OK!! I love U ♥ ยุ่งนัก...กูรักมึงก็ได้ [Yaoi][Boy's love]

ตอนที่ 90 : .....ณ ขณะรัก..... 03. กรรมตามสนอง (ปอ)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,582
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 34 ครั้ง
    1 ธ.ค. 56



03. กรรมตามสนอง (ปอ)

 

การต้องแบกรับทุกสิ่งทุกอย่างเอาไว้บนบ่า ด้วยความคาดหวังจากคนรอบข้าง มันหนักหนา มันสาหัส มันเหนื่อย มันล้ามากเหลือเกิน ผมรู้ดีว่าไม่มีใครบังคับให้ผมแบกสิ่งเหล่านั้นเอาไว้ ผมเลือกที่จะแบกมันเอาไว้ด้วยตัวของผมเอง

 

แบกมันเอาไว้อย่างอดทนอดกลั้น ใบหน้าที่ยิ้มให้กับทุกอย่างรอบกายจะมีใครรู้บ้างว่าข้างในใจของผมมันอ่อนล้า มันอ่อนแรง มันอ่อนแอและมีน้ำตา

 

ผมยังคงยึดติดอยู่กับความรู้สึกเดิมๆ กับคนคนเดียวที่ผมไม่เคยลืมเลือน ยิ่งวันเวลาผ่านมานานเท่าไหร่ หัวใจของผมกลับยิ่งตอกย้ำให้ผมรู้ว่าผมเลวแค่ไหน ผมทำร้ายความรักและความรู้สึกของใครมากเท่าไหร่

 

ยิ่งกับชาย...ผมยิ่งรู้สึกว่าตัวเองเหี้ยมากจริงๆ ที่ทิ้งชายให้ต้องเจ็บปวด ทิ้งมันให้ต้องทนอยู่กับความอ้างว้าง แต่ผมกลับมีคนอยู่ข้างกาย มีครอบครัวที่ดูเหมือนว่าจะเพียบพร้อมไปเสียทุกสิ่ง

 

แต่ข้างในลึกๆ ผมยังคงโหยหาความรักและความเข้าใจจากมัน คนที่เข้าใจและรู้ดีกว่าใครๆ ว่าผมเป็นคนอย่างไร ว่าผมต้องการอะไร แล้วอะไรคือสิ่งที่ผมใฝ่ฝัน

 

ผมรู้สึกผิดกับฝ้าย...ผมยอมรับว่าที่ผมแต่งงานกับฝ้ายเพราะความสงสารไม่ใช่ความรัก ผมมีแค่รักแรกและรักเดียวที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลง ไม่เคยมีใครเข้ามาในหัวใจของผมได้นอกจากมันคนเดียวเท่านั้น ต่อให้เราเลิกกันมาจะสิบปีแล้ว แต่ข้างในนั้นยังคงเป็นมันเสมอ

 

ตัวผมเองก็เคยคิดว่าบางทีแต่งงานกับฝ้ายและอยู่ด้วยกันไป ความรักจะค่อยๆ ก่อเกิดขึ้นมา หากตอนนี้ผมรู้แล้วว่ามันเป็นไปไม่ได้ สำหรับผมแล้วฝ้ายเป็นแค่คนที่เข้าใจผมมากที่สุด ฝ้ายเป็นเหมือนคนที่อยู่ด้วยแล้วผมสบายใจก็เท่านั้น

 

ผมคือคนเลวที่ทำให้ทุกคนต้องเจ็บ ผมคือคนเลวที่สุด...ชีวิตที่ต้องอยู่ด้วยความทรมานใจ ทั้งๆ ที่คิดว่าจะลบเลือนความรู้สึกเก่าออกไปได้เมื่อเริ่มต้นตั้งครอบครัวขึ้นมา แต่มันไม่ใช่เลย กลายเป็นว่ายิ่งผ่านวันเวลามานานแค่ไหน หัวใจของผมกลับยิ่งคิดถึงมันมากเท่านั้น

 

เมื่อก่อนตอนที่เรายังอยู่ข้างๆ กัน ยังเป็นเพื่อนกันในช่วงเวลาหกปีที่เราเลิกกัน ผมยังสามารถเก็บความรู้สึกต่างๆ เอาไว้ได้ แม้อยากจะกอด อยากจะพร่ำบอกว่ารัก อยากจะสัมผัสมากเพียงใดก็ตามที ผมสามารถกดมันเอาไว้ได้เสมอ

 

แต่ตอนนี้ทำไมยิ่งคิดถึง ยิ่งโหยหา ยิ่งรู้สึกอยากจะเจอ อยากจะบอกว่ารัก อยากจะพูดคุย อาจจะเพราะว่าชายมันพยายามหลบหน้าผม อาจจะเพราะว่าผมไม่ได้คุยไม่ได้เจอกับมันมานาน เลยทำให้ผมยิ่งโหยหาอยากจะเจอมันมากกว่าที่เคยเป็น

 

ผมรู้แค่ว่ามันยังอยู่ในประเทศไทย ผมรู้แค่ว่ามันยังไม่มีใคร ยังคงอยู่คนเดียวเหมือนเดิม ผมแอบหวังในสิ่งที่ไม่ควรจะหวัง ผมแอบหวังว่ามันจะยังอยู่คนเดียวไปเรื่อยๆ อยู่เพื่อรอผม...

 

ผมพยายามถามกับไอ้พายว่าชายมันอยู่ที่ไหน แต่มันก็ไม่เคยหลุดปากบอกกับผมเลย มันบอกแค่ว่าพี่ชายมันอยู่ในไทยนี่แหล่ะ มันบอกว่ามันเองก็ลำบากใจเพราะชายมันขู่เอาไว้ว่าถ้าบอกกับใครเรื่องที่อยู่มัน มันจะตัดการติดต่อไปเลย

 

ผมเลยไม่ถามอะไรมันอีกเพราะอย่างน้อยๆ มันก็ยังส่งข่าวมาทางไอ้พาย อย่างน้อยๆ ผมก็ยังได้รับรู้ความเป็นไปของมัน แต่ที่ผมรู้ว่ามันอยู่ที่เชียงรายก็เพราะว่าผมแอบได้ยินไอ้พายมันคุยโทรศัพท์กับชาย พอผมรู้ใจผมก็ลิงโลด เวลาสี่ปีที่ไม่ได้เจอกันเลยสักครั้ง แม้แต่เสียงยังแทบไม่ได้ยิน ผมคิดถึงมันแทบจะขาดใจ ผมยั้งตัวเองไม่ได้เลยไปหามัน

 

ผมเป็นคนที่เห็นแก่ตัวที่สุดใช่มั้ย ผมมีความคิดที่เห็นแก่ตัวมาก ผมอยากให้ชายยังรักและยังไม่ลืมผม ผมอยากให้มีสักวันที่ทุกอย่างมันจะหวนกลับไปเหมือนตอนที่เรารักกัน ถ้ามันมีโอกาสนั้นอีกครั้ง ผมสาบานเลยว่าผมจะทำทุกวิถีทางเพื่อให้รักของเราเป็นที่ยอมรับของทุกคน

 

แต่มันก็มองไม่เห็นทางเลยว่ามันจะเป็นเช่นนั้นได้อย่างไร

 

 

 

“พี่ปอ...โอเคนะพี่” ไอ้ต่อ...น้องชายของผมที่ตอนนี้โตขึ้นมากแล้ว มันโตพอที่จะเข้ามาช่วยดูแลกิจการของครอบครัว ผมเลยวางใจได้ในระดับหนึ่ง แต่ก็แค่ระดับหนึ่งเท่านั้น มันยังคงเป็นมัน เอ๋อ ซุ่มซ่าม ตามประสามันนั่นแหล่ะ

 

“อืม...กูโอเค” ผมยิ้มให้กับมันจางๆ ผมมักจะหลบมานั่งเงียบๆ คนเดียวเพื่อคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย หลังจากที่ผมแอบหนีไปหาไอ้ชายที่เชียงรายในวันนั้น นี่ก็ผ่านมาเป็นเดือนแล้วที่ผมไม่เคยติดต่อหรือว่าโทรไปหามันอีกเลย

 

ผมไม่ได้เชื่อในสิ่งที่มันบอก ผมไม่เชื่อหรอกว่ามันกับไอ้เต้จะเป็นคนรักกันอย่างที่มันบอก เพราะผมรู้ดีอยู่แล้วว่าไอ้เต้มันมีคนที่มันรักมากๆ อยู่แล้วทั้งคน แต่นั่นก็ทำให้ผมรู้ว่าชายมันไม่ต้องการให้ผมติดต่อกับมัน ไม่ต้องการให้ผมยุ่งเกี่ยวกับมันอีกแล้ว

 

สายตาที่แสดงออกถึงความเจ็บปวดมากมายของมัน ทำให้ผมรู้สึกว่าตัวเองมันคือคนที่เลวร้ายและเห็นแก่ตัวมากเข้าไปอีก

 

“ถ้าเหนื่อยมากก็พักเหอะพี่ปอ ทางนี้ผมดูแลเอง ไอ้พี่พายมันก็ช่วยดูแลเพราะฉะนั้นพี่ไม่ต้องห่วงนะเว้ย ผมไม่ทำร้านเราเจ๊งหรอก” มันยิ้มให้กับผมอย่างอ้อนมืออ้อนตีน ผมอยากเป็นได้อย่างมัน ชัดเจนแบบมัน กล้าที่จะเปิดเผยความรักของมันให้กับทุกคนรับรู้

 

“กูกลัวว่ามึงจะทำร้านเจ๊งจริงๆ ว่ะต่อ เผลอๆ เดินไปชนกับเด็กเสิร์ฟแล้วทำนั่นนี่หกใส่ลูกค้าขึ้นมาตายห่ากันพอดี” มันปรายตามองผมอย่างเคืองๆ ที่ผมไปจี้ใจดำมันเข้า ก็มันจริงนี่หว่า ไอ้นี่มันโตแต่ตัวแต่นิสัยมันก็ยังเหมือนเดิม ยิ่งเรื่องเอ๋อ เรื่องตามคนไม่ค่อยทันนี่มันถนัดนักละ

 

“คนเป็นห่วงนะเว้ย เห็นเทียวไปเทียวมาร้านกับโรงบาลทุกวันแบบนี้ บอกตามตรงกลัวพี่น็อคว่ะ...” ผมถอนหายใจเบาๆ ตบหัวมันแล้วก็กอดคอมันเอาไว้ มันเป็นอีกหนึ่งความสุขของผม ผมเห็นมันมีความสุขกับสิ่งที่มันเลือกผมก็เบาใจลงไปเยอะ

 

“กูไหว...แต่ยังไงก็ฝากมึงดูแลร้านกับหลานด้วยแล้วกันช่วงที่กูไม่อยู่น่ะ” ผมก้มหน้ามองเท้าตัวเอง ช่วงนี้เหมือนผมจะถูกผลกรรมตามสนอง ผมกำลังต้องเจอกับเรื่องราวมากมายที่โถมเข้าใส่ กับข่าวร้ายที่ทำให้พวกเราทั้งครอบครัวรู้สึกช็อกเป็นอย่างมาก

