DOGMATIC LOVE (Yaoi) | รับน้องป่วนๆกับก๊วนวิศวะ

ตอนที่ 44 : Season 2 | Ch 9 Accident

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6,091
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    31 ส.ค. 58

 
 
 
 
 
 
 
 
9
 
"Accident"
 
 
 
 
 
 
 
 

บรรยากาศวันเสาร์ที่แสนจะวุ่นวาย แทนที่จะได้นอนให้เต็มอิ่ม ทำตัวขี้เกียจให้เต็มที่กลับแปรเปลี่ยนว่าผมต้องรีบลุกจากเตียงนอนเพื่อไปอาบน้ำและเตรียมตัวไปโรงพยาบาล หลังจากวางสายจากพีชว่าไอ้เบลถูกรถชนเมื่อคืน

 

ในสมองเหมือนว่างเปล่าไปหมดบวกกับความรู้สึกผิดที่ตีขึ้นมาในใจ

 

ผมรู้ตัวว่าพักหลังนี้ทิ้งเบลให้กลับบ้านเอง ไปไหนมาไหนคนเดียวตั้งแต่ไปแข่งโอลิมปิกวิชาการกลับมา พอมาคิดทบทวนดูผมก็แทบไม่ได้ใส่ใจมันอีกเลย เบลเองก็ไม่ได้ท้วงหรือว่ากล่าวอะไรสักนิด เหมือนมันเองก็พยายามจะเข้าใจในตัวผมหละมั้ง

 

สองขารีบเร่งก้าวลงจากรถทันทีที่หาที่จอดรถได้ สายตาส่องหาลิฟต์ที่สามารถนำผมไปที่อาคารที่เพื่อนบอกมาในไลน์ สาเหตุที่ทำให้ร้อนใจหนักที่สุดคือผมเป็นคนสุดท้ายที่รู้เรื่องนี้ ทั้งๆที่ผมเป็นคนที่สนิทกับเบลมากที่สุด เราเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่อนุบาลจนถึงปัจจุบัน พอคิดย้ำๆถึงตรงนี้ก็ยิ่งทำให้ผมรู้สึกแย่ไปมากกว่าเดิม

 

“เฮ้ยพอล! ทางนี้ๆ”ทันทีที่เดินออกจากลิฟต์แล้วเดินไปตามคำบอกเล่าจากเพื่อนผมก็พบไอ้เติร์กที่ออกมาเข้าห้องน้ำระหว่างทาง เจ้าตัวกวักมือเรียกผมพร้อมเข้ามาหา ใบหน้าทะเล้นนั้นยังคงมีรอยยิ้มประดับจนผมเองก็อดโล่งใจไม่น้อยเมื่อเห็นท่าทีสบายๆแบบนี้จากเพื่อนในกลุ่ม คงไม่ได้ร้ายแรงอะไรมากสินะ

 

“เบลเป็นไงบ้างวะมึง”

 

ผมถามออกไปเพื่อหาคำตอบให้คำถามในหัว ความเครียดทั้งหมดกำลังรุมเร้าจนสติแทบจะหลุด นึกหงุดหงิดอย่างไม่มีสาเหตุ แต่ไม่ได้เกิดจากคนอื่นมาทำให้ผมรู้สึกแบบนี้หรอกครับ แต่เป็นเพราะผมเอง

 

“ขาหักอ่ะมึง ใส่เฝือกมีพื้นที่ได้แสดงฝีมือทางศิลปะหละ พวกกูเว้นที่ไว้ให้มึงวาดด้วยนะพอล”ไอ้เติร์กพร้อมกับกอดคอผมให้เดินตามมันไปบนทางที่ทอดยาวและมีประตูห้องเรียงกันอยู่จนสุดทางเดินนั้น

 

“แค่ขาหักหรอ?”

 

“ก็คิ้วแตกเย็บไปห้าเข็ม ไหปลาร้าร้าว หน้าบวมไปซีกหนึ่งจัดว่าฟ้ายังเมตตาให้มันไม่เสียโฉมไม่ต้องศัลยกรรมอะไร ไม่งั้นกูคงได้เพื่อนหน้าเกาหลีกลับมาแน่ๆ หึหึ”เติร์กว่าก่อนจะหัวเราะกวนๆตามนิสัยของเจ้าตัว แต่ผมเองกลับไม่ได้รู้สึกตลกไปกับเพื่อนด้วย พอคิดตามถึงอาการที่บอกเล่ามานั้นเบลก็โดนค่อนข้างจะเยอะพอสมควร

 

และพอไอ้เติร์กหยุดเดินและเอื้อมมือไปเลื่อนประตูห้อง ภาพที่เข้ามาในกรอบสายตาคือเพื่อนทุกคนในกลุ่มกำลังรายล้อมเตียงที่มีผู้ป่วยนอนยิ้มและหัวเราะกับเรื่องที่เรโชกำลังเล่าให้ฟัง

 

“มึงไอ้พอลมาหละ” เติร์กส่งเสียงเพื่อบอกว่ามีแขกคนใหม่ที่ถูกรับเชิญมาในห้องพักคนไข้ ทุสายตาหันกลับมามองรวมไปถึงคนที่ได้รับบาดเจ็บก็หันมามองเช่นกัน

 

ผมจะไม่รู้สึกไปมากกว่านี้เลยหากหมอนั่นไม่ส่งยิ้มมาให้

 

ความรู้สึกผิดที่มีอยู่เป็นทุนเดิมอยู่แล้วลับมีมากกว่าเก่า มากจนอยากจะพูดคำว่าขอโทษไอ้เบลมันสักพันๆครั้งให้สมกับการละเลยมันจนเจ็บตัวมากขนาดนี้

 

“อ้าวมึง จะยืนอยู่ห้องประตูรึไง เข้ามาดิ๊ มารับช่วงต่อพวกกูที เดี๋ยวจะลงไปซื้อไรมากินมึงเอาไรป่าวพอล”พีชกวักมือเรียกผมที่ยืนนิ่งอยู่หน้าประตู ผมสบตากับเบลอยู่สักพักแล้วหันไปสนใจเพื่อนคนอื่นๆที่ตอนนี้ทำท่าจะเดินออกจากห้องเพื่อไปหาซื้ออะไรกินในตอนบ่ายแก่ๆแบบนี้

 

“พวกมึงไปเหอะ กูไม่ค่อยหิวเท่าไหร่”ผมตอบพีชที่กำลังยืนรอท่าว่าผมจะสั่งอะไรมันไหม และเมื่อได้คำตอบเจ้าตัวก็พยักหน้าให้แล้วเดินออกจากห้องจากเพื่อนคนอื่นๆไป จนตอนนี้ภายในห้องเหลือเพียงผมกับเบล

 

“เจ็บมากไหมมึง”ผมถามออกมาเสียงเบาขณะที่สายตากำลังพิจารณาบาดแผลบนร่างกายของคนป่วยบนเตียง

 

“มึงลองโดนรถอัดแล้วเอาหน้าไปถูกับพื้นถนนดูบ้างไหมหละ เจ็บดิมึงถามมาได้”เบลตอบแบบขำๆ เหมือนกับว่าตัวเองไม่ได้ซีเรียสกับอุบัติเหตุครั้งนี้เสียเท่าไหร่ แต่คนที่ฟังอย่างผมกลับรู้สึกตรงกันข้าม

 

“มึงโอเคเปล่าวะเบล”ผมถามออกไปพร้อมกับเอื้อมมือไปจับมือของเบลเอาไว้หลวมๆ

 

ผมยังจำได้ดีว่าตอนเด็กๆเราเคยจับมือกันบ่อยขนาดไหน และทำไมพอโตขึ้นมาเราถึงเลิกจับมือกันไปโดยปริยายแบบที่เราไม่เคยรู้ตัวเลย

 

“กูโอเคดิ ถามแปลกๆ แม่กูบอกว่าถือว่าฟาดเคราะห์ แบบที่กูเอาหน้าฟาดขาฟาด โอ้ยยยย ฟาดหนักอ่ะมึง แต่กูว่ากูโอเค”

 

