DOGMATIC LOVE (Yaoi) | รับน้องป่วนๆกับก๊วนวิศวะ

ตอนที่ 11 : Ch 11 - "ระบบ / ความเชื่อ / ศรัทธา"

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 15,600
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 63 ครั้ง
    12 เม.ย. 58



11

SOTUS / Believe / Faithful

ระบบ / ความเชื่อ / ศรัทธา

 

เมื่อครั้งยังเป็นเด็กตัวเล็กเล็กเงยมองฟ้า     เอื้อมมือไขว่ มือคว้า หมายมั่นถึง

เมฆปุยใส ใส ลอยละล่อง ห้วงคำนึง           ให้นึกถึง หากฉันโต จะคว้ามา

 

เมื่อครั้นโต ฉันลืมฝัน ตอนเป็นเด็ก                        คนตัวเล็ก ในห้วงทรงจำ อยู่ไหนหนา

ฉันทิ้งเขา ไว้ที่ไหน แต่ใดมา         ความฝันนั้น เหว่ว้า สักเพียงใด

 

พอเราโต เราดิ้นรน กับบางสิ่ง       กับความจริง ที่ผู้ใหญ่ วาดเอาไว้

อนาคต ความฝัน เจ้าจงเลือกเอาสิ่งใด       เพียงคว้าไว้ ขายวิญญาณ อยู่กับมัน

 

แต่ความฝัน.....เป็นได้ เพียงความฝัน          เจ้าจงหัน มองความจริง ที่ตรงหน้า

ทางที่เลือก แม้จะทุกข์ มีน้ำตา                  หากมองหา ใครสักคน เจ้ามีเรา

 

แด่น้องพี่ เจ้าจงคลาย กังวลเถิด    เจ้าจงเกิด ใหม่ใน หมู่เรานี้

วิศวะ ที่เจ้าอยู่ นั้นมีดี                  เจ้ามีพี่ ที่ดูแล ตลอดไป.....

 

 

Ps. ชี้แจงก่อนเข้าตอนนี้ซึ่งซอลขอแจ้งให้ทราบว่านี่เป็นจินตนาการของซอลเอง ที่นำประสบการณ์การรับน้องของตนเอและประสบการณ์ของเพื่อนผสมปนเปกันไป แต่ละมหาวิทยาลัยก็ต่างมีวัฒนธรรมการรับน้องแตกต่างกันไป บางคนอ่านก็คิดว่า เอ๊ะ! มันมีรับแบบนี้ด้วยหรอ หรือบางคนก็คิดว่าเพลงแบบนี้มีด้วยหรอ บางอย่างก็อ้างอิงจากเรื่องจริง บางอย่างก็แต่งขึ้นมา อ่านพอขำๆ กันนะจ้ะ J

PS2. หรือฉันจะคิดมากไปคนเดียว #เผ่น!

PS3. เอามาเรียกน้ำย่อย! #หนี!

 

 

 

 

 

“ระบบมันจะดีถ้าเราใช้ไปในทางที่ดี ในเจตนาที่ดี ไม่ได้ใช้เพื่อเบ่งอำนาจว่าเรามีเหนือกว่าใคร ไม่ได้ใช้เพื่อความห้าว เพราะมันจะทำให้ความศักดิ์สิทธิ์ในระบบลดลง และศรัทธาในตัวคุณจะลดลง”

 

เสียงคำสอนของคณบดีของคณะวิศวกรรมศาสตร์ได้กล่าวเปิดงานฝังรากหยั่งลึกนิสิตวิศวะของมหาวิทยาลัยที่ผมกำลังนั่งหาววอดๆ กับไอ้เพื่อนๆ แกงค์เกรียนที่ต้องแบกเป้แบกกระเป๋ามาตั้งแต่เช้าตรู่ แถมต้องมาแออัดในห้องประชุมคณะเพื่อฟังคณบดีพูดอะไรต่อมิอะไรยาวเหยียดเป็นชั่วโมง

 

แต่คุณเชื่อไหมว่าเพียงประโยคสั้นๆ ที่ท่านพูดปิดท้ายมันกระตุ้นสมองผมให้คิดตามอย่างน่าสนใจ ระบบที่ท่านพูดถึงไม่รู้หรอกว่าใครจะคิดยังไง แต่ผมรู้สึกว่ามันคือโซตัสที่คณะเราใช้เป็นวัฒนธรรมร่วมกัน ระบบอาวุโสที่ไอ้พี่โมมันแหกปากกรอกหู บอกให้พวกผมยกมือไหว้เคารพรุ่นพี่ปาวๆ ไหนจะยกมือไหว้อาจารย์ทุกๆคนที่ทั้งสอน และไม่ได้สอนเพราะมันเป็นประเพณีของคณะ แล้วไหนจะเรื่องความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวที่ผมก็ไม่เข้าใจว่าพี่แม่ งต้องการอะไร เพราะมันไม่มีทางเกิดขึ้นได้ถ้าหากพี่ๆ ยังตั้งแง่ด่าพวกเราเป็นลูกแหง่ไม่โตแบบนี้ แถมขู่ว่าจะไม่รับรุ่นอีกต่างหาก

 

ผมไม่รู้หรอกนะว่าอนาคตผมจะมีพี่รึเปล่า ถึงแม้ไปเลี้ยงสายมาแล้วก็เหอะ หรือไม่รู้หรอกว่าพวกเราจะโดนแบนไหม แต่ผมเชื่อว่าเราเด็กปีหนึ่งที่นั่งอยู่ตรงนี้ห้าร้อยกว่าชีวิตเรามีสปิริตไม่แพ้พวกพี่ๆ เหมือนกัน ที่พวกเราไม่ล้มเลิกหรือว่าหนีซิ่วไปเสียก่อน เพราะเราอยากเป็นที่ยอมรับ ก็อย่างว่าหละครับ เด็กวัยรุ่น ยิ่งโดนท้าก็ยิ่งอยากเอาชนะตามฮอร์โมนส์ที่พลุ่งพล่านตามวัย

 

“ฮ้าววววววว ง่วงสาสสสสสสสส” ผมหันไปมองไอ้พอลที่ตอนนี้มันนั่งเลื้อยแทบจะตกเก้าอี้ ตาปรือปรอยราวจะหลับแหล่ไม่หลับแหล่อยู่แล้ว อย่าไปว่าแต่ไอ้พอลเลยครับ ผมเอง และคนอื่นๆ อยู่ในสภาพไม่ต่างกันหรอก เพราะโดนนัดมาตั้งแต่หกโมงเช้าเมื่อคืนก็ดันโดนซ่อมจัดหนักอีก ไม่หลับตายคาเตียงตื่นมาไม่ทันลงทะเบียนนี่ก็บุญโขหละครับ!

 

“แม่ งง่วงหวะ! ทำไมกูต้องมานอนที่มอวะ ทั้งๆ ที่หอกูก็อยู่หน้ามอแค่นี้” ผมบ่นก่อนจะพยายามเขยิบตัวขึ้นมานั่งบนเก้าอี้ดีๆ ไม่ไหลไปตามเก้าอี้ตามไอ้พอลไอ้เบลไอ้โชอีกคน แค่นี้ก็โดนสายตาเหี้ยมโหดจากท่านผู้นำที่วันนี้ใส่เสื้อเชิ้ตวิศวะสีเลือดหมูแขนยาวมาเต็มยศ น่ากลัวกว่าวันไหนๆ เป็นพิเศษเหอะ!

 

“แหมะ! ไอ้หน้าแมวมาถามกู ถ้ากูรู้กูตอบมึงไปนานแล้วไอ้พีช อย่าลืมว่าหอกูก็อยู่หน้ามอเหมือนกันนะฟาย” ไอ้เติร์ก ไอ้สู่รู้หันมาตอบผมครับ เอิบ...คือกูแค่บ่น กูไม่ได้ถามใคร และไม่ได้อยากได้คำตอบจากมึงป่าววะครับ?

