กลรักนางบำเรอ (จบบริบูรณ์) ลบเนื้อหา 12/5/57

ตอนที่ 6 : บทที่หก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 499
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    28 ม.ค. 57

บทที่หก

ณุสราทอดสายตามองลูกสาวคนเดียว ถนอมนวลยังคงดูร่าเริงเหมือนปรกติ หากลึกลงไปในดวงตาแจ่มใสคู่นั้นร่องรอยหม่นหมองก็ยังคงสามารถสังเกตเห็นได้

ความหม่นหมองที่เธอรู้ดี ว่ามันเกิดจากอะไร นวล...

คะ แม่? ขานรับพร้อมกับรอยยิ้มกว้างจนตาหยี

วันนี้... เจ้าหนี้ของพ่อโทร.หาแม่...

หญิงสาวชะงัก น่าแปลกที่คำบอกเล่านั้นทำให้นึกถึงสตรีที่เพิ่งจะมาเยือนเมื่อตอนสายขึ้นมา คะ?

เค้าบอกว่า... สัญญาที่พ่อทำไว้กับเค้ามันใกล้จะครบกำหนดแล้ว... จบคำพูดนั้นด้วยเสียงถอนหายใจยาวอย่างหนักอก เค้าอยากรู้ว่าแม่จะจัดการมันยังไง...

ถนอมนวลลุกจากที่นั่งของตัวเองไปอยู่ข้างๆ มารดา กอดท่านเอาไว้แน่นด้วยปรารถนาจะซึมซับความรู้สึกเศร้าหมองนั้นมาอยู่ในหัวใจของตนแทนเสียเอง

แม่บอกเค้าไปหรือเปล่าคะว่าเราจัดการมันได้ และเค้าจะได้เงินคืนทุกบาททุกสตางค์ ไม่ต้องเป็นห่วงไปหรอก เอ่ยด้วยน้ำเสียงมั่นใจ แม่ไม่ต้องห่วงนะคะ นวลจะช่วยแม่เอง นวลจะไม่ทำให้แม่ คุณยาย คุณย่าต้องเดือดร้อน แม่สบายใจได้เลยค่ะ

วางมือลงบนมือเล็กของลูกสาว ...ลูกสาวคนเดียวที่เธอเลี้ยงมาอย่างทนุถนอม ลูกที่เป็นทั้งแก้วตาของพ่อและดวงใจของแม่..

แต่วันนี้... เมื่อเธอจะต้องเฉือนดวงใจของตัวเองเพื่อแลกกับเงิน ความเจ็บปวดก็พลันบังเกิดแม้มันจะเป็นเงินจำนวนมากมายสักเพียงไหนก็ตาม...

เค้าไม่ได้มาทวงหนี้หรอกลูก แต่มายื่นข้อเสนอให้แม่ บอกว่าอยากจะช่วยเราสองคน...

ช่วย?

ใช่ เอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ หากแล้วก็เปลี่ยนเป็นกระตือรือร้นเมื่อเอ่ยประโยคต่อมา เห็นคุณปารมีว่าเธอได้เจอนวลแล้ว เมื่อไหร่น่ะลูก?

ที่นวลบอกแม่เมื่อเช้าว่ามีคนมาหาไงคะ แต่เค้าบอกว่ามีธุระ ไม่ได้อยู่รอ... หญิงสาวนึกถึงพูดที่กำลังพูดถึง ...เป็นผู้หญิงคนนั้นจริงๆ ... ทำไมคะ? เค้าจะช่วยเรายังไง? จะให้เวลาเราหาเงินอีกเหรอคะ?

คนเป็นแม่หัวเราะขื่นๆ กับน้ำเสียงตื่นเต้นของลูกสาว ถึงจะยืดเวลาให้เราทั้งชีวิต ทั้งนวลและแม่ก็คงไม่มีปัญญาหาเงินตั้งสามสิบล้านนั่นหรอก

หญิงสาวทำหน้านิ่ว ถ้าอย่างงั้น... เค้าจะช่วยเรายังไงล่ะคะ?

ณุสราทอดสายตามองลูกสาว พยายามจะประเมินความรู้สึกของอีกฝ่ายและความควรหรือไม่ควรในสิ่งที่จะพูดต่อไปจากนี้ แต่... ด้วยดวงใจของคนเป็นแม่แล้วนั้น หากว่าลูกสาวจำต้องแต่งงานกับชายแก่สักคนเพื่อล้างหนี้ แล้วมีตัวเลือกที่ดีไปกว่านั้นยื่นมือเข้ามาช่วยแก้ปัญหา ใครเล่าจะไม่คิดหนัก?

