[DARAGON] Love Hurt

ตอนที่ 8 : Chapter 8 : Everything change. It’s doesn’t mean that the love once shared wasn’t true and real.

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 258
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    19 ธ.ค. 58

Love Hurt

Author by. Kwon ji sun

Chapter 8 Everything change. It’s doesn’t mean that the love once shared wasn’t true and real.         



 

KIKO PART

                ฉัน มิซูฮาระ กิโกะ ผู้หญิงที่ทำให้ผู้ชายสองคนเจ็บปวด

               

                7 ปีที่แล้ว

                “ กิโกะ หนูพอจะรู้มั้ยว่าซึงโฮเขาไปไหน “ เสียงปลายสายร้อนใจจนฉันเริ่มกังวล

                “ ไม่ทราบค่ะคุณน้า ทำไมหรอค่ะ ซึงโฮเขาหายไปไหน ช่วงนี้ไม่เจอกันเลย หนูเลยไม่ทราบค่ะ “ ฉันตอบกลับไปอย่างร้อนรน

                “ ซึงโฮยังไม่กลับบ้านเลย พ่อกับแม่ออกตามหายังไงก็ไม่เจอ ตอนแรกก็นึกว่าออกไปเล่นกับพวกหนูเพลินจนไม่รับโทรศัพท์อีกก็เลยลองโทรมาหาหนูจ๊ะ แล้วจียงหล่ะ อยู่ด้วยกันหรือป่าว? “ ฉันหันหลังกลับไปก็เห็นจียงโบกมือไหวๆอยู่ไกลๆ

                “ จียงอยู่กับหนูค่ะ เรายังไม่เห็นซึงโฮเลย แต่ถ้าหนูเจอแล้วจะรีบบอกทันทีเลยนะค่ะ “ ฉันตอบกลับให้คุณแม่สบายใจ

                ฉันชะเง้อมองหาซึงโฮในโรงเรียน แต่ก็ไม่พบเจอกับเด็กผู้ชายรูปร่างสูงโปร่งคนนั้น เด็กผู้ชายที่มีรอยยิ้มอันสดใส ผิวขาวจนซีด แต่งตัวเนียบตั้งแต่หัวจรดเท้า เพื่อนของเราที่เคยไปไหนมาไหนตัวติดกัน

                อันที่จริงฉันไม่ได้เห็นหน้าของเขาตั้งแต่วันที่เรากลับจากทัศนศึกษา ได้เห็นแค่หลังของเขาบ้างเท่านั้น พวกเราหลงลืมเขาเพราะเรามัวแต่มองตัวของเราเอง

                “ กิโกะ! วันนี้เราไปเดตที่สวนนั้นกันเถอะ ฉันมีของอยากจะให้เธอด้วย “ จียงยิ้มด้วยสีหน้าสดใส

                “ แต่.. “ ซึงโฮหายไป นายไม่รู้สึกอะไรเลยหรอ

                “ ไม่มีแต่อะไรทั้งนั้น “ จียงสอดสองมือเข้ากับแก้มของฉัน ก่อนจะจ้องมองเข้ามาในดวงตาฉันอย่างจริงจัง

                “ ฉะ .. ฉัน ฉันต้องไปหาหมอฟันกับแม่ และ..และนี่ ก็สายแล้วด้วย ฉันกลับบ้านก่อนนะ “ ฉันบอกปัดจียงก่อนจะรีบเดินออกมา จียงยังคงวิ่งตามมาติดๆ

                “ แต่เมื่อเช้าเธอไม่เห็นบอกฉันเลยว่ามีนัดหน่ะ เธอลืมหรอ? กิโกะ กิโกะ “ จียงจับข้อมือให้ฉันหยุดเดิน