“กูขอโทษนะเบล”ผมพูดออกไป ทั้งๆที่คิดว่าถ้าได้พูดคำว่าขอโทษมันคงทำให้หัวใจที่หนักอึ้งตอนนี้ผ่อนคลายลงบ้าง แต่เปล่าเลยมันกลับหนักไปมากกว่าเดิมเมื่อผมเห็นแววตาเพื่อนสนิทที่วูบไหวไปกับคำคำนี้

 

“ขอโทษกูทำไมวะ มึงไม่ได้เป็นคนชนกูสักหน่อย ประสาทป่าววะมึง”เบลหันหน้าหนีไปทางอื่นหลังจากที่พูดจบ สักพักเจ้าตัวก็หันกลับมาพร้อมกับรอยยิ้มบางๆ

 

“กูรู้ตัวว่าพักหลังนี้กูทิ้งมึงบ่อยๆ ปล่อยให้มึงกลับบ้านเองแบบที่ไม่เคยทำมาก่อน และถ้าเมื่อวานกูเอามึงกลับด้วยมึงคงไม่เป็นแบบนี้”

 

“มึงอย่ารู้สึกผิดในเรื่องที่มึงไม่ได้ทำได้ไหมเนี่ยพอล มึงเลือกน้องเขา มึงก็ต้องไปส่งน้องเขาก็ถูกแล้ว กูไม่ได้เป็นคนไร้เหตุผลนะเว้ย โตๆกันแล้วป้ะวะ”

 

“....”

 

“ไม่เมื่อวาน ก็สักวัน กูคิดไว้อยู่แล้วว่าเราไม่สามารถเดินด้วยกันได้จนถึงวันสุดท้ายหรอกมึง เดี๋ยวก็ต้องแยกย้ายกันไปทางของตัวเอง เพียงแค่วันนี้มึงดันแยกไปก่อนเท่านั้นเอง และเป็นกูที่ต้องสามารถเดินทางเก่าของตัวเองได้ในวันที่ไม่มีมึงก็เท่านั้น”เบลพูดออกมาเสียงเริ่มแผ่วเบาลง ผมไม่รู้ว่าเป็นเพราะเจ้าตัวเริ่มเหนื่อยด้วยอาการบาดเจ็บ หรือไม่อยากจะพูดถึงเรื่องนี้กันแน่

 

แต่ที่รับรู้ได้คือผมรู้สึกอะไรบางอย่างกับคำพูดที่ออกมาจากปากมัน

 

“มึงอย่าพูดแบบนี้ดิวะ กูรักมึงเสมอนะเว้ย และไม่เคยคิดถึงวันต้องแยกกันเดินกับมึงด้วย”ผมกระชับมือของอีกฝ่ายเพื่ออยากสร้างความมั่นใจให้กับเพื่อนสนิทที่ตอนนี้ไม่รู้คิดไปถึงไหนแล้ว

 

ตั้งแต่เด็กจนโตเบลไม่ใช่คนพูดเก่ง มันมักจะเดินตามผมขณะที่ผมเล่าเรื่องนู้นนี่ให้มันฟัง

เบลไม่ใช่เด็กที่มีความฝันมากมาย แต่มันพร้อมจะดินตามผมเสมอเวลาผมบอกว่าอยากเป็นอะไร

มันเลยทำให้เราอยู่ด้วยกันมาตลอดจนกระทั่งเข้ามหาวิทยาลัย

 

โชคดีที่เรายังอยู่ด้วยกัน และมีกลุ่มเพื่อนที่ดีจนทำให้เบลเป็นคนพูดเก่งขึ้นเยอะ แต่ผมไม่คิดว่าเบลพร้อมที่จะไม่เดินตามหลังผมอีกต่อไปแล้ว

 

“พอล...”

 

“หืม..”

 

“กูจะบอกอะไรให้นะเว้ย ถึงแม้ว่าพระเจ้าจะมอบมือให้เราทั้งสองข้างเพื่อใช้งาน และปกป้องคนที่เรารักด้วยสองมือนั้น แต่หากพระองค์ทรงมอบหัวใจให้คนเราเพียงแค่ดวงเดียว และนั่นก็แปลว่ามือนั้นก็ต้องปกป้องเพียงแค่คนนั้นเดียว ไม่ว่ามึงจะมีกี่มือ แต่มือทั้งสองของมึงไม่สามารถกุมและรักใครได้พร้อมกันสองคนหรอกหวะ มึงเข้าใจกูใช่ไหม?”

 

“ไม่ดิมึง..”

 

“ปล่อยมือกู แล้วเอาไปกุมมือคนที่มึงเลือกได้แล้ว กูโอเค”เบลยิ้มให้ผม เจ้าตัวพยายามขืนมือตัวเองออกจากการกอบกุมของผมจนผมเองต้องขมวดคิ้วกับท่าทีแบบนั้น

 

“เบล...”

 

“ปล่อย..”

 

แปลก...พอได้ยินคำว่าปล่อยจากปากของคนตรงหน้า แต่สมองของผมกลับสั่งการให้กุมมือเขาเอาไว้ให้แน่น

 

“กูบอกให้ปล่อยมือกูไงพอล”

 

“ไม่..”

 

 

“ปล่อย!!!”เบลขึ้นสียงดังจนผมเองตกใจ และเจ้าตัวอาศัยจังหวะนั้นดึงมือกลับประจวบกับที่ประตูห้องถูกเลื่อนเปิดเรียกความสนใจให้หันไปมอง

 

ผมขมวดคิ้วแน่นเมื่อพบร่างสูงของคนที่คุ้นเคยในชุดกาวน์สีขาวสะอาด ในเมื่อของเจ้าตัวถือชาร์ตประวัติคนไข้มองเข้ามาในห้องเหมือนจะจับผิดเราทั้งคู่ในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อไม่กี่นาทีที่ผ่านมา ก่อนจะกดยิ้มที่มุมปากแบบที่ผมรู้ว่าเจ้าตัวกำลังนึกสนุกอะไรอยู่แน่ๆ เพราะตาคมภายใต้กรอบแว่นกำลังพราวระยับจนรู้สึกรำคาญสายตาเมื่อต้องสบมอง

 

 

 

ผมรู้จักคนคนนี้ดี

 

 

“เอ...ผมมาขัดจังหวะอะไรรึเปล่าครับ พอดีถึงเวลาตรวจคนไข้เลยเปิดประตูมาโดยไม่ได้ตั้งใจ”เสียงทะเล้นตามนิสัยของเจ้าตัวเอ่ยขึ้นมาราวกับตกใจที่โผล่พรวดเข้ามาให้ห้องแบบนี้ แต่พอลรู้ว่าไอ้หมอนี่มันแสแสร้งแสดงไปอย่างนั้นหละ

 

“เอ่อ..ไม่มีอะไรครับหมอ ผมแค่คุยกับเพื่อน”เบลตอบออกไปเพื่อคลายความเข้าใจผิดที่เกิดขึ้นแต่หากแต่ผมยังจ้องหน้าคนที่ได้ชื่อว่าหมอไม่เลิก

 

“แล้วนี่หมอขออนุญาตตรวจคนไข้ของหมอหน่อยนะครับ เพื่อนคนไข้ไม่ว่าอะไรใช่ไหมเอ่ย?”

 

กวนประสาท...

ผ่านไปกี่ปี โตเท่าไหร่ก็ยังคงกวนแบบคงเส้นคงวาเหมือนเดิม

 

“จะทำอะไรก็รีบทำเถอะเฮีย อย่ามาทำท่ามากเลย”ผมลุกออกมาจากเก้าอี้แล้วถอยมายืนห่างๆขณะที่นายแพทย์หนุ่มที่ถูกผมเรียกแทนสถานะว่า “เฮีย” จะยักไหล่อย่างคนไม่ยี่หระอะไรแล้วกดยิ้มกว้างที่ใครๆมองก็คงประทับใจ เคลิบเคลิ้มไปกับรอยยิ้มนั้นได้ไม่ยากเลย

 

“เอ่อ...รู้จักกันหรอครับ”เบลถามขึ้นมาขณะที่ไอ้หมอนั่นก้มหน้าอ่านชาร์ตในมือ

 

“อ้าวพอล นายจะไม่แนะนำพี่ชายของนายให้เพื่อนรู้จักหน่อยหรอ”

 

น่ารำคาญ..