 

“เออๆ มึงวันนี้พวกพี่ๆ แกเต็มยศเลยหวะ วันนี้ไม่มีปีสองสักคน คือยังไม่มาหรือเตรียมของอยู่ข้างนอกป้ะวะ” ไอ้เติร์กสู่รู้เจ้าเดิมครับเปิดประเด็นขณะที่ตอนนี้ที่หน้าเวทีกำลังฉายวีดีทัศน์เกี่ยวกับภารกิจของคณะอยู่ เด็กรักการเรียนรู้ และช่างสังเกตุอย่างพวกผมหาได้สนใจไม่ สิ่งที่น่าสนใจมากกว่านั้นคือ ความผิดปกติที่ปกติแล้วเวลาเราเข้าประชุมรับน้องจะต้องมีพี่ปีสองมาคอยโอ๋คอยดูแลตลอด แต่วันนี้ไร้เงาเสียงครับ ไม่มีแม้แต่กระทั่งเงาให้เห็น

 

จะว่าไปเมื่อคืนไอ้พี่ดีพมันมาเคาะประตูห้องผมเอายานวดขามาให้เพราะเห็นพวกผมโดนซ่อมซีรีย์กันหนักแล้วบอกให้รีบนอนด้วย หลังจากนั้นก็ไม่เห็นหัวเลยซึ่งผมวินิจฉัยว่าพี่มันยังไม่ตื่น และด้วยความรีบก็เลยไม่ได้สังเกตุว่าฟีโน่ลูกรักพี่ดีพมันจอดอยู่รึเปล่า ไม่ทันได้ให้สมองประมวลผลวิดีทัศน์ก็จบลง และแทนที่ด้วยพี่มะนาวคนสวยที่ผมเคยเจอเมื่อครั้งมาลงทะเบียนเรียนวันแรก แม้อยู่ในเชิ้ตวิศวะสีน้ำเงินดูดุดันแต่ก็ยังสวยไม่สร่างเลย

 

ถ้าไม่ติดว่าไปสืบมาแล้วรู้ว่าพี่เค้าคบอยู่กับพี่มิคหัวฟูหละก็ น้องพีชก็อยากจะลองสอยผู้หญิงอายุมากกว่าดูสักที แต่เอาเถอะของสวยงามมีไว้ดู แตะต้องไปเดี๋ยวมันจะเสื่อมไม่น่าดูเอา ปลอบใจอย่างงี้ไปแล้วกันไอ้พีช!

 

ระหว่างที่เพ้อเจ้ออะไรต่อมิอะไรอยู่เสียงพี่มะนาวเรียกสีสายคล้องคอก็ดังขึ้นผมก้มมองสีสายคล้องตัวเองซึ่งมันเป็นสีเทาครามตรงตามที่เรียกพอดี เหลือบไปมองคอไอ้พอลก็ได้ทีลากคอมันออกไปจัดแถวรวมกับคนอื่นที่ได้สายคล้องเดียวกัน โดยมีไอ้โชไอ้เบลไอ้เติร์กสหายกวนส้นที่คอยผิวปากให้กำลังใจ จนผมต้องหันไปด่ามันแบบไม่ออกเสียงไปที แทนที่จะหงอพวกบ้านี่ยังมีหน้ามาหัวเราะกลับอีกครับ ผมนี่ไปไม่ถูกพูดไม่เป็นแถมนิ้วกลางให้พวกมันอีกทีก่อนที่ไอ้พอลจะโอบบ่าลากผมออกไปจากจุดนั้นแล้วเดินตามเพื่อนๆ ร่วมคณะภาคอื่นๆ ออกจากห้องไป

 

มันคงเป็นการเดินออกจากห้องโดยดีถ้าไอ้พี่โมแม่ งไม่ยืนอยู่ที่หน้าประตูห้องประชุมแล้วมองผมกับไอ้พอลด้วยสายตาเหี้ยมๆ จนต้องให้ความรู้สึกเย็นสันหลังวูบวาบ แหม...อยากรู้จริงว่าพี่โมมันเกิดที่ขั้วโลกเหนือรึเปล่า มีญาติเป็นเอสกิโม มีเพื่อนเป็นหมีขาวขนปุย อาศัยอยู่บนก้อนน้ำแข็งแห่งอลาสก้ารึไง ไมต้องเย็นชาตลอดเว!

 

คิดว่ากลัวรึไง! เหอะ!

 

ผมฮึดฮัดในใจก่อนจะรีบคว้าคอไอ้พอลให้รีบเดินตามออกจากห้องประชุมโดยไม่สนใจคนที่ถูกทิ้งไว้เบื้องหลังอีก เหมือนจะเท่แหะ! แต่ประเด็นไมได้อยู่แค่ตรงนั้น ออกมาผมเจอพี่ต้นที่ยืนรออยู่ พร้อมกับเฉลยว่าพี่แกจะเป็นพี่เลี้ยงที่คุมพวกเราเกือบหกสิบชีวิตไปตามฐานต่างๆ ซึ่งถูกแบ่งไปจัดตามตึกประจำแต่ละภาค ซึ่งกลุ่มที่ผมอยู่ได้ธงสีเทาครามมา นั่นแปลว่าเราจะกำลังไปเริ่มฐานแรกที่ภาคโยธา

 

 

 

 

D O G M A T I C L O V E

 

 

พอแรกเริ่มที่เดินมาถึงหน้าตึกคณะ เสียงกลองที่รัวรับเป็นการสร้างความน่าตื่นเต้นไม่น้อย รวมทั้งผ้าคาดตาสีดำที่พวกพี่ๆ นำมาปิดตาพวกเราอีก ผมที่เดินอยู่กับไอ้พอลโดนจับแยกให้ไปคนละฝั่ง ขณะที่ตอนนี้ประสาทสัมผัสทางตาถูกปิดกั้นเป็นที่เรียบร้อย ผมได้ยินเสียงกรี๊ดเบาๆ จากพวกผู้หญิง หรือไม่ก็เสียงหัวเราะของพวกพี่ๆ ประปราย ถามจริงว่านี่มันวันรับน้องวันแรกรึเปล่า ทำไมมันมีปิดตาบ้าบออะไรแบบนี้ด้วยวะ?

 

“เฮ้ยยยย คนนี้กูรู้จักๆ ไอ้โมแม่ งบ่นว่าแสบจัดให้หนักมึง!” ระหว่างที่ผมโดนลากจูงไปที่ไหนสักแห่งก็ได้ยินเสียงทุ้มของผู้ชายคนหนึ่งพูดขึ้น ก่อนที่จะมีเสียอือออห่อหมกดังเข้ามาอีก

 

อื้อหืออออออ

ถ้ากระผมจะดังข้ามภาคขนาดนี้อ่ะหนะ พี่โมมึงแค้นกูมากสินะครับบบบบ!

ผมยังไม่เคยทำอะไรให้พี่ขุ่นข้องหมองใจเลยนะพี่นะ!

 

“เอ้าจัดน้ำจัดท่าให้แขกวีไอพีหน่อยเร็ว!!!!” เสียงนุ่มๆ น่ารักดังขึ้นอีกครั้งพร้อมกับศัพท์ที่แทนตัวผมว่า วีไอพี เอาเถอะไม่มีอะไรเลวร้ายเท่านี้หรอก ไม่นานนักก็มีวัตถุเหมือนหลอดมาจ่อเข้าที่ปากผมพร้อมกับเสียงน่ารักๆ เสียงเดิมบอกให้ผมดูดน้ำแก้กระหายกิน  ไอ้ผมก็ว่าง่ายครับ ไม่มีขัดขืนเลยแม้แต่นิดเดียว อ้าปากเม้มหลอดได้ก็ดูดพรวดเข้าปากแบบไม่คิด

 

สัมผัสแรกที่น้ำเย็นๆ เข้าไปในปาก พูดเลยว่าอยากคายแม่งออกมาก!

 

“ฮ่าๆๆๆๆๆ กลืนๆ ห้ามคายออกมานะไม่งั้นโดนซ่อม!” ไอ้พวกรุ่นพี่มึงสนุกมากสินะที่แกล้งกูได้ เชี่ย!!!!!!!!!!! เปรี้ยวสาสสสสสสสสสสส! นี่ถ้าไปประกวดเดอะสตาร์บอกเลยว่าชนะแน่ เสียงผมนี่ต้องใสแบบใครๆ ก็แพ้อ่ะ แหวะ!

 

ทำหน้าเหยเกไม่หาย ไม่ทันได้ก้าวเท้าตามที่พี่เค้าลากจูงไปไหน สัมผัสเปียกลื่นก็ปาดเข้ามาที่ข้างแก้มทั้งสองข้างเรียบร้อย พร้อมกับฝุ่นที่มีกลิ่นหอมโดยที่พอได้กลิ่นรู้หละว่าโดนแป้งเข้าให้หละ ไม่นานนักก็ต้องหยุด พร้อมกับคำสั่งให้ก้าวเท้าขึ้นไปข้างบนไม่นานนักผมก็ถูกปล่อยไว้ให้ยืนว่างเปล่าโดยไม่มีใครเข้ามาทำอะไรอีก ไม่นานนักเสียงโวยวายก็หยุดลง กลองที่ตีรัวรับเมื่อครู่ก็หยุดลง ทุกอย่างอยู่ในความเงียบ

 

“เอ้าทั้งหมด! แกะผ้าปิดตาได้!” พอสิ้นคำสั่งผมรีบเอื้อมมือไปด้านหลังเพื่อแก้มัดปมผ้าที่ปิดตาออก แต่....

 

แกะไม่ออก!!!

เฮ้ยยยยย! ใครมัดเงื่อนตายวะ ดึงขึ้นลงก็ไม่ได้แน่นอย่างแรง! โฮรกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก! ชีวิตไอ้พีชชชชชชชชชช มันสะบัดช่ออะไรขนาดนี้วะ????