สุดท้ายเธอก็ตัดสินใจ เค้าขอนวลให้ลูกชายเค้า แทนหนี้สามสิบล้านนั่น!”

 

หญิงสาวทุ่มตัวลงนอนบนเตียงอย่างอ่อนล้า ในสมองวุ่นวายสับสนเสียจนจับต้นชนปลายไม่ถูกเอาเลยจริงๆ ...

มันเรื่องอะไร? เธอกำลังจะแต่งงานกับคุณลุงวิบูลย์เพื่อให้เขาช่วยล้างหนี้สามสิบล้าน เพื่อให้พ่อของเธอได้กลับบ้าน เพื่อให้แม่ได้สบายใจ แล้วจู่ๆ เจ้าหนี้ก็กลับเสนอให้ถนอมนวลแต่งงานกับลูกชายของเขาเสียอีก?

ยังไม่ทันจะได้คิดหรือไตร่ตรองให้มากกว่านั้น หญิงสาวก็ต้องลุกจากที่นอนเมื่อได้ยินเสียงวัตถุเล็กๆ กระทบบานประตูกระจกที่เปิดออกไปสู่ระเบียง

จะเป็นใครไปได้นอกเสียจาก... นวล หลับรึยัง? ออกมาคุยกันหน่อยสิ...

เธอรูดเปิดม่าน ก่อนเลื่อนประตูกระจกออกไปยืนเท้าระเบียงสนทนากับคนเรียกที่ยืนรออยู่แล้วบนระเบียงห้องที่ตรงกัน ห่างกันเพียงระยะกว่าสองเมตรเท่านั้น

ใหญ่ยังไม่นอนอีกเหรอ?

นอนแล้วจะมาอยู่ตรงนี้เหรอ? หัวเราะเมื่อเธอทำหน้างอกับคำพูดยอกย้อนนั้น ใหญ่อยากคุยกับนวล มายืนรอเป็นชั่วโมงแล้ว

ถนอมนวลเลิกคิ้วมองเขาอย่างฉงน มีเรื่องอะไรสำคัญนักเหรอ?

สำคัญสิ สำคัญเท่ากับหัวใจของใหญ่ ชีวิตของนวลเลยละ... รอยยิ้มนั้นเลือนหายไปแล้ว เหลือเพียงสีหน้าเคร่งเครียด ถามจริงๆ เหอะ ทำไมอยู่ๆ ก็ตัดสินใจแต่งงานกับไอ้แก่ เอ่อ... เพื่อนของคุณลุงล่ะ? นวลแต่งเพราะรักเค้าเหรอ? แล้วไปรักกันตอนไหน ทำไมใหญ่ไม่เคยรู้?

คนถูกถามนิ่งงันไป ใช่ว่าไม่รู้จะตอบว่าอะไร และเธอรู้ดีอีกเช่นกันว่าสามารถตอบความจริงกับภวิศได้เสมอ แต่... สิ่งที่เธอรู้ยิ่งไปกว่านั้น เขาจะไม่มีวันยอมให้ถนอมนวลได้แก้ปัญหานี้ด้วยตัวของตัวเองอย่างที่เธอตั้งใจเอาไว้แน่ๆ

ดีไม่ดี คงจะไปบังคับบีบคอ เอาเงินจากคุณน้าทั้งสองมาให้เธอใช้หนี้สามสิบล้านนั่นเสียละมั้ง ทำไมล่ะ ในเมื่อนวลก็แค่อยากจะฝากชีวิตกับใครสักคน แล้วคุณลุงก็เข้ามาขอนวลกับแม่พอดี...

ภวิศทำหน้ายุ่ง แน่ใจนะ ว่ามีเหตุผลแค่นั้น นวลไม่ได้ปิดบังอะไรใหญ่อยู่นะ?

ถนอมนวลเสหัวเราะ เมินหลบสายตาคาดคั้นของเขาเสีย จะปิดบังอะไร? นวลเคยปิดบังอะไรใหญ่ซะที่ไหนกัน...

