OK!! I love U ♥ ยุ่งนัก...กูรักมึงก็ได้ [Yaoi][Boy's love]

ตอนที่ 98 : .....ณ ขณะรัก..... 10. อยากแก้ไข (ชาย)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,100
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 25 ครั้ง
    8 ม.ค. 57



10. อยากแก้ไข (ชาย)

 

ผมกลับมาบ้านด้วยความอ่อนล้าและอ่อนแรง ผมทำร้ายคนที่ผมรักด้วยคำพูดที่ผมไม่เคยคิดว่ามันจะหลุดออกมาจากปากของผม ผมทำให้มันเจ็บเจียนตายด้วยตัวของผมเอง ทั้งๆ ที่ผมไม่เคยแม้แต่จะเกลียดมันเลยสักนิด

 

“กูขอโทษนะปอ กูไม่ได้อยากทำแบบนี้...” ผมทิ้งตัวลงนั่งบนพื้นห้องพิงเตียงนอนอย่างอ่อนแรง มันน่าจะดีกว่าถ้าให้เรื่องราวมันเป็นแบบนี้ ผมไม่อยากจะให้ปอมันทิ้งทุกอย่างเพื่อผม ถึงผมจะดีใจที่วันนี้มันกล้าที่จะเผชิญหน้ากับความเป็นจริง ผมดีใจมากจนเกือบจะตอบรับกลับไป

 

แต่มันจะดีจริงๆ หรือ เรื่องราวระหว่างเรามันจะกลับมาประสานกันได้ดังเดิมจริงๆ หรือ ในเมื่อแก้วที่มันร้าวไปแล้วมันไม่สามารถกลับมาเรียบสวยเป็นเหมือนแก้วใบเดิมที่ไร้ร่องรอยได้ มันมีแต่รอวันที่แก้วจะแตกเป็นเสี่ยงๆ ก็เท่านั้น

 

เรื่องงานแต่งงานระหว่างผมกับข้าวหอมถูกยกเลิกไปตั้งแต่เมื่อวานนี้แล้ว เพราะข้าวหอมเป็นฝ่ายพูดต่อหน้าพ่อของผมและพ่อของเธอ ว่าเธอไม่อยากแต่งงานกับผม เพราะว่าเธอไม่สามารถรักผมเกินกว่าพี่ชายได้ เธอบอกกับพ่อของผมและพ่อของเธอแบบนั้น

 

แต่ทว่าสาเหตุที่แท้จริงของการยกเลิกงานแต่งงานในครั้งนี้ก็เพราะสิ่งที่ไอ้พายมันพูดกับข้าวหอมในวันนั้นที่เจอกัน ข้าวหอมเองก็น่าจะพอมองออกว่าใจของผมไม่ได้อยู่กับที่เลยเวลาที่ผมอยู่กับเธอ

 

 

พี่ชายคะ จริงๆ แล้วข้าวชอบพี่ชายมาตั้งนานแล้วนะรู้มั้ย แต่ดูเหมือนว่าพี่ชายจะจำข้าวไม่ได้เลยด้วยซ้ำ ทั้งๆ ที่เราก็เคยเจอกันมาก่อนหน้าที่ข้าวจะไปเรียนต่อที่เมืองนอกตั้งหลายครั้งหลายครา

 

ข้าวพอจะมองออกค่ะว่าพี่ชายมีใครบางคนอยู่ในใจอยู่แล้ว ถึงข้าวจะไม่รู้ว่าคนคนนั้นเป็นใครก็ตามที จริงๆ ข้าวก็ผิดที่ดึงดันและคิดว่าจะทำให้พี่ชายชอบข้าวได้ รู้ทั้งรู้ว่าเป็นไปไม่ได้ก็ยังดึงดันทำให้เรื่องราวมันยุ่งวุ่นวายแบบนี้ ข้าวขอโทษนะคะ

 

พี่ต่างหากที่ต้องขอโทษข้าว ขอโทษนะครับที่ดึงข้าวเข้ามาทำให้เรื่องมันวุ่นวายแบบนี้ พี่ขอโทษที่ทำให้ข้าวต้องมาเสียหายเพราะพี่...

 

พี่ชายไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ ข้าวไม่สนใจคำพูดของคนหรอก ข้าวไม่จมตัวเองอยู่กับคำพูดของคนที่เค้าไม่ใช่คนที่รักเราหรอกค่ะ ตลอดเวลาที่ได้อยู่ใกล้ชิดพี่ชายข้าวมีความสุขมากจริงๆ และมันก็ทำให้ข้าวรู้ว่าพี่ชายน่ะเหมาะที่จะเป็นพี่ชายมากกว่าคนรักของข้าวค่ะ

 

ข้าวจะคุยเรื่องนี้กับพ่อของข้าวและพ่อของพี่ชายเองค่ะ ขอบคุณพี่ชายมากนะคะที่ดีกับข้าวมาตลอดตั้งแต่เมื่อก่อนหรือตอนนี้ก็ตาม ขอข้าวหอมเป็นน้องสาวของพี่ชายนะคะ คงจะดีไม่น้อยถ้าได้มีพี่เป็นพี่ชายอีกสักคน

 

 

 

ผมกับข้าวหอมได้คุยกันก่อนหน้านี้แล้ว เรื่องระหว่างเราสองคนมันไม่มีทางเป็นไปได้อยู่แล้ว แต่ดูเหมือนว่าทั้งผมและข้าวหอมเองก็ยังคงดื้อดึงด้วยเหตุผลของตัวเอง จนสุดท้ายแล้วมันก็ไม่ไปรอด เรารู้อยู่แก่ใจของเราเองว่าเราสองคนคงไม่สามารถแต่งงานอยู่กินด้วยกันแบบคู่รักได้

 

เพราะขึ้นชื่อว่าคู่รักมันก็ต้องมีความรักเข้ามาเป็นตัวเชื่อมคนทั้งสองเข้าไว้ด้วยกัน แต่ทว่าเราทั้งคู่ไม่ได้รักกันแบบคนรัก ผมยอมรับว่าผมเอ็นดูข้าวหอมเพราะว่าเธอเป็นคนน่ารักและเป็นคนที่น่าคบหา ผมอยากให้เราเป็นพี่น้องกันมากกว่าที่จะมาเป็นคู่รักที่ต้องแต่งงานกัน

 

บทสรุปของเราให้มันลงเอยแบบนี้น่ะดีแล้ว ให้ข้าวหอมเป็นคนบอกยกเลิกงานแต่งงานแบบนี้ก็ดีแล้วเพราะมันเป็นการปกป้องและรักษาชื่อเสียงของเธอ ทางพ่อของผมท่านก็ไม่ได้ว่าอะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้ก็ตาม แต่ผมก็ยังหวั่นว่าผมจะถูกบังคับให้แต่งงานอีกครั้งเมื่อไหร่

 

จริงๆ แล้วผมอาจจะเป็นคนที่ทำให้เรื่องมันยุ่งยากมากขึ้นก็เป็นได้ ถ้าวันนี้ผมตอบรับคำขอของปอและกล้าที่จะจับมือมันเดินเข้าไปหาพ่อ บางทีเรื่องมันอาจจะไม่เลวร้ายอย่างที่ผมกลัวก็เป็นไปได้

 

ผมกลัวว่าพ่อจะผิดหวังและอาการหัวใจของพ่อจะกำเริบหนัก ช่วงนี้สุขภาพของพ่อไม่ค่อยดีนัก ผมไม่อยากเป็นคนที่ทำให้พ่อของตัวเองอาการทรุดลง อีกอย่างผมไม่รู้ว่าตัวเองทิฐิหรือว่าเกิดความน้อยใจปอขึ้นมาหรือเปล่า หรือบางทีความรู้สึกเหล่านี้มันจะแอบซ่อนอยู่ในใจของผมมานานแล้วก็ได้ เพียงแต่มันยังไม่ถึงเวลาที่จะระเบิดออกมาก็เท่านั้น

