DOGMATIC LOVE (Yaoi) | รับน้องป่วนๆกับก๊วนวิศวะ

ตอนที่ 10 : Ch 10 - Freshy Night "คืนที่ดาวเต็มฟ้า"

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 17,446
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 68 ครั้ง
    12 เม.ย. 58




10

Freshy Night

คืนที่ดาวเต็มฟ้า








 

 

 

“ปีหนึ่งทั้งหมด วิ่งรอบสนามเท่ารุ่นปฏิบัติ!!

 

เสียงทุ้มเอ่ยคำสั่งด้วยใบหน้าเรียบเฉยที่เด็กปีหนึ่งแสนจะคุ้นเคยเช่นเดิม อีกครั้งที่พวกเราต้องขานรับคำสั่งนั้นด้วยความที่ไม่สามารถขัดได้ และอีกครั้งที่ต้องก้าวเท้าออกวิ่งตามคำสั่ง พร้อมกับรู้อยู่แก่ใจดีว่าครั้งนี้พวกเราทำอะไรผิด อาจจะเป็นเพราะงานเฟรชชี่ไนท์ที่จะเกิดขึ้นในเย็นวันนี้ และมีเด็กหลายๆคนที่ต้องไปแข่งกีฬานัดชิง หรือบางคนต้องไปเตรียมตัวซ้อมการแสดงที่จะขึ้นแสดงบนเวที ในฐานะตัวแทนคณะ เลยทำให้การประชุมครั้งนี้คนดูน้อยกว่าปกติ แต่....

 

ตรรกะแค่นี้ทำไมไอ้พี่โมมันไม่เข้าใจวะ???

มึงไม่เคยเป็นเด็กปีหนึ่งมาก่อนรึยังไง?????????

ห๊ะ!!!! ตอบ!!!!!

 

ได้แต่บ่นในใจไปครับ พร้อมกับวิ่งไปร้องเพลงคณะไปด้วย ไม่รู้ว่าไอ้ท่อนที่หายไปแล้วไปสืบมาได้เนี่ยมันเป็นเนื้อที่ถูกต้องรึเปล่า แต่ก็ร้องไปก่อน ดีกว่าให้มีท่อนที่หายไปไม่มีเสียงร้องแล้วโดนซ่อมหนักอีก

 

กว่าจะได้หยุดวิ่งทำเอาปอดแทบพังครับ!

ไอ้วิ่งหนะบอกเลยพวกผมชักจะชิน แต่ไอ้ร้องเพลงไปด้วยวิ่งไปด้วยบอกเลยว่าไม่ทน!

 

การเป็นเด็กปีหนึ่งทำไมมันต้องลำบากลำบนขนาดนี้วะครับ แค่ต้องตั้งใจเรียนแทบตาย อ่านหนังสือแทบตาย เรียนพิเศษแทบตายกว่าจะแอดมิชชั่นติด แต่พอเข้ามาเพียงไม่กี่เสี้ยววินาทีไอ้ระบบบ้าบอนี่มันทำให้ผมรู้สึกอย่าออกจากที่แล้วไปเรียนมหาวิทยาลัยเอกชนที่ไม่มีรับน้องให้รู้แล้วรู้รอดจริงๆ

 

“ก่อนที่ผมจะปล่อยพูดคุณไปหากิจกรรมที่พวกคุณเฝ้ารอ ผมขอบอกเลยว่าอย่าสนุกอย่าลืมหาพี่รหัสของพวกคุณ วึ่งตอนนี้ผมทราบมาว่ายังมีอีกหลายๆคนที่ยังหาพี่ไม่เจอ และผมเตือนไว้เลยนะครับ ถ้าสมุดล่าลายเซ็นของพวกคุณยังได้น้อยอยู่หละก็ เตรียมใจรับการซ่อมจากพวกผมได้เลย จะได้ติ้งหรือไทด์คืนหรือไม่ พวกคุณต้องพิสูจน์ตัวเองนะครับ ทราบไม่ทราบ!!!!

 

แหกข้าไปปากหนะ แหกเข้าไป =____=

พอหายป่วยก็ทรงอิทธิฤทธิ์เชียวนะว้อยยยย รู้งี้แช่งให้แม่มป่วยไม่หายก็ดี!

 

“เสียงมีเท่านี้รึไง!!!

 

เพราะคนน้อย เสียงตอบรับเลยน้อย ไอ้พี่โมก็แหกปากถามแบบฮาร์ดคอร์ออกมาอีกครั้งครับ อยากได้ดังๆอ๋อ ได้! เดี๋ยวเฮียพีชจัดให้!

“ทราบครับ/ค่ะ!!!!”ผมนี่เบ่งพลังลมปราญสุดเสียงเลยนะ ไอ้ที่ตะโกนร้องเพลงคณะเนี่ยไม่เท่าแหกปากตอบพี่โมเลยจริงๆ มันเต็มไปด้วยฟีลลิ่งสุดๆ เอาซี่....เอาซี่มึงงงงงงง!!

 

เอิบ....

ผมดันไปสบสายตาไอ้พี่โมที่มองมาทางผมพอดีเป้ะเลยครับ มองธรรมดาไม่พอ มองหางตาด้วยนะ เอากับพี่มันดิ โห่ววววววว คิดว่ากลัวอ๋อวะ

 

กลัว!

 

ก้มหน้าหลบสายตามันก่อน ไม่ใช่ไม่เก่งจริง แต่กลัวเพื่อนเดือดร้อนไปด้วยครับถ้าผมยังขืนต่อสู้กับไอ้พี่โมผ่านสายตาแบบนี้ เดี๋ยวแม่ งบ้าไม่ยอมปล่อยล้วสั่งซ่อมพวกผมอีกนี่ซวยกันถ้วนหน้าเลยนะ กีลงกีฬาไม่ต้องเชียร์กันทีนี้!!

 

ระหว่างก้มหน้าไม่มีอะไรจะทำครับ นั่งถอนหญ้าที่สนามเล่น เป็นการช่วยเหลือคุณลุงที่ดูแลอาคารสถานที่ไปในตัวจะได้ไม่ต้องมาตัดหญ้าบ่อยๆ ทำตัวมีประโยชน์จริ๊งจริงกู.... T_____T

 

“วันนี้พอแค่นี้ครับ เลิกได้!”พี่โมกล่าวปล่อยแถว ผมเงยหน้าขึ้นเพื่อลุกจากตรงนี้ที่ก้มลงไปมองที่พื้นหญ้ารู้สึกอนาถหน่อยๆ ที่มันมีรอยโหว่เป็นหย่อมๆ แทนที่ที่มันเคยแทรกรากฝังดินมาก่อน พี่ขอโทษนะหญ้าจ๋า มันเพลินนน มือมันพาไป ถ้าจะโกรธโกรธไอ้พี่โมนะ อย่าถือโทษโกรธพี่ แล้วเอาผิดกับไอ้พี่โมแทนนะจ้ะ พี่ไปหละ ผมทำหน้าสำนึกผิดให้หญ้ากลุ่นั้นก่อนจะปัดเศษขี้ดินขี้หญ้าออกจากกางเกงแล้วเดินออกจากแถวไป

 

วันนี้ในกลุ่มมีผมมารับน้องคนเดียวครับ ไอ้เรโช ไปเตรียมตัวแข่งบาสนัดชิง เหมือนกับไอ้เบลไอ้เติร์กที่ไปเตรียมตัวแข่งบอลนัดชิง และไอ้พอลไอ้เป๋ไร้ที่ยืนไปเตรียมตัวแข่งดาวเดือนในคืนนี้ ผมไอ้ปูดไร้ประโยชน์ตามที่เพื่อนๆเรียกกันต้องไปหาไอ้พอลตามที่รับปากมันไว้ครับว่าจะไปดูมันซ้อมกับเมย์ โดยไม่ลืมที่จะแวะเซเว่นเพื่อซื้อน้ำเย็นๆไปฝากพวกพี่สันทนาการและดาวเดือนของคณะด้วย

 

 

 

 

D O G M A T I C L O V E

CUT 10%

 




 

หลังจากที่ซื้อทุกอย่างเรียบร้อย ผมเดินตรงไปที่ห้องเรียนของตึก 5 ที่ถูกจองไว้ให้เป็นที่เก็บตัวของดาวเดือน ผมโทรไปหาไอ้พอลให้ออกมารับรอสักพักประตูก็ถูกเปิดออกมาพร้อมด้วยใบหน้าไอพอลที่ดูวิ้งค์ผิดปกติจนผมต้องเอื้อมมือไปจับคางมันแล้วยื่นหน้าไปมองใกล้ๆแบบสงสัย

 

“สาสสสสส ลงบีบีด้วยอ๋อวะไอ้พอลล สวยเชียวมึ๊งงงง”ผมร้องลั่นเมื่อสังเกตุเห็นเนื้อครีมบวกกากเพชรวิ้งค์ๆเลื่อมบนหน้าไอ้พอล จนไอ้พอลมันปัดมือผมทิ้งด้วยความอาย

 

“คิดว่ากูเต็มใจรึไง สัสพี่ติ๊ดบอกว่าถ้ากูไม่ได้เดือนเพราะไม่ได้ทาบีบีจะจับกูทำผัว เป็นมึงเป็นทำไง”

 

“เป็นผัวพี่ติ๊ดก็โอนะมึง  สวยจะตายรวยด้วย ฮ่าๆๆ”ผมกอดคอไอพอลพร้อมกับกระซิบข้างหูมันเบาๆ ไอ้พอลที่เหมือนจะหันมาด่าผม แต่แม่ งรีบหันไปหน่อยเลยทำเอาจมูกมันกับผมชนกันชักหน้าหนีแทบจะไม่ทัน

 

ห่า!! ตกใจฉิบหาย!!

