DOGMATIC LOVE (Yaoi) | รับน้องป่วนๆกับก๊วนวิศวะ

ตอนที่ 24 : Ch 23 - Attack

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 16,725
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 54 ครั้ง
    12 เม.ย. 58


23

Attack

 

 

 

ในที่สุดก็เดินทางมาถึงวันจัดงานเชื่อมสัมพันธ์กีฬามหาวิทยาลัย ที่วันนี้น้องๆ ที่ต้องขึ้นแสตนด์เชียร์จะต้องแหกขี้ตามาตั้งแต่เช้า โดยที่ยานแม่อ้างว่าจะต้องมาเซ็ตที่นั่ง เซ็ตเครื่องแต่งกาย เซ็ตแพลต เซ็ตบ้าบอคอแตกทั้งหมดทั้งมวล เอาจริงๆไม่อ้างอะไรครับ แค่สั่งให้ผมมาเท่านั้นจบ

 

“มึงนี่ช้าจริงไอ้พอล”ผมทำหน้าเป็นตูดหลังจากกินสโมกกี้พันเบค่อนหมดไปไม้ที่สอง กว่าจะเพื่อนที่นัดกันเป็นมั่นเป็นเหมาะว่าจะขับรถมารับหน้าปากซอยหอพักจะมาถึง

 

“เออ เมื่อเช้าแม่กูบังคับให้กินโจ๊กก่อนออกมาเลยช้าโทษทีมึง”

 

อื้อหืออออ เด็กอนามัยจริงมึง กินโจ๊กก่อนมามหาลัย เอาซะสโมกกี้พันเบค่อนในท้องกูนี่เป็นขี้กากไปเลยครับเพื่อพอล

 

“เออๆๆ รีบๆออกรถ ไปช้ายานแม่กริ้วคราวนี้บรรลัยกันทั้งคู่นะมึง”ผมพูดก่อนจะเร่งให้ไอ้พอลขับรถเข้ามหาลัยเสียที จะได้ไปทันเวลาที่ถูกนัดไว้ เพราะด้วยความที่เคยเจออภินิหารยานแม่ญาณเข้าสิงร่างมาแล้ว พูดเลยครับว่ามันไม่น่าอภิรมย์เสียเท่าไหร่หรอก

 

แต่แล้วหลังจากที่เร่งรีบมาให้ทันตารางนัดหมายนั้นก็ทำให้ผมอยากจะย้อนเวลากลับไปแล้วค่อยๆมาเสียดีกว่า ในเมื่อการมาเช้าครั้งนี้อิยามแม่มันจัดพวกเด็กแสตนด์มาแต่งหน้าครับ!

 

ด้วยความที่ปีนี้วิศวะมาตีมอลังการดาวล้านดวงแบบฟาโรห์ ในขณะที่เหล่าเด็กแสตนด์เป็นทหารต้องกรีดตาให้เมื่อนกับที่เห็นในสาระคดีประวัติศาสตร์ช่องอะไรสักอย่างที่ฉายบนเคเบิ้ลทีวีนั่นหละ

 

โธ่ววววววววววว เป็นแสตนด์ใส่หมวกด๋อยนั่นชีวิตก็สมถุยพอหละ ทำไมต้องมาเจอปัญหาชีวิตถูกกรีดตาเหมือนตุ๊ดแท้เหลาแบบนี้ TT

 

“หน้ากูเชี่ยมากป้ะวะพอล”ผมเบะปากใส่เพื่อนดีกรีเดือนมหาวิทยาลัยที่ไม่ว่าทำอะไรก็ดูดีไปหมด จนน่าหมั่นไส้

 

“ก็ไม่แย่นะมึง โอเคเลย”ไอ้พอลว่าก่อนจะยกมือมายีหัวผมไปเสียหนึ่งเรียกความหงุดหงิดให้เพิ่มขึ้นมากกว่าเดิม คือแบบมึงจะทำลายความหล่อก็ใช่ป้ะทำแบบนี้เนี่ย!

 

“ไมมองกูตาขวางแบบนั้นอ่ะมึง”ไอ้พอลถามขึ้นเหมือนจะรู้ตัวว่าโดนผมมองสายตาแบบไหนอยู่แทนที่มันจะสำนึกครับกลับเอามือมาวางบนหัวผมแบบไม่ได้ดูอารมณ์เลย

 

คือกูนอยด์อ่ะมึงกูนอยด์

นอยด์ไร้สาระแบบไม่มีเหตุผล โดนยานแม่จับแต่งหน้ากูก็นอยด์เก็ทกูป้ะ

 

“แหนะยังจะมองแบบเดิมอีก เดี๋ยวโดนพี่พอลลงโทษหรอกนะครับน้องพีช”ไอ้พอลยังไม่รับรู้อารมณ์ของผมครับ มึงคือเมนส์กูมา กูอารมณ์ไม่ดีโอเคนะ ถุ้ย! ตลกหรอครับมาจับหัวกูเนี่ย ปัดมือออกแม่ม ว่าแล้วก็ทำจริงๆครับ ไอ้พอลถึงกับเลิกคิ้วมองหน้าผมแบบงงๆเลยทีเดียว

 

 

เป็นไงหละมึง กล้าหือกับพิชญ์พลเก้าสามไหมหละครับ!

 

“หิวข้าวสินะ ป้ะกูพาไปเลี้ยงข้าวที่โรงอาหาร”ไอ้พอลพูดก่อนจะลากคอผมให้เดินออกจากห้องเก็บตัวของแสตนด์โดยไม่ฟังคำทักท้วงจากผมสักนิด

 

ไอ้ซั๊ซซซซซซซ

มึงความจำเสื่อมรึไงวะว่ามึงกรีดตาเข้มปิดแบบนี้ยังจะเดินออกไปโชว์ตัวให้อายประชาชีข้างล่างอีก มึ๊งงงงงง ญาติเยอะนะเว้ยยยยยยยยย อร่อกกก น้องพีชอยากจิครายจริงๆ

 

 

หลังจากชีวิตที่ผ่านประสบการณ์ที่เรียกว่าโดนมองจนไม่เหลืออะไรแล้ว ต่อจากนั้นคุณก็จะไม่อายอะไรอีก ผมเป็นคนหนึ่งที่ล่วงก้าวเขตแดนบางๆที่กั้นอยู่ระหว่างความอายกับหน้าด้านมาเป็นที่เรียบร้อยโดยให้การสนับสนุนเพื่อนพอลเอชสิบสี่ ที่นั่งแสตนด์ข้างๆผมนี่เอง

 

“แสตนด์โค้ดคณะพร้อม”เสียงพี่เนร้องดังขึ้นผ่านโทรโข่งก่อนที่ผมจะเบ้ปากให้กับความร้อนของอากาศแล้วไหนไอ้หมวกทหารอียิปต์ที่ต้องใส่อีกแต่ก็ขัดไม่ได้เลยต้องหยิบแพลตตามเลขที่พี่เค้าเขียนคิวไว้ให้ พี่ๆทีมเชียร์เริ่มถือป้ายให้สัญญาณในการยกของพวกเรา และด้วยความเป็นวิศวะยังไงสปิริตก็ต้องแรงกล้าว่าคนอื่นอยู่แล้ว แดดแค่นี้กูต้องไม่ตายยยยยยย

 

เสียงปรบมือดังขึ้นหลังจากที่แพลตของวิศวะถูกต่อกันจนเป็นคำว่า “วิศกรรมศาสตร์” ก่อนจะเป็นคำว่า “รวมใจเป็นหนึ่ง” และเสียงพากย์ของโฆษกที่พูดถึงแสตนด์เชียร์ของเรา ไม่นานนักคณะแพทย์ก็ตามมาติดๆ และด้วยความที่แสตนด์อยู่ฝั่งตรงข้ามกันเลยทำให้เราสามารถเห็นได้ชัดเจนจนสัมผัสได้ว่ากำลังโดนแข่งอยู่

 

จากคำบอกเล่าใครๆก็รู้ว่าคณะแพทย์กับวิศวะแข่งกันชิงถ้วยอยู่เสมอๆไม่ว่าจะเป็นด้านกีฬาหรือแสตนด์ก็ตาม

 

“เดี๋ยวพี่ให้เวลาน้องๆพักสักสิบห้านาทีก่อนที่แมชต์ฟุตบอลรอบรองจะขึ้นเตะ ใครจะไปเข้าห้องน้ำให้รีบไปนะครับ”เสียงพี่เนนี่เหือนเป็นเสียงสวรรค์จริงๆครับ พอได้ยินก็ทำตาแพรวพราวใส่ไอ้พอลก่อนจะหันไปเห็นสมาชิกเพื่อนเรากำลังยืนรออยู่ใกล้ๆ

 

แหม เป็นนักกีฬานี่มันดีจริงๆ นอกจากจะแข่งก็ไม่มีอะไรให้มันทำ เลยมายืนใส่ชุดนักกีฬาทำหล่ออ่อยสาวอยู่ข้างแสตนด์เชียร์นี่!

