OK!! I love U ♥ ยุ่งนัก...กูรักมึงก็ได้ [Yaoi][Boy's love]

ตอนที่ 85 : Special...ความทรงจำในลมหายใจ (ปอชาย)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8,960
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 36 ครั้ง
    6 พ.ย. 56


Special

 

ความทรงจำในลมหายใจ

 

[ปอ & ชาย]

 

ผมเชื่อว่าคนเราทุกคนต่างก็ต้องมีกล่องความทรงจำที่เก็บซ่อนเอาไว้ในหัวใจ ผมเองก็มีกล่องความทรงจำเช่นกัน กล่องความทรงจำใบเล็กๆ ที่เก็บความทรงจำที่ดีที่สุดในช่วงเวลาสี่ปีของการเป็นนักศึกษาในรั้วมหาวิทยาลัยเอาไว้

 

ความทรงจำที่ดีที่สุดของรักครั้งแรกที่ผมไม่เคยลืมเลือน ช่วงเวลาสี่ปีที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มและความสุขที่ผมได้รับจากใครคนหนึ่ง คนที่สร้างรอยยิ้ม เสียงหัวเราะ ความสุข แม้กระทั่งน้ำตาให้กับผม

 

เรื่องราวเหล่านั้นถูกเก็บเอาไว้ในกล่องความทรงจำที่ลึกที่สุดในหัวใจของผม แม้เวลาจะผ่านมาหลายปีแล้ว แต่ทว่าผมยังไม่เคยลืมเลือนเรื่องราวเหล่านั้นลงไปได้ ความรู้สึกต่างๆ มากมายยังคงเด่นชัดในความทรงจำ เสียงหัวเราะของเราที่มีต่อกัน รอยยิ้มที่เป็นกำลังใจให้กับผมเสมอในยามที่ท้อแท้ อ้อมกอดที่มักจะโอบกอดผมเอาไว้ยามที่ผมเจอกับเรื่องราวที่รุมเร้าเข้ามาในชีวิต

 

แต่ทว่าในโลกแห่งความเป็นจริงนั้น คนสองคนที่รักกัน ไม่ได้จบลงด้วยการเป็นคนรักกันเสมอไป โลกใบนี้ไม่ได้สวยงามเหมือนโลกในนิยาย โลกใบนี้มันมีอะไรอีกมากมายที่เรายังคงต้องพบเจอ

 

ผมนั่งมองดูอัลบั้มภาพเก่าๆ สมัยตอนที่เรียนมหาลัย อีกแค่ไม่กี่วันจะเป็นวันแต่งงานของผมกับฝ้าย ผู้หญิงเพียงคนเดียวที่ผมยอมรับเข้ามาในชีวิต ผู้หญิงคนเดียวที่ผมคิดว่าผมจะสามารถรักและดูแลเธอได้

 

ผมเป็นรักแรกของเธอ...แต่ทว่าเธอกลับไม่ใช่รักแรกของผม คนที่เป็นรักแรกของผมคือคนที่ยืนกอดคอผมแล้วส่งยิ้มกว้างอยู่ในภาพถ่ายตรงหน้าผม เพื่อนที่ดีที่สุด คนรักที่ดีที่สุด คนที่เป็นทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตของผม

 

ผมรู้ตัวดีว่าไม่มีใครสามารถแทนที่รักครั้งแรกของผมได้ มันอาจจะดูใจร้ายกับการที่ผมเปิดรับฝ้ายเข้ามาในชีวิตแต่ไม่ได้รับเข้ามาในหัวใจ ในหัวใจของผมยังไม่สามารถลืมเรื่องราวครั้งก่อนลงไปได้ แต่ผมรู้ว่าผมกำลังทำอะไร และผมรู้ดีว่าผมต้องทำอะไร

 

ผมเป็นลูกคนโตของบ้าน ผมมีหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบสานต่อกิจการของบ้าน ผมต้องทำให้แม่ภาคภูมิใจในตัวผม ผมต้องเลือกเดินไปในทางที่ถูกต้องเพื่อตอบแทนความรักและทุกสิ่งทุกอย่างที่แม่มอบให้กับผมตลอดมา ผมไม่สามารถมองเห็นแค่ความสุขของตัวเองแล้วโยนภาระหน้าที่ให้กับไอ้ต่อได้

 

ผมรักมันมาก มากเกินกว่าจะเห็นแก่ตัว นึกถึงความสุขของตัวเอง แล้วให้มันต้องกลายมาเป็นผู้สานต่อทุกสิ่งทุกอย่าง ผมยอมละทิ้งความรัก ยอมละทิ้งหัวใจ ยอมละทิ้งความสุขของผมเพื่อให้แม่ไม่ต้องมากังวลใจและเป็นห่วงผม ผมยอมทำทุกอย่างเพื่อให้แม่กับน้องมีความสุข

 

แม้ว่าช่วงหนึ่งในขณะนั้นจะทำให้ผมทุกข์ทรมานจนแทบไม่สามารถหยัดยืนขึ้นมาด้วยขาของตัวเอง ผมอยากมีคนคอยพยุงผมเหมือนอย่างที่เคยมี ผมอยากมีคนคอยเช็ดน้ำตาให้ผมเหมือนอย่างที่เคยเป็น ผมคิดถึงความสุขที่ผมเคยมีร่วมกันกับใครคนนั้น

 

แต่ก็ทำได้แค่คิดถึง ในเมื่อผมเลือกแล้ว เลือกที่จะจบทุกสิ่งทุกอย่างเอาไว้แค่นั้น แล้วก้าวเดินต่อมาอย่างเดียวดาย ผมต้องกลายเป็นคนที่ทำร้ายคนที่ผมรักให้ต้องเจ็บ ทำให้คนที่ผมรักต้องมีน้ำตา ทำให้คนที่ผมรักต้องเก็บเรื่องราวต่างๆ เอาไว้เป็นเพียงแค่ความทรงจำเช่นกัน

 

เราสองคนตกลงกันว่าเราจะกลับมาเป็นเพียงแค่เพื่อนกันดังเดิม ทั้งๆ ที่เราควรที่จะห่างกันออกไปเพื่อที่จะได้ไม่ต้องเจ็บปวดกับการที่ต้องทนเห็นอีกฝ่ายอยู่ใกล้ๆ แต่ไม่สามารถรัก ไม่สามารถกอด ไม่สามารถแสดงความรู้สึกใดๆ ออกมาได้

 

แต่เราก็ทำแบบนั้นไม่ได้ อย่างน้อยๆ เรายังมองเห็น ยังคงรับรู้ความเป็นไป ยังคงมีสายตาที่ห่วงใยส่งให้กันเสมอ มันเป็นแบบนี้มาหลายปีกับความทรมานเล็กๆ ที่ไม่มีใครรับรู้ มีเพียงแค่เราเท่านั้นที่รับรู้กันได้ด้วยสายตา

 

เรายอมที่จะเจ็บแลกสุข เจ็บที่ต้องเห็นกันอยู่ทุกวันแต่รักกันไม่ได้ สุขที่เรายังคงรับรู้เรื่องราวของอีกฝ่ายเสมอ ไม่ได้ขาดการติดต่อกันไปไหน มันเป็นความสุขที่ปะปนอยู่กับความเจ็บปวดที่ไม่อาจจะแยกจากกันได้

 

ในสายตาของทุกคนนั้นเราเป็นเพียงแค่เพื่อนสนิทที่คบหากันมาตั้งแต่เรียนมหาลัย ไม่มีใครเลยสักคนที่จะรับรู้ว่าลึกๆ แล้วเราสองคนนั้นมีความรู้สึกแบบใดต่อกัน เรายังคงเป็นเรา การแสดงออกของเราไม่ได้ดูหวานแหวว เรามองเห็นความรู้สึกของอีกฝ่ายจากสายตาและการกระทำ

 

นั่นอาจจะเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ผมรักและรู้สึกดีๆ กับรักครั้งแรกของผม

 

กับฝ้ายนั้น...ฝ้ายเป็นคนที่เข้าใจผมเสมอ เป็นผู้หญิงที่ดีมากๆ จนผมไม่อาจจะทำลายและทำร้ายความรู้สึกดีๆ ที่ฝ้ายมอบให้กับผมมาตลอด ผมทำให้คนสองคนต้องเจ็บในเวลาเดียวกัน ฝ้ายรู้ดีว่าในใจของผมมีใครบางคนอยู่เสมอ คนที่ผมไม่เคยลืมเลือนออกไปจากหัวใจได้

 

แต่ฝ้ายก็ยังคงรอผม รอว่าสักวันผมจะเปิดรับเธอเข้ามาในหัวใจ ผมยอมรับว่าผมเลือกฝ้ายเพราะเธอเป็นคนดี เป็นผู้หญิงที่ดีมากๆ และผมก็คิดเสมอว่าสักวันผมจะสามารถรักฝ้ายได้จากหัวใจของผม

 

ผมอาจจะเป็นคนดีในสายตาของทุกคน เป็นคนที่มีความรับผิดชอบ เป็นพี่ที่ดี เป็นลูกที่ดี เป็นเจ้านายที่ดี แต่สิ่งเดียวที่ผมไม่สามารถเป็นได้

 

คนรักที่ดี...

 

ไม่ว่ากับรักครั้งแรก หรือกับฝ้ายเองนั้น ผมก็ทำให้ทั้งคู่ต้องเจ็บปวดในเวลาเดียวกัน ผมเป็นคนอ่อนแอมากกว่าที่ใครจะเข้าใจ ผมรักคนหนึ่ง ในขณะที่ไม่อยากทำให้อีกคนหนึ่งเสียใจ ผมต้องเลือกเพียงแค่ทางเดียว และทางที่ผมต้องเลือกนั้นคือสิ่งที่จะสามารถสร้างความสุขให้กับแม่ของผมได้

 

ผมเลือกฝ้าย...เลือกที่จะสร้างครอบครัวกับเธอ เลือกที่จะทำให้แม่มีความสุข เลือกที่จะทำให้แม่สบายใจ แม่อยากให้ผมมีครอบครัว ผมอยากให้แม่ไม่ต้องผิดหวังกับสิ่งที่คาดหวังเอาไว้

 

ยิ่งมาเจอเรื่องของไอ้ต่อกับไอ้พาย...ยิ่งทำให้ผมมั่นใจว่าสิ่งที่ผมเลือกนั้นมันเป็นสิ่งที่ถูกต้องแล้ว อย่างน้อยๆ แม่ก็ไม่ต้องผิดหวังในตัวผม อย่างน้อยๆ ถ้าแม่รับรู้เรื่องราวของต่อ แม่ก็ยังพอที่จะทำใจได้ ในเมื่อผมสามารถมอบสิ่งที่แม่หวังได้แล้ว แม่ก็อาจจะยอมรับและเห็นใจในความรักของไอ้ต่อกับไอ้พาย

 

ผมได้แต่นั่งมองรูปเก่าๆ ของเราสองคนที่เก็บเอาไว้ มองแล้วนึกถึงความทรงจำดีๆ ที่เราสร้างเอาไว้ด้วยกัน แม้ว่ามันจะเรียกร้องให้สิ่งเหล่านั้นหวนกลับมาไม่ได้อีกต่อไปแล้ว แต่ผมก็ยังคงนึกถึงมันเสมอ

 

“ปอคะ...” เสียงของฝ้ายเรียกให้ผมหันกลับไปมอง ผมยิ้มให้กับว่าที่เจ้าสาวของผม วันนี้เป็นวันลองชุดแต่งงาน เธอสวมชุดเจ้าสาวแล้วดูสวยหวาน ผมยอมรับว่าผมอยู่กับฝ้ายแล้วผมสบายใจมากจริงๆ เธอไม่เคยเรียกร้องอะไรจากผมเลยสักอย่าง เธอเข้าใจและไม่เคยโกรธผมเลยที่ผมมีใครอีกคนอยู่ในใจตลอดมา

 

“ปอแน่ใจแล้วจริงๆ หรอคะที่ตัดสินใจแบบนี้” ฝ้ายมองหน้าผมด้วยสีหน้าและแววตาที่ดูไม่มั่นใจในตัวผมเลย ผมวางอัลบั้มรูปลงแล้วเดินเข้ามาหาฝ้าย ผมจับมือของฝ้ายทั้งสองข้างแล้วบีบเบาๆ

 

“ที่ผ่านมาปออาจจะไม่ใช่คนรักที่ดีแต่ปอสัญญานะว่าต่อจากนี้ไปปอจะเป็นคนรักที่ดี เป็นหัวหน้าครอบครัวที่ดี...” ผมยิ้มให้กับฝ้าย ผมกำลังจะปิดกล่องความทรงจำนั้นลงไปอีกครั้ง หลังจากที่ผมพยายามบอกกับตัวเองว่าผมลืมมันไปแล้ว ทั้งๆ ที่ผมพยายามบอกกับตัวเองว่าผมไม่เคยเปิดมันขึ้นมา

 

“ฝ้ายเคารพในการตัดสินใจของปอเสมอนะคะ ถ้าสุดท้ายแล้วเป็นฝ้ายไม่ได้จริงๆ...”