 

“กูขอโทษนะปอ...กูไม่เคยเกลียดมึงเลยสักนิด แต่กูจะดึงให้มึงกลับมาร่วมเส้นทางกับกูก็คงไม่ได้ กูไม่อยากเป็นคนเห็นแก่ตัวถึงแม้ว่ากูจะรักมึงมากแค่ไหนก็ตามที” ผมทิ้งตัวลงนอนบนพื้นห้อง ผมคว้ากล่องใต้เตียงออกมา ภาพของผมกับปอถูกเก็บเอาไว้ในนั้นมากมาย ผมมองมันด้วยรอยยิ้ม ผมทำร้ายคนที่ผมรักด้วยคำพูดที่เสียดแทงหัวใจของมันอย่างเจ็บปวด

 

ทุกคำพูดที่ผมพูดออกไปนั้นมันไม่ได้ออกมาจากใจ ยิ่งว่ามันเท่าไหร่หัวใจของผมยิ่งเจ็บช้ำมากเท่านั้น ผมทำใจเอาไว้แล้วว่าเรื่องของเรามันคงไม่มีทางมาบรรจบกันได้ ทางที่ดีที่สุดคือเราควรอยู่ให้ห่างกันมากที่สุด และต่างคนต่างอยู่ในที่ของตัวเอง แบบนั้นแหล่ะดีแล้ว

 

“ถ้าไม่รักแล้วยังเก็บของพวกนี้เอาไว้ทำไมวะพี่ชาย” ไอ้พายมันเดินเข้ามาในห้องของผมตั้งแต่เมื่อไหร่นั้นผมไม่รู้หรอก แต่มันก็ไม่มีความจำเป็นอะไรที่ผมจะปิดบังในเมื่อมันรู้เรื่องของผมจนหมดแล้ว

 

“มันเป็นเสี้ยวหนึ่งของความทรงจำดีๆ ของกู ต่อให้หมดรักแล้วกูก็จะไม่ทิ้งมันไป” ผมหลับตานิ่งๆ สูดลมหายใจเข้าลึกๆ อีกวันสองวันผมก็จะเดินทางกลับไปยังเชียงรายและเริ่มต้นทำงานของผมต่อหลังจากที่ผมทิ้งหายมานานนับเดือน

 

“ผมเพิ่งรู้นะว่างานแต่งงานของพี่กับข้าวหอมถูกยกเลิกไปตั้งแต่เมื่อวันก่อน แล้ว พี่ได้บอกกับพี่ปอหรือเปล่า เข้าใจกันหรือยัง...” ผมลืมตาขึ้นหลังจากที่พยายามเก็บความรู้สึกของตัวเองลงไปให้ลึกสุดใจ ผมเก็บของของผมเข้าที่อย่างเรียบร้อย มองดูไอ้พายที่มันจ้องมองผม

 

“กูกับปอเข้าใจกันดีแล้ว มึงไม่ต้องห่วงเรื่องนี้นักหรอก งานแต่งก็ถูกยกเลิกไปแล้ว...คงสมใจมึงแล้วนะไอ้พาย” ผมมองหน้าไอ้พายที่ดูเหมือนว่ามันยังไม่ค่อยเชื่อเท่าไหร่ แต่ไม่สำคัญหรอกว่ามันจะเข้าใจหรือไม่เข้าใจหรือจะอะไรก็แล้วแต่ เรื่องนี้มันจบลงแล้ว

 

“ผมถามจริงๆ นะพี่ชาย การจะทำให้ตัวเองมีความสุขเนี่ยมันยากมากเลยหรอวะพี่ ทั้งๆ ที่มันอยู่แค่ตรงหน้า ทั้งๆ ที่เราสามารถเอื้อมมือคว้ามันเอาไว้ได้อย่างง่ายดายแต่ทำไมวะพี่...ทำไมพยายามปัดมันทิ้งไปแล้วดึงเอาความเจ็บปวดมาไว้แทน” ผมก็อยากจะหาคำตอบในสิ่งที่ไอ้พายมันถามเหมือนกัน ว่าทำไมผมถึงไม่พยายามคว้าความสุขที่มันมาหาผมถึงที่ แต่กลับปัดมันทิ้งแล้วยอมจมตัวเองอยู่กับความเจ็บปวดแทน

 

“ต่อมันบอกกับพี่ปอไปแล้ว ครั้งนี้คงถึงเวลาที่ผมจะบอกกับพี่แล้วเหมือนกัน” ไอ้พายมันกอดอกแล้วมองหน้าผมอย่างจริงจัง เราสองคนไม่ค่อยได้คุยกันสักเท่าไหร่ นานๆ ถึงจะคุยกันอย่างจริงจังสักที

 

“พี่แบกรับเรื่องราวทุกอย่างเอาไว้คนเดียวทั้งหมด เพราะว่าไม่อยากให้ผมต้องลำบาก พี่ถามผมสักคำมั้ยวะว่าผมพร้อมที่จะลำบากหรือเปล่า ถามผมหน่อยมั้ยว่าผมอยากให้พี่แบกรับมันเอาไว้คนเดียวหรือเปล่า...” นั่นสินะ ผมไม่เคยถามมันเลยสักคำ เพราะผมเอาแต่คิดว่ามันเป็นน้อง ผมเป็นพี่ และหน้าที่ของพี่ก็คือการดูแลน้องให้ดีที่สุด

 

“ผมโตแล้วนะพี่ชาย ผมก็พิสูจน์ให้พี่กับพ่อเห็นแล้วว่าผมสามารถช่วยดูแลกิจการของเราได้แล้ว แล้วทำไมพี่ยังทำเหมือนว่าผมเป็นเด็กที่ไม่รู้จักโต ทั้งพี่ทั้งพี่ปอก็เหมือนกัน มองเห็นพวกเราเป็นเด็กอยู่ตลอดเวลา บางทีพวกพี่น่าจะปล่อยวางเรื่องรอบตัวและหาความสุขให้กับตัวเองกันบ้างนะ เพราะนั่นคือสิ่งที่น้องๆ อย่างพวกเราต้องการเหมือนกัน” ไอ้พายมันตบบ่าผมเบาๆ มันยิ้มจางๆ ให้กับผมและเดินออกจากห้องของผมไป ผมปิดประตูห้องนอนและยืนพิงมันอยู่อย่างนั้นเนิ่นนาน ก้มหน้ามองปลายเท้าตัวเองนิ่งงันอย่างไม่รู้ว่าควรจะทำอย่างไร

 

มันก็จริงอย่างที่ไอ้พายมันพูดมา ผมได้แต่คาดหวังและทำทุกอย่างเพื่อให้มันมีความสุข โดยที่ลืมนึกไปว่ามันไม่ใช่เด็กๆ อีกต่อไปแล้ว มันโตขึ้นมากแล้ว เป็นผู้ใหญ่มากขึ้น ความรับผิดชอบในหน้าที่การงานก็มีขึ้นมาก แล้วผมยังจะห่วงอะไรอีก

 

ความจริงผมควรจะหาความสุขให้กับตัวเองได้แล้ว แต่ผมเพิ่งปัดความสุขเดียวของผมออกจากชีวิตไป ผมทำร้ายจิตใจของคนที่ผมรักด้วยคำพูดที่แสนเจ็บปวด คำว่าเกลียดที่หลุดออกจากปากของผม มันเกิดขึ้นพร้อมๆ กับความเจ็บปวดที่ทิ่มแทงเข้ามาในใจของผมอย่างสาหัส

 

มันสายไปแล้วพาย...กูทำลายทุกอย่างลงด้วยมือของกูไปแล้ว กูไม่เหลือความสุขให้ไขว่คว้าอีกต่อไปแล้ว

 

……….