 

“เติร์กมึงขึ้นมานั่งแทนกูดิ กูพักแป้บ”ผมกวักมือเรียกไอ้คนอยู่ใกล้ตัวสุดให้เดินมาหาอย่างงงๆ ผมว่ามันมึนมากกว่าเพราะทำตามที่ผมสั่งอย่างว่าง่ายราวกับว่าไม่ใช่ไอ้เติร์กเพื่อนเลิฟที่พร้อมจะกวนประสาทผมได้ทุกเมื่อ หลังจากนั้นผมก็ลงมาเอนจอยส์กับเพื่อนที่เหลือครับ รักไอ้เบลก็ตรงที่มันยื่นน้ำอัดลมใส่ถุงน้ำแข็งพร้อมมาให้แบบที่ดูดแล้วชื่นใจ ไม่วายยกมือขึ้นส่งให้ไอ้พอลได้กินบ้าง

 

“เป็นไงมึง อากาศข้างบนดีไหม”ไอ้เรโชเอ่ยถามขึ้นเรียกอารมณ์ให้รู้สึกงุ้งเงี้ยวขึ้นมาอีก

 

“มึงลองขึ้นไปไหม? ร้อนฉิบเป้ง นี่กูเริ่มเกลียดหมวกบ้านี่หละ อากาศไม่ใช่จะเย็นแต่ให้พวกกูมาใส่หมวกบ้าเนี่ย ต้องมาแหกปากอีก คือระ?”ผมบ่นออกมาโดยไม่สนใจเลยว่าไอ้จุดที่ยืนเนี่ยมันอยู่ใกล้แสตนด์ขนาดไหน และอยาใกล้ยานลูกที่วันนี้แต่งตัวสวยสะดิ้งมามากกว่าวันปกติเป็นพิเศษ แอบเห็นโดนพวกยานน้อยๆนั้นค้อนมาหน่อยๆครับ แต่จุดนี้ไม่ไหวหละ ขอบ่นแพร่บ!

 

"บ่นเป็นคนแก่อยู่ได้มึงนี่ รีบๆแดกรีบๆขึ้นแสตนด์ไปเลยเดี๋ยวโดนพี่เค้าตามหรอกมึง"ไอ้เบลบอกแต่ผมส่ายหน้าครับ ไหนได้พักทั้งทีขอพักนานๆก่อนได้ป่าววะมึง?

 

“โหยย ให้กูพักมั่ง มาตั้งแต่เช้า นี่กูให้ไอ้เติร์กขึ้นไปนั่งเป็นตัวหลอกอยู่”

 

“ไอ้เติร์กมันไปนั่งแล้วได้ไรวะมึง ใส่ชุดบอลแบบนั้นพี่เค้าต้องรู้อยู่ดีป้ะ?”

 

แง่บ...ไอ้เบล กูเกลียดมึงแป้บนึงได้ป่าววะ?

 

“อ้าวพี่โมหวัดดีครับ”เสียงเรโชดังขึ้นพร้อมกับความรู้สึกเหมือนมีใครมาหยุดเดินอยู่ข้างหลังทำให้ผมรู้สึกร้อนๆหนาวๆแปลกๆ เรื่องเมื่อวันก่อนนั้นผมยังจำได้ดีเลยว่าตัวเองก่อวีรกรรมอะไรไปบ้าง คือหลังจากที่ผมตื่นมาแล้วพบพี่โมนั่งยิ้มอยู่ข้างเตียงมันเป็นอะไรที่อยากจิครายมาก

 

แบบ พะฮรื้อออออออออ

กูทำอะไรลงปายยยยยยย

 

 

“อ้าว พวกคุณ ผมมองตั้งนานว่าใคร”เสียงทุ้มว่าก่อนจะวางมือลงบนบ่าผมให้สะดุ้งเล่น บอกเลยว่าตอนนี้อยากทดลองเป็นอากาศดูสักที ไม่ติดว่าสายตาไอ้เบลไอ้เรโชที่มองมามันกวนมากถึงมากที่สุดจนอยากจะเอานิ้วจิ้มให้มันส่งสายตาล้อเลียนผมแบบนั้นออกมาได้แล้ว

 

เห็นมะ

ชีวิตผมมีแต่คนแกล้ง มีแต่คนทำร้าย ไม่มีใครรักพีชเลยยยย

ฮือออออออ

 

“แหมๆๆ ทำเป็นเป็นจำไม่ได้นะครับ หลานรหัสตัวเองแท้ๆ”คำแซวควายๆที่เข้าเนื้อผมแบบนี้ไม่พ้นหลุดออกมาจากปากไอ้เรโชแน่นอนครับ ผมถลึงตาใส่มันแทนที่จะหุบปากเลิกแซวดันหัวเราะโพลงขึ้นมาเสียอย่างนั้น

 

มึงไม่สำนึกแล้วยังซ้ำเติมกูอีก...

กูแบนมึงสามวิ หึ!

 

 

“ก็เห็นใส่หมวกแบบนี้เลยมองเห็นไม่ชัดหนะ”พี่โมตอบก่อนจะเปลี่ยนมือที่วางบนบ่าไปวางไว้บนหมวกแทนก่อนจะโยกหัวผมไปมาเบาๆ

 

เออะ...

หัวผมนี่เป็นอะไร? ทำไมชอบมาโยกกันจัง?

ให้กูทดลองเป็นม้าโยกเยกไหม?

 

“เออ...เห็นไหม กูบอกแล้วว่าหมวกนี่ไม่มีอะไรดี”ผมถอนหายใจแบบไม่สบอารมณ์ก่อนจะทำตาขวางปรามไอ้โชที่กำลังจะอ้าปากแซะอะไรออกมาอีก แต่ลืมไปครับว่าพี่โมมันมีความสามารถพิเศษ

 

“ดีสิ น่ารักดีเวลาคุณใส่”

 

นั่นไง ไม่ทันพูดขาดคำพี่โมมันก็สวนมาเลยแบบไม่ต้องมีใครชงครับ! โอ้ยยยยยยยยยยยยย

 

“พี่แม่ง....”

 

จนปัญญา หาคำพูดใดๆมาต่อล้อต่อเถียงไม่ได้หละ ยอมใจ เอาเลยเอาที่คิดว่าดีก็ทำเลยครับ

 

“ทำหน้าแบบนี้หมายความว่าไงเนี่ย ผมคิดนะคุณ”พี่โมพูดก่อนจะอมยิ้มแบบที่ถ้าไม่เลิกยิ้มแก้มมึงจะต้องแตกภายในอีกห้านาที แต่ผมไม่เก็ทครับ คือกูหน้าเป็นตูดแบบนี้ทำให้มึงคิดอะไรได้ห้ะพี่โม มึงตอบ!!

 

“อะไรพี่ คิดอะไร?”

 

“ไม่ต้องเขินหรอกคุณ หวั่นไหวแล้วก็บอก”

 

สึส.....

พี่โมนี่มึง...

 

 

“โอ้ยไอ้เบล ตากูจะบอด”

 

“เป็นไรวะมึง”

 

“เบาหวานขึ้นตาหวะ เห็นอะไรเลี่ยนแถวนี้”

 

“อ๋อออออออออออ”

 

 

สาสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสส

จะชงหาหอกไว้ใช้หรอครับเพื่อนๆ หื้ออออออ!!!

มึงคิดว่าก่อนหน้านี้กูรู้สึกยังไงห้ะ! แล้วมาโดนพวกมึงแซวอีก ไอ้เพื่อน#^%*(()*(*^%#$#

 

“ไอ้เติร์กลงมากูจะขึ้นไปนั่งแล้ว”ผมพูดเสียงดังก่อนจะดึงไอ้เพื่อนร่วมกลุ่มอีกคนที่เดินหัวเราะลงมาจากแสตนด์หลังจากเห็นเหตุการณ์ทุกอย่าง บอกเลยว่าน้องพีชจะพาล พาลมันให้หมดทุกคน ฮืออออออออออ

 

หงุดหงิด...

ตอนนี้รู้สึกหงุดหงิดสุดๆ พอมองลงไปข้างแสตนด์ก็ดันไปเจอพี่โมที่กำลังยืนกอดอกมองมาพร้อมรอยยิ้มกวนๆที่โคตรจะดูดีนั่นอีก

 

เอาเลย...

ใจเต้นให้พอ เอาเลยมึงงงง

เอาเลยยย ยอมรับไปเลยว่าหวั่นไหว ฮืออออออออออออออออออออออออออออออ

 

หวั่นไหวจริงอ่ะ! ยอม!

 

 

 

 

 

 

 

CUT 45%




 

 

 

 

หลังจากเวลาอันยาวนานที่ต้องน่งหลังขดหลังแข็งอยู่บนแสตนด์ก็จบลงเมื่ออธิการบดีลงมามอบรางวัลให้กับตัวแทนคณะที่ได้รับคะแนนยอดเยี่ยมในกีฬาภายในครั้งนี้ แน่นอนหละว่าคนที่ครองถ้วยปีนี้ก็คงไม่พ้นคณะของผมแน่นอน บอกเลยว่ากีฬาเด่น กิจกรรมยอดไม่พ้นวิศวะนะครับ!

