กลรักนางบำเรอ (จบบริบูรณ์) ลบเนื้อหา 12/5/57

ตอนที่ 2 : บทที่สอง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 841
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    8 ม.ค. 57

บทที่สอง

ภวิศแจ้งข่าวการลาป่วยของถนอมนวลแก่ฝ่ายบุคคลของบริษัททราบแล้วจึงไปยังห้องทำงานของตัวเอง ยัยป้าฝ่ายบุคคลนั่นบ่นกระปอดกระแปดอย่างที่คาดไว้จริงๆ

ในบริษัท ยัยบ๊องของเขาไม่มีเพื่อนคนอื่นเลยนอกจากภวิศคนนี้ แต่ภวิศก็ไม่เคยสนใจจะหาเหตุผลว่ามันเป็นเพราะเหตุอันใด ดังนั้นเขาจึงไม่เคยรู้เลยว่า การที่ใครๆ ก็พากัน ยี้ ถนอมนวลก็เป็นเพราะเขาและการที่เขาซึ่งเป็นลูกชายคนเดียวของเจ้าของบริษัทคอยดูแลเอาใจใส่เจ้าหล่อนจนออกนอกหน้านอกตานั่นเอง

พนักงานซึ่งนั่งทำงานอยู่หน้าห้องของเขาลุกจากเก้าอี้ทันทีที่เห็นชายหนุ่มเดินมา พร้อมกับรายงาน ท่านมาพบเมื่อครู่ ฝากแอนไว้ว่าให้คุณภวิศไปพบที่ห้องค่ะ

เขาเลยต้องเปลี่ยนปลายทางจากห้องของตัวเอง กดลิฟต์ขึ้นไปอีกชั้นเพื่อพบ ท่าน ที่กำลังวุ่นวายอยู่กับการเรียกหาเอกสารจากคนโน้นคนนี้ขึ้นมาตรวจสอบเหมือนทุกๆ ครั้งที่เพิ่งกลับมาจากต่างประเทศ

ใหญ่ วันนี้ไปพบลูกค้าแทนพ่อหน่อยนะ แล้วฝากบอกหนูนวลด้วยว่ารายงานของวันนี้ให้ส่งทางอีเมล์ก็ได้ พ่อจะไปอ่านบนเครื่อง

พ่อจะไปไหนอีกครับ? เพิ่งจะกลับมาไม่ใช่เหรอ?

มีงานด่วน ต้องบินไปญี่ปุ่น... เงยหน้าขึ้นมาอธิบายพร้อมรอยยิ้มเหนื่อยๆ ระบายบนใบหน้า แต่ไหนแต่ไรมา ไม่ว่าจะเหน็ดเหนื่อยขนาดไหน พ่อก็มีรอยยิ้มให้แก่เขาเสมอ ยังไงฝากใหญ่ดูแลงานให้พ่อด้วย ที่โรงงานช่วงนี้ดูเหมือนงานจะไม่ค่อยออก วิ่งไปดูหน่อยก็ดี

ครับ รับคำ แล้วเปลี่ยนเรื่อง แต่วันนี้รายงานของพ่อคงยังไม่ได้นะครับ นวลลาป่วย...

คนเป็นพ่อหยุดทำงานทันที เหรอ? ป่วยหนักเลยเหรอ? เป็นอะไรล่ะ?

คงจะแพ้ขนแมวน่ะครับ เมื่อวานยัยบ๊องเก็บลูกแมวเปียกฝนไปเลี้ยง... ให้คำตอบแก่บิดา แล้วบ่นกับตัวเอง รู้ทั้งรู้ว่าตัวเองเป็นพวกขี้แพ้ก็ยังเก็บเอาไปเลี้ยง ชอบทำให้เป็นห่วงอยู่เรื่อย

คุณภูวนาทไม่เอ่ยคำอันใดเพราะรู้ดีถึงความห่วงใยที่ลูกชายมีต่อหญิงสาวผู้ถูกพูดถึงอยู่นั้น ความห่วงใยอันมีที่มาจากความผูกพันเท่าอายุของคนทั้งคู่ ความผูกพันที่พัฒนาเป็นความรักที่ลึกซึ้ง...

สำหรับฝ่ายนั้น เขาไม่รู้ว่าถนอมนวลคิดอะไรกับลูกชายมากแค่ไหน แต่ฝ่ายนี้... ท่าทางจะรักเขาไปแล้วเต็มหัวใจ... พ่อฝากบอกด้วยนะว่าขอให้หายเร็วๆ ...

ครับ

บิดาเลื่อนแฟ้มเอกสารมาตรงหน้า นี่เป็นรายละเอียดที่ใหญ่ต้องไปคุยงานแทนพ่อนะ...

พีอาร์เอ็มกรุ๊ป... เงยหน้าจากเอกสารขึ้นมาเลิกคิ้วมองคู่สนทนา ลูกค้าใหม่เหรอครับ?

