จ้าวหัวใจ ไฟเสน่หา [วางแผงแล้วนะค๊ะ]

ตอนที่ 25 : ลูกอ้อนของคนเจ้าเล่ห์ 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 22,014
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 268 ครั้ง
    20 พ.ย. 56





            “เรื่องเจ้าปลิวลมคืบหน้าไปถึงไหนแล้วจ๊ะที่รัก” น้ำเสียงกวนโมโหฟังดูยั่วเย้าและข่มขู่กลายๆ ทำให้คนฟังกำมือแน่น ใบหน้าสวยจัดจ้านเต็มไปด้วยความแค้นเคืองผู้อยู่ปลายสาย

            “ก็ยังไม่ถึงไหน”

ขวัญจิราตอบตามจริงอย่างไม่คิดจะบิดบังเธอไม่กล้าแม้แต่จะเอ่ยปากพูดหรือเกริ่นเรื่องม้าตัวนั้นด้วยซ้ำ เมื่อตอนกลางวันที่เขมินทร์พาเข้าไปเดินดูม้าในคอกกว้างใหญ่ของเขา ยิ่งได้เห็นการดูแลประคบประหงมยอดม้าแข่งตัวนั้นแล้วก็ยิ่งรู้สึกว่าตัวเองเดินเข้าใกล้ทางตันขึ้นเรื่อยๆ ทั้งคนดูแลทั้งคอกม้าแข่งซึ่งแต่ละช่องไม่ต่างจากห้องนอนส่วนตัวของม้าดีๆ นี่เอง

            “ยังไม่ถึงไหน !!? นี่...ผมจะบอกอะไรให้นะ อีกแค่ไม่กี่เดือนจะถึงศึกชิงถ้วยฯ ดาร์บี้ และผมก็ต้องได้เจ้าปลิวลมมาลงแข่งโดยจ๊อกกี้ที่อยู่บนหลังของมันต้องเป็นคนของคอกม้าส.ส.มนัสเท่านั้น นั่นหมายถึงคุณมีเวลาเหลือให้เวิ่นเว้ออีกไม่นาน”

            “อย่ามาออกคำสั่งกับฉันนะ !” หญิงสาวแหวขึ้นอย่างไม่ออมเสียง ปลายสายส่งเสียงหัวเราะชวนขนลุกกลับมา

            “หึๆๆ ผมแค่เตือนน่า อย่าทำเสียงเขียวอย่างนั้นซิ่ยอดรัก ผมเคยได้ยินแต่เสียงครางของคุณ มาฟังแบบนี้แล้วมัน...ไม่ชินหู”

            “ไอ้สารเลว ไอ้หน้าตัวเมีย ไอ้ขี้แพ้สัญชาติขี้โกง ไอ้...”

            “ถ้าขืนคุณด่าออกมาอีกแม้แต่คำเดียว คืนนี้รอรับลิ้งค์ชมคลิปเด็ดจากผมได้เลย” ขวัญจิราหุบปากฉับ วาจาร้ายกาจที่เตรียมพ่นผ่านสายไปถึงคนที่ทำให้เธอแค้นจนจุกอกถูกกลืนกลับลงไปในลำคอขาวผ่องเมื่อสิ้นคำขู่ของคนปลายสาย มีเพียงอกอวบที่กระเพื่อมขึ้นลงตามจังหวะหายใจกระชั้นถี่เท่านั้นที่เป็นสิ่งระบายความอัดอั้นออกมาได้บ้าง

           

            “ถ้าเกิดว่าไอ้เขมินทร์มันไม่ยอมขายหรือคุณขวัญทำไม่สำเร็จจริงๆ เจ้านายจะทำยังไงครับ” ลูกน้องร่างล่ำสันสูงดำทะมึนเอ่ยถามหลังจากที่ผู้เป็นนายวางโทรศัพท์จากขวัญจิราเรียบร้อยแล้ว

            “ขายสิ มันต้องยอมขายกูมั่นใจ อ้อ แล้วเรื่องแม่สาวน้อยตาตื่นที่กูให้มึงหาคนไปตามสืบล่ะ ได้ความว่าไง” เขาถามถึงผู้หญิงคนล่าสุดของศัตรูที่เข้ามารบกวนจิตใจเขาตั้งแต่วันที่เจอในสนามม้า หมากตัวที่สองของการแก้เผ็ดมารผจญหน้าหล่ออย่างไอ้เขมินทร์

            “หลานสาวหัวหน้าคนงานในไร่ของมันครับนาย แต่เห็นนังวาดคนงานที่ผมส่งเข้าไปสืบมันบอกว่าไม่ได้เป็นอะไรกับไอ้เขมินทร์ เป็นแค่เด็กในบ้านเพราะคนในไร่ก็ยืนยันว่าไอ้เขมินทร์ไม่เคยกินเด็กในปกครอง”

            “อมเกือกม้ามาพูดกูก็ไม่เชื่อ !!! มึงไม่เห็นเร๊อะว่าไอ้เวรนั่นมันทั้งจูงทั้งกอดทั้งโอบซะขนาดนั้น อีกอย่างสวยๆ ใสๆ หุ่นก็น่าเซี๊ยะอย่างนั้นคนอย่างไอ้เขมินทร์ไม่มีทางปล่อยให้รอดไปได้หรอก ขนาดแค่กูมองนังผู้หญิงคนนั้น มันยังมองกูตาขวาง ...ท่าจะหวงไม่เบา หึๆ”

            “สรุปแล้วนายชอบนังหนูคนนั้น...?”

            “แค่อยากได้โว้ย ดูตื่นๆ ใสๆ แต่สวยบาดใจชะมัด กูต้องเล่นมันตอนที่ไอ้เขมินทร์ยังไม่เบื่อนี่แหละ สะใจดี”

“แล้วคุณขวัญล่ะครับนาย” ลูกน้องยังมิวายสงสัย เพราะมาโนชนั้นดูลุ่มหลงในตัวขวัญจิราเป็นอย่างมาก แต่ก็ดันมาถูกสาวเจ้าบอกตัดสัมพันธ์เอาเสียก่อน

“ขวัญใจเป็นเบอร์หนึ่งอยู่แล้วโว้ย ร้อนๆ แรงๆ ทำให้หัวใจกูเต้นแรงดีพิลึก แต่ก็ดันมาทำเสียเรื่องจะชิ่งหนีกูเร็วเกินเหตุซะก่อน แต่พูดก็พูดเถอะ ไอ้เขมินทร์มันมีไรดีนักหนาวะ ผู้หญิงแต่ละคนของมันนี่เด็ดๆ ทั้งนั้นเลยว่ะ รายล่าสุดนี่ขนาดยังดูเด็กๆ ซื่อๆ ไม่แต่งหน้าแต่งตัวอะไรอย่างคนก่อนๆ ยังทำเอากูแทบลืมหายใจ”

