DOGMATIC LOVE (Yaoi) | รับน้องป่วนๆกับก๊วนวิศวะ

ตอนที่ 35 : Season 2 | Ch 2 สักวันจะดีพอ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8,920
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 10 ครั้ง
    4 ต.ค. 58







2

“สักวันจะดีพอ”

 

 

เป็นเรื่องตลกที่ผมต้องมาเดินไปมาอย่างกับหนูติดจั่นอยู่หน้าคณะที่ไม่ใช่คณะของตัวเอง หลังจากที่ประชุมรับน้องกับพี่ปีสามเสร็จก็รีบขี่มอไซต์คันเก่งมาเฝ้ารออย่างโคตรจะไร้จุดหมาย จนกระทั่งเห็นร่างคุ้นตาอย่างบับเบิ้ลเลยรีบเดินเข้าไปหา

 

นึกเสียดายที่วันนี้เจ้าตัวเดินออกมาเพียงคนเดียว

เพราะหากมีใครสักคนเดินมาด้วยเขาอาจจะสามารถได้เจอคนคนนั้น

 

“บับเบิ้ล!”ผมตะโกนเรียกคนตัวเล็กที่มีสถานะเป็นแฟนของเพื่อนเจ้าตัวดูตกใจไม่น้อยที่จู่มีคนมาเรียกตัวเองเสียงดัง แต่พอหันมาพบว่าเป็นผมกลับทำให้บึ้งตึงแล้วเร่งขาให้ก้าวยาวขึ้นกว่าเดิม

 

“เฮ้! คุยกับแป๊บนึงสิ!”ผมเองเมื่อเห็นเช่นก็ไม่ยอมปล่อยให้อีกฝ่ายได้หนีไปได้ รีบวิ่งเข้าไปรั้งแขนเจ้าตัวไว้จนสุดท้ายบับเบิ้ลก็หยุดเดินหนีแล้วหันมามองหน้าราวกับว่าเกลียดผมมานานยังไงอย่างงั้น

 

โอ้ยยยยยย ถ้าไม่รู้ตัวว่าตัวเองผิดไม่ยอมนะครับพูดเลย

 

“มีไรรีบพูดกูไม่ว่าง!

 

อื้อหือ อินเนอร์มาเต็มครับ ต่างจากบับเบิ้ลคนอัธยาศัยดีที่ผมเห็นเมื่อคืนลิบลับเลย

 

 

“เฮ้ยใจเย็นๆ เราแค่อยากมาถามว่าเพื่อนนายเป็นไงมั่ง โอเคไหม?” พูดตรงๆคือผมไม่รู้ว่าจะสรรหาคำพูดอะไรมาถามดีครับ เลยลองแยพๆบับเบิ้ลเพื่อดูอารมณ์มันก่อน และภาพตรงหน้าก็ฟ้องได้ดีเมื่อใบหน้าน่ารักนั่นมีแววความหงุดหงิดมากกว่าเดิม เจ้าตัวเลิกคิ้วสูงแล้วมองหน้าผมแบบหาเรื่องสุดๆ

 

เอิบ...เข้าใจหละว่าทำไมเรโชมันถึงกลัวเมีย...

 

“เอ่อ...บับเบิ้ล...”

 

“มึงไม่ถูกกระทำจะรู้สึกอะไรวะ?”

 

โอ้โห บอกเลยว่ามาแบบนี้ทำตัวไม่ถูกเลยครับ ไอ้เสียงนิ่งๆแบบนี้น่ากลัวว้ากใส่ผมอีก ฮือออออ ขอหละพูดกันดีๆเถ๊อะ

 

“เออ เราก็รู้สึกผิดอยู่นี่ไง ถึงยืนอยู่ตรงนี้เนี่ย”ผมเองก็งงเว้ย ไปไม่ถูกไม่รู้ต้องทำหน้าไง คือแบบ...ไม่รู้ต้องอธิบายยังไงให้อีกฝ่ายได้เข้าใจ

 

“นี่หน้าตาของคนรู้สึกผิดหรอวะ? นี่ไม่บอกกูไม่รู้นะเนี่ย?”

 

มีโล่สาขาประชดประชันดีเด่นไหมครับ ผมอยากจะเสนอชื่อคุณบับเบิ้ลเมียพี่โชเข้าชิงรางวัลเสียหน่อย คุยด้วยยากฉิบ..รู้งี้ลากไอ้โชมาด้วยก็ดี

“เบิ้ลเราขอ บอกเราเหอะ” ผมไม่รู้จะทำไงหละ ขอใช้สโลแกนตื้อเท่านั้นที่ครองโลกละกัน ถึงจะเก่าไปหน่อยแต่มันก็น่าจะใช้ได้สิหน่า

 

แต่เปล่าเลยครับ เหมือนจะไปกระตุ้นให้คนตรงหน้าโมโหมากกว่าเก่าจนเจ้าตัวยกมือมาผลักอกของผมจนเซ

 

“โหยยยย มึงปล้ำเค้าทั้งคืนแล้วจำหน้าไม่ได้นี่กูหมดคำพูดเลย”

 

เออๆๆๆๆ ยอมรับว่าข้อนี้แม่มผิดเต็มประตูเลย ก็เมานี่หว่า กลับหอไปได้ไงผมยังไม่รู้ตัวเลย แล้วยังไงวะ???

 

“เราขอโทษ....”

 

ก็มีแต่คำพูดนี้หละครับที่คิดออก ในสมองนี่ไม่มีคีย์เวิร์ดใดแสดงผลอยู่เลยนอกจากคำนี้คำเดียว

 

“ไปขอโทษมันเองเหอะ!”เสียงเย็นๆพูดขึ้นจมูกพร้อมกับมองจิกดวงหางตา แต่ผมนี่เหมือนกับได้ยินเสียงสวรรค์มาจากฟ้า

 

“เบิ้ลยอมบอกเราแล้วหรอ”

 

“ไม่...มึงต้องไปหาเอง ไปหามันให้เจอแล้วขอโทษเอง”แล้วคำตอบของบับเบิ้ลก็เหมือนโซ่ตรวนลากความหวังของผมดับวูบไป โอเคผมเข้าใจนะว่าเรื่องนี้ผมมันเลวจริงๆ และไอ้ที่จำหน้าเขาไม่ได้ก็ค่อนข้างเลวร้ายพอสมควร ถึงแม้ในสมองยังได้ยินเสียงร้องห้ามร้องขอของอีกฝ่ายดังก้องอยู่ก็ตาม

 

แต่จำหน้าไม่ได้แล้วมันมีความหมายยังไงวะ?

จะหาแบบไหนถึงจะเจอหละเนี่ย???

 

 

“วันนี้มึงกลับไปเถอะ...มันไม่ได้มาเรียน กูไปหละมีเรียนบ่ายเสียเวลากับมึงนี่โคตรเสียอารมณ์เลย”

 

ผมหันไปมองบับเบิ้ลที่มองมาทางผมอย่างเหนื่อยใจก่อนจะเดินจากไป ซึ่งนั่นเป็นเหมือนกุญแจสำคัญอย่างหนึ่ง และผมไม่ปล่อยให้โอกาสที่ได้รับมานั้นหายไปหรอก

 

ในฐานะที่ผมเป็นว่าที่วิศวกร หลักสูตรที่ผมเรียนมานั้นมักจะสอนไม่ให้มองข้ามสิ่งต่างๆที่เป็นเสมือนกุญแจสำคัญในการทำงาน ครั้งนี้ก็เช่นกัน...

 

ผมจะเปลี่ยนวิกฤติให้เป็นโอกาสเอง...

