที่ขมุบขมิบพ่นคำสาปแช่งมันอยู่


 

บวกไปกับใบหน้าหล่อข้างกายที่ลุ้นเสียเหลือเกินให้ผมพูดคำที่ตัวเองต้องการออกมา เอาจริงๆมันก็ไม่ได้อยากที่จะพูดตามใจอีกฝ่ายหรอกนะ แต่นี่งงมากคือพี่เขาต้องการอะไรที่จู่ก็มาใส่ใจจนเกินขอบเขตของคำว่าหมอและคนไข้ไปหน่อย

 


“หมอปาล์มมีธุระที่มหาลัยนี้หรอครับ”ผมถามออกไปอย่างที่อยากถาม สีหน้าหงอยของเจ้าตัวเป็นการบอกผมได้ดีที่สุดว่าผิดหวังมากแค่ไหน เอาจริงๆไม่อยากจะใส่ใจอ่ะนะ ไม่ใช่กงการอะไรที่จะใส่ใจด้วย


 

“ใจร้ายจังเลยครับ”เสียงเง้างอดดังขึ้นเบาๆมาจากผู้ใหญ่ที่ทำตัวไม่สมวัยนั่นเริ่มทำให้ผมตั้งตัวไม่ถูกขึ้นมาอีกครั้ง พอหันไปขอความช่วยเหลือจากเพื่อนที่นั่งฝั่งตรงข้ามโต๊ะมันก็พากันแกล้งเมินใส่สนใจกับของกินตรงหน้ามากกว่าผมที่กำลังเดือดร้อน


 

รักกันมากเลยจา อยากพาพวกมันไปบูชาท่านเจ้าที่จริงๆ


 

“เดี๋ยวผมต้องขึ้นเรียนแล้ว ผมว่าหมอรีบไปทำธุระดีกว่าครับเหมือนว่าฝนจะตกด้วย”ในเมื่อเพื่อนไม่ช่วยผมก็ควรที่จะช่วยตัวเองก่อน และคิดว่าการตัดบทนั้นคงเป็นรื่องที่ง่ายที่สุดที่ผละออกไปจากผู้ชายคนนี้ที่มาทำท่าทีแปลกๆด้วย


 

น่าขนลุกชอบกล


 

“เฮ้ยๆมึงรีบไปไหนมีมีเรียนก็อีกชั่วโมงเหอะ”


 

ไอ้-เพื่อน-ทร-พี 


ไอ้เติร์กตัวดีที่เคยเป็นลูกคู่กับผมตอนนี้มันได้กระทำการทรยศผมเป็นที่เรียบร้อยแล้วครับ อย่างสุภาษิตไทยที่ว่าไม่มีสัจจะในหมู่โจรนี่คือเรื่องจริง

 


“ตัวเล็กรำคาญพี่ขนาดนั้นเลยหรอครับ?”หมอปาล์มมองหน้าผมอีกครั้ง คราวนี้เจ้าของใบหน้าแสดงสีหน้าเสียใจมาให้เห็นอย่างชัดเจน ซึ่งโอเคยอมรับว่ารู้สึกผิดนิดหน่อยก็ได้อ่ะ

 


“เปล่าครับ ผมแค่กลัวหมอจะเสียเวลาเพราะมาดูแลคนไข้ที่ออกจากโรงพยาบาลแล้วอย่างผม แล้วนี่เหมือนเป็นวันหยุดของหมอด้วย”ผมตอบออกไปและเหมือนคำตอบนั้นจะทำให้คนตรงหน้ารู้สึกดีขึ้นมาหน่อยเจ้าตัวเผยยิ้มออกมาก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบขนมปังราดเนยนมมาวางให้ตรงหน้า

 


“กินสักหน่อยนะครับ พี่เพิ่งซื้อมากำลังร้อนๆ อีกอย่างพี่ก็ไม่ได้รีบร้อนอะไรเท่าไหร่ เพราะธุระของพี่วันนี้ก็คือตัวเล็กนั่นแหละครับ”

 


ฟ้าจะผ่า!

 


แม่เจ้า! ผมนี่อยากลุกขึ้นยืนเลยถ้าไม่ติดว่าเป็นพี่เป๋ขาเดี้ยงและไม่อยากเป็นคนไม่เจียมบอดี้แบบที่น้องพอร์ชมันว่ามาด้วย เอาจริงๆตอนนี้ผมได้ยินเสียงผิวปากมาจากไอ้เติร์กและเสียงหัวเราะขึ้นจมูกจากไอ้พีชอีกคน

 


เอาเลย...เต็มที่เลยเพื่อนรัก

 


“หรือว่าแขนตัวเล็กจะจิ้มไม่ถนัดครับ เดี๋ยวพี่จิ้มป้อนให้ดีไหม?”หมอปาล์มยังไม่ลดละซึ่งความพยายาม เจ้าตัวหาของกินมาให้ไม่พอยังมีอ็อบชั่นเสริมบริการถึงปากให้อีก

 


ไม่เป็นไรคร้าบบบ เกรงใจจะแย่ล้ะ

 


“อ่า..ไม่เป็นไรครับผมทานเองได้”ว่าแล้วก็รีบเอื้อมไปแย่งจับไม่แหลมที่เสียบคาอยู่บนเนื้อขนมปังแล้วจับมันยัดเข้าปากก่อนที่อีกฝ่ายจะมาแย่งทำหน้าที่นั้นไป

 


ให้ตายหมอเค้ามาไม้ไหน และต้องการอะไรผมกันครับเนี่ย

 


“โอ้ยยย ไม่รู้ทำไมจู่ๆกูก็คิดถึงเมียหวะโช”ไอ้เติร์กพูดขึ้นก่อนจะทำหน้ากระเง้ากระงอดจะเป็นจะตาย

 


“เพิ่งเจอไหมหละมึง มาบงมาบ่นคิดถึง”ไอ้พีชนี่เหมือนจะไม่เก็ทมุกของไอ้เติร์กครับ มีการขัดซีนจนไอ้คนโดนขัดเอื้อมมือมาตบกระโหลกอย่างนึกหมั่นไส้ไปเสียทีหนึ่ง

 


“ก็คิดถึงไหมหละ เห็นอะไรหวานๆมันตำตาแล้วอยากจะวิ่งไปคณะแพทย์ซบอกเมียเลย”ไอ้เติร์กยังไม่ละความพยายามจนไอ้โชยังทำหน้าเอือมใส่ ผมนี่รู้ดีว่าไอ้เพื่อนตัวแสบต้องการจะสื่ออะไร แต่หมอปาล์มนี่ไม่เข้าใจว่ามึงจบหมอมาได้ไง ไม่เก็ทอ๋อวะว่ากำลังถูกมันแซว แล้วจะหัวเราะทำเผื่อ???

