OK!! I love U ♥ ยุ่งนัก...กูรักมึงก็ได้ [Yaoi][Boy's love]

ตอนที่ 94 : .....ณ ขณะรัก..... 07. ยอมจำนนฟ้าดิน (ชาย)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,089
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 25 ครั้ง
    23 ธ.ค. 56



 

07. ยอมจำนนฟ้าดิน (ชาย)

 

และแล้วผมก็กลับมาอยู่อย่างสงบสุขอีกครั้ง หลังจากที่พวกมันเดินทางไปปางอุ๋งเพื่อพักผ่อนกันตามที่มันตั้งใจและมันก็เดินทางกลับไปถึงกรุงเทพกันอย่างปลอดภัยเรียบร้อย

 

นี่ก็ผ่านมาหลายวันแล้วและความสงบสุขกลับมาสู่ชีวิตของผมอีกครั้ง ความเงียบสงบสุขที่ตอนนี้กลายเป็นเพื่อนรักของผมไปเรียบร้อยเสียแล้ว เมื่อก่อนผมกลัวความเหงา กลัวความอ้างว้าง กลัวการที่จะต้องมีชีวิตอย่างไร้คนเคียงข้าง

 

แต่ทว่าเมื่อวันเวลาล่วงเลยผ่าน ผมได้เรียนรู้การใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับความเหงา ความอ้างว้างและความเดียวดาย ค่อยๆ เรียนรู้และอยู่ร่วมกับมันจนตอนนี้ผมสามารถอยู่ร่วมกับมันได้เป็นอย่างดี

 

ผมคิดว่าการอยู่คนเดียวมันก็ไม่เลวร้ายสักเท่าไหร่ ความเงียบสงบช่วยทำให้จิตใจที่วุ่นวายสงบลงไปด้วย ผมยังคงเป็นผม เป็นคนๆ เดิมที่ยังไม่เคยเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา ถ้ามีใครรู้เรื่องราวที่เกิดขึ้นระหว่างผมกับปอ อาจจะมีคำถามเกิดขึ้นตามมาว่าทำไมผมยังคงรักและยังไม่ลืมมันทั้งๆ ที่มันก็จบมานานแล้ว มันก็ผ่านมานานมากแล้ว

 

ถ้าหากผมสามารถลืมมันได้ผมคงไม่ต้องหนีมาอยู่คนเดียวแบบนี้ ผมคงสามารถอยู่ที่กรุงเทพและไปมาหาสู่มันได้เหมือนอย่างเมื่อครั้งก่อน แต่ทว่าผมรู้ดีว่ายิ่งอยู่ใกล้กันมากเท่าไหร่ ความหวั่นไหวมันจะเกิดขึ้นได้อย่างง่ายดายกับเราสองคน อาจจะเพราะว่าลึกๆ แล้วเราทั้งคู่ต่างก็ยังคงมีกันและกันอยู่ในส่วนลึกของจิตใจ

 

ใช่ว่าผมเป็นคนดี แต่ผมไม่อยากให้เรื่องที่ไม่สมควรเกิดต้องเกิดขึ้นอีกครั้ง แค่วันก่อนงานแต่งงานของปอก็พอแล้ว แค่ครั้งนั้นครั้งเดียวก็เกินพอแล้ว อย่าให้ต้องมีความผิดพลาดเกิดขึ้นซ้ำสอง

 

จริงๆ แล้วผมก็อยากกลับไปหาปอ อยากกลับไปอยู่ข้างๆ มันอย่างที่เคยให้คำสัญญากับมันเอาไว้ แต่ทว่าผมจะมีหน้ากลับไปหามันได้ยังไง ในเมื่อทุกอย่างมันไม่เหมือนเดิมแล้ว ถึงปอจะไม่มีฝ้ายแต่ทว่าปอก็มีลูกที่แสนน่ารักทั้งสองคนที่ต้องมอบความรักและความเอาใจใส่

 

ผมไม่เคยโกรธปอที่ปอเป็นฝ่ายบอกเลิก เพราะผมเองก็รู้ดีอยู่แก่ใจว่าถ้าไม่ใช่ปอที่บอกเลิกผมก่อน ผมเองก็อาจจะต้องเป็นฝ่ายที่เอ่ยคำตัดรอนความสัมพันธ์ของเรา เพราะชีวิตผมนั้นเกิดมาเพื่อเดินตามเส้นทางที่พ่อได้วางเอาไว้

 

ผมต้องยอมเก็บทุกสิ่งทุกอย่าง ความฝัน ความปรารถนา ความรัก เก็บมันลงในหัวใจแล้วทำตามที่พ่อต้องการเพื่อตอบแทนบุญคุณที่พ่อรักและเลี้ยงดูผมมาตั้งแต่เกิด ถึงผมจะเจ็บแต่ผมก็ต้องทนกับมันให้ได้

 

ที่มีคนบอกเอาไว้ว่าเวลาจะช่วยเยียวยาทุกสิ่ง จริงอย่างที่ว่า เวลาช่วยเยียวยาความรู้สึกเจ็บปวดของผมให้มันลดลงไปมาก ทำให้ผมชาชินกับความรู้สึกเหล่านั้นจนมันกลายเป็นแผลเป็นที่แม้ว่ามันจะไม่มีวันจางหายแต่ทว่ามันก็จะไม่เจ็บปวดมากมาย

 

แต่ทว่าเวลาไม่เคยลดรอนความรักของผมที่มีต่อปอลงไปได้เลย ผมไม่ได้บูชาความรัก ผมไม่ได้รักแบบไม่ลืมหูลืมตา ผมรักปอเพราะว่าปอเป็นคนดี เป็นคนที่ดีมากๆ สำหรับผม ผมรู้ว่าสิ่งที่ปอทำลงไปมันเหมือนคนเห็นแก่ตัว การที่ปอยังอยากจะรั้งผมเอาไว้แบบนั้นมันทำให้เราทั้งคู่ต่างก็ทรมาน

 

แต่สำหรับผมไม่ว่าจะยังไงปอก็คือคนที่ผมรักมากที่สุด และมันจะเป็นแบบนั้นตลอดไป

 

ชีวิตของผมต่อจากนี้ไปมันจะเป็นยังไงผมก็ไม่อาจจะรู้ได้ ผมคงอยู่คนเดียวไปเรื่อยๆ อยู่กับงาน อยู่กับความสุขเล็กๆ ที่ผมจะได้เห็นคนที่ผมรักมีความสุขกับการใช้ชีวิตก้าวเดินไปข้างหน้า ถึงแม้ว่าเราจะไม่อาจเดินเคียงข้างกันได้ แต่อย่างน้อยๆ การที่ได้รับรู้ข่าวคราวความเป็นไปของอีกฝ่ายมันก็ทำให้ผมมีกำลังใจในการใช้ชีวิตต่อไปได้แล้ว

 

“กูรักมึงนะปอ...ต่อให้เวลาผ่านไปนานแค่ไหนก็ยังเป็นมึง มันจะเป็นแค่มึงคนเดียวเท่านั้น” ผมมองดูรูปภาพของเรา รอยยิ้มที่เรามีให้แก่กันทำให้ผมยกยิ้มได้ทั้งๆ ที่น้ำตาไหลรินลงมาปิดบังภาพตรงหน้าจนพร่าเลือนไปหมด

 

“มาทีไรเจอมึงร้องไห้ทุกทีเลยห่า...” ผมปาดน้ำตาลวกๆ พร้อมกับหันไปมองเจ้าของเสียงทางด้านหลังของผม อ้อมกอดของคนตรงหน้าสวมกอดเข้าหาผมพร้อมกับกอดแน่นๆ

 

“อาชายร้องไห้อีกแล้ว ไม่เป็นไรนะอย่าร้องไห้นะ” น้ำปั่นโผเข้ามากอดผมพร้อมกับลูบหลังผมเบาๆ น้ำปั่นเป็นเด็กน่ารักผมไม่แปลกใจหรอกว่าทำไมไอ้เต้มันถึงได้รักน้ำปั่นมากขนาดนี้

 

“มึงไหวแน่หรอวะชาย กูเห็นมึงแล้วกูทรมานแทนว่ะ” ผมลูบหัวน้ำปั่นเบาๆ พยายามซ่อนความรู้สึกของตัวเองเอาไว้แล้วยิ้มจางๆ ให้กับมัน

 

“กูต้องทำในสิ่งที่ถูกต้อง กูไม่อยากเป็นคนเห็นแก่ตัวที่ทำทุกอย่างเพื่อตัวเอง เห็นแก่ตัวเองจนไม่มองถึงสิ่งที่ถูกที่ควร...”