 

 

 

 

 

CUT 25%








“กูหละเพลียกับมึง” นี่เสียงไอ้พีช

 

“เออ ที่หลังทำไรให้มีสติหน่อยเหอะหวะ ถือว่าเพื่อนขอร้องหละ” ตามด้วยเสียงไอ้เบล

 

“เดี๋ยวๆ นะพวกมึง กูขอคำปรึกษา ไม่ใช่มาพูดจาแบบนี้กับกูโอเคป้ะ?”ผมยกมือห้ามเพื่อนทั้งสองของผมที่ตอนนี้นั่งกอดอกมองราวกับว่าผมเป็นนักโทษที่ทำผิดร้ายแรง โดนที่ไอ้โชไม่ได้พูดอะไรนอกจากนั่งแชทกับเมียมันที่เพิ่งด่าผมไปหยกๆเมื่อครู่นี้

 

“ไม่รู้หละ มึงรอปรึกษาไอ้พอลไหมหละ อยากได้คำปรึกษาดีๆอ่ะ”ไอ้เบลพูดก่อนจะเริ่มหยิบมือถือขึ้นมาเล่นบ้าง ไอ้พีชเห็นไอ้เบลไม่สนใจผมแล้วก็ส่ายหน้าแบบคนละเหี่ยใจแล้วหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเล่นอีกคน

 

เหมือนโดนเพื่อนคว่ำบาตรไงงั้น เฮ้ยยยยยยยยยย มึงเห็นมือถือสำคัญกว่าทีมเวิร์คอ๋อวะ!!!

พี่เติร์กอยากจิครายอิ้ง

 

“มึงก็พูดไม่คิดไอ้เบล ได้ข่าวว่าไอ้พอลอยู่ญี่ปุ่นแข่งโอลิปิกวิชาการอยู่กว่าจะกลับก็อาทิตย์หน้า”ผมเห็นเพื่อนไม่สนใจเลยต้องเรียกร้องความสนใจขึ้นมาอีก ได้ผลนิดหน่อยตรงที่ไอ้เบลยอมสละเวลาจากการมองโซเชี่ยลเน็ตเวิร์กของมันมามองหน้าผมแบบด่าทางสายตาเพียงเสี้ยววินาที

 

“ก็ไม่โง่หนิ”

 

เอิบ......ขอบคุณกับคำชมที่เพื่อนส่งมาให้ครับ

 

“โหยยยย ไม่ทำตัวแบบนี้กันดิวะ กูรู้ว่ากูแย่แต่ช่วยหาทางออกให้กูหน่อยไม่ได้หรอวะ ไหว้เลยไอ้เชี่ย เครียดจะตายห่าอยู่หละ”ผมเริ่มเบะปากใส่เพื่อนที่ทำหูทวนลมไม่สนใจพฤติกรรมเสียอกเสียใจของผมแม้แต่นิด

 

โอเค......กูยอมครับ

 

 

“ไอ้โช เมียมึงเรียนห้องไหน?”ไม่สนหละครับว่าเพื่อนจะช่วย หรือจะซ้ำ ตอนนี้ขอไปหาทางแก้ไขปัญหาชีวิตตัวเองดีกว่า ก็จริงอย่างที่เมียเพื่อนมันว่า รู้จักผูกก็ต้องรู้จักแก้

 

ได้.......เดี๋ยวรู้กัน!

 

 

“เห็นต่อความพยายามของมึง พี่โชคนดีจะสนองเจตนาเพื่อนให้สักวัน”เรโชเงยหน้าจากโทรศัพท์มือถือก่อนที่จะวาดแขนมาโอบบ่าผมให้พอใจชื้นได้บ้าง

 

“ยังไงวะมึง”

 

“ก่อนอื่นมึงต้องเปลี่ยนลุกก่อน หน้าตาแบบนี้เดี๋ยวไม่เนียนหวะ”ไอ้โชว่าพร้อมกับยกมือปัดผมที่ไม่เป็นทรงเพราะไม่ได้ใส่ใจตัวเองเสียเท่าไหร่ให้เข้าที่เข้าทาง ก่อนที่เจ้าตัวจะเอื้อมมือมาจัดเสื้อผ้าให้ดูดีขึ้นกว่าเดิม

 

“เอาเสื้อใส่กางเกงด้วยมึง แขนเสื้อก็ดึงลงมากลัดกระดุมข้อมือให้เรียบร้อยด้วย”

 

ผมทำตามคำสั่งเพื่อนที่เสนอทางช่วยอย่างง่ายดายโดยที่ไม่มีคำถามกวนใจมัน เดี๋ยวเกิดเปลี่ยนใจไม่ช่วยขึ้นมาคนซวยคือผมนะครับ

 

“โอเค ลุคนี้ใช้ได้ งั้นตามกูมา”

 

 

 

 

 

 

แล้วผมมาทำอะไรตรงนี้วะครับ?

 

นั่งถามตัวเองพร้อมกับมองสไลด์ตรงหน้าที่กำลังฉายเนื้อหาที่ผมแทบจะไม่เข้าใจอะไรสักอย่าง  เมื่อสิบห้านาทีก่อนที่เดินตามเพื่อนมาที่คณะแพทย์ด้วยความฮึกเหิมในใจพร้อมกับถูกลากให้เข้ามาภายในห้องสโลปขนาดใหญ่ที่มีจำนวนนักศึกษาจำนวนไม่น้อยนั่งกระจายกันเป็นจุดๆ และทุกสายตามองมาทางเราสองคนราวกับตัวประหลาด

 

ความจริงมีแต่ผมเนี่ยแหละที่เป็นตัวประหลาด เพราะไอ้โชแสนจะทำตัวชิว ใบหน้าหล่อภายใต้กรอบแว่นนั่นเรียกเสียงกรีดกร๊าดจากสาวๆคณะนี้ได้ไม่น้อยเลยทีเดียว แต่ไม่ทันทีผมจะเช็กเรตติ้งของไอ้โชดีก็สะดุดกับสายตาแบบที่หากพลาดหันไปมองเห็นแล้ว ไอเย็นยะเยือกจะเข้าจู่โจมจนไม่กล้าขยับร่างกายเลยทีเดียว

 

บับเบิ้ลน่ากลัวระดับสิบเลยครับ!

 

หลังจากที่โดนขับไล่ต่างๆนานาซึ่งต้องขอบคุณความหน้าด้านของโอ้โชที่รั้งร่างกายของเราสองคนให้ยังนั่นอยู่ภายในห้องแห่งนี้จนอาจารย์ประจำวิชาเข้ามา บับเบิ้ลก็สงบลงแล้วหันไปสนใจชีทของตัวเองแทนพวกเรา

 

หลังจากที่ภายในห้องเงียบลงและมีแต่เสียงบรรยายเนื้อหน้าบนโปรเจคเตอร์สายตาผมก็กวาดมองหาร่างที่พอจะคุ้นตาบ้าง แต่หาเท่าไหร่ก็หาไม่เจอและเหมือนว่าจะโดนจับตามองอยู่ผมเลยหันไปมองตามความรู้สึกแล้วพบว่าแฟนของเพื่อนกำลังมองมาด้วยสายตาที่ไม่ชอบใจ เสียงกระแทกเสียงขึ้นจมูกจากอีกฝ่ายทำให้ผมประหม่าได้อย่างแปลกประหลาด

 

จนคิดว่าหากก่อนเบรกอาจารย์เช็คชื่อแล้วไม่พบคนที่เขาต้องการตามหาก็คงต้องเฉดหัวออกไปจากห้องนี้เสียที เพราะยังไงไอ้เนื้อหาวิชาหน้าห้องก็ไม่ได้เข้าหัวเขาอยู่ดี ศัพท์แปลกๆเยอะแยะไปหมดจนประติดประต่อเรื่องราวไม่ได้เลย มองภาพประกอบถึงพอเดาๆได้ว่าอาจารย์พูดเรื่องอะไรวนลูปแบบนี้จนกระทั่งถึงตอนเรียกเช็คชื่อจำนวนนักเรียนที่เข้าเรียนในคลาสครึ่งแรก