 

“ก็แค่ลูกพี่ลูกน้องน่า”

 

“น่าน้อยใจจังเลยน้า ไม่เจอกันตั้งหลายปี เจอกันทั้งทีเย็นชากับญาติแบบนี้ได้ยังไงกัน”

 

“เห..?”

 

“จะทำไรก็รีบทำเถอะ ได้โปรดอย่าก่อกวนกันไปมากกว่านี้เลย ไม่งั้นฉันจะฟ้องแม่นาย”

 

“หุย...พอลน่ากลัวจังเลยเนอะ ว่าแต่วันนี้คนดีของหมอเจ็บตรงไหนบ้างครับ J

 

เดี๋ยวนะ...

เมื่อกี้ไอ้หมอบ้านี่มันเรียกเพื่อนเขาว่าอะไรนะ?

 

 

เฮ้ยๆๆๆ อย่ามาทำเจ้าชู้ใส่ไม่เลือกหน้านะเว้ยไอ้เฮียปาล์ม!!!!

 

 

 

 

 
 
 









“หมอปาล์ม” นี่คือชื่อที่เจ้าตัวแนะนำมา ทั้งๆที่ผมเรียกเขาจากชื่อจริงมาตลอดว่าหมอวรวุฒิ

 


“ผมชอบให้คุณเรียกผมว่าหมอปาล์มมากกว่า ชื่อของผมมันดูน่ารักขึ้นเยอะเวลาออกมาจาปากของคุณ”คุณหมออายุน้อยพูดแบบนั้นพร้อมกับรอยยิ้มกว้างจนแทบไม่เห็นตาของเขา ผมเองก็ไม่ได้รู้สึกอะไรมากมายด้วยคิดว่านี่อาจจะเป็นนิสัยเฉพาะตัว และความเฟรนด์ลี่ของหมอที่ต้องสร้างไว้เพื่อให้คนไข้ไว้วางใจ

 


ไม่มีอะไรมากเลยหากเพื่อนของเขาไม่หัวฟัดหัวเหวี่ยงใส่หมอที่ขึ้นชื่อว่าเป็นลูกพี่ลูกน้องของตัวเองจนต้องออกไปสงบสติอารมณ์ข้างนอก และหมอปาล์มได้ตรวจร่างกายของผมต่อไป

 


เราคุยกันเล็กๆน้อยๆก่อนที่หมอจะจบสิ้นกระบวนการการทำงานของตนเองในวันนี้ หันไปสั่งให้นางพยาบาลปรับเพิ่มยาและน้ำเกลือเฝ้าดูอาการต่อ และเริ่มเข้าศัพท์ยากๆที่ผมไม่เข้าใจอีกต่อไป ความสนใจของผมเลยเปลี่ยนจากคุณหมออารมณ์ดีเป็นทีวีตรงหน้าที่เปิดทิ้งไว้ตั้งแต่เพื่อนมาเยี่ยมจนป่านนี้จากรายการสารคดีสัตว์โลกน่ารักที่ถ่ายทอดชีวิตเสือชีต้ากำลังล่าเหยื่อแปรเปลี่ยนเป็นการ์ตูนโคนันนักสืบเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

 


อาจจะเป็นเพราะความเหนื่อยล้า ปวดร้าวไปทั้งตัว และความระบมที่ยังติดตัวอยู่ทำให้ร่างกายเริ่มปิดกั้นทุกสิ่งออกไป ตาที่ปรือปรอยพยายามลืมเท่าไหร่ก็ไม่สำเร็จจนต้องยอมแพ้ให้กับความง่วงที่เข้ามาเล่นงานปล่อยให้เปลือกตาสนิทปล่อยตัวเองเข้าสู่ห้วงนิทราไปอย่างง่ายดาย

 

 

 

 


มันคงน่าตลกที่เรายังคงฝันไปถึงเหตุการณ์เดิมๆซ้ำๆ

 





ถึงแม้เรื่องบางเรื่องไม่ได้เป็นที่จดจำของอีกฝ่ายแล้ว แต่ทำไมมันยังคงตราตรึงในความทรงจำของคนที่ให้ความใส่ใจกับสิ่งที่เรียกว่า “คนสำคัญ”

 

 

ผมรู้สึกสับสนตัวเองเมื่อภาพตรงหน้าเป็นสนามเด็กเล่นของโรงเรียนสมัยประถม ความจริงต้องบอกว่าเป็นส่วนของฝ่ายประถมถึงจะถูก เพราะโรงเรียนของเขาเปิดสอนตั้งแต่ประถมถึงมัธยมหก และยืนปล่อยเวลาผ่านไปได้ไม่นานแผ่นหลังเล็กๆก็วิ่งเข้ามาในกรอบสายตา

 


แผ่นหลังในชุดเสื้อพละสีม่วงกำลังจูงข้อมือของเด็กอีกคนที่วัยเดียวกันแต่ตัวเล็กกว่าให้วิ่งไปตามทางเดินตามความยาวตึก โดยไม่นานนักก็มีกลุ่มเด็กชายประมาณสามถึงสี่คนวิ่งตามมา

 



หัวใจของผมลุ้นระทึกราวกับรัวกลองเมื่อมองตามภาพเหล่านั้น

 

 


และสำนึกได้ว่าผมเองเคยเจอเหตุการณ์แบบนี้ครั้งหนึ่งเมื่อตอนอยู่ประถมหก ตอนนั้นระหว่างที่เราทำเวรประจำวันกันอยู่อริข้างห้องที่ชอบแกล้งผมโผล่เข้ามาและปัดถังขยะในมือของผมที่กำลังจะเอาไปทิ้งร่วงลงพื้นจนสิ่งของภายในนั้นกระจายไปทั่วบริเวณ

 



และนั่นเป็นชนวนให้พอลออกโรงปกป้องจนมีเรื่องชกต่อยกัน

 



ใครจะไปคิดว่าจะมีมากกว่าสองคนจากที่เห็นตอนแรก และนั้นทำให้พอลต้องพาผมหนีไปหาที่ปลอดภัยซ่อนตัว และนั่นก็เป็นครั้งแรกที่เขาทำเรื่องบ้าบิ่นเพื่อปกป้องผมเอาไว้ และอาจจะเป็นความประทับใจแรกด้วยเช่นกัน ถึงแม้เหตุการณ์นั้นทำให้แม่ของเราสองคนปวดหัวจนได้ข้อสรุปให้ผมกับพอลย้ายโรงเรียน

 



แต่สุดท้ายเราก็ยังอยู่โรงเรียนเดียวกันอยู่ดี

 


 

 


ไม่รู้เป็นเพราะบุญที่มีต่อกัน หรือกรรมที่ทำร่วมกันไว้ถึงส่งผลให้เราไม่สามารถสลัดกันได้หลุดเลยแม้จะเกิดเหตุการณ์ให้แยกจากกันหลายต่อหลายครั้ง แต่ท้ายที่สุดเราก็ยังอยู่ด้วยกันอยู่ดี

 

 

ภาพในกรอบสายตาเปลี่ยนไปแล้วบรรยากาศในสนามเด็กเล่นภายในโรงเรียนแปรเปลี่ยนเป็นสนามฟุตบอลของโรงเรียนมัธยมที่พวกเราเรียนด้วยกัน ท่ามกลางอากาศแปรปรวนที่มีฝนห่าใหญ่เทลงมาจนทำให้นักเรียนไม่สามารถทำกิจกรรมอะไรต่อไปได้ และมีสองนักเรียนมัธยมหกกำลังยกกระเป๋าหนังวัวราคาแพงหัวอย่างไม่นึกเสียดายของอยู่หนึ่งคน และผมที่กำลังกกกอดกระเป๋าใบนั้นไว้ราวกับว่าตัวจะเปียกแค่ไหนก็ได้แต่ไอ้เจ้ากระเป๋าใบนี้ต้องไม่เป็นอะไร

 