 

“อะไรคือสิ่งที่ถูกที่ควรวะชาย...น้ำปั่นไปรอป๊าในห้องก่อนได้มั้ยครับ” น้ำปั่นพยักหน้ารับเบาๆ ก่อนจะผละออกจากผมแล้วเดินออกไปแบบเงียบๆ ผมหันหลังให้กับไอ้เต้ มองออกไปที่นอกหน้าต่างเพื่อมองดูแผ่นฟ้ากว้างเบื้องบน

 

“กูอยากรู้มากเลยชายว่าอะไรคือสิ่งที่ถูกต้องวะ คือการที่มึงต้องทนกับความทรมานอยู่อย่างนี้น่ะหรอวะ นี่หรอวะคือสิ่งที่มึงบอกว่ามันคือความถูกต้องน่ะ” ไอ้เต้มันเอ่ยถามขึ้นมา ผมได้แต่แค่นยิ้มให้กับตัวเอง นั่นแหล่ะคือสิ่งที่มันควรจะเป็น

 

“มันผ่านมาแล้วว่ะ อีกอย่างมึงจะให้กูกลับไปได้ยังไงในเมื่อที่ตรงนั้นมันไม่ใช่ที่ที่กูควรจะอยู่...”

 

“เห็นแก่ตัวบ้างก็ได้นะมึง ทำเพื่อคนอื่นมามากแล้วทำไมไม่ทำเพื่อตัวเอง ทำเพื่อความสุขของตัวเองบ้างวะ กูก็ไม่ได้ยินดีหรอกนะกับการตายของฝ้าย แต่ทว่าตัวฝ้ายเองก็น่าจะรู้อยู่แก่ใจมาตลอดว่าที่ตรงนั้นมันก็ไม่ใช่ที่ของเค้าเหมือนกัน และเค้าเองก็คงดีใจหากคนที่เค้ารักจะมีความสุขกับชีวิตสักที” ชื่อนี้ยังคงมีอิทธิพลกับผมเสมอ ยังคงทำให้ผมรู้สึกสะเทือนใจได้เสมอ ผมยังคงเสียใจกับการจากไปของฝ้าย ตลอดเวลาที่ผ่านมาฝ้ายเป็นเพื่อนที่ดีมาก มากจนผมไม่อยากจะทำให้ผู้หญิงคนนี้ต้องเสียใจ และเธอก็เป็นเพียงคนเดียวที่ผมคิดว่าจะสามารถดูแลปอได้อย่างดีที่สุด

 

“กูกลับไปไม่ได้และไม่คิดจะกลับไป ให้ปอมันใช้ชีวิตอยู่กับครอบครัวของมันน่ะดีแล้ว อย่าให้กูเป็นคนที่ทำให้มันสับสนมากไปกว่านี้เลย” ให้มันเป็นแบบนี้ก็น่าจะดีแล้ว ผมไม่อยากจะต้องกลับไปเริ่มต้นรักใหม่ ผมไม่อยากทำให้อะไรๆ มันยุ่งวุ่นวายมากไปกว่านี้

 

“กูก็อยากจะเข้าใจมึงหรอกนะ แต่กูก็ไม่เข้าใจอยู่ดี กูว่ามึงทำอะไรเพื่อตัวเองบ้างเหอะชาย เห็นแก่ตัวบ้างมันไม่เสียหายหรอก เลิกยึดติดกับอดีต อย่าคาดคิดหรือคาดหวังถึงอนาคต มองแค่ปัจจุบันก็พอ ทรมานตัวเองมานานเกินไปแล้วนะมึงน่ะ” ไอ้เต้มันกอดไหล่ของผมพร้อมกับตบบ่าผมเบาๆ ผมถอนหายใจน้อยๆ ผมคงไม่กลับไปให้มันยุ่งวุ่นวาย ผมเลือกแล้วและผมต้องยอมรับในสิ่งที่ผมเลือกให้ได้

 

“กูรู้ว่ามึงเป็นห่วง แต่กูเลือกของกูแล้ว ให้มันเป็นแบบนี้แหล่ะดีแล้ว มึงอย่าไปใส่ใจกับมันเลย...ผมดันมือมันออกและเดินเลี่ยงไปนั่งทำงานของผมต่อ ผมมองดูกรอบรูปที่มีรูปของผมกับปอ มันเป็นแรงใจของผม รอยยิ้มของมันคือกำลังใจของผม ผมอยากให้มันมีชีวิตต่อไปอย่างมีความสุขเพื่อที่ผมจะได้อยู่ทางนี้อย่างมีความสุขไปด้วย

 

“คนเรานี่ก็แปลกนะ ทั้งๆ ที่มีหนทางทำให้ตัวเองมีความสุขได้ แต่กลับเลือกที่จะทำร้ายตัวเองแล้วหลอกตัวเองว่ากำลังมีความสุขอยู่กับสิ่งที่เป็น...มึงไม่เหนื่อยบ้างหรอวะ” ผมมองดูงานอย่างล่องลอย ผมไม่มีสมาธิและคิดว่าคงทำงานไม่ได้แน่ๆ ไอ้เต้แม่งมาสะกิดความรู้สึกของผมให้ผมว้าวุ่นใจแบบนี้ รู้หรอกว่ามันหวังดี

 

“มึงมาทำห่าอะไรวะเต้ ถ้ามาทำงานก็ไปทำงานให้มันคุ้มกับค่าจ้างหน่อยเหอะ...”

 

“ขอโทษครับกูไม่ได้มาทำงาน นี่มันวันหยุดครับกูพาที่รักกูมาพักผ่อนเลยแวะมาเยี่ยมมึง” ใครๆ ก็มีวันหยุด มีช่วงเวลาที่ได้อยู่ด้วยกันกับคนที่รัก แต่ทว่าผมไม่เคยมีเวลาเหล่านั้นมานานแล้ว แต่ผมเลือกของผมเองนี่นะจะมาเรียกร้องอะไรจากใครได้

 

“งั้นมึงก็พาลูกมึงไปเที่ยวสิครับ มายุ่งอะไรกับชีวิตยุ่งๆ ของกูวะ ไม่ต้องห่วงกูหรอกกูอยู่คนเดียวได้...”

 

“กูรู้อยู่แล้วว่ากูต้องได้ยินคำนี้จากปากของมึง แต่มึงรู้มั้ยชายว่าสีหน้ามึงไม่ได้ทำให้กูเชื่อเลยว่ามึงรู้สึกแบบนั้นจริงๆ ทรมานตัวเองมากๆ มันไม่สนุกหรอกนะ กูรู้ดีเพราะกูก็เคยทรมานตัวเองมาก่อน...”

 

“ตอนที่แม่แท้ๆ ของน้ำปั่นมารับน้ำปั่นกลับไปแล้วกูยอมคืนน้ำปั่นให้กับเค้าไปน่ะ กูเจ็บ กูทรมาน กูเสียใจ มันเป็นความผิดพลาดที่กูไม่เคยลืมเลยจนถึงตอนนี้ กูไม่ได้ทำร้ายแค่หัวใจตัวเองแต่กูทำร้ายหัวใจของคนที่กูรักมากที่สุด” เหมือนว่ามันจะไม่เคยเล่าเรื่องนี้ให้ผมฟัง ผมก็รู้อยู่ว่าน้ำปั่นน่ะไม่ใช่ลูกแท้ๆ ของไอ้เต้ เป็นเด็กที่เต้มันเก็บมาเลี้ยงเป็นลูกตั้งแต่เมื่อสิบสี่ปีที่แล้ว

 

“กูยอมทำทุกอย่างเพื่อพาน้ำปั่นกลับมาอยู่ด้วยกันกับกู แค่กูเห็นน้ำตาของน้ำปั่นกูก็เจ็บปวดมากแล้ว และตั้งแต่นั้นมากูไม่เคยคิดจะให้น้ำปั่นจากไปไหนอีกเลย กูไม่สนหรอกว่ามันจะถูกหรือผิด กูสนแค่ว่าอะไรก็ตามที่มันทำให้คนที่กูรักมีความสุขกูก็จะทำ” มันตบบ่าผมเบาๆ แล้วเดินออกจากห้องของผมไป ผมวางปากกาลงเอนหลังพิงเก้าอี้และหลับตานิ่งๆ

 

“เฮ้อ...” วันนี้เป็นอีกวันที่ผมไม่มีสมาธิอยู่กับงาน ผมปิดแฟ้มและเดินไปทิ้งตัวลงนอนบนโซฟาหลับตานิ่งๆ จมตัวเองลงสู่ความรู้สึกนึกคิด มีแต่คนบอกให้ผมทำเพื่อตัวเองบ้าง มีแต่คนบอกว่าให้ผมกลับไปหาปอ ผมรู้ว่าทุกคนหวังดีกับผม ผมรู้ว่าทุกคนอยากให้ผมมีความสุข

 

แต่ทว่ามันไม่ได้มีแค่ผมกับปอ โลกที่เราอยู่มันไม่ได้มีแค่เราสองคน ต่อให้ผมอยากกลับไปจริงๆ แต่ทว่าผมก็กลับไปไม่ได้ ผมมีสัญญาที่ให้เอาไว้กับพ่อของผม และท่านก็ได้ทวงถามถึงสัญญาข้อนั้นมาหลายครั้งหลายครา ถึงผมจะพยายามเลี่ยงมันมาทุกครั้ง แต่ทว่าสุดท้ายแล้วผมก็คงจะเลี่ยงไม่ได้อยู่ดี

