DOGMATIC LOVE (Yaoi) | รับน้องป่วนๆกับก๊วนวิศวะ

ตอนที่ 13 : Ch 13 - "วันปิดตึก!"

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 15,577
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 64 ครั้ง
    12 เม.ย. 58



13

วันปิดตึก

 

 

 

 หลังจากบรรยากาศความเงียบสงบ และความสลดจากการสอบกลางภาคเมื่ออาทิตย์ก่อน มหาวิทยาลัยก็กลับมาครึกครื้นด้วยเสียงกลอง และเสียงซ้อมร้องเพลงเชียร์จากคณะต่างๆ ซึ่ง ณ ที่นี่คณะวิศวกรรมศาสตร์ยังไม่ได้เริ่มซ้อมเชียร์สำหรับงานกีฬาสีของมหาวิทยาลัย ซึ่งแม่งโคตรจะเป็นสนามแห่งศักดิ์ศรีของที่นี่ แต่อย่างไรแล้วไม่มีใครรู้หรอกว่า สัปดาห์หลังสอบกลางภาคเป็นสัปดาห์สุดหลอกหลอนของนิสิตปีที่สามมากแค่ไหน

 

ให้พูดตรงๆ ว่าแทบไม่อยากจะมาเรียนสักวันด้วยซ้ำไป

 

 

“พวกมึง!!! ไอ้ทีโดนเล่นแล้วนะเว้ย! หลังจากที่ไอ้มิกแม่งโดนน้องสั่งให้ไปนั่งคุยกับตัวเงินตัวทองที่สระมรกต มึงคิดดู!!! ไอ้เชี่ยตรงนั้นแม่ งโหดสาส แล้วไอ้มิคแม่มต้องไปนั่งคุยเย้ยเจ้าถิ่น แถมต้องถือไก่ย่างในมือด้วยมึงงงงงง ไอ้มิควิ่งหนีตาแหกเลยเหอะ เด็กปีนี้แม่มโคตรเลยหวะ!” ก้องหนึ่งในทีมพี่ว้ากภาคคอมพิวเตอร์วิ่งเข้ามาในห้องสโมหน้าตาตื่นขณะที่โมกุล และต้นกำลังทำเอกสารขอใช้สถานที่เพื่อซ้อมเชียร์ของคณะอยู่

 

“อ้าว แล้วมึงรู้ได้ไงเนี่ย? ไปหลีสาวภาคโยธามารึไง” อะเดย์ที่นั่งพิมพ์งานให้อาจารย์ที่ตัวเองเป็นผู้ช่วยอยู่เงยหน้าจากเครื่องแมคบุ๊คตรงหน้า ด้วยภาคไฟฟ้าของเขาเองก็ยังไม่โดนเหมือนสองภาคที่ก้องเพิ่งกล่าวอ้างไป พอจะรู้เรื่องคร่าวๆ ว่าภาคอุตสาหการโดนไปแล้ว แต่เพิ่งรู้ว่าเหยื่อรายที่สองคือโยธา และคนที่โดนส่วนใหญ่จะเป็นเฮดหัวโจทย์ที่ทำหน้าที่มากที่สุด เหนื่อยที่สุด โหดที่สุด และน้องแค้นที่สุด ซึ่งก็คือพวกเขานั้นเอง

 

ไอ้โดนๆ ที่ว่าเนี่ยเป็นธรรมเนียมที่มีเฉพาะคณะวิศวกรรมเท่านั้น เราเรียกประเพณีนี้ว่า “วันปิดตึก” ซึ่งเป็นหนึ่งวันหลังสัปดาห์สอบกลางภาค และหลังปิดรับน้องกรณีที่น้องได้รุ่น น้องจะมีสิทธิได้ทำอะไรกับรุ่นพี่ก็ได้โดยที่พี่ๆ จะต้องไม่ปฏิเสธ และยอมทำตามแต่โดยดี เพื่อตอบแทน และชดเชยกับช่วงสองเดือนกว่าๆ ที่ผ่านมาที่น้องตั้งใจ และทุ่มเทกับการเข้าประชุมรับน้อง ต้องโดนซ่อมต่างๆ นานา ซึ่งพูดง่ายๆ ก็คือวันนี้เป็นวันที่น้องๆ สามารถ “เอาคืน” พี่ๆ ได้โดยไม่โดนหมายหัว และโกรธเคืองกัน

 

มันก็คงไม่ได้รู้สึกตื่นเต้นอะไรถ้าหากว่าพวกพี่ๆ อย่างเรารู้วันที่น้องจะมาปิดตึก ความสนุกของมันอยู่ที่พวกเราไม่มีทางรู้ได้เลยว่าน้องจะทำอะไร แถมจะหนีก็ไม่ได้ คำว่าศักดิ์ศรี “พี่ว้าก” มันค้ำคอ และหนักเกินกว่าจะขว้างมันทิ้งแล้วหนีไปทั้งอาทิตย์แบบที่พวกเขาชอบพูดเล่นกันบ่อยๆ

 

โมกุลก็เช่นกัน เพราะพ่วงตำแหน่งประธานปกครองด้วย เขาเป็นเหมือนประมุข และผู้คุมกฎของคณะวิศวกรรมศาสตร์ หากเขาหนีก็ถือว่าเค้าไม่รักษากฎเสียเอง เลยได้แต่เตรียมพร้อม และเตรียมใจกับการโดนทำโทษครั้งนี้  วันนี้ก็เพิ่งวันอังคาร น้องๆ เองก็ยังลุ้นกับผลสอบคงไม่มีเวลาไปประชุมคิดแผนการอะไรหรอกมั้ง?

 

เมื่อเช้าเด็กปีหนึ่งทุกคนก็ดูปกติ ยกมือไหว้เขาถึงระดับความโหดจะลดลง เขาส่งรอยยิ้มให้น้องๆ มากขึ้น แต่ยังมีแววเกรงๆ จากน้องๆ ไม่น้อยเลยทีเดียว ซึ่งแปลว่าอำนาจของเขาไม่ได้จางหายไปไหน จะลงโทษอะไรน้องๆ ก็คงเกรงใจกันบ้าง หละมั้ง?

 

“เออๆ แล้วไอ้ทีเป็นไงมั่ง” ต้นที่กดปริ้นเอกสารที่เพิ่งทำเสร็จเงยหน้าหันไปทางไอ้ก้องที่ทำท่าอยากร้องไห้ยกมือปิดหน้าครางฮือเบาๆ จนโมกุลต้องลุกจากโต๊ะแล้วมานั่งที่โต๊ะประชุมข้างๆ เพื่อนที่แลดูจะไม่ไหว

 

“โอ้ยยยยยยย แม่ งโดนวิ่งรอบสนามบอลสิบรอบ!

 

“เฮ้ยยย ก็เบานี่หว่าไม่เห็นมีไรน่ากลัวเลย!” อะเดย์ร้องขึ้นขณะที่ไอ้ก้องยกนิ้วชี้ขึ้นมาโยกไปมาส่ายหน้าหวือกับคำพูดของอะเดย์

 

“โนว โน๊วววววว มึงไม่รู้หรอก ว่าไอ้เด็กปีหนึ่งโยธาแม่มแสบขนาดไหน วิ่งที่สนามบอลคณะเราจะพิเศษอะไร นู้นนนนนนน มันให้พวกไอ้ทีไปวิ่งที่สนามบอลคณะบริหารที่สาวๆ เค้าคัดหลีดคัดดรัมนู้นครับ! ตอนแรกกูก็เฉยๆ คิดว่าพวกไอ้ทีนี่โชคดีโดนซ่อมไปมองสาวไป ที่ไหนได้พวกมึงครับไอ้เด็กปีหนึ่งให้พวกมันร้องเพลงคันหูพร้อมวิ่งไปด้วยครับ! กูฮานะตอนฟังมันร้อง พวกสาวๆ บริหารก็ฮา ประเด็นพอมานึกว่าเป็นกูที่โดนแบบนี้กูยอมไปถือไม้ไก่ย่างริมสะมรกตดีกว่าหวะ! แม่มหมดมู๊ดพอดี บริหารสาวตรึมอายเหอะ!” ไอ้ก้องเล่ามาสะเห็นภาพเลยครับ ผมเองก็คงอยากแทรกแผ่นดินหนีแน่ๆ ถ้าโดนแบบนั้น

