กลรักนางบำเรอ (จบบริบูรณ์) ลบเนื้อหา 12/5/57

ตอนที่ 5 : บทที่ห้า

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 561
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    14 ม.ค. 57

บทที่ห้า

เสียงกริ่งที่หน้าประตูรั้วดังขึ้นในตอนสายของวันอาทิตย์ เมื่อถนอมนวลกำลังวุ่นอยู่กับการเก็บเครื่องนอนทั้งของเธอและของมารดาลงมาจัดการแยกซักและนำออกผึ่งแดด อันเป็นกิจวัตรประจำที่ต้องทำทุกสัปดาห์

หญิงสาวขมวดคิ้ว วางมือจากงานก่อนวิ่งเร็วๆ ลงมายังชั้นล่างเมื่อเสียงกริ่งดังขึ้นเป็นครั้งที่สอง และสาม...

ผู้ที่ยืนอยู่หลังประตูรั้วและมีหน้าตาที่ไม่คุ้นเคยเลยนั้นเป็นสตรีวัยน่าจะเลยกลางคนไปไม่น้อย เรือนกายหุ้มห่อด้วยเสื้อผ้าที่ถนอมนวลพอจะมองออกว่ามันมีราคาค่างวด แค่แว่นตาพะยี่ห้อดังนั่นก็น่าจะเหยียบหลายหมื่นแล้ว

มาพบใครคะ?

คุณปารมีถอดแว่นกันแดดออกทันทีที่ได้เห็น เจ้าของบ้าน ซึ่งเป็นเด็กสาวหน้าตาเกลี้ยงเกลา ผิวค่อนข้างคล้ำ เมื่อพิศดูดีๆ ก็จะเห็นว่ามีเค้าหน้าของ ลูกหนี้ ที่เธอเคยพบผ่านๆ เมื่อฝ่ายนั้นไปกับญาติของเธอที่บ้านเพื่อเจรจาเรื่องเงินๆ ทองๆ

ฉันมาพบคุณณุสราจ้ะหนู ไม่รู้ว่าอยู่ไหม?

แม่ไปซื้อของค่ะ หญิงสาวตอบพลางกุลีกุจอเปิดประตูรั้วให้อีกฝ่าย เชิญเข้ามานั่งรอในบ้านก่อนค่ะ

ผู้สูงวัยกว่าเดินย้อนกลับไปยังรถหรูยี่ห้อบอกราคาแพงลิบลิ่วเพื่อสั่งการอะไรบางอย่าง ก่อนจะเดินกลับมาหาหญิงสาวอีกครั้ง และเดินตามเข้าไปในบ้านอย่างเงียบๆ

อีกนานไหมจ๊ะหนู กว่าคุณณุสราจะกลับ?

บ้านที่ได้เห็นอยู่นี้เป็นบ้านไม้สีครีมสองชั้นขนาดไม่ใหญ่มากนัก สนามหญ้าหน้าบ้านเต็มไปด้วยไม้ดอกหลากหลายชนิดหากก็ไม่ดูรก บ่งบอกถึงความชอบและเอาใจใส่ของเจ้าของบ้าน แนวเข็มสลับสีทั้งส้มและแดงปลูกเป็นพุ่มเตี้ยติดกันแน่นๆ เป็นแนวจากประตูรั้วทอดยาวไปยังเชิงบันไดอันทอดสู่ระเบียง ณ ที่ตรงนั้นมีโต๊ะเก้าอี้ไม้ขนาดสี่คนนั่งวางอยู่ ระแนงไม้ที่ถูกตีเอาไว้ห่างๆ เชื่อมด้านบนของเสาระเบียงทั้งสามด้านนั้นแขวนสลับไปด้วยดอกกล้วยไม้หลากสีหลายพันธุ์

คงอีกสักพักค่ะ แม่เพิ่งจะออกไปได้เดี๋ยวเดียวเอง รับกาแฟมั้ยคะ?

ผู้มาเยือนส่ายหน้านิดๆ ขณะตัดสินใจนั่งลงที่ริมระเบียงนั่นเอง ทอดสายตามองตามร่างแบบบางของหญิงสาวเจ้าของบ้านที่ก้าวหายลับไปในตัวบ้านแล้ว ในหัวใจกลับรู้สึกตะหงิดๆ กับรอยยิ้มของอีกฝ่าย... รอยยิ้มที่ดูคุ้นเคยหากก็เป็นความคุ้นเคยที่ไม่อาจแยกแยะแจกแจงและอธิบายออกมาได้ว่าคุ้นเคยอย่างไรหรือเหมือนผู้ใด