 

พอรับรางวัลเสร็จพวกพี่เชียร์ก็บอกโค้ดลับที่อุตส่าห์ซุ่มซ้อมมาเพื่อจะใช้ในโอกาสเฉลิมฉลองการได้ชัยชนะ ทั่วสนามดังก้องไปด้วยเสียงบูมคณะวิศวะก่อนจะจบงานด้วยการช่วยกันทำความสะอาดเก็บแสตนด์ของตัวเอง พี่เนมากล่าวขอบคุณพวกเราปีหนึ่งทุกคนที่ยอมสละมาทำอะไรแบบนี้ และนัดหมายวันที่จะพาไปเลี้ยงฉลองให้กับรางวัลที่ได้มา สุดท้ายเวลาที่ผมรอคอยก็มาถึง

 

“ไอ้พีชหน้ามึงนี่เพลียจัดเชียว ไม่ต่อสิวันนี้มึง”ไอ้เติร์กร้องทักขึ้นระหว่างที่เห็นผมกำลังเดินลงจากแสตนด์ไปหาพวกมัน

 

“ไม่เพลียเลยสาส มาตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่างยันสามทุ่ม”ผมบ่นเบาๆก่อนจะอ้าปากหาวหวอดๆ ไอ้ตอนเชียร์ก็เพลินดีแต่ติดอยู่นิดเดียว “อีกอย่างนะเว้ยไม่มีอะไรน่ารำคาญไปมากกว่าการโดนสั่งยกแพลตแล้วแพลตอีก ทั้งๆที่กูอยากจะเชียร์บอลใจแทบขาด”

 

“โอ้โห้ เพราะพี่เติร์กได้กำลังใจจากน้องพีชนี่เอง มิน่าตอนเล่นบอลพี่เติร์กเหมือนรู้สึกมีแรงกระตุ้นอย่างบอกไม่ถูก”ไอ้เติร์กมันว่าพร้อมกับทำสายตาหวานเชื่อมส่งมาให้ผมจนต้องไสหัวมันด้วยความหมั่นไส้ ขนลุกเลยครับ!

 

“ขนลุกหวะไอ้เติร์ก พูดคะขาเป็นตุ๊ดรึไงมึง!”ผมด่ามันไปทีแทนที่จะสำนึกกับเรียกเสียงหัวเราะให้เพื่อนในกลุ่มมากกว่าเดิม ไอ้เบลอีกคนที่เออออไปกับคำพูดไอ้เติร์กไม่มีแก้ต่างให้ผมเลยสักนิด เบลแม่มแปรพรรค ว่าแต่เพื่อนผมมันไม่ได้แข่งบอลอย่างเดียวนี่หว่า ยังมีไอ้โชด้วยอีกคน ทำไมมันเงียบๆผิดปกติวะ?

 

“เดี๋ยวนะมึง ไอ้โชมึงได้เหรียญอะไรวะ?”ผมหันไปมองเรโชที่ตอนนี้กำลังเดินก้มหน้าก้มตาแชทกับแฟนมันอยู่ มิน่าหละถึงเงียบๆ ทุกทีจะเห็นรวมหัวกับไอ้เติร์กลั่นแกล้งผม

 

“แหม กูคิดว่าจะไม่ถาม คิดว่าจะสนใจแต่ไอ้ลูกกลมๆขาวดำจนลืมลูกกลมๆส้มไปหละ”

 

โถ....บ้านมึงช่างแซะหรอครับเรโช??

 

“ขี้น้อยใจหวะ ตกลงมึงได้เหรียญอะไรเนี่ย”อ้โชเป็นอีกคนที่โดนผมไสหัวอย่างหมั่นไส้ครับ ทำเป็นสะดีดสะดิ้งอ้อนเท้าจริงๆพวกมึงนี่

 

“มึงดูด้วยครับกัปตันทีมกูเป็นใคร แค่เห็นหน้ากัปตันทีมกูเหรียญทองก็ลอยมาหละ!”ไอ้โชตอบด้วยสีหน้าโคตรจะมั่นใจมาก แบบสะกิดให้คันมือยิกๆอยากยกไปตบกะโหลกมันเสียที

 

“หู้วววววว ถ้าจะหลงตัวเองขนาดนี้....เดี๋ยวนะไอ้โช กัปตันทีมมึงนี่ใครนะ?”หลังจากแขวะเพื่อนที่ทำโม้เรื่องที่ตัวเองได้เหรียญทองด้วยกัปตันทีมผมก็สัมผัสได้ถึงสัญญาณบางอย่างที่ไม่ชอบมาพากล

 

เดี๋ยวนะ...

 

“ทำเป็นลืมอีกหละ มึงป้ะเนี่ยที่ทำให้กัปัตนทีมกูหงุดหงิดหลังแข็งจบ หน้าบูดเป็นตูดตอนขึ้นไปรับรางวัลเนี่ย”

 

 

มันทะแม่งๆหวะ?

 

กัปตันทีมนี่ใครวะ?

 

“เอ้าๆ สตั๊นเลยมึง มึงไม่รู้จริงหรอว่ากัปตันทีมบาสเราเป็นใคร?”ไอ้โชถามย้ำอีกทีขณะที่หันไปลาไอ้พอลไอ้เบลขึ้นรถกลับบ้านเรียบร้อยแล้ว และผมเองก็เดินตามไอ้เติร์กมาเพราะจะติดมอไซต์มันไปลงหน้าปากซอยหอซึ่งไอ้โชก็จอดรถอยู่ใกล้ๆกัน

 

“มึงอย่าบอกนะ” เหมือนสติเริ่มมา ปัญญาก็เริ่มจะเกิด ไอ้ข้อความที่คุยกันในไลน์สะท้อนเข้ามาในสมอง

 

“เออ ที่มึงคิดนั่นแหละ”ไอ้โชตอบขณะที่ผมลอบกลืนน้ำลายตัวเอง

 

“เชี่ย....กูบอกพี่เค้าว่าจะแว๊บไปดูพี่เค้าแข่งตอนเบรค”

 

“นั่นไง กูว่าหละ!

 

 

Dogmatic Love

 

 

 

ผมเดินไปเดินมาในร้านสะดวกซื้อหน้าปากซอยรอบที่ร้อย มองหาของที่จะเอาไปใส่ท้องตัวเอง สุดท้ายก็ได้บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปรสโปรดกับโบโลน่าพริกหมูโดยที่สงสัยตัวเองว่าจะเดินวนรอบร้านไปทำไมทั้งๆของที่ต้องซื้อคือสิ่งที่ซื้อเป็นประจำ  ยืนทำหน้านอยด์ได้สักพักก็เหลือบไปเห็นลูกอมชุปปาชุ้ปเสียบขายในโหลโชว์อยู่ที่เคาน์เตอร์

 

“พี่ครับผมเอาอันนี้ด้วย”เอื้อมมือไปคว้าเจ้าลูกอมชื่อดังนั่นออกมาจากโหลสี่ห้าอันก่อนจะวางแบงก์ร้อยเพิ่มเข้าไป

 

ระหว่างเดินทางเข้าไปในหอก็แอบเงยหน้ามองระเบียงห้องที่จำได้แม่นว่าเป็นห้องตัวเองแล้วเสสายตาเลื่อนขึ้นไปอีกชั้นเลยเห็นว่าวันนี้พี่โมกลับมาที่หอเป็นที่เรียบร้อยแล้วจากแสงไฟที่สว่างออกมา ในสมองก็คิดคำแก้ตัวต่างๆนานาที่เบี้ยวการไปดูการแข่งขันของพี่โม

 

เอาไงดีวะ?

 

และเป็นอีกครั้งที่ผมเดินหมุนไปหมุนมาอยู่หน้าห้องหมายเลขห้าศูนย์หกแบบคิดไม่ตกว่าจะจู่โจมยังไงดี ให้พูดตามตรงเลยว่าไม่มีความจำเป็นอะไรเลยที่ผมจะต้องมากระวนกระวายอะไรแบบนี้ แต่ให้ตัดใจลงกลับไปห้องตัวเองซดมาม่าอืดในมือ สมองแม่มก็สั่งให้ไม่ยอม

 

เฮียพลับสอนปลูกฝังในสมองมาตั้งแต่เด็ก เป็นลูกผู้ชายกล้าทำกล้ารับ ใจแมนๆหน่อยลูกพิชญ์พล เอาไงเอากันวะ!

 

ผมสูดลมหายใจเข้าปอดแบบเอาขวัญกำลังใจก่อนจะสาวเท้าไปที่หน้าห้องพี่โมก่อนจะยกมือเพื่อหมายมั่นว่าจะเคาะเรียกเจ้าของห้องให้ออกมาคุยกันสักหน่อย

 

“เฮ้ย!!