ความลำบากใจตกมาอยู่ที่ลูกน้องเมื่อเจ้านายถามเช่นนี้ จะให้ตอบตามตรงว่าศัตรูของเจ้านายนั้นทั้งหล่อ รวย แถมยังมีเสน่ห์ดึงดูดเพศตรงข้ามอย่างล้นเหลือก็เกรงจะได้กินบาทาแทนอาหารเย็น

“จริงๆ ก็ไม่ได้มีอะไรดีเกินหน้าเกินตานายหรอกครับ แต่ผู้หญิงพวกนั้นน่ะเป็นพวกคลั่งผู้ชายเงียบขรึม มาดดุๆ นิ่งๆ ก็เท่านั้น แต่เท่าที่เห็นก็มีหลายคนที่ผละจากไอ้นั่นมาซบอกนาย สงสัยเรื่องอย่างว่ามันคงจะไม่เป็นสับปะรด” ชายร่างสูงล่ำตอบเอาใจนาย ทั้งที่ความจริงแล้วหารู้ไม่ว่าไม่มีผู้หญิงคนไหนเลยที่จะเป็นฝ่ายถอยห่างออกมาจากเขมินทร์ ถ้าฝ่ายชายไม่บอกจบความสัมพันธ์ก่อนหรือสิ้นสุดโดยข้อตกลงบางอย่างโดยปริยาย

“มึงนี่เข้าใจตอบ ฮ่าๆๆ” มาโนชหัวเราะชอบใจ อารมณ์ดีขึ้นมาเป็นกองเมื่อนึกไปถึงใบหน้าหวานๆ แต่เต็มเปี่ยมไปด้วยแรงดึงดูดมหาศาลให้ลุ่มหลงกับดวงตาใสๆ คู่นั้น แล้วก็ยังลำพองเมื่อนึกถึงเจ้าปลิวลมที่กำลังจะกลายมาเป็นของเขาในไม่ช้า

หวังว่าคงไม่พลาดนะขวัญจิรา !!!

 

“มะปราง นั่นจะถือแฟ้มไปไหนน่ะ” ชาดาถามขึ้นเมื่อเห็นหญิงสาวเดินถือแฟ้มเอกสารออกมาจากออฟฟิศ

“พี่หวันฝากไว้ให้นายเซ็นค่ะแม่นาย เห็นว่าต้องใช้พรุ่งนี้เช้าแล้วกลัวนายจะเข้าไปที่คอกซะก่อน”

“พ่อตัวดีคงไม่ลงมาแล้วล่ะจ้ะ ฉันสั่งห้ามลุกจากเตียงตั้งแต่กลับจากโรงบาลแล้ว ถ้าจะมีเอกสารเร่งด่วนอะไรก็เอาขึ้นไปให้เซ็นข้างบนได้เลย”

            “ค่ะ...” หญิงสาวตอบเสียงเบา รู้สึกหนักใจขึ้นมาทันที

            เธอจะเอายังไงต่อดี ระวีก็เลิกงานแล้ว จะใช้มิ่งกมลขึ้นไปก็รู้กันอยู่ว่าฝ่ายนั้นไม่ชอบขี้หน้าเธอ ส่วนการ์ตูนก็เอาแต่หลบหน้าไม่ยอมพูดยอมจากับเธอตั้งแต่วันที่เกิดเรื่องในห้องครัว แต่เอาเถอะ เขาเจ็บอยู่อย่างนั้นคงทำอะไรเธอไม่ได้หรอก

            “นายหลับอยู่รึเปล่าคะ” หญิงสาวถาม มือยังกอดแฟ้มเอาไว้แน่น

            “หลับเหลิบอะไรกันล่ะ หัวฟัดหัวเหวี่ยงจะไม่ยอมนอน ตกม้าแล้วยังซ่าส์ได้อีก นี่ฉันต้องสั่งว่าไม่ให้ลุกจากเตียงเด็ดขาดไม่งั้นฉันจะไม่ยอมกินข้าวไม่กินยาพ่อเจ้าประคุณถึงยอมนอน แต่ก็ไม่หลับหรอก ดูกระวนกระวายแปลกๆ เราจะเข้าไปก็ระวังหน่อยแล้วกันนะ อารมณ์เขาไม่ค่อยปกติ คงจะเพราะเจ็บตัวนั่นแหละ” พูดไปก็ทั้งห่วงทั้งหมั่นไส้ลูกชายตัวดีไปด้วย

            “ค่ะ...เอ่อ แม่นายคะ ตั้งแต่พรุ่งนี้ไปมะปรางขอกลับไปอยู่บ้านกับตายายได้มั้ยคะ ช่วงนี้ตาสุขภาพไม่ค่อยดี ได้มะปรางกลับไปดูแลช่วยงานเล็กๆ น้อยๆ ก็คงจะดี” หญิงสาวแจ้งความประสงค์ที่มีความจริงปนออกไปประมาณห้าสิบเปอร์เซ็นต์ ส่วนอีกห้าสิบคือต้องการใช้เวลาระหว่างนี้เกลี้ยกล่อมตาให้ย้ายออกไปจากที่นี่ด้วยกันแล้วค่อยบอกความจริงเรื่องลูกในท้อง  แต่ถ้าตาไม่ยอมไปด้วยจริงๆ รสรินทร์ก็คงไม่ต่างจากนกปีกหักที่โผออกไปหาคอนเกาะ สร้างรังกับลูกน้อยตามลำพังเพื่อไม่ให้ตากับยายต้องอับอายขายหน้า

            “อืม...แล้วจะอยู่ซักกี่วันล่ะ”

“มะปรางก็ไม่แน่ใจค่ะ แต่ก็อยากไปให้เร็วที่สุด” หญิงสาวตอบไม่เต็มเสียงนัก

“ตาปั่นนี่ก็น้า...ฉันบอกแล้วบอกอีกให้หยุดงาน ตอนนี้ได้ข่าวว่าตุ๊กตาก็เป็นไม้เป็นมือแทนได้อยู่ แต่ก็ดื้อเสียจริง”

“คงกลัวถูกแย่งตำแหน่งหัวหน้าคนงานน่ะค่ะ เห็นบอกว่าถ้าอายุไม่ครบเจ็ดสิบจะไม่ยอมสละตำแหน่งนี้ให้ใคร” รสรินทร์พูดติดตลก