ใช่ วันนี้ฝ่ายจัดซื้อของทางโน้นสอบราคาเราแล้วก็ขอให้เข้าไปเสนองาน พวกโปรไฟล์ของบริษัทแล้วก็รายละเอียดของงานพ่อให้คุณมินท์เค้าเตรียมไว้ให้แล้ว

ชายหนุ่มพาตัวเองออกมาจากห้องนั้นหลังจากคุยเรื่องรายละเอียดของงานเรียบร้อยแล้ว แม้งานจะเต็มสมองจนไม่อยากจะคิดอะไร หากความเป็นห่วงที่มีต่อ คนป่วย ก็ยังคงมีเนื้อที่ของมัน...

ตอนเย็นคงต้องแวะเยาวราช ซื้อก๋วยจั๊บเจ้าโปรดของยัยบ๊องไปฝากเสียหน่อย แล้วอาจจะต้องแถมเกาลัดของโปรดเจ้าหล่อนอีกสักกล่อง...

รถรายามสายซาลงมากแล้ว เวลานัดก็ยังเหลืออีกกว่าชั่วโมง ภวิศจึงแวะปั๊มน้ำมันเพื่อซื้อกาแฟร้อนของโปรดดื่มเพื่อเรียกความกะปรี้กะเปร่า โดยไม่ลืมที่จะเลือกซื้อขนมปังติดไม้ติดมือไปฝากคนป่วยอีกนิดหน่อยด้วย

ตึกสำนักงานของลูกค้าอยู่แถบชานเมือง เมื่อจอดรถเรียบร้อยแล้วชายหนุ่มก็คว้าโทรศัพท์ขึ้นมากด และคนอย่างภวิศ เขาจะโทร.หาได้ นอกไปเสียจาก... นวล เป็นไงมั่ง? ค่อยยังชั่วรึยัง? นี่ใหญ่ออกมาพบลูกค้าแทนพ่อแถวๆ บางนาแน่ะ เออๆๆๆ นอนพักเถอะ เดี๋ยวตอนเย็นจะซื้อของกินไปฝาก อ้อ แล้วอย่าไปเล่นกะไอ้ลูกแมวนั่นอีกนะ

ตัดสายแล้วหันไปหยิบเอกสารที่เบาะหลังมาพิจารณาอีกครั้ง มือขาวควานหาแก้วกาแฟ กำลังจะยกขึ้นจิบเมื่อโทรศัพท์ดังขึ้นอย่างไม่ทันตั้งตัว

ภวิศสะดุ้ง แก้วกาแฟพลัดจากมือแล้วหล่นลงบนเนื้อตัวของเขาอย่างถนัดถนี่!

รีบโยนเอกสารไปที่เบาะหลังก่อนที่มันจะโดนหางเลขพร้อมกับคว้ากล่องทิชชู่ลายหมีพูห์ที่ยัยบ๊องเป็นคนซื้อหามาให้ติดมือมาด้วย กระตุกกระดาษทิชชู่ออกมาเช็ดเสื้ออย่างลวกๆ และพูดกับคนปลายสายไปด้วย

ครับ คุณมินท์... ใช่ ผมมาถึงแล้ว... อะไรนะ? จะให้ขึ้นไปเลย? นี่มันยังไม่ถึงเวลานัดนี่ครับ อีกตั้งครึ่งชั่วโมง อ้อ... ครับๆ ได้ ผมจะขึ้นไปเดี๋ยวนี้ละ...

เขาวางสาย มองสภาพตัวเองอย่างท้อแท้ เสื้อทั้งตัวเปียกชุ่ม แม้จะเช็ดออกจนหมาดแล้วก็ยังทิ้งคราบสีน้ำตาลเป็นดวงกว้าง เสื้อเชิ้ตสีครีมกลายเป็นไอศกรีมกาแฟไปในบัดดล

คิดไม่ออกว่าควรจะทำอย่างไร หากสุดท้ายก็ตัดสินใจลงจากรถ หยิบกระเป๋าเสื้อผ้าที่เขามีเอาไว้ติดรถเสมอ แม้ในใจยังหวาดหวั่นว่าสิ่งที่อยู่ในนั้นอาจไม่เหมาะกับงานที่จะต้องมาทำในวันนี้ หากเขาไม่เหลือทางเลือกแล้วจริงๆ ...