อย่าให้รู้นะ ถ้าคิดจะปิดบังกันละก็ ทำให้ได้ตลอด... ชายหนุ่มเอ่ยกับเธอด้วยน้ำเสียงราบเรียบ หากสีหน้าและแววตานั้นบอกชัดว่าเขาไม่ได้พูดเล่นเลย เพราะถ้าวันไหนใหญ่ได้รู้ความจริงนั่น และไม่ใช่จากปากนวลแล้วละก็ ใหญ่จะโกรธ โกรธจริงๆ ด้วยนะจะบอกให้

จ้า... เธอรับคำด้วยน้ำเสียงล้อเลียน หวังจะเปลี่ยนอารมณ์คู่สนทนา นวลจะกล้าโกหกได้ยังไง กลัวใหญ่โกรธจะแย่

ให้มันจริงเหอะ เสียงของภวิศยังคงกระเง้ากระงอด จำไว้นะ ไม่ว่าเรื่องอะไร นวลบอกใหญ่ได้ทุกเรื่อง เพราะเราเป็นเพื่อนกัน

ถนอมนวลยิ้มหวาน ที่นวลยังมีความสุขอยู่ได้ ไม่ว่าจะต้องเจอเรื่องอะไรก็ตาม ก็เพราะมีใหญ่เป็นเพื่อนนี่ละ...

คนฟังยิ้มอย่างชื่นใจ แม้จะไม่เชื่อจนนิดเดียวว่าเธอแต่งงานกับไอ้แก่นั่นด้วยเหตุผลนั้น หากก็ไม่เห็นประโยชน์อะไรกับการคาดคั้นเอาสิ่งที่อยากรู้ในเวลาที่เธอไม่พร้อมจะพูดถึงมัน

ถนอมนวลเป็นคนมองโลกในแง่ดี เป็นคนซื่อ เป็นคนที่มักจะอุทิศสมองส่วนใหญ่ของตนเองเพื่อคิดแทนคนอื่นเสมอๆ เป็นคนที่มีความสุขกับการได้เห็นคนอื่นพอใจยิ่งกว่าความพอใจของตัวเอง

เพราะเป็นอย่างนั้น เธอจึงต้องมีเขา... ภวิศตัวร้ายที่คอยแยกเขี้ยวใส่ทุกๆ คนที่จ้องจะเอาเปรียบดวงใจของเขา คอยเป็นเพื่อนแม้จะไม่มีใครคบเธอ(ซึ่งสาเหตุหนึ่งก็เป็นเพราะเขา) และมักจะอยู่ข้างๆ เธอเสมอเพราะกลัวโลกอันโหดร้ายจะเข้ามาแผ้วพานคนขาวสะอาดอย่างถนอมนวล

เขายินดีจะทำหน้าที่นั้นไปทั้งชีวิต แต่... เมื่อเธอเดินเข้าสู่พิธีแต่งงาน เขาก็ต้องถอยให้กับสิ่งที่เธอเลือก ทำเพียงแค่ยืนมองดูด้วยความเป็นห่วงอย่างสุดหัวใจอยู่ห่างๆ เท่านั้นเอง...

 

ปุณยวีร์ยิ้มกับตัวเองเมื่อรถคุ้นตาเคลื่อนตัวออกจากบ้านหลังติดกัน และกำลังจะแล่นผ่านประตูหน้าบ้านของเธอ หญิงสาวกุลีกุจอเปิดประตูรั้วแล้วก้าวออกไปโบกรถคันนั้นทันที

ชายหนุ่มจอดรถ ก่อนเลื่อนกระจกลงมองเธอด้วยสีหน้าประหลาดใจ ออกไปไหนแต่เช้า?

อยากจะติดรถพี่เป้ไปลงแถวๆ ... เธอเอ่ยชื่อสถานที่หนึ่งอันเป็นทางผ่านของเขา พอดีมีนัดถ่ายแบบที่นั่นน่ะค่ะ

ประวีณกดปลดล็อครถ มองดูสาวน้อยร่างแบบบางหากก็ดูสมบูรณ์เต็มวัยสาวก้าวเข้ามานั่งยิ้มหวานให้เขา ใครจะเชื่อ หญิงสาวร้อนแรงบนปฏิทินประเภทปลุกใจจะเป็นคนเดียวกับหญิงสาวหน้าแฉล้ม รอยยิ้มไร้เดียงสาราวกับเด็กเล็กๆ  แถมยังแต่งตัวด้วยเสื้อเชิ้ตแขนยาวกับกางเกงขายาวพอดีกับรูปร่าง มิดชิดเสียจนไม่น่าเชื่อ

ปีนี้มีแพลนจะทำให้ใครๆ ฮือฮาอีกหรือเปล่า หือ คุณนางแบบดัง?

