DOGMATIC LOVE (Yaoi) | รับน้องป่วนๆกับก๊วนวิศวะ

ตอนที่ 2 : Ch 2 - เป็นปี 1 ต้องอดทน สิบล้อชนต้องไม่ตาย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 22,707
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 77 ครั้ง
    2 พ.ย. 60

 


 

2

“เป็นปี 1 ต้องอดทนสิบล้อชนต้องไม่ตายJ

 

 


 

             “ปีหนึ่งทั้งหมด แถวตอนเรียงยี่สิบปฏิบัติ! หนึ่ง....สอง....สาม....”



 

“เฮ้ย!!!!!!!


ผมร้องลั่นขณะที่พี่วินหน้าปากซอยหอผมกำลังจะจอดเทียบท่าฟุตบาทหน้าลานเกียร์ของคณะ ไอ้บ้าเอ๊ยยยย คิดว่ายังไงก็ทันหละ ไอ้พี่ว้ากนี่ก็ ทำไมมาเรียกแถวตอนนี้วะ!!!


ฮึ๊ยยยยยยยยยย!!!



“อ่ะ พี่สิบบาทไม่ต้องทอน!” ผมยัดเหรียญสิบใส่มือพี่วินก่อนจะวิ่งหน้าตั้งไปเข้าแถวกับเพื่อนๆให้ทัน ปงเป้ก็โยนที่ม้าหินอ่อนแถวๆ นั้นหละ เลิกรับน้องค่อยมาเอา



ว้ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

วิ่งไม่คิดชีวิตก่อนกู๊วววววว!!!






“ยี่สิบเอ็ด...ยี่สิบสอง....”




และแล้วทันทีที่ผมวิ่งไปต่อท้ายแถวสักแถวที่เขาตั้งกันก็พากันนั่งพรึ๊บลงกับพื้นคอนกรีตที่กำลังระอุได้ทีเลย ก้นแทบไหม้กันเลยทีเดียว ผมมองหน้าคนข้างๆ ก่อนจะยิ้มแห้งๆ ส่งไปให้เพื่อนคนคุ้นหน้าคุ้นตา



แหมะพวกมึง ที่ท้ายแถวนี่จัดไว้เพื่อกลุ่มเรารึเปล่าวะเนี่ย มากันครบหน้า

ทั้งไอ้โช ไอ้เบล ไอ้พอล และไอ้เติร์ก นั่งกันหน้าสลอนเชียว = =;;;



“ยี่สิบสอง....นับยี่สิบสอง...ห่วย!




แหงะ...กูนั่งไม่ทันไรไอ้พี่โมเริ่มแหกปากอีกแล้วครับ!



“พวกคุณทำได้แค่นี้เองหรอครับ? ไม่ว่าจะกี่ครั้งกี่ครั้งพวกคุณก็ไม่เคยสามัคคีกัน ไม่เคยจัดแถวได้พร้อมเพรียงกัน ไม่เคยรู้หน้าที่ของกัน และกัน ไม่เคยทำได้!” ระหว่างที่พี่โมแหกปากด่าอยู่ด้านหน้าหลายๆ คนก็ก้มหน้ารับคำด่ากันไปครับ แต่ผมขอยลหน้าพี่โมหน่อย อยากรู้ว่าจะมีเสียงแหกปากแบบนี้ไปอีกนานแค่ไหน



                “ปีหนึ่งทั้งหมดลุก!


แหมะ...เหมือนไอ้พี่โมมันจะมีญาณทิพย์ครับ เพราะผมนินทามันในใจไม่ทันเท่าไหร่มันก็สั่งพวกเราให้ลุกขึ้น แหมะ พี่ว้ากสั่งทั้งทีน้องปีหนึ่งอย่างพวกผมมีหรือจะไม่กล้าสนอง จัดให้แบบทันใจลุกพรึ่บพรั่บแบบสั่งปุ๊บได้ปั๊บคร๊าบบบ


“วิ่งรอบลานยี่สิบสองรอบปฏิบัติ!


“โหยยยยยยยย” ผมร้องขึ้นมาเบาๆครับ แต่ดันพอดีกับที่อิพี่โมเงียบพอดี


ให้ตายเถอะ!

สวรรค์ไม่เคยเมตตาโผ้มมมมมมมมม!



“เมื่อกี้ใครโวยวายครับ!” พี่โมตะคอกเสียงถาม เล่นเอาผมเสียวสันหลังวูบวาบ แต่ไอ้พอลหันมาส่ายหน้าไม่ให้ผมแสดงตัวออกไป ผมเลยยั้งมือไว้ก่อน


“ใคร! เป็นลูกผู้ชายกล้าทำก็กล้ารับสิครับ! หรือพวกคุณเป็นอย่างอื่น!” พี่โมตะคอกมาอีกครั้ง ผมกัดฟันแน่นเมื่อโดนกล่าวหาแบบนี้ สุดท้ายก็ยกมือขึ้นเพื่อแสดงตัวว่าตัวเองเป็นคนอิดออดเมื่อครู่


“ผมเองครับ” ผมยกมือสูงท่ามกลางสายตาหลายๆ คู่กำลังหันกลับมามอง แต่ถูกเสียงที่ต้นตะโกนสั่งไว้ก่อน

 

 

“พวกคุณมองอะไร ผมสั่งให้คุณหันไปหรอครับ! ห้ามหัน! มองมาที่ผมนี่!


 ผมมองหน้าเพื่อนๆ ที่กำลังส่ายหัวให้ผม แล้วเหตุการณ์ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้นเมื่อไอ้โชมันยกมือด้วยอีกคน


“ผมด้วยครับ!

เมื่อไอ้โชยกมือไอ้พอลไอ้เบลไอ้เติร์กก็พากันยกมือขึ้นพรอมกัน



“พวกผมก็ด้วยครับ!

ผมหันไปมองพวกมันด้วยความรู้สึกแปลกประหลาด ถึงแม้จะรู้สึกผิดที่ทำให้พวกมันโดนหางเลข แต่ก็รู้สึกอุ่นใจ การมีเพื่อนมันดีแบบนี้นี่เอง



“หึ!” พี่โมยืนมองแล้วหัวเราะขึ้นจมูก พร้อมกับแย้มรอยยิ้มร้ายขณะมองหน้าพวกผมจนทำให้รู้สึกขนลุกขึ้นมาแปลกๆ


“พวกคุณกำลังเล่นตลกกับผมหรอครับ?” พี่โมถามขึ้นมาอีกครั้งขณะที่พวกเราทั้งห้ายังคงยืนเงียบ จนพี่โมตะคอกเสียงดังอีกครั้ง


“ตอบ!!!!



เอ๊อออออ กูรู้แล้วไอ้พี่โม๊ววววววว ทำแบบนี้เส้นเสียงพี่ไม่ว่าหรอคร๊าบบบบบ กูตอบก็ได้ ฮื้อออออออออ



“เปล่าครับ!” ผมตอบออกไป


“เปล่าแล้วคุณคัดค้านผมทำไม!


โอ๊ยยยย เปล่าครับบ กูไม่ได้คัดค้านครับพี่โม กูแค่อิดออดเท่านั้นเอ๊งงงงงง ใครจะไปกล้าคัดค้านมึงคร๊าบบบบบ!




“ตอบ!!!



กูว่ากูต้องซื้อฮอลล์คูลให้กินจริงๆ หรือเอาเสตรปซิลดีครับ?

แอร๊วววว กูต้องตอบก่อน เดี๋ยวแหกปากอีก!



“ไม่ได้คัดค้านครับ ผมแค่รู้สึกไม่ยุติธรรม เพราะพวกผมเองก็ดีขึ้นจากเมื่อวานตั้งเยอะครับ”


“ดีขึ้น? ไม่ยุติธรรม? สงสัยคุณจะลืมที่ผมบอกคุณไปเมื่อวานแล้วสินะครับ คุณพิชญ์พล!


“จำได้ครับ!


“ดี! งั้นผมคงต้องรบกวนคุณท่องให้เพื่อนๆ ฟังหน่อยนะครับว่าผมบอกพวกคุณไว้ว่าอะไร ปฏิบัติ!



พี่โมพูดแค่นั้นก่อนจะกอดอกมองตรงมาที่ผม คงรู้สึกดีกว่านี้ ถ้าตอนนี้รุ่นพี่แทบทุกคนในบริเวณรับน้องไม่ได้มองมาที่ผมเป็นสายตาเดียว ไม่ว่าจะเป็นพี่ต้น พี่สอง พี่ซัน พี่เอ็ม มองผมสายตาเดียวกันหมด ถึงแม้มีเพื่อนมายืนร่วมชะตากรรม แต่ไอ้คำสั่งเมื่อกี้คือให้ผมพูดคนเดียว



เอาไงเอากันวะ ไหนๆ กูก็ถูกหมายหัวหละ ยังไงก็ได้ครับพี่!



“ข้อหนึ่งรุ่นพี่คือกฎ!” ผมรวบรวมความกล้าพูดออกมา ก่อนที่พี่โมมันจะส่ายหน้าแล้วยกมือบอกให้ผมหยุด


“ผมไม่ได้ยินคุณครับ! เอาใหม่! ข้อหนึ่ง!


“รุ่นพี่คือกฎ!




“ข้อสอง!

 

 

“รุ่นพี่ถูกเสมอ!




“ข้อสาม!



“รุ่นพี่ถูกที่สุด!





“ข้อสี่!

“ถ้ารุ่นพี่ทำผิดจริงต้องกลับไปดูข้อที่หนึ่งครับ!




