DOGMATIC LOVE (Yaoi) | รับน้องป่วนๆกับก๊วนวิศวะ

ตอนที่ 3 : Ch 3 - อยากได้ต้องกล้าแลก เดี๋ยวจะแจกให้แบบเน้นๆ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 20,953
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 68 ครั้ง
    31 ส.ค. 58



3

“อยากได้ต้องกล้าแลก เดี๋ยวจะแจกให้แบบเน้นๆJ

 

 

 

 

     สมุดล่าลายเซ็นของคณะวิศวกรรมศาสตร์ ณ มหาวิทยาลัยอันทรงเกียรติที่ผมกำลังดำรงชีวิตทุกวันนี้นั้นเป็นสมุดที่เป็นไปด้วยจิตวิญญาณโดยแท้จริง ผมสัมผัสได้ตั้งแต่วันแรกที่ได้รับมันมา (มึงไปแข่งกับคุณเจน รายการคนอวดผีรึไง?) มันมีชื่อเรียกง่ายๆ จากรุ่นพี่ปีสองที่เรียกสมุดเล่มนี้ว่าเดธโน๊ตแหมะ บอกตรงๆ ใครไม่รู้จักเดธโน้ตนี่ผมไม่รู้จะไปไงต่อแล้วนะครับ แค่ชื่อก็บอกหละว่ามันพร้อมจะประหารชีวิตเจ้าของของมัน หรือใครก็ตามแต่ที่ขวางทางผู้สั่ง (รุ่นพี่) ได้อย่างง่ายดาย เหมือนกับผมในตอนนี้

 

     คุณไม่ต้องสงสารผมนะครับ คราวนี้กระผมนายพิชญ์พล ปัญจวัฒนานนท์ นิสิตคณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาคอมพิวเตอร์ รหัส 560093 ไม่ได้โดนคำสั่งไปอรุณสวัสดิ์พระอาทิตย์ และไม่ได้โดนคำสั่งให้ลุกนั่งแต่ประการใด และแถมผมยังได้นั่งแบบสบายๆ ในโรงอาหารที่คลาคล่ำไปด้วยผู้คน โดยมีขวดน้ำแร่ยี่ห้อหนึ่งที่ถูกดื่มไปครึ่งขวดโดยไอ้คนที่ผมกำลังขอลายเซ็นมันอยู่เนี่ย ผมนั่งมองขวดน้ำนั้นมาได้เกือบจะห้านาทีแล้ว  และคิดว่าควรถึงเวลาที่ผมไม่ควรจะทนต่อไป!!!

 

     ไอ้เชี่ย! พี่ดีพ! มึงสั่งให้ผมทำบ้าไรเนี่ย กับอิแค่ขอลายเซ็นมึงต้องให้กูทำขนาดนี้!

 

     “ว่าไง รู้ไหมว่าเขามีลักษณะเป็นยังไง?” ไอ้พี่ดีพฉีกยิ้มกว้างใส่ผมอีกครั้งพร้อมกับทำหน้าสนอกสนใจเสียเหลือเกินเมื่อเห็นผมลุกขึ้นยืนเต็มความสูงแล้วมองเจ้าตัวที่นั่งพิงโต๊ะ และมีเพื่อนๆ ในกลุ่มคอยนั่งเป็นแบคกราวน์ข้างหลัง มันเลยทำให้ไอ้หน้าตาติ๋มๆ น่ารักๆ ชอบยิ้มกว้างๆ ให้รุ่นน้องแบบที่เจอประจำนั่นมันหน้ากากชัดๆ ในวิศวะนี่แม่ งมีคนดีๆ ให้ลายเซ็นกูง่ายๆ สักคนไหมวะเนี่ย!!!!

 

     ผมหันไปมองไอ้ขวดน้ำแร่นั่นเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะคิดหาคำตอบที่ไม่ว่าจะพยายามเปิดใจให้กว้าง และมองมันแบบใช้จินตนาการสุดๆหละนะ ขอมั่วละกันพี่!

 

     “เป็นผู้หญิงครับ น่าจะเป็นสาวบริหาร หุ่นดีเซ็กซี่แอบหวานหน่อยๆ น่ารักไปอีกแบบ” ผมตอบพร้อมกับยื่นขวดน้ำคืนให้ไอ้พี่ดิฟ พี่ดิฟรับขวดน้ำกลับไปแบบอึ้งๆ ก่อนที่เพื่อนไอ้พี่ดิฟจะหัเราะกันให้ครื้นนน

 

     เชี่ยยยยยย กูทำอะไรผิดวะ แล้วไอ้เชี่ยพี่ดีพนี่มึงหัวเราะทำไม๊!!!!!!

 

     “เห้ย! คุณแน่หวะ ผมยังคิดไม่ได้ขนาดนี้เลย คุณนี่เจ๋งหวะ ผมขอเซ็นลายเซ็นให้คุณสวยๆ เลย เอาสมุดมา” ไอ้พี่ดีพวางขวดน้ำแร่นั่นแบบไม่สนใจใยดีบนโต๊ะที่พี่เขายืนพิงนั่นหละ ก่อนที่จะทำหน้าปลาบปลื้มกับคำตอบของผมมากจนต้องขอจับมือ และขอสมุดผมไปนั่งลงเซ็นดีๆ แบบบรรจงเขียนให้มาก

 

     “เฮ้ยๆๆ พวกกูเซ็นด้วย ไอ้สาสสสสส แม่ งโคตรเจ๋ง ตั้งแต่กูเจอมากูชอบคนนี้หวะ!” นี่ไอ้พี่อัพครับขอเซ็นลายเซ็นลงสมุดให้ผมแบบฟรีๆ ที่ประทับใจกับคำตอบของผม ตามด้วยพี่เปรี้ยว พี่แฮค พี่โดม  และพี่โด่งที่เซ็นให้ผมด้วย เออ กูนี่โคตรเป็นคนโชคดีเลย นั่งวิเคราะห์ขวดน้ำ แล้วตอบให้ได้ว่าไอ้ขวดเชี่ยนั่นเพศอะไรมีลักษณะแบบไหนก็ได้ลายเซ็นแบบเหมากลุ่ม โฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮ พร้อมด้วยสายตาที่ถูกมองว่าสติไม่ค่อยสมประกอบพ่วงมาด้วย

 

     โคตรจะเท่!!!

     ทำไมถึงได้อยากร้องไห้จังวะ!

     

 

     พอได้รับสมุดคืนมาผมก็มองหาเพื่อนๆ ที่ขอแยกตัวไปขอลายเซ็นพี่ๆ อย่างประปรายในโรงอาหาร หรือไม่ก็หน้าคณะ ซึ่งบางคนก็ถูกสั่งให้เต้นท่าแปลกๆ น้องผู้หญิงก็จะนุ่มนวลหน่อยโดยการสั่งให้ไปบอกรักคนนู้นคนนี้ หรือไม่ก็ให้ไปขออะไรแปลกๆ จากพี่ๆ สาขาอื่นๆ  และลายเซ็นที่ได้มานั้นก็มีแต่ของพี่ปีสอง ไม่รู้ผมคิดไปเองรึเปล่านะครับ ตั้งแต่ได้เดธโน้ตมา พวกเราเจอพี่ปีสามปีสี่ และปีแก่น้อยลง แทบจะไม่เห็นหน้าเลยดีกว่า เหมือนพี่แกจะหนีพวกเราอยู่อย่างไงอย่างงั้น เจออีกทีก็เย็นเลยครับ ตอนประชุมเชียร์นู้น

 

     Rrrrr Rrrrrrr

 

     ระหว่างที่คิดอะไรเพลินเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้นมาพร้อมกับรูปบนหน้าจอที่บอกให้รู้ว่าไอ้คนไหนมันโทรเข้ามา ผมไม่รู้ว่าพวกแม่ งจะถ่ายกันเป็นเซ็ตทำเมื่อรูปหัวใจทำไม แถมอินเนอร์จัดเต็มตุ๊ดแตกทำตาปิ๊งๆ ขนาดนี้ เห็นแล้วโคตรจะเสื่อม ผมส่ายหน้ากับรูปนั่นแบบเหนื่อยๆ ก่อนจะกดรับสายมัน

 

     “ว่าไงไอ้เติร์ก”

 

     (เฮ้ย พีชไอ้ศักดิ์มันไลน์มาบอกหวะ ว่าวันนี้ขอเรียกปีหนึ่งประชุมตอนเที่ยงเรื่องซ้อมร้องเพลงเชียร์หวะ)

 

     “อ้าว ห้องไหนวะ”

 

     (ที่ลานหวะ เห็นมันบอกว่าอยากซ้อมกันก่อนสอบวันนี้ เอาให้ชัวร์)

 

     “โอเค ตอนนี้กูอยู่ในโรงอาหารเดี๋ยวกูออกไป แล้วมึงอยู่ไหนเนี่ย”

 

     (กูอยู่แถวลานเนี่ย เพิ่งไปขอลายเซ็นพี่ดาวมา โคตรน่ารักเลยมึงงงงงง)

 

     “ไอ้เชี่ย งี้ไวเชียวนะมึง เดี๋ยวกูไปรอกูอยู่แถวนั้นนะโอเค๊”

 

     (โอเคๆ รีบมาให้ไว ไอ้พอลกับไอ้เบลแม่ งมาถึงหละ ไอ้โชมันแว้บไปส่งเมียเดี๋ยวมันมา)

 

     “เออๆๆ ไปแล้วๆ แค่นี้!” ผมวางหูจากไอ้เติร์กก่อนที่จะรวบสมุด และกระเป๋าเพื่อเดินออกจากโรงอาหาร แต่พอจะก้าวเท้าเหยียบพื้นธรณีประตูทางเข้าเท่านั้นหละครับ ไอ้แก๊งที่โคตรจะโดดเด่นไปด้วยบารมี และรังสีความโหดก็แผ่กระจายไปรอบทิศทาง ทำเอาผมรีบถอยหลังกรูเข้ามาตั้งหลักรับแอร์เย็นๆ แล้วยกมือไหว้แทบไม่ทัน

 