ตาเคยบอกไว้อย่างนี้จริงๆ นี่นา ตอนนี้เธอก็ได้ยินแว่วๆ ว่าถ้าตาเธอลงจากตำแหน่งเมื่อไหร่ คนที่เป็นตัวเก็งจะได้รับตำแหน่งแทนก็คือน้าชัยพ่อของตุ๊กตา ซึ่งรายนั้นก็น่าสนใจเพราะมีลูกสาวคอยช่วยงานหลายๆ อย่าง

“ตาเราน่ะคิดเหลวไหล” ชาดาทำเสียงหนักกึ่งขันกึ่งตำหนิ “ถึงไม่ได้ทำงานก็ใช่ว่าฉันกับตาเขมจะปล่อยปละละเลยเสียเมื่อไหร่ อายุก็ปูนนี้แล้ว สู้ออกมาอยู่บ้านรอเลี้ยงเหลนจะน่าฟังกว่า”

คนฟังหน้าเผือดกับคำพูดที่แทงใจดำโดยไม่ได้ตั้งใจนั้น เจตนาของคนพูดเบนไปที่ตะวันซึ่งเธอหมายหมั่นปั้นมืออยากให้ลงเลยกับหญิงสาวตรงหน้า

“แม่นายให้มะปรางไปนะคะ” หญิงสาวอ้อนขอเสียงอ่อน พออีกฝ่ายพยักหน้าก็ฉีกยิ้มกว้างดวงตาเป็นประกาย ลืมภาระหนักอึ้งที่ต้องเผชิญในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้าไปเสียสนิท

“เอาๆ เอางั้นก็ดีเหมือนกัน ฉันก็เอาหลานสาวเขามากักไว้นานแล้ว ให้กลับไปดูแลตากับยายบ้างจะได้ไม่ถูกมองว่าใจร้ายจนเกินไป”

“โธ่แม่นายคะ ไม่มีใครมองแบบนั้นหรอกค่ะ ทุกคนมองว่าแม่นายเมตตามะปรางเกินไปด้วยซ้ำ” หญิงสาวแก้เสียงอ่อยแววตาเป็นกังวล

“ก็ฉันถูกชะตาเราตั้งแต่แรกเห็นนี่นะมะปราง ยิ่งเห็นเรียนดีนิสัยน่ารักฉันก็ยิ่งเอ็นดูยิ่งอยากส่งเสริม เอ้...หรืออาจจะเป็นเพราะว่าหน้าตาเรามีส่วนคล้ายตาเขมจริงๆ อย่างที่หลวงตาท่านว่า ฉันก็เลยถูกชะตาแบบไม่รู้ตัว” ชาดาพูดทีเล่นทีจริงๆ มองเด็กในปรกครองด้วยสีหน้ายิ้มๆ จนรสรินทร์เริ่มรู้สึกจุกอกขึ้นครามครัน

“มะ...ไม่ใช่หรอกค่ะ เมื่อก่อนก็ไม่มีใครเคยทักสักคน สงสัยหลวงตาจะคิดไปเองมั้งคะ”

หน้าตาเข้มๆ ดุๆ ทั้งดูกวนโมโหร้ายกาจอย่างนั้นน่ะเหรอจะมาหน้าเหมือนเธอ เป็นไปไม่ได้หรอก ผู้หญิงด้วยกันก็ว่าไปอย่าง หญิงสาวคิดแย้งในใจ

 

สองนาทีแล้วที่รสรินทร์มายืนทื่ออยู่หน้าห้องของจอมเผด็จการแต่ไม่กล้าเปิดเข้าไป แม้แต่จะเคาะเธอยังง้างแขนไม่ขึ้น รังสีบางอย่างแผ่ออกมาทั้งที่หลังประตูตรงหน้ายังเงียบกริบ พี่หนึ่งพี่สองก็กลับไปแล้ว เรื่องจะไหว้วานคนอื่นๆ ก็ดูจะเป็นที่น่าสงสัยจนเกินไป

เอาเถอะ แค่เอาเข้าไปให้เขาเซ็น ประตูก็ไม่ต้องปิด หญิงสาวบอกตัวพร้อมกับหายใจเข้าลึกเรียกความเชื่อมั่นให้ตัวเอง แต่ยังไม่ทันที่ข้อนิ้วจะได้เคาะลงไปบนประตูด้วยซ้ำ ไม้เนื้อดีบานใหญ่ก็ถูกกระชากเปิดออกเสียก่อนด้วยฝีมือเจ้าของใบหน้าคมเข้มดูหงุดหงิดและไม่สบอารมณ์อย่างหนัก

“มะปราง !!” ความเครียดขมึงถูกคลายออกอย่างรวดเร็วแทนที่ด้วยรอยยิ้มกว้างเสียจนน่าหมั่นไส้และน่าตกใจในเวลาเดียวกัน

รสรินทร์ถอยกรูดโดยอัตโนมัติ แต่คนเพิ่งตกม้าก็ไวปานวอก รีบฉุดเอาข้อมือเล็กๆ ยึดไว้มั่น และหญิงสาวก็สะลัดออกได้อย่างรวดเร็วก่อนยกแฟ้มง้างขึ้นเตรียมฟาดถ้าเขาจะก้าวเข้ามาประชิดอีกรอบ

“หวงตัวอีกละ” ใบหน้าหล่อเหลาส่อเค้าเซ็งนิดๆ เริ่มบึ้งตึงขึ้นมาคล้ายเด็กถูกขัดใจ คนถือแฟ้มกระแทกลมหายใจออกอย่างเอือมๆ

“พี่หวันฝากเอกสารไว้ให้นายเซ็นค่ะ” เธอบอกเสียงเย็นแต่ดวงตากลมโตกลับพยายามสังเกตตามเนื้อตัวเขาด้วยความห่วงใยที่พยายามเก็บงำเอาไว้ในส่วนลึกของหัวใจ

แขนแกร่งที่เคยรวบรัดกักกันเธอไว้ในอ้อมกอดนั้นมีรอยช้ำและถลอกเล็กน้อย ดูท่ายืนก็พอรู้ว่าเขาคงเจ็บเอาการ

“ลูกฉันเป็นยังไงบ้าง” เขมินทร์ถามไปอีกเรื่องอย่างไม่ใส่ใจธุระของหญิงสาวเลยแม้แต่น้อย ดวงตาคมกริบมองสำรวจบริเวณหน้าท้องของเธออย่างสำรวจจนรสรินทร์แก้มร้อนผ่าว

