OK!! I love U ♥ ยุ่งนัก...กูรักมึงก็ได้ [Yaoi][Boy's love]

ตอนที่ 8 : ☆OK! I love U ★... 07. ป่วย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 24,075
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 74 ครั้ง
    7 ส.ค. 56



07. ป่วย

 

เนื่องด้วยวันนี้เป็นวันหยุด กระผมนายเป็นต่อเลยไม่คิดจะออกไปไหนนอกจากนอนกลิ้งไปกลิ้งมาเล่นเกมอยู่บนเตียงนอน เกมที่ผมชอบเล่นกลับไม่สนุกเลยจริงๆ ในวันนี้ หรือเพราะว่าผมมีเรื่องบางเรื่องมันรังควานอยู่ในใจไม่จบไม่สิ้น

 

ผมทรงใหม่ของผมสร้างความแปลกใจให้กับผู้คนที่คณะได้พอสมควร แม้แต่ไอ้เพื่อนต็อปเองยังออกปากชมว่าทำผมทรงนี้สีนี้แล้วดูดีขึ้น แต่มันก็ยังยืนยันคำเดิมว่ามันหล่อกว่าผมอยู่ดี

 

ถ้ามันคิดว่าการหลอกตัวเองแล้วมีความสุขก็ปล่อยมันไปเถอะครับ ฮ่าๆ

 

“ว่าแต่คนอื่นเค้าหลอกตัวเอง แล้วกูล่ะ...กำลังหลอกตัวเองอยู่รึเปล่า” ผมระบายลมหายใจแล้วนั่งมองดูน้องหมูใน Hay Day มันโบกมือยิ้มยิงฟันให้ผม ในสมองก็เอาแต่นึกถึงเรื่องราวในวันนั้นที่เกิดขึ้นระหว่างผมกับไอ้พี่พาย

 

จูบแรกของผมถูกมันช่วงชิงไป แต่จะโวยวายว่าเป็นจูบแรกรึก็ใช่ที่ มันจะยิ่งดูถูกเอาว่าอายุปูนนี้แล้วยังไม่เคยจูบกับใคร หนักเข้าหน่อยมันคงจะบอกว่าดีแค่ไหนที่มันสงเคราะห์จูบกับผม

 

เหมือนผมจะรังเกียจและขยะแขยงรสจูบของมัน แต่ทำไมพอเผลอตัวทีไรนิ้วของผมมักจะแตะที่ริมฝีปากตัวเองเบาๆ แล้วนึกถึงความรู้สึกและอ้อมกอดของมันในวันนั้น

 

มึงทำอะไรกับกูวะเนี่ย!!!

 

“ชอบ ชอบ ชอบ ชอบเหี้ยอะไรแกล้งกูสารพัดขนาดนี้ มึงเป็นเด็กอนุบาลหมีน้อยรึไงที่เวลาชอบใครก็จะแสดงออกด้วยการแกล้งเนี่ย” ผมได้แต่คิด ได้แต่สงสัยว่าที่มันพร่ำบอกว่าชอบผมนักหนาแบบนั้น มันรู้สึกอย่างนั้นจริงๆ หรือ แล้วทำไมมันถึงได้ชอบผม คนเราเวลาจะชอบใครสักคนมันน่าจะมีเหตุผลที่สามารถอธิบายได้สิ

 

อย่างที่ผมชอบดานี่เพราะว่าเธอสวย เธอน่ารัก เธอเรียนเก่งและเพียบพร้อมไปเสียทุกอย่าง ผมและใครอีกหลายๆ คนที่แอบชอบดาวคณะคนสวยคนนี้

 

แต่ก็แดกแห้วไปตามระเบียบเรียบร้อยโรงเรียนเธอแล้วหล่ะครับ

 

พูดถึงเรื่องอกหัก ตอนแรกผมคิดว่าอาการของคนอกหักมันน่าจะเฮิร์ทหนักมากกว่านี้ กินเหล้าเมารักแบบฟูมฟายไร้สติ แล้วทำไมผมถึงได้รู้สึกว่ามันไม่หนักหนาเท่าไหร่ มันแค่ชาที่หน้าเพราะถูกบอกปฏิเสธต่อหน้าคนเยอะๆ แต่ไม่ยักจะเจ็บแปลบที่หัวใจเหมือนอย่างที่คิด

