DOGMATIC LOVE (Yaoi) | รับน้องป่วนๆกับก๊วนวิศวะ

ตอนที่ 37 : Season 2 | Ch 3 แค่อยากจะขอ...

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6,823
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    12 เม.ย. 58

 

3

“แค่อยากจะขอ...”

 

 

 

 

( PENNUEANG-SIDE )

 

 

ปึงๆๆๆๆๆๆ

 

 

“เอ้าเป็นหนึ่งกลับมาแล้วหรอลูก อ้าว.....รีบเข้าห้องไปเสียแล้ว”




 

เป็นหนึ่งกำลังทำหน้ายุ่งหลังจากที่ถูกแกมบังคับให้ขึ้นรถมอเตอร์ไซต์คันใหญ่เพื่อมาส่งผมของคนที่ถือวิสาสะเรียกแทนว่า

 


 

“เมีย....”



 

ฮึ๊ยยยยยยยยยย มันใช่ที่ไหนหละโว้ยยยยยย!






ผมเหวี่ยงกระเป๋าเป้ไปที่โต๊ะเขียนหนังสือก่อนจะปรี่ไปกระโดดขึ้นเตียงด้วยความรู้สึกหงุดหงิดปนอับอายที่ถูกแทนตัวว่าอย่างนั้น ทั้งๆที่คิดว่าเรื่องคืนนั้นให้มันผ่านๆไปต่างคนต่างอยู่ แบบวันไนท์แสตนด์ แต่ไหงหมอนั่นกลับเป็นจริงเป็นจังตามขอโทษสุดท้ายมาแสดงอาการรับผิดชอบเสียอย่างนี้

 



หรืออาจจะเป็นเพราะว่าบับเบิ้ลของเขาเป็นแฟนเพื่อนของหมอนั่นหรือเปล่า?




อาจจะเป็นเพราะความเกรงใจระหว่างคำว่าเพื่อนจึงทำให้เขาต้องมารับผิดชอบในส่วนที่ทำไป สุดท้ายก็ไม่พ้นคำว่า “สงสาร” ซึ่งมันทำให้ผมเป็นเหมือนเด็กน้อยน่าตลกคนหนึ่งที่ต้องมาได้รับความสงสารจากผู้ชายที่ขืนบังคับให้นอนด้วยกัน

 




อย่างนั้นมันไม่ดูน่าสมเพชหรือยังไงกัน?

 




พอยิ่งคิดเป็นหนึ่งเองก็ยิ่งรู้สึกไม่อยากพบหน้าผู้ชายคนนั้นอีกต่อไปแล้ว ถ้าจะมาเพื่อสงสาร จะมาเพื่อเห็นแก่เพื่อน โดยที่เจ้าตัวไม่ได้รู้สึกต้องการทำจากใจจริงๆแล้วก็อย่าทำเลยเสียดีกว่า

 


 

เพราะมันคงไม่เป็นผลดีกับสองฝ่ายหรอก...ทั้งตัวผมเอง และทั้งตัวเขาที่ต้องมาเสียเวลา





 

ตือดึ้ง!

 



และหลังจากที่ผมถอนหายใจเฮือกใหญ่กับระบบความคิดตกผลึกกับปัญหาที่เพิ่งเจอมาเสียงแอพลิเคชั่นแชทสีเขียวเจ้านิยมก็ดังขึ้นจนต้องเอื้อมมือไปล้วงโทรศัพท์มือถือขึ้นมาสไลด์ปลดล็อกดู

 



TRUCK CPE

อย่ามัวแต่นอนอืด ไหนบอกว่าการบ้านเยอะไง

รีบอาบน้ำแล้วนั่งทำการบ้านได้แล้ว                  ) 18.46

 



ผมรีบลุกพรวดพราดขึ้นมามองซ้ายมองขวาก่อนจะรีบวิ่งไปที่หน้าต่างห้องนอนตัวเองเพื่อมองลงไปข้างล่างเพื่อดูว่าหมอนั่นยังอยู่รึยังไงถึงได้รับรู้ว่าผมกำลังทำอะไรอยู่ แต่มองเท่าไหร่ก็ไม่เห็นร่างคนเอาแต่ใจคนนั้นจะอยู่ที่ไหนสักแห่งเลย แล้วหมอนั่นรู้ได้ยังไงว่าเขากำลังเอาแต่นอนกัน?

 


 

PN.MD

18.49 ( ยุ่ง



 

ผมพิมพ์ข้อความตอบเขาไปด้วยความรู้สึกหงุดหงิดภายในใจก่อนจะมานึกได้ว่าแล้วตัวเองมานั่งทำตัวไร้สาระทำไมทั้งวิ่งลุกขึ้นมาดูว่าหมอนั่นยังอยู่รึเปล่าเอย มานั่งพิมพ์ข้อความตอบเอย ทั้งๆที่เป็นเรื่องที่ผมไม่จำเป็นต้องทำเลยแท้ๆ

 


“โอ้ยยยยยยย น่ารำคาญชะมัด”ผมโวยวายกับตัวเองก่อนจะขยี้หัวแรงๆเพื่อคลายความหงุดหงิดให้ทุเลาลงบ้าง และอีกครั้งที่โทรศัพท์มือถือสั่นขึ้นและไม่อาจจห้ามสายตาของตัวเองให้มองข้อความตอบกลับมาจากผู้ชายที่ชื่อเติร์กได้เลย

 

 



TRUCK CPE

พูดจาไม่เพราะสงสัยต้องจับมาสั่งสอนสักป๊าบ                ) 19.00

 

 


“ไอ้บ้า!”หลังจากที่อ่านข้อความนั้นจบผมร้องสบทด่าหมอนั่นดังลั่นพร้อมกับโยนเครื่องมือสื่อสารราคาลงกับที่นอนแล้วทำไม่สนใจมันอีก รีบคว้าผ้าเช็ดตัวและเสื้อผ้าในตู้ออกมาเพื่อมุ่งไปยังห้องน้ำ แต่ทันทีที่เปิดประตูเข้ามากระจกตรงหน้ากลับสะท้อนให้เห็นภาพความเป็นจริงว่าตอนนี้หน้าของผมกำลังแดงจัดไปถึงใบหู แถมในสมองดันฉายภาพร่างสูงที่กำลังอยู่บนร่างกายของผมในคืนนั้นขึ้นมาจนเรียกให้เลือดสูบฉีดมากขึ้นมากเดิม

 

 


แย่แล้ว....

ผมกำลังแย่สุดแล้ว..

 



“นี่เป็นบ้าอะไรของแกเนี่ยเป็นหนึ่ง”ผมพึมพำเบาพร้อมกับยกผ้าเช็ดตัวปกปิดใบหน้าตัวเองเพื่อซ่อนความจริงที่ตัวเองไม่ต้องการยอมรับ หัวใจเต้นเรงอย่างบ้าคลั่งและภาพเหล่านั้นก็ยังฉายชัดไม่ยอมหายออกไปจากสมองเสียที

 



นี่ผมกำลังเป็นอะไรไป?

ทำไมกลับรู้สึกว่าต้องการไอ้บ้าคนนั้นเสียอย่างนั้นหละ?

