กลรักนางบำเรอ (จบบริบูรณ์) ลบเนื้อหา 12/5/57

ตอนที่ 1 : บทเริ่มเรื่อง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,735
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    4 พ.ค. 56

บทเริ่มเรื่อง

ฝนตกโปรยปรายลงมาทันทีที่นาฬิกาบอกเวลาสามทุ่ม เมื่อถนอมนวลกำลังรวบรวมข้าวของลงกระเป๋าผ้าใบเก่ง หญิงสาวแหงนหน้ามองท้องฟ้าดำมืดนอกหน้าต่างกระจกริมโต๊ะทำงาน เห็นหยดน้ำไหลร่วงตามกันลงมาเป็นสายไม่ขาดระยะ

ดีจริงๆ ... บ่นกับตัวเองอย่างอ่อนใจ มีเวลาทั้งวันไม่ยักตก มาตกเอาตอนคนจะกลับบ้านนี่ละ...

ก้าวออกจากห้องทำงานเป็นคนสุดท้ายเหมือนที่ปฏิบัติเป็นประจำทุกวัน งานของเธอ... นอกจากจะเป็นเลขาฯ ให้นายที่เป็นเพื่อนสนิทกันมาตั้งแต่เด็กแล้ว ก็ยังต้องทำหน้าที่รวบรวมข้อมูลจากหลายๆ ฝ่ายมาเพื่อสรุปเป็นรายงานส่งให้บิดาของนาย ผู้ซึ่งเป็นเสมือนญาติผู้ใหญ่ของเธอ และเพราะความเป็นคนขี้เกรงใจทำให้ข้อมูลทั้งหลายที่ต้องรวบรวมนั้นมักจะมาถึงมือเอาตอนที่คนอื่นๆ เตรียมตัวจะกลับบ้านกันอยู่แล้วเสมอ

และ... เหมือนทุกๆ วันที่ชายหนุ่มร่างสูง ผมเผ้ายาวประบ่า รูปร่างค่อนไปทางผอมบาง ผู้เป็นเพื่อนข้างบ้านและเป็นเพื่อนสมัยเรียนอนุบาล ประถม มัธยมต้น มัธยมปลาย มหาวิทยาลัย และยังทำงานที่เดียวกันจะมานั่งจิบกาแฟในร้านเล็กๆ ที่ห้องโถงชั้นล่างเพื่อรอเธอ

เธอมันโคตรบ๊อง ยัยนวลเอ๊ย... เหมือนกับทุกๆ วันอีกเช่นกันที่เขาจะบ่นอะไรเทือกๆ นี้ บอกยัยป้าๆ พวกนั้นไปเซ่ว่าอยากจะได้ข้อมูลตอนกี่โมง จะได้กลับบ้านตอนพระจันทร์ยังไม่ขึ้นเหมือนคนอื่นเค้าบ้าง

เกรงใจเค้าน่า เค้าก็เหนื่อยเหมือนกัน...

เออ แล้วรู้มั้ยว่าไอ้ความเกรงใจของเธอน่ะ ยัยป้าพวกนั้นเรียกว่าอะไร? ถามไปอย่างไร้ความหมายเพราะรู้ดีว่าคนอย่างเธอมันซื่อเสียจนเข้าขั้น เค้าก็พูดกันน่ะสิว่าเธอน่ะมันเด็กเส้น เวลางานไม่ยอมทำอะไร เอาแต่ทำท่าทำทางว่าช่วยงานคนนั้นคนนี้ เก็บงานของตัวเองเอาไว้ทำตอนจะเลิกงานเพราะอยากได้โอทีเยอะๆ ไงล่ะ

ช่างเค้าเหอะ ใครอยากจะพูดอะไรก็... ตอบเนือยๆ เราจะไปห้ามได้ยังไง ความคิดของคนอื่น ขืนไปสนใจก็ไม่ต้องทำอะไรหรอก บ้าตายก่อน...

เออ อยากจะคิดอย่างงั้นก็ตามใจ ประชดเสียงหนักๆ อย่างหมั่นไส้เต็มประดา หากเพราะเคยตามใจและเข้าใจกันมาตลอดก็เลยเปลี่ยนเรื่องหิวรึเปล่า?