 

“พี่ครับผมแกะผ้าไม่ได้” ผมยกมือพร้อมกับบอกพี่เผื่อมีใครได้ยินแล้วเมตตากันบ้าง แต่เปล่าเล๊ยยยยย เงียบครับไม่มีเสียงตอบรับ ก่อนที่จะมีเสียงทุ้มเสียงหนึ่งดังขึ้นมา

 

“เอ้าแก้ผ้าไม่ได้หรอ จะให้ผมแก้ให้ก็ได้อยู่นะ แต่ต้องมีอะไรแลก” เสียงทุ้มตอบกลับมาทำเอาผมนึกสังหรณ์ใจอยู่แปลกๆ ไม่นานนักเสียงกลองก็รัวขึ้นพร้อมกับเสียงเชียร์จากไอ้พวกที่แกะตาได้แล้ว

 

เออ ดี...มึงไม่เดือดร้อนมั่งให้รู้ไปนะ!

 

“ไก่ย่างเบรกแตกพร้อม!

 

ผมกลืนน้ำลายกับคำสั่งของพี่เขา แหมะ...ไอ้เกรียนก็เกรียนได้อยู่หรอก แต่ไม่เคยมายืนปิดตาเต้นแบบไม่รู้ว่าใครดูอยู่มั่งแบบนี้นะเว้ยยยยยย! แถมเป็นไก่ย่างเบรกแตกอีก ที่แม่งหยุดเต้นได้จนกว่าพี่เค้าจะสั่งให้หยุด เอาไงดีวะกู???

 

“เอ้า ไม่อยากเปิดตาหรอน้อง ผมสั่งไก่ย่างเบรกแตกพร้อมไหม???”

 

 

เออๆๆๆๆ เอาไงเอากันวะ!!!

 

“พร้อมครับ!!!

 

“ไก่ย่างเบรกแตก สาม.....สี่!

 

“ไก่ย่างถูกเผา....ไก่ย่างถูกเผา....”

 

พูดตรงๆ นะครับ วันนี้จะเป็นวันที่ผมเกลียดไปเพลงบ้านี่ไปตลอดชีวิต เพราะไอ้เสียงหัวเราะคิกคัก กับท่าเต้นที่ผมใส่เต็มเหนี่ยวคิดว่าสะดิ้งสุดๆ ให้พี่เค้าเมตตาปล่อยผมไปเร็วๆ แต่เต้นไปสี่รอบยังไม่มีวี่แววนอกจากไอ้เสียงผิวปากวี๊ดวิ้วโห่เชียร์กับท่าเต้นผม จนปาไปห้ารอบนั่นหละถึงถูกสั่งให้หยุดแล้วมีคนเดินเข้ามาแก้เชือกผม

 

ทันทีที่สายตาไม่มีอะไรมาบดบังผมถึงรู้ว่าตัวเองโดดเด่นขนาดไหน เอาเส่!!! อยู่หน้าแถวเส่!!! ไม่เด่นให้รู้ไป!

 

“ก่อนไปนั่ง เชิญน้องวีไอพีแนะนำตัวหน่อยครับ!” ไอ้พี่อ้วนตนนี้มันช่างน่าหันไปฟรีคิกยิ่งนัก แบบให้กูเต้นแบบไม่รู้โชคชะตาไม่พอยังให้กูแนะนำตัวแบบอายประชาชีอีก เอาเสะ ชีวิตไอ้พีช!! สมถุยให้พอเสะ!

 

“ชื่อพิชญ์พล ปัญจวัฒนานนท์ ชื่อเล่นชื่อพีชครับ อยู่ภาคคอมครับ” ผมแนะนำตัวเสร็จไอ้พี่อ้วนข้างกายก็ปล่อยให้ผมเข้าที่พร้อมกับเสียงปรบมือของเพื่อนๆ โดยมีไอ้พอลนั่งรออยู่ท้ายแถว

 

“สาสสส ท่าเต้นสะดิ้งสัส!” ไอ้พอลว่าพร้อมกับหัวเราะใส่ อยากตั๊นหน้าแม่ งสักที มึงไม่เป็นกูไม่รู้หรอก เหอะ!

 

“เดี๋ยวผมจะให้พวกคุณนับหนึ่งถึงห้านะครับ พอเรียบร้อยแล้วให้แยกกลุ่มกันตามจำนวนเลขที่ตนเองนับได้ โดยกลุ่มที่หนึ่งให้ไปหาพี่วัน เอ้าพี่วันยกมือหน่อยครับ ส่วนคนที่นับได้ที่สองนะครับให้ไปหาพี่ตูนที่น่ารักๆ อยู่ตรงบันไดนะครับ คนที่นับได้ที่สามนะครับมาหาพี่วินที่ระเบียบด้านนู้นนะครับ คนที่นับได้สี่มาหาพี่เป๊กที่หน้าลิฟต์ ส่วนคนที่นับได้ห้ามาหาผมตรงนี้นะครับ เริ่มนับได้ครับ” พอสิ้นเสียงไอ้พี่อ้วน ที่จริงพี่แกก็ไมได้ชื่ออ้วนหรอกนะแต่ผมไม่สนอ่ะ พี่แม่ งกวนประสาทมีป้ายชื่อหราอยู่บนนั้นผมก็ไม่ได้สนใจ จะเรียกว่าอ้วนนี่คือความพอใจส่วนตัวอ่ะครับ

 

“ห้า!

 

เวร....นั่งด่าไอ้พี่อ้วนในใจไม่นานกลายเป็นผมที่ต้องนับเลขสุดท้ายคือเลขห้าเพราะอยู่ท้ายแถวพอดี โฮรกกกกกกกกก หนีมึงไม่พ้นสินะไอ้พี่อ้วนนนน

 

“เอ้าแยกย้ายกันไปคนละจุดตามที่ผมบอกได้เลยครับ”

 

ผมหันไปลาไอ้พอลที่แยกย้ายกันไปตามจุดที่ไอ้พี่อ้วนมันว่าไว้ก่อนจะนั่งจับกลุ่มกันแต่พองาม กลุ่มผมมีสมาชิกสิบกว่าคนได้ซึ่งหน้าตาคุ้นบ้าง ไม่คุ้นบ้างตามประสาคนอยู่กันคนละภาค ก่อนที่พวกพี่ๆ จะยื่นอุปกรณ์มาให้ เป็นกระดาษหนังสือพิมพ์หนึ่งฉบับ กระดาษเอสี่ห้าแผ่น หลอดห้าอัน เทปใสหนึ่งม้วน กรรไกร และไข่หนึ่งฟอง ถ้าเดาไม่ผิดผมชักจะรู้หละว่าพวกพี่ๆมันจะให้เราเล่นอะไร

 

“เอาหละครับ พวกคุณคงได้สิ่งที่พวกผมมอบให้กันหมดแล้ว โดยทุกๆ คนจะได้ทุกอย่างเท่าๆ กันไม่มีกลุ่มไหนได้มากกว่าหรือน้อยกว่านะครับ โดยพวกผมจะให้คุณออกแบบหอคอยที่สามารถประคองไข่ไก่บนยอดหอได้นานที่สุดและสูงที่สุดโดยใช้เวลาห้านาที ใครที่ชนะจะสามารถสั่งอะไรทีมที่แพ้ได้หนึ่งอย่าง และทีมที่แพ้จะต้องทำตามอย่างไม่มีขัดขืนนะครับ ทราบไม่ทราบ!” เสียงพี่อ้วนนี่มันมีพลังเสียงดังฟังชัดจริงๆ =_____=

ผมที่นั่งใกล้ๆ นี่บอกเลยว่าหูแทบพังนะ!

 

“ทราบครับ/ค่ะ”

 

“ผมจะเริ่มจับเวลาแล้วนะครับ ทุกทีมเริ่มได้!” สิ้นเสียงพี่อ้วนพูดจบ ผมก็หันมาสนใจอุปกรณ์ตรงหน้าแต่ไม่ได้ทันคิดมากมายก็มีตัวพาวจัดขึ้นมาก่อน ไอ้ตัวพาวเนี่ยย่อมาจากเพาว์เวอร์ครับ ไอ้พวกบ้าพลังข้าจะทำเอ็งอย่ายุ่ง ซึ่งผมเนี่ยก็ไม่ค่อยชอบแนวหน้าเสี่ยงปะทะกับพวกนี้เสียด้วยสิผมเลยนั่งเงียบยื่นนั่นส่งนี่ให้พวกเขากันไปแบบอยู่ดีๆ ไม่เจ็บตัวรักสันติกันไป

 

พอสิ้นเสียงนกหวีดหมดเวลาพวกผมก็นั่งมองหอคอยยึกๆ ยือๆ ของตัวเองที่ตอนนี้มีไข่วางอยู่บนยอดดอยด้วยความไม่ค่อยมั่นคงเท่าไหร่ ไอ้พี่อ้วนก็ออกตรวจตามจุดครับโดนเอาตลับเมตรที่พกไว้ติดตัวขึ้นมาวัดระดับความสูงซึ่งไอ้ทีมที่ผ่านมาสูสีกันหมด ทำเอาทีมผมหวั่นๆร้อนๆหนาวๆกันไป แต่โชคดีของผมหละครับที่ความซวยมันเคลื่อนย้ายดาวไปตกลงสู่โชคชะตาไอ้พอลเป็นที่เรียบร้อยเมื่อไข่ไก่บนยอดดอยมันโดยลมพัดตกลงมาแตกโพละ!