 

ผมต้องแต่งงาน ผมต้องสร้างครอบครัวตามที่เคยให้สัญญากับพ่อเอาไว้ ตอนนี้ผมก็อายุ 30 เข้าไปแล้ว มันถึงเวลาที่ผมได้เลื่อนและผัดผ่อนกับพ่อมาแล้ว และพ่อก็ทวงถามมาบ่อยครั้งมากขึ้นจนผมรู้สึกว่าผมคงหมดเวลาที่จะเลี่ยงมันต่อไปอีกแล้ว

 

“บางทีถ้ากูต้องแต่งงาน ถ้ากูต้องมีครอบครัว กูอาจจะเข้าใจมากขึ้นก็ได้ว่าตอนที่มึงใช้ชีวิตอยู่กับฝ้ายมึงอยู่ด้วยความรู้สึกแบบไหน” ถึงไม่ได้รักก็คงต้องแต่ง ถึงแม้ว่าผมจะไม่ได้ต้องการทำร้ายหัวใจใครผมก็คงต้องจำใจแต่ง ผมรู้และเข้าใจว่าไอ้ที่เค้าว่ากันว่าแต่งๆ กันไปอยู่ๆ กันไปเดี๋ยวก็รักกันเองน่ะมันคงไม่มีทางใช้ได้กับผม

 

ผมว่าผมเข้าใจความรู้สึกของปอขึ้นมาแล้วหล่ะ ว่าการที่ต้องแต่งงานด้วยความรู้สึกคาดหวังของผู้มีพระคุณน่ะมันรู้สึกอย่างไร การที่ต้องแต่งงานทั้งๆ ที่เรามีคนที่รักมากอยู่แล้วในใจน่ะ มันไม่ได้มีความสุขนักหรอก แต่ทว่าสุดท้ายเราก็เลี่ยงกับมันไม่ได้อยู่ดี

 

โลกใบนี้มันยุ่งวุ่นวายมากเกินไป มากจนผมรู้สึกว่าผมจะทนกับมันได้อีกนานแค่ไหน ถ้าผมไม่ยอมแต่งงานผมก็จะกลายเป็นคนที่ผิดสัญญา แต่ถ้าผมยอมแต่งงานผมก็จะทำร้ายคนที่จะเข้ามาเป็นคู่ชีวิตของผม มันจะซ้ำรอยกับที่ปอเคยทำร้ายฝ้าย ผมไม่ได้อยากให้เรื่องราวมันเกิดขึ้นซ้ำซ้อนแบบนั้นเลย

 

แต่คนเราจะมีสิทธิ์เลือกได้มากมายแค่ไหน ยิ่งคนที่เกิดมาเพื่อรองรับความคาดหวังของพ่อแบบผมด้วยยิ่งแล้วใหญ่ ไม่ว่าต่อจากนี้ไปมันจะเกิดอะไรขึ้น ผมก็คงต้องปล่อยให้มันเป็นไปตามโชคชะตาฟ้าลิขิตก็แล้วกัน

 

..........

 

 

 

 

ผ่านพ้นช่วงเวลาของปีใหม่มาร่วมเดือนแล้ว และตอนนี้ผมก็กลับลงมายังบ้านเกิดของผม บ้านที่ผมไม่ได้กลับมากว่าสี่ปี ผมกลับมาเพื่อมาพบพ่อ ผมกลับมาเพื่อมาทำตามที่พ่อผมปรารถนา ผมต้องทำความรู้จักกับลูกสาวเพื่อนพ่อเพื่อที่จะได้เรียนรู้นิสัยใจคอก่อนที่เราทั้งสองจะเข้าพิธีแต่งงานกัน

 

น่าตลกดีนะกับการที่คนสองคนที่ไม่เคยพบเจอกัน ไม่เคยรู้จักกันมาก่อนจะต้องมาทำความรู้จักกันก่อนจะเข้าพิธีแต่งงานกันในอีกสองเดือนข้างหน้า ทีกับคนที่รักกันมาเป็นสิบๆ ปี รู้จักกันมาเป็นสิบๆ ปี กลับไม่มีหนทางได้รักและได้อยู่ด้วยกัน

 

ผมไม่ขัดแย้งและไม่โต้เถียง ผมยอมทำตามที่พ่อต้องการแม้ว่าไอ้พายมันจะโวยวายใส่ผมมากแค่ไหนก็ตาม แม้ว่าไอ้เต้มันจะด่าว่าผมบ้าผมก็ไม่คิดจะเปลี่ยนใจ ถึงผมจะไม่ได้ยินดีกับการแต่งงานในครั้งนี้แต่ผมก็เลี่ยงมันไม่ได้อยู่ดี

 

ผมมันอ่อนแอ ผมมันขี้ขลาด ผมไม่เคยทำตามที่ใจของผมต้องการได้เลยแม้แต่นิดเดียว คนที่ทำเหมือนว่าตัวเองเข้มแข็งแต่จริงๆ แล้วช่างอ่อนแอแบบผมก็ต้องพบเจอกับโชคชะตาแบบนี้นั่นแหล่ะ

 

“จะไม่ให้บอกพี่ปอจริงๆ หรอวะพี่ชาย จะปิดได้นานแค่ไหนกัน...” ไอ้พายมันนั่งจ้องหน้าผมมาเป็นชาติ ถามคำถามเดิมๆ มากี่ครั้งต่อกี่ครั้งแล้วแม้ผมจะตอบกับมันไปแล้วทุกครั้งก็ตาม

 

“บอกหรือไม่บอกทุกอย่างมันก็ไม่มีทางเปลี่ยนแปลง ปล่อยให้มันเป็นไปเหมือนอย่างที่มันควรจะเป็นน่ะดีแล้ว มึงไม่ต้องมาใส่ใจกูหรอก เอาเวลาไปช่วยปอมันเลี้ยงลูกไป”  ผมเบื่อหน้าไอ้พาย ไม่อยากเห็นหน้ามันเลยตอนนี้ เพราะมันจะพล่ามแต่เรื่องเดิมๆ พูดแต่เรื่องนี้ซ้ำไปซ้ำมาและพยายามกล่อมให้ผมต่อต้านพ่อ

 

ผมรู้ดีเลยว่าถ้าคนที่ถูกบังคับให้แต่งงานเป็นมันไม่ใช่ผม งานแต่งคงไม่มีทางเกิดขึ้นหรอก คงจะล่มตั้งแต่วางแผนการกันแล้ว ไอ้พายมันไม่มีทางยอมอย่างแน่นอน แต่เพราะว่านี่คือผมคนที่ไม่เคยปฏิเสธหรือว่าขัดใจพ่อเลยตั้งแต่จำความได้ และงานแต่งงานจะไม่มีวันถูกยกเลิก มันจะต้องเกิดขึ้นอย่างแน่นอน

 

“พี่แม่งบ้าว่ะพี่ชาย ทำไมไม่ลองสู้ดูสักตั้งวะพี่ ทีเรื่องของผมพี่ยังบอกให้ผมสู้ ให้ผมกล้าที่จะยอมรับและเผชิญหน้ากับความเป็นจริง แล้วนี่มันอะไรวะพี่ชาย พี่หนีความเป็นจริงมานานแค่ไหนแล้ว ทำไมไม่ลองสู้ดูวะพี่...” สิ่งที่ไอ้พายพูดออกมามันแทงใจผมเข้าอย่างจัง ผมมองหน้ามันที่ดูท่าทางจะหัวเสียกับเรื่องนี้เป็นอย่างมาก

 

“พ่อเป็นโรคหัวใจ พ่อก็อายุมากแล้ว พ่ออยากมีหลานอยากมีคนมาสืบสกุลและสานต่อกิจการของพ่อ มึงจะให้กูทำยังไงวะพาย มึงจะให้กูตัดรอนความหวังของพ่ออย่างนั้นหรอวะ กูยอมทำทุกอย่างเพื่อให้มึงกับต่อได้รักกัน ปอเองก็เหมือนกัน แค่พวกมึงมีความสุขพวกกูก็ไม่ต้องการอะไรแล้ว...” มันจะรู้บ้างหรือเปล่าว่าผมรักมันมากแค่ไหน ผมยอมแบกรับทุกสิ่งทุกอย่างเอาไว้คนเดียวเพื่อที่มันจะได้มีความสุขกับชีวิตของมัน

 