 

“เชี่ย!!!”เสียงร้องหน้าห้องดังลั่นเมื่อจู่ๆพี่โมก็เปิดประตูพรวดขณะที่ผมไม่ทันตั้งหลักเสไปข้างหน้าดีที่มีพี่โมยืนอยู่ไม่งั้นหน้าคงได้สวัสดีทักทายกับพื้นห้องเป็นแน่แท้ ไมมึงอยู่ๆก็เปิดประตูวะพี่โม๊!!!!

 

 

“คุณมาทำอะไรหน้าห้องผมเนี่ย”เสียงเข้มเอ่ยถามหลังจากที่ผมตั้งหลักตั้งตัวได้ทัน โชคดีที่มาม่าในมือไม่หกรดใครสักคน ผมยิ้มเจื่อนๆให้เมื่อได้รับคำถาม ก่อนที่สายตาจะสำรวจร่างกายที่วันนี้แต่งตัวหล่อฟรุ้งฟริ้ง น้ำหอมนี่ลอยกลางอากาศแบบเหมือนมึงเทมาทั้งขวดยังไงอย่างงั้น

 

“พี่มีธุระหรอ?”ผมเลือกที่จะไม่ตอบคำถามที่ถูกถามแต่เลือกที่จะตั้งคำถามให้อีกฝ่ายกลับไปแทนจนคนที่ถูกถามแทนที่จะได้รับคำตอบเลิกคิ้วสูงมาให้

 

“คุณไม่ได้ยินคำถามผมรึไงครับคุณพิชญ์พล?”

 

โอโห้...พี่โมปรับเลเวลครับ องค์พี่ว้ากลงหรอครับ ฮือออออออออออออออออ

อยากไฝว้ใช่มะ คิดว่าพิชญ์พลจะกลัวป้ะ? ด้ายยยยย ลองกันสักตั้งพูดเลย!

 

“ได้ยิน”ผมตอบออกไปแบบห้วนๆเลิกคิ้วกลับไปให้พี่โมบ้างเช่นกัน เหมือนพี่เจ้าตัวเองก็คงเริ่มรู้ว่าผมเองก็ไม่ยอมเหมืนกันเขาเลยจ้องหน้ากลับมา ผมเองก็จ้องกลับเหมือนกัน

 

เอาเสะ เอาเส่!!! สั่งซ่อม สั่งบ้าบอไรก็สั่งเลย จุดนี้จากที่หงอๆหาคำขอโทษไม่มีแล้วครับ ฟีลลิ่งภายในล้วนๆเลย

 

“คุณนี่แม่ง...”พี่โมพูดออกมาอย่างหัวเสียก่อนจะเดินออกมาจากห้องแล้วล็อคประตูตัวเอง เข้าเลือกจะทิ้งผมไว้ให้ยืนอยู่ตรงนั้นโดนไม่ได้สนใจท่าทีผมเลยสักนิด และเป็นอีกครั้งที่ความรู้สึกหน่วงแปลกๆก็เริ่มจู่โจมเข้ามาในใจ

 

ผมมองแผ่นหลังกว้างคุ้นเคยกำลังเคลื่อนห่างออกไป พี่โมหยุดตรงหน้าลิฟต์ก่อนจะกดเรียนให้มันขึ้นมารับ ผมเองที่ยืนอึ้งสมองอื้ออึงกำมือตัวเองแน่นแล้วเดินตามร่างสูงไป พอเดินไปถึงลิฟต์ก็เปิดพอดี พี่โมเดินเข้าไปก่อนตามด้วยผม เจ้าตัวกดชั้นสี่ให้ก่อนจะกดชั้นหนึ่งและเมื่อประตูลิฟต์เปิดอีกครั้งที่ชั้นสี่เขาก็มองมาทางผมที่ยืนอยู่ด้วยสายตาที่บอกว่าผมควรออกไปจากลิฟต์ตัวนี้ได้แล้ว

 

ให้ตาย....

ไอ้ความรู้สึกอยากจะต่อยหน้าพี่โมแรงๆสักทีมันลอยเข้ามาในสมองเลยแหะ

 

“คุณ ถึงชั้นคุณแล้ว”พี่โมพูดขึ้นอีกครั้ง แต่ผมทำเป็นไม่ได้ยินแล้วหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดเบอร์ใครก็ตามที่มันอยู่ที่เบอร์ล่าสุด

 

และแล้วผู้โชคดีรายนั้นคือ

 

(ว่าไงคะน้องพีช คิดถึงพี่เติร์กหรอคะ?)

 

“มึงออกมารับกูหน้าหอหน่อย”ผมกรอกเสียงลงไปที่คิดว่าดังพอควรที่พี่โมจะได้ยิน เจ้าตัวปล่อยมือจากปุ่มเปิดประตูลิฟต์ให้ประตูนั้นปิดดังเดิมและเคลื่อนตัวสู่ชั้นหนึ่งที่เจ้าตัวกดไว้ก่อนกน้านี้

 

(ทำไมวะ? ไหนบอกวันนี้มึงเหนื่อยไงอยากพัก นี่กูกำลังออกไปเลี้ยงฉลองกับพวกพี่ๆทีมฟุตบอล)

 

“กูไปด้วย”

 

(ยังไงวะมึง?)

 

“เออน่า แวะมารับกูด้วย”ผมกดตัดสายก่อนจะเดินนำออกจากลิฟต์ไปเมื่อวันวิ่งลงมาถึงที่ชั้นหนึ่ง ตอนนี้ผมไม่สนใจแล้วพี่โมมันจะไปตายร้ายดีที่ไหน ที่ต้องการทำที่สุดตอนนี้คือผมอยากเอาความรู้สึกแย่ๆที่กำลังประเดประดังในใจออกไปเสียที

 

ทำไมต้องรู้สึกแบบนี้กันวะ!

 

 

 

Dogmatic Love

 

 

 

 

“เชี่ย....”ผมสะบถเบาๆหลังจากที่ลงจากรถแท็กซี่ที่ไอ้เติร์กเรียกมาที่ผับแห่งหนึ่ง  เหลือบไปมองเครื่องแต่งกายไอ้เติร์กแล้วก้มมองตัวเองก็รู้สึกอยากหันไปตบตีไอ้เพื่อนที่มาด้วยกันแรงๆเสียสักที

 

ไอ้หอกกกกกกกกกก มึงมึงมึงงงงงงงงงงงง จะมาผับหรูขนาดนี้ทำไมไม่บอกกูวะ!!!!

 

“กูถามมึงแล้วนะว่ากลับไปเปลี่ยนชุดไหม?”ไอ้เติร์กที่เหมือนจะรู้ทันความคิดของผมก็พูดขึ้นมาดักคอไว้เสียก่อน กูว่าแล้วถ้ามึงจะแต่งตัวหล่อขนาดนี้ แล้วไอ้ผมที่ยังอยู่ในเสื้อโปโลงานกีฬาสีของมหาวิทยาลัย กางเกงยีนส์เดฟขาดๆและรองเท้าสนีคเกอร์ที่จริงๆแล้วมันไม่ได้ดูน่าเกลียดอะไรหรอกถ้าไปร้านอื่น

 

แต่ร้านแบบนี้....

กับไอ้เติร์กที่ใส่เสื้อผ้าหน้าผมมาเป้ะทุกอย่างแบบนี้...

 

กูเป็นตัวอะร๊ายยยยยยย!

 

“มึง พี่ยามหน้าผับจะให้กูเข้าป้ะ”ผมเบ้ปากหันไปหาเพื่อนที่ดูจะขำผมไม่น้อย มันเอื้อมมือมาเซ็ตทรงผมให้ก่อนจะจัดคอเสื้อโปโลของผมให้ พับลายแขนเสื้อนิดหน่อยแล้วกอดคอพาไปที่หน้าประตูแบบไม่ทันให้ตั้งตัวทัน

 

เดี๋ยวๆๆๆๆ ไอ้ซั๊ซซซซซ เกรงใจถุงมาม่ากูนิดนึง โบโลน่าพริกหมูกูแพงนะโว้ยยยยยยยยย

 

“ไม่ต้องห่วงมึง เด็กคณะเราไม่ธรรมดานะเว้ย พี่บอลเค้ารับประกันมา เค้าเห็นตรามหาลัยเราก็หลบแล้ว อีกอย่างนะเว้ยที่นี่แม่มเด็ด วันนี้มีแต่เด็กมอเราไม่ต้องห่วงไรหรอก แจ่มๆทั้งนั้นมึง แค่คิดก็ฟินหละ!

 

ฟินโพ่งงงงง!!!