 



“ฮือออออ ตายๆๆๆๆๆๆ ตายแน่ๆเป็นหนึ่ง ตายแน่ๆ”

 

หากใครมาเห็นภาพของผมตอนนี้คงคิดว่าเป็นหนึ่งกำลังเสียสติ อาจจะเป็นเพราะเรียนหนักจนไม่มีเวลาไปสังสรรค์กับใคร เดินไปเดินมาเป็นหนูติดจั่นอยู่ภายในห้องน้ำจนไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ แต่ที่รู้คือผมกำลังเสียสติไปทุกที และถูกภาพหลอนคืนนั้นเล่นงาน

 

 

 

 

DOGMATIC LOVE SS2 #1

 

 

 

 


“เป็นหนึ่งสายแล้วนะลูก แม่ทำโจ๊กไว้ให้รีบลงมากินเร็ว”

 


“ค้าบๆ”ผมตอบเสียงเรียกของมารดาออกไปหลังจากที่แต่งตัวเสร็จเรียบร้อย กวาดสายตาหาชีทวิชาอนาโตมี่ที่จะมีเรียนวันนี้ก่อนจะเจอแล้วหยิบใส่กระเป๋าแล้วเดินออกมาจากห้องด้วยความรู้สึกอิดโรย ด้วยเมื่อวานที่สติแตกจนไม่สามารถนั่งทำการบ้านได้ แต่เป็นเพราะงานที่ต้องส่งเลยพยายามนั่งทำจนกว่าจะเสร็จก็เกือบเช้า

 

เพราะหมอนั่นคนเดียวแท้ๆเลย

 

นึกหงุดหงิดทันทีที่นึกถึงผู้ชายคนนั้นที่ทำให้เขาไม่เป็นตัวของตัวเอง แถมมาหมกมุ่นกับเรื่องทะลึ่งลามกที่ฉายในสมองไม่ยอมหายไป ยิ่งคิดก็ยิ่งอารมณ์เสีย! อย่าให้เจอตัวนะว้อยยยยยย!!!

 

“เป็นบ้าอะไรเนี่ย ยืนชกลมชกอากาศทำไม?”เสียงทุ้มทักขึ้นขณะที่ผมกำลังยืนจินตนาการอัดหน้าไอ้คนตัวสูงเอาแต่ใจคนนั้นอยู่ และพอกลับมาจากโลกแห่งจินตนาการก็ดันเจอตัวจริงเสียงจริงยืนกอดอกประจันหน้าผมอยู่ที่เชิงบันไดจนต้องขยี้ตาดูเพื่อเสริมความมั่นใจให้ตัวเองว่าไม่ได้ตาฟาดไป

 

“เอ้าๆ ขยี้ตาทำไมเนี่ยเดี๋ยวตาก็แดงหรอก เป็นหมอซะเปล่าไม่รู้เรื่องนี้รึไง?”และไม่ทันที่ผมจะได้ขยี้ตาเสร็จกลับถูกมือหนาของหมอนั่นดึงข้อมือของผมลงแล้วยื่นหน้าเข้ามาใกล้จนต้องผงะถอยออกไป

 

“ท..ทำบ้าอะไร?”ผมเอ่ยถามเสียงสั่นเมื่อใบหน้าของคนที่เคยแอบมองอยู่ใกล้เพียงแค่คืบดวงตาเรียวสวยนั่นกำลังจ้องประสานมาในดวงตาของผมเรียกให้หัวใจเต้นผิดจังหวะและเลือดที่กำลังสูบฉีดจนรู้สึกหน้าร้อนๆ เขาจ้องอยู่แบบนั้นสักพักก่อนจะกดยิ้มมุมปากอย่างเจ้าเล่ห์ แล้วถอยตัวออกไป

 

“ตาไม่ยักจะแดง แต่ทำไมหน้าแดงแทน ก็ไม่ได้ขยี้ที่หน้าเสียหน่อยเป็นคนแปลกๆนะเนี่ยเรา”คนนิสัยไม่ดีที่ยืนตรงหน้าผมพูดขึ้นก่อนจะเอื้อมมือมาขยี้หัวเบาๆแล้วเดินจากไป ทิ้งให้ผมยืนมองตามหมอนั่นที่ปรี่ไปรับถาดอาหารจากแม่ของผมที่เพิ่งเดินออกมาจากห้องครัวไปวางไว้ที่โต๊ะกินข้าวด้วยความมึนงง

 

เดี๋ยวนะ....

หมอนี่เข้าบ้านผมมาได้ยังไงเนี่ย???

 

“เอ้า เป็นหนึ่งรีบมากินข้าวสิลูกเพื่อนเขามารอรับเราตั้งแต่เช้าแล้วนะ แถมมาช่วยแม่ทำกับข้าวจนเสร็จอีกต่างหาก”แม่ของผมพูดขึ้นหลังจากกวักมือเรียกก่อนจะหันไปยิ้มให้คนนิสัยไม่ดีคนนั้นอย่างเอ็นดู

 

เฮ้ยๆๆๆๆ

นั่นยังไงเนี่ย? ไปสนิทกันตอนไหน???

 

ผมเกิดคำถามขึ้นในใจหลังจากที่พาร่างตัวเองลงไปนั่งที่โต๊ะกินข้าว ตรงหน้าเป็นโจ๊กเห็ดหอมที่เขาชอบกำลังส่งควันร้อนหอบกลิ่นหอมชวนหิว อยากจะซัดโจ๊กใจจะขาดถ้าไม่ติดว่าความสงสัยมันมากกว่า

 

“เราก็ไม่บอกแม่ว่ามีเพื่อนเรียนวิศวะเลย ทุกทีเห็นแต่บับเบิ้ลมาบ้าน คุยอะไรแต่เรื่องหมอๆเข้าใจยาก นี่พ่อรู้ว่ามีเพื่อนเป็นวิศวะต้องชอบแน่ๆ”

 

“อ้าวคุณพ่อเป็นวิศวกรหรอครับ”หมอนั่นพูดขึ้นมาหลังจากที่จ้วงโจ๊กเข้าปากราวกับอยู่บ้าน

 

“ใช่จ้ะ พ่อของเป็นหนึ่งเขาเป็นวิศวะกรทางด้านโยธามีโครงการทีไรก็ไปต่างจังหวัดทุกที นานๆทีจะกลับ ว่าแต่วันนี้โชคดีของแม่จริงๆที่มีเติร์กมาช่วยคุยเป็นเพื่อน เลยสนุกมากเลยจ้ะ วันหลังมาอีกสิ”

 

“โอ้ยแม่ หมอนี่ต้องเรียนหนังสือมาไม่ได้หรอก”ผมรีบขัดขณะที่แม่กำลังเปิดช่องทางให้หมอนี่เข้ามาในชีวิตของผมได้มากกว่าเดิม

 

“จริงสินะ แม่ลืมคิดไป ขอโทษนะจ้ะ นานๆทีจะเจอเด็กผู้ชายที่ทำอาหารเป็น แล้วคุยกันถูกคอด้วยแบบนี้”

 

“ไม่เป็นไรครับ จากนี้ผมต้องมารับเป็นหนึ่งทุกวันที่เจ้าตัวมีเรียนอยู่แล้ว ถ้าไม่เป็นการรบกวนคุณแม่เกินไปผมเองก็อยากมาช่วยครับ”

 

อื้อหื้อ.....พ่อพระกลับชาติมาเกิดแท้ๆ ไหนจะรอยยิ้มเข้าสังคมที่ประดับบนใบหน้าและแม่ผมที่หันไปยิ้มอ่อนหวานดีอกดีใจกับคำพูดเหล่านั้นของหมอนี่อีกเล่า?????

 

 

โอ้ยยยยยยยยยย! จะบ้า!!!!

แม่! หมอนี่มันเป็นปีศาจจจจ อย่าไปหลงกลมันนะ!!!