 

“เชี่ยพอลมึงทำห่าไรเนี่ย!!! ใจกูจะวาย เกือบตายเพราะฟ้าผ่าแล้วไง”ผมชี้หน้าด่ามันพร้อมกับเอาถุงเซเว่นที่บรรจุไปด้วยขวดเครื่องดื่มและขนมขบเคี้ยวฟาดมันไปที พูดตรงๆว่าหัวใจตกลงไปตรงตาตุ่มจริงๆครับ โฮ่วววววว ป้ะกี้มีใครเห็นป่าววะ แม่ งเอ๊ยย ถ้ากูจีบสาวไม่ติดนี่กูโทษมึงเลยนะไอ้พอล

 

“ด่ากูทำไม มึงอ่ะเอาหน้ามาใกล้กูเองไอ้พีช กวนตีนไง จะด่าแม่ งสักหน่อยทำกูใจหายเลย! เอ่อ! อยากเป็นผัวพี่ติ๊ดมึงเป็นเองดิวะสัสส! จะเข้าไม่เนี่ย ไม่เข้ากูเข้าหละเดี๋ยวพี่ติ๊ดด่ากู ออกมานานเกิน”ไอ้พอลโวยวายหน้าดำหน้าแดงเลยครับ หูแม่ งเนี่ยแดงกล่ำเลย สงสัยจะตกใจไม่ต่างกับผม

 

“โหย งอนอ๋อไอ้เป๋ มามะเดี๋ยวปูดจูบปลอบใจมานี่เร็ววว”ผมรีบเดินก้าวไปหาไอ้พอลทำปากจู๋ใส่ทำท่าจะจูบไอ้คนตรงหน้าที่ดันหน้าผมให้ออกห่างแล้วรีบก้าวเข้าไปในห้อง

 

พอเข้ามาในห้องพบรุ่นพี่ปีสามสองสามคน และพี่ปีสองอีกสองสามคน และมีเมย์ที่นั่งซ้อมร้องเพลงที่จะขึ้นโชว์อยู่ ผมยกมือไหว้พี่ๆ ก่อนจะส่งยิ้มให้เมย์ ซึ่งเธอเองก็ยิ้มตอบกลับมา ผมเลยเดินเข้าไปหาแล้วทิ้งตัวนั่งลงข้างๆ ก่อนที่จะมีพี่ปีสามเดินเข้ามาทำผมให้เธอ โดยมีไอ้พอลทิ้งตัวลงหลังระนาดเอกแล้วหยิบไม้ตีขึ้นพนมมือจรดระหว่างคิ้วเพื่อทำการไหว้ครูก่อนตีเพลงที่จะใช้แข่งพร้อมกับเมย์ที่เริ่มฮัมเสียงคลอตามจังหวะระนาดไปด้วย

 

ผมนั่งเท้าคางมองไอ้พอลที่กำลังตั้งอกตั้งใจซ้อม บรรยากาศในห้องเงียบไร้ผู้คนคุยกันจอแจเหมือนตอนแรกราวกับโดนเสียงระนาดสะกดไว้ จะว่าไปไอ้พอลตอนตีระนาดก็ดูดีไปอีกแบบสมกับที่มันบอกว่าบ้านมันเป็นผู้ดีเก่า เพราะตอนมันเฉยๆผมแทบจะไม่เชื่อเลยนะครับว่ามันมีเชื้อผู้ดีในสายเลือดด้วย เพราะมันทั้งกากและเกรียนไม่ต่างอะไรจากพวกเราๆเลย ผมหละอยากให้ไอ้พวกที่เหลือมาดูไอ้พอลตอนนี้จริงๆ มันเป็นเสน่ห์ที่ผมก็ไม่สามารถอธิบายได้เหมือนกันว่ามันเป็นอย่างไร แต่ก็อดชื่นชมในความสามารถมันไม่ได้เลยทีเดียว

 

สุดท้ายไอ้พอลก็ด้ฤกษ์เลิกซ้อมพร้อมกับไปเตรียมตัวเพื่อไปรอข้างหลังเวลา ผมนั่งอ่านไลน์กลุ่มที่โดนพวกไอ้โชไอ้เติร์กด่าว่าทำไมผมไม่ไปเชียร์พวกมันแข่งนัดชิง ให้พูดตรงๆนะครับ ผมร่างเดียวเดินไปสองสนามไม่ไหวหรอก อีกฝั่งก็แข่งบอล อีกฝั่งแข่งบาส สนามก็อยู่คนละโยช ไม่ไปให้เหนื่อยหรอกคร๊าบ มาอยู่กับไอ้พอลตามประสาคนโดนโหวตออก(?)ดีกว่า

 

“เฮ้ยจะสี่โมงแล้ว มึงไม่ไปเข้าแถวหน้าคณะหรอ”ไอ้พอลที่เดินเข้ามาในห้องหลังจากที่ออกไปแต่งตัวเอ่ยถามขึ้นจนผมต้องอ้าปากค้างด้วยความตกใจ

 

เชี่ย!!!!

ผมลืมเสียสนิท!!!

 

“เอ้าๆ มัวแต่ตกใจมึง ไม่ไปเปลี่ยนเสื้อหรอเค้าให้ใส่เสื้อเฟรชชี่ไม่ใช่หรอไง?” และเป็นครั้งที่สองที่ผมตกใจหลังจากที่ฟังไอ้พอลพูดจบ เฮือก!!!! ผมลืมเอาเสื้อมา!!!

 

“กูอยากร้องไห้หวะพอล”ผมพูดพร้อมกับมองหน้ามันด้วยความรู้สึกอยากตายไปให้สิ้นเรื่องสิ้นราวจริงๆ ตอนแรกก็คิดว่าจะมาอยู่กับไอ้พอลแป๊บนึงก่อนกลับหอไปเปลี่ยนชุด ดูแม่ งตีระนาดไปมาดันเพลินอยู่ยาวยันเย็นสะงั้น แล้วคราวนี้เอาไงหละ กูจะโดนสั่งฆ่าด้วยเครื่องประหารชีวิตหัวสุนัขป้ะวะ?  ไอ้พี่โมแม่ งยิ่งคลั่งๆอยู่ ไม่ได้เข้ารับน้องนานไง คลั่งไง น้ำลายจะบูดถ้าไม่ได้ปลดปล่อยไง! โว้ยยยยยยยยยยยยยย !!!! อยากแหกปากลั่นห้อง!

 

“เป็นไรวะมึง ร้องไห้ทำห่าไร อย่าบอกนะว่าไม่ได้เอาเสื้อมา????”ไอ้พอลมองหน้าผมเพื่ออยากจะยืนยันคำตอบก่อนที่ผมจะกระพริบตาปริบๆ เม้มปากแน่นด้วยความสลดและสมเพชชีวิตตัวเอง

 

“โห่! เดี๋ยวยืมกูก็ได้ กูพกติดมา”ไอ้พอลเดินเลยตัวผมไปพร้อมกับเอื้อมไปหยิบกระเป๋าเป้ของมันมารื้อเอาเสื้อในกระเป๋าออกมาส่งให้ผม บอกเลยว่าวันนี้ไอ้พอลโคตรเป็นซุปเปอร์ฮีโร่ ฮือออออออออออออออออ กอดแขนมันแล้วเอาหัวถูไถแขนมันไปที รักมึงจูงเบยยยยย

 

“พอๆๆ ไม่ต้องอ้อนกูมาก รีบไปเปลี่ยนเสื้อแล้วไสหัวไปคณะได้หละ เดี๋ยวโดนซ่อมหรอกมึง”ไอ้พอลยกมือมาดันหัวออกจากแขนมันก่อนที่ผมจะยอมผละออกจากมันแต่โดยดี แต่ไม่วายจะหันไปยิ้มให้มันอีกสักที

 

“มึงอย่าดิ กูหวั่นไหว สาสสสส!”ไอ้พอลเอื้อมมือมาขยี้หัวผมจนผมต้องขมวดคิ้วมองมันงงๆ

 

“หวั่นไหวห่าไรวะไอ้พอล กูแค่ยิ้ม”ผมด่ามันไปทีครับก่อนที่มันจะยกมือเกาแก้มตัวเองและหัวเราะแหะๆ

 

“มึงไม่เป็นกู มึงไม่รู้หรอก มึงรีบออกไปรวมแถวเหอะ คอยดูกูด้วย แม่ งจะเล่นเพี้ยนป่าววะ”ไอ้พอลมันไล่ผมครับ ใช่ซี่กูหมดประโยชน์แล้วดิไล่กูเนี่ย กูไปก็ได้ไอ้ฟายยย ไอ้เป๋ ไอ้เพื่อนสมถุย

 

“เออๆๆ กูไปเชียร์ข้างนอก มึงก็สู้สุดแรงนะเว้ย!”ผมยกมือตบบ่ามันก่อนจะหันหลังเพื่อเดินออกจากห้องไปเปลี่ยนเสื้อแล้วกะจะรีบวิ่งตรงไปหน้าคณะเลย แต่สายตาดันไปประสานกับร่างสูงที่เดินเข้ามาภายในห้องเสียก่อน

 

สาสสสสสสสสสสสสสส ไม่ว่าผมจะไปไหนทำไมต้องเจอกับไอ้พี่โมตลอดเลยวะ!!!!