“ช่วยเซ็นให้ด้วยค่ะ” ให้ตายสิ ตาคมๆ ของเขามองแทบจะทะลุหน้าท้องเธอเข้าไปหาลูกเธอได้อยู่แล้ว นอกจากจะตกม้าแล้วเขาคงอยากได้แผลจากสันแฟ้มเพิ่มอีกสักแผลกระมัง

ชายหนุ่มมองแฟ้มเอกสารกับปากกาที่ยื่นมาตรงหน้าแล้วก็นึกมันเขี้ยวลูกม้าของเขาจนแทบทนไม่ไหว ร่างขาวผ่องละเอียดลออไปทุกสัดส่วนแถมยังดูมีน้ำมีนวลขึ้นอีกเป็นกองทำให้เขาเริ่มจะคิดไม่ซื่อขึ้นมาตงิดๆ

ไอ้ท่าทางไว้ตัว ใบหน้าเชิดๆ จมูกรั้นๆ กับดวงตาคู่งามที่พยายามเลี่ยงที่จะมองหน้าเขาทำให้ชายหนุ่มอยากจะรวบร่างนุ่มนิ่มเข้ามากอดรัดฟัดเหวี่ยงให้หนำใจนัก

“เข้ามาในห้องก่อนสิ ยืนเซ็นตรงนี้ฉัน...ไม่ถนัด” ต่อมเจ้าเล่ห์เริ่มทำงาน เสียงห้าวทุ้มก็เอ่ยชวนด้วยสีหน้าที่แสร้งทำเป็นจริงจังน่าเชื่อถือ แต่...ดูเหมือนคนท้องจะรู้ทัน

“งั้นนายเอาเข้าไปเซ็นแล้วถือออกมาให้มะปรางก็แล้วกันค่ะ มะปรางจะรอตรงนี้”

“ไม่ได้ ! ฉันป่วยอยู่นะ จะให้เดินไปเดินมาได้ยังไง”

หึ ป่วย ! ท่าทางคนป่วยดูคึกอย่างกับม้าเชียวล่ะ รสรินทร์นึกค่อนในใจก่อนพยักหน้าเบาๆ

“ก็ได้ค่ะ แต่ต้องเปิดประตูไว้” เธอยื่นข้อเสนอ พอเห็นอีกฝ่ายไหวไหล่เป็นเชิงยินยอมก็ยอมก้าวเท้าเดินตามเขาเข้ามาในห้องนอนใหญ่ที่ตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์น้อยชิ้นหากแต่ดูโออ่าน่าเกรงขาม ให้ความรู้สึกถึงพลังและความเข้มแข็งแฝงไว้ในการตกแต่งแบบเรียบง่ายและดูดี

เขาเดินนำไปนั่งที่เตียง เธอเริ่มก้าวขาไม่ออก มือยังถือแฟ้มและปากกาเอาไว้

“เอ้า มาสิ ยืนทื่ออยู่ตรงนั้นจะได้เซ็นมั้ยฮึ ?”

ซุ่มเสียงจริงจังกับใบหน้าดุๆ นั้นรสรินทร์มองว่ามันน่าหมั่นไส้มากกว่าจะน่ากลัวเสียแล้วในเวลานี้ ร่างสูงนั่งลงบนเตียง ส่วนเธอยืนอยู่หน้าเตียงเพื่อยื่นแฟ้มให้เขา

“นั่งสิ ! ใครสั่งใครสอนให้ยืนค้ำหัวเจ้านาย !” เสียงเข้มๆ กล่าวเป็นเชิงตำหนิ รสรินทร์จำต้องนั่งลงที่เก้าอี้ข้างๆ เตียงนอนของเขา เห็นประตูยังเปิดกว้างก็ค่อยโล่งใจว่าเขาไม่กล้าทำอะไรมิดีมิร้ายกับเธอเป็นแน่

“ไหน เซ็นอะไร” ชายหนุ่มแสร้งถามเสียงอ่อนลง ทำทีสนอกสนใจเอกสารที่หญิงสาวกำลังก้มหน้าก้มตาเปิดให้เขา พอเห็นว่าเธอเริ่มวางใจก็ยิ่งขยับตัวเข้าใกล้

เพิ่งจะเห็นประโยชน์ของการวางเก้าอี้กับโต๊ะทำงานไว้ข้างเตียงก็วันนี้

“มีเอกสารสามชุดค่ะ อันนี้พี่หวันแปะโน้ตเอาไว้ว่าให้นายอ่านให้ละเอียดก่อนเซ็นเพราะมีเงื่อนไขบาง...”

ฟอด...!

แมวขโมยทั้งฉกและสูดเอาความหอมนุ่มที่แก้มใสๆ อย่างไม่เกรงบานประตูที่เปิดกว้าง รสรินทร์ตาเบิกโพลง ขบฟันแน่นข่มความโมโหที่เขากล้าฉวยโอกาสเอากับเธอทั้งๆ ที่เธออุตส่าห์เปิดประตูเอาไว้ป้องกันตัวแล้ว

“เอาไปดูเอง” หญิงสาวว่าเสียงเขียวพร้อมกับดันแฟ้มหนักๆ ลงบนตักของอีกฝ่ายอย่างกระแทกกระทั้น แล้วก็ได้เห็นรอยยิ้มพราวระบายเต็มใบหน้าหล่อร้ายของคนเจ้าเล่ห์

มันเป็นยิ้มที่บาดใจจนคนมองแทบสำลักลมหายใจตัวเอง ยิ้มแบบนี้ที่เขาเรียกว่ายิ้มทั้งปากและตา มันพาให้ใบหน้าที่คมสันต์สะดุดตาอยู่แล้วยิ่งน่ามองเข้าไปใหญ่

จะมีสักกี่คนนะที่จะได้เย็น นายยิ้มแบบนี้ รอยยิ้มขี้เล่นนิดๆ ดูเย้าหยอกและทะเล้นหน่อยๆ ที่แม้แต่เธอเองก็ยังได้เห็นไม่บ่อยนักมันพาให้หัวใจสั่นไหวแปลกๆ จนรสรินทร์แทบไม่รู้ตัวแม้กระทั่งว่าปากกาในมือถูกฉกไปพร้อมกับศีรษะได้รูปรับกับโครงหน้าบึกบึนคมสันนั้นก้มลมอ่านเอกสารอย่างตั้งอกตั้งใจ ยิ่งเท่ากับเปิดโอกาสให้เธอได้มองสำรวจเขาในอีกอิริยาบถหนึ่งได้ชัดเจนขึ้น