ไม่

ไม่หิวก็ต้องกิน เดี๋ยวไม่สบายไปละก็ คุณป้าจะมาฉีกอกใหญ่เอาหรอก กระวีกระวาดลุกจากเก้าอี้ทันที เดี๋ยวไปซื้อแซนด์วิชมาให้

เพราะคร้านที่จะค้าน หรือเพราะเธอเองก็หิวอยู่เหมือนกันก็ไม่รู้ได้ ถนอมนวลเลยเลือกที่จะทิ้งตัวเองลงบนเก้าอี้ว่างเปล่าตรงกันข้ามกับของคนที่เพิ่งจะลุกไปเมื่อครู่ เปลี่ยนสายตามองผ่านกระจกออกไปยังถนนตรงหน้าที่เริ่มจะร้างเพราะล่วงเข้าเกือบสามทุ่มครึ่งแล้ว

ละอองฝอยของสายฝนฟุ้งมาต้องผนังกระจกที่เธอแนบแก้มพิงอยู่ ส่งกระแสเย็นเฉียบจนรู้สึกได้ และร่างสูงของชายหนุ่มในเสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อนเปียกชุ่มโชกที่เพิ่งจะก้าวมาหยุดตรงสายตาของเธอก็คงจะรู้สึกถึงมันได้เช่นเดียวกัน

เขา... ย่อตัวลงนั่งขัดสมาธิกับพื้นอย่างไม่กลัวเสื้อผ้าสะอาดสะอ้านที่สวมอยู่จะเปื้อน และทันใดนั้นก็วางลูกแมวตัวเล็กลงบนตักของตัวเอง ชายเสื้อเชิ้ตถูกดึงจากขอบกางเกงมาเช็ดหน้าตาเนื้อตัวให้เจ้าแมวน้อยสีเทานั้นอย่างเบามือ จากมุมที่เธอนั่งอยู่ ถนอมนวลยังมองเห็นริมฝีปากของเขาขยับคุยกับเจ้าเหมียวตัวนั้นอย่างเอื้ออารีอีกด้วย

กิริยาอ่อนโยนนั้นส่งผ่านกระแสบางอย่างคล้ายไฟฟ้าวิ่งเข้าช็อตหัวใจของคนที่นั่งทอดสายตามองเขาอยู่ตลอดได้ในทันที หญิงสาวลุกพรวดจากเก้าอี้ พร้อมๆ กับคนที่ลุกขึ้นไปสั่งมื้อเย็นให้เธอเดินกลับมาถึงโต๊ะพอดิบพอดี อ้าว นวล จะไปไหน?

ข้างนอก ตอบสั้นๆ แล้วตั้งท่าจะวิ่งผ่านไปทันที คงจะไปถึงตัวชายหนุ่มปริศนาคนนั้นแล้วถ้าเธอจะไม่ถูกดึงแขนเอาไว้อยู่อย่างนี้

ข้างนอกไหน?

ก็ข้างนอกไง ข้างนอก... ตอบอย่างร้อนรนพร้อมกับพยายามดึงมืออีกฝ่ายออกจากแขนของตัวเองไปด้วยในเวลาเดียวกัน

ออกไปทำอะไร?

เดี๋ยวจะกลับมาเล่าให้ฟัง ปล่อยนวลก่อน...

ร่างบางก้าวพรวดออกมาจากร้านนั้น วิ่งเต็มฝีเท้าออกมาทางประตูใหญ่หน้าตึก อ้อมมาทางหน้ากระจกบานกว้างของร้านกาแฟที่นั่งอยู่เมื่อครู่

แมวสีเทาตัวน้อยนั้นยังอยู่ แต่... เจ้าของมือเอื้ออารีนั้นเปลี่ยนไปเป็นหญิงวัยกลางคนในชุดเครื่องแบบพนักงานทำความสะอาดประจำตึกไปเสียแล้ว

ป้าไม่รู้จักเค้าหรอกค่ะ หน้าตาก็ไม่คุ้นด้วย คงไม่ใช่คนในตึกเรา... อธิบายเสียละเอียดละออ ก่อนมองตามสายตาผิดหวังของเธอไปยังแมวที่อยู่ในมือตัวเอง คุณอยากได้เหรอคะ?