 

ผมเพิ่งรู้ครับว่าอาจารย์คณะนี้เช็กชื่อโหดมาก เขาจะเช็กชื่อกันสองรอบ คือก่อนเบรก และหลังเลิกเรียนเพื่อกันคนเนียนหนีกลับก่อนตอนเบรก และคนที่เนียนเข้ามาเรียนตอนครึ่งหลังเบรก บอกเลยว่าคณะผมเช็กชื่อยังไม่โหดเท่านี้เลย

 

“เป็นหนึ่ง อดุลย์กิจจานนท์”เสียงอาจารย์ขานชื่อดังขึ้นพร้อมกับความเงียบภายในห้อง ผมสะดุดกับชื่อนี้อย่างแปลกประหลาดพร้อมกับกวาดสายตามองหาเจ้าของชื่อแต่ก็พบความว่างเปล่า

 

“เป็นหนึ่ง อดุลย์กิจจานนท์”เสียงเรียกชื่อดังอีกครั้ง ผมหันไปมองหน้าบับเบิ้ลที่ทำหน้านิ่งเฉยกับการเรียกชื่อครั้งนี้ราวกับไม่รู้จักเจ้าของชื่อ เลยทำให้ผมเลิกสงสัยเจ้าของชื่อไปนิดหน่อย ถึงแม้ว่าก่อนหน้านี้มีคนที่ขาดเรียนเช่นกัน

 

“มาครับ! ขอโทษครับอาจารย์”และก่อนที่ผมจะเลิกล้มให้ความสนใจกับชื่อนั้นเสียงขานชื่อตัวเองก็ดังขึ้นเสียก่อน เจ้าของชื่อกำลังยืนหอบหน้าซีดอยู่หน้าห้องเรียนทุกสายตากำลังจ้องมองไปที่คนมาใหม่ในห้องเรียน และนั่นกลับทำให้หัวใจของเต้นอย่างแปลกประหลาด

 

เหมือนรื้อฟื้นได้ในความทรงจำ

ทั้งๆที่จำหน้าไม่ได้ แต่กลับรู้สึกมั่นใจ

 

“มาสายนะ เป็นหนึ่ง”เสียงตำหนิดังขึ้นจากผู้สอน และผู้ถูกตำหนิได้แต่พยักหน้ารับคำตำหนินั้นแล้วเดินเข้ามาภายในห้อง ผมมองตามร่างที่ไม่ได้สมส่วนเหมือนเด็กผู้ชายทั่วไปนัก บวกกับหน้าตาน่ารักที่ดูละม้ายคล้ายเด็กผู้หญิงถึงแม้ว่าซีดเซียวคล้ายคนไม่สบายแต่ก็รู้สึกคับคล้ายคับคลา

 

ทุกก้าวเดินนั้นอยู่ในสายตาของผมหมดจนกระทั่งเจ้าตัวมาหยุดอยู่ข้างกายคนที่มีสถานะเป็นแฟนของเพื่อน ผมเงยหน้ามองบับเบิ้ลที่ตอนนี้เจ้าตัวมีอาการหงุดหงิดแบบที่ปิดไม่อยู่และเสียงหัวเราะของเรโชที่ดังขึ้นมาเบาๆ

 

และนั่นก็ทำให้ผมเผยรอยยิ้มออกมาอย่างหยุดไม่ได้

เพราะท่าทีที่สังเกตเห็นได้นั้นแปลว่าผมได้เจอกับคนที่ตามหาแล้วแน่นอน

 

ผมลุกจากโต๊ะพับได้ในห้องสโลปหลังจากที่อาจารย์ปล่อยเบรกก่อนจะเดินไปหยุดตรงหน้าคนมาใหม่ และอยากขอบคุณเรโชสักพันล้านครั้งที่หมอนั่นลากบับเบิ้ลไปหาอะไรกินตอนเบรก ถึงจะเรียกว่าเป็นการบังคับให้ไปหาอะไรกิน แต่บับเบิ้ลก็เหมือนขัดขืนตอนแรกแต่สุดท้ายก็ยอมไปแต่โดยดี

 

ผมหยุดมองร่างที่กำลังฟุบอยู่กับโต๊ะโดยไม่ได้สนใจว่าใครมายืนตรงหน้าตัวเองเลยแม้แต่น้อย ได้แต่ยืนมองอยู่อย่างนั้นสักพักก่อนจะตัดสินใจลองส่งเสียงดู

 

“นี่”

 

“เบิ้ลไปเหอะ เราเหนื่อยอ่ะ เวียนหัวปวดตัวไปหมดเลย นอนแป๊บเดี๋ยวเรียนไม่รู้เรื่อง”เสียงแหบพร่าราวกับคนไม่สบายเอ่ยตอบมาทั้งๆที่เจ้าตัวยังคงนั่งฟุบหน้าอยู่ ผมขมวดคิ้วกับท่าทีนั้นแล้วรู้สึกผิดไปมากกว่าเดิมที่มีมากอยู่แล้ว

 

“นี่”

 

“ไม่กวนดิเบิ้ล นายก็รู้นิว่าเราเจออะไรมา”

 

เจออะไรมา?

 

“แล้วมาเรียนทำไม?” ผมเอ่ยถามต่อ ทั้งๆที่เสียงก็ไม่ได้คล้ายกับบับเบิ้ลเลยทำไมเจ้าตัวไม่เอะใจเลยสักนิด น่าแปลกที่หัวใจของผมกลับสั่นไหวอย่างแปลกประหลาด ในสมองกำลังฉายคำว่า “น่ารัก” เข้ามาในหัวสมอง และหัวใจที่เต้นแรงแทบจะหลุดออกมาจากอก

 

“วิชานี้ยาก..” เสียงตอบงุ้งงิ้งแผ่วเบาคล้ายกำลังบอกว่าใกล้เข้าสู่ห้วงนิทราเต็มที แต่ผมก็ยังอยากแกล้งเจ้าตัวที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรเลยอีกสักหน่อย

 

“แต่ไม่สบายนิ”

 

“เอ๊ะ เบิ้ลทำไมถามเยอะจังเราจะนอน...นาย!

 

“ไง”ผมยกมือทักทายคนที่กำลังทำตาเหลือกหลังจากยอมเงยหน้าจากที่นั่งเพื่อบ่นคนที่ตนเองเข้าใจว่าเป็นเพื่อนสนิทแต่กลับกลายว่าเป็นคนที่ตัวเองไม่อยากเจอเสียอย่างนั้น

 

 

หน้าตาตกใจของคนตรงหน้านั้นทำให้ผมไม่สามารถกลั้นยิ้มได้อีกต่อไป โอเคยอมรับว่ารู้สึกผิด แต่ใครใช้ให้น่ารักจนทำให้ความรู้สึกตกหลุมรักมันเข้ามาแทนที่กันหละ

 

ไหนๆก็เจอตัวแล้ว ผมไม่มีทางปล่อยให้หลุดมือได้หรอกนะ J

 

 

 

50%








“นายไม่ใช่เบิ้ลนี่!

 

คำถามที่ถูกส่งมาเรียนให้รอยยิ้มที่มีหายไปกว่าครึ่ง ราวกับว่าผมกำลังหน้าแตกเพราะดันไปทักคนผิดยังไงอย่างงั้น แต่หากพยายามทำใจดีสู้เสือ ทั้งๆที่คิดว่ามั่นใจแล้วว่าน่าจะเป็นนี้บวกกับเรโชที่กันท่าบับเบิ้ลให้ออกไปข้างนอกแล้วทิ้งให้เขาอยู่กันสองต่อสองแบบนี้

 

ทำไมดูเหมือนคนตรงหน้าไม่รู้จักผมกันหละ?