 

 


โอ้ยยยยยยยย ปวดกระบาล!!!

 

 


“แฟนน้องเติร์กอยู่คณะแพทย์หรอครับ?”หมอปาล์มเอ่ยถามขึ้นหลังจากที่หัวเราะจบคนถูกถามอย่างเติร์กก็พยักหน้ารัวแบบคนต้องการอวดเมีย แถมยังโชว์รูปที่ถูกตั้งไว้เป็นล็อกสกรีนให้ดูอีกต่างหากว่าเมียตัวเองน่ารักขนาดไหน

 



เอาที่เพื่อนสบายใจเลยครับ

 



“ไม่ใช่แค่ผมนะพี่ที่มีแฟนเป็นหมอ ไอ้โชก็มีแฟนเป็นหมอเหมือนกัน”ไอ้เติร์กแนะนำเพื่อนที่ตอนนี้จมไปกับเกมส์ในมือถือให้กลับเข้ามาสู่วงสนทนา หมอปาล์มก็พยักหน้ารับฟังคำพูดของไอ้เติร์กราวกับมีเรื่องตื่นเต้นอะไรเยอะแยะเสียอย่างนั้น

 


“แล้วน้องพีชหละครับแฟนอยู่คณะอะไร”

 


เอาหละผมเองก็คงต้องขอบคุณเพื่อนสินะที่ตอนนี้ดึงความสนใจของหมอปาล์มไปจากผมแล้ว จะได้มีพื้นที่ได้พักหายใจหายคอกันสักนิดนึง

 


“เอ่อ แฟนผมอยู่วิศวะเหมือนกันครับ แฮ่...”พีชเกาหัวเคอะเขินเมื่อพูดถึงแฟนตัวเองด้วยท่าทางดูน่ารัก และหมอปาล์มก็ยังพยักหน้ารับแบบผู้ฟังที่ดี ก่อนจะหันกลับมาทางผมแล้วยิ้มกว้างแบบไม่น่าไว้ใจ

 


“แล้วน้องเบลหละครับแฟนอยู่คณะอะไร”หมอปาล์มส่งคำถามมาให้อย่างไม่ทันตั้งตัว ผมนี่ทำหน้าเลิ่กลั่กไปไม่เป็นอ้าปากค้างในสมองนี่หาคำตอบที่คิดว่าจะทำให้ไม่เสียหน้ามากที่สุด

 


“โอ้ยยยย อย่างไอ้เบลเนี่ยยังโสดอยู่ครับพี่หมอ โสดสนิทแบบที่ไม่มีใครมาเหลียวแลเลย”ไอ้เติร์กเพื่อนรักยังคงทำหน้าได้เป็นอย่างดี ขอบคุณนะที่ยื่นปากเข้ามาตอบคำถามให้

 



ผมนี่ซึ้งใจจริงๆ

 



“โห...อย่างเบลเนี่ยนะไม่มีใครมาเหลียวแล”หมอปาล์มนี่ก็อีกคน ทำไมมึงต้องทำหน้าทึ่งกับการที่ผมยังโสดจนถึงปีสองแบบนี้ด้วยครับ คือผลคนดีไง ตั้งใจเรียนสโลแกนรักไม่ยุ่งมุ่งแต่เรียนไม่ใจแตกแบบพวกมันทั้งหมดนี่หรอก

 


“จริงๆพี่สักคนก็ไม่มี”ไอ้พีชเสริมเข้ามาอีกจนหมอปาล์มวาดยิ้มกว้างไปมากกว่าเก่า

 


“จริงหรอ..เพื่อนก็มีแฟนกันไปหมดแล้ว แถมยังมีแฟนเป็นนิสิตแพทย์ตั้งสองคน แล้วน้องเบลไม่สนใจจะจีบแพทย์บ้างหรอครับ”

 



เดี๋ยวนะ...

อิหมอปาล์ม...เมื่อกี้พูดว่าอะไรนะ???

 



“ถ้าไม่อยากเสียเวลาจีบ งั้นให้หมอเสียเวลาจีบน้องเบลเองได้ไหมหละครับ”

 




อิ-ห่าน-ฟ้า!!!

 

คือผมนี่อยากจะบ้า หมอปาล์มมันทำงานมากจนสมองกลับแล้วใช่ไหม????? พูด!!!!!!

 

 

 













สุดท้ายแล้วผมก็รอดพ้นมาได้ นั่งตั้งสตินับหนึ่งถึงสิบแทบเป็นแทบตายไม่ให้ลั่นมือใส่แผ่นหลังกว้างๆนั่น หมอปาล์มมีความสามารถพิเศษในการพูดชักจูงคนได้ หรือเพื่อนของผมมันพร้อมที่จะเทผมได้ตลอดเวลากันหละ?

 

ว่าไปก็ยิ่งนึกยิ่งแค้นที่หมอปาล์มเข้ากันกับเพื่อนของผมได้อย่างเป็นปี่เป็นขลุ่ยเสียขนาดนั้น แล้วนั่นอะไรที่มาบอกให้เป็นแฟนหมอ

 

ตลกมากป้ะ?