 

นึกยังไงเอาแมวมาเลี้ยง แพ้พวกขนแมวขนหมาไม่ใช่เหรอเราน่ะ?

มือเล็กของถนอมนวลไม่ยอมละจากเจ้าก้อนขนน้อยๆ สีเทาอ่อนนั่นเลยตั้งแต่ขึ้นรถมา เจ้าแมวนั่น... คงจะอุ่นและคงจะอิ่มแฮมที่คนอุ้มอุตส่าห์งัดออกมาจากแซนด์วิชป้อนกันจนอิ่มหนำ แล้วไหนจะเสื้อคาร์ดิแกนสีเหลืองมะนาวที่เขาซื้อให้เจ้าหล่อนเป็นของขวัญวันเกิดเมื่อสองปีก่อนที่ถูกอุทิศไปเป็นที่นอนแมวจรจัดแล้วนั่นอีก...

ภวิศเบ้ปาก แล้วนั่นเอาเสื้อไปห่อให้มันทำไม? เสื้อดีๆ แพงๆ เสียหมด

ใหญ่ เธอหันมาเรียกด้วยน้ำเสียงจริงจัง ถ้าใหญ่เจอลูกแมวเปียกฝน จะทำไง?

ก็ปล่อยมันไป... เลิกคิ้วมองสีหน้าผิดหวังของเธอ ทำไม? เราไม่ช่วยมันก็มีชีวิตต่อไปได้น่า ไม่เคยดูจูราสสิค พาร์คเหรอ ที่นักคณิตศาสตร์พูดน่ะ... ทุกชีวิตก็ย่อมมีหนทางของตัวเอง...

ไอ้พูดแบบนั้น่ะ ฟังดูมีหลักการดีนะ แต่ดูไม่แมนเอาซะเลย หญิงสาวถอนหายใจ หัวใจนึกย้อนไปถึงร่างสูงของชายหนุ่มปริศนาอีกครั้ง ผู้ชายคนนั้น... เขาคงจะเป็นคนอ่อนโยนน่าดู...

ไม่กลัวคุณป้าจะว่าเอาเรอะ?

ไม่ แม้จะตอบทันควัน หากน้ำเสียงอ่อนๆ นั้นบอกได้ชัดว่าเจ้าตัวก็ยังไม่แน่ใจในคำตอบนั้นนัก ไม่หรอกน่า...

โดนดุอีกแน่ๆ ยัยนวลเอ๊ย... ชายหนุ่มส่ายหน้า ปรายสายตามองดูหญิงสาวข้างกายอีกครั้ง แต่แม้จะพูดไปอย่างนั้น หากสมองของเขากำลังทำงานหนัก... คิดหาคำแก้ตัวดีๆ ให้เจ้าหล่อน...

ถนอมนวลเป็นเพื่อน อันที่จริง... แม่ของเขาเป็นเพื่อนเรียนมหาวิทยาลัยกับแม่ของเธอ ต่างฝ่ายต่างมีครอบครัวแล้วก็ได้มาซื้อบ้านอยู่ติดกันโดยบังเอิญ แต่สำหรับภวิศแล้ว เขาเรียกความบังเอิญนั้นว่า... พรหมลิขิต...

สวรรค์ลิขิตมาแล้วตั้งแต่เขายังไม่เกิดด้วยซ้ำว่า เขาต้องดูแลคนๆ นี้ ดูแลและ... รัก... คนๆ นี้... ตลอดไป...

 

ตายแล้ว เป้ ไปทำอะไรมา?