 

“ปอตัดสินใจแล้ว...ฝ้ายอย่าคิดมากเลยนะ วันแต่งงานฝ้ายต้องเป็นคนที่สวยที่สุดในงานนะรู้มั้ย อย่าเครียด อย่าคิดมากเลยนะ” ในสายตาของผมแล้ว ฝ้ายเป็นเหมือนน้องสาว เป็นเหมือนเพื่อน เป็นคนที่ผมอยู่ด้วยแล้วสบายใจมากที่สุดอีกคนหนึ่ง ผมก็ได้แต่หวังว่านับจากนี้ไปผมจะรักฝ้ายได้เหมือนอย่างที่ฝ้ายรักผม

 

“ขอบคุณปอมากนะคะ...”เธอยิ้มให้กับผม แล้วเดินออกจากห้องไปเพื่อเตรียมตัวออกไปทำธุระกับแม่ของผม

 

ฝ้ายออกไปนานมากแล้วแต่ผมยังคงนั่งนิ่งๆ อยู่ในห้องของผม ผมมองดูตัวเองที่สะท้อนมาจากกระจกเงา ผมน่าจะเป็นคนที่มีความสุขที่สุด เพราะผมกำลังจะมีครอบครัว กำลังจะแต่งงาน แต่ทว่าทำไมผมถึงได้รู้สึกหน่วงๆ แปลกๆ อยู่ในส่วนลึกของหัวใจอย่างบอกไม่ถูก

 

“ว่าไงว่าที่เจ้าบ่าว...” เสียงที่ผมคุ้นหูมากที่สุดดังขึ้นมาจากทางด้านหลัง ผมหันไปมองคนที่เข้ามาในห้องของผมด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย แต่ความรู้สึกแรกที่ผมรับรู้ได้อย่างชัดเจนที่สุดคือความเสียใจ

 

ความเสียใจที่ฉายชัดในแววตาคู่นั้นที่จ้องมองมาทางผม ถึงบนใบหน้านั้นจะส่งยิ้มให้กับผม แต่ทว่าแววตาคู่นั้นกลับเต็มไปด้วยความเสียใจที่ปิดเอาไว้ไม่มิด

 

“ชาย...” ผมเอ่ยเรียกชื่อของคนที่อยู่ตรงหน้าของผม คนที่เป็นรักครั้งแรกของผม คนที่เป็นทุกสิ่งทุกอย่างของผม เพื่อนสนิทที่สุดของผม คนที่ผมต้องทำให้เจ็บปวดใจกับการตัดสินใจของผม

 

“กูแวะเอานี่มาคืน...” มันชูกล่องกำมะหยี่สีแดงที่แสนคุ้นตาขึ้น แล้วเดินเข้ามาหาผมพร้อมกับเอากล่องนั่นตีลงบนอกผมสองถึงสามที ผมรับมาเปิดดูด้วยหัวใจที่กระตุกเล็กน้อย มือของมันเองก็สั่นไม่ต่างกันเลย

 

“แต่ว่ากูให้มึงแล้ว...” ไม่ต้องเปิดดูผมก็รู้ว่ามันคืออะไร ผมเคยซื้อให้เป็นของขวัญวันครบรอบวันที่เราคบกันในปีสุดท้าย ผมส่งคืนกลับไปแต่มันปัดมือของผมออกแล้วส่ายหน้าน้อยๆ

 

“เวลาของเรามันหยุดลงไปตั้งแต่ตอนนั้นแล้วปอ กูไม่รู้ว่ากูจะเก็บมันเอาไว้ทำไมอีก ในเมื่อวันทุกอย่างมันก็จะไม่มีทางหวนกลับมาได้อีกแล้ว” มันส่งยิ้มให้กับผม รอยยิ้มที่เศร้าที่สุดเท่าที่ผมเคยพบเห็น รอยยิ้มที่เศร้ายิ่งกว่าวันที่เราบอกเลิกกันในวันนั้น ลึกๆ แล้วทั้งตัวผมและตัวชายเองต่างก็ยังแอบหวังว่าสักวันเราสองคนจะกลับมาเป็นเหมือนเดิม เหมือนอย่างที่เราเคยเป็น

 

ผมไม่เคยเปิดรับใครเข้ามาในใจเลยสักคน มีแค่ฝ้ายเท่านั้นที่เดินเข้ามาในชีวิตของผม ตัวมันเองก็ไม่เคยคบใครแบบจริงจังสักคน เพราะเรายังคงไม่เคยลืมกันและกัน แต่ทว่ากลับเป็นผมที่ทำให้มันเจ็บ ทั้งๆ ที่สัญญากันแล้วว่าผมจะไม่ทำให้มันเสียใจ ผมผิดคำสัญญาทุกอย่าง

 

“ชาย...กูขอโทษ” มันส่ายหน้าน้อยๆ ดวงตาคู่นั้นจ้องมองสบตากับผม ความรู้สึกมากมายที่เกิดขึ้นนั้นทำให้ผมอยากจะดึงมันเข้ามากอด แต่ทว่ามือของผมกลับชะงักอยู่กับที่ ผมแบกรับความคาดหวังของแม่กับฝ้ายเอาไว้ ผมแบกรับความรับผิดชอบมากมายเอาไว้เต็มบ่า มันหนักจนผมแทบจะทรุดลงไปกับพื้น

 

“ปอ....กูเข้าใจมึงดี กูรู้ดีว่าอะไรเป็นอะไร ไม่เป็นไร กูเข้าใจ” ผมมองดูน้ำตาของคนตรงหน้าผมด้วยความรู้สึกเจ็บปวด ผมรู้ว่ามันเข้าใจ แต่ภายใต้ความเข้าใจมันมีความไม่เข้าใจมากมายวิ่งวนอยู่ เราทั้งสองคนต่างก็ไม่เข้าใจว่าทำไมในเมื่อเรารักกัน แต่ทำไมมันกลับเป็นไปไม่ได้

 

“กูรักมึงนะ...” ยิ่งผมบอกว่ารัก น้ำตามันยิ่งไหล ยิ่งเห็นน้ำตาของมันผมยิ่งทรมานใจ ผมอยากจะดึงมันเข้ามากอด อยากจะปลอบใจมัน แต่ทว่ายิ่งทำแบบนั้นจะยิ่งเป็นการดึงรั้งมันเอาไว้หรือเปล่า ผมคิดวกไปวนมาด้วยความรู้สึกที่สับสนเหลือเกิน

 

“มึงอย่าบอกรักกูเลยปอ ในเมื่อมันไม่มีทางเป็นไปได้อีกแล้ว ลึกๆ กูยังคงหวังมาตลอดว่าสักวันเราจะกลับมาเป็นเหมือนอย่างที่เราเคยเป็น แต่สุดท้ายแล้วมันก็ไม่มีทางเป็นไปได้...กูเข้าใจ” ผมรู้ว่ามันไม่เข้าใจ เพราะผมเองก็ไม่เข้าใจ มันยิ้มให้กับผม เป็นรอยยิ้มที่เจ็บปวดที่สุด

 

ผมอยากได้รอยยิ้มเดิมของมันกลับคืนมาผมควรทำอย่างไร ผมอยากให้เรากลับไปเป็นเหมือนอย่างที่เราเคยเป็นผมควรจะทำยังไง

 

“กูแค่จะมาแสดงความยินดีกับมึง กับสิ่งที่มึงเลือก ถึงคนคนนั้นจะไม่ใช่กู แต่กูก็ดีใจที่เป็นฝ้าย ผู้หญิงที่ดีที่สุด คนที่รักมึงมากที่สุด

 

“แต่คนที่กูรักมากที่สุดคือคนที่อยู่ตรงหน้ากู...ไม่ว่าจะเมื่อก่อนหรือว่าตอนนี้...”

 

“มึงเก็บคำว่ารักของมึงเอาไว้บอกคนที่มึงควรบอกเถอะปอ คนๆ นั้นมันไม่มีทางใช่กู มึงเลือกแล้วนะปอ มึงไม่ควรทำให้ฝ้ายเสียใจ” ผมมันเลวมากเลยสินะ ผมทำให้คนสองคนที่รักผมเสียใจมาตลอด ไม่ว่าจะเลือกทางไหนคนที่เสียใจก็คือคนสามคนอยู่ดี

 

“แต่กูทำให้มึงเสียใจ...” ทั้งๆ ที่ผมไม่ควรจะลังเล ถูกอย่างที่มันว่า ผมเลือกแล้ว ผมเลือกฝ้าย ผมเลือกที่จะใช้ชีวิตร่วมกับฝ้ายเพื่อความสบายใจของแม่ แต่ทำไมผมเจ็บและทรมานใจมากขนาดนี้

 

“ไม่เป็นไร...กูจะพยายามเข้าใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างเรา มึงเองก็ต้องเส้นทางของมึง กูเองก็ต้องมีเส้นทางของกู กูแค่จะมาแสดงความยินดีกับมึง...แล้วกูก็จะมาลา...”

 

“มึงจะไปไหน” ผมเอ่ยถามขึ้นมาทันทีโดยไม่ต้องรอให้มันพูดจบ มันกำลังจะหนีผมไป มันคงเจ็บปวดเพราะผมมากเลยสินะ

 

“กูจะไปดูแลกิจการโรงแรมของพ่อที่ต่างประเทศ กูคิดเรื่องนี้มาสักพักแล้ว...”

 

“มึงกำลังจะหนีกูไปสินะ...”