 

กลายเป็นว่าทีมผมขึ้นเป็นที่ห้าแบบมีโชคช่วยสุดๆ แล้วไอ้พอลที่ทำหน้าเจ็บใจเพราะเหมือนมันเป็นพ่องานไอ้หอคอยกระดาษนี่จากวินๆ มาพ่าย โถ...เพื่อนกู อนาถแท้!

 

แต่ทีมไอ้พอลก็แมนๆ ใจๆ กันไป ลุกขึ้นยืนเรียงหน้ากระดานน้อมรับคำสั่งทีมหนึ่งที่ชนะไปด้วยการเต้นไก่ย่างเบรกแตกเหมือนผม โดยคนที่เต้นได้สะดิ้งสุดจะได้กลับมานั่งที่ ใครลีลาทำเขินอายก็เต้นต่อไป

 

โดยไอ้พอลที่มีบาปกรรมครับ มันเพิ่งพ่วงตำแหน่งเดือนหมาดๆ ได้ไม่นานใครๆ ก็จำมันได้ ถึงมันจะสะดิ้งแค่ไหนแต่ก็ไม่ได้กลับเข้ามานั่งเสียทีจนเรียกเสียงหัวเราะได้ไม่น้อย ไงหละมึงบาปกรรมตามทัน หัวเราะกูดีนักโดนเล่นเอง สาสสสสสส

 

ผมได้แต่ด่ามันในใจครับ เพราะมันแต่หัวราะกับท่าเต้นหน้าตายของมันอยู่จนกระทั่งพี่เค้ายอมให้มันกลับมานั่ง และพูดอะไรเกี่ยวกับภาคนิดหน่อยก็ได้เวลาที่เราจะต้องย้ายฐานกันไป

 

 

 

 

D O G M A T I C L O V E

 

 

 

หลังจากที่พวกเราทั้งหมดถูกแยกย้ายกันไปตามสีสายคล้องคอ พอเวียนกันครบทุกฐานก็ถึงแก่เวลาที่เด็กปีหนึ่งจะต้องกลับไปรวมกันแต่ละภาคเสียที โดยพอมาเจอหน้าเพื่อนแต่ละคนนี่แทบจำกันไม่ได้ ทั้งสีทั้งแป้ง เหนอะหนะไปหมด ไหนจะโดนมัดจุกถักเปียก็ว่ากันไปแต่ละคนแต่ที่เด็ดสุดคือไอ้เติร์กครับ บนแก้มมันมีรอยลิปสติกแตะอยู่บนนั้นสร้างความสนใจให้แก่พวกผมไม่น้อย

 

“เชี่ยเติร์กกกกก เด็ดสัสสมีรอยจูบใครวะแนบอยู่บนแก้มมึงเนี่ย!” ผมวิ่งไปกอดคอมันพร้อมกับผลิกแก้มมันดูคราบรอยนั้นแบบเต็มตาไปทีก่อนที่ไอ้โชหลุดหัวเราะเสียงดังจนเจ้าตัวที่โดนหัวเราะหันไปตาเขียวใส่

 

“ไม่ต้องมาหัวเราะกูเลยไอ้สัสโช เพราะมึงนั่นหละ เชี่ยย!!! ขนลุกชิบหาย!!!” ไอ้เติร์กโวยวายก่อนที่ผมจะสนใจไปมากกว่าเก่า ผสมกับไอ้เบล และไอ้พอลที่ไม่ได้รู้เหตุการณ์ด้วยมองไอ้โชไอ้เติร์กกันตาแป๋วแบบต้องการให้ใครมาเฉลยให้หายอยากรู้เสียที

 

“ไอ้เชี่ยโชอ่ะดิ แม่งโบ้ยกู ไอ้ฐานภาคเคมีที่เค้าเล่นโยนแป้งกันอ่ะ ตอนแรกเว้ยเพลงหยุดแป้งแม่ งอยู่ในมือไอ้เชี่ยโชแต่แม่งโยนใส่มือกู กูเลยโดนไอ้พี่ติ๊ดที่เสือกเป็นพี่เลี้ยงทีมกูดูดแก้มอย่างที่มึงเห็นเนี่ย ซวยชิบหาย!” ไอ้เติร์กเล่าด้วยอารมณ์ล้วนๆ ครับ แหมะเป็นผมผมฟรีคิกไอ้เชี่ยโชไปหละ โดนแบบไอ้เติร์กนี่ไม่ไหว ถึงแม้พี่ติ๊ดดูภายนอกจะสวยนะแต่ยังไงก็มีลูกกระเดือกเหมือนพวกผมนะครับ!

 

“สยองแทนหวะ ฮาสาส พวกกูนี่โดนไก่ย่างเบรกแตกนี่เบาไปเลยมึง ของมึงนี่เด็ดกว่าเยอะ!” ไอ้พอลว่า และยังไม่ทันได้ฮาเรื่องไอ้เติร์กดี พี่ก้องก็เข้ามาควบคุมสถานการณ์ด้วยการจัดระเบียบแถวที่ทุกคนก็กระตือรือร้นทำตามแต่โดยดี

 

เออ จะว่าไปตั้งแต่เมื่อเช้าผมก็ไม่เห็นพี่โมอีกเลยแหะ

สิงอยู่ที่ไหนป้ะวะ???

 

“เดี๋ยวผมจะให้พวกคุณไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนจะลงมารวมกันที่ใต้ตึกตอนหกโมงเย็นเพื่อไปทานข้าวเย็นกันที่โรงอาหารนะครับ โดยผู้ชายจะอยู่ที่ชั้นสี่ห้องอเนกประสงค์นะครับ ส่วนผู้หญิงจะอยู่ที่ห้องใหญ่ชั้นสองคุณมีเวลาชั่วโมงครึ่งรบกวนมากันให้พร้อมเพรียงนะครับ ทราบไม่ทราบ!

 

“ทราบครับ/ค่ะ”

 

พอสิ้นเสียงรับคำพี่ก้องก็เดินออกไป พร้อมกับพี่ต้นเข้ามารับหน้าแจกสัมภาระที่ถูกเก็บไปเมื่อเช้าให้แต่ละคนโดยแจกฝั่งผู้หญิงก่อน พวกผมเองเมื่อได้รับของก็พากันเดินไปที่ห้องพักเพื่อจับจองที่นอนกันอย่างสนุกสนาน นั่งฟังเพื่อนๆ กลุ่มที่เหลือเล่าประสบการณ์ตัวเองในแต่ละฐานก่อนจะแยกย้ายไปอาบน้ำ ซึ่งต้องทยอยกันไปเพราะห้องน้ำมีเพียงแค่สิบสองห้องเท่านั้น ไอ้พวกที่ยังไม่ได้อาบก็นั่งเล่นกันไปตามประสา

 

จนกระทั่งถึงเวลาได้กินข้าวหละครับ ทุกอย่างดูเรียบง่ายจนผมไม่ได้คาดคิดด้วยซ้ำว่าเรื่องทุกอย่างมันจะสบายอะไรขนาดนี้ อย่าหาว่าผมเป็นเป็นคนที่คิดแต่แง่ร้ายๆ เลยนะ แต่ประสบการณ์มันสอนมาว่าวิศวะไม่เคยทำอะไรธรรมดาๆ สักอย่าง ผมเลยค่อนข้างแปลกใจอยู่ไม่น้อยเลย มีกิจกรรมสันทนาการเล็กน้อยก่อนจะปล่อยให้พวกเราไปนอนกันเสียที

 

อาจจะเป็นเพราะความเหน็ดเหนื่อยจากการเล่นฐานเมื่อช่วงกลางวันเลยทำให้พวกเรานอนหลับกันแบบไม่มีโอดครวญว่านอนเร็ว หรือนอนช้า ผมที่นอนระหว่างไอ้พอล และไอ้เติร์กแหย่กันเล็กน้อยแล้วก็ต่างหลับไปแบบไม่มีใครรู้ว่าใครคนไหนหลับก่อน

 

 

กริ๊งงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง!!!!!!!!!!

 

“เฮ้ย! เชี่ยไรวะ!

 

“เสียงไรเนี่ย....ฮือออออ กูยังง่วงอยู่เลย”

 

“เช้าแล้วหรอวะ???”

 

กริ๊งหน้าห้องดังขึ้นพร้อมกับใครสักคนลุกขึ้นไปเปิดไฟทำให้ห้องสว่างขึ้นมาในกลางดึกผมหันไปปลุกไอ้พอลที่ทำท่ายังไม่ยอมตื่น มันงัวเงียเล็กน้อยก่อนที่จะหยิบมือถือขึ้นมากดดูเวลาซึ่งผมเองมองอยู่เช่นกัน ก่อนจะรู้สึกหัวเสียเมื่อพบว่านาฬิกาเพิ่งเดินมาถึงเวลาตีสองเท่านั้นเอง แต่ไม่ทันได้โวยวายอะไรกันดี เสียงนิ่งๆ แต่เฉียบขาดดังขึ้นผ่านไมโครโฟน จากที่ไหนสักแห่ง และทำให้เราทั้งหมดต้องลุกขึ้นแล้ววิ่งไปที่จุดเดียวกัน

 

“ปีหนึ่งทั้งหมด! เรียงแถวหน้ากระดานเรียงสิบสองที่สนามบอลคณะ ปฏิบัติ! หนึ่ง........สอง.......”