 

ผมถลึงตาใส่ไอ้คนบ้านั่นที่เจ้าตัวกลับส่งยิ้มกว้างๆทำลอยหน้าลอยตากลับมาให้แทนจนทำให้รู้สึกอารมณ์ปรี๊ดแทบปรอทแตก ได้แต่นับหนึ่งถึงสิบในใจเพื่อให้อารมณ์เย็นขึ้นก่อนจะขว้างชามใส่โจ๊กใส่ไอ้หมอนี่ให้หัวร้างค้างแตกไปสักที สุดท้ายโจ๊กเห็ดที่โคตรชอบก็กลายเป็นสิ่งไม่จำเป็นอีกต่อไป เมื่อความอยากอาหารของผมเท่ากับศูนย์

 
 

“หนึ่งไปเรียนก่อนนะครับ วันนี้กลับเย็นๆมีทำรายงานต่อด้วย”ผมหันไปคว้ากระเป๋าที่ห้อยไว้กับผนักที่นั่งแล้วตัดสินใจเดินออกมาโดยที่ไม่รอหมอนั่นทั้งๆที่รู้ว่าอีกฝ่ายมารับก็ตาม

 
 

“เฮ้!”เสียงร้องทักดังขึ้นจากด้านหลังหลังจากที่ผมเดินออกมาจากบ้านไปสักพัก เสียงร้องเท้าผ้าใบเสียดสีกับพื้นคอนกรีตเป็นสัญญาณบอกว่าอีกฝ่ายกำลังเดินตามมาที่ผม และความคิดงี่เง่าก็ดันผุดขึ้นมาในหัวให้รีบก้าวเท้าเดินให้เร็วกว่าเดิมจนกระทั่งถูกกระชากแขนจากด้านหลัง

 

“นี่เดินหนีออกมาทำไม?”เติร์กเอ่ยถามขณะที่ผมพยายามบิดข้อมือออกไม่ยอมให้หมอนี่จับกุมเอาไว้ เบี่ยงสายตาหลบไม่อยากมองด้วยอารมณ์หงุดหงิด

 

 

 

โอเค...เข้าแก็ปหนังดรามาไทยหละ

พ่อแง่แม่งอนกำลังโหมโรง

 

 

เดี๋ยวๆ.....ไม่ใช่หละ

 

 

 

“ไม่ตอบอีก ทำนิสัยไม่น่ารักเลย”เติร์กพูดออกมาพร้อมกับถอนหายใจทำเอาผมต้องกัดริมฝีปากแล้วสะบัดข้อมือตัวเองให้พ้นจากการกอบกุมนั้นได้ หันไปประจันหน้ากับคนกวนประสาทที่พักนี้ทำให้ผมดูบ้าบอมากเกินไปแล้ว

 

“นิสัยก็เป็นแบบนี้อยู่แล้ว อย่ามาทำเป็นรู้จักกันดีได้ป้ะ?”ผมตวาดออกไปก่อนที่หมอนั่นจะยืนกอดอกแล้วมองผมที่ยืดหอบหายใจด้วยแรงอารมณ์ที่คุกรุ่นขึ้นมา ใบหน้าที่พูดได้เต็มปากเต็มคำว่าหล่อเหลาเอาการนั่นกำลังฉายแววตาความเจ้าเล่ห์ออกมา รอยยิ้มร้ายๆผุดขึ้นมาบนใบหน้าเหมือนคนมีแผนอะไรสักอย่าง

 

 

และนั่นกลับเป็นเสน่ห์อย่างร้ายเหลือของผู้ชายคนนี้

ที่ทำให้หัวใจของผมกำลังเต้นรุนแรง

 

 

“อ๋า...อาการแบบนี้มันเรียกว่าอะไรน้า...”น้ำเสียงยียวนดังขึ้นตัดกับอารมณ์ของผมเสียเหลือเกิน แถมไอ้หมอนั่นยังหรี่ตามองมาทางผมอย่างกับคนจ้องจับผิดอีก

 

 
 

“อาการบ้าอะไร!”ผมโวยวายเสียงดังขณะที่เติร์กส้าวเท้าเข้ามาใกล้และผมที่ถอยหลังหลบหมอนี่ สุดท้ายก็ถูกจับได้อีกครั้งและใบหน้าที่ผมเพิ่งเอ่ยชมในใจไปเมื่อครู่ก็เข้ามาประชิดใบหน้าเช่นกัน

 

 

 

หัวใจกำลังจะระเบิดแล้วให้ตาย

ไอ้หมอนี่มันตัวร้าย ตัวร้ายชัดๆ

 







 

“หึงก็บอกมา”

 

 

 




 

 

DOGMATIC LOVE SS2 #1

 

 

 





 

 

“สวัสดี”เสียงทักจากบับเบิ้ลดังขึ้นเมื่อเจ้าตัวเดินมาถึงจุดที่ผมกำลังทิ้งตัวฟุ่บลงกับม้าหินอ่อนที่ตั้งอยู่หน้าคณะ รอยยิ้มผุดขึ้นบนใบหน้าน่ารักนั่นทำเอาผมรู้สึกหงุดหงิดแปลกๆ

 


 

ทำไมมีแต่คนยิ้มแบบมีเลศนัยใส่ผมกัน

ไม่ชอบเลยเถอะ...

 



 

“อะไรทำให้เป็นหนึ่งที่สดใสของเราเป็นแบบนี้กันหละเนี่ย”บับเบิ้ลพูดขึ้นพร้อมกับเอานิ้วมาเขี่ยแก้มของผมเบาๆแบบที่เจ้าตัวชอบทำเวลาที่แกล้งแหย่ผม แต่ตอนนี้ไม่มีอารมณ์จะโต้ตอบอีกฝ่ายออกไป ภาพเหตุการณ์เมื่อครู่ใหญ่ๆก่อนหน้านี้ยังคงสร้างผลกระทบในจิตใจให้เสียความเป็นตัวเองไม่น้อย

 

 

หมอนั่นมันไม่มีจิตใต้สำนึกบ้างรึไงว่าตรงนั้นมันที่สาธารณะ แถมยังทำแบบนั้นลงไปทำให้ผมแทบกลายเป็นหินที่ไม่รู้จะทำอะไรต่อไปดี จะเขยิบไปทิศทางไหน ลืมแม้กระทั่งวิธีการก้าวเท้าเดินออกจากสถานการณ์น่าอับอายนั่น

 


 

ให้ตาย...


ใครใช้ให้หมอนั่นหอมแก้มเขากลางถนนหมูบ้าน ดีที่ไม่มีคนอยู่ แต่หากคนในบ้านบริเวณนั้นเห็นแล้วไปบอกแม่ผมหละ?

ไม่เดือดร้อนกันถ้วนหน้ารึไง????

 


 

“พักนี้ดูสบายนะคุณ ติดใจลมเย็นๆแทนมินิคูเปอร์แล้วดิ มาเช้าก่อนเวลาเรียนตั้งนานแบบนี้”บับเบิ้ลพูดขึ้นหลังจากที่เห็นผมนอนนิ่งไม่มีปฏิกิริยาตอบโต้ใดๆ พูดไปเมื่อเช้าหมอนั่นทำเหมือนกับผมเป็นผู้หญิงมาสงมาใส่หมวกกันน็อคให้ ไม่พอไอ้หมวกที่เลียนแบบอาราเล่มานั่นมันดูหยุมหยิมไม่เหมาะกับผมสักนิด

 

 

แต่ไอ้หมอนี่กลับชมปากเปราะ ว่าน่ารัก ฮึ๊ยยยยยยย!

น่ารักมันเป็นคำชมสำหรับผู้ชายรึไงวะ???

 

 

“งั้นๆอ่ะ”ตอบออกไปเสียงเนือยๆ พยายามเก็บอาการที่มีในใจไม่ให้เผยออกไป แต่เหมือนบับเบิ้ลจะจับทางได้เจ้าตัวหรี่ตามองก่อนจะส่งเสียงหัวเราะดังหึหึเบาๆให้ผมได้ยิน

 

 

“หูวววว งั้นๆนะเนี่ย มีอาการตั้งขนาดนี้แล้ว”

 

 

“บับเบิ้ล!”ผมแหวขึ้นมาเสียงดังเมื่อโดนเพื่อนจับไต๋ได้จนเรียกเสียงหัวเราะของเพื่อนสนิทเสียยกใหญ่ ทำอะไรก็ไม่ได้ได้แต่ถอนหายใจระบายความหงุดหงิดที่มี เหลือบมองเพื่อนตาขวางเป็นสัญญาณบอกมันกลายๆว่าให้หยุดหัวเราะเสียที

 

 

“นู้นน ตายยากชะมัด พูดถึงก็มาเลย ทั้งน้ำทั้งขนมมาไม่ขาด คะแนนเต็มไปเลยไหมคนนี้”และไม่ทันจะได้หงุดหงิดใส่บับเบิ้ลไปมากกว่านี้เมื่อเพื่อนดันพูดถึงใครอีกคนที่เรียกให้ผมต้องลุกขึ้นนั่งตัวตรงแล้วหันไปมองตามเพื่อนที่นั่งมองอยู่ ก่อนจะเห็นร่างสูงของคนที่ไปก่อกวนประสาทของผมถึงที่บ้าน แถมยังบังคับให้ขึ้นรถมาเรียนด้วยกัน ก็คิดว่าหมอนี่จะกลับไปที่คณะตัวเองแล้วแท้ๆ แต่ไหงถึงได้โผล่มาพร้อมกับถาดอาหาร ห่อขนมและน้ำโกโก้ปั่นแบบที่ผมชอบหละวะเนี่ย!!