 

“กูยอมรับว่ากูกำลังจะหนี ที่ผ่านมาที่กูยังอยู่ข้างๆ มึง เพราะว่ากูเป็นห่วงมึง อยากให้มึงเจอคนที่ดี ตอนนี้มึงเจอคนคนนั้นแล้ว คนที่ดีกับมึง รักมึงมากๆ เหมือนที่กูรัก กูควรจะปล่อยวางความรู้สึกทุกอย่างสักที” ผมรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังตกลงไปอยู่ในหลุมดำขนาดใหญ่ ที่มองไปทางไหนก็พบเจอแต่ความมืดมิด ผมเคว้งคว้างไปหมด ผมจะทำยังไงกับความจริงที่ผมเพิ่งได้รับฟัง ผมจะยังมีสิทธิ์ดึงรั้งมันเอาไว้อย่างนั้นหรอ ในเมื่อผมเลือกเองว่าจะเดินไปยังทิศทางไหน ผมจะดึงมันมาร่วมเดินกับผมได้อย่างไร ทั้งๆ ที่รู้อยู่แก่ใจว่ารั้งเอาไว้ก็เจ็บทุกฝ่าย

 

“มึงจะมางานแต่งกูหรือเปล่า...” มันพยักหน้ารับพร้อมกับส่งยิ้มให้ผม ผมอยากจะดึงมันเข้ามากอด แต่ก็ต้องพยายามคุมตัวเองเอาไว้ แค่ที่ผมบอกว่ารักมันออกไปผมก็ทำร้ายจิตใจมันมากพอแล้ว

 

“มาสิ...เพื่อนกูแต่งงานทั้งทีกูจะไม่มาได้ยังไง” รอยยิ้มของมันกรีดลึกลงบนจิตใจของผม เจ็บปวด ทรมาน ผมเหมือนคนที่หายใจไม่ออก ผมเหมือนคนที่กำลังจะขาดอากาศหายใจตายลงอย่างช้าๆ

 

ทรมานเหลือเกิน

 

“ปอ...ต่อจากนี้ไปกูคงไม่มีสิทธิ์ที่จะพูดคำเหล่านี้อีกต่อไปแล้ว วันนี้เป็นวันสุดท้ายที่กูมีโอกาสที่จะพูดความรู้สึกของกูให้มึงรับรู้...” ชายยิ้มให้กับผม พร้อมกับเอื้อมมือมากุมมือของผมเอาไว้

 

“กูรักมึงนะ รักมากๆ มึงเป็นรักแรกและรักเดียวของกูมาตลอด กูรักมึง เข้าใจมึง และยินดีที่จะยอมรับการตัดสินใจของมึง ไม่ว่าจะผ่านไปนานแค่ไหน มึงจะเป็นรักเดียวของกู” น้ำตาหยดแล้วหยดเล่าของทั้งผมและมันต่างรินไหลลงสู่พื้นห้อง ผมไม่เคยอยากให้มันเป็นแบบนี้เลย ผมไม่ได้อยากให้ความรักของเราต้องจบลงแบบนี้

 

มันยิ้มให้กับผมอีกครั้ง พร้อมกับหันหลังค่อยๆ เดินจากผมไป ผมเจ็บปวด ผมทรมาน ผมอยากจะย้อนเวลากลับไปช่วงที่เรามีความสุขด้วยกัน อยากให้เรามีแต่รอยยิ้มและเสียงหัวเราะให้แก่กันเสมอ

 

ชายเดินจากผมไปเพียงไม่กี่ก้าว แต่ทำไมผมถึงได้รู้สึกว่ามันช่างไกลเหลือเกิน ผมเอื้อมมือออกไปหมายจะดึงรั้งมันเอาไว้ แต่ความรับผิดชอบมันฉุดดึงผมเอาไว้ ตรึงร่างกายของผมให้ชะงักอยู่กับที่

 

มันเดินไปที่ประตูห้องพร้อมกับหันมามองหน้าผม รอยยิ้มแสนเศร้าที่มันส่งตรงมาให้นั้นทำให้ผมปวดร้าวที่สุด ผมกำลังจะสูญเสียคนที่ผมรักมากที่สุดไปอย่างไม่มีวันไขว่คว้ากลับคืนมาได้อีกแล้ว

 

เพียงแค่คิดได้แบบนั้นพันธนาการทุกอย่างที่ฉุดรั้งผมเอาไว้ก็มลายหายลงไปทันที ผมก้าวขาเดินเข้าไปโอบกอดมันจากทางด้านหลัง มือของผมดึงมือมันออกจากลูกบิดประตู ผมกดล็อคห้องของผมทันที

 

ผมรู้ว่าผิดที่ผมทำแบบนี้ ผิดต่อมัน ผิดต่อฝ้าย ผิดต่อแม่ ผิดต่อทุกๆ คน แต่ในชั่ววูบหนึ่งของความรู้สึก ทำไมผมต้องเป็นคนที่เสียสละ ทำไมผมต้องละทิ้งความรักของผม ทำไมผมถึงต้องทำให้คนที่ผมรักคนหนึ่งเสียใจ เพื่อแลกกับการที่คนที่ผมรักอีกคนหนึ่งสบายใจ

 

“ชาย...อย่าไป อยู่กับกู กูขอโทษ...กูรักมึง” ผมกอดรัดมันเอาไว้แนบแน่น ซุกหน้าลงบนท้ายทอยของมัน มันพยายามแกะมือของผมให้หลุดจากตัวมัน แต่ผมไม่ยอม ผมมันรั้น ผมทำสิ่งที่ไม่ควรทำ ทั้งๆ ที่ผมควรจะปล่อยให้มันจากไป แล้วปล่อยให้เรื่องมันเดินไปตามที่มันควรจะเป็น

 

“มึงปล่อยกูเถอะปอ กูไม่ได้ต้องการแบบนี้...”

 

“กูไม่อยากปล่อยมึงไป กูไม่อยากเสียมึงไป กูอยากอยู่กับมึงจนถึงนาทีสุดท้ายก่อนที่กูจะต้องปล่อยมึงไปจริงๆ อยู่กับกูได้มั้ย” ผมมันคนเห็นแก่ตัว ผมกอดมันเอาไว้แน่น ไม่อยากจะปล่อยมือจากมันเพราะผมรู้ดีว่าถ้าผมปล่อยมือครั้งนี้ มันจะหายไปจากชีวิตของผมจริงๆ

 

ทำไมวะ ทำไมผมต้องแบกรับทุกอย่างเอาไว้คนเดียว ถ้าผมไม่สนใจเรื่องพวกนั้นล่ะ ถ้าผมมองเห็นแต่ความสุขของตัวเองบ้าง มันจะเป็นยังไง ผมจะยังสามารถมีคนที่ผมรักอยู่ข้างกายผมได้หรือเปล่า

 

“ปอ...มึงก็รู้ว่ามันผิด” ชายพยายามแกะมือของผมออกจากตัวมัน ผมไม่ฟัง ผมไม่สน ผมไม่อยากจะใส่ใจอะไรแล้วจริงๆ ที่ผ่านมาผมหลอกตัวเอง หลอกทุกคนมาตลอดว่าผมไม่เคยรู้สึกอะไรเลย แต่ตอนนี้ผมรู้แล้วว่าผมไม่เคยลืมมันได้ ไม่เคยหยุดรักมันได้ ผมขอเป็นคนเห็นแก่ตัวจะได้มั้ย

 

“กูไม่รู้ กูไม่สนใจอะไรทั้งนั้น สิ่งเดียวที่กูรู้คือกูรักมึง...” ผมพลิกตัวมันเข้ามาหา ผมกอดจูบมันอย่างโหยหา มันพยายามหยุดการกระทำของผม แต่ผมยังคงดื้อรั้นที่จะกอดและแสดงความรู้สึกต่อมันให้ได้

 

สุดท้ายมันก็ต้องยอมแพ้ให้กับหัวใจตัวเอง เหมือนอย่างที่ผมกำลังยอมแพ้ให้กับหัวใจของผมเอง

 

หลังของมันเอนพิงลงบนเตียงนอน สิ่งที่มันไม่ควรเกิดขึ้นกำลังจะเกิดขึ้นเพราะความเห็นแก่ตัวของผม เราจูบกันอย่างโหยหา ช่วงเวลาหลายปีที่เราทำเพียงแค่กอดกันเหมือนเพื่อน ไม่เคยมีสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งต่อกันเลยมันเหมือนร่างกายเราขาดน้ำไปนาน เรายิ่งกระหายและเมื่อมีน้ำที่สามารถหล่อเลี้ยงร่างกายเราอยู่ตรงหน้า เราก็จะรีบไขว่คว้ามันมาดื่มทันทีอย่างไม่ลังเล

 

เสื้อผ้าชิ้นแล้วชิ้นเล่าหลุดออกจากร่างกายของเรา รอยจูบมากมายประทับลงบนตัวของมันอย่างเด่นชัด แต่ทว่ามันกลับไม่ได้สร้างรอยใดๆ ลงบนร่างกายของผมเลย มันยิ่งทำให้ผมยิ่งเจ็บปวดเข้าไปอีก

 

“กูรักมึงนะชาย...” ผมได้แต่พร่ำบอกคำว่ารักออกไปไม่รู้จบ มันพยักหน้ารับพร้อมกับน้ำตาที่รินไหล มันเป็นบทรักที่แสนเจ็บปวด ทั้งๆ ที่เราควรมีความสุขกับท่วงทำนองรักที่เรามอบให้แก่กัน แต่มันเหมือนกับว่ายิ่งเราตอกย้ำสัมผัสใส่กันมากเท่าไหร่ เหมือนเรายิ่งเจ็บมากเท่านั้น

 

ผมถาโถมร่างกายเข้าหามันเท่าไหร่ เหมือนผมถาโถมความเจ็บปวดเข้าหาทั้งตัวเองและตัวมัน มันยังคงมีน้ำตาในขณะที่โอบกอดและจูบผมไม่ห่าง ทรมานเหลือเกิน เหมือนจะขาดใจตายอยู่ในอ้อมกอดของคนที่รัก เจ็บปวดจนแทบอยากจะพากันหนีไปให้ไกลแสนไกล

 

“รักมึงนะปอ...กูรักมึง อึก...ฮึก...” เสียงบอกรักที่ฟังแล้วทรมานใจ ร่างกายที่แนบชิดกันอย่างเป็นหนึ่งเดียวไม่ได้ทำให้เรารู้สึกว่าเราอยู่ใกล้กันเลย ในเมื่อหลังจากวันนี้ไปเราต้องไกลแสนไกลจากกันแล้ว

 

“ชาย..มึงจะเป็นรักเดียวของกู กูรักมึง” ผม เน้นย้ำและบอกรักมันอย่างชัดเจน ผมเสียสละมามากพอแล้ว ขอแค่ครั้งนี้ครั้งเดียวเท่านั้นที่ผมจะได้อยู่กับคนที่ผมรักจนหมดหัวใจ และหลังจากนี้ไปผมจะทำหน้าที่ของผมให้ดีที่สุด

 

“ปอ...รักนะครับ” น้ำตาของมันคือน้ำกรดที่รินรดหัวใจของผม ผมทิ้งตัวนอนกอดมันเอาไว้แนบแน่นบนเตียงนอนที่ยับยู่ยี่ไม่ต่างจากหัวใจของเราทั้งสองดวง

 

“กูจะเก็บมึงเอาไว้ในนี้ ไม่มีวันที่มึงจะหายไปจากใจของกู...” ผมจับมือมันขึ้นมานาบบนหัวใจของผม ผมก้มลงจูบมันอีกครั้ง เนิ่นนาน ยาวนาน แสนจะทรมานในหัวใจจริงๆ

 

ช่วงเวลาสุดท้ายที่เราจะมีกันและกัน มันจะเป็นอีกหนึ่งความทรงจำที่ผมจะไม่มีวันลืมเลือนออกไปจากหัวใจ



 

. . . . . . . . . .

 

 

 

 

หลังจากวันนั้นผมก็ไม่ได้เจอกับมันอีกเลย มันไม่ได้มาเล่นดนตรีที่บ้านเสบียง ผมหยิบมือถือขึ้นมาครั้งแล้วครั้งเล่า กดเลขที่จำขึ้นใจแม้ไม่ได้บันทึกเอาไว้ แต่ทว่าสุดท้ายก็ต้องกดลบมันทิ้งแล้วเก็บมือถือลงในกระเป๋าตามเดิม

 

วันนั้นผมต้องยอมปล่อยให้มันเดินจากผมไป จากไปตลอดทั้งชีวิตนี้ผมปวดใจ ผมทรมานใจ น้ำตาผมไหลโดยที่ผมไม่รู้ตัวเลยด้วยซ้ำ ภาพที่มันเดินจากผมไปช่างเจ็บปวดมากจริงๆ

 

ผมรู้แล้วว่าผมทำให้ทุกคนรอบตัวต้องเจ็บ ทำให้ชายต้องเจ็บมาตลอด ทำให้ฝ้ายต้องเจ็บปวดกับการที่ต้องอยู่ข้างๆ ผม  แม้กระทั่งตัวผมเองด้วยก็ตาม ผมทำให้ตัวเองต้องเจ็บปวดมาตลอด แม้จะหลอกตัวเองมากแค่ไหน สุดท้ายหัวใจมันก็เจ็บปวดอย่างไม่สามารถห้ามได้

 

ปอ...มึงลืมกูเถอะ อย่าเก็บกูเอาไว้ในใจเลย มึงมีคนที่ต้องดูแล มีคนที่ต้องรักและรับผิดชอบ อย่าเก็บกูเอาไว้ในใจอีกเลย ให้กูเป็นแค่ความทรงจำเท่านั้น...เท่านั้นพอแล้ว

 