     พี่โมเหลือบมองผมเล็กน้อยก่อนจะเดินไปแบบไม่ได้สนใจใยดี พอๆ กับพี่ว้ากคนอื่นๆ ที่ผมไม่ค่อยคุ้นหน้าค่าตาสักเท่าไหร่ เลยทำให้ผมรู้ว่าเป็นรุ่นพี่สาขาอื่น แต่กฎของการเป็นรุ่นน้องก็คือกฎ ไม่ว่ารุ่นพี่แม่ งจะไม่สนใจขนาดไหนก็ต้องยกมือไหว้ให้ครบทุกคน และผมก็คงโชคดีที่พี่ต้นหันมาพยักหน้ารับไหว้ก่อนที่ทางจะเปิดแล้วผมสามารถเดินออกไปจากโรงอาหารด้วยอาการตุ่มๆ ต่อมๆ ในใจ

 

     โอย รีบเผ่นโดยไวเหอะกู ก่อนที่ไอ้พี่โมญาณทิพย์แม่ งจะสัมผัสได้แล้วหันมาสั่งซ่อมอะไรต่อมิอะไรผมอีกกกก

 

 

 

D O G M A T I C L O V E

 

 

 

 

( M O G U L – S I D E )

 

 

 

     ผมเองก็ไม่เข้าใจว่าอะไรมันดลใจให้ห้องสโมสรนิสิตวิศวะมันอยู่ในโรงอาหาร แทนที่จะเป็นตึกคณะ หรือไม่ก็สำนักคณบดี มันเลยเดือดร้อนให้พวกเราเฮดว้ากของคณะวิศวะต้องมารวมตัวกันในโรงอาหารตลอด  และวันนี้ก็เช่นกัน ด้วยความขี้เกียจตามกันภายหลัง พวกเรายี่สิบเอ็ดคนเลยนัดเจอกันหน้าตึกคณะก่อนที่จะเดินมาพร้อมกัน มันเลยมองดูเหมือนขั้วอำนาจทั้งห้าสาขากำลังบุกโรงอาหารคณะไปโดยปริยาย

 

     ระหว่างทางรุ่นน้องทั้งหลายต่างพากันยกมือไหว้พวกเราไม่ขาด ทั้งปีหนึ่ง และปีสอง ผมเองก็ไม่ได้สนใจอะไรเป็นพิเศษหันไปคุยกับเพื่อนๆ ที่เดินมาด้วยกันบ้าง หรือไม่ก็ตีหน้าขรึมอย่างที่เคยทำตั้งแต่ต้องมารับเป็นหน้าที่เป็นพี่ว้าก และประธานปกครอง รอยยิ้มนี่เรียกได้ว่าต้องแทบกลั้นเลยทีเดียว ความจริงแล้วผมไม่ใช่คนใจร้ายอะไร และไม่ได้ชอบสั่งซ่อมรุ่นน้องเท่าไหร่นัก แต่เพราะหน้าที่ต้องมาก่อน ผมเลยต้องยอมเป็นคนที่ถูกน้องๆ เกลียดและกลัวไปแบบนี้  บางทีก็เศร้านะ

 

     การเป็นพี่ว้ากมันไม่ได้ง่ายเลยนะครับ นี่ผมขอเอาหัวตัวเองมาประกันเลย!

 

     ทันทีที่เดินเข้ามาในโรงอาหาร ร่างคุ้นตาก็เข้ามาในกรอบสายตาผมพอดี ร่างบางของนักศึกษาปีหนึ่งถอยด้วยความประหม่า ก่อนจะยกมือไหว้พวกเรา ผมทำเป็นมอบไม่เห็นทั้งๆ ที่ในหัวดันมีคำพูดของไอ้ต้นดังขึ้นมาอย่างไม่ได้ต้องการเลย

 

     พอยิ่งเจอหน้ามันในวันนี้ก็ดันรู้สึกแปลกๆ ไปหมด นี่ผมกำลังเป็นอะไรกันเนี่ยครับ?

 

     สุดท้ายก็มาจบลงที่โต๊ะนั่งในห้องประชุมของสโม ผมนั่งลงที่ตำแหน่งหัวโต๊ะตามด้วยสมาชิกคนอื่นๆ ที่นั่งตามลำดับตำแหน่งของตัวเอง

 

     ไอ้ต้นที่ทำหน้าที่เลขาจึงเปิดวาระการประชุมขึ้นมา ว่าด้วยกำหนดการรับน้องที่มหาวิทยาลัยขอเลื่อนให้มันเลิกเร็วขึ้นกว่าเดิม ทำให้ตารางงานที่เราวางไว้มันกระทบ โดยเฉพาะสาขาของผมเอง ที่กระทบหนักกว่าสาขาอื่นๆ เนื่องจากมีจำนวนน้องในสาขามากกว่าสาขาอื่นเป็นเท่าตัว แถมไอ้พวกเด็กปีหนึ่งปีนี้ก็เหลาะแหละร้องเพลงประจำมหาวิทยาลัยไม่ได้เสียทีจนตารางอื่นๆ คลาดเคลื่อนจากสาขาอื่นไปมาก เพราะเขาเริ่มที่จะซ้อมบูมกันแล้ว นี่เป็นอีกเรื่องที่ทำให้ผมรู้สึกหงุดหงิดไม่น้อย เพราะด้วยตำแหน่งประธานปกครอง และเฮดว้ากสาขามันค่อนข้างเสียหน้าที่ไม่สามารถทำทุกอย่างได้ไปตามไทม์ไลน์ที่ได้ตั้งไว้

 

     “ก็อย่างที่สรุปไปนะครับว่าตอนนี้สาขาคอมยังไม่ได้เริ่มทำการซ้อมบูม แต่ว่าตอนนี้ทางเรากำลังเร่งมือเพื่อให้คอมไม่เลทไปมากกว่านี้ และจะพยายามให้ตารางทั้งห้าสาขาวิชาเดินไปพร้อมกันแน่นอนครับ” เสียงไอ้ต้นสรุปผลการรับน้องขณะนี้ขึ้นมาเรียกสติผมอีกครั้ง ผมมองไอ้ทีที่เป็นเฮดว้ากของสาขาโยธาก่อนจะพยักหน้าให้มันพูดขึ้น

 

     “ทางสาขาคอมจะเลทอีกกี่วันครับ ทางเราจะได้ชะลอเพื่อรอให้ตารางมันเดินไปพร้อมกันได้ถูก เนื่องจากตอนนี้งานเฟรชชี่เดย์ก็จะจัดขึ้นภายในอีกสองอาทิตย์ ซึ่งหลังจากนี้น้องจะมีกิจกรรมที่มากขึ้น ผมกลัวว่ามันจะกระทบตารางเรียน และตารางซ้อมเชียร์ครับ”

 

     “เรื่องซ้อมร้องเพลงมหาวิทยาลัยผมจะสิ้นสุดวันนี้ครับ เพราะวันศุกร์นี้จะมีกิจกรรมมอบติ้งกับไทด์ให้ปีหนึ่ง และจะลดระยะเวลาการซ้อมบูมจากที่วางไว้หนึ่งอาทิตย์เป็นสามวันเพื่อรันกิจกรรมให้ทันวันนัดประชุมเชียร์ใหญ่ของวิศวะครับ” ผมตอบออกไปซึ่งเพื่อนๆ ทุกคนก็ไม่ได้ขัดอะไรนอกจากกังวลว่าน้องๆ สาขาคอมจะโดนโหมรับน้องมากเกินไปรึเปล่า แต่ผมเองก็คิดว่ามันเป็นการแก้ปัญหาที่เหมาะสมที่สุดแล้ว

 

     สาขาคอมต้องไม่เป็นตัวถ่วงของวิศวะ ผมคิดเช่นนั้น

 

     “แล้ววันนี้เราทุกสาขาจะมีแจกรหัสสาย ปีสองของทุกสาขานี่พร้อมหมดแล้วใช่ไหม”

 

     “เรียบร้อยครับมิว แต่วันนี้สาขาผมคงเลิกดึกหน่อยเพราะมีซ่อมปีหนึ่งที่เมื่อวานมันโดดประชุมเชียร์ แต่ผมทำเรื่องขออาจารย์กัลยาหัวหน้าสาขาเรียบร้อยแล้ว รวมไปถึงการขอใช้ลาน และห้องของตึกสิบ ตึกสิบสี่ ตึกสิบสาม และตึกอาคารเรียนรวมห้าไว้แล้วจนถึงเที่ยงคืนนะครับ” ไอ้ดิวสาขาอุตสาหการที่ทำหน้าที่ปฏิคมดูแลงานเอกสารตอบผมอีกครั้ง

     สุดท้ายวาระประชุมก็จบลง ที่จริงแล้วดูเหมือนเราจะประชุมกันเคร่งเครียดนะครับ แต่มันเป็นแบบนี้แค่ช่วงประชุมกันเท่านั้น พอหมดการประชุมพวกเราก็กลับมาเกรียนเหมือนเดิม

 

     “เออ สาขามึงเป็นไงมั่งวะโม ทำไมถึงเลทหวะ กูว่าเด็กเยอะมันมีส่วนแต่กูว่ามันไม่ใช่ประเด็นทั้งหมดนะ” ไอ้ทีเดินเข้ามากอดคอผมหลังจากที่ไอ้ต้นปิดโปรเจคเตอร์ และทุกคนก็ผ่อนคลายหันมาพูดคุยกัน

 

     “เออ ปีสองแม่ งโอ๋น้องเกินไป แต่กูเชือดไก่ให้พวกปีหนึ่งดูหละ ถ้าวันนี้มันยังไม่ดีขึ้นกูจะสั่งซ่อมทั้งพวกมัน และปีหนึ่งเนี่ยหละ เอาให้หนัก” ผมตอบไปก่อนที่ในห้องจะร้องแซวแถมโห่ใส่อีกต่างหาก

 