“พวกคุณได้ยินที่เพื่อนพูดไหม!!”  พี่โมเลิกสนใจผมแล้วหันไปสนใจเพื่อนๆ ในคณะที่เหลือ


“ได้ยินไหม!!!



“ได้ยินครับ/ค่ะ!!


“งั้นที่ผมสั่งซ่อมพวกคุณให้วิ่งยี่สิบสองรอบลานเกียร์ผมผิดรึเปล่า!


“ไม่ผิดครับ/ค่ะ!!!!


“ดี!! งั้นวิ่งรอบลานยี่สิบสองรอบปฏิบัติ!


ทันทีที่พี่โมสั่งจบพวกเราเริ่มทยอยออกไปวิ่งทีหละแถวตามคำสั่ง ผมเหลือบมองเสี้ยวหน้าด้านข้างไอ้พี่โมที่มองพวกผมด้วยใบหน้าเคร่งขรึม




เวรกรรมกูแท้ๆ ที่ดันเลือกแอดมิชชั่นคณะวิศวะเนี่ย!!!

 

 




 







 

ผมมองเด็กปีหนึ่งคนสุดท้ายเริ่มออกวิ่งไปที่ลานเกียร์ก่อนจะหันไปมองหน้าไอ้ต้นที่มองผมอยู่ก่อนแล้ว ผมเลิกคิ้วสูงเชิงคำถามก่อนที่ไอ้ต้นจะหัวเราะขึ้นจมูกใส่


“มึงคิดอะไรรึเปล่าวะ?” ไอ้ต้นมันถามขึ้น ซึ่งคำถามมันไมได้ทำให้ผมเก็ท


“คิดอะไรวะ?”


“น้องพิชญ์พลของมึงนั่นหนะ กูเห็นตั้งแต่เมื่อวานหละ” ผมหันไปมองไอ้ต้นด้วยสายตาแปลกๆ ก่อนจะส่ายหัวแบบไม่สนใจอะไรมาก


“กูไม่ได้คิดอะไร กูเป็นคนปกครองต้องรักษาวินัย เด็กมันทำผิดกูก็ทำโทษ กูไปทำอะไรให้มึงคิดแบบนั้น”



“เปล๊า กูแค่รู้สึกเฉยๆ” ไอ้ต้นพูดแค่นั้นก่อนที่มันจะเดินเข้าไปในลานเพื่อส่งเสียงสั่งน้องที่บางคนเริ่มหมดแรง ปล่อยให้ผมยืนคิดอยู่คนเดียว ไอ้คำว่าแค่รู้สึกเฉยๆ ของไอ้ต้นนี่น่ากลัวนะครับ เพราะไอ้ต้นนี่เซนส์แรง ถ้ามันคิดว่าใช่ คือใช่



ผมเคยทดลองให้มันเก็งข้อสอบโปรแกรมมิ่งมาหลายเทอมแล้ว แล้วอาจารย์ก็ออกสอบตามที่มันว่าจริงๆ พอถามว่ามันรู้ได้ไง มันก็ตอบมาแค่ว่า กูแค่รู้สึกว่ามันจะออกเฉยๆ หลังจากนั้นเวลาไอ้ต้นมันเก็งข้อสอบ หรือตักเตือน พูดห้ามอะไรพวกผมจะทำตามที่มันบอกอย่าไม่มีขัดขืน




“เอ้า! ใครรู้ว่าไม่ไหวให้ออกมาเลยนะครับ อย่าถ่วงเพื่อนนะครับ!” ไอ้ต้นตะโกนบอกน้องๆ ที่วิ่งอยู่ในลานเกียร์เพื่อเรียกให้ผมตื่นจากภวังค์ความคิด


เพียงแค่ผมมองตรงไปจุดที่น้องๆ กำลังวิ่งอยู่ เด็กที่ชื่อพิชญ์พลก็กลับเข้ามาอยู่ในกรอบสายตา ร่างขาวบางในชุดนิสิตกำลังวิ่งท่ามกลางแดดร้อนจัด ใบหน้าดูซีดเซียวอย่างประหลาด

 


 

ตึกตัก...



ตึกตัก...



ตึกตัก...






จู่ๆ หัวใจของผมก็เต้นผิดจังหวะ จนต้องยกมือขึ้นมาทาบที่อกด้านซ้ายไว้

ทำไมแค่มองคนนี้ผมต้องใจเต้นแปลกๆ ด้วย?

นี่ผมกำลังเป็นอะไรกัน?

 

 





 









 

                “ปีหนึ่งทั้งหมดหน้ากระดานเรียงยี่สิบปฏิบัติ! หนึ่ง..........สอง........”



ไม่ทันที่พวกเราได้พักเหนื่อยจากการที่วิ่งยี่สิบสองรอบ ไอ้พี่โมก็ตะโกนสั่งให้พวกเราวิ่งไปรวมแถวอีกครั้ง พวกเราทั้งหมดรีบวิ่งไปจัดแถวเพื่อเป็นระเบียบเรียบร้อยที่สุด และเร็วมากพอที่จะเป็นที่พอใจของรุ่นพี่ อาจจะเป็นเพราะพวกเราออกวิ่งเป็นแถวยาวตั้งแต่แรก คราวนี้มันเลยเป็นระเบียบและเร็วกว่าเดิมมาก




“สิบห้า...............สิบหก..............” พี่โมหยุดนับแล้ว ก่อนที่จะกวาดสายตามองพวกเราที่นั่งหอบจากการวิ่งเมื่อครู่ ผมเองก็ยกมือขึ้นมาสะบัดเสื้อเพื่อเรียกอากาศเข้าไป เออดีออกกำลังกายแต่เช้าตอนบ่ายเข้าเรียนตัวเหม็นกันถ้วนหน้าหละทีนี้ไม่พอเรียนเสร็จต้องไปประชุมเชียร์ต่อกว่าจะได้กลับบ้านอาบน้ำ เน่าตายที่มอก่อนเนี่ยหละ!

 

 

“วันนี้ที่ผมเรียกพวกคุณมาที่ลานเกียร์ เพราะผมมีสิ่งที่ต้องการจะมอบให้ คุณเห็นอะไรไหม?  ที่ที่คุณยืนอยู่ตรงนี้ ลานรูปเกียร์ของมหาวิทยาลัยเรา รูปปั้นเกียร์ที่อยู่ข้างกายผม ที่นี่เป็นมากกว่าที่ให้ความรู้สำหรับพวกผม ที่นี่เป็นที่ที่ผลิตบัณฑิตคณะวิศวกรรมศาสตร์มานับร้อยๆ รุ่น!



พี่โมหยุดพูดอีกครั้ง แล้วมองหน้าทุกคน ผมรู้สึกเช่นนั้นนะ ถึงแม้ว่าพวกเราจะมีกันเกือบสองร้อยคนแต่พี่โมก็พยายามจะมองพวกเราทั้งหมด ด้วยสายตาเย็นชาแบบนั้นหละ ผมเองที่โดนพี่โมจ้องยังรู้สึกหวั่นๆ เลย ไม่เอาไม่คิดอะไรแล้ว เดี๋ยวไอ้พี่โมมีญาณจริงๆ ผมจะซวยโดนซ่อมอีก




“ที่เรามีอยู่เป็นร้อยๆ รุ่นมาจนถึงวันนี้ เพราะเราเกื้อหนุนกันเป็นครอบครัว ดูแลเอาใจใส่กันจากรุ่นสู่รุ่น แต่ก่อนที่คุณจะมีสิ่งเหล่านั้นคุณต้องพิสูจน์ก่อนว่าคุณมีค่าแค่ไหนที่พวกผมจะรับคุณเข้ามาเป็นครอบครัวเดียวกัน ไว้วางใจที่จะมอบเกียร์ไปไว้ในกำมือคุณ และตอนนี้ขอให้คุณรู้ไว้ว่าคุณไม่ใช่น้องพวกผม แต่ผมจะให้คุณพิสูจน์ตัวเองว่าคุณเหมาะกับพวกผมหรือไม่ ทราบไม่ทราบ!



“ทราบครับ/ค่ะ!


“พี่ปีสองเชิญครับ” หลังจากที่พวกเราตอบรับ พี่โมก็สั่งให้พี่ปีสองกลุ่มใหญ่เข้ามาพร้อมกับกองสมุดสีแดงเลือดหมูในมือ พี่โมหยิบสมุดเล่มนั้นขึ้นมาโชว์ ผมเห็นรูปเกียร์สีเงินและคอมพิวเตอร์อยู่บนปก และแล้วลางสังหรณ์ผมก็สัมผัสได้ ว่าไอ้ที่พี่โมถืออยู่เนี่ย เป็นตัวตัดสินชะตาชีวิตของพวกเราปีหนึ่ง


“สิ่งนี้เป็นสิ่งที่คุณต้องรักษาเท่าชีวิต ใครทำหายผมจะถือว่าคุณทำผิดกฎ! เดี๋ยวผมขอรบกวนปีสองช่วยแจกให้พวกเขาด้วยนะครับ” หลังจากสิ้นคำสั่งพี่โม ไอ้สมุดสีแดงนั่นก็ถูกแจกจ่ายมายังพวกผมที่นั่งอยู่ ก่อนที่พี่ปีสองจะเดินออกไปอยู่ข้างๆ เหมือนที่เคยทำ

 

 

ผมก้มหน้าลงมองสมุดเล่มนั้นด้วยใบหน้าเหยเก ก่อนจะเงยหน้ามองพี่โมที่กระแอ่มไอเรียกความสนใจจากพวกเราอีกครั้ง



“พวกคุณได้รับของที่น้องผมแจกไปแล้วนะครับ จากนี้ไปสมุดเล่มนี้จะเป็นสิ่งที่ต้องติดตัวคุณตลอดเวลาที่อยู่ในรั้วมหาวิทยาลัยเหมือนกับป้ายชื่อ ผมให้เวลาคุณสองอาทิตย์ในการตามล่ารายเซ็นรุ่นพี่ ซึ่งคุณต้องได้อย่างน้อยสามร้อยลายเซ็น และด้านหลังคุณต้องได้รายชื่ออีเมลล์เบอร์โทรศัพท์เพื่อนร่วมรุ่นคุณให้ครบ ทราบไม่ทราบ!