 

“คุณมาทำอะไรตรงนี้ คุณพิชญ์พล”ทุกคนคงรู้ใช่ไหมครับว่าไอ้พี่โมมันถามผมด้วยสีหน้าแบบไหน อย่างมันพมีสักกี่หน้ากันเชียวววววว ก็หน้านิ่งๆ เสียงโทนเย็นๆดุๆของมันเหมือนเดิมนั่นแหละ มีแต่ผมเนี่ยแหละที่หาทางหนีทีไล่ให้ถูกจะได้รอดตัวไม่ไปสะกิดต่อมบ้าสั่งซ่อมให้ผมไปสวัสดีอะไรต่อมิอะไรอีก บอกเลยว่าสวัสดีพระอาทิตย์ สวัสดีพี่เงินพี่ทองนี่แม่ งพีคสุดของชีวิตแล้วนะ! เย้ยยยยยยย!!

 

“เอ่อ ผมมาเอาของกับเพื่อนครับพี่ เดี๋ยวผมไปก่อนนะครับต้องไปรวมแถวกันหน้าคณะ สวัสดีครับพี่โม”ผมรีบตอบร่างสูงแบบรวบรัดตัดตอนไม่รอให้ถามอะไรมากพร้อมกับยกมือไหว้ด้วยความไวแล้วยกเท้าเตรียมท่าพร้อมวิ่งสุดกำลัง แต่ไม่ทันได้ขยับไปไหนไอ้มือหนาๆนั่นก็มาคว้าต้นแขนผมไว้เสียก่อน จบกัน! ไอ้แผนที่ประมวลในสมองหายวับไปทันที อย่าสั่งซ่อมอะไรกูเลยครับพี่ แค่นี้กูก็จะไปรวมแถวไม่ทันแล้วครับ!!!

 

ไม่ได้ๆ ทำหน้ากลัวใส่พี่มันไม่ได้ เดี๋ยวแม่ งรู้ว่าเราหงอ ต้องรักษาท่าที! คิดได้งั้นผมก็เงยหน้ามองพี่โมพร้อมกับเอียงคอคล้ายกับจะถามพี่มันว่ามึงรั้งกูไว้ไมครับ กูรีบหนะเข้าใจกูไหม ที่ได้ตอบกลับมาคือรอยยิ้มแสยะๆของไอ้พี่โมราวกับมันรู้ว่าผมคิดอะไรอยู่อย่างไงอย่างงั้น!

 

“ไม่มีอะไร ผมแค่จะบอกคุณว่าหลังจากงานเฟรชชี่พี่แมทจะพาไปเลี้ยงสาย ผมรบกวนคุณโทรหาไอ้ดีพด้วยหลังจากจบงานจะได้นัดหมายสถานที่เจอกันได้ถูก แค่นี้แหละเชิญคุณตามสบาย”พี่โมพูดจบก็ปล่อยแขนผมให้เป็นอิสระก่อนที่ผมจะไหว้ลาพี่เค้าอีกรอบแล้วใส่เกียร์หมาออกจากห้องไปแบบไม่เหลียวหลังมองให้เสียเวลา

 

สุดท้ายก็รอดพ้นจากเงื้อมืออสูรมาได้ด้วยดีครับ พร้อมกับวิ่งมาทันเรียกจัดระเบียบแถวพอดิบพอดี แถมด้วยไอ้เติร์กหันมาด่าผมแบบไม่มีเสียง และไอ้โชที่ทำหน้านิ่งๆใส่ ขอบคุณจริงๆพวกมึง นี่จะแบนกูใช่ไหมตอบ!!! ไอ้พวกเด็กขี้งอนเอ๊ยยย!!

 

ผมแอบด่าพวกมันในใจครับแต่พอได้เริ่มเดินแถวไปสนามใหญ่ของมหาวิทยาลัยก็หันกลับมาตีหัวเล่นกันเหมือนเดิม ขรึมไม่ได้นานหรอกพวกมันเนี่ย พวกสมาธิสั้นเหมือนผมอ่ะพูดเลย!

 

“เฮ้ยมึง พวกพี่ว้ากเค้าไปไหนกันวะวันนี้กูยังไม่เห็นพี่โมพี่ต้นพี่ก้องเลยหวะ หรือวันนี้เวรภาคอุตวะ กูเห็นพี่มิคมาจัดการแทน”ไอ้เติร์กถามขึ้นพร้อมพยักเพยิดหน้าไปด้านหน้าแถวที่เห็นหัวฟูๆของพี่มิคเดินนำอยู่

 

“ไม่รู้แม่ งอู้มั้ง เมื่อกี้กูเห็นพี่โมที่หน้าห้องเก็บตัวไอ้พอลแต่คนอื่นไม่เห็นหวะ”ผมบอกเพื่อนตามที่เห็นมาแต่ไอ้โชเสือกผิวปากขึ้นเบาๆพร้อมกับทำตาเป็นประกาย

 

“เยดดดดดด เจอกันด้วยครับ เจอกันด้วยยยย ไปลักลอบเจอกันที่ห้องก็บอกกูมา แหมไม่ต้องเอาไอพอลมาอ้างเลย”

 

พูดตรงๆว่าตอนนี้อยากเหยียบหน้าไอ้โชสักทีนี่ผิดไหมครับ หรือไม่ก็เอาเหรียญไปขูดออดี้ลูกรักมันสักที จุดนี้เกลียดมันมาก!!! ไอ้เพื่อนที่เหลือก็หัวเราะเห็นด้วยกับมันอีก จัดสักตั้งไหมมึง มาวัดกันไหมว่ารอยเท้าใครจะใหญ่กว่า ไอ้เพื่อนเลววววววววว!!!

 

“คุณอัคระครับ ถ้าไม่อยากให้ลูกออดี้มึงยางแบนหรือไม่ก็รอยเต็มรถเงียบปากครับ!”ผมกอดคอไอ้โชแล้วกระซิบบอกไอ้โชหดคอพร้อมกับยกมือทำท่าโอเคก่อนทำท่ารูดซิบปากแล้วก้มหน้าเอามือกุมข้อมือไว้ทำหน้าเจี๋ยมเจี๊ยมให้ผมทันที จนไอ้เติร์กกับไอ้เบลหัวเราะขึ้นมาอย่างสนุกสนาน

 

“ไอ้พีชเจ๋งสาส เอาไอ้โชอยู่หมัด”ไม่เติร์กพูดพร้อมหัวเราะเอิ้กอ้ากแล้วยกนิ้วโป้งให้ผม ผมเลยยักคิ้วให้ไปทีแบบผู้ชนะ เล่นกับใครไม่เล่น เล่นกับไอ้พีชผิดถนัดนะครับเพื่อน!

 

ให้รู้สะมั้งใครเป็นใคร!!

 

 

 

 

D O G M A T I C L O V E

CUT 40%


 
 






 

 

หลังจากพิธีเปิดต่างๆนานได้สิ้นสุดลง และการประกาศผลชัยชนะอันยิ่งใหญ่ครั้งแรกของเด็กปีหนึ่งในการคว้าถ้วยเฟชรชี่เดย์ด้วยคะแนนรวมกีฬามาได้ ไอ้พวกเด็กวิศวะกูผิวปากบ้าง แหกปากบ้าง ส่งเสียงกรี๊ดบ้างให้สมกับพวกเยอะ ไม่พอเด็กวิทยาอยู่ใกล้ๆเลยต้องส่งเสียงข่มกันหน่อยครับ ความจริงก็แอบเคืองนะที่มันเล่นแรงกับผมเสียขนาดนี้ แบบไม่ได้รู้จักกันมาก่อนด้วยซ้ำ นอกจากคณะตัวเองก็ไม่ได้ไปตะลาลาที่ไหนเลย มาโดนเขม่นแบบไม่รู้เรื่องเนี่ยไม่แฟร์นะเว้ย!

 

ผมได้แต่ฮึดฮัดในใจก่อนจะกลับไปสนใจเวทีเมื่อพิธีกรเริ่มพูดเข้าเรื่องการประกวดดาวเดือน และคนที่ได้เมื่อปีที่แล้วก็เดินขึ้นมาเล่าถึงประสบการณ์บลาๆๆๆๆให้ฟัง ผมยังนึกเสียวอยู่เลยว่าถ้าไอ้พอลมันได้มันจะลำบากขนาดไหน เพราะคนที่ได้เป็นดาวเดือนจะต้องเป็นทูตกิจกรรมของมหาวิทยาลัยด้วย เจริญหละมึงคราวนี้!