 

ณ จุดนี้ใครใคร่รอลิฟต์รอไปครับ ตอนนี้บันไดกำลังฮิตฮอตสุด วิ่งเสี่ยงตายแบบตาตื่นไปที่สนามฟุตบอลคณะที่อยู่ตรงกลางระหว่างตึกภาคทั้งหกตึก และไม่ได้มีเพียงแค่ภาคคอมเท่านั้นที่วิ่งแบบเหมือนหนีตายอะไรสักอย่างมา แต่ผมพบว่าทุกๆ ตึกก็มีเด็กปีหนึ่งที่วิ่งลงมาเช่นกัน พร้อมกับบางคนที่วิ่งมาถึงแล้วทำการนับหัวแถวให้ได้สิบสองแถวอย่างที่พี่โมสั่ง

 

“ยี่สิบเก้า........สามสิบ......สามสิบเอ็ด....” พี่โมหยุดนับลงแล้ว พร้อมกับร่างสูงที่ยังอยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีแดงเลือดหมูที่ถูกพับแขนจนถึงข้อศอก ชายเสื้อถูกสอดใว้ภายใต้กางเกงยีนส์สีเข้ม และรองเท้าผ้าใบ ใบหน้านิ่งเฉย และสายาเย็นชานั่นกำลังกวาดมองไปทั่วบริเวณด้วยท่าระเบียบพักที่เราเห็นจนชินตา

 

เด็กๆ ปีหนึ่งหลายๆ คนยืนหอบเนื่องการจากวิ่งเมื่อครู่นี้ และในสนามนี้กลับมีเพียงพี่โมคนเดียวเท่านั้นไม่เห็นวี่แววของพี่คนอื่นเลย สิ่งเดียวที่ผิดแปลกไปจากครั้งก่อนคือเสาที่มีธงสีแดงเลือดหมูที่มีเกียร์ประดับอยู่กลางธงกำลังปลิวไปตามแรงลมข้างกายพี่โม และจุดประสงค์ที่แท้จริงของการเข้าค่ายวันนี้คงกำลังดำเนินมาถึงแล้วสินะ

 

ผมอาจจะคิดมากไป แต่การเรียกน้องให้ตื่นขึ้นมาในเวลาวิกาลแบบนี้ไม่ใช่เรื่องปกติเท่าไหร่หรอก และยิ่งเป็นวิศวะด้วยแล้วหละนะ

 

“ขอโทษด้วยนะครับที่หลายคนอาจจะกำลังคิดว่าผมรบกวนเวลาพักผ่อนของพวกคุณ และหลายๆ คนกำลังหงุดหงิดที่ถูกผมเรียกมายืนตากน้ำค้างในเวลาแบบนี้ แต่ผมในฐานะประธานปกครอง เฮดว้ากที่คอยดูพวกคุณตลอดระยะเวลาเกือบสองเดือนที่ผ่านมา และครั้งนี้อาจจะเป็นครั้งสุดท้ายที่ผมจะมายืนอยู่จุดนี้ และพูดกับพวกคุณแบบนี้” พี่โมพูดขึ้น และกวาดสายตามองพวกเราทั้งหมดอีกครั้ง

 

“ผมไม่รู้ว่าหลังจากวันนี้ผมจะต้องอาศัยอยู่กับพวกคุณในรั้งมหาวิทยาลัยแห่งนี้ด้วยสถานะไหน หรือจะเป็นยังไง และอย่างที่พวกคุณทราบว่า เมื่อไม่นานมานี้มีภาคหนึ่งที่ถูกริบไทด์กับติ้งไว้เพื่อเป็นหลักประกันว่าพวกเขาอยากจะเป็นส่วนหนึ่งกับคณะวิศวกรรมศาสตร์ และผมก็ไม่ทราบว่าพวกเขาจะได้สิ่งเหล่านี้กลับคืนไปหรือไม่ และไม่รู้ว่าพวกเขาจะถ่วงพวกคุณที่เหลือให้ไม่ได้สิ่งเหล่านั้นเหมือนกันรึเปล่า เพราะผมถือว่าพวกคุณเป็นเด็กปีหนึ่ง เมื่อมีปลาเน่าหนึ่งตัวในข้อง พวกคุณก็เน่าด้วยทราบไม่ทราบ!

 

“ทราบครับ/ค่ะ!!

 

“ผมจะให้โอกาสพวกคุณแสดงตัวให้ผมรู้ว่าพวกคุณพยายามมากแค่ไหน ผมจะเป็นคนที่ประเมิณพวกคุณจากสิ่งที่แสดงในวันนี้ และในรุ่งเช้าคุณจะกลับไปมือเปล่า หรือมีธงอยู่ในมือนั้นเป็นเรื่องของพวกคุณทราบไม่ทราบ!

 

“ทราบครับ/ค่ะ!

 

หลังจากเสียงตอบรับจากพวกเราแล้วพี่โมก็เงียบไป เพราะในตอนกลางคืนในวันอาทิตย์ที่ไม่มีนิสิตสักคนอยู่ และไม่มีกิจกรรมใดๆ และเวลาตีสองซึ่งปกติแล้วเป็นเวลาพักผ่อนของทุกคนบรรยากาศ ณ จุดที่พวกเรากำลังยืนอยู่ตรงนี้มันถึงได้เงียบสงัด และรู้สึกได้ถึงอะไรบางอย่างที่ทำให้เย็นสันหลังแบบที่บอกไม่ถูก

 

วันนี้เป็นวันเส้นตายที่ต้องวัดกันแล้วสินะ ว่าจะไอ้รุ่นมาครอง จะเป็นส่วนหนึ่งของคณะ จะได้เป็นพี่เป็นน้อง หรือเป็นแค่คนร่วมคณะกันเฉยๆ

 

และเป็นวันที่พี่ๆ มาทวงสัญญาที่พวกเราให้ไว้ว่าจะทำทุกอย่างได้ออกมาดี

วันนี้แล้วสินะ...

 

 

“ปีหนึ่งทั้งหมดร้องเพลงคณะรอบสนามเท่ารุ่นพร้อม!

 

“พร้อมครับ/ค่ะ!

 

“ร้องเพลงคณะรอบสนามเท่ารุ่น! สาม.......สี่!” สิ้นเสียงพี่โมหัวแถวเริ่มก้าวเดินนำออกไปที่ริมสนาม และเริ่มร้องต้นเนื้อของเพลงขึ้น ขณะที่ไฟสปอร์ตไลท์ในสนามดับลงรียกเสียงตกใจจากพวกผู้หญิงได้ไม่น้อย แต่พวกเราก็ยังร้องต่อ และเริ่มจับมือกันเพื่อป้องกันใครสักคนหลงกลุ่มทำให้เดินต่อไปไม่ได้ ในความมืดที่เกิดขึ้น เราไม่มีทางรู้เลยว่าจุดไหนถึงจะครบรอบ และไม่รู้ว่าครบไปกี่รอบ ซึ่งทุกคนพึ่งพาแสงจันทร์ที่สาดส่องลงมาเท่านั้นเพื่อให้พวกเราคลำทางถูก

 

สักพักสายตาก็เริ่มปรับกับความมืดได้ แต่คนเริ่มร้องเพลงเสียงเงียบลง และบางคนก็สะดุดขากันเองจนต้องมีใครสักคนที่ต้องขึ้นมานำให้การทดสอบครั้งนี้ไม่ล้มเหลว และผมคิดว่าต้องมีคนที่มีเพาว์เวอร์มากพอ เป็นที่รู้จักมากพอที่ทำให้ทุกคนยอมฟัง

 

“ไอ้พอลกูว่าถ้าเป็นแบบนี้เละแน่ ไม่ได้รุ่นแน่ๆ มึง” ผมหันไปคุยกับพอลที่ตอนนี้มันเหมือนจะเห็นด้วยกับที่ผมคิด และแถวเริ่มไม่เป็นระเบียบเหมือนก่อนที่เราเดินออกมา

 

“กูว่ามึงต้องเป็นเฮดครั้งนี้ และคอยนับว่าเราครบรอบมากี่รอบแล้ว มึงทำได้ป้ะวะ” ผมจับมือมันพร้อมกับบีบเล็กน้อยเมื่อไอ้พอลขมวดคิ้วเหมือนกำลังใช้ความคิด แต่สุดท้ายมันก็ยอมพยักหน้าแต่โดยดี พวกเราที่เหลือเลยเอื้อมมือไปตบบ่ามันแบบให้กำลังใจพร้อมกับไอ้พอลที่วิ่งขึ้นไปนำขบวน

 

“ปีหนึ่งทั้งหมดหยุด!” ไอ้พอลตะโกนสั่งขึ้น และทุกคนที่หยุดลง เสียงคุยเริ่มดังขึ้นว่าเกิดอะไรขึ้น หยุดทำไม

 

“ผมพอล วิศวะคอม ผมอยากจะเสนออะไรบางอย่าง และขอความร่วมมือให้พวกเราร่วมมือกัน เพราะคิดว่าถ้าเรายังเป็นแบบนี้ทุกอย่างมันจะไม่โอเค เราเริ่มมองไม่เห็นเพราะความมืด และเราอาจจะสอบไม่ผ่านครั้งนี้ โดยผมอยากให้ทุกคนจับมือกันไว้คอยดูแลคนข้างๆ กันไม่ไห้เดินแตกแถว เราดูแลกัน เดินตามคนข้างหน้า และผมจะเป็นคนคอยนับรอบเองว่าเราร้องกันไปทั้งหมดกี่รอบแล้ว เราจะผ่านตรงนี้ไปด้วยกันได้ไหมครับ!