 

ฝ้ายป่วยหนัก...เป็นมะเร็งระยะสุดท้าย ซึ่งฝ้ายไม่ยอมบอกอะไรกับพวกเราเลย จนกระทั่งต้นเดือนที่ผ่านมาที่ฝ้ายทรุดและถูกส่งตัวเข้ารักษาที่โรงพยาบาล สิ่งที่พวกเราทุกคนได้รับรู้ก็คือเวลาที่เหลือแสนจะน้อยนิดของฝ้ายบนโลกใบนี้

 

ผมเขวและเสียใจที่ได้รับรู้ข่าวร้ายเช่นนี้ ถึงผมจะไม่อาจรักฝ้ายในฐานะคนรักได้ แต่ฝ้ายก็ถือได้ว่าเป็นคู่ชีวิตของผม เป็นเหมือนเพื่อนที่เข้าใจผมมากที่สุด คนดีๆ แบบฝ้ายไม่น่าจะต้องมาเจอกับโรคร้ายที่เข้ามาหมายจะคร่าชีวิตของฝ้ายแบบนี้เลย

 

“พี่ปอ...เข้มแข็งนะเว้ย พี่ยังมีปลายฝนกับต้นหนาวที่พี่ต้องดูแลอยู่นะ อย่าปล่อยให้ตัวเองเป็นอะไรไปรู้รึเปล่า ผมเป็นห่วง” ผมมองหน้าไอ้ต่อที่ตอนนี้ตาของมันแดงๆ มันเป็นคนที่อ่อนไหวกับเรื่องอะไรแบบนี้ แน่นอนว่าเรื่องนี้มันเป็นเรื่องที่ทำให้เราทุกคนเสียใจมาก เราพยายามยื้ออาการป่วยของฝ้าย แต่สุดท้ายแล้วมันก็ไม่เป็นผล เชื้อร้ายมันเกาะกินเกินกว่าจะเยียวยารักษา ที่ทำได้ทุกวันนี้ก็คือยื้อเวลาของฝ้ายเอาไว้เท่านั้น

 

“ต่อ...มานี่ครับ มากับพี่” ไอ้พายมันเดินเข้ามากอดไอ้ต่อเอาไว้แล้วพามันออกไป ก่อนที่จะออกไปมันตบบ่าผมเบาๆ อย่างให้กำลังใจ ผมยิ้มจางๆ อย่างขอบคุณในความรู้สึกห่วงใยที่พวกมันมีให้ต่อผม

 

ผมเคว้งมากจริงๆ ตอนนี้ ผมอยากจะมีใครสักคนกุมมือผมเอาไว้ เป็นกำลังใจให้ผมในวันที่ผมรู้สึกอ่อนล้าจนเหมือนว่าร่างกายมันจะทานทนไม่ไหว ผมฝืนรับกับทุกสิ่งทุกอย่าง นี่อาจจะเป็นผลกรรมที่มันตามมาสนองผมก็ได้

 

คนที่ทำให้คนอื่นเสียใจมาตลอดแบบผม ตอนนี้ผมต้องมานั่งเสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น สิ่งที่ไม่มีใครต้องการพบเจอ การสูญเสียที่กำลังจะมาถึง ถึงผมจะรู้ดีอยู่แก่ใจว่าทางเดียวที่ผมกับชายจะกลับมารักกันได้ คือต้องไม่มีฝ้ายอยู่บนเส้นทางนี้ แต่ผมก็ไม่เคยคิดอยากให้ฝ้ายต้องมาเจอกับจุดจบของชีวิตแบบนี้

 

“ฝ้าย...ขอโทษนะที่ปอดึงฝ้ายเข้ามาในชีวิต ปอไม่น่าดึงฝ้ายเข้ามาเลย ฝ้ายต้องทนอยู่กับปอมาตลอด แทนที่ฝ้ายจะมีความสุขมากกว่านี้” ผมนั่งก้มหน้านิ่ง มันเป็นความเจ็บปวดที่ผมก่อมันขึ้นมาเอง ผมจึงต้องยอมรับกับสิ่งที่ผมสร้างมันขึ้นมา ผมไม่อาจจะโทษโชคชะตาฟ้าดินกับสิ่งที่เกิดขึ้น มันเป็นกรรมที่ผมควรจะได้รับ

 

ฟ้าคงอยากให้ผมทรมานใจมากเลยสินะ เพราะผมทำให้คนอื่นทรมานใจมาตลอด ตอนนี้คงถึงเวลาที่ความรู้สึกเหล่านั้นจะสะท้อนกลับมาหาผมแล้ว

..........

 

 

 

 

ผมนั่งมองลูกฝาแฝดของผม ปลายฝนกับต้นหนาว ทั้งสองคนอายุได้สองขวบแล้ว ลูกสาวชื่อปลายฝน ลูกชายชื่อต้นหนาว แม่กับไอ้ต่อเป็นคนตั้งชื่อนี้ เถียงกันกับไอ้ต็อปแทบตาย มันจะให้ลูกผมชื่ออะไรก็ไม่รู้จำไม่ได้แล้ว รู้แค่ว่ายกนั้นไอ้ต่อมันชนะเพราะว่าแม่ชอบ ฝ้ายเองก็ชอบ เพราะว่าลูกเกิดช่วงปลายฝนต้นหนาวพอดี

 

เห็นชีวิตน้อยๆ ที่เพิ่งเกิดมาดูโลกยุ่งๆ ใบนี้ได้แค่สองปีกว่าๆ ก็ต้องมามีทีท่าว่าจะเสียแม่ไป ผมอาจจะไม่สามารถยื้อเวลาของฝ้ายเอาไว้ได้ แต่ผมตั้งใจว่าจะเลี้ยงลูกของเราให้ดีที่สุด

 

ผมยอมรับว่าผมมีความสัมพันธ์กับฝ้ายแค่ไม่บ่อยครั้ง ทั้งๆ ที่เราอยู่ด้วยกันในฐานะคู่รัก แต่ผมแทบไม่ได้สัมผัสฝ้ายเลย ฝ้ายเป็นคนที่สุขภาพร่างกายไม่ค่อยแข็งแรงมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว แต่เธอก็พยายามทำหน้าที่ภรรยาอย่างดีที่สุด ผมอยากจะขอบคุณฝ้ายที่ให้กำเนิดลูกน้อยทั้งสองให้กับผม

 

ทั้งปลายฝนกับต้นหนาวเป็นเหมือนความสดใสและความมีชีวิตชีวาที่เติมเข้ามาในบ้านของเรา แม่ของผมหลงหลานมากๆ แม่อยู่บ้านเลี้ยงหลานไม่ค่อยได้เข้าไปที่บ้านเสบียงเท่าไหร่ แม่ปล่อยให้พวกเราบริหารดูแลกันเอง ได้ไอ้พายเข้ามาช่วยอีกแรงก็เบาใจไปเยอะ ที่ว่าไอ้พายเข้ามาช่วยเนี่ย ไม่ใช่อะไรหรอกนะ มันเข้ามาช่วยดูแลเมียมัน หรือเอาแบบตรงๆ คือมันมาคุมเมียมันต่างหาก

 

“มาหาป๊ามาลูก มาครับมา” ผมตบมือเรียกปลายฝนที่กำลังแย่งของอยู่กับต้นหนาว พอได้ยินเสียงของผมเรียก เจ้าตัวยุ่งก็หยุดแย่งของกัน แล้วเดินเตาะแตะมาหาผม ล้มลุกคลุกคลานแต่ก็ไม่ได้เจ็บอะไร แม่ไม่ให้โอ๋ลูกมากถ้าไม่ได้เจ็บมากจริงๆ แม่บอกว่าเด็กหัดเดินก็ต้องมีล้มลุกคลุกคลานบ้าง ให้หัดยืนด้วยขาของตัวเองจะได้แข็งแรงเร็ววัน

 

ผมย้อนนึกถึงตัวเอง ผมเหมือนคนที่เพิ่งหัดเดินหรือเปล่า ผมล้มลุกคลุกคลานอยู่บ่อยครั้ง ผมยืนด้วยขาของตัวเองได้ทุกครั้ง แต่ทว่าทำไมยิ่งรู้สึกว่ามันอ่อนล้า มันไม่ได้ทำให้ผมรู้สึกว่าตัวเองแข็งแรงมากขึ้นเลย

 

“มามะมาให้ป๊าหอมหน่อยสิครับ” ผมอ้าแขนรับปลายฝนที่เดินเข้ามาหาผมก่อน ต้นหนาวหยุดยืนแล้วทำหน้าเบ้เหมือนจะร้องไห้ ผมยิ้มให้เจ้าตัวน้อยแล้วเอื้อมมือไปคว้าร่างจ้ำม่ำน่าฟัดเข้ามาสู่อ้อมกอด ผมกอดและหอมทั้งสองคนสลับกันไปมา

 

“ปะ...ป๊า...” มือเล็กๆ เอื้อมมาจับหน้าผม ผมส่งยิ้มให้กับลูกที่แต่งตัวเตรียมพร้อมจะเดินทางไปเยี่ยมแม่ของพวกเค้าพร้อมกัน มันเป็นแบบนี้อยู่ทุกวัน ผมมักจะพาลูกๆ ไปเยี่ยมฝ้าย เพราะลูกๆ เป็นเหมือนสิ่งล้ำค่าสำหรับฝ้าย

 

เด็กทั้งสองคนเป็นเหมือนปาฏิหาริย์ หมอบอกว่าฝ้ายมดลูกไม่แข็งแรง มีลูกยากและทุกคนดูตกใจไม่น้อยที่รู้ว่าฝ้ายตั้งครรภ์แถมยังเป็นลูกฝาแฝด พวกเราพยายามดูแลและประคับประคองชีวิตน้อยๆ ทั้งสองให้รอดพ้นมาได้ เด็กทั้งสองลืมตาดูโลกด้วยความแข็งแรงและปลอดภัย

 

“ต้นหนาวอย่างอแงนะครับ ต้นหนาวเป็นพี่ชายต้องเข้มแข็ง ต้องดูแลน้องปลายฝนให้ดีที่สุดนะรู้มั้ย” ผมรู้ว่าลูกยังเด็กเกินกว่าจะเข้าใจ ต้นหนาวมองผมด้วยดวงตาที่ใสซื่อบริสุทธิ์ แล้วหัวกลมๆ ก็ซุกลงมาที่อกของผม ปลายฝนยิ้มหวานอย่างน่ารักแล้วซบตัวลงมาอย่างอ้อนๆ

 