 

ไม่นานภาพก็ถูกฉายขึ้นจอกลางเวที รวมทั้งจอย่อยๆตามข้างสนามด้วย ซึ่งมันเป็นวิดีโอแนะนำตัวผู้ประกวดแต่ละคน พร้อมกับเจ้าตัวเองที่เดินออกมาจากหลังเวทีตามการเรียกชื่อของวิดีโอ พอคนของคณะไหนฉายขึ้นคณะนั้นก็ส่งเสียงเชียร์กันไปครับ จนกระทั่งวิดีโอไอ้พอลขึ้น ถือว่าเรียกว่าเสียงฮือฮานี่ดังขึ้นมาก เนื่องจากมันหน้าตาดี และไอ้คนที่ผ่านๆมาก็สู้ไอ้พอลยังไม่ได้สักคน

 

หน้าตาตี๋ๆ เลวๆ สเปกสาวๆเค้าหละนี่พูดเลย

 

“เฮ้ยยยย มึงดู ไอ้พอลแม่ งหล่อสาสสสสสส เดี๋ยวกูถ่ายวิอีโดแบล็กเมลล์มันดีกว่า”ไอ้เติร์กว่าพร้อมกับหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเข้าแอพกล้องเพื่อกดถ่ายคลิปเพื่อน ผมไอ้โชและไอ้เบลก็ไม่ได้น้อยหน้ากันครับ ทั้งส่งเสียงแซวจนไอ้พอลดูมันจะเขิน ยกมือมาเกาจมูกตัวเองหน่อย และก็จบลงตรงที่วิดีโอของคนต่อไปขึ้นมา

 

“เอาหละค่ะ ทุกคนคงได้ดูวิดีโอแนะนำผู้เข้าประกวดไปเรียบร้อยแล้วนะคะ ตอนนี้ขอแจ้งวิธีตัดสินรางวัลส่วนหนึ่ง หกสิบเปอร์เซนต์มาจากยอดดอกไม้ที่ได้รับซึ่งผู้ที่เชียร์คนไหนสามารถซื้อดอกไม้ได้ที่ซุ้มสโมสรนิสิตด้านหน้าได้เลยนะคะ”

“ครับ และอีกสี่สิบเปอร์เซ็นต์ที่เหลือเราจะตัดสินจากคะแนนของคณะกรรมการผู้ทรงเกียรติของเรา เอาหละครับตอนนี้เราจะขอพักเบรกสักนิดนึงเพื่อให้ตัวแทนผู้เข้าประกวดแต่ละคณะไปเตรียมตัวสำหรับการแสดงที่ได้เตรียมไว้”

 

“ใช่ค่ะคุณบอย ระหว่างที่เราให้ตัวแทนผู้ประกวดลงไปเตรียมตัวก็ไม่ได้ปล่อยให้เวทีนี้ว่างนะคะ วันนี้เรามีการแสดงพิเศษที่ดิฉันคิดว่าทุกคนน่าจะรอคอย และยังจำความสนุกของพวกเขาที่มอบให้เมื่อปีที่แล้วได้ดี”

 

“ใช่ครับคุณปลา ผมเองก็จำได้ว่าเมื่อปีที่แล้วนี่เด็กๆหน้าเวทีไม่ว่าปีไหนๆก็ลุกขึ้นมาโยกกันสุดเหวี่ยงกันเลยทีเดียว แหม...เราสองคนพูดขนาดนี้แล้วผมคิดว่าทุกคนคงรู้แล้วใช่ไหมครับว่ากำลังพูดถึงวงอะไรกัน”

 

“โนบอดี้! เฮ้!!!

 

ผมมองไปทั่วบริเวณเมื่อเห็นรุ่นพี่ดูตื่นเต้น และส่งเสียงเชียร์เป็นพิเศษ ขณะที่เด็กปีหนึ่งยังนั่งงงๆ ว่าไอ้ที่จะขึ้นเวทีมาตอนเบรกนี่คือวงอะไรกัน ไอ้คนร้องหน้าตายังไงแต่ช่างเหอะถ้าเจ๋งอย่างที่ไอ้พี่บอยพิธีกรพูดจริงๆก็คือดีนะ

 

“งั้นอย่ารอช้าครับ พบกับวง โนบอดี้ของคณะวิศวะได้เลย!!!

 

เดี๋ยวนะ...

คณะวิศวะ...?

สังหรณ์ใจแปลกๆแหะ.....

 

“กรี๊ด!!!!!! วู้ววววววว!!!!!

พอสิ้นเสียงพิธีกรประกาศทั้งสองคนก็หลบไปด้านหลังเวทีพร้อมกับร่างสูงในเสื้อชอปหลากสีเดินขึ้นมาพร้อมกับอุปกรณ์หากินในมือ ไม่ว่าจะเป็นไม้กลอง กีต้าร์ เบส ซึ่งบุคคลบนนั้นผมแม่ งรู้จักหมด ไม่ว่าจะเป็นพี่ต้นที่ถือเบส พี่มิคที่ไปนั่งหลังกลองชุด พี่ก้องที่ยืนอยู่หลังไมค์พร้อมกับกีตาร์ไฟฟ้ากำลังวาดยิ้มโปรยเสน่ห์ และคนที่เดินออกมาช้ากว่าเพื่อน แต่ดันเสื อกเรียกเสียงกรี๊ดได้ดังกว่าเพื่อนคือไอ้พี่โมที่มาพร้อมกับกีตาร์ไฟฟ้าและยืนข้างๆ พี่ก้อง

 

ห่านนนนนนนน!

 

ว่าหละว่าสังหรณ์แปลกๆ กูว่าหละ!!!!

 

“เฮ้ยๆ พีช พี่โมของมึงมาหละ อย่าลืมกรี๊ดให้กำลังใจนะคะ”ไอ้เติร์ก ไอ้เพื่อนเลวมันหันมากระซิบกับผมพร้อมแสร้งพูดเสียงหวานจ๋อยใส่คะขาอีกร้อนให้ผมหันไปชูนิ้วกลางให้มันอย่างไม่สบอารมณ์ ก่อนที่เพลงจะขึ้นอินโทรเป็นการเกากีตาร์เบาๆ และเสียงแหบห้าวๆของพี่ก้องก็ร้องออกมาเป็นเนื้อเพลงก่อนตาย

 

เสียงกรี๊ดดังขึ้นพร้อมกับเสียงร้องตามเสียงดังทั่วบริเวณ พวกผมเองก็เป็นหนึ่งที่ร้องตาม ไอ้เบลไอ้เติร์กนี่ท่าจะอินจัดแหกปากร้องเสียงดัง ส่วนไอ้โชนี่ก้มหน้าแชทกับแฟนมันอยู่ พอว่างก็เงยหน้ามองการแสดงตรงหน้าต่อ ผมเลยเอาแขนพาดคอมันแล้วจัดโยกตามจังหวะเพลง

 

“เอ้า! ท่อนสุดท้ายหละช่วยร้องกันหน่อยเร็ว!”พี่ก้องพูดจบก็ยื่นไมค์มาทางผู้ชมด้านล่าง พร้อมกับจังหวะเพลงที่ดาวน์ลงเพื่อให้ได้ยินเสียงคนร้องชัดๆ และเป็นจังหวะเดียวกับที่พี่โมมองมาทางพวกเราพอดี

 

หรือผมคิดไปเองวะ....

ว่าพี่โมมองมาทางผมอยู่

 

คือสนามอย่างกว้าง สามารถจุเด็กทั้งมหาวิทยาลัยได้ แม่ งคงตาดีมากที่มันมองหาผมเจอเนี่ย!!! เฮ้ยๆ จะซ่อมกูไหมเนี่ยถ้าไม่ช่วยร้องเนี่ย!! เออะ! ร้องก็ได้!

 

“ยินดีให้เธอรับไป  ภูมิใจให้เธอรับฟัง 

ได้เกิดมาสักครั้งขอทำในสิ่งดี

ถ้าหากพรุ่งนี้ฉันตาย ก็คงจะไม่เสียที

ชีวิตฉันถึงมันไม่ค่อยรักดี.....วันนี้ฉันยังได้รักเธอ...”

 

เพลงจบลงด้วยรอยยิ้มแปลกๆบนใบหน้าพี่โม ก่อนที่เจ้าตัวจะยกมือเกาท้ายทอยแล้วก้มหน้ามองพื้น ผมเองก็คิ้วกระตุกแปลกๆครับ มันแบบพยายามหาเหตุผลร้อยแปดเก้าสิบมาเบนประเด็นว่าอิพี่โมมันไม่ได้มองผม แบบมันอาจจะมองคนด้านหลังหรือว่าอะไร แล้วแบบลบไอ้ความรู้สึกมั่นใจว่าพี่มันมองไปจากสมองจนไอ้โชมองหน้าผมแปลกตอนที่ผมพยายามเรียกสติคืนด้วยการตบหน้าตัวเอง ไม่ต้องถามถึงไอ้เติร์กกับไอ้เบลที่วิ่งหน้าสลอนเอาดอกไม้ที่ซื้อไว้ให้ไอ้พอลไปให้พี่ก้องเรียบร้อยหละ ไม่พอครับไปเติร์กแม่ งเกรียนวิ่งไปเอากระถางดอกไม้ที่ประดับเวทีไปให้อีก เล่นเอาพี่ก้องชี้หน้าคาดโทษมันแบบอายๆ แต่อย่าคิดว่าไอ้เติร์กจะกลัว เพราะถ้ามันกลัวมันคงไม่ทำแต่แรก

 

“ไอ้พีชมึงไปทำอะไรพี่โมป่าววะ”

 

“อะไรวะมึง”ผมหันไปหาไอ้โชที่อยู่ๆก็พูดอะไรแบบนี้ขึ้นมาพร้อมกับเลิกคิ้วสูงใส่มันเชิงถามว่ามันต้องการจะถามอะไรกันแน่ และเหมือนไอ้โชมันรู้มันเลยเพยิดหน้าไปทางเวทีพร้อมกับพี่โมที่ยังมองมาทางผมอยู่

 

เฮ้ยยยยยยย!!

กูไปเหยีบหางรึไง มองอยู่ได้เว้ยยยย!!!

