OK!! I love U ♥ ยุ่งนัก...กูรักมึงก็ได้ [Yaoi][Boy's love]

ตอนที่ 93 : .....ณ ขณะรัก..... 06. เส้นทางที่เลือกเดิน (พาย)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,545
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 30 ครั้ง
    15 ธ.ค. 56




 

06. เส้นทางที่เลือกเดิน (พาย)

 

ผมยืนมองดูพี่ชายของผมที่นั่งนิ่งๆ ร้องไห้อยู่เงียบๆ ด้วยความรู้สึกเจ็บในใจอย่างอธิบายไม่ถูก ผมไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าเรื่องราวความรักในอดีตของพี่ชายจะเจ็บปวดและทรมานมากขนาดนี้ ผมนึกถึงแต่ตัวเอง ทำแต่สิ่งที่มอบความสุขให้กับตัวเอง ผมเป็นน้องชายที่แย่มากจริงๆ

 

ผมระแคะระคายเรื่องนี้มาได้สักพักแล้ว ผมเคยถามพี่ชายว่าไม่คิดจะแต่งงานมีครอบครัวเหมือนอย่างเพื่อนคนอื่นๆ บ้างหรือ พี่ชายมันบอกกับผมว่ามันไม่สามารถรักใครได้อีก ชีวิตนี้มันคงไม่มีครอบครัวเพราะมันไม่อยากทำร้ายให้ใครต้องเสียใจ

 

ตอนแรกผมยอมรับว่าผมไม่เข้าใจ ผมยังคิดว่าพี่ชายมันพูดเล่นเลยด้วยซ้ำ แต่ทว่าที่ผ่านมาพี่ชายไม่เคยมีแฟน ไม่เคยมีความรัก ทำแต่งาน งาน และงาน ทำทุกอย่างเพื่อพ่อ ทำทุกอย่างเพื่อความสุขของผม

 

แต่ตอนนี้ผมว่าผมเข้าใจความหมายของพี่ชายแล้ว ที่พี่ชายบอกว่าไม่สามารถรักใครได้คงเป็นเพราะพี่ชายมันมีใครบางคนอยู่ในใจตลอดมา และคนคนนั้นคงจะเป็นพี่ปอ...พี่ชายของเป็นต่อ

 

ผมรู้สึกสงสัยในท่าทีที่ดูแปลกๆ ของทั้งสองคนมาตั้งแต่ที่พี่ปอแต่งงาน ปกติแล้วพี่ชายมันไม่เคยคิดจะย้ายไปอยู่ที่ไหน หรือว่าย้ายไปทำงานที่ต่างประเทศ แต่พอพี่ปอแต่งงานพี่ชายก็ตัดสินใจจะย้ายไปดูงานที่ต่างประเทศอย่างกะทันหัน

 

แต่ทว่าพี่ชายก็เปลี่ยนใจย้ายขึ้นมาที่เชียงรายแทนที่จะไปต่างประเทศ พี่ชายเคยบอกว่าไม่อยากทิ้งคนที่รักไปไหนไกล อย่างน้อยๆ อยู่ประเทศเดียวกันก็ยังดี ที่น่าผิดสังเกตคือพี่ชายขอไม่ให้ผมบอกกับใครว่าพี่ชายอยู่ที่ไหนแม้กระทั่งกับพี่ปอที่เป็นเพื่อนสนิทมากที่สุดด้วยก็ตาม

 

ไหนจะท่าทีของพี่ปอนั่นอีกที่ดูเศร้าสร้อยมากทั้งๆ ที่เพิ่งแต่งงานแท้ๆ พี่ปอมักจะถามข่าวคราวของพี่ชายผ่านทางผม ทั้งๆ ที่คนเป็นเพื่อนสนิทกันมากๆ ทำไมไม่ติดต่อถามไถ่ข่าวคราวกันเอาเอง ทั้งสองคนมักจะถามข่าวคราวของกันและกันผ่านทางผมเสมอๆ จนผมเริ่มสังเกตได้ถึงความผิดปกตินี้

 

จนตอนที่ต่อมันพูดขึ้นมาเรื่องที่ว่าถ้าพี่ปอไม่แต่งงานมีครอบครัวแล้วมันจะคิดว่าพี่ปอกับพี่ชายเป็นคนรักที่ทะเลาะกัน มันทำให้ผมสะกิดใจรวมกับเรื่องราวต่างๆ ที่ผมสงสัยมาตลอดนั่นอีกด้วย

 

และหลังจากงานศพของพี่ฝ้าย พี่ปอให้ผมขึ้นไปเอาของที่บนห้องเพราะพี่ปอดูลูกอยู่ ผมก็ขึ้นไปเอาเอกสารของพี่ฝ้ายที่วางเอาไว้บนโต๊ะ บังเอิญเหลือเกินว่าผมมองไปที่เตียงนอนของพี่ปอมันมีอัลบั้มภาพวางอยู่ ถึงจะถูกหมอนวางทับเอาไว้แต่ทว่าภาพที่มันโผล่พ้นจากหมอนมานั้นมันเป็นภาพของพี่ชายผม

 

ผมรู้ว่ามันเสียมารยาทกับการที่เที่ยวมาเปิดข้าวของของคนอื่นดู แต่ทว่าความสงสัยมันค้างคาใจของผมมาตลอด เรื่องราวของพี่ชายกับพี่ปอนี่มันยังไงกัน และคนแบบผมถ้าอยากรู้อะไรสงสัยอะไรก็ต้องเอาให้มันเคลียร์ไม่อย่างนั้นมันจะทำให้ผมหงุดหงิดและค้างคาใจ

 

ผมหยิบอัลบั้มภาพขึ้นมาดู มันเต็มไปด้วยภาพของพี่ปอกับพี่ชาย แค่มองดูภาพเหล่านั้นผมก็รู้แล้วว่าสิ่งที่ผมคาใจและสิ่งที่ผมคิดนั้นมันถูกจริงๆ ทั้งสายตา ทั้งท่าทีของทั้งคู่มันไม่ได้ต่างจากที่ผมกับไอ้หมาต่อมีต่อกันเลย ทั้งอัลบั้มมีแต่ภาพของพี่ปอกับพี่ชายตั้งแต่สมัยเรียนมหาลัยด้วยกันและดูเหมือนว่ามันจะหยุดลงตรงวันที่พี่ปอแต่งงานกับพี่ฝ้าย

 

ผมเก็บอัลบั้มเข้าที่ ผมรู้แล้วว่าสิ่งที่พวกเราเห็นมาตลอดน่ะมันไม่ได้เป็นไปอย่างที่เราเข้าใจ ตอนนั้นผมก็ไม่รู้หรอกว่าอะไรคือสาเหตุที่ทั้งสองคนเลิกรากัน ผมอยากรู้และผมก็พอจะมีวิธีที่จะหาคำตอบนั้น

 

พี่ปอมักจะนั่งดื่มคนเดียวเงียบๆ หลังจากที่บ้านเสบียงปิดร้าน ผมอยู่นั่งดื่มกับพี่ปอ นั่งคุยเป็นเพื่อนพี่ปออยู่ค่อนคืน จนพี่ปอเมาและผมก็ได้คำตอบของทุกสิ่งที่ผมต้องการอยากจะรู้

 

สิ่งที่ผมได้รับรู้มานั้นทำให้ผมรู้สึกว่าผมมันก็แค่คนเห็นแก่ตัวที่นึกถึงเรื่องราวและความสุขของตัวเอง ผมกับต่อโชคดีกว่าพี่ปอกับพี่ชายมากนักที่ได้รักกัน อุปสรรคที่เราเจอนั้นมันน้อยนิดมากหากเทียบกับสิ่งที่พี่ชายของพวกเราได้พบเจอมา

 

ผมไม่โทษพี่ปอ มันก็ไม่ใช่ความผิดอะไรของพี่ปอ เพราะผมรู้ดีว่าถ้าพี่ปอไม่เป็นคนบอกเลิกพี่ชายก็ต้องเป็นคนบอกเลิก เพราะว่าพ่อได้วางอนาคตกำหนดเส้นทางของพี่ชายเอาไว้แล้ว พ่อพูดมาตลอดว่าถ้าเรียนจบพี่ชายต้องแต่งงานเพื่อสร้างครอบครัวและสานต่อกิจการของบ้านเรา

 

และที่พี่ปอบอกว่าพี่ชายไม่เคยถามว่าทำไม ไม่เคยต่อว่า ไม่เคยโกรธหรือว่าเกลียดพี่ปอเลยนั้น ผมนับถือพี่ชายของผมมากจริงๆ เพราะถ้าเป็นผม ถ้าอยู่ดีๆ ไอ้หมาต่อมันมาบอกเลิกผม ไม่จำเป็นต้องรอให้มันบอกเหตุผลว่าเพราะอะไร ผมก็โกรธและโมโหไปก่อนแล้ว

 

เพราะว่าพี่ชายเป็นคนที่เห็นแก่คนอื่นมากกว่าตัวเอง ตั้งแต่ไหนแต่ไรมาแล้วที่พี่ชายเป็นแบบนี้ ยอมเสียสละทุกอย่างเพื่อความสุขของผม ผมรับรู้มันได้เป็นอย่างดี นิสัยของผมกับพี่ชายน่ะต่างกันมาก ผมจะทำทุกอย่างเพื่อความสุขของตัวเอง คนอื่นจะเป็นยังไงผมไม่สนใจไม่เคยใส่ใจ

 

ยิ่งคิดได้อย่างนี้ก็ยิ่งรู้สึกได้ว่าผมเลวร้ายและมีส่วนทำร้ายหัวใจของพี่ชายมากแค่ไหน ผมเลยอยากจะทำให้พี่ชายของผมมีความสุขในความรักเสียที ไม่ใช่หนีมาหลบเลียแผลใจที่ไม่มีทีท่าว่ามันจะหายอยู่คนเดียวแบบนี้

 

ทางพี่ปอเองก็ไม่ได้มีความสุขสักเท่าไหร่ ตอนที่พี่ฝ้ายยังมีชีวิตอยู่นั้นผมพอจะรู้สึกได้ว่าพี่ฝ้ายเองก็ไม่ได้มีความสุขเหมือนอย่างที่แสดงออกมานักหรอก เรื่องของความรักมันเข้าใจยากจริงๆ

 

“พี่พายมึงมายืนทำอะไรตรงนี้ครับ” ผมหันกลับมามองหน้าไอ้หมาต่อของผม ผมว่ามันไม่ควรจะรับรู้เรื่องนี้ ขนาดผมที่เป็นคนที่ไม่เห็นแก่ใครสักเท่าไหร่ยังรู้สึกได้เลยว่าผมมีส่วนทำให้พี่ชายไม่มีความสุขในความรัก และถ้าไอ้หมาต่อมันรู้มันคงรู้สึกผิดและคิดมากแน่ๆ

 

“คิดถึงกูรึไงต่อ อากาศหนาวมากอยากหาคนกอดหรือไง” ผมกอดคอไอ้ต่อแล้วดึงมันออกไปจากตรงนี้เสียก่อน ก่อนที่มันจะเห็นอาการอ่อนแอของพี่ชาย พี่ชายหนีมาอยู่ที่นี่คนเดียวก็คงเพราะไม่อยากให้ใครมารับรู้หรือว่าเห็นถึงความอ่อนแอนี้ เพราะฉะนั้นต่อมันไม่ควรจะรู้ไม่ควรจะเห็น

 

“หลงตัวเองสัดๆ อ่ะครับ กูจะมาตามมึงอ่ะพี่พาย พี่โก้ให้มาบอกว่าจะเดินทางไปปางอุ๋งกันแล้ว ให้รีบไปได้แล้วครับ...”

