DOGMATIC LOVE (Yaoi) | รับน้องป่วนๆกับก๊วนวิศวะ

ตอนที่ 19 : Ch 19 - ซู่ววววววววซ่าาาาาาา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 15,682
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 58 ครั้ง
    12 เม.ย. 58


19

 

 

 

 

 

 

 

 

 

“ซู่ววววววววววววซ่า................”

 

“เอ้าค้างไว้ก่อน นับหนึ่งถึงสามช้าๆ ในใจแล้วค่อยเริ่มร้องต่อนะจ้ะเด็กๆ” เสียงยานแม่ร้องสั่งขึ้น ขณะที่พวกผมเหมือนคนบ้าลองอุปกรณ์ที่ใช้ประกอบการเชียร์ ไอ้หมวกแบบทหารอียิปต์นี่โคตรจะน่ารำคาญบวกกับสภาพอากาศที่อบอ้าวเหมือนฝนจะตกนี่อีก

 

เอาเถอะไหนๆ ก็บ้าเอาสติกูบ้าด้วยเลยไหม?

 

ผมเบะปากขมุบขมิบใส่ยานแม่ที่ยืนเท้าสะเอวสั่งแสตนด์พร้อมกับหันไปกำกับลีดที่วันนี้ลงมาซ้อมเต้นพร้อมกับกองเชียร์ มันคงดีไม่น้อยนะครับที่จะมีผู้หญิงสาวๆ ให้ชมบ้าง ถ้ามีแต่ลีดผู้ชายผมคงคิดว่านี่มันกีฬาสีโรงเรียนชายล้วน!

 

อย่างน้อยที่คุ้นๆ หน้าก็พี่มะนาวเอกเคมีสุดน่ารัก หรือจะเป็นพี่แหวนเพื่อนคู่หูพี่มะนาว สองคนนี้ถือว่าเป็นของดีวิศวะได้เลยครับ ยังดีที่มีอะไรชุ่มช่ำหัวใจให้มอง และมันคงดีกว่านี้หากสายตาผมไม่เหลือบไปเห็นสายตาดุๆ มาจากสนามบาสเสียก่อน

 

พี่โมที่หยุดวิ่งไล่ต้อนไอ้ลูกบาสสีส้มในสนาม อู้งานให้เพื่อนตัวเองทำหน้าที่แทนแล้วหันมาชี้หน้าผมอย่างคาดโทษ

เฮ้ย! อะไรวะ? นี่ยังไม่ได้ทำอะไรเลยนะ? แค่มองนะเว้ยยยย!

 

ผมถลึงตากลับก่อนจะทำเป็นมองไม่เห็นแล้วสนใจพี่มะนาวต่อ แต่นั่นแหละครับยานแม่ที่เว้นช่วนไปจัดท่าจัดทางให้ลีดเสร็จเรียบร้อยแล้วก็หันมาหาพวกแสตนด์อย่างเราๆ ต่อด้วยการสั่งให้เริ่มร้องเพลงใหม่อีกครั้ง

 

 

โพ่งงงงงงงง

นี่กูร้องซู่ซ่ามารอบที่ร้อยยิ่งกว่าท่องอาขยานภาคบังคับสมัยมัธยมอีกนะมึ๊งอิยานแม่!!!

เจ็บคอจะตายห่าแล้วโว้ยยยยยย!

 

 

“ปีหน้าถ้ากูได้ขึ้นแสตนด์แบบนี้อีกกูร้องไห้แน่อ่ะมึง” ผมหันไปกระซิบกับไอ้พอลที่ยังคงนั่งปรบมือเป็นเสต็ปตามที่ถูกสอนมา ซู่ซ่าฮาร์ดคอร์ในแบบวิศวะยังคงซ้อมอยู่อย่างต่อเนื่อง เนื่องจากจังหวะยังไม่ตรงกับท่าเต้นลีด และผมภาวนาให้ไม่มีใครคนไหนที่มันร้องผิดจังหวะให้เราต้องเริ่มร้องกันใหม่อีกรอบ

 

“ไม่หรอกมึง เด็กคณะเราเยอะจะตายไป ไม่เคยได้ยินว่ามีปีสองต้องขึ้นแสตนด์นะ” ไอ้พอลตอบก่อนจะหันไปตบมือกับคนข้างๆ และผมก็เช่นกัน

 

“เออ สมพรปากมึงเหอะ ปีนี้ยังดีที่เป็นแค่ทหารฟาโรห์ คอนเซปอียิปต์บ้าบอไรนี่ ถ้าปีหน้าแม่งแผลงๆ อยากเป็นคนป่านี่กูไม่ต้องใส่วิกอัฟโฟร่เหน็บดอกชบาแดงที่หูหรอวะ!

 

“มึงนี่ก็คิดได้นะ สาสสส”

 

“เอ้าหรือว่าไม่จริง!” ผมมุ้ยหน้าขณะที่มองลีดที่เต้นประกอบเพลงประจำสถาบันที่ตอนนี้เราต้องร้องไปด้วย และปรับเพลตตามรหัสที่พี่สต๊าฟยกบอกไปด้วย

 

นี่มันกีฬาสีมหาวิทยาลัยหรือไปแข่งโอลิมปิกครับ! มึงตอบด่วน! ถ้าจะอลังการ ทุ่มทุน และลำบากพวกกูมากขนาดนี้!!!

 

 

“เดี๋ยววันนี้พี่จะแจกชุดกีฬาสีให้น้องๆ ได้เอากลับไปซักกันนะครับ และก็อย่าเถลไถลไหนกันนะ พรุ่งนี้วันเสาร์มีนัดซ้อมตั้งแต่สิบโมงเช้านะครับ รีบกลับบ้าน และระวังฝนด้วยไม่สบายไปงาน คณะเราจะล่มไม่คุ้มกันนะครับ” พี่เนพูดขึ้นหลังจากที่ยานแม่เดินกลับไปสนใจการซ้อมเต้นของลีดแทนแล้ว

 

อยากจะตบตีตาตัวเองสักพันครั้ง พอเห็นหน้าพี่เนทีไร ไอ้เหตุการณ์วายป่วงที่สหการก็ผุดในสมองมาตลอด

มันมีปุ่มดีลีทไหมวะ? แบบกดปุ๊บช่วงความทรงจำที่เราอยากลบมันจะหายไปอ่ะ คือมันวายป่วงมากที่ต้องมารู้ความลับอะไรที่เราไม่ได้อยากรู้สักเท่าไหร่ และไม่สามารถเล่าให้ใครฟังได้ด้วย

 

ช่วงจังหวะที่ผมโดนเรียกชื่อแล้วต้องเดินไปรับเสื้อก็อดใจเต้นไม่ได้เมื่อคำพูดที่พี่เค้าพูดกับพี่ต้นนั้นดังขึ้นมาในสมอง จนต้องแอบลอบมองริมฝีปากเจ้าตัวแบบเผลอไผล ก่อนเอ่ยขอบคุณแล้วเลี่ยงออกมาหาไอ้พอลที่รออยู่ก่อนหน้า