     “เหยดดดดด พ่อพระกูตั้งแต่เป็นพี่ว้ากโหดสัสส” นี่เสียงไอ้พลครับ เฮดว้ากสาขาเครื่องกล มันส่งเสียงผิวปากแซวผม ผมเลยหันไปยกนิ้วกลางให้มันไปที ก็สมควรที่จะโดนพวกมันแซวหละครับ ก็เมื่อก่อนผมใจร้ายขนาดนี้สะเมื่อไหร่ แถมตอนปีหนึ่งแอนตี้ระบบแบบระดับแกนนำ จนเกือบไม่ได้รับรุ่น แต่สุดท้ายก็ก้าวมาจุดนี้ได้ แถมดันได้เป็นคนสานเจตนารมณ์ต่อจากรุ่นพี่อีก

 

     “เออ สาขามึงมีเด็กแจ่มๆ  ป้ะวะ กูเห็นคอมแม่ งหญิงเยอะสุดหละ พวกกูนี่อย่างแรร์ มาทีก็หล่อกว่าพวกกูอีก นี่กูอยากบ้ามาก สั่งซ่อมแม่ งก็อึดไม่มีงอแงสักแอะ กูว่าปีนี้ดาวคณะเราไม่เด็ดเหมือนเดิม เซ็งงงงง กูอิจฉาหนุมบริหารจริ๊งงงง นางฟ้าเต็มคณะไปหมด”

 

     “ฟายยยยยยย” พวกผมรุมประเคนเท้าให้ไอ้อรรถเฮดว้ากไฟฟ้าครับ ไอ้นี่ไม่พ้นหม้อสาวตลอด แต่ปีนี้ผมยังไม่เห็นแจ่มๆ สักคนนะ แต่ก็ไม่ได้สนใจเพราะส่วนดาวเดือนมันเป็นเรื่องของหน่วยสันเขา ผมไม่เกี่ยวด้วย ให้เค้าไปคัดกันเอาเอง

 

     อย่างที่พวกคุณเห็นหนะแหละครับ ถึงแม้ว่าเราจะดุน้องๆ หน้างาน แต่หลังงานเราค่อนข้างที่จะเหนื่อยกันมาก ทั้งการวางแผนเรื่องต่างๆ ดูแลเอาใจใส่รายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ และทุกอย่างที่น้องทำ พวกผมเองก็ทำเช่นเดียวกัน เราทั้งหมดก่อนที่มารับหน้าที่ก็มีการซ้อมมาอย่างหนักหน่วง ในช่วงปิดเทอมพวกเราแทบไม่ได้กลับบ้าน เพราะมีประชุมรับน้อง ทั้งซ้อมวิ่งรอบสนามกลางแดดกลางฝน ทั้งโดนซ่อมจากรุ่นพี่ปีแก่มานักต่อนักจนมายืนในตำแหน่งนี้ ไม่ใช่เป็นเพียงแค่ลมปาก คนที่สามารถยืนอยู่จุดนี้ได้เขาต้องแบกอะไรไว้บนบ่า และพวกเราทั้งยี่สิบเอ็ดคนก็ไม่ได้ทำแต่กิจกรรมจนการเรียนเสีย อย่างน้อยเกรดเฉลี่ยของพวกเราทั้งหมดก็ไม่เคยต่ำกว่าสาม ดังนั้นเรียกได้ว่ารวมหัวกะทิในการเป็นพี่ว้ากของคณะวิศวกรรมศาสตร์ก็ว่าได้

 

     ผมเงยหน้ามองนาฬิกา ที่ตอนนี้ที่เข็มยาวชี้ไปที่เลขแปด และเข็มสั้นกำลังจะชี้ที่เลขห้า เป็นการบ่งบอกว่าเวลาของการประชุมเชียร์จะเริ่มขึ้นแล้ว ผมเอ่ยลาพวกเพื่อนๆ เหล่าพี่ว้ากที่ยังคงอยู่สะสางงานในสโมกันเพื่อเตรียมตัวไปสอบน้องปีหนึ่งสาขาคอมพิวเตอร์ อย่างที่พวกเขาได้ให้คำมั่นไว้ว่าวันนี้เขาจะต้องสอบผ่าน

 

     ซึ่งผมเองก็ตั้งความหวังไว้ว่า พวกเขาจะทำได้เช่นกัน....

     และในบางที ก็อยากให้พวกทำออกมาได้ดี

 

 

 

D O G M A T I C L O V E

 

 

 

 

( P E A C E – S I D E )

 

 

     “วันนี้พอแค่นี้ก่อน ทุกคนอย่าลืมทำการบ้านแล้วมาส่งอย่างพร้อมเพรียงกันที่โต๊ะอาจารย์เข้าใจไหม?”

 

     “เข้าใจครับ/ค่ะ”

 

     ผมขานรับคำถามของอาจารย์หน้าชั้นเรียนก่อนจะรีบเก็บของบนโต๊ะลงในกระเป๋าเป้ เนื่องจากวันนี้อาจารย์ปล่อยเร็วเหมือนโชคเข้าข้าง พวกนักศึกษาปีที่หนึ่ง สาขาคอมพิวเตอร์อย่างพวกเราที่นัดกันไว้ว่าจะตั้งแถวหน้าห้องเรียน และพากันเดินไปที่โรงยินอาคารสิบอย่างเป็นระเบียบ และไอ้ศักดิ์ผู้เป็นต้นคิดในเรื่องนี้ก็เรียกรวมพวกเราเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา พวกเราเดินลงจากห้องสโลปเพื่อจัดแถวตามที่เคยจัด และเดินไปที่อาคารสิบอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย

 

     พอมาถึงโรงยิมอาคารสิบพวกเราก็ดันมาเจอพี่ปีสามอยู่ก่อนแล้ว แอบรู้สึกตกใจหน่อยๆ ทั้งที่คิดว่าจะมาให้ถึงก่อนรุ่นพี่ แล้วตั้งแถวให้ดีเพื่อสร้างความประทับใจ อันนี้เลยเป็นอันล้มพับไปพร้อมกันเสียงสั่งเรียกแถวจากคนที่ยืนทำท่าระเบียบพับอยู่บนเวที คนที่มีตำแหน่งเฮดว้าก พี่โมกุล

 

     “ปีหนึ่งทั้งหมดแถวหน้ากระดานเรียงยี่สิบปฏิบัติ!!! หนึ่ง.....สอง....สาม....”

 

     ทันทีที่สิ้นเสียงพี่โม พวกเราออกเท้าวิ่งไปตั้งแถวอย่างที่เคยทำทุกครั้งที่มีการเรียกประชุมเชียร์ ซึ่งทุกครั้งทุกคนต่างแย่งกันวิ่งไปเพื่อจะเข้าแถวให้ทันเวลา แต่ครั้งนี้เราทยอยเข้าไปทีละแถวอย่างที่ได้จัดไว้ และมันเร็วขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ

 

     “สิบ....สิบเอ็ด....”

 

     นับสิบเอ็ด! เยสสสสสสส!

 

     ผมกู่ร้องในใจถึงชัยชนะที่ครั้งนี้เราจัดแถวได้เร็วกว่าเดิมมาก ซึ่งมาจากพวกเราทุกคน ผมยกยิ้มในใจก่อนที่จะหันไปยักคิ้วให้ไอ้เรโชหนึ่งที ซึ่งมันก็ยกยิ้มตอบมาแบบกวนๆ เช่นกัน

 

     แต่ผมก็ระรื่นได้แป๊บเดียวเท่านั้นหละครับ เมื่อบรรยากาศในโรงยิมเงียบกริบ ไม่มีเสียงใดๆ เลย พี่ปีสองยังยืนตั้งแถวเรียบร้อยอยู่ที่ด้านขวาของโรงยิม และพี่ๆ สันทนาการอยู่มุมด้านท้าย และตรงหน้ากลุ่มพี่ว้ากที่วันนี้ยืนเรียงแถวอยู่ด้านล่างหน้าเวทีในท่าระเบียบพักกันครบถ้วนทุกคน มันเลยทำให้บรรยากาศดูมาคุมากกว่าเดิม ผมเหลือบมองพี่โมที่ยังยืนเงียบไม่มีท่าทีพูดอะไร เรียวตาคมกำลังกวาดสายตามองพวกเราทุกคนเฉกเช่นเดิม ใบหน้าเรียบเฉยที่ไม่สะท้อนอารมณ์ใดๆ  มันทำให้ผมรู้สึกหวั่นหน่อยๆ และแอบประทับใจนิดๆ 0ไม่ได้ว่าพี่โมนี่โคตรจะเท่ แล้วก็หยุดความคิดลงเมื่อพี่โมเริ่มท่อนแรกของเพลงประจำมหาวิทยาลัยขึ้นมาก่อน ซึ่งเป็นสัญญาณให้พวกเราร้องต่อในท่อนต่อไป

 

     เพลงดำเนินไปจนถึงช่วงสุดท้าย พวกเราทุกคนต่างร้องได้พร้อมเพรียงกันอย่างที่ซ้อมมา และท่อนสุดท้ายก็มาถึง ในความรู้สึกผมชอบท่อนนี้มากที่สุดเพราะมันเป็นเหมือนท่อนปลุกใจ สร้างความฮึกเหิมได้ไม่น้อย

 

                                                เลื่องชื่อ ลือนาม ประสานใจ                      ภักดี

                                                ชั่วชีวี ข้านี้น้อม กายแด่สถาบัน                        สืบไป

 

 

 

     เพลงจบลงแล้ว ผมเองไม่ได้คาดหวังกับการได้รับคำชมจากปากรุ่นพี่หรอกเอาจริงๆ การที่พวกเราที่บางคนแทบจะไม่ได้สนใจจะจำเนื้อร้องเลย หรือบางคนที่จำได้บ้างจำไม่ได้บ้าง พยายามมานั่งท่องเนื้อร้อง และซ้อมร้องจนได้ทั้งหมดเพียงเพราะอยากเป็นที่ยอมรับ และไม่ทำให้รุ่นพี่ปีสองที่เชื่อมั่นในตัวเราไม่ผิดหวังเท่านั้นเอง ซึ่งรุ่นน้องทุกคนขอเท่านี้ แต่แล้วก็เกิดเหตุการณ์น่าตกใจขึ้นมาอีกเมื่อพี่โมส่งเสียงสั่งพี่ปีสองเสียงดัง

 

     “ปีสองทั้งหมดซีรีย์เท่ารุ่น!

 

     “ซีรีย์เท่ารุ่น! ปฏิบัติ! หนึ่ง! สอง! สาม!