 

ปุณยวีร์ถอดแว่นกันแดดที่สวมอยู่ออกทันทีที่ก้าวล่วงเข้ามาในตัวอาคาร ดวงตาคู่สวยกวาดมองตอบสายตาของหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่ที่ยืนกันกล่นอยู่ในห้องโถงกว้างของอาคารสำนักงานแห่งนี้ ใช่... การได้เห็นนางแบบสาวสวยสุดเซ็กซี่ตัวเป็นๆ มาเดินนวยนาดอยู่แถวๆ นี้ มันจะมีบ่อยๆ เสียที่ไหนกัน

หญิงสาวกระชับเสื้อคลุมไหมพรมตัวเก่งให้กระชับกับเนื้อตัวมากขึ้นไปอีก นึกโมโหตัวเองที่รีบร้อนออกมาจนไม่ทันได้เปลี่ยนชุดที่ใส่เพื่องานโชว์ตัวในห้างใกล้ๆ กันนี้ออก ...ชุดเกาะอกรัดรูปเน้นเรือนร่างสีม่วงเม็ดมะปรางสั้นเพียงแค่ปิดบั้นท้ายมันช่างท้าทายสายตาของคนรอบตัวได้เป็นอย่างดีทั้งๆ ที่เธอไม่อยากจะเป็นเลยสักนิด

ห่อเนื้อห่อตัว ยืนรอลิฟต์รวมกลุ่มกับคนอื่นๆ จนเมื่อประตูลิฟต์เลื่อนเปิดออกจึงเดินตัวลีบเข้าไปอย่างสงบเสงี่ยม

คนเบียดเสียดกันจนเต็มพื้นที่แคบๆ ของลิฟต์ ด้านซ้ายของเธอเป็นหนุ่มออฟฟิศหน้าตาแบบตี๋อินเทรนด์ที่ส่งยิ้มให้ทันทีที่ประสานสายตากัน อีกด้านเป็นผู้ชาย... ผมยาวประบ่า หน้าตาระบุไม่ได้เพราะสวมแว่นกันแดดอันใหญ่บังไปเสียแล้วเกือบครึ่งใบหน้า ไหนจะผมเผ้ายาวๆ รุงรังที่เคลียข้างแก้มนั่นอีก เสื้อยืดสีดำไม่มีลายกับกางเกงยีนส์ซีดๆ ของหมอนั่นก็ดูเหมือนกุ๊ยเสียจนไม่น่าเชื่อว่าจะมายืนอยู่ในลิฟต์ของอาคารสำนักงานใหญ่โตอย่างนี้

ลิฟต์ที่ขยับเลื่อนขึ้นไปเรื่อยๆ ชวนให้คลื่นเหียนตามประสาคนแพ้ลิฟต์อย่างเธอ ปุณยวีร์กำลังเปลี่ยนสายตาไปมองตัวเลขสีแดงที่เปลี่ยนแปลงไปตามความสูงนั้นอย่างไม่รู้จะทำอะไรเมื่อมือของใครบางคนขยำเข้าที่ก้นของเธออย่างถนัดถนี่

หญิงสาวหันขวับไปทาง กุ๊ย ข้างๆ ตัวทันที จ้องเขม็งจนกระทั่งอีกฝ่ายรู้สึกตัวและหันมาเลิกคิ้วมองตอบเธออย่างงุนงง

สูดลมหายใจเข้าปอดระงับความโกรธพร้อมกับถอยหลังเข้าไปพิงผนัง ประตูลิฟต์เลื่อนเปิดออกเมื่อถึงชั้นที่มีคนก้าวออกไปบางส่วน และเฮโลเข้ามาจนแน่นกว่าเดิม

พลัน มือปริศนาคว้าหมับเข้าที่หน้าอกเธอเต็มที่อย่างน่าโมโหที่สุด!

คราวนี้เธอเดือดเสียแล้ว หันขวับไปทางไอ้โรคจิตทันที นี่ นาย!”

หมอนั่นหันมามองเธอ พร้อมกับชี้นิ้วไปที่หน้าของตัวเอง คุณ... เรียกผมเหรอ?

ใช่

คราวนี้คู่กรณีถึงกับถอดแว่นกันแดดออก พร้อมกับจ้องมองมาที่เธอด้วยสายตางุนงงสุดขีด เรารู้จักกันด้วยเหรอครับ?

ไม่รู้จัก!” ตอบเสียงห้วน อารมณ์ดูเหมือนจะยิ่งร้อนขึ้นไปอีกเท่าตัวเมื่อได้เห็นอีกฝ่ายทำท่าทำทางเหมือนไม่รู้ไม่ชี้ว่าเมื่อกี้จับไปเต็มๆ ฉันไม่เคยรู้จักกับไอ้พวกโรคจิตชอบลวนลามผู้หญิงหรอกนะ!”

ห๊ะ?!” ชายหนุ่มร้องทันที ใครทำอะไรนะ?!”

ไม่มีคำตอบ มีเพียงฝ่ามือบางของหญิงสาวที่แหวกอากาศมากระทบหน้าเขาเต็มแรงจนหน้าหัน ภวิศมองเห็นสายตางุนงงของตัวเองมองตอบมาจากผนังเงาวับของลิฟต์ ก่อนจะสะบัดหน้ากลับไปเผชิญกับเธออีกครั้ง

คุณ... ตบผมทำไมเนี่ย?!”