                “ ฉันลืมหน่ะ โทดทีนะฉันสายมากแล้ว นายไปเอาจักรยานแล้วปั่นกลับเถอะ ฉันจะนั่งรถไฟฟ้าไปที่คลินิกเลย แล้วเจอกันทีบ้านนะ “ ฉันยิ้มให้เขาไม่ต้องเป็นห่วง โดยไม่ลืมหอมแก้มเขาเบาๆหนึ่งที จียงดูจะผ่อนคลายขึ้น เขาปล่อยให้ฉันไปอย่างง่ายดาย

                ฉันกึ่งวิ่งกึงเดินมาจนถึงสถานีรถไฟ ได้แต่คิดตลอดทางว่าซึงโฮจะไปที่ไหน ทำไมจู่ๆถึงหายไปหล่ะ หรือบางทีอาจจะไม่ใช่จู่ๆ อันที่จริงฉันไม่ได้เจอเขามาเดือนนึงได้แล้วมั้ง ทำไมฉันเป็นคนแบบนี้นะ ทิ้งเพื่อนไว้คนเดียวแบบนี้เขาจะรู้สึกเหงาสักแค่ไหนกันนะ

               

                “ แม่ค่ะ วันนี้หนูกลับบ้านช้าหน่อยนะ “ ปลายสายเงียบไป

                “ อืม อย่าให้ดึกมากหล่ะ พ่อแกเขาจะถามหา “ แม่ตอบด้วยน้ำเสียงงัวเงีย สงสัยเพิ่งจะตื่น

                “ ค่ะ ไม่นานหรอกค่ะ “ ฉันกดวางสายก่อนจะมองประตูบานใหญ่ตรงหน้า

                ปลายนิ้วกดที่กริ่ง ส่งเสียงดังไปทั่ว เพียงไม่นานนักประตูก็เปิดออก บ้านหลังใหญ่เบื้องหน้าทำให้ฉันใจเต้นรัว เราไม่เคยมาที่บ้านของซึงโฮเลย อันที่จริงจียงเคยมา แต่ฉันไม่เคยมาสักครั้ง ซึงโฮมักจะมาเล่นที่บ้านของฉันหรือไม่ก็ไปที่สวนนั้นของเรา ฉันไม่คิดมาก่อนเลยว่าบ้านเขาจะใหญ่โตขนาดนี้

                “ เชิญครับ คุณผู้หญิงรอคุณอยู่ “ ผู้ชายหน้าตาโหดๆคนนึงเปิดประตูให้ฉัน ก่อนจะเชิญฉันเข้าไป ภายในบ้านเป็นแบบบ้านญี่ปุ่นโบราณ ดูท่าจะอยู่มาหลายชั่วอายุคน

                “ หนูกิโกะ มาแล้วหรอ “ คุณแม่ของซึงโฮที่นั่งอยู่ลุกขึ้นเข้ามาหาฉันอย่างรวดเร็ว ใบหน้าเปื้อนน้ำตาทำให้ฉันรู้ว่าตั้งแต่ที่เธอโทรหา เธอยังไม่ได้หยุดร้องไห้เลยแม้แต่นิดเดียว

                “ หนูไม่เจอเลยค่ะ “ ฉันก้มหน้า รู้สึกหลาดกลัว

                “ ไม่มีใครเจอเลยเหมือนกัน แต่ตำรวจกำลังออกไปหาแล้วแหละจ๊ะ หนูรอเขาอยู่ที่นี่กับน้านะ “ แม่ของซึงโฮจูงฉันเข้าไปนั่งที่โซฟาตัวใหญ่ ภายในห้องรับแขกตกแต่งแบบยุโรปที่ดูหรูหรามาก

                “ ค่ะหนูจะรอเขา แต่ก่อนอื่นหนูขอไปดูที่ห้องเขาได้มั้ยค่ะ “ ฉันร้องขอคุณแม่ของซึงโฮ