 

 

และหันมามองหน้าบับเบิ้ลที่ยักคิ้วหลิ่วตาล้อเลียนไม่เลิกนี่หมดอารมณ์ถามมันเลย

 

 

“หยุดแซวหน่า”ผมแยกเขี้ยวใส่เพื่อนก่อนจะหันไปหาคนที่เดินถือถาดอาหารที่ว่ามาถึงโต๊ะแล้ว

 

 

“อ้ะ เห็นว่าเมื่อเช้าไม่ค่อยกินอะไรเลยเอามาให้เดี๋ยวจะหิวจนเรียนไม่รู้เรื่อง”เจ้าตัวว่าก่อนจะวางถาดอาหารลงบนโต๊ะตรงหน้า

 

 

“ไม่ได้ขอนะ แล้วทำไมไม่กลับคณะตัวเองไปเสียทีเนี่ยมาวุ่นวายคณะคนอื่นเค้าทำไม”ผมโวยวายกลบเกลื่อนความอยากอาหารที่ตีตื้นขึ้นมา ท้องนี่ทรยศมากเรียกร้องอยากได้อาหารตรงหน้าอย่างมากถึงมากที่สุด แต่ต้องวางฟอร์มก่อนครับ เพราะไอ้บับเบิ้ลพร้อมที่จะล้อเลียนผมได้ตลาดเวลา แถมสายตามันตอนนี้ก็โคตรไม่น่าไว้ใจ

 

 

“ไม่มีเรียนเช้าอ่ะ จะมีประชุมรับน้องอีกทีสิบโมงครึ่ง ซึ่งเป็นหนึ่งก็เข้าเรียนแล้วตอนนี้ว่างเลยอยากอยู่ด้วย”

 

 

“หูยยยยยยยย”

 

 

 

เป็นอีกครั้งที่หมอนี้จู่โจมผมให้แข็งราวกับต้องสาป ไม่รู้จะทำไงต่อไปดีนอกจากก้มหน้าก้มตากินอาหารที่เจ้าตัวซื้อมาให้

ตายไหมให้ทาย.....

 

 

 

 

 




 

 

 

 

 

 

( TRUCK-SIDE )

 

 

 

 

“โหยยยยยย เดี๋ยวนี้ไม่เห็นหน้าเห็นตาเลยนะครับเพื่อนนนน”เสียงร้องทักดังขึ้นแทบจะทันที่ผมเดินมาถึงโต๊ะประจำกลุ่มหน้าคณะ ไอ้พีชยังทำตัวได้น่าหมั่นไส้ที่สุดเหมือนเดิมแต่จะกล่าวว่ามันไม่ได้เพราะยังมีหนีบุญคุณที่ต้องคอยจัดการอยู่

 

เดี๋ยวรอเสร็จสิ้นสัญญาสามอาทิตย์เมื่อไหร่ได้รู้กันเลย คอยดู หึ!

 

“ยังไงวะมึง แฮปปี้ปี้ปี้ปี้เอนดิ้งป้ะ???”นี่ไอ้เบลที่สกิลปากคอเราะร้ายเพิ่มขึ้นเอาขึ้นเอา แต่ก่อนยังร่วมหัวชนท้ายกับผมคอยแกล้งไอ้พีชอยู่ มาตอนนี้มันแปรพรรคแล้วครับ ร่วมหัวจมท้ายไปกับไอ้พีชรุมกลั่นแกล้งผมแทน

 

ไอ้นกสองหัว อย่าให้ถึงตามึงมั่งนะว้อยยยยย

พ่อจะเอาให้อายแล้วอายอีกเลย

 

 

ผมหันไปยกนิ้วกลางให้แทนคำตอบของคำถามสองแง่สองง่ามของเพื่อนเรียกเสียงโห่แซวจากพวกมันสองคนได้ไม่น้อย มีเพียงแต่ไอ้เรโชที่ตอนนี้นั่งเล่มเกมส์ในมือถือเงยหน้าขึ้นมาพยักหน้าทักทายก่อนจะก้มลงไปสนใจเกมส์ตรงหน้าต่อ ซึ่งผมเองก็ทิ้งตัวนั่งลงบนเก้าอี้ฝั่งที่ว่างอยู่ก่อนจะคว้าซองขนมบนโต๊ะมากิน

 

“มาก็โซเลย เอาแรงไปทำอะไรหมดครับเพื่อน”ไอ้เบลเขยิบมากอดคอผมไว้ซึ่งผมเองก็เบี่ยงตัวหลบจนมันยกมือมาไสหัวผมอย่างคนหมั่นไส้ บทสนทนาก็คงจะจบลงแค่นั้นถ้าไอ้โชไม่เลิกเล่มเกมส์แล้วเงยหน้ามองผมด้วยสายตาแปลกๆ จนต้องชะงักการกินลง

 

“มีไรป่าววะมึง”ผมเอ่ยถามเพื่อนที่ยังคงมองหน้าผมไม่พูดไม่จาเหมือนมันกำลังคิดอะไรอยู่โดยที่ผมไม่รู้

 

“กูกำลังคิดอยู่ว่าบอกมึงดีรึเปล่า?”เรโชว่าแล้วเอื้อมมือมาคว้าซองขนมในมือผมไปล้วงกินหน้าตาเฉย เอาจริงๆตอนนี้ต่อมเผือกนี่กระดิกยิกๆ แล้วไอ้ท่าทีของเพื่อนสนิทที่ทำท่าชั่งใจว่าจะบอกดีหรือไม่บอกดีนี่ยิ่งเร้าให้ต่อมมันกระตุกอย่างกับจังหวะแซมบ้า

 

ไอ้ห่านฟ้า!!!!

บอกให้อยากแล้วทำท่าจะไม่บอกแบบนี้คือระ?????

 

“ทีมเวิร์กไม่มีเรื่องปิดบังกันป่าววะมึ๊งงงง บอกมาดิ๊ เรื่องของกูป้ะ?”ผมเขยิบเข้าไปหาไอ้เรโชที่ตอนนี้ทำลอยหน้าลอยตายียวนยิ่งกว่าไอ้เพื่อนสองตัวที่ตอนนี้นั่งเงียบหูกระดิกรอเก็บข้อมูล พร้อมเผือกเตรียมอัตรา

 

“มึงคิดยังไงกับเป็นหนึ่งวะ?”

 

“ห้ะ?”

 

“มาห่งมาห้ะต๋อยไร นี่เอาจริงจังนะมึง”ไอ้โชโยนถุงขนมลงบนโต๊ะแล้วหันมาไสหัวผมที่ยังทำหน้างงไม่เลือก เอิบ...วันนี้พวกมันเห็นหัวผมเป็นอะไรเนี่ยวะ? ผลักกันจัง???

 

“ก็....”

 

“สงสาร?”

 

“เปล่า...”

 

“ต้องรับผิดชอบ?”

 

“ก็.....เปล่า....”

 

“เอ้า! แล้วมึงรู้สึกยังไงวะ????”

 

“หูยยยยย ไมมึงต้องมาเสียงดังใส่กูวะ??? กูก็ทำหน้าที่ของตัวเองได้ดีนี่หว่า อะไรอีกอ่ะ มีไรมาด่ากูอีกเนี่ย?”ผมนี่งงเป็นไก่ตาแตกแล้วครับ อยู่ๆมาเจอคำถามที่แบบไม่รู้จะตอบยังไงดี แถมยังมาถูกคาดคั้นเอาคำตอบแบบไม่ทันตั้งตัวอีก แม่งงง ข้อสอบกูยังมีเวลาอ่านล่วงหน้า แล้วนี่ระ? ขอกลับไปหาคำตอบสักสองอาทิตย์แล้วค่อยมาตอบได้ป่าววะ????