พอลที่หันมาเห็นท่าทีแบบนั้นของผมเจ้าตัวเลยเอื้อมมือโอบบ่าผมเข้าไปใกล้แล้วแชร์กระเป๋าบังหัวให้ทั้งที่ไม่มีความจำเป็นเลย เพราะข้ามมาอีกฝั่งสนามแล้วก็พบว่าเราทั้งคู่เปียกปอนไปหมด ไอ้ที่พยายามทำไปไร้ความหมายทั้งหมด รวมไปถึงความพยายามปกป้องกระเป๋าของผมด้วย

 


มันน่าตลกตรงที่ทุกคนวิ่งข้ามสนามเพื่อมุ่งตรงไปที่ประตูใหญ่ของโรงเรียน แต่เราสองคนกลับมาในตึกเรียนถึงแม้ว่าเวลาตอนนั้นจะเข้าสู่ช่วงเวลาค่ำเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

 


โต๊ะตัวยาวในโซนที่นั่งประตูกลุ่ม เรียกได้ว่าเป็นที่ลับตาคนก็ว่าได้ อย่างน้อยตรงนี้ก็เป็นที่หลบภารโรงที่เอาแต่ไล่นักเรียนกลับบ้านโดยไม่ได้สนใจสภาพฟ้าฝนสักนิด และเป็นที่ที่ผมกับพอลนั่งระเบิดเสียงหัวเราะกับความบ้าบอที่เราทำไปด้วยกันทั้งคู่

 


ผมเบะปากให้กับกระเป๋าหนังวัวที่ตอนนี้เป็นคราบฝนไปทั่วพื้นที่ กลิ่นเหม็นๆของมันเริ่มทำงานเมื่อเปียกน้ำ สองมือก็ไม่วายที่จะพยายามลูบไปบนเนื้อหนังกระเป๋าเพื่อหวังว่าสักนิดนึงก็ยังดีที่มือวาดผ่านให้มันแห้งจนไม่เกิดรอย

 


ผมรู้ว่าเป็นความคิดที่งี่เง่าจนพอลยื่นผ้าเช็ดหน้ามาให้ ผมรับมันมาแล้วโปะลงบนกระเป๋าจนพอลมันหัวเราะเสียงดังขึ้นมาอีกส่งผลทำให้ผมหยุดการกระทำนั้นแล้วหันมามองมันด้วยแววตาสงสัย

 


พอลเห็นท่าทีนั้นของผมเจ้าตัวก็ส่ายหน้าแล้วแย่งผ้าเช็ดหน้านั้นกลับคืนไป ซึ่งผมควรจะขุ่นเคืองที่หมอนั่นกำลังทำเหมือนผมเป็นตัวตลกอะไรนักหนา มองหน้าก็หัวเราะ หันมามองอีกทีก็หัวเราะ แต่คุณรู้ไหมว่าผมไม่สามารถทำแบบนั้นได้เลย

 


เมื่อมือหนาของเขากำลังเอื้อมมาโป๊ะผ้าเช็ดหน้าบนหัวของผมแล้วเอาแรงขยี้เช็ดให้เบาๆ

 


ความรู้สึกเหมือนเวลาหยุดหมุนแล้วนำพาให้หัวใจเต้นแรงเมื่อใบหน้าของเพื่อนสนิทอยู่ใกล้เพียงแค่ลมหายใจกลั้น ผมลอบมองใบหน้าของพอลในระยะใกล้ขณะที่เขากำลังตั้งใจเช็ดผมให้ผมอยู่

 


แอบลอบมองลูกกระเดือกบนลำคอแกร่งที่เคลื่อนขึ้นลงเวลาที่เจ้าตัวส่งเสียงบ่นผมต่างๆนานาออกจากปาก และนั่นสะกดสายตาทุกอย่างจนทำให้ผมลืมตัวมองจนพอลรู้ตัว

 



เราควรหยุดอยู่แค่นั้น

 



ผมคิดว่าพอลคงจะต้องส่งเสียงแอะออกมาดังๆให้ผมตกใจแล้วมองดูท่าทีที่ผมจะปฏิบัติต่อไปก่อนจะเปร่งเสียงหัวเราะด้วยความสนุกอย่างที่เจ้าตัวชอบทำ

 




แต่เปล่าเลย...

 



หัวใจของผมเต้นแรงมากกว่าเก่าเมื่อสายตาคมของเพื่อนสนิทกลับหยุดนิ่งแล้วจ้องตาของผมกลับมาเช่นกัน ใบหน้าหล่อของคนตรงหน้าที่ประดับไปด้วยรอยยิ้มทะเล้นขี้เล่นตลอดเวลาแปรเปลี่ยนไปเป็นจริงจัง จนกระทั่งสองมือของเขาโอบใบหน้าของผมไว้

 

 



และริมฝีปากสีส้มซีดที่แนบลงมาอย่างไม่นึกคิดมาก่อน

 

 



นั่นทำให้ผมรับรู้ว่า ผมตกหลุมรักเขามาตลอด อาจจะเป็นตั้งแต่สมัยอนุบาลที่เขาชอบแบ่งขนมชิ้นกว่ามาให้ด้วยข้ออ้างว่าผมตัวเล็กกินเยอะๆจะได้โต หรือจะเป็นเพราะเขามักจะโผล่มาปกป้องผมเสมอเมื่อยามโดนแกล้ง หรือไม่ก็เขาที่มักจะอยู่ดูแลมอบความห่วงใยไม่ให้ขาด

 




นอกจากตัวผมเองแล้ว คงมีพอลนี่แหละที่รู้จักผมดีที่สุด

 

 



ไม่นานนักที่ริมฝีปากอุ่นนุ่มนั้นแนบชิดลงมา เป็นจูบแบบที่ไม่มีการจาบจ้วงแบบที่ผมเห็นผู้ใหญ่ในละครเค้าทำกัน เป็นการจูบแบบแนบปากเฉยๆ แต่อนุภาพกับทำลายล้างผมได้อย่างน่าเหลือเชื่อ

 

 



“เฮ้ย จูบไม่เป็นเลยนี่หว่าเพื่อน”

 

 



เสียงทุ้มของอีกฝ่ายพูดขึ้นหลังจากที่เราทั้งสองคนละจูบกันแล้วปล่อยให้ความเงียบครอบคลุมบรรยากาศทั้งหมด เสียงหัวเราะพรั่งพรูออกมาจากปากของฝ่ายตรงข้ามซึ่งนั่นเป็นเหมือนก้อนหินมาถ่วงหัวใจของผมให้ดิ่งลงไปในห้วงลึกของมหาสมุทร ที่ทั้งเย็นเยียบ มืดมน และน่ากลัว

 


การกระทำของพอลทำให้ผมเรียนรู้กับศัพท์ใหม่ที่เรียกว่า ตัดใจหัวสมองมีอำนาจกว่าหัวใจทั้งหมด กลไกปกป้องตัวเองทำงานขึ้นมาสร้างหน้ากากและพูดย้ำว่าเราเป็นแค่เพื่อนกัน ทุกอย่างที่รู้สึกออกไปก็เพียงแค่ความผูกพันที่เราสร้างขึ้นมา

 




ไม่มีอะไรจริงจัง

 

การกระทำก็เพียงแค่เย้าแหย่ตามประสาเพื่อน

 

 

 


ก็เท่านั้น...

 

 

 

 

 

 

กาลเวลาแม้จะเพิ่งเกิดขึ้นไม่นาน แต่ก็คงนานพอสำหรับคนไม่ใส่ใจที่จะลืมเลือน และพอลก็แสดงให้ผมเห็นว่าเขาไม่ได้คิดอะไรจริงๆ เมื่อเจ้าตัวดูมีปฏิกิริยาชอบเพื่อนใหม่ที่ชื่อพีช

 


เด็กเชียงใหม่ที่มีใบหน้าค่อนออกไปทางน่ารักที่นิสัยโปกฮาและดูเป็นที่รักของเพื่อนมากกว่าคนพูดน้อยอย่างผม ถึงแม้ว่าพอลยังคงทำทุกอย่างเหมือนเดิม ขับรถมารับและส่งผมกลับบ้านอย่างเช่นทุกวัน แต่ผมรับรู้ว่าในทุกๆวันว่าทุกอย่างไม่เคยเหมือนเดิม

 

 

 

ความคาดหวังดับสูญไปจนหมดแล้วในเมื่อวานนี้

 

 

 

เด็กคนนั้นได้ทุกอย่างไปหมดแล้ว ทุกสิ่งที่เคยเป็นของผม ทุกสิ่งที่ผมเคยคาดหวังจะเป็นเจ้าของ

 

 

 

 

พอลเลือกแล้ว...