 

“เอาเหอะมึง แค่วันเดียวอะไรจะเกิดก็ต้องเกิด ตอนเราเป็นปีหนึ่งเราก็แกล้งพี่ไว้ เหอะน่า แค่นี้เองมึง ไปไป ไปเรียนอาจารย์เทพเหอะจะถึงคาบหละ” ผมตบบ่าไอ้ก้องที่คอตก ไอ้ต้นที่ยิ้มเจื่อนๆ และผมก็ยิ้มแห้งๆ ไปด้วยเมื่อนึกถึงสภาพตัวเอง หันไปลาไอ้เดย์ที่จะอยู่สโมอีกสักพักแล้วจะกลับบ้าน ซึ่งวันนี้ปีสามภาคไฟฟ้าไม่มีเรียนบ่าย ไม่น่าโดนปิดตึกแน่นอน

 

ระหว่างทางผมเดินออกจากห้องสโมผ่านโรงอาหารสายตาก็ดันเหลือบไปเห็นร่างที่คุ้นตากำลังหยอกล้อเพื่อนเสียงดังอยู่ที่โต๊ะที่อยู่ไม่ไกลจากผมเท่าไหร่ รอยยิ้มกว้างๆ ที่เกิดจากการหัวเราะทำให้ผมอดยิ้มตามไม่ได้ ก็ไม่รู้ว่าทำไมถึงได้รู้สึกแบบนี้ แต่ก็อดปฏิเสธไม่ได้ว่ามันทำให้ผมรู้สึกดี และใจเต้นตูมตามราวกำลังตกหลุมรักอย่างไงอย่างงั้น

 

“มองตาไม่กระพริบเลยนะมึง ชอบก็ยอมรับมา จะเกย์กูก็ไมได้ว่านะ” ไอ้ต้นเดินมากอดคอผมแล้วกระซิบแซวเบาๆ จนผมต้องดึงสายตากลับแล้วทำหน้านิ่งเหมือนเคย เรียกเสียงแขวะจากไอ้ต้นได้ไปอีกดอก

 

“เออๆ ฟอร์มเยอะ ฟอร์มจัดกินแห้วเหมือนกูจะหัวเราะให้ดู”

 

“แห้วไร มึงเมาน้ำเงาะป้ะ?” ผมตะโกนกลับพร้อมกับเดินไปลอคคอไอ้ต้นไว้ ส่วนไอ้ก้องที่เอาแต่หันรีหันขวางมองรอบด้านราวกับกลัวโดนจู่โจมมาจากทิศทางที่ตัวเองมองไม่เห็นจนไอ้ต้นต้องยกเท้าถีบไอ้ก้องไปทีด้วยความหมั่นไส้มัน

 

“ไอ้ก้องนี่มึงระแวงไปป่าววะ!

 

“โหยยยยไอ้ต้นมึงไม่เห็นสภาพไอ้ทีกับไอ้มิคหรอวะ ไอ้เด็กรุ่นนี้แสบชิบ!” ก้องหันมาโวยวายก่อนจะมองซ้ายขวาเหมือนเดิม

 

“กลัวมากมึงรีบวิ่งไปกดลิฟต์เลยไป ขึ้นไปก่อนเลย รำคาญชิบ!” ต้นบ่นขณะที่ไอ้ก้องหันมาทำหน้ามุ้ยใส่ แต่ก็ไม่ยอมไปกดลิฟต์ก่อนอย่างที่ไอ้ต้นมันว่า

 

 

 

 

D O G M A T I C L O V E

 

 

เวลาสามชั่วโมงครึ่งผ่านไปราวกับโกหก ทั้งๆ ที่วิชาอาจารย์เทพที่โคตรจะหิน และไม่ว่าวันไหนก็อยากให้วิชานี้มันเลิกเร็วๆ กับเขาบ้าง วันนี้มันดูเร็วเป็นพิเศษ อาจจะเป็นเสี้ยวหนึ่งในใจที่แอบกลัวการโดนปิดตึกของภาคคอมก็เป็นได้ ทั้งๆ ที่ทำใจมาบ้างหละ แต่แอบหวั่นๆ ไม่ได้เลย แถมเมื่อต้นชั่วโมงอาจารย์เทพดันเอาเรื่องปิดตึกของภาคอุตกับโยธามาเล่าเรียกเสียงฮาก่อนเรียน คนอื่นๆ อาจจะฮานะครับ แต่สำหรับพวกผมไม่ได้ฮาด้วยเลยสักนิดเดียว ได้แต่หัวเราะแห้งๆ แบบอาลัยชะตากรรมตัวเอง

 

“ก็ลองคิดดูละกันว่าตอนที่พวกคุณเรียกพวกเขารับน้อง เขายังไม่หนีไปไหนเลย ถ้าพวกคุณจะหนีก็เชิญนะ แต่ผมจะเรียกพวกนี้ว่าปอดแหกหนะนะ”

 

คำพูดที่อาจารย์เทพพูดทิ้งไว้ก่อนปล่อยเซคมันช่างบาดใจจริงๆ ทำเอาไอ้มงกุฎศักดิ์ศรีที่สวมอยู่มันหนักยิ่งกว่าเก่าจนเผลอกลืนน้ำลายลงคอ คุณไม่เป็นผมคุณคงไม่รู้หรอกว่าการที่ไม่รู้ว่าจะโดนทำอะไร โดนเมื่อไหร่มันเร้าใจขนาดไหน

 

“เฮ้ยๆ ลงเหอะ กูว่าวันนี้ไม่มีไรหรอกเมื่อเช้าเด็กๆ ก็ปกติดี พวกมึงอ่ะคิดมาก” ครีมหนึ่งในสาววิศวะคอมหันมาเรียกพวกผมให้ลงจากตึก ทำเอาไอ้คนคิดมากทั้งสามคนหัวเราะแหะๆ กันเป็นแถว

 

“นั่นดิมึง ไม่มีไรหรอก มาจริงก็วิ่งหนีดิวะ กลัวไรปีที่แล้วพวกพี่แมทยังวิ่งหนีเลยมึง!” นี่แพทสาวหล่อประจำภาคอีกคนเสนอความคิด ผมนึกตามเพราะอยู่ในเหตุการณ์ปีที่แล้วด้วยพี่แมทมันหนีจริงๆ ครับ แต่สุดท้ายแม่มก็โดนลากให้กลับมาโดนซ่อมอยู่ดี แถมวันนั้นพี่แกก็โดนเอาคืนสะพวกผมตาค้าง โดนจับใส่ชุดรำแถมให้รำโชว์กลางลานเกียร์ พี่แมทแม่ งบ่นไปเป็นเดือนแต่ว่าไรมากไม่ได้เมื่อหลานตัวเองเป็นหัวโจกครั้งนี้ แม้ไอ้ดีพจะโดนแขวะบ้างบางครั้ง แต่พี่แมทแกก็แมนพอ

 

“หนีก็ปอดดิวะ จารย์แม่มแขวะสะกูไม่กล้าหนีเลย” ไอ้ก้องตอบแพทไป ผมเลยเอื้อมมือตบบ่ามันแล้วลุกจากโต๊ะนำพวกมันไปก่อน ไอ้ต้นเลยลุกบ้าง ตามด้วยไอ้ก้องที่บ่นงึมงำไม่หยุด และเพื่อนๆ ในเซคบางคนก็ลุกออกมา ถึงแม้ว่าพวกมันไม่โดนกับพวกผมหรอก แต่ก็คงอยากให้กำลังใจ หรือไม่ก็อยากดูว่าพวกผมจะโดนอะไร

 

ระหว่างที่ลิฟต์กำลังเคลื่อนตัวลงจากชั้นแปด ใจผมก็เต้นผิดจังหวะแปลกๆ ด้วยความลุ้นระทึก แต่หลุดออกมาไม่ได้ต้องเก็กเข้มเอาไว้ก่อน จนกระทั่งลิฟต์ชั้นหนึ่งเปิด ภาพความปกติเบื้องหน้าทำให้ผมโล่งใจอย่างบอกไม่ถูก