                “ ได้สิ ได้สิจ๊ะ อยู่ทางนั้นหน่ะ “ คุณแม่ผายมือไปที่ตึกด้านซ้ายมือ

                “ ค่ะ ขอบคุณค่ะ “ ฉันเดินไปตามทางไปที่ห้องของเขา

                ซึงโฮ นายไปไหนนะ แม่นายร้องไห้ขนาดนี้ ทำไมยังไม่กลับบ้านอีก ฉันเลื่อนบานประตูไม้ให้เปิดออก ด้านในห้องของเขาถูกจัดวางอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย ฉันเดินเข้าไปด้านในด้วยความรู้สึกอยากรู้อยากเห็น ทำไมกันนะคนที่มีห้องนอนสวยๆแบบนี้ถึงเป็นคนที่ไม่อยากกลับบ้าน ทำเขาชอบมาขอนอนที่ห้องนอนเล็กของจียง

                แล้วสายตาฉันก็มองไปเจอเข้ากับสมุดเล่มนึงที่วางอยู่บนโต๊ะเขียนหนังสือ กับกล่องใบเล็กๆที่วางอยู่คู่กัน ด้วยความอยากรู้ฉันจึงเดินเข้าไปใกล้สิ่งนั้น ก่อนที่จะหยิบมันขึ้นมา กล่องสีเทาใบเล็กที่ถูกบรรจงมัดด้วยริบบิ้นสีแดงอย่างสวยงาม ฉันค่อยๆเปิดมันออกดู ภายในนั้นปรากฏให้เห็นนาฬิกาสีขาวที่ดูคุ้นตา เพราะมันเป็นนาฬิกาที่ฉันอยากได้มาก

                ฉันหยิบสมุดโน้ตเล่มหนาขึ้นมาก่อนจะเปิดดูแบบผ่านๆ ก่อนจะหยุดที่หน้านึง ทั้งหน้าเต็มไปด้วยปากกาที่ละเลงไปทั่วหน้า  แต่ไม่ว่าจะละเลงจนเละแค่ไหนแต่คำที่ปรากฏชัดใต้รอยเส้นเหล่านั้นคือตัวหนังสือสีแดงที่เขียนว่า

                ฉัน รัก เธอ มิซูฮาระ กิโกะ

                ไม่มีทาง ไม่มีทางที่จะอ่านผิดแน่ๆ ตัวหนังสือใหญ่ขนาดนั้น

                ฉันรีบเปิดดูที่หน้าถัดจากหน้านี้ทันที

                ฉันมันคนโง่ โง่ที่คิดว่าเธอก็มีใจ เธอเป็นคนใจดี ใจดีที่สุดในโลก ใจดีจนฉันหลงคิด คิดว่าเธอก็ชอบฉันเหมือนกัน แต่ความจริงก็คือ เธอไม่เคยคิดอะไรกับฉันเลย เธอรักมัน รักไอจียง รักมันจนหมดใจ แต่จียง เพื่อนรัก ทำไมนายไม่บอกเธอสักนิดหล่ะ ว่าฉันกำลังจะสารภาพรักกับเธอ ว่าเป็นฉันที่แอบรักเธอมาตั้งสองปี ว่าเป็นฉันที่ควรจะได้รักกับเธอ แต่นายเงียบ นี่สินะคำตอบ แล้วมันจะมีค่าอะไร ถ้าคนที่เห็นว่าเรามีตัวตน เขาไม่เห็นเราอีกแล้ว ฉันก็คงไม่มีตัวตนอีกต่อไป ลาก่อน

                สมุดเล่มหนาล่วงหล่นลงจากมือ ตัวฉันสั่นเทิ้มด้วยความกลัว ไม่สิ ไม่จริง ไม่จริงหรอก

                “ คุณนายครับ ผมเจอคุณหนูแล้วครับ “ เสียงตะโกนลั่นดังขึ้น เรียกสติที่กระจัดกระเจิงของฉันให้ลุกขึ้นแล้ววิ่งออกไปทันที

                ฉันวิ่งตามทุกคนออกมาจนถึงหน้าบ้าน แต่แล้วภาพที่เราเห็นก็ทำให้เราทุกคนถึงกับเงียบไม่พูดอะไรออกมาอีกเลย