 

 

 

 

“พี่เบลเค้าเป็นหนักไหมครับคุณแม่ น้องพอร์ชเห็นแล้วรู้สึกเจ็บแทนเลยอ้ะ!”เสียงเจื้อยแจ้วดังเข้ามาในโสตประสาตเพื่อปลุกให้ผมตื่นจากห้วงภวังค์ความฝัน

 

เสียงคุยเจี้ยวจ๊าวบอกว่าในห้องที่ผมอยู่ตอนนี้ไม่ได้มีผมคนเดียวอีกต่อไปแล้ว

 

 

“อ้ะ! คุณแม่เหมือนพี่เบลจะตื่นแล้วครับ เย่! พี่เบลลลลลลลล นี่พอร์ชเองจำพอร์ชได้ป่าววววว เลิกอู้แล้วมาเล่นกับพอร์ชเร็ววว!

 

 


ตลกดี....

 

 

 


ผมลืมตาขึ้นมาก่อนกระพริบเปลือกตาถี่เพื่อปรับแสงก่อนจะเห็นใบหน้าน่ารักแสนทะเล้นกำลังยิ้มกว้างกระโดดโลดเต้นเมื่อเห็นว่าผมตื่นขึ้นมาแล้ว

 

น้ำเสียงสดใสนั่นทำให้ผมวาดยิ้มออกมาได้ไม่ยาก

 

 

และผมเข้าใจอย่างลึกซึ่งเลยว่าทำไมเพื่อนของผมถึงได้ตกหลุมรักเด็กคนนี้

 

 

 


ดีแล้ว...พอลมีคนที่สามารถทำให้เจ้าตัวยิ้มได้แทนผมแล้ว แบบนี้ก็ดี

 

 

 

 

หละมั้ง...
























เป็นเวลาเกือบอาทิตย์กว่าหมอปาล์มจะอนุญาตให้ผมกลับบ้านได้ ซึ่งนั่นถือเป็นเรื่องน่ายินดีเสียเหลือเกิน แต่ติดตรงที่ว่าแม่ของเขาดันมาเป็นห่วงว่าร่างกายยังไม่พร้อมไปเรียนหนังสือ เลยเป็นผลต้องหยุดเพิ่มอีกสามวันจนกระทั่งคุณนายแกจะพอใจและปล่อยให้ไปมหาวิทยาลัยได้ปกติ

 

เอาจริงๆแล้วเบลนั่งวางแผนชีวิตตัวเองใหม่ตั้งแต่อยู่โรงพยาบาล สมัยนี้อะไรก็สะดวกไปหมดในยุคที่โทรศัพท์มือถือเป็นปัจจัยสำคัญและบริการต่างๆเองก็สามารถเรียกใช้เพียงแค่นิ้วจิ้ม รวมไปถึงบริการเรียกแท็กซี่ ซึ่งพอปรึกษาแม่ในตอนแรกแม่เองก็ดูกังวลไม่น้อยที่ผมจะต้องเดินทางแบบนี้ ครั้นแม่จะมาคอยรับคอยส่งโดยมีภาระต้องดูแลร้านอยู่ตลอดเวลาแบบนี้ก็ไม่สามารถทำได้

 

และหลังจากอธิบายให้แม่เข้าใจเกี่ยวกับบริการเรียกรถแท็กซี่ผ่านแอพลิเคชั่นว่ามันปลอดภัยยังไงแม่ผมก็ยอมในที่สุด เรียกว่าอธิบายจนเหนื่อยเลยก็ว่าได้

 

หลังจากกินโจ๊กที่แม่เตรียมไว้ให้เสร็จเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ผมคว้าเอาไม้ค้ำยันที่เป็นอวัยวะใหม่ในร่างกายเพื่อดันตัวเองให้ลุกขึ้นจากโต๊ะอาหารภายในบ้านหยิบเป้มาสะพายเรียบร้อยก่อนจะเตรียมพร้อมเดินออกจากบ้าน เพื่อไปเรียกแท็กซี่แต่หากในกรอบสายตาดันมีรถที่สุดแสนคุ้นตามาจอดรอเสียก่อน

 

ผมมองร่างสูงของเพื่อนสนิทที่เจ้าตัวกำลังช่วยแม่จัดตู้ยาใหม่ เอาจริงๆแล้วถ้าหากเป็นเมื่อก่อนคงเป็นภาพที่แสนจะเคยชิน แต่ทำไมมาตอนนี้ผมกลับรู้สกลำบากใจเมื่อเห็นคนคนนี้ปรากฏกายอยู่ตรงนี้

 

“อ้าวแม่ว่าจะไปเรียกเราอยู่พอดี พอลเขามารับหนะลูก”แม่พูดขึ้นเมื่อเห็นผมเดินออกมาถึงโซนหน้าบ้านที่ถูกทำเป็นร้านขายยา พร้อมกับเพื่อนสนิทที่หันมายิ้มกว้างๆให้อย่างต้องการทักทาย

 

 

ให้ตาย....

หัวใจทำไมมันต้องรู้สึกเจ็บจนน่ารำคาญแบบนี้ด้วยนะ

 

 

“มาได้ไงวะ”ผมเอ่ยถามออกไป ที่จริงไม่ได้คิดจะกวนอะไรหรอกครับ ถ้ามามองตามหลักความจริงแล้วไอ้พอลควรจะไปรับเด็กมันมากกว่าจะมายืนช่วยแม่ผมจัดร้านอยู่ตรงนี้

 

“อ้าวมึงนี่ก็ถามแปลกๆ”พอลเดินมาช่วยดึงเป้บนบ่ามาถือก่อนจะทาบมือไว้บนหลังแล้วออกแรงดันเบาๆให้ผมเคลื่อนย้ายตัวเองไปหน้าบ้านเสียที

 

พอลยกมือไหว้ลาแม่ของผมแล้วช่วยประคองให้เดินมาถึงตัวรถ เอาจริงนี่ถ้าเป็นละครช่องเจ็ดพลอตแบบไทยดั้งเดิมผมจะสะมืออ่อนแล้วโวยวายใส่ไอ้เพื่อนที่ไม่ได้รู้สึกรู้สาอะไรเลยให้เลิกทำตัวแบบนี้เสียที

 

แต่ชีวิตจริงไม่เป็นเหมือนในละคร...

ในเมื่อสมองของผมมันสั่งการให้ขึ้นไปนั่งบนรถนั้นดีๆ หรือเอาจริงๆแล้วลึกๆหัวใจก็ยังมีความหวังอะไรบางอย่างอยู่ก็ตาม

 

พอลช่วยจัดท่านั่งของผมเรียบร้อยเจ้าตัวก็เอาไม้ค้ำยันไปไว้ที่เบาะหลังแล้วเดินอ้อมมาขึ้นรถฝั่งคนขับ เสียงฮัมเพลงอย่างคนอารมณ์ดีนั่นทำให้ผมนึกไปถึงภาพเก่าเสียเหลือเกิน

 

วันที่เราแข่งกันฮัมเพลงในวันที่ฝนตกแล้วต้องเผชิญกับปัญหาการจราจร

หรือจะชวนคุยกันเรื่องเกมส์ที่เพิ่งออกมาใหม่ และเรื่องต่างๆนานาที่เราพบเจอด้วยกันมาในวันนั้นๆ

 

แม้เวลาจะผ่านไปไม่นาน แต่ทำไมผมกลับรู้สึกว่ามันยาวนานมากแล้วจนไม่สามารถย้อนกลับไปสู่จุดเดิมๆของเราสองคนได้อีก

 

อันนี้ผมรู้ดี

 

 

“แล้วนี่มึงไม่ไปรับพอร์ชหรอวะ?”เอ่ยถามขึ้นมาหลังจากไอ้พอลขับรถไปได้สักระยะหนึ่งแล้ว ร่างสูงข้างกายหยุดฮัมเพลงทันทีที่ได้รับคำถามนั้น พอลหันมามองหน้าผมแล้วจุดยิ้มบนใบหน้า

 

“รับดิ แต่มารับมึงก่อนไง อย่าลืมดิว่าพอร์ชหออยู่หน้ามอเอง”

 

นั่นสิ...