 

“กูไม่ไปได้มั้ยวะ...” ผมรู้สึกว่าผมทิ้งพี่ชายไปไม่ได้ ถึงมันจะไม่ได้พูดไม่ได้บอกถึงความเจ็บปวดของมันให้ผมรับรู้ แต่ผมก็อยากจะอยู่ข้างๆ มันบ้าง ทำเพื่อพี่ชายมันบ้าง ที่ผ่านมาผมทำเพื่อตัวเองมาตลอด แถมยังต้องให้พี่ชายมาทำเพื่อความรักของผมกับไอ้ต่ออีก

 

“อ้าว...ทำไมวะพี่พาย มึงไม่สบายหรอ เป็นอะไรรึเปล่า” ต่อมันยกมือขึ้นมาแตะหน้าผากและนาบหน้าผมอย่างเป็นห่วง มันน่ารักตรงนี้นี่แหล่ะไอ้หมาต่อของผมเนี่ย แต่ตอนนี้ผมกำลังสงสารและเห็นใจพี่ชายผมจะทำเป็นไม่รู้ได้ไงในเมื่อมันรู้อยู่เต็มอกแบบนี้

 

“กูปวดหัวว่ะ ไปเที่ยวคงไม่สนุก บอกไอ้โก้ไปกันได้เลยแล้วขากลับค่อยแวะมารับกู มึงก็ไปเที่ยวเถอะครับหมาต่อไม่ต้องห่วงกู...อยากไปไม่ใช่รึไง” ผมยีหัวไอ้หมาต่อที่มันทำหน้าตายุ่งๆ ไม่รู้ว่าห่วงผมหรือว่าห่วงเที่ยวก็ไม่รู้มันเนี่ย

 

“ไม่เอาอ่ะ มึงไม่สบายจะให้กูไปเที่ยวได้ไงวะพี่พาย กูทิ้งมึงไม่ได้หรอกเวลาที่มึงไม่สบายมึงงี่เง่ามากถ้าไม่มีกูคอยเอาใจมึงแล้วมึงจะเอาแต่ใจกับใครวะ งั้นเดี๋ยวกูไปบอกกับพี่โก้แล้วกันว่าไปกันได้เลย ไว้ครั้งหน้าค่อยไปเที่ยวกันก็ได้” มันทำเป็นพูดดีไปงั้นแหล่ะไอ้หมาต่อเนี่ย แค่มองหน้ามันผมก็รู้แล้วว่ามันกำลังเสียดายมากแค่ไหนที่อดไปเที่ยว

 

“ไปกินยาเลยนะพี่พายเดี๋ยวจะเป็นหนัก เดี๋ยวกูมา” ว่าแล้วมันก็วิ่งไปทันทีทิ้งให้ผมยืนมองตามไปด้วยรอยยิ้ม แต่ทว่าพอยิ่งคิดว่าตัวเองมีความสุขมากขนาดไหนก็ยิ่งรู้สึกผิดกับพี่ชายที่นั่งร้องไห้คนเดียวเงียบๆ อยู่นานสองนานแบบนั้น

 

“มึงไปเที่ยวเถอะพาย...กูอยู่ได้ มันชาชินมากแล้วสำหรับกูน่ะ” พี่ชายมันคงได้ยิน และมันคงรู้ว่าที่ผมไม่ไปก็เพราะว่าผมเป็นห่วงมัน

 

ย้อนกลับไปตอนที่พี่ชายคุยกับพี่ปอจบ พี่ชายมันหันมาเห็นผมอยู่ทางด้านหลัง พี่ชายคงพอจะรู้แล้วว่าผมรับรู้เรื่องราวทั้งหมดแล้ว เราสองคนนั่งคุยกันอยู่สักพักใหญ่ๆ ถึงเราจะไม่สนิทกันมากจนสามารถคุยกันได้ทุกเรื่อง แต่ทว่าเรื่องนี้ผมต้องคุยกับพี่ชาย

 

และพี่ชายก็ยืนยันว่ามันจบไปแล้ว ไม่จำเป็นที่จะรื้อฟื้นอะไรทั้งนั้น เรื่องที่จะให้กลับไปเป็นเหมือนเดิมยิ่งแล้วใหญ่มันไม่มีทางเป็นไปได้ และพี่ชายก็ขอให้ผมเลิกพูดถึงเรื่องนี้

 

มันชาชินตรงไหน ถ้าชาชินมันต้องไม่รู้สึก ไม่เจ็บ ไม่ร้องไห้ ไม่เสียน้ำตาอยู่แบบนี้สิวะ แต่นี่พี่ชายเอาแต่ร้องไห้เงียบๆ อยู่นานสองนานแบบนี้ มันบ่งบอกให้รู้ว่าพี่ชายเสียใจกับเรื่องนี้อยู่ และยังคงรักพี่ปอมากแค่ไหน

 

“ทำไมวะพี่ชาย ทำไมไม่กลับไปคบกับพี่ปอ...พี่ปอไม่มีใครแล้วนะ มันจะผิดตรงไหนที่จะสานต่อเรื่องราวที่มันค้างคา...”

 

“ปอมันไม่ใช่ตัวคนเดียวแล้วนะไอ้พาย มันมีลูกที่ยิ่งนับวันจะยิ่งโตขึ้นเรื่อยๆ ถ้าหากกูกลับไปอยู่ตรงนั้น กลับไปสานต่อเรื่องของกูกับปอ แล้วมึงจะตอบคำถามกับลูกปอยังไงถ้าเด็กมันโตขึ้นมาแล้วถามว่ากูเป็นใคร เป็นอะไรกับปอ...” ผมนิ่งเงียบไปเมื่อได้ยินในสิ่งที่พี่ชายพูด ผมไม่ได้นึกถึงเรื่องนี้เลย มันคงง่ายกว่านี้หากพี่ปอนั้นตัวคนเดียวไม่มีห่วงไม่มีพันธะแบบนี้

 

แต่พูดแบบนั้นก็รู้สึกผิด เด็กไม่ได้มีความผิดอะไร ผมรักปลายฝนกับต้นหนาวมากเพราะว่าทั้งสองคนน่ารักมากๆ มากจนทำให้คนที่ไม่เคยคิดจะรักเด็กแบบผมยังตกหลุมรักได้อย่างง่ายดาย

 

“ทำไมกูจะไม่คิด ทำไมกูจะไม่อยากกลับไปหาคนที่กูรักวะพาย แต่กูทำไม่ได้ กูเห็นแก่ตัวไม่ได้ กูไม่ใช่เด็กๆ ที่จะคิดหรือว่าจะนึกถึงแค่ตัวเอง กูแบกรับอะไรเอาไว้เยอะแยะมากมาย...” พี่ชายหลับตานิ่งๆ ยืนพิงผนังแล้วก้มหน้าลงซ่อนความเจ็บปวด ต่อให้ผมโตขึ้นมามากแค่ไหน ผมก็ยังคงสู้พี่ชายไม่ได้ เพราะผมมันคิดถึงแต่ตัวเอง จะให้เสียสละความสุขของตัวเองทิ้งไปแบบพี่ชายผมคงทำไม่ได้

 

ถ้าผมต้องเสียต่อไปผมคงเจ็บเจียนตายมากแน่ๆ

 

“ปล่อยกูเอาไว้แบบนี้ อย่าสะกิดแผลของกู อย่ารื้อฟื้นเรื่องของกูกับปออีกเลย มันมีแต่จะทำให้กูเจ็บ ทำให้ปอเสียใจ ทำให้ปอสับสน เท่านั้นก็พอแล้ว” พี่ชายเงยหน้าขึ้นมามองผมด้วยแววตาที่ดูเข้มแข็งมากขึ้น พี่ชายของผมเป็นคนแบบนี้ เป็นคนที่ต่อให้เจ็บเจียนตายก็สามารถแสดงความเข้มแข็งออกมาเวลาที่อยู่ต่อหน้าคนอื่นๆ เพราะพี่ชายไม่อยากทำให้คนรอบข้างเป็นห่วงหรือไม่สบายใจ

 

“มึงไม่ต้องสงสารกู กูเลือกของกูเอง กูอยู่กับมันได้ นานๆ มึงถึงจะได้มาเที่ยวกับเพื่อนๆ สักที มึงไปเถอะกูขอร้องหล่ะ ให้กูอยู่คนเดียวเดี๋ยวกูก็หาย กูไม่ชอบให้ใครมาสงสารหรือว่าเห็นใจกู แค่มึงมีความสุขกูก็พอใจแล้ว” พี่ชายมันตบบ่าผมเบาๆ แล้วเดินจากไป ผมตั้งใจจะรั้งพี่ชายเอาไว้เพื่อคุยกัน แต่ทว่าผมก็หดมือกลับลงมาทิ้งข้างลำตัวตามเดิม ผมทำได้เพียงแค่ระบายลมหายใจออกมาเท่านั้น

 

“พี่พาย...” ผมหันกลับไปมองไอ้หมาต่อของผม น้ำเสียงของมันดูแปลกๆ ยังไงก็ไม่รู้ ผมหวังว่ามันคงไม่ได้มายินบทสนทนาของผมกับพี่ชายหรอกนะ เพราะพี่ชายคงไม่ยินดีที่จะให้ใครรู้เรื่องนี้มากไปกว่านี้

 

“กินยารึยัง” มันยกมือขึ้นแตะหน้าผากของผมเบาๆ ผมยกมือขึ้นกุมมือมันเอาไว้แล้วดึงมันเข้ามากอด ผมโชคดีมากแค่ไหนที่ได้รักมัน ได้มีมันเคียงข้างแบบนี้ ยิ่งพอมารู้ความจริงเรื่องของพี่ปอกับพี่ชายผมยิ่งรู้สึกเห็นถึงคุณค่าของความรัก และผมจะดูแลรักษาความรักของผมกับไอ้หมาต่อให้ดีที่สุด เพราะผมคงไม่มีความอดทนและความเข้มแข็งมากเหมือนอย่างพี่ชายแน่ๆ ผมคงอาละวาดจนเป็นบ้าเป็นหลังอย่างแน่นอน

 

“กูรักมึงจังต่อ...” มันเงียบเสียงลงไป มันคงแปลกใจที่อยู่ดีๆ ผมบอกรักมันแบบนี้ อย่างน้อยๆ ผมก็ยังมีคนที่ผมสามารถบอกรักได้ และผมก็ยังสามารถได้รับฟังคำว่ารักจากปากของคนที่ผมรักมากที่สุดได้

 

“อื้อ...กูรู้น่า กูก็รักมึงนะพี่พาย” ผมกอดเป็นต่อแน่นๆ มันกอดตอบผม ถึงผมจะมีความสุขในตอนนี้ แต่ความรู้สึกหน่วงๆ ก็กำลังเกิดขึ้นในใจของผมไปพร้อมๆ กัน