 

 

 

 

บรรยากาศที่แสนคุ้นเคย กว่าสี่ปีแล้ว ณ ที่แห่งนี้ ที่ที่เป็นเสมือนบ้านอีกหลังของผม บ้านที่ผมใช้ซุกหัวนอนและซ่อนหัวใจของผมปิดตายเอาไว้ ผมเดินทางขึ้นมาทำงานที่เชียงรายตามเดิม ผมเดินทางหลังจากวันที่ออกปากไล่ปอออกจากชีวิตของผมราวๆ สองวัน ตอนนี้ก็ผ่านวันแห่งความเจ็บปวดมาหนึ่งสัปดาห์แล้ว

 

ไม่มีเสียงของไอ้พายโทรมาต่อว่าผมเรื่องที่ผมผลักไสปอ ไม่มีเสียงของปอหรือแม้แต่ข้อความจากปอเลยสักข้อความ เรื่องระหว่างผมกับปอคงจะจบลงแล้วจริงๆ มันถึงเวลาที่ผมจะต้องเลิกจมตัวเองอยู่กับความรักที่มันผ่านพ้นไปนานมากแล้ว และเริ่มต้นใหม่กับหน้าที่การงานอย่างจริงจังเสียที

 

ผมตั้งใจเอาไว้แล้วว่าผมจะทุ่มเททุกสิ่งทุกอย่างให้กับงานของผม ผมจะสานต่อความตั้งใจของพ่อด้วยตัวของผมเอง ผมคงไม่แต่งงานและคงไม่ดึงใครเข้ามาในชีวิตของผม อย่างที่ปอมันบอกนั่นแหล่ะ ผมมีคนบางคนอยู่ในใจเสมอ มันไม่มีทางที่ผมจะรักใครได้ถ้าหากในใจของผมยังมีมันอยู่แบบนี้

 

“อาชาย...น้ำปั่นแวะมากวนอาชายอีกแล้วแหล่ะ คิดถึงอาชายที่สุดเลย” ผมได้ยินเสียงใสๆ ของน้ำปั่นที่ร้องเรียกผมมาแต่ไกล ไอ้สองคนพ่อลูกนี่ก็แปลก ตอนที่ผมกลับไปอยู่กรุงเทพนี่ไม่เคยได้เจอสองคนนี้เลย แต่พอกลับมาอยู่ที่เชียงรายกลับได้เจอทั้งสองคนเป็นประจำ

 

“แอบตามไอ้เต้มาดูงานหรอน้ำปั่น” ผมกอดหลานเบาๆ น้ำปั่นมองหน้าผมพร้อมกับส่ายหน้าไปมาแบบระรัว

 

“เปล่านะน้ำปั่นไม่ได้มากับฮ่องเต้หรอก น้ำปั่นมาเที่ยวกับเพื่อนๆ น่ะ แอบเม้ากับเพื่อนๆ เอาไว้เยอะเลยว่าที่นี่น่ะสวยแล้วก็น่าพักผ่อนมากๆ เพื่อนๆ ก็เลยอยากมาไง...” ผมมองไปทางกลุ่มเด็กรุ่นราวคราวเดียวกับน้ำปั่นกว่าสิบคนที่เดินมองวิวทิวทัศน์กันอย่างเพลินใจ

 

“ไอ้เต้มันปล่อยให้มาได้ไงเนี่ย ปกติเห็นมันหวงเราอย่างกับอะไรดี” ผมมองดูเด็กคนหนึ่งในกลุ่มของเพื่อนน้ำปั่นอย่างพินิจ ถ้าจำไม่ผิดน่าจะเป็นเด็กของไอ้ต้นไม่ใช่หรอวะนั่น

 

“น้ำปั่นหนีเที่ยวอ่ะอาชายไม่ได้บอกฮ่องเต้หรอก ปล่อยตาแก่นั่นนอนกอดงานไปเถอะ ช่วงนี้ทำแต่งานไม่สนใจน้ำปั่นเลย น้ำปั่นเลยหนีเที่ยวซะให้เข็ด” หลานผมนี่ก็แสบไม่ใช่น้อย แต่น้ำปั่นน่ารักและนิสัยดีขี้อ้อน ไอ้เต้มันไม่รักไม่หลงก็แปลกแล้ว

 

“อาชายเป็นไงบ้างเหงามั้ย น้ำปั่นอยากเห็นอาชายมีความสุขสักที” น้ำปั่นกอดแขนผมแล้วซบเบาๆ เหมือนอยากจะให้กำลังใจผม ผมไม่รู้หรอกว่าไอ้เต้มันบอกเล่าเรื่องราวของผมให้น้ำปั่นรับรู้มากน้อยเพียงใด

 

“ตอนนี้อาก็มีความสุขดีนี่ เรากับเพื่อนๆ เดินทางกันมาเหนื่อยๆ อาว่าไปพักผ่อนกันก่อนดีกว่ามั้ย ขาดเหลืออะไรก็บอกอาได้นะเดี๋ยวอาจะจัดการให้” ผมวางมือลงบนกลุ่มผมนุ่มๆ ละเอียดของน้ำปั่นพร้อมกับยีเบาๆ สองสามที เพื่อนๆ ของน้ำปั่นเดินมาหาน้ำปั่นและเจ้าตัวแสบก็แนะนำให้เพื่อนๆ สวัสดีผม

 

“เรานี่หน้าคุ้นๆ นะ ใช่เด็กไอ้ต้นมันหรือเปล่า...” ผมรับไหว้เด็กๆ พร้อมกับมองหน้าเด็กคนหนึ่งในกลุ่มอย่างพินิจ น่าจะใช่แหล่ะผมว่าผมจำไม่ผิดหรอก โลกมันก็กลมดีจริงๆ พัวพันกันอยู่แค่นี้แหล่ะไม่ได้ไปไหนไกลเลย

 

“สวัสดีครับ...”

 

“อาชายรู้จักเลิฟด้วยหรอ อ๋อๆ เมื่อตอนปีใหม่พี่ต้นพาเลิฟมาเที่ยวกับพวกเพื่อนๆ นี่นะ โลกกลมจังเลยเนอะ” น้ำปั่นนี่ช่างพูดมากจนบางทีผมก็สงสัยว่าเด็กคนนี้เอาอะไรมาพูดนัก ผมไม่ได้รำคาญหลานหรอกนะ น้ำปั่นน่าสงสารและน่าเอ็นดูมาก

 

“นี่ก็อีกคนไอ้ต้นมันปล่อยให้มาเที่ยวกันตามลำพังได้ยังไง ครั้งก่อนที่มาเห็นมันเฝ้าเราแทบไม่ห่าง” เห็นเด็กๆ มีความสุขแล้วย้อนนึกถึงช่วงในวัยเดียวกันนั้นผมเองก็มีความสุขกับชีวิตในรั้วมหาลัยเช่นกัน ตอนนั้นเราไม่เคยคิดหรอกว่าเวลาล่วงเลยผ่านมาถึงตอนนี้พวกเราจะต้องแยกกันไปคนละทิศคนละทางแบบนี้

 

“ช่วงนี้พี่ต้นไม่ค่อยว่างหรอกครับเพราะว่าต้องเข้าไปช่วยพี่พายดูแลร้านอาหารของพี่ต่อ ทางบ้านพี่ต่อก็ยุ่งๆ กันน่าดูตั้งแต่ที่พี่ปอประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์จนต้องหามตัวเข้ารักษาที่โรงพยาบาล ก็ยุ่งๆ วุ่นๆ กันน่าดู” ในตอนแรกผมก็ยังยิ้มได้อยู่หรอกแต่ทว่าพอได้ยินในสิ่งที่เลิฟบอกออกมา หัวใจของผมก็เหมือนว่าจะเต้นช้าลง มือชาวาบและเหมือนขาจะไร้เรี่ยวแรงขึ้นมากะทันหัน

 

“อ้อ...เห็นฮ่องเต้ก็พูดๆ อยู่เหมือนกันว่าเพื่อนประสบอุบัติเหตุตอนนี้รักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลแต่ก็ไม่ได้บอกรายละเอียดอะไรมากมายนัก...”