 

ได้แค่ด่ามันในใจครับ เพราะอย่างน้อยที่ไอ้เติร์กโม้มานั่นก็เป็นเรื่องจริง หลังจากที่เดินผ่านประตูมาอย่างง่ายดาย บรรยากาศภายในก็เต็มไปด้วยเด็กมหาวิทยาลัยเดียวกับเราจริงๆ สังเกตจากมีคนใส่เสื้องานกีฬามาเหมือนกันอยู่หลายคนกำลังโห่ร้องเต้นแร้งเต้นกาไปกับทำนองสนุกๆที่ดีเจเปิดให้

 

“ไอ้เติร์กๆ ทางนี้ๆ”เสียงเรียกดังขึ้นก่อนที่ผมจะถูกลากไปตามเสียงนั้น ระหว่างทางมีทักทายกันบ้างตามประสาคนเล่นกีฬาด้วยกัน และผมเองที่มองอะไรไม่ค่อยชัดเสียเท่าไหร่เนื่องจากโดนไอ้เติร์กลอกคอให้เดินตามมันไป อยากบอกให้มันปล่อยก็กลัวจะหลงเลยยอมให้มันลากจูงไปอย่างนี้หละ

 

“พี่บอลหวัดดีครับ พี่ๆหวัดดีคร๊าบบบบบ”พอมาถึงโต๊ะไอ้เติร์กก็ยกมือไหว้พวกพี่ๆ ผมเองก็ยกมือไหว้ตาม เอาตรงๆในโต๊ะนี่ก็พี่ๆที่คุ้นหน้ากันดีหละครับ อยู่คณะเดียวบ้างก็มาจากสาขาคอม บ้างก็มาจากสาขาอื่น ผ่านหน้าผ่านตามากันดี โดยเฉพาะพี่เดย์ที่เป็นก๊วนพี่ว้ากนี่เจอกันบ่อย

 

“ไม่รู้ว่าน้องพีชจะมาด้วย วันนี้แต่งตัวหล่อไม่เต็มเลย เสียความมั่นใจเลยหวะมึง”ผมยิ้มแหยๆให้กับคำแซวที่ได้รับแบบไม่ค่อยน่ายินดีเท่าไหร่จากรุ่นพี่ก่อนที่จะทิ้งตัวลงนั่งข้างๆไอ้เติร์ก

 

“ถุ้ยยย ไอ้แม็กเบาๆหน่อย เด็กไอ้โมมันเหอะ อย่างเราๆไม่เล่นของเพื่อนนะครับ”นี่พี่บอลครับ เจ้าตัวพูดออกมาเสียงดังยกมือชี้พี่แม็กที่เพิ่งแซวผมเมื่อครู่ก่อนจะเหลือบสายตาไปมองคนมาใหม่ “แหม...ตายยากจริงนะครับมึง พูดถึงก็มาเลย ได้กลิ่นเด็กมึงรึไงเนี่ย”

 

คำแซวพี่บอลนี่มันทำให้ผมรู้สึกสังหรณ์แปลกๆอีกแล้ว พอเหลือบตาไปมองก็เจอร่างสูงคุ้นตากำลังยืนจังก้าอยู่หน้าโต๊ะและประเด็นแม่มยืนอยู่ใกล้ผมด้วยไง ใกล้มากกกกกกก

 

ฮือออออออออออออออออออออออออออ ทำไมรู้สึกเหมือนโดนมองด้วยวะ?

ไป๊! ไปไหนก็ไป ไปไกลๆจากกูเลย เอาให้เหมือนเมื่อกี้ที่ขับไล่ไสส่งกูอ่ะ ชิ๊ว! ไปไกลโว้ยยยย

 

“อื้อ ว่าแต่พวกมึงมากันแค่นี้หรอวะ เพื่อนคนอื่นๆจะตามมารึเปล่า”เสียงทุ้มเอ่ยถามเหมือนเปลี่ยนประเด็นพี่บอล แต่จุดนี้ผมเริ่มไม่สนใจหละว่าทั้งสองคนจะคุยอะไรกัน เพราะไอ้เติร์กหันมาถามว่าอยากกินอะไรไหม เอาอะไรรึเปล่า แถมพี่ๆในโต๊ะนี่ก็เทคแคร์ดูแลผมอย่างดี

 

เอาซี่! พี่โมไม่แลน้องพีชก็มีคนพร้อมดูแลนะครับ!

เลือกได้นะเว้ยยย!

 

“ไอ้พีชมึงนี่ไม่ใจเลย ไม่แตะแอลสักอึกจะสนุกหรอวะ”ไอ้เติร์กหันมาถามผมอีกครั้งหลังจากที่พี่โมเดินจากไปแล้ว และผมเองก็เอาแต่ซดน้ำโค้กแกล้มกับมาม่าอืดที่อุตส่าห์พกเข้าพับมาด้วย ชีวิตแม่มอนาถหวะ...

 

“ไม่อ่ะมึง เดี๋ยวกูต้องเอามึงกลับหอ”

 

“โอโห้ คำพูดดูดี ดีจริงๆที่กูลากมึงมาด้วย วันนี้ทำตัวน่รักจังค่ะอยากได้อะไรคะบอกพี่เติร์กมาเดี๋ยวพี่เติร์กจัดให้”ไอ้เติร์กพูดพร้อมกับยิ้มกระลิ่มกระเหลี่ยส่งมาให้ ไม่พอยังยกมือมาหยิกแก้มผมเบาๆจนต้องเบนหน้าหลบมันอย่างไม่ค่อยชอบใจ

 

“หุบปากไป นั่งแดกดีๆจะขอบคุณมากมึง”ผมตอบแล้วยัดถั่วทอดของแกล้มบนโต๊ะเข้าปากมัน ได้ยินเสียงมันบ่นนิดหน่อยแต่ก็ยอมทำตามแต่โดยดี

 

บรรยากาศยามค่ำคืนยิ่งดึกก็ยิ่งสนุก คนเริ่มมากันเยอะขึ้น เพลงที่เปิดเริ่มมีคนสนุกไปกับมันมากขึ้น บริเวณพื้นที่มีคนโยกย้ายร่างกายไปตามจังหวะ และพี่ๆในโต๊ะของผมเองก็เช่นกันที่เริ่มออกไปสนุกสนานกันที่ฟลอร์ บ้างก็ยืนเต้นกันใกล้ๆเพราะห่วงโต๊ะ แต่ที่ยังนั่งอยู่กับโต๊ะคงมีเพียงผมและไอ้เติร์กที่นั่งฮัมเพลงอย่างอารมณ์ดี

 

“มึง”

 

“อะไรวะเติร์ก”

 

“กู”

 

“กู?”

 

“ปวดฉี่หวะ”

 

“ไอ้สัส ปวดก็ไปห้องน้ำดิ บอกกูเพื่อ?”

 

“มึงขวางทางกู หลบหน่อย”

 

ผมทำหน้าเอือมใส่เพื่อนที่กำลังยิ้มกวนๆส่งมาให้ก่อนจะหลบให้มันเดินออกจากโต๊ะไปทำธุระของตัวเอง อีกครั้งที่ผมว่างเสียจนไม่มีอะไรทำ บวกกับความเหนื่อยอ่อนของร่างกายที่ใช้พลังมาทั้งวันตั้งแต่เช้าเลยทำให้ไม่อยากทำอะไรนอกจากทิ้งตัวพิงกับพนักโซฟานิ่มๆแล้วหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดดูอะไรไปเรื่อยเหมือนคนที่รอนับเวลากลับบ้าน

 

ฟุ่บ!

 

แรงทิ้งตัวนั่งลงบนโซฟาข้างๆผมจนยวบลง แต่ผมเองก็ไม่ได้สนใจอะไรเพราะมัวแต่ตอบไลน์เฮียพลับที่ไลน์มาถามสารทุกข์สุขดิบแบบที่ทำทุกวัน แต่วันนี้เจ้าตัวดูวุ่นวายมากกว่าเดิมนิดหน่อยเมื่อผมบอกไปว่ามาผับกับเพื่อน

 

นั่งอ่านคำสวดที่ยาวเหยียดแบบไม่คิดจะเถียงเพราะเข้าใจที่เฮียบ่นมาเป็นความห่วงล้วนๆไม่มีจุดประสงค์ใดๆแอบแฝง เลยทำให้แอบจินตนาการหน้าพี่ชายตัวเองตอนที่กำลังพล่ามข้อความเล่านี้ขึ้นมาก็อดขำไม่ได้

 

 

“คุยกับใครเนี่ย คุณถึงได้ยิ้มขนาดนี้ ไม่เกรงใจผมเลยนะ”

 

 

ผมสะดุ้งตกใจก่อนจะหันไปมองเจ้าของเสียงที่เอ่ยทัก เบ้ปากใส่ไอ้คนหน้าตายที่ทำเย็นชาใส่ที่หอแล้วเขยิบตัวออกห่าง ทำเป็นไม่ได้ยินคำถามนั้นก้มหน้าก้มตาคุยกับเฮียพลับต่อ

 

“นี่คุณ ผมถามไม่ได้ยินรึไง”พี่โมส่งเสียงขึ้นถามพร้อมกับเขยิบตัวตามผมมาครับ ฮึ๊ยยยยยยยยยย หงุดหงิดชะมัด เดี๋ยวทำไมสนใจ เดี๋ยวสนใจ ต่อยกันไหมวะ อย่ามายุ่งกับกู้วววววววววว

 

ว่าแล้วเขยิบหนี -___-

แต่พี่โมก็เขยิบตาม ผมก็เขยิบหนีอีก พี่โมก็ตามมาอีก ฮ่วย!!!!!! พอ่ช่างตื้ออ๋อวะ พูด!!!