 

“เอ้าๆ จะรักกันมากไปแล้วพวกมึงเนี่ย ไหนไอ้ต่อมันบอกว่ามึงไม่สบายยังไงวะพาย ไหวมั้ยมึง” ไอ้โก้มันเดินมาหาผม มาเป็นมารขัดความสุขของผมกับไอ้ต่อ ผมยังกอดไอ้ต่อมันแน่นๆ ส่วนมันนี่ทั้งดิ้นทั้งดันผมให้ออกห่างแต่ทว่าผมก็แกล้งมันอยู่อย่างนั้น

 

“กูไม่เป็นไรแล้วว่ะ กูเปลี่ยนใจแล้ว...คนบางคนแถวนี้จะได้เลิกทำหน้าหมาหงอยสักที...ออกเดินทางกันเลย” ผมแอบได้ยินไอ้ต่อมันร้องเย้เบาๆ มันกอดผมแน่นๆ หนึ่งทีแล้วก็ผลักผมออกพร้อมกับวิ่งหน้าตั้งไปที่รถ ผมมองตามมันไปอย่างขำๆ กับท่าทางที่ไม่เคยเปลี่ยนไปตามกาลเวลาของมัน

 

“คนที่ไม่ไหวนี่มึงหรือว่าพี่ชายวะ...” ไอ้โก้มันรู้เรื่องนี้เพราะผมไม่รู้จะคุยกับใครนอกจากมัน แต่มันก็รับปากและให้คำสัญญากับผมว่ามันจะไม่บอกเรื่องนี้ให้ไอ้ต็อปรู้ เพราะถ้าไอ้ต็อปรู้ไอ้ต่อก็ต้องรู้ ไอ้ต่อมันเคยบอกว่าถ้าไอ้ต็อปรู้คนทั้งโลกก็จะรู้ไปด้วย

 

“กูต้องเคารพในการตัดสินใจของพี่ชาย มันบอกว่ามันไหวกูก็ต้องเชื่อว่ามันไหว พี่ชายมันอยากอยู่คนเดียว บางทีกูก็ไม่ควรยุ่งเรื่องนี้ให้มากไปกว่านี้ มันจะยิ่งทำให้เรื่องวุ่นวายมากขึ้น” การได้คุยกับพี่ชายในวันนี้ทำให้ผมรู้สึกมองเห็นอะไรมากขึ้น พี่ชายไม่ได้อยู่ด้วยการคิดอะไรเข้าข้างตัวเอง ไม่ได้อยู่ด้วยการเป็นคนที่เห็นแก่ตัวเอง

 

แต่ทว่าพี่ชายเป็นคนที่มองทุกอย่างตามความเป็นจริง มองตามสิ่งที่ถูกที่ควร ผมรู้แล้วว่าอะไรคือเหตุผลที่ทำให้พี่ชายตัดสินใจหยุดเรื่องพี่ปอและจะไม่มีวันเดินกลับไป ผมควรเคารพในการตัดสินใจของพี่ชายตัวเองสินะ ถึงมันจะโคตรขัดใจก็เถอะ

 

“มันก็จริงอย่างที่มึงว่า เรื่องบางเรื่องมันก็ไม่ใช่เรื่องที่เราจะเข้าไปยุ่งได้ เพราะคนที่ต้องอยู่กับความรู้สึกนั้นก็คือพี่ชาย ให้พี่ชายเป็นคนตัดสินใจด้วยตัวเองน่ะดีแล้วว่าจะทำยังไงจะเอายังไงกับเรื่องนี้...ให้พี่ชายอยู่คนเดียวเงียบๆ เหอะมึง” ไอ้โก้มันตบบ่าผมเบาๆ ผมพยักหน้ารับอย่างเข้าใจ

 

ผมกับไอ้โก้เดินไปยังหน้าบ้านพักเพื่อรวมตัวกับคนอื่นๆ พี่ชายยืนอยู่ตรงนั้น คนที่เอาแต่นั่งร้องไห้เงียบๆ คนเดียวอยู่นานสองนานกลับยืนส่งยิ้มให้กับทุกคนได้ราวกับว่าก่อนหน้านี้ไม่ได้มีอะไรเกิดขึ้น

 

บางทีผมก็ไม่ชอบนิสัยแบบนี้ของพี่ชายเลยว่ะ อาจจะเพราะว่าผมเป็นคนที่รู้สึกยังไงก็ต้องแสดงออกไปแบบนั้นด้วยแหล่ะมั้ง แต่พี่ชายมันไม่ใช่ มันสามารถเก็บทุกอย่างเอาไว้ในใจได้หมด แล้วแสดงแต่ความเข้มแข็งออกมาเท่านั้น

 

“แล้วนี่ขากลับพวกมึงจะแวะมาที่นี่อีกหรือเปล่า หรือว่าจะตียาวกลับกรุงเทพเลย” พี่ชายยืนมองพวกไอ้ต้นที่กำลังขนสัมภาระขึ้นบนรถอย่างแข็งขัน

 

“คิดว่าคงจะยิงยาวกลับกรุงเทพเลยพี่ ถ้าแวะมาที่นี่อีกก็อาจจะกลับไม่ทันทำงาน โหย แค่คิดว่าจะต้องทำงานก็เซ็งแล้ว อยากนอนกอดคนบางคนให้นานๆ กว่านี้อีกสักหน่อย” ไอ้ต้นมันตอบพี่ชายเสร็จมันก็เนียนแซวเด็กมันจนน้องมันหน้าแดงไปหมดแล้ว

 

“คิดยังไงถึงมาเอาไอ้ต้นมันเป็นแฟนล่ะเนี่ย หาคนใหม่ที่มันดีกว่าไอ้กะล่อนนี่ไม่ดีกว่ารึไง...”

 

“พี่ชายอย่าพูดแบบนี้ดิครับ ทำให้คนรักกันเข้าใจผิดกันมันบาปนะพี่ชาย เนอะน้องเลิฟ” ผมล่ะหน่ายใจกับไอ้ต้น จริงอย่างที่พี่ชายว่านั่นแหล่ะว่าไอ้เลิฟมันหลงไอ้ต้นได้ไง แต่ก็นะ มันก็หลงตั้งแต่วันสงกรานต์ปีนู้นแล้วนี่นะ หลงมาตลอดไม่อย่างนั้นคงไม่คบกันมายาวแบบนี้หรอก กะล่อนแบบไอ้ต้นไม่น่าเชื่อว่าจะมาหยุดที่เด็กแบบไอ้เลิฟได้เลย

 

“พี่ต้นก็ไม่ได้แย่หรอกครับ เห็นบ้าๆ แบบนี้ก็พึ่งพาได้มากเลยนะครับ” บรรยากาศดูดีขึ้นมานิดหน่อย เพราะพี่ชายมันยิ้มมันหัวเราะกับท่าทางปัญญาอ่อนของไอ้ต้น ส่วนไอ้กอล์ฟ ไอ้ปริ้น ไอ้ปาล์ม ก็ช่วยกันลำเลียงข้าวของขึ้นบนรถของไอ้ต้น ส่วนไอ้โก้ ไอ้ต็อป ไอ้ต่อและผมช่วยกันเอาของขึ้นรถอีกคันหนึ่งของผม

 

“เดินทางกันดีๆ นะพวกมึง เที่ยวกันให้สนุกๆ นานๆ จะได้มารวมตัวกันแบบนี้ โตๆ กันแล้วดูแลตัวเองกันดีๆ อย่าทำให้ใครต้องเป็นห่วง” พี่ชายบอกกับพวกเรายามที่พวกเราเก็บสัมภาระเข้าที่เข้าทางเรียบร้อยแล้ว

 

“พวกผมไปแล้วครับพี่ชาย ขอบคุณสำหรับที่พักอาศัยและอาหารอร่อยๆ ว่างๆ กลับไปเที่ยวที่กรุงเทพบ้างนะพี่ มาอยู่ซะไกลผู้คนแบบนี้เหงาแย่” ไอ้กอล์ฟมันพูดขึ้นมาคงสะกิดใจพี่ชายอยู่บ้างแต่ก็คงไม่มากมายอะไร

 

“พี่ชายน่าจะแอบหนีขึ้นไปเที่ยวกับพวกเรานะเว้ยพี่ อู้งานไปพักผ่อนบ้างเหอะ...”

 

“พี่ชายเค้าไม่ใช่พี่ต้นนี่หว่าที่จะได้โดดงานไปเฝ้าเลิฟมันทุกวัน นี้ถ้าไม่ใช่ลูกชายเจ้าของบริษัทถูกไล่ออกไปนานแล้ว...”

 

“แหม น้องต็อปนี่ขัดพี่ต้นตลอดๆ เลยนะครับ แต่ไม่เป็นไรพี่ต้นแพ้คนน่ารัก” ผมว่าวันนี้คงไม่ได้ไปไหนหรอกถ้ามัวแต่ให้ไอ้ต้นมันพล่ามเพ้อของมันอยู่แบบนี้

 

“ผมไปแล้วพี่ชาย ขอบคุณมากนะสำหรับทุกสิ่งทุกอย่าง...ผมรักพี่ว่ะ” ผมกอดพี่ชายเบาๆ บอกว่ารักมันเบาๆ ไม่ได้ดังให้คนอื่นได้ยิน ผมไม่ได้อายเพียงแต่มันอาจจะสงสัยและไม่เข้าใจว่าผมบอกรักพี่ชายทำไม แต่ผมรู้ว่าพี่ชายคงจะเข้าใจ

 

“เออ กูก็รักมึง กลับถึงกรุงเทพเมื่อไหร่ก็โทรมารายงานตัวกับกูด้วยแล้วกัน เดินทางปลอดภัยนะเว้ย” พวกเราบอกลาพี่ชายอีกครั้งพร้อมกับก้าวขึ้นรถเตรียมตัวเดินทางไปยังปางอุ๋งตามที่ไอ้ต่อกับไอ้ต็อปมันวางโปรแกรมเอาไว้ ผมมองดูพี่ชายของผมจนรถเคลื่อนตัวออกมาสุดเส้นทางแล้วเลี้ยวไปตามทาง

 

“อย่างอแงนะเด็กชายธราเทพ” ไอ้หมาต่อมันพูดขึ้นมาเหมือนตั้งใจจะล้อผม แต่ทว่ามันก็กุมมือของผมแบบสอดประสานและกระชับแน่นพร้อมกับยิ้มจางๆ ให้กับผม มันเอนหัวซบไหล่ของผมพร้อมกับหลับตาลงไม่ได้ต่อความอะไรอีกทั้งนั้น

 

“กูไม่ได้ขี้แงเหมือนมึงหรอกไอ้หมาต่อ” ผมตบหัวมันเบาๆ แล้วมองสบตากับไอ้โก้ที่ทำหน้าที่คนขับผ่านกระจกมองหลัง มันรู้เท่าที่ผมรู้ เพราะฉะนั้นมันคงเข้าใจว่าผมกำลังคิดอะไร

 

“เดินทางไปตามเส้นทางที่ควรจะเดิน เดี๋ยวก็เจอกับจุดหมายเองนั่นแหล่ะ” มันพูดขึ้นมาลอยๆ ไอ้ต็อปมองหน้าไอ้โก้แล้วหันมามองหน้าผม