ร่างสูงที่เพิ่งจะเดินผ่านประตูบ้านหลังใหญ่เข้ามา เปลี่ยนเส้นทางจากที่ตั้งใจไว้เมื่อแรกว่าจะขึ้นไปอาบน้ำแต่งตัวผลัดเสื้อผ้าที่เปียกจนหมาดออกจากตัวก่อน ไปยังสตรีวัยกลางค่อนไปทางปลายที่กำลังนั่งพักผ่อนดูละครอยู่ในห้องโถง

เปียกฝนนิดหน่อยน่ะครับ แม่

นั่นน่ะ แม่เห็นแล้วละ แต่ไปทำอะไรมาถึงได้เปียกขนาดนี้... สีหน้าของมารดาแสดงความเป็นห่วงอย่างเห็นได้ชัด ก่อนหันไปทางแม่สาวใช้วัยกำดัดที่นั่งดูละครเป็นเพื่อนอยู่ เร้ว ชมพู่ ไปเอาผ้าขนหนูมาให้คุณเป้หน่อย...

ไม่ต้องหรอกครับ เดี๋ยวผมไปอาบน้ำเลยดีกว่า... ชายหนุ่มเท้าแขนลงกับพนักโซฟาของมารดา โน้มใบหน้าลงแตะปลายจมูกที่แก้มของอีกฝ่ายเบาๆ อันเป็นสิ่งที่ต้องทำทุกวันก่อนเข้านอน ผมอาบน้ำแล้วจะนอนเลยนะครับ...

เดี๋ยวลูก... คุณปารมีทอดสายตามองลูกชายคนกลาง แม้จะเปียกโชกมอมแมมแต่ประวีณก็ยังหล่อเหลาเอาเรื่อง อาบน้ำเสร็จแล้วรอคุยกับแม่ก่อนนะเป้ อย่าเพิ่งเข้านอน...

ประวีณเลิกคิ้วมองตอบมารดา ครับ? เรื่องด่วนเหรอครับแม่? ถ้าอย่างนั้นคุยกันก่อนก็ได้ คุยเสร็จแล้วผมค่อยขึ้นไปอาบน้ำนอน...

ไม่ต้อง เดี๋ยวไม่สบายซะก่อน... เธอเกี่ยง เอาไว้ละครจบแล้วแม่ตามขึ้นไปคุยที่ห้องเป้ดีกว่าลูก

แม้จะสงสัย แต่เพราะความที่ไม่เคยขัดคำสั่งหรือแม้แต่คำขอของมารดาสักครั้งก็ทำให้ประวีณพาตัวเองเดินขึ้นห้องมาได้ทันที พอกลับมาอยู่คนเดียว เจ้าแมวน้อยตัวเปียกโชกก็กลับเข้ามาในความคิด...

แมว... ที่ไม่ใช่เจ้าแมวน้อยสีเทาตัวนั้น...

เป้ ดูลูกแมวนั่นสิ น่าสงสารจัง...

เจ้าแมวน้อยสีขาวสะอาดที่นอนหมอบอยู่ใต้โต๊ะหินอ่อนหน้าตึก ตัวสั่นเทาแม้น้ำฝนที่ร่วงหล่นจากท้องฟ้าสีเทาจะเพียงแค่โปรยปราย ใครบางคนนั้นวิ่งออกจากร่มของเขาไปยังสิ่งมีชีวิตน่าสงสารนั่น อุ้มมันขึ้นมาโดยไม่กลัวเสื้อเชิ้ตสีขาวสะอาดนั่นจะเปื้อนเอาเลย

อุ้มมันขึ้นมาทำไม? เดี๋ยวเสื้อผ้าก็เปื้อน... เป็นเขาที่บ่นให้เธอหลังจากก้าวยาวๆ ตามมากางร่มให้อีกครั้ง ก็รู้ดีนี่นาว่าเธอขี้โรคและป่วยง่ายขนาดไหน แค่พัดลมเป่าหน้าก็ยังเป็นไข้ได้เลยทีเดียว แล้วแมวนั่นน่ะคงไม่ได้ฉีดหยูกฉีดยา เป็นโรคอะไรรึเปล่าก็ไม่รู้

คนตาแป๋วหันมามองเขาพร้อมรอยยิ้มที่เต้นระริกในดวงตา งั้นเป้อุ้มให้แพรหน่อยสิ

ไม่ ตอบโดยไม่ต้องคิด ก่อนทบทวนอีกครั้งเมื่อเธอหน้าม่อยลง จะอุ้มทำไม? ปล่อยมันไว้ที่นี่ละ...