 

ผมได้ยินไอ้พอลร้องสั่งที่ต้นแถวก่อนจะร้องตอบเป็นหน้าม้าให้มันว่า “ได้!” ดังจนทุกคนต้องร้องตาม และสุดท้ายขบวนแถวเด็กปีหนึ่งก็เริ่มเดินอีกครั้งพร้อมกับเสียงเพลงคณะที่ดังกึกก้องไปทั่วบริเวณ

 

ทุกครั้งที่เราเดินครบรอบพอลจะขานเลขรอบขึ้นมาดังๆ จนพวกเราได้ยินว่าตอนนี้เราเดินมาทั้งหมดกี่รอบแล้ว ผมค่อนข้างที่จะเห็นใจไอ้พอลหน่อยๆ นะที่มันต้องร้องเพลงไปด้วย ต้องมาสังเกตด้วยว่าเดินถึงไหนแล้ว แถมต้องมาจำอีกว่าเดินไปกี่รอบแล้ว แต่พอลก็ทำหน้าที่ของมันได้ดี

 

เราไม่รู้ว่าเวลามันผ่านไปเท่าไหร่ มีผู้หญิงหลายๆ คนเริ่มหมดแรงแต่พวกผู้ชายที่เหลือก็ช่วยๆ กันพยุง ช่วยกันดูแล และพากันเพิ่มเสียงแทนเสียงที่หายไปให้เสียงไม่แผ่วลงไปกว่าเดิม เราทำอยู่แบบนั้นจนกระทั่งครบรอบเท่ารุ่นของตัวเอง พอลพาเรากลับไปที่สนาม และสั่งจัดระเบียบแถวเรียบร้อย และรอการปรากฏตัวของพี่โมอีกครั้ง

 

แต่รอแล้วรอเล่าทุกอย่างก็เงียบไม่มีอะไรตอบรับกลับมาเลย

 

“เฮ้ย! ทำไมไม่มีใครเลยวะ?” ไอ้เติร์กพูดขึ้นมาด้วยความสงสัยก่อนเสียงพูดคุยเริ่มดังขึ้น ผมเองก็สงสัยเช่นกันว่าทำไมไม่มีใครมาทำอะไรสักอย่างกับพวกเราที่ร้องเพลงคณะครบรอบแล้ว หรือเรายังทำได้ไม่ดีพอ ขณะที่ไอ้โชกดหน้าปัดนาฬิกาดิจิตอลขึ้นดูเวลาก่อนจะพบว่าตอนนี้เป็นเวลาตีสี่กว่าแล้ว

 

“กูร้องเพลงยันเช้าเลยอ๋อวะ? นี่พี่เค้าหายไปไหนกันเนี่ย?” ไอ้โชพูดพร้อมกับเริ่มมองซ้ายขวาเผื่อมีใครซุ่มอยู่ตรงนั้นสักคน และหลายๆ คนเริ่มพูดว่าพวกเราอาจจะไม่ได้รุ่นเพราะอาจจะทำไม่ดีพอ จนหลายๆ คนเริ่มตัดพ้อลามมาถึงไอ้เบลด้วยที่ตอนนี้เริ่มเครียดแปลกๆ

 

“เชี่ย!! ไมปีหนึ่งต้องมาเจออะไรเยอะแยะขนาดนี้วะ!

 

“เฮ้ยเบลใจเย็นๆ มึง! นี่อาจจะเป็นหนึ่งในบททดสอบของพี่เค้า พวกเราใจเย็นๆ นะ เฮ้ยไอ้พอล! เราบูมกันไหม?” ผมตบบ่าไอ้เบลเสร็จก็เงยหน้าไปตะโกนถามไอ้พอล ไอ้พอลก็ตอบรับมาก่อนจะสั่งพวกเราบูม

 

แม้รู้ว่าพี่ไม่ได้สั่งแต่เราก็อยากจะทุกอย่างเพื่อพิสูจน์ตัวเองว่าเราอยากเป็นน้อง อยากเป็นส่วนหนึ่งในคณะ อยากได้รับการยอมรับ อยากมีสังคม อยากให้เวลาที่ผ่านมามันไม่มีคำว่าสูญค่า อยากทำให้ดีที่สุด ทำแม้อย่างน้อยผลสุดท้ายจะเป็นอย่างไรเราก็ได้ทำให้ถึงที่สุดแล้ว เราอาจจะเสียใจ แต่เราจะไม่เสียใจเพราะคิดว่าเราทำจนไม่ถึงที่สุด

 

พวกเราทั้งหมดกอดคอกันแม้ไม่ได้เป็นเพื่อนภาคเดียวกัน เราก้มหน้าเงยหน้าร้องทำนองเนื้อบูมอย่างไม่สนใจว่าตอนนี้ทำเกินคำสั่งหรือเปล่า

 

เราทำเพราะเราอยากทำ เราทำเพราะเราอยากให้เสียงของเราไปถึงพี่ๆ ทั้งหมดให้ได้รู้ว่า เราพยายามมากแค่ไหน ไม่ว่าเพลงบูมคณะ เพลงบูมมหาวิทยาลัย เราก็ร้องออกมาด้วยแรงที่พวกเรามีด้วยกันทั้งหมด ด้วยเป้าหมายเดียวกัน

 

 

อยากให้พี่ๆ ได้ยินเสียงของเรา

 

จนกระทั่งสปอร์ตไลท์เปิดขึ้นเมื่อประโยคสุดท้ายของเนื้อบูมถูกร้องออกมาจนจบ พี่โมยืนอยู่ที่แสตนด์เชียร์อีกฝั่งโดยเข้ามาเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ เสียงเรียกระเบียบแถวดังขึ้นอีกครั้งพร้อมกับเด็กปีหนึ่งทั้งหมดพร้อมใจกันไปเข้าแถวอย่างเป็นระเบียบ ด้วยความรวดเร็ว และอาจจะเป็นครั้งแรกที่พวกเราพร้อม และช่วยกันมากขนาดนี้ เรามีความห่วงใยกัน ดูแลกันและทำทุกอย่างได้อย่างเป็นระเบียบ

 

พี่ๆ เห็นไหม.....?

พวกผมอยากมีพี่มากขนาดนี้.....

พวกผมพยายามกันขนาดนี้.....

พวกพี่ๆ เห็นรึเปล่าครับ...

 

 

ทุกสายตาจับจ้องไปที่พี่โมที่ยืนระเบียบพักโดยไม่ได้แสดงความรู้สึกอะไร ซึ่งน่าจะเป็นเรื่องที่ควรจะชินได้แล้วสำหรับเด็กวิศวะคอมที่เห็นภาพแบบนี้มาตลอดเวลาเกือบสองเดือน แต่ไม่รู้ทำไม นี่เป็นครั้งแรกที่ผมรู้สึกน้อยใจ เพราะอาจจะเป็นการทุ่มเทอย่างสุดกำลังก็เป็นได้หละมั้ง

 

เสียใจที่ทำไมพี่โมถึงไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองอะไรเลย....

หรือคำตอบมันอาจจะไม่ได้เป็นอย่างที่พวกเราคาดหวังไว้....

หรือสิ่งที่พวกเราทำไปทั้งหมดในเวลาสองชั่วโมงกว่าที่ผ่านมามันไม่ดีพอ....

 

“ผมสั่งให้พวกคุณบูมหรือครับ?” พี่โมเอ่ยขึ้นมาพร้อมกับความรู้สึกที่เหมือนโดนฟ้าผ่ากลางหัวเกิดขึ้นกับตัวผม ผมเองเป็นคนแนะนำให้พวกเราบูม เป็นผมเอง....