 

“แหม่ะ...เค้าเข้าใจกันสองคนสินะ แค่มองตาก็รู้ใจแล้วจริงๆ พี่โก้กับพี่พายเนี่ย” ผมยกตีนถีบเบาะที่ไอ้สั้นนั่งเบาๆ อย่างหมั่นไส้แม่ง พักหลังๆ มานี่มันไม่กลัวผมเท่าไหร่แล้วไอ้สั้นเนี่ย มันบอกว่าผมถอดเขี้ยวเล็บหมดแล้ว ก็จริงอย่างมันว่า ผมใจเย็นขึ้นเยอะมากจริงๆ นั่นแหล่ะ

 

“หึงกูหรอครับต็อป ไม่ต้องหึงนะเพราะว่ากูอ่ะรักมึงมากกว่าไอ้พายเยอะ ไอ้พายมันของเก่าเก็บที่กูเขี่ยทิ้งไปแล้ว หึๆ” เอาเข้าไปไอ้คู่รักเสาไฟฟ้ากับตอหม้อของไอ้ต่อเนี่ย กวนตีนกูกันจังเลยนะห่า

 

“ต่อ...มึงเป็นไรวะ ปกติมึงไม่เคยพลาดประเด็นโก้พายเลยนี่หว่า เมารถรึไงนั่งเงียบเชียว” ผมมองดูไอ้ต่อที่มันนั่งพิงผมเงียบเชียบไม่พูดอะไร มันพยักหน้ารับคำของไอ้ต็อปเบาๆ

 

“กูว่ากูคงเมารถแน่ๆ รู้สึกไม่ดีเท่าไหร่ ขอนอนนิ่งๆ ก่อนก็แล้วกัน...” ผมมองดูกลุ่มผมสีน้ำตาลอ่อนๆ ของไอ้ต่ออย่างเป็นห่วง มันเมารถจริงนะไอ้ต่อน่ะ แต่ก็ไม่ได้มากมายเท่าไหร่ ขามานี่มันก็นอนหลับเป็นตายเกือบตลอดเส้นทางเหมือนกัน

 

“ไม่สนุกเลยเว้ย...นอนบ้างดีกว่า ถึงแล้วปลุกด้วยน้าพี่โก้...” แล้วทั้งรถก็มีเพียงแค่เสียงเพลงที่ไอ้โก้มันเปิดคลอเบาๆ เท่านั้น ไม่มีบทสนทนาอะไรจากพวกเราอีกเลย ไอ้โก้ก็ตั้งใจขับรถไปตามเส้นทางส่วนไอ้ต่อกับไอ้ต็อปคงหลับลงไปแล้ว ผมเองก็จมตัวเองสู่ความคิดที่มันยังคงเวียนวนอยู่ในหัวของผมไม่จบไม่สิ้น

 

 

………..........

 

 

 

 

 

ใช้เวลาหลายชั่วโมงเหมือนกันกว่าจะเดินทางมาถึงปางอุ๋ง เพราะเราไม่ชำนาญเส้นทางอีกอย่างขับรถขึ้นเขาต้องใช้ความระมัดระวังและสติเป็นอย่างมาก ขับกันไปเรื่อยๆ ไม่ต้องเร่งรีบ นอนค้างที่นี่สักคืนเพื่อกินบรรยากาศของฤดูหนาว เราต่างก็มีหน้าที่การงานที่ต้องกลับไปรับผิดชอบ อีกอย่างผมเองก็คิดถึงหลานแล้วด้วยสิ

 

พอรักแล้วก็อยากจะกอด อยากจะเลี้ยง ใจก็เอาแต่คิดถึงเด็กน้อยที่ไร้เดียงสาทั้งสองคน ยิ่งพอมาได้รู้เรื่องราวที่ซ่อนเร้นของทั้งพี่ปอ พี่ชาย พี่ฝ้าย ผมก็ยิ่งสงสารเด็กทั้งสองคน ผมไม่รู้หรอกว่าพวกเค้าเกิดมาจากความรักของพ่อและแม่หรือเปล่า แต่ผมรู้ว่าพวกเค้าเกิดมาเพื่อให้คนหลงรัก ผมขอรู้แค่นั้นก็พอแล้ว

 

“ตายห่าละไอ้ต้นหมดสภาพเลยมึง น้องเลิฟมองมึงด้วยสายตาโคตรระอาแล้วห่า” ไอ้ปริ้นหัวเราะลั่นๆ ด้วยความสะใจ ไอ้ห่าต้นแม่งเมารถมันอ้วกแตกอยู่ตรงใต้ต้นไม้ มีไอ้เลิฟคอยดูแลอยู่ไม่ห่าง อนาถมากเพื่อนกู

 

“ไม่เป็นไรนะพี่ต้น เอายามั้ยเดี๋ยวเลิฟเอาให้” ผมละสายตาจากไอ้ต้นปล่อยให้ไอ้เลิฟดูแลมันไป แต่ผมหันมามองไอ้หมาต่อของผมที่มันนั่งนิ่งๆ ซึมๆ อาการไม่ค่อยดีเท่าไหร่ มันเมารถคงรู้สึกเวียนหัวและพะอืดพะอมอยู่แน่ๆ

 

“ไหวมั้ยมึง เอายามั้ยหรือว่ากินน้ำเย็นๆ สักหน่อยจะได้รู้สึกดีขึ้น” ผมนั่งยองๆ แล้วมองไอ้ต่อที่มันนั่งก้มหน้าก้มตาท่าทางจะแย่เอาการ สงสัยต้องให้มันนอนพักสักหน่อยให้อาการดีขึ้นก่อนค่อยว่ากันอีกที

 

“อ่อนแอและบอบบางมากเพื่อนกู เอามันไปนอนพักเหอะพี่พายเดี๋ยวอ้วกแตกหมดสภาพแบบพี่ต้นอีกคน” ไอ้สั้นมันไม่วายแอบกัดไอ้ต้นที่ตอนนี้เนียนซบเนียนกอดเด็กมันอยู่

 

“กูไม่เป็นไรสักหน่อย ไหวหรอกน่าแค่เมารถแค่นี้เอง มันไม่ทำให้กูอ้วกแตกแบบพี่ต้นหรอก” ดูเหมือนทุกคนจะร่วมใจกันแขวะไอ้ต้น มันแคร์ที่ไหนมันเนียนกอดไอ้เลิฟอยู่แบบนั้นไม่สนใจคำพูดของพวกผมหรอก

 

“ไปจับจองพื้นที่กางเต็นท์กันดีกว่ามึง คนเริ่มเยอะแล้ว เอาที่ตรงแถวๆ ใกล้ๆ ทะเลสาบนะ ตอนเช้าพระอาทิตย์ขึ้นจะสะท้อนผืนน้ำผ่านทิวสนและไอหมอกบางๆ จะสวยมาก นานๆ จะได้ซึมซับอากาศหนาวๆ แบบนี้สักที...จ๋า ที่รักอย่างอนสิคะก็ไม่ยอมมาด้วยกันเองนี่นา” ไอ้กอล์ฟเริ่มต้นรื้อข้าวของและเต็นท์เพื่อจับจองพื้นที่นอนกันในค่ำคืนนี้ เราที่เหลือก็ช่วยกันขนสัมภาระและข้าวของที่จำเป็นลงไป อะไรที่เก็บในรถได้ก็เก็บในรถไม่ต้องเสียเวลาขนไปมาก

 

“โทรรายงานตัวกับสุดที่รักเสร็จแล้วหรอพี่กอล์ฟ” ไอ้สั้นมันตะโกนแซวไอ้กอล์ฟที่กำลังง้องแง้งใส่มือถืออยู่กับที่รักของมัน จริงๆ แล้วพวกผมก็แปลกใจมากตั้งแต่ตอนที่มันจีบผู้หญิงคนนี้ ก็ไม่เคยเห็นมันชอบผู้หญิงแนวนี้นี่หว่า ปกติมันจะชอบแบบเซ็กซี่ เย้ายวน อะไรประมาณนั้น แต่คนนี้นี่...

 

“ฝากบอกที่รักพี่ด้วยนะว่าผมคิดถึงมาก ไม่ได้กัดกับมันมานานแล้วชีวิตมันไม่มีสีสัน...” ผู้หญิงคนนี้ชื่อใหญ่ เป็นเพื่อนของพวกไอ้ต่อไอ้ต็อป เรียนสินกำ สวยแต่โคตรห้าวเป้ง ขาลุย ชนิดที่เรียกว่าห่างไกลจากที่ไอ้กอล์ฟมันชอบ แต่ไปไงมาไงถึงได้กันก็ไม่รู้

 

“ต็อปครับ ใหญ่ฝากบอกว่า...ไอ้เตี้ยอย่ามาแซวมากเดี๋ยวตบให้ตัวสั้น อันนี้เค้าว่ามางั้นนะไม่เกี่ยวกับพี่ ฮ่าๆ” กูละเชื่อไอ้พวกนี้จริงๆ แม่งผ่านมากี่ปีแล้วแต่มันก็ยังเหมือนเดิม แต่ก็ดีแล้วที่พวกมันยังไม่เปลี่ยนไปกัน

 

“ฮ่าๆ กูคิดถึงไอ้ใหญ่เหมือนกันว่ะ กลับไปชวนมันมาก๊งเหล้าด้วยกันดีกว่ามั้ยเนี่ย ไม่ได้ยินเสียงมันมานานแล้วเหมือนกัน คิดถึงพวกไอ้เฟียด้วย” ไอ้หมาต่อของผมหัวเราะได้แล้วตอนนี้ ผมยกมือขึ้นตบหัวมันเบาๆ มันเงยหน้ามองผมอย่างเคืองๆ แต่ก็ยิ้มออกมาจนได้

 

“อย่าชวนมันมาเลยกูเบื่อหน้ามัน กับเพื่อนกับฝูงแทบจะแดกหัวอยู่รอมร่อ ที่กับผัว...อุ้ย แรงไปเนอะ ทีกับที่รักนี่คะขาวิญญาณชะนีเข้าร่างทันที กูคิดว่าผู้ชายในโลกนี้มีแค่ไอ้หยีคนเดียวนะที่ไอ้ใหญ่มันคะขาใส่เนี่ย” ไอ้กอล์ฟแอบเหล่มองมาทางไอ้ต็อปแล้วทำหน้างอนๆ ใส่ที่พูดถึงแฟนมันแบบนั้น มึงน่าจะชินกันได้แล้วนะเนี่ย

 

“นินทาแฟนเพื่อนกูมันเลยนะครับต็อป มาช่วยกูกางเรือนหอชั่วคราวของเราดีกว่ามา” แล้วไอ้โก้ก็ลากคอไอ้สั้นไปช่วยกันกางเต็นท์สำหรับนอนสองคน ผมไม่นอนข้างๆ ไอ้สองตัวนี้กับเต็นท์ไอ้ต้นได้มั้ยวะ ผมว่าผมคงไม่ได้นอนแน่ๆ แต่ก็นะ...อันนี้ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าที่ไม่ได้นอนนี่เพราะเสียงของพวกมันหรือเพราะคนที่นอนกับผมในเต็นท์กันแน่

 

“แฟนเพื่อนพี่ก็เพื่อนต็อปนี่นา พี่กอล์ฟนี่มีดีอะไรนะถึงได้จีบผู้หญิงแบบใหญ่ติดแถมยังทำให้มันดูเป็นผู้เป็นคนเป็นผู้หญิงขึ้นมาเป็นกองเลย

 

“น้องต็อปอยากรู้ก็ต้องมาลองดูครับแล้วจะได้รู้ว่าพี่มีดีอะไร...”