ผมเองก็ลืมนึกไป

 

 

“แล้วแวะมารับกูนี่น้องเค้าไม่ไปสายหรอวะมึง”ผมยังคงถามต่อไป จำได้คร่าวๆว่าตารางการรับน้องยังไม่สิ้นสุด ดังนั้นเด็กปีหนึ่งส่วนใหญ่จะรีบเข้ามหาวิทยาลัยแต่เช้าเพื่อไปทำกิจกรรม ไม่ว่าจะเข้าห้องเชียร์ ซ้อมบูม หรือล่าเนื้อเพลงที่หายไป

 

“ไม่เว้ย มึงหายไปสองอาทิตย์เค้ารับเกียร์คณะกันไปแล้ว เพิ่งปิดตึกกันไปเมื่อวานนี่เอง พี่อั้นแม่งอย่างฮาโดนเด็กท้าให้ไปเต้นท่าเอบีซีชักกะตุ๊กที่หน้าสระมรกต โดนเจ้าที่เล่นเข้าให้อีกรอบ พวกกูนี่ต้องหลบไปแอบขำกันอ่ะมึง”

 

ผมเหลือบมองเพื่อนสนิทที่กำลังหัวเราะกับเรื่องที่ตัวเองเล่าออกมาราวกับเห็นภาพว่ามันเป็นยังไง ผมเองก็นึกสยองไม่ได้กับภาพท่านเจ้าที่ที่แม้จะผ่านมาปีการศึกษาหนึ่งแล้วแต่ก็ยังเป็นท่านเจ้าที่โหดสัสตัวเดิม ที่เพิ่มเติมคงจะเป็นขนาดตัวที่ใหญ่ขึ้น และอัพเลเวลพังตะแกรงท่อได้เพียงปลายเล็บตีน

 

 

เพียงแค่นึกภาพถึงขนอ่อนที่แขนก็ลุกชูชัน

ของเขาแรงจริงๆ

 

 

ตลอดทางพอลเล่าให้ฟังเกี่ยวกับประเพณีชิงเกียร์คณะที่ปีนี้ไม่ได้เซอร์ไพร์ซเท่ากับรุ่นของผม จัดทุกอย่างออกมาเหมือนกิจกรรมสันทนาการปกติแต่เด็กๆไม่ได้รับรู้เลยว่าในแต่ละกิจกรรมนั้นแฝงไปด้วยอะไร

 

การทำซีรีย์ยาวนานเกือบครึ่งชั่วโมงทำเอาผมลอบกลืนน้ำลาย

ไม่เซอร์ไพร์ซแต่โหดไปต่างหาก

 

แต่เชื่อว่าสิ่งที่พี่ๆทำออกมามันมักจะแฝงคอนเซปอะไรบางอย่างเพื่อสอนน้องเสมอ และผมมั่นใจว่ามันคงไม่ได้โหดร้ายเกินไปจนเด็กๆรับไม่ไหวกันหรอก

 

ไม่นานนักพอลก็เลี้ยวเข้าซอยเล็กๆที่เป็นโซนหอพักหน้ามหาวิทยาลัย นั่นเป็นเหมือนสัญญาณทำให้ผมรู้ตัวว่าเวลาของเราสองคนได้สิ้นสุดลงแล้ว

 

“พี่เบลทำร๊ายยยยยยยยย ไม่ต้องลงม๊า นั่งไปนั่งแหละพอร์ชจะนั่งหลังเองงง”เจ้าพอร์ชร้องเสียงหลงเมื่อเห็นว่าผมเปิดประตูทำท่าจะลงมาจากรถเพื่อย้ายไปยังเบาะด้านหลังแทน ยังไงก็พอจะรู้ว่าเบาะหน้านั้นควรจะเป็นของแฟนเจ้าของรถเสียมากกว่า

 

“แต่..”

 

“พี่นี่ไม่เจียมบอดี้เล้ยยย นี่ถ้าเฮียพีชอยู่นะพี่เบลโดนเฮียพีชด่าหูชาแน่ๆ”พอเจ้าตัวเล็กขึ้นมาบนรถก็บ่นผมซะยาวเหยียดประหนึ่งว่าเรามีสถานะเป็นเพื่อนกัน

 

เจ้าพอร์ชมันลืมไปรึเปล่านะว่าผมเป็นรุ่นพี่มัน?

 

“กินข้าวมายังครับ”พอลเอ่ยถามขึ้นมา ผมเหลือบมองเพื่อนสนิทที่ตอนนี้สายตาจับจ้องไปที่กระจกมองหลัง และนั่นเป็นการตอบคำถามที่ผุดขึ้นในใจผมได้ดีว่าเจ้าตัวนั้นถามใคร

 

 

เรื่องแบบนี้ทำไมต้องสงสัยกันนะ ก็น่าจะรู้ดีอยู่แล้วไม่ใช่รึไงวะ...

 

 

 

“ยางงงงง หิ๊วหิววววว พี่พอลพาพอร์ชไปกินข้าวหน้าเป็ดวิดยาโหน่ยยย เนี่ยะวันนี้พอร์ชไม่ได้กินข้าวหน้าเป็ดนะพอร์ชเรียนไม่รู้เรื่องแน่ๆเลยอ้ะ!!

 

 

เสียงเจื้อยแจ้วจากเด็กช่างพูดนั้นดังไปตลอดทางตั้งแต่ขึ้นรถมา พร้อมกับเสียงหัวเราะเบาๆอย่างคนเอ็นดูที่ดังมาจากเจ้าของรถ

 

แตกต่างเหลือเกิน...

ผมไม่มีอะไรที่เหมือนพอร์ชสักอย่าง

 

อีกอย่าง..

ผมไม่เคยทำให้พอลหัวเราะได้ตลอดเวลาเหมือนเด็กคนนี้

 

ไม่เหมือนกันเลยสักนิด...

 

 

“พี่เบลไปกินด้วยกันป่าว เดี๋ยวให้เสี่ยพอลเลี้ยง เสี่ยพอลติดข้างพอร์ชอยู่แหละอิ้อิ้”พอร์ชหันมาชวนผมคุยหลังจากที่สังเกตได้ว่าผมเงียบไป และสุดท้ายที่ทำได้คือการหาทางหลุดออกจากห่วงโซ่ที่เต็มไปด้วยความอึดอัดนี้ให้ได้

 

“เบลมันกินมาแล้ว ตอนพี่ไปรับมันนะนั่งกินข้าวแก้มตุ้ยเลย ไม่ได้สนใจเพื่อนมันสักนิด”พอลตอบคำถามนั้นแทนผม ซึ่งก็ถือว่าเป็นเรื่องดีเหลือเกิน อย่างนั้นเจ้าเด็กปีหนึ่งบนรถก็คงไม่ต้องเซ้าซี้ผมอีก

 

ดีแล้ว...