แล้วนายมาจับก้นจับ เอ่อ... หน้าอกฉันทำไม ไอ้โรคจิต ดีแค่ไหนแล้วที่ฉันแค่ตบ ที่จริงฉันควรจะเรียกตำรวจมาลากคอนายเข้าคุกเสียด้วยซ้ำ ถึงว่าสิ... แต่งตัวเหมือนกุ๊ย กิริยา การกระทำถึงได้ต่ำแบบนี้น่ะ!”

เสียงลิฟต์ร้องดัง ติ๊ง!’ ก่อนที่ประตูจะเลื่อนเปิดออกอีกครั้ง แม่สาวสุดเซ็กซี่ทิ้งสายตาเคืองขุ่นมายังเขาอีกครั้งก่อนจะเดินนวยนาดออกไปจากลิฟต์ เหลือทิ้งไว้เพียงแต่เขาที่ยังคงยืนเอามือกุมแก้มราวกับคนปวดฟวันอยู่ตรงนี้ เผชิญกับสายตาประหลาดของเพื่อนร่วมทางที่เหลือเพียงไม่กี่ชีวิต

ผมเปล่า... ไม่ได้ทำนะครับ... แก้ตัวไปอย่างไร้ความหมาย ทุกสายตาเมินจากเขาแทบจะทันทีคล้ายไม่อยากจะเสวนากับผู้ร้ายฆ่าคนยังไงยังงั้น ทิ้งภวิศให้ได้แต่ยืนขบเขี้ยวเคี้ยวฟันอย่างโมโหโกรธา

 

พี่เป้... เมื่อกี้ในลิฟต์มีคนโรคจิตแต๊ะอั๋งปลากัดด้วย...

ประวีณละสายตาจากงานขึ้นมามองสาวสวยที่เดินหน้างอตรงมายังโต๊ะทำงานของเขา ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ตรงข้าม กำชับยามให้สกรีนคนเข้าออกหน่อยสิคะ ปล่อยให้พวกกุ๊ยเข้ามาได้ยังไงกัน

รอยยิ้มเล็กๆ ผุดขึ้นบนริมฝีปากของผู้ฟัง โดนแต๊ะอั๋ง? แล้วปลากัดทำยังไงล่ะ?

ก็ตบหน้ามันไปที แล้วก็ด่าประจานต่อหน้าคนทั้งลิฟต์... เธอตอบห้วนๆ ด้วยยังไม่คลายจากอารมณ์โกรธ แลกกับที่จะไม่แจ้งตำรวจมาลากคอมันไงคะ พี่เป้ไปทานข้าวเย็นกับปลากัดนะ...

เธอเปลี่ยนเรื่องได้รวดเร็วตามประสาเด็ก ปุณยวีร์เพิ่งจะอายุยี่สิบสาม วัยที่เด็กหลายๆ คนเพิ่งจะสำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัย หากเด็กสาวตรงหน้าเขายังไม่สำเร็จอะไรสักอย่าง เธอเลือกที่จะทำงานตามศักยภาพของหน้าตา เป็นนางแบบเซ็กซี่ที่มีผลงานในชุดบิกินี่เกือบทุกฤดูร้อนมาตั้งแต่อายุสิบแปด และเป็นสาวเซ็กซี่ที่ติดโผทุกโพลที่มีในเมืองไทย

แต่สำหรับเขา... ปุณยวีร์ก็คือปลากัด เด็กหญิงที่มักจะมีเรื่องถูกเพื่อนแกล้งที่โรงเรียนมาเล่าให้ประวีณฟังอยู่เสมอ เด็กหญิงที่มักจะหอบการบ้านคณิตศาสตร์มาให้ประวีณช่วยสอน เด็กสาวที่พาตัวเองมาขลุกอยู่ที่บ้านของประวีณเกือบทุกสุดสัปดาห์ เด็กสาวที่อ้อนวอนให้ประวีณช่วยพูดให้พ่อแม่ที่แสนเข้มงวดของเธออนุญาตให้เธอยึดอาชีพนางแบบแทนที่จะเข้ามหาวิทยาลัยเหมือนเด็กทั่วๆ ไป

กินอะไร?

ปลากัดจองร้านอาหารไทยที่พี่เป้ชอบไว้แล้ว... ตอบพร้อมกับรอยยิ้มประจบประแจง อย่าให้สาวสวยคนนี้ต้องผิดหวังนะคะ นะ นะ...

เปลี่ยนที่นั่งจากเก้าอี้ของตัวเองยังเท้าแขนบนเก้าอี้ตัวใหญ่ของประวีณ ทิ้งน้ำหนักลงพิงเขาทั้งตัวพร้อมกับแนบแก้มกับต้นแขนเขาอีกด้วย นะคะ...

โอเคๆ ชายหนุ่มวางมือลงบนเรือนผมสีน้ำตาลอ่อนดัดเป็นลอนสวยของเธออย่างเอ็นดู แต่ต้องให้พี่เคลียร์เอกสารบนโต๊ะนี่เรียบร้อยก่อนถึงไปกันได้ แล้วถ้าอยากจะไปทานข้าวเร็วๆ ละก็ เราต้องย้ายไปนั่งที่โซฟาโน่น พี่จะได้มีสมาธิทำงาน...