 

“แดกตีนกูมั้ยไอ้กอล์ฟ ดีไม่ดีได้แดกตีนแฟนมึงด้วยห่านี่” ผมว่ามันคงวางสายไปแล้วหล่ะ ไม่อย่างนั้นมันไม่กล้าพูดหรอก มันโคตรเกรงใจแฟนมันเลย มันบอกว่าอย่าใช้คำว่ากลัวเมียเพราะว่าไม่ได้กลัวแค่เกรงใจเท่านั้น

 

“ผมว่าอย่าดีกว่า ผมไม่อยากจะตบตีกับเพื่อนชะนีของผมอ่ะพี่กอล์ฟ ฮ่า อะไรเล่าพี่โก้นึกอยากจะกอดจะหอมก็ทำมันกลางป่ากลางเขาเลยรึไง เดี๋ยวกางเต็นท์เสร็จก่อนดิพี่แล้วเข้าไปนอนฟัดกัน” เอากับมันเหอะไอ้สองคนนี้ ปล่อยมันไปอย่าไปใส่ใจ ผมหันมาสนใจไอ้ต่อที่มันเริ่มต้นรื้อเต็นท์ของเราแล้ว

 

“กูว่าถ้าให้มึงทำมึงคงทำเต็นท์พังแน่ๆ อ่ะต่อ นั่งรอเฉยๆ ดีกว่าเดี๋ยวพี่พายจะจัดการให้น้องต่อเองนะครับ” ผมยิ้มให้กับมัน มันทำหน้ามึนๆ อึนๆ ใส่ผม แต่ก็ยอมไปนั่งรอแต่โดยดี

 

พวกเราจัดการกางเต็นท์และจัดเตรียมสถานที่สำหรับนั่งดื่มนั่งกินด้วยกันในยามค่ำคืนนี้เสร็จเรียบร้อยแล้ว วันนี้คนยังไม่เยอะมากเท่าไหร่เพราะว่าพวกเราเดินทางมากันก่อนวันหยุดยาวที่กำลังจะมาถึง ตอนที่คนเค้าทำงานเราหนีมารับลมหนาว และเดี๋ยวพอช่วงเวลาที่คนเค้าหนีออกจากกรุงเทพกันเราก็เดินทางกลับเข้ากรุงเพื่อเตรียมตัวเริ่มต้นทำงานของพวกเรา

 

ชีวิตหลังเรียนจบมันเหนื่อยกว่าตอนเรียนเยอะเลยนะ แต่มันก็คือชีวิตที่พวกเราต้องเลือกเดินด้วยตัวของเราเอง เพราะฉะนั้นเลือกแล้วก็ต้องก้าวเดินไปข้างหน้าจนกว่าจะพบเจอกับจุดมุ่งหมายที่เราคาดหวังและเฝ้ารอ

 

ตอนนี้ก็เป็นเวลาที่เราต่างก็หลบหาที่นั่งที่นอนเล่นกันตามแต่ความต้องการของแต่ละคน ไอ้กอล์ฟนี่แอบไปนั่งคุยกับแฟนมันอยู่ที่ริมน้ำ จริงๆ แฟนมันเองก็อยากมาเที่ยวด้วยกันเพราะเคยเที่ยวกันมาหลายครั้งแล้ว เด็กนั่นเป็นคนที่เข้ากับคนง่าย ไม่ใช่ผู้หญิงเรื่องมากอะไร ลุยกว่าผู้ชายแบบไอ้ต็อปกับไอ้เลิฟเสียอีก

 

แต่ทว่าทริปนี้แฟนของไอ้ปาล์มกับไอ้ปริ้นไม่ได้มาด้วยแฟนไอ้กอล์ฟเลยสละสิทธิ์ไม่มาเที่ยวด้วยกัน เพราะถ้ามาก็จะเป็นผู้หญิงคนเดียวคงไม่สะดวกในหลายๆ สิ่งหลายๆ อย่าง

 

ในกลุ่มของเราดูเหมือนว่าจะมีแค่ผมไอ้โก้ไอ้ต้นที่มีแฟนเป็นผู้ชาย ไอ้ปริ้น ไอ้ปาล์มไอ้กอล์ฟนี่มีแฟนเป็นผู้หญิง เวลาไปไหนสามสาวแฟนของพวกมันก็จะไปด้วยกัน สามคนสามสไตล์ แต่เป็นแบบที่ไม่น่ารำคาญเลยไม่ทำให้การเที่ยวของเราหมดสนุก

 

ผมโตขึ้นมากแล้ว มีเหตุผลขึ้นมาก เรียนรู้ที่จะเปิดใจให้คนอื่นมากขึ้น ผมต้องขอบคุณไอ้หมาต่อที่ช่วยทำให้ผมเปิดตาเปิดใจรับสิ่งใหม่ๆ เข้ามาในชีวิตได้มากแบบนี้

 

“ต่อ...กูว่าเราไปอาบน้ำกันก่อนดีกว่ามั้ยวะ ห้องน้ำมีไม่มากเดี๋ยวคนเยอะแล้วมันจะเร่งรีบกูรำคาญว่ะ” ผมรื้อเสื้อผ้าของผมกับไอ้ต่อขึ้นมาเตรียมรอแบบไม่ต้องรอให้มันตอบรับหรือปฏิเสธ

 

“กะว่าจะเนียนไม่อาบน้ำอยู่แล้วเชียว หนาวจะตายห่าพี่พายเหงื่อไม่ออกร่างกายไม่สกปรกหรอก มันเจ็บนะห่าพี่พาย จะอาบก็ไปอาบเลยไปไอ้หน้าหมา” ผมเอาเข็มขัดพาดตูดมันแรงๆ ด้วยความหมั่นไส้ ไอ้นี่แม่งชอบเนียนไม่อาบน้ำ คิดได้เนอะไอ้หมาต่อ

 

“ไปครับไปเราไปอาบน้ำกันเถอะ ถ้ามึงไม่อาบกูจะถีบมึงออกไปนอนนอกเต็นท์ไม่ต้องเข้ามานอนในเต็นท์เลยห่ามันเหม็น...”

 

“เหม็นๆ ทำเป็นบอกว่าเหม็น แล้วอย่ามาไซ้กู อย่ามานั่นนู่นนี่กูนะพี่พาย ไอ้ลามก” มันด่าผมพร้อมกับวิ่งหนีนำหน้าไป แม่งกลิ้งตกน้ำกูไม่งมแม่งขึ้นมาหรอกนะไอ้เอ๋อเอ๊ย

 

ผมกับเป็นต่อเดินผ่านทิวสนไปเรื่อยๆ ห้องน้ำอยู่ไม่ไกลเท่าไหร่นัก มีคนต่อคิวใช้บริการอยู่ไม่มาก อาจจะเพราะว่าตอนนี้ผู้คนต่างให้ความสนใจกับวิวทิวทัศน์ที่แสนสวยงามยามที่พระอาทิตย์กำลังจะลาลับขอบฟ้า

 

“พี่พาย...กูหนาวจัง ไม่อาบน้ำได้มั้ย” มันมองผมอย่างอ้อนๆ หน้าหนาวปีนี้หนาวจริงจังมาก แต่คงจะหนาวแค่เฉพาะที่นี่เท่านั้นแหล่ะมั้ง เพราะว่าตอนที่เดินทางมาจากกรุงเทพพวกเรายังใส่แค่เสื้อกล้ามกันเท่านั้น มาถึงนี้หาเสื้อคลุมมาใส่แทบไม่ทัน

 

“ไม่ได้ครับ เข้าไปอาบเลยหมาต่อ ถ้าไม่ยอมเข้าไปดีๆ กูจะเข้าไปอาบให้นะ” ผมแกล้งส่งสายตาเจ้าเล่ห์ให้กับมัน มันมองหน้าผมอย่างเคืองๆ คือเราไม่ได้อยู่กันแค่สองคนไง มีทั้งสาวน้อย สาวใหญ่ ผู้ชายอีกหลายคนที่ยืนอยู่แถวๆ นี้ ไอ้หมาต่อมันเตะขาผมแล้วรีบชิ่งเข้าไปทางด้านในทันที

 

ผมยืนพิงประตูห้องน้ำที่ไอ้ต่อมันอาบน้ำอยู่ทางด้านในพร้อมกับคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย ผมไม่รู้เหมือนกันว่าเรื่องราวของพี่ชายกับพี่ปอมันจะมีสิทธิ์ลงเอยกันมั้ย แต่ถ้าถามผมผมอยากให้พี่ชายสมหวังในความรัก มันไม่ใช่เรื่องเล่นๆ เลยจริงๆ กับการต้องจมตัวเองอยู่กับความรู้สึกแบบนี้มาเป็นเวลาสิบปีแบบนี้ พี่ชายคงทรมานมากแน่ๆ

 

“เสร็จแล้วเว้ย...” ไอ้ต่อมันเปิดประตูมาหลังจากที่มันเข้าไปแค่ไม่ถึงห้านาที สะอาดมากเมียกู แต่ช่างแม่งเหอะอย่าไปอะไรกับมันมากเดี๋ยวมันจะงอนแล้วไม่ยอมให้ผมกอดเสียเปล่าๆ

 

“รอกูอยู่ตรงนี้นะต่อ ถ้ากูออกมาแล้วไม่เจอมึง...คืนนี้มึงไม่รอดแน่” ผมแกล้งมันแล้วมีความสุข มันดันผมเข้ามาในห้องน้ำด้วยการถีบส่ง แม่งโคตรรักกูเลยหมาต่อเอ๊ย

 

ใช้เวลาไม่นานนักหรอกผมก็ออกมาจากห้องน้ำ ผมเข้าใจแล้วว่าทำไมไอ้ต่อมันวิ่งผ่านน้ำเร็วขนาดนั้น แม่งโคตรหนาวน้ำโคตรเย็นแบบเย็นของเย็นมาก มันเป็นน้ำจากทะเลสาบแบบ...คุณต้องมาสัมผัสด้วยตัวของคุณเองถึงจะเข้าใจ

 

“อุ้ยๆ ปากมึงเขียวมากพี่พาย หนาวล่ะสิ” ไอ้หมาต่อมันล้อผมหลังจากที่ผมเดินออกมาจากห้องน้ำ มันยิ้มแบบขำๆ พร้อมกับกุมมือของผมแบบสอดประสาน เดี๋ยวนี้มันไม่อายที่จะแสดงออกว่าเราเป็นอะไรกัน เราสามารถเดินจูงมือกันต่อหน้าคนมากมายที่เราไม่รู้จัก มันบอกว่าไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อนเพราะฉะนั้นมันอยากทำอะไรก็จะทำ

 

จริงๆ เวลามันช่วยทำให้คนสร้างเกราะขึ้นมาป้องกันบางสิ่งบางอย่างได้ อย่างความกลัวที่อาจจะเคยเกาะกุมอยู่ในใจ ความเหงาที่มันกัดกินใจเรา เวลาจะช่วยรักษาและทำให้เราดีขึ้นมาได้