 

                เรานั่งรวมกันอยู่ในห้องรับแขกระหว่างรอคุณหมอ ซึงโฮถูกหามเข้ามาในบ้านก่อนที่ใครจะมาเห็นเข้า คุณหมอประจำตระกูลถูกเรียกตัวมาทันทีแม้ว่าจะเป็นเวลาดึกมากแล้ว เป็นเวลากว่าชั่วโมงที่เรานั่งรอกัน คุณแม่หยุดร้องไห้แล้ว ฉันเพิ่งเห็นพ่อของซึงโฮเป็นครั้งแรก เป็นผู้ชายสูงอายุที่ดูน่าเกรงขาม มีดวงตาสีน้ำตาลอ่อนเหมือนกับซึงโฮ

                บานประตูเปิดออกพร้อมกับคุณหมอที่ดูเหนื่อยๆ

                “ เขาปลอดภัยรึป่าวค่ะ “ คุณแม่ถามขึ้นด้วยความเป็นห่วง ฉันเองก็เดินเข้าไปรอฟังคำตอบเช่นกัน

                “ โดยรวมตอนนี้ปลอดภัยดีครับ แต่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ เขาค่อนข้างมีอาการที่น่าเป็นห่วงหลังจากผ่านเหตุการณ์ที่โหดร้าย ทำให้ไม่ยอมเผชิญหน้ากับความจริง จึงทำให้เขาตัดสินใจทำกับตัวเองแบบนี้ “ คุณหมอสรุปอาการคร่าวๆ ก่อนจะออกมานั่งพักที่ด้านนอกให้เราได้เข้าไปเยี่ยม

                “ ซึงโฮ ซึงโฮ ลูก “ คุณแม่เดินเข้าไปหาเขาที่ข้างเตียง ก่อนจะเริ่มร้องไห้อีกครั้ง

                ฉันมองดูร่างของเขาใต้ผ้าห่มนิ่งๆ มือทั้งสองข้างของเขาถูกพันผ้าพันแผลไว้ ที่ต้นแขน สีข้างและต้นคอก็มีผ้าพันแผลเอาไว้เช่นกัน บาดแผลที่เกิดจากความคมของหิน ฉันถามจากคนของบ้านซึงโฮ บอกว่าพบซึงโฮซ่อนตัวอยู่ในท่อในสนามเด็กเล่นใกล้บ้าน ในนั้นมีเพียงหินก้อนเดียวที่ชุ่มไปด้วยเลือดจนกลายเป็นก้อนหินสีแดง

                “ ทำไมหล่ะซึงโฮ ทำไมทำแบบนี้ ไม่อยากเห็นหน้าฉันแล้วหรือไง ฮะ!! ตาบ้า ฮึก ฮึก ฮือออ ฮือออ “ และในที่สุดฉันก็ไม่สามารถทนไหว ฉันร้องไห้ออกมาเพราะรู้สึกเจ็บไปจนหมดหัวใจ

ถ้าฉันรู้ รู้สักนิดว่านายคิดกับฉันแบบนี้ ฉันจะไม่ทำตัวแบบนั้นแน่ๆ ฉันจะไม่ทิ้งนายไป ฉันจะไม่ปล่อยให้นายต้องอยู่คนเดียวอีก แต่ว่าคนที่รู้ รู้เรื่องนี้อยู่เต็มหัวใจ เขากับเฉยชา ไม่สนใจนายเลย เขาคนนั้นมีหัวใจจริงๆรึป่าว ทำไมฉันถึงชอบเขาแทนที่จะเป็นนายนะ ซึงโฮ ฉันขอโทษ

 

 

ตลอดระยะเวลาที่ซึงโฮรักษาตัวอยู่ที่บ้าน ฉันคอยแวะเวียนมาหาเขาตลอด โดยที่ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นกับจียง ทุกๆวันฉันจ้องมองเข้าไปในตาของจียง ผู้ชายที่ฉันหลงรัก พยายามค้นหาคำตอบที่เขาไม่เคยคิดจะบอกฉัน เขาไม่นึกถึงซึงโฮเลยด้วยซ้ำ ไม่เคยถามถึง