 

     ผมมองหน้าพี่โมที่ตอนนี้เผินหน้าไปมองพี่ปีสองที่กำลังถูกทำโทษด้วยใบหน้าเรียบเฉย สลับกับมองพี่ปีสองที่ก้มหน้าก้มตากอดคอกันลุกนั่งโดยไม่มีใครเงยหน้ามามองที่พวกเราสักคน จนเกิดเสียงฮือฮาวุ่นวายขึ้นด้วยความตกใจในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และความสงสัยจากพวกเราที่คิดว่าการร้องเพลงครั้งนี้เราก็ทำได้ดีแล้ว

 

     “ปีสองทั้งหมดซีรีย์เท่ารุ่นคูณสอง!” พี่โมตะโกนคำสั่งใหม่ขึ้นมาอีกครั้ง พี่ปีสองเองก็ขานรับอย่างว่าง่ายแล้วกอดคอกันลุกนั่ง และนับหนึ่งใหม่อีกครั้ง

 

     ผมกำมือแน่น รวมไปถึงปีหนึ่งหลายๆ คนเริ่มยกมือประท้วง ครั้งนี้ไม่ได้เป็นกลุ่มผมกลุ่มเดียวที่เริ่มมีปฏิกิริยากับคำสั่งของรุ่นพี่ แต่คนอื่นๆ ในสาขาก็เริ่มจะพอมีความกล้าขึ้นบ้างแล้ว

 

     “ปีสองทั้งหมดซีรีย์เท่ารุ่นคูณสาม!” ยิ่งพวกเราทั้งหมดยิ่งวุ่นวายส่งเสียงร้อง ยกมือมากเท่าไหร่ พี่โมก็ยิ่งทำโทษพี่ปีสองมากขึ้นเท่านั้น ตอนนี้ในสมองของผมทำได้เพียงอย่างเดียวคือทำอะไรก็ได้ให้หยุดเรื่องบ้าๆ นี่!

 

     “เฮ้ยพวกมึงหยุด! ยิ่งโวยวายพี่เค้าก็โดนทำโทษหนักขึ้น เงียบ!” ผมร้องขึ้นมาขณะที่ปีหนึ่งวุ่นวายอยู่ และแล้วทุกคนก็เหมือนจะคิดได้ และเงียบลง ผมก็สัมผัสได้ว่าพี่ว้ากทั้งหมดกำลังมองตรงมาที่ผม และไอ้พี่โมเองก็เช่นกันแม่ งมียิ้มมุมปากด้วย

 

     ฮึ๊ยยยยยยยยย สยิวกิ้ว หวังว่ามึงคงไม่ส่งกูไปอำลาพระอาทิตย์ยินดีต้อนรับคุณพระจันทร์นะเว้ย!

     กูอายเค้า! เดี๋ยวสาวไม่แลลลลล!

 

     หลังจากที่ผมหลบตาพี่โมแล้วหันไปมองพี่ปีสองที่ตอนนี้ลุกนั่งกันได้เกือบหนึ่งร้อยแล้วพี่โมก็สั่งให้หยุดลง

 

     “ปีสองคุณรู้ทราบใช่ไหมว่าทำไมผมถึงสั่งซ่อมพวกคุณ”

 

     “ทราบครับ/ค่ะ!

 

     เอิ่มมมมม ทราบเรื่องอะไรกันครับ กรุณาบอกพวกผมทีเถอะ  พวกกูเนี่ยไม่เข้าใจ!

 

     “ถ้าเพลงมหาวิทยาลัยร้องแบบจำใจท่องเนื้อร้องมา มันก็เป็นได้เพียงเพลงๆ หนึ่งเท่านั้นแหละครับ! ผมว่าพวกคุณไปแหกปากร้องเพลงตามคาราโอเกะ หรือตามคอนเสิร์ตมันจะยังดูมีความรู้สึกมากกว่านี้เลย!

 

     คำพูดพี่โมทำให้ผมรู้สึกโดนต่อยที่หน้าได้เลยครับ! จริงอยู่ที่พวกเราร้องเพลงได้ทั้งเพลงแม้จะเป็นการท่องจำพวกเราก็ทำด้วยเพียงต้องการให้มันผ่านพ้นช่วงเวลานี้ไปเสียที

 

     “ปีสองทั้งหมด เพลงประจำมหาวิทยาลัย พร้อม!” พี่โมเอ่ยสั่งขึ้นมาอีกครั้ง แต่ครั้งนี้เป็นพี่ปีสองที่ต้องร้องไม่ใช่พวกเรา

 

     “เสียงเพรียกเรียกหา แว่วมา....” เพียงแค่เสียงขึ้นที่พี่โมเริ่มผมก็รู้สึกขนลุกอย่างแปลกประหลาด ไม่รวมกับเสียงที่ร้องกันอย่างพร้อมเพรียของพี่ปีสองอีก โดยเฉพาะท่อนสุดท้ายที่ผมชื่นชอบ พวกพี่ๆ ร้องออกมาได้ดีจนรู้สึกน้ำตาคลอเบ้า

 

     เฮ้ย! จะว่าผมแม่ งตุ๊ดก็ได้นะ แต่แบบพอมาคิดเทียบกันกับที่พวกเราร้องออกมามันแตกต่างกันจริงๆ

 

     เพลงจบลงพร้อมกับความเงียบอีกครั้ง พวกเราทุกคนก้มหน้านิ่ง ไม่มีใครคัดค้านพี่โมอย่างเช่นทุกที ผมว่าครั้งนี้พี่เขาเอาคืนเราได้เจ็บปวดยิ่งกว่าด่าประจานเสียอีก

 

     “พวกคุณเห็นรึยังครับว่าทำไมพวกผมถึงรับพวกเขาเหล่านี้เป็นน้อง แล้วทำไมพวกผมถึงต่อต้านพวกคุณ!” พี่โมพูดอีกโดยไม่มีใครขานตอบ หรือพูดอะไรอีกเลย แถมยังมีเสียงสะอื้นดังขึ้นมาหน่อยๆ บ้างหละ

 

     “ผมจะให้โอกาสพวกคุณอีกครั้ง โดยลงไปร้องเพลงที่สนามด้านล่าง พวกเราทั้งหมดจะอยู่ข้างบน จะไม่มีใครลงไปควบคุมคุณ ไม่คนไปบังคับคุณให้คุณร้องเพลง และถ้าหากเข็มนาฬิกาผมชี้ไปที่เลขเจ็ด โอกาสของคุณจะหมดลง พร้อมกับรุ่น และเกียร์ที่พวกคุณจะไม่มีวันได้เห็นมันอีกเลย” พี่โมพูดจบก็เดินลงจากเวทีแล้วเดินออกไปจากโรงยิม ซึ่งพวกผมไม่รู้ว่าพี่โมไปไหน และคนที่มารับหน้าที่แทนกลายเป็นพี่ต้น ที่คอยเทคแคร์ดูแลเราเสมอเวลาที่เราถูกซ่อม ผมเห็นสายตาผิดหวังจากพี่ต้นที่มองมาที่พวกเราอย่างชัดเจน

 

     เอาจริงๆ แล้ว นอกจากพี่ปีสองที่ให้กำลังใจพวกเรา ก็มีพี่ต้นเนี่ยแหละที่ส่งความห่วงใยมาจากการกระทำอ้อมๆ หลายอย่าง

 

     “ปีหนึ่งทั้งหมดลุกครับ!

 

     สิ้นเสียงพี่ต้นพวกเราลุกโดยพร้อมเพรียงกัน และพากันเดินลงอาคารไปอย่างเป็นระเบียบเหมือนกับที่ขึ้นมา แต่ความฮึกเหิมในใจมันช่างแตกต่างกันมาก เพราะตอนนี้ทุกคนดูห่อเหี่ยวไปหมด แม้กระทั่งพวกผมเองก็ด้วย ทั้งไอ้โช ไอ้พอล ไอ้เบล ไอ้เติร์ก ต่างทำหน้าหงอยกันถ้วนหน้า

 

     พอเรามาถึงสนามหน้าอาคารสิบซึ่งมองเห็นกลุ่มเด็กปีหนึ่งที่ผมจำได้ลางๆ ว่าเป็นสาขาอุตสาหการกำลังรับน้องกันอยู่ไกลๆ แต่เสียงบูมของสาขานั้นกลับดังก้องมาได้ยินถึงฝั่งเราทั้งๆ ที่จำนวนคนของเขามันน้อยกว่าพวกเราเท่าตัว มันเป็นเครื่องการันตีอย่างดีเลยว่า พวกเรายังขาดอีกมาก

 

     ผมมองไปรอบๆ ก่อนจะเงยขึ้นไปบนชั้นห้าของอาคาร ที่ไม่มีวี่แววของรุ่นพี่สักคนที่จะเดินออกมาดูเราไม่มีแม้แต่เงาให้เห็น และมีเพียงแสงไฟที่สว่างจ้าบนนั้นที่บอกให้ผมรู้ว่ารุ่นพี่ทั้งหมดกำลังอยู่ในนั้นผมเลยตัดสินใจเดินออกมาจากแถว ยืนท่าระเบียบพักที่พวกพี่ว้าก และพี่โมทำประจำเวลาที่จะสั่งให้พวกเราทำอะไร

 

     ผมไม่รู้ว่าการที่ผมกำลังอยู่ตอนนี้จะเป็นโชว์พาวอะไรเถือกนั้นอยู่รึเปล่า

     ผมไม่รู้ว่าที่ผมเสนอตัวออกมาเป็นเฮดในครั้งนี้ผมจะถูกเพื่อนๆในสาขามองในแบบไม่ดีรึเปล่า

     ผมไม่รู้ว่าการที่ต้องมาทำหน้าที่นี้ผมต้องเจอกับอะไร

 

     เพียงแต่ตอนนี้ผมเพียงแค่อยากจะแก้ตัว

     อยากจะคว้าโอกาสที่พี่ๆ มอบให้อีกครั้งเพื่อไม่ให้สูญเสียรุ่นไป

 

     เท่านั้นเอง...