“คราวหลังเวลาใครใช้ไปทำอะไรไม่ต้องทำแล้วนะ”

“คะ...?” เธอทำน้ำเสียงสงสัยเพราะอยากมั่นใจว่าตัวเองไม่ได้ฟังผิดเพี้ยนไปจากสิ่งที่คนก้มหน้าอยู่กับเอกสารต้องการจะสื่อ

“อย่างเช่นแม่ฉันใช้เอาอะไรไปให้ไอ้ตะวัน ใช้เข้าเมืองหรือแม้แต่ไปคอกม้าก็ไม่ต้องไปแล้ว ให้คนอื่นทำแทน” เขายังอธิบายต่อทั้งที่ก้มหน้าเซ็นเอกสารอย่างตั้งใจ

รสรินทร์ยิ่งงงหนักเข้าไปใหญ่ แต่ก็บอกตัวเองว่าทำเป็นเฉยเสีย ในขณะที่ชายหนุ่มยังอ่านเอกสารฉบับสุดท้ายต่อหญิงสาวก็เสมองออกไปทางประตูเพื่อคิดทบทวนเรื่องร้ายๆ ที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาตั้งแต่ที่เธอกลับมาอยู่ที่นี่ จนมารู้สึกตัวอีกครั้งก็เมื่อโดนหัวปากกาเคาะลงที่หน้าผากนั่นแหละ

“โอ๊ย...เจ็บนะ เป็นบ้ารึไงคะอยู่ๆ เอาปากกามาดีดหัวกัน”

“ก็เรียกอยู่นานสองนานไม่ตอบ เอาแต่เหม่ออยู่นั่นล่ะ” ชายหนุ่มว่าพร้อมกับยื่นแฟ้มคืนให้ กลิ่นหอมอ่อนๆ สุดแสนจะคุ้นเคยลอยมาต้องจมูกยิ่งชวนให้เขาอยากเดินไปปิดประตูแล้วจัดการเผด็จศึกแม่ตัวดีเสียให้รู้แล้วรู้รอด

แต่ในที่สุดก็ต้องตัดใจ อย่างน้อยได้หอมไปฟอดใหญ่ก็ทำเอาพลังในตัวเขาถูกปลุกขึ้นมาได้อีกครั้งแถมพ่วงด้วยความชื่นใจอีกเป็นกระบุงหลังจากหงุดหงิดงุ่นง่านอยู่เป็นนานสองนาน

พอชายหนุ่มส่งแฟ้มคืนตามด้วยเสียงซี้ดปากคล้ายเจ็บปวดบางส่วนในร่างกาย คนที่กำลังจะหันหลังบึ่งกลับออกไปให้เร็วที่สุดก็ต้องชะงักงัน หันกลับไปมองอย่างอดใจไม่ไหว

“นาย...เจ็บเหรอคะ”

เขมินทร์พยักหน้า ใบหน้าที่ขรึมเป็นทุนเดิมอยู่แล้วช่วยปกปิดความสำออยได้มิดชิดจนอีกฝ่ายมีสีหน้ากังวลปนห่วงใยขณะเดินกลับมาหาเขาที่เตียง

“สงสัยกล้ามเนื้อเริ่มจะอักเสบ ระบมไปทั้งแขนเลย” ใบหน้าบิดเบี้ยวนิดๆ พอให้สมจริง ในใจก็คิด...ได้ผลเว้ยเฮ่ย !

“แล้วทำไมไม่ให้หมอตรวจดูให้ละเอียดก่อน” หญิงสาวถามขึ้นอย่างเป็นกังวลโดยที่เธอเองก็ไม่รู้ตัว ความเกลียดถูกโยนทิ้งไว้หน้าห้องชั่วคราว

“หมอบอกว่าไม่มีอะไรน่าห่วงแล้ว แต่ทำไมฉันยังเจ็บอยู่ก็ไม่รู้นะ มันปวดๆ ตึงๆ เวลาขยับแขน”

“แขนขวาด้วยสิคะ” เธอพึมพำ ทิ้งเขาไม่ลงเอาดื้อๆ

ท่าทีของหญิงสาวทำให้เจ้าของห้องเริ่มมั่นใจว่าเธอเริ่มใจอ่อน อ่อนมากๆ เสียด้วย ดวงตาสีอ่อนนั้นดูมีแววอาทรอย่างที่ชายหนุ่มเองรู้สึกอุ่นวาบไปทั้งใจหัวใจเพียงแค่ได้มอง

“เธอออกไปเถอะ ยังไงค่ำๆ ถ้าไอ้โต้งกลับจากคอกม้าแล้วก็บอกมันขึ้นมานวดแขนให้ฉันด้วยนะ” เขาบอกเสียงเรียบ แต่สีหน้าและแววตาเรียบสนิทยิ่งกว่า

ตั้งเย็นกว่านายโต้งจะกลับมา เธอจะใจร้ายไปไหมนะถ้าปล่อยให้เขาทนปวดอีกเป็นชั่วโมงๆ ทั้งๆ ที่เธอก็นวดให้เขาได้ อาจจะช่วยได้ไม่มากแต่ก็คงพอบรรเทาได้บ้าง

“...ให้มะปรางนวดให้มั้ยคะ”

เกลียดนะ แต่ก็สงสาร รสรินทร์บอกกับตัวเองเพื่อยืนยันความรู้สึกว่าไม่ได้โอนอ่อนเข้าหาเขาแต่อย่างใด หารู้ไม่ว่าถ้อยคำขันอาสาของเธอทำเอาคนตัวโตที่ป่วยปนสำออยถึงกับหัวใจฟูคับอก

“ไม่กลัวใครขึ้นมาเห็นเข้ารึไง” แม้จะทำเล่นท่าถามหยั่งเชิง แต่ใจเขามันวิ่งไปยืนรอปิดประตูแล้วเรียบร้อย

“ก็...” รสรินทร์เริ่มติดอ่าง คิดไม่ออกว่าจะเอายังไงต่อดี

“เลิกเหม็นขี้หน้าฉันแล้วเหรอ เวลาเห็นหน้าฉันยังเวียนหัวอยู่รึเปล่า...” ไม่ถามเปล่า ตาสีเข้มก็จ้องมองใบหน้าหวานๆ ในกรอบผมนุ่มเป็นลอนคลื่นน่าสัมผัสอย่างพินิจพิจารณา