 

“น้ำปั่นพอจะรู้มั้ยว่ามันเกิดเรื่องนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่” ทำไมไอ้พายมันถึงไม่บอกเรื่องนี้กับผม ทำไมมันถึงปิดเงียบและไร้การติดต่อไปเลย ผมรู้สึกกังวลและเริ่มอยู่ไม่สุข ผมเป็นห่วงปอและอยากจะรู้อาการของมันจากปากของไอ้พายเดี๋ยวนี้เลยด้วยซ้ำ

 

“เอ...น้ำปั่นก็จำวันที่แน่นอนไม่ได้อ่ะอาชาย แต่รู้ว่าเป็นตอนกลางคืน ประมาณสัปดาห์ที่แล้วหรือเปล่าหว่า...” หัวใจของผมกระตุกวาบถ้ามันเป็นช่วงเวลาประมาณนั้นมันน่าจะเป็นวันที่ปอมันนัดผมออกมาเจอ วันที่ผมพูดคำว่าเกลียดมันและไล่มันให้ไปจากชีวิตของผม

 

“น้ำปั่นพาเพื่อนๆ ไปพักผ่อนเถอะเดี๋ยวอาขอไปจัดการงานสักหน่อย มีอะไรขาดเหลือหรือว่าอยากได้อะไรเพิ่มเติมก็บอกกับเลขาของอาได้เลยนะ” ผมยิ้มจางๆ อย่างยากลำบาก ถึงผมจะยืนอยู่กับเด็กๆ ตรงนี้ แต่ใจของผมมันลอยหายไปยังที่ที่ไกลแสนไกลเรียบร้อยแล้ว มันเกิดคำถามวกวนอยู่ในใจของผมซ้ำแล้วซ้ำเล่า

 

เพราะผมหรือเปล่าที่ทำให้ปอต้องประสบอุบัติเหตุแบบนี้

 

 

...................

 

 

 

 

 

 

 

ผมเดินวนไปวนมาอยู่ในห้องทำงานด้วยใจที่ไม่สงบ ผมกำมือถือแน่นอย่างตัดสินใจว่าควรจะโทรไปถามอาการของปอจากไอ้พายดีมั้ย และผมก็อยากรู้ว่าทำไมทุกคนถึงเงียบเฉยไม่มีใครบอกข่าวของปอให้ผมได้รับรู้เลยสักนิด แม้แต่ไอ้เต้ก็ไม่ส่งข่าวของปอมาให้ผม

 

“รับสายสิวะไอ้พาย...” ผมกดโทรหาไอ้พายอยู่หลายครั้งแต่มันก็ไม่รับสาย กดโทรหาไอ้ต่อก็เหมือนกันดูเหมือนว่าไม่มีใครรับสายผมเลยสักคน ผมร้อนใจ ผมนั่งนิ่งๆ ไม่ได้ ใจของผมมันร้อนรุ่มและอยู่ไม่สุข

 

รู้ทั้งรู้ว่าโทรไปเบอร์ปอก็คงไม่มีใครรับสาย แต่ผมก็ยังคงกดโทรไปเพื่อฟังเสียงของมัน น้ำตาของผมไหลลงมาตั้งแต่เมื่อไหร่ผมไม่รู้ตัวเลยสักนิด รู้ตัวอีกทีก็ตอนที่มันหยดลงบนพื้นหยดแล้วหยดเล่า ผมได้แต่กำมือถือเอาไว้แน่นด้วยความทรมานใจ

 

“รับสายกูสิวะ พวกมึงจงใจปิดเรื่องนี้กับกูใช่มั้ย ให้กูรู้อาการของปอมันสักหน่อยก็ยังดี...” ผมไม่รู้ว่าควรจะทำอย่างไรดี กดโทรหาใครก็ไม่มีใครรับสาย แม้แต่ไอ้เต้มันก็ไม่รับสายผม ผมอยากจะกลับกรุงเทพซะเดี๋ยวนี้ แต่ติดตรงที่งานที่กองอยู่บนโต๊ะทำงาน ถ้าผมยังเคลียร์มันไม่เสร็จก็คงไม่สามารถทิ้งงานทางนี้ไปไหนได้

 

“โก้!! ไอ้ปอมันเป็นอะไร มันเป็นยังไงบ้าง ทำไมพวกมึงถึงต้องปิดบังกูวะ โทรไปหาใครก็ไม่มีใครรับสายกูเลยสักคน...” ไอ้โก้เป็นคนเดียวที่รับสายผม และทันทีที่มันกดรับสายผมก็ถามคำถามที่ผมสงสัยและอยากรู้ออกไปแบบทันที

 

[ใจเย็นพี่ชาย พี่ปอไม่เป็นอะไรมากหรอก ทุกคนเค้าเลยไม่อยากจะบอกเรื่องนี้ให้พี่รู้ อีกอย่างพี่ปอก็ขอเอาไว้ว่าอย่าบอกเรื่องนี้ให้พี่ชายรู้เด็ดขาด]

 

ผมทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาพร้อมกับซบหน้าลงบนฝ่ามือของตนเอง ขยุ้มเส้นผมเพื่อระบายความอัดอั้นตันใจที่มันอัดแน่นอยู่ในหัวใจของผม มันคงตั้งใจปิดบังเรื่องนี้และไม่อยากให้ผมรับรู้ ถ้าวันนี้ผมไม่รู้ข่าวจากน้ำปั่นผมคงไม่รู้อะไรเลย

 

“โก้...ไอ้ปอมันประสบอุบัติเหตุวันไหนวะมึงพอจะจำได้มั้ย...”

 

[เหมือนจะเมื่อสัปดาห์ก่อนนะพี่ชาย เห็นไอ้พายมันโทรมาบอกข่าวกับไอ้ต็อปอยู่ ถ้าจำไม่ผิดก็น่าจะเป็นวันที่ออกไปเจอกับพี่ชายนั่นแหล่ะ...]

 

แค่นี้ผมก็รู้แล้ว แค่นี้ผมก็เข้าใจอย่างถ่องแท้แล้วว่าอะไรเป็นอะไร และมันเป็นเพราะผมที่ทำให้ไอ้ปอต้องประสบอุบัติเหตุจนต้องเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลแบบนี้

 

“แล้วแม่พรทิพย์เป็นยังไงบ้างวะ แล้วปลายฝนกับต้นหนาวล่ะอยู่ยังไงใครดูแล...”