“ทราบครับ/ค่ะ!



ไม่รู้ทำไมผมรู้สึกว่าตัวเองเป็นส่วนเกินของคณะนี้จริงๆ คำก็คุณสองคำก็คุณ ส่วนพี่ปีสองพี่โมเรียกว่าน้อง จริงอยู่ว่าพวกผมเพิ่งเข้ามาใหม่ แต่ไอ้ความรู้สึกโดนกีดกันนี่แบบ...จะโคตรเฮงซวย แต่อีกใจก็อยากจะพิสูจน์ตัวเองให้พี่เค้ายอมรับให้ได้


“เฮ้ย!ไอ้โม พวกนี้จะทำได้หรอวะ ในรุ่นมันมันยังไม่รู้เลยว่ามีกี่คน กูว่าโดนซ่อมแน่ๆ ไม่รอดหรอกมึง!” พี่ก้องร้องขึ้นจากด้านหลัง พี่โมหันไปมองพี่ก้องแว๊บหนึ่งก่อนจะหันกลับมาสนใจพวกเรา


“หึ! พวกคุณได้ยินที่พี่เค้าพูดแล้วใช่ไหมครับ ถึงผมจะไม่ได้คาดหวังกับการล่าชื่อเพื่อน และขอลายเซ็นรุ่นพี่ของพวกคุณเท่าไหร่ แต่คำสบประมาทที่พวกผมมอบให้พวกคุณ ถ้าพวกคุณจะน้อมรับผมก็ไม่ว่านะ อย่างน้อยพวกคุณก็ห่วยอยู่แล้ว” พี่โมกรีดยิ้มร้ายๆ ใส่ ถ้าเป็นโอกาสอื่นผมคงชม ไอ้พี่โมนี่โคตรเท่เลย แต่ในโอกาสนี้ผมคิดว่ามันกำลังยิ้มดูถูกพวกเรามาก




โหยยยย เดี๋ยวกูเนี่ยแหละจะเป็นคนแรกที่เอาชื่อเพื่อนมาให้ครบ จะรู้ให้ได้ว่ารุ่นเรามีทั้งหมดกี่คน  คอยดูไอ้พี่โม!




“อ้อ ผมลืมบอกอีกข้อนะครับ ครบสองอาทิตย์แล้วถ้าพวกคุณได้ลายเซ็นรุ่นพี่ไม่ครบสามร้อยชื่อ ผมจะลงโทษจากยอดลานเซ็นของคนที่เยอะที่สุด ทราบไม่ทราบ!



“ทราบครับ/ค่ะ!



“ดีมากครับ ผมขอจบแต่เพียงเท่านี้ แล้วตอนห้าโมงเย็นพวกคุณต้องไปประชุมเชียร์โดยพร้อมเพรียงทุกคนนะครับ เลิกได้!” พี่โมเดินกลับเข้าไปในตัวอาคารที่มีพวกพี่ปีสามรวมตัวกันอยู่ก่อน เด็กปีหนึ่งที่ถูกปล่อยตัวแล้ว ก็พากันโยกย้ายกันไปทำกิจกรรมต่างๆ บ้างก็ไปหาข้าวกินบ้างก็เริ่มที่จะขอรายชื่อเพื่อนๆ ส่วนพวกผมก็ตกลงที่จะไปกินข้าวกันก่อน



“กูว่าแย่แน่” ผมพูดขึ้นมาหลังจากได้ไอ้สมุดเดธโน้ตนี่มาในมือ


                “แย่เรื่องไรวะ?” ไอ้เติร์กยกแขนมาพาดบ่าผมไว้ขณะที่กำลังเดินไปเอากระเป๋าที่ผมโยนไว้ที่ม้าหินอ่อนหน้าลาน


“มึงคิดดูดิ ถ้าสมมติว่ากูเป็นคนที่หาลายเซ็นรุ่นพี่ได้เยอะที่สุดแบบสมมติว่ากูหาได้ห้าร้อยอ่ะ แล้วคนอื่นๆ ไม่ถึงสามร้อย”


“แล้วไงวะ” ไอ้โชถามต่อซึ่งไอ้พอล และไอ้เบลก็ทำหน้าสนใจขึ้นมา


“ก็ไอ้พี่โมบอกอยู่ว่าทำโทษจากยอดเยอะสุด แล้วมึงไม่คิดหรอว่าพวกเราต้องโดนทำโทษตามยอดสูงสุดที่หาได้ ถึงแม้ว่าพวกเราจะหาได้เยอะก็ตาม” ผมบอกสิ่งที่คิดออกมา


“เย้ยยยยยย เผด็จการ!” ไอ้เติร์กร้องลั่นขณะที่คนอื่นๆ พยักหน้าเห็นด้วยโดยที่ไม่ได้รู้ชะตากรรมตัวเองเลย


“ใครเผด็จการหรือครับ?”

 


 

แหมะ...พวกนี้กูก็พูดอยู่เมื่อกี้มาทำแบ๊วคิตตี้อะไรวะ?

 

 

“โอ๊ยยยย เมื่อกี้ก็พูดอยู่ว่าไอ้พี่โม พวกมึงมาแบ๊วถามอะไรห๊ะ ตอบ!!!” ผมหันไปเหวี่ยงใส่เพื่อนแต่ก็ต้องเงิบเองเมื่อเห็นเจ้าของคำถามยืนตีหน้านิ่งอยู่ด้านหลัง โดยมีสหมิตรทั้งสี่ยืนทำหน้าเสียใส่ผม




เฮ้ย!!!!!!!!! ซวยแล้วไอ้พีช!!!




“ผมเพิ่งรู้ว่าผมชื่อไอ้พี่โมนะครับ” พี่โมว่าเสียงขรึม ยอมรับเลยว่าไอ้ที่มันตะเบ็งเสียงด่าพวกผมในลานเมื่อกี้ยังไม่รู้สึกสยองเท่ากับตอนนี้เลย ฮืออออออออออออออ ขอโทษก๊าบบบบบบบ ปล่อยลูกนกลูกกาลูกหมาอย่างผมไปเถอะ!



“คุณชื่ออะไร!



แหมะ...ทำเป็นจำไม่ได้นะครับ เห็นเรียกชื่อกูบ๊อยบ่อย ป้ายชื่อกูก็มีไมมึงไม่อ่านเอาวะพี่โม๊!



“พิชญ์พลครับ!


“ชื่อนามสกุลครับ”


“พิชญ์พล ปัญจวัฒนานนท์ครับ!


“ผมขอสั่งซ่อมคุณในฐานที่คุณไม่มีความเคารพรุ่นพี่ ลุกนั่งสี่สิบปฏิบัติ!” สิ้นเสียงพี่โมผมก็แทบอยากจะลงไปดิ้นแด่วๆ กับพื้น หมดกันอาหารมื้อเช้าของโผ้มมมมมมมม




ผมหันไปมองหน้าเพื่อนแบบปลงๆ แล้วเริ่มตามที่ถูกสั่ง



“หนึ่ง....สอง.....สาม....................................สิบสี่....สิบห้า”


“ไม่ได้ยิน! เอาใหม่!




ไอ้เชี่ยพี่โม มึงไม่ได้ยินได้ไงวะกอดอกมองกูทำแบบนี้เนี่ย ฮือออออออออกูเหนื่อยนะเว้ยยยยยยยยยยย

ไอ้พีชชช เวรกรรมปางไหนที่กูต้องมาเจอแบบนี้วะเนี่ย โฮฮฮฮฮฮ

แม่คร๊าบบบบบบ มารับด่วนเลยย พีชจะกลับบ้านนนนนน! โฮววววว

 






 








 

โคตรจะจริงที่พี่ชายของผมได้เตือนไว้ว่าอย่าทำซ่าตั้งแต่ปีหนึ่ง เพราะพี่พลับมันผ่านประสบการณ์มาก่อนแล้ว ด้วยความที่เป็นเด็กวิศวะเหมือนกัน


ส่วนผมที่อยากจะลองออกมาใช้ชีวิตนอกบ้านเกิดเมืองนอนบ้าง มันมักจะบอกเสมอว่า ผมต้องพยายามเข้าใจคำว่ามาก่อนเป็นพี่ มาพร้อมเป็นเพื่อน และมาหลังเป็นน้อง รวมไปถึงคำว่า SOTUS ที่มันพ่นใส่หูผมทุกวันถึงความหมายของคำนี้เมื่อตอนที่รู้ว่าผมแอดติดคณะวิศวะที่นี่ ที่ที่ขึ้นชื่อว่ารับน้องโคตรจะโหด




S ตัวแรกมาจากคำว่า Seniority คือระบบอาวุโส

O ตัวที่สองมาจากคำว่า Order คือระเบียบ

T ตัวที่สามมาจากคำว่า Tradition คือประเพณี

U ตัวที่สี่มาจากคำว่า Unity คือความสามัคคี

S ตัวสุดท้ายมาจากคำว่า Spirit คือน้ำใจ




และมันเป็นสิ่งที่ไอ้พี่โมพยายามอธิบายให้พวกเราฟังอยู่บนเวทีนั่น คือสิ่งที่พี่ชายผมพยายามย้ำให้ฟังวันละสามหนหลังอาหารก่อนที่จะเปิดภาคเรียน คือผมอยากจะตะโกนให้ลั่นโรงยิมตอนนี้มากว่า กู-รู้-แล้ว!!!