 

“เค้ามองคนอื่นป่าวมึง สนามนี้ไม่ได้มีแค่กูคนเดียวเปล่า แฟนเก่าแม่ งอยู่แถวๆนี้ป้ะวะ?”ผมมองซ้ายมองขวาหาผู้หญิงหน้าตาที่เคยเห็นเอาของมาคืนพี่โมเมื่อวันก่อนนู้นก่อนที่ไอ้โชจะลอคคอผมแล้วยื่นหน้าเข้ามาใกล้จนผมต้องย่นคอหนีแม่ ง

 

“เฮ้ย!!! เล่นห่าไรวะโช กูตกใจ!”ผมพลักหน้ามันหนีก่อนไอ้โชจะส่งซิกให้ผมหันกลับไปมองร่างสูงตำแหน่งกีตาร์โซโล่อยู่บนเวทีและพบว่าเขากำลังขมวดคิ้วทำหน้ายุ่งอยู่บนนั้นมองมาทางผมเขม็ง!

 

“หึหึ! กูว่าชัวร์แล้วหละ มึงระวังตัวเลยไอ้พีช กูว่าร้อยทั้งร้อยพี่โมแม่ งเล่นหลานรหัสมันแน่ๆ”

 

“สาสสสสสสสสส เล่นหลานห่าไร????”

 

“ไม่รู้สิครับ อันนี้ต้องไปถามพี่โมเค้าเองนะ J

 

เชี่ยยยยยยยย!!! ไอ้เชี่ยโชชชชชชชชชช กูเกลียดมึงงงงงงง!!

ไอ้วายร้ายตัวจริงคือไอ้โชเนี่ยหละผมฟันธง!!!

 

 

 

 

D O G M A T I C L O V E

 

 

 

การแสดงบนเวทีของวงโนบอดี้จบลงไปแล้วพร้อมกับการกลับมาของพิธีกรสองคนที่กำลังทำหน้าที่อยู่บนเวที ยอมรับเลยว่าตอนนี้สติผมไม่ได้อยู่กับเนื้อกับตัวเท่าไหร่ เพราะคำพูดของไอ้โชและการกระทำของพี่โมแม่งทะแม่งๆ แบบจนอดคิดไม่ได้ว่าไอ้พี่โมมันต้องกำลังคิดว่าจะซ่อมอะไรผมอยู่รึเปล่า?

 

หรือเป็นเพราะผมเข้าไปในห้องเตรียมตัวของดาวเดือน ก็ไม่น่าจะใช่

หรือผมไปกวนประสาทมันรึเปล่า? อันนี้น่าจะเกี่ยวแต่ไม่ใช่ประเด็นป้ะ?

แล้วนี่ผมไปทำอะไรผิดไว้อีกวะเนี่ย!!! ทำไมไอ้พี่โมมันถึงได้จ้องเอาๆแบบนี้วะ?????

 

โอ้ยยยยยยย เครียดดดดดดดด!!!

 

“เฮ้ยๆๆ คณะวิศวะแสดงแล้วๆ” ไอ้เบลร้องขึ้นเรียกให้ผมหลุดออกภวังค์ก่อนจะสนใจกับเวทีที่ต้องนี้เจ้าหน้าที่ยกระนาดเอกขึ้นมาตั้งไว้ที่กลางเวทีพร้อมกับคีย์บอร์ดไฟฟ้ามาวางข้างๆกัน ไม่นานนักทั้งเมย์และพอลก็ขึ้นมาประจำที่โดยไม่ต้องเปลี่ยนเครื่องแต่งกายอะไรเลย ทั้งคู่ยังอยู่ในชุดนิสิตเหมือนเดิม โชคดีที่เป็นการแสดงสุดท้าย เพราะถ้าเป็นการแสดงแรกๆ ก็คงโดยบลัฟโดยคณะอื่นๆที่เค้าจัดเต็มแน่ๆ แต่ก็มีเสียงฮือฮาพูดถึงเรื่องเครื่องแต่งกายที่ไม่ลงทุนอะไรเลยไม่ได้จนผมนึกห่วงคะแนนไปด้วยเลย

 

แต่พอไอ้พอลยกมือประนมไหว้ครูเสร็จแล้วเริ่มตีระนาดเป็นจังหวะเพลง “รัก” ของพี่ปุ๊ อัญชลีย์เท่านั้นหละทั้งสนามก็เงียบกริบ และพอสักพักเมย์ก็เริ่มเล่นคีย์บอร์ดประสานอินโทร ก่อนเสียงหวานๆจะเอื้อนร้องเนื้อเพลงขึ้นมาจนเรียกเสียงปรบมือดังไปทั่วบริเวณ พูดตรงๆว่าเมย์เสียดีมากร้องเป็นทำนองไทยเดิมได้จนเพลงที่เพราะอยู่แล้วในจังหวะไทยสากล มันดูดีขึ้นมาอีกเมื่อถูกร้องในฉบับของเมย์

 

“โอ้เธอ...ทำให้รู้จัก                                    ความรัก ที่ไม่มีเงื่อนไขใด

ได้มา...มีเธอนั้นเป็นคนให้                หัวใจอยากให้เธอรู้

แต่ไม่รู้จะขอบคุณ ไม่รู้ทำอย่างไร      ไม่รู้ว่าสิ่งไหน จะยิ่งใหญ่ควรค่าพอ   

ที่ฉันได้จากเธอ ได้รับโดยไม่ต้องขอ   ได้รู้โดยไม่ต้องรอ

ว่ารักคืออะไร.....

 

 ท่อนสุดท้ายนั้นดูพีคและกินใจคนฟังเสียเหลือเกิน บางคนร้องตามพร้อมกับน้ำตาคลอเบ้า ผมเองก็อินไปด้วยไม่รู้ทำไมพอฟังเพลงนี้หน้าพ่อแม่ และเฮียพลับมันลอยมาเสียทุกที อาจจะเป็นเพราะคนเหล่านี้คือคนที่ให้ความรักผมโดยไม่ต้องเรียกร้องขอและไม่ต้องรอ แต่พวกเขามีให้ผมทุกเวลา บวกไปกับเสียงระนาดที่บรรเลงวรรคสุดท้ายก่อนจะจบลงพร้อมกับความเงียบทั่วบริเวณชั่วขณะหนึ่ง จนอาจารย์ศิรินภาที่สอนอยู่เอกวรรณกรรม และเป็นหนึ่งในคณะกรรมการลุกขึ้นปรบมือก่อน หลังจากนั้นเสียงปรบมือก็ดังกึกก้องไปทั่วสนาม จนตอนแรกที่คิดว่าปีนี้ดาวเดือนอาจจะไม่ได้เป็นของคณะวิศวะแล้วก็ทำให้รู้สึกใจชื้นขึ้นมาไม่น้อย

 

“เฮ้ยพวกมึงเร็ว! รีบเอาดอกไม้ไปให้ไอ้พอลเดี๋ยวคะแนนหาย!”ไอ้เติร์กโวยวายพร้อมกับตบหัวผมที่เอาแต่อินกับเพลงแบบอารมณ์หนังจบแต่อารมณ์ไม่จบยังไงอย่างงั้น แต่ที่ฮากว่าคือไอ้พี่ดีพกับพี่อั้นที่ไปเหมาดอกไม้ที่สโมจนหมดเพื่อเอามาให้ดาวเดือนทั้งลังแบบทุ่มทุนสุดๆฉุดไม่อยู่จริงๆ

 

และสุดท้ายก็เป็นไปตามคาดครับ ว่าเป็นอีกครั้งที่เดือนมหาวิทยาลัยจะเป็นคณะวิศวกรรมศาสตร์ แต่เป็นครั้งแรกที่คณะวิศวกรรมศาสตร์ได้ตำแหน่งดาวมาครอง เป็นอันว่าปีนี้วิศวะซิวรางวัลเฟรชชี่จนทำเอาพวกเราเฮลั่นสนาม เสียงเพลงมาร์ชวิศวะดังกระหึ่มเพื่อเฉลิมฉลองความดีใจ แต่พวกพี่ๆเค้าลืมไปหละมั้งว่าตอนนี้ไอ้พวกเราๆเด็กปีหนึ่งกำลังเก็บข้อมูลเกี่ยวกับเนื้อเพลงที่หายไป พี่ดีพมันเงียบครับเมื่อถึงท่อนนั้นแต่ไม่รอดหูผมอยู่ดีที่ไอ้พี่อั้นแหกปากมาเต็มประโยคจนพี่ดีพหันไปตบกระบาล ตีกันสักพักก็กล่าวปิดงาน ประธานสโมสรนักศึกษาและเฮดว้ากแต่ละคณะขึ้นไปยืนอยู่บนเวทีด้วยชุดนิสิตเรียบร้อย กล่าวจัดแถวเป็นรูปตัวยูเรียงเป็นคณะ พวกเราทั้งหมดกอดคอกันโดยไม่ได้คำนึงว่าใครเป็นพี่ใครเป็นน้อง ไม่ได้คำนึงว่าเราเป็นเพื่อนกันหรือคนต่างคณะ

 

แต่เราเป็นนิสิตมหาวิทยาลัยเดียวกัน

 

“บูมมหาวิทยาลัยพร้อม!” เสียงออกคำสั่งผ่านไมโครโฟนดังขึ้น และไม่นานพวกเราทั้งหมดก็ขานรับพร้อมยื่นเท้าขวาไปด้านหน้าและค้อมตัวก้มลง

 

“บูมมหาวิทยาลัย บูมมหาวิทยาลัย สาม.....สี่!