 

หรือจริงๆ แล้วผมแค่ปลื้มเธอ ไม่ได้คิดจะดึงเธอเข้ามาเป็นคนรักตั้งแต่แรก ผมเองก็ให้คำตอบกับตัวเองไม่ได้เหมือนกัน

 

“แล้วกูจะมานั่งคิดถึงเรื่องพวกนี้ทำไมวะเนี่ย วันนี้อุตส่าห์ได้หยุดทั้งที่ก็พักผ่อนให้เต็มที่สิวะ” ผมด่าตัวเองแล้วดึงตัวเองออกมาจากวังวนความคิดที่แสนสับสนนั่นเสียก่อน ก่อนที่จะคิดอะไรมากไปกว่านั้นแล้วจะยิ่งงงเพราะค้นหาคำตอบไม่ได้

 

..........

 

 

 

ผมเดินออกจากศูนย์ซ่อมรถอย่างโล่งใจที่ของสำคัญของผมยังอยู่ในรถไม่ได้หายไปไหน สร้อยคอที่มีจี้เป็นหินสีนิลสวยที่ผมได้รับจากเพื่อนคนสำคัญคนหนึ่งช่วงที่ผมต้องเวียนเข้าออกโรงพยาบาลเป็นว่าเล่น

 

“มึงเป็นยังไงบ้างวะ...” เวลาก็ผ่านมาเกือบสิบปีแล้ว ถึงแม้ว่าเราจะไม่ได้เจอหรือว่าติดต่อกันเลยสักครั้ง แต่ผมก็ไม่เคยลืมช่วงเวลานั้นเลย หรือไม่บางที่เราอาจจะเจอหน้ากันเดินสวนกันแต่จำกันไม่ได้ ก็มันผ่านมาสิบกว่าปีแล้วนี่ครับ หน้าตาอาจจะเปลี่ยนไปบ้างก็ได้ใครจะรู้

 

“เอากลับไปเก็บไว้ที่บ้านดีกว่าเดี๋ยวหาย หรือว่าใส่ติดตัวเอาไว้ดีวะ” ตอนแรกๆ ผมก็สวมใส่อยู่ตลอดเวลา แต่มาหลังๆ นี่เอามาแขวนไว้ที่กระจกรถแทน ตั้งใจว่าจะเอามาเก็บที่ห้องนอนก็เกิดเรื่องขึ้นซะก่อน

 

แต่ตอนนี้ก็ได้มาอยู่ในมือแล้วนี่นะ

 

ตอนแรกว่าจะนอนเล่นอยู่บ้านไม่ออกไปไหน แต่พอนึกขึ้นได้ก็รีบขับรถมาเอาของเสียก่อน จนป่านนี้แล้วรถของผมยังไม่เสร็จเสียที ตอนนี้เลยต้องอาศัยยืมรถของไอ้พี่ปอหรือไม่ก็ของแม่มาใช้ก่อน

 

แต่วันไปเรียนนี่ต้องไปกับไอ้พี่พายตามคำสั่งของคุณนายพรทิพย์เค้าล่ะครับ ไม่อย่างนั้นแม่จะว่าเอาว่าผมไม่มีมารยาท พี่เค้ามีน้ำใจมารับมาส่งแล้วยังทำตัวไม่น่ารัก บลาๆ บลาๆ อย่างนั้น อย่างนู้น อย่างนี้

 

เข้าข้างคนอื่นตลอดแหล่ะครับแม่ผมเนี่ย ไม่เคยเข้าข้างลูกตัวเองบ้างเลย

 