 

 

 แต่ก็ทำไมได้ครับ แหม ใจผมมันไม่กล้าพอนะคุ๊ณณณณ เมื่อตอนเช้าโดนตักเตือนซะน่วม ผมเพิ่งรู้ว่าไอ้ลุกนั่งสี่สิบที่นับได้เกือบยี่สิบแล้วเริ่มใหม่ประมาณสี่ห้ารอบกว่าพี่แกจะยอมให้ผมนับถึงสี่สิบนั่นคือการตักเตือนไม่ใช่การซ่อม และพี่โมยังอุตส่าห์มีน้ำใจนะครับบอกให้ผมทราบว่าการตักเตือนที่ผมโดนมาเนี่ยมันเป็นแค่โทษแบบเบาๆ


เบาๆ มึงยังขนาดนี้  ไม่เบานี่มึงคงไม่ให้กูทิ้งดิ่งลงไปกลางสระหน้ามหาลัยเลยป้ะวะ? หรือไม่มึงก็สั่งให้กูลงไปเอานิ้วแหย่ปากตะพาบในสระเล่น?




“ปีหนึ่งทั้งหมดหมอบ!!!



หะ...หมอบ? หมอบเฮ้ย!!




“ป้าบ!


“ไอ้โชตบหัวกูทำไม?” ผมกระซิบถามไอ้โชครับที่ตอนนี้มันรีบลุกแล้วเขยิบให้ด้านหน้าได้ทิ้งตัวลงนอนหมอบก่อนที่ผมจะลุกแล้วทำตามมันเมื่อได้ที่ก็หมอบลงบ้าง


“เหม่อบ้าไร กูตบเตือนสติมึงไง ไอ้ง่าว!


ไอ้โช ได้ทีเอาเลยนะมึง แถมด่าภาษาบ้านเกิดกูอีก กลัวกูไม่เข้าใจคำด่าภาคกลางรึไงวะ ไอ้นี่!



โถ่! ก็แค่คิดเพลินไปหน่อยก่อนจะมารู้ตัวอีกทีโดนสั่งนอนหมอบกันถ้วนหน้าหละครับ ถ้าเปรียบพวกพี่ว้ากเป็นผู้หญิงหละก็ ผมขอเปรียบเป็นผู้หญิงช่วงวัยกำลังจะมีประจำเดือน เดี๋ยวพูดดี เดี๋ยวตะคอก เดี๋ยวว้ากใส่ แร๊พใส่เป็นองค์ลง และหาเรื่องซ่อมเป็นว่าเล่น ฮอร์โมนมึงแปรปรวนหรอครับไอ้พี่โม๊วววว


โชคดีนะครับที่คณะพวกผมมีผู้หญิงน้อย ไม่งั้นหละมึงเอ๊ย มีดราม่า ไอ้เหล่าแมนๆอย่างพวกเราก็ทำไป ไอ้พวกสาวๆ ก็เซฟตัวเองมาแล้วโดยการใส่กางเกงวอร์มกันมา แล้วกลิ้งๆ นอนๆ ทำเหมือนพื้นโรงยิมเป็นพื้นห้องที่บ้านก็ยังได้นะครับ!


“พวกคุณคุยอะไรกัน!! ทำผิดแล้วยังคุยกันอีกหรอ!!” ถึงแม้จะหมอบมองไม่เห็นอะไรนอกจากพื้นรองเท้าหนังที่ตียี่ห้อและเบอร์ของไอ้คนตรงหน้า แต่ผมสัมผัสได้ครับ ว่าพวกพี่ว้ากกำลังเดินรอบๆ พวกเรา


และเสียงที่ดุเมื่อกี้ก็เป็นเสียงพี่ภพ พี่ว้ากที่ผมเห็นเจ้าตัวมีบทบาทค่อนข้างน้อย นอกจากที่พี่เค้าจะคอยดูตอนที่พวกเราวิ่ง หรือถูกซ่อม แต่วันนี้ดูเหมือนวันเปิดตัวนะครับ ที่ผมได้ยินเสียพี่เนี่ยโคตรจะบุญหูเลย


“คุณเข้าร่วมประชุมเชียร์มากี่ครั้งแล้วครับ!


พี่ภพตะโกนถามต่อครับ แต่พวกเราไม่มีใครตอบไปเลยสักคน ทั้งๆ ที่ก็รู้นะว่าการไม่ตอบถือว่าเป็นหนึ่งในกระบวนการต่อต้านรุ่นพี่ แต่ความจริงแล้วผมคิดว่าการที่พวกเราไม่ตอบเป็นเพราะกลัวไอ้พวกพี่ๆ ที่กำลังบรีฟอยู่เนี่ยแหละ


“พวกคุณหูหนวกหรอครับ? เป็นใบ้หรอครับผมถามทำไมไม่ตอบ!!!


อื้อหือ ไอ้พี่ภพ เห็นเงียบๆ มานานนี่แอบฮาร์ดคอร์นะครับนี่ ทุกทีเห็นเล่นบทขรึม นิ่งๆ มาดพระเอกซีรีย์เกาหลี ปล่อยให้ไอ้พี่โมมันบู้มาตั้งนาน เออว่าแต่ไอ้พี่โมมันหายไปไหนวะ เงียบเชียว เสียงหมดหรอฮะ J


“อ้าวเฮ้ย! ฉิบหายหละ กูเพิ่งรู้ว่าไอ้รุ่นนี้มันเป็นใบ้หวะ ตกลงมหาลัยเรารับบุคคลทุพพลภาพเข้ามาทั้งรุ่นเลยหรอวะเนี่ย!


นี่เสียงไอ้พี่ก้องโคตรพ่องช่างหยอดครับ หยอดประจำ หยอดให้พวกผมโดนหนักกว่าเดิม แถมยังทำให้รู้สึกเจ็บใจอีกต่างหาก แต่ไม่นานครับไอ้พี่โมเหมือนจะมีกระแสจิตเชื่อมใจผม พอบ่นถึงอยู่หยกๆ ก็ส่งเสียงมาทักทายเลยนะตัวเอง



“เอ้า! พวกคุณไม่ได้ยินสิ่งที่พวกผมถามหรอครับ!!! ตอบ!!!

 

 

“ได้ยินครับ/ค่ะ!!” ไหนๆ ก็ไหนๆ หละอยากได้ยินเสียงพวกผมมาก พิชญ์พลจัดให้ครับ พอผมเริ่มเป็นต้นเสียงไอ้เสียงอื่นๆ ก็ดังตามขึ้นมาด้วย


แต่ก็ไม่รู้หรอกนะว่าตอนนี้พวกรุ่นพี่หน้าตาแบบไหน ความรู้สึกเป็นยังไง แต่ตอนนี้ผมเริ่มมีความรู้สึกชักหมั่นไส้ อยากเอาคืน แต่เสือกไม่มีอะไรพอที่จะสู้ได้หนะสิ



พวกคุณเคยมีความรู้สึกแบบผมไหมครับ?



“งั้นพวกคุณตอบผมมาว่าพวกคุณเข้าประชุมเชียร์มากี่ครั้งแล้ว!!!!


“ส..สี่ครั้งครับ/ค่ะ!!!


“หึ! สี่ครั้ง! แค่จะตอบให้พร้อมกันยังทำไม่ได้เลย! เอาใหม่! กี่ครั้งแล้ว!!!


“สี่ครั้งครับ/ค่ะ!!!!


“สี่ครั้ง!!! สี่ครั้งที่พวกผมนั่งมองพวกคุณร้องเพลงห่วยๆ ผมไม่เข้าใจว่าทำไมพวกคุณถึงจำเนื้อไม่ได้ ร้องให้พร้อมก็ไม่ได้! คุณจับฉลากเข้ามหาวิทยาลัยนี้มาหรอครับ! กับเพลงประจำมหาวิทยาลัยพวกคุณยังร้องไม่ได้เลย เพลงคณะพวกคุณก็ยังไม่ได้เริ่ม แล้วตรงไหนกันที่พวกคุณเรียกร้องความยุติธรรมจากพวกผมนักหนา บอกว่ามีพัฒนาการดีเลิศนักหนา กับอีแค่จำเนื้อร้อง แล้วร้องออกมาให้พร้อมกันยังทำไม่ได้ แล้วหวังจะได้รุ่นหรอครับ!!!


เป็นครั้งแรกครับที่ผมรู้สึกผิดขึ้นมาจริงๆ ตลอดสี่วันที่ผ่านมาพี่ปีสองพยายามสอนพวกเราให้ร้องเพลงประจำมหาวิทยาลัยให้ได้ ทั้งทำเนื้อมาให้ นำร้อง สอนตัวต่อตัวเพื่อให้ทุกคนร้องเพลงได้ แต่พวกเราบางคนก็ยังดำน้ำ บางคนก็ยังร้องตะกุกตะกัก และผมเองก็ยังจำเนื้อทั้งหมดไม่ได้เช่นกัน


“ปีสองทั้งหมด แถวตอนเรียงสิบปฏิบัติ!! หนึ่ง...สอง...สาม....”