 

สิ้นเสียงสั่ง นิสิตทุกคนตะเบงเสียงท่องเนื้อบูมพร้อมกับเงยหน้าขึ้นลงตามจังหวะ เสียงดังกึกก้องไปทั่วมหาวิทยาลัยจนผมเองขนลุกไปหมด และเชื่อว่าหลายๆคนก็รู้สึกแบบเดียวกับผม โดยเฉพาะเด็กปีหนึ่งด้วยกัน เหมือนเป็นครั้งแรกที่พวกเราได้รับการยอมรับ เป็นครั้งแรกที่ถูกมองว่าพวกเราเป็นพี่เป็นน้อง เป็นครั้งแรกที่รู้ว่าจะได้เป็นส่วนหนึ่งกับมหาวิทยาลัยนี้

 

UNITY

 

คำนี้สะท้อนขึ้นมาในสมองของผมพร้อมกับหน้าพี่โมที่ยืนระเบียบแถวตะเบ็งเสียงใส่เมื่อครั้งวันวานเพื่อย้ำเตือนถึงระบบโซตัสที่คณะวิศวะแข็งเรื่องนี้มาโดยตลอด วันนี้คำนี้มันสะท้อนอยู่ในใจของผมและคิดว่าต้องจดจำไปอีกนาน

 

อย่างน้อย....

เราก็เป็นหนึ่งเดียวกัน

 

 

 

 

D O G M A T I C L O V E

70%
 

ซวย!

 

คำเดียวที่อยู่ในความคิดของผมตอนนี้ พร้อมกับนึกหงุดหงิดในใจที่ต้องมาเดินตามร่างสูงตรงหน้าของพี่โมตรงไปที่รถของเขา ซึ่งพูดเลยว่าผมโคตรจะไม่อยากไปรถพี่โมเลย แต่พี่แมท ย่ารหัสของผมไปจองโต๊ะรอที่ร้านเรียบร้อยแล้ว ส่วนไอ้พี่ดีพเอาของไปเก็บที่หอบอกให้พวกผมไปก่อนอีก เอาเลย! สวรรค์กลั่นแกล้งให้พอเลย เหอะ!!!!

 

“เดี๋ยว ผมขอเคลียร์รถก่อนคุณรอแป็บนะ”พี่โมหันมาบอกผมเมื่อเราทั้งสองคนกำลังยืนอยู่หน้ารถบีเอ็มคันสวยและพี่โมก็เปิดประตูรถด้านข้างคนขับเพื่อหยิบกองชีทไปไว้หลังรถ แถมเอาหมอนตุ๊กตาแมวน้ำมาวางไว้ที่เบาะข้างคนขับอีกจนผมทำหน้าเอือม

 

คือโตป่านนี้ยังเล่นตุ๊กตาอีกพี่โม คิวท์เหลือเกินนนนนน!

 

และคงได้แขวะไอ้พี่โมในใจมากกว่านี้ถ้าไม่เหลือบไปเห็นกล่องใส่ของที่ท้ายรถ จำได้แม่นเลยว่านั่นเป็นกล่องที่แฟนพี่โมคืนให้ที่ใต้ตึกวันที่ผมต้องลงไปหมอบคลานบนพื้นหญ้านั่นหละ คิดแล้วก็อัปยศตัวเอง ทำไปเพื่ออะไรไม่รู้ สุดท้ายก็โดนจับได้อยู่ดี ฮืออออออออ

 

“เรียบร้อยหละ คุณขึ้นรถก่อนได้เลยเดี๋ยวผมเปลี่ยนรองเท้าแป็บนึง”ผมมองหน้าพี่โมที่ตอนนี้เจ้าตัวเก็บรองเท้าหนังแล้วหยิบรองเท้าผ้าใบยี่ห้อดังคู่หนึ่งมาใส่ก่อนจะขึ้นมานั่งประจำที่คนขับ

 

บอกเลยว่าวันนี้ผมเดาอารมณ์พี่โมไม่ถูก เพราะไอ้อาการฮัมเพลงตลอดทางมันช่างเลวร้ายกว่าตอนที่พี่โมมันทำหน้าเย็นชาใส่ผมเสียอีก ไม่ชินแนวนี้จริงๆ

 

ตรรกะรถติดทุกเช้าวันจันทร์และเย็นวันศุกร์นั้นคงใช้ไม่ได้สำหรับรถในกรุงเทพหละผมว่า ที่มันเฮงซวยคือทำไมต้องมาติดทุกครั้งที่รถพี่โมมันกำลังเคลื่อนตัวผ่านสัญญาณไฟ แบบเหมือนยืดเวลาให้ผมอยู่บนรถกับไอ้พี่โมนานขึ้น ไหนจะเพลงที่เปิดบนรถและเสียงร้องคลออีก โหยยยยยยยยยยยยยย

 

ขนลุกเว้ยยยยย!

พีชไม่อยากทนแล้วอ่ะ แม่จ๋ามารับพีชกลับที ฮือออออออ TT

 

 

“คุณโอเคไหม คุณพีช”สงสัยผมจะดีดดิ้นมากเกินไปจนพี่มันสังเกตได้ครับ เจ้าตัวหยุดร้องแล้วหันมาสนใจผมแทนเรียบร้อยแล้ว ซึ่งผมเองนี่แหละที่ใบ้กินส่ายหน้ายึกๆยักใส่ร่างสูงข้างๆ แถมด้วยยิ้มแหยๆไปทีเพื่อเป็นการยืนยันว่าไอ้พีชโอเค ยูวด้อนท์เวอรร์รี่นะแจ้ะมายโบร!

 

“หึ คุณตลกดี”พี่โมหัวเราะเบาๆก่อนจะหันไปสนใจการจราจรตรงหน้าต่อ ซึ่งผมถือว่าเป็นเรื่องที่ดีครับ อย่าสนใจผมเล๊ยยยยยยยย  ได้โปรดเห็นผมเป็นอากาศธาตุไปเหอะ!

 

กว่าจะมาถึงร้านที่ทองหล่อก็แทบจากครับ ผมเนี่ยจะขาดอากาศหายใจตาย!ไม่เคยนั่งรถใครแล้วอึกอัดเท่ารถไอ้พี่โมเลยให้ตายเหอะ ไอ้พี่ดีพนี่ก็เลว! ทิ้งน้องไม่พอแม่ งดันมาถึงร้านก่อนด้วย โมโหมาก!

 

“โหยยยยยย กว่าจะมา กูคิดว่ามึงเอาหลานไปซิวมาซะหละ”คำแรกที่พี่แมทแกทักเมื่อเห็นหน้าพวกเราสองคนเดินเข้าไปหาที่โต๊ะในโซนชั้นวีไอพี ย้ำให้ฟังอีกครั้งว่าชั้นวี-ไอ-พีครับ! แต่ไอ้คำทักพี่แมทมึงไม่ใช่หละ! ซงซิวอะไรวะ????

 

“รถติดครับพี่ ว่าไงไอ้ดีพไมมาเร็ววะ”พี่โมตอบ พร้อมทิ้งตัวลงนั่งโซฟาเดียวกับพี่แมท

 

“รถไฟฟ้าพี่ ให้ขับรถตามมาสงสัยจะไม่ต้องมาแล้วหละ พี่โมมาก่อนผมตั้งนานยังเพิ่งมาถึงเลย”พี่ดีพตอบพร้อมกับตบเบาะเรียกผมให้ไปนั่งข้างๆ ก่อนที่ผมจะยกมือไหว้พี่แมทด้วยความเคารพ ปบ่อยให้คนแก่ๆเค้าทักทายกันแล้วมาสนใจบรรยากาศร้านที่มีไฟวั๊บๆ แว๊มๆ ฉายสะบัดไปมาให้บรรยากาศอโคจรสุดๆ ไหนจะเสียงเพลงที่ดีเจเปิดเรียกให้ลุกขึ้นเต้น และสาวสวยๆนุ่งน้อยห่มน้อยนั่นอีก นี่มันเป็นที่ที่เด็กอายุสิบเก้าปีอย่างผมควรมาเหยียบหรอวะ???? แต่ช่างเหอะ ของฟรีซะอย่างพีชก็ไม่เกี่ยงหรอกครับ!

 

“พีชอยากกินไรสั่งเลยนะเต็มที่ไม่ต้องเกรงใจเดี๋ยวพี่เลี้ยงเอง”พี่แมทหันมาชวนผมคุยหลังจากที่พี่โมขอตัวไปรับโทรศัพท์ ผมเองก็ยิ้มรับอย่างเกรงใจก่อนจะหยิบเมนูขึ้นมาดู เอาจริงๆคือผมหิวมากครับ ตั้งแต่เย็นจนเลิกงานเฟรชชี่ไนท์ยังไม่มีอะไรตกถึงท้องเลยสักอย่างพอเห็นขาหมูเยอรมันตาก็แพรวพราวอย่างฉุดไม่อยู่ ฮู้ววววววววว เบียร์เย็นๆสักเหยือกมาจิบนี่คงจะดีไม่น้อย

 

“กินแอลกอฮอลล์ได้ไหมเรา?”พี่แมทยังคงแทคแคร์ผมอยู่ครับ จะตอบว่ากินไม่เป็นก็คงจะโกหก แต่ถ้าตอบว่ากินได้ไม่เยอะก็คงจะดูอ่อนด๋อยไป เอาวะพยักหน้าไปก่อนแล้วค่อยปฏิเสธตอนไม่ไหวแล้วหละกันวะ!