 

“อ่าห้ะ เราไม่ใช่บับเบิ้ล”ผมตอบอีกฝ่ายไปขณะที่ยังยืนพิงเก้าอีกเลคเชอร์ตัวที่อยู่ชั้นสโลปด้านหน้าไม่ยอมลุกเพื่อตั้งท่าเดินหนีไปไหน

 

“แล้วมาคุยกับเราทำไมวะ?”เจ้าตัวทำหน้าหงุดหงิดเล็กน้อยเหมือนแมวที่ถูกกวนเวลานอน และนั่นทำให้ผมเสียเซลฟ์ไปหนักมากกว่าเดิม

 

หรือว่าจะไม่ใช่คนเมื่อคืนจริงๆ

 

“นายจำเราไม่ได้?”ผมถามย้ำเพื่อความมั่นใจแบบที่กลัวอีกฝ่ายตีเนียนทำไม่รู้จักกัน แต่แววตางุนงงนั่นทำให้ผมเริ่มไขว้เขวไปแล้วเกิดเจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์

 

“ทำไมเราตองจำนายได้ด้วยอ่ะ? ไม่ใช่นิสิตแพทย์ป้ะเนี่ย ไมเราไม่คุ้นหน้าเลย?”เป็นหนึ่งตอบผมมาด้วยคำถาม สายตาสงสัยระคนว่างเปล่านั่นทำให้รู้สึกหน้าแตกยับเยินไม่มีชิ้นดี

 

โอเค...พอกันที

ยกนี้พี่เติร์กขอบายครับ ในเมื่อบุกมาถึงถ้ำเสือหละไม่เจอลูกเสือก็ต้องยอมจำนนให้แก่โชคชะตาที่ไม่นำพาให้เราได้พบกัน แบบที่ความคาดหวังทั้งหมดที่มีในใจเมื่อครู่คือขอโทษอย่างจริงใจพร้อมรับผิดชอบในสิ่งที่ทำโดยไม่ได้มาจากความรู้สึกผิดแล้วแท้ๆ

 

แต่หากมันเป็นความรู้สึกที่อยากจะลองรักใครสักคนอีกครั้งหลังจากโดนทำร้ายจิตใจมาก็เท่านั้น

 

ทำไมชีวิตรักของผมมันสมถุยแบบนี้วะ?

 

 

ร้องโวยวายงอแงคร่ำครวญถึงแม่แบบไอ้พีชในซีซั่นหนึ่งได้ม้าย ณ จุดนี้ โฮร้วววววววววว

 

 

 

“แล้วมึงก็เดินออกมาเลย?”

 

“เออ”

 

“มึงนี่แม่ม....”

 

“มึงไม่เป็นกูไม่รู้หรอก”

 

“ตีนไหมครับถ้าจะมาปรึกษาเพื่อนแล้วพูดคำนี้”

 

“ก็ดีมีคอลลาเจนหน้ากูจะได้เด้งๆแบบณเดช ถุ้ย! คือโคตรเสียหน้าอ่ะ กูไม่เดินออกมาให้หน้าด้านชวนเค้าคุยรึไงไอ้คิตตี้”

 

“ปกติกูก็เห็นมึงหน้าด้านตลอดนะเติร์ก ทำไมเรื่องตัวเองหน้าบางจังเลยอ่ะครับ”

 

“ขอบคุณที่ชมกู”

 

“กูด่า”

 

 

โอเคมีเพื่อนดีไปอีก...

 

ตอนนี้ผมอยู่ที่หอไอ้พีชครับ แบบตั้งใจกลับหอ แต่เท้าดันพามาที่หอเพื่อนได้ยังไงไม่รู้พอไอ้ตัวดีมันเห็นผมมาหาก็ไล่พี่โมให้ขึ้นไปทำโปรเจคที่ห้องตัวเองแล้วทำตัวเป็นพ่อหมอให้ผมปรึกษาปัญหาหัวใจที่แบบฟังๆไปเหมือนไม่ได้ช่วยอะไรเลยสักนิด

 

“นี่ไงๆ ไอ้โชไลน์มาด่ามึงด้วยบอกจะไปปล่อยลมมอไซต์มึง โดนแน่!”ไอ้พีชส่งเสียงดังขึ้นมาขณะที่ผมก้มหน้าลงมองพื้นกระเบื้องสีขาวในห้องมัน ไม่รู้ว่ามีไรน่าสนใจนักหน้าไอ้กระเบื้องเนี่ย ไม่รู้จะมองมันหาโปรตัวซัวร์อะมีบาไลก้าบลาๆแล้วได้อะไรขึ้นมาในเมื่อผมยังไม่สามารถหาใครคนนั้นเจอเสียที

 

ไม่ใช่เป็นหนึ่งแล้วเป็นใครวะ จำได้ลางๆว่าน่ารัก เป็นหนึ่งนี่ก็น่ารัก หรือมีน่ารักกว่าเป็นหนึ่งวะ?

 

โอ้ยยยยย คณะแพทย์มึงจะอเมซิ่งไปหละถ้ามีคนน่ารักแบบนี้มาอยู่รวมกันเนี่ย!

 

“เฮ้ยๆๆ ไอ้พอลได้เหรียญทองด้วยมึ๊งงงงงเพื่อนกูเท๊พเทพ ไม่โง่ง้าวเต่าตุ่นเหมือนมึงเล้ยยย”

 

เดี๋ยวๆ ไอ้พีชเห็นกูเงียบๆ เอาให้เลยไอ้นี่ อยากจะเฮลั่นที่เพื่อนได้รางวัลนะ แต่ตอนนี้ตัวเองยังดราม่าไม่มีรมย์ทำไรทั้งนั้นเข้าใจฟีลกันไหมคร๊าบบบบบบบ

 

“โอ้โห หงอยยิ่งกว่าหมาที่บ้านไอ้เฟิร์สญาติกูเลย นี่มึงถามจริงว่ามึงจะทำไงต่อวะ ไอ้โชก็บอกแล้วว่าจะไม่ช่วยมึงหละ ไม่คุ้มกับโดนเมียด่าเลยอุตส่าห์ช่วยแต่มึงชิ่งออกมา”พีชพูดขึ้นขณะเกลือกกลิ้งบนเตียงของมันในมือกำลังเลื่อนหน้าจออ่านแชทในกรุ๊ปของกลุ่มอยู่

 

นี่มันปัญหาระดับชาติเลยนะเว้ย!

 

“เออ กูจนปัญญา ก็เขาบอกว่าเขาไม่รู้จักกู”ผมพูดเสียงอ่อย สาบานว่าหาเห็บตามกระเบื้องไอ้พีชได้หาไปหละนะ คิดว่าน่าจะได้หลายตัวเลย

 

“ไอ้เติร์ก”

 

“อือ”

 

“เติร์ก”

 

“อะไร?”

 

“มึงสำนึกผิดจริงหรอวะ?”

 

ผมเงยหน้าจากพื้นไปมองไอ้พีชที่ตอนนี้มันลุกขึ้นมานั่งบนเตียงดีๆแล้ว เจ้าตัวกอดอกแล้วทำหน้าจริงจังแบบที่เพิ่งได้เห็นตั้งแต่มันรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น

 

“มึงเคยเห็นกูจริงจังอะไรขนาดนี้ไหมหละ ลงทุนโดดเรียนวิชาดอกเตอร์วินัยไปนั่งเรียนวิชาไรไม่รู้ คือมึงเคยเห็นกูเป็นงี้หรอวะ?”