หญิงสาวหัวเราะทันที พี่เป้ไม่ต้องห่วง ปลากัดซะอย่าง

นั่นสิ เขาหัวเราะบ้าง ขณะทอดสายตามองเธออย่างเอ็นดู ปลากัดซะอย่าง ทำหนุ่มๆ หายใจไม่ทั่วท้องกันไปทั้งเมือง

เธอไม่ตอบอะไร หากเพียงแต่ลอบมองเสี้ยวหน้าของคนที่กำลังมุ่งสมาธิไปยังถนนเบื้องหน้าอันคลาคล่ำไปด้วยรถราหนาแน่น หนุ่มๆ คนอื่นอาจหายใจไม่ทั่วท้องเพียงแค่ได้เห็นภาพเธอบนปฏิทิน หากตัวจริงที่ทำให้นางแบบสาวคนดังลมหายใจสะดุดได้ มีเพียงคนเดียวเท่านั้น...

แม้จะไม่ถูกเลือก หากปุณยวีร์ก็ยังมีความสุขที่เขายังคงไม่เลือกใคร ยังอยู่เป็นโสดให้เธอได้มีความหวังไว้หล่อเลี้ยงหัวใจดวงน้อยดวงนี้ต่อไปอีกนานๆ พี่เป้ไม่มีโปรแกรมไปเที่ยวไหนบ้างเหรอคะช่วงสงกรานต์นี่?

ชายหนุ่มนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนอาศัยช่วงเวลาที่รถติดไฟแดงหันมาตอบ ไม่ดีกว่า ไม่อยากไปแย่งกันเที่ยวกับคนอื่น ขอนอนอยู่บ้านสบายๆ ออกไปเดินห้างโล่งๆ บ้างดีกว่า

ปลากัดก็ว่าจะไม่ไปไหน ถ้าพี่เป้จะไปเดินห้าง ดูหนัง ชวนปลากัดด้วยนะคะ

ว่างเหรอ? ไม่เอาดีกว่า ถ้ามีใครเห็นพี่ไปเดินห้างดูหนังกับปลากัด พี่ต้องโดนผู้ชายทั้งประเทศเกลียดเอาแน่ๆ ...

ไม่เอา ปลากัดจะไปกับพี่เป้ ใครจะคิดยังไงก็ไม่สนหรอก หญิงสาวเลื่อนตัวลงพิงบ่าเขา หลับตาลงอย่างสุขใจ แค่พี่เป้ไม่ลืมปลากัดก็พอแล้ว...

ไม่ใช่ไม่รู้ว่าเธอคิดอย่างไร เพียงแต่ประวีณเองก็ไม่แน่ใจในความรู้สึกของเธอเช่นกัน มันอาจเป็นความรัก... หรืออาจเป็นเพียงความรู้สึกฝังใจกับใครสักคนที่เป็นเสมือนฮีโร่ในวัยเด็กของเธอ

แต่สำหรับประวีณ ปุณยวีร์คือน้องสาว เป็นเพียงน้องสาว และจะเป็นเช่นนี้ตลอดไป...

 

หลังจากวนรถหาที่จอดในปั๊มแห่งนี้มาเกือบๆ สิบนาทีจนร่ำๆ จะจอดมันเสียตรงที่จ่ายน้ำมันแล้ววิ่งไปซื้อของที่ต้องการให้หมดเรื่องหมดราว ภวิศก็ได้เห็นรถเก๋งขนาดกะทัดรัดกำลังถอยจากที่จอดหน้าร้านสะดวกซื้อของปั๊มเข้าพอดี

ชายหนุ่มรีบเปิดไฟฉุกเฉิน แล้วจอดมองฝ่ายนั้นถอยออกจากที่จอดอย่างครึ้มอกครึ้มใจ ในหัวใจนึกไปถึงถนอมนวลที่ชอบเบเกอรี่ของร้านกาแฟในปั๊มนี้เอามากๆ

ที่ปั๊มนี้ทำอร่อยดี

ถ้าใหญ่จำไม่ผิด ไอ้ร้านนี้น่ะมันเป็นแฟรนไชส์ไม่ใช่เหรอนวล?

คนโดนดักคอนิ่งไปนิด ก่อนยิ้มแล้วเอ่ยตามประสา แต่ที่ปั๊มนี้อร่อยที่สุดจริงๆ นะ ใกล้บริษัทดีด้วย ใหญ่ว่ามั้ย?