 

หัวใจเต้นตึกตักเมื่อคิดไปว่ารุ่นพี่คนนี้โดนทำอะไรมาบ้าง แต่ไม่ทันได้คิดได้เท่าไหร่สายตาก็เหลือบไปเห็นร่างสูงที่นั่งอยู่ที่แสตนด์มองมาที่ผมเช่นกัน เหมือนหนังถูกเปลี่ยนแผ่น เพราะหลังจากสบตากับพี่โมสมองก็ฉายฉากริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่ผมโดนอีกฝ่ายก้มลงแนบจูบ

 

 

อื้อหืออออออออออ

ไอ้ซั๊ซซซซซซซซซซซซซ มือนี่อยากจิกหัวตัวเองแล้วควานหาปุ่มดีลีทจริงๆ

ประเด็นไม่ได้อยู่แค่ภาพความทรงจำ แต่ไอ้หัวใจนี่แม่มกระตุกแรงแทบจะหลุดออกจากอกอยู่แล้วว โง้ยยยยยยยยยย

ไหวป้ะวะพิชญ์พลลลลล!!

 

 

“เป็นอะไรของมึงวะพีช จะไม่สบายป้ะเนี่ยหน้าแดงๆ” พอลถามขึ้นพร้อมกับเอามือขึ้นมาอังศรีษะผมเพื่อคลายความสงสัยของเจ้าตัว แต่เป็นผมเนี่ยแหละที่ปัดมือมันออกเพราะรู้สาเหตุของอาการตัวเองดี

 

“ไม่หรอก กูแค่ร้อนเฉยๆ มึงก็รู้อากาศในนี้แม่มอบอ้าว แล้วนี่ยังไง มึงรอไอ้เบลใช่ป้ะ?”

 

“อืมก็คงงั้น รอพร้อมกับไหมกูจะได้ไปส่งหน้าหอ”

 

“ไม่หละมึง กูกลับไปนอนเอาแรงดีกว่า พรุ่งนี้ต้องมาซ้อมตั้งแต่สิบโมงแล้วเจอกันพรุ่งนี้นะมึง” ผมบอกลาไอ้พอลก่อนจะเดินออกมาจากโรงยิมเพื่อตรงกลับหอตัวเอง ถึงแม้ว่าตอนนี้เวลาจะล่วงเลยไปทุ่มกว่าๆ แล้ว แต่ผมก็ชินกับทางเดินในมหาวิทยาลัยเสียแล้วครับ เพราะมันไม่ได้มีอะไรน่ากลัวนักหรอก ไฟก็เปิดสว่างอยู่ตลอดเวลา

 

ที่เดียวที่น่ากลัวของมหาวิทยาลัยนี้ก็ไม่พ้นอยู่ตรงสระมรกตเท่านั้นหละครับ แต่นั่นก็ใกล้กับประตูมากพอให้ติดไฮสปีตออกจากรั้วก่อนที่จะมีเจ้าที่ออกมาวิ่งตามเท่านั้นเอง

 

และวันนี้เป็นอีกวันที่รอดพ้นมาได้ อาจจะเป็นเพราะใกล้ช่วงกีฬาสีทำให้ทั้งมหาวิทยาลัยมีคนพลุกพล่านเต็มไปหมด เสียงกลองทรัมป์ที่ตีประสานจังหวะคู่ไปกับเสียงร้องเพลงเชียร์ของเด็กปีหนึ่งในแต่ละคณะ ทำให้พื้นที่แห่งนี้ไม่เงียบเหงากว่าที่จะเป็น

 

 

ปี๊นนนนนนน!

 

 

ระหว่างที่ผมหยุดยืนคิดอะไรเพลินอยู่หน้ามหาวิทยาลัยเสียงแตรรถมอเตอร์ไซต์ดังขึ้นข้างกายจนเกือบหันไปด่าพ่อมันเรียบร้อยแล้วครับ ถ้าไม่ติดว่าเห็นหน้าเสียก่อนว่าใครเป็นคนขับ

 

ไอ้หน้านิ่งๆ ที่ฉายชัดเต็มสองลูกกะตากำลังมองมาทางผมชัดเจน ไม่ว่าจะมองซ้าย มองขวา มองหน้า มองหลังหาเพื่อนพี่ว้ากของพี่แกเองก็ไม่เห็นมีสักคนจนต้องชี้นิ้วเข้าหาตัวเองเพื่อแสดงความมั่นใจในการระบุตัวเสียก่อน

 

“คุณนั่นแหละครับ ขึ้นรถ” เสียงทุ้มเอ่ยย้ำพร้อมกับส่งคำสั่งมาให้ ผมลอบกลืนน้ำลายมองเวสป้า แอลเอ็กซ์ร้อยห้าที่เคยอยากได้หนักหนาตรงหน้าพร้อมกับกระชับสายสะพายเป้แบบสองจิตสองใจว่าจะขึ้นหรือไม่ขึ้นดี

 

“เอ่อ...”

 

“ไม่มีเอ่อ นี่สงสัยไม่ได้โดนซ่อมนานนะคุณ อยากขึ้นไปสวัสดีก้อนเมฆบนสะพานลอยสักยกไหม?” พี่โมไม่ว่าเปล่าครับ แถมทำท่าจะดับเครื่อง และลงมาจากรถเพื่อสั่งซ่อมจริงๆ จนผมกระโดดขึ้นรถแทบไม่ทัน

 

สึสสสสสสส นี่ยังไงเนี่ย! บังคับใจกูจริงๆ เลยเหอะ!

นี่บอกเลยนะว่ากลัวโลกร้อนเปลืองน้ำมันรถโดยใช่เหตุ ไม่ได้เกิดจากความกลัวเลยจริงๆ นะ

จริงๆ

 

“ขึ้นมาแต่แรกก็จบต้องให้ขู่ตลอด” เสียงบ่นพึมพำดังขึ้น ซึ่งผมทำเป็นไม่ได้ยินจะดีกับชีวิตมากกว่า และก็ไม่เข้าใจนะครับว่าทำไมต้องให้ผมขึ้นรถพี่แกมาด้วยเพราะว่าเพียงแค่ผมข้ามสะพานลอยไปอีกฝั่งก็เจอซอยเข้าหอพักตัวเองแล้วแท้ๆ

 

 

และแล้วก็เก็ทเมื่อพี่แกทำท่ากลับรถแล้วขับเข้าไปในมหาวิทยาลัยใหม่อีกครั้ง

 

เดี๋ยวๆๆๆ มึงผิดทางป้ะไอ้พี่โม นี่กลับไปทำม้ายยยย

 

“พี่ๆๆๆๆ ไปไหนครับเนี่ย!” ผมร้องถามพี่โมที่ตอนนี้กำลังเลี้ยวไปแยกฝั่งวิทยามุ่งสู่ประตูหลังมหาวิทยาลัย

 

“เดี๋ยวก็รู้หนะ นั่งเฉยๆ” พี่แกว่าเพียงเท่านั้นพร้อมกับเลี้ยวออกประตูหลังมหาวิทยาลัยอย่างสวยงาม โธ่! คือมึงพากูไปไหนนี่กูไม่มีสิทธิ์รู้ป้ะ? คือกูมีสิทธิ์ในตัวเองอยู่ป้ะวะไอ้พี่คนนี้นิ! ตอบ!!