 

“ก็จริง”

 

ไอ้พีชพยักหน้ารับความพูดผมอย่างใช้ความคิด ซึ่งผมเองก็ไม่รู้จะพูดอะไรต่อ เพราะสมองตื้อจนปัญญาไปหมด

 

“งั้นมึงพูดตามกู”

 

“อะไร?”

 

“มึงไม่มีสิทธิปฏิเสธ นอกจากพูดตามกับพูดตามเท่านั้น”

 

“กูมีสิทธิเลือกมาก”ผมจิ๊ปากใส่ไอ้เพื่อนตัวดีที่ตอนนี้นั่งกอดอกมองผมจากบนเตียงด้วยความเป็นต่อสุดๆ ฮึ๊ยยยยยย เมื่อตอนปีหนึ่งไม่น่าทำมันไว้เยอะเล๊ยยยยยย

 

“พูดตามกู ชาบูสามมื้อ”

 

“ชาบูสามมื้อ”

 

“กาแฟสามแก้ว”

 

“กาแฟสามแก้ว...เชี่ยไรเนี่ยมึง?” ผมขมวดคิ้วกับสิ่งที่เพื่อนให้พูดก่อนจะเอ่ยถามแต่ไอ้พีชก็เหวี่ยงฟาดงวงฟาดงาใส่อารมณ์ถูกขัดใจ

 

“อย่าขัดกู เดี๋ยวไม่ช่วยแม่มเลย”

 

“โอเคๆ” สุดท้ายต้องจำยอมให้เธอกระทำ จะทำไรได้ คนมีความผิดติดตัวยังไงก็เสียเปรียบอยู่ดี โอเคครับพี่ให้ทำไร ให้พูดไรบอกมาเลยคร้าบพี่

 

“จ่ายค่าชีทให้สามสัปดาห์”

 

“จ่ายค่าชีทให้สามสัปดาห์”

 

“เออกูจะบอกว่าเบิ้ลมันมีเพื่อนสนิทตัวเล็กๆน่ารักๆคนเดียว”

 

“เออกูจะบอกว่า....เดี๋ยวนะเมื่อกี้มึงพูดว่าไรนะ?”ผมที่ทำกำลังพูดตามที่ไอ้พีชบอกแต่ไม่ทันจบสมองก็ประมวลผลออกมาได้เสียก่อน กลับกลายเป็นว่าหัวใจที่เต้นเนิบนาบกลับเต้นแรงยิ่งกว่าเสียงตีกลองเสียอีก

 

“พูดรอบเดียว แล้วอย่าลืมสิ่งที่มึงพูดไปด้วย จงหามาเซ่นกู!”ไอ้พีชไม่สนใจผมอีกต่อไป มันทิ้งตัวนอนลงกับที่นอนแล้วกดแชทอะไรกับใครสักคนอยู่

 

“เฮ้ยๆๆเดี๋ยวมึงๆๆๆ มึงรู้ได้ไงวะ?” ไม่มีทางที่ผมจะปล่อยให้ข้อมูลหลุดมือหรอกครับ ก่อนจจะบุกไปทำอะไรสักอย่างก็ต้องเฟิร์มให้แน่ใจในแหล่งข้อมูลก่อนไม่งั้นได้หน้าแตกยับเยินกลับมาอีกรอบ พี่เติร์กไม่ไหวจะเพลียนะนี่พูดเลย

 

“ลูกพี่ลูกน้องกูบอกมา”

 

“คนที่เรียนถาปัตย์อ่ะนะ”

 

“เออ”

 

“แล้วรู้ได้ไงวะ?”

 

“มันเป็นเพื่อนสนิทกันตั้งแต่มัธยม”

 

“เชดดดดดด เพื่อพีชนี่แสนดีจังเลยค้าบบบบมาจุ๊บเหม่งทีนึง มั๊วะ!!!

 

“ไอ้เชี่ยยยยยยย อี๋ยยยยยยยยยย กูจะฟ้องพี่โม!

 

ผมหัวเราะลั่นพร้อมกับยิ้มเหมือนคนบ้าโดยไม่ได้สนใจเพื่อนตัวดีที่ตอนนี้ทำหน้าแหยงกับจูบที่ผมประทับที่หน้าผากมันเมื่อครู่ ทำหน้าจะร้องไห้ใส่แล้วยกนิ้วกลางให้แทนคำด่าออกเสียง เดี๋ยวนี้พัฒนาเลเวลนะครับ ไม่ฟ้องพ่อ ไม้ฟ้องแม่ ไม่ฟ้องเฮียพลับหละ ตอนนี้เปลี่ยนมาฟ้องแฟนแทน

 

“อื้อหือผัวขาพอมีแฟนลืมเมียอย่างพี่เติร์กไปเลยนะมึง เอะอะฟ้องเอะอะฟ้อง ถามจริงได้กันยัง?”เห็นพฤติกรรมเพื่อนแล้วแอบแขวะไม่ได้

 

“ปากมึงนี่ไม่น่าช่วยเลยจริงๆ กูไม่ไวไฟแบบมึงหรอก พี่โมเค้าดีกว่ามึงล้านเท่าจำใส่กะโหลกไว้เลย!”ไอ้พีชเบะปากใส่ผมก่อนจะปาหมอนใส่ส่งเสียงไล่ให้ผมกลับหอตัวเองไปเสียที

 

ผมเองก็ไม่ได้ถือสาอะไร ถือว่ายังไงวันนี้ก็ยังดีที่จับตัวได้จริงๆแล้ว ต่อไปก็คงต้องสะสางคดีความต่อกันเสียที

วันนี้เจ้าตัวเองก็แสบใช่ย่อยตีเนียนทำเป็นไม่รู้จักกันทำเอาผมเสียหน้าไปอยู่ไม่น้อย

 

ได้ครับ เล่นแบบนี้เดี๋ยวพี่เติร์กจัดให้เลย

ขอโทษอย่างเดียวไม่พอ แถมติดโปรโมชั่นแถมตำแหน่งแฟนให้ด้วยอีกชั้นนึง

 

เป็นหนึ่งก็เป็นหนึ่ง

เจอณติณไปเดี๋ยวรู้กัน!

 

 

 

 

 

 

70%






 

 

 

 

รู้สึกบ้ามากของมากอีกครั้งที่มายืนชมบรรยากาศหน้าคณะแพทย์อีกครั้ง วันนี้ลงทุนตื่นแต่เช้าหลังจากไปแอบสืบตารางเรียนเด็กทันตะมาได้ แต่งองค์ทรงเครื่องให้ดีพร้อมสมกับจะแปลงกายเป็นนักศึกษาแพทย์สักวัน

 

ผมนี่ชักจะไปกันใหญ่

เพราะอะไรที่กำลังทำอยู่มันค่อนข้างที่จะไม่ใช่ตัวเองแม้แต่นิดเดียวเลยด้วยซ้ำ

 

 

“เอาไงเอากันวะ! เสียไปจนไม่รู้จะเสียอะไรแล้ว สู้เว้ยมึง!”ผมร้องบอกตัวเองเบาๆพร้อมกับเดินดุ่มเข้าไปในคณะที่ไม่คุ้นเคยเอาเสียเลย ท่องเลขห้องเรียนไว้แบบคนกลัวลืม สอดส่องหาคนที่ต้องการโดยไม่ให้คลาดสายตา

 

จนกระทั่งเหลือบไปเห็นผู้ชายร่างเล็กที่กำลังเดินก้มอ่านชีทในมือในชุดกาวน์แบบยาวสีขาวสะอาดเดินออกมาจากห้องเป้าหมายที่ผมจดจำเลขห้องได้ดี

 

 

หึ...ไม่รอดแล้วหละเป็นหนึ่ง

วันนี้พี่จะไม่ปล่อยให้เหยื่อหลุดออกจากมือไปได้ง่ายๆเหมือนครั้งก่อนๆแน่นอน

 