 

“เฮ้ย ทางสะดวกหวะ กูว่าพวกมึงไม่โดนวันนี้หรอก” แพทกอดคอไอ้ก้องลากออกมาจากลิฟต์ ระหว่างที่พวกเรากำลังโล่งใจอยู่นั่นเอง กองทัพเด็กปีหนึ่งโผล่จากไหนก็ไม่รู้มาล้อมวงเสียไม่มีทางให้ออก ไอ้แพทตัวดียกมือแบบคนยอมแพ้แถมทอยหลังออกไปจากวงได้อย่างง่ายดาย

 

“เอาไงหละมึง” ไอ้ต้นถามขึ้นเบาๆ ขณะที่ผมกำลังกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก

 

“เอาไงเอากันดิวะ! หนีก็โดนประณามเด๊ะ!” ไอ้ก้องหันไปบอกไอ้ต้นที่ตอนนี้ผมไม่รู้ว่าพวกมันสองคนทำให้แบบไหนอยู่เพราะตอนนี้ผมยืนนำหน้าพวกมันอยู่ และต้องเก็กขรึมข่มไอ้เด็กพวกนี้ก่อน แม้ไอ้ที่มันจะทำกับผมต่อจากนี้จะเป็นอะไร ไม่ว่าจะหนักหนาแค่ไหน ขอข่มก่อนเพื่อมันจะซอฟท์ๆ ลงบ้าง!

 

“สู้!” เสียงไอ้ก้องดังขึ้นอีกครั้งเหมือนเป็นสัญญาณให้ผมประจันหน้ากับเด็กพวกนี้ เออ ตอนซ่อมก็ผม ตอนโดนลงโทษก็เป็นผมสินะ บทโหดร้ายลงมาเถอะ ผมโดนตลอดอยู่แล้ว!

 

ไม่นานนักร่างสูงของเดือนมหาวิทยาลัยก็ก้าวเข้ามาเพื่อเป็นผู้นำครั้งนี้ เรียกให้ผมกระตุกคิ้วด้วยความรู้สึกไม่ชอบอะไรบางอย่างจากเด็กคนนี้ รู้สึกไม่ชอบหน้าเอาเสียเลย

 

“พวกพี่พร้อมรึยังครับ?” เสียงทุ้มเอ่ยถามด้วยรอยยิ้มสบายๆ ขัดกับบรรยากาศที่พวกผมสัมผัสกันตอนนี้มาก ไอ้ก้องนี่ก็ยุกยิกจนน่ารำคาญ แถมมากระซิบถามผมด้วยคำพูดน่าเบิ๊ดกะโหลกไปเสียทีอีกต่างหาก

 

“ไอ้โมกูหนีตอนนี้ทันไหมวะ?”

 

“เชี่ย! หนีไม่ทันแล้วโว้ย!” ตามด้วยไอ้ต้นมาสมทบ ดีครับดี เหลือแต่ผมสินะที่ต้องตอบเด็กพวกนั้น เอาวะใช้แผนใจดีสู้เสือหละกัน ในเมื่อข่มไม่ได้ก็ยิ้มสู้หละกัน!

 

“ว่าไงครับ”

 

“พวกผมไม่ได้คิดอะไรมากครับพี่ แค่อยากให้พี่ไปเดินชมวิวมหาวิทยาลัยเล่นๆ เฉยๆ” ไอ้เจ้าโย่งเดือนมหาวิทยาลัยพูดด้วยน้ำเสียงสบายๆ พร้อมกับรอยยิ้มที่ผมคิดว่ามันกวนโอ้ย และท้าชนสุดๆ ข้างๆ มันก็ดันเป็นอีกคนที่ถือตำแหน่งหลานรหัสของผมด้วย ดูเหมือนจะหลบตาผมหน่อยๆ ด้วยนะ จนนึกอยากแกล้ง

 

“ผมกลัวพวกพี่จะร้อน เพราะตอนนี้แดดก็ยังไม่หมด พวกผมเลยเตรียมเครื่องแต่งกายใหม่มาให้ แค่เพียงพี่ใส่เจ้าพวกนี้ไปเดินวงรอบสระมรกตกล่าวทักทายพระอาทิตย์ยามเย็นก็โอเคแล้วครับ J” พูดจบก็มีทีมคอสตูมเอาเครื่องแต่งกายที่ว่าออกมา พวกผมสามคนเลยรับมาแล้วดึงออกมาดูว่ามันคืออะไร....

 

เชื่อไหมครับ...

ผมอยากจะเขวี้ยงไอ้มงกุฎศักดิ์ศรีนี่ทิ้งทันทีแล้ววิ่งหนี! ทันทีที่เห็นไอ้ผ้าขาวม้าสามผืน และเสื้อกล้ามสามตัวในถุงดำนี่!

ให้กูใส่ไอ้นี่เดินรอบสระมรกตที่ใครๆ ก็เดินผ่านไปมาเนี่ยนะ วอท?????

ถึงตอนนี้จะเริ่มเย็นแล้วแต่คนก็ยังพลุกพล่านนะเว้ยเฮ้ยยยย!!!

 

“รบกวนพวกพี่เปลี่ยนชุดกันด้วยนะครับเดี๋ยวจะไม่ทันชมอัศดงยามเย็น” พอเด็กพอลนั่นพูดจบที่เหลือก็พากันร้องเพลงสปิริตกดดันพวกเราสามคนกันใหญ่ ไม่รู้ผมคิดมากไปเองรึเปล่าที่เห็นไอ้หน้าหล่อนี่เลิกคิ้วสูงราวกับเย้ยหยันผมอยู่!

 

เออ....สะใจมากใช่ไหมครับนั่น ที่ได้แกล้งผม ได้ครับคุณอยากแกล้ง ผมไม่ยอมขาดทุนหรอกครับ!

 

“โอเคๆ” ผมยกมือทั้งสองข้างขึ้นให้สัญญาณหยุดร้องเพลง น้องๆ ทุกคนก็หยุดพร้อมปรบมือ ผมวาดยิ้มออกมาบ้าง บอกเลยว่าผมไม่ยอมขาดทุนนะครับ!

 

“พวกคุณอยากให้ผมไปเดินเล่นด้วยชุดนี้ใช่ไหมครับ!” ผมร้องถาม พร้อมชูถุงดำในมือ น้องทุกคนปรบมืออีกครั้งเพื่อเป็นการย้ำว่าอยากให้เขาทำสิ่งนี้

 

“ก็ได้ครับผมจะใส่ แต่....ผมขอให้หลานรหัสพวกผมมาเปลี่ยนชุดให้ผมเองกับมือนะครับ!

 

“เฮ้ย!!!

 

ไม่ต้องสงสัยครับว่าเสียงร้องนี้มาจากใคร มันมาจากหลายรหัสผมเองที่ทำหน้าช็อคโลกอยู่ ผมเหล่ไปมองน้องพอลที่ดูตกใจกับการเอาคืนของผมไม่น้อย

 

หึหึ...ก็บอกแล้วไงว่าผมไม่ยอมขาดทุน

 

“ว่าไงครับ จะทำไม่ทำ น้องไม่ทำพวกผมก็ไม่นะครับ” ผมพูดออกมาอีกครั้ง และสุดท้ายร่างที่ถูกเพื่อนๆ จับจ้องก็เดินคอตกออกมาแบบยอมรับชะตากรรม เมื่อหนึ่งเดินออกมาสองสามก็เดินตามออกมา โชคดีที่หลานรหัสพวกผมสามคนเป็นผู้ชายหมดเลยทำให้ไม่ต้องกังวลเรื่องให้อีกฝ่ายมาเปลี่ยนชุดให้

 

ไอ้ตอนแรกก็เหมือนสนุกนะครับ แต่พอพีชมาหยุดตรงหน้าผมพร้อมกับเอื้อมมือมาหยิบผ้าขาวม้าในถุงมาพันรอบเอวผมแล้วผูกให้มันทำให้รู้สึกร้อนๆ ที่หน้าแปลกๆ จนอยากจะกลับคำแล้วเปลี่ยนชุดเองแล้วตอนนี้

 

เฮ้ย!!! เป็นอะไรวะเนี่ยไอ้โม!!!