“พี่ชาย...ผมรู้ว่าพี่รักผม ผมรู้ว่าพี่ปอรักต่อ พวกเรารับรู้และก็รู้สึกขอบคุณพวกพี่มาตลอด แต่พวกเราเองก็รักพวกพี่เหมือนกัน พี่คิดว่าพอเรารู้เรื่องทุกอย่างที่เคยเกิดขึ้นกับพวกพี่แล้วเราจะมีความสุขได้อย่างนั้นหรอวะ ในเมื่อพวกเราเองก็มีส่วนทำให้พวกพี่ต้องเป็นแบบนี้” ผมมองหน้ามันด้วยความสงสัย มันพูดแบบนี้หมายความว่ายังไง หมายความว่าต่อมันก็รู้เรื่องนี้แล้วอย่างนั้นหรือ

 

“ไม่ต้องรู้สึกผิดอะไรทั้งนั้น พวกมึงก็เป็นแค่ส่วนหนึ่งของการตัดสินใจเท่านั้น พวกมึงไม่ใช่ทั้งหมดของการตัดสินใจ กูขอล่ะพายเลิกพูดเรื่องนี้เถอะ กูทำลายความคาดหวังของพ่อไม่ได้...งานแต่งงานต้องเกิดขึ้น” ถึงผมจะพูดมันอย่างหนักแน่นแต่ทว่าผมกลับรู้สึกเจ็บปวดกับสิ่งที่มันกำลังจะเกิดขึ้น ถ้าเลือกได้ผมอยากอยู่คนเดียวใช้ชีวิตอยู่คนเดียวโดยที่ไม่ต้องผูกติดกับใคร ไม่ต้อง

 

“พี่จะทำร้ายหัวใจของคนที่พี่จะแต่งงานด้วยอย่างนั้นหรอวะพี่ชาย ไหนพี่เคยบอกว่าชาตินี้จะไม่ยอมแต่งงาน จะไม่มีทางทำร้ายหัวใจใคร คนไม่รักกันแต่งงานกันไปมันไม่มีความสุขหรอก” ไอ้พายมันโตขึ้นเยอะแล้วจริงๆ มันดูมีความคิดขึ้นมาก ผมรู้และเข้าใจในสิ่งที่มันพูด แต่ทว่าการที่คนเราต้องแต่งงานมันก็ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะความรักเสมอไปหรอก

 

สังคมของพวกผมมันก็แบบนี้ การแต่งงานเพื่อธุรกิจ แต่งงานเพื่อครอบครัว มันเป็นสิ่งที่พวกเราไม่อาจจะเลี่ยงกับมันได้ ต้องก้มหน้าและยอมรับกับสิ่งที่มันกำลังจะเกิดขึ้นให้ได้

 

“พาย...กูเคยบอกมึงแล้วไงว่าชีวิตกูกูขอเป็นคนจัดการด้วยตัวกูเอง...”

 

“แต่สิ่งที่มันเป็นอยู่นี่มันไม่ใช่พี่เป็นคนจัดการชีวิตตัวเองว่ะพี่ชาย แต่เป็นพ่อที่เป็นคนจัดการทุกอย่าง...ผมจะไปพูดเรื่องนี้กับพ่อ” ไอ้พายมันจ้องหน้าผมเขม็ง ผมรู้ว่ามันจะทำอย่างที่มันพูดจริงๆ แต่ทว่าผมคงไม่ยอมให้มันทำแบบนั้นอย่างแน่นอน

 

“ถ้ามึงยังคิดว่ากูเป็นพี่มึงอยู่ ก็อย่าทำให้เรื่องมันยุ่งไปกว่านี้ ให้กูเป็นคนตัดสินใจด้วยตัวกูเอง...กูขอละพาย” ผมจับไหล่ไอ้พายและบีบแรงๆ ดึงมันเอาไว้และเรียกสติมันให้กลับมา บางทีมันก็ใส่อารมณ์และยังคงวู่วามด้วยนิสัย ถ้ามันคิดอะไรให้กว้างกว่านี้ มองอะไรให้มากกว่านี้ มันอาจจะเข้าใจกับสิ่งที่ผมกำลังทำและตัดสินใจลงไป

 

“ทำไมวะพี่ชาย...ผมไม่เข้าใจพี่เลย” มันทุบกำปั้นลงบนผนังอย่างแรงก่อนที่จะเดินปึงปังออกจากห้องนอนของผมไป ผมระบายลมหายใจหนักๆ ทิ้งตัวลงนั่งกับพื้นห้องพิงเตียงนอนอย่างอ่อนล้า ไม่สามารถแสร้งว่าไม่คิดอะไร ไม่เจ็บปวดกับการตัดสินใจของตัวเองได้ในยามที่อยู่คนเดียวแบบนี้

 

“อย่าว่าแต่มึงไม่เข้าใจเลยพาย กูเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน”

 

 

....................

 

 

 

 

 

 

ผมได้มีโอกาสทำความรู้จักกับคู่หมั้นหมายของผม เธอชื่อ ข้าวหอม อายุมากกว่าไอ้พายหนึ่งปี เพิ่งเรียนจบปริญญาโทบริหารจากเมืองนอก และเพิ่งเดินทางกลับมาอยู่ไทยได้เพียงแค่ไม่กี่เดือนเท่านั้น

 

ข้าวหอมน่าเอ็นดูจนผมนึกรู้สึกอยากจะยกเลิกงานแต่งงานครั้งนี้ ผมไม่อยากทำร้ายให้เธอต้องทรมานใจหากต้องแต่งงานกับผม ถึงจะได้พูดคุยกันเพียงแค่ไม่นานนัก แต่ผมก็มองออกถึงความจริงใจและไร้เดียงสาของเธอ

 

ถ้าหากต้องแต่งงานกัน ถ้าหากต้องใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน เธออาจจะต้องเสียใจเพราะผม เสียใจที่ผมไม่อาจจะมอบความรักให้กับเธอได้ อยู่กับเธอแค่ตัวแต่ทว่าหัวใจของผมนั้นมันอยู่ที่ใครอีกคน...คนที่เป็นรักครั้งแรกและครั้งเดียวของผม

 

“ต่างคนต่างไม่ได้รักกันแบบนี้ ชีวิตคู่มันคงจะเจ็บปวดไม่น้อย” วันนั้นผมออกไปพร้อมกับพ่อเพื่อไปพบเจอกับครอบครัวของข้าวหอม พวกผู้ใหญ่ก็พูดคุยกันถึงเรื่องความคาดหวังในอนาคตที่มีร่วมกัน ก่อนที่จะทิ้งให้ผมกับข้าวหอมได้อยู่ด้วยกันตามลำพังเพื่อทำความรู้จักกัน

 

ใช้เวลาไม่นานมากนักเราสองคนก็พูดคุยกันอย่างถูกคอ อาจจะเพราะเรามีอะไรที่ค่อนข้างคล้ายกันหลายเรื่อง ทัศนคติและความคิดหลายๆ อย่างที่คล้ายคลึงกัน แต่ทว่าในความรู้สึกของผมแล้วผมอยากได้ข้าวหอมเป็นน้องสาวมากกว่าที่จะดึงเข้ามาเป็นคู่ครองหรือคู่ชีวิต

 

และหลังจากวันนั้นทั้งผมและข้าวหอมก็ได้พบเจอและพูดคุยกันอยู่บ่อยครั้ง พ่อของพวกเราต่างนัดแนะเวลาให้เราได้มาพบเจอกันและไปไหนมาไหนด้วยกัน ผมทำใจยอมรับแล้วว่ายังไงซะงานแต่งงานก็ต้องเกิดขึ้น ข้าวหอมเองก็ไม่มีทีท่าว่าจะต่อต้านงานแต่งงานครั้งนี้ บางทีเธอเองก็อาจจะมีเหตุผลบางอย่างเหมือนอย่างที่ผมนั้นมีก็เป็นได้

 

วันนี้ก็เป็นอีกวันที่ผมต้องไปรับข้าวหอมที่บริษัทเพื่อที่จะพาเธอไปหาอะไรทานด้วยกัน ช่วงนี้ผมแทบไม่ต้องเข้าบริษัทเพื่อทำงานเลยด้วยซ้ำ พ่อให้ผมเรียนรู้และทำความรู้จักกับข้าวหอมเพื่อเตรียมตัวเข้าพิธีแต่งงานด้วยกันในอีกหนึ่งเดือนข้างหน้า

 

ผมกลับมาอยู่กรุงเทพร่วมเดือนแล้ว และแน่นอนว่าไม่มีทางที่จะปิดข่าวเรื่องนี้กับปอได้ตลอดไปหรอก ปอรู้แล้วว่าผมกลับมาแต่ทว่าปอก็ไม่ได้มายุ่งวุ่นวายอะไรกับผม มีเพียงแค่ส่งข้อความมาทักมายเท่านั้น

 

บางทีปออาจจะตัดสินใจก้าวเดินไปข้างหน้าตามที่เราได้พูดคุยกันเมื่อครั้งนั้น ผมรู้สึกเจ็บในใจแต่ทว่าจะเรียกร้องหรือว่าพูดอะไรออกไปได้ ในเมื่อคนที่ขอให้ปอหยุดนึกถึงเรื่องราวความหลังก็คือผมคนนี้