 

[พี่ชาย...ถ้าคิดจะตัดบัวอย่าให้มันเหลือใย ถ้าคิดจะตัดใจก็อย่าให้เหลือรัก ผมก็ไม่รู้หรอกนะว่าพี่กำลังคิดอะไรอยู่ แต่ถ้าพี่อยากจะตัดใครสักคนออกจากชีวิต ก็อย่าไปนึกถึงเค้าเลยดีกว่า มันจะดีกับทั้งตัวพี่เองและตัวพี่ปอเอง...ผมวางสายก่อนนะครับพอดีต้องทำงานต่อ]

 

ทุกอย่างกลับเข้าสู่ความเงียบอีกครั้ง ผมเอนหลังพิงโซฟาอย่างอ่อนแรง มันก็จริงอย่างที่ไอ้โก้มันว่า ผมตัดปอออกจากชีวิตและหัวใจของผมแล้ว และผมก็ไม่ควรที่จะนึกถึงมันอีกแล้ว ถ้าไอ้โก้มันบอกว่าปอไม่เป็นอะไรมากผมก็จะเชื่อตามนั้น

 

“กูขอโทษนะปอที่เป็นต้นเหตุทำให้มึงต้องมาเจ็บตัวแบบนี้

 

 

 

 

ถึงจะพยายามบอกกับตัวเองแบบนั้น บอกกับตัวเองว่าไอ้ปอมันคงไม่เป็นอะไรมาก พยายามเชื่อตามที่ทุกคนบอกกับผมว่าปอไม่เป็นอะไร แต่ใจของผมกลับไม่เป็นสุขเอาเสียเลย กลับเป็นห่วงและกังวลเกี่ยวกับอาการของปอแทบจะตลอดเวลา

 

อยากจะโทรถามไอ้พายแต่ผมคิดว่ามันคงไม่รับสายผม จะโทรหาแม่พรทิพย์หรือไอ้ต่อก็รู้สึกละอายใจเพราะผมเป็นต้นเหตุที่ทำให้ปอเป็นแบบนั้น จะถามไอ้โก้ก็คงไม่ได้อะไรเพิ่มเติมมากกว่าเดิมนักเพราะมันตัดบทผมตั้งแต่ครั้งก่อนแล้ว

 

“เฮ้อ...” ผมนั่งเคาะปากกาลงบนโต๊ะครั้งแล้วครั้งเล่าอย่างไม่มีสมาธิ ความรู้สึกนึกคิดของผมมันไม่ได้อยู่กับงานตรงหน้า มันเอาแต่พะว้าพะวงนึกถึงแต่ปอ อาจจะเพราะว่าผมกำลังรู้สึกผิดที่เป็นต้นเหตุของเรื่องนี้ อาจจะเพราะว่าในใจของผมไม่เคยหมดรักหรือหมดความห่วงใยในตัวของปอมันได้เลย

 

ผมอยากรู้อาการของปอจริงๆ อยากได้ยินจากคนใกล้ชิดปอ คนที่จะบอกความเป็นจริงกับผมอย่างไม่ปิดบังเพราะเท่าที่ฟังจากไอ้โก้มานั้นผมรู้สึกว่ามันน่าจะมีอะไรมากกว่านั้นแน่ๆ

 

“กูขอโทษ...” ผมอยากจะเอ่ยคำขอโทษสักร้อยครั้งพันครั้ง ขอโทษไอ้ปอที่ผมพูดจาทำร้ายจิตใจของมันมากมายขนาดนั้น ขอโทษแม่พรทิพย์ที่ผมเป็นต้นเหตุทำให้ลูกชายของท่านต้องมาเจ็บตัว ผมนี่มันแย่จริงๆ

 

ผมว่าผมไม่มีสมาธิทำงานจริงๆ แล้วตอนนี้ นั่งมองแฟ้มงานนั่งมองหน้าจอคอมมาเป็นชั่วโมงแต่ใจผมไม่ได้อยู่ที่งานตรงหน้าเลยสักนิด ผมลุกขึ้นจากโต๊ะทำงานและเดินออกไปเพื่อมองวิวทิวทัศน์เผื่อว่าจะสบายใจมากขึ้นกว่านี้

 

“คิดถึงจังเลย ไม่รู้ว่าคนแก่ที่อยู่ทางนั้นคิดถึงน้ำปั่นบ้างมั้ยน้า...” ผมได้ยินเสียงของน้ำปั่นที่คาดว่าคงคุยกับไอ้เต้อยู่ ท่าทางแบบนี้คงกำลังอ้อนๆ กันอยู่สินะ ความน่ารักของน้ำปั่นทำให้ผมยิ้มได้เล็กน้อย ผมยืนมองดูวิวทิวทัศน์ตรงเนินเขาไปพลางคิดเรื่องของปอไปพลาง ไม่ได้สนใจฟังบทสนทนาของน้ำปั่นสักเท่าไหร่ จนกระทั่งผมได้ยินเรื่องบางเรื่องที่เรียกความสนใจของผมทั้งหมดไปในทันที

 

“หืม...อาการหนักมากขนาดนั้นเลยหรอ ไหนว่าไม่เป็นอะไรมากไง ที่ว่าตามองไม่เห็นนี่คือตาบอดหรือว่าเป็นแค่ผลกระทบจากอุบัติเหตุ...” ถ้าผมเดาไม่ผิดบทสนทนานี้คงหมายถึงไอ้ปอสินะ ถึงผมจะภาวนาให้มันไม่ใช่ก็ตามที แต่ทว่าจะให้คิดเป็นอื่นไปได้อย่างไรกัน

 

“น้ำปั่นเสียใจด้วยนะ แล้วนี่ฮ่องเต้ได้ไปเยี่ยมพี่ปอเค้าบ้างหรือเปล่า น้ำปั่นฝากเยี่ยมด้วยนะ น่าสงสารลูกของพี่ปอจัง เสียแม่ไปคนนึงแล้ว นี่พ่อก็มาเกิดเรื่องอีก” ผมเซถอยหลังไปพิงต้นไม้อย่างอ่อนแรง เหมือนแข้งขามันจะไร้เรี่ยวแรงจนเกือบจะทรุดลงไปนั่งบนพื้น

 

ไหนไอ้โก้มันบอกว่าปอไม่เป็นอะไรมาก ไหนมันบอกว่าไม่ต้องห่วง แล้วนี่มันคืออะไรกัน ทำไมทุกคนถึงได้ปิดบังผมทั้งๆ ที่อาการของปอมันหนักมากขนาดนี้ มันจะเป็นยังไงบ้าง แม่พรทิพย์กับต่อจะยุ่งวุ่นวายขนาดไหน เพราะว่าไอ้ปอมันเป็นเหมือนหัวเรี่ยวหัวแรงของคนทั้งบ้านแบบนั้น

 

“ฮ่องเต้ขับรถดีๆ นะ อย่าขับรถเร็วนะรู้มั้ยน้ำปั่นเป็นห่วง ดูแลตัวเองนะครับน้ำปั่นรักฮ่องเต้มากๆ น้า...” น้ำปั่นวางสายจากไอ้เต้แล้ว  ผมเดินเข้าไปหาน้ำปั่นที่กำลังเดินมาทิศทางที่ผมยืนอยู่ เหมือนน้ำปั่นจะตกใจไม่น้อยที่เห็นผมอยู่ตรงนี้

 

“อาชาย...ทำไมหน้าซีดจังไม่สบายหรือเปล่า” น้ำปั่นมองหน้าผมด้วยสีหน้าและแววตาที่เต็มไปด้วยความห่วงใย แต่ทว่าตอนนี้สิ่งเดียวที่ผมอยากจะรู้มากที่สุดคืออาการของปอ คนอื่นปิดบังผมและไม่ยอมบอกเรื่องราวความเป็นจริงกับผม แต่ทว่าผมจะต้องรู้เรื่องราวและอาการของปอให้ได้

 

“น้ำปั่น...อาขอเวลาสักครู่ได้มั้ย...” ผมเตรียมตัวเตรียมใจที่จะรับฟังเรื่องราวความเป็นจริงที่ผมอยากจะรู้มากที่สุด และผมก็เชื่อว่ามันจะทำให้ผมเจ็บมากกว่าที่กำลังเจ็บอยู่ในตอนนี้ แต่คนเราจะหนีความเป็นจริงไปได้นานเท่าไหร่ ต่อให้ความเป็นจริงนั้นมันจะทำร้ายเรามากสักเพียงใดก็ตาม เราก็ต้องยอมรับมันให้ได้ในที่สุด

 

 

 

 

“จริงๆ น้ำปั่นก็ไม่รู้เรื่องอะไรมากสักเท่าไหร่หรอกเพราะว่าฮ่องเต้ไม่ได้บอกรายละเอียดอะไรมาก บอกแค่ว่าพี่ปออาการไม่ค่อยดีเท่าไหร่ แขนหัก ตามองไม่เห็น...”