ผมไม่รู้ว่าจะไปไหนดีเลยขับรถกลับมาที่บ้าน ตอนแรกว่าจะชวนไอ้ต็อปไปดูหนังด้วยกันแต่มันก็ไม่ว่างบอกแค่ว่าเข้ามอมีธุระที่คณะวิศวะ ผมก็แอบคิดอยู่ในใจว่าบางทีมันอาจจะจีบเด็กวิศวะอยู่ มันอาจจะเปลี่ยนรสนิยมมาชอบแบบห้าวเป้งมากกว่าสวยใสไร้สติแล้วก็ได้

 

ขับรถมาจอดเทียบหน้าบ้านก็พบว่าไอ้พี่ชายสุดหล่อของผมมันยืนกอดอกมองมาที่รถมันแบบไม่วางตา อะไรวะเนี่ยคนแค่ยืมรถไปใช้แบบไม่ได้บอกล่วงหน้าแค่นี้เอง ต้องทำหน้าโหดใส่กูด้วย

 

“ไอ้ต่อครับยืมเป็นมั้ยมึง กูนึกว่าใครมันมาสอยรถกูไปแล้วซะอีก” มันเฉ่งผมทันทีที่ผมเดินลงจากรถ ผมยกมือไหว้มันท่วมหัวหนึ่งทีแล้วยิ้มแบบอ้อนๆ

 

“โทษทีว่ะพี่ปอผมรีบไปนิดนึง อีกอย่างพี่ก็เอาแต่คุยกับพี่ฝ้ายอยู่นั่นแหล่ะ เรียกเท่าไหร่ก็ไม่ยอมโผล่หัวออกมา เอามาคืนแล้วนี่ไงแถมเติมน้ำมันให้ด้วย อย่ามาโวยว่ะพี่ ขี้หวงชิบหาย” ทีกับไอ้ต็อปนี่โอ๋เหลือเกินนะ คนบ้านนี้นี่ยังไงวะเนี่ยเอาใจคนอื่นแต่กับผมเนี่ยแม่งยังกับหมาหัวเน่า

 

“วันนี้มึงไม่ต้องไปบ้านเสบียงนะ อยู่บ้านนี่แหล่ะ...” ผมมองหน้ามันด้วยความแปลกใจ ทำไมถึงแปลกใจน่ะหรอครับก็เพราะปกติมันต้องจิกกัดและงัดผมไปทำหน้าที่เด็กเสิร์ฟทุกวัน มันใช้อำนาจของผู้จัดการร้านบังคับน้องชายแท้ๆ ของตัวเองไปทำหน้าที่เด็กเสิร์ฟยกของเดินพล่านไปทั่วร้าน มันดูสะใจมากเลยครับเวลาที่ผมต้องวิ่งวุ่นไปทั่ว

 

“ไม่เอาจะไป ขี้เกียจอยู่บ้านคนเดียว” ผมตั้งใจแล้วว่าวันนี้จะไปทำงานเอาหน้าแล้วอ้อนให้แม่ซื้อรถคันใหม่ให้ ผมก็ไม่ได้ขอยิบขอย่อยนะครับ ตั้งแต่เข้ามหาลัยก็เพิ่งขอรถยนต์ไปแค่คันเดียวเท่านั้นเอง ก็มันเน่าไปแล้วนี่นา ขอซื้อคันใหม่อีกสักคันจะถูกจานร่อนใส่หน้ามั้ยละเนี่ย

 

“มึงไม่ได้อยู่คนเดียวหรอกเชื่อกู ไปก่อนเว้ยนัดเพื่อนไว้” มันยักคิ้วให้ผมแล้วก็ยิ้มแบบ...อืม...ไม่น่าไว้ใจเท่าไหร่ รอยยิ้มมึงมีลับลมคมในมากๆ พี่กู แล้วที่บอกว่าไม่ได้อยู่คนเดียวนี่หมายความว่ายังไงวะ

 

“อะไรวะพี่ปอ พูดไม่รู้เรื่องแล้วมึงเนี่ย” ผมส่ายหน้าอย่างโคตรเซ็ง บ้านหลังตั้งใหญ่โตให้อยู่คนเดียว แล้วแม่ผมก็แปลกนะไม่ยอมรับคนใช้หรือคนงานเข้ามาทำงานบ้านหรืออยู่ประจำ แต่จ้างแม่บ้านแบบทำงานรายวันแทน