“ลูกรู้มั้ยครับ ว่าลูกเป็นของขวัญที่มีค่ามากที่สุด ป๊าจะเลี้ยงลูกให้ดีที่สุดเท่าที่ป๊าจะทำได้ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อจากนี้ไป ลูกยังมีป๊านะครับ” ผมยิ้มทั้งๆ ที่ในใจกำลังเจ็บปวด ผมเป็นคนผิด...ผิดอย่างไม่น่าให้อภัย ผมผิดกับทุกคน ความผิดมันเกาะกุมในใจของผม ผมยิ้มแต่ใจผมไม่ได้ยิ้มตาม ผมไม่ได้มีความสุขกับสิ่งที่เป็นเลยสักนิด

 

ชายต้องเจ็บปวดและเสียใจเพราะการตัดสินใจของผม ต้องอยู่อย่างโดดเดียวทั้งๆ ที่เจ้าตัวไม่ชอบการอยู่ตามลำพังเลยสักนิด ต้องทนกับความทรมานใจที่ผมเชื่อว่าทุกวันนี้ชายก็ยังคงเจ็บอยู่

 

ฝ้ายเองก็ต้องเจ็บปวดเพราะผม ฝ้ายได้อยู่กับผมแต่ทว่าใจผมไม่เคยอยู่กับฝ้ายเลย ใครต่อใครมักจะพูดว่าแต่งๆ กันไปเดี๋ยวก็รักกันเอง ผมก็หวังว่ามันจะเป็นแบบนั้น แต่ไม่ว่ายังไงผมก็รักฝ้ายไม่ได้ ผมอยู่กับฝ้ายแค่ตัวเท่านั้น ใจของผมไปทางไหนผมรู้ดี

 

ผมเองก็ทรมานกับสิ่งที่ผมเลือก ผมมักจะคิดอยู่เสมอว่าอยากจะย้อนเวลากลับไปตอนนั้น ผมจะไม่มีทางตัดสินใจแบบนี้ ตลอดระยะเวลาสิบปีที่ผ่านพ้นมา ผมไม่ได้มีความสุขกับสิ่งที่ผมเลือกเลย แต่ผมก็ทำแบบนั้นไม่ได้ สายน้ำไม่มีวันหวนกลับ ผมเข้าใจมันดี

 

ผมสัญญากับตัวเองแล้วว่าช่วงเวลาที่เหลืออยู่ของฝ้ายนั้น ผมจะทำดีกับฝ้ายให้มากที่สุด รู้หรอกว่ามันไม่สามารถทดแทนกับสิ่งที่ผ่านมาได้ แต่อย่างน้อยๆ ผมอยากจะให้ฝ้ายจากไปด้วยความรู้สึกสงบ

 

“ไหวมั้ยปอ...ถ้าไม่ไหวก็พักบ้างนะลูก” แม่เดินเข้ามาหาผมพร้อมกับลูบหัวผมเบาๆ ผมน้ำตาไหลแบบไม่รู้ตัว รู้อีกทีก็ตอนที่ปลายฝนแตะหน้าผมเบาๆ แล้วมองหน้าผมด้วยความสงสัย

 

“ป๊า...” ผมยิ้มให้กับลูกแล้วเงยหน้ามองแม่ ผมอ่อนล้ามากเหลือเกิน ผมอยากพักแต่มันก็ทำไม่ได้ เรามีแค่แม่ที่เป็นหัวหน้าครอบครัว แม่ก็มีแต่จะอายุเพิ่มมากขึ้น ถึงแม่จะยังไม่ดูไม่แก่เท่ากับอายุ แต่ทว่าแม่ก็ควรจะได้พักผ่อนไม่ต้องทำงานหนักอะไรแล้ว

 

ผมที่เป็นลูกคนโตก็ต้องรับผิดชอบดูแลครอบครัวของเราให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ แม่ไม่เคยออกปากขอให้ผมทำ แต่ด้วยความรู้คุณที่ผมสำนึกอยู่ตลอดเวลา ผมจึงพยายามทำหน้าที่ลูกที่ดีให้กับแม่ เพื่อให้แม่ได้ภาคภูมิใจ

 

“ปอไหวครับแม่” ผมยิ้มทั้งน้ำตา แม่นั่งลงแล้วกอดผมกับลูกเอาไว้ เวลาที่อยู่ในอ้อมกอดของแม่ผมมักจะอ่อนแอและทำตัวเหมือนว่าผมยังเป็นลูกน้อยของแม่เสมอ อ้อมกอดของแม่อบอุ่นที่สุดแล้วจริงๆ

 

“ไม่เป็นไรนะปอ ปอทำทุกทุกอย่างดีที่สุดแล้ว แม่รักปอนะครับ” ผมพยักหน้ารับแล้วพยายามกลั้นน้ำตาเอาไว้ มันไม่ใช่เวลาที่จะมาอ่อนแอ ผมต้องเข้มแข็งเพื่อลูก เพื่อให้ฝ้ายสบายใจ เหลือเวลาอีกไม่นานแล้วจริงๆ กับหนึ่งชีวิตที่น่าจะยืนยาวกว่านี้ ชีวิตที่แสนสวยงาม คนที่จิตใจดีงามอย่างฝ้ายไม่น่าพบจุดจบของชีวิตแบบนี้เลย

 

“แม่...” ผมพูดอะไรไม่ออกเลยจริงๆ แม่ลูบหัวผมและเช็ดน้ำตาให้กับผมอย่างอ่อนโยน พร้อมกับอุ้มปลายฝนและเรียกให้พี่ใจดีที่เป็นพี่เลี้ยงของเด็กๆ มารับต้นหนาวไปจากผม

 

“ปอพักสักแป๊บดีกว่านะลูก ยังไม่พร้อมแบบนี้อย่าเพิ่งขับรถไปเลย ปอต้องนึกถึงลูกด้วยนะ ตอนนี้ปอไม่ได้ตัวคนเดียวแล้ว ทำอะไรต้องมีสติ ปอต้องดูแลลูกนะครับ” แม่เตือนสติผม ผมพยักหน้ารับด้วยความเข้าใจ ก่อนจะทิ้งตัวลงนอนบนโซฟา บอกกับตัวเองว่าพักให้จิตใจสงบก่อนค่อยว่ากันอีกที

 

 

 

 

สรุปแล้ววันนี้ผมก็ไม่ได้ขับรถไปเอง เพราะว่าไอ้พายมันอาสาจะไปส่งผมที่โรงพยาบาล คืนนี้ผมจะอยู่เป็นเพื่อนฝ้ายที่นั่นด้วย เลยไม่จำเป็นต้องขับรถไปเอง ผมนั่งอุ้มต้นหนาวอยู่บนตัก ส่วนปลายฝนอยู่กับไอ้ต่อทางเบาะหน้า ทั้งสองคนเป็นที่รักของคนทั้งบ้าน แม้แต่ไอ้พายเองก็ตามที มันดูรักลูกผมมาก ผมมองเห็นมันแล้วก็อดที่จะนึกถึงพี่ชายของมันไม่ได้

 

“จ๊ะเอ๋...” เสียงไอ้พายครับ เห็นหน้านิ่งๆ แบบนั้นมันก็เล่นกับเด็กเป็นนะครับ

 

“จะเอ๋ห่านอะไรไอ้พี่พาย มองถนนสิครับพี่ อย่าเพิ่งเล่นกับหลาน เดี๋ยวก็พากันไปจ๊ะเอ๋ต้นไม้ข้างทางพอดี” ไอ้ต่อมันเหวใส่ไอ้พายที่เล่นไม่รู้เวลา ผมแอบส่ายหน้าอย่างระอาใจ มันทะเลาะกันได้ทุกวี่ทุกวัน ไม่รู้ว่ามันไม่เหนื่อยกันบ้างรึไงก็ไม่รู้

 

“อาต่อนี่ขี้บ่นจังเลยเนอะ เดี๋ยวอาพายกลับไปถึงบ้านจะต้องลงโทษอาต่อหน่อยแล้วเนอะปลายฝน” เวลาที่มันสองตัวอยู่ต่อหน้าหลานๆ มันไม่ค่อยพูดจาหยาบๆ ใส่กันเท่าไหร่ ก็ไม่ได้ห้ามมันนะ มันคงคิดเองได้แหล่ะครับว่าอย่าเพิ่งให้หลานรับรู้ความดาร์คของชีวิตตั้งแต่ยังเด็กแบบนี้เลย

 

“ปลายฝนกับต้นหนาวดูเอาไว้นะครับ ถ้าโตขึ้นไปแล้วคิดจะมีแฟน ต้องเลือกดีๆ อย่าไปหลงคนที่หน้าตานะครับลูก บางคนหน้าตาดีแต่สัน...เอ๊ย นิสัยไม่ดีนะลูก” ผมว่าไอ้ต่อมันปากวอนหาเรื่องจริงๆ นั่นแหล่ะ เห็นมันหาเรื่องไอ้พายทีไรตัวเองถูกเล่นกลับทุกที

 

“พี่ปอ น้องพี่แม่งน่าลากกลับห้องว่ะ เดี๋ยวส่งพี่ไปโรงบาลเสร็จขอเวลาส่วนตัวสักชั่วโมงนะพี่ก่อนเข้าร้าน” ผมพยักหน้ารับอย่างระอาใจ เชิญมึงสองตัวสมสู่กันตามสบายเถอะครับ กูไม่ห้าม เพราะห้ามไม่ได้

 

“ขอโทษครับ จะนั่งกอดหลานเงียบๆ ไม่พูดอะไรแล้ว” ไอ้ต่อมันยกหลานขึ้นมากั้นเอาไว้ แล้วนั่งคุยกับหลานงุ้งงิ้งอยู่เงียบๆ ไอ้พายมันยิ้มอย่างพึงพอใจที่แกล้งน้องผมได้ มันรักกันตามประสามันนั่นแหล่ะ ผมชินแล้วหล่ะ เห็นมันรักกันดีก็เออ...ดีแล้วหล่ะ

 

“เออ...พาย พี่ชายมึงเป็นไงบ้างวะ” ผมเอ่ยถามขึ้นมาหลังจากที่คิดทบทวนอยู่สักพักว่าจะถามดีมั้ย ผมไม่ได้ถามเรื่องชายมาจะเป็นเดือนแล้ว ถามพวกมันมากๆ เดี๋ยวมันจะผิดสังเกตเปล่าๆ มันไม่รู้เรื่องที่ผ่านมาระหว่างผมกับชายก็ดีแล้ว มันไม่จำเป็นอะไรที่พวกมันจะต้องมารับรู้หรอก ให้มันตายลงไปพร้อมๆ กับผมนี่แหล่ะ

 

“ผมว่าจะถามหลายทีแล้วนะพี่ปอ พี่กับพี่ชายทะเลาะอะไรกันหรือเปล่าวะ ทั้งๆ ที่เป็นเพื่อนสนิทกันมากๆ แบบนั้น แต่ทำไมต้องถามผ่านผมวะพี่...ไมไม่คุยกันเอง” มันคงสงสัยมานานแล้ว แต่ก็ไม่ได้ถามอะไร

 

ผมมองออกไปที่นอกหน้าต่าง ไม่ได้มองสบตากับมัน มองตามันมากๆ แล้วเหมือนผมเห็นหน้าพี่ชายมันลอยมาทับ ผมไม่ได้พิศวาสอะไรไอ้พายหรอกนะอย่าเข้าใจผิด แค่ตาของมันสองคนเหมือนกันมาก เพียงแค่ตาของไอ้พายมันดุกว่า เข้มกว่าก็เท่านั้น

 

“กูยุ่งๆ กับเรื่องร้าน เรื่องฝ้าย เลยไม่ได้คุยกับมันเท่าไหร่” เป็นข้ออ้างที่ไม่ได้เข้าท่าเลยว่ามั้ย แต่ก็นั่นแหล่ะ ผมก็ไม่รู้ว่าจะอ้างออกไปยังไง ก็อย่างที่ไอ้พายมันถามนั่นแหล่ะ คนเป็นเพื่อนกันต่อให้ห่างกันไปนานแค่ไหน ก็น่าจะสามารถติดต่อกันเองได้ ไม่ใช่มาถามผ่านทางมันแบบนี้

 

“ที่ถามเนี่ยเพราะว่าสงสัยเฉยๆ นะพี่ ไม่ได้รำคาญอะไร เพราะตอนนี้พี่ชายก็ไม่ค่อยได้ติดต่อมาเท่าไหร่ เห็นครั้งล่าสุดที่คุยกันมันบอกว่าอยู่กับเพื่อนที่ไปออกแบบรีสอร์ทให้ มีเพื่อนอยู่ด้วยไม่ต้องห่วงอะไร” ผมพยักหน้ารับ ไอ้เต้มันอยู่แบบนั้นก็วางใจได้ระดับหนึ่ง...