 

 

“อ้าวแล้วพี่เบลจะอยู่กับใครอ่ะถ้าพี่พอลพาพอร์ชไปกินข้าวงะ”พอร์ชยังคงสงสัยขณะที่รถได้จอดลงหน้าคณะเป็นที่เรียบร้อย ผมปลดสายคาดเบลท์ออกพร้อมกับเดินลงจากรถโดยมีพอร์ชรีบลงมาช่วยพยุง

 

ไม่ทันที่พอลมันจะหาคำตอบให้คำถามของน้องได้ และไม่ทันที่ผมจะออกตัวว่าสามารถอยู่คนเดียวได้สายตาก็เหลือบไปเห็นร่างสูงของใครอีกคนที่แสนจะคุ้นตา

 

เจ้าตัวในชุดเสื้อยีนส์แขนยาวพับแขนกับกางเกงยีนส์เข้าคู่กันนั้นทำให้ดูแปลกๆไปนิดหน่อยเพราะทุกครั้งที่พบเจอคนคนนี้จะอยู่ในชุดเครื่องแบบเสมอ

 

 

 

“หมอปาล์ม”

 

 

นั่นคือชื่อของเขา และผมเอ่ยทักด้วยความรู้สึกที่แสนจะแปลกใจ

 

 

“ว่าไงตัวเล็ก...คิดถึงหมอไหมครับJ

 

 

 

 

 

 

 

TBC

 

 

 

 

 

-แถม-

 

 

 

เผือกไลน์(3)

 

 

Natin.truck

มึง พี่เขาคือใครทำไมถึงมาพะเน้าพะนอเพื่อนกูถึงที่  ) 11:10

 

RATIO

มาพร้อมกันไหมหละ ให้กูถามใคร? ) 11:13

 

Natin.truck

ไม่กวนตีนดิเพื่อนรัก ตามตรรกะแล้วมึงไม่ใช่คนที่ยอมแพ้อะไรง่ายๆแบบนี้  ) 11:15

 

RATIO

ไม่อ่ะ กูเปลี่ยนคอนเซปแล้ว กูอยากอยู่แบบหล่อๆ

และไม่ขี้เสื.อก ) 11:17

 

Natin.truck

เพื่อนรัก มึงอย่าแอ๊บ อยากรู้จนตัวสั่นแล้วก็บอก เอาจริงๆเราควรช่วยกัน

จุดนี้งานซักแห้ง ซักล้าง ซักให้ขาวสะอาดต้องมานะครับ  ) 11:20

 

RATIO

กะด้ะ ดีล ) 11:22

 

 

Peach.apol

11:29 ( อะไรๆๆๆๆๆๆๆ พูดเรื่องไรกัน??

 

Natin.truck

ไม่ขี้เสื.อกดิมึง  ) 11:30

 

Peach.apol

11:32 ( ไม่ได้ดิ นี่กูคีพคาเรกเตอร์ตามคอนเซปไลน์กลุ่มอยู่

 

Natin.truck

หรอมมมมมมม  ) 11:33

 

Peach.apol

11:34 ( จ้า ความจริงนิสัยไม่ใช่งี้เลยจ้า

 

RATIO

อยากรู้รีบมาอย่ามัวแต่กกผัวอยู่ที่หอ ให้ไวก่อนจะพลาด ) 11:35

 

Peach.apol

11:36 ( ผัวบ้าร้ะ ตบปากสิบที! ถ่ายรูปมาให้ดูโหน่ยๆๆๆๆ

 

Natin.truck

ไม่ครับอยากเผือกต้องลงทุน J  ) 11:37

 

Peach.apol

11:38 ( เล่นงี้ช้ะ! เดี๋ยวอีกสิบนาทีเจอกันเลย!

 




 

จบเถอะ.









 
 
Talk: หมอปาล์มมาหละครัช บุกถึงที่ อย่างงี้น้องเบลจะเป็นไงหน๊อ...อิ้อิ้ 

29/7/2558


---------------------------------------------------------------------------------------------------



[ชี้แจง]

ซอลขออนุญาตเลื่อนจองทั้ง SS1 และ SS2 เป็นสิ้นเดือนก.ย. นะคะ เนื่องจากตอนนี้ซอลงานเข้าติดโปรเจคที่บริษัท ซึ่งไม่รู้หัวหน้าเห็นแววหรืออยากโบ้ยงานมาให้ก็ไม่รู้ ที่ตอนนี้นางซอฟ๊อต้องมารับเป็น Project Manager ให้กับโครงการหนึ่งที่แผนกต้องทำเสนอผู้บริหาร
งานเข้าอย่างจังเลย ทำให้แผนทุกอย่างมันรวนไปหมด อันนี้ต้องขอโทษอย่างสุดซึ้งจริงๆค่ะ .โค้ง90องศา
อีกเหตุผลหนึ่งคือมีน้องๆหลายๆคนเข้ามาบ่นกับซอลว่าอยากได้ แต่เก็บเงินไม่ทัน ด้วยซอลเองก็เข้าใจว่ารอบนี้ SS2 มันมีราคาค่อนข้างสูงกว่า SS1 ด้วยมาจากการตัดทอนเป็น 2 เล่ม (ตามคอมเม้นจาก SS1 บอกว่าเล่มใหญ่มันถืออ่านลำบาก จะนอนอ่านเวลาตกใส่หน้านี่มีระบม) ค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นทำให้ราคาเพิ่มไปตามๆกัน ฮรึก....พิซอลเลื่อนให้แล้วน้า ใครสนใจลงชื่อจองได้เล้ยยยย อิ้อิ้


อีกเรื่องคือเรื่อง #ฟิคพลับปาย

ใครคิดถึงเฮียพลับและปาย รอกันอีกอึดใจเดียวน้า ซอลจะต่อเรื่องนี้หลังจากที่จบ SS2 จ้า ดังนั้นคิวต่อไปจะเป็นเฮียพลับอย่างจุใจให้สมกับความคิดถึงที่รอมานานเลยหละ ^^



---------------------------------------------------------------------------------------------------



[ว่าด้วยตอนแถมในเล่ม]



SS2 ที่ลงในเว็บหลังจบตอนน้องเบลจะเป็นตอนโมพีช 4 ตอนน้า + สเปเชียลอีก 2 ตอน แต่สเปเชี่ยลจะลงหลังจากส่งหนังสือแล้วน้า งี้ฮี้

ตอนพี่ดีพไม่ลงในเว็บน้าเพราะต่อเนื่องมาจากสเปของ SS1 ซึ่งซอลขอเก็บไว้เป็นสิทธิพิเศษของคนซื้อหนังสือน้า

ในเล่มจะมีตอนที่ไม่ลงในเว็บอยู่ 7 ตอน (เพิ่มให้อีกตอนจากเดิมมี 6) และบวกกับตอนของพี่ดีพ 4 ตอนจะเป็นไม่ลงเว็บ 11 ตอนนะคะ






 
 
เลิ้บยูออลจย้าาา ฮิ้ฮิ้
 
 
SP.
 
 
 
 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3,209 ความคิดเห็น

  1. #3135 zerogross (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 11 มกราคม 2561 / 22:07
    คือ แต่ละคนก็รักอีกคนวนกันไป กว่าจะได้คู่กัน ก็ต้องมีคนเจ็บคนเสียน้ำตา ฮือออออออ
    #3,135
    0
  2. #3037 feonixsh (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2560 / 15:59
    โหยยยยยย เบลมีคนตามหัวใจไวมาก มาได้จังหวะเลยหมอปาล์ม เข้ามาดูแลเบลจริงๆนะ อย่ามาหลอกนะเว๊ยยยย
    #3,037
    0
  3. #2906 braben (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 3 มกราคม 2559 / 19:31
    โหยยย เบลมีคู่ล่ะ เลือกน้อยเนื้อต่ำใจได้เลนทีนี้ ฟมอปาล์มมาป่วนใจจนเบลเลิกคิดเรื่องพอลเลยยย
    #2,906
    0
  4. #2705 หลงแตง (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2558 / 11:50
    อ่านช่วงแรกๆม่าอะะะะะ โหยยยยย หมอปาล์มมาดามใจน้องเบลหรือคะ ฮิ้ววววววว
    #2,705
    0
  5. #2668 KiHaE*129 (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 21 กันยายน 2558 / 04:04
    สงสารเบลเลยเศร้าสุดล่ะ
    ว่าแล้วต้องชอบพอล
    แต่ไม่เป็นไรมีหมอปาล์มมาดามใจจจจจจจจจจจจจจ
    #2,668
    0
  6. #2570 Som O Usanee (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2558 / 15:47
    ตัวเล็ก คิดถึงหมอไหมล่ะ แอร๊ยยยยยยยยย มาแอ๊วเด็กถึงที่ขนาดนี้พี่หมอปาล์มก็มาคอยดูแลน้องเบลเลยเถอะ เวลาอยู่กับพอลกับพอร์ชแล้วสงสารเบลแฮะ
    #2,570
    0
  7. #2554 Whatever it is (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2558 / 10:26
    สงสารเบล
    #2,554
    0
  8. #2552 { i M o O a U i } (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2558 / 20:43
    หมอปาล์มเอาจริงช่ายมะเนี่ย อย่ามาเล่นๆ กับหนูเบลนะ แง่งๆ
    #2,552
    0
  9. #2550 mini_mickey (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2558 / 01:54
    หมอปาล์มจะมาดามใจเบลอ๋อเอาสิไหนๆก็ช่วยดามขาให้ละแค่หัวใจคงไม่ลำบากชะ??
    #2,550
    0
  10. #2549 อิงะเดะมอ (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2558 / 01:17
    หมอปาล์มน่ารักอ่ะ แต่ที่น่ารักกส่าค่อไลน์กลุ่ม 55555 จริงจังกันสุดๆ
    #2,549
    0
  11. #2548 ParkWK (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2558 / 12:55
    กรี๊สสสสสสส โคตรรักพอลเบลเลย อยากได้คู้นี้!!!.....