 

"เฮ้ยยย ไหวไหมเนี่ยเดินเงียบเชียว ปวดแผลหรอมึง?" ไอ้พีชหันมามองผมหลังจากพวกเราเดินออกจากลิฟท์มาได้สักพัก การเดินทางนั่นดูลำบากไปมากกว่าเดิมเมื่อขายังมีเฝือกสีขาวห่อหุ้มเอาไว้เพื่อดามกระดูกไม่ให้บิดงอเสียรูปไปมากกว่าเดิม และไอ้ไม้ค้ำยันนี่ก็ไม่ได้ทำงานแทนขาของผมได้ดีเสียเท่าไหร่

 

"เปล่าอ่ะ กูแค่ไม่ถนัด มึงเดินไปก่อนเลยก็ได้ จองที่ให้กูด้วย" ผมตอบเพื่อนตัวเล็กที่มันเอาแต่ส่ายหน้าแล้วคว้าไหล่ไอ้เติร์กที่กำลังเดินกอดคออยู่กับไอ้โชให้หันมารับกระเป๋าแมคบุคในมือแล้วมาช่วยพยุงให้ผมเดินได้ถนัดมากกว่าเดิม

 

"ไปรู้จักกันได้ยังไงวะ?" พีชเอ่ยถามขึ้นมาหลังจากเห็นเพื่อนทั้งสองคนเดินนำไปก่อนแล้ว ผมเงยหน้าเหลือบมองใบหน้าน่ารักด้านข้างของเพื่อนที่มันกำลังมองทางด้านหน้าอยู่ และไม่ได้ส่งสายตาคาดคั้นเอาคำตอบอย่างที่คิดไว้ ถึงแม้ว่าผมเองก็รู้อยู่แก่ใจว่ามันถามถึงใครแต่ก็อดไม่ได้ที่ตอบถามมันเพื่อย้ำคำถามนั้นอีกที

"ใครวะ?"

 

ทันทีที่ถามออกไปก็ได้รับเสียงหัวเราะในลำคอมาจากเพื่อนข้างกาย พีชไม่ได้ทำอะไรมากกว่ายกมืออีกข้างเอื้อมมาขยี้หัวผมอย่างคนนึกเอ็นดู

"กูรู้ว่ามึงรู้หน่าเบล"

 

ผมควรตอบมันแบบไหนดี?

 

"เอาไว้ที่มึงอยากตอบค่อยตอบก็ได้นะ" พีชไม่ได้เซ้าซี้อะไรอีกเมื่อเราทั้งคู่มาถึงห้องเรียนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ภายในห้องเริ่มมีเพื่อนร่วมภาคอยู่กับประปราย บ้างก็ไถ่ถามกันต่างๆนานา บ้างก็รัวแป้นรัวคีย์บอร์ดดวลฝีมือกันในเกมส์ออนไลน์ บ้างก็ทิ้งตัวลงนอนกับพื้นโต๊ะอย่างคนต้องการเอาแรง

 

"ที่จริงแล้วกูก็งงๆ แต่เค้าเป็นหมอที่รักษากู"

 

"อ่าห้ะ"

 

"และเค้าเป็นลูกพี่ลูกน้องของไอ้พอล กูรู้แค่นี้.."

 

"แอบนินทากูอยู่หรอพวกมึง!"

 

เสียงทุ้มที่ดังขึ้นในระยะประชิดทำให้คนที่ไม่ได้ตั้งตัวอย่างผมและพีชสะดุ้งตกใจแถมไม่วายจะสำนึกผิดเจ้าตัวยังหัวเราะเสียงดังเมื่อเห็นท่าทีเเบบนั้นจากพวกเราอีก

 

"กูตกใจไหมหละสัสมาไม่ให้ซุ่มให้เสียงเนี่ย" พีชหันไปด่าเพื่อนตัวสูงที่หัวเราะอย่างคนอารมณ์ดีในขณะที่ผมเองก็ดูเหมือนไม่มีธุระอะไรที่จะต้องต่อบทสนทนานี้ต่อไป

 

ทางเดียวที่จะเดินออกจากความอึดอัดทั้งหมดคือไม่ใช่การพูดประกาศตัวเองว่าจะไป แต่หากเป็นการกระทำที่เราก้าวขาออกมาจากจุดนั้นทันทีที่ตัดสินใจได้ และผมเองก็เป็นคนหนึ่งที่ต้องทำ ทั้งๆที่รู้ว่ามีสายตาจากเพื่อนสนิทจ้องมองมาอยู่ก็ตาม

 

"เติร์กแลกที่กัน"ผมเอ่ยบอกเพื่อนในกลุ่มที่ตอนนี้มันกำลังนั่งประจำที่ของตัวเองซึ่งไอ้เพื่อนตัวดีก็เงยหน้ามองด้วยสายตางงๆ "มันไม่ถนัด จะให้กูเข้าไปนั่งริมสุดรึไงหละ ขากูเป๋อยู่แบบนี้" ผมอธิบายเหตุผลของการย้ายที่ครั้งนี้ให้เจ้าของที่นั่งฟัง ซึ่งมันเองก็ดูจะเห็นด้วยเลยยอมคว้ากระเป๋าเป้ของตัวเองแล้วลุกขึ้นเดินไปที่นั่งในสุดที่ติดริมหน้าต่างที่เคยเป็นที่นั่งประจำของผมแทน

 

"อ้าวทำไมมานั่งตรงนี้อ้ะมึง"พอลที่เดินตามมาทีหลังเอ่ยทักขึ้นเมื่อเห็นว่าผมไม่ได้นั่งที่เดิม เจ้าตัวมองหน้าของผมสลับกับหน้าของไอ้เติร์กราวกับต้องการคำตอบจากใครสักคน จนผมเองนี่แหละที่ทนเงียบไม่ไหวเลยเป็นคนให้คำตอบกับมันเอง

 

"กูขอย้ายเอง นั่งตรงนู้นมันเข้าออกลำบากอ้ะ" ผมตอบออกไปก่อนจะล้วงเอาโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเล่นแบบคนที่ต้องการตัดบทสนทนาทั้งหมด แต่ก็ต้องเงยหน้าขึ้นมาอีกเมื่อเห็นเพื่อนสนิทที่เพิ่งคุยด้วยเมื่อครู่ทิ้งตัวลงนั่งก้บเก้าอี้ด้านข้างแทนที่จะไปนั่งที่นั่งเดิมของตัวเอง