 

ก็เข้าใจว่าบางทีคุณนายอาจจะไม่ไว้ใจให้คนแปลกหน้าเข้ามาในบ้าน ยิ่งบ้านนี้มีลูกชายหล่อๆ กับหล่อโคตรๆ อยู่ด้วย แม่ก็คงหวงละมั้งครับ

 

“มึงคงไม่ได้เป็นไส้ศึกให้ข้าศึกเข้ามาโจมตีกูหรอกนะครับพี่ปอ” ผมล่ะหวั่นใจกับพี่ชายผมจริงๆ มันเป็นคนที่มีความคิดแบบล้ำมาก อันนี้ไอ้ต็อปมันนิยามให้ว่าพี่ชายผมแม่งล้ำ มีอย่างที่ไหนจะจับผมใส่พานให้ไอ้พี่พาย

 

มันให้เหตุผลสั้นๆ ง่ายๆ ว่า เพราะไอ้พี่พายเป็นน้องของพี่ชาย ซึ่งมันสามารถคอนโทรลได้...คือมึงจะไปคอนโทรลอะไรกับชาวบ้านเค้าได้วะ ชีวิตมึงเองยังคอนโทรลไม่ได้เลยเหอะ

 

“ถ้าวันนี้ไอ้พี่พายมันโผล่มาที่บ้าน กูจะเชื่อและมั่นใจได้ทันทีเลยว่าพี่ปอมันนัดมา” ผมมองไปรอบๆ บ้านอย่างหวาดระแวง ตั้งแต่วันนั้น...วันที่ผมเสียจูบแรกให้ไอ้พี่พายไป เจอหน้ามันผมตีมึนไม่ยอมคุยกับมันเลยสักคำ

 

ไม่ได้กลัวนะเว้ย คนอย่างเป็นต่อไม่เคยกลัวอะไรอยู่แล้ว แค่ยังไม่พร้อมจะมีเรื่องเท่านั้นเอง กลัวไอ้พี่พายมันตายคามือต่างหากเล่า...

 

“มีพี่ชายที่ไหนแม่งส่งเสริมให้น้องชายมีผัววะ ใครไม่เคยพบไม่เคยเจอมึงมาดูซะ พี่ชายกูไงครับแม่งล้ำเว่อร์” ผมเดินเข้ามาในบ้าน วันนี้ไม่มีใครอยู่บ้าน เอาใหม่!! ถ้าจะพูดให้ถูกก็คือช่วงเวลาแบบนี้ไม่มีคนอยู่บ้านหรอกครับ ไปอยู่ที่บ้านเสบียงนู่นแหล่ะ แม่ผมทำงานหนักเอาการ ทั้งๆ ที่ให้ไอ้พี่ปอมันดูแลแทนได้แล้ว แต่ก็ยังจะดื้อไปทำอีก ไม่รู้บ้างรึไงว่าลูกชายสุดหล่อเป็นห่วง

 

คนเรานี่แม่งก็แปลกดีเนอะ เวลาที่ยุ่งก็วุ่นวายจนแทบไม่รู้ว่าจะหยิบจะจับห่าอะไรก่อนดี แล้วพอตอนที่มันว่างแสนว่างมันก็ดันมีอาการเหมือนกันคือไม่รู้ว่าจะทำอะไรดี

 

ผมเดินมาทิ้งตัวนอนบนโซฟาแล้วเปิดทีวีวนไปมันจนครบทุกช่อง เวียนไปเวียนมาชนิดที่ว่าถ้าแม่อยู่ด้วยนี่ผมอาจจะถูกหมอนฟาดใส่ด้วยความรักโทษฐานที่ทำคุณนายเค้าเวียนหัว

 

“ไม่มีอะไรดูเลย” ทั้งๆ ที่มันมีเป็นร้อยช่องแต่ไม่รู้ทำไมไม่มีช่องไหนถูกใจผมสักช่อง ผมเปิดมันทิ้งเอาไว้ให้เสียงของรายการเพลงมันดังเป็นเพื่อนผม ไม่อย่างนั้นบ้านมันจะดูเงียบและวังเวงเกินไป