 

“ได้ครับพี่”

 

“เออ ให้มันได้อย่างงี้ดิ เอาให้เต็มที่ไม่ไหวเดี๋ยวนอนบ้านเฮียได้!”พี่แมทร้องดีใจก่อนจะหยิบแก้วเปล่าของผมส่งให้พี่ดีพชงให้ พี่ดีพมองหน้าผมแบบไม่เชื่อใจเท่าไหร่แต่ก็รับแก้วจากมือพี่แมทไปชงแต่โดยดี

 

“บ้านพี่แมทอยู่แถวนี้หรอครับ”เมื่อพี่เค้าพยายามเข้าหาผมเองก็ต้องเข้าหาพี่เค้าบ้างครับไม่งั้นจะดูน่าเกลียดถ้าเราปล่อยให้ผู้ใหญ่ถามอยู่ฝ่ายเดียว

 

“ใช่ๆ บ้านพี่อยู่สุขุมวิท เดี๋ยวให้คนขับรถมารับไม่ต้องกังวลกินเต็มที่!

 

เหยดดดดดดดดดดด!!!

มีคนขับรถ! บ้านอยู่สุขุมวิท! พี่กูนี่ไม่ธรรมดาจริงๆ ฮอลลลลลลล!

 

“โหววว ดีจังพี่ บ้านผมอยู่นู้นนนนน เชียงใหม่ ให้พี่ชายมารับไม่ได้ด้วย แหะแหะ”ผมหัวเราะก่อนที่พี่โมจะกลับมาพร้อมกับมองแก้วที่บรรจุน้ำสีอำพันในมือผม

 

“โมมึงมาพอดี นั่งเร็วเดี๋ยวให้ไอ้ดีพชงให้”พี่แมทคว้าคอพี่โมให้ลงมานั่งพร้อมกับส่งแก้วให้พี่ดีพ

 

“เฮียวันนี้ไม่จัดดิ ผมขับรถมา”ร่างสูงร้องห้ามพี่รหัสตัวเองก่อนจะดึงแก้วคืนจนพี่แมทด่าว่าป๊อดแล้วพี่แกก็หันมายิ้มให้ผมพร้อมยื่นแก้วที่บรรจุน้ำสีเดียวกันส่งมาให้ ผู้ใหญ่เชื้อขนาดนี้ ผมจะไม่รับคำเชิญก็น่าเกลียดป้ะครับ เลยต้องยื่นแก้วไปชนพี่เค้าเบาๆก่อนจะกระดกเหล้าเข้าปาก ไอ้ตอนแรกก็ว่าจะจิบครับแต่พี่แมทแม่ งยื่นมือมาดันก้นแก้วทำให้ละแก้วออกจากปากไม่ได้ สุดท้ายก็กระเดือกหมดแก้ว โฮรกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก!

 

“วันนี้สั่งหนึ่งจุดห้าลิตรมาสองขวด ถ้าไม่หมดถือว่าเอ็งยังไม่ได้เข้าสายเข้าใจไหมพีช!” เสียงห้าวๆของพี่แมทสั่งขึ้นพร้อมกับชี้หน้าหมายหัวไว้เรียบร้อยครับ เอาเซ่!!! งานนี้มีตายหละกู ทุกทีครึ่งขวดก็ตายอย่างสงบแล้วครับ !

 

 

 

 

D O G M A T I C L O V E

 

 

 

( M O G U L – S I D E )

 

ผมนั่งมองนาฬิกาข้อมือที่ตอนนี้เข็มนาฬิกาทั้งสองกำลังชี้มาที่เลขสิบสอง เสียงเพลงยังดังกระหึ่มด้วยเป็นคืนวันศุกร์ที่เหล่านักท่องราตรีจะมาเที่ยวสนุกสนานเพื่อผ่อนคลายให้กับร่างกายที่ทำงานหนักมาตลอดทั้งสัปดาห์ และบ้างก็เป็นเด็กๆนักเรียนวัยมัธยม หรือวัยมหาวิทยาลัยอย่างพวกผมที่มาทำกิจกรรมพิเศษอย่างการเลี้ยงสาย ซึ่งผมก็ไม่เข้าใจอีกนั่งแหละว่าทำไมรอบนี้พี่แมทพามาเลี้ยงพี่ผับหรูแบบนี้ทั้งๆที่ปีอื่นๆพาไปกินผับแถวมหาลัย

 

ประเด็นคือไอ้ธรรมเนียมประจำสายคือต้องมอมเหล้าเด็กปีหนึ่งในวันเลี้ยงสายที่ท่านบรรพบุรุษสายของผมได้ตั้งไว้ บางทีก็ไม่เข้าใจตรรกะนี้ ไอ้พวกเราๆหนะกร้านโลกจนเรียกว่าคอทองแดงก็ว่าได้ แต่ไอ้เด็กปีหนึ่งแล้วยิ่งเป็นเด็กนี่ด้วย พูดเลยว่าพัง! ยังจำวันที่ไอ้ตัวแสบมันอ้วกในรถบีเอ็มของผมได้ไม่ลืม ไอ้นี่คออ่อนจนคิดว่าไม่น่าเกินสิบแก้วชีวิตก็พังแน่ๆ

 

และก็ไม่พลาด ตอนนี้เด็กปีหนึ่งว่าที่หลานรหัสของผมคอพับคออ่อนชี้นิ้วไปมาแถมหัวเราะอีกต่างหาก ดูแล้วน่าขำหน่อยๆ ส่วนพี่แมทกับไอ้ดีพนี่ไม่ต้องห่วงครับ สองคนนี้คอทองแดงแบบให้กินอีกสักสองสามขวดก็ยังล้มไม่ได้ ขนาดผมยังแพ้

 

“ผมว่าน่าจะพอแล้วมั้งเฮีย น้องมันดูไม่ไหวแล้ว”ผมพูดขึ้นขณะที่พี่แมทนั่งยกยิ้มมองไปทางพีชก่อนที่ผมจะหันไปมองตามสายตาพบว่าที่กำลังซบไหล่ไอ้ดีพอยู่ไม่พอ ยังกอดแขนเอาหัวถูไถราวกับออดอ้อนยังไงอย่างงั้นจนผมต้องเลิกคิ้วสูง

 

ไอ้กิริยาแบบนั้นคราวก่อนไม่เห็นจะมีวะ????

แล้วนี่ทำไมไปทำกับไอ้ดีพแบบนั้น

 

“ผมจะเอาน้องกลับหละ เฮียไม่ต้องห่วงเดี๋ยวผมส่งถึงห้องแน่ๆ”พูดจบก็รีบลุกไปดึงแขนร่างบางที่เมาไม่ได้สติขึ้นมาประคอง แต่ไอ้เด็กดื้อนี่ก็โวยวายจะเอาเหล้าเพิ่มอยู่ดีจนไอ้ดีพลุกขึ้นจะมาช่วยพยุง

 

“ไอ้ดีพมึงจะกลับยัง ถ้าจะกลับติดรถพี่กลับไหม”ผมถามน้องรหัสที่มันส่ายหน้ากลับมาเป็นคำตอบ ความจริงไอ้ดีพบ้านมันอยู่แถวๆบ้านเฮียแมทครับ เรียกว่าหมู่บ้านเดียวกันเลยดีกว่าสงสัยจะกลับเข้าบ้านไม่กลับหอเหมือนเฮียแมทวันนี้ ผมเลยไม่ได้ใส่ใจเรื่องมันอีก ประเด็นตอนนี้ผมต้องจัดการไอ้ขี้เมาที่ตอนนี้งอแงไม่ยอมกลับหอท่าเดียว

 

“มึงพาน้องกลับห้องดีๆนะโม อย่าให้กูรู้ว่าซิวหลานกูนะ มึงโดนแน่!”พี่แมทพูดทิ้งท้ายก่อนที่ผมจะหันไปยกมือไหว้ลาแล้วลากเด็กขี้เมาไปขึ้นรถดีๆ

 

กว่าจะเอาขึ้นรถได้นี่ลำบากน่าดูครับ เมาแล้วโวยวายไม่น่ารักเหมือนตอนอยู่กับไอ้ดีพเลยวะ?

ผมได้แต่นึกบ่นในใจก่อนจะรีบเดินไปอีกทางเพื่อขึ้นรถพอนั่งยังไม่ทันได้คาดเบลท์ดีไอ้มือขาวๆนั่งกลับเอื้อมมากอดแขนผมไว้พร้อมกับหัวทุยๆที่ทิ้งลงมาซบ

 

 

หัวใจจะหยุดเต้น!

 

 

นาทีนี้ผมได้แต่แน่นิ่งทำอะไรไม่ถูก นั่งตัวเกร็งอยู่กับที่ไม่แม้แต่จะสตาร์ทรถหรือหายใจ หัวใจกำลังทำงานอย่างหนักหน่วงและเต้นถี่จนเหมือนมันกำลังจะระเบิด ก่อนที่จะเผลอยิ้มออกมาบางๆ

 

“ทำตัวน่ารักก็เป็นแหะ”ผมพูดกับตัวเองเบาๆ ก่อนจะต้องตัดใจจับหัวทุยๆนั่นให้กลับไปนอนที่เดิมดีๆ คาดเบลท์ให้เรียบร้อยแล้วออกรถจากซองจอดก่อนที่เฮียแมทจะออกจากร้านแล้วพบว่าผมยังอยู่ที่เดิมไม่ได้ไปไหน

 

ระหว่างทางผมฮัมเพลงไปตามที่สถานีวิทยุเปิดและยิ้มไม่หุบอย่างคนบ้า หรือผมกำลังจะบ้าจริงๆ บ้าแบบที่ไม่เข้าใจตัวเองว่ากำลังมีความสุขอะไร

 

คืนที่ดาวเต็มฟ้า ฉันจินตนาการเป็นหน้าเธอ

และเหม่อไปไกล มองไม่เห็นเป็นดาว

จันทร์ที่ดูสดใส นั้นเป็นดั่งใจเธอหรือเปล่า

ถ้ามันเป็นจริง จะเก็บเอาจันทร์ มาใส่ใจ......