 

“หายหนาวเลยว่ะต่อ” ผมยิ้มน้อยๆ กระชับมือของมันแล้วพากันเดินลัดเลาะทิวสนกลับสู่เต็นท์ของพวกเรา ตอนนี้พวกไอ้โก้กับพวกไอ้ต็อปกำลังตั้งน้ำเตรียมตัวทำของกินกันในมื้อค่ำนี้ พวกเราพกเตาแก๊สอินฟาเรดแบบพกพามาด้วยเพราะไม่แน่ใจว่าที่นี่สามารถก่อไฟได้หรือเปล่า อีกอย่างมันก็สะดวกในการทำอาหารเวลาไปตั้งแคมป์แบบนี้ด้วย

 

“น้ำเย็นมั้ยพี่พายว่าจะไปอาบน้ำสักหน่อย” ไอ้สั้นมันถามขึ้นมา ผมกับไอ้หมาต่อมองหน้ากันทันที แล้วเราทั้งสองคนก็หันไปส่ายหน้าใส่ไอ้ต็อปเป็นเชิงบอกว่าน้ำมันไม่ได้เย็นสักกะนิดแบบพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย

 

“เราไปอาบน้ำกันเหอะพี่โก้ ตัวเหม็นเหงื่อจะแย่แล้ว...เลิฟไปอาบน้ำกันไป” ผมกับหมาต่อแอบขำกันสองคน มึงไปอาบเถอะเพื่อความสดชื่นของชีวิต คนกรุงแบบพวกเราที่ไม่มีโอกาสได้เจอกับอะไรแบบนี้นานนักหรอก

 

“รอด้วยคร้าบ เลิฟเลิฟ รอพี่ต้นด้วย” ไปแล้วไอ้โก้ ไอ้ต็อป ไอ้ต้น ไอ้เลิฟ ผมนั่งรออยู่ที่หน้าเต็นท์ ไอ้ต่อมันมุดเอาเสื้อผ้าเข้าไปเก็บแล้วมันก็ออกมานั่งข้างๆ ผม ตอนนี้ไอ้กอล์ฟไอ้ปริ้นและไอ้ปาล์มต่างก็ช่วยกันทำอาหารแบบง่ายๆ เน้นทางพวกบะหมี่เสียมากกว่า ตอนเดินทางมาก็แวะซื้อพวกของแห้ง ข้าวเหนียว หมูเค็ม หมูหวาน หมูหยอง ติดมามากอยู่ เพราะเราเอารถมากันตั้งสองคันทำให้สามารถขนข้าวของได้เยอะ

 

“พี่ปริ้นผมขอรสหมูสับหนึ่งถ้วยครับพี่ น้ำที่นี่โคตรหนาวอ่ะแบบทรมานไปทั่วทุกรูขุมขนมาก...”

 

“ไหนบอกกับไอ้ต็อปว่าไม่หนาวไงต่อ” ไอ้ปริ้นมันยิ้มน้อยๆ คงรู้ว่าไอ้ต่อกับผมจงใจแกล้งไอ้ต็อปกันล่ะมั้ง

 

“ไม่หนาวก็บ้าแล้วมึง น้ำเย็นมากจนกูแทบทรุด เดี๋ยวพวกมึงไปอาบน้ำกันก่อนก็ได้ทางนี้พวกกูดูแลเอง คนเริ่มเยอะแล้วจะได้ไม่ต้องเสียเวลารอนาน” ผมตอบแทนไอ้หมาต่อที่ตอนนี้เอาผ้ามาห่มนั่งอยู่ข้างๆ ผม อากาศเริ่มเย็นลงเรื่อยๆ เพราะพระอาทิตย์เริ่มลับขอบฟ้าไปแล้ว

 

“พวกกูตกลงกันแล้วว่าจะไม่อาบเว้ย แฟนไม่มาไม่มีคนบังคับอีกอย่างนอนด้วยกันสามตัวเหม็นกันสามตัวนี่แหล่ะ” เอาเหอะ เรื่องของพวกมึงก็แล้วกัน ไอ้หมาต่อมันหันมาบ่นพึมพำกับผมประมาณว่าเห็นมั้ยใครๆ เค้าก็ไม่อาบกันทั้งนั้น ผมยกมือขึ้นโอบไหล่มันแล้วดึงมันเข้ามาหาพร้อมกับกอดมันแน่นๆ

 

“อิจฉาไอ้พายเว้ยมีคนให้กอด พวกกูนี่อ้างว้างลิซึ่มมาก เมียไม่มาพากันไปช็อปปิ้งที่พารากอนกันนู่น” ไอ้ปาล์มมันบ่นน้อยๆ ไอ้กอล์ฟพยักหน้าเห็นด้วยยกใหญ่ ผมกับไอ้ต่อรับบะหมี่มาคนละถ้วย ความร้อนของมันช่วยบรรเทาความหนาวเย็นได้อยู่ ไอ้ต่อนี่นั่งกอดนั่งอังมือกับถ้วยบะหมี่ยกใหญ่

 

พวกเรานั่งโซ้ยบะหมี่กันไปจนหมดถ้วยไอ้พวกสี่ตัวนั้นก็กลับมา มาถึงไอ้สั้นก็โถมตัวลงมากอดไอ้ต่อแน่นๆ แล้วมันก็ซุกตัวเข้าใต้ผ้าห่มที่ไอ้ต่อมันห่มอยู่

 

“ห่าต่อมึงหลอกกู น้ำแม่งเย็นจับขั้วหัวใจกูมาก รู้อย่างนี้ลากพี่โก้เข้าไปอาบพร้อมกันก็ดีหรอก” มันนั่งตัวสั่นอยู่บนตักไอ้หมาต่อ สองคนนี้แม่งชอบเล่นกันเองแบบนี้มาตั้งแต่ไหนแต่ไร แล้วชอบมาจับคู่ให้ผมกับไอ้โก้ซะงั้น

 

“พี่ต่อเลิฟเกือบช็อคตาย นี่สระผมด้วยนะ หนาวมากอ่ะ” ไอ้ต้นมันหาผ้ามาห่มให้กับไอ้เลิฟแล้วกอดแน่นๆ พวกนี้มันตัวเล็กบอบบางเกินผู้ชาย ไอ้ต้นกับไอ้โก้ไม่มีท่าทีอะไรเท่าไหร่เพราะพวกมันถึกและแข็งแรงมาก

 

“ฮ่าๆ มันจะไม่หนาวได้ไงก็ที่นี่มันหนาวซะขนาดนี้ เข้าไปนั่งเช็ดผมในเต็นท์ก่อนดิเลิฟเดี๋ยวแข็งตายพอดี พี่ต้นร้องไห้เจ็ดวันเจ็ดคืนแน่ถ้าน้องเลิฟที่รักเกิดช็อคตายขึ้นมาน่ะ” ไอ้ต้นมันขยิบตาให้ไอ้หมาต่อ แล้วมันก็ดึงแฟนมันเข้าเต็นท์ไปเลย ไอ้ปริ้นส่งบะหมี่ถ้วยให้กับไอ้สั้นและไอ้โก้ได้กินเพื่อปรับอุณหภูมิขิงร่างกายให้อบอุ่นขึ้น

 

 

 

 

 

บรรยากาศที่นี่หนาวสมคำร่ำลือ ตอนนี้พวกเรานั่งอยู่ด้วยกันที่หน้าเต็นท์ มีแสงสว่างจากตะเกียงที่พวกเราติดกันเอาไว้ที่หน้าเต็นท์เพื่อส่องแสงสว่าง เรานั่งล้อมวงพูดคุยกันในหลายๆ เรื่อง เรื่องราวการทำงาน เรื่องราวชีวิตหลังจากเรียนจบ ปีนึงเราเจอกันบ่อยครั้งเพราะว่าเรายังคงอยู่ในกรุงเทพด้วยกันทั้งหมด เห็นจะมีแค่ไอ้ต้นเท่านั้นที่มันอัปเปหิตัวเองไปอยู่ที่ชลบุรี แต่มันก็มาหาพวกเราได้บ่อยครั้งเวลาที่พวกเรานัดร่วมวงกัน มันเพิ่งย้ายกลับมาทำงานในกรุงเทพตอนที่เลิฟเข้าเรียนมหาลัยเดียวกันกับที่พวกเราเคยเรียน

 

“นานๆ จะได้มาเที่ยวไกลๆ แบบนี้สักที ทำงานแล้วไม่มีเวลาเท่าไหร่...”

 

“ไม่มีเวลาห่าอะไรวะ กูเห็นมึงแทบไม่ได้เข้าบริษัทเลยครับ วันๆ เอาแต่อุ้มน้องหมาเดินตามแม่ยอดยาหยีแฟนมึงน่ะ” ไอ้ต้นแม่งแย้งไอ้ปริ้นแบบเบรกหน้าแทบทิ่ม มันได้รับกิ่งไม้มาหนึ่งกิ่งแบบเฉี่ยวหน้าไปอย่างหวุดหวิด

 

“นั่นมันตอนเลิกงานเถอะ แฟนกูรักหมากูก็ต้องรักด้วยมึงไม่เข้าใจหรอกห่าต้น เค้ามีหมาเป็นสิบๆ ตัว กูนี่แทบจะเลี้ยงหมาเป็นลูกแล้วเหอะ เลิฟเมียเลิฟหมาเมียมึงเข้าใจป่ะ” ไอ้ต้นมันพยักหน้ารับแต่มันก็ยังขำไม่เลิกที่แกล้งไอ้คนจำใจรักหมาแบบไอ้ปริ้นได้

 

“กูเบื่อคนน่ารักว่ะ” อยู่ดีๆ ไอ้ต้นก็พูดขึ้นมา มันเอียงคอมองหน้าเลิฟที่นั่งอยู่ข้างๆ มัน เด็กนั่นก็มองหน้าไอ้ต้นอย่างสงสัยว่ามันคืออะไร

 

“คนน่ารักแม่งมีแต่คนมารุมจีบ คิดดูนะเดือนมหาลัยยังตามจีบ แล้วพี่ต้นจะทนได้ไงล่ะคะน้องเลิฟ ห้ามนอกใจพี่ต้นไปหาไอ้เด็กปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมพวกนั้นนะรู้มั้ย” เหอะ กูจะอ้วกห่าต้น แม่งก็แค่อยากจะอ้อนเมียมันก็เท่านั้น

 

“พี่ต้นเลี่ยนมากอ่ะ ฮ่าๆ” พวกผมก็ว่างั้น ห่าต้นแม่งเลี่ยน กะล่อน ไม่เปลี่ยนไปเลย แต่ก็ว่ามันไม่ได้หรอก เพราะเมียมันน่ารักจริงๆ แถมยังเป็นเพื่อนกับเด็กน้ำปั่นนั่นอีก คือโลกแม่งกลมเกินไป พัวพันกันอยู่แบบนี้นี่แหล่ะพวกผมเนี่ย

 