 

และไม่ทันได้ทักท้วงอะไรในใจไปได้มากมายกว่านี้ครับ รถเวสป้าคันงามก็ถูกจอดที่ร้านเจ้เพ็ญเจ้าประจำที่เด็กมหาวิทยาลัยผมชอบมาฝากท้องกัน อาจจะเป็นเพราะวันนี้วันศุกร์ เด็กๆ ส่วนใหญ่ไม่ติดซ้อมกีฬาสีอยู่ก็รีบกลับบ้านกันไปหมดแล้ว หรือบางส่วนอาจจะไปสังสรรค์ที่ร้านเหล้า ผับ บาร์ แทบๆ นี้เช่นกัน ทำให้ร้านเจ้เพ็ญแกมีคนค่อนข้างบางตา

 

“อ้าว ไม่เข้ามาหรอคุณ” พี่โมเรียกผมอีกครั้งหลังจากที่เจ้าตัวเดินเข้าไปนั่งในร้านเรียบร้อยแล้ว แถมยังทำขมวดคิ้วหน้างงใส่ผมอีกต่างหาก ประเด็นคือไม่ไรไงแบบตอนแรกถามว่าไปไหนแล้วไม่ตอบคิดว่าจะอะไรมากกว่านี้ แต่คือมึงพากูมาร้านเจ้เพ็ญครับอิพี่โม แค่ร้านเจ้เพ็ญครับ! ลีลาทำเพื่อ????

 

“แหมะ พี่มากินข้าวก็ไม่บอกแต่แรก” ผมพูดขณะที่นั่งลงกับเก้าอี้ ถอดเป้ที่สะพายวางลงเก้าอี้ตัวข้างๆ ที่ว่างอยู่ขณะที่พี่โมมองผมแล้วเลิกคิ้วสูงให้กับคำถามนั้น

 

“ผมพูดอะไรผิดป่าววะ?” ถามทวนคำตัวเอง เท่าที่นึกได้ ก็ไม่ได้พูดอะไรที่ดูผิดหูร่างสูงตรงหน้านี่หว่า ทำไมต้องมองมาแบบนั้นด้วยหละวะ????

 

“คุณนึกว่าผมจะพาไปที่ไหนรึไง?” พี่โมตอบกลับมาเป็นคำถามครับ เจ้าตัวจุดยิ้มที่มุมปากแถมแสดงสีหน้าเจ้าเล่ห์ที่ผมเพิ่งเคยเห็นมาก่อนอีกต่างหาก

 

โง้ยยยยยยยยย อย่าทำหน้าแบบนี้นะเว้ยยยยย!

 

“ไปไหนพี่ ไม่ได้คิดไรทั้งนั้นแหละ” ผมส่ายหน้าให้ก่อนจะโดนสายตาจับผิดส่งมาจากคนถาม แล้วอยากจะลงไปกราบเจ้เพ็ญเป็นเบญจางคประดิษฐ์สักสิบรอบที่เดินเข้ามาถามรายการอาหารเสียก่อน

 

“เอากระเพราหมูสับไข่เจียวครับ น้องพีชอยากกินอะไรครับ?” พี่โมหันไปสั่งเมนูในใจตัวเองก่อนจะหันมาถามผมด้วยประโยคคำถามที่โคตรจะชวนให้ขนลุก

 

ฮือออออออออออออออออออออออออออ

น้องพีชพ่องงงง!

 

“ข้าวผัดปูครับป้า” ผมหันไปบอกป้าแก ก่อนที่แกจะจดแล้วเดินจากไปทิ้งให้ผมต้องอยู่ในสภาวะเดิมอีกครั้ง ผมพยายามไม่สนใจคำสรรพนามที่พี่โมเรียกผมเมื่อครู่พร้อมกับมองหาร้านปังเย็นใกล้ๆ กะว่าเดี๋ยวกินข้าวเสร็จจะไปสั่งเอามาล้างปากเสียหน่อยไม่ติดว่าพอวาดสายตากลับมาที่โต๊ะก็ดันมาเจอไอ้รุ่นพี่ปีสามคนเดิมที่นั่งเท้าคางมองมาทางผมแบบไม่วางตา

 

อื้อหือออออ

ไม่มีไรทำอ๋อวะ? มานั่งมองกันแบบนี้เนี่ย?

 

“มองไรพี่?” ผมถามออกไปพร้อมขยับตัวหลบสายตานั้น แต่ไอ้คนถูกถามไม่ได้ตอบอะไรนอกจากส่งรอยยิ้มมาให้แล้วหันมองตามผมที่เขยิบไปมา

 

ห่านนนน มึงไม่ปวดตามั่งไง?

 

“มองคนน่ารัก”

 

ชะอุ้ยยยยยยย

น่ารักโพ่งงงงงงงงงงงงงงงงง!

ฮือออออออออออออออออออออออออออออ เจ้เพ็ญแคนเซิ่ลข้าวผัดปู น้องพีชสู้ไอ้พี่โมไม่ไหวจะหนีกลับหอแล้วครับ!!!!

 

“ตลกพี่ น่ารงน่ารักบ้าบอไร ผู้ชายแมนๆ” ผมปฏิเสธกลับไปพร้อมกับในใจคิดว่าไปสั่งปังเย็นตอนนี้เลยดีป่าววะ? ไม่รอกินข้าวเสร็จหละ ชีวิตแม่มดูไม่ปลอดภัยเท่าไหร่เล๊ยยยยยยย TT

 

“ก็ไม่ได้ว่าว่าไม่แมนเสียหน่อยนี่ พี่แค่ว่าน้องพีชน่ารักเท่านั้นเอง”

 

ถ้าสมมติว่าผมยกเก้าอี้นี่ฟาดหน้าพี่โมเสียทีจะผิดไหมครับ?

จะหยอดจะหย่อนหาหอกง้าวพระแสงเทียนไขให้ได้อะไรวะ??????

คือ...คือ.....คือ....แม่งงงงงง

 

เออๆๆๆๆ คือกูเขินเว้ยยยยยยยย!

ตีหน้านิ่งไม่ไหวแล้วนะมึ๊งงงงงงงงง!