ปุณยวีร์ตอบเขาด้วยรอยยิ้มหวานหยด ก่อนลุกขึ้นไปนั่งที่โซฟาสำหรับรับรองแขกที่อยู่อีกมุมหนึ่งของห้องแต่โดยดี นั่งเท้าคางทอดสายตาชื่นชมสุดหัวใจมองเขาอย่างเงียบๆ

พี่เป้เป็นความรัก... เป็นพระเอก เป็นคนที่ช่วยเหลือปุณยวีร์เสมอในยามที่เดือดเนื้อร้อนใจ เป็นที่พึ่งพิง และ... เป็นคนที่เธอหมายมั่นว่าจะวางชีวิตเล็กๆ นี้เอาไว้ให้เขาดูแลตลอดไป

เขาเคยผิดหวังเมื่อคนที่รักมากมาจากไปอย่างไม่มีวันกลับ แต่ปุณยวีร์คนนี้ละ ที่จะพาเขาเดินออกมาจากอุโมงค์อันมืดมิดนั้น และจะอยู่เคียงข้างเขาตลอดไป...

 

ณุสราแง้มประตูห้องของลูกสาว ร่างแบบบางของอีกฝ่ายยังคงนอนอยู่ในผ้าห่มนวมผืนโตเหมือนเมื่อรอบเช้าที่เธอขึ้นมา

ถอนหายใจกับตัวเอง ชั่งใจว่าควรจะคุยกับถนอมนวลให้รู้เรื่องอีกครั้งดีหรือไม่ ลูกควรมีเวลาได้ไตร่ตรอง แต่... เธอไม่เหลือเวลาจะรออีกแล้ว...

หนี้สินก้อนโตอันเป็นผลจากงานอสังหาริมทรัพย์ของสามีที่ล้มไม่เป็นท่าเพราะถูกหุ้นส่วนโกง คนโกงนั้นหนีไปแล้วพร้อมกับเงินก้อนโตเพื่อไปลงทุนต่อในประเทศห่างไกลความเจริญ ทิ้งคนถูกโกงให้จมอยู่กับความเครียดจนเจียนคลั่ง

และสุดท้ายความเครียดนั้นก็ผลักให้เขาหนีไปอยู่ประเทศเพื่อนบ้าน เพียงเท่านั้นก็สามารถปลดปล่อยสามีสุดที่รักของเธอจากหนี้สินที่ก่อเอาไว้ จากความยากลำบากในอนาคตอันใกล้ ทิ้งทุกสิ่งทุกอย่างเอาไว้ให้กับครอบครัวที่มีเพียงภรรยาที่เป็นเพียงแค่แม่บ้านมาทั้งชีวิต กับลูกสาวคนเดียวที่เขาบอกว่ารักยิ่งกว่าดวงใจ

มองไม่เห็นทางออกที่จะพาตัวเองไปจากปัญหาใหญ่หลวงนี้ได้ ต่อเมื่อมีเส้นทางที่คนอื่นเสนอมาจึงยินดีที่จะโผเข้าเกาะด้วยความเต็มใจ แม้อีกฝ่ายจะเป็นเพียงแค่เสี่ยแก่ๆ แต่เขาก็เป็นม่าย ลูกสาวเธอจะไม่ใช่เมียน้อยหรือเมียเก็บ เพียงเท่านั้นณุสราก็สบายใจ

แม่ขา...

เสียงเรียกจากคนบนเตียงเรียกเธอกลับมาจากห้วงคิดอันเคร่งเครียดนั้น สตรีวัยล่วงเข้ากลางคนเหลียวกลับมามองร่างเล็กที่เวลานี้ลุกขึ้นนั่งพิงหัวเตียง แม่มีอะไรรึเปล่าคะ?

มารดาถอนหายใจยาว ลังเลอยู่เพียงครู่ก็เดินไปหยุดและนั่งลงที่ริมเตียง ไม่มีหรอก แม่เป็นห่วง เลยขึ้นมาดูว่านวลเป็นยังไงบ้าง...

เรา... นวล... เริ่มการสนทนาหลังจากนิ่งเงียบไปนานด้วยน้ำเสียงแผ่วเครืออย่างน่าสงสาร ...จำเป็นต้องทำอย่างนั้น... จริงๆ เหรอคะ?

แม่อยากให้นวลรู้... น้ำตาเอ่อท้นขึ้นมาทันทีที่ได้ฟังคำถามนั้น เธอเลื่อนตัวเองไปนั่งข้างๆ ร่างบอบบางของลูกสาวแล้วโอบเอาไว้กับออกด้วยความรักสุดหัวใจ แต่... ถ้าไม่ทำ ทั้งบ้านหลังนี้ บ้านคุณยายที่เชียงใหม่ รีสอร์ทของคุณย่าที่โคราช มันจะ... ไม่มีอะไรเหลือเลย...