 

 

     “ปีหนึ่งทั้งหมด! เพลงประจำมหาวิทยาลัยพร้อม!” เป็นครั้งแรกที่ผมใช้พลังทั้งหมดกับการสั่งอะไรแบบนี้  และเป็นครั้งแรกที่ผมเริ่มเข้าใจแล้วว่าทำไมตอนดูหนังสงครามกรีก หรือโรมันโบราณมันต้องมีแม่ทัพพูดปลุกใจก่อนที่เราจะเริ่มออกไปรบ เพราะมันสร้างขวัญให้เราได้ไม่น้อย

 

     “เสียงเพรียกเรียกหา แว่วมา.....”ผมร้องเริ่มในบทแรกซึ่งเป็นท่อนที่เฮดเท่านั้นถึงจะร้องได้ ก่อนที่เพื่อนๆ ร่วมสาขาจะมองหน้าผมพร้อมกับส่งสายตาวาดหวังมาให้ แล้วพวกเราจึงเริ่มร้องท่อนต่อมาพร้อมกันด้วยความรู้สึกที่เปลี่ยนไป มุ่งมั่น สามัคคี พร้อมใจ และพยายามส่งต่อความรู้สึกนี้ไปให้พี่ๆ ที่อยู่ชั้นห้า ภายในโรงยิมให้ได้ยินว่าพวกเราต้องการสื่ออะไร

 

     ในขณะที่พวกเรากำลังร้องอยู่นั้น กลับได้ยินเสียงสั่งซ่อมซีรีย์กับพี่ปีสองอีกครั้ง เสียงพี่โมดังลงมาได้ยินจนถึงข้างล่าง และต่อด้วยเสียงนับเลขลุกนั่งจากพี่ปีสองที่ดังไม่ต่างกัน ผมได้ยินเช่นนั้นเลยต้องเพิ่มเสียงตัวเองให้ดังขึ้นเพื่อเป็นการบอกให้เพื่อนร้องต่อไป

 

     เพลงจบแล้วผมก็ยังจะเริ่มใหม่ ซึ่งเพื่อนก็ยอมทำตาม พวกเราร้องไปพร้อมกับเสียงนับลุกนั่งของพวกพี่ๆ ผมร้องเสียงดังขึ้นๆ เพื่อกลบเสียงนับเหล่านั้นให้ได้ ไม่ว่ายังไงพวกเราต้องทำได้ ผมเชื่อเช่นนั้น

 

 

 

D O G M A T I C L O V E

 

 

 

 

(M O G U L – S I D E )

 

 

 

 

     หลังจากที่ผมเดินออกไปจากโรงยิม ทีมสวัสดิการที่รออยู่ด้านหลังก็ส่งผ้าเย็นให้พร้อมกับน้ำมะนาวผสมน้ำผึ้ง ผมหันไปขอบคุณไอ้ติ๊ดตี่ ก่อนจะยกน้ำขึ้นมาดื่มแก้อาการกระหาย และเจ็บแสบคอ

 

     การรับหน้าที่นี้ผมจะต้องเผชิญกับอาการเจ็บคอเสมอ  และโชคดีที่มีทีมสวัสดิการที่คอยเตรียมน้ำมะนาวไว้ให้ ไม่งั้นผมได้ตายพอดี

 

     “แหม โมกุลของติ๊ดตี่ เรื่องแค่นี้ไม่ต้องขอบคุณค่ะ จะให้ติ๊ดตี่ตามไปดูแลถึงหอติ๊ดตี่ก็ไม่ว่าอะไรนะคะ อยากเป็นแม่บ้านให้อยู่แล้วค่า” ผมหัวเราะเบาๆ เมื่อถูกติ๊ดตี่มันแทะโลม ที่ไม่อาย หรือเขินอะไรเพราะชินแล้วหละครับ ยอมรับตอนแรกๆ มีกลัวมันอยู่บ้าง พอผ่านไปสามปีเริ่มชินชา และเห็นเป็นเรื่องตลกไป

 

     Rrrrrr Rrrrrrr

 

     ผมล้วงมือไปหยิบโทรศัพท์ที่ตอนนี้กำลังสั่นอยู่ในกระเป๋ากางเกง พอเอาขึ้นมาดูว่าใครโทรมาก็ต้องรีบวางแก้วแล้วเดินไปรับโทรศัพท์อีกมุมฝั่งหนึ่งอย่างเสียไม่ได้

 

     “ว่าไงครับแพร” ผมกรอกเสียงลงไปเบาๆ เพื่อไม่ให้ไปรบกวนบรรยากาศในโรงยิมที่ผมเห็นรางๆ ว่าไอ้ต้นเข้ามารับหน้าที่แทนเรียบร้อยแล้ว

 

     (เดี๋ยวนี้แพรโทรหาต้องมีเรื่องสำคัญหรอโม) ผมถอนหายใจเบาๆ เมื่อได้ยินเสียงกล่าวตัดพ้อจากปลายสาย จริงอยู่ว่าแพรจะโทรมาเมื่อไหร่ก็ได้ แต่ไอ้คำทักทายจากเขาเมื่อครู่มันก็ไม่ได้ผิดไปจากเดิมสักนิด ไม่ว่าเมื่อไหร่ หรือกับใครผมก็รับสายแบบนี้

 

     “เปล่าครับ โมไม่ได้ว่าแพรสักหน่อย”

 

     (ช่างมันเถอะ แล้วนี่โมทำอะไรอยู่อ่ะ นี่แพรอยู่หน้ามอ อยากกินปังเย็นโมมากินด้วยกันนะ)

 

     “ตอนนี้โมรับน้องอยู่ กว่าจะเลิกก็น่าจะสองทุ่มแพรรอไหม?” ผมมองนาฬิกาที่ตอนนี้มันบอกเวลาว่าหกโมงกว่าแล้วซึ่งตามกำหนดการแล้ววันนี้เราจะปล่อยน้องกันตอนสองทุ่ม ซึ่งในหน้าที่แล้วผมควรจะอยู่ให้ถึงเวลานั้น ไม่ควรหนีกลับก่อน แต่พอบอกไปแพรก็เป็นฝ่ายที่เงียบไปจนผมต้องเรียกหา

 

     (.....)

 

     “แพร...ยังฟังอยู่ไหม?”

 

     (เดี๋ยวนี้อะไรๆ ก็รับน้องนะ แพรมันไม่สำคัญแล้วใช่ไหม?)

 

     “เปล่าแพร แต่มันเป็นหน้าที่แพรก็รู้ว่าโมเป็นประธานปกครอง”

 

     (ก็แพรเคยบอกแล้วไม่ใช่หรอ ว่าไม่ให้รับตำแหน่งนี้อ่ะ เป็นไงพอเป็นแล้วก็ไม่มีเวลา!)

 

     “แพรเราคุยเรื่องนี้กันแล้วนะ”

 

     (ช่างมันเหอะ ความรู้สึกแพรมันไม่สำคัญเท่าโมหรอก โมไปทำหน้าที่บ้าบอนั่นเหอะ แค่นี้นะ!)

 

     ผมหยิบโทรศัพท์ออกมาจากหูพร้อมกับหน้าจอโทรศัพท์ที่เคยขึ้นรูปหญิงสาวหน้าตาน่ารักกำลังยิ้มหวานกลายเป็นภาพสกรีนหน้าจอเรียบร้อยแล้ว ผมถอนหายในอย่างหงุดหงิดก่อนจะขยี้หัวให้ผ่อนคลายความรู้สึกนี้แล้วเก็บมือถือเข้ากระเป๋าดังเดิม

 

     ที่จริงแล้วนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เราทะเลาะกันแบบนี้

ผมไม่เข้าใจว่าทำไมแพรถึงไม่พยายามเข้าใจในมุมของผมเลยที่ต้องมารับหน้าที่ครั้งนี้ ทั้งๆ ที่การรับน้องมันก็ใช้เวลาแค่สองเดือนเท่านั้นมันก็สิ้นสุดลงแล้ว และผมก็จะมีเวลาให้เจ้าหล่อนได้เหมือนเก่า

 

     แต่เรายังทะเลาะกันได้กับเรื่องเดิมๆ

     หรือว่ามันเดินทางมาถึงทางตันกันแล้ว?

 

 

     “เฮ้ยโม มึงโอเคเปล่าวะ?” ทันทีที่ผมเดินกลับเข้าไปในโรงยิมที่ตอนนี้ไม่เหลือปีหนึ่งแล้ว ไอ้ก้องก็เอ่ยทักขึ้นมาก่อน มันเป็นคนที่ช่างสังเกต และรู้เสมอว่าผมรู้สึกยังไง

 

     และก็เช่นเคย เมื่อผมมายืนในตำแหน่งเฮดว้าก ผมต้องไม่แสดงความรู้สึกส่วนตัวออกมา ผมได้แต่พยักหน้าแล้วเดินขึ้นเวทีไปยืนท่าระเบียบพักเหมือนเดิม ไม่นานนักผมได้ยินถึงเสียงเพลงแว่วๆ ดังขึ้นมา เป็นการบ่งบอกว่าปีหนึ่งกำลังเริ่มร้องเพลงอีกครั้ง แต่มันก็ยังเสียงดังไม่พอให้พวกทั้งหมดในนี้ได้ยิน จนผมต้องตะโกนขึ้นมาอีกครั้ง และไม่รู้เพราะอารมณ์หงุดหงิดกับเรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อครู่รึเปล่า มันเลยเสียงดัง และมีอินเนอร์มากกว่าครั้งไหนๆ

 

     “ปีสองทั้งหมด ซีรีย์เท่ารุ่นปฏิบัติ!