 

"อ้าว ที่นั่งกู" เรโชที่กลับมาจากการเข้าห้องน้ำทำหน้างงเมื่อเห็นที่นั่งเปลี่ยนไปหมด

 

"กูขอแลกที่นั่ง"พอลว่าโดยที่ไม่ได้สังเกตุว่าผมมีทีท่าหรือสีหน้ายังไงต่อเหตุการณ์นี้

 

"พอลมึงจะย้ายที่นั่งทำไมวะ ไม่ได้เป็นไรสักหน่อย" ผมหันไปถามมันขณะที่มันเองก็หันมามองหน้าผมด้วยสีหร้าแปลกใจ

 

"มึงกับกูนั่งคู่กันตลอดนี่หว่า"

 

"ห่างๆกันบ้างเหอะ อย่าทำให้คนอื่นเดือดร้อนเพราะความเอาแต่ใจของมึงดิ มึงก็รู้ไอ้โชสายตาสั้น ถ้าย้ายไปนั่งที่มึงมันจะมองเห็นกระดานป่าว" ผมพูดในสิ่งที่คิดออกมาก่อนจะก้มลงไปสนใจหน้าจอมือถือของตัวเองต่อโดยพยายามไม่รับรู้ว่าสถานการณ์ตอนนี้มันเป็นยังไงอีกต่อไป

 

"เอ่อ...พวกมึงใจเย็นๆนะ กูโอเคถ้าจะย้า.."

 

"ไม่เป็นไรโชมึงนั่งที่มึงเหอะ กูผิดเองที่มาเเย่งที่มึงโทษทีหวะที่กูเอาแต่ใจไปหน่อย"ทันทีที่พอลพูดจบเจ้าตัวก็ลุกจากที่นั่งที่อยู่ด้านข้างของผมแล้วกลับไปที่นั่งของตนเองที่อยู่ถัดจากตัวริมหน้าต่าง ผมไม่รู้ว่าตอนนี้เขาจะมีสีหน้าแบบไหน เพื่อนในห้องกำลังมองพวกเรายังไงเมื่อได้ยินเสียงโหวกเหวกสาดอารมณ์ใส่กันระหว่างเพื่อนสนิทสองคน

 

ผมไม่รู้เพราะพยายามก้มหน้าสนใจหน้าจอโทรศัพท์มือถือที่ไม่ได้กดเข้าแอพอะไรเลย ความร้อนผะผ่าวเกิดขึ้นบริเวณรอบดววตาจนต้องพยายามหายใจเข้าลึกๆ พร้อมกับฝ่ามืออบอุ่นของไอ้พีชที่วางลงมาลูบหัวของผมสองสามทีอย่างปลอบโยน

 

ให้ตาย..
ผมเพิ่งรู้ว่าการพยายามเป็นคนไม่ร้องไห้ทั้งๆที่ก้มหน้าอยู่แบบนี้เป็นเรื่องที่ทำได้ยากลำบากเสียเหลือเกิน

 

 

ครืด...

 

Ratio#CPE
เพื่อนกัน ใจเย็นๆนะมึง กูไม่รู้ทะเลาะอะไรกัน แต่กูอยากให้มึงจดจำช่วงเวลาดี

มากกว่าเรื่องแย่ๆที่เพิ่งเกิดหวะ           ) 12.45

 

Ratio#CPE

กูรู้กูไม่ได้หล่อแต่รูป ใจกูก็หล่อ
คนชมกูเยอะแล้วไม่ต้องชม ;)          ) 12.46

 

ผมนั่งอ่านข้อความของเพื่อนที่นั่งอยู่ข้างๆส่งมาปลอบโยน เอาจริงๆแล้วเรโชเป็นที่ผมสนิทด้วยน้อยที่สุดในกลุ่ม อาจจะเป็นเพราะมันไม่ค่อยอยู่ที่สาขาเวลาก่อนเข้าเรียน หรือไม่ค่อยไปกินข้าวเย็นหลังเลิกเรียนด้วยกันเพระต้องไปรับแฟน แต่เรโชก็นับว่าเป็นเพื่อนที่ดีอีกหนึ่งคน เป็นคนที่สามารถมองเห็นมันเสมอเวลาที่มีปัญหา และครั้งนี้ก็เช่นกัน

กว่าอาจารย์จะยอมปล่อยให้เลิกคลาสได้ก็เลทมาเกือบครึ่งชั่วโมง รู้สึกได้ถึงความบวมของสมองที่ได้รับความรู้อัดมาจนแน่นขนัด และต้องการถ่ายออกทันทีที่ได้เดินก้าวพ้นข้ามธรณีประตูห้องเรียน โชคดีที่วันนี้ไม่มีเรียนวิชาไหนต่ออีกผมเลยตัดสินใจว่าจะกลับบ้านไม่เถลไถลไปไหนให้เป็นภาระของเพื่อนในยามที่ร่างกายตัวเองไม่พร้อม

 

"แล้วมึงกลับไงวะ"เติร์กถามขึ้นหลังจากที่ผมปฏิเสธการไปหาอะไรกินที่ห้างใกล้ๆมหาวิทยาลัย

 

"แท็กซี่ก็มีไหมหละมึง" ผมตอบออกไปพร้อมกับการเดินเข้าลิฟต์ที่หยุดพอดี

 

"เออ ก็เดินทางกลับดีๆมึงถึงบ้านแล้วไลน์มาบอกพวกกูด้วยแล้วกัน" พีชหันมาหามองหน้าผมหลังจากที่เจ้าตัวพูดจบแถมยังส่งสายตาคาดคั้นเอาคำตอบมาให้อีกต่างหาก

 

"อื้อ เดี๋ยวไลน์บอก" ผมตอบออกไปก่อนที่บรรยากาศในลิฟต์จะเงียบลงจนกระทั่งมาถึงชั้นล่าง

 