เด็กสาวเดินมาหาเธออีกครั้งพร้อมกับแก้วชาใบย่อมกรุ่นควัน ชาเขียวร้อนๆ ค่ะ

ขอบใจนะ

ถนอมนวลเลือกเก้าอี้ตรงข้ามกันกับ แขก ลอบมองอีกฝ่ายพอไม่ให้เป็นการเสียมารยาท พยายามจะคาดเดาและรำลึกว่าผู้มาเยือนจะเป็นใคร เพื่อนของพ่อ...? เพื่อนของพ่อส่วนใหญ่เป็นผู้ชายเพราะพ่อเป็นศิษย์เก่าโรงเรียนชายล้วนเอกชนชื่อดังก่อนจะไปเรียนต่อต่างประเทศ หรือ... จะเป็นเพื่อนของแม่? นอกจากคุณน้าวิบ้านข้างๆ แล้ว เธอก็ไม่เคยเห็นว่าจะมีเพื่อนแม่คนไหนที่ไปมาหาสู่ กระทั่งจะติดต่อกันทางโทรศัพท์บ้างเลย

แต่ก็นั่นละ เธอก็คงจะไม่ได้รู้จักเพื่อนของแม่ทั้งหมดหรอก ขอโทษนะคะ คุณเป็นเพื่อนของแม่เหรอคะ?

คนถูกถามเพียงแต่ยิ้ม ไม่ให้คำตอบใดๆ หากความรู้สึกเอ็นดูในเด็กสาวตรงหน้ากลับบังเกิดขึ้นเพียงแค่ได้เห็นรอยยิ้มของอีกฝ่าย หนูชื่ออะไรจ๊ะ?

นวลค่ะ หนูชื่อถนอมนวล... รอยยิ้มของคนตอบดูเหมือนจะกว้างขึ้นไปอีกเมื่อผู้ฟังทำสีหน้าประหลาด เชยใช่มั้ยคะ? ชื่อนี้คุณย่าเป็นคนตั้งให้ค่ะ

เพราะดี ฉันไม่เคยได้ยิน... คุณปารมีเอ่ยตอบเบาๆ แล้วเริ่ม สัมภาษณ์ แบบเนียนๆ ยังเรียนอยู่เหรอจ๊ะ?

เพิ่งจบปริญญาตรีเมื่อปีก่อน ตอนนี้ทำงานแล้วค่ะ

ผู้สูงวัยกว่าพยักหน้ารับรู้ เด็กสาวตรงหน้าดูเหมือนเพิ่งจะผ่านการศึกษาขั้นพื้นฐานมาเสียด้วยซ้ำ ดวงตากลมโตใสแจ่มแจ๋ว ผิวพรรณแม้จะคล้ำผิดความนิยมของยุคสมัยนี้ไปบ้างหากก็ดูนวลเนียนสมชื่อ รอยยิ้มบนริมฝีปากอิ่มเต็มสีเรื่อนั่น... เหมือนใครกันหนอ นึกไม่ออกเอาจริงๆ ...

ป้าก็มีลูกสาว เปลี่ยนสรรพนามของตนเองทันที ตอนนี้มีครอบครัวไปแล้ว อย่างว่าละนะ ลูกสาวของเราพอถึงวัยหนึ่งก็ต้องมีครอบครัว ต้องดูแลสามี ดูแลลูก ต้องห่างจากอกเราไป...

ดวงแก้วใสแจ๋วของคนฟังหมองลงไปถนัดตา เมื่อสำนึกได้ว่าตนเองก็กำลังจะก้าวเข้าสู่วงจรชีวิตเช่นนั้นเช่นกัน...

แต่ก็นั่นละ ป้ายังมีลูกชายอีกสองคน ได้ลูกสาวเพิ่มมาหนึ่งแล้วแต่ก็แยกบ้านกันอยู่เพราะเขามีกิจการของครอบครัวที่ต้องดูแล เหลือแต่ลูกชายอีกคน... คุณปารมียิ้มให้เด็กสาว คนนี้ป้าตั้งใจจะให้เค้าแต่งงานแล้วก็อยู่ที่บ้านกับป้าเหมือนเดิมเพราะพี่ๆ น้องๆ แยกครอบครัวไปกันหมดแล้ว เค้าเอง... ก็น่าจะได้แต่งงานในเร็ววันนี้แล้วละ

หญิงสาวยิ้มตอบ แม้จะไม่เข้าใจสักนิดว่าเหตุใดคนตรงหน้าจึงเล่าเรื่องของครอบครัวให้ คนอื่น อย่างเธอฟัง หากถนอมนวลก็คือถนอมนวลที่สามารถรับฟังได้แม้เรื่องที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับตัวเองเลยก็ตาม