    #แอบจิ้นคนเดียวในมุมมืดดดด >.,<
    #2,548
    0
  12. #2547 nam-Sriyaphai (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2558 / 11:28
    เศร้า TT
    #2,547
    0
  13. #2546 Tarn Ittipolpornchai (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2558 / 01:30
    สงสารเบลจังงงงTT พี่ซฟ.คะบอกหน่อยจิใครคู่พี่ดีฟฟฟ55555
    #2,546
    0
  14. #2545 รัตติกาลอันตราย (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2558 / 07:17
    ละมั้งตอนสุดท้ายมานหมายความว่างายยยยย ปล.อยากได้หนังสือแต่ตังค์ไม่มี//เศร้า
    #2,545
    0
  15. #2544 Som O Usanee (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2558 / 03:45
    หนูเบลแค่ต้องตัดใจ ฮือๆ เพราะฉะนั้นอย่ามาทำอะไรให้เบลใจสั่นนะพอล ส่วนหนูเบลเดี๋ยวหมอปาล์มดูแลเอง คิคิ
    #2,544
    0
  16. #2543 pampampom (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2558 / 02:41
    คือพอร์ชน่ารักง่อว แต่พาร์ทนี้เทใจให้พมอปาล์มแลดูจะทำให้เบลล์ของเรามีความสุขได้ อิอิ พน.สอบแต่คือต้องมาอ่านก่อน 555555 ยอมใจกับหมอปาล์มจริงๆ
    #2,543
    0
  17. #2542 อิงน้อย (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2558 / 01:49
    สงสารเบล ;-; เข้าใจฟีลเลยแบบรักมาตลอด แต่มันรักข้างเดียวไง
    #2,542
    0
  18. #2541 mini_mickey (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2558 / 00:57
    ลุ้นอ่ารีบมาต่อนะอยากรู้ใครจะมาดามใจเบลอะ
    #2,541
    0
  19. #2540 cool.yy (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2558 / 09:28
    อยากจะบอกว่า สัมผัสได้ถึงพอลเบลตั้งแต่พอลขาหัก5555
    ตอนนั้นชัวร์มากว่าเดี๋ยวเบลก็มาช่วยพอลตัดใจจากพีชเองแหละ #เชียร์พอลเบลแรง
    แต่แหม่จบss1ละยังตัดใจไม่ได้ ซักพักหนูพอร์ชก็โผล่มา ก็เออเป็นคนนี้มั้ง
    .
    .
    .
    อย่างไรก็ตาม ถ้าพอลปล่อยเบลให้หมอปาล์ม เรื่องนี้คงจะแฮปเอนด์นะ555
    ปล.อ่านตอนนี้แล้วนึกถึง ต้นดีพเนอ้น (จำชื่อถูกปะวะแต่มันก็นานละเนอะ) เป็นฟีลที่ถ้าต้นเน อ้นดีพนี่ชีวิตจะไม่มีใครเศร้า
    แต่!!!
    จนปัจจุบันเราก็ยังเชียร์ยังชอบต้นดีพอยู่ดี ใจจริงไม่อยากให้พี่เนมาเลยอะฮือออ#ทีมต้นดีพ
    #2,540
    0
  20. #2539 Whatever it is (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2558 / 00:06
    หายไปนานแท้ๆ
    #2,539
    0
  21. #2537 Som O Usanee (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2558 / 07:38
    พอลแกมีเมียแล้วเพราะฉะนั้นปล่อยน้องเบลให้หมอปาล์มซะดีๆ คิคิ หมอปาล์มก็โคตรจะขี้แกล้งอ่ะ ยั่วโมโหพอลดีชะมัด ฮ่าๆๆ เข้าใจที่เบลพูดนะพอล และพอมีแฟนก็ต้องแบ่งเวลาให้แฟนอีก เพื่อนสนิทน่ะต่อให้ไม่คุยกันนานแค่ไหน แต่มาเจอกันอีกทีเราก็จะยังรู้สึกเหมือนเดิมนะ เข้าใจที่พอลรู้สึกผิดกับเพื่อน แต่อย่าทำร้ายเบลด้วยการจับมือไว้ทั้งสองคน มันไม่โอเคหรอกน่า เพื่อนกับแฟนมันไม่เหมือนกันและเบลก็พูดชัดเจน เบลจะรู้สึกยังไงมันก็เป็นหน้าที่ของเบลที่จะจัดการกับความรู้สึกของเบลด้วยตัวเองแหล่ะนะ เฮ้อ
    #2,537
    0
  22. #2536 { i M o O a U i } (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2558 / 21:43
    หลงรักเฮียปาล์มซะแล้ว เข้าใจว่าอิพี่พอลไม่ได้ชอบเบลหรอก แต่ก็เพื่อนสนิท ไม่วันใดก็ต้องมีทางของตัวเอง แต่ถ้าอิพี่พอลจะหวงเบล น่าจะเพราะไม่อยากให้เฮียปาล์มมาจีบเพื่อนปะ อย่าทำให้เบลมีความหวัง แล้วน้องพอร์ชต้องร้องไห้นะเฟ่ย ไม่งั้นช้านจะเกลียดแกมากกกก
    #2,536
    0
  23. #2535 { i M o O a U i } (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2558 / 21:42
    หลงรักเฮียปาล์มซะแล้ว เข้าใจว่าอิพี่พอลไม่ได้ชอบเบลหรอก แต่ก็เพื่อนสนิท ไม่วันใดก็ต้องมีทางของตัวเอง แต่ถ้าอิพี่พิลจะหวงเบล น่าจะเพราะไม่อยากให้เฮียปาล์มมาจีบเพื่อนปะ อย่าทำให้เบลมีความหวัง แล้วน้องพอร์ชต้องร้องไห้นะเฟ่ย ไม่งั้นช้านจะเกลียดแกมากกกก
    #2,535
    0
  24. #2534 milloo (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2558 / 21:36
    รอๆๆๆ *_*
    #2,534
    0
  25. #2533 ParkWK (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2558 / 18:25
    ผิดไหมนะ ถ้าจะบอกว่าแอบกรี๊สพอลเบลมานานมากกกกก.!!?? คิดไว้เล่นๆว่าต้องมีซัมติงกันแน่นอน.. แล้วเหมือนจะมีจริงๆด้วยอ่าา (รักไรเตอร์มาก55) คือพอลพอร์ชก็โอเครคร้าา ไม่ว่ากันเนาะ!. เเต่เเค่เราหวังคู่พอลเบลมาแต่เเรกเเล้วเเค่นั้นเอง (หวังไว้มากก T[]T) มาเจอตอนนี้กรี๊สหนักเลยคะ คือจากใจอยากได้คู่รักเพื่อนสนิท รักพอลเบลมากกก!5555 (ต้องขอโทษผู้ไม่เห็นด้วยกับความคิดเราอย่างเเรง!55)
    #2,533
    0