 

“ฮ่องเต้สั่งน้ำปั่นว่าอย่าพูดเรื่องนี้ให้อาชายรู้เพราะกลัวอาชายไม่มีสมาธิทำงาน แต่ในเมื่ออาชายรู้แล้วนี่นะปิดไปก็เท่านั้น น้ำปั่นเป็นเด็กไม่อยากก้าวก่ายเรื่องของผู้ใหญ่หรอกนะอาชาย แต่ว่าเวลามันไม่เคยรอใคร เราจะรู้ได้ยังไงว่ามันจะเกิดอะไรขึ้นกับตัวเราหรือกับคนที่เรารัก อย่ารอให้มันสายเกินกว่าที่จะแก้ไขหรือว่าเริ่มทำในสิ่งที่ใจอยากทำนะครับอา...”

 

แม้แต่เด็กยังคิดได้แล้วทำไมผู้ใหญ่อย่างผมกลับคิดไม่ได้ ที่ผ่านมาผมทำอะไรอยู่ ผมปล่อยให้เวลามันผ่านไปอย่างไร้ความหมาย ปล่อยลมหายใจทิ้งไปวันๆ อย่างไม่มีค่าอะไร ทั้งๆ ที่สามารถมีความสุขได้แท้ๆ แต่ผมกลับปัดความสุขของผมทิ้งไปตลอดทุกครั้งที่มันวิ่งเข้ามาหา

 

ผมมีชีวิตอยู่บนทิฐิอยู่บนความกลัวและความขี้ขลาด หนีทุกสิ่งทุกอย่างแล้วทำเป็นเข้มแข็ง ทำเหมือนว่าสามารถอยู่ได้โดยที่ไม่จำเป็นต้องมีใคร แต่ทว่าตอนนี้ผมไม่สามารถอยู่ตรงนี้ได้แล้ว หัวใจของผมมันลอยหายไปอยู่ทางนั้นเรียบร้อยแล้ว และตัวของผมจะต้องรีบตามไป

 

ตามไปเพื่อดูอาการของคนที่ผมรัก ถ้าวันนั้นผมไม่ไล่ปอมันออกไปจากชีวิตของผม ถ้าวันนั้นผมจับมือปอเอาไว้แล้วกล้าที่จะสู้ไปกับมัน เรื่องราวเลวร้ายนี้คงไม่เกิดขึ้นอย่างแน่นอน

 

“รอกูก่อนนะปอ...กูจะรีบไปหามึงเดี๋ยวนี้”

 

..........

 

 

 

 

ผมกลับมายังที่ที่ผมเพิ่งจากไปเมื่อสัปดาห์ก่อน ผมตามหัวใจของผมมาอย่างทันท่วงทีโดยที่ไม่รีรอสิ่งใดอีกต่อไปแล้ว งานทั้งหมดที่ค้างคาอยู่นั้นผมไม่มีกะจิตกะใจที่จะเคลียร์มันให้เสร็จก่อนเดินทาง ผมให้ผู้ช่วยรับผิดชอบเรื่องนี้ก่อนที่ผมจะเดินทางกลับมายังกรุงเทพ

 

ผมไม่รู้ว่าตอนนี้ปอรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลไหน น้ำปั่นเองก็ไม่รู้เรื่องนี้เหมือนกัน ผมพยายามโทรหาไอ้พายแต่มันก็ไม่รับสายผม ผมไม่รู้ว่าควรจะตั้งต้นที่ไหน ที่ที่ผมนึกออกก็คือบ้านของปอ และตอนนี้ผมก็มายืนอยู่ที่หน้าบ้านของมันเรียบร้อยแล้ว

 

ผมมองดูบ้านที่ปิดสนิทอย่างร้อนใจ ผมเดินวนไปวนมาอยู่ที่หน้าบ้านของปอด้วยใจที่ไม่สงบ ตอนนี้ผมอยากเจอมัน อยากจะเห็นอาการของมันด้วยตัวของผมเอง ความรู้สึกมากมายมันวิ่งวนอยู่ในใจของผม ความรู้สึกผิดถาโถมเข้ามาเล่นงานผมจนผมไม่สามารถจะอยู่อย่างนิ่งเฉยได้

 

แต่ความรู้สึกที่เด่นชัดมากที่สุดคงไม่พ้นความรู้สึกห่วงใย ผมไม่เคยต้องการให้มันเป็นแบบนี้ ผมไม่เคยเกลียดปอเลยแม้แต่น้อย สิ่งที่ผมพูดกับมันในวันนั้นก็เพียงเพื่อต้องการให้มันกลับไปใช้ชีวิตบนเส้นทางของมัน ผมไม่ได้อยากให้เรื่องราวเลวร้ายนี้เกิดขึ้นกับมันเลยสักนิดเดียว

 

“แม่ครับ...แม่พรทิพย์” ผมเดินเข้าไปเกาะประตูรั้วบ้านทันทีที่แม่พรทิพย์เดินออกมาจากบ้าน แม่ดูมีสีหน้าแปลกใจไม่น้อยที่เห็นผมยืนอยู่ตรงนี้ ทั้งๆ ที่ความจริงผมควรจะอยู่ที่เชียงรายมากกว่า

 

“ชายกลับเชียงรายไปแล้วไม่ใช่หรอลูก” แม่เดินมาเปิดประตูบ้านให้ผม ผมยกมือขึ้นไหว้แม่พร้อมกับคว้ามือของแม่มากุมเอาไว้ด้วยความคาดหวัง ผมอยากจะขอโทษแม่สักร้อยครั้งพันครั้งที่ทำให้เรื่องราวทั้งหมดมันเกิดขึ้น

 

“แม่ครับปอเป็นยังไงบ้าง อาการของปอเป็นยังไงบ้างครับ อาการหนักมากมั้ยครับแม่ ผมขอโทษนะครับแม่ที่เป็นต้นเหตุทำให้ปอต้องมาเกิดเรื่องแบบนี้ ผมขอโทษจริงๆ ครับ...” ผมพูดออกไปอย่างรัวเร็ว ความกังวลทั้งหมดที่เกิดขึ้นตั้งแต่ที่ได้รู้ข่าวจากน้ำปั่นจนถึงตอนนี้มันพรั่งพรูออกมาจนหมด แต่ทว่าทุกอย่างก็หยุดชะงักลงเมื่อผมถูกแม่พรทิพย์สวมกอดเหมือนอย่างที่แม่ชอบทำ

 

อ้อมกอดของแม่พรทิพย์อบอุ่นเสมอจริงๆ

 

“ไม่เป็นไรนะชาย ไม่ใช่ความผิดของชายหรอกอย่าโทษตัวเองเลย มันเป็นแค่ช่วงเวลาเดียวกับที่ปอออกไปเจอชายเท่านั้น อุบัติเหตุมันเกิดขึ้นได้ตลอดเวลาไม่มีใครรู้หรอกลูกว่ามันจะเกิดเมื่อไหร่ และไม่มีใครอยากให้คนที่เรารักต้องมาเจ็บตัวแบบนี้หรอก...จริงมั้ย” แม่ลูบหัวผมเบาๆ อย่างปลอบขวัญ สายตาและคำพูดของแม่ทำให้ผมรู้ว่าแม่คงรู้เรื่องราวระหว่างผมกับปอจนหมดแล้ว คงไม่จำเป็นจะต้องปิดบังอะไรอีกต่อไปแล้วสินะ