จะปล่อยไว้ได้ยังไง เธอแย้ง หน้ายุ่ง แล้วมันจะอยู่ยังไงล่ะ น่าสงสารออก...

แล้วก่อนที่เราจะเจอมัน มันก็ยังมีชีวิตอยู่มาได้... ไม่ใช่เหรอ?

หญิงสาวตรงหน้าชะงักไปนิดหนึ่ง เหมือนเธอกำลังรำลึกถึงอะไรบางอย่าง ก่อนจะหันมาเอ่ยกับเขา มันก็เหมือนแพรก่อนที่จะเจอเป้ไง ชีวิตมันมีแต่เรื่องแย่ๆ คนแย่ๆ แต่... พอเป้เก็บแพรมาเลี้ยง ชีวิตมันเปลี่ยนไปเลยนะ ชีวิตมันมีแต่ความหวัง ความสุข แล้วก็... ความรัก...

แล้วเจ้าแมวน้อยตัวนั้นก็ได้บ้านใหม่เป็นคฤหาสน์หลังใหญ่ของประวีณ เพราะคำพูดสุดท้าย...

เป้ทำให้แพรมีความสุข เป้ช่วยฉุดแพรขึ้นมาจากชีวิตเลวร้าย เป้ให้ชีวิตใหม่กับแพร แพรก็เลยอยากให้ชีวิตใหม่กับแมวน้อยบ้างไง...

ประวีณซบหน้าลงกับฝ่ามือตัวเอง ร้องไห้กับตัวเอง เหมือนที่เป็นมาตลอดเวลาสี่ปีที่ไม่มีเธอ...

 

แม่ไม่ได้ว่าอะไรเธอเมื่อเห็นเจ้าแมวน้อย ทั้งที่ปรกติแล้วแม่ไม่เคยอนุญาตให้เธอมีสัตว์เลี้ยงไม่ว่าจะเป็นหมาหรือแมว นั่นเพราะถนอมนวลเป็นพวก ขี้แพ้ เหมือนที่ภวิศว่าเธอเป็นประจำ

เธอน่ะ แค่ทาแป้งก็จามแล้ว อะไรนิดอะไรหน่อยก็ไม่ได้ ถึงต้องมีฉันเป็นเพื่อนไง ยัยบ๊องนวล

ให้มันอยู่ที่ห้องหลังครัวก็แล้วกัน...

ภวิศหันมาสบตากับเพื่อนสนิทอย่างงุนงงไม่แพ้กัน เอียงหน้าไปกระซิบ เฮ้ย... เป็นไปได้ไงเนี่ย...

ไม่รู้... กระซิบตอบอย่างไม่เข้าใจเช่นกัน หากก็รีบฉวยโอกาสรับคำ ค่ะแม่ แม่ไม่ต้องห่วง นวลจะดูแลมันเอง

สายตาของมารดาที่มองตรงมายังเธอนั้น หญิงสาวพอจะมองออกว่ามันแฝงวี่แววกังวลบางอย่าง ความกังวลที่คงไม่ได้เกิดมาจากเธอหรือเจ้าแมวน้อย และน่าจะเป็นเรื่องที่แม่คงอยากจะคุยกับเธอเป็นการส่วนตัว

ถนอมนวลจึงหันไปทางเพื่อนรักที่ยืนอยู่ข้างๆ ใหญ่กลับบ้านเถอะ ขอบใจนะที่มาส่ง...

อือ ชายหนุ่มหันไปยกมือไหว้ผู้สูงวัยกว่าทันทีหลังคำพูดนั้น เพราะเป็นเพื่อนกันมานานจนรู้ดีว่าอีกฝ่ายต้องการอะไร เดี๋ยวพรุ่งนี้มารับเหมือนเดิมนะ

หญิงสาวพยักหน้า รอกระทั่งอีกฝ่ายออกจากบ้านไปแล้วจึงวางลูกแมวลง ก่อนเดินไปนั่งข้างๆ มารดาที่นั่งรออยู่แล้วบนเก้าอี้หวายตัวโปรด

แม่มีอะไรเหรอคะ?