มันทิ้งคำพูดเอาไว้เพียงเท่านั้นแล้วมันก็จากผมไป...ไม่แม้แต่จะหันกลับมามองผมเลยแม้แต่น้อย

 

เรื่องต่างๆ เข้ามาในคราเดียวกันจนผมไม่รู้ว่าจะตั้งรับกับมันอย่างไร ผมต้องพยายามทำตัวให้เข้มแข็ง พยายามเป็นพี่ที่ดีให้กับน้อง เห็นไอ้ต่อมันเศร้า ร้องไห้ เสียใจ ผมก็ปวดใจไปกับมันด้วย

 

ที่ผมยินยอมพร้อมใจจะสนับสนุนไอ้ต่อกับไอ้พายให้รักกัน เพราะผมมองเห็นตัวเองในอดีต ผมที่ไม่สามารถมีรักกับไอ้ชายได้ เรื่องแบบนี้มันไม่น่าจะเกิดขึ้นอีก ผมว่ามันเป็นเรื่องของพรหมลิขิต ผมกับไอ้ชายรักกัน ไอ้ต่อกับไอ้พายก็ดันมารักกัน

 

ผมอาจจะผิดหวังในความรัก แต่ผมไม่มีทางยอมให้ไอ้ต่อมันผิดหวังเหมือนอย่างที่ผมเคยเป็น ผมจึงไม่คิดจะห้าม และผมก็พูดกับแม่ในเรื่องนี้มาตลอด ให้แม่ยอมรับในสิ่งที่ไอ้ต่อมันเป็น

 

แม่รับรู้และเข้าใจเรื่องนี้ดี...ดีเกินกว่าที่ผมคาดคิดเอาไว้เสียอีก มันทำให้ผมย้อนคิดว่าถ้าตอนนั้นผมบอกความจริงกับแม่ แม่จะรับเรื่องราวเหล่านี้ได้เหมือนอย่างที่รับเรื่องของไอ้ต่อได้หรือเปล่า

 

แต่มันก็ป่วยการ...ทุกอย่างเตรียมพร้อมเอาไว้เรียบร้อยแล้ว ผมจะทำให้แม่เสียคำพูดไม่ได้ จะทำให้ผู้ใหญ่ทางฝ้ายเสียหน้าและเสียความรู้สึกไม่ได้ ผมจะทำให้ฝ้ายเสียใจไม่ได้อีกแล้ว ผมต้องเดินหน้าต่อไป ทั้งๆ ที่หัวใจของผมถูกทิ้งเอาไว้เบื้องหลังตั้งแต่วินาทีที่ผมเลิกกับไอ้ชายไปแล้ว

 

“เป็นไรวะพี่ปอ...ทำหน้าเครียดเชียว พรุ่งนี้งานแต่งแล้วนะพี่” ไอ้ต่อมันกลับมานอนบ้านคืนก่อนงานแต่งงาน มันเดินลงมาจากห้องนอนแล้วเจอผมนั่งกินเหล้าอยู่คนเดียวที่โซฟา

 

“ดื่มสละโสดไงมึง สักหน่อยป่ะ...” ผมยื่นแก้วให้มัน มันส่ายหน้าไปมาแล้วเดินงัวเงียไปรินน้ำใส่แก้วมานั่งอยู่ข้างๆ ผม

 

“พี่ปอ...ผมรักพี่ว่ะ ไม่รู้ดิ แค่อยากบอกอ่ะ” ไอ้ต่อมันยิ้มให้ผม ผมยกมือขึ้นลูบหัวมันเบาๆ เห็นมันมีความสุขแล้วผมก็ดีใจ สิ่งที่ผมยอมเสียไปเพื่อแลกกับความสุขของคนที่ผมรัก มันคุ้มค่าแล้วจริงๆ

 

“มึงมีความสุขดีมั้ยวะต่อ ไอ้พายมันดูแลมึงดีหรือเปล่า” มันทำหน้าเขินๆ แบบแปลกๆ ไม่บ่อยหรอกที่เกรียนแตกแบบมันจะเขินอะไรกับใครเค้า คงมีแค่เรื่องความรักเท่านั้นแหล่ะมั้งที่ทำให้มันเขินได้

 

“ก็ดีเท่าที่คนแบบมันจะดีได้อ่ะพี่ปอ พี่ปอดูเป็นห่วงมันจริงจังนะเนี่ย เชียร์อะไรมันนักหนา...” มันเป็นคำถามที่ผมรู้อยู่แก่ใจแต่ผมคงไม่ตอบมันออกไปว่าเพราะอะไร ให้มันรู้เท่าที่ควรรู้ก็พอแล้ว

 

“ถ้ามึงไม่มีใจให้มันกูก็คงไม่เชียร์หรอกต่อ มันก็ไม่ได้เลวร้ายอะไรไม่ใช่หรอวะ พี่ชายมัน...ก็ออกจะดีแสนดีขนาดนั้น” ผมก้มลงมองแก้วเหล้าในมือ ดื่มมันจนหมดแก้วแล้วมองนั่นมองนี่ไปเรื่อยเปื่อย ใจผมไม่สงบ มันไม่สงบมานานแล้ว ผมทำทุกอย่างให้มันดีขึ้นจริงๆ หรือ ในเมื่อคนที่เสียใจก็ยังคงเสียใจอยู่เท่าเดิม...ดีไม่ดีมากกว่าเดิมด้วยซ้ำ

 

“มันก็ดีแหล่ะ พี่ปอไม่ต้องห่วงหรอก พี่พายมันไม่ทำให้ผมเสียใจหรอก ยังไงก็ขอบคุณนะเว้ยพี่ปอที่ทำให้ผมได้รู้จักกับมัน...”

 

“รักๆ กันไว้น่ะดีแล้ว เราไม่รู้หรอกว่าวันข้างหน้าจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง ตอนนี้ก็เก็บเรื่องราวดีๆ เอาไว้ให้มากๆ” ผมตบหัวไอ้ต่อเบาๆ มันทำหน้าเอ๋อๆ ใส่ผม มันเป็นคนดี เป็นน้องที่ดี และผมก็รักมันมากๆ จริงๆ ผมยอมทำทุกอย่างเพื่อให้มันมีความสุข

 

“พี่ปอ...ขอบคุณนะที่ทำทุกอย่างเพื่อผม...ผมรักพี่โคตรๆ เลยว่ะ” มันกอดผม อ้อนผม คงกลัวว่าผมจะไม่รักมันมั้ง มันชอบว่าผมรักไอ้ต็อปมากกว่ามัน แต่ผมก็รักมันมากกว่าไอ้ต็อปอยู่ดี เพราะว่ามันเป็นน้องแท้ๆ ของผม แต่ไอ้ต็อปผมก็รัก มันเหมือนน้องอีกคนของผม

 

“เออๆ ไปนอนได้แล้วไป เดี๋ยวกูก็จะเข้านอนแล้วเหมือนกัน” ผมไล่มันให้ไปนอนเพราะอยากนั่งคิดอะไรเงียบๆ คนเดียวสักพัก เผื่อว่าผมจะหาข้อสรุปให้กับหัวใจของตัวเองได้

 

แต่เอาเข้าจริงๆ แล้วข้อสรุปของเรื่องนี้มันก็มีอยู่แค่ทางเดียวเท่านั้น ผมจะเรียกร้องความเห็นใจจากใครได้ ในเมื่อผมเป็นคนเลือกเองทั้งหมด ผมตัดสินใจเอง ทำทุกอย่างด้วยตัวเองโดยที่ไม่ลองปรึกษาหรือว่าลองสู้ดูเลยสักตั้ง

 

เห็นไอ้ต่อมันเป็นแบบนั้น แต่มันยังกล้าที่จะพูดเรื่องความสัมพันธ์ของมันกับไอ้พาย มันยังมีความกล้ามากกว่าผม แต่ทว่าผมมีบ่วงมากมายเกี่ยวพันเอาไว้ มองไปข้างหน้าก็นึกถึงแม่ มองกลับมาทางด้านหลังก็นึกถึงน้อง พอมองมาที่หัวใจตัวเองก็เจ็บปวดแสนจะทรมาน

 

“กูจะลืมมึงได้ยังไงวะ ถ้ากูสามารถลืมมึงได้จริงๆ นี่มันก็ผ่านมาตั้งหลายปีแล้วกูยังทำไม่ได้เลย แล้วจะให้กูลืมมึงได้ยังไง...”

 

..........

 

 

 

วันแต่งงานของผมมาถึงแล้ว ผมเห็นรอยยิ้มของแม่ ของไอ้ต่อ ของฝ้าย ของพ่อแม่ฝ้าย ทุกคนดูมีความสุขกับสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น ผมยิ้มให้กับทุกคนตลอดเวลาที่อยู่ต่อหน้าแขกเหรื่อ แต่ทว่าสายตาผมกลับมองหาใครบางคนที่สัญญาว่าจะมาในงานแต่งงานของผม

 

ผมคิดว่ามันคงไม่มา มันคงไม่อยากจะเจอหน้าผมอีกแล้ว ผมพยายามมองไปรอบๆ งานเผื่อว่ามันมาแต่มันแค่ไม่ออกมาเจอหน้าผมก็เท่านั้น และแล้วมันก็มา มันเดินเข้ามาหาผมด้วยรอยยิ้ม รอยยิ้มที่ซ่อนความรู้สึกมากมายเอาไว้ในนั้น

 

“ดีใจด้วยนะมึง ดีใจด้วยนะฝ้าย ฝ้ายเป็นคนที่โชคดีที่สุดเลยนะ นี่ของขวัญครับ” มันส่งของขวัญให้กับฝ้าย แล้วส่งยิ้มให้กับผม ผมเดินเข้าไปหามันด้วยความรู้สึกที่เหมือนว่าขาแต่ละข้างมันหนักมากจนแทบจะยกไม่ไหว

 

“ชาย...ขอบใจที่มึงมา กูคิดว่ามึงจะลืมกูซะแล้ว...”

 

“ยังไงกูก็ต้องมา เพื่อนรัก แต่งงานทั้งที ไม่มาได้ไงวะ” มันตบบ่าผมเบาๆ แล้วเดินแยกตัวออกไปอยู่กับกลุ่มเพื่อน มันไม่ได้มองมาทางผมอีกเลย ผมก้มหน้ามองมือตัวเองที่กำแน่น จนแม่เรียกผมให้หันไปทักทายบรรดาญาติที่เดินทางมาจากต่างจังหวัด

 

ตลอดงานใจผมไม่สงบเลย ผมแอบคิดในใจว่าบางทีไม่เจอกันมันน่าจะดีซะกว่า เพราะถ้าต้องมาเจอกันมันทำให้ผมต้องคอยสอดส่องสายตามองหามันอยู่ตลอดเวลา

 

เมื่อถึงเวลาที่ผมต้องขึ้นไปพูดความรู้สึกบนเวที ผมมองไปยังคนที่ผมเอาแต่คิดถึง สายตาของผมจ้องมองมันไม่วางตา แม้ว่ามันจะไม่ได้เงยหน้าขึ้นมามองผมเลยก็ตามที

 

เมื่อถึงเวลาที่ผมต้องพูดความรู้สึกของผมต่อจากฝ้าย ผมได้แต่คิดถึงสิ่งต่างๆ มากมายที่เกิดขึ้น ผมมีความรู้สึกผิดเกาะติดอยู่ในใจ ทั้งๆ ที่ผมควรจะคิดถึงแต่คนที่ยืนอยู่ข้างๆ คนที่เกาะกุมมือของผมเอาไว้ไม่ห่าง แต่ทว่าผมกลับนึกถึงคนอื่นในงานแต่งงานของผมกับเธอ

 

ผมเลวมากเลยใช่มั้ย?