“ ทำไมถึงทำแบบนั้นกับตัวเองหล่ะซึงโฮ “ ฉันถามขึ้นเหมือนทุกๆครั้งที่ฉันมาหาเขา เพราะฉันไม่เคยได้คำตอบเลยสักที เขามองหน้าฉันด้วยสายตาเลื่อนลอยเหมือนเคย

“ เธอไม่จำเป็นต้องรู้อะไรทั้งนั้น “ สายตาของเขาไร้ซึ่งจิตวิญญาณ เขาเป็นแบบนี้ตั้งแต่วันนั้น

“ แต่ฉันรู้ ฉันรู้หมดทุกอย่างแล้วนะ “ วันนี้ฉันพยายามเข้าหาเขามากขึ้น ฉันจับใบหน้าที่แสนอ่อนล้าของเขาขึ้นมา ก่อนจะจ้องลึกลงไปในนั้น

“ เธอ...........................รู้ “ ดวงตาของเขาเบิกโตขึ้น แล้วจู่ๆเขาก็เหมือนนึกอะไรได้ น้ำตาเอ่อล้นขึ้นเต็มสองตา

ด้วยความตกใจฉันลุกขึ้นหลีกหนีให้ห่างจากเขา ซึงโฮจับหัวตัวเองก่อนจะดึงมันอย่างรุนแรง เขาใช้สองมือทุบตีหัวตัวเองอย่างแรงจนฉันทนไม่ไหวต้องเข้าไปจับมือเขาไว้  ซึงโฮยังคงไม่หยุดพยายามขัดขืนฉันต่อไป จนฉันทนแรงเขาไม่ไหวเลยถูกเหวี่ยงจนหล่นจากเตียงลงไปกองกับพื้น

ตุ้บ

“ โอ้ย “ ฉันร้องออกมาด้วยความเจ็บที่ก้นจ้ำเบ้า

ซึงโฮมองฉันด้วยอาการตกใจ สีหน้ารู้สึกผิด

“ ฉะ..ฉัน ฉันขอโทษ กิโกะ ฉัน ฉัน ฉันขอโทษนะ...........ฉะ ฉัน ไม่อยากทำให้เธอเจ็บ เธออย่าอยู่ใกล้ฉันเลย “ เขาดูสับสน ในแววตาของเขาไม่เหมือนเคย น้ำตาอาบสองข้างแก้มของเขา เขารู้สึกผิดกับสิ่งที่ทำลงไป

“ ซึงโฮ ... “ ฉันลุกขึ้นก่อนจะเข้าไปนั่งข้างเขา ฉันจับเขามากอดเอาไว้

“ เราเป็นเพื่อนกันนะ และเพื่อนต้องช่วยเพื่อนสิ นายไม่ได้ทำให้ฉันเจ็บสักนิด นายต่างหากที่เป็นฝ่ายเจ็บมาเยอะแล้ว ให้ฉัน.....ช่วยนายเถอะนะ “ เราผละออกจากอ้อมกอดเพื่อมองหน้ากัน

“ ฉันรักเธอกิโกะ รักเธอมาตลอด “ ดวงตาที่ชุ่มไปด้วยน้ำตามองฉันอย่างอ่อนล้า

“ ฉันก็รักนาย เพราะฉะนั้นอย่าจากฉันไปไหนอีก และได้โปรด...ให้ฉันช่วยเธอเถอะนะ “ เรามองหน้ากัน ไม่มีใครพูดอะไรออกมา

แล้วจู่ๆซึงโฮก็ยิ้ม เป็นรอยยิ้มที่สดใส ดวงตาของเขาสั่นไหว มันดูเปลี่ยนไป กลายเป็นคนละคน