 

“พี่จะตามผมอีกนานไหมเนี่ย! ไปนั่งที่อื่นดิ ที่เยอะแยะ”ผมชักสีหน้าใส่ไอ้คนที่นั่งเบียดข้างกาย แถมทำหน้าทำตาลอยชายเอ้อระเหยใส่ได้น่าหมั่นไส้สุดได้อีก

 

“ผมหนาวอ่ะ ผมต้องการความอบอุ่น”

 

อบอุ่นโพ่งงงงง !

 

“ผมร้อน ไปไกลๆ”

 

“อยากให้ไปไกลๆก็ตอบมาก่อนดิ”

 

“ห้ะ?”

 

“ทดลองเป็นคนความจำสั้นหรอ”

 

แหมะ...เดี๋ยวนี้มีสำบัดสำนวนนะพี่โม

 

“ทำไมอ่ะ ผมจะคุยกับใครพี่เกี่ยวไร”ผมขมวดคิ้วใส่ก่อนจะหลบหันหลังให้พี่โมไปตอบไลน์พี่ชายที่เด้งขึ้นมาพอ

 

“โหยพูดงี้พี่เสียใจนะครับน้องพีช”

 

“โอยยยย ออกไปไกลๆพี่เหม็นเหล้าหวะ”ผมหันไปผลักอกพี่โมที่แกล้งเบียดผมไม่หยุด ไอ้เชี่ยเติร์กไปไหนเนี่ย!! ท่อแตกรึไงวะ เข้าห้องน้ำนานไปแล้วนะมึงงงง!

 

ช่วยกูที!!!!

 

“พีชแม่มใจร้ายหวะ!”ไม่ทันที่ผมผลักพี่โมได้นานเจ้าตัวก็เปลี่ยนร่างเข้าโหมดดราม่าและผละตัวออกห่างจากผมแบบที่ไม่ทันตั้งตัว ไอ้หน้างอๆคอหักเป็นปลาทูนั่นอีก

 

เดี๋ยวๆๆๆๆ มึงเป็นโรคหลายบุคลิกเปล่าเนี่ยพี่โม! กูตามไม่ทันครับ!

 

“อะไรพี่ เมาป่าวเนี่ย?” ผมหันไปมองพี่โมที่ทำหน้างอไม่พอยังทำตาขวางใส่ผมอีก โฮร่วววววววววว ออปชั่นใหม่โว้ยยยย

 

“คุณทำผมเสียใจมากี่รอบแล้วเนี่ย”

 

“ห้ะ”

 

“วันนี้จะมาเชียร์ก็ไม่มา ยังไม่รวมกับคุยกับใครก็ไม่รู้อีก นี่ผมเป็นตัวเลือกคุณใช่ไหม?”

 

“เดี๋ยวพี่ เดี๋ยว”

 

“ไม่ดงไม่เดี๋ยวไรทั้งนั้นอ่ะ ง้อสักแอะก็ไม่มี งอนนะเว้ย”

 

โว้ยยยยยยยย กูจะบ้า! พี่โมภาคนี้แม่มมุ้งมิ้งกระดิ่งแมวเหลือเกิน ฮือออออออออออ เมาแล้วทำตัวแบบนี้หรอวะพี่?

 

“เมาแน่ๆ”ผมพึมพำก่อนจะเบ้ปากให้ นึกขึ้นได้ว่าในกระเป๋ากางเกงมีของที่ซื้อมาติดมาด้วยเลยล้วงแล้วยื่นให้“อ้ะ ง้อ!

 

พี่โมเงยหน้ามองของในมือผมก่อนจะเบ้ปากใส่

 

 “คุณเห็นผมเป็นเด็กรึไงครับ?”

 

แหมะ จะแทนตัวว่าผม หรือพี่ตอนนี้เอาดีๆดิ๊พี่โม กูตามโหมดมึงไม่ทันนะ

 

“จะเอามะ ไม่เอาจะเก็บนะ”ผมพูดก่อนทำท่าจะชักมือกลับแต่พี่โมดันคว้าข้อมือของผมไว้ก่อนแล้วหยิบลูกอมในมือไป

 

“คุณนี่ใจดำชะมัด ของให้คนอื่นแล้วเอาคืนได้ไง”ไม่บ่นเปล่ายังแกะห่อแล้วอมหน้าตาเฉยอีก

 

“เลิกงอนยัง?”ผมถามออกไป พร้อมกับมองหน้าพี่โมที่ตอนนี้กำลังยกยิ้มที่มุมปากของตัวเองอยู่

 

“อย่างผมจะงอนคุณได้นานเท่าไหร่เชียว มีแต่คุณแหละที่ใจร้ายกับผม หลอกให้รักซ้ำๆแบบนี้ตลอดเลย”

 

เดี๋ยวนะ...

พี่โมมึงนี่เคยเล่นลิเกมาก่อนป่าววะ? เอาดีทางลิเกแทนไหม?

 

“พี่นี่แม่ง....”ผมทำหน้าแหยงๆกับคำพูดนั้นก่อนที่โทรศัพท์จะสั่น พอยกหน้าจอดูเห็นเป็นรูปหน้าเฮียพลับให้รู้สึกสยองเล่น โว้ยยยยย โทรมาทำม้ายยยยยย ตอนนี้ยังไม่ถึงหอเลยค้าบบบบบบ ไม่น่าหลอกเฮียแม่มเลยว่ากำลังจะกลับหอ

 

“ใครโทรมาอ่ะ”พี่โมคว้าแขนของผมอีกครั้งเมื่อเห็นว่ากำลังลุกลี้ลุกลนหาทางออกไปข้างนอกเพื่อได้ที่สงบๆรับสาย

 

“เดี๋ยวมาบอกกก ปล่อยก่อนพี่!”ผมพยายามสะบัดข้อมือตัวเองสายตาสอดส่องหาทางรอด แต่พี่โมดันไม่ยอมให้ความร่วมมือเสียนี่

 

“ไม่เอา ผมถามคุณหลายรอบแล้วแต่คุณก็ไม่ยอมบอกผมเสียที”

 

“อะไรวะพี่เป็นไรเนี่ย”วันนี้ทำไมพี่โมมันดูงี่เง่างอแงจังวะ เอาไม้ฟาดสักทีจะหายจากอาการนี้ไหม?

 

“หึงอ่ะ คุณไม่รู้รึไง?”

 

โถ๊ะ.....ไอ้ฟายยยยยยยยยยยยยยยย พูดมาได้ไม่อายปากเล๊ยพี่โม๊ T________T

ถามว่ากูเขินไหมเนี่ยที่พูดแบบนี้เนี่ย ตอบ!!!

 

“ตกลงเป็นใครเนี่ย แฟน? บอกมาเลยคุณผมโอเค”

 

ไปกันใหญ่แล้วโว้ยยยยยย!ฟงแฟนบ้าบอไรกั๊นนนนน เอาสมองส่วนไหนคิดวะ ฮืออออออออออออออออออ

 

“พี่ชายเว้ย! ฟงแฟนบ้าไร มีแต่พี่นี่แหละจีบผมอยู่คนเดียวเนี่ย!”ผมโวยวายเสียงดังก่อนจะรีบวิ่งออกมารับสายพี่ชายที่ยังคงต่อสายมาหาอย่างต่อเนื่อง โดยไม่รู้เลยว่าปล่อยให้ไอ้คนที่ได้รับคำตอบยืนยิ้มเป็นคนบ้าอยู่ข้างหลัง

 

 

 

งานจะเข้าแบบไม่รู้ตัวสินะกู...

โธ่...เวรของพิชญ์พล

 

 

 

 

TBC





 

 

แถม

 

 

 

 

หลังจากที่คุยโทรศัพท์กับเฮียพลับจบแล้วกลับมาที่โต๊ะ ความรู้สึกแรกที่ผุดเข้ามาในหัวผมคือ

 

“กู-อยาก-ฆ่า-ไอ้-เติร์ก!

 

ไอ้เพื่อนโคตรทรพีที่กล้าทิ้งผมได้ลงคอทั้งๆที่มั่นหมายกันดิบดีว่าจะกลับด้วยกัน พี่บอลนี่โคตรจะชิวเลยบอกผมด้วยหน้าตาเฉยไม่สะทกสะท้านกับท่าทีเสียอกเสียใจของผมแม้น้อย บอกคำเดียวว่าไอ้เติร์กโดนพี่เดย์ลากกลับบ้านไปแล้ว เดี๋ยวนะกับพี่เดย์ที่อยู่คนละภาคนี่มึงเอาเวลาไปสนิทกันจนขนาดลากกลับบ้านตอนไหนวะ???