และเพราะกำลังเพลินกับความคิดอันแสนสุขของตัวเอง มารู้สึกตัวอีกทีรถคันนั้นก็ขับลับหายไปจากปั๊มแล้ว ภวิศถอนเท้าจากเบรกทันควัน ก่อนจะต้องกลับไปเหยียบมันอีกครั้งเต็มแรงจนหน้าเกือบคว่ำในวินาทีต่อมา เพราะรถหรูของใครก็ไม่อาจรู้ได้ที่พุ่งออกมาจากช่องจ่ายน้ำมันแล้วปราดเข้าไปช่องจอดที่เขาหมายตาเอาไว้อย่างรวดเร็วนั้นเอง

ภวิศจอดรถทันที เปิดประตูรถแล้วปิดผลัวะอย่างอารมณ์ไม่ดี ก่อนก้าวเร็วๆ มาประจันหน้ากับคู่กรณีที่เพิ่งจะลงมาจากฝั่งผู้โดยสารเช่นกัน

พอได้เห็นกันและกันถนัดตาก็ต่างชะงัก ครู่ใหญ่กว่าที่ภวิศจะเป็นฝ่ายเอ่ยเสียงแข็งขึ้นมาก่อน นี่คุณ ผมมาก่อนนะครับ

ปุณยวีร์เบ้ปากทันที ก็เห็นนายเปิดไฟฉุกเฉินแล้วจอดนิ่งเป็นสากกะเบืออยู่ นึกว่าจะไม่จอดแล้วนี่ จะมาว่ากันได้ยังไง?

ผมไม่ได้ว่า... พยายามข่มอารมณ์แล้วพูดกับอีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงที่พยายามจะให้ราบเรียบที่สุดแล้ว หากกระนั้นความไม่พอใจก็ยังล้นออกมาทางสายตา เรื่องแบบนี้ สำหรับคนที่ได้รับการอบรมจากครอบครัวมาดีพอแล้วก็คงจะคิดเองได้ ไม่ต้องให้ใครมายืนว่าปาวๆ กลางปั๊มหรอกครับ

แม่สาวเซ็กซี่ที่วันนี้สวมมาดทอมบอยมองเขาตาถลน หากภวิศได้ว่าหล่อนแล้ว และมองไปไกลๆ ก็สามารถเห็นได้ว่ามีรถอีกหลายคันทยอยกันถอยออกจากช่องจอดจึงล่าถอยกลับเข้าไปในรถของตัวเอง ขับเลยคนสวยไปจอดห่างออกไปอีกหลายช่อง

ทิ้งให้ปุณยวีร์ยืนเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟันอย่างโมโหหากก็ทำอะไรไม่ได้ ได้แต่ยืนมองคนโรคจิตที่จอดรถแล้วเดินลอยชายหายเข้าไปในร้านกาแฟอย่างไม่พอใจเต็มที่

ชายหนุ่มผู้ทำหน้าที่คนขับรถซึ่งเพิ่งจะเปิดประตูลงมาอย่างไม่รู้อิโหน่อิเหน่เพราะตอนเกิดเหตุกำลังสั่งงานลูกน้องทางโทรศัพท์อยู่นั้น มองอาการหน้างอของหญิงสาวอย่างประหลาดใจ มีอะไรเหรอ?

ไม่มีอะไรหรอกค่ะ แค่คนบ้าๆ กระแทกเสียงตอบ ก่อนปรับสีหน้ามายิ้มแย้มให้เขาได้รวดเร็วตามประสา ปลากัดเข้าไปซื้อของกินหน่อย พี่เป้อยากได้อะไรมั้ยคะ?

ภวิศก้าวออกมาจากร้านกาแฟ สายตาเจ้ากรรมดันกวาดไปเห็นแม่สาวเซ็กซี่ที่เดินแกมวิ่งอย่างเริงร่าออกมาจากร้านสะดวกซื้อ ตรงไปหาร่างสูงที่ยืนคุยโทรศัพท์รออยู่ที่หน้ารถหรูแพงระยับคนนั้นอย่างขวางๆ อ้อ... ไอ้หนุ่มที่มาด้วยหล่อสะเด็ดแต่งตัวเนี้ยบตั้งแต่ปลายผมจรดปลายเท้าอย่างนี้นี่เอง ถึงได้มองผู้ชายที่แต่งตัวไม่ดีเท่าแฟนเจ้าหล่อนเป็นไส้เดือนกิ้งกือ เป็นพวกกุ๊ยไปเสียหมด