 

ผมเองก็ขี้ขลาดอย่างที่ไอ้พายมันว่า ผมพยายามหนีความจริงอย่างที่มันได้กล่าวหาผมนั่นแหล่ะ ถ้าผมมีความกล้ามากกว่านี้ นึกถึงตัวเองมากกว่านี้ บางทีผมอาจจะได้อยู่เคียงข้างปอ ช่วยมันเลี้ยงลูกที่แสนน่ารักของมันอย่างมีความสุขก็เป็นไปได้

 

แต่ความเป็นจริงก็คือผมต้องแต่งงาน ต้องสร้างครอบครัว ต้องมีลูกสืบสกุล นี่แหล่ะคือความเป็นจริงที่ผมกำลังจะต้องเผชิญหน้าอย่างเลี่ยงไม่ได้ อย่างที่ผมได้บอกไปว่าบางทีการแต่งงานนี้อาจจะทำให้ผมเข้าใจความรู้สึกของปอมากขึ้น

 

“อยู่ๆ กันไปเดี๋ยวก็รักกันเอง...หึ” ผมแค่นยิ้มและหัวเราะกับตนเองอย่างขมขื่น มันคงเป็นเรื่องยากสำหรับผม การจะรักใครสักคนมันไม่ใช่เรื่องง่ายและการที่จะลืมใครสักคนไปจากหัวใจมันยิ่งยากกว่าอีกหลายเท่านัก ผมรู้ดีว่าความทรมานที่เกิดจากความรักมันหนักหนามากแค่ไหน

 

แต่ผมก็ปฏิเสธไม่ได้เหมือนกันว่ามันเป็นสิ่งที่สร้างความสุขให้กับหัวใจของผมมากเพียงใดเช่นกัน

 

 

 

 

ผมนั่งรอข้าวหอมอยู่ในรถบริเวณหน้าบริษัทของพ่อข้าวหอม ไม่นานนักร่างบอบบางในชุดทำงานดูทะมัดทะแม่งก็เปิดประตูเข้ามาทางด้านใน รอยยิ้มอ่อนหวานและน่ารักส่งตรงมาให้กับผม ผมเอ็นดูเธอเหมือนดั่งน้องสาวของผมมากกว่าที่จะคิดรักเธอเป็นคนรักเสียอีก

 

“พี่ชายรอข้าวนานมั้ยคะ” ผมส่ายหน้าน้อยๆ พลางหยิบผ้าเช็ดหน้าส่งให้กับเธอ ไรผมเปียกชื้นด้วยเหงื่อเม็ดเล็กๆ ท่าทางเธอคงรีบเดินมาหาผมเพราะคงกลัวว่าผมจะรอนาน

 

“ไม่นานหรอกครับ พี่เพิ่งมาถึงเมื่อครู่นี้เอง ว่าแต่ข้าวหอมอยากทานอะไรครับวันนี้” บางทีถ้าผมลองเปิดใจให้กับเธอผมอาจจะพบเจอกับความสุขในชีวิตบ้างก็ได้ ข้าวหอมเป็นผู้หญิงที่น่ารักคนหนึ่ง กิริยามารยาทก็ดีเพียบพร้อมตามแบบฉบับคนที่ถูกเลี้ยงดูอบรมสั่งสอนมาอย่างดี

 

“พี่ชายอย่าโกหกข้าวนะคะ อย่าทำให้ข้าวกลายเป็นคนเสียนิสัยน้า ถ้ารอนานก็บอกมาได้เลยค่ะไม่ต้องกลัวว่าข้าวจะโกรธ ข้าวจะได้ปรับปรุงตัวเองจะได้ไม่ต้องให้พี่ชายมารอนาน” เธอส่งยิ้มให้กับผมพลางซับเหงื่อบนใบหน้าไปมา

 

“พี่เพิ่งมาถึงจริงๆ ครับ ยังกลัวว่าจะต้องให้ข้าวหอมมายืนรอพี่เลยด้วยซ้ำ ไม่ต้องคิดมากนะครับ...เราไปหาอะไรทานกันดีกว่า” ข้าวหอมเป็นคนที่ค่อนข้างตรงไปตรงมา คิดยังไงก็พูดออกมาแบบนั้น แต่ทว่าก็ไม่ได้โผงผางแบบไร้มารยาท เธอมีวิธีการพูดการจาที่ชวนฟัง

 

“ดีเลยค่ะข้าวหิวมากเลยเมื่อตอนกลางวันก็ประชุมกันยาวนานไม่ได้ทานอะไร พี่ชายพาข้าวไปทานอาหารที่ร้านร้านนึงได้มั้ยคะ เห็นพี่ๆ ที่ทำงานเค้าการันตีกันหลายคนเลยว่าอาหารที่ร้านนี้อร่อยมาก...” เธอชวนคุยพลางส่งยิ้มให้กับผมตลอดเวลา ผมยังไงก็ได้เพราะผมไม่ใช่คนที่เรื่องมากอะไรอยุ่แล้ว

 

“ร้านไหนครับเดี๋ยวพี่พาข้าวหอมไปเอง...”

 

“ร้าน...บ้านเสบียงค่ะ” ชื่อร้านที่ข้าวหอมเอ่ยออกมานั้น เป็นชื่อร้านที่มีความทรงจำมากมายเกิดขึ้นกับผม เป็นร้านที่ผมอยากไปมากที่สุดและในทางกลับกันก็เป็นร้านที่ผมไม่อยากจะไปมากที่สุดเช่นกัน

 

เพราะที่นั่นมีคนที่ผมอยากเจอและไม่อยากเจอที่สุด

 

 

 

 

ผมนั่งมองบรรยากาศที่ผมคุ้นเคย ถึงผมจะไม่ได้มาที่นี่กว่าสี่ปีแล้วก็ตามทีแต่ทว่าทุกอย่างก็ยังคงเหมือนเดิมไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปมากนัก อาจจะมีบรรดาเด็กเสิร์ฟหน้าใหม่ที่ผมไม่คุ้นหน้าอยู่บ้าง แต่คนเดิมๆ ที่คุ้นเคยกันก็ยังคงทำงานอยู่ที่นี่ หลายๆ คนเข้ามาทักทายผมด้วยความคิดถึง แต่ทว่าผมกลับไม่เห็นปอเลยตั้งแต่ที่ผมเข้ามาที่นี่

 

“พี่ชายดูสนิทกับพนักงานที่นี่นะคะ” ดูท่าทางแล้วข้าวหอมจะชอบบรรยากาศของที่นี่ เห็นนั่งมองบรรยากาศรอบๆ อย่างตื่นเต้น ผมเองก็ชอบที่นี่เพราะมันเย็นสบายได้เห็นวิถีชีวิตของผู้คนริมน้ำ มาในช่วงเย็นๆ ตอนพระอาทิตย์กำลังจะตกจะสวยมากกว่านี้หลายเท่านัก

 

“นี่เป็นร้านของเพื่อนพี่เองน่ะครับ”  ผมยิ้มให้เธอน้อยๆ ตอนแรกที่รู้ว่าข้าวหอมอยากมาที่บ้านเสบียงผมก็อึกอักพูดอะไรออกไปไม่ถูก เพราะผมยังไม่พร้อมที่จะมาเจอกับปอ ต่อให้ผ่านมานานแค่ไหนผมก็รู้สึกว่าผมไม่พร้อม ผมไม่รู้ว่าจะมองหน้ามันด้วยสายตาแบบไหน ผมไม่รู้ว่าควรจะมีปฏิกิริยาต่อมันยังไง

 

“ข้าวชอบที่นี่จังค่ะ บรรยากาศดีมากๆ เลย คนเยอะแบบนี่ท่าทางอาหารจะอร่อยตามที่พวกพี่ๆ เค้าการันตีมาจริงๆ นะคะ” ผมพยักหน้ารับ อาหารที่นี่อร่อยมากและบริการก็ดีมากด้วยเช่นกัน ผู้คนยังคงเข้ามากันอย่างเนื่องแน่นไม่เปลี่ยนแปลง เห็นกิจการของปอมันเป็นไปได้ด้วยดีผมก็ยินดีกับมัน

 

“อาหารที่นี่อร่อยครับแต่จะถูกปากข้าวหอมหรือเปล่าอันนี้พี่แนะนำให้ลองทานดูครับ...”