 

 

 

“ตลกครับพี่”

 

“ตลกตรงไหน ไม่เห็นน้องพีชหัวเราะเลย”

 

ใครบอกพี่โมแสนดี พ่อพระ เรียงตัวมาให้ผมตบปากทีนะครับ เพราะประสบการณ์ตอนนี้คิดว่ามันมีนิสัยกวนอวัยวะเบื้องล่างมากครับ แถมไอ้หน้าตาตอนนี้มันแบบ ฮึ๊ยยยยยยยยยยย ไม่ติดว่าแม่มเป็นพี่ว้ากนี่ชวนวัดแล้วนะว่าเบอร์รองเท้าใครใหญ่กว่ากัน!

 

“วู้วววว พี่นี่อะไรวะกินไรผิดมาป่าววะเนี่ย?” ไม่ได้การครับต้องรีบตีหน้าขรึมก่อน นี่พูดตามตรงว่าตอนนี้หัวใจเริ่มทำงานผิด เริ่มหวั่นๆ กับไอ้คำที่พี่โมหยอดหนักๆ ขึ้นทุกที

 

เอาเสะ ใครมาลองโดนเต๊าะแบบนี้บ่อยๆ ดูไหมครับ??

ฮืออออออออออ

 

 

“ไม่ได้กินอะไรผิด ถ้าจะผิดก็คงต้องโทษน้องพีชที่เกิดมาน่ารักเอง”

 

ฟ๊ายยยยยยยยยยยยยย!!!

ทุ่มโต๊ะแม่ม!!!!

ใครก็ได้เอาพิชญ์พลออกไปจากจุดนี้ทีครับ ขอพี่โมโหมดพร้อมว้ากกลับมาเถอะ พึงพอใจจะอยู่กับคุณโมกุลร่างนั้นมากกว่าร่างขี้เต๊าะแบบนี้ล้านเท่าเลยครับ!!!

 

โอ้ยยยยยยยยยย

กินข้าวไม่ลงแล้วโว้ยยยย เลี่ยน!!!

 

 

 

CUT 50%

 

 

 

หลังจากที่กินข้าวมื้อที่คิดว่ามันโคตรจะเลี่ยนที่สุดในชีวิตจนไม่สามามารถเดินไปซื้อปังเย็นมากินต่อได้ เพราะมันอาจจะเลี่ยนจนผมสามารถเป็นโรคเบาหวานได้อย่างแน่นอน และระหว่างที่รอพี่โมเดินไปเคลียร์ค่าใช้จ่ายกับเจ้เพ็ญที่เมื่อครู่เถียงกับแทบตายว่าใครจะเลี้ยงใคร ผมขออเมริกันแชร์ก็ไม่ยอม จะเลี้ยงก็ไม่เอาเลยปล่อยเลยตามเลยครับ

 

ลมเย็นๆ ที่พัดผ่านมาพร้อมกอบโกยเอากลิ่นดินเคล้ากลิ่นฝนมาด้วยทำให้ผมรู้ว่าฝนกำลังจะตกอีกในไม่ช้า อยากจะส่งข้อความไปบอกให้พี่เนมึงย้ายเรียนพยากรณ์อากาศเถอะ ถ้ามึงจะแม่นขนาดนี้ แต่เพราะว่าเราอยู่กันหลังมหาวิทยาลัยเลยไมได้เป็นสิ่งที่น่ากลัวมากมายอะไรเท่าไหร่นัก ให้พี่โมรีบแว้นไปหอก็คงจะทันฝนได้อยู่

 

แต่..

 

“นี่พี่ต้องแวะไปซื้อของที่เซเว่นก่อนนะ น้องพีชเอาอะไรไหม?” พี่โมก้มลงจัดการเก็บเงินทอนเข้ากระเป๋าเงินพร้อมกับเดินมาหาผมที่ยืนรออยู่หน้าร้านด้วยสีหน้ากังวลใจ เอิ่ม ไอ้พี่โมมึงช่วยแหกตาดูฟ้านิดนึงได้ไหมครับว่าตอนนี้มันมีสภาพปบบไหน แล้วมึงแวะเซเว่นไหนวะ? ฝนจะตกแล้วนะเฮ้ย!

 

“ช้าไหมครับพี่ ผมว่าฝนมันกำลังจะตก เดี๋ยวเปียกฝนจะไม่สบายเอา” ผมพูดตามที่ตัวเองกังวลใจออกไป ขณะที่ได้ยินเสียงหัวเราะขึ้นคอมาจากไอ้รุ่นพี่ที่มีศักดิ์เป็นลุงรหัสด้านข้างกาย สายตาที่มองมาทางผมนี่ก็อีก เหมือนมันแอบด่าผมในใจว่าอ่อนอ่ะ ยังไง? กูกลัวเปียกฝน ไม่สบายกูอ่อนไง? ไฝว้มะ?

 

“น้องพีชไม่สบายก็ดี พี่จะได้ดูแลทั้งวันเป็นการรับผิดชอบดีไหม? ให้รับผิดชอบทั้งชีวิตก็ได้นะ”

 

เอาแล้วไง ทิ้งช่องโหว่ไม่ได้หย่อยหยอดมาทันทีเลยครับ! โอ้ยยยยยยยยย นี่เริ่มไม่เขินแล้วนะ ออกแนวหมั่นแทนนะครับพี่!

 

“ตลกเหอะพี่โม ผมว่ารีบไปเหอะไม่อยากเปียก” ผมเบ้ปากใส่คำหวาน และรอยยิ้มแปลกๆ ที่ส่งมาให้ก่อนจะดันเจ้าตัวให้กลับไปรถเวสป้าที่จอดอยู่ใกล้ ซึ่งโชคดีที่รอบนี้พี่โมก็ยอมทำตามอย่างดี

 

มันคงจะดีหรอกหากว่าฟ้าฝนแม่มจะเป็นใจกันสักนิด!!!

ไอ้เชร้!!!

 

 

ผมรีบกระโจนลงจากรถเมื่อฝนทำท่าจะตกหนักเมื่อพี่โมขับรถลัดเข้ามาในมหาวิทยาลัย และแวะจอดลงที่หน้าตึกวิทยาศาสตร์ ที่ตอนนี้มีเด็กค่อนข้างบางตาไปแล้ว ตอนนี้ไม่สนแล้วครับว่าพี่โมมันจะเปียกมากเปียกน้อยเอาตัวให้รอดก่อนด้วยความเป็นคนที่ค่อนข้างจะป่วยง่ายเลยต้องดูตัวเอง แล้วนี่ยังไง? พากูมาเปียกฝนเนี่ย เดี๋ยวส่งพ่อแม่มาจัดการแม่ม!!