คุณปารมีมองนาฬิกาข้อมือ แล้วตัดใจลุกจากบรรยากาศร่มรื่นนี้ ป้าคงรอไม่ได้แล้วเพราะมีธุระจะต้องไปทำอีก ยังไงจดเบอร์โทรศัพท์ที่บ้านหนูให้ป้าทีเถอะ ไว้ป้าจะโทร.หาแม่ของหนูก็แล้วกัน

 

เจ้าแมวตัวอ้วนท้วนสีขาวสะอาดสะอ้านเพราะมีคนคอยดูแลราวกับเป็นเจ้านายผู้สูงศักดิ์ ลุกขึ้นจากที่นอนประจำมาบิดขี้เกียจ แล้วนวยนาดมาคลอเคลียแข้งขาของประวีณทันทีที่ชายหนุ่มย่างเท้าขึ้นไปบนศาลาไม้ริมสระบัว

สโนว์มันรู้กินรู้อยู่นะคะ คุณเป้ กะคนอื่นมันสนที่ไหน คอยจะประจบแต่คุณเป้คนเดียว...

ป้าหนึ่ง แม่บ้านของเขาเคยเล่าถึงนิสัยเจ้าแมวอ้วนให้เขาฟังอย่างนั้น ใครๆ ในบ้านก็โจษจันกันว่ามันเป็นแมวที่แสนยโส ไม่ยอมให้ใครถูกเนื้อต้องตัวนอกจากประวีณ และที่ศาลาริมสระบัวนี้เป็นมุมโปรดที่มันชอบมาขลุกนอนอยู่ทั้งวี่ทั้งวัน

มือใหญ่ลูบไล้บนขนนุ่มนั้น สมองนึกย้อนไปถึง ที่มาของมัน ความคิดที่นำพาสายลมอันเยียบเย็นและเหน็บหนาวให้พัดเข้ามาในหัวใจของเขาเสมอ

แพรรักมันมาก และมักจะใช้เวลาในทุกวันหยุดมาขลุกอยู่กับเขาและมันเสมอๆ พร้อมกับคำพูดเศร้าๆ การได้เป็นคนให้ มันทำให้รู้สึกดีจังเลยนะ

เขาแย้งทันทีชีวิตแพรก็ให้คนอื่นมาตลอดนี่...

เพราะทั้งชีวิตของเธอ แพรต้องทำหลายสิ่งหลายอย่างเพื่อพ่อ แม่ น้องชายและน้องสาว เพื่อพยุงฐานะของพ่อที่ใฝ่ฝันอยากจะเล่นการเมือง เพื่อรักษาหน้าตาของแม่ที่รักการใช้ชีวิตในงานสังคมยิ่งกว่าลูกในไส้คนนี้ เพื่อให้ทุกคนในบ้านได้มีเงินให้ถลุงอย่างสบายมือ

แต่ตัวของเธอเอง... แพรไม่เคยใช้ของแบรนด์เนม ไม่เคยรู้จักเสื้อผ้ายี่ห้อหรูๆ เธอก็เป็นเพียงแค่หญิงสาวที่ตั้งหน้าตั้งตาดูแลกิจการอันใกล้จะล้มโดยไม่มีสมาชิกคนใดในครอบครัวมาเหลียวแล วันทั้งวันหมดไปกับการเดินคุมงานจนหน้ามัน คืนทั้งคืนหมดไปกับการต้องอยู่ในอ้อมกอดของใครสักคนที่มารดาคัดสรรมาแล้วว่ามีเงินไม่ต่ำกว่าร้อยล้าน

เรือนกายที่ผ่านมือทั้งนักการเมืองระดับประเทศ เศรษฐีที่สามารถสนับสนุนเงินจำนวนมากให้แก่ทางบ้าน คือร่างกายของคนที่ประวีณรักเสียยิ่งกว่าหัวใจของตัวเอง

แพรมันก็ไม่ต่างจากอีตัวหรอก แค่ไม่ต้องไปยืนรอข้างถนน แต่มีแม่เป็นผู้จัดการ คอยจัดคิวให้ว่าคืนนี้จะต้องไปนอนกับใคร ที่ไหน... เธอเคยเอ่ยกับเขาด้วยรอยยิ้ม... รอยยิ้มติดจะหยันที่เขาไม่รู้ว่าเธอต้องการเยาะตัวเองหรือโชคชะตา เป้รับได้จริงๆ น่ะเหรอ ที่แฟนของเป้เคยนอนกับผู้ชายมาเกือบค่อนประเทศ ถ้าทางบ้านเป้จัดงานแต่ง พนันได้เลยว่าแปดสิบเปอร์เซนต์ของบรรดาแขกผู้มีเกียรติทั้งหลายนั่นน่ะ เคยขึ้นเตียงกับแพรมาแล้ว