รสรินทร์เองก็เพิ่งนึกขึ้นได้ว่าไอ้อาการเหม็นเบื่อขี้หน้าเขามันอันตรธานหายไปตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ ที่รู้ๆ คือตอนนี้ผิวแก้มของเธอมันแสบร้อนอย่างกับถูกเปลวไฟร้อนๆ ลามเลียก็ไม่ปาน

“เอ่อ...นายรออยู่ตรงนี้ก่อนแล้วกันนะคะ เดี๋ยวมะปรางจะลงไปเอายามานวดแขนให้” หญิงสาวรีบหาทางออกให้กับตัวเองโดยเลี่ยงที่จะตอบคำถามของเขาเสีย

ร่างบางลุกจากเก้าอี้เดินออกไปจากห้อง ปล่อยให้คนบนเตียงมองตามด้วยหัวใจที่เต้นรัวไม่ต่างจากเด็กหนุ่มแรกรัก พอลับร่างของเธอเขาก็ลุกพรวดไปปิดประตู...ด้วยแขนข้างที่บอกว่าเจ็บนักเจ็บหนาเมื่อครู่

สามนาทีต่อมาเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น ยัยลูกม้าของเขากลับมาพร้อมกับหลอดยาในมือตามคาด ชายหนุ่มเบี่ยงร่างให้เธอก้าวเข้ามาก่อนจะจัดการปิดประตูชนิดที่พยายามไม่ให้เกิดเสียง แอบกดล็อกแบบเนียนๆ และเบามือจนคนที่เดินมุ่งหน้าไปที่โต๊ะด้วยหัวใจที่จดจ่ออยู่กับหลอดยาสองหลอดในมือไม่ทันสังเกต

“ยามีแบบร้อนกับแบบเย็นนะคะ มะปรางจะพยายามไม่ให้โดนแผลก็แล้วกัน นายจะเอาแบบร้อนหรือเย็นคะ” หญิงสาวถามเสียงเรียบ มองชายหนุ่มที่นั่งลงบนเก้าอี้ที่เธอนั่งเมื่อครู่พร้อมกับบอกตัวเองว่าเธอคงต้องนั่งบนเตียงแทน

“แบบ...ร้อน” เสียงห้าวทุ้มตอบด้วยกังวานนุ่มลึกยากจะคาดเดาความรู้สึกก่อนจะยื่นแขนข้างที่เจ็บมาให้หญิงสาว

วันนี้เขาสวมเสื้อกล้ามสีกรมท่าและกางเกงลำลองแบบสบายๆ หากแต่ดูดีในแบบของเขา รสรินทร์เองก็เริ่มหายใจไม่สะดวกเมื่อสายตาไปสะดุดเข้ากับแผงอกกว้างและลำแขนแข็งแกร่งสมชายชาตรีซึ่งอุดมไปด้วยมัดกล้ามบอกความแข็งแรงบึกบึนแต่ก็ไม่ได้มีมากจนเกินไปอย่างผู้ชายเล่นกล้ามบางคน

อกกว้างๆ ตึงๆ มีไรขนอ่อนๆ ขึ้นเล็กน้อยเป็นภาพที่เธอจำได้ติดตาติดใจ ไม่ใช่แค่จำ แต่มันยังเป็นสิ่งที่เธอได้ซุกซบมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วนหลังจากผ่านเกมรักที่เธอตกเป็นฝ่ายพ่ายแพ้แก่เขาในทุกๆ เกม

มือน้อยค่อยๆ ทายาลงบนท่อนแขนของเขาก่อนจะออกแรงนวดอย่างเป็นงานด้วยเคยนวดให้ตากับแม่นายอยู่เป็นประจำ

ผิวแก้มสีสวยด้วยการปรุงแต่งของธรรมชาติและเลือดฝาดแห่งวัยสาวทำให้คนถูกนวดเริ่มปั่นป่วนในอกขึ้นทุกขณะ นิ้วเรียวสวยขาวผ่องชนิดที่ใครเห็นก็คงไม่อยากเชื่อว่าจะเป็นมือของหลานสาวหัวหน้าคนงานธรรมดาๆ เคลื่อนไปตามความยาวของลำแขนชายหนุ่ม

ไม่ใช่แค่เขมินทร์ที่ทรมานกับความใกล้ชิดระยะลมหายใจเกือบวิ่งชนกัน แต่รสรินทร์เองก็หัวใจระส่ำอยู่ไม่น้อยไปกว่าเขา ความประหม่ากระจายไปทุกขณะจิต แม้จะรู้อยู่แก่ใจว่านี่ไม่ใช่ครั้งแรกของความใกล้ชิด ใกล้กว่านี้ยังเคยมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน แต่เธอก็ยังไม่คุ้นชินกับกายชายที่สมความเป็นบุรุษเพศทุกกระเบียดนิ้ว

“มะปราง”

“คะ...” เธอขานรับพร้อมกับเงยหน้าขึ้นมองคนเรียก แล้วก็ต้องหลบวูบลงไปใหม่เมื่อสบกับดวงตาเป็นประกายบ่งบอกความต้องการบางอย่างอยู่ล้ำลึก

“เมื่อเช้าตอนอยู่ที่วัด เธออธิษฐานขออะไร”คำถามเสียงนุ่ม แม้จะไม่ได้ฟังดูออดอ้อนหรืออ่อนโยนแต่ก็น่าฟังอยู่ไม่น้อย

“นาย...ดีขึ้นรึยังคะ” เธอหาทางเลี่ยงแทนคำตอบ

“ฉันถาม”

“มันเป็นเรื่องส่วนตัวของมะปราง” รสรินทร์หลบสายตาเขาแล้วอ้อมแอ้มตอบ เริ่มรู้สึกว่าตัวเองคิดผิดที่ยอมเข้ามาอยู่ในห้องสองต่อสองกับเขาอย่างนี้ แต่สิ่งหนึ่งเธอน่าตกใจคือเธอรู้สึกอุ่นซ่านในอกอย่างบอกไม่ถูกเพียงเพราะได้อยู่ใกล้ชิดกับเขา

หรือจะเป็นเพราะลูกต้องการไออุ่นจากพ่อของแกกันแน่นะ คิดมาถึงตรงนี้ก็ใจหายและรู้สึกจี๊ดในอกแปลกๆ บอกตัวเองว่าเขาเห็นเธอเป็นเพียงของเล่นในกำมือ  อยากจะฉกฉวยไปเชยชมให้หนำใจแล้วปาลงกล่องเมื่อไหร่ก็ได้ ตราบใดที่เธอยังอยู่บนผืนแผ่นดินที่ชื่อไร่พยับฟ้าแห่งนี้ ไม่มีวันที่เขาจะมองเห็นความสำคัญของเธอกับลูก ที่เขาทำเหมือนห่วงและใส่ใจนักหนาก็คงเพราะความรู้สึกผิดและสัญชาติญาณของความเป็นพ่อเท่านั้น