 

“อุ้ย! พี่ชายดูหนูน้อยคนนั้นสิคะน่ารักจังเลย” ข้าวหอมยิ้มอย่างตื่นเต้นพร้อมกับชี้ให้ผมหันไปมองทางด้านหลังของผม พอผมหันไปมองก็พบว่าเด็กน้อยคนนั้นล้มลงกับพื้น เจ้าตัวน้อยนั่งจุ้มปุ๊กกับที่พร้อมกับเริ่มเบ้ปากตั้งท่าจะร้องไห้

 

“เดี๋ยวพี่ไปดูเองครับ” ผมบอกกับข้าวหอมที่ตั้งท่าจะลุกขึ้นไปดูอาการของเจ้าตัวน้อย ผมลุกเดินไปนั่งยองๆ ข้างๆ ร่างของเด็กน้อยที่เบ้ปากร้องไห้อยู่ พนักงานเสิร์ฟก็เดินเข้ามาดูเช่นกัน ผมรู้สึกว่าเด็กคนนี้หน้าตาคุ้นๆ ยังไงก็ไม่รู้

 

“ต้นหนาว...เป็นยังไงบ้างครับลูก” เสียงที่คุ้นแสนคุ้นกับชื่อของเด็กน้อยคนนี้ทำให้ผมจำได้ในทันทีว่านี่คือลูกชายของปอ ผมอุ้มต้นหนาวขึ้นมาจากพื้นพร้อมกับมองผู้ชายที่ยืนอยู่ตรงหน้าผม ฝีเท้าของปอชะงักลงทันทีที่เห็นหน้าผม มันมองหน้าผมด้วยความแปลกใจและดูจะตกใจไม่น้อย

 

“ชาย...” ผมเดินเข้าไปหามันพร้อมกับส่งต้นหนาวคืนกลับให้มัน มันรับลูกของมันไปอุ้มและกอดโอ๋ไม่ห่าง เป็นภาพที่ทำให้ผมยิ้มได้แต่ก็แอบเจ็บลึกๆ ในใจ ลูกของปอกับฝ้าย เด็กน้อยที่แสนน่ารักที่เป็นดั่งโซ่ทองคล้องหัวใจของทุกคนในครอบครัวของปอ

 

“พี่ชายคะ...น้องเป็นยังไงบ้างคะ” ผมยังไม่ทันทักทายหรือพูดอะไรกับปอ ข้าวหอมก็เดินเข้ามายืนข้างๆ ผม ผมรู้สึกอึดอัดแบบแปลกๆ ทั้งๆ ที่มันก็ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับปอแล้ว ผมกับปอเหลือความสัมพันธ์เพียงแค่เพื่อนกันเท่านั้น

 

“ไม่เป็นอะไรหรอกครับ...ข้าวหอมครับนี่ปอ...เพื่อนพี่เอง” ผมได้แต่กำมือตัวเองเอาไว้ สะกดความรู้สึกนึกคิดของตัวเองเอาไว้ไม่ให้แสดงความรู้สึกอ่อนแออ่อนไหวและความรู้สึกที่ไม่เคยเปลี่ยนไปจากใจของผมออกมา

 

“สวัสดีค่ะพี่ปอ ข้าวหอมค่ะ ข้าวหอมเป็น...เอ่อ...”

 

“ข้าวหอมเป็นว่าที่เจ้าสาวของกูเอง” ผมตัดสินใจพูดออกไปแล้ว พูดให้ปอรับรู้ ผมมองสบตากับปอในสายตาคู่นั้นดูเหมือนว่าจะมีคำถามมากมายที่อยากจะถามผม ปอดูนิ่งไปเลยที่ได้รับรู้ถึงสถานะของข้าวหอม แต่สุดท้ายปอก็ยิ้มออกมา

 

“ยินดีด้วยนะชาย ยินดีด้วยนะครับ คุณโชคดีมากที่จะได้แต่งงานกับคนที่ดีที่สุดอย่างไอ้ชาย...” มันยิ้มให้กับผม ยิ้มให้กับข้าวหอมและมันก็กอดลูกของมันแน่น ทำไมผมถึงได้รู้สึกเจ็บกับรอยยิ้มของมัน ทำไมมันถึงได้หน่วงและจุกเสียดในใจแบบนี้ ทั้งๆ ที่ผมเป็นคนตัดสินใจเองแท้ๆ

 

“ขอบคุณมากค่ะพี่ปอ ลูกพี่น่ารักจังเลยนะคะ ท่าทางคุณแม่จะต้องสวยมากแน่ๆ เลย” ปอยิ้มจางๆ ผมรู้ว่ามันยังคงสะเทือนใจเรื่องของฝ้ายอยู่

 

“ครับ แม่ของน้องสวยมากจริงๆ พี่ต้องขอตัวก่อนนะครับ...กูไปก่อนนะชายพาลูกไปทำแผลก่อน” มันยิ้มให้กับผมยิ้มให้กับข้าวหอมและเดินแยกจากไป ผมไม่รู้หรอกว่าในใจของมันกำลังรู้สึกยังไง แต่ที่ผมรู้คือผมปล่อยให้ความหวั่นไหวเข้ามาทำร้ายหัวใจของตัวเองอีกแล้ว

 

ผมกับข้าวหอมเดินกลับมาที่โต๊ะเพื่อที่จะได้สั่งอาหาร ผมอยากรีบๆ กินและกลับบ้านไปนอนพัก พยายามทำตัวเองให้มันเข้มแข็งมากกว่านี้ เมื่อตัดสินใจไปแล้วก็ต้องยอมรับในการตัดสินใจของตัวเองและทำมันให้ได้

 

“อ๊ะ...ขอโทษครับ” ผมถูกเด็กเสิร์ฟชนเข้าอย่างจัง ทำให้น้ำแกงกระฉอกมาเลอะเสื้อของผม ผมเงยหน้าขึ้นมองคนตรงหน้าก็พบว่าไม่ใช่ใครที่ไหน...

 

“พี่ชาย! ขอโทษครับพี่ผมไม่ทันได้มอง...” เป็นต่อ ไอ้ต่อ ไอ้หมาต่อของไอ้ห่าพาย มันยังคงซุ่มซ่ามไม่เปลี่ยน ผมระบายลมหายใจน้อยๆ ไม่ได้โกรธหรือว่าใส่ใจอะไรกับเรื่องเล็กๆ น้อยๆ แค่นี้

 

“พอดีเด็กเสิร์ฟมาบอกว่าต้นหนาวล้มผมก็เลยจะรีบมาดูอ่ะพี่ เลยทำเสื้อพี่เลอะเลย ขอโทษนะครับ” ผมส่ายหน้าเบาๆ และตบไหล่มันเบาๆ

 

“ไม่เป็นไรมันก็ไม่ได้เลอะเทอะอะไรมากมายเสียหน่อย ส่วนหลานมึงเนี่ยพ่อมันพาไปทำแผลแล้ว” ต่อมันมองหน้าผม เหมือนมันจะถามอะไรสักอย่าง มันมองไปทางข้าวหอมที่ยืนมองดูผมกับมันคุยกันด้วยความสงสัย

 

“ถ้าอย่างนั้นผมไปก่อนนะครับพี่ ขอโทษจริงๆ ครับผม” แล้วต่อมันก็เดินเร่งรีบจากไป ผมมองเสื้อตนเองพร้อมกับเงยหน้าขึ้นมามองข้าวหอมที่ยิ้มให้กับผม

 

“พี่ชายไปล้างคราบเลอะก่อนก็ได้ค่ะ เดี๋ยวข้าวหอมสั่งอาหารรอเอาไว้พี่ชายกลับมาจะได้ไม่ต้องรอนาน” เธอเอากระดาษเช็ดที่เสื้อของผมเบาๆ ผมก็อยากจะทำแบบนั้น อยากจะไปล้างหน้าล้างตาเสียหน่อยเผื่อว่ามันจะรู้สึกดีมากกว่านี้

 

“ข้าวหอมอยากทานอะไรก็สั่งได้เลยนะครับ เดี๋ยวพี่จะรีบกลับมา” ผมเดินไปตามทางเพื่อที่จะได้ไปเช็ดคราบเลอะที่เสื้อออกเสียหน่อย ผมเดินผ่านห้องทำงานของปอผมชะงักและลังเลอยู่ที่หน้าห้องของมัน ใจจริงผมก็อยากคุยกับมันแต่ทว่าอีกใจก็ไม่กล้าพอจะเข้าไปคุย ผมไม่รู้ว่าทำไมผมถึงต้องกลัวการพบหน้าปอด้วยก็ไม่รู้

 

“ชาย...” ผมตั้งท่าจะเดินออกไปจากตรงนี้ แต่ทว่าประตูห้องก็ถูกเปิดขึ้นพร้อมกับเสียงเรียกของมัน ผมหันกลับมามองมัน เราสองคนมองสบตากันแบบเงียบๆ

 

“เรื่องที่มึงจะแต่งงาน...กูดีใจกับมึงด้วยนะ” มันยิ้มให้ผม ยิ้มจางๆ อย่างเศร้าๆ ผมรู้ว่ามันไม่ได้ดีใจไม่ได้ยินดีเหมือนอย่างที่มันพูดออกมา แต่ผมก็จะแกล้งทำเป็นไม่รู้อะไรทั้งนั้น

 

“ขอบใจมึงนะปอ...”