 

ผมไม่ใช่คนกลัวสิ่งลี้ลับหรือที่เค้าเรียกกันสั้นๆ ว่าผี หรอกนะครับ แต่ไม่เจอ ไม่เห็น ไม่รับรู้น่ะดีแล้ว ต่างคนต่างอยู่เถอะคร้าบ...แล้วผมจะมาพูดถึงทำไมวะเนี่ย

 

เสียงมือถือของผมแผดเสียงร้องดังลั่นๆ บวกกับเสียงออดที่ดังขึ้นมาพร้อมๆ กัน ผมควรจะทำอะไรก่อนเป็นอันดับแรกระหว่างรับสายหรือว่าเดินออกไปดูว่าใครมา แต่คิดไปคิดมาประหยัดเวลาก็ทำมันซะพร้อมกันซะเลย

 

“ไอ้พี่พาย...” ผมมองดูเบอร์ที่โชว์หน้าจอ มองดูชื่อและภาพที่มันบังคับตั้งเอาไว้ ใช่ว่าผมกลัวมันจนไม่ยอมเปลี่ยนภาพนะครับ แค่มันขู่ว่าถ้าผมเปลี่ยนภาพหรือลบรูปมันทิ้ง มันจะลากผมเข้าห้องนอนแค่นั้นเอง...ไม่เห็นน่ากลัวสักนิด

 

“เรื่องอะไรกูจะรับ...แล้วใครมาวะกดออดเสียงดังยาวๆ แบบนี้ไม่มีใครสั่งสอนมึงรึไงฟาย...” ด่านำออกไปก่อน ให้ไอ้ฟายที่หลุดออกจากปากผมวิ่งออกไปต้อนรับขับสู้ไอ้ฟายตัวที่กดออดอยู่ที่หน้าประตูบ้าน ในขณะที่ผมเองก็เดินตามไปติดๆ

 

“นั่นประไร...พี่ชายกูมันน่านัก” ผมมองดูไอ้คนที่ใส่แว่นสีชายืนเต๊ะท่ากดออดแบบระรัวเหมือนสัญญาณเตือนภัยสึนามิก็ไม่ปาน มันพับแว่นตาเก็บแล้วหยุดกดออดเมื่อผมโผล่หน้าออกมาจากบ้าน

 

พลาดเลยกู!! รู้งี้แอบส่องก่อนดีกว่าว่าใครมา ไม่น่าโผล่พรวดออกมาแบบนี้เลย มันก็รู้หมดดิวะว่ากูอยู่บ้าน

 

“มาเปิดประตูดิ” นั่นไง มาถึงมึงก็สั่งกูเลย ได้ข่าวว่านี่มันบ้านกูไม่ใช่รึไง สั่งอย่างกับกูเป็นคนรับใช้มึงงั้นแหล่ะ เรื่องอะไรจะเปิดให้แม่งเข้ามาในบ้านวะ เดี๋ยวแม่งเกิดเสี้ยนขึ้นมาลากผมไปทำมิดีมิร้ายผมก็ตายดิ

 

“เรื่อง...” ผมยักไหล่และเงยหน้ามองมันด้วยท่าทางกวนส้นตีนพอสมควร มันจ้องหน้าผมเขม็งแล้วเดินเข้ามาเกาะประตูเหล็กจ้องหน้าผมแบบดุยิ่งกว่าหมา จะอะไรกับชีวิตกูนักหนาวะ

 

“เดี๋ยวกูคิดให้ว่าเรื่องอะไร แต่ตอนนี้มึงเปิดประตูให้กูเดี๋ยวนี้ ไม่งั้นกูปีน” ผมมองประตูเหล็กที่ค่อนข้างสูงอย่างวิเคราะห์ ถ้ามันจะปีนก็คงปีนได้ไม่ยากแต่คนแบบมันจะกล้าปีนอย่างที่ขู่จริงๆ น่ะเหรอ เพราะแถวนี้มันก็มีคนผ่านไปมาอยู่ตลอดเวลา แม่งลองปีนดูดิพ่อจะแหกปากว่าขโมยขึ้นบ้านให้ดังลั่น