มี ตอบตรงๆ สั้นๆ สายตาที่มองตรงมานั้นบอกความไม่สบายใจของคนเป็นแม่อย่างชัดแจ้ง นวล แม่มีเรื่องอยากให้นวลช่วย...

คะ?

นวลแต่งงานได้มั้ย เพื่อพ่อกับแม่...

 

คุณปารมีมองลูกชายที่เดินลงมาจากชั้นบนเมื่อเวลาล่วงเข้าเกือบเจ็ดโมงเช้าเหมือนปรกติทุกวัน แต่ที่ไม่ปรกติคืออาการไอค่อกแค่กนั่น...

ไม่สบายเหรอลูก?

สบายดีครับ แค่เจ็บคอกับคัดจมูกนิดหน่อย... ประวีณนั่งลงบนเก้าอี้ประจำของตัวเอง เมื่อคืนไม่เห็นคุณแม่ขึ้นไปคุยธุระกับผม?

อ๋อ... นั่นน่ะ มันเป็นเพราะเธอแอบเห็นลูกชายนั่งร้องไห้อยู่น่ะสิ ความเสียใจที่เธอรู้ดีว่าเกิดมาจากอะไรและเพราะใคร...

เรื่องที่ตั้งใจจะคุยก็เลยพาลพูดไม่ออก ไม่รู้จะบอกอย่างไร แม่อยากให้เป้พักผ่อนก็เลยเปลี่ยนใจ ว่าแต่... เป้ แม่ถามอะไรเราหน่อยได้มั้ย?

ครับ?

เป้ก็อายุจะสามสิบแล้ว ไม่คิดเรื่องแต่งงานบ้างเหรอลูก?

คิดสิ ทำไมจะไม่คิด แต่คนที่ทำให้เขาคิดเรื่องนั้น ตอนนี้ไม่รู้ว่าไปนั่งยิ้มหวานอยู่บนเมฆก้อนไหนเสียแล้ว... ยังหรอกครับแม่...

แม่อยากมีหลาน...

เขาหัวเราะทันที ก็เจ้าสองแสบของพี่ปุ๊ก แล้วไหนจะลูกนายปอมที่กำลังจะคลอดก็หลายแม่เหมือนกันนี่ครับ อย่ามาหวังอะไรกับผมเลย...

คนเป็นแม่ทอดถอนใจ แม่รู้ดีว่าเป้ยังเสียใจเรื่องนั้น แต่...

ผมไปทำงานก่อนดีกว่าครับ ชายหนุ่มตัดบท ด้วยไม่อยากฟังเรื่องเศร้าของตัวเองจากปากคนอื่น แม้คนที่กำลังพูดนั้นจะเป็นมารดาก็ตาม เดี๋ยวสายกว่านี้แล้วรถจะติด

บาดแผล... แม้เวลาจะเยียวยาหากมันก็ยังคงเหลือร่องรอยคล้ายแผลเป็น หัวใจก็เช่นกัน... และทุกครั้งที่มองเห็นแผลนั้น เขาก็จะนึกถึงเธอ แล้วจะแต่งงานกับคนอื่นได้อย่างไร

คนตัวเล็กในชุดขาว เจ้าสาวที่แสนสะอาดของเขาแม้เธอจะไม่บริสุทธิ์ คนที่รักเขาจนลมหายใจสุดท้ายในชุดแต่งงาน ณ ริมทะเลอย่างที่เธอวาดฝันเอาไว้ทั้งชีวิต...

เขาจะไม่ยอมให้ใครมาลบภาพนั้น จะไม่มีวันที่ผู้หญิงคนไหนจะได้เป็นเจ้าสาวของประวีณคนนี้อีกตลอดชีวิตของเขาแน่นอน...

 

ภวิศเลิกคิ้วมองหน้าประตูบ้านที่ยัยบ๊องจะมายืนคอยเขาทุกเช้า หากวันนี้... ไม่มีแม้แต่เงาของเธอ...

พอจอดรถเทียบ มารดาของถนอมนวลก็เปิดประตูออกมาแจ้งข่าว วันนี้นวลลาป่วยนะจ๊ะ

เป็นอะไรเหรอครับ?