 

“แต่ถ้าวันนั้นผมไม่ทำร้ายจิตใจปอ ไม่ไล่ปอให้กลับมาเรื่องมันคงไม่เกิด ผม...ขอโทษครับแม่” ผมได้แต่พูดคำว่าขอโทษครั้งแล้วครั้งเล่า รู้ทั้งรู้ว่ามันก็ไม่ได้ทำให้อะไรดีขึ้นมาเลยสักนิด แต่ทว่าผมก็ต้องพูดมันออกมา ถึงแม้ว่าแม่จะบอกว่ามันไม่ใช่ความผิดของผมก็ตามที

 

“กว่าที่คนเราจะพบเจอคำตอบของหัวใจได้นี่ทำเอาเสียใจกันมานานมากแล้วนะชายว่ามั้ยลูก...” แม่ลูบหลังผมเบาๆ ผมรักและเคารพแม่พรทิพย์เสมอ ท่านเป็นคนที่อบอุ่นและเข้าใจคนรอบข้างมาตั้งแต่ไหนแต่ไร ผมยังเคยพูดกับปอเลยว่าผมอยากมีแม่แบบแม่พรทิพย์ แม่ที่เข้าใจและรักลูกมากที่สุด

 

“ความจริงแล้วปอขอร้องกับพวกเราทุกคนเอาไว้ว่าอย่าให้ชายรู้เรื่องนี้ เพราะปอรู้ดีว่าถ้าชายรู้ว่าปอเกิดอุบัติเหตุในวันที่ออกไปพบเจอกับชาย ชายจะต้องโทษว่าเป็นความผิดของตัวเองแบบนี้” แทนที่มันจะโกรธจะเกลียดผม แต่มันกลับเป็นห่วงความรู้สึกของผม ผมนี่มันแย่จริงๆ ผมทำอะไรอยู่วะ ผมทำร้ายหัวใจของมัน ทำร้ายหัวใจของตัวเองเพื่ออะไร

 

“มันเป็นความผิดของผมจริงๆ นี่ครับแม่ ถ้าวันนั้น...”

 

“สิ่งที่มันผ่านมาแล้วเราย้อนกลับไปแก้ไขอะไรไม่ได้แล้วหล่ะชาย จะมานั่งถามหาว่าคนไหนถูกคนไหนผิด...มันไม่มีประโยชน์อะไรหรอกนะ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือตอนนี้ต่างหาก อย่ารอให้เกิดการสูญเสียหรือว่าเกิดเรื่องราวเลวร้ายเสียก่อน ถึงจะยอมรับใจตัวเองได้ คนเราจะมีโอกาสสักกี่ครั้งกัน” แม่กุมมือของผมและบีบเบาๆ ทั้งๆ ที่แม่กำลังเจอกับเรื่องราวเลวร้าย ลูกชายคนโตที่เป็นเสาหลักของบ้านกำลังนอนรักษาตัวอยู่แท้ๆ แต่แม่พรทิพย์กลับเข้มแข็งมากจริงๆ

 

“แม่อาจจะไม่รู้ว่าในอดีตมันเกิดอะไรขึ้นกับปอและชาย แต่สิ่งที่แม่รู้และเห็นอยู่ในตอนนี้ก็คือทั้งปอและชายต่างก็ยังคงรักกัน...จะทำร้ายหัวใจตัวเองไปถึงเมื่อไหร่ครับ ที่ผ่านมายังเจ็บกันไม่พออีกหรอ ชีวิตคนเรามันสั้นหรือยาวไม่มีใครรู้ได้เลยนะชาย” ผมรู้สึกร้อนผ่าวที่ขอบตา ผมยกมือขึ้นไหว้แนบอกของแม่พรทิพย์ด้วยความเคารพและความรักที่ผมมีต่อแม่เสมอมา

 

“ผมกลัวครับแม่...ผมกลัวทุกอย่าง ผมกลัวไปหมด ผมใช้ชีวิตอยู่กับความกลัว ผมทำเหมือนตัวเองเข้มแข็งและสามารถอยู่คนเดียวได้ แต่ก็เปล่าเลย...ผมไม่เคยลืมปอได้เลย...” นี่คงเป็นครั้งแรกที่ผมกล้ายอมรับต่อหน้าแม่ว่าผมรักปอและรักมากแค่ไหน ผมไม่เคยลืมมัน ไม่เคยหมดรักมันและยังคงเป็นมันคนเดียวเท่านั้นที่อยู่ในใจของผม

 

“ปอเองก็กลัวมาตลอด และเพราะความกลัวนี่แหล่ะที่ทำให้เป็นทุกข์กันมาตลอดแบบนี้ พอบทจะกล้าขึ้นมาก็เหมือนว่าจะสายเกินไป...แต่มันยังไม่สายเกินไปหรอกนะชายหากจะกล้าแสดงความรู้สึกนึกคิดออกมา ทำเพื่อตัวเองบ้างนะลูก ทั้งปอทั้งชายทำเพื่อคนรอบข้างมาเยอะแล้ว” แม่กอดผมอีกครั้ง ผมรักแม่พรทิพย์มากจริงๆ ผมจะไม่นึกถึงอดีต จะไม่คิดถึงมันอีกต่อไปแล้ว สิ่งที่ผมจะนึกถึงในตอนนี้ก็คือปัจจุบันที่เป็นอยู่

 

“ผมอยากเจอปอครับแม่...” ผมตัดสินใจแล้ว ผมจะไม่ยอมเสียปอไปอีกแล้ว เพราะผมไม่อาจจะรู้ได้ว่าถ้าหากผมเสียปอไปอีกครั้ง ครั้งนี้ผมจะเสียปอไปตลอดกาลหรือเปล่า บางทีมันอาจจะถึงเวลาที่ผมจะไขว่คว้าหาความสุขให้กับตัวเองบ้างแล้ว

 

  ..........100%.......

 

#ปอชาย #ยุ่งนัก

อย่ารอให้สายเกินกว่าที่จะกล้าเผชิญหน้ากับความรัก มันเป็นคำโปรยบนปกหนังสือ ณ ขณะรัก และมันก็คือสิ่งที่ทั้งพี่ปอและพี่ชายกำลังพบเจอ บางครั้งคนเราจะรู้ค่าก็เมื่อตอนที่สูญเสีย และเมื่อสูญเสียไปแล้วก็ไม่สามารถไขว่คว้ามันกลับคืนมา

เพราะฉะนั้นอย่ารอให้สายเกินกว่าที่จะกล้าเผชิญหน้ากับทุกสิ่ง ^^

ตอนนี้เปิดจอง ณ ขณะรัก แล้วนะคะ ใครสนใจก็เข้าไปดูรายละเอียดกันได้เน้อ

เจอกันตอนหน้าค่า

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 25 ครั้ง

15,978 ความคิดเห็น

  1. #15640 backlight (@artemis-03) (จากตอนที่ 98)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2558 / 16:14
    ว้าว คุณแม่สุดยอดเลย
    #15640
    0
  2. #15153 ploylybbs (@ploylybbs) (จากตอนที่ 98)
    วันที่ 23 กันยายน 2557 / 01:05
    แม่คือดีงามมากอ่ะ T^T ปออ อย่าเป็นไรมากนะ ชายสู้ๆ
    #15153
    0
  3. #14864 fabregas10 (@maprang312) (จากตอนที่ 98)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2557 / 00:42
    เป็นตอนแรกที่อ่านแล้วร้องไห้เลย ;_; หวังว่าปอจะไม่เป็นอะไรมากนะ ตาบอดนี่ยังไง ;;;_;;;
    #14864
    0
  4. #14577 วีว่า (จากตอนที่ 98)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2557 / 11:56
    แมีพรทิพย์น่ารักอะ
    #14577
    0
  5. #14530 mitake (@voldermore) (จากตอนที่ 98)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2557 / 13:13
    พี่ปอกับเป็นต่อโชคดีมากอ่ะ จะมีสักกี่คนที่เกิดมาแล้วมีครอบครัวที่พร้อมจะเข้าใจเราทุกอย่างแบบนี้ 