“เอ๊ะ!”เสียงอุทานร้องออกมาเสียงดังเมื่อถูกผมจับข้อมือด้านที่ถือชีทแน่นจนชีทหลุดมือ เพียงเจ้าตัวที่ตวัดสายตามามองก็มีสีหน้าตกอกตกใจหน้าซีดเหมือนโดนผีหลอก ท่าทีแบบนั้นก็ทำให้ผมรู้สึกอยากหัวเราะออกมาเบาๆเสียไม่ได้ แต่โชคดีที่สามารถอดกลั้นมันไว้ได้เสียก่อน

 

“คุณปล่อยผมนะ มาจับผมไว้ทำไมครับ?”เสียงร้องลั่นจนเรียกสายตาคนภายในห้องเรียนให้ออกมามอง และหนึ่งในสายตาในห้องนั้นเป็นบับเบิ้ลที่มองมาไม่วางตา แต่ที่น่าแปลกคือแฟนตัวเล็กของเพื่อนกลับไม่ได้เดินออกมาห้ามปรามการกระทำของเขาเหมือนที่เคยทำ เจ้าตัวเลือกที่จะนั่งอยู่กับที่แล้วมองอยู่เฉยๆแบบนั้น ซึ่งเหมือนเป็นการเปิดโอกาสให้ผมได้แก้ตัวแล้วสินะ

 

อย่างนี้ก็ทางสะดวกแล้วหละ

ขอรับตัวเป็นหนึ่งไปจัดการอะไรต่อมิอะไรก่อนแล้วกัน

 

“เฮ้! คุณ! จะพาผมไปไหน! เฮ้!!!!”เสียงร้องโวยวายยังดังไปตลอดทางที่ผมกระชากลากถูเจ้าของข้อมือเล็กๆผิดสรีระความเป็นเด็กผู้ชายให้เดินตามไปยังสถานที่ที่ผมคิดว่ามันเงียบสงบมากพอ ไร้ผู้คนสนใจมากพอที่จะเคลียร์เรื่องราวระหว่างกัน

 

และห้องเรียนห้องหนึ่งที่ไม่มีใครอยู่และถูกเปิดทิ้งไว้ก็เป็นเป้าหมายนั้น ผมดึงร่างเล็กเข้าไปในห้องก่อนจะจัดการล็อกประตูห้องเพื่อปิดกั้นทุกสิ่งที่จะมาขัดขวางการเจรจาของเราสองคนครั้งนี้

 

“เฮ้คุณ! จะทำอะไรหนะ!!”เป็นหนึ่งยังคงส่งเสียงร้องโวยวายจนนึกอยากกลั่นแกล้งให้หายซ่าเสียที พอหวนไปนึกเรื่องเมื่อวานที่เจ้าตัวตีหน้านิ่งทำเป็นไม่รู้จักกันจนทำให้เขารู้สึกเสียความมั่นใจในตัวเองไปในระดับหนึ่งก็อยากจะแก้แค้นคืนสักร้อยสักพันเท่า

 

“ว่าไงครับเป็นหนึ่ง J”ผมล้วงมือเข้ากับกระเป๋ากางเกงแสลคของตัวเอง อีกมือทีว่างอยู่เลื่อนขึ้นไปปลดกระดุมเสื้อคอจีนของตัวเองให้รู้สึกผ่อนคลายเล็กน้อยก่อนจะสบสายตาตื่นตระหนกของอีกฝ่ายที่กำลังไหวระริกด้วยความขลาดกลัว

 

เหมือนกวางตัวน้อยๆที่กำลังไร้สิ้นหนทางเมื่อเจอกับนักล่าที่กำลังต้อนให้จนมุม

 

“คุณเป็นใครครับ ทำกับผมแบบนี้ทำไม?”เจ้าตัวยังคงพูดเหมือนกับไม่รู้จักผมอยู่แบบนั้น ซึ่งค่อนข้างความหงุดหงิดไม่น้อยเลยที่ยังคงปฏิเสธกันไม่มีหยุด

 

ทั้งๆที่ค่ำคืนวันนั้นเจ้าตัวก็เป็นฝ่ายที่เริ่มเข้าหาผมก่อนแท้ๆเชียว

 

“ทำเป็นลืมไปได้ คุณออกจะชอบผมแท้ๆ”ผมพูดด้วยน้ำเสียงยียวนพร้อมกับก้าวเข้าหาอีกฝ่ายที่ถอยหลังหนีเขาเช่นกัน มันน่าตลกที่เพียงก้าวเท่าไหร่ เจ้าตัวก็ถอยห่างเท่านั้นโดยไม่ได้รับรู้เลยว่านายพรานได้ลอบวางกับดักเอาไว้แล้ว

 

ปึก!

 

ลงล็อกเป๊ะ! ผมอดกดยิ้มที่มุมปากไม่ได้เมื่อแผ่นหลังเล็กนั่นชนเข้ากับกำแพงห้องแบบที่ไร้หนทางถอยหนีผมได้อีกต่อไป สิ่งที่ต้องทำต่อคือสร้างเกราะกักขังร่างนั้นไว้ และแขนทั้งสองข้างของผมก็ทำหน้าที่นั้นได้ดี

 

พอมาอยู่ใกล้ๆแบบนี้ก็ทำให้สังเกตใบหน้าอีกฝ่ายได้ชัดเจนยิ่งขึ้น มันเลยทำให้ผมรู้ว่าเป็นหนึ่งนี่มาไกลกว่าคำว่าน่ารักเสียแล้ว ต้องใช้คำว่า น่ารักมากถึงจะจำกัดความได้ถูกต้อง

 

แล้วหัวใจของผมมันดันทำงานผิดพลาดจนเต้นแรงขนาดนี้ด้วยเล่า!

 

 

“คุณพูดบ้าอะไรของคุณ แล้วเรื่องคืนนั้นอะไร ผมไม่เห็นรู้เรื่องเลย!

 

ป๊อก!

 

ผมดีดนิ้วใส่หน้าอีกฝ่ายเมื่อหลุดพูดอะไรบางอย่างออกมาก่อนจะลอบกดยิ้มร้ายๆใส่

 

“ผมยังไม่ได้บอกเลยว่าเราเจอกันตอนกลางคืน ไม่ทราบว่าคุณเป็นหนึ่งรู้ได้ยังไงครับเนี่ย”คำถามที่กดลงจุดย้ำในสิ่งที่อีกฝ่ายพลาดไปจนเป็นหนึ่งต้องกัดริมฝีปากอิ่มแน่น และภาพนั้นก็น่ามองเอาเสียมากๆเลยทีเดียว

 

อยากทุบตีตัวเองสักร้อยทีเมื่อไอ้ความรู้สึกอยากก้มลงไปแนบสัมผัสบนริมฝีปากสีสดนั้นประเดประดังเข้ามาในหัวจนผมเองต้องเลียริมฝีปากตัวเองเพื่อสะกดกลั้นความต้องการนั้นไว้

 

“คุณ...คุณต้องการอะไร...”และเหมือนจำยอมด้วยหลักฐานที่ตัวเองหลุดออกมา อีกฝ่ายทอดถามเสียงอ่อน

 

“ผมแค่ต้องการขอโทษคุณเท่านั้นสำหรับเรื่องคืนนั้นที่ผม....เอ่อ...”