 

หลังจากที่เดินเข้ามาในตัวตึกที่ไม่คุ้นเคยก็มองหาที่พอจะนั่งได้แล้วทิ้งตัวมองคนตัวสูงกว่าที่ดินตามเข้ามาด้วยสภาพเปียกโชก เสื้อชอปที่เจ้าตัวใส่เปียกไปหมดรวมไปถึงเสื้อยืดสีขาวตัวในที่เปียกแนบเนื้อตัวจนเห็นอะไรต่อมิอะไรข้างในเหมือนกับไม่ได้ใส่เสื้อผ้า

 

“จู่ๆ ก็ตกแบบไม่มีวี่แววเลยเฮ้ย” พี่โมบ่นเบาๆ พร้อมกับทิ้งตัวลงนั่งข้างผม เจ้าตัวเสยผมที่เปียกโชกด้วยท่าทีที่แสนจะปกติแต่ทำไมท่าทางเหล่านั้นกลับสะกดสายตาผมให้มองภาพตรงหน้าแบบไม่สามารถละสายตาได้หละเนี่ย

 

และกับเจ้าตัวเองก็รู้ตัวว่ากำลังถูกจ้องมอง เขาหันมาสบตากับผมพร้อมกับเลิกคิ้วให้

 

“มองแบบนั้นหมายความว่ายังไงหละเนี่ย?” พี่โมเอ่ยถามขึ้นพร้อมกับเท้าคางหันมาทางผมจนต้องร้อนให้เขยิบกายหนี ภาพทรงจำที่ครั้งก่อนถูกแล่นเข้ามาในสมองอีกครั้ง

 

โง้ยยยยยยยยย

อย่านะมึงงงงงง คราวนี้กูถีบนะครับ!!!

 

“มองเฉยๆ ไม่ได้เลยดิ?” ผมตอบออกไปแต่หากได้รับเพียงเสียงหัวเราะจากร่างสูงกลับมา

 

“มองได้ ไม่ได้ห้าม แต่มองนานๆ ระวังไม่ได้กลับบ้านมือเปล่านะ” พี่โมพูดทั้งๆ ที่ยังเท้าคางมองผมอยู่เหมือนเดิมพร้อมกับเผยรอยยิ้มกว้างๆ ในตอนท้าย เรียกให้ผมเลิกคิ้วขึ้นสูงสงสัยในคำพูดนั้น

 

และก็สร้างความสงสัยในใจได้ไม่นาน

 

“เพราะน้องพีชอาจจะได้ใจผมกลับไปด้วยนะครับ”

 

 

ไอ้ซั๊ซซซซซซซซซซซซซซซ!

ที่บ้านมึงเป็นคณะลิเกรึยังไงห๊า!!!!

ทั้งหย่อยทั้งหยอด ป้อใส่กูแบบไม่เว้นนาทีแบบนี้ต้องการอะไรจากกูคร๊าบบบบบบ!!!

 

 

ฟ้องงงง!!!

พีชจะฟ้องแม่!

พีชจะฟ้องพ่อ!

พีชจะฟ้องเฮียพลับ!

พีชจะบ้า!!! อร่อกกกกกกกกกกก!!!

 

 

 

ระหว่างที่รอฝนตกผมนี่ก็ไม่นั่งอยู่เฉยๆ หละครับ ลุกเดินไปดูซอกนู้นซอกนี้ ยื่นมือไปด้านนอกอาคารบ้างเพื่อดูให้แน่ใจว่าฝนมันหยุดตกรึยัง สุดท้ายก็เห็นว่ามันซามากแล้วจนรถเวสป้าของพี่โมสามารถพาเรากลับหอได้ และพี่โมเองก็เห็นด้วยเช่นกัน

 

“คุณเอาอันนี้คลุมหัวไว้เดี๋ยวไม่สบายเอา” พี่โมว่าพร้อมกับยื่นเสื้อชอปสีแดงเลือดหมูมาให้ผมเองก็รับมาแบบงงๆ แต่ก็ไม่ได้ขัดอะไรพร้อมกับเดินตามพี่แกไปขึ้นรถที่ตอนนี้เปียกจนไม่สามารถนั่งได้ พี่แกก็หยิบเสื้อบาสในกระเป๋าขึ้นมาเช็ดเบาะให้พร้อมกับขึ้นคร่อมเพื่อสตาร์ทรถ

 

ผมที่ยืนทึ่งกับการกระทำของคนตรงหน้าหน่อยๆ แต่ก็ยอมขึ้นรถตาม หลังจากที่รถถูกสตาร์ทเรียบร้อยแล้ว

 

ไม่นานนักเราก็มาถึงหน้าหอพักแบบที่ผมแทบจะไม่เปียกอะไรเลย แต่พี่โมนี่เหมือนคนที่ไปอาบน้ำมาอีกรอบ ผมเอ่ยขอบคุณพี่แกพร้อมกับยื่นเสื้อชอปคืนให้แต่เจ้าตัวดันไม่รับเสียนิ

 

เฮ้ยยยยยย

จะเอาไม่เอานิ

 

“คุณเอาไปซักให้ผมด้วย พรุ่งนี้ไปคืนที่โรงยิมนะ” พี่โมว่าจบก็เดินหนีขึ้นบันไดไปเฉยๆ ทิ้งให้ผมก้มมองเจ้าเสื้อชอปในมือด้วยความงุนงง

 

 

 

 

 

 

DOGMATIC LOVE

 

 

 

 

 

ด้วยความโชคดีที่เมื่อคืนผมกินยากันเอาไว้ เลยทำให้ตื่นเช้ามาด้วยอาการปกติดีไม่มีความรู้สึกร้อนๆ หนาวๆ เข้ามาเป็นออบชั่นเสริมจากที่ตากฝนมาเมื่อวาน หลังจากที่เปลี่ยนเสื้อผ้าเรียบร้อยก็แวะเดินออกไปดูเสื้อชอปสีแดงเลือดหมูที่ถูกตากไว้ที่คอมเพลสเซอร์แอร์ ซึ่งตอนนี้มันก็แห้งดีจนสามารถเอาไปคืนเจ้าของได้แล้ว

 

ผมมองซ้ายมองขวาหลังจากที่เดินลงมาที่หน้าหอ มองหาเจ้าของรถเวสป้าสีแดงที่ตอนนี้มันถูกจอดเอาไว้เฉยๆ ที่ใต้ตึก แต่ตรงที่จอดรถบีเอ็มดับบลิวคันหรูของพี่แกกลับว่างเปล่า และนั่นเป็นคำตอบที่กำลังบอกผมว่าเจ้าตัวได้ออกไปมหาวิทยาลัยเรียบร้อยแล้ว

 

เออะ....

ไมวันนี้มันไปไวจังวะ???

ความจริงไม่ได้อยากคุยกับพี่แม่มที่มหาลัยเลยจริงๆ เพราะมีแต่คนจ้องจะแซวจะแกล้งเขาตลอดเวลาดิ!!