“เลิฟน่ะไม่เท่าไหร่หรอก น้ำปั่นน่ะมีคนมาจีบเยอะกว่าอีก พี่ต้นไม่ต้องห่วงนะ เลิฟไม่ชอบหนุ่มๆ หรอก เลิฟชอบคนแก่” กูจะขำหรือว่าจะสงสารไอ้ต้นดีถูกเรียกว่าคนแก่แบบนี้ แต่แม่งยืดแบบนั้นมันคงภูมิใจอ่ะนะ

 

“กูง่วงนอนแล้วว่ะ” ไอ้โก้มันหาวหวอดๆ มันขับรถมาตั้งนานมันคงล้าและอยากพักผ่อนแล้วหล่ะ อีกอย่างตอนนี้ทุกคนก็ทยอยกันเข้านอนแล้ว รอบๆ เต็นท์ของพวกเราก็เริ่มเงียบเสียงกันลงไปแล้วด้วย

 

“งั้นมึงก็เข้านอนก่อนเลยก็ได้เว้ยโก้ ขับรถมาแม่งโคตรเมื่อยเหยียบเบรกแทบตลอดทางปวดขาเหมือนกัน” ไอ้กอล์ฟมันขับรถของไอ้ต้น มันก็น่าเมื่อยจริงนั่นแหล่ะทางค่อนข้างโหดโค้งแทบตลอดเส้นทาง

 

“นอนคือนอนนะครับเพื่อน ที่นี่โคตรเงียบนิดหน่อยเสียงก็ดังข้ามเต็นท์แล้วนะครับ” ไอ้ปริ้นมันแซวไอ้โก้ที่ลากเอาไอ้สั้นเข้าเต็นท์นอนไปแล้ว มันปิดตะเกียงที่เต็นท์มันไปแล้ว มีแค่เสียงของไอ้สั้นที่ตะโกนออกมาว่าอย่ารู้ทันเท่านั้น

 

“กูว่าพวกเราแยกย้ายกันนอนดีกว่า พรุ่งนี้จะได้ตื่นเช้ามาดูบรรยากาศสวยๆ ของที่นี่ด้วย” ไอ้ปาล์มมันเสนอพร้อมกับลุกขึ้นเก็บข้าวของให้เรียบร้อย ผมหันไปถามไอ้หมาต่อที่นั่งเงียบๆ อยู่ข้างๆ ผมว่ามันง่วงหรือยัง มันพยักหน้ารับผมเลยช่วยพวกมันเก็บของแล้วไล่ไอ้หมาต่อให้เข้าไปในเต็นท์ก่อน

 

เมื่อเก็บของเสร็จผมก็มุดเข้ามาในเต็นท์ เต็นท์สำหรับสองคนนอน แต่ทว่าผู้ชายตัวโตๆ แบบเราสองคนก็ทำให้ค่อนข้างเบียดกันสักหน่อย แต่นั่นมันไม่ใช่ปัญหาสำหรับผมหรอก เพราะว่าผมน่ะชอบการนอนกอดไอ้หมาต่อเป็นที่สุด ยิ่งนอนชิดกันมากเท่าไหร่ยิ่งทำให้รู้สึกอบอุ่นมากเท่านั้น

 

ทันทีที่ผมทิ้งตัวลงนอนห่มผ้าข้างๆ ไอ้หมาต่อ มันก็พลิกตัวหันมาหาผมพร้อมกับกอดผมแน่นๆ ตอนแรกก็จะแซวมันว่าที่กอดผมเพราะมันหนาวหรือว่าเพราะอะไรกันแน่ แต่ทว่าผมรู้สึกได้ถึงความผิดปกติของมัน มันนอนสะอื้นเบาๆ เหมือนคนกำลังร้องไห้ ผมเปิดไฟแบบหรี่ๆ แล้วช้อนหน้ามันขึ้นมาเล็กน้อย น้ำตาของมันเปียกแก้มเปรอะไปหมด มันทำให้ผมใจคอไม่ดีกลัวว่ามันจะเป็นอะไรยิ่งพวกเราอยู่กลางป่ากลางเขาแบบนี้คงยากที่จะพามันไปส่งโรงพยาบาล

 

“เป็นอะไรครับ” ผมกอดมันเอาไว้แล้วจูบซับน้ำตาให้กับมันอย่างอ่อนโยน มันกำเสื้อของผมแน่นแล้วซุกหน้าอยู่ที่อกของผม

 

“พี่พาย...เพราะเราหรือเปล่า” มันถามขึ้นมาแบบนี้ ผมว่าผมพอจะรู้แล้วว่ามันเป็นอะไร ถ้าเดาไม่ผิดมันคงได้ยินเรื่องที่ผมคุยกับพี่ชายอย่างแน่นอน

 

“เพราะพวกเราทำให้พี่ปอกับพี่ชายต้องเจ็บปวดใช่มั้ยวะ ต่อรู้สึกไม่ดีเลย มันแย่มาก...”

 

“ไม่หรอกต่อ อย่าคิดมากครับ มันไม่ใช่เพราะต่อหรอกอย่าคิดมากนะ ต่อให้ไม่มีเราพวกเค้าก็ต้องเลิกกันอยู่ดี พี่ชายเองก็รู้เรื่องนี้ดี สิ่งที่พี่ปอและพี่ชายต้องการมากที่สุดคือการที่พวกเรามีความสุข...”

 

“แต่ในขณะที่พวกเรามีความสุขพวกเค้าต้องเจ็บปวดอย่างนั้นหรอ เราเหมือนคนเห็นแก่ตัว เหมือนคนที่ไม่รู้อะไรเลย นึกถึงแต่เรื่องของตัวเองให้เค้ามาคอยปกป้องเราและต้องปล่อยมือจากคนที่รักแบบนี้น่ะหรอ” เพราะอย่างนี้ไงผมถึงไม่อยากให้ไอ้ต่อมันรู้ เพราะรู้ว่ามันเป็นคนคิดมากคิดเล็กคิดน้อยยิ่งเป็นเรื่องของคนที่มันรักมันยิ่งคิดมากอีกหลายเท่าตัว

 

“ต่อครับ เรื่องนี้มันเป็นเรื่องในอดีต มันเป็นเรื่องที่ผ่านมานานแล้ว มันเกิดขึ้นตั้งแต่ตอนที่เราสองคนยังไม่รู้จักกันเลยด้วยซ้ำ มันเป็นการตัดสินใจของเค้าสองคนถึงเราจะเป็นน้องแต่ทว่าเราไม่มีสิทธิ์ที่จะเข้าไปยุ่งกับเรื่องนี้ เราต้องเคารพในการตัดสินใจของพี่ปอกับพี่ชายนะครับ” ผมลูบหลังของเป็นต่อเบาๆ มันคงคิดว่าเป็นเพราะมัน เป็นเพราะผมที่ทำให้พี่ของเราไม่สามารถรักกันได้

 

“ต่อไม่เข้าใจความรักเลยพี่พาย พวกเค้ารักกันแต่ไม่ได้อยู่ด้วยกัน แล้วกับพี่ฝ้ายล่ะมันคืออะไร แล้วปลายฝนกับต้นหนาวล่ะเกิดขึ้นมาเพราะความรักหรือเพราะอะไรกันแน่...” ยิ่งมันพูดถึงหลานมันยิ่งร้องไห้หนักเพราะว่าต่อรักเด็กทั้งสองคนมาก ผมเองก็ไม่รู้หรอกว่าระหว่างพี่ปอกับพี่ฝ้ายน่ะมันคืออะไร มันคือความรัก หรือความเข้าใจ หรือแค่ความเหมาะสม มันมีเยอะแยะคนที่อยู่ด้วยกันแต่ไม่ได้รักกัน อยู่ด้วยกันเพราะความเข้าใจ ความเหมาะสม โลกใบนี้แม่งยุ่งยากเกินไปแล้วจริงๆ

 

“มันยังมีเรื่องที่เราไม่เข้าใจอีกเยอะแยะมากมายเลยครับต่อ บางครั้งบางเรื่องเราก็ไม่จำเป็นที่จะต้องไปพยายามเข้าใจมัน แต่ละคนก็มีเหตุผลแตกต่างกันไป บางทีคนรอบข้างเค้าก็อาจจะไม่เข้าใจเราเหมือนอย่างที่เราเองก็ไม่เข้าใจเค้าเหมือนกัน” ผมกอดคนรักของผมเอาไว้แนบกาย ไม่ว่าจะโตขึ้นมากแค่ไหนเป็นต่อก็คือเป็นต่อคนเดิมเหมือนตอนแรกที่เราคบกัน ยังคงเป็นคนดีที่มีภูมิคุ้มกันกับเรื่องแบบนี้ต่ำมาก

 

ต่อมันไม่เคยเจอเรื่องแย่ๆ เรื่องหนักๆ เพราะมันเกิดมาในครอบครัวที่อบอุ่น เกิดมาท่ามกลางความรักของครอบครัวมันเลยเจอแต่เรื่องที่ดีไม่เคยเจอเรื่องที่ทำให้ผิดหวังหรือว่าเจ็บปวดสักเท่าไหร่

 

“ต่อต้องทำยังไงวะพี่พาย...”

 

“ทำเหมือนเดิม เป็นเหมือนที่เคยเป็น เพราะพี่ปอกับพี่ชายคงไม่ยินดีนักหรอกที่จะมีคนมารื้อฟื้นเรื่องนี้ ทุกอย่างมันจบลงไปแล้ว เค้าเลือกเส้นทางเดินของตัวเองแล้ว เราเองก็มีเส้นทางเดินของเราเหมือนกัน...เชื่อพี่นะครับต่อ ไม่เอาไม่ร้องไห้แล้ว” ผมลูบหลังมันเบาๆ มันยังคงสะอื้นอยู่กับอกของผม ผมได้แต่กอดปลอบและพูดปลอบให้ต่อเลิกรู้สึกผิด เลิกร้องไห้เสียใจ เพราะผมเองก็ต้องทำใจกับเรื่องนี้เหมือนกัน เพราะผมเองก็รู้สึกผิดกับเรื่องนี้ไม่ได้ต่างจากเป็นต่อเลย ถึงจะบอกออกไปแบบนั้นแต่ทว่าพวกเราก็มีส่วนที่ทำให้ทั้งสองคนตัดสินใจเลิกรากัน

 

เราสองคนนอนกอดกันอยู่เงียบๆ ผมกอดและลูบหลังต่อจนมันค่อยๆ เงียบเสียงสะอื้นลงและหยุดร้องไห้ในที่สุด แต่มันก็ไม่ได้นอนหลับมันยังคงขยับตัวไปมาอยู่ในอ้อมกอดของผม ผมไม่รู้ว่าควรจะพูดอะไรยังไงให้มันรู้สึกสบายใจมากกว่านี้ ผมทำได้แต่เพียงกอดมันเอาไว้เท่านั้น

 

“ต่อสัญญาว่าจะไม่รื้อฟื้นเรื่องนี้ ต่อจะเคารพในการตัดสินใจของพี่ปอกับพี่ชาย...และต่อจะรักปลายฝนกับต้นหนาวให้มากที่สุดเท่าที่ต่อจะรักได้...” มันเงยหน้าขึ้นมามองหน้าผม ผมพยักหน้าและยิ้มรับคำของมัน

 

“พี่ก็รักปลายฝนกับต้นหนาวมากๆ เหมือนกัน นอนนะครับเป็นต่อ พรุ่งนี้เราจะได้ไปดูบรรยากาศสวยๆ ของที่นี่ให้สมกับที่ต่ออยากมา” เราสองคนยิ้มให้แก่กัน เรื่องบางเรื่องถ้ามันไม่สมควรจะรื้อฟื้นขึ้นมาก็ปล่อยให้มันเลยผ่านไปกับกาลเวลา มันอาจจะส่งผลดีกว่าก็เป็นได้

 

..........100%..........