 

“กล้าก็ปีนเข้ามาดิ เรื่องอะไรกูจะเปิดให้มึงเข้ามา กูไม่ได้บ้าว่ะ...” ผมหันหลังให้มันเลยครับ กูยังโกรธมึงอยู่อย่ามาทำเป็นลืมว่าทำอะไรกับกูไว้ไอ้คนเอาแต่ใจตัวเอง

 

ตุ้บ!!

 

เสียงลือเสียงเล่าอ้างอันใดพี่เอย...เสียงที่ท่านได้ยินนั้นทายกันถูกใช่มั้ยครับว่ามันคือเสียงอะไร ผมหันหลังไปมองอย่างหวาดๆ และสิ่งที่ผมเห็นก็คือร่างของไอ้ผู้ชายที่เมื่อกี้มันยังอยู่ที่นอกรั้วบ้าน แต่ตอนนี้มันอยู่ประชิดแบบชนิดที่ว่าอีกแค่ไม่ถึงสิบเซนมันก็จะกระแทกเข้ามาใส่ผมได้แล้ว

 

“คิดว่าคนแบบกูไม่กล้าปีนหรอวะ และถ้ามึงคิดจะแหกปากร้องบอกชาวบ้านว่าขโมยขึ้นบ้าน...มึงฝันไปเหอะ” มีใครเคยบอกมึงรึเปล่าวะไอ้พี่พายว่ามึงแม่งยิ้มโคตรเลวแถมยังเสือกทันความคิดกูอีกต่างหาก มือใหญ่ๆ เหมือนใบลานของมันปิดเข้าที่ปากของผมแน่น มือมึงเค็มมาก
 

มันลากผมเข้ามาในบ้าน เชื่อมั้ยครับว่ามือมันเนี่ยปิดทั้งปากแถมเลยขึ้นมาปิดจมูกผมอีก คือกูจะตายก่อนที่มึงจะได้กูเป็นเมียว่ะ กูหายใจไม่ออก พอดิ้นมากๆ แม่งมีการถลึงตาใส่อีก เอ้า!! จะให้กูยกมือขึ้นโอบกอดรอบคอมึงด้วยความรักรึไง กูไม่ได้ยินยอมไง

 

“กูหายใจไม่ออก” ผมแงะมือมันออกจากหน้าผมแล้วโกยอากาศเข้าปอดให้เต็มที่ คิดว่าตัวเองจะขาดอากาศหายใจตายไปแล้วเสียอีก นี่มันชอบผมแน่รึเปล่าวะ เจอหน้ากันแต่ละทีนี่ทำเหมือนผมเป็นคู่แค้นของมันมาชาติเศษ

 

หรือว่าเราจะเป็นคู่แค้นแสนรักกันวะ...ฮ่าๆ คิดได้เนอะกู

 

“เรื่องของมึง” เอ้า!! เอ๋อแดกเลยครับกู มึงเป็นคนยังไงกันวะเนี่ยไอ้เชี่ยพี่พาย เอาแต่ใจตัวเองแล้วยังกวนส้นตีนแบบสุดๆ ถ้ากูกระทืบมึงแบบจมตีนแล้วบอกว่าเรื่องของกู กูพอใจบ้างมึงจะโอเคมั้ย จะไม่กระทืบกูคืนใช่ป่ะ

 

“กูเกลียดมึงว่ะ...” จากใจเลยครับ ผมโคตรเกลียดมันเลย ไอ้ความรู้สึกอุ่นวาบกับอ้อมกอดของมันในวันนั้นแม่งเป็นอะไรที่โคตรหลอกลวง

 

“หรอ...แต่ทำไมกูยิ่งชอบมึงก็ไม่รู้” เออ!! กูลืมไปว่ามึงมันด้าน มึงมันมั่น มึงมันหล่อเลือกได้ แต่ขอโทษเหอะกูก็หล่อเลือกได้เหมือนกันว่ะ