“ ฉันอยากเล่นเกมส์ เล่นเกมส์กัน “ ซึงโฮยิ้มระรื่น แตกต่างจากเมื่อกี้โดยสิ้นเชิง เขาเดินไปหยิบเกมส์ในตู้ก่อนจะจัดแจงเสียบนู่นนี่อยู่ที่หน้าจอทีวี

หลังจากที่ฉันเล่นกับเขาได้สามเกมส์ ฉันก็ต้องขอตัวกลับก่อน เขายังส่งยิ้มให้ฉันแถมยังเดินออกมาส่งที่หน้าบ้านอีก ทุกคนในบ้านตกใจที่เขาเดินออกจากห้องเขาเป็นครั้งแรกหลังจากอยู่ในนั้นไม่ยอมไปไหนเป็นเวลากว่าครึ่งปี หมอบอกกับเราว่าซึงโฮมีอาการทางจิต มีอาการกลัวต่อทุกๆสิ่งมากจนเกินเหตุ ไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ และนั่นทำให้เขาพยายามทำร้ายตัวเองในวันนั้น

 

 

 

เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วและวันที่ทุกๆอย่างเปลี่ยนไปก็มาถึง เมื่อจู่ๆฉันก็รู้ข่าวร้ายที่สุดในชีวิตฉัน

“ กิโกะ พ่อเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย “ พ่อบอกฉันด้วยน้ำเสียงสงบนิ่ง ใบหน้าอิดโรยที่ฉันเห็นทุกๆวันไม่ได้มาจากความเหนื่อยล้าในที่ทำงาน แต่เป็นเพราะพ่อกำลังไม่สบายและต่อสู้อย่างหนักมาโดยตลอด

การที่ฉันมักจะเห็นแม่กินเหล้าและอาละวาดยามค่ำคืนทำให้ต้องหนีไปนอนบ้านจียงอยู่บ่อยๆ ไม่ใช่เพราะแม่ฉันทะเลาะกับพ่อ แต่เป็นเพราะมันหนักหนาเกินไปสำหรับแม่ ฉันที่ไม่เคยรู้อะไรเลย เอาแต่หนีปัญหาไปหาจียงให้เขาช่วยปลอบโยนฉัน แทนที่จะสนใจพ่อและแม่ตัวเองมากกว่านี้ นี่ฉันกำลังทำอะไรอยู่

“ พ่อค่ะ ฮือ ฮือ เราจะทำยังไงกันดีค่ะ “ ฉันร้องไห้กอดพ่อที่นอนอยู่บนเตียงทั้งคืน

จนในตอนเช้าแม่เรียกฉันออกมาคุยที่ห้องนอน สีหน้าแม่ดูอิดโรยเช่นกัน คงเพราะไม่ค่อยได้นอนบวกกับดื่มจัด

“ หมอบอกแม่ว่าถ้าผ่าตัดแล้วโชคช่วย พ่อก็อาจจะรอด แต่เราไม่มีเงินเหลือแล้ว พ่อเองก็กลัวว่าเราสองแม่ลูกจะลำบากหลังจากนี้ เขาเลยจะไปอย่างสงบ “ แม่พยายามอธิบายให้ฉันฟังด้วยน้ำเสียงที่กลั้นน้ำตาเอาไว้

“ แต่นั่นพ่อนะค่ะ “ แต่เราคงไม่มีทางเลือกกันอีกแล้ว ฉันจะทำอะไรได้ ฉันก็แค่เด็กม.ปลายที่ไม่เอาไหน

“ สิ่งที่เราทำได้จากนี้คือย้ายไปโอซาก้า ไปอยู่ที่นั่นเริ่มต้นชีวิตใหม่ เราต้องสู้นะกิโกะ “ แม่จับมือฉัน และบีบเบาๆให้รู้สึกใจชื้น

“ แต่พ่อยังอยู่นะค่ะ แม่อย่าพูดแบบนี้สิ พ่ออาจจะหายก็ได้ “ แม้ความจริงจะชัดเจนเพียงใด แต่ฉันไม่อาจยอมรับเรื่องทุกอย่างได้จริงๆ