คนประเภทที่ตัดสินความเป็นคนของมนุษย์อื่นๆ เพียงแค่ได้เห็นเปลือกนอก ผู้ชายคนนั้นทนคบไปได้ยังไงกัน? จะอะไร้... มาแนวเซ็กซี่ออกแบบนั้น นอกจากจะเอาไว้ควงไปอวดเพื่อนฝูงให้ได้อู้หูโอ้โหแล้วจะทำอะไรได้อีก เขานึกไม่ออกเลยจริงๆ

ใครกันหนอที่เคยพูดว่า ผู้หญิงสวยมักไม่มีสมอง ยิ่งยัยคนนี้... เลือดกับความคิดดีๆ มันคงไปเลี้ยงส่วนอื่นเสียหมดถึงได้มีมากมายเกินหน้าเกินตาสาวๆ คนอื่นเสียเหลือเกิน

สุดท้ายภวิศก็สะบัดสายตากลับมาจากภาพตรงหน้า ก่อนขึ้นรถแล้วขับออกมาโดยไม่ใส่ใจกับคนคู่นั้นอีกต่อไป

 

ห้องนอนของประวีณเปลี่ยนไปมาก อันที่จริงแล้ว... ชายหนุ่มเพิ่งจะสำนึกขึ้นมาได้ว่า เขาอาจจะเข้าห้องผิด

จนกระทั่งมารดาที่เดินตามหลังมาเอ่ยขึ้นนั่นละ อ้าว ยืนอยู่ทำไมล่ะเป้ ทำไมไม่เข้าห้อง?

นี่ไม่ใช่ห้องผม ตอบแล้วทำท่าจะถอยจากตรงนั้น หากไม่ใช่เพราะคุณปารมีดึงแขนเอาไว้ละก็ เขาคงจะไปไกลแล้ว

ก็ห้องเป้นั่นละ แม่แค่ให้พี่ปุ๊กเค้ามาช่วยดูๆ จัดๆ ให้มันเหมือนห้องข้าวใหม่ปลามันหน่อย...

ชายหนุ่มเลิกคิ้วมองไปทั่วๆ ห้อง เพิ่งจะรู้ในวันนี้เองว่าความเป็นข้าวใหม่ปลามันนั้นมันสร้างได้ง่ายดายเพียงใด แค่สลัดผ้าปูเตียงสีทึมของเขาออกแล้วแทนที่ด้วยผ้าคลุมสีหวาน เปลี่ยนวอลล์เปเปอร์ให้เป็นลายดอกไม้เปรอะไปหมด เปลี่ยนม่านและอุปกรณ์ตกแต่งห้องเป็นสีชมพู แถมด้วยการยัดตู้เสื้อผ้าเข้ามาอีกใบ...

ชอบมั้ยลูก? ยังมีแก่ใจจะมาถาม ประวีณหัวเราะหึ

ชอบครับ แต่... เว้นวรรคมาดูอาการฟังอย่างใจจดใจจ่อของมารดา ถ้าจะให้ดีกว่านี้ หาโซฟาตัวโตๆ ให้ผมอีกสักตัวนะครับแม่

โซฟา? ทวนคำอย่างงุนงง เอามาทำอะไร?

เอาไว้ให้คุณถนอมนวลเค้านอนไงครับ พูดจบก็ก้าวเข้าห้อง ปิดประตูตามหลังทันทีอย่างเหนื่อยใจ กลับเข้ามาอยู่ในห้องของตัวเองที่ไม่เหมือนกับห้องของเขาที่เคยเป็นอีกต่อไป

ประวีณมองไปรอบๆ ตัวอีกครั้ง แค่ห้องเปลี่ยนไป... เพียงเท่านี้เขาก็ยังรู้สึกร้อนในอกจนเหมือนจะทนไม่ได้ แล้วหากถึงวันที่ สิ่งแปลกปลอม มาอยู่ร่วมห้อง เขาจะทำใจได้อย่างไร?

ผู้หญิงคนนั้น... หน้าตาเป็นแบบไหนกันนะ?

 

ถนอมนวลเดินทอดน่องอยู่ในร้านหนังสือแห่งนี้มากว่าชั่วโมงแล้ว หลังจากมีนัดหมายกับภวิศเพื่อมาดูหนังรอบค่ำกันเนื่องในโอกาสที่วันรุ่งขึ้นเป็นวันหยุด

หนังสือในร้านมีมากมายหลายหมวด แต่คนอย่างถนอมนวลก็ชอบแต่นิยายกับหนังสือแฟชั่นที่มีคำแนะนำดีๆ สำหรับการแต่งตัว แต่งหน้า และทริคดีๆ สำหรับหาคู่...