 

“ช่างมันเถอะ ผมก็เป็นผู้ชาย เรื่องอะไรแบบนั้นไม่ได้ทำให้ผมเสียหายเท่าไหร่หรอกมีเรื่องจะคุยกับผมแค่นี้ใช่ไหม?”น้ำเสียงยี่หระไม่แคร์กับเรื่องที่ผ่านพ้นไปทำเหมือนว่ามันเป็นสิ่งไร้สาระที่ผมเอาแต่เฝ้าคิดกังวลในหลายรอบวันของอีกฝ่ายทำให้ผมรู้สึกประหลาดใจไม่น้อย ผิดกับหน้าตาที่ดูเรียบร้อยไม่น่าจะเป็นคนที่เหมือนรักสนุกแบบวันไนท์แสตนด์สักนิด

 

แล้วท่าทีที่แสดงออกมานั้นเป็นหนึ่งในการแสดงของอีกฝ่ายที่แสดงใส่เขาเหมือนเมื่อวานรึเปล่า?

 

“คุณนี่น่าสนใจกว่าที่ผมคิดไว้เยอะเลยนะครับ เป็นหนึ่ง”

 

น่าสนุก...ทั้งๆที่บอบบางขนาดนี้แต่ชอบทำตัวแข็งแกร่ง หากเขาจะลองเล่นเกมส์ลากเจ้าตัวลงสนามแล้วแข่งกันสักตั้งดูสิว่าใครจะชนะจะเป็นยังไงกันนะ

 

“อะไรอีกหละ!”เป็นหนึ่งกระชากเสียงถามอย่างหงุดหงิดเมื่อเจ้าตัวพยายามจะเดินออกจากอ้อมแขนของผมที่กักกันร่างกายเจ้าตัวเอาไว้ แต่ไม่ว่าจะทำยังไงก็ไม่สามารถเดินออกไปได้สุดท้ายผมก็ดึงเจ้าตัวเข้ามาแนบชิดแล้วกกกอดเอาไว้ไม่ยอมให้หนีไปไหนอีก

 

“คุณควรปล่อยผมได้แล้วนะครับ!

 

“ถ้าผมไม่ปล่อยคุณหละ แถมจะกอดคุณให้แน่นขึ้นไปอีกถ้ายังดิ้นไม่เลิกแบบนี้”

 

“โอ้ย! ทำไมชอบใช้กำลัง ไม่เห็นนิสัยดีเลย!”คนในอ้อมกอดที่ถูกรัดแน่นกว่าเดิมร้องลั่นขึ้นมา มือสีขาวจัดของเจ้าตัวถูกยกขึ้นมาดันแผ่นอกของผมไว้เพื่อสร้างระยะห่างระหว่างกัน ท่าทางที่เหมือนรังเกียจกันแบบนี้ทำให้ผมรู้สึกอยากเอาคืนสักสองสามเท่า อยากดึงมือนั้นออกแล้วลากให้เจ้าตัวเข้าสู่วังวนของผมจนไม่สามารถปฏิเสธมันได้อีก

 

และนั่นคือสิ่งที่ผมตัดสินใจที่จะทำมัน

 

“บางทีความหน้าตาดีของผมไม่ได้การันตีนิสัยด้วยนี่ครับ คุณไปเอาข้อมูลแบบนั้นมาจากไหนกัน?”ผมก้มลงแนบริมฝีปากจรดใบหูขาวๆจนเจ้าตัวต้องหดคอหลบหลีกสัมผัสนั้น ยิ่งหลบหนีผมก็ยิ่งไล่ต้อนจนเจ้าตัวจนมุมแล้วกระซิบกรอกเสียงออกไป ลอบมองเจ้าของใบหน้าขาวๆที่ตอนนี้ซีดไร้สีเลือดแล้วรู้สึกสงสารเล็กน้อย แต่ผมไม่มีทางยอมให้กับเรื่องแค่นี้หรอกนะ

 

“นี่คุณมาขอโทษ หรือมาหาเรื่องกันแน่!”เป็นหนึ่งพูดออกมาพร้อมกับท่าทีพยศไม่หาย พยายามที่จะออกไปจากอ้อมกอดทั้งๆที่ตัวเองก็น่าจะรู้ดีว่าไม่มีทางหนีรอดไปได้

 

“ก็สองอย่าง”ผมออกแรงกอดอีกฝ่ายแน่นขึ้นกว่าเดิมพร้อมกับเคลื่อนใบหน้าสูดดมความหอมอ่อนของโคโลนจ์ที่เจ้าตัวใส่มาที่ซอกคอ ก่อนจะกดแนบริมฝีปากลงสัมผัสเบาๆ จนเป็นหนึ่งเกร็งร่างกายจนผมสัมผัสได้

 

“.....”

 

“ก็มาขอโทษ และมาหาเรื่อง เพื่อว่าคุณจะหาเคืองแล้วมาปรองดองกัน” จากซอกคอกลายแนวกระดูไหปลาร้าที่โผล่พ้นชายเสื้อนิสิตสีขาวที่เหมือนกระดุมเสื้ออีกฝ่ายจะหลุดเมื่อตอนที่ดิ้นเมื่อครู่ ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องดีสำหรับผม

 

“......”

 

“ทำอึ้งอะไรหละครับ ก็มีตัวเลือกให้คุณเลือกสองข้อ ระหว่างจะยอมรับผม กับยอมรับผมคุณจะเลือกอะไรดีหละ”

 

“หุบปาก!!

 

“โอเค! งั้นผมสรุปให้หละกับว่าคุณเลือกทั้งสองข้อ ต่อจากนี้เตรียมตัวรับผมเข้าไปอยู่ในชีวิตคุณได้เลยนะครับ J”ผมยิ้มกว้างพร้อมกับเงยหน้ากดจมูกหอมแก้มขาวนั้นลึกๆโดยไม่สนใจแรงขัดขืนนั้นแม้แต่น้อย

 

ในหัวของผมตัดสินใจแล้วว่าจะไม่มีวันแก้กับดักที่วางเอาไว้เพื่อปลดปล่อยเหยื่อรายนี้ให้เป็นอิสระอย่างแน่นอน

 

 

 

 

 

“ว่าไงครับเมีย”

 

 

 

 

 

 

TBC








คุยกัน!

กำลังคิดว่านี่มันนิยายใสๆ หรือจำเลยรัก 555555555555555555
รู้สึกสงสารน้องเป็นหนึ่งขึ้นมาเลอ โหยยยยยย เจอพี่เติร์กสายโหดเข้าไป โดนเชือดแน่ๆอ่ะ

ส่วนคนที่สงสัยเรื่องน้องส้มกับพี่เติร์กตอนปีสามนั้นมีเฉลยในสเปรวมเล่มซีซั่นสองนะก้ะ
ทำไมยังไงอะไรทำไมพี่เติร์กไปมีซัมติงกับน้องส้มได้ แล้วเป็นหนึ่งไปไหนเดี๋ยวรู้กันเลย!

ว่าแต่คิดถึงกันไหมอ่ะ! เค้ากลับมาแล้วนะ!
คนอันเฟบไปเกือบสามสิบคนจนกลับมา เพี้ยง!!!