 

แต่เดี๋ยวก่อนนั่นไม่ใช่ประเด็นที่ผมอยากฆ่ามันทั้งหมดครับ ความเลวร้ายไม่จบลงเพียงแต่เท่านั้นเมื่อผมทำท่าอารมณ์เสียแล้วเดินออกมาจากร้านแบบที่คิดว่าคงต้องนั่งแท็คซี่กลับหอคนเดียวแน่ๆ และไม่ติดว่าไอ้เสียงเรียกด้วยน้ำเสียงโคตรดีใจที่ดังทักนั่นเป็นของกลุ่มพี่ว้ากที่คุ้นหน้ากันดี

 

กูทำเป็นไม่รู้จักได้ไหมวะ?

 

“น้องพีชค้าบบบบบบบบบบบบ”ไอ้พี่ก้องวิ่งหน้าสลอนมาหาก่อนจะคว้าคอผมไว้แบบลิดรอนช่องทางหลบหนีของผมไปโดยปริยาย ผมเลยได้แต่หันไปยิ้มแหยๆให้พี่เค้าแล้วยกมือไหว้แบบที่รุ่นน้องพึงจะมีให้รุ่นพี่ที่เคารพ

 

“หวัดดีครับพี่ก้อง ว่าแต่เรียกผมทำไมหรอครับ?”ผมแสร้งทำหน้าไม่รู้เรื่องราวอะไรทั้งสิ้น รีบทักทายแล้วรีบชิ่งถือเป็นเรื่องดีที่สุด

 

แต่หากว่าคุณคิดว่ามันง่ายขนาดนั้นเห็นทีสงสัยจะคิดผิดครับเมื่อพี่ก้องวาดยิ้มร้ายๆมาให้

 

“แหม เรานี่ก็ร้ายนะเนี่ย สามารถทำเพื่อนพี่เมาได้ขนาดนี้ถือว่าไม่ธรรมดาเลย ยังไงพี่คงต้องรบกวนน้องพีชมันกลับหอด้วยหละกันนะครับ ก็อยู่ที่เดียวกันนี่เนอะ ^ ^

 

แค่นั้นหละครับ พอไอ้พี่ก้องพูดจบก็หันไปส่งสัญญาณให้พี่ทีที่พยุงไอ้คนขี้เมามาทิ้งไว้ให้ผม เป็นภาระก้อนใหญ่ ไปพอยังทำหน้าที่จัดหารถแท็คซี่แล้วเชิญขึ้นรถแบบโคตรจะเซอร์วิสตามมา

 

ที่ไม่ธรรมดาคือ พี่โมแม่มเมาแล้วรุงรังมากครับ!!!

 

“น้องพีชใจร้าย”

 

เสียงพูดงุ้งงิ้งดังขึ้นขณะที่ผมกำลังนั่งถอนหายใจเสสายตาไปนอกกระจกรถแบบไม่สนใจคนเมาคอพับคออ่อนอยู่ข้างๆ

 

“ใจร้าย...”

 

ผมเหลือบไปมองไอ้เจ้าของเสียงที่กำลังปรามาสผมอยู่ตอนนี้ก่อนจะพบว่าเจ้าตัวมองมาที่ผมอยู่ก่อนแล้ว แถมยังทำท่าได้เหมือนกับเด็กน้อยใจอะไรสักอย่าง หรือลูกหมาที่รอเจ้าของมาเอาใจ ทำหูตกหน้าซึมได้น่าเอามือไปตบกกหูซักทีให้พี่แกฟื้นคืนชีพ

 

แต่ติดตรงที่ใจไม่กล้าพอเนี่ยแหละ

 

“ไหนขอดูหน้าคนใจร้ายหน่อย”

 

ไม่ว่าเปล่าๆยังแถมออบชั่นเป็นการเอื้อมมือมาประคองใบหน้าผมไว้ทั้งสองข้างแล้วเขยิบตัวมาชิดแล้วชะโงกหน้ามาจ้องตาแบบห่างกันไม่ถึงคืบ ไอ้คนที่ไม่ได้ตั้งตัวและยังคงงงกับท่าทีแบบนั้นของคนตรงหน้าได้แต่มองตาปริบๆ รอดูว่าพี่โมมันจะพูดอะไรต่อ

 

“น่ารัก....คนใจร้ายน่ารักจังเลยค้าบบบ”

 

พี่โมว่าก่อนจะยิ้มกว้างอยู่แบบนั้นเล่นเอาระบบการทำงานของหัวใจของผมเริ่มรวมอีกแล้ว นึกขอบคุณบรรยากาศของรถแท็คซี่ในยามค่ำคืนที่ไม่ได้สว่างมากนักที่ทำให้คนตรงหน้ามองเห็นว่าผมแสดงสีหน้าแบบไหน และหน้าของผมมันแดงแค่ไหนกัน

 

“แหนะ...ชมก็ไม่ยอมพูด งี้แหละคนใจร้าย”

 

พี่โมเบะปากก่อนจะปล่อยมือทั้งสองข้างลงและแก้มของผมก็เป็นอิสระอีกครั้ง โชคดีที่รถแท็คซี่ขับเคลื่อนเข้ามาในบริเวณซอยหอพักพอดี เลยต้องรีบหาเงินมาจ่ายให้พอดีกับค่าบริการ และผมเองก็ต้องลากไอ้คนขี้เมาลงมาจากรถด้วยเช่นกัน

 

“พี่โมลงเร็ว”

 

ผมหันไปสะกิดร่างสูงที่ตอนนี้ทำตัวงอแงไม่ยอมลงจากรถจนคุณลุงโชเฟอร์เหลือบมองผ่านกระจกหลังด้วยสายตานึกขันจนผมอยากจะวิ่งลงจากรถแล้วทิ้งพี่โมมันไว้ตรงนั้นแหละ

 

“พี่โมเมาแล้วอย่างอแงดิวะ ทำตัวดีๆแล้วลงมาจากรถนะเว้ย”

 

ผมเริ่มโวยวายกับท่าทีเหล่านั้นที่ตอนนี้ไม่มีคราบพี่ว้ากเจ้าของมาดนิ่งๆ แววตาคมๆที่มองเด็กแบบที่สามารถเชือดคนด้วยสายตานั้นอีกแล้ว

 

“ผมหนะ ถ้าผมทำตัวดีๆคุณจะรักผมไหม?”

 

คำถามที่ถูกส่งทำเอาผมปล่อยมือทั้งสองข้างทันทีด้วยความรู้สึกแปลกๆอย่างบอกไม่ถูก เหมือนโดนฟ้าผ่าเข้ามากลางหัวและตกใจจนทำหน้าไม่ถูก

 

เหลือบมองโชเฟอร์ แกก็ฮัมเพลงยิ้มอารมณ์ดีรอ

เหลือบมองพี่โมก็นั่งทำหน้ายู่รอฟังคำตอบแบบที่ถ้าไม่ได้คำตอบที่ถูกใจมันก็คงจะงอแงแน่นอน

 

โธ่...อะไรจะซวยขนาดนี้วะกู

แม่!!! เอาพีชไปจากตรงนี้ที!!!!

 

 

“หึหึ ไม่เห็นต้องทำหน้าลำบากใจขนาดนั้นเลยคุณ”

 

และไม่ทันที่ผมจะได้ตั้งสติหรือคิดหาคำตอบดีๆมาตอบ ไอ้เจ้าของคำถามก็พูดโพลงขึ้นมาเป็นอันตัดบท และยอมลงจากรถอย่างว่าง่ายแบบที่ผมเองก็ตามอารมณ์พี่แม่มไม่ทัน แต่ก็ต้องหันไปขอโทษคุณลุงเจ้าของรถก่อนจะปิดประตูแล้วรีบเดินตามไอ้คนเมาที่โซเซแสกนนิ้วเข้าประตูหอไปแล้ว

 

โอ้ยยยยยยยยย! เป็นอะไรอีกวะครับคุณโมกุ๊ลลลลลลลลล!

 

“เดี๋ยวพี่ เป็นไรเนี่ย”ผมรีบก้าวเท้าให้เร็วกว่าเดิมเพื่อหวังจะเดินตามพี่โมให้ทัน และอยากจะบีบคอพี่แม่มเหลือเกินที่ไม่ยอมเดินไปกดลิฟต์แต่เลือกที่จะเดินขึ้นบันไดไปแทน

 

โอ้โห ชั้นสี่ครับ กูอยู่ชั้นสี่ครับพี่!!

แต่จุดนี้อย่าเพิ่งห่วงเมื่อย ห่วงไอ้คนเมาที่เดินขึ้นบันไดอย่างเร็วตรงหน้าก่อน

 

“พี่โม..ฮ...เฮ้ย เชี่ย!”ผมร้องเสียงหลังจากที่หน้าไปชนแผ่นหลังของพี่โมเต็มๆ

 

บทจะหยุดก็หยุดนะมึง ไม่เคยให้สัญญาณอะไรเลยรึวะ?

 

“พอเถอะคุณ ไม่ชอบผม หรือไม่ได้คิดแบบเดียวกันก็อย่ามาทำอะไรแบบนี้กับผมเลย....”