“ หวังว่าปาฏิหาริย์จะมีจริง เราทำได้แค่นั้นนะลูก “ เราสองคนแม่ลูกกอดกันร้องไห้

ฉันไปโรงเรียนเหมือนวิญญาณ ไม่มีอารมณ์กระจิตกระใจจะทำอะไรทั้งสิ้น พอถึงเวลาเลิกเรียนฉันก็โกหกจียงไปหาซึงโฮเหมือนเคย เราแค่นั่งคุยกันเรื่อยเปื่อย เขาดีขึ้นมากแล้วแทบไม่มีอาการแบบนั้นอีกเลย ฉันรู้สึกสบายใจปลอดภัยและเป็นที่พักพิงให้เขาได้ แม้ว่าฉันจะยังคบอยู่กับจียงแต่นับวันความรู้สึกหลงใหลในตัวเขามันก็ลดน้อยลง จนฉันรู้สึกว่าไม่มีเขาก็ได้

“ กิโกะ วันนี้เธอดูไม่โอเคนะ มีอะไรบอกฉันสิ “ ซึงโฮทักขึ้นระหว่างที่เรานั่งกินข้าวกันอยู่

“ หืม ไม่หรอก ไม่มีอะไร “ ฉันรีบปฎิเสธทันที ฉันไม่อยากให้เขารู้สึกกังวลอะไรทั้งนั้น ฉันอยากให้เขารู้สึกดี

“ เธอคิดว่าฉันไม่รู้อะไรข้างนอกนั่นเลยหรอ “ ซึงโฮดึงมือฉันไปจับไว้

“ ฉันรู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น และฉันจะช่วยเธอเอง ไม่ต้องกลัวนะเรื่องพ่อของเธอ “ ฉันตกใจกับคำพูดของซึงโฮเลยทำอะไรไม่ถูก ตอนนี้ฉันรู้แต่ว่า..ฉันกำลังร้องไห้

ความรู้สึกต่างๆมันถาโถมเข้ามาหาฉันไวเกินไป ตอนแรกฉันยังรู้สึกกลัวที่ฉันจะไม่มีพ่ออีกแล้ว ยังรู้สึกผิดต่อแม่ของฉัน และไหนจะรู้สึกแย่กับความรู้สึกที่โกหกจียงอยู่ แต่แล้วทั้งหมดก็ถูกตีด้วยคำพูดสั้นๆของซึงโฮ คำพูดที่มันช่างเป็นคำที่ฉันอยากฟังเหลือเกินจากใครสักคน โดยที่ฉันไม่รู้หรอกว่าเขาจะช่วยได้มั้ย แต่ตอนนี้ฉันแค่ต้องการฟังคำนี้เหลือเกิน

“ เมื่อกี้นายพูดว่าช่วยฉัน อย่างนั้นหรอ? ยังไงหล่ะ? “ ฉันถามเขาด้วยน้ำเสียงสะอึกสะอื้นจนแทบจะฟังไม่รู้เรื่อง

“ ตอนนี้ที่บ้านฉันกำลังส่งตัวพ่อเธอเข้าห้องผ่าตัด “ เขาพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน รวมไปถึงแบบตาอ่อนโยนนั้นด้วย เขามักจะเป็นแบบนี้เสมอสินะ

“ แต่ว่าฉันไม่มีเงินที่จะรักษาพ่อแล้ว “ เขาจับมือของฉันขึ้นมาก่อนจะทาบมันเข้ากับหัวใจของเขา

“ ฉันจะจ่ายให้เธอเอง ทดแทนกับที่เธอต่อชีวิตให้กับฉัน “ เขายิ้มออกมา ใบหน้าที่สดใสของเขาทำให้ฉันหายเศร้า