แพรก็คือแพร ถึงแพรจะเป็นผู้ชายแปลงเพศมาเป้ก็จะรัก... หัวเราะขึ้นมาพร้อมๆ กับเธอ ทำไมคนเราต้องสนใจว่าคนที่จะอยู่ในชีวิตของเราเคยเดินผ่านอะไรมาบ้าง ทำไมต้องคาดหวังว่าเขาจะมีชีวิตที่ดีมาตลอดจนกระทั่งมาพบกับเรา จริงอยู่ สิ่งที่แพรทำมามันผิด แต่เป้มีสิทธิ์จะเลือกเหรอว่าจะไม่รักแพร ก็คนมันรักไปแล้วนี่

เพราะความรักไม่เคยให้สิทธิ์ใครได้เลือก เพราะความรักไม่เคยให้โอกาสใครถึงเพียงนั้น เราไม่อาจเลือกได้ว่าจะรักใคร ไม่อาจเลือกได้ว่าคนที่เรารักจะต้องรักเราและเป็นของเราแต่เพียงผู้เดียว

และเพราะคนเราไม่อาจใช้ความรักหล่อเลี้ยงร่างกายได้แทนลมหายใจ สุดท้าย... แพรก็จากไปด้วยอาการแทรกซ้อนจากโรคเอดส์...

สโนว์ร้องเรียกประวีณกลับมาจากภวังค์อันแสนเศร้า ห้วงความคิดที่เสมือนหลุมดำดักลวงให้ชายหนุ่มตกลงไปเสมอ ไม่ว่าเมื่อไหร่ที่นึกถึงเธอ ก็มีแต่ความเสียใจ...

เป้

มารดาเดินตรงมาหาเขาในเครื่องแต่งกายที่บอกชัดว่าเพิ่งจะกลับจากข้างนอก มานั่งทำอะไรอยู่คนเดียว?

แล้วแม่จะให้ผมนั่งกับใครล่ะครับ? ย้อนถามหน้าตาเฉยก่อนหัวเราะเมื่อถูกค้อนไปตามคาด บ้านนี้มันมีใครเสียที่ไหน เหลือแต่ผมกับสโนว์นั่งอยู่นี่ไง

คุณปารมีสะดุดใจกับรอยยิ้มกว้างของลูกชาย ไม่ใช่เพราะไม่ค่อยได้เห็น แม้จะมีเรื่องเศร้าฝังรากลึกอยู่ในหัวใจอย่างไรหากประวีณก็ยังคงยิ้มและมีความสุขเสมอเมื่ออยู่กับครอบครัว

แต่เป็นเพราะเธอเพิ่งจะได้คำตอบ รอยยิ้มของเด็กสาวที่ชื่อถนอมนวลนั้นเหมือนกับใคร!

 

ณุสรากำลังวุ่นวายอยู่กับการให้น้ำกล้วยไม้ ดอกไม้โปรดของสามีที่ตอนนี้กำลังระเหเร่ร่อนเพราะสิ่งที่ตัวเองได้ก่อและทิ้งเอาไว้ เมื่อโทรศัพท์ในบ้านดังขึ้น

ถนอมนวลไม่อยู่ คงจะซ้อนท้ายจักรยานของภวิศออกไปที่สนามเด็กเล่นหน้าหมู่บ้านเหมือนที่ทำกันเป็นประจำทุกสัปดาห์ หากเมื่อนึกถึงเด็กหนุ่มข้างบ้าน เธอก็ได้แต่สะท้อนใจ

หากจะเลือกภวิศให้กับลูกสาว เธอก็เชื่อเหลือเกินว่าครอบครัวของฝ่ายนั้นจะสามารถฉุดดึงทั้งเธอและลูกขึ้นมาจากวิกฤตครั้งนี้ได้ แต่... กับเพื่อนที่จริงใจต่อเธอมาเสมอ ช่วยเหลือเกื้อกูลกันมาก็มาก เธอจะคิดเอาแต่ผลประโยชน์จากอีกฝ่ายได้อย่างไร

สวัสดีค่ะ

สวัสดีค่ะ คุณณุสรารึเปล่าคะ?

น้ำเสียงที่ตอบกลับมานั้นไม่คุ้นหูเลย ผู้ฟังทางปลายสายด้านนี้ย่นคิ้วอย่างงุนงง ใช่ค่ะ...