ที่จริงผมไม่ได้คาดหวังให้พอลเสนอตัวไปส่งผมที่บ้านหรอกนะ เพระรู้ดีว่าเจ้าตัวจะต้องรอรับรุ่นน้องที่ยังเรียนไม่เสร็จ แถมยังติดกิจกรรมตอนเย็นอีกต่างหาก รวมไปถึงเหตุการณ์ก่อนเข้าเรียนก็ไม่ได้ทำให้เรากลับมามองหน้ากันง่ายๆแบบไม่มีอะไรเกิดขึ้น

 

ตอนนี้อะไรๆก็ไม่เหมือนเดิมแล้ว...ทุกอย่างมีแต่ความอึดอัดระหว่างเราไปหมด ความสนิทใจที่เคยมีมันหายไปไหนแล้วก็ไม่รู้

 

 

"วี๊ดวิ๊วววว"

 

เสียงผิวปากของเรโชดังขึ้นทำให้ผมหลุดออกจากห้วงความคิดของตัวเอง เพื่อนตัวสูงที่เดินออกไปก่อนนั้นหยุดเดินกันบริเวณประตูทางออกด้านหน้าลิฟต์จนผมเองต้องสงสัยว่าทำไมเพื่อนตัวดีต้องพร้อมใจกัยหยุดเดินขนาดนี้

 

"กูว่าไม่ต้องห่วงว่ามึงจะกลับบ้านยังไงล้ะ"เติร์กพูดขึ้นพร้อมกับหันมามองหน้าผลด้วยรอยยิ้มกระลิ้มกระเหลี่ยจนอยากจะเข้าไปตบปากมันสักสิบทีให้หายหมั่นไส้

 

แต่ไม่ทันได้ทำอย่างที่คิดเมื่อสายตาดันไปเห็นภาพตรงหน้าเสียก่อน

 

"อ้าว เลิกเรียนแล้วหรอครับตัวเล็ก" เสียงทุ้มดังขึ้นพร้อมกับส่งรอยยิ้มน่ามองมาให้ผมที่อยากจะทดลองเป็นอากาศ อยากเล่นแร่แปรธาตุเสกตัวเองให้หายไปจากตรงนี้ เอาให้ดีอยากมีผ้าคลุมล่องกนของแฮร์รี่ พอตเตอร์เสียเหลือเกิน หายตัวตอนนี้ทันไหม

 

"ตัวเล็กเป็นอะไรทำไมสีหน้าดูไม่ดีเลย ไม่สบายหรอครับให้พี่หมอตรวจหน่อยดีไหม?"

 

โอ้ยยยยยยยยยยยยยยย

อยากจะบอกอิหมอตรงหน้านี้เหลือเกินว่าไม่เป็นไร และไม่ต้องวุ่นวายด้วยถ้าหากสมองไม่คิดขึ้นมาได้ว่านั่นเป็นมารยาทที่ไม่ควรทำกับคนที่อายุมากกว่าแบบนี้

 

"พี่ว่าเรากลับบ้านไหม เดี๋ยวพี่ไปส่งนะครับ" หมอปาล์มสรุปให้เสร็จสรรพไม่ได้ถามหาความสมัครใจของผมสักนิด แถมไอ้พีชยังทำหน้าที่ได้ดีด้วยการดันหลังผมให้เดินไปพร้อมกับหมอปาล์มอีก

 

"ฝากเพื่อนผมด้วยนะครับพี่หมอ" พีชว่าหลังจากที่ยัดผมเข้ารถหมอปาล์มได้ แถมยังส่งไม้ค้ำยันให้เจ้าของรถแบบไม่คืดสักนิดว่าเพื่อนจะอยากไปกับหมอนี่ไหม

 

"ไม่ต้องเกรงใจ สำหรับเบลนี่พี่หมอเต็มใจรับฝาก จะฝากทั้งชีวิตหมอก็ยังได้นะครับ "

 

แอะะะะะ อห.

 

หมอแม่มลิเกมากก อยากแหวะขนมปังที่กินไปทำไงดีครับ
อร่อกกกกกกกกก อยากลงจากรถคันนี้จังโว้ยยยยย ฮืออออออออออออ















ความเงียบเข้ามาปกคลุมบรรยากาศภายในรถหลังจากที่เจ้าของรถสตาร์ทตัวเครื่องเอื้อมมือมาเข้าเกียร์ก่อนจะเหยียบคันเร่งเพื่อออกเดินทาง

 


“ความจริงหมอไม่ต้องไปส่งผลที่บ้านก็ได้นะครับ”ผมพูดขึ้นหลังจากที่ตัวรถเคลื่อนพ้นคณะตัวเองมาได้สักพัก หมอปาล์มที่กำลังฮัมเพลงในลำคอตามเพลงที่กำลังเปิดอยู่หันมามองหน้าของผมด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความสงสัย

 


“ครับ? ตัวเล็กหิวหรอ พี่พาไปกินข้าวก่อนกลับบ้านดีไหม?”หมอปาล์มเอ่ยถาม ขณะที่ผมต้องกรอกตาอย่างคนหมดอารมณ์เมื่ออีกฝ่ายดูไม่เข้าใจในสิ่งที่พยายามจะสื่อออกไป

 


“ไม่ครับผมไม่ได้หิว”

 


“อ้าวแล้ว?”