 

โฮร้ยยยยยยย!

 

“ก็ถามดูเฉยๆ อยากรู้ว่ามึงจริงจังกับคนนี้เท่าไหร่ บางทีกูก็เข้าใจนะว่าผู้ชายแมนๆอย่างมึงจะต้องมารับผิดชอบคนที่มึงพลาดนอนด้วยแบบนี้ แถมเป็นผู้ชายเหมือนกันอีกมันอาจจะไม่ได้เกิดจากความเต็มใจของมึงก็ได้ อาจจะเป็นเพราะพวกกูบังคับ สถานการณ์บังคับไรงี้?”

 

“มึงอยากพูดอะไรกันแน่วะโช?”

 

พูดตรงๆ ตอนนี้หัวใจผมเริ่มหวั่นๆกับคำพูดของเพื่อนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ไอ้โชบทจะจริงจังก็จริงจัง บทจะเล่นก็เล่นหนักผมเลยไม่เคยประมาทเวลาที่ได้ยินคำถามหลุดออกมาจากปากเพื่อนคนนี้ เพราะมันอาจจะเป็นสัญญาณเตือนบางอย่างที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ซึ่งมันอาจจะไม่ใช่เรื่องดีสำหรับผมแน่ๆ

 

“ถ้าที่มึงกำลังทำอยู่ตอนนี้เพราะแค่รู้สึกต้องรับผิดชอบเป็นหนึ่งกูว่ามึงหยุดเถอะ”

 

 

 

 

DOGMATIC LOVE SS2 #1

 

 

 

 

( PENNUEANG-SIDE )

 

 

 

 

“โอ้ยยยยย บับเบิ้ลทำไมต้องเดินมาซื้อของไกลขนาดนี้ด้วยเนี่ย สหการกลางที่หน้ายิมก็มีไม่ใช่รึไง?”ผมบ่นเบาๆเมื่อถูกเพื่อนสนิทพาเดินจากแดดยามเย็นจากคณะแพทย์ของตัวเองตรงมาที่คณะวิศวกรรมศาสตร์ที่ไอ้เพื่อนตัวดีบอกว่ามีของที่ตนอยากได้ขายอยู่

 

“ก็สหการณ์การไม่มีเครื่องคิดเลขวิศกรรมขายนี่เลยต้องมาซื้อที่นี่อ่ะ”

 

“อ้าว แล้วจะเอาไปทำอะไร?”

 

“ลูกพี่ลูกน้องฝากซื้อ ซื้อในมอมันถูกกว่าข้างนอกอ่ะ”บับเบิ้ลตอบอย่างไม่ได้สะทกสะท้านกับแดดร้อนจ้าแม้จะเป็นช่วงรึฤดูฝนก็ตามแต่แดดประเทศไทยก็ยังสามารถส่องเจิดจ้าไม่เกรงใจมวลประชาชาติที่กำลังแดดิ้นตายกับสภาวะอากาศร้อนจัดแบบนี้

 

“แล้วทำไมนายไม่ฝากแฟนนายซื้อเนี่ย”ผมเอ่ยถามไปตามความคิดก่อนที่บับเบิ้ลจะหันมายู่หน้าใส่แบบคนไม่สบอารมณ์ที่ได้คำถามนี้

 

“ไอ้หมอนั่นมันมีแต่กิจกรรมๆๆๆๆๆ ไม่มีเวลาให้เราหรอก”เสียงบ่นงุ้งงิ้งเกี่ยวกับเรโชดังไปตลอดทางหลังจากที่ผมเปิดประเด็นขึ้น เลยรู้สึกพลาดนิดๆที่เอ่ยถามไปแบบนั้น แต่มันก็ดูน่ารักดีไปอีกแบบที่อย่างน้อยก็มีใครสักคนให้นึกถึง ให้สามารถบ่นถึงได้

 

“คู่นายน่ารักดีนะ”ผมพูดออกมาก่อนจะหัวเราะเบาๆ กลบเกลื่อนความรู้สึกบางอย่างที่วูบไหวเข้ามาในหัวใจเมื่อดันไปคิดถึงหน้าใครบางคนขึ้นมา ที่ช่วงนี้เจ้าตัวพยายามรุกล้ำเข้ามาในชีวิตของผมเสียเหลือเกิน

 

“โห่ยยยยยย ทำเหมือนตัวเองไม่มี ตามเทคแคร์ดูแลอย่างดีแต่ชอบบ่นว่ารำคาญๆอยู่นั่นแหละ”บับเบิ้ลพูดขึ้นมาก่อนจะหยุดเดินเหมือนเห็นอะไรบางอย่างและผมเองก็มองตามสายตานั้นไป

 

ภาพตรงหน้าเป็นกลุ่มนักศึกษาคณะวิศวะที่กำลังทำกิจกรรมรับน้องกันอยู่หน้าบริเวณที่ถูกเรียกว่าลานเกียร์ ทั้งรุ่นน้องที่ใส่ชุดนิสิตเรียบร้อยกับรุ่นพี่ที่กำลังใส่ชอปสีเลือดหมูที่ขวักไขว่วุ่นวายไม่น้อย

 

น่าแปลก...

 

ทั้งๆที่มีผู้คนมากมายอยู่ในนั้นสายตาของผมกลับมองเห็นใครคนหนึ่งได้อย่างชัดเจน....

 

ภาพร่างสูงของคนที่ชอบมาวุ่นวายในชีวิตของผมระยะช่วงหลังนี้กำลังยืนยิ้มหัวเราะอย่างมีความสุข ซึ่งผมเองก็ไม่เคยได้เห็นรอยยิ้มนั้นของเขาเลยแม้แต่ครั้งเดียว

 

มันสดใส เจิดจ้า...เหมือนกับแสงแดดยามเย็นที่น่าจับตามอง...

 

แต่หากเจ้าของรอยยิ้มนั้นกลับไม่ได้เป็นของผมแม้แต่เพียงเสี้ยวเดียว เจ้าของรอยยิ้มนั้นกลับเป็นหญิงสาวร่างเล็กในชุดนิสิตที่ถูกสวมทับด้วยเสื้อชอปสีเลือดหมูที่บ่งบอกสถานะว่าอาจจะเป็นรุ่นเดียวกัน หรือรุ่นพี่ของเขาคนนั้นก็เป็นได้

 

“หนึ่งกูว่า...”

 

“ไปเหอะ..ตรงนี้แดดร้อนจะตายหละรีบไปซื้อของไม่ใช่หรอเดี๋ยวสหการปิดไม่ทันซื้อ คราวหน้าไม่มาเป็นเพื่อนแล้วนะ”ผมรีบพูดดักคอเพื่อนออกไปพร้อมกับเดินนำออกมาจากตรงนั้นโดยไม่รอฟังอะไรอีก

 

ไม่รู้ทำไมต้องใส่ใจ ทำไมต้องทำตัวงี่เง้าทั้งๆที่บอกตัวเองย้ำๆซ้ำๆว่าไม่ได้คิดอะไรไปมากกว่านั้น ทั้งๆที่บอกว่ารำคาญที่ถูกคนคนนั้นเข้ามาวุ่นวายในชีวิตแท้ๆ...

 

 

แต่ทำไมหัวใจของผมถึงได้เจ็บปวดกันหละ?

 

 

 

 

 

 

( TRUCK-SIDE )

 

 

PN.MD

กลับบ้านแล้ว ไม่ต้องมารับ ) 18.24

 

 

ผมนั่งมองข้อความที่ถูกส่งเข้ามาในแอพพลิเคชั่นสำหรับแชทเมื่อหนึ่งชั่วโมงกว่า ก่อนจะยกนาฬิกาข้อมือขึ้นมาดูเวลาทำให้รับรู้ว่านี่ก็ดึกมากเกินกว่าที่จะมาอยู่รอผมให้ไปรับแล้ว

 

ทั้งๆที่มันก็สมเหตุสมผลดีแต่ทำไมต้องรู้สึกแปลกๆ

 

ยอมรับเลยว่าคำพูดของเรโชที่พูดเอาไว้เมื่อตอนกลางวันยังคงติดอยู่ในสมองจนถึงตอนนี้ ซึ่งเป็นความรู้สึกที่ไม่ชอบใจเสียเลย

 

ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร....