หลังจากที่พี่โมว่าพวกเราเรื่องร้องเพลงประจำมหาวิทยาลัยยังไม่ได้เสร็จก็เงียบไปสักพัก ก่อนที่จะได้ยินการเรียกแถวของพี่ปีสอง เสียงรองเท้าที่กระทบกับพื้นไม้ในโรงยิมดังไปทั่วบริเวณ ดูวุ่นวายไปตามเสียงนับของพี่โม


ผมแอบเหลือบขึ้นดูเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนจะถูกพี่ภพตวาดเสียงดังให้ปีหนึ่งคนอื่นๆ และผมที่เงยหน้าดูเหตุการณ์ก้มหมอบลงไปต่อ หลังจากนั้นผมเลยได้แต่ฟังเอาว่าเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นต่อจากนี้


“.....สิบเอ็ด......” สิ้นเสียงนับสุดท้ายของพี่โมเป็นอันรู้กันว่าตอนนี้พี่ปีสองได้ทำการตั้งแถวตอนเรียงสิบเสร็จเป็นที่เรียบร้อยแล้วในนับสิบเอ็ด ซึ่งผมคิดว่ามันน่าจะเป็นสถิติที่ดีกว่าที่พวกเราเด็กปีหนึ่งทั้งหมดที่เคยทำมาอยู่มาก และผมยังแอบทึ่งไม่น้อยว่าพวกพี่ๆ เขาสามารถทำกันได้อย่างไร ทั้งๆ ที่จำนวนคนในรุ่นก็ไม่ได้ต่างจากรุ่นพวกเราเท่าไหร่นัก


“ปีสองรู้ใช่ไหมว่าผมเรียกประชุมแถวคุณเรื่องอะไร!

 

“ทราบครับ/ค่ะ!


“คุณรู้ใช่ไหม ว่าวันนี้พวกคุณทำให้ผมผิดหวัง! ผมบอกพวกคุณหลายรอบแล้วว่ารุ่นนี้มันห่วยแต่พวกคุณก็ดื้อรั้นที่จะให้โอกาสพวกเขา สี่วันที่ผ่านมานี้พวกเขาพิสูจน์ตัวเองไหมว่าเขาอยากจะเป็นน้องคุณ! มันทำให้ความพยายามของพวกคุณเสียเปล่าไหมปีสอง!!! 



      

คราวนี้พี่โมตะหวาดหนักกว่าที่พวกเราเคยเจอมา และความเงียบของพี่ปีสองก็ทำให้บรรยากาศในโรงยิมตอนนี้ดูน่ากลัวไปมากกว่าเดิม

 

 

ผมเริ่มได้ยินเสียงสะอื้นที่มาจากด้านหน้า คงมีเพื่อนร่วมรุ่นของผมที่กำลังร้องไห้กับบรรยากาศกดดันนี้ หรือไม่ก็ร้องไห้ด้วยความรู้สึกผิดของตัวเองอย่างที่ผมกำลังรู้สึกอยู่ จนต้องมาถามตัวเองว่าในสี่วันที่ผ่านมา ผมพยายามมากพอรึยังที่จะจดจำเนื้อเพลงเหล่านั้น หากเขาตั้งใจมากกว่านี้ สนใจที่จะจดจำมากกว่านี้ พวกพี่ๆ ปีสองที่พยายามสอนเราก็คงไม่ต้องมาเจอเรื่องแบบนี้ในวันนี้



“คุณดูพวกเขาสิ พวกเขายังไม่สำนึกเลยกับการที่ร้องเพลงประจำมหาวิทยาลัยไม่ได้ แต่ทำไมพวกคุณถึงต้องสนใจเขามากมายขนาดนี้ ผมขอถามคุณอีกครั้งว่าพวกคุณยังอยากได้เขาเป็นน้องอยู่ไหม? ใครจะไม่รับแล้วรบกวนเดินออกมาจากแถวครับ”



หลังจากนั้นโรงยิมก็ตกในความเงียบอีกครั้ง ผมไม่ได้ยินแม้กระทั่งเสียงรองเท้าที่เดินกระทบพื้นไม้ จนกระทั่งพี่โมสั่งให้พวกผมเงยหน้าแล้วลุกขึ้นนั่ง ภาพตรงหน้าจึงเป็นเครื่องยืนยันได้อย่างดีว่าพี่ปีสองไม่มีใครสักที่เดินออกจากแถวเพื่อบอกว่าจะไม่รับรุ่นพวกเรา


มันเป็นคำตอบที่เป็นเหมือนแรงบันดาลใจให้ผมรู้สึกว่าเราต้องทำยังไงก็ได้ ต่อจากนี้จะไม่ทำให้พี่ปีสองต้องโดนเรียกตักเตือนแบบนี้อีก และทำยังไงก็ได้เพื่อลบคำสบประมาทจากรุ่นพี่ให้ได้


“ปีหนึ่งพวกคุณดูนะครับ สิ่งที่ผมจะสั่งปีสองต่อไปนี้ไม่ได้เกิดมาจากพวกคุณ แต่มันเกิดมาจากความรู้สึกผิดหวังในตัวผมที่มีต่อน้องของผมที่ผมรับมา น้องดื้อที่อยากจะรับคุณมาเป็นน้องของพวกเขาต่อทั้งๆ ที่พวกผมได้ตักเตือนแล้วพวกเขาไม่เชื่อฟัง ปีสองทั้งหมดรับทราบ!


“ทราบครับ/ค่ะ!



“ปีสองทั้งหมดซีรีย์เท่ารุ่นปฏิบัติ!


“ซีรีย์เท่ารุ่นปฏิบัติ! หนึ่ง! สอง! สาม!....”



ผมมองภาพที่รุ่นพี่ปีสองยกมือกอดคอกันตามแถวหลังจากรับคำสั่งจากพี่โมก่อนจะลุกนั่ง ซึ่งที่น่าอึ้งคือพวกพี่ทั้งหมดเกือบสองร้อยคนสามารถลุกนั่งทั้งๆ ที่กอดคอกันอย่างนี้ได้อย่างพร้อมเพรียงกัน ผมเพิ่งเคยเห็นครั้งแรกกับการลงโทษที่ชื่อ ”ซีรีย์” นี้ เพราะที่ผ่านมาพี่โมไม่เคยสั่งให้พวกเราทำมาก่อน



“ไม่พร้อม! ซีรี่ย์เท่ารุ่นปฏิบัติ!!


“ซีรีย์เท่ารุ่นปฏิบัติ!


พี่ปีสองรับคำสั่ง และเริ่มทำใหม่ ตอนนี้ผมเข้าใจความรู้สึกพวกพี่เป็นอย่างดี การที่ลุกนั่งซ้ำๆ หลายๆ ครั้งนั้นโคตรจะทรมานเลย เพราะเมื่อตอนกลางวันผมเพิ่งโดนไป และนั่นทำให้เสียงคัดค้านเกิดขึ้นในใจ ทั้งๆ ที่พี่ปีสองตั้งใจสอนพวกเราอย่างดี แล้วทำไมต้องมาถูกทำโทษแทนพวกเราด้วย


แต่ก่อนที่ผมจะยกมือขึ้นเพื่อคัดค้าน ไอ้พอลก็ดันแย่งซีนยกขึ้นมาก่อน



“ผมขออนุญาตครับ!


“ผมอนุญาต!


“ผมขอรับโทษแทนรุ่นพี่ปีสองครับ!


ทันทีที่ไอ้พอลพูดจบพี่โมก็ยกมือให้สัญญาณปีสองหยุดทำซีรีย์พร้อมกับหันมาสนใจไอ้พอลแทน ไม่มีเพียงแต่พี่โมเท่านั้นที่สนใจ ดูเหมือนกลุ่มพี่ว้าก และพี่ปีสามที่อยู่ในโรงยิมนี้ก็ให้ความสนใจไปด้วย



“คุณพัฒนันท์ คุณคิดว่าที่นี่เป็นเวทีเดอะสตาร์หรอครับ?”

 
 

 

พี่โมเอ่ยถามเสียงทุ้ม ทั้งๆ ที่ร่างสูงยังยืนอยู่บนเวทีในท่าระเบียบพักธรรมดาแต่กลับดูมีอำนาจอย่างแปลกประหลาด ไอ้พอลเองก็ดูเกรงๆ ไม่น้อยที่โดนตอกกลับมาแบบนี้ แต่มันก็ยังเลือกที่จะยืน และตอบคำถามไป


“เปล่าครับ!


“แล้วทำไมคุณถึงเสนอตัวออกมารับโทษพี่ปีสองหละครับ ทั้งๆ ที่ผมบอกไปแล้วว่าผมไม่ได้ทำโทษน้องของผม เพราะเรื่องพวกคุณ?”


“พวกผมทำผิดครับ!