 

     หลังจากนั้นน้องปีสองก็พากันลุกนั่งและเสียงนับเลขก็กลบเสียงร้องนั้นไปจนหมด พวกเราทุกคนในโรงยิมตอนนี้ได้ยินแต่เพียงเสียงนับเลขของปีสองเท่านั้น จนสักพักเสียงร้องเพลงก็ดังขึ้นมา เรียกรอยยิ้มบางๆ ที่มุมปากของผมได้ไม่น้อย

 

     อย่างน้อยก็เริ่มมีการพัฒนามาบ้าง

     จนสุดท้ายผมยกมือสั่งให้ปีสองหยุดทำซีรีย์ แล้วฟังเสียงปีหนึ่งร้องเพลง ที่ตอนนี้มันดังกึกก้องไปทั่วโรงยิม จนพวกเราทุกคนได้ยินกันหมด ผมแอบถอนหายใจเล็กน้อย

 

     ก็คิดว่าจะไม่รอดเสียแล้ว

 

     “แกนปีสอง!” ผมตะโกนเรียกหัวหน้ารุ่นปีสองให้ออกมา รุ่นน้องหน้าตากวนๆ อย่างไอ้บาสก้าวออกมาข้างหน้าแถว

 

     “ผมรบกวนคุณไปรับปีหนึ่งขึ้นมาทีครับ” ผมยิ้มบางๆ ให้ไอ้บาสที่รับคำแล้ววิ่งออกไปจากโรงยิม ผมหันไปมองปีสองที่ตอนนี้ยังยืนเป็นแถวเรียบร้อยกันอยู่ บางคนก็แอบยิ้มออกมาเมื่อเห็นว่าผมมีปฏิกิริยายอมรับในการสอบร้องเพลงรอบนี้

 

     ความจริงแล้วผมไม่ได้เป็นคนใจร้ายอะไร

     เพียงแค่อยากจะสอนให้ปีหนึ่งได้รับรู้ว่า

     การทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งให้ได้ดี มันไม่ได้เกิดมาจากต้องทำเพราะเป็นหน้าที่ แต่มันต้องทำเพราะเราอยากที่จะทำ

     และการทำงานร่วมกันเป็นทีม มันจะไม่สำเร็จเพราะเพียงแค่คนคนเดียว มันจะสำเร็จได้คนทุกคนในทีมต้องช่วยเหลือกัน

     ถึงอย่างนั้น มันก็ต้องมีการหล่อหลอม เพื่อสร้างผู้นำและทีมงานที่ดีออกมา ซึ่งปีนี้ค่อนข้างทำได้ดีทีเดียว ถึงแม้จะมีบางคน

     ที่แสดงท่าทีต่อต้านเงียบๆ บางคนก็ตาม

 

     ผมกระตุกยิ้มอีกครั้งเมื่อเห็นว่าปีหนึ่งกำลังเดินแถวเข้ามาในโรงยิม ผมสั่งให้ทีมสันทนาการมาเตรียมตัวเพื่อคลายความเครียดให้กับปีหนึ่ง ก่อนที่จะเรียกประชุมทีมว้ากด้านหลังโรงยิมต่อไป

 

 

 

D O G M A T I C L O V E

 

 

 

 

                                ก.อะไร ก.ไก่                                           ไก่อะไร ไก่ฟ้า 
                                ฟ้าอะไร ฟ้าแลบ                                    แลบอะไร แลบลิ้น 
                                ลิ้นอะไร ลิ้นชัก                                       ชักอะไร x 
                                ชักอะไร x                                     ว่าวที่เราชอบเล่น เช้าเย็นเราชอบเล่นว่าว 
                                ว่าวน้อยที่ลอยสู่ดาว วู้!                        ว่าวน้อยที่ลอยสู่ดาว 
                                สองมือเราสาวให้ว่าวติดลม                                สองมือเราสาวให้ว่าวติดลม 
                                โบกสะบัด สะวิดสะวาดเวียนวน         โบกสะบัด สะวิดสะวาดเวียนวน 
                                มองดูสับสน อยู่บนเมฆา                      มองดูสับสน อยู่บนเมฆา 

                                ไพ่ที่เราชอบเล่น เช้าเย็นเราชอบเล่นไพ่ 
                                ไพ่ป็อกเป็นของถูกใจ                            ไพ่ป็อกเป็นของถูกใจ 
                                3 เด้งเชิดใส่ เจ้ามือล่มจม                     3 เด้งเชิดใส่ เจ้ามือล่มจม 
                                จั่วสะบัด สะวิดสะวาดเวียนวน           จั่วสะบัด สะวิดสะวาดเวียนวน 
                                มองดูสับสน อยู่บนคาซิโน                   มองดูสับสน อยู่บนคาซิโน 

 

 

     ผมนั่งหัวเราะเมื่อไอ้เพื่อนตัวดีอย่างไอ้เรโชขี้เก็ก ไอ้เติร์ก และไอ้พอลถูกพี่สวยเรียกให้ออกไปเต้นทางสองแง่สองง่ามโชว์เพื่อนอยู่ข้างนอก ไอ้พวกนี้ก็ไม่มีกั๊กหรอกครับ พอถึงช่วงเอนเตอร์เทรนนี่จัดเต็ม สาสสสสสส ทำกูหัวเราะท้องแข็ง ที่จริงเนื้อเพลงแม่ งไม่มีอะไรเลยนะ มันจะมีอะไรก็ไอ้ท่าเต้นเนี่ยหละ!

 

     ว้ากกกกกก ส่ายเข้าไปส่ายเข้าไปมึ๊งงงงงง

 

     หัวเราะได้สักพักเริ่มปวดฉี่ครับ =___= ว่าไปขอแว้บเข้าห้องน้ำก่อน เมื่อกี้เครียดจัดก่อนมาประชุมเชียร์เลยลืมเข้าห้องน้ำมาก่อน

 

     “เฮ้ยไอ้เบล เดี๋ยวกูมาไปเข้าห้องน้ำก่อน” ผมหันไปบอกเพื่อนสนิทอีกคนที่นั่งหัวเราะไม่หยุด

 

     “ให้กูไปเป็นเพื่อนเปล่าวะ?”

 

     “เฮ้ยยย ไม่ต้องกูไปได้ มึงนั่งดูพวกมันอยู่นี่หละ แล้วเล่าให้กูฟังด้วยว่าพวกมันโดนอะไรอีก เดี๋ยวกูมา” ว่าเสร็จผมก็ลุกไปจากแถวแล้วเดินอ้อมรุ่นพี่ไปเข้าห้องน้ำที่อยู่ด้านหลังเวที กำลังจะได้ปลดปล่อยอยู่แล้วเชียวววว

 

     ถ้าไม่ติดว่าได้ยินเสียงไอ้พี่โมจากข้างใน แถมควันบุหรี่ที่ลอยออกมาอีก

     เหม็นโว้ยยยย!

 

     “แพร อย่าพูดงี้ โมบอกแพรกี่รอบแล้วว่าไม่ให้เอาคำว่าเลิกมาพูดเล่นๆ”

 

     อุ้ยยย ดราม่าหวะ =___=

     เอาไงวะกู ไปอีกทีก็ชั้นสามนะเว้ย ไฟแม่ งปิดอ่ะ แม่ งน่ากลัวกว่าไอ้พี่โมอีกนะมึงงงง

 

 

     “แล้วไปกับใคร? นี่ประชดหรอครับ? ไอ้บอลนั่นเป็นใคร?”

 

     เฮ้ยๆๆๆ มึงเลิกคุยแล้วออกมาได้ป้ะวะพี่โม กูจะราดแล้วววววเฮ้ยยยยย!

 

 

     “มันเป็นใคร!!! ตึ๊ง!!!!!

 

     ระหว่างที่กำลังยืนคิดเพลินๆว่าเอาไงดีผมก็สะดุ้งขึ้นมาอีกรอบเมื่อได้ยินเสียงตะคอกจากด้านในพร้อมกับเสียงอะไรหนักๆกระทบกำแพง

 

     คืออิพี่โมครับ ผมจะเป็นพระคุณมากถ้าพี่จะเดินเข้าไปคุยในส้วมสักห้อง แล้วเปิดประตูห้องน้ำให้ผมได้มีโอกาสได้ใช้ห้องน้ำด้วยคนนะครับ ขอแค่พื้นที่เล็กๆ บริเวณโถฉี่ แล้วผมจะไม่รบกวนเวลาส่วนตัวพี่เลย T_____T นิ่วจะมาแล้วพี่!!!

 

     “ถ้าแพรจะคิดแบบนี้ก็โอเคครับ งั้นโมจะไม่ยุ่งแล้ว งั้นเราห่างกันสักพักก็แล้วกัน”

 

     ระหว่างที่กำลังจะเอื้อมมือ และตัดสินใจว่าเอาไงเอากันวะ ฉี่จะราดแล้ว ไอ้คำพูดตัดประโยคพี่โมแม่ งก็ดังขึ้นมาก่อนเหมือนพี่แกจะวางหูแล้ว ไอ้ความกล้าที่รวบรวมมาฟ่อเลยทีนี้ ผมจะอยู่ทำไมเล่า!!! เผ่นดิวะ!!!

 

     ฮืออออออ ไปอ้อนไอ้เบลลงไปเข้าชั้นสามเป็นเพื่อนก็ได้วะ!!!