 


“แต่ผมไม่ได้อยากไปกับคุณ”ผมพูดออกไป รู้ดีว่าอาจจะเป็นคำพูดที่ไม่ดีเลยที่จะเอาออกมาใช้กับคนที่มีอายุมากกว่า แต่หากว่าผมไม่พูดออกไปตรงๆอีกฝ่ายก็คงทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้เหมือนเดิมอีก

 


วันนี้มันไม่ปกติมากพอแล้วที่หมอปาล์มเอาเวลาที่ควรจะพักผ่อนมาวุ่นวายกับผมทั้งวัน โดยทั้งที่ผมไม่ได้ต้องการ และให้คิดดูอีกทีแล้วหมอปาล์มเองก็ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับผมไปมากกว่าคนไข้และแพทย์ผู้รักษาก็เท่านั้น

 


“ใจร้ายจังเลยน้า”

 


ผมหันไปมองอีกฝ่ายที่เพิ่งพูดประโยคตัดพ้อออกมาด้วยเสียงหัวเราะ มือหนาที่เคยบังคับเกียร์รถเปลี่ยนมาวางบนหัวของผมแล้วเจ้าตัวก็ออกแรงขยี้เบาๆ

 


“คุณยังใจร้ายเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนเลย ไม่ว่าตอนนั้น หรือตอนนี้ที่คุณไม่มีคนที่คุณคอยเฝ้ามองอีกต่อไปแล้วก็ตาม”เสียงทุ้มดังขึ้นมาเป็นประโยคที่ชวนให้สงสัย ราวกับว่าหมอหนุ่มคนนี้รู้จักกับผมมานานเสียเหลือเกิน ทั้งๆที่ผมเองก็มั่นใจแน่ๆว่าเพิ่งได้เจอกับหมอคนนี้ก็ตอนที่ได้รับอุบัติเหตุนี่เอง

 


“หมาย..ห..หมายความว่ายังไงกันครับ”ผมเริ่มระแวงขึ้นมาอีกนิด มือเอื้อมไปคว้าตัวจับเพื่อเปิดประตูรถแน่น หากว่าเกิดสถานการณ์ฉุกเฉินผมเองก็ยอมเสี่ยงชีวิตพุ่งลงจากรถคันนี้แน่ๆ

 


“อะไรหรอครับ”

 


“ที่หมอบอกผมใจร้ายเหมือนหมอรู้จักผมมานาน”หัวใจของผมกำลังเต้นแรงหลังจากที่เอ่ยถามออกไป ขณะที่หมอปาล์มยังคงปกติเจ้าตัวยังคงฮัมเพลงเบาๆแล้วขับรถไปตามท้องถนนที่ราวกับว่ารู้จักที่พักของผมดีอีกด้วย

 


“ครับ...ผมรู้จักคุณมานานอย่างที่คุณว่าจริงๆ”

 


ให้ตาย...

ผมรู้สึกว่าตอนนี้ตัวเองได้เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของหนังฆาตกรรมสักเรื่องที่ถูกคนร้ายโรคจิตกำลังสะกดรอยตามมานานแสนนาน และตอนนี้ก็ตกอยู่ในเงื้อมือของคนโรคจิตนั้นเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เฮอเร่อไหมหละมึง....

 


“ไม่ต้องทำหน้าตกใจขนาดนั้นก็ได้ครับ ผมเจอคุณหลายครั้งที่บ้านตอนที่คุณมาหาลูกพี่ลูกน้องของผม”หมอปาล์มหัวเราะขึ้นมาเบาๆเมื่อเห็นสีหน้าของผมที่รับประกันได้ว่าคงซีดเป็นไก่ต้มไปแล้วเรียบร้อย

 


“แต่...”

 


“คุณยังมีเรื่องสงสัยในตัวผมอีกหรอครับ?”

 


“เรื่องที่ผมใจร้าย ผมเปล่า..”ผมก้มลงมือตัวเองที่ตอนนี้ปล่อยจากที่เปิดประตูรถเป็นที่เรียบร้อยแล้ว มันกำลังแดงจัดเนื่องจากการออกแรงกดแน่นเมื่อครู่ และค่อยๆจางลงเมื่อแรงกดนั้นหายไป

 


“ครับ คุณใจร้ายนั่นเป็นความคิดของผม แม้กระทั่งตอนนี้ไม่มีเขาแล้วคุณก็ยังใจร้ายอยู่”

 


“ผมไม่เข้าใจ”

 


“คุณอยากเข้าใจอะไรกันหละครับ...เบล”หมอปาล์มหันมามองหน้าผมเต็มเมื่อรถจอดลงตรงสี่แยกไฟแดง เขาจับจ้องเข้ามาในดวงตาผมราวกับหาความจริงในนั้น ซึ่งมันค่อนข้างน่าอายและดูน่าสับสนในเวลาเดียวกัน

 


ในสมองของผมกำลังประมวลผลพร้อมๆไปกับการตั้งคำถามต่างๆนานากับสิ่งที่ได้รับรู้มา นั่นทำให้เกิดอาการปวดหัวขึ้นมาหน่อยๆเมื่อต้องมาใส่ใจอะไรเยอะแยะแบบนี้

 


“หมอบอกว่าผมมีคนที่เฝ้ามอง หมายความว่าไง”

 


“ผมหมายความตามนั้นครับ”

 


“ผม..”

 


“ผมว่าคุณหาคำตอบนั้นได้เอง ตัวคุณเองรู้คำตอบนั้นดีแก่ใจ อย่าให้ผมพูดมันขึ้นมาเพื่อให้คุณเจ็บไปมากกว่าเดิมเลยครับ เพราะว่าคุณก็รับรู้แล้วว่าเขามีคนของเขาไปแล้ว และคนคนนั้นไม่ใช่คุณด้วยครับ”

 


 

เลวร้าย....

ผมจำกัดสถานการณ์ด้านความรู้สึกของตัวเองตอนนี้ได้ในคำนี้คำเดียว รวมทั้งไปถึงคนที่เป็นเจ้าของประโยคยาวๆที่ถากถางหัวใจ สะกิดสมองให้หวนไปถึงเหตุการณ์เมื่อเช้าที่ต้องทนอยู่ในรถคันเดียวกันกับคู่รักคู่ใหม่ของกลุ่ม

 


เจ็บปวด

อึดอัด

อยากร้องไห้ในความรู้สึกที่ต้องอดทน

 


“หมอ...ผม..”

 


“ร้องไห้ได้นะครับ มันเป็นอีกทางที่คนเราใช้ระบาย เป็นเสมือนยาขนานหนึ่งที่รักษาอาการเจ็บป่วยทางจิตใจ สิ่งที่คุณกักเก็บไว้ถ้ามันมากไปก็ระบายออกมา แม้ว่ามันจะดูตลกเวลาที่ร้องไห้ให้กับคนที่ไม่ได้สนิทด้วยอย่างผม แต่ให้คุณคิดว่าผมเป็นหมอหละกันนะครับ”

 

 

น่าแปลก...