“คุณใช้คำว่าพวกคุณหรอ? เท่าที่ผมเห็น ไม่เห็นมีใครเป็นเดือดเป็นร้อนเรื่องนี้เหมือนคุณเลยครับ” พี่โมว่าพร้อมกับไล่สายตาเรียวร้ายนั้นมองมาที่พวกเราปีหนึ่งที่นั่งอยู่อีกครั้ง และเป็นผมที่ลุกขึ้นเพื่อสนับสนุนไอ้พอลอีกคน ตามด้วยไอ้เบล ไอ้โช และไอ้เติร์กที่ลุกขึ้นมาพร้อมกัน


 พี่โมมองมาที่พวกเราทั้งห้าคนด้วยสายตาสงสัย เหมือนๆ กับพี่ปีสองที่มองมาเช่นกัน ผมสบตากับพวกพี่ๆ ที่พยายามสื่ออะไรบางอย่างมาให้ โดยที่ผมไม่รู้ว่ามันคืออะไร แต่ผมก็อยากที่จะขอรับโทษนี้แทนพี่ปีสองเอง


“เฮ้ยยย! กูว่าไม่ได้เดอะสตาร์แล้วหวะ น่าจะเป็นดิแอดเวนเจอร์หวะ มากันครบแกงค์!” และเป็นไอ้พี่ก้องเจ้าประจำ ที่ยังยื่นปากกวนประสาทแบบนี้ แต่ตอนนี้ผมไม่สนใจเสียงนกเสียงกาอะไรทั้งนั้นครับ ผมสนใจปัญหาตรงหน้านี้ก่อน


“หึ ก็แค่ห้าคนที่อยากเด่นเท่านั้นเอง! ผมไม่อนุญาตครับ! สิ่งที่พวกคุณจะพูดกับผมมีเท่านี้ใช่ไหมงั้นเชิญพวกคุณนั่งได้! ปีสองทั้งหมดซีรีย์เท่ารุ่นปฏิบัติ!” พี่โมสั่งให้พวกเรานั่งลงก่อนจะหันไปสั่งพี่ปีสองใหม่อีกครั้ง ผมยืนมองภาพนั้นด้วยความรู้สึกหงุดหงิด ไอ้ก่อนหน้านี้พวกพี่ปีสองก็ลุกนั่งกันไปเกือบห้าสิบแล้ว


แล้วนี่มาโดนสั่งเท่ารุ่นใหม่อีกครั้ง ซึ่งมันไม่ใช่น้อยๆ เลยเพราะรุ่นผมมันรุ่นที่หนึ่งร้อยเก้า นั่นแปลว่าพี่ปีสองต้องเป็นรุ่นหนึ่งร้อยแปดตามจำนวนที่ต้องลุกนั่งจริงๆ ผมกำมือแน่นไม่ยอมนั่งตามที่พี่โมสั่ง อีกทั้งสี่คนก็เช่นกันจนผมต้องยกมืออีกครั้ง


“ผมขออนุญาตครับ!


“ปีสองทั้งหมดซีรีย์รุ่นคูณสองปฏิบัติ!


“พี่โมครับ! ผมขออนุญาตครับ!” ผมตะโกนอีกครั้งเมื่อการเรียกไม่เป็นผลแถมทำให้รุ่นพี่ปีสองโดนทำโทษหนักขึ้นเป็นเท่าตัว แต่พี่โมก็ยังไม่ได้สนใจผมแม้แต่น้อย เสียงร้องไห้จากผู้หญิงร่วมรุ่นผมเริ่มดังขึ้นเรื่อยๆ เคล้าไปกับเสียงนับรอบการลุกนั่งของรุ่นพี่ปีสองที่พร้อมเพรียง และกึกก้องไปทั่วโรงยิม จนผมคิดว่าผมเริ่มจะทนเหตุการณ์นี้ไม่ไหวแล้ว


ไอ้เพื่อนร่วมคณะคนอื่นๆ ก็พากันทยอยลุกขึ้นมา จากเดิมมีอยู่ห้า เริ่มเป็นหก เริ่มเป็นสิบ เริ่มเป็นสามสิบ สุดท้ายก็ลุกหมดทุกคน พวกเราต่างยกมือเรียกให้พี่โมหันมาสนใจ และพี่โมจึงยกมือให้คำสั่งพี่ปีสองหยุดซีรีย์แล้วหันมาสนใจเรา


“อะไรอีกครับ?”


“พวกเราขอโดนลงโทษแทนรุ่นพี่ปีสองครับ/ค่ะ!


“ทำไมพวกคุณถึงทำเพื่อพวกเขากันหละ เขาไม่ใช่พี่คุณนะ พวกเขาแค่เป็นคนที่ขัดคำสั่งของผมที่อยากจะรับคุณเป็นน้องเฉยๆ”


“พวกเราผิดเองครับ/ค่ะ!


“ได้! ถ้าพวกคุณอยากโดนลงโทษ งั้นก็ลงไปวิ่งรอบสนามสิบรอบ พร้อมร้องเพลงประจำมหาวิทยาลัยให้ผมที่อยู่บนตึกได้ยิน ถ้าพวกผมไม่ได้ยิน! คุณจะได้ฟังเสียงนับรอบซีรีย์เท่ารุ่นสามเท่าจากปากพี่ปีสองแทนทราบไหมทราบ!

               

“ทราบครับ/ค่ะ!


“ปฏิบัติ!” สิ้นเสียงพี่โมพวกเราเริ่มเดินออกไปเป็นแถวตอนตามที่ได้จัดไว้ตั้งแต่แรกเมื่อตอนโดนเรียกแถว ค่อยๆ ทยอยเดินลงบันไดจากชั้นห้าลงไปสู่สนามกีฬาข้างล่างโดยมีพี่ต้น พี่ก้อง และพี่ภพเดินตามลงไปด้วย


 หลังจากนั้นผมไม่เห็นพี่โมอีกพวกเราเริ่มออกวิ่งพร้องกับขับร้องเพลงประจำมหาวิทยาลัยที่พอโดนทำโทษแบบนี้ ไอ้เนื้อเพลงที่ตอนแรกจำไม่ค่อยกับผุดขึ้นมาในสมอง เราปีหนึ่งทั้งหมดเกือบสองร้อยคนพยายามร้องให้สุดเสียง ถึงแม้การร้องเพลงไปวิ่งไปจะทำให้เหนื่อยมากกว่าเก่าก็ตาม


แต่คาดหวังว่าไอ้เสียงที่ร้องนี้จะดังไปจนถึงชั้นห้าของตึกสิบ ที่ที่ตรงนั้นเป็นที่ตั้งของโรงยิม เป็นที่ที่พี่โม เฮดว้ากของคณะวิศวกรรมศาสตร์ รุ่นพี่ปีสอง และรุ่นพี่ปีสามกำลังยืนอยู่ในนั้นได้ยินเสียง


“ใครไม่ไหวให้รีบออกมาเลยนะครับอย่าถ่วงเพื่อน” พี่ต้นตะโกนออกมาจากข้างสนาม


“พวกผมไม่สามารถรับผิดชอบชีวิตพวกคุณได้นะครับ ใครที่มีโรคประจำตัว ใครที่ไม่สบาย และไม่ไหวรีบออกมาเลยนะครับ!” พี่ภพช่วยตะโกนบอกอีกครั้ง และพี่ก้องที่เดินนำพาทีมพยาบาลเข้ามาบริเวณริมสนามเพื่อคอยดูแลพวกเรา ตอนนั้นผมไม่ได้สนใจรอบข้างนัก ผมสนใจแต่ว่าผมจะพยายามทำครั้งนี้ให้ดีที่สุด และผ่านพ้นวันนี้ไปได้อีกวัน

 





 





 

และแล้วการประชุมเชียร์ส่วนของวันนี้ก็จบลงด้วยอาการลมแทบจับจากการวิ่งและร้องเพลงไปด้วยสิบรอบ แถมยังต้องรีบวิ่งขึ้นไปชั้นห้าของตึกสิบเพื่อให้ทันระเบียบแถวที่ไอ้พี่โมมันตะโกนสั่งมาจากชั้นห้า คนบ้าอะไร กินโทรโข่งไปไง? แหกปากได้ทั้งวันไม่มีหมดเสียง เอ๊ะ! หรือว่ามันกินถ่ายอัลคัลไลน์แบบทริปเปิ้ลเอเลยแรงดีไม่มีย้วย (คนละโฆษณาแล้วแก!)



พวกผมเลยได้เป็นหมาหอบแดดแบบไม่มีแดดกันอีกรอบ จบด้วยคำสั่งคาดโทษว่าพรุ่งนี้พี่แกจะมาสอบเพลงประจำมหาวิทยาลัยกับพวกผมตอนทุ่มหนึ่งในวันพรุ่งนี้ เออดี เดี๋ยวซ่อม เดี๋ยวสอบ ไอ้การบ้านแคลหนึ่งที่อาจารย์ปณตสั่งมาแบบไร้ความปราณีร้อยข้อส่งศุกร์นี้กูจะได้ทำไหม! ตอบ!!!



สุดท้ายก็เลิกแถวกลับบ้านกันไป ผมนี่แทบคลานลงจากตึกครับ พอนึกถึงหนทางยาวไกลที่ต้องเดินจากคณะไปหน้ามหาวิทยาลัยก็ท้อในใจมาแปลกๆ ว่าแล้วมีสหายจะกลัวอะไร เกาะเพื่อนสิครับ!



“ไอ้เติร์กกกกก มึงเอารถมาป้ะวะ??” เอาไอ้ตี๋ที่อยู่ใกล้ตัวผมก่อนเนี่ยหละเหยื่อหมายเลขหนึ่ง ไอ้เติร์กที่เหนื่อยไม่ต่างจากผมเงยหน้ามองก่อนที่จะส่ายหน้าแทนคำตอบจนผมอดทำหน้ายู่ไม่ได้ โหยย ไอ้บ้านี่มึงอยู่หอนะเว้ยย ไมไม่ขับรถมาวะ! (ทำเหมือนแกไม่ได้อยู่หอนะพีช?)


ในเมื่อเป้าหมายที่หนึ่งไม่ได้ ต้องกระโดดหาเป้าหมายที่สองครับ นั่นคือไอ้โช! เย่!