แกอ่านไปก็ไร้ประโยชน์ว่ะนวล เพื่อนที่เรียนมหาวิทยาลัยด้วยกันมาเคยพูดเอาไว้อย่างนี้ สู้เอาเงินที่แกซื้อหนังสือแฟชั่นพวกเนี้ย ไปซื้อยาฆ่าแมลงมาให้ใหญ่มันกินซะ แกได้มีแฟนแน่นอน เชื่อฉัน

แต่ไหนแต่ไรมา ถนอมนวลไม่เคยมีแฟน ไม่เคยมีแม้แต่ชายหนุ่มที่จะเข้ามาคุย อันที่จริงถ้าจะพูดให้ตรงคงจะต้องบอกว่า เธอไม่เคยมีเพื่อนผู้ชายสักคนเลยนอกจากภวิศ

ผู้ชายน่ะน่ากลัวออกจะตายไป นวล... เขาเคยพูดกับเธออย่างจริงจัง เมื่อมีหนุ่มคนหนึ่งอาจหาญมอบดอกกุหลาบสีชมพูหวานให้เธอในวันวาเลนไทน์ตอนม.ปลาย ใหญ่มีเพื่อนผู้ชายเยอะ รู้ดีว่าพวกมันน่ะนิสัยเป็นยังไง ต่อหน้าก็หวานดีหรอก ลับหลังเอาไปพูดซะไม่มีดี

ถนอมนวลดักคอ ใหญ่ก็คุยกับพวกนั้นด้วยใช่มั้ยล่ะ ถึงได้รู้?

ก็แค่ฟังละน่า... สารภาพพร้อมกับรอยยิ้มเจื่อน ก่อนร้องเสียงดังเมื่อเธอทำหน้าไม่เชื่อ จริงๆ นะ ใหญ่เคยมีแฟนให้นินทาเหมือนพวกมันที่ไหนกันเล่า...

หลังจากกวาดนิยายจากนักเขียนคนโปรดมาพลิกอ่านอย่างลวกๆ จนหมดชั้น ก็เลยพาตัวเองมาเตร็ดเตร่ตรงแผงนิตยสาร เลือกหยิบนิตยสารสำหรับผู้หญิงขึ้นมาเล่มหนึ่งพร้อมกับตัดสินใจที่จะซื้อแล้วเอาไปอ่านรอเจ้าของนัดที่ร้านไอศกรีมเสียที

คนยังคงหนาตา อาจเพราะรุ่งขึ้นเป็นวันหยุดสุดสัปดาห์ ร้านอาหารส่วนใหญ่ในห้างสรรพสินค้าแห่งนี้จึงเต็มแน่นไปเสียทุกร้าน ยังดีที่ร้านไอศกรีมยังพอเหลือโต๊ะว่างเล็กๆ พอให้ถนอมนวลได้ยึดเป็นที่ฝังตัวรอเจ้ามือ

จัดวางตัวเองลงนั่งได้สักครู่ก็มีสายเข้าจากภวิศ นวล หิวยัง? ใหญ่ใกล้จะไปถึงแล้ว อีกสิบห้านาที...

นวลรออยู่ที่ร้านไอติม ตอบพลางมือก็พลิกเปิดหน้าหนังสือไปเรื่อยๆ จะกินไอติมรอละกัน

เดี๋ยวก็กินข้าวไม่ลงหรอก เสียงตำหนิตามสายนั้นทำเอาคนฟังหน้ายุ่ง

ไอติมถ้วยนิดเดียว อย่าบ่นไปหน่อยเลยน่... ตั้งท่าจะต่อว่าแล้วตัดบท หากก็ไม่ได้ทำอย่างที่ตั้งใจเมื่อมือเจ้ากรรมดันเปิดไปถึงคอลัมภ์ซุบซิบไฮโซ แล้วภาพของใครบางคนที่แสนจะเจนใจก็ปรากฏให้เห็น...

เพียงแค่แวบเดียวเท่านั้นที่สายตากวาดผ่าน ถนอมนวลก็ระลึกได้ถึงกระทั่งกระแสเย็นเยียบของสายฝนในวันนั้น...

เขา... ชื่อประวีณ...

 

หนังสนุกดี วันหลังเรามาดูกันอีกนะนวล...