 

“สำหรับผมแล้ว...ผมอยากจะขอบคุณ ทุกๆ คนที่เดินเข้ามาในเส้นทางชีวิตของผม ขอบคุณที่ทำให้ผมมีความทรงจำและความรู้สึกดีๆ มากมาย ผมจะจดจำทุกสิ่งทุกอย่างที่ผ่านมาเอาไว้เป็นความทรงจำที่ดีตลอดไป” ผมพูดอะไรมากมายต่อจากนั้น แต่ทว่าผมกลับไม่รับรู้เลยว่าตัวเองพูดอะไรออกไปบ้าง ตาของเราประสานกัน ความรู้สึกของผมส่งผ่านไปถึงมันแล้ว จนกระทั่งมันเดินหายไปกับกลุ่มเพื่อนที่เล่นดนตรีด้วยกัน

 

ผมเพิ่งจะรู้เหมือนกันว่ามันขึ้นร้องเพลงให้กับผมในวันนี้ ผมรู้แค่ว่าไอ้พายมันจะขึ้นร้องเพลงเนียนจีบไอ้ต่อ...

 

“ผมขอมอบเพลงนี้ให้กับ...ปอ ผู้ชายที่ดีที่สุดเท่าที่ผมเคยรู้จัก” ผมเก็บความรู้สึกทุกอย่างและกดมันเอาไว้ กดมันลงไปไม่ให้มันเอ่อล้นขึ้นมา

 

“และฝ้าย...ผู้หญิงที่โชคดีที่สุดครับ” มันยิ้มให้กับทุกคนรอบๆ งาน อินโทรเพลงดังขึ้น ทุกคนตกอยู่ในมนต์ของท่วงทำนองที่ฟังดูสบายๆ แต่ทว่ามันกลับบีบรัดหัวใจของผมมากจริงๆ

 

เพลงนี้กูชอบมากเลยนะปอ กูฟังกี่ครั้งก็คิดถึงแต่มึง กูดีใจที่มีมึง...

 

 

*ในโลกที่มี ความวกวน ในโลกที่ทุกคนต้องดิ้นรน
ที่สับสน ร้อนรนจนใจ นั้นแสนเหนื่อย ในโลกที่ความทุกข์ท้อใจ
ได้เดินผ่านเข้ามาเรื่อยๆ จนบางครั้งไม่รู้จะข้ามไปเช่นไร

แต่ยิ่งชีวิต ยิ่งผ่าน ยิ่งได้พบ ยิ่งเจอกลับทำให้ฉันยิ่งคิดในใจ

ฉันดีใจที่มีเธอ ฉันดีใจที่เจอเธอ เธอคือกำลังใจเดียวที่มี ไม่ว่านาทีไหนๆ
ฉันดีใจที่มีเธอ แม้จะต้องพบอะไร ฉันก็รู้และฉันอุ่นใจ
ว่าฉันนั้นจะมีเธออยู่ตรงนี้

ในอุปสรรค ที่มากมาย ในความหวาดหวั่นที่วุ่นวาย
ในอนาคต ในปัจจุบัน และอดีต ในความเจ็บปวดที่ต้องเจอ

ที่ไม่เคยพ้นไปสักที ยังไม่รู้พรุ่งนี้ต้องเจอกับเรื่องใด

แต่ยิ่งชีวิต ยิ่งผ่าน ยิ่งได้พบ ยิ่งเจอ กลับทำให้ฉันยิ่งคิดในใจ

ฉันดีใจที่มีเธอ ฉันดีใจที่เจอเธอ เธอคือกำลังใจเดียวที่มี ไม่ว่านาทีไหนๆ
ฉันดีใจที่มีเธอ แม้จะต้องพบอะไร ฉันก็รู้และฉันอุ่นใจ
ว่าฉันนั้นจะมีเธออยู่ตรงนี้

แต่ยิ่งชีวิต ยิ่งผ่าน ยิ่งได้พบ ยิ่งเจอ กลับทำให้ฉันยิ่งคิดแน่ใจ

ฉันดีใจทีมีเธอ ฉันดีใจที่เจอเธอ เธอคือกำลังใจเดียวที่มี ไม่ว่านาทีไหนๆ
ฉันดีใจที่มีเธอ แม้จะไม่เหลือใครๆ ฉันก็รู้ และฉันอุ่นใจ
ว่าฉันนั้นจะมีเธออยู่ ตรงนี้ ฉันก็รู้ และฉันอุ่นใจ
ว่าฉันนั้นจะมีเธออยู่กับฉัน
*

                               *เพลง ฉันดีใจที่มีเธอ บอย โกสิยพงษ์

 

เสียงปรบมือดังลั่นไปทั่วบริเวณงาน ผมจุก ผมเจ็บ ผมพูดอะไรไม่ออกผมทรมาน ผมอยากจะเดินเข้าไปหามัน อยากจะกอดรั้งมันเอาไว้ ผมคิดว่าผมทำใจได้แล้วแต่ทว่าผมกำลังหลอกตัวเอง หลอกทุกคน...

 

จริงๆแล้วคนที่อ่อนแอมากที่สุดก็คือผม ผมคนที่พยายามแสร้งทำเป็นเข้มแข็งเวลาที่อยู่ต่อหน้าแม่กับน้อง แม้กระทั่งเวลาที่อยู่ต่อหน้ามัน

 

“ขอให้ปอกับฝ้ายครองรักกันอย่างมีความสุขตลอดไปครับ...”

 

ผมคือคนโง่ ผมคือคนเลว ผมคือคนที่แย่ที่สุด ผมไม่ควรรับคำอวยพรจากมันเลยด้วยซ้ำ ถ้าเป็นคำด่าทอหรือการต่อว่าในสิ่งที่ผมได้ทำลงไปมันอาจจะเหมาะสมเสียมากกว่า

 

มันไม่เคยถามว่าทำไม ชายไม่เคยเรียกร้องให้ผมกลับไปเป็นเหมือนเดิม ผมนี่แหล่ะคนโง่ที่อ่อนแอและเลวร้ายจนไม่น่าให้อภัย

 

ทุกอย่างจบลงแล้ว มันจบลงแล้ว พอมันร้องเพลงจบมันก็เก็บของเตรียมเดินทางกลับทันที ผมอยากจะเข้าไปคุยกับมันแต่ไม่มีโอกาสเลยสักครั้ง จนตอนที่มันเดินผ่านแล้วแม่เรียกมันเอาไว้

 

“จะกลับแล้วหรอชาย ไม่อยู่ทานอะไรหน่อยหรือจ๊ะ”

 

“ผมต้องกลับไปจัดเตรียมเอกสารสำหรับการเดินทางน่ะครับ พรุ่งนี้ต้องยื่นเอกสารแล้ว...” มันยิ้มให้กับแม่ในขณะที่หัวใจของผมล่วงหล่นลงไปเรียบร้อยแล้ว

 

“ชายจะต้องไปจริงๆ หรือลูก แล้วมีกำหนดการเดินทางกลับหรือเปล่า...”

 

“ไม่มีกำหนดการเดินทางครับแม่ ผมอยากจะไปดูแลงานของพ่อด้วยตัวเอง ผมอยากจะโตพอที่จะสามารถรับช่วงต่อกิจการของพ่อได้” มันยิ้มให้กับแม่ของผม ไม่แม้แต่จะหันมามองหน้าผมเลยด้วยซ้ำ

 

“แม่คงคิดถึงชายแย่เลย...”

 

“ผมก็คิดถึงแม่ครับ ขอบคุณที่ดีกับผม ดีกับไอ้พายมาตลอด ผมขอตัวนะครับ” มันตัดบทสนทนาแล้วเดินจากไป ผมยกมือขึ้นหมายจะรั้งและเรียกมันเอาไว้

 

แต่พอแล้ว มันเป็นไปไม่ได้แล้ว ทุกอย่างมันไม่สามารถหวนกลับไปได้อีกแล้ว เหมือนอย่างที่มันบอก เวลาของผมกับมันหยุดลงไปตั้งแต่วันที่เราเลิกกันแล้ว เวลาต่อจากนั้นมันเป็นช่วงเวลาของเพื่อนเท่านั้น ไม่ใช่ช่วงเวลาของคนรัก

 

“ปอคะ...เป็นอะไรรึเปล่าคะ ดูหน้าซีดๆ” ฝ้ายกุมมือผมแล้วเอ่ยถามด้วยความห่วงใย ผมหันมามองหน้าฝ้ายและฝืนยิ้มเล็กน้อย

 

“ไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวปอขอไปหาน้องก่อนนะแม่ เดี๋ยวมาครับ” ผมเดินไปหา ไอ้ต่อหลังจากที่ไอ้พายมันร้องเพลงจบลงแล้ว ผมเดินไปแซวมัน พยายามกลบเกลื่อนความรู้สึกของตนเองเอาไว้

 

และผมก็แอบไปยืนร้องไห้คนเดียวในมุมที่เงียบที่สุด มืดที่สุด ความอ่อนแอ ถาโถมเข้ามาใส่ผมเหมือนคลื่นยักษ์ที่ซัดสาดเข้ามาใส่ ผมเจ็บปวดจนแทบอยากจะหนีไปจากตรงนี้ มีแต่คำถามว่า ทำไม วิ่งวนอยู่ในใจของผมเต็มไปหมด ผมไม่อาจหาคำตอบให้กับคำถามที่เกิดขึ้นได้เลย

 

หมับ!!

 

“อย่าร้องไห้นะครับ...ปอต้องยิ้มนะรู้มั้ย วันนี้เป็นวันที่ดีที่สุดของปอ ชายรักปอมากและอยากเห็นปอมีความสุขที่สุด...” อย่าร้องไห้อย่างนั้นหรอ จะให้ผมทำแบบนั้นได้ยังไงกันในเมื่อมันเองก็กำลังร้องไห้

 

“ถ้าปอรักชาย เก็บชายเอาไว้เป็นเพียงแค่ความทรงจำ อย่าให้ชายอยู่ในใจของปอเพื่อทำร้ายคนที่อยู่ข้างๆ ปอเลยนะ” มันกอดผมเอาไว้แน่นมากจนผมรับรู้ได้ทั้งความรัก ความอบอุ่น ความเสียใจ และความรู้สึกมากมายที่เรามีต่อกัน

 

“ชายรู้ว่าปอต้องเลือกทำในสิ่งที่ถูกต้อง ชายดีใจที่เราเคยได้รักกัน แม้มันจะเป็นเพียงช่วงเวลาสั้นๆ แต่ชายจะเก็บมันเอาไว้ในใจเสมอ” ผมหันหน้าไปมองสบตากับมัน ผมยกมือขึ้นแตะเบาๆ ที่ใบหน้าของมันแผ่ว เราสองคนเอาหน้าผากแตะชนกันไว้

 

“ชาย..กูขอโทษ” ชายส่ายหน้าน้อยๆ แล้วยิ้มให้กับผม

 

“ปอไม่ผิดอะไร ชายเข้าใจปอเสมอ หยุดร้องไห้แล้วกลับเข้างาน อย่าทำให้คนที่ปอรักและรักปอต้องเป็นห่วงเลยนะ...” มันค่อยๆ เช็ดคราบน้ำตาให้ผม รอยยิ้มที่ส่งมาให้นั้นช่างเจ็บปวดหัวใจมากเหลือเกิน

 

“ชาย...อย่าไปได้มั้ย อยู่ใกล้ๆ ให้กูรู้ข่าวบ้างก็ยังดี...” สุดท้ายแล้วผมก็เอ่ยขอในสิ่งที่แสดงถึงความเห็นแก่ตัวของตัวเองออกไปจนได้

 

“ไม่ได้หรอกปอ ถึงไม่มีเรื่องนี้กูก็ต้องไปอยู่ดี มันเป็นเส้นทางที่เราต่างคนต่างต้องเดิน...และเราก็ต้องแยกกันเดินอย่างจริงจังแล้ว” ทั้งๆ ที่ผมให้คำมั่นสัญญาว่าจะไม่มีทางปล่อยมือจากมันไป แต่ทว่าตอนนี้ผมกลับต้องปล่อยมือจากคนที่ผมรักมากที่สุด

 

“ถ้าเมื่อไหร่ที่มึงไม่เหลือใคร กูจะกลับมาอยู่ข้างๆ มึง...กูสัญญา” มันมอบคำมั่นสัญญาให้กับผม  ผมยื่นหน้าเข้าไปหามัน บรรจงจูบคนที่ผมรักมากที่สุดด้วยความรักที่อาจจะมอบให้กันเป็นครั้งสุดท้าย มันเป็นช่วงเวลาที่เจ็บปวดและทรมานใจมากที่สุดเท่าที่ผมเคยรู้สึกมา

 

“สักวันหนึ่งถ้าฟ้าเข้าข้างเรา เราคงได้กลับมารักกันอีกครั้ง ขอบคุณสำหรับทุกสิ่งทุกอย่างที่มีให้กันตลอดมา...ขอบคุณจริงๆ” ชายปล่อยมือออกจากผม แล้วมันก็เดินจากผมไป แผ่นหลังที่ไกลออกไปเรื่อยๆ นั้น ผมรู้ดีว่าผมไม่สามารถที่จะเอื้อมมือไปคว้าร่างของมันกลับมาสู่อ้อมกอดของผมได้อีกแล้ว

 

จบลงแล้วรักครั้งแรก รักครั้งเดียวที่ติดตรึงอยู่ในใจของผม ผมไม่อาจจะรักใครได้เท่าที่รักมันแล้วจริงๆ ผมได้แต่หวังว่าสักวันหนึ่งฟ้าจะยอมเปิดทางให้ความรักที่ถูกซ่อนเร้นของเราบ้าง

 

ถ้าวันนั้นมาถึงขอให้เป็นวันที่ไม่มีใครจะต้องมาเจ็บเพราะความรักของผมอีกต่อไป

 

. . . . . . . . . .