 

 

 

 

CUT35%

D O G M A T I C L O V E

 

 

 

“บ๊ายบายครับพระอาทิตย์!!!! บ๊ายบายคร๊าบบบบบบบ!!!

 

เสียงตะโกนร้องบอกลาพระอาทิตย์เวลาเย็นๆ จากผู้ชายร่างสูงหน้าตาดีสามคน ดีกรีพี่ว้ากคณะวิศวกรรมศาสตร์ ภาคคอมพิวเตอร์ อยู่ในชุดผ้าขาวม้าหลากสี และเสื้อกล้ามตัวเบาบางสีขาวเดินวนรอบสระมรกตที่เป็นเหมือนศูนย์รวมของนิสิตของมหาวิทยาลัยนี้ เนื่องจากมันมีทั้งเซเว่นและศูนย์อาหารประกอบกับกิจกรรมซ้อมเชียร์ของคณะอื่นๆ ที่จะเริ่มกันแล้วทำให้วันธรรมดากลายเป็นไม่ธรรมดาได้อย่างน่าอัศจรรย์

 

มันคงดีแค่ไหนถ้าเขาไม่ได้เป็นที่รู้จักในมหาวิทยาลัยขนาดนี้ บอกเลยว่างานนี้โมกุลอยากขุดหลุมแล้วกลบฝังตัวเองเสียตรงนั้นจริงๆ!

 

“บ๊ายบายครับพระอาทิตย์!!! บ๊ายบายยยยยยย!!!

 

พูดตรงๆ ว่าเดินไปก็เย็นไป ให้ใส่ผ้าขาวม้าแบบที่ข้างในมีแต่บ๊อกเซอร์แบบนี้ อารมณ์เหมือนผู้หญิงใส่กระโปรงไม่ปาน TT แถมเจ้าที่ที่นี่เค้าไม่ธรรมดาด้วยนะครับ บทจะโผล่มาก็มาแบบไม่ให้ซุ่มให้เสียงเลยทีเดียว!

 

ได้แต่ภาวนาให้เจ้าที่ไม่โผล่มาเท่านั้นพอ!!!

 

“บ๊าบบายครับพระอา....ชะ....เชี่ย!!!!

 

“เคร้ง!!!” เสียงเหมือนอะไรบางอย่างที่ค่อนข้างอวบ และใหญ่โตชนตะแกรงท่อวิ่งออกมาอวดโฉมที่เต็มไปด้วยหมัดกล้ามสมบูรณ์แบบฉบับเจ้าที่!!!

 

“เชี่ย!!!!!!!! เผ่นเร็วววววววว!!!!” และนั่นคือเสียงไอ้ก้องที่อยู่ใกล้จุดเกิดเหตุที่สุดแล้วครับ มันร้องลั่นยกมือไหว้สิ่งมีชีวิตสี่ขาที่กำลังแลบลิ้นกวาดสายตาผู้ที่อาจหาญมาเย้ยหยันถิ่นตัว และตั้งท่ายกขาเดินออกมาอวดกายกำยำที่ละก้าวทีละก้าว!

 

เอาเถอะ ณ จุดนี้ไม่วนให้ครบห้ารอบแล้วครับ! เผ่นเหอะ!!!

 

 

“ว้ากกกกกกกกกก ไอ้สัดดด! แม่ งวิ่งตามกูววววววว!

 

อับอาย! อับอายแบบไม่ต้องไปคุมกฎบ้าบอที่ไหนแล้ว ทำไมผมต้องซวยแบบนี้ตลอด!!

ทำไมท่านเจ้าที่ต้องเลือกผมตลอดด้วยคร๊าบบบบบ!!!!

 

เชี่ยเอ้ยยยยย!!!

 

 

“แฮ่ก แฮ่ก แฮ่ก! ไอ้สัสกูว่าข้ามพิธีปิดหอแล้วเราไปปิดร้านเลี้ยงพวกแม่งเลยดีกว่าเหอะ เดี๋ยวกูรูดบัตรเลยก็ได้ กูยอมหละไม่ไหวหวะ ตัวเงินตัวทองที่นี่แม่ งดุกว่ารปภ.อีกมึง!! กูยอมมมมมม!!!” ไอ้ต้นพูดเหมือนคนจะขาดใจหลังจากที่วิ่งหนีเจ้าถิ่นมาแบบหวุดหวิด ผมเองก็สะบัดหลุดตอนตีโค้งหักศอกแบบพี่เงินพี่ทองมันคงไม่รู้จักวิธีโค้งแบบนี้มันเลยดิ่งวิ่งเข้าดงปาล์มไปแบบโชคช่วยผมเต็มที่ ขณะที่ไอ้ก้องวิ่งอีท่าไหนไม่รู้ผ้าขาวม้าหลุดโชว์บ๊อกเซอร์ลายกัปตันอเมริกาที่มันภูมิใจนักภูมิใจหนา จนสาวๆ ร้องวี๊ดว๊าย สาวเทียมพากันล้ออื้อหือ อื้อหาซี๊ดซ๊าดกันเป็นแถว

 

อยากขำนะครับ แต่แม่มขำไม่ออก แบบภาพรีพลีทกลับมาทันทีเมื่อนึกถึงวันที่ผมสั่งซ่อมหลานรหัสตัวเองกับเพื่อนหลังจากที่เจ้าตัวข้ามถนนโดยไม่ใช้สะพานลอย พูดตรงๆ ว่าตอนนั้นแอบเสียฟอร์มหน่อยๆ ที่ต้องวิ่งหนีตัวเงินตัวทองต่อหน้ารุ่นน้อง แต่แบบ....ก็ทำผิดจริงๆ ป้ะวะ เลยต้องลงโทษ และทำให้ผมรู้เลยว่าใครเป็นต้นคิดการทำโทษครั้งนี้...

 

ถ้าไม่ใช่มาจากคนที่โดนเอง

 

ไม่หลานรหัสผม ก็ไอ้เติร์กหลานรหัสไอ้ก้อง!

 

คาดโทษไว้ก่อนเลย!

 

 

( P E A C H – S I D E )

 

 

ผมยืนแอบกลั้นขำกับท่าทีหนีบ้านแตกของสามรุ่นพี่หัวโจกที่เป็นหัวหอกว้ากน้องในการรับน้องครั้งกำลังกุมผ้าขาวม้าที่จะหลุดแหล่ไม่หลุดแหล่วิ่งหนีพี่เงินพี่ทองที่ไล่กวดแบบเหมือนวิ่งแข่งก็ไม่ปาน

 

“พอลมึงเล่นแรงไปป้ะวะ แกล้งพี่เขาไว้เยอะ ระวังบาปตกที่มึงตอนปีสามเหอะ!” ไอ้เบลพูดขึ้นจนผมหันไปมองหน้าไอ้พอลสลับไอ้เบลไปด้วย

 

“มึงพูดเรื่องอะไรกันวะ?” ผมถามขึ้นหลังจากที่เมื่อกี้เหลือบไปเห็นพี่ก้องทำผ้าขาวม้าหลุดจนเรียกเสียงกรี๊ดกร๊าดเมื่อครู่ ก่อนจะหันมามองหน้าเพื่อนสนิทที่ตอนนี้ทำหน้าเจ้าเล่ห์สุดๆ อยู่

 

“ก็ไอ้เชี่ยพอลอ่ะเอาไก่ย่างไปไหว้ที่ปากท่อที่ที่กั้นมันไม่ดีอ่ะมึง ไม่งั้นเจ้าที่จะโผล่มาได้จังหวะขนาดนี้หรอวะ?” นี่เสียงไอ้โช กลายเป็นบุคคลที่สามที่รู้เรื่องนี้กับเขาด้วย ไอ้พวกนี้.....ไม่รูจะสรรหาคำพูดอะไรมาด่าพวกมันดี...