    ขอให้ทุกอย่างมันไม่เลวร้ายเกินไปนะ :)
    #14530
    0
  6. #13577 Hiro Hiro Shi (@hiroshi1234) (จากตอนที่ 98)
    วันที่ 11 เมษายน 2557 / 17:59
    เค้ารักแม่พรทิพย์อ่ะ # จะเอากลับบ้านนนน
    #13577
    0
  7. #12954 Vvaz.Ksj (@wand_wasana) (จากตอนที่ 98)
    วันที่ 4 มีนาคม 2557 / 04:03
    ชายนู๋เป็นคนดีจริงๆลูก ไม่รู้ว่าชาติที่แล้วนู๋ไปทำกรรมอะไรไว้ ชาตินี้นู๋ถึงได้เจออะไรมากกมายขนาดนี้ นับถือนู๋จริงๆที่มีความอดทนขนาดนี้ fc.พี่ชาย
    #12954
    0
  8. #12775 I'm sone M.Seo >O< (@lovelymylonelyfk) (จากตอนที่ 98)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2557 / 23:31
    ในที่สุด ... T^T
    #12775
    0
  9. #12764 Praew_Parichat (@26159) (จากตอนที่ 98)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2557 / 00:06
    ฮือๆๆๆ บีบหัวใจมากๆเลยอ่า

    สงสารพี่ปอมากๆ
    #12764
    0
  10. #12509 รักต่อพายค้าบ (จากตอนที่ 98)
    วันที่ 12 มกราคม 2557 / 14:31
    คืออยากให้แต่งปลายฝนกับต้นหนาวตอนโตอ่า ^o^
    #12509
    0
  11. #12433 *~KidDevilzaa~* (@s1490111295) (จากตอนที่ 98)
    วันที่ 10 มกราคม 2557 / 23:00
    อ่านรอบสามจบแล้วค่าา โอ๊สสสส~ >///< อ่านกี่ทีก็ฟินสุดๆเลยคร่าา
    #12433
    0
  12. #12424 Joker Mask (@gamsor) (จากตอนที่ 98)
    วันที่ 10 มกราคม 2557 / 13:48
    พี่ปอเป็นอะไรมากหรือเปล่า  เมื่อไหร่จะได้กละบมาอยู่ด้วยกันน่ะ
    #12424
    0
  13. #12423 KiHaE*129 (@princezzaofz) (จากตอนที่ 98)
    วันที่ 10 มกราคม 2557 / 01:04
    พี่ชายสู้ๆๆๆๆๆๆๆๆ
    พี่ปอไม่เป็นอะไรมากใช่มั๊ยยยยยยยยยยยย
    #12423
    0
  14. #12421 SuJuHanHyuk (@loveloveyaoi) (จากตอนที่ 98)
    วันที่ 9 มกราคม 2557 / 22:41
    มันยังไม่สายหรอกนะ สำหรับความรักนะ 
    #12421
    0
  15. #12420 Jom (จากตอนที่ 98)
    วันที่ 9 มกราคม 2557 / 20:45
    ทำเพื่อความรักของตัวเองะทีนะคะ

    ขอให้พี่ปออย่าเป็นไรหนักเลยน้า

    จะได้รักและอยู่ด้วยกันเร็วๆ
    #12420
    0
  16. #12418 funny_enjoy (@funny-enjoy) (จากตอนที่ 98)
    วันที่ 9 มกราคม 2557 / 19:37
    งือออออออออออ เพราะความกลัวทำให้คนเรารู้จักรอบคอบ
    ระมัดระวัง และไม่ประมาท แต่ความกลัวที่เกินพอดี ก็ใช่ว่า
    พอเราหลีกเลี่ยงสิ่งนั้นแล้วจะเกิดผลดีนี่นา
    ถ้าในเมื่อหลีกหนีแล้วไม่เกิดผลดี เผชิญหน้ากับมัน
    อาจจะเจออะไรที่ดีกว่าก็ได้ ติดอยู่ที่ว่ามันจะสายเกินรึเปล่า
    เวลาไม่อาจย้อนกลับได้ สิ่งที่ทำพลาดไปแล้วก็แก้ไม่ได้เหมือนกัน
    ทำวันนี้ให้ดี และทำวันต่อไปให้ดีที่สุดก็พอ :) พี่ชายไฟท์ติ้ง
    #12418
    0
  17. #12417 Hottest@2PM (@vampire-lover) (จากตอนที่ 98)
    วันที่ 9 มกราคม 2557 / 19:21
    กร๊าชชช ขอให้อย่าเป็นอย่างงั้นเลย แง้ พี่ปอT T
    #12417
    0
  18. #12416 Hottest@2PM (@vampire-lover) (จากตอนที่ 98)
    วันที่ 9 มกราคม 2557 / 19:09
    กร๊าชชช ขอให้อย่าเป็นอย่างงั้นเลย แง้ พี่ปอT T
    #12416
    0
  19. #12415 kiwi_moo (@kiwikiwikiwi) (จากตอนที่ 98)
    วันที่ 9 มกราคม 2557 / 16:56
    ทุกคนไม่ได้แกล้งหลอกชายใช่มั้ย เริ่มไม่ไว้ใจไรเตอร์ 55555
    #12415
    0
  20. #12414 Rindazz (@leeie) (จากตอนที่ 98)
    วันที่ 9 มกราคม 2557 / 15:10
    เค้าขอเดาว่ามันเป็นแผนใช่มั๊ยๆๆๆๆๆ ทุกคนคงอยากให้พี่ชายยอมรับใจตัวเองเร็วมากกว่า //ทำไมมีเราเดาแหวกแนวอยู่คนเดียวหว่า??
    #12414
    0
  21. #12413 karn (จากตอนที่ 98)
    วันที่ 9 มกราคม 2557 / 13:40
    พี่ชายสู้ๆนะคะ พี่ปออย่าเป็นอะไรไปนะ
    #12413
    0
  22. #12412 kim (จากตอนที่ 98)
    วันที่ 9 มกราคม 2557 / 13:06
    รีบ ๆ ไปเลยพี่ชาย T.T



    ไปหาปอ เปิดใจรับได้แล้ว

    อย่ากลัวเลย สู้ ๆ นะพี่ชาย
    #12412
    0
  23. #12411 MinjunKT (@tae-why) (จากตอนที่ 98)
    วันที่ 9 มกราคม 2557 / 12:12
    พี่ชายทำตามใจตัวเองได้สักทีนะ
    #12411
    0
  24. #12410 mon9228 (@mon9228) (จากตอนที่ 98)
    วันที่ 9 มกราคม 2557 / 12:01
    เย้!!! พี่ชายกลับมาแล้วว
    ยังทันนะคะ กลับมาดูแลพี่ปอเร้ววว
    แม่พรทิพย์น่ารักมากเลยอ่า > <
    #12410
    0
  25. #12409 Rainbow_Jang (@bovy30) (จากตอนที่ 98)
    วันที่ 9 มกราคม 2557 / 11:37
    กว่าจะยอมสู้กันน่ะ
    ทำเอาเสียน้ำตาไปหลายปีบเลยอ่ะ ฮืออออ
    #12409
    0