 

 

“ปี๊น!! ปี๊นนน!” ระหว่างที่ผมเดินอยู่ที่หน้าปากซอยหอพักเพื่อตรงไปที่สะพายลอยก็ดันมีรถเก๋งคันคุ้นตากดแตรเรียกความสนใจเสียก่อน พอเห็นผมชะลอการเดินไอ้เจ้าของรถก็ลดกระจกลงมาเพื่อเรียกให้ผมขึ้นไปบนรถคันนั้น

 

 

“แหมะ วันนี้เป็นบุญตูดผมจริงๆ ครับได้นั่งรถเพื่อนพอลเข้ามหาวิทยาลัยเนี่ย” หลังจากที่นั่งบนรถปิดประตูแน่นพอที่จะไม่โดนเหวี่ยงลงไปก็เริ่มปล่อยสัตว์เลี้ยงในปากทำงานครับ ไอ้พอลมองเหล่ผมผ่านกระจกรถขณะที่ไอ้เบลที่เป็นขาประจำตุ๊กตาหน้ารถคันนี้ก็หัวเราะออกมาเบาๆ

 

“หรือมึงจะเดินกูจะได้ปล่อยให้ลง” ไอ้พอลมันเลิกคิ้วสูงไม่ยอมออกรถไปจากริมฟุตบาทเสียที จนผมนี่ใจไม่ดีได้แต่ส่ายหน้าหวือพร้อมกับทิ้งตัวนอนก่ายกับเบาะหลังแสดงตัวว่าต่อให้มึงพูดแค่ไหนกูก็ไม่ลง

 

ให้ตายเหอะจะให้ลงไปเสี่ยงชีวิตกับเจ้าที่ที่สระมรกตก็ไม่ไหวป้ะ นานๆ ทีจะได้โอกาสผ่านสระแบบไม่ต้องออกกำลังกายวิ่งเสียที

 

“ว่าแต่มึงหอบไรมาเยอะแยะวะ ไปซ้อมแสตนด์แค่นี้นะมึง” ไอ้เบลถามขณะที่ไอ้พอลกำลังออกรถเพื่อเลี้ยวเข้ามหาวิทยาลัยไป ผมเองก็ก้มมองของในมือก่อนจะส่ายหน้าเนือยๆ เมื่อคิดถึงไอ้เจ้าของของตัวจริง

 

“ไม่ใช่ของกู แค่เอามาคืนเจ้าของเฉยๆ” ผมตอบออกไป และโชคดีที่ไอ้เบลไม่ได้สนใจจะหาคำตอบต่อสุดท้ายบรรยากาศในรถก็เต็มไปด้วยเรื่องการซ้อมกีฬาเอย ซ้อมแสตนด์เอย รวมไปถึงการบ้านวิชาโปรแกรมมิ่งที่อาจารย์สั่งราวกับว่าพวกผมเป็นเด็กว่างงาน สุดท้ายไอ้พอลก็มาถึงโรงยิมคณะวิศวะที่ตอนนี้เริ่มมีคนเดินไปเดินมาพอสมควร

 

“นี่มึงไปซ้อมบอลเลยป้ะเบล” ไอ้พอลถามเบลหลังจากที่เดินลงจากรถ ขณะที่มันพยักหนาให้คำตอบ ผมมองออกไปที่สนามบอลหน้าโรงยิมก็เห็นรุ่นพี่หลายๆ คนกำลังวอร์มร่างกายอยู่ที่สนาม เลยทำให้รู้ว่าวันนี้วิศวะแม่มยกพวกมากันทั้งคณะรึเปล่า แอบเห็นพี่จาวแว๊บๆ กำลังทำเสียงเจี้ยวจ๊าวหยอกล้อกับพี่ปีสามที่เป็นหนึ่งในนักกีฬาฟุตบอล ซึ่งเป็นเรื่องน่าแปลกครับ เพราะพี่ปีสี่ไม่ได้มีเวลามาสนใจเรื่องอะไรแบบนี้กันหรอก

 

ได้ข่าวมาว่านั่งงมหัวข้อโปรเจคจบมาเสนออาจารย์ที่ตนเองหมายมั่นให้เป็นที่ปรึกษาก็เลือดตาแทบกระเด็นแล้ว แถมปีนี้ผมได้ยินมาว่าได้โจทย์หินอย่างแรงด้วยหัวข้อว่า “ตอบแทนคุณแผ่นดิน” เป็นผมผมก็คิดหนักนะ วิศวะคอมกับตอบแทนคุณแผ่นดินเนี่ย งานนี้เก่งอย่างเดียวไม่ได้นะครับ ต้องมีจิตอาสาหัวครีเอทด้วย!

 

ว่าแต่ทำไมพี่ปีสี่วันนี้ดูหนาตาจังวะ?

 

คำถามถูกจุดขึ้นมาในสมองในระหว่างทางนี่ยกมือไหว้จนแทบจะเดินประนมมือไหว้แบบนั้นจนถึงโรงยิมด้านบน พี่บางคนสภาพไม่ได้ต่างจากซอมบี้กลายร่างมา ประเด็นคือผมเห็นปู่ หรือย่ารหัสอย่างพี่แมทกำลังนั่งดูดบุหรี่สบายใจอยู่ในวงล้อมพวกพี่ๆ สโม

 

และรางร้ายก็กำลังจะปรากฏ

 

“น้องพีชชชชชชชชช มาหาเฮียหน่อยเร็วไอ้ลูกหมา!!” เสียงร้องเรียกจากเฮียแมทที่ดังลั่นโรงยิมทำให้ผมกลายเป็นจุดรวมสายตาของทุกคนในที่นี้ ยืนกุมหน้าผากด้วยความรู้สึกอยากร้องไห้เสียเหลือเกิน ทั้งๆ ที่พยายามเดินเข้ามาแบบเงียบๆ ไม่ให้ใครสนใจแล้วนะ แต่เฮียแมทแม่มตาไวเหลือเกินเว้ย!

 

ไอ้พอลที่ดูเหมือนตกใจไม่ต่างจากผมรีบสะกิดให้ผมเดินไปหาพี่แมทอย่างที่เจ้าตัวเขาเรียก

เอาจริงๆ ก็อยากเดินไปหาอยู่หรอก ถ้าไม่ติดว่าไอ้พี่โมมันนั่งอยู่พร้อมด้วยบริวารพี่ว้ากแบบเต็มอัตรา

 

โอ้ยยยยย ชีวิตข้าทำไมลำบากลำบน เคราะห์ซ้ำกรรมซัดแบบนี้วะ ตอบ!!!

 

 

“เฮียแมทหวัดดีครับ” ผมยกมือไหว้ก่อนจะหันไปไหว้พวกพี่ปีสามที่เหลือจนครบ พร้อมกับโดนดึงเข้าไปกอดแน่นจนไอ้ผมเนี่ยแหละที่ตั้งตัวไม่อยู่

 

ณ จุดนี้ผมเข้าใจแล้วครับว่าทำไมไม่มีใครกล้าหือกับเฮียแมทแกสักคน ก็แกเล่นทั้งห้าวทั้งแมนแบบนี้จนผู้ชายอย่างผมยังต้องยอมเลย และพี่แกคงได้กอดทักทายผมจนสมใจ ก่อนจะปล่อยให้ผมกลับไปขึ้นแสตนด์ตามปกติ ไม่ติดว่าไอ้พี่ทีอริคู่อาฆาตผมแต่ครั้งก่อนส่งเสียแซวขึ้นมาขัด

 

“เฮียๆๆๆ อย่าไปกอดมันมากเดี๋ยวน้องเฮียหึงทำไงเนี่ย!!