 

“พอลมึงเยอะไปนะบางที” ผมหันไปชี้หน้าคาดโทษพวกมันทีละคน

 

“เฮ้ย อันนี้กูป่าว กูไม่รู้เรื่องนะสาสอย่าเหมากู” ไอ้เติร์กยกมือยอมแพ้เมื่อเห็นผมหันไปทำหน้าดุใส่ ผมเลยข้ามมันไปแล้วมองหน้าไอ้พอลไปที

 

“มึงนะ ทำไรไม่คิด ถ้าพี่เค้าหนีไม่ทันโดนกัดนี่เรื่องใหญ่นะมึง” ผมว่าก่อนจะหันไปมองพวกพี่ๆ ที่ยืนหอบกันอีกฝั่งของสระ ซึ่งตอนนี้เจ้าตัวก็คงไร้ซึ่งความอายกันหมดแล้วหละ เพราะว่าวิ่งหนีป่าราบขนาดนั้น ก่อนที่สายตาจะเหลือบไปมองเรียวตาคมนั่นที่กำลังมองมาที่ผมพอดี จนรู้สึกกระตุกที่ใจแปลกๆ

 

สายตาพี่โมแม่มไม่ธรรมดาเลยหวะ เหมือนเลเซอร์บีมที่ทำประจำ เวลากำลังจะสั่งซ่อมอะไรสักอย่าง

แถมมองมาทางผมอีก...หู้ววววววว ลางไม่ดีเลยเว้ยยยยย!!

 

หลบตาดีกว่ากู!

 

 

 

 

D O G M A T I C L O V E

 

 

 

หลังจากงานปิดตึกจบลง งานปิดร้านก็บังเกิดครับ งานนี้ไม่ได้มีแค่พี่ว้ากเท่านั้นที่ต้องรับผิดชอบ แต่เป็นรุ่นพี่ปีสามทุกคนที่ต้องปิดร้านเลี้ยงน้องปีหนึ่ง เหมือนเลี้ยงรับรุ่น หรือไม่ก็เลี้ยงปลอบใจที่โดนดุว่าตลอดเวลาสองเดือนที่ผ่านมา ซึ่งส่วนใหญ่งานแบบนี้จะจัดในวันศุกร์ เอาแบบที่ทุกคนสามารถรื่นเริงกันได้แบบไม่เกรงว่าพรุ่งนี้จะตื่นไปเรียนไม่ทัน

 

“เอ้า! ชนนนนนนนนนนนน!” พวกผมยกแก้วเบียร์โฮการ์เด้นที่วันนี้พี่ๆ ประกาศว่าเติมได้ไม่อั้น ไม่เมาไม่กลับจนพวกผมก็ไม่ได้เกรงใจ ฟาดกันไปสองสามแก้วหละ เริ่มตึงๆ

 

“ไอ้พีซ เพลาๆ มึง เพลาๆ เบียร์นะเว้ยไม่ใช่น้ำเปล่า!” ไอ้เรโชเข้ามาล็อคคอผมไว้ก่อนจะดึงแก้วเบียร์ออก ผมเบะปากใส่มันก่อนจะก้มหน้ามองโทรศัพท์ในมือ

 

นิ้วเฮงซวยมันดันจิ้มเข้าเฟสบุคของแฟนเก่าอย่างอัตโนมัติ

ปากก็บอกว่าช่าง...ปากก็บอกว่าตัดใจ...

ผมก็แค่คนปากดีคนหนึ่ง

 

โชคดีที่เวลาที่ผ่านมันยุ่งวุ่นวายไปกับการรับน้อง แต่พอว่าง..แอลกอฮอลล์เข้าปากก็อดคิดถึงไม่ได้

ผมยอมรับ ผมรักแพร...

 

รักมากถึงขนาดคิดว่าถ้าเราคบกันต่อๆ ไป ผมอยากให้เธอเป็นคนที่ดูแลชีวิตผม อยากใช้ชีวิตด้วยกันตลอดไป

ผมก็แค่เด็กคนหนึ่ง...

ที่คิดว่ารักแท้มีอยู่จริง...

 

“เฮ้ยยยยยย โอเคไหมวะไอ้พีช หงอยแบบนี้กูไม่ชินนะเว้ย ซบกูทำไม๊!!! เดี๋ยวเมียกูหึงงงสัสสสสสส!” เรโชโวยวายเสียงดังขณะที่ผมแนบหน้าซบบ่ามันอย่างพยายามไม่ให้คิดถึงผู้หญิงใจร้ายที่ทำลายความฝันผมเสียได้

 

ก็แค่ผู้หญิงแย่ๆ

เชี่ยยยยยยยยยย !  แล้วผมเป็นบ้าบอไรเนี่ย มาร้องห่มร้องไห้ทำเบื๊อกอะไรวะ?

 

“เฮ้ย! พีช มึงโอเคไหมวะ?” เรโชเริ่มพูดเบาลง มือหนามันกำลังตบไหล่ผมเบาๆ หลังจากที่จะสัมผัสได้ถึงความเปียกชื้นบริเวณบ่ามัน

 

“มึงโอเคไหมเนี่ย! ร้องไห้หรืออ้วกใส่กูวะ? เฮ้ยยยยยย!” เออเกือบดีหละ ผมเกือบคิดว่ามันเป็นห่วงผมหละถ้าไม่ติดว่ามันหาว่าผมอ้วกใส่เสื้อมันเนี่ย ไอ้เพื่อนชั่ววววววว!

 

“เชี่ยยย อ้วกห่าไร กูไม่อ่อนนะเว้ย!!” ผมเงยหน้าออกจากบ่ามันก่อนจะถอดแว่นกรอบหนาของตัวเองออกแล้วเช็ดน้ำตา โชคดีที่เพื่อนคนอื่นๆ เมาเละเทะ บ้างก็ออกไปสีสาว บ้างก็ออกไปเต้นแร้งเต้นกากับพวกรุ่นพี่ เหลือแต่ไอ้โชที่กินไปไม่เยอะเพราะขับรถมา และผมที่งอแงให้ผู้หญิงที่หักหลังตัวเอง บ้าบอหวะไอ้พีช!

 

“พีช...มึงเป็นไรวะ ร้องไห้ทำไม บอกกู!” เรโชก้มมองหน้าผมขณะที่ผมหลบตามันเพราะไม่อยากให้รู้ด้านอ่อนแอของตัวเอง อีกอย่างผมว่าผมก็เริ่มเพี้ยนจริงๆ นั่นแหละ เมาแล้วร้องไห้เนี่ย ตลกชิบ!

 

“เฮ้ย! กูโอเค กูไปฉี่แป้บเดี๋ยวกลับมาซัดใหม่ เรียกไอ้เชี่ยเรื้อนๆ พวกนั้นกลับมาชนกับกูเลย! เดี๋ยวม๊า!” ผมก้าวข้ามขาไอ้โชไปก่อนจะสโลสเลเดินไปเข้าห้องน้ำ พยายามมีสติสุดๆ เพื่อไม่ให้ใครรู้ว่าเมา ว่าแต่...ทำไมพื้นมันเอียงๆวะ?

 

 

“ว่าแล้วว่าต้องเป็นโม...แพรมองอยู่ตั้งนานแหนะ...”

 

 

โม? แพร? ตัวละครสองตัวนี้คุ้นๆ หวะ เหมือนเคยได้ยินที่ไหนวะ...หงึม....

 

 

“มีอะไรหรอ แพรมาเที่ยวหรอ”

 

“อื้อ แพรมากับพวกเนตร เพิ่งรู้ว่าวิดวะคอมมาปิดโซนนี้เพื่อเลี้ยงน้อง บังเอิญเนอะ”

 

“อืม”

 

 

แหนะ...ชื่อคุ้นๆ ไม่พอ เสียงคุ้นด้วยแหะ

 

“โม...เมื่อวันอังคารแพรเห็นโมวิ่งด้วย โดนน้องแกล้งหรอ ตลกดี”

 

“แพรมีอะไรรึเปล่า ถ้าไม่มีผมขอตัวนะ”

 

 

เออ...ตื้ออยู่ได้ ผู้หญิงชื่อแพรนี่ไงวะ?