 

หากมันเป็นจริง....จะเก็บเอาจันทร์....มาใส่ใจ...

 

 

 

 

 

 

 

D O G M A T I C L O V E

To be continued.

 

 

มุม สอ ปอย

 

“ทำไมกูต้องมานอนที่มอวะ หอกูก็อยู่หน้ามอแค่นี้”

 

“ถ้ากูรู้ กูตอบมึงไปนานหละไอ้พีช อย่าลืมมว่าหอกูก็อยู่หน้ามอเหมือนกันนะฟาย”

 

“ทั้งหมดร้องเพลงคณะพร้อมวิ่งรอบสนามเท่ารุ่น ปฏิบัติ!!

 

“เฮ้ย! ทำไมไม่มีใครเลยวะ?”

 

“กูร้องเพลงยังเช้าเลยอ๋อวะ”

 

“เชี่ย!! ไมปีหนึ่งแม่ งต้องเจออะไรเยอะแยะขนาดนี้วะ!




 


เย่ววววววววววววว ! อะ ซอลเฟสกลับมาแล้วนะพวกเธอ!!!
55555555 #หัวเราะบ้าคลั่งกับการไม่ได้หยุดยาวเหมือนคนอื่นเค้า
ตอนนีเรียกได้ว่าสติไม่ค่อยสมประกอบเท่าไหร่ TT
ถึงแม้เค้าจะมาช้าหน่อยแต่รอกันใช่ม๊า!
เค้ามาครบร้อยหละน้าา ให้กำลังใจเค้าด้วยน้า!
ขอให้มีปาฏิหารย์ใจสั่งมารอบที่สามเถอะ!
1 comment = 1 กำลังใจน้า

จะดีแค่ไหนหนอถ้าคนที่เข้ามาอ่านจะคอมเม้นให้บ้าง
รู้สึกนอยด์หน่อยๆที่ยอดคนอ่านเย๊อะเยอะ
แต่คนเม้นน๊อยน้อย ลงโทษที่ซอลชอบหายรึเปล่าคะเนี่ย!
#โหมดป้าขี้บ่น

PS.ตอนหน้าเข้มข้นมาก เป็นการรับน้องแบบจัดหนัก
เด็กปีหนึ่งมีเสียน้ำตากันแน่นอน ห้ามพลาด!

PS.2 ขอไปหาฟีลรับน้องหนักหน่วงก่อน
รับรองมาจัดเต็มในตอนที่สิบเอ็ดแน่นอน
ลืมการรับน้องแบบชิวๆในตอนผ่านๆมาได้เลย!
(นั่นชิวหรออิป้า? : พีช #เลิกคิ้วใส่ซอล)


แอร้ยยยยยยย เจอกันเร็วๆนี้ค่ะ!

รักทุกคนเบย
a solphase

 ทำตาบ๊องแบ๊วใส่รีดเดอร์ ขอโทษที่ทำให้รอนานมากเลยนะคะ
แถมมาทีก็น้อยแสนน้อยอีก #โค้งเก้าสิบองศา
อาจารย์แต่ละวิชาให้งานซอลโหดมากจริงๆ ทั้งแปลTEXT
ทั้งทำวิจัย ทั้งรายงาน ทั้งพรีเซนต์เตชั่น
เรียนหนังสือแล้วมันทรมาณดีแท้ๆ ป.โทไม่ง่ายอย่างที่ใครคิด ถึงจะแค่สองปีเองก็เถอะนะ
แต่ยังรอเค้าเหมือนเดิมใช่ไหม วันนี้เค้าเขวี้ยง MARKETING TEXT แล้วรีบมาพิมพ์เบยนะ
อะไรที่ติดไว้ไม่ลืมนะคะ เคลียร์ทุกอย่างแล้วจิรีบมาต่อ

ขอกำลังใจเหมือนเดิมได้ไหมหนอ? 1 เม้น = 1 กำลังใจน้า

เค้ารักทุกคนจังเลย
a solphase

#ปอลอ. เค้าเปลี่ยนนามปากกาเพื่อสิริมงคล
#ชื่อเดิมแต่แค่มี a เพิ่ม










 

 

 

 

 

SP's THANK
:) Shalunla

 

 

 

 

 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 68 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3,209 ความคิดเห็น

  1. #3077 Gulrat1122 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2560 / 11:04
    พอลน่าจะชอบพีชจริง
    #3,077
    0
  2. #3004 #DESTINY# (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2560 / 23:32
    อยากให้อ้อนทุกวัน555
    #3,004
    0
  3. #2806 janeicelet (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2558 / 23:17
    ชอบตอนพีชอ้อน -////-
    #2,806
    0
  4. #2609 KiHaE*129 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 8 กันยายน 2558 / 03:59
    ไอย่ะ

    พอลชอบพีชชชชชชช

    พี่โมอาการหนักล่ะ
    #2,609
    0
  5. วันที่ 21 มิถุนายน 2558 / 16:24
    ไปส่งให้ถึงห้องจริงๆนะพี่โมมมมม ห้องพีชนะไม่ใช่ห้องพี่ 555555555 แล้วสปอยด์นี่คือร่ะ?????
    #2,429
    0
  6. #2243 Kluczif (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2558 / 00:20
    ตอนหน้าจะมีอะไรให้ลุ้นอีกบ้างน๊า
    #2,243
    0
  7. #2222 P.Secret (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 28 เมษายน 2558 / 22:24
    พีชโดนมอมหนักมากจริงๆ
    #2,222
    0
  8. #2021 ony.pp (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2558 / 17:39
    พี่โมเริ่มหวั่นไหวแล้วววววว
    #2,021
    0
  9. #1874 XT Volume (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2557 / 07:14
    ง่าววว ทำไมพี่แมทถึงอยู่หอชายได้ง่าาา 55555 น่ารักทั้งสายเลย
    #1,874
    0
  10. #1586 shshshx (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2557 / 22:58
    มีสื่อสายตาผ่านเพลง พีชแกซึนไปไหนนนเนี้ยยยย

    เพลียแทนพี่โมเลยยยยยยย
    #1,586
    0
  11. #1516 tinyrain (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2557 / 23:42
    พีชน่าจะเมาแล้วยั่ว555555555
    #1,516
    0
  12. #1475 38 68 233 GRTKC (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2557 / 12:24
    พี่โมห่วงน้องเนาะ น่ารักอ่ะ

    #1,475
    0
  13. #1443 KimHeeBum (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2557 / 04:40
    ตอนนี้โคตรละมุน
    #1,443
    0
  14. #1354 cHAchar (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2557 / 12:37
    น่าย๊ากกกกกกก พี่แมทไม่ต้องห่วงค่ะ
    น้องโดนเคลมแน่ๆ หึหึ
    #1,354
    0
  15. #974 Kenji So (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 22 กันยายน 2557 / 09:21
    TT ร้องไห้เลยอ่ะ
    #974
    0
  16. #348 GALAXY_YJ (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2557 / 22:56
    พี่โม รุกกว่านี้ได้ป่ะ เห็นแล้วโครตขัดใจจจ
    #348
    0
  17. #297 fevor (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 9 เมษายน 2557 / 10:58
    เมื่อไหร่ไรท์จะมา เมื่อไหร่ไรท์จะมา เรารออยู่น้าา
    #297
    0
  18. #242 aj68 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 4 มีนาคม 2557 / 22:23
    พี่โมเริ่มแสดงอาการออกมาแล้ววววววว
    #242
    0
  19. #204 รวิ339 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2557 / 19:16
    ชอบอะ สนุกมากเลยไรท์ รีบๆมาอัพนะคะ
    #204
    0
  20. #203 timore (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2557 / 16:36
    ตอนหน้าพี่โมอย่าโหดให้มาก ไม่งั้นพีชไปชอบคนอื่นกันพอดี
    #203
    0
  21. #202 Mysterious (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2557 / 01:08
    พีชเมาแล้วชอบยั่วสินะ เป็นอันตรายต่อชีวิตและพรหมจารีมากลูกขา~ เกิดอิพี่โมหน้ามืดปลุกปล้ำขึ้นมาจะทำยังไง(ก็ฟินสิครับ หึหึ! : พี่โมยักคิ้วตอบ) มุมสปอยด์ตอนหน้ามันคืออะไร ทำไมอ่านแล้วงง สงสัยจะเลยวัยรับน้องมาไกล(แค่2ปีเองนะเว่ย) รอติดตาม...
    #202
    0
  22. #201 jaja (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2557 / 04:21
    น้องพีชขาาาาาาาาา...พี่โมเขาจ้องเพราะชอบ ไม่ได้จ้องจะซ่อมซะหน่อย- -*

    เง้ออออ!!!! ชักสงสารไอ่พี่โมซะแล้วสิ...ไงก็สู้ๆนะพี่โม55+
    #201
    0
  23. #200 timore (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2557 / 16:34
    รีบๆทำคะแนนนะพี่โม
    #200
    0
  24. #198 มีโซสตีโล่? (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2557 / 23:20
    เล่นหลานก็ได้นะพี่โม ~ คิคิ
    #198
    0
  25. #197 Worada Ray Chaisaen (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2557 / 21:36
    พื่โม จืบ พืช เร็วววเข้าไม่งั้น โดนแย่งจืบแน่ๆๆๆๆ
    #197
    0