ถ้อยคำทุ้มที่ส่งมาให้นั้นมันกลับอบอุ่น มือหนาที่ยื่นมาจับหัวของผมนั่นคล้ายกำลังปลอบโยน เขาไม่ควรมาอยู่ตรงนี้ตอนนี้เลยสักนิด

 

เขาไม่ควรเข้ามาในวันที่ผมกำลังอ่อนแอ และแสดงความใจดีมากมายขนาดนี้

 


ไม่ควรเลยสักนิด

 

 

“อย่าลืมสิคนดี ผมเป็นหมอ ผมจะรักษาอาการเจ็บป่วยของคุณเอง ทั้งเจ็บป่วยทางกาย และทางจิตใจ ผมเก่งนะ อยากบอกให้คุณได้รู้ไว้”

 



ตลกดี...

เพียงคำพูดที่ติดตลกนั้นดังขึ้นมา ผมก็รู้สึกเหมือนมีห่วงยางชูชีพที่ถูกโยนลงมานะพื้นท้องทะเลกว้างที่เชี่ยวกราด คล้องเข้าที่ตัวผมที่กำลังว่ายทวนกระแสน้ำนั้นและกำลังจะหมดแรง

 


น้ำตาที่อดกลั้นมานานกลับไหลลงมาจากหน่วยตาทั้งสองโดยที่ไม่รู้สึกตัวเลยสักนิดว่ามันไหลออกมาเมื่อไหร่ ภาพความทรงจำมากมายที่เคยทำร่วมกันตั้งแต่เด็กจนถึงปัจจุบันนั้นกำลังถักทอเป็นข่ายที่มีชื่อเรียกว่า “ความผูกพัน” นั้นพันวนรอบตัวผมไว้แน่น

 


แต่หากมันไม่ได้พันร่างของเพื่อนสนิทอีกคนไว้เลย...

 


จากความผูกพันมันเลยเป็นการยึดติด ผมยึดติดตัวเองไว้กับเขามากเกินไป เมื่อเวลาผ่านเลยไปเขาที่ไม่ว่าเมื่อไหร่ก็จะอยู่ในกรอบสายตาก็เดินหายจากไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

 

 

เจ็บปวด...

แต่มันจะหายใช่ไหม?

 

 

“หน้าคุณตอนร้องไห้ก็น่ารักดีนะครับ ไม่ว่าจะเมื่อก่อนหรือเดี๋ยวนี้คุณก็ยังน่ารักเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนเลย น่ารักจนอดคิดไม่ได้ว่าลูกพี่ลูกน้องของผมมันโง่จนมองไม่เห็นได้ยังไงกัน”

 


“......”

 

 

“แต่ไม่เป็นไร เพราะผมเห็นคุณแล้ว ผมปล่อยคุณมานานมากแล้ว และจากนี้ผมจะไม่ยอมปล่อยคุณไปอีกแล้วนะครับ ดังนั้นวันนี้ผมจะอนุญาตให้คุณร้องไห้เพราะเสียเขาไปได้เต็มที่”

 

 

“.....”

 

 

“และวันพรุ่งนี้...น้ำตาของคุณจะเป็นของผมเพียงคนเดียว เข้าใจใช่ไหมครับ”


















Solphase Talk: อนุญาตให้หาไรขว้างปาอิพิหมอปาล์มได้ แต่อย่าปามาทางเลาต้ะ อิ้อิ้ 
รอคอมเม้นนะต้ะ .ปูเสื่อนั่งรออ่านอ่อน


มุมบ่น

การเขียนนิยายสักเรื่องมันก็คงไม่ใช่แค่เพียงอยากจะเขียน และใช้ใจตัวเองเขียนออกมา
มันรวมไปถึงกำลังใจที่ได้รับด้วย

เราเชื่อว่ามีนักเขียนหลายๆคนที่เลิกเขียนเรื่องนั้นๆไปเพราะไม่ได้รับการตอบรับจากคนอ่าน
ซึ่งคนอ่านก็ไม่เข้าใจว่าทำไมนักเขียนคนนั้นถึงได้เลิกเขียนไป

ซอลว่าซอลจะไม่คิดแล้วนะ เลิกบ่นเรื่องเม้นมานานมาแล้วด้วยหละเพราะคิดว่าคนที่รออ่านก็ยังเยอะ
แต่เอาจริงๆใจก็อยากได้รับการตอบรับจากคนอ่านอยู่ดีแหละ...แหะแหะ

ซอลรู้นะ ว่าเราไม่ควรเรียกในสิ่งที่เขาไม่อยากให้
ซอลขอโทษนะคะที่งอแงมากเกินไป แบบนี้ บางทีก็อยากได้สิ่งตอบแทนมั่งอ้า
แบบเหร้ยย ไม่ชอบแบบนี้ เม้นได้ เหร้ยยยชอบแบบนี้อ้ะ เม้นได้
ดีก็ว่าดี ไม่ดีก็ว่าไม่ดี พร้อมรับฟฟังคำติชมน้าต้ะ

เอาหละ พิมพ์บ่นยาวเป็นยัยแก่เลยซอฟองั้นเลิกบ่นหละ





ปล.ยังเปิดจอง SS1 SS2 อยู่นะจย้ะ คลิกหน้าถัดไปได้เยยต้ะ


เยิ้บยูว

ซอฟอเอง จะใครหละ





*



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 10 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3,209 ความคิดเห็น