 

 

 

Memory Box

 

“ใครแม่งชื่อ ชยณัฐ วะ ขานรับกูหน่อยดิ” ผมตะโกนเอ่ยเรียกชื่อคนที่ผมจับได้ เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาตามหา

 

“กูเอง...ชยณัฐ” เสียงตอบรับกลับมาจากทางด้านหลัง ทำให้ผมหันกลับไปมองเจ้าของชื่อที่ผมจับได้ ชั่ววินาทีที่มองสบตากับดวงตาที่ค่อนข้างเข้มคู่นั้น ผมเกิดความรู้สึกบางอย่างที่ไม่สามารถอธิบายได้เลยว่ามันคืออะไร

 

ทุกอย่างดูนิ่งสงบทั้งๆ ที่รอบข้างมีแต่เสียงโหวกเหวกโวยวายของเพื่อนร่วมรุ่นที่ตะโกนถามชื่อกันให้วุ่น สายตาของเราประสานกันอยู่ชั่วขณะ ก่อนที่มันจะก้มหน้าลงมองป้ายชื่อในมือของมัน

 

“แล้วใครแม่งชื่อ ธณภัทร วะ กูหาตั้งนานแล้วยังไม่เจอเลยห่า...” ผมมองดูป้ายชื่อที่อยู่ในมือของมัน นั่นมันชื่อของผมนี่หว่า ท่าทางมันจะเป็นพรหมลิขิตหรือเปล่าวะที่ทำให้เราสองคนได้ชื่อของกันและกันแบบนี้

 

“เฮ้ยๆ กูเองเว้ย ธณภัทร...” ผมเดินเข้าไปหามันพร้อมกับยิ้มให้อย่างเป็นมิตร ผมรู้สึกถูกชะตากับมันเป็นอย่างมาก ตั้งแต่ที่มองสบตากับมันแล้ว ความรู้สึกลิงโลดมันเกิดขึ้นมาในอกของผม

 

“โหย! บทจะเจอแม่งก็เจอง่ายฉิบหาย กูชื่อชาย” มันเปลี่ยนป้ายชื่อกับผม พร้อมกับแนะนำตัวอย่างเป็นมิตร

 

“กูชื่อปอ ยินดีที่ได้รู้จักเว้ย” เราสองคนจับมือกันเพื่อเป็นการเริ่มต้นการรู้จักกันในรั้วมหาลัยที่เราต้องอยู่ด้วยกันไปอีกสี่ปี

 

“ยังไงกูก็ฝากตัวด้วยแล้วกัน ไหนๆ ก็ต้องเป็นบัดดี้กับมึงแล้วนี่นะ มีอะไรให้กูช่วยก็บอกได้ไม่ต้องเกรงใจเว้ย” มันบอกกับผมพร้อมกับส่งยิ้มมาให้ รอยยิ้มที่ประดับบนใบหน้าที่ดูดีของมัน

 

เราสองคนกลายเป็นเพื่อนสนิทกันได้ภายในเวลาอันสั้น กินด้วยกัน นอนด้วยกัน เมาด้วยกัน พากันเรียนบ้าง พากันโดดบ้าง มีความสุขในชีวิตที่ค่อนข้างเป็นอิสระ

 

..........

 

 

“มึงย้ายมาอยู่กับกูที่คอนโดดิวะปอ เทียวไปเทียวมาขับรถไปไกลไม่เหนื่อยรึไง กูอยู่คนเดียว นอนคนเดียวเหงาจะตายห่า” มันบอกกับผมในเทอมสองของปีแรก ผมแวะมานั่งเล่นที่คอนโดของมัน

 

“อยากให้กูมาอยู่เป็นเพื่อนก็บอกดิวะ กลัวผี หรือว่าแอบคิดอะไรกับกูวะ...” ผมแกล้งหรี่ตามองมันอย่างจับผิด มันมีท่าทีผิดปกติอยู่ชั่วครู่ ก่อนที่มันจะหยิบหมอนมาปาใส่หน้าผม

 

“มึงไปตายไปไอ้ห่าปอ” ผมคงไม่ได้คิดไปเองแล้วหล่ะว่ามันกำลังเขิน ก็ในเมื่อมันชัดเจนมากขนาดนั้น...

 

“เขินกูหรอชาย เขินกูอ่ะดิ ฮั่นแน่...แอบยิ้มแบบนั้นหมายความว่าไง ชอบกูแล้วใช่ป่ะวะ มามะมาให้กูจุ๊บทีนึง” ผมวิ่งไล่มันไปทั่ว มันก็ทั้งด่า ทั้งสู้กับผมไปทั่วห้อง จนสุดท้ายแล้วผมก็คว้าตัวมันเอาไว้ได้ เราสองคนล้มกลิ้งอยู่บนพื้นห้อง

 

“สัดปอกูจะ...” มันไม่ทันที่จะด่าหรือว่าพูดอะไรมากกว่านั้น ผมก้มลงจูบมันตามที่หัวใจของผมบอกว่าให้ทำ มันทำตาโตด้วยความตกใจ มันคงไม่คิดว่าไอ้ที่ผมเล่นๆ กับมันอยู่ทุกวันนั้น ผมจะคิดกับมันแบบนั้นจริงๆ

 

“กูจริงจังนะชาย...ถ้ามึงรังเกียจกู กูก็จะตัดใจไม่คิดอะไรกับมึง เพราะมันยังแค่เริ่มต้น คงไม่เจ็บเท่าไหร่ถ้าจะต้องตัดใจ แต่ถ้ามึงเองก็คิดเหมือนกู กูจะทำให้มึงมีความสุขที่สุดเท่าที่กูจะทำได้” ผมมองสบตากับมันอีกครั้ง ผมบอกความรู้สึกกับมันในเทอมสอง ตอนที่เราเป็นเพื่อนสนิทกันมากๆ มากจนน่าสงสัยว่าทำไมเราถึงได้สนิทกันได้เร็วขนาดนั้น

 

“กูไม่รู้...แต่กูก็ไม่ได้รังเกียจมึงว่ะปอ” ผมก้มลงจูบมันอีกครั้ง จูบเม้มปากมันหนักๆ เพื่อเรียกความรู้สึกของมันออกมา ผมมั่นใจว่ามันเองก็คิดไม่ต่างจากผม สายตาของมันบอกกับผมแบบนั้น

 

จากจูบที่ดูเหมือนล้อเล่นมันเริ่มจริงจังมากขึ้น กระดุมเสื้อของมันถูกปลดออกไปหลายเม็ด ผมซุกหน้าลงบนหน้าอกมัน มันไม่ได้ขัดขืนผมเลยสักนิด ถ้ามันไม่คิดอะไรกับผมมันน่าจะถีบผมออกจากตัวมันแล้ว

 

เรากุมมือกันแบบสอดประสานแนบแน่น ผมจูบลงบนอกด้านซ้ายของมันอย่างหนัก เม้มเนื้ออ่อนนุ่มของมันไปทั่วอย่างโหยหา ผมมันเพื่อนสนิทที่คิดไม่ซื่อ ผมชอบมันตั้งแต่วันแรกที่เราได้สบตากัน มันเป็นคนที่ดูดี มันหล่อแต่ผมหล่อกว่าอ่ะนะ

 

“ปอ...พะ พอก่อนเหอะ มึงอย่ากัดกูสิวะห่า อดอยากปากแห้งมากนักรึไง” มันดันผมอย่างอ่อนแรง ผมเงยหน้าขึ้นมายิ้มพร้อมกับเลื่อนริมฝีปากมาจูบปากมันหนักๆ  มันดูอ่อนยวบอยู่ใต้ร่างของผม มันเองก็คิดไม่ต่างจากผมหรอก ผมมั่นใจจริงๆ

 

“กูชอบมึงอ่ะชาย ชอบมาตั้งแต่วันแรกที่เจอแล้ว มึงล่ะ...คิดยังไงกับกู บอกกูให้รู้เหอะ อย่าให้กูคิดไปเองคนเดียวเลย” ผมจ้องมองสบตากับมัน คลอเคลียมันไม่ห่าง ผมชอบมันทั้งนิสัยและหน้าตา ชอบทุกอย่างที่รวมเป็นมัน

 

“เออ...ก็ได้ กูก็รู้สึกดีกับมึง ถ้ากูเกลียดมึงกูจะยอมให้มึงรุ่มร่ามกับร่างกายกูหรอวะ” ผมยิ้มกว้างแล้วก้มลงรัวจูบปากมันอย่างหนัก จนมันแทบจะถีบผมออกจากตัวมัน แต่ยากครับ ผมไล่จูบมันไปทั้งใบหน้า ซอกคอ ไล่ลงมาที่หน้าอก ผมฝากรอยรักเอาไว้มากมาย จูบไล่ลงมาที่ท้องน้อย ตั้งท่าจะปลดกางเกงของมันลง แต่มันก็ตะครุบมือของผมเอาไว้

 

“ไอ้เชี่ยปอ...มึงไม่คิดจะให้เวลากูทำใจหน่อยหรอวะ ยังไงกูก็ผู้ชายนะเว้ย” มันรีบดันผมออกจากตัวมันทันที แม่งไม่น่ารู้ตัวเร็วเลย น่าจะให้ผมได้กินมันมากกว่านี้ก่อน

 

“ผู้ชายแล้วไง...ก็กูอยากจะรักมึงอ่ะชาย รัก รัก รัก รัก” ผมพูดกรอกหูมัน แล้วปล้ำมันลงมานอนฟัดที่พื้น ผมชอบเล่นแบบนี้กับมัน แต่ในใจของผมมันลิงโลดทุกครั้ง มันไม่ใช่แค่ความรู้สึกของเพื่อนที่มีต่อเพื่อนเลยสักนิด

 

“ไอ้ปอ...ไอ้เพื่อนสนิทคิดไม่ซื่อ ไอ้บ้าอย่าทำกูดิวะ มึงปล่อยกูเลย...”

 

..........

 

 

“มึงว่าสีอะไรสวยกว่ากันวะ” ผมกับมันกำลังเลือกผ้าปูที่นอนที่จะเปลี่ยนใหม่ มันชอบสีขาวแต่ผมชอบสีฟ้า ถึงจะถามเหมือนรอฟังความคิดเห็น แต่ผมก็ตั้งใจจะใช้ สีฟ้าอยู่แล้ว

 

“ขาวเลยมึง ครั้งที่แล้วกูยอมตามใจใช้สีฟ้าไปแล้ว” แม่งรู้ทันกูตลอดเลยห่า ผมเดินเข้าไปกอดแม่งจากทางด้านหลังแล้วเอาคางเกยไหล่มันเอาไว้ มันทำเพียงแค่หันมามองผมด้วยหางตาอย่างรู้ทัน

 

“อย่ามาอ้อนกูว่ะปอไม่ได้ผลหรอก เอาสีขาวเลยมึง...”