 

ความจริงผมก็ไม่มีสิทธิ์จะไปหึงหรือว่าหวงอะไรแล้วหล่ะ แต่ผมก็ยังคงเป็นห่วงมันอยู่ตลอดเวลา มันห้ามไม่ได้จริงๆ ผมก้มลงมองลูกของผมที่นอนหลับซุกอยู่ที่ตัก ผมลูบหัวยุ่งๆ ของต้นหนาวเบาๆ เจ้าตัวน้อยยิ้มรับเหมือนจะรู้สึกได้ถึงไออุ่นจากมือของผม

 

“นี่ถ้าพี่ปอไม่แต่งงานมีลูกแล้วเนี่ย ผมจะแอบคิดว่าพี่ปอกับพี่ชายแอบมีอะไรๆ กัน แน่ๆ ทำเหมือนคนรักที่ทะเลาะกันเลยรู้ตัวป่ะ” ไอ้ต่อมันเป็นคนที่คิดอะไรก็พูดออกมาหมดทุกอย่าง มันก็ไม่ผิดหรอก ผิดที่ผมนี่แหล่ะที่มีชนักติดหลัง ผมสะอึกกับคำพูดของมัน ผมทำตัวชัดเจนกับมันมากขนาดนั้นเลยหรอวะ ไม่อย่างนั้นซื่อบื้อแบบไอ้ต่อคงไม่มีทางมองเห็นและคิดได้หรอก

 

“ต่อครับ...เก็บปากไว้ให้พี่จูบดีกว่ามั้ย พูดอะไรไม่รู้จักคิด” ไอ้พายมันมองผมผ่านทางกระจกด้วยสีหน้าที่ดูเหมือนว่ามันจะจับสังเกตผม ผมก็ทำเพียงแค่นิ่งๆ แล้วก้มลงลูบหัวต้นหนาวต่อไป

 

“ไรอ่ะพี่พาย ก็แค่แซวเล่นเองนะเว้ย มันไม่มีทางเป็นไปได้อยู่แล้วนี่หว่า พี่ปอเค้ามีครอบครัวแล้ว...”

 

“พี่ว่าน้องต่อแดก...เอ๊ย กินหนมไปเถอะครับ อย่าพูดมากเลยพี่หมั่นมากอ่ะครับ” ไอ้พายมันส่ายหน้าอย่างระอาใจในความซื่อถึงขั้นบื้อของไอ้ต่อ ผมเห็นมันชำเลืองมองผมผ่านทางกระจกบ่อยครั้ง บางทีสิ่งที่ไอ้ต่อพูดขึ้นมาอาจจะจุดชนวนความคิดบางอย่างของไอ้พายก็เป็นไปได้

 

“น้องกูแม่งเพ้อเจ้อนะมึงว่ามั้ยน้องเขย มึงลองไปแต่งนิยายขายมั้ยต่อ เผื่อจะรวย” ผมจำใจต้องพูดเลี่ยงประเด็นออกไป ไอ้พายมันรวมมือกับผมมาก มันยำไอ้ต่อซะจนไอ้ต่องอนไม่ยอมคุยไม่ยอมพูดอะไรอีกเลย ผมละสายตาออกไปมองที่นอกหน้าต่างอีกครั้ง ยิ่งมีเรื่องไม่สบายใจมากเท่าไหร่ ผมก็คิดถึงชายมากเท่านั้น

 

เพราะว่าคนที่เข้าใจผมมากที่สุดว่าผมกำลังรู้สึกนึกคิดอะไรคือมัน...แค่มันคนเดียวเท่านั้นจริงๆ

 

.

.

.

 

 

 

 

 

 

พวกเรามาถึงโรงพยาบาลที่ฝ้ายรักษาตัวอยู่ ต่ออาสาอุ้มปลายฝนในขณะที่พายรับอาสาอุ้มต้นหนาวให้ ผมถือของบำรุงที่แม่เตรียมเอาไว้มาฝากฝ้าย เราก็เดินมาตามทางอย่างคุ้นเคย เวียนเข้าออกโรงพยาบาลกันอยู่ทุกวัน ความจริงแล้วแม่ไม่ค่อยอยากให้พาปลายฝนกับต้นหนาวมาสักเท่าไหร่ เพราะกลัวว่าเด็กๆ จะป่วย แต่อีกใจหนึ่งพวกเราทุกคนก็อยากจะพาปลายฝนกับต้นหนาวมาเยี่ยมฝ้าย เพราะว่าลูกเป็นเหมือนหัวใจของเธอ

 

“หม่ำๆ” ปลายฝนส่งเสียงเรียกร้องขอกินนม มือเล็กๆ ยกขึ้นตบที่หน้าไอ้หมาต่อเบาๆ มันหลบมือหลานแต่ก็ไม่พ้น ปลายฝนตามตีหน้าไอ้ต่อจนผมอดที่จะขำไม่ได้ ไอ้พายนี่ดูจะสะใจมากที่ไอ้ต่อมันโดนทึ้งแบบนั้น

 

“พี่พายมึงอย่ามาขำ มาโดนแบบกูมั่งมั้ยครับ...โอ๋ๆ อาต่อไม่ได้ว่าอะไรปลายฝนเลยนะคะ อย่างอแงสิคะ เดี๋ยวไปถึงห้องแล้วอาต่อพาไปหม่ำๆ นมนะ” มันดูแลลูกผมดีมากๆ มากจนผมรู้สึกว่าเด็กทั้งสองคนนี้โชคดีมากๆ ที่ได้เกิดมาในครอบครัวของเรา

 

“เอาแล้วไง สมกับที่เป็นฝาแฝดกันจริงๆ” ไอ้พายมันพูดขึ้นมาหลังจากที่ต้นหนาวเริ่มงอแงร้องหานมกินตามปลายฝน ไอ้ต่อนี่หัวเราะลั่นแบบไม่เกรงใจสถานที่เลย เพราะตอนนี้ต้นหนาวทึ้งหัวไอ้พายใหญ่แล้ว

 

“โอ๋ๆ เดี๋ยวอาพายเอานมให้กินนะครับ อย่างอแงน้า” มันเอาคางถูๆ แก้มของต้นหนาว เจ้าตัวน้อยก็ดิ้นขลุกขลักแล้วหัวเราะเสียงใส ไอ้ต่อมันมองอย่างอิจฉา เพราะว่ามันโอ๋ปลายฝนมาตั้งนานไม่มีทีท่าว่าจะเงียบเลย

 

“ต้นหนาวครับ...อย่าหลงความหล่อของอาพายเหมือนที่อาหลงสิครับ มันก็แค่หน้ากากเท่านั้น มองดูดีๆ ดิครับ อาพายมีหูแหลมๆ มีหางด้วยนะครับ” ผมละความสนใจมาจากไอ้คู่รักฮาร์ดคอที่มันชอบเถียงกันทุกวี่ทุกวันไม่ว่างเว้น ผมเดินมาเปิดประตูห้องที่ฝ้ายพักรักษาตัวอยู่

 

ผมเดินเข้ามาทางด้านใน พร้อมกับหันไปยกนิ้วส่งเสียงเตือนให้ไอ้ต่อกับไอ้พายเงียบเสียงลง มันสองคนก็ทำตามอย่างว่าง่าย แล้วแยกพาเด็กๆ ไปนอนกินนมที่โซฟา ผมวางของลงบนโต๊ะ แล้วเดินมานั่งข้างๆ เตียงนอน

 

ร่างบอบบางที่ดูขาวซีดนอนหลับตานิ่งอยู่บนเตียงนอน อกบางกระเพื่อมขึ้นลงเบาๆ ช้าๆ บ่งบอกให้รู้ว่าเธอยังคงมีลมหายใจ ผมมองภาพตรงหน้าด้วยความเจ็บปวดที่ไม่สามารถทำอะไรเพื่อฝ้ายได้เลย

 

พ่อกับแม่ของฝ้ายเล่าความจริงให้ฟังว่าฝ้ายเป็นโรคร้ายมาปีกว่าๆ แล้ว แต่ฝ้ายไม่ยอมให้บอกกับพวกผม ฝ้ายไม่อยากให้พวกเรากังวลใจกับอาการป่วยของเธอ เธอก็เวียนเข้าออกโรงพยาบาลเพื่อรักษาอาการป่วยที่เป็น แต่เนื้อร้ายมันกัดกร่อนและรุกลามไปเร็วมากจนเกินจะเยียวยารักษา

 

ผมกุมมือขาวซีดของฝ้ายขึ้นมา ฝ้ายผอมลงจากเดิมมาก จากที่เป็นคนผอมอยู่แล้วตอนนี้ฝ้ายกลับผ่ายผอมจนดูเหมือนว่าร่างกายจะกลืนไปกับที่นอน ผมยกมือของฝ้ายขึ้นมาแล้วซบหน้าลงไป ผมทำร้ายผู้หญิงคนนี้มากมายเหลือเกิน ผมยังคงตอกย้ำกับตัวเองอยู่ตลอดเวลาว่าผมคือคนเลวที่เห็นแก่ตัว ผมจะไม่โกรธเลยหากว่าฝ้ายหรือแม้แต่ชายเองก็ตาม จะตราหน้าด่าผมว่าผมคือคนเลว เพราะมันไม่ใช่เรื่องผิดอะไร มันถูกแล้วจริงๆ

 