สวัสดีค่ะ คุณณุสรา ดิฉันเป็นภรรยาของคุณปณิธาน ปารมีค่ะ... คำตอบที่ได้กลับมานั้นทำเอาคนฟังหน้าเผือดสีไปในบัดดล ด้วยรู้ดีว่าธุระอันใดที่ทำให้บุคคลระดับ ไฮโซ คนหนึ่งของประเทศไทยโทร.มาหาเธอได้

ค่ะ คุณปารมี...

คือ... คุณปณิธานแกให้ดิฉันโทร.มาสอบถามเรื่องสัญญาที่คุณมนัสทำไว้น่ะค่ะ มันใกล้จะครบกำหนดแล้ว... อีกฝ่ายยังคงพูดมาด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อยคล้ายไม่ได้กำลัง ทวงหนี้ อยากจะทราบว่าทางคุณจะจัดการยังไงกับเรื่องนี้น่ะค่ะ เพราะมันก็มีหลายฝ่ายเกี่ยวข้องอยู่

เรื่องนั้น... ถอนหายใจแทนคำตอบ คำตอบ... ที่แม้แต่ตัวเธอเองก็ยังหามันไม่ได้เช่นกัน

คู่สนทนาฉวยจังหวะที่เงียบงันนั้นเอ่ยต่ออย่างรวดเร็ว ดิฉันทราบมาว่าคุณมนัสแกหนีไปแล้ว ทิ้งเรื่องใหญ่ขนาดนี้เอาไว้ให้คุณกับลูกสาว แต่เรื่องหนี้เนี่ยดิฉันคงผ่อนผันให้ไม่ได้เพราะมันเป็นเงินของบริษัท แล้วคุณมนัสแกก็ทำสัญญากับทางบริษัท ไม่ใช่ส่วนตัว

ดิฉัน..

เป็นอีกครั้งที่เธอไม่อาจพูดได้อย่างที่ใจนึก เมื่อคนทางปลายสายเอ่ยสวนขึ้นมาอีก แล้วถ้าหากเรื่องนี้ทำให้คุณหนักใจมากละก็ ดิฉันมีข้อเสนอนะคะ

คะ?

เจ้าหนี้ เอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงจริงจัง มาพบดิฉันหน่อยได้ไหมคะ ดิฉันจะรออยู่ที่ร้านกาแฟหน้าหมู่บ้านคุณ

 

แต่งงาน?

คนเป็นลูกหนี้ทวน ข้อเสนอ ของเจ้าหนี้ที่นั่งอยู่ตรงข้าม สตรีวัยน่าจะมากกว่าเธอหลายปีหากการแต่งหน้าและเครื่องแต่งกายนั้นทำให้ดูสาวสดกว่าเธอหลายเท่านัก หมายความว่ายังไงคะ ที่อยากจะให้ลูกสาวดิฉันแต่งงาน?

คืออย่างนี้ค่ะ... คุณปารมีวางแก้วกาแฟลง เริ่มต้นพูดคุยกับคู่สนทนาอย่างจริงจัง ลูกชายคนกลางของฉันน่ะ อายุจะสามสิบสามแล้วแต่ก็ยังโสดอยู่ แฟนเค้าตายไปสามสี่ปีแล้วแต่ก็ยังไม่ยอมมองผู้หญิงที่ไหนสักทีทั้งๆ ที่ฉันน่ะจัดหามาให้สารพัดสารพัน

คนฟังขมวดคิ้ว หน้ายุ่ง เพราะสิ่งที่เอ่ยมายาวเหยียดนั้นไม่ได้ทำให้เข้าใจวัตถุประสงค์ของอีกฝ่ายได้เลย แล้ว...?

ฉันน่ะ กวาดมาหมดทั้งแวดวงไฮโซ ญาติพี่น้องของลูกน้อง เพื่อนบ้าน คนรู้จักของญาติ คุณคิดดูสิคะว่าตลอดสี่ปีที่ผ่านมาน่ะ ฉันพยายามแค่ไหน... อธิบายเสียละเอียดลออเกินจำเป็น ก่อนจะถอนหายใจเฮือกใหญ่ แต่ลูกชายฉันน่ะมันก็ไม่เอาใครสักคน

ค่ะ แล้ว...?

คุณณุสราเชื่อมั้ย เรื่องที่ว่าคนที่หน้าตาคล้ายๆ กันคือเนื้อคู่กัน? สุดท้ายก็เอ่ยประโยคคำถามที่ไม่เกี่ยวข้องสักนิดกับเรื่องข้างต้นให้คนฟังยิ่งงงขึ้นไปอีก ฉันว่าจริงนะคะ มันคงจะเป็นโค้ดลับที่พระเจ้าประทานมาให้เพื่อใบ้ให้เราได้รู้ว่าอีกครึ่งหนึ่งของวิญญาณของเราน่ะ คือใคร...