 

“สีขาวเลอะง่ายนะเว้ย สีฟ้าเหอะ เหมือนได้นอนบนท้องฟ้าเลยนะเว้ย นะๆ นะครับที่รัก เอาสีฟ้านะ กูชอบสีฟ้า” ผมคลอเคลียอยู่ที่คอของมัน มันก็ดิ้นไปมาแถมยังหันมาเฉดหัวผมอีก รักกันรุนแรงครับ ตามประสาเพื่อนผู้ชายนั่นแหล่ะ

 

“สีฟ้ามึงไม่เลอะง่ายเลยนะปอ เลิกเอาจมูกมึงมาไซ้ซอกคอกูสักที กูทำงานไม่รู้เรื่องแล้วห่า เออๆ สีฟ้าก็สีฟ้า ให้มันได้อย่างนี้สิแม่ง แพ้มึงตลอดเลยไอ้เชี่ย...อื้อ...” ผมเนียนจูบมันหนักๆ ก่อนจะเดินกลับมาจัดการเปลี่ยนผ้าปูที่นอนผืนใหม่ เรื่องเล็กๆ น้อยๆ เราก็เอามาเถียงกันได้ไม่รู้จบจริงๆ

 

 

 

“ปอ...มึงนั่งดีๆ เป็นมั้ยวะ เดี๋ยวแม่งก็บาดเอาหรอก อยู่เฉยๆ ได้มั้ยไอ้ปอครับ กูจะโกนหนวดให้” ผมนั่งยิ้มแป้นให้ไอ้ชายมันโกนหนวดให้ แต่ใครใช้ให้มันใส่เสื้อกล้ามควานลึกแบบนั้น เห็นแล้วหมั่นเขี้ยวต้องยื่นมือไปบิดและบีบ มันเอาขวดครีมฟาดหน้าผมมาหนึ่งทีด้วยความรัก

 

“บีบทำไมแม่งกูช้ำหมดแล้วปอ อยากบีบมากของมึงไงบีบเข้าไป เค้นเข้าไป กูหลงเอามึงมาทำผัวได้ไงวะไอ้โรคจิต” มันด่าผมไปก็ตั้งหน้าตั้งตาโกนหนวดให้ผมไปด้วย น่ารักมั้ยล่ะไอ้ห่าชายเนี่ย มันกำลังเขินอ่ะดิ ผมรู้หรอก

 

“บีบของตัวเองมันไม่ได้อารมณ์นี่หว่า บีบของมึงแหล่ะเสียวดี” ผมหลบมือมันแทบไม่ทัน ห่านี่มือแม่งไวฉิบหาย ซ้อมกับมันจนจับทางได้ถูกหมดแล้ว

 

“ไม่โกนแม่งแล้วหนวดเนี่ย เอาไว้แบบนี้ก็ดีจะได้ไว้ไซ้มึงให้ดิ้นไม่เป็นท่า” ผมล็อคคอมันเข้ามาจูบอย่างหมั่นเขี้ยว ไอ้นี่เวลาอยู่ต่อหน้าคนอื่นทำเป็นเท่ แต่เวลาอยู่ด้วยกันแม่งเป็นตัวของตัวเอง มันน่ารักมากจนห้ามใจไม่ให้รักยากจริงๆ

 

“ปอ...กูไม่เล่น อย่าเอาคางมาไซ้กู ฮ่าๆ ไอ้ห่าปอ โอย กูจั๊กจี๋ อย่าดิวะ อ่าๆ ไอ้ปอกูขนลุก อื้อ...” เสร็จกูละครับไอ้ชาย มึงไม่ทันเล่ห์เหลี่ยมกูหรอกกูจะบอกเอาไว้ให้รู้เลย

 

..........

 

 

ผมยืนคิดอะไรคนเดียวเงียบๆ อยู่ที่ระเบียงห้อง มันเดินเข้ามาหาผมทางด้านหลัง อ้อมกอดที่แสนอบอุ่นของมันโอบกอดผมเอาไว้ มันมองออกว่าผมกำลังมีเรื่องไม่สบายใจ

 

“คิดมากหน้าแก่เร็วว่ะปอ เครียดอะไรเดี๋ยวมันก็ผ่านไปได้เองนั่นแหล่ะ” มันยีหัวผมจนยุ่งไปหมด ผมดึงมันมาอยู่ทางด้านหน้าแล้วเป็นฝ่ายโอบกอดมันเอาไว้เสียเอง

 

“เวลามึงอ้อนๆ ทำตัวน่ารักแบบนี้โคตรน่ารักเลยว่ะชาย ไหนใครชมว่าหล่อนักหนา กูเห็นแต่อิหนูของกูที่แม่งโคตรขาว โคตรนุ่มนิ่มน่ากอดน่าฟัดไปทั้งตัว” ผมแค่แกล้งเอาคางถูซอกคอมัน มันหันมาตบหัวผมเบาๆ ผมหัวเราะอยู่คนเดียวอย่างชอบใจ อยู่กับมันแล้วสบายใจ ไม่ต้องพูดอะไรมาก แค่เป็นตัวของตัวเองเท่านั้น

 

“แม้แต่เวลาที่มึงเครียดมึงก็ยังหื่นนะปอ ไม่เอาแล้วอย่าคิดมาก มีอะไรให้กูช่วยก็บอกมาได้นะมึง คนรักกันมันต้องช่วยกัน แบ่งปันกันทั้งสุขและทุกข์ ถ้ารักกูอย่าปิดบังกู โอเคนะ” มันหันมามองหน้าผมอย่างจริงจัง ผมรั้งเอวมันเข้ามากอดแน่นๆ แล้วจูบมันแบบเต็มรัก เต็มความรู้สึกที่แสนมากล้น

 

“ไม่รักมึงแล้วจะไปรักแมวที่ไหนวะชาย กูแค่เครียดเรื่องเรียนนิดหน่อยไม่มีอะไร ใครจะน่ารักเท่ามึงอีกวะชาย โคตรของโคตรน่ารักเลยรู้มั้ยวะ” ผมกับมันอาจจะไม่ใช่คู่ที่หวานใส่กันมากมาย เราเป็นเราไม่มีอะไรเปลี่ยน ตอนแรกก่อนบอกรักกันเราเป็นยังไง ตอนนี้เราก็ยังเป็นแบบนั้น ผมชอบไล่กอดมันมาตั้งแต่ไหนแต่ไรมาแล้ว ทุกคนเคยชินกับภาพแบบนี้ของเราสองคน จนมันกลายเป็นความเคยชินของทุกคนไปแล้ว

 

“รักกูเยอะๆ เหอะ เพราะกูเองก็โคตรรักมึงเหมือนกัน...เหวอ ห่าปอมึงเอาอีกแล้วนะ อย่าแม้แต่จะคิดเลย” ผมแบกมันขึ้นบ่าแล้วพากลับเข้ามาในห้อง น่ารักมากเกินไปมันต้องโดนสั่งสอนให้รู้ว่า ถ้าน่ารักมากๆ มันจะไม่รอดไปไหนได้

 

โครม!!

 

“โอย...หลังกูหักแล้วมั้ง มึงชอบความรุนแรงหรอวะปอ จะเอากูแต่ละทีเล่นกูแทบตายทุกครั้ง” มันโอดโอยอยู่ใต้ร่างผม ผมกดร่างมันลงบนเตียงนอนพร้อมกับนอนทาบทับร่างของมันเอาไว้แนบแน่น เกลี่ยแก้มมันไปมาอย่างหมั่นเขี้ยว

 

“เอ้าๆ เพิ่งรู้ตัวหรอจ๊ะว่ามีผัวโรคจิตอ่ะชาย มาเหอะมาให้กูสำเร็จโทษกับมึงซะดีๆ ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้วนี่น่ะ สักรอบสองรอบก่อนไปเรียนแล้วกัน” ผมปล้ำมันอยู่บนที่นอนจนเตียงยับยู่ยี่ ปล้ำถอดเสื้อของมันเสร็จก็เม้มแม่งไปทั้งตัว ไอ้ชายมันว่าแต่ผมชอบความรุนแรง แล้วดูมันดิฟาดมาทีรอยนิ้วมือนี่ขึ้นเป็นรอยเรียงกันห้านิ้วเลย

 

“มึงตีกูที กูจูบมึงที แลกกันอ่ะชาย...”

 

“กูหลวมตัวมารักคนแบบมึงได้ไงวะปอ...ห๊าแม่งกัดกูอีกแล้ว ไอ้ปอมึงอย่าเค้นตูดกูแบบนั้นดิวะมันเจ็บ อื้อ.....ไอ้เอี้ย” มันพูดมากนักผมก็จับมันจูบไงครับ เราพลิกกันไปมาจนตกเตียงหลายต่อหลายครั้ง แม่งทั้งสุข ทั้งสนุกที่ได้แกล้งไอ้ชายมันแบบนั้น เป็นช่วงเวลาที่มีความสุขมากจริงๆ

 

.........

 

 

 

วันนี้เป็นวันครบรอบปีที่สามที่เราคบกัน เรารู้จักกันมาสี่ปีแล้ว แต่ทว่าเราคบกันในฐานะคนรักมาได้สามปี ผมจัดห้องเอาไว้อย่างสวยงาม ปิดไฟทุกดวงให้มืดมิดแล้วจุดเทียนสีส้มนวลตาเอาไว้ตามมุมต่างๆ ของห้อง

 

“กูกลับมาแล้วคร้าบ...” ท้ายประโยคเงียบลงเล็กน้อยเมื่อมันเข้ามาในห้องแล้วพบเห็นความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น

 

“เล่นห่าอะไรวะปอ อโรมาจับเธอมาหรอสัด...”

 

“จับมึงมาสิสัดชาย กูอุตส่าห์ทำให้ดูโรแมนติก พูดซะเสียหมดเลยมึง” ผมเดินออกมาจากห้อง หยิบกล่องกำมะหยี่สีแดงติดมือมาด้วย ออกมาเจอมันเกรียนใส่แล้วอยากจะหมดอารมณ์หวานที่สร้างขึ้นจริงๆ

 

“ตกลงมึงเล่นอะไรของมึงเนี่ยปอ อย่าบอกนะว่าจะเล่นน้ำตาเทียนกับกูอ่ะ ถึงกูจะชอบเล่นเจ็บๆ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่ากูจะเล่นน้ำตาเทียนนะเว้ย” ไอ้นี่บางทีก็คิดฟุ้งซ่านเกินความน่าจะเป็นนะรู้สึก ผมส่ายหน้าอย่างระอาใจ พร้อมกับเดินเข้าไปหามัน

 

“วันนี้วันครบรอบสามปีที่มึงกับกูคบกันว่ะชาย...กูให้มึง” ไหนๆ แม่งก็เสียบรรยากาศแล้ว ไม่ต้องบิ้วแม่งแล้ว บอกเลยแล้วกัน

 

“จำได้ด้วยหรอวะ...” ผมพยักหน้ารับแล้วยื่นหน้าไปหอมแก้มมัน ใครจะจำไม่ได้วะ วันที่มึงยอมตกลงคบกับกู มันเป็นวันที่กูจะไม่มีวันลืมเลยจริงๆ

 

“จำได้ทุกอย่างนั่นแหล่ะ ทุกอย่างที่เกี่ยวกับมึง คนที่กูรักมากที่สุด มึงเป็นรักครั้งแรกของกูนะชาย ที่ผ่านมากูคบกับใครมาบ้างแต่ไม่เคยมีสักคนที่กูรัก...มึงคนเดียว” ผมยิ้มให้กับมัน ภายในห้องสลัวๆ แต่ก็พอจะมองเห็นรอยยิ้มเก้อเขินของมันอย่างชัดเจน

 

“มึงเองก็เป็นรักแรกของกูเหมือนกับว่ะปอ กูดีใจที่เป็นมึง” มันกอดผมตอบ กอดอย่างแนบแน่น ความรู้สึกของเราสองคนไม่จำเป็นต้องให้ใครมารับรู้ เพรามันเป็นเรื่องระหว่างเราสองคนเท่านั้น คนอื่นจะรับรู้หรือไม่ก็ช่างมันประไรผมไม่ใส่ใจอยู่แล้ว