เป็นหวัดธรรมดาเหมือนเดิมนั่นละ คำตอบมาพร้อมกับรอยยิ้มเนือยๆ ฝากใหญ่ลางานให้นวลด้วยนะ

แล้วเขาก็ขับรถออกมาพร้อมกับความเป็นห่วงเต็มหัวใจ แม้จะรู้ดีอยู่ว่าถนอมนวลเป็นคนป่วยง่าย แต่ถ้าไม่หนักหนาสากรรจ์จริงๆ ก็มักจะเป็นคนมายืนรอบอกเขาด้วยตัวเอง ไม่ใช่ให้คุณป้ามาบอกให้แบบนี้

หรือ... อาการจะหนัก...

ฮัลโหล... น้ำเสียงของคนรับสายอู้อี้ทีเดียว คงจะยังไม่ตื่นดี ใหญ่เหรอ... นวลลางานนะวันนี้...

รู้แล้ว คุณป้าบอกแล้ว... ตอบก่อนแล้วย้อนถาม ไม่สบายหนักเลยเหรอ?

ไม่เท่าไหร่หรอก

แว่วเสียงสูดน้ำมูกจากปลายสาย ภวิศเอ่ยทันที น้ำมูกไหล สงสัยแพ้ขนแมวละสิ เอามาให้ใหญ่เลี้ยงดีกว่ามั้ยนวล?

สำเนียงอ่อนโยนในน้ำเสียงไถ่ถามนั้นทำเอาถนอมนวลน้ำตารื้นอีกครั้ง แม้จะร้องไห้จนตาบวมกระทั่งไม่กล้าไปทำงาน จนเธอคิดว่าน้ำตามันหมดตัวไปแล้ว

ไม่เป็นไร น่าจะเป็นเพราะฝนเมื่อคืนมากกว่า แค่นี้ก่อนนะ นวลอยากนอนพัก...

โอเค ทำท่าจะตัดสาย ก่อนนึกขึ้นได้ เออ นวล มียากินรึเปล่า? กินให้ครบนะ ห้ามแอบเอายาทิ้งถังขยะ แล้วก็ดื่มน้ำเยอะๆ นอนมากๆ ตอนเย็นใหญ่จะซื้อก๋วยจั๊บที่นวลชอบไปฝากนะ

อือ รับคำเบาๆ ก่อนตัดสาย หญิงสาวทิ้งตัวลงนอนอีกครั้ง เรื่องใหญ่ ที่เพิ่งจะได้รับรู้มาเมื่อคืนยังคงแสดงอิทธิฤทธิ์ของมันอย่างเต็มที่ และมันก็ทำให้ถนอมนวลไม่อยากจะลุกจากเตียง แทบไม่อยากจะขยับเขยื้อนเลยด้วยซ้ำไป

ใครก็ได้ช่วยบอกทีเถิด เรื่องที่แม่บอกกับเธอ เธอ... เพียงแค่ฝันร้ายไปใช่ไหม ที่แม่บอกจะให้เธอแต่งงานเพื่อหาเงินก้อนโตมาชดใช้หนี้ก้อนใหญ่ที่พ่อเอาไปลงทุนกับโครงการก่อสร้างที่เพิ่งจะล้มไป...

มันไม่จริง... ใช่ไหม...

 

 

 

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

107 ความคิดเห็น

  1. #10 พชรเมขลา (@5180010455) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 17 มีนาคม 2557 / 13:23
    ถนอมนวลดูอ่อนโยน มีเมตตานะ ขอไรเตอร์อย่าให้เธอเจออะไรรุนแรงจากผู้ชายที่จะแต่งงานด้วยนะ 
    #10
    0
  2. #2 nuri.j (@nuri) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2556 / 05:14
    แค่บทนำก็มาม่าแล้วค่ะ เง้อ
    พระเอกน่าสงสารจัง นางเอกก็คงไม่ต่างกันเท่าไหร่ถ้าจะต้องแต่งงานกับคนที่ไม่เคยรู้จัก
    #2
    0