ณุสรายิ้มนิดหนึ่งเมื่อหวนนึกถึงเรื่องของตนเอง เธอกับสามีนั้น เมื่อแรกแต่งงานกันใหม่ๆ เวลาเดินไปที่ไหนด้วยกันใครๆ ก็มักจะทักว่าเป็นพี่น้อง ก็อาจจะใช่นะคะ...

นั่นสิคะ แล้วเมื่อวาน... ฉันได้เห็นลูกสาวคุณ หนูนวลน่ะค่ะ... น้ำเสียงและสีหน้าสีตาของคนพูดดูมั่นใจเสียเหลือเกิน เวลาหนูนวลยิ้มน่ะ เหมือนนายเป้ไม่มีผิดเลย ฉันเลยถูกชะตา อยากจะขอมาเป็นลูกสะใภ้

คนอายุน้อยกว่าสำลักกาแฟเย็นที่กำลังจิบอยู่ทันที หลังจากไอจนแสบคอแล้วยังไม่ได้ทันได้เอ่ยอะไร คุณปารมีก็เอ่ยดักขึ้นมาก่อนเสียอีก แล้วเรื่องหนี้นั่นน่ะ ดิฉันจะจ่ายให้กับบริษัทเองนะคะ

เรื่องนั้นน่ะ มันไม่ใช่ปัญหาหรอกค่ะ ถ้าทั้งลูกสาวดิฉันกับลูกชายคุณปารมีรักกัน... สุดท้ายเธอก็ได้พูดเสียที หากก็เป็นไปด้วยความอึดอัดใจเหลือแสน แต่... ลูกชายคุณจะชอบยัยนวลเหรอคะ พวกเค้าไม่เคยได้เจอกันสักครั้ง อีกอย่าง ยัยนวลเองก็กำลังจะแต่งงาน...

แต่งงาน? ทวนคำถามเดียวกันเป๊ะ หากน้ำเสียงนั้นบ่งบอกว่าตกใจมากกว่าที่เธอเป็นฝ่ายถามเมื่อแรกหลายเท่า หนูนวลจะแต่งงานเหรอคะ? แกมีแฟนแล้วเหรอ? ผู้ชายคนนั้นเป็นใครกันคะ? คบกันมานานรึยัง? หน้าที่การงานเป็นยังไงคะ?

คำถามของคนไม่รู้ตื้นลึกหนาบางนั้นกลับกระตุ้นน้ำตาในส่วนลึกของความรู้สึกให้เอ่อท้นขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ ณุสราสูดลมหายใจกดก้อนสะอื้นให้ย้อนกลับลงไป หากน้ำเสียงที่เอ่ยตอบอีกฝ่ายก็ยังคงสั่นเครือ

ผู้ชายคนนั้นเค้ารู้จักยัยนวลมาตั้งแต่เด็กแล้วค่ะ เป็นเพื่อนของคุณมนัส แกเป็นพ่อม่าย... ยัยนวลไม่ได้รักเค้าหรอกค่ะ แต่แกยอมแต่งเพราะ...

เขาจะใช้หนี้ให้ คุณปารมีต่อให้ อย่าว่าฉันเลยนะคะถ้าจะขอพูดสักหน่อย ไหนๆ การแต่งงานนั่นก็เป็นเพราะจะใช้หนี้ จะแต่งกับลูกชายฉันก็ได้ผลอย่างเดียวกัน... ไม่ใช่เหรอคะ?

ถือวิสาสะเลื่อนมือไปกุมมือของณุสรา ให้ความรู้สึกคล้ายพี่สาวใหญ่กำลังสอนน้อง คุณณุสราคิดให้ดีๆ เถอะค่ะ ลูกชายฉันยังโสด เป็นทายาทที่ฉันตั้งใจจะให้ดูแลธุรกิจของครอบครัวต่อไป เพราะฉะนั้นฉันรับรองได้ว่าหนูนวลจะไม่ต้องลำบากแน่ๆ ส่วนไอ้เรื่องหนี้สินนั่นน่ะยิ่งไม่จำเป็นต้องห่วงเข้าไปใหญ่ คุณลองเก็บเอาไปคิดแล้วก็ปรึกษากับหนูนวลดูนะคะ

แล้วเจ้าหนี้ก็จากไป ทิ้งเอาไว้เพียงปัญหาใหญ่หนักอกเหลือเกินสำหรับคนเป็นแม่ แน่นอน ไม่ว่าจะเลือกหนทางใด ผลของมันก็เหมือนกัน... เธอขายลูกกิน...