“โชมึงอ่ะ มึงเอารถมาป่าว ไปส่งกูหน้ามหาลัยหน่อย นะนะนะนะนะนะ”ผมทั้งกอดแขนทั้งบีบนวดมันเลยครับคราวนี้ เพราะไอ้โชมันมีรถเก๋งครับอ้อนมันได้จะได้พ่วงไอ้เติร์กไปด้วย



“เออๆๆๆ แต่กูต้องไปคณะแพทย์ก่อนนะมึง ต้องไปรับแฟนก่อน”

 
 

“แฟน หรืออะไรวะ?” ไอ้เติร์กถามขึ้นครับ โดนใจพี่มากไอ้น้อง ผมเลยยกนิ้วโป้งให้มันไปทีเป็นรางวัล


“เออๆ แฟน หรือเมียตอบมาซะดีๆ ไอ้น้อง!” ผมลอคคอไอ้โชก่อนจะลากมันเดินลงบันไดไปด้วย ไอ้โชโวยวายใหญ่เลยครับ เพราะจากการวิ่งเมื่อกี้มันทำให้ปวดขาไม่น้อยเลยแล้วต้องมาวิ่งลงบันได้ด้วยมันจะเกิดอาการกล้ามเนื้อล้าแปลกๆ ให้ปวดๆ หนึบๆ เล่นกันไป



“เมีย! ปล่อยกู!” พอมาถึงชั้นล่างแล้วไอ้โชเอาแขนผมออกจากคอมันก่อนที่จะตอบเสียงดังจนคนรอบข้างหันมาสนใจมันไม่น้อย แหม ก็คุณเรโชเพื่อนกระผมเนี่ยก็หล่อน้อยเสียที่ไหน ไอ้ลุคนิ่งๆ ขรึมๆ มาดเซอร์ๆ นักดนตรีมันต้องโดนใจสาวกันมั่งหละครับ! มาแหกปากกู่ร้องพูดคำว่ามงเมียแบบนี้สาวๆ (อันน้อยนิด) ในคณะผมไม่สนใจก็แปลกแล้ว!



“โถๆๆๆ แล้วทำมาแอ๊บเรียกฟงเรียกแฟน เพื่อนกูหนอเพื่อนกู” ผมยังไม่เลิกแซวครับ ไอ้โชเหมือนจะเขินเดินนำลิ่วๆ ไปที่ลานจอดรถเลยครับ ถ้าไม่ติดว่าไอ้พอลมันลากไอ้เบลไปจ่ายค่าไฟให้แม่มันที่เซเว่นหน้ามหาวิทยาลัยมีมันกว่านี้แน่ ได้แซวไอ้โชให้อายไปโลกหน้าเลย



“มึงรีบตามมา ช้ากูไม่ไปส่งนะโว้ยยย” ไอ้โชตะโกนบอกผมกับไอ้เติร์กที่ยังสนุกที่แกล้งแซวมัน พอมันยื่นคำขาดก็รีบหุบปากแล้ววิ่งตามมันไปสิครับ โอ้ยยยกูเหนื่อย ไอ้โชมึงก็ขายาวไป สงสารกูมั่ง ถึงกูจะสูงเกินมาตรฐานชายไทย แต่ขากูไม่พร้อมนะมึงงงงงงง กูเพิ่งผ่านมรสุมชีวิตเด็กปีหนึ่งมาหยกๆ นะเว้ยยยย



หลังจากเดินไปได้สักพักผมก็มาถึงรถไอ้โชครับ อดตาวาวร้องโอ้โหใส่รถมันไม่ได้ ผมแค่รู้ว่าไอ้โชมีรถครับ ที่ผ่านมามันไปรับแฟนที่คณะแพทย์หลังเลิกรับน้องตลอด เลยไม่เคยได้เห็นรถมัน และที่ผ่านมาผมก็ติดรถไอ้พอลออกไปหน้ามหาวิทยาลัยตลอด เพิ่งมาเห็นเป็นบุญตาเนี่ยแหละว่าไอ้โชขับออดี้! โอ้ยยยยยยยยยย กูอยากจะบ้าบ้านมึงทำอะไรวะถึงได้มีอะไรแบบนี้!!!



“อ้าวๆๆ ตะลึงงันอะไรพวกมึงขึ้นรถ ไอ้พีชมึงมานั่งหน้าเลย กูไม่ใช่คนขับรถพวกมึงขึ้นมาไวๆ สัด เดี๋ยวเมียกูรอนาน!” ไอ้โชโวยวายอีกแล้วครับ แหมๆ กูขอนั่งหลังเป็นคุณชายหน่อยไม่ได้ ทำไมไอ้เติร์กได้สิทธินั้นคนเดียววะ มึงสองมาตรฐานอะเรโช มึงไม่รักกู กูเสียใจ



“ทำหน้าแบบนี้กูถีบทีได้ป้ะ?” นี่เสียงไอ้เติร์กครับ ดูพวกมึงแลรักกูจังเลยนะครับ คนหล่อๆ อย่างพิชญ์พลเสียใจอย่างสุดซึ้งจริงๆ TT



“ถีบเลยเผื่อกูด้วยหนึ่งที” นี่เสียงสนับสนุนไอ้โช โอ้โห! ได้ทีเอาใหญ่! อย่าให้กูมีรถบ้างนะ กูจะไม่หงอให้พวกมึงแกล้งกูแบบนี้เลยคอยดู! แม่ค้าบบบบบบบ ซื้อรถให้พีชโหน่ยยยยยยยยยยยยยยยยย พีชโดนเพื่อนแกล้งงง ฮรื้ออออออออ!!



หลังจากที่นั่งหน้าเจี๋ยมเจี้ยมเป็นตุ๊กตาหน้ารถไอ้เรโชปล่อยให้มันเปิดเพลงเบาๆ ในรถ และขับไปรับเมียอย่างสงบได้สักพัก สายตาผมก็เหลือบไปเห็นไอ้สกู๊ตเตอร์เวสป้าสีแดงสดอันคุ้นตา และคุ้นเจ้าของมันด้วยขับแซงหน้าไป ผมเชื่อว่าภาพนี้ไม่ได้มีผมคนเดียวหรอกครับที่เห็น ผมว่ามันเห็นกันทั้งรถ เพราะไอ้โชมันหันมามองหน้าผมพร้อมกับกระตุกยิ้มร้ายๆ ที่มุมปาก ว่าไปมึงมีมุมเหมือนไอ้พี่โมนะไอ้โช หน้าเจ้าเล่ห์เชี่ยๆ แบบนี้เนี่ย!



“พีช กูว่า...ชาติที่แล้วมึงต้องผูกดวงกับพี่โมไว้หวะ พอมาชาตินี้พวกมึงถึงได้สมพงศ์กันตลอดเว” ผมหันไปมองหน้าไอ้เรโชอย่างตกใจ แถมไม่เชื่อหูที่มันจะพูดแบบนี้ออกมาก่อนที่จะร้องทักท้วงไป



“สมพงศ์อะไร กูว่าเป็นเจ้ากรรมนายเวรชัวร์!


“เบรยยย ระวังนะมึ๊งงงง ระวังจะได้กัน แบบนี้กูเห็นมานักต่อนักแล้ว” ยังยัง ยังส่งต่อทฤษฎีบ้าบอของมันแบบเหมือนเคยเห็นเคสสตูดดี้มาแล้วยังไงยังงั้น ฮืออออออ รักกูกันจังนะพวกมึง

 

“โอ๊ยยย ไอ้เชี่ย!!” ผมร้องโวยวายเคล้าไปกับเสียงหัวเราะไอ้เพื่อนเชี่ยสองตัวบนรถ แต่งอแงมากไม่ได้ เดี๋ยวไอ้โชมันหมั่นไส้ถีบผมลงจากรถนี่ซวยกว่าเก่าเลยนะ เพราะตอนนี้มันขับลึกเข้ามาในมหาลัยเพื่อไปคณะแพทย์เรียบร้อยแล้ว แถมอิคณะแพทย์เนี่ยดันอยู่คนละฝั่งมหาวิทยาลัยกับคณะวิศวกรรมด้วย โดนทิ้งตรงนี้นี่ฆ่ากันเลยนะคุ๊ณณณณณ



ผมได้แต่นั่งเจ็บใจที่โดนแกล้งไปจนถึงคณะแพทย์นั่นแหละครับ ก่อนที่ไอ้โชจะจอดรถหน้าคณะแล้วหยิบไอโฟนขึ้นมากดหาแฟนมัน ไอ้พวกผมก็ลุ้นไปด้วย



 เพราะด้วยความอยากรู้ด้วยแหละว่า แฟนไอ้โชจะน่ารักขนาดไหน เพราะหน้าหล่อๆ แบบนี้หาแฟนหน้าตาดีๆ คงไม่ใช่เรื่องยาก ไม่นานนักพวกผมก็เห็นกลุ่มนักศึกษาแพทย์เดินออกมาจากตึกกลุ่มหนึ่งครับ เป็นกลุ่มที่มีเด็กผู้หญิงผมยาวน่ารักกำลังชี้มาที่รถที่เรานั่งอยู่พร้อมกับหันไปโบกมือลาเพื่อนผู้ชายที่ออกมาด้วยกัน




อื้มมมมม

แฟนไอ้โชนี่ใช้ได้นะ น่ารักใช่ย่อย




ระหว่างที่ผมกำลังชื่นชมแฟนเพื่อนในใจอยู่นั้นไม่นานไอ้ร่างบางๆ ที่เดินมาที่รถกลับไม่ใช่ผู้หญิงผมยาวหน้าตาน่ารักอย่างที่ผมคิดหนะสิ มันกลายเป็นเด็กผู้ชายร่างบางคนนั้นที่กำลังเดินตรงมาพร้อมกับเคาะกระจกฝั่งที่ไอ้โชนั่งอยู่ด้วย ไอ้โชลดกระจกลงพร้อมกับยิ้มหวานๆ ส่งให้



“เบิ้ล เดี๋ยวโชไปส่งเพื่อนที่หน้ามอ.ก่อนนนะเดี๋ยวค่อยไปหาอะไรกินกัน” ไอ้โชพูดแค่นั้นก่อนที่เจ้าของชื่อเบิ้ลจะพยักหน้าแล้วเดินอ้อมมาทางฝั่งที่ผมนั่งอยู่ ไอ้ตัวผมเองก็รู้หน้าที่ตัวเองดีว่าต้องเฟตตัวออกไปนั่งหลังรถเมื่อตัวจริงเขามาแล้ว แต่ที่อดช็อคไม่ได้คือแฟนไอ้โชเป็นผู้ชาย!!!