สัญญาขายฝากนั้นร้ายนัก ดอกเบี้ยก็สูงจนชนเพดาน แล้วยังเสียกรรมสิทธิ์ในที่ดินของเราได้ในชั่วข้ามคืน อีกเพียงหนึ่งเดือนสัญญานั่นก็จะมีผลแล้ว รีสอร์ทที่วังน้ำเขียวของครอบครัวสามี บ้านสวนของมารดาเธอที่เชียงใหม่ รวมทั้งบ้านแห่งความรักหลังนี้ก็จะหลุดลอย เหลือทิ้งไว้เพียงคนไร้ที่อยู่กว่าสิบชีวิตเท่านั้นเอง

ความจริง... ทรัพย์สินทั้งหมดนั้นคงจะไม่มีมูลค่าถึงสามสิบล้าน ถ้าหากเจ้าของเงินจะไม่ใช่เพื่อนสนิทสามีเพื่อนของเธอ

ณุสต้องเข้าใจนะ มนัสไปขอร้องอ้อนวอนให้พรพูดกับพงศ์ ให้พงศ์ไปคุยกับลูกพี่ลูกน้องเค้าแล้ว ไอ้โฉนดที่รวบรวมมานั่นมูลค่ามันก็ไม่ถึงแต่พี่ปานเค้าก็ให้เพราะพงศ์ช่วยค้ำประกันแถมรับรองมนัสซะอีก แล้วยังไง? พี่ปานทวงมาถามมาพรก็ตอบไม่ได้ พงศ์ก็ยิ่งน้ำท่วมปาก แล้วยิ่งมนัสมาหนีไปแบบนี้...

เราหนีกันดีมั้ยคะแม่ หรือ... แม่จะให้นวลคุยกับใหญ่มั้ย?

ไม่ต้อง เพียงที่ผ่านมานี้ ครอบครัวของภวิศก็ช่วยเหลือพวกเธอแม่ลูกมามากพอแล้ว ไม่ว่าจะเป็นวิภาดา เพื่อนรักที่คอยยื่นมือเข้ามาช่วยเสมอๆ แล้วไหนจะภวิศที่ไม่ว่าเมื่อไหร่ก็ไม่เคยจะละเลยถนอมนวลเลยสักครั้ง แค่นี้เราก็รบกวนคุณน้ามามากแล้วนะลูก...

แต่... นวลไม่อยาก... เธอจบประโยคเพียงเท่านั้น คล้ายแม้เพียงจะเอ่ยถึงสิ่งที่ต้องทำนั้นก็ยังสะเทือนหัวใจจนไม่อยากจะพูดออกมา ...มีครอบครัว นวลยังอยากทำงาน อยากอยู่กับแม่อย่างงี้ไปอีกนานๆ นี่คะ...

คนเป็นแม่ถอนสะอื้น นวล เราไม่ได้ทำเพื่อตัวเอง แต่ยังมีคนหลายคนที่จะต้องเดือดร้อนเพราะการกระทำของพ่อ ในฐานะที่นวลเป็นลูกสาวพ่อก็ต้องช่วยพวกเค้า... ใช่มั้ยลูก?

ให้นวลช่วยอย่างอื่นได้มั้ยคะ... หญิงสาวโอดครวญ ตามด้วยเสียงสะอื้นไห้อย่างน่าเวทนา หากแต่... ณุสราไม่เหลือหนทางอื่นให้เลือกเดินอีกแล้ว

สักวันหนึ่ง... นวลก็ต้องแต่งงานอยู่ดี ถ้าการแต่งงานครั้งนี้มันจะช่วยพ่อกับแม่ได้ นวลไม่อยากจะทำเพื่อพ่อกับแม่เหรอลูก...

ถนอมนวลซบหน้าลงกับเข่าของตัวเองที่นั่งกอดอยู่ มารดาออกจากห้องไปแล้วด้วยสีหน้ากลัดกลุ้มกังวลแกมสมเพชเวทนา ตั้งแต่เมื่อคืนที่เธอไม่รู้สึกถึงอะไรเลยนอกจากน้ำตาของตัวเองที่ท่วมท้นไปทั้งดวงตาและดวงใจ ใช่ ใครจะไปยินดีได้กันล่ะ หากต้องแต่งงานกับผู้ชายที่แก่กว่าถึงสามสิบปี แม้เขาคนนั้นจะรวย จะเป็นพ่อม่ายไร้เรือพ่วง ไม่ต้องแย่งสมบัติกับใครแต่ถนอมนวลก็ไม่อยากได้

เธอ... ควรจะทำอย่างไร...

 

นวลเป็นยังไงบ้างครับ? ผมซื้อก๋วยจั๊บเจ้าอร่อยที่นวลชอบมาให้ มีเกาลัดด้วย อ้อ นี่รังนกครับ ผมซื้อมาฝากคุณป้า ดูจะซูบๆ ไปนะครับช่วงนี้...