 

“จะกอดกูอีกนานมั้ย กูหายใจไม่ออก รังเกียจมึงด้วยขอบอก” ผมดันอกไอ้พี่พายให้ออกห่าง แต่ยิ่งต่อต้านมันยิ่งกลั่นแกล้งผม มันดึงผมเข้ามากอดแน่นมากกว่าเดิม แน่นจนแบบตัวผมแทบจะหักคาที่แล้วตอนนี้

 

“กูคิดถึงมึง” ผมมองหน้ามันแบบอึ้งๆ ไอ้ที่อึ้งเนี่ยไม่ได้อึ้งที่มันบอกว่าคิดถึงผมหรอกนะครับ แต่อึ้งที่การสื่อสารของผมกับไอ้พี่พายนี่ไปคนละเรื่องเลยจริงๆ

 

“ปล่อยสักทีเหอะกูหายใจไม่ออก จะตายแล้วเนี่ย” ผมมองหน้ามันไปด้วย โวยวายไปด้วย ช่วยปล่อยกูก่อนเหอะแล้วค่อยว่ากัน ยังไงมึงก็เข้ามาในบ้านกูได้แล้วนี่ กูพูดอะไรมึงก็ไม่เคยเชื่อไม่เคยฟังอยู่แล้วนี่ไอ้เลว

 

“กูอยากกอดมึงนี่หว่า รู้ว่าขอกอดมึงคงไม่ยอมกูเลยไม่ขอ ดึงเข้ามากอดแม่งเลย...” ผมควรจะทำสีหน้ายังไงดีครับ แบบเฮ้ย!! มึงจะบ้าเหรอไอ้พี่พาย มีหน้ามาบอกกูอีกเนอะ มึงไม่คิดบ้างหรอวะว่ากูรังเกียจมึงเนี่ย

 

“มึงนี่หน้าด้านดีเนอะ ปล่อยกูสักทีกูหายใจไม่ออก แรงควายชิบหาย” ไอ้อันหลังนี่แอบบ่นกับตัวเองเบาๆ แต่ไอ้พี่พายแม่งเสือกได้ยินอีกหูดีเกินไปแล้วมึง

 

“นี่แค่กอดยังทำเป็นสำออยร้องโอดครวญขนาดนี้ แล้วถ้ากูทำอย่างอื่นกับร่างกายมึง...ไม่แหกปากลั่นซอยเลยหรอวะ” มันถามด้วยเสียงเจ้าเล่ห์ ประกอบด้วยการมองผมด้วยสายตาเจ้าเล่ห์ๆ ของมัน อยากจะบอกเหลือเกินว่าแม่งโคตรแบด
 

“พูดเหมือนกูจะยอมให้ทำงั้นแหล่ะ กูไม่ได้ชอบผู้ชายต้องให้ย้ำอีกกี่ล้านครั้งมึงถึงจะเข้าใจวะ” ผมรวบรวมแรงทั้งหมดดันมันออก โอยกูอยากจะบ้าตาย กว่าจะดันมันออกจากตัวผมได้นี่ทำเอาหมดแรงแทบตาย แรงควายไปไหนวะ

 

“มึงไม่ยอมกูก็ปล้ำ มันจะไปยากตรงไหน” คนที่พูดเรื่องเลวๆ ได้อย่างหน้าตาเฉยเป็นยังไง วันนี้ผมได้รู้ได้เจอได้เห็นเป็นบุญตากับตัวเองแล้วครับ มีอย่างที่ไหนพูดพร้อมแสยะยิ้มให้ผมอีกต่างหาก

 

“มึงมาทำอะไรวะ...” ผมเดินหนีไปอีกทางไปตรงไหนก็ได้ที่ห่างจากไอ้ตัววายร้ายอย่างไอ้พี่พาย ไม่อยากอยู่ใกล้ๆ มันมากเพราะดูเหมือนว่าช่วงนี้มันจะปากว่ามือถึงมากเกินเหตุ ปากพูดปั๊บมือคว้าปุ๊บ ผมล่ะเกลียดไอ้มือไวๆ แถมยังเหนียวหนึบของมันชิบหาย