 

“ฮิ้ววววววววววว”

 

ไม่แซวเปล่าครับ ไอ้พวกที่เหลือก็รับลูกได้ดีเหลือเกิน บ้านมึงเป็นรับจ้างแซวหรอไอ้รุ่นพี่พวกนี้!!

 

“อะไร? หงหึงอะไร? ยังไงพูด!” พี่แมทคลายกอดผมก่อนจะหันไปทำหน้าปั้นปึงใส่ไอ้คนที่ส่งเสียงโห่ร้องราวกับขอส่วนบุญ แต่ใช่ว่าพวกมันจะกลัวครับยิ้มหน้าระรื่นผลักไหล่ไอ้พี่โมยิกๆ ให้ออกตัว ผมเลยเหล่มองไอ้คนที่ตีหน้านิ่งกำลังอมยิ้มส่งมาให้

 

ยิ้มหน้า!! ยิ้มทำบ้า! ยิ้มมาทำไมวะ!!!!!

 

“ของที่ให้เอามือคืนอ่ะ เอามาให้ผมรึเปล่า” พี่โมมันทำไม่สนใจคำถามเฮียแมทครับแต่หันมาถามผมด้วยน้ำเสียงที่ฟังแล้วรู้สึกมันจะอารมณ์เกินเหตุ

 

เออะ! หยิบแล้วปาใส่หน้าแม่มจะโดนสั่งซ่อมป้ะวะ???

 

“เอามาดิพี่ นี่ลำบากซักให้แล้วยังจะให้แบกมาคืนอีก” ผมบ่นก่อนจะส่งถุงกระดาษคืนเจ้าตัวไป พร้อมกับสายตาอยากรู้อยากเห็นของคนกลุ่มนั้น และพี่โมก็ดันยิ้มกว้างจนเพิ่มความน่าสงสัยไปอีกจนกระทั่งเจ้าตัวหยิบเสื้อชอปสีเลือดหมูในถุงขึ้นมาคลี่ดู และเสียงไอ้พี่ทีก็ดังแซ่ซ้องขึ้นมาราวกับจะตั้งขบวนขันหมาก ไอ้พี่ก้องหัวเราะลั่นแล้วหันไปตีแสตนด์ให้เป็นเสียงกลองยาว

 

“ใครมีมะกรูด”

 

“มาแลกมะนาว”

 

“ใครมีลูกสาว”

 

“มาแลกลูกเขย”

 

“เอาวะเอาเหวยลูกเขยกลองยาวตะละลา”

 

“ฮุ้ยยยยฮา”

 

“โห่ฮิ้วววววว”

 

 

 

เฮ้ยยยยย พวกพี่มึงเป็นอะไรกันครับเนี่ย กูสงสัยแบบอันลิมิตแล้วครับ อยู่ๆ มึงลุกขึ้นมาเซิ้งกลองยาวบ้าบออะไรกัน ไอ้พี่แมทก็บ้าบอตามพวพี่ว้ากแม่มไปด้วย

 

เกิดอะไรขึ้นตอบน้องพีชพิชญ์พลทีเว้ย!!!!

 

 

“อะไรเนี่ยพี่ ไม่มีสาระไรผมกลับหละนะ” ผมหันไปเหวี่ยงใส่ไอ้เจ้าของเรื่องอย่างพี่โม แต่ไอ้เจ้าตัวก็ไม่ได้ทำให้ผมกระจ่างขึ้นมานอกจากเสียงหัวเราะแบบนี่เล่ห์นัย

 

อารมณ์เสีย หงุดหงิด อยากจะเหวี่ยง เดี๋ยวไอ้พี่ทีรอบนี้มึงเจอยานแม่แน่กูคอนเฟิร์ม!!!

 

 

“อะไรวะมึง พวกพี่เค้าแกล้งอะไรมึงอีกอ้ะ” ไอ้พอลถามผมขึ้นมาหลังจากที่ผมปีนขึ้นแสตนด์ไปนั่งประจำที่ตัวเองเรียบร้อยแล้ว

 

“ไม่รู้แม่ม กูแค่เอาเสื้อชอปคืนพี่โมแค่นี้ อยู่ๆ ก็บ้ากัน” ผมบ่นก่อนจะหยิบหมวกทหารอียิปต์ขึ้นมาใส่รอซ้อม แต่ไอ้พอลดันทำหน้าตกใจราวกับสิ่งที่ผมเพิ่งพูดออกไปนั่นเป็นสิ่งที่โคตรจะร้ายแรง

 

“ยังไงนะมึง” ไอ้พอลถามย้ำอีกครั้งจนผมต้องจิ๊ปากด้วยความหงุดหงิด

 

อะไรกันนักหนาวะ?

 

“ก็แค่กูเอาเสื้อชอปไปคืนพี่โม พวกมึงจะตกใจอะไรกันนักหนาไม่เข้าใจเนี่ย!

 

หงิดครับหงิด พูดเลยว่าเริ่มรำคาญกับอาการบ้าบอแบบนี้เนี่ย!

 

“ไอ้พีชนี่มึงไม่รู้?”

 

“รู้เชี่ยไร?”

 

“ใครคนไหนที่รับเสื้อชอปจากวิศวะ มันแปลว่าคนนั้นรับหัวใจของเจ้าของเสื้อมาด้วยนะเว้ย!

 

“ห้ะ!

 

“เสื้อชอปแม่มมีความหมาย ความสำคัญกับเด็กวิศวะมาก เกียร์ที่ปักอยู่บนแขนเสื้อเปรียบเหมือนหัวใจของเรามึงเข้าใจไหม”

 

 

อื้อหือ...ชัดเจน!

 

ไอ้เชี่ยพี่โม!!!!!!!!!!!!!! มึงวางยากูววววววว ไอ้ซั๊ซซซซซซซซซซ!!!

ฮืออออออออออออออออออออออ เอาเครื่องย้อนเวลามาให้กูเดี๋ยวนี้ ไอ้บ้าเอ๊ยยยยยยยยยยย!!!!

 

 

 

 

 

 

DOGMATIC LOVE

TBC.