“ที่นี่ และกับฉันคนนี้...ไม่มีคำว่าเรื่องส่วนตัว” ในที่สุดเขาก็แสดงอำนาจออกมาอีกครั้ง รสรินทร์หยุดนวดและละมือออกทันทีเมื่อรับรู้ถึงรังสีบางอย่างที่บอกเธอว่าสถานการณ์เริ่มไม่ปลอดภัย

“เสร็จแล้วค่ะ”

“ตอบฉันมาก่อน เมื่อเช้าเธออธิษฐานอะไรเป็นนานสองนาน หืม..มะปราง ?” ไม่พูดเปล่า แต่อ้อมแขนที่เต็มไปด้วยอำนาจและพลังก็รวบเอาร่างบางเข้าไปกอดอย่างถือสิทธิ์

ทำไมนะ อ้อมกอดที่เธอเกลียดแสนเกลียดยามนี้มันถึงให้ความอบอุ่นและต้านแรงผลักไสของเธออย่างนี้ ยิ่งเขาลุกจากเก้าอี้มานั่งบนเตียงแล้วกอดเธอไว้บนตักรสรินทร์ยิ่งรู้สึกสับสนทรมาน

ผลักเขาออกสิ ด่าเขา บริภาษเสียงดังๆ แล้วก็ดิ้นรนอย่างที่เคยทำสิมะปราง...

“ถ้าไม่ตอบฉันก็จะกอดเธออยู่อย่างนี้ จะรัดให้แน่นจนกว่าจะได้คำตอบที่ฉันพอใจ แล้วอีกไม่นานไอ้โต้งหรือไม่ก็การ์ตูนจะขึ้นมา...” เขาจงใจเว้นคำขู่เอาไว้เท่านี้

แขนแกร่งๆ อกอุ่นๆ กำลังทำให้หญิงสาวคลำทางออกไม่เจอ มันตื้อและตันไปหมด

“อะ...อธิษฐานว่า ขอให้ลูกของมะปราง ปลอดภัยแล้วก็สมบูรณ์แข็งแรง ขอให้ตากับยายอยู่กับมะปรางไปนานๆ แล้วก็ขอให้แม่นายสุขภาพแข็งแรงมีความสุขค่ะ...”

ที่สำคัญและยังไม่ได้บอกคือ เธออธิฐานให้ตัวเองกับลูกรอดพ้นจากเงื้อมมือความร้ายกาจและอำนาจของเขาในเร็ววัน ขอให้ทุกอย่างคลี่คลายและมีทางออกที่ตากับยายจะบอบช้ำน้อยที่สุด

“เท่านี้เหรอ...?” มีความเสียดายและน้อยใจปนออกมากับสีหน้าและน้ำเสียง แต่รสรินทร์จะสัมผัสได้หรือก็ไม่ เพราะมันเป็นสิ่งที่อยู่เหนือความคาดหมายของเธอ

“ค่ะ เท่านี้” ตอบแล้วก็เริ่มขืนตัวออกเมื่อรู้สึกว่าเขารัดแน่นเกินไปจนเธอเริ่มอึดอัด

“ในคำอธิฐานของเธอไม่มีฉันอยู่ซักนิดเลยเหรอ”

น้ำเสียงและคำถามของเขาทำให้รสรินทร์รู้สึกร้อนๆ ที่ผิวแก้ม ก่อนจะถูกจุมพิตหนักๆ ที่หน้าผากและขมับ เลยลงมาตามแนวเลียบไรผมสู่แก้มอิ่มใสสีระเรื่อราวผิวแอปเปิล 

            หญิงสาวรู้สึกเหมือนใบหน้าของเธอเป็นอัมพาตไปชั่วขณะ ขยับไม่ได้ แม้แต่จะตอบเขายังง้างปากไม่ขึ้น แต่ยังอุตส่าห์รับรู้ถึงสัมผัสร้อนๆ ที่อุ่นซ่านไปถึงหัวใจ

            “อยากรู้รึเปล่าว่าฉันอธิษฐานอะไร...”

            “ไม่อยากรู้ค่ะ” คนหวั่นไหวตอบไม่เต็มเสียง เป็นผลให้อีกฝ่ายคลี่ยิ้มมุมปาก กดจมูกหอมศีรษะคนในอ้อมกอดอย่างแผ่วเบา

            “แต่ฉันอยากเล่า...ฉันอธิษฐาน...ขอให้ลูกสมบูรณ์แข็งแรงเหมือนเธอนั่นแหละ เพียงแต่ต่างกันตรงที่ฉันขอให้เธอเลิกโกรธเลิกเกลียดฉัน แล้วก็ขอให้เธอกับลูกปลอดภัยในวันที่...ที่ลูกเกิด”

            คนฟังถึงกับจังงังราวถูกสาปกับถ้อยวาจาอ่อนโยนนั้น

            “แม่บอกให้ฉันนอนพักอยู่บนนี้ เธอนอนกับฉันได้มั้ยมะปราง...” ร่างในอ้อมแขนแข็งขืนขึ้นมาเล็กน้อย ชายหนุ่มจึงต่อท้าย “นอนเฉยๆ แค่นอนนิ่งๆ ฉันอยากกอดเธอกับลูก” คำขอกึ่งเว้าวอนและอ้อมแขนกำยำที่กอดตะกองอยู่ทำให้รสรินทร์ไร้กำลังจะปฏิเสธ เริ่มจะสงสัยในความผิดปกติของหัวใจตัวเอง

            เขมินทร์ดูเหมือนจะรู้คำตอบเป็นอย่างดี เมื่อไร้การต่อต้านชายหนุ่มก็ค่อยๆ ผ่อนร่างบางลงกับที่นอนก่อนจะเอนกายลงนอนแนบชิดในขณะที่คนตัวเล็กมองเขาตาแป๋ว มีแววสับสนว้าวุ่นและเลื่อนลอยเปล่งออกมาให้เห็น

            ไม่รู้ว่าเป็นเพราะความเหน็ดเหนื่อยจากการทำงานหรือสภาวะตั้งครรภ์ที่ทำให้ยัยลูกม้าของเขาผล็อยหลับไปหลังจากที่เขากอดเธอไว้แนบอกไม่ถึงห้านาที