คนอายุมากกว่าทอดสายตามองชายหนุ่มตรงหน้าที่กำลังจัดแจงเทของฝากที่หอบมาเต็มไม้เต็มมือลงใส่ถ้วยอย่างคล่องแคล่ว อันที่จริงภวิศสามารถหลับตาเดินในบ้านของเธอได้เลยด้วยซ้ำเพราะมาขลุกและใช้เวลาอยู่ที่นี่มากกว่าบ้านของตัวเองมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว

ขนซื้อมาซะเยอะแยะ แล้วไม่ฝากแม่เราบ้างเหรอ? เดี๋ยวจะมาบ่นน้อยอกน้อยใจกับป้าว่าใหญ่มาคอยเอาใจมากกว่าเขาที่เป็นแม่เสียอีก

ภวิศหัวเราะเต็มเสียง ของคุณผู้หญิงบ้านนั้นน่ะ ผมจัดให้ไปแล้วครับก่อนที่จะแวะมานี่...

ขอบใจนะ เอ่ยกับอีกฝ่ายก่อนจะทอดถอนใจ ขอบใจที่ใหญ่ดูแลนวลให้ป้ามาโดยตลอด...

จะให้ดูแลไปทั้งชีวิตเลยก็ได้นะครับ เงยหน้าจากการแกะเปลือกเกาลัดขึ้นมาตอบพร้อมรอยยิ้มกว้าง ว่าแต่... ยัยนวลฟื้นรึยังครับ? ทานอะไรบ้างรึยัง? ดื้อไม่ยอมกินยาอีกรึเปล่า?

ใหญ่ขึ้นไปดูเอาเถอะ

ชายหนุ่มประคอง อาหารคนป่วย ที่ประกอบด้วยก๋วยจั๊บรสชาติเผ็ดร้อน เกาลัดที่แกะเปลือกแล้วและน้ำส้มที่เขาเพิ่งจะคั้นเองเมื่อกี้สดๆ ก้าวขึ้นบันไดไปยังชั้นสองของบ้าน หน้าประตูห้องของถนอมนวลยังคงมีป้ายที่ทำจากไม้ทาด้วยสีส้ม เขียนด้วยตัวอักษรสีเขียวว่า ยัยบ๊อง ที่เขาเคยทำให้เธอในชั้นเรียนงานไม้ตอนมัธยม สีส้มซึ่งมาจากวันเกิดของเธอและสีเขียวที่มาจากวันเกิดของเขาเอง

สำหรับภวิศแล้ว มันมีความหมายว่า เราจะอยู่ด้วยกันตลอดไป ตอนที่ทำมันขึ้นมานั้นเขาตั้งใจแบบนั้นจริงๆ

นวล

ผลักประตูเข้าไปโดยไม่เคาะ เดินเลี่ยงไปวางถาดไว้บนโต๊ะหนังสือสีชมพูสดใสซึ่งมาจากฝีมือของเขาอีกนั่นแหละ ก่อนจะเดินย้อนมานั่งที่ริมเตียง คิ้วเข้มขมวดทันที่ที่เห็นเธอสวมผ้าปิดตาอยู่ด้วย

เป็นอะไรน่ะ?

ตาบวมน่ะสิ นวลเลยเอาถุงชาประคบไว้... ตอบข้างๆ คูๆ ก่อนเปลี่ยนเรื่อง หิวจัง ใหญ่เอาอะไรขึ้นมาน่ะ ห๊อม... หอม...

นี่ไง ก๋วยจั๊บที่นวลชอบ... เพียงเท่านั้นภวิศก็กุลีกุจอหันไปหยิบชามก๋วยจั๊บมาทันที ใหญ่ป้อนให้นะ...

ไม่ต้องหรอก นวลกินเองได้...

เหรอ... ย้อนด้วยน้ำเสียงยานคาง มองสภาพคนป่วยแล้วก็ได้แต่ส่ายหน้า มองเห็นชามมั้ยนั่น ปิดตาซะขนาดนั้น ให้ใหญ่ป้อนน่ะดีแล้ว

ถนอมนวลนั่งนิ่ง ยอมให้อีกฝ่ายปรนนิบัติแต่โดยดีเพราะรู้ดีว่าถึงจะแย้งอย่งไร ลงว่าภวิศตั้งใจจะทำอะไรให้เธอแล้วละก็ ไม่มีวันเปลี่ยนใจเขาได้

นวลเป็นเพื่อนรักของใหญ่ไง...