นึกเพียงเท่านั้นหัวใจก็เจ็บปวด แต่การเดินผ่านวิกฤติอันมีชีวิตของคนที่รักเกี่ยวข้องมากมายนั้นไม่ง่ายเลย ทั้งยังเป็นความกดดันอันใหญ่หลวงเหลือเกิน

และหากจะต้องเลือก เธอควรจะเลือกสิ่งใด?

 

แต่งงาน?

ประวีณทวนคำพูดของมารดาอย่างงุนงง ก่อนเอ่ยถามซ้ำ ใครจะแต่งเหรอครับ?

เป้ไง

ผม? ยกมือขึ้นชี้หน้าตัวเองอย่างงุนงง ...ผมเนี่ยนะ?

เงียบ... ไม่มีคำตอบใดๆ ให้เขาอีกนอกจากรอยยิ้มตาหวานของมารดา ประวีณโวยทันที ใครบอกแม่ว่าผมจะแต่ง? จะให้ผมแต่งกับใคร? ผมไม่แต่งหรอก!”

เป้ ลูก... คนเป็นแม่ยังคงยิ้ม หากนัยน์ตาหมายมั่นจริงจังนั้นทำเอาคนเป็นลูกถึงกับชะงัก แม่ไม่ได้ขอร้องเป้ให้แต่งนะลูก แม่บังคับ...

ห๊ะ?!”

แม่จะบังคับให้เป้แต่งงานกับคนที่แม่หาให้ ไม่ต้องเจอกันก่อนหรอก เดี๋ยวก็ติโน่นตินั่น โยกโย้ไปเรื่อยๆ แม่เบื่อ... แต่งกันเดือนหน้านี่ละ แม่จะจัดการเรื่องสถานที่ให้ ส่วนเรื่องเสื้อผ้าให้พี่ปุ๊กเค้าจัดมาแล้วกัน...

เดี๋ยวครับแม่... ชายหนุ่มประท้วงหลังจากที่นั่งฟังมาชั่วอึดใจ แม่จะให้ผมแต่งกับใคร? ไปบังคับลูกสาวใครที่ไหนให้มาแต่งกับผมรึเปล่า?

แม่จะไปบังคับใครได้... ตอบส่งๆ ไปอย่างนั้น ก่อนชะงักเมื่อลูกชายหรี่ตามองมาอย่างจับผิด อะไร แม่ไม่ได้บังคับนะ แค่อยากช่วยเค้า...

เหรอ... ลากเสียงยาวอย่างไม่เชื่อถือ

อย่ามาทำเสียงยังงี้กับแม่นะ แหวทันควัน เค้าเป็นหนี้พ่อเราอยู่สามสิบล้าน หาเงินมาใช้ไม่ทัน แม่ก็เลยขอลูกสาวเค้ามาให้เป้ ก็แค่นั้น

ประวีณขมวดคิ้วยุ่ง นิ่งไปพักใหญ่จึงเอ่ย ผมมันไม่มีปัญญาหาเมียเองได้... ว่างั้นเหอะ?

ไม่ใช่ ปัญญาเราน่ะมี แต่เราไม่หานี่ แม่เลยหาให้ไง... ตอบแบบเอาความดีเข้าตัวอย่างเนียนๆ เป้ แม่ไปเจอน้องเค้ามาแล้ว เค้าน่ารักดีนะ ดูกิริยามารยาทเรียบร้อยน่ารักดี ต้องเข้ากับเป้ได้ดีแน่ๆ เชื่อแม่...

คนฟังถอนหายใจอย่างหนักหน่วง ไม่รู้จะเรียกความรู้สึกที่เกิดขึ้นนี้ว่าอะไร ...เบื่อเหรอ? ก็ไม่ใช่เสียทีเดียว อาจจะเป็นเหนื่อย เหนื่อยแทนมารดาที่จะต้องมาคอยห่วงเขาด้วยเรื่องกลัวว่าเขาจะไม่มีเมียเนี่ยนะ?

มองสีหน้าอ้อนวอนของคุณปารมี ในดวงตาคู่นั้นเต็มเปี่ยมไปด้วยความรู้สึกห่วงใยและเป็นกังวลอย่างชัดแจ้ง แม่ครับ ไม่ต้องแต่งงานผมก็มีชีวิตอยู่ได้ ไม่ต้องมีใครมาดูแลก็ดูแลตัวเองได้ แม่ไม่ต้องเป็นห่วงไปหรอกครับ

ก็แม่ห่วง คนเป็นแม่ยังคงแย้งอย่างดื้อดึง แม่อยากให้เรามีครอบครัว มีลูก อยากให้รู้ว่าโลกนี้มันยังมีอะไรอีกเยอะแยะให้เราได้พบ ได้เจอ ได้รัก ไม่อยากให้เป้จมอยู่กับสิ่งที่ไม่มีวันหวนกลับมาอีกแล้ว เป้... แม่รู้ว่าแม่อาจจะทำเกินไป แต่วันนึง... ถ้าไม่มีแม่อีกแล้ว แม่ก็อยากจะสบายใจว่าเป้จะมีคนที่รักและดูแลเป้แทนแม่ เข้าใจไหม...