“ แต่ว่ามันเทียบกันไม่ได้เลยนะ ซึงโฮ เงินมากมายขนาดนั้น และฉันไม่ได้ทำอะไรตอบแทนนายเลย “ มือของฉันยังคงทาบอยู่ที่หน้าอกของเขา รู้สึกได้ถึงหัวใจที่กำลังเต้นอยู่ภายใต้นั้น

“ ถ้าเธอยอมมาเป็นแฟนฉัน ฉันจะขอบคุณอย่างมาก “ สายตาเว้าวอนของเขาบวกกับชีพจรหัวใจที่เต้นรัวอยู่ใต้มือฉัน ทำให้ฉันรู้สึกหวั่นไหวอย่างมาก

“ ฉัน..... “ ฉันดึงมือกลับ พยายามตั้งสติ นี่เขากำลังขอฉันเป็นแฟนแลกกับชีวิตของพ่อฉัน

ฉันขอตัวกลับโดยไม่ได้พูดอะไรออกมา ซึงโฮเองก็ไม่ได้พูดอะไรเช่นกัน ก่อนออกจากบ้านเขาเดินมาส่งฉันเหมือนเคย ก่อนจะสวมกอดฉันแน่นเหมือนกลัวฉันจะหายไป ใจฉันเองก็เต้นรัวกับความรู้สึกดีๆที่เกิดขึ้นระหว่างเรา

ฉันเดินกลับบ้านด้วยความว่างเปล่า ตอนนี้ในหัวฉันมันสับสนเหลือเกิน ฉันยืนมองกระจกห้องจียงอยู่ราวๆ ชม.นึงได้ ก่อนจะตัดสินใจปีนข้ามรั้วไปหาเขา ภายในห้องที่มืดสนิท ชายหนุ่มกำลังนอนหลับด้วยใบหน้าที่แสนจะสงบ ใบหน้าที่ไร้ความกังวลและความคิดใดๆ

 

 

นายมักจะคิดเยอะอยู่เสมอ นั่นทำให้ฉันเป็นห่วงนาย

นายมักจะเก็บความทุกข์เอาไว้กับตัวเองเสมอ นั่นทำให้ฉันพยายามเข้าหานาย

นายมักจะใส่ใจรายละเอียดเล็กน้อยเสมอ นั่นทำให้ฉันอึดอัดเพราะนาย

 

 

 

                ทุกๆอย่างเปลี่ยนแปลงตามกาลเวลาเสมอ การที่ในวันนี้ฉันไม่ได้รักนายแล้ว ไม่ได้หมายความว่าที่ผ่านมามันคือการหลอกลวง ใจฉันรักนายจริงๆนะ รักครั้งแรกของฉัน ควอน จียง

                ฉันเปิดผ้าห่มของเขาออกก่อนจะซุกตัวนอนเบียดลงบนเตียงเล็กๆที่แสนอบอุ่นของเขา จียงขยับตัวเล็กน้อยก่อนจะดึงฉันเข้าไปกอดเอาไว้ ฉันกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่เลยได้แต่ปล่อยให้มันไหลจนหลับไป             

 

KIKO PART END

 

 

Author by. Kwon ji sun

Chapter 9 update [sat] Dec,19.2015 [17:00 pm] 

                    

55 ความคิดเห็น

  1. #55 applerrrr (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 5 มกราคม 2559 / 09:39
    แล้วต้องเศร้าขนาดนี้มั้ย

    นี่รักกี่เส้ากัน

    เกินไปแล้วนะ กลับมาแล้วสนุกอย่างนี้

    เกินไปแล้ว มาอัพเลย



    5555555
    #55
    0
  2. #53 porii (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2558 / 23:15
    ทุกคนดูน่าสงสารไปหมดเลย นางก็น่าสงสารนะ แต่อิจีจะทำไงกับดาร่าต่ออ่
    #53
    0
  3. #51 mootoi (@mootoi) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2558 / 22:01
    อืม ทำไมมันนาสงสารทุกคนเลยเนี่ย
    #51
    0