ภวิศไม่เคยคบผู้หญิงคนไหนเป็นแฟน แม้จะมีทั้งรุ่นน้อง รุ่นพี่หรือแม้กระทั่งรุ่นเดียวกันมาแอบปลื้มแอบชอบอยู่ไม่น้อย เขาเคยเป็นแชมป์ช็อคโกแลตวันวาเลนไทน์ตอนอยู่ปีหนึ่ง และนั่นทำให้ถนอมนวลโดนสาวๆ เหล่านั้นเขม่นด้วยความไม่ชอบหน้าอยู่เสมอ

ใหญ่คบใครสักคนเหอะ ก่อนที่จะมีสักคนในนั้นส่งคนมาอุ้มนวลไปนั่งยางซะก่อน

เขาเพียงแต่หัวเราะ แล้วตอบง่ายๆ ก็ใหญ่ไม่ชอบเค้านี่ แล้วถ้าใครไม่ชอบนวลละก็ขอให้บอก ใหญ่จะไม่ไปยุ่งกับเค้าอีกเลย ไม่เชื่อก็คอยดู

นี่แหละ ที่ทำให้ไม่ว่าจะผ่านช่วงชั้นใด ถนอมนวลก็มักจะได้รับจดหมายลับที่บรรจุข้อความแสบๆ คันๆ อยู่เสมอ แต่ก็นั่นละ คนขี้แพ้อย่างเธอก็ได้แต่หัวเราะแล้วก็ขยำมันทิ้งลงถังขยะ ไม่เคยเก็บเอามาบอกภวิศด้วยรู้ดีว่าเขาจะไม่มีวันยอมปล่อยคนที่ทำแบบนี้กับเธอให้ลอยนวลไปแน่

อร่อยจัง...

ใช่มั้ย? นี่... ใหญ่ซื้อเกาลัดมาฝากนวลด้วยนะ... ขยับจะป้อนเธออีกคำก่อนจะย่นคิ้วเมื่อเธอเบือนหน้าหนี ทำไม? อิ่มแล้ว? เพิ่งจะกินไปนิดเดียวเองนะ...

กินไม่ค่อยลง... แล้วก็ทอดถอนใจ ภวิศอังหลังมือบนหน้าผากเธอ แผ่วเบา

ตัวก็ไม่ร้อนนี่ นอนพักอีกหน่อยดีมั้ย?

นอนมาทั้งวันแล้ว... แย้งด้วยน้ำเสียงอู้อี้ แต่อันที่จริงก็อยากจะนอนนะ นอนหลับไปตลอดกาลเลยได้ยิ่งดี...

ชายหนุ่มนิ่วหน้า หากก็ไม่พูดอะไร ปล่อยให้อีกฝ่ายรำพันต่อ เกิดมาเป็นคนนี่มันลำบากจังนะ รับผิดชอบในเรื่องที่ตัวเองทำ รับผิดชอบในเรื่องที่คนอื่นก่อ วุ่นวาย เจ็บปวด สับสนไปหมดเลยนะ ว่ามั้ย...

มีเรื่องอะไรไม่สบายใจรึเปล่า? สุดท้ายเขาก็อดไม่ไหว ออกปากถามไปอย่างนั้น คำตอบที่ได้กลับมามีเพียงเสียงถอนหายใจในความเงียบ ...ก็เราเป็นคน มีความคิด มีความรู้สึกผิด ชอบ ชั่วดี มีทั้งความเจ็บปวด ทั้งความรัก...

สายตาอ่อนโยนที่มีให้เธอเพียงคนเดียวเท่านั้น ถนอมนวลอาจไม่ได้เห็นมันกำลังจับจ้องอยู่ที่เธออย่างมีความหมาย เขารัก... รักเจ้าของดวงหน้าเรียว ตัวผอมบางตรงหน้า คนแสนซื่อ คนมองโลกในแง่ดี คนที่มองมนุษย์คนอื่นๆ เป็นคนซื่อเหมือนตัวเองไปเสียหมดคนนี้นั่นละ

ถนอมนวลชะงักเมื่อสัมผัสได้ถึงรอยจุมพิตแผ่วเบาที่หน้าผาก พลิ้วผ่านรวดเร็วราวสัมผัสของสายลมอ่อนละมุน ตามด้วยคำพูด

นวลนอนพักเถอะ ใหญ่ก็ว่าจะกลับบ้านแล้ว เห็นแม่บ่นๆ ว่าไม่ค่อยสบาย...

ยันตัวลุกขึ้นจากริมเตียงอย่างช้าๆ คนตรงหน้ายังคงนั่งนิ่งอั้นคล้ายไม่แน่ใจในสิ่งที่เพิ่งจะเกิดขึ้น แต่สำหรับภวิศ เขาแน่ใจแล้ว... รู้แน่แก่ใจแล้วว่าชีวิตทั้งชีวิต หัวใจทั้งดวงของเขา จากนี้และตลอดไป มันจะเป็นของใคร...

 

 

 

 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

107 ความคิดเห็น

  1. #11 พชรเมขลา (@5180010455) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 17 มีนาคม 2557 / 13:30
    สงสารนวลมากๆ ค่ะ วินาทีนี้ เชื่อค่ะว่าไรเตอร์ต้องหาทางออกให้หนูนวลแน่ๆ แต่แอบขำภวิศเล็กน้อยที่โดนตบโดยไม่รู้เรื่องรู้ราว อิอิ
    #11
    0