 

“ชอบของที่กูให้มั้ย” มันเปิดกล่องดูแล้วยิ้มน้อยๆ พร้อมกับพยักหน้ารับ ก่อนจะวางมันลงอย่างเบามือ

 

“ทำไมให้นาฬิกากูวะปอ แพงนะเว้ยไม่ต้องซื้อแพงขนาดนี้ก็ได้” มันเป็นเงินเก็บของผมที่ผมตั้งใจเก็บเอาไว้เพื่อซื้อนาฬิกาเรือนนี้ให้มัน

 

“กูต้องการจะบอกให้มึงรู้ว่า เวลาทั้งหมดของกู กูยกให้มึงคนเดียวเท่านั้น มึงคือสิ่งที่มีค่าที่สุดในชีวิตของกูนะชาย อยู่ด้วยกัน รักกันตลอดไปนะครับ” ผมคลอเคลียอยู่ที่ใบหน้าของมัน มันยิ้มกว้างพร้อมกับพยักหน้ารับ

 

“ขอบใจครับปอที่รักชายมากขนาดนั้น ชายไม่ได้เตรียมอะไรไว้ให้ปอเลย ช่วงนี้เรียนยุ่งๆ...” มันมองหน้าผมพลางแกะกระดุมเสื้อไปพลาง เสื้อเชิ้ตสีขาวที่มันสวมใส่ไหล่ลู่ลงไปกองที่พื้น

 

“ขอมัดจำด้วยตัวและหัวใจของกูก่อนแล้วกันนะปอ...” มันดึงผมเข้าไปกอดแนบแน่น ผมไล่จูบที่เนินไหล่ของมันไปถึงปลายนิ้วมือ มันสั่นสะท้านแต่ก็ยินยอมให้ผมจับจองมันทุกพื้นที่บนร่างกายของมัน

 

“ไม่เป็นไร ไม่ต้องให้อะไรกูหรอก เท่าที่มึงยกหัวใจให้กูมา เท่านี้ก็มากพอแล้วชาย...กูรักมึง” ความรักของมันที่มอบให้กับผมตอบกลับมามันมีค่ามากกว่าสิ่งใดๆ บนโลกใบนี้ ผมไม่ต้องการอะไรอีกแล้ว สิ่งเดียวที่ผมต้องการคือมัน ขอให้ได้ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันกับมันไปนานแสนนาน

 

“กูไม่ขออะไรมากนะชาย ขอแค่ต่อจากนี้ไปอีกห้าปี สิบปี หรือยี่สิบปี เราจะยังมีวันครบรอบวันที่เราคบกันต่อไปเรื่อยๆ เพิ่มขึ้นทุกปีๆ อยู่กับปอนานๆ นะครับ รักกับปอตลอดไป ชายจะเป็นรักแรกและรักเดียวที่ปอจะมี...ปอสัญญา” เราสองคนเกี่ยวก้อยสัญญากันเอาไว้ ท่ามกลางเพลงรักที่เราบรรเลงให้แก่กันและกัน บทรักที่แสนร้อนแรงแต่แฝงเอาไว้ด้วยความอ่อนหวาน มันทำให้เรามีความสุขด้วยกันในค่ำคืนที่แสนพิเศษเช่นนี้

 

ในวันข้างหน้าจะเป็นเช่นไรไม่มีใครรู้ได้ แต่วันนี้เรายังคงมีเรา เรามีกันและกันเสมอ เราจะตักตวงช่วงเวลาที่ดีที่สุดที่เรามีต่อกันเอาไว้ให้มากๆ เผื่อสักวันหนึ่งในภายภาคหน้า เวลาของเราอาจจะต้องหยุดเดินลงไป เราจะได้มีช่วงเวลาดีๆ ที่เรามีต่อกันไว้รำลึกถึง

 

“รักนะครับ...”

 

……….100%..........

 

ติดแท็ก #ปอชาย #ยุ่งนัก นะคะ ถ้าจะพูดถึงเรื่องของคู่นี้ ขอบคุณค่า

แวะเอาเรื่องของปอชายมาลงให้อ่านเพราะรู้สึกว่ามีหลายคนที่ไม่ได้ซื้อหนังสือเลยยังไม่ได้อ่านเรื่องของคู่นี้

จบแล้วค่า จบแบบเจ็บๆ ถึงจะเอาช่วงเวลาที่มีความสุขมาให้อ่าน แต่มันก็คือช่วงเวลาที่ผ่านพ้นมาแล้ว มันหวนคืนไม่ได้อีกต่อไปแล้ว T^T

เพราะฉะนั้นมันต้องมีเรื่องของคู่นี้ต่อใน ณ ขณะรัก ซึ่งกำลังทยอยแต่งอยู่ค่า จะเอามาลงให้ได้อ่านกันที่นี่แน่นอนค่ะ

ขอบคุณที่แวะเข้ามาอ่านจ้า รักคนอ่านนะครับ ^^



 

 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 36 ครั้ง

15,978 ความคิดเห็น

  1. #15671 Alleytama (@tamagome23) (จากตอนที่ 85)
    วันที่ 3 กันยายน 2558 / 22:46
    พระเจ้า เจ็บที่สุดของที่สุด คือไม่ไหวแล้วอะ ร้องไห้เลย ฮือออออ ทำไมเป็นแบบนั้นละ ทำไม?! โฮวววววววว ฮึกๆ
    #15671
    0
  2. #15638 Ploy Warissara (@paloyploypear) (จากตอนที่ 85)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2558 / 20:46
    อ่านแล้วน้ำตาไหลพรากกกก ทำไมอ่าา เค้าสงสารรร ม่ายอาวแบบนี้ T^T
    #15638
    0
  3. #15535 |2e@|_ (@real-st) (จากตอนที่ 85)
    วันที่ 19 เมษายน 2558 / 23:37
    อ่านอีกรอบก็สะเทือนใจ~
    ฮอล เจ็บหน่วงที่ ♡ จุงเบยค่ะ
    #15535
    0
  4. #15506 ammyjibi2 (@Ammyjibi) (จากตอนที่ 85)
    วันที่ 11 เมษายน 2558 / 15:49
    อยากให้ลงเอยกันจังงง เขื่อนแตกเลย ชดมาม่าหนัก 555555555

    #15506
    0
  5. #15495 meepooh2499 (@meepooh2499) (จากตอนที่ 85)
    วันที่ 29 มีนาคม 2558 / 23:55
    เป็นตอนที่บีบคั้นอารมณ์ได้มากที่สุดเลยค่ะ พูดแบบไม่อายเลยว่าน้ำตาไหลพรากเลยทีเดียวค่ะ ปอลิง.อยากได้หนังสือมั่งจัง - -"
    #15495
    0
  6. #15474 Kanokwan Nirakul (@kk1998) (จากตอนที่ 85)
    วันที่ 16 มีนาคม 2558 / 22:50
    อยากให้ปอกับชายได้รักกันอยู่ด้วยกันอ่าา และกว่าจะอ่านตอนนี้จบ เกือบชม.มัวร้องงง T^T ปอ ชาย สู้ๆนะ
    #15474
    0
  7. #15144 ploylybbs (@ploylybbs) (จากตอนที่ 85)
    วันที่ 22 กันยายน 2557 / 18:07
    เศร้า.. TT^TT ปออออออ ชายยยยยยย สู้ๆ
    #15144
    0
  8. #14754 OiL_Kung (@oil-kung) (จากตอนที่ 85)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2557 / 16:19
    เจ็บมากกกกก ฮือออออออออออออออออออ
    ไรท์เตอร์ใจร้ายยยย แต่รักนะครัชชช จุ๊บๆ
    ขอบคุณที่แต่งให้อ่านนะครับบบบ
    #14754
    0
  9. #14627 sakura17 (@thelufy) (จากตอนที่ 85)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2557 / 14:43
    เศร้าจริงๆ
    ที่ๆพูดกันคือแบบนี้สินะ
    #14627
    0
  10. #14566 วีว่า (จากตอนที่ 85)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2557 / 17:28
    คือมันหน่วงมาก แอบอยากให้ปอเลิกกับฝ้ายอะ
    #14566
    0
  11. #14499 mitake (@voldermore) (จากตอนที่ 85)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2557 / 17:15
    นี่มันคู่ดราม่าแห่งปีเลยนะเนี่ย T_T
    #14499
    0
  12. #14259 Farh Kanokkangwan (@djapfotgbnk) (จากตอนที่ 85)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2557 / 23:19
    ทำไมคู่นี้มันเศร้าเยี่ยงนี้หล้ะไรท์
    #14259
    0
  13. #14165 Eueieiei (จากตอนที่ 85)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2557 / 02:48
    เศร้าเกิ้นTOT น้ำตาตกเลยเจอแบบนี้เข้า ไม่ชอบดราม่าเลย อยากจะร้องไห้T^T
    #14165
    0
  14. #14114 Power (@akin) (จากตอนที่ 85)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2557 / 10:35
    ซึ้ง.... น้ำตาจะไหลมากกับคู่นี้ สงสารอะ...
    #14114
    0
  15. #14045 JENNYHA (@jennyha) (จากตอนที่ 85)
    วันที่ 30 เมษายน 2557 / 17:51
    โคตรเจ็บอะ
    #14045
    0
  16. #13902 Aimzilla (@aemza302) (จากตอนที่ 85)
    วันที่ 25 เมษายน 2557 / 03:11
    หน่วงมากอ่าไรท์
    #13902
    0
  17. #13836 Verdaler' (@verda) (จากตอนที่ 85)
    วันที่ 23 เมษายน 2557 / 15:20
    ดราม่าเกินอ่ะ ฮืออออออออออออออ น้ำตาท่วมบ้านแล้วปวดตา 

    ร้องไห้หนักมากกับตอนนี้
    #13836
    0
  18. #13816 Ayumu W. (@nishigi) (จากตอนที่ 85)
    วันที่ 20 เมษายน 2557 / 23:38
    เสียน้ำตาให้ตอนนี้ถล่มถลายมากมายเลยพี่ น้ำตาน้ำมูกมาหมดอ่ะ Y^Y
    #13816
    0
  19. #13810 janaphis (@janaphis) (จากตอนที่ 85)
    วันที่ 20 เมษายน 2557 / 22:26
    โอยยย น้ำตาไหลล สงสารทั้งพี่ปอทั้วพี่ชายยTT__TT
    #13810
    0
  20. #12946 Twins_LuvSuJu (@crazy-korea) (จากตอนที่ 85)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2557 / 21:42
    พี่เกรททำหนูร้องไห้เลยอ่ะ
    #12946
    0
  21. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  22. #12912 maruko (จากตอนที่ 85)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2557 / 12:54
    เรื่องมันเศร้าเราสามคน ไม่รู้จะสงสารใครดี ปอชายฝ้าย ทุกคนเจ็บ T T
    #12912
    0
  23. #12751 Praew_Parichat (@26159) (จากตอนที่ 85)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2557 / 22:09
    งือๆๆๆๆ พี่พอกะพี่ชายน่าสงสารมากๆเลย แต่แอบสงสารพี่ชายมากกว่าอ่า
    #12751
    0
  24. #12318 MO_JUNG (@mylove17) (จากตอนที่ 85)
    วันที่ 6 มกราคม 2557 / 16:39
    ฮือ ตอนแรกเท่านั้น !!! น้ำตาก็ไหล ฮือออ
    สงสารพี่ปอ สงสารพี่ชาย
    คนที่เลือกก็เจ็บ คนจะไปก็เจ็บ ฮืออออออออ
    #12318
    0
  25. #12023 maiden (@fhafah) (จากตอนที่ 85)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2556 / 21:17
    ตอนแรกแค่ปริ่มๆ
    แต่พอกลางเรื่องเท่านั้นแหละ ไหลพรากเลยอ่ะ

    คิดว่าพายต่อกับโก้ต็อปจบใจหายแล้วนะ
    เจอปอชายเข้าไปพุดไม่ออกเลยอ่ะเศร้า 
    #12023
    0