แพร...แพร...แพร...ฮืออออ...

ไมชื่อนี้ตามหลอนกูจังวะ???

วอทททททท????

 

 

“โม.....แพรมีเรื่องจะบอก”

 

“วันหลังได้ไหม เดี๋ยวพวกไอ้ต้นมันรอ”

 

“ขอเวลาแป๊บนึงไม่ได้หรอ?”

 

 

เอิบ...คนเค้าไม่ได้อยากคุยด้วยป้ะ? มึงยังไงเนี่ย?

เอ้า! แล้วกูมายืนฟังเค้าพูดกันไมวะ! ฉี่เดะ! ไปฉี่!

 

 

“ผมไม่มีเวลาให้แพรหรอก อย่าลืมสิว่าแพรบอกเลิกกับผมเพราะเรื่องนี้ไม่ใช่หรอ”

 

ชะอุ้ย! กูมาอยู่สถานการณ์ดราม่าอีกแล้วสินะ!

ตัวละครตัวเดิม...เหตุการณ์เค้าดราม่าเหมือนเดิม ประเด็นคือไอ้พีชแม่ งดันมาได้ยินเหมือนเดิม!

ไม่ได้ตั้งใจเผือกนะครับพี่โม๊!!

 

“แต่โม...แพรรู้แล้วว่าใครดีกับแพรที่สุด”

 

เอาไงดีวะ ข้อหนึ่งอั้นไว้แล้วเดินกลับไปนั่งโต๊ะ

ข้อสอง เดินผ่าไปแม่มไม่ต้องสนใจ และข้อสุดท้าย...

 

“แพร...พอเหอะ!

 

“โม! แพรรัก.โ....ว๊ายยยยย!

 

ไม่ทันที่ตัวพระนางเล่นบทพ่อแง่แม่งอนกันไอ้พีชจอมโจรชูชีพ(?)เดินดุ่มๆ ไปดึงแขนพี่โมก่อนจะลากออกมาจากตรงนั้นแบบที่พี่สาวคนสวยที่ชื่อแพรอดีตแฟนเก่าพี่โมร้องวี๊ดว๊ายตกใจ ไอ้พี่โมเองก็ตกใจหละมั้ง ผมเองก็ตกใจว่าตัวเองเป็นบ้าอะไรที่อยู่ๆ ดันเดินเข้าไปกระชากข้อมือหนาให้เดินตามตัวเองออกมาจากสถานการณ์น่าอึกอัดนั่น ทั้งๆ ที่ตั้งใจจะไปปลดทุกข์แท้ๆ

 

 

ฮืออออออออออออออออออออออออออออออออ

ทำไรลงไปวะไอ้พีช

 

ปวดฉี่ว้อยยยยยยยยยยยย!!!

 

 

 

 

 

 

D O G M A T I C L O V E

 

 

 

 

ผมไม่รู้ว่าผมกำลังลากพี่โมไปไหน ได้แต่เดินดุ่มๆ ออกไปหน้าร้านลากเลี้ยวซ้ายเดินตามฟุตบาทไปเรื่อยๆ ไอ้คนโดนลากก็ไม่ได้มีท่าทีขัดขืนเลย เล่นตัวหน่อยเหอะมึง เล่นตัวหน่อย! จนกระทั่งถึงปั๊มน้ำมันยี่ห้อใบไม้สีเขียวอ่อนผมก็ดุ่มๆ ไปสถานที่ที่เขาเรียกว่าห้องน้ำทันที โดยไม่ลืมปล่อยแขนพี่โมให้เป็นอิสระ ทำหน้ามึนบอกให้พี่แกรอแล้ววิ่งจู๊ดเข้าไปทำกิจของตัวเองที่อัดอั้นมานาน

 

ไม่รู้ว่าพวกคุณเคยเป็นไหม เวลาเมาๆ พอได้เข้าห้องน้ำแล้วจะสร่างน่ะ เออใครไม่เป็นผมเป็นอ่ะ ผมได้ล้างมือล้างหน้า โอววววววว สติมาทันทีจนต้องกุมขมับว่าผมทำอะไรออกไป

 

ฮึ๊ยยยยยยยยยยยย

ย้อนเวลากลับไปทันไหมเนี่ย!!!!

ร้องไห้แพร่บ!

 

 

“คุณเป็นอะไรรึเปล่า?” เสียงทุ้มที่เอ่ยถามขณะที่ผมทำหน้าอยากร้องไห้ใส่บานกระจกตรงหน้าจนต้องเผลอร้องลั่นห้องน้ำสาธารณะประจำปั๊มเบิกตากว้างราวจะเจอสิ่งเร้นลับ จนพี่โมทำหน้าตกใจไปด้วย

 

“เฮ้ยยยยยยยยยยย คุณเป็นอะไร บอกผมได้นะ โอเคไหม???” พี่โมเดินเข้ามาแตะไหล่ และนั่นทำให้สติของผมจึงกลับมาอีกรอบ

 

เอิบ...

โก๊ะไปหละไอ้พีช นี่มึงสร่างจริงป้ะวะเนี่ย =____=”

 

“โอเคพี่ เวอร์รี่โอเคครับ” ผมยกมือทำท่าโอเคใส่พี่แกไปก่อนจะสะบัดหน้าไล่ความมึนให้ออกไปแล้วยิ้มกว้างบอกพี่แกที่ยังทำหน้าเป็นห่วงอยู่ให้รับรู้ว่าผมโอเคแล้วฮะ โอเคแล้ววว

 

“หึหึ คุณนี่ตลกนะ” ผมเงยหน้าร่างสูงที่ตอนนี้เปลี่ยนจากหน้าตกใจเป็นหัวเราะเบาๆ แทน มือหนายกขึ้นมาขยี้หัวผมแรงๆ หนึ่งทีก่อนจะล็อคคอพาออกจากห้องน้ำนี่ไป

 

และแปลกที่ผมเองก็ปล่อยให้พี่แกลอคลากเดินตามไปเสียอย่างงั้นโดนที่ไม่ได้ขัดขืนอะไร

เออ...เอาดิเดี๋ยวลากกันไปลากกันมา...เอาเข้าไป

 

แล้วนี่จะไปไหนวะครับ ผมเด็กต่างจังหวัดนะครับ คุณจะเอาผมมาทิ้งไว้รึเปล่าพี่โม บอกเลยกลับบ้านไม่ถูกนะเว้ย!

 

“พี่ กลับร้านมะ? ผมว่าเพื่อนพี่เพื่อนผมตามหากันวุ่นหละ” ผมถามคนตัวสูงกว่าที่เดินเงยหน้ามองฟ้าแถมยังล็อคคอผมไว้แบบนั้นอีกต่างหาก เอิ่ม...มันมีไรให้ดูวะ?

 

“ไม่อ่ะ ไม่อยากกลับไป...” พี่โมพูดแค่นั้นแต่ผมเข้าใจความหมายได้ดี ว่ากลับไปต้องเจออะไร ก็แหมะ ไม่ดีหรอวะที่ผู้หญิงกำลังขอคืนดี? งงแหะ? แต่ประเด็นทำไมผมต้องลากพี่เค้าออกมาเนี่ย?

 

“พี่แพรคนนั้นแฟนเก่าพี่ป้ะ?” ผมถามขึ้นอีกครั้งหลังจากที่พี่โมเงียบไป และเขาก็ไม่ได้สนใจจะตอบคำถามผมสักนิดร่างสูงยังคงเงยหน้ามองฟ้าอยู่อย่างงั้น และผมก็ไม่รู้ว่าเราเดินห่างจากร้านมาไกลเท่าไหร่ ตอนแรกระหว่างทางยังพอมีร้านอาหาร และมีฝรั่งมากมายเดินขวักไขว่ เพราะเป็นย่านท่องเที่ยว แต่ตอนนี้กลับเป็นถนนใหญ่ๆ ที่ไม่มีรถสัญจร กำแพงเมืองสีขาวเริ่มปรากฏให้เห็น ภาพตรงหน้าดันเป็นวัดพระแก้วที่ผมเคยมาเที่ยวกับครอบครัวเมื่อวันรายงานตัวเข้าเรียนในมหาวิทยาลัย ก่อนจะมองร่างสูงที่เริ่มฮัมเพลงเบาๆ ในลำคอและยังพาผมเดินแบบไม่ได้คิดจะหยุดพัก

 

ซึ่งผมเองก็ไม่ได้ว่าอะไร

ถือว่าเดินชมวิวยามค่ำคืนย่านพระนครของกรุงเทพมหานครเสียแล้วกัน

 

“อื้อ”

 

“หือ?” ผมทำหน้าเควชชั่นมาร์คที่อยู่ๆ พี่โมก็ขานตอบอื้อในลำคอออกมา คืออะไร?