  1. #3038 feonixsh (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2560 / 16:10
    เบลจ๋าาาหันหน้ามาพี่ปาล์มจะปลอบใจ ให้พี่ปาล์มกอดที
    #3,038
    0
  2. #2880 biggertmb (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2558 / 07:04
    พอมาเรื่องเบลนี่อินมาก อืนน้ำตาไหลแม่ย้อย T_____T
    #2,880
    0
  3. #2706 หลงแตง (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2558 / 12:04
    แอบมองมาตั้งนานน ตอนนี้จะสมหวังแล้วนะเคิ้บบ55555
    #2,706
    0
  4. #2669 KiHaE*129 (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 21 กันยายน 2558 / 04:17
    หมอจัดว่าเด็ด
    #2,669
    0
  5. #2604 Ayumu W. (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 5 กันยายน 2558 / 12:27
    ชอบหมออออ
    #2,604
    0
  6. #2600 Fungus (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 3 กันยายน 2558 / 20:51
    เป็นแฟนคนแก่กว่าชีวาจะอบอุ่นนาเบลล
    #2,600
    0
  7. #2593 KyaMina137 (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2558 / 22:27
    หมอปาล์ม ทำซึ้งนะเนี่ย ตอนอยู่บนรถ เบลคนที่เขาจริงจังกับเราขนาดนี้ ทำเพื่อเราขนาดนี้ อย่าค่ะ อย่าช้า หุหุ
    #2,593
    0
  8. #2592 Onnie Thep (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2558 / 22:19
    พี่ซอลสู้ๆค้าบบบบบบบบ
    #2,592
    0
  9. #2590 { i M o O a U i } (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2558 / 20:09
    พี่หมอน่ารักอะ ช่วยทำให้น้องเบลรักเร็วๆ ที สงสารเจ้าเบล รักเขาข้างเดียวเหมือนข้าวเหนียวนึ่ง
    #2,590
    0
  10. #2589 Som O Usanee (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2558 / 03:07
    น้องเบลลลลลลลลลลล โอ๋เอ๋ๆๆๆ นะคนดีของหมอปาล์ม หมอปาล์มดูอบอุ่นดีจัง อบอุ่นกับน้องเบล ก็ว่าทำไมหมอปาล์มอยู่ ๆ ก็มาจีบเบล คือดูแล้วไม่น่าจะเพิ่งเจอแค่ตอนที่เบลเข้าโรงพยาบาลน่ะ อยากรู้แล้วสิที่หมอปาล์มบอกว่าหนูเบลใจร้ายในตอนนั้นหนูเบลทำอะไรนะ แล้วตอนนี้ถึงจะใจร้ายกับหมอไปบ้างแต่หมอปาล์มนางจะไฟท์แล้วน๊าาาาาาาาาาาา จีบให้ติดนะหมอปาล์ม น้องเบลน่ารักจริงๆ โน๊ะๆๆๆ มาเป็นคนน่ารักของหมอปาล์มเถอะหนูเบล คิคิ
    #2,589
    0
  11. #2588 อิงน้อย (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2558 / 00:58
    ชอบหมอปาล์มมมม อบอุ่นดีอ่ะ ชอบบย ไรท์สู้ๆน้าาา อย่าเพิ่งท้ออ เราติดตามอยู่น้า สู้ๆจ้าาา
    #2,588
    0
  12. #2587 Tarn Ittipolpornchai (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2558 / 23:29
    สู้ๆนะคะพี่หมแ สงสารเบลจังงง
    #2,587
    0
  13. #2586 น้องป่วน (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2558 / 22:38
    พี่หมอหล่อมว๊ากกกกกกก
    #2,586
    0
  14. #2585 maynnnn (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2558 / 20:06
    อิพี่หมอ ใจหล่อมากอ่ะ 5555
    ปล.โอ๋ๆไรท์อย่าร้องนะ จะพยายามเม้นให้ ถ้าเราไม่ขี้เกียจพิมพ์ ฮี่ๆ
    #2,585
    0
  15. #2584 P.jira (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2558 / 09:15
    โอ้ยยยยยยยย อีพี่หมอปาล์ม ต้องรักษาน้องให้หายนะ
    #2,584
    0
  16. #2583 Satangzanaka (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2558 / 08:32
    พี่หมอแม่งมุ้งมิ้งงง-//-
    #2,583
    0
  17. #2582 Yjlove (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2558 / 08:24
    หมอน่ารักกกกก -/-
    #2,582
    0
  18. #2581 อิงะเดะมอ (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2558 / 03:25
    สรุปเสร็จหมอไปอีกราย พี่หมอรุกซะเสี่ยวเลย แต่ไม่เท่าพี่โมเต๊าะพีช งานนี้ป้ายไฟพี่หมอชูสูงจ้า
    #2,581
    0
  19. #2580 BY' (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2558 / 00:55
    โอ้ยยย ชอบหมออออ
    #2,580
    0
  20. #2579 mini_mickey (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2558 / 00:18
    โหยยยยยย พี่ปาล์มน่ารักอะหันมาหาพี่ปาล์มด่วนเลยเบลจ๋าพี่เขารอรักษาอยู่น้า
    #2,579
    0
  21. #2578 Whatever it is (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2558 / 19:35
    อีพี่หมออยู่คณะเดียวกับพี่โมใช่มั้ย ตอบ !! 555
    #2,578
    0
  22. #2577 Tarn Ittipolpornchai (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2558 / 00:10
    อยากรู้แล้วว่าตอนจบจะเป็นยังไงพอลจะตัดเบลได้ยังไงงง รอนัคะพี่ซอลเฟส
    #2,577
    0
  23. #2576 LADYPIMMYKIHAE (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2558 / 22:55
    พี่หมอนี่สนใจเข้าร่วมสามคมลิเกกับพี่โมไหมเนี่ย แนวเดียวกันเลย
    #2,576
    0
  24. #2575 enjoy_BJ (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2558 / 17:45
    คงไม่ว่ากันนะคะไรท์ ถ้าเราบอกว่า เราไม่ชอบอิพี่พอลเลยจริงๆ
    #เชียร์พี่หมอเต็มที่เลยค่าาา
    #2,575
    0
  25. #2574 mini_mickey (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2558 / 06:23
    ไหนๆพี่หมอก็จีบละเบลก็ยอมเป็นหมอซะจะได้ไม่เสียเวลาจีบไง
    #2,574
    0