 

“ทำไมพวกคุณทำนอกเหนือคำสั่งที่ผมสั่ง เพื่ออะไรครับ?” พี่โมเอ่ยถามอีกครั้งด้วยเสียงที่ดังขึ้นแต่พวกเราทั้งหมดกลับต่างกันหลบสายตาเย็นชานั้นที่กำลังกวาดมองไปรอบๆ และผมเองที่ก้มหน้ากำมือแน่นด้วยความรู้ผิดในใจอย่างท้วมท้น

 

หากวันนี้พวกเราสอบไม่ผ่าน ผมเองคงรู้สึกผิดแบบไม่รู้ต้องทำยังไงต่อไปแน่ๆ

 

“ผมจะทำยังไงกับพวกคุณดี กับสิ่งที่คุณทำแบบนี้!!!” เสียงที่ดังขึ้นกว่าเก่าเริ่มทำให้สถานการณ์เริ่มตึงเครียดไปมากกว่าเดิม แต่พวกเราก็ได้แต่ยืนนิ่งๆ ไม่ขยับไหวติงอะไรอีก

 

“ปีหนึ่งทั้งหมดมอบ!” และอีกครั้งที่พี่โมออกคำสั่ง พวกเราทุกคนเริ่มกระจายแถวแล้วนอนหมอบไปกับพื้นหญ้าตามคำสั่งพร้อมกับสปอร์ตไลท์ที่ดับลงอีกครั้ง “ก้มหน้าลงกับพื้น และห้ามเงยหน้าขึ้นมา!” เสียงตวาดของพี่โมดังใกล้ตัวผมพร้อมกับเสียงเดินย่ำพื้นหญ้า แม้ผมไม่ได้เงยหน้าขึ้นมาก็พอรู้ว่าตอนนี้พี่โมลงมาเดินเพื่อตรวจดูพวกเราว่าทำตามคำสั่งเรียบร้อยหรือไม่

 

“ใครเงยหน้าขึ้นมาจะหาว่าผมไม่เตือนไม่ได้นะครับ!” พี่โมพูดขู่อีกครั้งก่อนจะเงียบหายไป เรายังก้มหน้าอยู่อย่างงั้น ผมคนหนึ่งหละที่ไม่ยอมเงยหน้า เพราะกลัวว่าถ้าหากเงยหน้าอาจจะเจอสายตาพี่โมกำลังมองมาอยู่ก็เป็นได้ แล้วพวกเราจะซวยกันไปเปล่าๆ จนกระทั่งผมได้ยินเสียงสั่งให้บูมคณะดังขึ้น ซึ่งการสั่งครั้งนี้ไม่ได้เป็นการสั่งเด็กปีหนึ่งเหมือนอย่างเคย

 

ผมได้ยินเสียงพี่โมกำลังสั่งให้พี่ปีสามบูมคณะ และพอสิ้นเสียงตอบรับเสียงบูมก็ดังขึ้นไปทั่วบริเวณ เป็นเสียงที่หนักแน่น และดังจนภาพที่เราบูมมหาวิทยาลัยกันในงานเฟรชชี่สะท้อนเข้ามาในความคิด ถึงแม้วันนี้พี่ปีสามที่มีอยู่น้อยกว่าคนในวันงานวันนั้นอย่างมากแต่กลับกึกก้องไม่ต่างจากวันนั้น แต่พวกเราก็ไม่รู้ว่าการบูมครั้งนี้มันแปลว่าอะไร และยังก้มหน้ากับพื้มหญ้าโดยไม่มีใครกล้ามองว่าตอนนี้รอบกายเกิดอะไรขึ้นบ้าง จนเสียงบูมจบลง เสียงสั่งให้หมอบลงกับพื้นยังคงดังขึ้นสั่งเป็นระยะ และหายไป

 

ผมไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นจนพี่โมสั่งให้เด็กปีหนึ่งทุกคนเงยหน้าได้ ภาพตรงหน้าที่เห็นคือบายศรีสู่ขวัญที่ตั้งอยู่บนแท่นพร้อมกับเทียนเล่มน้อยที่ถูกจุดในแก้วรองตั้งทั่วสนามฟุตบอล รุ่นพี่ที่ไม่เพียงมีแต่ปีสาม แต่ยังมีพี่ปีสอง พี่ปีสี่ และพี่ปีแก่กำลังล้อมพวกเราอยู่รอบสนาม และทำนองเพลงก็ดังขึ้นพร้อมกับเสียงร้องของพี่ๆ ที่ร้องเนื้อเพลงขึ้นมา

 

โอ....โอ้ละเน้อ....น้องเอย ลา...ลาลาลาลาลา...ล้าลาลาลาลาลา

โอ้ เจ้าน้องเอย พี่นี่ขอชื่นเชย จะมิเลยแรมไกล จะรักเจ้า ดังดวงใจ มิคลายหน่ายนา

ลาลาลาลาลา ล้า ลาลาลาลาลา

พี่จะรับขวัญเจ้า เอามาเข้าเป็นขวัญจิต จะรักดังชีวิต ใจคิดกรุณา

ลาลาลาลาลา ล้า ลาลาลาลาลา

ขอจงหายโศก พ้นภัยหายโรค ให้มีโชคนะน้องยา

จะเอา ด้ายยาว ขาวบริสุทธิ์

ลาลาลาลาลาลา

พันมัด ผูกไว้ ที่ข้อมือ ของเจ้า

ลาลาลาลาลาลา

เหมือนดัง.....ใจพี่ ผูกพันเจ้าไว้ ไม่หน่ายหนี  

เออ..เอ้อ เออ เอิงเอย..

ใจผูกพัน

 

พวกเราทั้งหมดยืนนิ่งกับภาพที่เห็น บ้างก็ถึงกับร้องไห้ออกมาเบาๆ เมื่อรับรู้ว่าสิ่งที่เราพยายามมานั้นประสบผลสำเร็จแล้ว เพลงบายศรียังดังขึ้นเรื่อยๆ พร้อมกับต้นแถวเริ่มเดินเข้าไปให้รุ่นพี่ผูกข้อไม้ข้อมือกัน รับพรแล้วทำความรู้จักกับรุ่นพี่ของตน ทุกอย่างดำเนินไปด้วยบรรยากาศที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มต่างจากเมื่อครู่โดยสิ้นเชิง เพราะสถานการณ์เมื่อครู่เรียกได้ว่าแทบจะหมดหวังกันเลยทีเดียว

 

แต่ครั้งนี้ก็ทำให้ผมได้รับรู้อะไรหลายๆ อย่าง เหตุการณ์การรับขวัญแบบนี้คงจะไม่เกิดถ้าเมื่อกี้เราทะเลาะกัน เราแตกแถวกัน เราเหนื่อย เราท้อ และไม่พยายาม ทุกอย่างที่พี่ๆ กำลังปลูกฝังกันนั่นคือความเป็นหนึ่งเดียวกัน เหมือนกันฟันเฟืองที่จะทำให้เครื่องยนต์นั้นทำงานได้เกิดจากแต่ละฟันเฟืองต่างช่วยกันทำหน้าที่ของตนเองช่วยกันประคับประคองพยุงกันจนทำงานออกมาได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

ผมเข้าใจว่าทำไมพี่โมถึงย้ำนักย้ำหนาว่าคณะมีกฎ และคนที่อยู่ร่วมคณะนั้นต้องร่วมมือร่วมใจกันรักษากฎนั้น

โซตัสก็เป็นหนึ่งระบบที่ผมเคยคิดว่ามันคร่ำครึก ไร้สาระ และเผด็จการ เป็นระบบที่พวกรุ่นพี่บ้าอำนาจที่นำมาใช่กดขี่รุ่นน้องเพื่อความสะใจ แต่ไม่เลย ที่นี่ทำให้ผมรู้ว่า โซตัสมีความหมายมากกว่านั้น โซตัสสอนให้เรารู้จักอ่อนน้อมถ่อมตน รู้จักเคารพผู้อาวุโสกว่า และไม่มีอีโก้โอ้อวดว่าตนเองมาจากไหน เก่งมาจากที่ใด โซตัสทำให้เรารู้จักกับคำว่าระเบียบวินัย  โซตัสสอนให้พวกเรารู้จักประเพณี ทำตัวตามทำนองคลองธรรม รู้จักประเพณีในสถานที่ที่เราอยู่ โซตัสรู้จักความสามัคคี เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน เมื่อมีปัญหาพวกเราก็ร่วมฝ่าฝันไปด้วยกัน และสุดท้ายโซตัสสอนให้เรามีน้ำใจ ไม่โทษคนที่ถ่วง แต่เราต้องยื่นมือไปช่วยเหลือกัน และเราจะขับเคลื่อนไปข้างหน้าอย่างมีประสิทธิภาพ สมกับเป็นหนึ่งในฟันเฟือง หรือเกียร์ที่ขับเคลื่อนเครื่องยนต์ให้ทำงาน

 

ผมเข้าใจทุกอย่างแล้ว....

 

ผมเดินไปตามแถวจนกระทั่งหยุดลงหน้าพี่ปีสามที่รออยู่ ก่อนจะคิ้วกระตุกเล็กน้อยเมื่อเห็นคนตรงหน้าอย่างกับฟ้าแกล้งไม่มีผิด แถมอยากจะขยี้ตาอีกสักสิบรอบ เมื่อเห็นรอยยิ้มบางๆ ประดับบนใบหน้าที่ทุกครั้งจะแสดงออกมาแต่ความเฉยชาเป็นอยู่หน้าเดียว

 

“ไง...พร้อมไหมคุณ” เสียงทุ้มเอ่ยถามขณะที่ผมพยักหน้ารับด้วยสีหน้าไม่ค่อยไว้ใจพี่แกสักเท่าไหร่ก่อนจะยื่นข้อมือให้อีกฝ่ายทำการให้พรพร้อมกับผูกข้อมือให้

 

“ยินดีต้อนรับเข้าสู่คณะวิศวกรรม ยินต้อนรับเข้ารุ่น และยินต้อนรับเข้าสายนะคุณ เอ้ย! ผมต้องเรียกว่าน้องพีชแล้วสินะ” พี่โมว่าพร้อมกับวางเกียร์สีทองให้บนฝ่ามือ จะดีแล้วเชียว....พูดตรงๆ นะเกือบดีหละถ้าพี่โมมันไม่เล่นมุกเรียกผมว่าน้องพีชเนี่ย!