แต่ทว่าทั้งสองคนกลับไม่เคยต่อว่าผมเลย ทั้งสองคนกลับเข้าใจในสิ่งที่ผมเลือก สิ่งที่ผมกระทำลงไป จริงๆ แล้วผมมันก็แค่คนขี้ขลาดที่เลือกความสุขของครอบครัวมากกว่าจะพยายามสู้เพื่อความสุขของตัวเอง เหมือนว่าผมทำสิ่งที่ยิงใหญ่ แต่จริงๆ ก็แค่ยกมันขึ้นมาอ้างเพื่อให้ตัวเองดูดีมีเหตุผลก็เท่านั้น

 

“อืม...ปอ” เธอค่อยๆ ลืมตาตื่นขึ้นมา ผมส่งยิ้มให้กับฝ้าย ฝ้ายยิ้มจางๆ ให้กับผม ผมกระชับมือให้แน่นมากขึ้น แล้วก้มลงจูบเบาๆ ที่หน้าผากของฝ้าย

 

“เป็นไงบ้างครับ วันนี้ปอพาลูกๆ มาเยี่ยมฝ้ายด้วยนะ” ผมเบี่ยงตัวหลบให้ฝ้ายมองเห็นปลายฝนกับต้นหน้าที่นอนพิงไอ้ต่อกับไอ้พายดูดนมจากขวดจนแก้มป่อง ภาพที่แสนน่ารักที่ฝ้ายชอบนั่งมองด้วยความเพลินใจ

 

"ขอบคุณค่ะปอ" เธอพยายามขยับตัวขึ้นนั่ง แต่ทว่าร่างกายของฝ้ายในยามนี้ไร้เรี่ยวแรงมากจริงๆ ผมมองดูเธอด้วยความสะท้อนใจ ผมประคองเธอให้นั่งพิงที่หัวเตียงแล้วห่มผ้าให้กับฝ้าย

 

“หิวมั้ยครับ ทานซุปไก่หน่อยมั้ย แม่เคี่ยวให้ฝ้ายโดยเฉพาะเลยนะครับ” ผมกุมมือฝ้ายเอาไว้แล้วเอ่ยถามออกไปเอมองหน้าผมแล้วยิ้มอยู่อย่างนั้น จนผมรู้สึกว่าฝ้ายดูแปลกๆ ยังไงก็ไม่รู้

 

“ดีจังเลยนะคะ...ที่สายตาของปอมองมาที่ฝ้ายแบบนี้” ผมชะงักกับคำพูดของฝ้าย ผมเหมือนถูกหมุดปักลงกลางใจแล้วถูกตอกย้ำให้มันปักลงไปแน่นยิ่งขึ้นด้วยคำพูดที่เหมือนตัดพ้อแต่ทว่าใบหน้าของฝ้ายกลับเต็มไปด้วยรอยยิ้ม

 

“ฝ้ายขอบคุณปอมากนะคะสำหรับทุกสิ่ง...”

 

“ปอต่างหากที่ต้องขอบคุณฝ้าย ขอบคุณสำหรับทุกสิ่งทุกอย่างที่ฝ้ายทำเพื่อปอ ฝ้ายทานซุบนะ ปอจะป้อนฝ้ายเอง” ผมบีบมือฝ้ายเบาๆ แล้วลุกขึ้นไปเทซุปใส่ชามเพื่อนำมาป้อนฝ้าย ปลายฝนกับต้นหนาวนอนหลับซุกอกของพายกับต่อเรียบร้อยแล้ว

 

“พี่ฝ้ายทานเยอะๆ นะครับ สูตรเด็ดของคุณนายพรทิพย์เลยนะครับเนี่ย ทานแล้วต้องแข็งแรงแน่นอน” ไอ้ต่อมันอุ้มหลานแล้วค่อยๆ วางลงบนโซฟา ผมนั่งลงที่เดิมแล้วค่อยๆ ตักซุปอุ่นๆ ขึ้นมาเป่า แล้วค่อยๆ จ่อที่ปากของฝ้าย ปากของเธอดูซีดไม่ต่างจากผิวกายเลยทีเดียว

 

“แค่กๆ” ฝ้ายสำลักซุปที่ทานเข้าไป ผมวางถ้วยซุปแล้วหยิบผ้ามาค่อยๆ ซับปากให้ฝ้าย ผมมองเห็นเลือดที่ปะปนมาด้วย แต่ทว่าผมไม่ได้พูดไม่ได้บอก ผมลูบหลังของฝ้ายเบาๆ

 

“ปวดท้องหรือครับ ถ้าทานไม่ได้ก็ไม่เป็นไรนะครับ ไว้รอฝ้ายอยากทานเดี๋ยวปอค่อยป้อนอีกครั้งแล้วกันเนอะ” ผมลูบหน้าฝ้ายเบาๆ น้ำตาที่ไหลนองอยู่ในใบหน้าสวยเห็นแล้วเศร้าใจมากจริงๆ มันไม่มีทางรักษาเลยจริงๆ หรือ ทำไมโรคร้ายนี่ต้องมาคร่าชีวิตที่แสนบริสุทธิ์นี้ด้วย

 

ให้เป็นผมแทนเสียยังดีกว่า...บางทีผมก็คิดแบบนั้น คนแบบผมสมควรหายไปจากโลกใบนี้ เผื่อว่าคนรอบกายของผมจะได้ไม่ต้องเสียใจเพราะผม ผมไม่ได้มีค่ามากมายอะไรขนาดนั้นเลยจริงๆ

 

“ให้ปอเรียกหมอมั้ย ฝ้ายไหวหรือเปล่า...” ผมเอ่ยถามพลางพยุงฝ้ายให้ล้มลงนอน ฝ้ายไม่ยอมทานอะไรเลย จะพูดให้ถูกต้องบอกว่าร่างกายของฝ้ายไม่รับสิ่งใดๆ เลยต่างหาก มันเลยยิ่งทำให้ฝ้ายไร้เรี่ยวแรงที่จะต่อสู้กับมัน

 

คนที่รู้ตัวว่าตนเองเหลือเวลาอยู่เท่าไหร่บนโลกใบนี้ มันคงเหมือนนักโทษที่รอวันประหาร รู้อยู่แก่ใจว่าสุดท้ายแล้วตนเองต้องหายไปจากโลกที่ยุ่งเหยิงใบนี้ คงมีแค่ไม่กี่คนหรอกที่จะเข้มแข็งและมีแรงต่อสู้กับมันได้

 

“ไม่เป็นไรค่ะ ฝ้ายไหว...ฝ้ายอยากใช้เวลาทุกวินาทีที่มีให้คุ้มค่าที่สุด ฝ้ายอยากอยู่กับปอไปนานๆ” เธอยิ้มให้กับผมเสมอ ผู้หญิงที่แสนดีคนนี้ยิ้มให้กับผมมาตลอด ไม่เคยถามอะไร ไม่เคยพูดอะไรที่ทำให้คนอื่นลำบากใจ ฝ้ายเองก็รู้ดีว่าผมมีใครอีกคนอยู่ในใจ แต่ฝ้ายไม่เคยถาม ไม่มีสักครั้งที่จะหลุดปากถามอะไรออกมา

 

ฝ้ายคงเจ็บปวดและทรมานมากเลยสินะ

 

“ฝ้ายต้องอยู่กับปอไปนานๆ นะ อยู่เลี้ยงลูกของเราด้วยกัน ปลายฝนกับต้นหนาวต้องการไออุ่นจากฝ้ายนะครับ” เธอหลับตาลงช้าๆ พร้อมกับน้ำตาที่ไหลรินอาบแก้ม ผมค่อยๆ ใช้นิ้วมือป้ายน้ำตาออกจากหน้าของเธออย่างแผ่วเบา

 

กลัวเหลือเกิน...กลัวว่าสัมผัสแรงๆ แล้วฝ้ายจะแตกสลายไปต่อหน้าต่อตา

 

“ปอคะ...ปอช่วยอะไรฝ้ายสักอย่างได้มั้ยคะ” ฝ้ายลืมตามองหน้าผม สายตาที่ดูอ่อนแรงจ้องมองผมอย่างรอคำตอบ ผมพยักหน้ารับโดยที่ไม่จำเป็นจะต้องถามว่าฝ้ายอยากให้ผมช่วยอะไร เพราะไม่ว่าฝ้ายจะต้องการอะไรผมก็จะเต็มใจทำให้ฝ้ายทุกอย่าง

 

“ฝ้ายมีอะไรที่อยากให้ปอช่วยก็ว่ามาได้เลยครับ...”

 

“ปอช่วยบอกว่ารักได้มั้ย ฝ้ายอยากได้ยินสักครั้ง...ก่อนที่ฝ้ายจะ ฮึก...ก่อนที่ฝ้าย...ฮือ” เธอร้องไห้ออกมาทันทีทั้งๆ ที่ยังพูดไม่จบ คำที่มันทิ่มแทงหัวใจของพวกเราทุกคน ผมกอดฝ้ายเอาไว้แนบอก ผมได้ยินเสียงเปิดประตู ไอ้พายกับไอ้ต่อคงพากันออกไปรอที่ข้างนอก คงเพราะอยากให้เราได้อยู่ด้วยกันตามลำพัง

 

“ปอรักฝ้าย...รักและขอบคุณสำหรับทุกสิ่งทุกอย่างที่ฝ้ายทำเพื่อปอเสมอมา ไม่เอาไม่ร้องนะครับ อย่าร้องไห้มากไปกว่านี้เลย” น้ำตาของผมไหลรินเป็นทาง ผมทำร้ายหัวใจของคนสองคนในเวลาเดียวกัน ไม่สิ...มันน่าจะเป็นคนสามคนเสียมากกว่า เพราะตัวของผมเองก็เจ็บเจียนตาย มันทรมานมากจนผมแทบจะทานทนไม่ไหวอีกแล้ว

 

“ฝ้ายอยากอยู่กับปอให้นานมากกว่านี้ ฮึก...” ผมพยักหน้ารับอย่างเข้าใจ ผมเข้าใจความรู้สึกของฝ้ายดี ฝ้ายรักผมมาก รักมานานแล้ว รักตั้งแต่ตอนที่เรียนมหาลัยมาด้วยกัน ผมรู้อยู่แก่ใจเสมอมา แต่ผมก็ให้ฝ้ายได้แค่เพื่อนเท่านั้นจริงๆ

 

“อยากดูแล อยากทำหน้าที่ของฝ้ายให้ดี...”