เฮ้ย!!! ไอ้โชเป็นเกย์!!!




หลังจากที่ผมมานั่งข้างหลังข้างไอ้เติร์กเรียบร้อย ตรงกับแฟนไอ้โชขึ้นมานั่งที่เบาะหน้าเรียบร้อยเช่นกันพอดี ไอ้โชมันเลยออกรถเลี้ยวกลับไปทางเดิมเพื่อไปส่งผมที่หน้ามหาวิทยาลัยระหว่างนั้นไอ้โชก็ฮัมเพลงอย่างอารมณ์แล้วหันมาแนะนำเมียมันให้พวกผมรู้จักอย่างเป็นทางการ




“เบิ้ลนี่ไอ้พีช อีกคนก็ไอ้เติร์ก เพื่อนที่คณะโชเอง เฮ้ย! พวกมึง นี่บับเบิ้ล แฟนกู รู้จักกันไว้ซะ!” พวกผมหันไปยิ้มให้บับเบิ้ลที่หันมาค้อมหัวพร้อมกับยิ้มน่ารักๆ เพื่อทำความรู้จักกับพวกเรา หลังจากที่บับเบิ้ลหันไปมองข้างหน้าแล้วผมกับไอ้เติร์กก็หันมาส่งกระแสจิตแบบเทเลพาทีกันทางดวงตา




บีหนึ่งเรียกบีสอง มึงคิดแบบกูป้ะวะ >> พีช

บีสองเรียกบีหนึ่ง กูก็คิดแบบมึงนั่นแหละไอ้พีช >> เติร์ก

 







 

ว้ากกกกกก ไอ้โช๊วววววววววววว เมียมึงเป็นผู้ชายยยยยยยยยย!!

เบ้ยยยยยยย!


 




2/11/60

a solphase

ซอลเข้ามาแก้ชื่อตัวละครค่ะ รู้สึกเหนื่อยๆนิดหน่อยเวลาเจอคอมเม้นว่าเหมือนนิยายชื่อดังเรื่องหนึ่ง ซึ่งซอลพยายามมองข้ามนะ เอาเป็นขอแก้นะคะ และอีกอย่าง นิยายของซอลถูกเขียนตั้งแต่ปี 2013 ซึ่งเป็นช่วงที่นิยายชื่อดังนั้นเขียนอยู่ยังไม่จบเช่นกันค่ะ

การที่คุณอ่านนิยายเราหลังนิยายเรื่องนั้นแล้วบอกว่าเหมือนกัน คล้ายกัน มันทำให้เรารู้สึกแย่นิดหน่อยแม้ว่าเราจะเขียนนิยายเรื่องนี้ขึ้นมาอย่างสุจริตใจนะคะ 

พอถึงจุดนี้ คงเป็นหน้าที่ของคุณแล้วว่าจะเลิกอ่านเรื่องนี้ หรือจะอ่านต่อ อันนี้สิทธิ์ของคุณแล้วค่ะ ซอลห้ามอะไรไม่ได้ และคนที่อ่านต่อจนจบคงให้คำตอบได้ว่า นิยายเรื่องนี้กับเรื่องนั้นเหมือนกันจริงหรือ? 


ขอบคุณที่อ่านมาถึงจุดนี้ค่ะ

 

 

 



 IMAGE

 IMAGE

 



 





 


 






 

 

 

SP's THANK
:) Shalunla
 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 77 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3,209 ความคิดเห็น

  1. #3208 mytty (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 16 กันยายน 2563 / 17:35

    น้องปีหนึ่งสู้ๆนะลูกกก

    #3,208
    0
  2. #3140 baekbow (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 13 มีนาคม 2561 / 15:36
    แนว sotus เยอะมากช่วงนี้ แถมอ่านแล้วคล้ายๆกันไปหมด แต่ก็สนุกดี ท่าทางพีชจะดวงสมพงษ์กับพี่โมจริงๆนะ 5555 แฟนเรโชนี่ก็เดาไว้แล้วแหละว่าน่าจะผู้ชาย
    #3,140
    0
  3. #2860 Mammy Sentereza (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2558 / 22:37
    ตอนแรกอ่านก็นึกถึง sotus อ่ะนะ จำไม่ได้หรอกว่าโมพีชนี่ใคร อ่านไปอ่านมา ไปเจอ พี่ภพ พี่ก้อง...

    หืม!?
    #2,860
    5
    • #2860-4 Babyonly(จากตอนที่ 2)
      26 ตุลาคม 2560 / 15:24
      ใช่ค่ะ หืมม !?
      #2860-4
    • #2860-5 FWBMS(จากตอนที่ 2)
      2 พฤศจิกายน 2560 / 18:09
      คิดเหมือนกันเลย~
      #2860-5
  4. #2858 ไรโนซีรัส (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2558 / 17:31
    ตกใจซะ 555555555
    #2,858
    0
  5. #2798 janeicelet (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2558 / 21:09
    พี่โมหวั่นไหวละๆ
    #2,798
    0
  6. #2596 KiHaE*129 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 2 กันยายน 2558 / 03:00
    ฮาาาาาาาาาาาาาาาาา

    ว่าแล้วต้องเป็นผช.



    #2,596
    0
  7. วันที่ 21 มิถุนายน 2558 / 13:24
    สะเด้ยยยย 5555555 ว่าแล้วแฟนโชต้องเป็นปู้ชาย แล้วพี่โมนี่คืออัลไรรรรรร มีใจตงใจเต้น เห๋ยยยยยยยยย
    #2,419
    0
  8. #2208 P.Secret (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 28 เมษายน 2558 / 14:29
    คือขำ จะตกใจอะไรนักหรายะ
    #2,208
    0
  9. #2076 Dairy-nana (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 24 มีนาคม 2558 / 00:50
    งื้ออออ ตึกตักๆนะพี่โม๊วววว
    #2,076
    0
  10. #2042 Asuna Jan (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2558 / 04:33
    ชื่อตอนได้ใจมาก55
    #2,042
    0
  11. #2013 ony.pp (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2558 / 17:20
    พี่โมโหดดดดดดดด
    #2,013
    0
  12. #1872 XT Volume (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2557 / 14:14
    ง่าาาา พีชมีแฟนแล้วนี่ แล้วจะคู่กะพี่โมยังงายยยยอ่า 5555 น้องงงค่ะ ติดตามนะคะ
    #1,872
    0
  13. #1576 shshshx (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2557 / 20:47
    อร๊ายยยยย โช แกาำดีคริคริ น่ารักกก><

    พี่โมมีใจเต้นดวยยยอ่าาารรร่่ี
    #1,576
    0
  14. #1565 Darkmemorise (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2557 / 17:12
    พี่โมดุจุวเลอออ
    #1,565
    0
  15. #1509 tinyrain (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2557 / 22:02
    นึกถึงฟีลตอนไปรับน้องที่ค่ายเลย 55555555 หนูพึ่งได้อ่าน ขอติดตามด้วยคนนะค้าาา
    #1,509
    0
  16. #1468 38 68 233 GRTKC (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2557 / 11:09
    พลิก โฮก อย่างว่าแต่ น้องพีชตกใจ แต่หันไปกรี๊ดพี่โชแปป โชเบิ้ล ><
    #1,468
    0
  17. #1458 minmin_elf13 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2557 / 15:40
    จะตกใจอะไร แค่มีแฟนเป็นผู้ชาย เดี๋ยวตัวเธอก็ที5555.
    #1,458
    0
  18. #1435 KimHeeBum (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2557 / 23:59
    บับเบิ้ลน่ารักก
    #1,435
    0
  19. #1400 Araya_Faii (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2557 / 16:43
    อ่านไปอ่านมา รู้วึกพี่โมจะจิต 5555 เเต่พีชนี่กล้ดีนะ เหมาะกับพี่โมดี
    #1,400
    0
  20. #1399 Araya_Faii (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2557 / 16:42
    อ่านไปอ่านมา รู้วึกพี่โมจะจิต 5555 เเต่พีชนี่กล้ดีนะ เหมาะกับพี่โมดี
    #1,399
    0
  21. #1346 cHAchar (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2557 / 11:32
    พี่ว๊ากแม่มมมมมมม โคตรโหด
    ไฝว้ลูก น้องพีช ไฝว้ต่อไป T_T
    #1,346
    0
  22. #1124 poungsaed (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2557 / 18:40
    อะไรคือจะมาดามใจคะ 5555
    #1,124
    0
  23. #1012 qunutty18 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 29 กันยายน 2557 / 08:55
    ทำไพี่โมมน่ากลัววววว -0-
    #1,012
    0
  24. #968 Kenji So (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 21 กันยายน 2557 / 21:29
    เอาแล้วไง เอาแล้วไงพีชชชชชช
    #968
    0
  25. #327 hayvril (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2557 / 22:08
    หลังวังงงงงงง คริคริ
    #327
    0