 

 

 

 

“ทำไมมึงพูดแบบนั้นวะ?”ผมเอ่ยถามออกไป สีหน้าไม่แววเล่นของเพื่อนนั้นทำให้ผมใจคอไม่ดีเลย

 

“ตอนแรกกูคิดว่ามึงคงต้องรับผิดชอบเขานะเว้ย แต่พอมาคิดดูอีกที แม่มก็ผู้ชายด้วยกันอ่ะ ยังไงก็ไม่ท้องและไม่ได้เสียหายอะไร อีกอย่างเหมือนว่ามึงกำลังล้อเล่นกับความรู้สึกของเขาอยู่หวะ ซึ่งนั่นมันยิ่งกว่าเชี่ยอีกถ้าสุดท้ายแล้วมึงทำทุกอย่างด้วยความรู้สึกฝืนใจ”

 

“กูก็ไม่ได้ฝืนอะไรนะเว้ย?”

 

“แล้วเป็นหนึ่งอ่ะ?”

 

“ทำไมวะ?”

 

“กูเพิ่งรู้มาจากเบิ้ลว่าเป็นหนึ่งเป็นแบบพวกกู ไม่ใช่แบบมึง เข้าใจที่กูพูดป้ะ?”

 

“ห้ะ?”

 

“โอ้ยยยย ใช่เชี่ยกูนั่งฟังนานหละ ที่บอกว่าเป็นเหมือนพวกมึงหนะอะไร? แบบกูกับพี่โมหรอ?”ไอ้พีชพูดขึ้นพร้อมกับทำหน้าสงสัยไม่ต่างกัน และเรโชก็พยักหน้าเป็นการตอบรับว่าสิ่งที่ไอ้พีชเข้าใจเป็นเรื่องถูกต้อง ซึ่งผมเองก็ไม่ได้แปลกใจอะไรมากมายเนื่องจากรูปลักษณ์ภายนอกของเป็นหนึ่งก็เอื้ออำนวยให้เป็นแบบนั้นอยู่แล้ว

 

แถมยังดูบอบบางน่าทะนุถนอมอย่างกับผู้หญิงอีกต่างหาก

 

 

“แล้วยังไงวะ?”ไอ้เบลแทรกขึ้นมาด้วยอีกคน

 

“คือกูห่วงว่าหากไปถึงจุดที่เป็นหนึ่งอาจจะคิดเกินเลยไปแล้ว แต่เพื่อนเรามันยังอยู่จุดเดิมที่เรียกว่าความรับผิดชอบอยู่ ถ้าเป็นแบบนั้นมันก็ไม่โอเคป่าววะ?”

 

“เออ....ก็จริงหวะ”เบลพยักหน้ารับก่อนจะหันมามองผมที่ตอนนี้คิดตามที่เพื่อนพูดขึ้นมาราวกับเป็นคำถามข้อใหญ่ที่สมองหาคำตอบไม่ทัน

 

“อีกอย่างนะเว้ยมึง เป็นหนึ่งมีรุ่นพี่ที่คณะจีบอยู่ โปรไฟล์ดี นิสัยดีและเขาก็ชอบเป็นหนึ่งจริงๆโดยที่ไม่ได้อ้ำอึ้งกำกวมแบบมึงอ่ะ? เก็ทป้ะ?”

 

“อ้ะห้ะ....”

 

“นั่นแหละที่กูอยากบอก ถ้ามึงไม่ได้คิดไรก็หยุดเถอะ เอาจริงๆมันก็เหมือนกั๊กด้วยหวะ ถอยออกมาตอนนี้ยังโอเคนะเว้ย อีกอย่างกูก็คุยกับเบิ้ลมันหละ ซึ่งมันก็เห็นด้วยกับกู ที่ผ่านมามึงก็สำนึกผิดแล้ว พวกกูก็โอเคแล้วด้วย”

 

“อ้ะห้ะ...”

 

“ไปคิดดีๆนะมึง ยังไงมันก็ความรู้สึกของตัวมึง และก็ความรู้สึกของเป็นหนึ่งด้วย มันละเอียดอ่อนหวะ พวกกูก็เข้าไปวุ่นวายมากก็ไม่ได้ด้วย ที่พูดก็เพราะความเป็นเพื่อนนะมึง”

 

“หูวววว...พี่โชกูหล่อสัสนะครับ”ไอ้พีชพูดพร้อมกับปรบรัวๆทำตาวิ้งวับใส่ไอ้เพื่อนหน้าหล่อแถมยกนิ้วโป้งให้สองข้างแบบเชิดชูมาก

 

“แหงหละ กูรู้ตัว”ไอ้คนโดนชมก็ยักไหล่แบบไม่ถ่อมตัวเลยสักนิดจนไอ้เบลส่ายหน้าเอือมๆกับความหลงตัวเองของเพื่อนเอื้อมมือไปผลักหัวทั้งสองคนด้วยความหมั่นไส้

 

“ไอ้เชี่ยยยยย เล่นมุกหักดิบอารมณ์มากพวกมึงงงง”

 

 

แต่ทุกอย่างของผมมันหยุดลงเรียบร้อยแล้ว ในสมองกรอกลับไปกลับมาเพียงแค่คำพูดเตือนสติของเพื่อน รวมไปถึงคำถามที่พยายามค้นหาความรู้สึกที่แท้จริงของตัวเอง

 

 

 

 

ไม่เหมือนกันว่าอะไรทำให้ผมมาหยุดอยู่ตรงนี้ได้...

 

ประตูรั้วระแนงไม้ที่คุ้นเคยปรากฏตรงหน้าเนื่องจากช่วงหลังเขามาเยี่ยมเยียนที่แห่งนี้ค่อนข้างบ่อย สายตาเหลือบไปมองหน้าต่างห้องที่ผมจำได้ดีว่าเป็นของใครตอนนี้กลับไม่มีแสงสว่างของแสงไฟส่องออกมาราวกับว่าเจ้าของห้องไม่ได้อยู่ในห้องตอนนี้

 

อาจจะอยู่ข้างล่างรึเปล่า?

 

ผมชะโงกคอมองไปที่บริเวณห้องนั่งเล่นที่เป็นประตูกระจกที่สามารถมองผ่านเข้าไปได้ แต่กลับไม่เห็นร่างของคนคุ้นเคยจนกระทั่งมีแสงไฟจากรถยนต์สว่างเข้ามาตามทางทำให้ผมต้องเดินหลบเข้าไปในพุ่มไม้หน้าบ้าน

 

นึกสงสัยตัวเองเหมือนกันว่าทำไมต้องหลบเหมือนกับคนโรคจิตแบบนี้ด้วยวะ?

 

หึ๊ยยยยยยยยย....

 

 

“แล้วเจอกันพรุ่งนี้นะครับตัวเล็ก”เสียงทุ้มของชายแปลกหน้าดังขึ้นหลังจากจอดรถแล้วเดินลงมาส่งคนที่ผมตั้งใจจะมาหา เสียงละมุนเข้ากับรอยยิ้ม ไหนจะมือหนาที่ยกขึ้นลูบหัวทุยๆนั่นอีก

 

เห้ยๆๆๆๆ มึงจะมากไปหละ!

นั่นคนของกูนะเว้ยยยยยยย!

 

“โอเคฮะ พี่เองก็ขับรถกลับบ้านดีๆนะ”เป็นหนึ่งยิ้มกว้างพร้อมกับโบกมือลาคนตัวสูงที่ตอนนี้ละมือตัวเองมายืนล้วงกระเป๋ากางเกงแสล็คทำเท่จนน่าหมั่นไส้

 

คิดว่าทำท่าแบบนั้นแล้วหล่อหรอวะ?