 

“ฝ้ายทำทุกอย่างดีแล้วครับ ดีมากเกินกว่าที่คนอย่างปอควรได้รับเสียอีก ฝ้ายอย่าร้องไห้นะ ฝ้ายต้องไม่เป็นอะไร เราจะอยู่เลี้ยงลูกไปด้วยกันนะฝ้าย...” ผมกอดฝ้ายเอาไว้ เธอพยายามเงียบเสียงสะอื้นของตัวเอง ผู้หญิงตัวเล็กๆ อย่างฝ้ายกลับเข้มแข็งและเด็ดขาดมากกว่าผมเสียอีก

 

“นอนพักนะครับ ปอจะอยู่เป็นเพื่อนฝ้ายเอง ปอจะอยู่ข้างๆ ฝ้ายนะ เวลาที่ฝ้ายตื่นมาจะได้เห็นหน้าปอเป็นคนแรกไงครับ” ผมลูบหัวของฝ้ายอย่างเบามือที่สุด เธอยิ้มทั้งๆ ที่นอนหลับตาและมีน้ำตาไหลรินตลอดเวลา ฝ้ายพยักหน้ารับคำพูดของผม

 

“ปอคะ...ฝ้ายฝากปอดูแลลูกของเราด้วยนะคะ เลี้ยงเค้าให้เป็นคนดีเหมือนอย่างที่ปอเป็น ฝ้ายเชื่อว่าปอจะดูแลลูกของเราได้” คำพูดที่เหมือนคำสั่งเสียของฝ้ายทำให้ผมใจไม่ดีเลย ผมกอดฝ้ายเอาไว้เพื่อมอบไออุ่นให้กับฝ้าย ฝ้ายคงหนาวในหัวใจมากเลยสินะ ถึงตัวเราจะอยู่ด้วยกัน แต่ผมก็ไม่อาจเปิดใจรับฝ้ายเข้ามาได้แบบนั้น

 

“เราจะอยู่เลี้ยงลูกด้วยกันนะฝ้าย ฝ้ายนอนพักนะครับตื่นขึ้นมาจะได้เล่นกับลูก” ผมพยายามบอกให้ฝ้ายนอนพักเสียก่อน ไม่อยากให้ฝ้ายสะอื้นมากไปกว่านี้ ฝ้ายเจ็บปวดไปทั้งร่างกาย ยิ่งเห็นผมยิ่งทรมานในใจเหลือเกิน

 

“ฝ้ายไม่อยากนอนเลยปอ...ฝ้ายกลัวว่าจะไม่ได้ตื่นขึ้นมาเจอหน้าปอกับลูกอีก...”

 

“อย่าพูดแบบนั้นสิฝ้าย ฝ้ายต้องอยู่กับปอกับลูกไปอีกนานๆ นะครับ ปอจะนั่งกุมมือฝ้ายเอาไว้แบบนี้ รับรองเลยว่าฝ้ายตื่นมาจะเจอปออยู่ตรงนี้ไม่ไปไหนอย่างแน่นอน

 

“ขอบคุณนะคะ...” ฝ้ายค่อยๆ หลับตาลงอีกครั้ง ผมกระชับมือของฝ้ายเอาไว้แน่นแล้วนั่งมองหน้าที่ดูซีดเซียวของฝ้ายไม่ละสายตาไปไหน สิ่งเดียวที่ผมทำให้ฝ้ายได้ในตอนนี้ คือให้กำลังใจฝ้าย พยายามให้ฝ้ายมีแรงใจที่จะต่อสู้และยื้อเวลาเอาไว้ เผื่อว่าจะมีปาฏิหาริย์เกิดขึ้นกับฝ้าย

 

 

 

 

ผ่านมาเนิ่นนานนับชั่วโมงที่ผมนั่งกุมมือฝ้ายเอาไว้ ผมมองดูฝ้ายสลับกับมองดูลูกของเราที่นอนหลับอยู่ ต่อกับพายยังอยู่ด้วยกันที่นี่ มันสองคนนั่งเงียบๆ เขี่ยแก้มเล่นผมหลานแล้วยิ้มให้กันอยู่ในมุมเงียบๆ ของมัน

 

ผมอยากมีความสุขแบบที่มันสองคนมีความสุขบ้างจริงๆ ในสายตาของไอ้ต่อกับไอ้ต็อปแล้ว ผมอาจจะเหมือนฮีโร่ที่แสนจะแข็งแกร่ง กล้าหาญ คอยปกป้องดูแลพวกมันมาตลอด แต่เอาเข้าจริงๆ แล้วมันต่างหากที่เข้มแข็งและกล้าหาญกว่าผม

 

เพราะตัวผมนั้นยังไม่กล้าแม้แต่จะสู้เพื่อความรักของตัวเองเลยสักนิด ตัดสินใจผิดๆ ทำให้ทุกคนต้องทนเจ็บปวดมานานแสนนานกว่าสิบปีแบบนี้

 

ผมละสายตาจากลูกและน้องมาที่ฝ้าย เมื่อเริ่มรู้สึกได้ถึงความผิดปกติที่เกิดขึ้น ฝ้ายนอนร้องครวญครางด้วยความทรมาน มือกุมท้องและบิดตัวไปมา ผมปลุกฝ้ายให้ได้สติ แต่ดูเหมือนว่าฝ้ายจะไม่มีสติเท่าไหร่ ฝ้ายยังคงร้องด้วยความทรมานจนลูกน้องทั้งสองสะดุ้งตื่นด้วยความตกใจ

 

“พาย...เรียกหมอให้กูที” ผมทำอะไรไม่ถูก สิ่งแรกที่นึกถึงคือหมอ ต้องตามหมอมาดูอาการของฝ้ายให้เร็วที่สุด ไอ้พายมันมองไอ้ต่อที่ดูตกใจไม่น้อย มันลูบหัวต่อเบาๆ แล้วรีบวิ่งออกไปทันที

 

“ไม่เป็นไรนะครับ ปลายฝนกับต้นหนาวอย่าร้องนะครับ อยู่กับอาต่อนะ” มันกอดลูกของผมเอาไว้แน่น ในขณะที่ผมเองก็กอดฝ้ายเอาไว้ พยายามเรียกฝ้ายให้ได้สติ แต่ทว่าฝ้ายก็ยังคงดิ้นแบบทุรนทุรายกับอาการเจ็บปวดที่ผมไม่รู้ว่าจะต้องทำอย่างไรเพื่อแบ่งเบาความเจ็บเหล่านั้นออกมาบ้าง

 

“ฝ้าย...ฝ้ายครับ ฝ้ายได้ยินปอมั้ย” ผมพยายามแล้ว แต่มันก็ไร้ผล ฝ้ายดูทรมานและเจ็บปวดมากเหลือเกิน ผมทำอะไรไม่ถูกแล้วจริงๆ ผมอยากจะช่วยฝ้ายแต่ผมก็ทำอะไรไม่ได้

 

ไม่นานหมอและพยาบาลก็มา ฝ้ายถูกนำตัวเข้าห้องฉุกเฉินเพื่อทำการตรวจดูอาการและรักษา ผมนั่งกุมมือตัวเองแน่นแล้วก้มหน้านิ่งอยู่หน้าห้องไม่ขยับไปไหน ต่อกับพายมันดูแลหลานให้ แม้ว่าไอ้ต่อมันจะเอาแต่กอดไอ้พายเอาไว้ไม่ห่างก็ตามที

 

“เข้มแข็งนะครับเป็นต่อ อย่าร้องไห้นะครับคนดีของพี่ พี่อยู่ข้างๆ ต่อนะ” พายกับต่อนั่งอยู่ไม่ไกลจากผม ผมเงยหน้าขึ้นมองเมื่อมีมือเล็กๆ เอื้อมมาจับขาผม ต้นหนาวเดินเตาะแตะมาหาผมตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ ผมอุ้มลูกขึ้นมากอดเอาไว้แนบอก น้ำตาที่รินไหลมันเป็นเครื่องเตือนใจให้ผมรู้สึกว่าผมเลวร้ายมากเพียงใด

 

“ป๊าขอโทษนะครับ...ขอโทษนะครับลูก ป๊าขอโทษ” ลูกผมไม่ควรต้องมาเจอกับความสูญเสียตั้งแต่ยังเยาว์วัยแบบนี้ พวกแกควรจะได้อยู่อย่างอบอุ่นในครอบครัวที่พร้อมด้วยความรัก

 

“ป๊า...รักนะฮับ” เสียงเล็กๆ บอกรักกับผม ผมกอดต้นหนาวเอาไว้แนบแน่นแล้วร้องไห้เงียบๆ อยู่คนเดียว ผมควรจะเข้มแข็งใช่มั้ย ควรจะเป็นหลักให้กับแม่น้องและลูก แต่บอกตามตรงว่าตอนนี้ผมไม่ไหวแล้วจริงๆ

 

ผมอยากทิ้งตัวลงนอนนิ่งๆ กับที่ไม่ไปไหน ผมอยากดึงเอาความรู้สึกมากมายออกมาจากหัวใจให้มันหมดสิ้น อยากพักเสียทีแล้วจริงๆ

 

“ปอ...” เมื่อแม่ของผมและพ่อแม่ของฝ้ายรับรู้ข่าว พวกท่านก็รีบมาที่โรงพยาบาลทันที ผมมองหน้าแม่ไม่ชัดเท่าไหร่ แต่ทว่าอ้อมกอดของแม่ยังคงมอบความอบอุ่นให้แก่ผมเสมอ แม่ของฝ้ายเหมือนคนจะหมดเรี่ยวแรงลงไปเดี๋ยวนั่น พวกเราทุกคนที่อยู่ตรงนี้ต่างรู้สึกหวาดกลัวกับคำตอบที่เราจะได้รับ

 

“ปอไม่ไหวแล้วแม่...ปอเสียใจ เสียใจจริงๆ” ผมกอดลูกตัวเองเอาไว้และถูกแม่กอดอีกชั้น ผมอยากจะย้อนเวลากลับไปแล้วทำทุกอย่างให้มันถูกต้อง ไม่ใช่ปล่อยให้ทุกอย่างมันเป็นแบบนี้

 

“ปอทำดีที่สุดแล้วลูก เข้มแข็งเข้าไว้นะครับคนเก่งของแม่” ผมไม่ใช่คนเก่งหรอกครับแม่ ผมมันคนเห็นแก่ตัวที่เลวแสนเลว ถ้าแม่รู้ความจริงทั้งหมดที่เกิดขึ้น แม่จะยังรักและชื่นชมลูกชายคนนี้อยู่อีกมั้ย

 

“แม่...ปอขอโทษ” ผมกำเสื้อของแม่เอาไว้แน่น แม่ก็ปลอบประโลมผมไม่ห่าง ผมไม่รู้เหมือนกันว่าใครเป็นอะไรยังไงในตอนนี้ ผมรู้แค่ว่าผมไม่ไหวแล้วจริงๆ หนึ่งชีวิตที่แสนบริสุทธิ์กำลังจะจบลงไป ฝ้ายไม่ควรมีจุดจบที่น่าสงสารเช่นนี้เลย ฝ้ายคงรอคำว่ารักจากผมมานานมาแล้วสินะ ผมไม่เคยบอกว่ารักฝ้ายจากหัวใจเลยสักครั้ง ผมเลวร้ายมากเลยสินะ กรรมมันคงตามสนองผมจริงๆ ฟ้าคงอยากให้คนแบบผมได้ลิ้มรสกับความเจ็บปวดและทรมานใจเหมือนคนที่ตายทั้งเป็นแบบที่ฝ้ายต้องเป็นมาตลอด

 