 

“มันถึงเวลาที่มึงสัญญากับพ่อมึงแล้วนี่นะ เค้าดีกับมึงมั้ยวะ” มันเดินเข้ามาหาผมพร้อมกับยืนพิงต้นไม้และจุดบุหรี่สูบ ท่าทางแบบนี้ของมันทำให้ผมรู้ได้เลยว่ามันกำลังเครียด เพราะมันชอบสูบบุหรี่ในยามที่เครียดและไอ้พายมันเคยบอกกับผมว่าตั้งแต่ที่ปอมันมีลูกมันแทบไม่แตะบุหรี่เลย ทั้งไอ้ต่อไอ้พายก็พากันงด ละ เลิกกันหมด เพราะไม่อยากให้ปลายฝนกับต้นหนาวรับสารพิษตั้งแต่ยังเด็กแบบนี้

 

“ข้าวหอมเป็นคนดี ถึงพ่อจะเป็นคนเลือกให้แต่กูก็พอจะมองออกว่าผู้หญิงคนนี้เป็นคนที่ดีมากๆ คนหนึ่ง...แม่ไม่ได้มาหรอวะปอ กูไม่ได้แวะไปหาแม่เลยคิดถึงท่านมากเหมือนกัน” ผมเลี่ยงไปเรื่องอื่น ไม่อยากจะคุยเรื่องนี้กับปอมันเท่าไหร่

 

“แม่อยู่บ้านว่ะ ช่วงนี้แม่ไม่ค่อยเข้าร้านสักเท่าไหร่ถ้ามึงอยากไปเยี่ยมแม่ต้องไปที่บ้านช่วงกลางวัน” มันทิ้งมวนบุหรี่ลงบนพื้นใบหน้าที่ก้มมองพื้นเกือบจะตลอดเวลาเงยขึ้นมามองหน้าผม

 

“ชาย...กูดีใจนะที่ได้เจอมึง ขอบใจมึงนะที่ยังคุยกับกู” มันยิ้มอย่างเศร้าๆ ผมเดินเข้าไปหามัน ยกมือขึ้นวางบนบ่ามันและตบเบาๆ สองสามที

 

“พูดอะไรของมึงวะปอ กูเคยบอกมึงแล้วใช่มั้ยว่าต่อให้เกิดอะไรขึ้นระหว่างเรา ความเป็นเพื่อนของเรามันจะไม่มีวันจางหายไป...ต่อให้วันนี้ทุกอย่างมันเปลี่ยนไปแต่ความเป็นเพื่อนของเรามันจะไม่เปลี่ยนแปลง” ผมยิ้มให้กับมัน ถูกแล้วนี่คือสิ่งที่มันควรเป็น ผมควรจะปล่อยให้มันเป็นไปแบบนี้

 

“ที่ผ่านมากูทำผิดกับมึง กูขอโทษสำหรับทุกสิ่งทุกอย่างและขอบคุณมึงมากที่ไม่เคยโกรธไม่เคยว่าไม่เคยด่ากูเลยสักครั้ง...กูขอแค่ได้เห็นหน้ามึง ได้รับรู้ข่าวของมึง ได้พุดคุยได้พบเจอกับมึง...อย่าหายไปอีกนะชาย...อยู่ในที่ที่กูสามารถมองเห็นความเป็นไปของมึงได้บ้าง...” ปอมันจะรู้หรือเปล่าว่ามันทำให้ผมเขว มันกำลังทำให้ผมอยากจะเป็นคนเห็นแก่ตัวขึ้นมา ผมอยากจะกอดมันเอาไว้แน่นๆ อยากจะบอกกับมันให้มันรู้ว่าผมยังคงเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลงไปจากเมื่อก่อน ผมค่อยๆ ยกมือขึ้นหมายจะโอบกอดคนที่ผมรักแสนรัก คนที่อยู่ตรงหน้าห่างกันแค่เอื้อมมือหา แต่ทว่าสิ่งที่ตอกย้ำความเป็นจริงให้ผมตื่นจากความคิดและความฝันคือเสียงเล็กๆ ที่ร้องเรียกหาคนเป็นพ่อ

 

“ป๊า...ป๊าจ๋า” เด็กตัวน้อยทั้งสองคนวิ่งมาหาปอพร้อมกับกอดขาของปอคนละข้าง สายตาใสซื่อบริสุทธิ์เงยมองหน้าผมราวกับว่ากำลังสงสัยว่าผมคือใคร ลูกของปอน่ารักมากจริงๆ ผมก็ไม่คิดแปลกใจเท่าไหร่ว่าทำไมไอ้พายมันถึงได้รักแสนรักเด็กน้อยทั้งสองคนมากมายแบบนั้น

 

“ป๊าอยู่นี่ครับ ปลายฝนกับต้นหนาวสวัสดีอาชายก่อนครับ อาชายเป็นเพื่อนที่พ่อ รัก มากที่สุดเลยนะรู้มั้ย” เสี้ยวหนึ่งของความรู้สึกในใจผมแอบหวั่นไหวกับคำว่ารักที่ถึงแม้ว่ามันอาจจะไม่ได้มีความหมายอะไรเลยก็ได้ ผมนั่งลงระดับเดียวกับเด็กน้อยทั้งสองและมองดูอย่างพินิจ

 

“ลูกสาวหน้าเหมือนฝ้ายเลยนะ ส่วนลูกชายนี่หน้าแอบคล้ายพ่อ...ขออาชายกอดหน่อยได้มั้ยครับ” ผมจับมือเล็กๆ ของทั้งคู่ ลูกของปอ ลูกของคนที่ผมรัก ผมสามารถรักเด็กทั้งสองคนได้อย่างไม่มีเงื่อนไข เพราะเค้าคือเลือดเนื้อเชื้อไขของผู้ชายที่ผมรักมากที่สุด

 

“อาชายใจดีเหมือนอาพายกับอาต่อเลยนะครับลูก ให้อาชายกอดหน่อยนะ” ตอนแรกทั้งสองคนก็ดูลังเลอยู่เหมือนกัน อาจจะเพราะว่าผมเป็นคนแปลกหน้าสำหรับพวกเค้า แต่พอปอบอกแบบนั้น ทั้งสองคนก็โถมร่างนุ่มนิ่มเข้าหาผมทันที ผมกอดทั้งสองคนแล้วหอมแก้มนุ่มๆ ของเด็กน้อยด้วยความเอ็นดู

 

“น่ารักอย่างที่ไอ้พายมันบอกจริงๆ เป็นเด็กดีและก็รักป๊าของหนูให้มากๆ นะครับ” ผมปล่อยให้เด็กทั้งสองคนเป็นอิสระ ทั้งคู่ถอยกลับไปกอดขาปอตามเดิมแต่ก็ส่งยิ้มไร้เดียงสามาให้ผม ชีวิตน้อยๆ ที่แสนจะไร้เดียงสา เด็กที่ยังไม่รู้ถึงความวุ่นวายของโลกยุ่งๆ ใบนี้

 

“กูต้องไปแล้วปอ ตอนนี้กูย้ายกลับมาอยู่ที่กรุงเทพแล้ว ไว้ยังไงกูจะแวะเข้าไปเยี่ยมแม่พรทิพย์ก็แล้วกัน” ผมตบบ่าปอเบาๆ มองดูภาพ ครอบครัว ของปอด้วยความรู้สึกยินดี อยากให้ปอเลี้ยงลูกให้ดีที่สุดให้สมกับที่เค้าได้เกิดขึ้นมาบนโลกใบนี้

 

ผมรู้แล้วว่าผมควรจะเดินต่อไปข้างหน้าตามเส้นทางที่พ่อวาดเอาไว้ เรื่องของผมกับปอนั้นให้มันเป็นเพียงแค่เสี้ยวหนึ่งของความทรงจำที่แสนมีค่า ถึงตอนนี้เราจะไม่สามารถรักกันได้ ไม่สามารถอยู่ด้วยกันได้ แต่ทว่าอย่างน้อยๆ เราก็ยังคงได้พบได้เจอได้รับรู้ข่าวคราวของกันและกัน

 

แค่นั้นก็พอแล้วจริงๆ

……….100%..........