ถ้ารู้ว่าตกม้าแล้วได้อภิสิทธิ์กอดเธออย่างไม่มีท่าทีรังเกียจรังงอนและความเกลียดชังมากั้นกลางอย่างนี้ สาบานได้เลยว่าเขากระโดดลงจากหลังม้าให้เจ็บตัวเล่นวันละหลายหนเลยล่ะ

           

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 268 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4,180 ความคิดเห็น

  1. #3890 parpear39 (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2556 / 14:42
    โหยยยย ตอนนี้กี่เปอร์เซ็นต์คะเนี่ย 55555
    #3,890
    0
  2. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  3. #2572 poonstep (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2556 / 11:57
    อ่านไปยิ้มไปนะครับ เขมที่ไม่ได้มีแต่บทหื่นนี่ผมว่าดีกว่าอีกนะครับ -..-

    "ฉันขอให้เธอเลิกโกรธเลิกเกลียดฉัน แล้วก็ขอให้ลูกปลอดภัยในวันที่ ..วันที่ลูกเกิด"

    แหม่ แต่งซึ้งๆรักกันๆแบบนี้บ่อยๆก็ดีนะครับ ^^
    #2,572
    0
  4. #1698 moma Za (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2556 / 23:33
    สนุกๆ ลุ้นอยู่...
    #1,698
    0
  5. #1511 fsn (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2556 / 02:08
    เฮีย เมื่อไหร่จะแมนๆ ซะที แอบลักหลานสาว เค้ามาขโมยกิน ไม่เกรงใจ ตายาย เค้าเลย คนเก่าคนแก่ สู้งานกันมาแท้ๆ
    #1,511
    0
  6. #1423 Iris-Almath (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2556 / 23:28
    ไม่ปลื้มนายเขมอ่า...แทนที่จะแสดงความรับที่ผิดชอบที่ดีกว่านี้นะ..คิดจะให้ฝ่ายหญิงแบกท้องที่โตทุกวันๆให้อับอายหรือไงนะ

    ตอนทำละไม่คิดนะพอเกิดเรื่องก็จะให้มะปรางเจอเรื่องราวคำนินทาต่างๆนาๆอีกล่ะ ทั้งที่ไม่ใช่ความผิดของมะปรางเลยงผู้หญิลก็มีแต่เสียกับเสียน่าสงสารมะปรางมากเลย...หนีเลยค่ะเร็วๆเลยให้นายเขมเจ็บซะบ้าง ถึงเวลานายเขมหายเง่าเมื่อไหร่ค่อยปลื้มล่ะกัน
    #1,423
    0
  7. #1406 p2506 (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2556 / 19:52
    ร้ายนักนะนายเขม คอยแต่จะเอาเปรียบหนูมะปรางอยู่เรื่อยเลย
    แล้วความรับผิดชอบกับการแต่งงานจะคิดได้เมื่อไหร่เนี่ย ?
    ไม่ใช่ชะล่าใจ รีๆ รอๆ จนเกิดเรื่อง ให้หนูมะปรางหนีหายไปซะก่อนนะจ๊ะ !



    #1,406
    0
  8. #1386 beerjae (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2556 / 16:24
    อ้ากกกก อยากอ่านต่อไม่ไหวแล้ว
    อัพไว้ๆน่ะค่ะ สู้ๆ ค่ะ
    #1,386
    0
  9. #1337 หมีขาว (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2556 / 06:25
    ชอมมากๆเลยค่ะ ขอบคุณไรเตอร์ค่า รอรูปเล่มค่ะ
    #1,337
    0
  10. #1316 นาวา (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2556 / 00:37
    อุดหนุนแน่ๆค่ะ รอๆๆนะคะ
    #1,316
    0
  11. #1293 Iread (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2556 / 22:42
    รออ่านค่ะ
    #1,293
    0
  12. #1292 Khanistha Sornchai (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2556 / 20:37
    น่ารักมากมาก ฟินที่สุด
    #1,292
    0
  13. #1291 ~MoO_PrEaW~ (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2556 / 18:57
    5555555555555555+

    กริ๊ส คุณเขมอ่ะ น่ารักกกกกกกกกกกก
    #1,291
    0
  14. #1290 auiiz (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2556 / 18:27
    หลงรักเฮียเขมมมมมมมมม (ของมะปราง)
    #1,290
    0
  15. #1289 znile (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2556 / 18:00
    นายเขมน่ารักขึ้นเป็นกองเลย....รีบทำคะแนนเข้านะนายเดี๋ยวเมียงอนไม่รักแล้วจะเสียใจ
    #1,289
    0
  16. #1288 nutarnzaa (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2556 / 17:38
    ฟินนน มากกก อ๊าาา เอาอีกค่ะไรต์ เอาหวานๆอีกนะ ฮ่าา รุสึกว่ายังไม่พร้อมจะดราม่า ฮ่าาา สู้ๆค่ะ
    #1,288
    0
  17. #1287 ninja (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2556 / 17:23
    เป็นกำลังใจให้มะปราง
    #1,287
    0
  18. #1285 Dee dang (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2556 / 15:49
    ต๊ายตายตกม้าคราวนี้สมองน่าจะกระทบกระเทือนหนักทำเป็นพูดดี ทุกทหมาออกจากปาก
    #1,285
    0
  19. #1284 rinpha (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2556 / 15:43
    นายเขมยากมีเมียมีลูกตลอดเวลาช่วยแก้ไขความทุกไจแม่ของลูกก่อนดีมั้ย
    #1,284
    0
  20. #1283 aunaun (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2556 / 15:26
    ฟินอ่ะ น่ารักมากกกกกกกกกกกกกก
    #1,283
    0
  21. #1282 ณ มล (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2556 / 14:45
    แล้วเมื่อไหร่นายจะเปิดตัวมะปรางได้ละว่าเป็นเมียแล้วไม่ใช่เด็กในบ้าน
    #1,282
    0
  22. #1281 นายตัวร้าย 27 (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2556 / 13:21
    เม้นเป้นกำลำลังใจให้นะ
    #1,281
    0
  23. #1280 gogolffy (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2556 / 12:50
    น่ารักนะคุณเขม :-D
    #1,280
    0
  24. #1279 pimpim (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2556 / 12:50
    555555 กล้าคิพเนอะคุณเขม
    #1,279
    0
  25. #1275 ViVi (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2556 / 11:36
    รอต่อค่าา ขอบคุณค่ะ
    #1,275
    0