เป็นคนที่ถูกเลือกแต่ไม่ใช่คนที่ถูกรัก...นั่นคือฐานะที่ผมมอบให้กับฝ้าย ผมพยายามแล้ว พยายามบอกตัวเองว่าให้รักผู้หญิงคนนี้ แต่ทำไมมันไม่ได้ล่ะ ทำไมหัวใจมันไม่ฟัง มันยังมีแค่คนคนเดียว

 

ความคิดของเราทุกคนหยุดชะงักเมื่อประตูห้องฉุกเฉินถูกเปิดออก ไม่มีใครรู้เลยว่าหมอจะนำพาข่าวดีหรือข่าวร้ายมาให้เรา ผมมองดูสีหน้าของผมหมอ ทันทีที่หมอส่ายหน้าและบอกว่าหมอพยายามยื้อชีวิตของฝ้ายอย่างสุดความสามารถแล้ว ผมรู้ได้ทันทีว่าโรคร้ายได้พรากชีวิตของฝ้ายจากพวกเราไปแล้ว

 

สิ่งเดียวที่ฝ้ายร้องขอผมก่อนที่เธอจะจากไป คือคำว่ารักจากผม...ผม...ผมไม่รู้ว่าทำไมฝ้ายถึงได้รักผมมากมายขนาดนั้น ความรักของผมมันมีค่ากับเธอมากขนาดนั้นเชียวหรือ ฝ้ายถึงได้ร้องขอให้ผมพูดออกมา ผมคิดว่าเธอน่าจะรู้ตัวเองแล้วว่าเธอไม่สามารถยื้อชีวิตเอาไว้ได้อีกแล้ว

 

แม่ของฝ้ายเป็นลมล้มพับลงไปทันที พ่อของฝ้ายประคองแม่ของฝ้ายเอาไว้ ผมรู้ว่าท่านเองก็เสียใจไม่ต่างจากพวกเรา แต่ท่านต้องพยายามเข้มแข็งเพื่อให้ภรรยาของท่านยึดท่านเป็นหลัก

 

“ฝ้ายเค้าไปสบายดีแล้วลูก เค้าไม่ต้องทนทรมานกับความเจ็บปวดของโรคร้ายที่เป็นอยู่อีกแล้ว...สิ่งที่เราควรทำต่อจากนี้คือดูแลปลายฝนกับต้นหนาวให้ดีที่สุดเท่าที่เราจะทำได้” แม่ลูบหัวผมเบาๆ แล้วท่านก็เดินไปคุยกับพ่อแม่ของฝ้าย ไอ้ต่อมันร้องไห้ตัวสั่นอยู่ข้างๆ ไอ้พาย ตรงนี้มีแต่คนเสียใจ ตรงนี้มีแต่คนที่กำลังสูญเสีย

 

การลาจากที่ไม่มีวันหวนกลับ จะไม่มีอีกแล้วผู้หญิงที่นิสัยดี ใจดี และเข้าใจคนรอบข้างเสมอ...ขอให้ฝ้ายได้นอนหลับอย่างสงบ ส่วนผมจะดูแลลูกของเราให้ดีที่สุดเท่าที่ผมจะทำได้ ผมจะทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับฝ้าย...ผมสัญญา

 

..........100%..........

 

#ปอชาย #ยุ่งนัก

ตอนนี้เป็นมุมมองของพี่ปอ มุมมองของคนที่ถูกมองว่าเห็นแก่ตัว จริงๆ พี่ปอก็คือคนเห็นแก่ตัวคนหนึ่ง เห็นแก่ตัวและทำให้คนรอบข้างเสียใจ แต่ทว่าคนเห็นแก่ตัวคนนี้ก็ทรมานกับสิ่งที่เป็นอยู่ไม่ได้ต่างจากใครเลย

ต่างคนต่างมุมมอง ได้อ่านคอมเม้นของทุกคนแล้วรู้สึกว่าคำนี้มันใช้ได้จริงๆ เพราะหลายๆ คนมองต่างมุมกันไปอ่ะเนอะ มีคนบอกว่าอ่านเรื่องนี้แล้วหน่วงทุกตอน ร้องไห้ทุกตอน อยากจะบอกว้าคนแต่งมันก็ทั้งหน่วงทั้งจุกลัร้องไห้แทบทุกตอนจ้า

เจอกันตอนหน้าค่า T^T

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 34 ครั้ง

15,978 ความคิดเห็น

  1. #15684 31032528 (@31032528) (จากตอนที่ 90)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2558 / 13:50
    คือหมอนเปียกมากมายอ่าาาาา
    #15684
    0
  2. #15635 jane_rmutp (@jane_rmutp) (จากตอนที่ 90)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2558 / 23:34
    สงสารฝ้ายมากกก
    #15635
    0
  3. #15475 Kanokwan Nirakul (@kk1998) (จากตอนที่ 90)
    วันที่ 17 มีนาคม 2558 / 00:40
    อ่านปอ ชาย ร้องหลายรอบแระ
    #15475
    0
  4. #15148 ploylybbs (@ploylybbs) (จากตอนที่ 90)
    วันที่ 22 กันยายน 2557 / 21:29
    ฮืออออ ร้องไห้เลย สงสาร..
    #15148
    0
  5. #14571 วีว่า (จากตอนที่ 90)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2557 / 08:36
    โห ถึงกับน้ำตาตกเลย ไรต์ใจร้าย
    #14571
    0
  6. #14395 littlegirl's (@littlegirls43) (จากตอนที่ 90)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2557 / 20:52
    เศร้าไปนะ T___T
    #14395
    0
  7. #14347 'ViperiSh (@083625) (จากตอนที่ 90)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2557 / 23:17
    หดหู่ที่สุดอ่ะ ฮืออออ TT^TT
    #14347
    0
  8. #14052 JENNYHA (@jennyha) (จากตอนที่ 90)
    วันที่ 30 เมษายน 2557 / 20:29
    ร้องไห้อะ T^T
    #14052
    0
  9. #13904 Aimzilla (@aemza302) (จากตอนที่ 90)
    วันที่ 25 เมษายน 2557 / 04:09
    ยิ่งอ่านยิ่งหน่วง
    #13904
    0
  10. #13861 Ayumu W. (@nishigi) (จากตอนที่ 90)
    วันที่ 24 เมษายน 2557 / 01:40
    ไม่รู้จะบอกว่าไรดี แต่ตอนที่อ่านเราร้องไห้อ่ะ มันเศร้า

    #13861
    0
  11. #13712 P.A_Rattana (@aui5344) (จากตอนที่ 90)
    วันที่ 16 เมษายน 2557 / 18:33
    อ่านนิยายมากก็เยอะ ดูหนังมาก็แยะ ละครก็ดูไม่น้อย แต่มีไม่กี่เรื่องจริงๆที่ทำให้น้ำตาไหลได้ สุดยอดมากค่ะ เศร้าจริงๆ T_T
    #13712
    0
  12. #13445 Hiro Hiro Shi (@hiroshi1234) (จากตอนที่ 90)
    วันที่ 7 เมษายน 2557 / 01:20
    สงสารพี่ปอ พี่ชายและก็พี่ฝ้ายมากอ่า พี่ปอยอมเลิกกะพี่ชายเพื่อไม่ให้แม่เสียใจ แถมต้องแบกรับทุกอย่าง พี่ชายก็เสียใจ พี่ฝ้ายก็เสียใจจากการตัดสินใจของพี่ปอ ฮือๆมันเศร้าอ่ะ T T
    #13445
    0
  13. #12755 Praew_Parichat (@26159) (จากตอนที่ 90)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2557 / 22:47
    ฮือๆๆๆๆ ทำไมแต่ละคนถึงได้น่าสงสารขนาดนี้นะ แง่วๆๆ


    ถึงพี่แกจะเห็นแก่ตัวแต่ก็ไม่มีความสุขหรอก
    #12755
    0
  14. #12321 MO_JUNG (@mylove17) (จากตอนที่ 90)
    วันที่ 6 มกราคม 2557 / 17:17
    เราสงสารพี่ปอนะ TT พี่ปอเป็นพี่ใหญ่ที่พ่อเสียแล้วมีแต่แม่ มันเป็นธรรมดาที่ลูกคนโตจะถูกคาดหวัง พี่ปอก็คงรู้แบบนั้น
    ถ้าหากพี่ปอยอมพูดเรื่องตัวเองกับพี่ชายลงไป ก้ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น มันเป็นทางเดินที่พี่ปอเลือกเองและเจ็บเอง แม้คนรอบข้างจะเจ็บมากๆ แต่ครอบครัวพี่เขามีความสุข พี่ปอก็คิดว่ามันคุ้มค่า แต่ไม่คุ้มกับหัวใจ หนูเข้าใจพี่ปอนะ ฮือออออ เข้าใจพี่ชายด้วย พี่ชายเองก็รู้ว่าสักวันมันต้องเกิดเรื่องแบบนี้ เศร้าสุดดดดดดด

    #12321
    0
  15. #12269 coldcream (จากตอนที่ 90)
    วันที่ 4 มกราคม 2557 / 18:25
    อือ ไม่รู้นะ คิดมุมนึง เราก็เห็นด้วยกับหลายคนที่บอกว่า ปอ เห็นแก่ตัวและทำให้คนรอบข้างต้องเจ็บปวด ทั้ง ชายและฝ้ายรวมทั้งปอเองก็ไม่ได้มีความสุขกันเลยสักคน



    แต่ถ้ามองอีกมุม ในแง่ของครอบครัว ต้องยอมรับว่าแม่มีลูกชายสองคน ทุกครอบครัวหวังจะเห็นลูกแต่งงานสืบทอดวงศ์ตระกูลมีลูกหลาน ไม่ว่าในสังคมยุคไหนก็ต้องการแบบนี้ คงบอกไม่ได้ว่า สังคมตอนนี้ยอมรับความรักของ ชายชาย แล้ว ทุกครอบครัวจะต้องยอมรับได้ ที่จริงจากที่เราอ่านฟิคมาเกือบทุกเรื่องก็มีปัญหาเรื่องครอบครัวรับไม่ได้กันทั้งนั้น จะบอกว่าต้องต่อสู้ เจ็บปวดกันเจียนตาย พ่อแม่ถึงจะยอมรับได้ก็เจอกันบ่อยๆ แต่เราก็เชื่อว่าไม่ใช่ทุกครอบครัวจะรับได้ เราอ่านเรื่องของ ชายชาย ในนิยายกลุ่มของเราก็ยอมรับได้ แต่ในความเป็นจริง สังคมยังยอมรับไม่ได้ และผู้ชายที่รักกับคนเพศเดียวกันก็ยังคงเจ็บปวดอยู่เสมอ เป็นข่าวหรือเรื่องราวให้ได้รับรู้กันตลอดมา เราจึงมองว่า ปอ เสียสละ ปอเป็นห่วงแม่ เข้าใจว่าแม่ก็อยากเห็นลูกเติบโต มีชีวิตที่สมบูรณ์ตามแบบปกติ พอดีกับน้องชาย คือ เป็นต่อ ก็มารักกันกับพาย ผู้ชายด้วยกัน ปอจึงคิดว่า เมื่อตนมีครอบครัวแบบปกติ ก็จะช่วยน้องให้สมหวังได้ ซึ่งก็จริงในระดับหนึ่ง คือ แม่รับได้