 

#ปอชาย #ยุ่งนัก

รู้มั้ย? เวลาที่คนอ่านด่าตัวละครคนแต่งมันสะดุ้งเหมือนถูกด่าทุกครั้ง ฮ่าๆ

ต่างคนต่างความคิดเนอะ ได้อ่านเม้นทุกเม้นนะคะ เห็นได้ถึงความแตกต่างทางความคิดของคนอ่านก็รู้สึกดีนะ เหมือนว่าคนอ่านอินไปกับสิ่งที่เราต้องการสื่อ

เจอกันตอนหน้าค่า

PS. บอกเอาไว้ล่วงหน้าว่าปีใหม่จะหนีเที่ยวขึ้นเหนือตั้งแต่วันที่ 28 ธันวา ถึง 2 มกรา ถ้าหายหน้าหายตาไปไม่ต้องสงสัยค่า


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 25 ครั้ง

15,978 ความคิดเห็น

  1. #15674 Alleytama (@tamagome23) (จากตอนที่ 94)
    วันที่ 4 กันยายน 2558 / 09:04
    ไม่ไหวแล้วอะ ทำไมวะ ทำไมทำแบบนี้ทั้งสองคนเลย คือจะวิ่งหนีอีกนานแค่ไหน ฮือออออออ เบื่อจะร้องไห้แล้ว ได้โปรดเถอะ กลับมารักกันซะที โฮวววววว
    #15674
    0
  2. #15151 ploylybbs (@ploylybbs) (จากตอนที่ 94)
    วันที่ 23 กันยายน 2557 / 00:19
    หน่วงมากค่ะ
    #15151
    0
  3. #14574 วีว่า (จากตอนที่ 94)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2557 / 09:44
    สงสารข้าวหอมเหอะชาย
    #14574
    0
  4. #14526 mitake (@voldermore) (จากตอนที่ 94)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2557 / 11:54
    เหมือนเอาหนังเก่ามาฉายซ้ำเลยเนอะ...
    #14526
    0
  5. #14056 JENNYHA (@jennyha) (จากตอนที่ 94)
    วันที่ 30 เมษายน 2557 / 23:38
    ก็พอแล้วจิงๆอย่ากลับมาคบกันเลยย
    #14056
    0
  6. #13465 Hiro Hiro Shi (@hiroshi1234) (จากตอนที่ 94)
    วันที่ 7 เมษายน 2557 / 18:36
    คู่นี้จะไม่ลงเอยกันจริงๆนะเหรอคะ ...# ถามรอบที่สอง T^T
    #13465
    0
  7. #12760 Praew_Parichat (@26159) (จากตอนที่ 94)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2557 / 23:32
    งือๆ พี่ชายขาจะยอมทำร้ายข้าวหอมจริงอ่า

    พี่ก็รู้นี่คะว่ามันจะทรมานแค่ไหน ฮือๆๆๆ
    #12760
    0
  8. #12193 MIZZ-MAY (@mizz-may) (จากตอนที่ 94)
    วันที่ 2 มกราคม 2557 / 10:46
    โกรธอะ  โคตรโกรธเลย  T^T  พี่ชายจะทำตามที่สัญญากับพ่อก็ไม่ผิด
    เเต่พี่คิดดีเเล้วหรอวะ??? เเม่ง  อายุก็ไม่ใช่เด็กๆเเล้วส ตัวอย่างก็มีให้เห็น  
    ยังอยากเอาขชีวิตตัวเองเข้าไปอยู่ในวังวนเเบบนั้นอีก
    ณ จุดนี้ไม่ได้อะไรกับข้าวหอมนะ  โอเค  ผญที่เข้ามาในชีวิตพี่ปอกับพี่ชายเป็นคนดีไปป้ะ
    คือเรื่องนี้ไม่จำเ็นต้องมีนางร้ายอะ  แค่พี่ปอกับพี่ชายทำตัวเองแบบนี้ก็เจ็ยเกินทนเเล้ว
    หึ...  สิ่งที่ถูกต้อง ที่ควร  เสียสละให้คนอื่น   ทำลายความสุขของตัวเองต่อไปเหอะ  
    เเต่คิดป้ะ??? ว่าทำร้ายคนรอบข้างให้เข้าไม่มีความสุขไปด้วยอะ
    #12193
    0
  9. #12181 รวิ339 (@rawinan99) (จากตอนที่ 94)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2556 / 23:48
    เมื่อไหร่จะได้รักกันอีกครั้ง รู้มั้ยว่าคนอ่านเสียน้ำตาไปเท่าไหร่แล้ว ร้องทุกตอนเลยอะ ฮือๆๆๆๆๆๆ
    #12181
    0
  10. #12172 Ploy (จากตอนที่ 94)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2556 / 17:00
    ทำไมพี่ชายไม่ลองสู้ดูสักหน่อยล่ะ สงสารผู้หญิงเค้าอ่ะพี่ T^T
    #12172
    0
  11. #12158 -dark angel- (@areeyafah) (จากตอนที่ 94)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2556 / 17:06
    ลุ้นทุกฉากลุ้นทุกตอนว่าจะกลับมาคืนดีกันไหม

    ตอนสุดท้ายจะเป็นยังไงลุ้นโคตร
    #12158
    0
  12. #12098 I'm sone M.Seo >O< (@lovelymylonelyfk) (จากตอนที่ 94)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2556 / 08:28
    ฮืออออออออออออออ T^T โหดร้ายยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย
    #12098
    0
  13. #12093 Som O Usanee (@pomelo8063) (จากตอนที่ 94)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2556 / 23:57
    เฮ้อ ถอนหายใจตามหนูเป็นต่ออีกคนนึงนะ เฮ้อ หน่วงกับปอชาย ทุกคนลุ้นให้ปอชายฮึดสู้เพื่อความรักอีกสักครั้งนึง ลองเกริ่นๆกับพ่อพี่พายจะเป็นไรไหมนี่
    #12093
    0
  14. #12087 Myy'MInTz_ (@mariposamint) (จากตอนที่ 94)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2556 / 20:51
    ฮอลลลลลล น้ำตาจิไหล
    #12087
    0
  15. #12085 Atom (จากตอนที่ 94)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2556 / 05:52
    อ่านคู่นี้แล้วมันหน่วงๆ อึมครึมๆอึดอัดแปลกๆ ไม่เหมือน คู่พายต่อ อ่านแล้วอมยิ้มแทบทุกตอน คุณเกรท แต่งได้หลายอารมณ์มาก
    #12085
    0
  16. #12084 .Mune Zzji (@izardza) (จากตอนที่ 94)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2556 / 23:19
    เจ็บปวดอ่ะ งือออๆ
    อยากให้คู่นี้อยู่ด้วยกัน แต่ดูเหเมือนเป็นไม่ได้เลย
    ถ้าคู่นี้ได้กันสงสารฝายหญิงนะTT
    #12084
    0
  17. #12083 MinjunKT (@tae-why) (จากตอนที่ 94)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2556 / 21:59
    เจ็บจึกมาก
    #12083
    0
  18. #12082 ‘ โอเมก้า.3D ’ (@bazicza) (จากตอนที่ 94)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2556 / 20:46
    รักกันเถอะ มันเจ็บตลอดที่อ่าน แงงงง
    #12082
    0
  19. #12081 mindmy-jane (@mindmy-jane) (จากตอนที่ 94)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2556 / 18:08
    สงสารชายกับปออ่ะ
    อ่านไปจุกหน้าอกไป เฮ้อออ T-T ชีวิตหนอชีวิต
    #เที่ยวให้สนุกนะคะไรท์ แต่ก่อนไปมาอัพซัก 3-4 ตอนก่อนก็ดีนะ ^^
    #12081
    0
  20. #12080 Devil's ZaZaMo [Rose] (@zheza-moo) (จากตอนที่ 94)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2556 / 16:26
    ชื่อตอนนี่กินใจ อ่านไปฮัมเพลงไปตลอด T^T
    #12080
    0
  21. #12077 bigynew (@bigynew) (จากตอนที่ 94)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2556 / 13:29
    สงสารปอกับชายมากเลย อยากให้ปอเห็นแก่ตัวมากกว่านี้ สุดท้ายคนที่น่าสงสารก็เพิ่มขึ้นมาอีก 1 คน
    #12077
    0
  22. #12076 palumpluem (@parb-pluem) (จากตอนที่ 94)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2556 / 06:16
    ทำไมฟ้าดินมันช่างใจร้าย คนๆนึงรักใครมากๆแต่ก้มีอุปสรรคเป็นร้อยเป็นพัน จนความรักเขาใกล้เป็นเส้นขนานเต็มทีแล้ว! ใจร้ายยยย ยังไงก้ยังเชียร์อยู่นะคะ ปอชาย ไม่ใช่ชายข้าว ฮือออออออออ #เที่ยวให้สนุกนะคะไรท์
    #12076
    0
  23. #12072 Bling's_may (@desker) (จากตอนที่ 94)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2556 / 01:29
    มันหน่วงๆหนึบๆในหัวจิตหัวใจ TTT^TTT
    #12072
    0
  24. #12070 mon9228 (@mon9228) (จากตอนที่ 94)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2556 / 00:15
    สุดท้ายพี่ชายก็ยอมพ่อจริงๆ สงสารข้ามหอมอ่า
    #12070
    0
  25. #12069 มีนพฤกษา (@tititheme) (จากตอนที่ 94)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2556 / 00:00
    พี่ชาย แต่งงานไปเลย มีลูกซัก 2 โหล แล้วก็ค่อยกลับมารักกับพี่ปอ ถึงตอนนั้นคงไม่มีใครบ่นแล้วอ่ะ 
    #12069
    0