Talk: วิ้วววววววววววววว #จุดพลุ ได้ลงเต็มร้อยเสียที โฮ้วววววววว อยากจิคราย TT
ไม่โกรธไม่เคืองกันเน้อออ ฮิ้ววววววววววว ไม่ขออะไรมาก เม้นให้กำลังใจกันก็พอเนอะ
อ่านแล้วเม้น ซอลมาอ่านเม้นก็มีความสุข มีความสุขไม่แน่คืนนี้อะไรดีๆอาจจะตามมา กิกิ #ยิ้ม

จากการพูดคุยครั้งก่อนรีดเดอร์ซอลมี IGOT7 เป็นแฟนคลับอยู่บ้าง #แถมยังเมนมาร์คอีกต่างหาก
ใครชอบพอสนใจอ่านแฟนฟิคก็อทเจ็ดเชิญจิ้มลิงก์ได้เลยนะจ้ะ

Matching  Love | Fanfiction | Markbam | Jackyug | 2Jae > Click <
❀ฟิคกล่องสี❀ | คลัง Shortfic GOT7  > Click <




และสุดท้าย จงรัก จงหลง เมนข้า 5555555555 แอร้ะะ แอร้ยยยย

>_________<







 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 58 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3,209 ความคิดเห็น

  1. #3117 KM8WS (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2560 / 01:36
    ไปเดทกันเลยยยย
    #3,117
    0
  2. #3103 POLUYA (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2560 / 13:25
    กรี้ดดดดดด น้องพีชของช้านนน น่าหยิกมาก55555 เขินเลยฮะะ
    #3,103
    0
  3. #3094 Gulrat1122 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2560 / 20:40
    คิดถึงเฮียพลับง้ะ
    #3,094
    0
  4. #3093 mothergod (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2560 / 19:45
    พี่หลอกลวงน้องอะ!!! ทำไมพี่ถึงทำงี้ น้องพีชของแม่~~~ ตามใครเขาไม่ทันตลอดก
    #3,093
    0
  5. #3060 editionzeed (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2560 / 22:36
    อ๊ากกก เขินตัวบิดดด
    #3,060
    0
  6. #3053 Dream-night (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2560 / 01:54
    อยากได้คนแบบพี่โมต้องไปหาได้ที่ไหนคะ ให้ตายก็ยอมมมโอ้ยยยย ระทวยใจซะเหลือเกินน
    #3,053
    0
  7. #3027 feonixsh (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2560 / 12:07
    กรุเขินแทนพีชอ่ะ อ๊ากกกกก
    #3,027
    0
  8. #2972 น้ำแข็งไสเย๊นเยน (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 21 กันยายน 2560 / 09:49
    ฉันเขินตั้งแต่ต้นจนจบตอน. ว๊ายยยย ใจบางแล้วเนี่ยพี่โมมันร้ายยย
    #2,972
    0
  9. #2961 namhom-3449 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 1 เมษายน 2560 / 08:46
    พี่โมมันร้ายยยยยจิงจิ๊งงงงง5555
    #2,961
    0
  10. #2934 Patsorn Srisopa (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2559 / 12:49
    เค้าหย่อหยอดน่ารักอ๊าาาาา
    #2,934
    0
  11. #2917 mikana (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 18 มีนาคม 2559 / 09:36
    อ่านถึง -เชี่ยพี่โม -วางยากู แล้วแบบ...ขำหนักมาก น้ำตาไหลเลย 55555555555 พี่โมร้ายยยยยยยย
    #2,917
    0
  12. #2869 Mammy Sentereza (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2558 / 15:40
    อิแหม่~~~~~ พี่โม-ร้ายยยย แต่น้ายเราก็รัก แอร๊ยยยยย
    #2,869
    0
  13. #2851 เอ้ (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2558 / 00:27
    คนคิดคนเซปสแตนเชียร์กีฒาคณะวิศวะมอกูมันอ่านเรื่องนี้ป่ะว่ะ ถึงคิดคอนเซปว่าอะเมซอน พ่องคิดได้ไง ให้แต่งชุดคนป่า เงาะป่ามาเต้นหลีด คิดได้ไง
    #2,851
    0
  14. #2850 เอ้ (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2558 / 00:27
    คนคิดคนเซปสแตนเชียร์กีฒาคณะวิศวะมอกูมันอ่านเรื่องนี้ป่ะว่ะ ถึงคิดคอนเซปว่าอะเมซอน พ่องคิดได้ไง ให้แต่งชุดคนป่า เงาะป่ามาเต้นหลีด คิดได้ไง
    #2,850
    1
    • #2850-1 a solphase(จากตอนที่ 19)
      27 ตุลาคม 2558 / 02:01
      โอ้ยยยย ขออนุญาตขำนะคะ TT ฮืออออออ ถ้ามันเป็นแบบนั้นจริงๆพี่ซอลขอโทษด้วยน้า ไม่ได้ตั้งใจจริงๆที่มันจะส่งผลไปแบบนั้น 555555555555555
      #2850-1
  15. #2815 janeicelet (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2558 / 01:51
    เขินนนนน -/////-
    #2,815
    0
  16. #2791 Nebbianuvolaa (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2558 / 14:10
    อ่านไปบิดไปปปปปอ้ากกกกกTOTฟสกืฟาาองผแาแกง
    #2,791
    0
  17. #2618 KiHaE*129 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 8 กันยายน 2558 / 15:08
    บ้านขายขนมครกหรอพี่โม
    ถ้าจะหยอดขนาดนี้
    เขินแทนนนนนนนนนนนนนนนน
    #2,618
    0
  18. #2551 Alisa Jantathum (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2558 / 20:41
    พึ่งได้เข้ามาอ่าน คือแบบบบย เขินนนนนนนนนนน ><
    #2,551
    0
  19. วันที่ 21 มิถุนายน 2558 / 19:44
    ก๊ากกกกกกกกกกกกกกก อยากจะหัวเราะเป็นภาษากรีก 5555555555
    #2,440
    0
  20. วันที่ 21 มิถุนายน 2558 / 19:44
    ก๊ากกกกกกกกกกกกกกก อยากจะหัวเราะเป็นภาษากรีก 5555555555
    #2,439
    0
  21. #2269 CKstyle (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2558 / 14:11
    กรี๊ดดดด พี่โมคนบว้าาา
    #2,269
    0
  22. #2234 P.Secret (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 29 เมษายน 2558 / 18:52
    คือชอบแก๊งเฮียทีมากกกกก
    เป็นลูกคู่ที่เพอร์เฟคมากจริงๆ 
    หิ้วววววว ~
    #2,234
    0
  23. #2202 sundaymorning3841 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 28 เมษายน 2558 / 12:03
    ยอมใจ เราว่าละไอ่ตอนฝากเสื้อซักเนี่ย พี่โมต้องการจะทำอะไรซักอย่างแน่ๆ ถถถถถถถถถถ
    #2,202
    0
  24. #2114 Luciano_aummy (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 10 เมษายน 2558 / 11:18
    พี่โมรุก O-o
    #2,114
    0
  25. #2030 ony.pp (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2558 / 18:01
    หู้ยยยยยยยยยพี่โมมาแรง5555555
    #2,030
    0