หญิงสาวพยักหน้าส่งๆ อันที่จริงเธอแทบไม่มีสมาธิจะดูมันเลยด้วยซ้ำ แทบจะจับใจความอะไรในภาพยนตร์นั่นไม่ได้เอาเลย หัวใจและสมองมันมีแต่ภาพของเขาเต็มไปหมด

ชื่อของเขายังวนเวียนอยู่ในหัว เพียงแค่เห็นเท่านี้เธอก็จำได้ เขาคือคนๆ เดียวกับผู้ชายใจดีที่ช่วยเรนเอาไว้ในคืนฝนพรำนั่น... ในที่สุดถนอมนวลก็ได้รู้แล้วว่าเขาเป็นใคร...

ภวิศมองอาการเหม่อลอย ถามคำตอบคำของเพื่อนสนิทอย่างไม่เข้าใจ เป็นอะไรน่ะนวล ทำท่าแปลกๆ ตั้งแต่เมื่อกี้แล้ว...

เปล่า

มีอะไร หรี่ตามองมาอย่างจับสังเกต บอกมานะ...

คนโดนคาดคั้นถอนหายใจยาว การจะปิดบังเรื่องอะไรก็ตามต่อคนที่อยู่กับเราเกือบจะตลอดเวลานั้นทำได้ยากยิ่ง บางทีถนอมนวลอาจไม่เคยทำได้เลยด้วยซ้ำ ภวิศรู้ทุกอย่าง จับอารมณ์ของเธอได้เสมอทุกครั้งที่มันมีการเปลี่ยนแปลง แถมยังทำนายได้แม่นเสียยิ่งกว่ากรมอุตุฯ พยากรณ์อากาศเสียอีก

ก่อนจะบอก ขอถามก่อนได้ไหม? รอจนอีกฝ่ายพยักหน้าเป็นเชิงอนุญาตแล้วจึงเอ่ยต่อ ใหญ่รู้จักนามสกุลนี้รึเปล่า?

รู้ ตอบทันทีที่อีกฝ่ายเอ่ยนามสกุลนั้นจบ จะไม่รู้จักได้ยังไง ก็นามสกุลนี้น่ะเป็นเจ้าของบริษัทที่กำลังจะเป็นลูกค้ารายใหม่ของเราไง

หา?

ไม่หาละ ตอนนี้ใหญ่กำลังดิวรายละเอียดงานกับเขาอยู่ อีกไม่นานคงได้เฮ... อธิบายต่ออีกนิด ...ครอบครัวนี้เค้าก็ดังใช่เล่นหรอก แต่ไอ้ที่ดังน่ะ ไม่รู้ว่าเป็นเพราะคนอื่นให้ความสนใจ หรือเจ้าตัวโปรโมทตัวเอง นวลก็รู้ บ้านเราเมืองเรา คนบ้าชื่อเสียง อยากจะเป็นที่รู้จัก อยากให้ใครๆ รู้ว่าร่ำว่ารวย มีเงินมีทองจะตายไป

อย่าไปว่าเค้าเลยน่า ไม่รู้จักกันซะหน่อย...ถนอมนวลทำหน้ายุ่ง เค้าอาจจะเป็นคนดี อ่อนโยน มีใจเมตตาต่อสัตว์โลกก็ได้

คนถูกต่อว่าเบ้ปาก นวลก็ไม่รู้จักเค้าเหมือนกันละน่า จะมาแก้ตัวแทนทำไม? ว่าแต่... ถามทำไมเหรอ?

เปล่า ตอบเพราะเป็นคำติดปากเสียมากกว่าจะหมายความดังนั้นจริงๆ ก็แค่... เห็นข่าวในหนังสือก็เลยถามดูเท่านั้นเอง นามสกุลเค้าเพราะดีนะ

แล้วภวิศก็ไม่ใส่ใจจะคุยกับเธออีก ปล่อยให้ถนอมนวลได้นึกถึงคนๆ นั้นอย่างเต็มที่ เขา... ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม หากสถานะทางสังคม และสถานะที่กำลังจะเปลี่ยนไปของถนอมนวลก็คงจะทำให้ไม่มีวันได้พบกัน หรือหากพบ... เขาก็คงจะเป็นเพียงแค่ ชายในฝัน ของถนอมนวลตลอดไป...

 

 



 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

107 ความคิดเห็น

  1. #15 พชรเมขลา (@5180010455) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 17 มีนาคม 2557 / 14:06
    ชอบภวิศนะ ผู้ชายที่ปกป้องเราทุกเวลา แม้ไม่ได้รับสิ่งตอบแทนก็ยังทำ หึ นายประวีณ กล้ามาแตะต้องหนูนวลล่ะก็...ภวิศสู้ตายนะจ๊ะ
    #15
    0