 

#ปอชาย #ยุ่งนัก

แวะมาต่อแล้วค่า เบาๆ กับพายต่อและเดอะแก๊งค่า จะได้ไม่ดราม่ามากเนอะ คิดถึงพี่พาย หมาต่อและเดอะแก๊งมาก มีคนสงสัยเรื่องพี่ต้นกับน้องเลิฟว่าน้องเลิฟมาจากไหน แล้วน้องเซียนหายไปไหน คือจริงๆ ตั้งใจจะแต่งเรื่องของพี่ต้น ภาคิน(ถาปัตย์) กับน้องเซียน แต่พอเอาเข้าจริงๆ ไม่มีเวลาเลย เลยพับไปแบบไม่มีกำหนดเลยค่ะ

ส่วนน้องเลิฟนี่พี่ต้นเค้าไปติดใจกันตอนวันสงกรานต์ที่น้องต่อกับพี่พายไปเล่นน้ำที่บางแสนจ้า ย้อนกลับไปอ่านตอนพิเศษสงกรานต์ก็จะเจอช็อตต้นเลิฟอยู่ค่ะ

เจอกันตอนหน้าค่า

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 30 ครั้ง

15,978 ความคิดเห็น

  1. #15150 ploylybbs (@ploylybbs) (จากตอนที่ 93)
    วันที่ 23 กันยายน 2557 / 00:04
    ว่าแล้ว ต่อได้ยินจริงๆด้วยย
    #15150
    0
  2. #14573 วีว่า (จากตอนที่ 93)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2557 / 09:31
    คือทำให้เสียน้ำตาได้ทุกตอนเลยอะ
    #14573
    0
  3. #14525 mitake (@voldermore) (จากตอนที่ 93)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2557 / 11:19
    นี่สรุปพี่ต้นก็ไปสอยน้องต้นมาได้จริงดิ 55555555555



    แต่ช็อคสุดก็พี่กอล์ฟกับเจ๊ใหญ่ล่ะนะ ยังไงวะเนี่ย 5555555555
    #14525
    0
  4. #14055 JENNYHA (@jennyha) (จากตอนที่ 93)
    วันที่ 30 เมษายน 2557 / 22:29
    ถ้าไม่รักแต่แรกคงไม่เจ็บ T^T
    #14055
    0
  5. #13455 Hiro Hiro Shi (@hiroshi1234) (จากตอนที่ 93)
    วันที่ 7 เมษายน 2557 / 15:13
    ตอนแรกน้องเลิฟคือใคร.. อ่านมาถึงกลางตอนถึงนึกขึ้นได้ว่า อ้อ น้องที่ทำให้พี่พายหึงต่อนั่นเอง แต่สุดท้ายก็พ้นพี่ต้น แอบสงสารน้องเลิฟเบาๆ #ไม่มช่ละ - - 55
    #13455
    0
  6. #12759 Praew_Parichat (@26159) (จากตอนที่ 93)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2557 / 23:22
    แอบกรี๊ดเบาๆกับต่อต็อป หุหุ

    เฮ้อ... จะมีทางไหนที่ช่วยให้พี่ปอกับพี่ชายกลับมาคบกันเหมือนเดิมมั้ยอ่า
    #12759
    0
  7. #12217 magic moon (@magic-moon) (จากตอนที่ 93)
    วันที่ 3 มกราคม 2557 / 14:40
    ไม่กล้าอ่านเลยอ่ะ...TT_TT
    #12217
    0
  8. #12192 MIZZ-MAY (@mizz-may) (จากตอนที่ 93)
    วันที่ 2 มกราคม 2557 / 10:36
    ปวดใจ เเม้จะคั่นด้วย ไอพวก หื่น มันส์ ฮาก็เหอะ T^T
    สงสารพี่ชายอะ อะไร????  เห้ออออออ  ต่อได้ยินชัวร์เเลวก็ใช่อย่างทีคิด
    นี่ต้องไปข่มขู่เกรทไหมเนี่ย??? พี่ปอพี่ชายถึงจะลงเอยกัน
    เเต่บละคนโตขค้นเเต่ไม่ทิ้งนิสัยเลยนะคะ 5555 กวนตี น ดีจัง  ว่าแต่พี่ต้น
    กินหญ้าอ่อนอ่าาาาา 555 น้องเลิฟนี่ติดใจคนแก่เหรอ
    ตอนนี้เหมือนหลงประเด็นในความรู้สึกตัวเอง เห้อออ ไม่รู้อ่ะ สงสารพี่ชาย T^T
    #12192
    0
  9. #12155 -dark angel- (@areeyafah) (จากตอนที่ 93)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2556 / 14:15
    มันดราม่ามากอ่ะ
    #12155
    0
  10. #12031 ERluvSuJu (@eunrai) (จากตอนที่ 93)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2556 / 02:52
    โหย ดราม่าตลอดเลย ชอบอะ ชอบๆๆๆ 5555 ชอบเรื่องนี้นะ อิอิ พี่ปอพี่ชายรีบๆเห็นแก่ตัวได้แล่ว ต้องให้พี่ชายแต่งงานมีลูกแล้วเมียตายอีกคน ถึงจะได้กลับมารักกันนะห้ะ5555 ถึงวิธีนี้ทายาทสืบสกุลอาจจะเยอะก็จริง ของพี่ปอ2คน ของพี่ชายอาจจะมีอีก แต่มันไม่นานเกินไปเรอะ ทรมานจะแย่น้า จากการอ่านเรื่องนี้ก้แอบคิดเหมือนกันนะว่า มีคนที่เค้าไม่ได้อยู่ด้วยกัน แต่ยังรักกันมาก รักกันไม่เปลี่ยนแปลงอย่างนี้จริงหรือนี่ ^^
    #12031
    0
  11. #12010 38 68 233 GRTKC (@golf_ryoma) (จากตอนที่ 93)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2556 / 01:24
    ดราม่ากระจายยยยยยยยย ค่ะ แง่มๆๆ
    #12010
    0
  12. #11984 Hottest@2PM (@vampire-lover) (จากตอนที่ 93)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2556 / 15:21
    แม้กระทั่งมุมมองพี่พายยังร้องไห้เลย แง้งงงงง
    #11984
    0
  13. #11957 คนธรรมดา (จากตอนที่ 93)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2556 / 16:41
    น้ำปั่นคือใครรร ตอบหน่อยยย
    #11957
    0
  14. #11947 SuJuHanHyuk (@loveloveyaoi) (จากตอนที่ 93)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2556 / 00:05
    โอ๊ยยยยยย



    ก็นึกอยู่ว่าน้องเลิฟคือใคร 



    พอพี่เกรทบอกว่าอยู่ตอนพิเศษสงการนต์นะ 



    จำได้ขึ้นใจเลยค่าาาาา



    >< 555555555555
    #11947
    0
  15. #11943 Little Stream (@haruka15) (จากตอนที่ 93)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2556 / 13:20
    เฮ้อออออ

    คนเราต้องยอมรับกับทางที่ตัวเองเลือกเดินสินะ

    อยากไปเที่ยวบ้างจังงง
    #11943
    0
  16. #11942 I'm sone M.Seo >O< (@lovelymylonelyfk) (จากตอนที่ 93)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2556 / 00:36
    ไม่รู้จะสงสารใครดี TTT^TTT
    #11942
    0
  17. #11940 ABC. (@sukprasert) (จากตอนที่ 93)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2556 / 23:59
    ต่อรู้จนได้  อย่าเครียดนะ 
    พี่ปอกับพี่ชายเค้าตัดสินใจเเล้ว T^T
    #11940
    0
  18. #11938 mon9228 (@mon9228) (จากตอนที่ 93)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2556 / 23:20
    น่านน...น้องต่อรู้จริงๆ แต่ก็อย่างที่พี่พายว่า มันเป็นอดีตไปแล้ว พี่ทั้งสองคนเค้าเลือกทางเดินของตัวเองแล้ว และคงไม่ต้องการให้ใครไปรื้อฟื้นอีก ปล่อยให้เป็นเรื่องของพี่เค้าเถอะนะ แต่แหม..น้องต่อคะ ขนาดทุกข์ใจอยู่ ก็ยังมีอารมณ์มากวนมาแกล้งคนอื่นอีกนะ อิอิ
    #11938
    0
  19. #11937 มีนพฤกษา (@tititheme) (จากตอนที่ 93)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2556 / 23:00
    ต่อน่ารักมากเลยอุตส่าห์เก็บอาการเอาไว้ในใจ เชื่อพี่พายเหอะแล้วจะดีเองจ้า
    #11937
    0
  20. #11930 Devil's ZaZaMo [Rose] (@zheza-moo) (จากตอนที่ 93)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2556 / 12:56
    ต่ออ่อนไหวมากๆ อ่ะ งื้อ
    #11930
    0
  21. #11929 LasTDesinY (@goggag2812) (จากตอนที่ 93)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2556 / 12:54
    คถ ทุกคน แต่สงสารพี่ปอกัพี่พาย ร้องไห้ทุกตอนเลย
    #11929
    0
  22. #11928 Pat Patty (@kimjisun) (จากตอนที่ 93)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2556 / 10:19
    ว่าแล้วเป็นต่อต้องได้ยิน ปอชายนี่ดราม่าสุดอะไรสุด เศร้า

    แต่กอล์ฟกับใหญ่นี่คืออัลไล ฮ่า



    #11928
    0
  23. วันที่ 16 ธันวาคม 2556 / 09:16
    ลรักคนแก่น่ะดีแล้วน้องเลิฟ เอาใจเราดี เกรทบรรยายภาพสะอยากไปเที่ยวเลยอ่ะ
    #11927
    0
  24. #11925 PuiPui (จากตอนที่ 93)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2556 / 01:30
    คิดถึงเดอะแก็งส์มากๆๆๆ พี่กอล์ฟกับเจ๊ใหญ่!!!! อลังการสุดภาคินกับน้องเซียน!!!!สรุปทึ่ไปยุ่งกับเมียน้องเซียนนี่คือโชคชะตาหรือว่าบุพเพใช่ป้ะพี่คิน โอวววว..มันมีเรื่องราวมากมายเกิดขึ้นในช่วง 4 ปีสินะ นั่นสิไม่ว่ายังไงชีวิตมันก็ต้องเดินหน้าต่อไปอยู่แล้วนี่เนอะ เป็นต่อต้องยอมรับการตัดสินใจของพี่ปอพี่ชายนะ ยอมรับแต่แอบลุ้นให้ทั้งคู่ได้กลับมารักกันเหมือนป้านี่แหละ เรามาร่วมพลังลุ้นกันเถอะหมาต่อ
    #11925
    0
  25. #11924 Bling's_may (@desker) (จากตอนที่ 93)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2556 / 00:44
    พี่พายโตขึ้นมากจริงๆนะ งือออ TT

    #11924
    0