โห่ววววว ก็แค่ตี๋ แต่ขาวแลดูสะอาด แต่งตัวดูดีก็เท่านั้น

มาสู้ดิบๆเถื่อนๆ หนวดเครามาเต็มแบบวิศวะไหมวะ???

 

“ไม่อยากกลับเลย...”

 

“กลับได้แล้วครับพี่ นี่ก็มืดมากแล้ว”

 

“งั้นอย่ายิ้มแบบนี้สิ”

 

“ทำไมครับ?”

 

“เพราะเรายิ้มแบบนี้เลยทำให้พี่ไม่อยากกลับไง”

 

 

 

 

ไอ้สั๊สสสสสสสสสส!!!!!!!

มึงเป็นพระเอกลิเกใช่ไหมวะตอบ!!!! สำนักเดียวกับพี่โมใช่ไหมมึ๊งงงงงงง!!

กูจะอ้วกไอ้เชี่ยยยยยย!

 

 

“ไม่ยิ้มแล้วว พี่กลับบ้านเร็วเดี๋ยวหนึ่งรอส่ง”

 

“หูย ใจดีจัง รอส่งด้วย”

 

“เร็วๆเลยเดี๋ยวหนึ่งโดนยุงกดเยอะโทษพี่จริงๆนะ”

 

“งั้นพี่ต้องรับผิดชอบไหม?”

 

“โอ้ยย พี่นี่ รีบกลับๆบ้านเลยครับ เดี๋ยวการบ้านไม่เสร็จอย่ามาโทษหนึ่งนะ”

 

“งั้นให้หนึ่งรับผิดชอบ”

 

 

ทำไมรู้สึกอยากกระโดดออกไปทำลายบรรยากาศมุ้งมิ้งกระดิ่งแมวนี่วะ?

นี่เลือดขึ้นหน้าแบบที่กำมือแน่นเส้นเลือดปูดแล้วนะมึ๊งงงงง!

ถ้านับหนึ่งถึงสิบแล้วมึงยังหน้าด้านไม่ยอมกลับบ้านเดี๋ยวกูจะพุ่งออกไปให้เงิบเลยคอยดู!

 

 

“นี่หนึ่งจะไม่คุยแล้วนะพี่”

 

“โอเคๆ งั้นกลับหละ เจอกันพรุ่งนี้นะครับ”ไอ้ตัวสูงนั่นโบกมือลาก่อนจะเดินกลับเข้าไปบนรถ ไม่นานมันก็สตาร์ทรถแล้วขับออกไป ผมแอบมองจนเห็นว่ารถคันนั้นเลี้ยวหายไปแล้ว ก่อนจะเสสายตากลับมามองโจกย์ที่ตอนนี้หันหลังกลับไปที่ประตูรั้วบ้านเพื่อเปิดประตูเข้าไป

 

แต่หากผมเองเดินออกจากพุ่มไม้แล้วเดินไปกอดอกยืนพิงประตูรั้วนั่นด้วยความรู้สึกไม่สบอารมณ์นัก

 

“ไอ้ตี๋ใส่แว่นนั่นคือใคร?”

ผมถามออกไปขณะที่เป็นหนึ่งที่ตอนแรกทำหน้าตกใจ พอตั้งสติได้ก็ทำหน้านิ่งใส่ผมแทน

 

ที่เมื่อกี้ยิ้มหวาน หย่อนคำพูดสารพัดสาระเพให้ไอ้รุ่นพี่หน้าหล่อนั่น ทีกลับเขากลับทำท่าทีรำคาญสะอย่างงั้น

 

“ไหนหรอ”เจ้าตัวทำเป็นไม่รู้ ทั้งๆที่คนที่ผมถามถึงก็น่าจะตีความหมายได้แค่คนเดียวแท้ๆ

 

“อย่ามาทำไขสือ ก็เพิ่งแยกกันอยู่หยกๆเมื่อกี้”

 

“อ๋อ พี่แวนหนะหรอ”

 

“พี่แวน?”

 

“พี่ปีสามหนะ”

 

“แล้ว?”

 

“เขาจีบเราอยู่”

 

“จีบ....ห้ะ!!!

 

“อืม จีบ...ถอยไป เราจะเข้าบ้าน”เป็นหนึ่งรับออกมาหน้าตาเฉยจนผมนี่อึ้งไปเลย ไม่พอยังเอื้อมมือมาดันออกผมให้ถอยห่างออไปจากรั้วเพื่อที่เจ้าตัวจะได้สามารถดันเปิดมันได้ แต่หากปฏิกิริยาแบบนั้นกลับทำให้ผมอยู่ในสภาวะเลือดขึ้นหน้าจนต้องกระชากข้อมือเล็กนั่นจนร่างเซเข้ามากระแทกกับแผ่นอก แล้วกกกอดร่างบอบบางนั่นเอาไว้ไม่ยอมให้หลุดออกไปง่ายๆถึงแม้ว่าเจ้าตัวจะดิ้นยังไงก็ตาม

 

“ต่อไปนี้อย่ายุ่งกับมัน!!!

 

ผมตวาดออกไปทำให้เป็นหนึ่งหยุดดิ้นแล้วตวัดสายตามามองผมด้วยแววตาเดือดดาลไม่แพ้กัน

 

“นายมีสิทธิอะไรมาสั่งเรา! นายถามตัวเองสิว่ามีอะไรมาเทียบพี่เค้าได้! พี่เค้าจีบเรามาตั้งแต่เราอยู่ปีหนึ่ง เค้านิสัยดีทำดีกับเราทุกอย่าง ให้เกียรติเรา แถมยังช่วยเหลือเราทุกเรื่องไม่ว่าจะเป็นเรื่องเรียนหรือเรื่องอื่นๆ นายทำอะไรให้กับเราได้บ้างนอกจากทำให้เราอับอายแบบที่นายทำอย่างตอนนี้!!!”เป็นหนึ่งตะคอกเสียงกลับมาก่อนจะออกแรงฮึ๊ดผลักอกของผมจนได้รับอิสระ และผมเองที่ยืนแน่นิ่งกับคำพูดนั้น

 

“นายไม่มีดีอะไรสักอย่าง เราเบื่อที่จะมีนายเข้ามาวุ่นวายในชีวิตทั้งๆที่รู้อยู่แก่ใจว่ามันไม่ใช่ตัวนาย ไอ้แค่ความรู้สึกผิดบ้าบอนั่นเราเองก็ไม่เคยอยากได้เลย เพราะอะไรรู้ป้ะ?”

 

 

 

 

“เพราะมันทำให้เราดูด้อยค่าที่ต้องคอยมีคนมาทำดีด้วยเพราะความสงสารหรือรู้สึกผิดไง หยุดเหอะหวะ...เราไม่ได้ต้องการ อะไรที่มันผ่านไปแล้วก็ให้มันผ่านไป เราถือว่านายได้ชดใช้ความผิดของนายที่ทำให้เราแล้ว ต่อไปนี้อย่ามายุ่งกับเราเลย”

 

“เป็น...”

 

“พรุ่งนี้ไม่ต้องมารับมาส่งเราแล้วนะ....เราเบื่อที่จะนั่งมอไซต์แบบนั้นจะแย่แล้ว!

 

ผมยืนค้างอยู่กับที่หลังจากที่ฟังคำพูดของคนตรงหน้า เป็นหนึ่งหยุดมองหน้าผมก่อนจะรับใช้จังหวะนี้เปิดประตูรั้วแล้ววิ่งเข้าบ้านไป

 

 

และอีกครั้ง...

ที่ผมถูกทิ้งให้จมอยู่กับห้วงความคิด...

 

 

 

 

 

 

 

TBC


 
 

S P O I L

TAKE ONE.


"หงอยๆ ไอ้สัสทำหงอย ปกติทำตัวระรี้ระริกคราวนี้จอดอ๋อ"

"ได้ทีเอาใหญ่เลยนะมึง"

"เอาหนะ ก็แค่อกหักซ้ำซ้อนจะเป็นไรวะ ชีวิตต้องเดินต่อไปนะมึง"

"แหม ทำพูดดีนะครับเพื่อนเบล ไปบวชไหม?"