และอย่าลืมให้กำลังใจผ่านคอมเม้น หรือแฮชแทค #ฟิคโมพีช #ฟิคDMTL นะคะ











โหมดประกาศรางวัล

ลำดับที่ 1




 

ลำดับที่ 2 ( 2 รางวัล )




 


 
รางวัลที่ 3 ( 4 รางวัล ) #เพิ่มให้อีก 1 รางวัลเพราะตอบถูกใจ ^ ^




บุคคลที่ได้รับรางวัลสามารถ ส่งชื่อ, ชื่อเล่น และที่อยู่ที่สามารถส่งรางวัลไปให้ได้ที่ solphase_@hotmail.com นะคะ ^ ^
กรุณาส่งภายในวันที่ 5 มกราคม 2558 ก่อน 18.00 น. หลังจากนั้นถือว่าสละสิทธิ์น้า ซอลจะถือเวลาที่ระบุในอีเมล์เป็นสำคัญค่ะ

ขอบคุณที่ร่วมสนุกกันน้า


รักนะคะ

a solphase










 
 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 10 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3,209 ความคิดเห็น

  1. #2947 Khimsecrets (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 3 กันยายน 2559 / 13:07
    อะโถ่ นึกว่าเติร์กจะได้เมียเป็นผู้หญิง สรุปแม่งจะคบผู้ชายกันเองทั้งกลุ่มเลยปะ
    #2,947
    0
  2. #2928 Tangmoksw (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2559 / 18:11
    ทำไมรู้สึกว่าเจอเป็นหนึ่งตอนที่แจกช็อปวิศวะ ? เอ้ะหรือจำผิด ? 5556555555
    #2,928
    0
  3. #2904 braben (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 3 มกราคม 2559 / 18:04
    เหยดดด เติร์กอย่างแบ๊ดดอ่ะ55555
    พยศเยอะๆนะหนึ่งน้าาาา
    #2,904
    0
  4. #2829 Nebbianuvolaa (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2558 / 11:06
    เขินนนนน-///-
    #2,829
    0
  5. #2651 KiHaE*129 (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 20 กันยายน 2558 / 04:12
    ง่อวววววววววววววววววว

    นี้จีบ
    #2,651
    0
  6. #2216 sundaymorning3841 (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 28 เมษายน 2558 / 16:33
    พี่เติร์กเวอร์ชันแบดบอยตะไมมันฮอตได้ใจแบบเน้!!!!!!!!!!! แต่อย่าเร่งเร้าใช้วาจาร้ายกาจกับน้องสิเติร์ก เสียคะแนนหมด พถถถถถถ เอ๊ะ หรือน้องจะชอบ ไม่เอาไม่เดา55555555555
    #2,216
    0
  7. #2070 Mysterious (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 22 มีนาคม 2558 / 01:36
    โอ้โหว...นี่พระเอกหรือตัวร้ายลูกเติร์ก ประดุจได้ดูละครหลังข่าวแซ่บๆสักเรื่อง ต้องตามดูกันต่อไปว่าเติร์กจะทำให้คุณหมอผู้น่ารัก รักได้มั้ย
    #2,070
    0
  8. #2056 Som O Usanee (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 9 มีนาคม 2558 / 02:02
    แอร๊ยยยยยยยยย รุกเข้าเติร์ก สู้ๆดิ อย่ายอมให้เป็นหนึ่งหนีไปนะ คึคึ เราว่าเป็นหนึ่งหนีเติร์กไม่รอดแล้วล่ะ
    #2,056
    0
  9. #2052 Punpun Punyada (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 8 มีนาคม 2558 / 20:12
    พี่ซอลกลับมาแล้ววววววว พี่เติร์กฮาร์ทคออ่ะ5555555
    #2,052
    0
  10. #2051 nen gon (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 8 มีนาคม 2558 / 13:00
    หึ้ยๆ คิดถึงโมพีชอ่าาาา ตอนนี้ไม่ต้องฟ้องใครแล้วมาฟ้องพี่โมคนเดียววว ><
    #2,051
    0
  11. #2050 { i M o O a U i } (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 8 มีนาคม 2558 / 00:56
    ต้องรอสเปฯเลยเหรอ ตอนนี้หลงรักเป็นหนึ่งไปแล้วอะ ไม่เอาไม่ให้เป็นหนึ่งเสียใจนะ
    #2,050
    0
  12. #2049 { i M o O a U i } (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 8 มีนาคม 2558 / 00:55
    ต้องรอสเปฯเลยเหรอ ตอนนี้หลงรักเป็นหนึ่งไปแล้วอะ ไม่เอาไม่ให้เป็นหนึ่งเสียใจนะ
    #2,049
    0
  13. #2048 BLightCRM (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 8 มีนาคม 2558 / 00:12
    สงสารเป็นหนึ่งอ่าาาาาาา อิเติร์กทำโหด
    #2,048
    0
  14. #2047 mini_mickey (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 7 มีนาคม 2558 / 22:12
    ก็สงสารเป็นหนึ่งนะแต่สวสารเติร์กมากว่ากลัวกำพร้าเมียอะ รอๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
    #2,047
    0
  15. #2010 Amking (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2558 / 00:53
    เป็นหนึ่งนี่ก็เนียนไปนะ ทำเอาเติร์กเขวไปเลยอ่ะ 5555 สะใจ? พี่ซอลสู้ๆน้า ร้ออยู่เสมอ จุ๊บๆ
    #2,010
    0
  16. #2006 { i M o O a U i } (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2558 / 07:21
    เจอกันก็ยังตีมึนกันได้อีก จะสงสารพี่เติร์กดีมะ แต่แอบฟินโมพีชอยู่ เปลี่ยนจากฟ้องแม่มาฟ้องนะตัวเธอ
    #2,006
    0
  17. #2005 Som O Usanee (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2558 / 04:30
    อื้อหือออออ อิเติร์ก น่าฟาด ถ้าไม่ใช่โชมันจะลากหนูเบิลออกไปทำไมล่ะแกเอ๊ย นี่ถ้าน้องพีชของพี่โมไม่ช่วยนะแกคงนั่งหงอยไปอีกสิ แต่งานนี้ของพีชได้กำไรจ้า ฮ่าๆๆ แต่เดี๋ยวนี้น้องพีชไม่ฟ้องพ่อแม่และพี่พลับแล้วนะจ๊ะ เดี๋ยวนี้เค้าฟ้องแฟน เพราะพี่โมอยู่ใกล้ ฮ่าๆๆ แอบขำที่พีชบอกพี่โมดีกว่าเติร์กนั่นน่ะ ฮ่าๆๆ น้องพีชยังซิงนะคะ คิคิ
    #2,005
    0
  18. #2004 อิงะเดะมอ (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2558 / 04:06
    จะรอเติร์กบุกไปหาเป็นหนึ่งนะ
    #2,004
    0
  19. #2003 Punpun Punyada (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2558 / 19:28
    กรี๊สสสสส เติร์กจัดว่าเด็ด ใครจะเอาเติร์กอยู่ไหม ไม่เอาส่งมาให้ป้าได้นะลูก ป้ารอ
    #2,003
    0
  20. #2002 หมวยตัวกลม (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2558 / 17:41
    พีชนี่รักเพื่อนจริงจริ๊ง ชาบูสามมื้อ กาแฟสามแก้ว ค่าชีทสามอาทิตย์ คุ้ม!
    #2,002
    0
  21. #2001 Moo_knowpun (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2558 / 16:43
    เอิ่ม ถ่าพี่เติร์กคู่เป็นหนึ่ง แล้วดาวมหาลัยตอนปีสามที่น้องพีชเป็นพี่ว้ากคือใคร???
    #2,001
    0
  22. #2000 mini_mickey (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2558 / 05:49
    รอๆๆๆๆๆๆๆๆแค่สปอยก็ฟินละ
    #2,000
    0
  23. #1999 Mysterious (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2558 / 03:07
    ตีเนียนหน้าตายมากนายเอกของเรา เล่นซะพี่เติร์กเสียเซลฟ์ไปเลย ฮ่าๆๆๆๆ
    #1,999
    0
  24. #1996 >_<...LoOk OnLy At Me...>_< (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2558 / 11:02
    พี่เติร์กน่ารักกก หนึ่งก็น่ารักก อร๊างงง ระเบิดตัวเองแป๊บคะ 5555
    #1,996
    0
  25. #1995 Amking (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2558 / 09:20
    เป็นหนึ่งน่ารักกกกกก เจอแล้วก็ห้ามทำให้เป็นหนึ่งเสียใจนะอิเติร์ก
    #1,995
    0