    เราคิดเหมือนกันว่า ถ้าตอนแรกปอคุยกับแม่ แล้วแม่จะเข้าใจ ยอมให้คบกับชายมั้ย ต่อ จะได้คบกับ พายมั้ย แม่จะยอมให้วงศ์ตระกูลจบลงที่สองคนนี้มั้ย ถ้าในแวดวงพวกเรา เราก็จะดีใจ ชอบ และเห็นด้วยใช่มั้ยว่า ทุกคนได้สมหวัง มีความสุข แต่ถ้าไม่ได้มองในแง่ของเราล่ะ จะมีคนยอมรับได้สักกี่คน



    ช่วงนี้มีเพื่อนหลานมานอนที่บ้าน เพราะมีปัญหาครอบครัวกับภรรยาและยังไม่รู้จะแก้ไขยังไง วันนี้น้องชายเรามาหา พอรู้ว่ามีเด็กมานอนที่บ้าน ถามเราเลยว่า เพื่อนสาวหรือเปล่า เราเลยรู้สึกว่าแวดวง ชายชาย ในปัจจุบันกว้างมากขึ้น เปิดตัวมากขึ้น แต่เราก็รู้ว่า ถ้าเด็กที่มานอนที่บ้านเราเป็น เพื่อนสาวจริง น้องเราก็คงจะโวยวายและไม่ยอมแน่นอน เค้าไม่ใช่เราที่จะยอมรับเรื่องนี้ได้ไงล่ะ



    ดังนั้น ส่วนตัวเรานะ เราคิดว่าเราเข้าใจและสงสารปอ ที่ทรมานและเสียใจกับการตัดสินใจมาตลอด ทั้งที่ทำเพื่อครอบครัวและฝ้าย ที่รักปอ แต่งงานมา ก็ได้รับการดูแลอย่างดี ปอไม่เคยนอกใจไปยุ่งกับใครคนอื่น ฝ้ายเองก็รู้ว่าปอรักใคร มีใครในใจเสมอ ยอมรับมาแต่แรกว่าต้องอยู่ในสภาพนี้ ถึง ชาย เองก็มีปัญหาเหมือนกับปอทางด้านครอบครัว ยิ่ง พายกับต่อ รักกัน ชายก็อยู่ในสภาพเดียวกับปอเหมือนกัน เพียงแต่ชายหลีกเลี่ยงการแต่งงาน หันมาทำงานแทน พ่อจึงไม่ได้กดดันอะไรมากมายนัก



    เราว่า เราเห็นใจปอ สงสารชาย และ ฝ้าย ถ้าวันนี้ฝ้ายจากไปด้วยโรคภัยไข้เจ็บ แล้ว ปอ กับ ชาย กลับมาคบกัน เราก็ว่าแม่น่าจะรับได้ เพราะหลานก็มีอยู่แล้ว เราสงสารปอเหมือนกันนะ



    ความเห็นเราเป็นแค่ส่วนตัวของเรานะ อาจไม่ตรงใจใครแต่เราคิดแบบนี้ ไม่ถูกใจก็ขออภัยค่ะ
    #12269
    0
  16. #12189 MIZZ-MAY (@mizz-may) (จากตอนที่ 90)
    วันที่ 2 มกราคม 2557 / 09:47

    ฮือออออออออออออออออออ ไม่สงสารพี่ปออะ 5555555  เมย์ยังจะไม่ยอมใจอ่อนให้พี่ปอหรอก  จริงๆ  .......  อย่าที่พี่ปอคิดแหละถูกแล้ว พี่เลวค่ะ เลวคนเดียวเลยด้วย  รู้ว่าพี่ชายโกหกก็ดีแล้วจะได้รู้บ้างว่าตัวเองทำร้ายพี่ชายขนาดไหน???  ถามจริง......ถ้ารู้ว่าพี่ชายอยู่ไหนตอนที่ไม่รู้ว่าพี่ฝ้ายจะตายนี่จะไปหาพี่ชายป้ะ  (55555อตนนี้เมย์อคติพี่ปอแล้วค่า........หึหึ)  ทำร้ายพี่ชายเกินไปอะ  T^T  สงสารพี่ฝ้าย  พี่ปอเลวมากกกกกก ณ จุดนี้ ฮือออออ   ดึงพี่ฝ้ายเข้ามาในชีวิต  แล้ว ต้องรอพี่ฝ้ายจากไปตัวเองถึงกลับไปรักพี่ชายได้ ......... แล้วไปเอาพี่ฝ้ายเข้ามาทำไม...??? นั่นแหละพี่ปอใจร้าย  ทำร้ายความรู้สึกทุกคนทำไม่?????

    เห้อออออออออออ เจ็บงใจเอ๊ยเจ็บงใจ 5555555  มันยังขำออก??? ไม่ๆๆๆ เจ็บจนบ้า  เศ้ราจนหัวเราะแล้วบอกตรง โอ๊ยยยยยยยดราม่าสุดชีวิตค่ะ เอ่อ.....ต่อ  บทจะฉลาดก้ฉลาดเนอะ บทจะโง่ เอ๊ยไม่ใช่ๆๆๆ  55555  บทจะซื่อบื้อก็ซื่อบื้อซะ  เห้อออออ  แทงใจดำแบบนี้พี่พายรู้ชัวร์  ยื่งจิตสัมผัสเก่งๆอยู่  - -*  ต่อรู้พี่พายรู้คนอื่นรู้จะตกใจไหม???

     

    งื้อออออออออออ เศร้าอะ  T^T  ตอนแรกนึกว่าจะอ่านไม่อินซะแล้วเพราะความกวนของพี่เวสป้ามันหลอกหลอน แต่อะไร???? เห้ย....เมย์ไม่ได้แช่งพี่ฝ้ายะ  ไมไปไวจังอะ  ....เห้ย!!!! ต่อเวลาให้อีก 3 บรรทัดไม่ได้หรอคะ 5555 โฮก T^T  รอคำว่ารักหรอ.....ทำไมอ่า  โหยพี่ปอ...แบบนี้พี่ยิ่งดูเลวอะ --*  ถึงแม้ฝ้ายจะเป็นมาก่อนแล้วก็เถอะ โอ๊ย...เศร้าอะ สงสารพี่ฝ้าย แล้วแบบนี้มันจะเป็นไงต่ออะ??  ใช่ว่าพี่ฝ้ายจะตายแล้วอะไรๆจะง่ายขึ้นนะ ...แค่พี่ปอไม่มีใครข้างๆแล้วก็เท่านั้นเองฮือออออออ  ไหนจะครอบครัวอีกอะ  ไม่ง่ายนะที่มีลูกมีเมีย เมียเพิ่งตายแล้วจะไปคบกับผู้ชายน่ะ  แถมถ้ารู้ว่าคบมาก่อนแต่งอีกอะ

     

     

    #12189
    0
  17. #12182 pooddleboy (@pooddleboy) (จากตอนที่ 90)
    วันที่ 1 มกราคม 2557 / 06:20
    จะผิดมั๊ยถ้าจะบอกว่าแอบสะใจปนสมน้ำหน้าปออ่ะ

    ก็ในเมื่อตัวเองเลือกทางเดินนี้เองแล้วจะมาพรำ่่เพ้อเพื่อ....

    สมควรแล้วที่ต้องเจ็บปวดบ้าง แต่งงานแล้วยังจะโทรจะติดต่อชายทำไม

    ยังจะไปหาชายเพื่ออะไร คือไม่เข้าใจว่าทำแบบนั้นเพื่ออะไรอ่ะ

    ชายน่าสงสารที่สุดอ่ะ สรุปแล้วที่บอกว่าทำไปเพราะครอบครัว

    แต่มันเป็นการทำร้ายคนอีกสองคนอย่างเห็นแก่ตัวที่สุด

    ให้เจ็บซะบ้างจะได้รู้สึก เพราะนี่ยังเทียบไม้ได้กับความเจ็บปวดที่ชายต้องมีกว่า10ปีที่ผ่านมา
    #12182
    0
  18. #12151 -dark angel- (@areeyafah) (จากตอนที่ 90)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2556 / 11:55
    อ่านไปฟังวิทยุไป มันไปตรงกับเพลง อยู่อย่างเหงาๆ พอดี 

    เท่านั้นแหละน้ำตาไหลเลยค่ะ 
    #12151
    0
  19. #11980 Hottest@2PM (@vampire-lover) (จากตอนที่ 90)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2556 / 14:19
    ถ้าเรื่องนี้พี่ชายพี่ปอจบไม่แฮบปี้นี่่คือขาดใจจริงๆนะคะไรT^T ฮือออ สงสารรรร
    #11980
    0
  20. #11877 KimHeeMo32 (@kimheemo32) (จากตอนที่ 90)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2556 / 02:38
    ปอชายเศร้าาาา เพราะเศร้าตั้งแต่ต้นเรื่อง ตอนจบขอแบบแฮปปี้น่า ไม่งั้นใจขาดแน่ๆๆ
    #11877
    0
  21. #11679 kiray (@kira-nnnnn) (จากตอนที่ 90)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2556 / 07:56
    เศร้ามากกกก ร้องไห้เลย ตอนที่ฝ้ายขอให้ปอบอกรักอ่ะ ฮือออออออออ
    #11679
    0
  22. #11675 sevna (@sevna) (จากตอนที่ 90)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2556 / 20:42
    ร้องไห้เลยอ่าาาาาาาาาาาาาาาา สงสารฝ้ายอ่าาาาาาาาน่าสงสารที่สุด
    #11675
    0
  23. #11669 Joker Mask (@gamsor) (จากตอนที่ 90)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2556 / 16:27
    อ่านแล้วเศร้ามากเลย ที่จริงก็แอบคิดให้พี่ปอกับพี่ชายคู่กันแต่ก็ไม่ได้คิดว่าพี่ฝ้ายจะตายอะ เศร้า
    #11669
    0
  24. #11636 spin around (@spin_around) (จากตอนที่ 90)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2556 / 13:19
    สิ่งเดียวที่ฝ้ายรอมาตลอด
    คือคำว่ารักจากปอ ผู้ชายที่ฝ้ายรักที่สุด

    ความรักชอบเล่นตลกกับความรู้สึกของมนุษย์
    บางทีสุขก็จนล้นอก
    บางครั้งก็แทบตายเพราะความทุกช์


    น้ำตาไหลแบบไหลมาเรื่อยๆ เช็ดเท่าไหร่ก็ไม่ อ่านไปได้นิดนึง ตาก็พร่า หลับตาที น้ำตาก็ไหล



    #11636
    0
  25. #11616 Myy'MInTz_ (@mariposamint) (จากตอนที่ 90)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2556 / 21:25
    น้ำตาแตก สงสารไปหมดเลย ฮืออออออออ
    #11616
    0