ประวีณถอนหายใจอีกครั้ง ขยับเข้ามานั่งข้างๆ ผู้หญิงคนสำคัญที่สุดในชีวิตเขา พร้อมกับกอดมารดาเอาไว้ สัมผัสได้ด้วยหัวใจของตัวเองว่าเหตุผลนั้นมาจากหัวใจที่แท้จริงของมารดาเช่นกัน

แต่... จะให้เขาแต่งงาน กับผู้หญิงที่จะแต่งกับเขาเพื่อปลดหนี้น่ะหรือ?

แม่ครับ หลังจากปล่อยให้ความเงียบทำงานของมันอยู่พักใหญ่ ชายหนุ่มจึงเอ่ยขึ้นอีกครั้ง ผู้หญิงคนนั้น... ชื่ออะไร?

คุณปารมีอมยิ้มนิดๆ เมื่อเอ่ยตอบ หนูนวลน่ะเหรอ? ชื่อถนอมนวล...

และคำตอบที่ได้ทำเอาเขาต้องย่นคิ้ว ถนอมนวล? แม่จะให้ผมแต่งกับข้าราชการบำนาญเหรอครับ? จะจัดงานแต่งพร้อมแซยิดเลยไหม?

หวดแขนลูกชายเบาๆ ก่อนหัวเราะ ชื่อน่ารักดีออกนะ แม่ว่า ถึงจะชื่อเชยแบบนั้น แต่ตัวจริงเค้าหน้าเด็กมากเลยนะ ยังกะเพิ่งจบมัธยมต้น

ชายหนุ่มเงียบไปอีกครั้ง ประหลาดใจในโชคชะตาของตัวเองเหมือนกัน สองวันมานี้เขาได้รู้จักกับผู้หญิงหิวเงินถึงสองคน คนหนึ่งจะแต่งงานกับคนแก่คราวพ่อเพื่อเงิน อีกคนก็จะแต่งกับเขาเพื่อปลดหนี้

ผู้หญิงแบบนี้น่ะหรือที่แม่คิดว่ามีค่าคู่ควรกับเงินถึงสามสิบล้าน? คู่ควรที่จะมาเคียงข้างประวีณ? สำหรับเขาแล้ว พวกหล่อนมีแต่ราคา ไม่มีค่าอะไรให้ต้องจดจำหรือกระทั่งต้องให้เกียรติ

มนุษย์จำพวกนี้ จำพวกที่เอาเกียรติของตัวเองมาแลกกับเงิน... แม้เงินนั่นจะมากมายมหาศาลเพียงไรก็ยังน่าสมเพชอยู่ดี

สุดท้ายเขาก็เอ่ยเสียงเรียบ ผมไม่แต่งงานหรอกครับ

เป้ ตั้งท่าจะโวย หากประวีณขัดขึ้นเสียก่อนอย่างรู้ทัน

แต่ผมจะให้ผู้หญิงคนนั้นมาอยู่กับผมโดยไม่มีพิธีแต่งงาน ไม่มีการจดทะเบียน ไม่ได้เป็นภรรยา แต่เค้ามีหน้าที่ต้องดูแลผมไปจนกว่าผมหรือเค้าจะตาย เพื่อให้แม่สบายใจเท่านั้น รอยยิ้มปรากฏบนริมฝีปากสวยของชายหนุ่มราวกับเจ้าตัวกำลังครึ้มอกครึ้มใจเสียเต็มประดา แม่ลองไปคุยกับคุณถนอมนวลดูนะครับ ถ้าผู้หญิงคนนั้นเค้ายินดีจะขายตัวเองให้ผม แลกกับเงินตั้งสามสิบล้านนั่นละก็ บอกให้เค้าเก็บกระเป๋าย้ายเข้ามาอยู่บ้านเราได้เลย!”

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

107 ความคิดเห็น

  1. #14 พชรเมขลา (@5180010455) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 17 มีนาคม 2557 / 13:55
    โอยยยย ไรเตอร์โหดร้าย หนูนวลของเราถูกจับไปทางโน้นทีทางนี้ที เพื่อใช้หนี้ตลอดเลย ฮือ ไปทางลุงแก่ก็ไม่ไหว มาทางประวีณก็...ง้างกรงเล็บรอ หนูนวลเราโดนทั้งขึ้นทั้งล่องเลย แง....
    #14
    0