 

ฮึ๊ยยยยยยยยยย ขนลุกเว้ย!!!!

พูดเลยว่าไม่ชินไอ้พี่โมภาคนี้บอกเลย!

 

 

 

 

 

D O G M A T I C L O V E

To be continued

 

 

PS. เสื้อภาคคอม สีแดงเลือดหมู ภาคเครื่องกล สีดำ ภาคโยธาสีน้ำตาล ภาคไฟฟ้าสีเทาคราม ภาคอุตสาหการ สีเทาครีม  ภาคเคมี สีน้ำเงิน ในแต่ละภาคจะมีสีเสื้อชอปแตกต่างกัน J

PS2. สีประจำคณะคือสีแดงเลือดหมู

 



 

 


 



ใครสอบกลางภาคเหมือนซอลมั่งยกมือขึ้น!!!
กรี๊ดดดดดดดด เกลียดเวลาอดหลับอดนอนปั่ยรายงานอ่านหนังสือสอบเป็นที่สุด
กลางวันก็ทำงานไปสิ กลางคืนก็เป็นนกเค้าแมวตาสว่างนั่งอ่านหนังสือสอบไป
โฮกกกกกก อยากเรียนจบแล้ว เค้าเบื่อ ชีวิตเค้าเหมือนถูกขังไว้ในกรง ฮือออออ
#บ่นอะไร? #กลับเข้าเรื่องเถอะ
ตอนนี้ซอลพยายามเขียนออกมาให้เห็นภาพการรับน้องในวันสอบร้องเพลงคณะ
แบบอยากออกให้มันออกมาลุ้น ออกมาระทึกแต่ทำได้ไม่เท่าที่ควร
รู้เลยว่าฟีลหายเพราะกังวลเรื่องอ่านหนังสือสอบอยู่ TT
ขอโทษนะจ้ะ อ่านแล้วรู้สึกยังไงบอกเค้าหน่อยน้า
ฟีลไม่ดีจริงๆจะรีไรท์ TT อยากให้อินมากกว่านี้

1 เม้น = 1 กำลังใจแจ้ะ
จุบุ
a solphase

 






ตอบ Comment



จ๊ะเอ๋! ซอลเฟสมาตอบเม้นจ้า 55555555 แว๊บมาเกรียนลง 2.5% แต่เจอคอมเม้นเข้าให้ เลยมาตอบเสียหน่อย ถือว่าเป็นการตอบคอมเม้นแรกเลยทีเดียว #จุดพลุ #ฮา มาเข้าเรื่องเถอะ #พายเรือกลับฝั่ง

เรื่องชื่อถือเป็นความตั้งใจของซอลค่ะ จะให้ชื่อ พิชพล มันก็ดูง่ายๆไป พงศกรก็โหลหละ เห็นพักนี้คนชอบตั้งชื่อแปลกๆกันซอลก็เลยเอากับเค้ามั่ง ชื่อพี่โมอ่านว่า พง-กร ส่วนของน้องพีชเป็น พิช-ชะ-พล จ้า ตามที่เข้าใจถูกแล้ว :3

ปอลอ. ซอลจะรออ่านเม้นต่อๆไปนะจ้ะ <3



รัก

a solphase



 

 
 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 63 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3,209 ความคิดเห็น

  1. #3078 Gulrat1122 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2560 / 12:16
    น้องพีชชชชชชชชชช5555
    #3,078
    0
  2. #3058 arenajangg (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2560 / 20:17
    ชอบมากๆ วุ้ว น้องพีช
    #3,058
    0
  3. #3034 saipannuttamon2 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2560 / 14:49
    ชอบมากดด
    #3,034
    0
  4. #3005 #DESTINY# (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2560 / 00:06
    ซาบซึ้งมากเลย มาฮาตอนจบ555
    #3,005
    0
  5. #2994 ikonyg (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2560 / 15:58
    อ่านเผลินไป เเต่น้ำตาไหลเเม้เจ้า เรียกน้องพีชแล้วน่ารักมากเลยยยยย
    #2,994
    0
  6. #2932 Patsorn Srisopa (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2559 / 23:31
    แม่!!! เค้าจูบบบบบกันแล้วอ๊าาาาา อร๊ายยยย
    #2,932
    0
  7. #2864 Mammy Sentereza (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2558 / 00:26
    ตอนนี้ร้องไห้เลย งื้อออออ น้องพีชชชชช /////_/////
    #2,864
    0
  8. #2807 janeicelet (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2558 / 23:28
    โอ้ยกว่าจะได้รุ่น ต้องอดทนสุดๆ ชอบๆ
    #2,807
    0
  9. #2729 aey_entaneer (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2558 / 21:09
    ชอบนะ คนเขียนนี่ต้องเข้าใจโซตัสมากแน่ๆๆๆเราก็เรียนวิศวะพอมาอ่านแม่งกูผ่านจุดๆๆนั้นมาได้ไง ๕๕๕๕

    พวกสีเสื้อช้อปเนี่ยเป็นมอเดียวกะที่เราคิดหรือป้าวววว
    #2,729
    0
  10. #2717 b a m b a m (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2558 / 00:52
    โอ้ยน้ำตาไหล อินแรงมาก.. ;;^;; ชอบอ่าาชอบบบบ
    #2,717
    0
  11. #2675 กุหลาบหนามพิษ (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 29 กันยายน 2558 / 20:53
    ซึ้งมากกกก น้ำตาจิไหลคะ
    #2,675
    0
  12. #2610 KiHaE*129 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 8 กันยายน 2558 / 04:22
    น้องพีชชชชชชชชชชชชชชชชชช
    อิอิ
    #2,610
    0
  13. วันที่ 21 มิถุนายน 2558 / 16:46
    โหยยยยยยยยยยย น้ำตาคลอเลยอะ ซึ้งจัดไง 555555555
    #2,430
    0
  14. #2225 P.Secret (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 29 เมษายน 2558 / 09:21
    ชอบอ่านตอนพิธีรับน้องอย่างนี้มากกกกก ดูขลังอย่างแรง
    #2,225
    0
  15. #2195 sundaymorning3841 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 28 เมษายน 2558 / 09:39
    กรี๊ดดดดดดดดดดดดต่อไปนี้จะเป็นน้องพ พีชของพี่โมแย้วเหยอเนี่ยยยย เขินนนนนนน
    #2,195
    0
  16. #2022 ony.pp (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2558 / 17:40
    พอลนายสุดยอดมากกกก
    #2,022
    0
  17. #1876 XT Volume (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2557 / 20:59
    หนูชอบตอนนี้มากเลยค่ะ มันรู้สึกทำให้รักในวิศะวะ รักในโซตัส รักในเพื่อนพ้อง รักในพี่น้อง ทั้งๆที่ไม่ได้มีสายเลือดเดียวกัน หากแต่เป็นคณะเดียวกัน เป็นมหา'ลัยเดียวกัน มันกินใจมากจริงๆ 5555 ชอบค่ะ ชอบมาก ซึ้งมากๆเลย
    #1,876
    0
  18. #1588 shshshx (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2557 / 07:41
    อร๊ายยยยยยยยน้องพีช น้องรักดิ
    #1,588
    0
  19. #1517 tinyrain (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2557 / 00:07
    คือแอบน้ำตาซึมเบาๆ หนูเม้นรวบเดียวเลยได้มั้ย5555นี่อ่านรวดเดียวถึงเที่ยงคืนเลย ชอบมากกกกกกกกกกกกกกกกก สุดท้ายพี่เค้าก็ยอมรับซะที ติดตามนะไรท์
    #1,517
    0
  20. #1444 KimHeeBum (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2557 / 05:08
    น้องพีช
    #1,444
    0
  21. #1225 LOMO (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2557 / 18:54
    งืออออออ พี่จาวแม่ง
    #1,225
    0
  22. #1199 LOMO (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2557 / 18:37
    พี่จาวแม่งมาแรงว่ะ =_= ประเด็นคือแบบ... . น้องพีชแมางบอบบาง =_=
    #1,199
    0
  23. #1133 poungsaed (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2557 / 21:26
    น้องพีช ><
    #1,133
    0
  24. #993 fabregas10 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 24 กันยายน 2557 / 22:36
    แอร่ก เขินนนนนน พี่โมแบบ ทำเขินอ่าาา-///-
    #993
    0
  25. #992 fabregas10 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 24 กันยายน 2557 / 20:33
    เง้ออออ เราถึงกับร้องไห้เลยอ่าตอนนี้ อินจัด
    #992
    0