     ไอ้พี่โม๊! มึงนี่โคตรเจ้ากรรมนายเวรกูจริงจริ๊งงงงงงงงงง

 

 

 

D O G M A T I C L O V E

 

 

 

     “เฮ้ยๆ ไปหาไรกินเปล่าวะ วันนี้หิวหวะ” ระหว่างที่เราถูกปล่อยเรียบร้อยแล้วไอ้เรโชก็เอ่ยชวนขึ้นมา ซึ่งสร้างความแปลกใจให้ได้ไม่น้อย

 

     “อะไรดลใจให้มึงอยากสมาคมหลังซ้อมเชียร์กับพวกกูเนี่ย เห็นทุกทีรีบไปคณะแพทย์ไปรับเมียมึง” ผมพูดพร้อมกับแขวะมันไปทีไอ้โชมันเอานิ้วชี้หน้าผมแบบคาดโทษก่อนที่มันจะแถลงการณ์

 

     “วันนี้กูฟรี เมียกูขับรถมาเองรับน้องเสร็จหนีกลับไปแล้ว เพิ่งไลน์มาบอกกู บอกว่าขี้เกียจรอจะกลับไปนอน สงสัยเพลีย”

 

     “เพลียเชี่ยไรวะ เมื่อคืนมึงไม่ได้ไปส่งเมียที่บ้านใช่ไหม???” นี่ไอ้เติร์กครับ มันเดินมากอดคอเรโชแล้วทำตาเจ้าเล่ห์ใส่ระหว่างถาม พอเห็นท่าทีเขินๆ ของไอ้คนขี้เก็กก็อดแซวกันไม่ได้ แม้จะรู้สึกแปลกๆ อยู่บ้างที่รู้ว่าไอ้คนหล่อ และนิสัยเกรียนขนาดนี้มันจะมีแฟนเป็นผู้ชาย ซึ่งพวกผมได้คุยกันในไลน์กลุ่มเรียบร้อยแล้วไอ้พอลกับไอ้เบลแม่ งก็ไม่ได้ตื่นเต้นไรมาก เพราะพวกมันมาจากโรงเรียนชายล้วน มันบอกว่าชินมาก แต่ผมกับไอ้เติร์กก็อดแปลกๆ ไม่ได้อยู่ดีหละ

 

     แต่เพื่อนยังไงก็เพื่อนหละนะครับ ตอนนี้สังคมมันก็เปิดกว้าง เก้งกวางมหาวิทยาลัยผมก็น้อยเสียเมื่อไหร่ ตั้งแต่เปิดเทอมมาผมก็เห็นเยอะอยู่ ก็เลยรับได้ในทีนั่นแหละ

 

     “เปล่า แพทย์แม่ งเรียนหนักแถมรับน้องด้วย มันเลยเหนื่อยๆ เท่านั้นเองง” ไอ้โชแก้ตัวครับ ผมนี่เป็นลูกท้ายหัวเราะเท่านั้นหละ ไอ้คนที่จัดหนักจริงๆ คือไอ้เติร์กไอ้พอล ไอ้เบลเดินรั้งท้ายมาทางผมจนไอ้โชมันคงรำคาญแถมขู่ว่าถ้าไม่เลิกแซว มันจะไม่ไปกินแล้วจะหนีกลับบ้าน พวกผมเลยเลิกแถมง้อมันให้ไปกินข้าวด้วยกันซึ่งเป็นโอกาสหายาก

 

     “กินไรวะ ไอ้พีชมึงแนะดิ หน้ามอมีอะไรกิน” ไอ้พอลหันมาเอาแขนเกยบ่าผมขณะที่เราหยุดที่ลานจอดรถคณะ ในเมื่อพวกมึงไม่คิดกันผมของอนุญาตตามใจปากตัวเองละกันนะ

 

     “ชายสี่ป่าวมึง หน้าหอกูพอดี” ผมแนะนำครับ ไอ้พวกนี้ที่จนปัญญาก็เลย เลยตามเลยไป โดยที่ผมกับไอ้เติร์กขึ้นออดี้ไอ้โช แล้วเบลไปรถไอ้พอลเหมือนเคย โดยจุดหมายคือร้ายก๋วยเตี๋ยวหน้าปากซอยหอพักผมเนี่ยแหละ เรียกว่าคุ้มกับคุ้มมม

 

     มีรถออกจากมอไม่พอ แถมข้ามฝั่งไปกินที่หน้าหอไม่ต้องเสียแรงเดินขึ้นสะพานลอยอีก เฮงชะมัด!

 

 

 

 

 

     “ป้า เอาบะหมี่เกี๊ยวพิเศษชาม เฮ้ยพวกมึงเอาไร!” ผมเดินไปสั่งก๋วยเตี๋ยวร้านประจำก่อนที่จะหันมาสนใจเพื่อนๆ ที่กำลังหาที่นั่งกันอยู่

 

     “เอาเหมือนมึง!

 

     “กูด้วย!

 

     “ด้วย!

 

     “ด้วย!

 

     =_________________=

     เพื่อนผมแต่ละคน มันมีความคิดกันเองไหมเนี่ย!

 

     “ป้าค้าบเอาแบบปะกี้เป็นห้าชามเลยนะ” ผมยิ้มแฉ่งให้ป้าเจ้าของร้านแล้วกลับไปนั่งที่โต๊ะ

 

     “มึงว่าวันนี้เป็นไงวะ” อยู่ๆ ไอ้พอลก็เปิดประเด็นครับ แหมะอย่าพูดถึงมันได้ป้ะวะ เดี๋ยวกูกินก๋วยเตี๋ยวไม่อร่อยอ่ะ!

 

     “กูว่าโอนะเว้ย ถ้าไม่ติดว่าพี่โมแม่งเหวี่ยงไปหวะ ทุกอย่างฟิน ตอนสันก็ฮาดี” นี่ไอ้เติร์กครับ ผมก็พยักหน้ารับด้วย ตรงกับที่เด็กเสิร์ฟเอาก๋วยเตี๋ยวมาเสิร์ฟพอดี เลยพากันสนใจก๋วยเตี๋ยวร้อนๆ กลิ่นหอมๆ ยิ่งเพิ่งออกแรงจากกิจกรรมเชียร์เมื่อครู่ด้วยแล้วน้ำย่อยยิ่งเดินครับ

 

     “พี่โมมันก็เป็นแบบนี้ทุกวันป้ะวะ?”

 

     “ไม่รู้ดิมึง กูว่าแม่ งเลิกกับแฟนหวะ แม่ งเลยมาลงกับพวกเรา” ผมพูดออกมาลอยๆ ครับ ก่อนจะชิมน้ำซุปที่ปรุงว่าอร่อยพอรึยัง แต่ไอ้พวกที่เหลือเนี่ยเลิกปรุงแล้วครับ สายตามันมองที่ผมคนเดียวแถมยังทำท่าสนใจทอปปิกตรงหน้าแบบสุดๆ  ไอ้ก๋วยเตี๋ยวไรนี่มึงไม่แด(ก)กันแล้วใช่ไหมวะ???

 

     “อะไร? ไม่แดกันหรอวะ? มองหน้ากูทำไม?” ผมทำหน้าเควชชั่นมาร์คใส่พวกมันครับก่อนที่ไอ้เติร์กมันอดรนทนไม่ไหวเบิดกระโหลกผมมาทีหนึ่งแล้วส่งสายตาคาดโทษ

 

     “เชี่ย มึงรู้ไรมาวะไอ้พีช แถลงการณ์ด่วน!” ไอ้เติร์กเร่งเร้าผมครับ ผมเลยทำท่าทียียวนกวนปลายประสาทส่วนปลายเท้าพวกมัน ด้วยการตักเกี๋ยวในชามเข้าปากหนึ่งคำแล้วเคี้ยวตุ้ยๆ จนพวกมันทำท่าจะประเคนเท้าให้ผมจริงๆ นั่นแหละเลยยอมเล่าให้พวกมันฟัง

 

     “คืองี้ ที่กูว่าพี่เค้าอกหักเพราะกูได้ยินมาเว้ยยยยยย หน้าห้องน้ำพี่แกทะเลาะกับแฟน มึงเข้าใจใช่ป่ะ ทะเลาะกับแฟนแล้วมันก็เอามาลงกับพวกเราอ่ะ!” ผมเล่าแบบได้ใจความครับ ไม่ได้ลงรายละเอียดว่าได้ยินอะไรมาบ้าง แต่ว่าเฮ้ยยย กูเล่าสนุกขนาดนั้นเลยดิ ทำไมต้องอ้าปากค้างอย่างงั้นหละเฮ้ย!!!!

 

     “ผมอกหักแล้วไง คุณจะมาดามใจให้ผมไหมหละคุณพิชญ์พล! ไม่ทันได้อ้าปากถามไอ้เพื่อนตัวดีที่อ้าปากค้างนั่งอยู่ตรงหน้า เสียงทุ้มคุ้นหู๊คุ้นหูก็ดังขึ้นมาเป็นเสียงเฉลยสาเหตุทั้งหมด แหม...ขอบคุณนะครับ ผมตาสว่างมากเลย

 

     แม่ งงงงงงงงงงงงงง สวรรค์ไม่เคยเมตตา ทำร้ายผมตล๊อดดดดดดดด

 

     ผมหันไปยิ้มกว้างๆ หน้าตาแบบอยากผูกมิตรสุดๆ ใส่พี่แก แถมยกมือไหว้สวยๆ หนึ่งทีเลยเอ้า!

     ลาหละครับ เริ่มอิ่มหละไม่กงไม่กินแล้วโว้ยยยยยยยยยยยยยยย!

     ไหว้เสร็จจะอยู่ทำไมหละครับ คว้าเป้แล้วเผ่นสิโว้ยยยยย!

 

     “ผมให้คุณไปไหนแล้วหรอครับ?” ไม่ทันได้หนีพ้นโต๊ะเลยครับ ไอ้พี่โม ไอ้จอมเผด็จการ ไอ้...ไอ้...โว้ยยยยยย คิดคำด่าไม่ออกเว้ยยยย ไอ้พี่ผีคิตตี้ ไอ้ผีเซเลอร์มูนนนน นินจาเต่าเรียกพี่มึงจะเซนส์ดีไปไหนค้าบบบบบ!!!

 

     “ป...เปล่า ครับ” ผมตอบออกไปแบบหวั่นๆ เหมือนหมูบนเขียงเตรียมโดนเฉือดอะไรปานนั้น เหมือนพี่โมมันจะชอบนะที่ทำให้ผมเป็นแบบนี้ได้ มันกระตุกยิ้มที่มุมปากครับ

 

     โอ้ยยยยย! อิจฉาพี่มันเบาๆ ได้ไหมวะครับ แม่ งทำให้โหดๆ แต่เวลาทำแบบนี้ทำไมมันดูดีจังเว้ยยยยย!

 

     “ผมถามคุณเมื่อกี้ คุณยังไม่ได้ตอบผมเลยนะครับ?”

 

     “โอ้ยยย ถามว่าไรพี่ ไม่เห็นรู้เรื่องเล๊ยยยย” ผมเริ่มพูดเสียงสูงเฉไฉไป แต่ไอ้เรียวตาคมๆ นั่นกลับจ้องตาผมทำให้ไม่สามารถหลบตาได้

 

     ไอ้พี่โม มึงเป็นลูกเมดูซ่าใช่ไหม!!! ตอบ!!!