 

“ก็เมื่อกี้ถามว่าอะไรหละ?” พี่โมเลิกมองฟ้าแล้วครับ เจ้าตัวหันมามองหน้าผม ทั้งๆ ที่แขนหนานั่นยังคล้องคอผมไว้ หน้าเราห่างกันไปถึงคืบแต่ผมเองก็ไม่ได้ว่าอะไรเพราะเอาแต่คิดว่าเมื่อกี้ถามพี่โมไปว่าอะไร ก่อนจะร้องอ๋อออกมาเสียงดัง

 

แหมะ...มึงดีเลย์นะครับพี่...

 

“อ่อ บังเอิญดีเนอะ” ผมหัวเราะแล้วยกมือก้มเกาหัวตัวเอง

 

“ทำไมอ่ะ” พี่โมถามขึ้นขณะที่พาผมข้ามถนนจากฝั่งกระทรวงกลาโหมมาฝั่งเรียบกำแพงพระราชวัง

 

“แฟนผมชื่อแพรเหมือนกัน” ผมตอบออกไปเสียงเบา ก่อนที่พี่โมจะหยุดเดินแล้วก้มมองหน้าผม เจ้าตัวเลิกคิ้วสูงใส่ผมเหมือนคิดอยากจะถามอะไรบางอย่าง ซึ่งผมเองก็ไม่รู้หรอกว่าพี่เขาจะถามอะไร แต่ผมดันชิ่งตอบก่อนนั่นสิปัญหา

 

“เลิกกันแล้วครับ แฟนผมเค้าไปเจอคนใหม่ตอนผมลงมาเรียนกรุงเทพอ่ะ ตลกเนอะ...ฮ่าๆ” ผมหัวเราะแห้งๆ แล้วกลายเป็นคนที่เริ่มก้าวเดินออกมาก่อน แน่นอนว่าพี่โมเองก็เดินตามมาด้วย แต่ตอนนี้เขาไม่ได้กอดคอผมอีกแล้ว ร่างสูงล้วงมือเข้ากระเป๋ากางเกงยีนส์สีซีดขาดๆ เข้ารูปกับขาเรียวยาวที่เจ้าตัวใส่มา แล้วถอนหายใจยาวๆ จนผมต้องหันไปมอง

 

“เออ...แม่ งบังเอิญเหมือนกันจริงๆ แปลกดี...” เขาพูดแค่นั้น และเราสองคนก็ยังเดินเรียบกำแพงพระราชวังไปอย่างงั้นจนถึงเซเว่นที่ท่าพระจันทร์ ตอนแรกผมก็ไม่รู้หรอก แต่อ่านป้ายถึงรู้ว่าผมเดินจากถนนข้าวสารมาถึงที่นี่ได้แบบไม่รู้สึกเหนื่อยเลย แปลกจริงๆ...

 

“อยากกินไรไหม? หิวน้ำเปล่า?” พี่โมถามขึ้นขณะที่นำผมเดินเข้าไปในร้านสะดวกซื้อผมเองก็เดินตามไป ไอ้อาการเปรี้ยวปากก็ดันบังเกิดหลังจากที่สร่างเมา ผมเลยเพยิดหน้าไปทางกระป๋องเครื่องดื่มสีเขียวที่ประดับอยู่บนตู้แช่ของมึนเมา พี่โมหลิ่วตาใส่ผมก่อนจะหยิบแบบแพคออกมาแล้วเอาไปจ่ายที่หน้าเคาท์เตอร์

 

โหวววว ป๋าแหะ!

 

ผมผิวปากยกมือให้เฮียแกไปที ก่อนที่พี่โมจะพาเดินออกจากร้านแล้วพาผมเดินไปทางไหนก็ไม่รู้ จนกระทั่งถึงสวนสาธารณะริมแม่น้ำเจ้าพระยา เขาเลือกที่นั่งก่อนจะตบมือให้ผมนั่งลงข้างๆ  ซึ่งไอ้ผมก็ใจง่ายดิ ให้นั่งไหนก็นั่ง ให้ตามไปไหนก็ไป อีกอย่างตรงนี้ก็วิวดีไม่น้อย ภาพตรงหน้าเป็นวัดอรุณราชวราราม ที่ประดับไปด้วยไฟสวยงาม บวกกับบรรยากาศริมแม่น้ำที่ลมพัดเย็นสบาย แถมเบียร์เย็นๆที่นั่งกระดกกันแบบชิวๆ

 

พี่โมเองก็เหมือนมีเรื่องให้คิด เพราะหลังจากนั้นเจ้าตัวก็ไม่ได้พูดอะไรอีกนอกจากนั่งมองท้องฟ้า และยกกระป๋องเบียร์ขึ้นจรดปาก ผมลอบมองพฤติกรรมนั้นด้วยความรู้สึกแปลกๆ

 

ไม่ว่าจะเป็นริมฝีปากสีส้มอ่อนๆ นั่นที่มีปากประป๋องเบียร์ยี่ห้อดังจรดจ่ออยู่ ลำคอเรียวยาว เส้นเลือดที่ปูดโปนออกมายามที่ร่างสูงเงยหน้า ลูกกระเดือกที่ขึ้นลงตามจังหวะที่อีกคนกำลังกลืนกินชิมรสชาติแอลกอฮอลล์

 

มันดูมีเสน่ห์...

อันที่จริงพี่โมเป็นผู้ชายหน้าตาดีมากๆ คนหนึ่ง แถมผมรู้มาว่าเขาเป็นอดีตเดือนมหาวิทยาลัยมาก่อนด้วย มันเลยยอมรับไม่ยากเลยว่าเขาหนะเพอร์เฟค

 

และผมคงมองมากไป พี่โมแม่ งเหมือนจะรู้ตัวแหะ เรียวตาคมตวัดมองมาทางผมพร้อมกับลดกระป๋องออกจากปากแล้วหันมามองหน้าผมแบบตรงๆ เหมือนกับที่ผมมอง

 

“ไม่กินหรือไงเบียร์หนะ? ผมซื้อมาแพงนะ” พี่โมพูดขึ้น และเป็นผมเองที่เงะๆ งะๆ เอื้อมมือไปคว้ากระป๋องสีเขียวในถุงเพื่อมาเปิดกิน แต่ไม่ทันที่นิ้วมือจะได้แงะฝากระป๋องอย่างที่ตั้งใจมือหนาก็ดันช้อนคางผมให้เงยหน้าพร้อมกับสัมผัสหยุ่นนุ่มที่แนบเข้ากับริมฝีปากตัวเอง จนต้องเบิกตากว้างเมื่อได้สติว่าริมปากสีส้มที่แอบจ้องมองมื่อครู่กำลังแนบชิดกับปากตัวเองอยู่ จะดิ้นก็กลายเป็นเปิดโอกาสให้ร่างสูงยัดเยียดรสสัมผัสขมปร่าเข้ามา เบียร์ที่อีกฝ่ายป้อนให้นั้นแทบทำให้ผมสำลักไม่ติดว่าปลายลิ้นอุ่นชื้นนั้นกำลังรุกไล่ไปทั่วโพร่งปาก

 

หัวใจกระตุกไหวอย่างไม่รู้สาเหตุ

 

ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเมา หรือเพราะอะไร ผมกลับขัดขืนสัมผัสนั้นไปเพียงชั่วครู่ ก่อนจะเผลอไผลกับจูบของอีกฝ่ายโดยไม่รู้ตัว...