 

อื้อหือ...

เมื่อคืนแอบดูซีรี่ย์เกาหลีมาป้ะครับพี่?

 

“ผมทำไรพี่?”

 

“คุณก็รู้อยู่..”

 

“แล้วถ้าจะทำ แล้วยังไง?” ผมเลิกคิ้วยืนมองแผ่นหลังกว้างที่เจ้าของของมันไม่ยอมหันหน้ามาคุยกันดีๆเสียที

 

“ผม...”

 

“ห้ามพูดว่าจะตัดใจนะพี่ มีต่อยฟันหักนะ” ผมพูดดักคอเจ้าตัวไว้ ก่อนที่พี่โมจะหันมามองหน้าผมด้วยใบหน้าหงุดหงิด”นี่เป็นแบบนี้ต้องการอะไร? เรียกร้องความสนใจอ๋อ” ผมยักคิ้วมองพี่โมที่เขายังทำหน้างงกับท่าทีของผมอยู่

 

 

อันที่จริงผมก็ถามตัวเองมาได้สักพักแล้วว่าอยากให้เรื่องราวระหว่างตัวผมเองกับพี่โมเดินไปในรูปแบบไหนดี

 

“ผมจะบอกว่าพี่งั้นก็ทำต่อไปนะ”

 

“...”

 

“ทำต่อไปจนกว่าผมจะสนใจ”ผมพูดจบก็คว้าข้อมือพี่โมให้เดินตามขึ้นบันไดไป และครั้งนี้พี่โมก็เดินตามแต่โดยดีแบบไม่มีงอแงสักแอะจนกระทั่งถึงหน้าห้องพี่แก

 

ดูเดะ ผมแมนป้ะหละมาส่งลุงรหัสถึงห้อง!

 

“เข้าห้องไปพักผ่อนได้แล้วครับพี่ ทำตัวดีๆนะรู้ป่าว”ผมพูดพร้อมกับยิ้มกว้างๆให้พี่โมหนึ่งทีก่อนจะวิ่งลงบันไดไปชั้นสี่เพื่อกลับห้องตัวเอง

 

มือล้วงโทรศัพท์มือถือขึ้นมาพร้อมกับกดเข้าแอพลิเคชั่นแชทสีเขียวเจ้าประจำก่อนจะพิมพ์ข้อความให้กับหน้าแชทของคนที่เพิ่งเดินขึ้นไปส่ง

 

 

Peach.apol

ทำตัวดีๆ ) 01.34

จะได้มีคนรักรู้ป่าว J ) 01.34

 

 

 

 

 

 

 

 

แอร้ะ เขินนนนนน ปามือถือแพร่บนะครับ T/////T

โห่! นี่ใคร นี่พิชญ์พล แมนๆแตะบอลนะครับ โฮรววววววววววววววว

กูทำอะไรลงป๊ายยยยยยยยยยย!

 

 

 

 

 

 

 




 

 

 

จบของแถม J












Talk: มาลงให้แว้ววว วู้ววววว โว้วววววว โย้ววววววววว แฮ่! แต่คอมเม้นน้อยลง น้อยลง ผิดกับยอดวิวกับยอมติดตามจุงบุย ; w ;) เค้าเสียจาย #ซบอกพี่โม #โดนแม่ยกโมพีชตบ
เอาหละ อย่าลืมเม้นให้เค้าน้า เจอกันตอนหน้า!


ปล. อย่าลืมจับจองเป็นเจ้าของพี่โมน้องพีชได้ในหน้าถัดไปเน้อ
ปปล. ระวังจะเสียใจที่ไม่ได้เล่นนี้ไปครอบครองงงงง เอิงเอิงเอยย (โหมดโฆษณา 55555)


รักนะแจ้ะ

a solphase





#ยิ้มให้แบบพี่มาร์ค #แอร้ะะะะ #เขินนน

 

 











 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 54 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3,209 ความคิดเห็น

  1. #3178 Kkraint (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2561 / 19:30
    อ่านไปเขิลไป หยักมีแฟนแบบพี่โมจัง°///°(ข้ามเม้นนี้ไป)
    #3,178
    0
  2. #3073 sonwapoppe (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2560 / 18:33
    โอ้ยยยยชอบบบข????
    #3,073
    0
  3. #3065 arenajangg (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2560 / 10:57
    โอ้ย ชอบ
    #3,065
    0
  4. #3031 feonixsh (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2560 / 13:08
    พี่โมงอลลล พีชมาง้อออแล้ววว
    #3,031
    0
  5. #2965 namhom-3449 (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 1 เมษายน 2560 / 11:49
    ง่อวววพี่พีชคนเเมน พี่โมตอนเมาโคดน่าร้ากกก
    #2,965
    0
  6. #2950 inffg (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2559 / 18:20
    อื้อฮือออพี่พีชคนแมนน
    #2,950
    0
  7. #2945 Khimsecrets (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 2 กันยายน 2559 / 13:50
    ง่อววววววว จบสวย
    #2,945
    0
  8. #2819 janeicelet (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2558 / 12:15
    นังพีชขี้อ่อยยย 5555555555555
    #2,819
    0
  9. #2623 KiHaE*129 (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 9 กันยายน 2558 / 01:02
    ต้องเมาบ่อยๆ น่ะพี่โม
    #2,623
    0
  10. วันที่ 21 มิถุนายน 2558 / 22:25
    โอ้ยยยยยยยยย ชอบพี่โมเมา 5555555555
    #2,444
    0
  11. #2275 ปากกาน้ำแดง (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2558 / 18:30
    ฮืออฟินนนน><ชอบ
    #2,275
    0
  12. #2240 P.Secret (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 30 เมษายน 2558 / 12:52
    อู้ววววววววววววววววววว
    ทำไมของแถมถึงดีเช่นนี้
    ฮืออออออ
    เค้าก็ทำตัวดีนะพี่พีช
    พี่พีชจะรักเค้าป่าววววว ><~
    #2,240
    0
  13. #2209 sundaymorning3841 (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 28 เมษายน 2558 / 15:23
    พี่โมก็ตั้ลลั้ก น้องพีชก็ตั้ลล้ากกกกกกกกกก ตั้ลลั้กๆๆๆๆๆๆๆกันโหมดดดดดดดด
    #2,209
    0
  14. #2046 GUNGGING (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 4 มีนาคม 2558 / 18:18
    บางทีก้อรู้สึกว่า พี่โมเป็นางเอกเปล่าว่ะ งอนจังเลย พีชยังแมนกว่าเลย
    #2,046
    0
  15. #2035 ony.pp (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2558 / 18:11
    มีงอนนนนนนนน55555555
    #2,035
    0
  16. #1869 Sirigon So Kongto (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2557 / 12:59
    รักจัง-โมพีซ
    #1,869
    0
  17. #1601 shshshx (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2557 / 20:47
    พีชใจร้ายยยยยยย ชอบทำให้พี่โมเสียใจจ ไม่ง้อนางเลยยยยยย
    #1,601
    0
  18. #1457 KimHeeBum (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2557 / 13:09
    น้องพีชรีบๆใจอ่อนเถอะ สงสารพี่โม
    #1,457
    0
  19. #1367 cHAchar (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2557 / 17:51
    พิชญ์พลขี้อ้อยยยยยยยยยยยยยย
    พิชญ์พลขี้อ้อยยยยยยยยยยยยยย
    //ประจาน 
    #1,367
    0
  20. #1219 ' ✚PLOY : poiz,, ☆ (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2557 / 22:12
    ทำไมตอนนี้พี่โมง้องแง้งมุ้งมิ้งฟรุ้งฟริ้งดูน่ารักจัง เมาทีนี่มาดพี่ว้ากไม่เหลือให้เก๊กต่อเลย 55
    ดูท่าน้องพีชคงไม่มีเวลาว่างให้ใจสงบแล้วล่ะค่ะ >//////<

    #1,219
    0
  21. #1104 Ploythor. (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2557 / 09:27
    ฮอลเราหลงพี่โมเวอร์ชั่นนี้ขอกลับบ้านได้มั้ยงื้อเขินน
    #1,104
    0
  22. #1085 THE K. (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2557 / 01:13
    พีชชชชชช แกอ่อยว่ะะะะ เกร้ด เจ้จิไม่ทน
    #1,085
    0
  23. #1083 onuma781998 (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2557 / 20:29
    อ๊ากกกกกกกกกชอบมากอ้ะะะะ เค้าเพิ่งมาอ่านวันนี้เองงชอบมากๆเลยยย ติดตามน๊าามาอัพบ่อยๆนะคะ  แอดแฟบแย้ววว
    #1,083
    0
  24. #1077 p_cosicosi (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2557 / 13:25
    >/////////////////<
    #1,077
    0
  25. #1076 decha bn (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2557 / 06:55
    แมนเลยพีช แกแมนมาก
    พี่โมเมาแล้วมุ้งมิ้งอ๋อ มอมเหล้าแกบ่อยๆน่าร้ากกกกก
    #1,076
    0