 

     “ผมถามคุณว่าถ้าผมอกหัก คุณจะอาสามาดามใจผมไหมหละคุณพิชญ์พล” คราวนี้ไม่ถามเปล่านะครับ ทำไมมันต้องก้มหน้าลงมาถามใกล้ๆ ด้วยหละครับ ไม่พอๆ ยังมีแฟนคลับส่งเสียงผิวปากแซว โถะ! ไอ้เพื่อนเลววววว ถ้ามึงไม่ถามกู กูจะซวยแบบนี้ไหมเนี่ย ไม่ช่วยกูไม่พอยังผิวปากแซวกูอีก โฮรกกกกกกกกก เกลียดพวกมึ๊งงงง!!

 

     “พี่ผมเป็นผู้ชายยยยยย ไม่เหมาะม้างงงงง” ผมยิ้มแหะๆ ให้ก่อนจะเอ่ยปฏิเสธออกไป

 

     “ผมก็เป็นผู้ชาย และคุณอาจจะลืมไปว่าผมคือกฎ ไม่ว่ายังไงผมคิดอะไร บอกอะไรผมคือสิทธิ์ขาด ผมถูกเสมอจริงไหมพวกคุณ!” โหยไอ้พี่โม มึงนี่ไม่พูดเปล่าหันไปขอความเห็นไอ้เพื่อนสุดรักของผมอีก ไอ้พวกนี้ก็รักผมนะครับ พยักหน้ายืนยันคำพูดพี่โมกันสลอนเชียว แหม น่ารักจริงๆ เลยครับพวกคุ๊ณณณณณ

 

     “ในเมื่อผมก็อกหักแล้ว ถ้าคุณอยากดามใจผมก็โอเค ทราบไม่ทราบ!

 

     โอยยยยยยยยยยยยยยยยย ไอ้ฟายยยยยยยยยยยยยยยยย แบบนี้มันใช่อ๋อวะพี่โม!!! ตอบกู!!!!

 

     “เผด็จการฉิบหายยย TT” ผมคร่ำครวญออกมาเบาๆ เพียงแค่ความคิดชั่ววูบจริงๆ นะ ไม่นึกว่ามันจะไปกระตุกหนวดไอ้พี่โมให้เลิกคิ้วมองผมแบบโหดๆ อีกครั้ง

 

     “ถ้าพวกผมมันเป็นพวกหัวรุนแรง จอมเผด็จการ พวกคุณก็ไม่ควรอยู่ร่วมชายคาคณะเดียวกับผมนะครับ แต่ถ้าคุณอยากจะมาดามหัวใจให้ ผมก็พร้อมเสมอ!” ไม่พูดเปล่าจ้า ยังเอื้อมมือมาโอบเอวด้วยจ้า โอบสักพักมือแม่ งเลื่อนจ้า จะลงมาถึงก้นแล้วจ้า!!!!

 

     “อ้าวไอ้เชี่ย!!! กูซวยแล้ว!!!” ผมร้องลั่นในใจก่อนจะส่งสายตาเอสโอเอสไปหาเพื่อนๆ ที่เหลือ ไอ้พวกนี้ก็ทำหน้ามึนๆกลับมา โอเคมึง ก้นกู ก้นกูวววววววววววววววววว จะเสียอิสรภาพไหมเนี่ย!!!! พวกมึงช่วยกูด่วนเล๊ยยยยย!

 

     ฮืออออออออออออออออออออออออออออ แม่ค้าบบบบบบบบบบบ

     ช่วยพีชด้วยยยย!!!!!

 

 

 

D O G M A T I C L O V E

To be continued.


28-11-57

เฮามาแก้คำผิดเองจย้า

a solphase

 

 
 

ฟิ้ววววววววว ซอลกลับมาแล้ว ขอลงแบบรัวๆ เต็มร้อยเลยนะจ้ะ

ตอนนี้อาจจะดูเคร่งเครียดไปหน่อย แต่ว่ามันเป็นเรื่องในจินตนาการผสมเรื่องจริง

บางทีมันอาจจะไม่ตรงกับเรื่องจริงๆของรีดเดอร์บางคนอันนี้ก็ขออภัยกันเนอะ

แต่ละมหาวิทยาลัยก็มีธรรมเนียมการรับน้องที่แตกต่างกันไปจ้า

ใครที่อยากรู้ว่าความรักของเรโช และบับเบิ้ลเกิดขึ้นได้ยังไง

คลิกลิ้งไปอ่านได้ที่ Impossible Love ได้เลยจ้า

 

อ่านแล้วเม้นๆให้กันเน๊อะ เพื่อสร้างขวัญกำลังใจต่อไปจ้า

สุดท้ายนี้ รักกันเนอะ <3

ซอลเฟส.

 
















SP's THANK
:) Shalunla

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 68 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3,209 ความคิดเห็น

  1. #3202 Beom_0601 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2562 / 18:54
    ไม่คิดล่ะว่าที่มันไม่ดีก็เพราะเค้าไม่อยากจะทำไง ทำเพราะโดนบังคับอ่ะ
    #3,202
    0
  2. #3141 baekbow (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 13 มีนาคม 2561 / 17:53
    อิพี่มันหลอกลวนลามน้องว่ะ 555 // ถึงรับน้องวิศวะจะน่าจดจำ เพราะกว่าเพื่อนจะได้รุ่นต้องผ่านความกดดันมามากมาย แต่เป็นเราคงเลี่ยงดีกว่า คณะอื่นอาจรับไม่โหดเท่า แต่น่าจะเหมาะกับเรามากกว่า แค่อ่านยังเครียดแทน
    #3,141
    0
  3. #3120 0900071036 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2560 / 14:44
    ถะถถถถ วงวารพีช โชคร้ายจริงๆ
    #3,120
    0
  4. #3109 วิ้ปปิ้งครีม (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2560 / 17:18
    พี่โมวิญญาณตามติด5555
    #3,109
    0
  5. #3097 moonui-ii (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2560 / 19:17
    สนุกมากกกก ลุ้นไปกับพีช มือจะเลื่อนถึงก้นไมนะ อิอิ
    #3,097
    0
  6. #3045 mumuninnin (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2560 / 15:47
    คนที่พีชบอกคิดถึงนี่ก็ชื่อแพรใช่มั๊ย? คนเดียวกับแฟนโมหรือป่าวอ่ะ?
    #3,045
    1
    • #3045-1 Dream-night(จากตอนที่ 3)
      19 ตุลาคม 2560 / 01:19
      คิดเหมือนเราเลย5555เราก็คิดแบบนั้น
      #3045-1
  7. #3022 feonixsh (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2560 / 16:48
    พีชปากกกกอ่ะ ตล๊อดดดดด55555
    #3,022
    0
  8. #2956 namhom-3449 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 31 มีนาคม 2560 / 15:07
    ว่าไงพีชจะดามใจให้พี่โมอ๊ะป่าววว ขำน้ำตาเล็ดดมีความสงสารพีชชช
    #2,956
    0
  9. #2949 inffg (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2559 / 09:44
    เค้าจีบกันแล้วววว
    #2,949
    0
  10. #2930 Patsorn Srisopa (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2559 / 13:41
    น่าร๊ากกก เรื่องนี้ ฮาดี ดูคอมเมดี้มักๆ มีความซีเรียสยุในตัว ดราม่านี่ไม่แน่ พึ่งอ่าน แต่คิดว่าคงมี ครบรสจิงๆ
    #2,930
    0
  11. #2799 janeicelet (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2558 / 21:23
    พีชซวยตลอด
    นินทาทีไรพี่โมได้ยินทุกที 555555555
    #2,799
    0
  12. #2747 chaaimmeme (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2558 / 21:26
    เอาแล้ว พี่โมนี่ก็ตายยากจริงนินทาเข้าหน่อยพรวดมาเชียว
    #2,747
    0
  13. #2597 KiHaE*129 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 2 กันยายน 2558 / 03:34
    ง่อววววววววววววววววววววววววววววววววว

    แบบนี้เค้าเรียกว่ารุกอ๊ะป่าว
    #2,597
    0
  14. #2499 ChaneePreme (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2558 / 23:01
    เอาแล่ว เอาแล่ว
    #2,499
    0
  15. #2450 FF_mama_wiwi (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2558 / 14:57
    ชอบมากอ่าาาา
    #2,450
    0
  16. วันที่ 21 มิถุนายน 2558 / 13:50
    พี่โม๊วววววววววววววววววว ไปจับก้นน้องได้จะไดดดดดดดดดดดดด. โอ้ยยยยยยยยยยย เลิกกับแฟนไปถ้างั้นอะ 555555555
    #2,420
    0
  17. #2210 P.Secret (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 28 เมษายน 2558 / 15:32
    คือฮา แล้วสรุปคือ พี่โมเลิกกับแฟนแล้วใช่ป่ะ
    #2,210
    0
  18. #2191 sundaymorning3841 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 28 เมษายน 2558 / 07:52
    อ้ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก เขินแรงมากกกกกกกกกกกกกกกก .ทุบโต๊ะะะะะะ
    #2,191
    0
  19. #2178 โอลีโอ้สีฟ้า (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 24 เมษายน 2558 / 23:17
    555 สนุกๆๆ ชอบค่า เกรียนดี
    #2,178
    0
  20. #2077 Dairy-nana (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 24 มีนาคม 2558 / 07:16
    นั่ลล๊าคคคค
    #2,077
    0
  21. #2043 Asuna Jan (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2558 / 04:38
    พีชตายเเน่เสร็จพี่โม
    #2,043
    0
  22. #2014 ony.pp (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2558 / 17:22
    พี่โมเริ่มรุกน้องพีชแล้ววววววววว555555
    #2,014
    0
  23. #1577 shshshx (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2557 / 21:27
    ดามใจหนูจะดามใจพี่โมค่าาา 

    ผญ บ้าๆๆนั้นทิ้งไปเลยยยยยยยย
    #1,577
    0
  24. #1566 Darkmemorise (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2557 / 17:13
    โห แฟนคนเดียวกันป่าวเนี่ยยย
    #1,566
    0
  25. #1510 tinyrain (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2557 / 22:04
    ไมแฟนทั้งคู่ชื่อแพรเหมือนกัน สัมผัสได้ถึงพลังงานบางอย่าง5555555555 ทำไมเขินพี่โม -////-
    #1,510
    0