"ปากดีหวะมึง คนอุตส่าห์จะปลอบ นี่แปลว่ามึงโดนฟันหละทิ้งสองรอบติดป้ะ?"

"มึงคิดว่ามีผัวเป็นประธานปีสี่แล้วจะเหยียดหยามอะไรกูก็ได้หรอ นี่เมียมึงนะจำไม่ได้หรอ?"

"อ่อ...โอ๋ๆ น้องเติร์กของพี่พีช"

"เกลียด! ไอ้พอลอยู่คงไม่ทำร้ายกู"

"มึงคิดเองป่าว?"

"ไอสั๊สโชววววว!"




*



TAKE TWO.


"เอ้าหงอยๆ"

"หงอยอะไร เราเปล่าเสียหน่อย"

"ก็ไล่เขาไปเองแท้ๆน้า"

"บับเบิ้ล...."

"ก็พูดจริงอ้ะ"

"ต่อยกันป้ะ?"

"ต่อยเป็น?"

"โกรธนะเว้ย!"

"หูยยยย กลัวจัง"

"นี่เรากำลังหงุดหงิดอยู่นะ!"

"จ้าๆๆๆ ไม่กวนแล้ว"

"อย่าให้เจอตัวนะคอยดู!"

"จะได้เจออีกหร๊อ?"

"บับเบิ้ล.....ไปคณะวิศวะกัน!"




END SPOIL.




Talk: ทำไมดราม่า? 


 
ซอลเเพคหนังสือเสร็จแล้ว วันอังคารนี้ส่งครบทุกเล่มนะคะ ขออภัยในความล่าช้านะคะ


รัก
และอยากได้กำลังใจ 5555555

พิซอลเฟส






 













 
 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3,209 ความคิดเห็น

  1. #2652 KiHaE*129 (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 20 กันยายน 2558 / 04:35
    รู้ใจตัวเองให้แน่ก่อนเติร์ก
    #2,652
    0
  2. #2227 โอลีโอ้สีฟ้า (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 29 เมษายน 2558 / 11:11
    ทำไมเติร์กชอบทำรุนแรง เด๋วตีเลย -0-
    #2,227
    0
  3. #2217 sundaymorning3841 (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 28 เมษายน 2558 / 16:44
    พี่เติร์กผู้อยู่ในช่วงว้าวุ่นใจ กับเป็นหนึ่งคนใสๆน่าร้ากกกกก เราๆนายๆนีมันดีจริมๆ ชอบเรียกแบบพีเติร์กน้องหนึ่งเงี้ย ถึงจะอยู่ปีเดียวกัน แต่มันน่าร้ากกก
    #2,217
    0
  4. #2190 KimHeeBum (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 27 เมษายน 2558 / 11:51
    พี่เติร์กมาหาเรามา เดี๋ยวดามใจให้ 555555
    #2,190
    0
  5. #2163 Amking (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 17 เมษายน 2558 / 13:33
    ง่อวววว~ พี่เติร์กงานเข้าละครับ 555
    #2,163
    0
  6. #2107 decha bn (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 9 เมษายน 2558 / 07:43
    เอาน่องพีชกับพี่โมออกมาเยอะๆนะ คิดถึง
    #2,107
    0
  7. #2106 mukda01 (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 8 เมษายน 2558 / 21:22
    เห็นสปอยล้ะอยากอ่านต่อ 55
    #2,106
    0
  8. #2105 Som O Usanee (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 8 เมษายน 2558 / 01:11
    ทำไมรู้สึกหมั่นไส้อิเติร์ก ฮ่าๆๆ ถ้าเป็นหนึ่งไม่พูดก็ไม่รู้สึกเจ็บจี๊ดหนักขนาดนี้ งานนี้สมองทำงานหนักเลยอ่ะ คิดออกยังว่าสรุปแล้วรู้สึกยังไงกับเป็นหนึ่งกันแน่ แล้วเป็นหนึ่งก็ชอบอิเติร์กใช่ไหมล่ะ แต่คิดว่าเติร์กไม่รู้สึกอะไรไง แล้วนี่จะเอาไงกันห๊ะ เห็นไหมว่าคนมาจีบเป็นหนึ่งแสนดีขนาดไหน ถ้าไม่ทำอะไรเลยก็จะเสียไปจริงๆน๊าาาาาาาาาาาา นี่รู้สึกว่าเป็นหนึ่งน่ารักนะ ชอบอ่ะ
    #2,105
    0
  9. #2104 mini_mickey (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 7 เมษายน 2558 / 19:52
    ไม่เอาดราม่าจิเอาเพื่อนๆมาป่วนเอาฮานะๆๆๆมาต่อไวๆนะรอยุจ้า
    #2,104
    0
  10. #2103 FruNgFriNg (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 7 เมษายน 2558 / 16:18
    แอร้ยยยยยย สปอยได้น่าอ่านมากกก กราบเเทบเท้าซอลเฟสได้โปรดมาอัพ ><
    #2,103
    0
  11. #2102 Punpun Punyada (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 7 เมษายน 2558 / 10:07
    ตัลหลกกกกก555555
    #2,102
    0
  12. #2101 อิงะเดะมอ (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 7 เมษายน 2558 / 07:35
    อ๊าย คราวนี้เป็นหนึ่งจะบุกเองหรอ กรี๊ด รออ่านนะค่ะ
    #2,101
    0
  13. #2100 badgirl Never Die (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 6 เมษายน 2558 / 22:36
    รอนานแต่ก็รอ สงสารพี่เติร์กของผมว่ะ
    #2,100
    0
  14. #2099 mukda01 (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 6 เมษายน 2558 / 21:22
    เติร์กคิดอะไรอยู่พูดออกไปเลยลูกก 555 อย่าอ้ำอึ้ง ==
    #2,099
    0
  15. #2097 2LJSTD (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 6 เมษายน 2558 / 20:56
    เติร์ค สู้คะลูก เป็นผู้ชายแมนๆเลย ชอบก็บอกชอบ รักก็บอกรักดิ 55555
    #2,097
    0
  16. #2096 2LJSTD (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 6 เมษายน 2558 / 20:54
    เติร์ค สู้คะลูก เป็นผู้ชายแมนๆเลย ชอบก็บอกชอบ รักก็บอกรักดิ 55555
    #2,096
    0
  17. #2095 greanjor (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 6 เมษายน 2558 / 19:46
    สงสารพี่เติร์กอ่ะ ฮือออออมาอัพต่อไวๆน้ารออ่านจ้าาา
    #2,095
    0
  18. #2094 Gigi Ployli (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 6 เมษายน 2558 / 19:39
    ฮือออ TT
    #2,094
    0
  19. #2093 Kuroko Tetsuya_kun (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 6 เมษายน 2558 / 19:29
    ดราม่ามาแต่ไกล~
    #2,093
    0
  20. #2092 balladonna (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 6 เมษายน 2558 / 19:09
    ดราม่าแรง
    #2,092
    0
  21. #2091 Asuna Jan (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 6 เมษายน 2558 / 17:42
    ต่อเว็วๆนะT^T
    #2,091
    0
  22. #2090 BLightCRM (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 6 เมษายน 2558 / 15:12
    รีบมาต่อน้าาาาาาาาา สงสารพี่เติร์กอ่ะ แต่ก็สงสารเป็นหนึ่ง T^T
    #2,090
    0
  23. #2089 nen gon (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 6 เมษายน 2558 / 12:04
    เป็นหนึ่งน่ารักก คู่กับพี่แวนเลยดีป่าววะ55 พี่เติร์กโดนเลยย
    #2,089
    0
  24. #2088 Akane View (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 6 เมษายน 2558 / 10:25
    เติร์กเราโดนหนักขนาด เค้านี้สงสารเติร์ก สงสารเป็นหนึ่ง หน่วงครับหน่วง ตอนนี้
    #2,088
    0
  25. #2087 อิงะเดะมอ (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 6 เมษายน 2558 / 03:02
    หายไปซะนาน พอกลับมาก็ต้มมาม่าแจกเราซะงั้นอ่ะ
    #2,087
    0