กว่าจะรับรู้ตัวอีกครั้งก็ถูกลิดรอนลมหายใจจนแทบหมดแรง พี่โมละริมฝีกปากออกก่อนจะจ้องตาผมคล้ายกำลังบอกอะไรบางอย่าง แต่กลายเป็นผมเองที่หลบสายตานั้นแล้วหยิบกระป๋องเบียร์ที่ผมตั้งใจจะแกะขึ้นมาแกะแล้วกระดกเข้าปากอึกใหญ่แบบไม่กล้าสบตาอีกฝ่าย

 

ในสมองตีกันยุ่งเหยิงกับความคิดใหม่ที่ผุดขึ้นมา

หาเหตุผมมากมายมาบรรยายความรู้สึก และเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้น

 

และเรื่องหน้าแปลกเวรๆ อีกเรื่องที่เกิดในวันนี้คือ ผมไม่สามารถปฏิเสธได้เลยว่า เมื่อครู่ผมเพิ่งจูบกับผู้ชายด้วยกัน

ประเด็นมันอยู่ตรงที่ว่า....ผมดันรู้สึกดีกับรสจูบนั้นเสียด้วยสิ!

 

 

เฮ้ย! เฮ้ย! เฮ้ย!

เป็นบ้าไรวะไอ้พีช!!!!!

ฮือออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออ

เฮียพลับบบบบ! ช่วยพีชด้วยยยยย!!!!

 

 

 

 

D O G M A T I C L O V E

To be continued.

 


อะโลฮา..มาหละจ้า แหมะปริ่มกับคอมเม้นนะนี่พูดเลย
วันนี้มาดึกหน่อยเพราะมาปั่นหลังเลิกเรียน
แต่แบบคอมเม้นเธอทำให้เค้ามีความสุขเอ๊อะ เลยมาต่อเต็มร้อยเลย
รักฟุดฟุดเยยน้า

อ่านแล้วก็เม้นให้กำลังเค้าเหมือนเดิมนะจ้ะ

รักซำเหมอ

a solphase



อันยองชิมิดา ฮัลโหล โมชิโมชิ สวัสดีก้ะ >w<)/
#อเลิร์ทกลบเกลื่อนความผิดที่หายไป2อาทิตย์
ฮายยย คิดถึงเค้าไหม ฮิฮิ กลับมาแบ้วจ้า
กับวีรกรรมการเอาคืนของเด็กปีหนึ่งรอบนี้ภาคคอมจะโดนแบบไหน
มากน้อยเพียงไร ติดตามกันต่อไป วันนี้มาเบาๆ 35% ก่อนเน้อ
รักทุกคนแบบจุบุจิบิ
เม้นด้วยนะคะที่รักทุกคน

เยิฟเธอนะจ้ะคนอ่าน

a solphase





 
 
 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 64 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3,209 ความคิดเห็น

  1. #3082 Gulrat1122 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2560 / 02:45
    อ่านไปกรี๊ดไปคือไร. อ๊ายยยยยยยยยย555555555????
    #3,082
    0
  2. #2995 ikonyg (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2560 / 17:04
    นี้แหละที่รอคอยมานานจูบอีกค้าาาาาาา
    #2,995
    0
  3. #2985 minixiuminseok (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2560 / 18:31
    แก!!! เขาจูบกันแล้วโอ๊ยใจฉัน
    #2,985
    0
  4. #2959 namhom-3449 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 31 มีนาคม 2560 / 23:48
    เขาจูบกันเเล้ววค่ะซิสสสส
    #2,959
    0
  5. #2866 Mammy Sentereza (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2558 / 00:47
    จุดพลุฉลองงงงง เย้ววววว
    #2,866
    0
  6. #2809 janeicelet (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2558 / 00:00
    จูบแล้วววว
    #2,809
    0
  7. #2787 Nebbianuvolaa (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2558 / 11:29
    เขินนนนน-///-
    #2,787
    0
  8. #2612 KiHaE*129 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 8 กันยายน 2558 / 12:42
    โอ้วววววววววววว
    โรแมนนนติกกกก
    #2,612
    0
  9. #2505 ChaneePreme (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2558 / 21:41
    จูบแล่ว เอาแล่ว
    #2,505
    0
  10. วันที่ 21 มิถุนายน 2558 / 17:27
    จูบแล้วววววววววววววววววว
    #2,433
    0
  11. #2228 P.Secret (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 29 เมษายน 2558 / 15:41
    ง่อวววว บรรยากาศดีจริงๆ ว่ะ
    #2,228
    0
  12. #2196 sundaymorning3841 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 28 เมษายน 2558 / 10:52
    พี่โมมมมมมมมมม ฮือออออออออออ น้องทนไม่ด้ายยยยยยย
    #2,196
    0
  13. #2184 Kulissara Pathomlikitkhan (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 26 เมษายน 2558 / 17:08
    กรี๊ดดดด ฟินนนนนน
    #2,184
    0
  14. #2183 Kulissara Pathomlikitkhan (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 26 เมษายน 2558 / 15:53
    เขิลลลลลล><~~ จูบที่ที่โรแมนติกเยย
    #2,183
    0
  15. #2024 ony.pp (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2558 / 17:45
    พี่โมมาเหนือมากกก555555
    #2,024
    0
  16. #1590 shshshx (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2557 / 18:23
    อ่าาาาาาาา มีจูบกันดัวยยยยยย คบกันๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

    หยุดซึนเดียวนี้น๊าาาาาาาาา



    #1,590
    0
  17. #1420 NamfonLoveLove (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2557 / 00:28
    ฟินนนมากอะพี่ โอ้ยยนอนไม่หลับแล้ว 555
    #1,420
    0
  18. #1357 cHAchar (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2557 / 15:53
    ฮั่นหน่อววววววววฮั่นหน่อวววววววววววว
    น้องพีชเอาไงต่อคะ กรี๊ดดด
    #1,357
    0
  19. #1135 poungsaed (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2557 / 21:58
    จูบเเล้วววว ~ เคลิ้มกันเลยสินะ เดินมากันลืมเพื่อนนะรู้ยัง
    #1,135
    0
  20. #976 Kenji So (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 22 กันยายน 2557 / 11:12
    งื้อออออออ หน่วงนิดๆอ้ะะะ
    #976
    0
  21. #533 little lucky (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2557 / 10:29
    ไม่มีอะไรมากค่ะ ขำพีชเหมือนเดิม 55555 แต่ที่สำคัญคือพี่มาร์คตรงtalkค่ะ ผู้ชายของเขานะ 5555555
    #533
    0
  22. #351 GALAXY_YJ (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2557 / 23:27
    จะจูบกันแล้วววว ต่อไปก้ซาเบเดเห้กัรป่ะ 555
    #351
    0
  23. #287 Mysterious (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 3 เมษายน 2557 / 23:47
    เห้ยยยย พี่โมแกรุกหนักข้ามขั้นโอ้โลมหยอดหวานๆไป แล้วมาดูดปากน้องเลยเนี่ยนะ เริ่มอยากกินหลานรหัสแล้วสินะ โถ...อุตส่าเชียร์ให้พอลมาทำคะแนน แต่เจอดอกนี้ของพี่โมไป พอลเราคงเตรียมกินแห้วรอละสิ
    #287
    0
  24. #285 NRMDWL (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 3 เมษายน 2557 / 00:46
    โอ๊ยยยยยยย!!! อ่านไปนั่งบิดไป มันเขินนนอ่าาาาาาาา เค้าจูบกันแล้วๆ พี่โมจูบน้องพีชแล้ววววววว น้องพีชรู้สึกดีด้วยยยยย พี่โมเอาเลยรุกเต็มที่เลยพี่โมมมมมม เชียร์พี่โม...พี่โมสู้ๆ >//<

    มาต่อเร็วๆน้าาาาา รอค่าาาาาาา

    ไรท์เตอร์ ไฟท์ติ้งงง!!!
    #285
    0
  25. #284 wuingsri (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 2 เมษายน 2557 / 20:37
    อร้ายจุ๊บกันแล้วววววว  รอมานาน
    #284
    0