 

“มาหามึงไง กูว่ากูบอกไปแล้วนะว่ากูคิดถึงมึง มึงเช็คสมองบ้างมั้ยวะต่อ หรือว่าที่ถูกฟาดมันกระเทือนไปถึงสมอง” มันมองหน้าผมแล้วส่ายหน้าน้อยๆ เหมือนว่ามันกำลังระอาปนสมเพชผมยังไงก็ไม่รู้

 

“กูไม่อยากคุยกับมึงแล้วว่ะพี่พาย มึงพูดอะไรเข้าใจยากแถมยังหน้าด้าน ปากว่ามือถึง นี่กูไม่ใช่ของเล่นมึงนะเข้าใจผิดอะไรอยู่รึเปล่า” ผมมองมันอย่างระแวงโคตรๆ มันตีหน้านิ่งๆ ใส่ผม ผมไม่ชอบเวลาที่มันทำหน้านิ่งๆ แล้วใช้ตาดุๆ ของมันมองหน้าผมแบบที่กำลังทำอยู่นี่เลย มันทำให้ผมไม่มีแรงยังไงก็ไม่รู้

 

“กูไม่ได้มองมึงเป็นของเล่น แต่ก็นะกูมันคนที่ไม่มีใครต้องการอยู่แล้วนี่” มันเบือนสายตามองออกไปที่นอกหน้าต่างหลังจากที่พูดจบ สายตามันดูลอยๆ แบบแปลกๆ มันเหมือนคนที่มีอะไรบางอย่างในใจ ผมไม่อยากจะสนใจหรือว่าใส่ใจมันหรอกเผื่อว่าบางทีนี่อาจจะเป็นแค่การแกล้งเล่นของมัน

 

แต่ผมล่ะโคตรเกลียดไอ้นิสัยที่มองข้ามหรือว่าละเลยสิ่งที่เห็นตรงหน้าของผมไม่ได้จริงๆ ผมรู้สึกว่ามันเงียบๆ นิ่งๆ และก็แปลกๆ ไป มันเงียบลงไปเลย ไม่พูดไม่กวนตีนหรือว่าหาเรื่องกวนประสาทอะไรผมอีก ทีนี้ทั้งบ้านเลยมีแต่ความเงียบเข้ามาปกคลุมซะงั้น

 

“แดกน้ำมั้ย...เดี๋ยวจะหาว่าเจ้าของบ้านนี้ใจดำ” สุดท้ายผมก็เดินเลี่ยงเข้าไปรินน้ำมาให้ไอ้พี่พาย มันหันมามองหน้าผมแล้วยิ้มให้น้อยๆ บอกตามตรงว่ารอยยิ้มมันไม่ได้ดูกวนตีนแต่มันดูเศร้าๆ ยังไงก็ไม่รู้ ทีนี้ผมเลยยิ่งทำอะไรไม่ถูก

 

แต่เพราะว่าความซุ่มซ่ามของผมหรือเพราะอะไรก็ไม่รู้ทำให้ผมเดินสะดุดเข้ากับพรม ร่างทั้งร่างถลาเข้าไปหาไอ้พี่พายและแน่นอนว่าแก้วน้ำในมือของผมมันก็พุ่งไปก่อนหน้าผมด้วยความเร็วแสง ราดเข้าที่หน้าอกของไอ้พี่พายจนเปียกโชกไปหมด ถ้ารู้ว่าจะสะดุดพรมแบบนี้ผมน่าจะเสิร์ฟกาแฟร้อนมันนะ โคตรเสียดายว่ะ

 

“ไอ้ต่อ...มึงนี่ซุ่มซ่ามเข้าเส้นรึไงวะ” มันเหวใส่ผมซะเสียงดัง แต่มันก็รับร่างของผมเอาไว้ ผมเงยหน้าขึ้นมองแล้วยิ้มแบบแหยๆ สงสัยว่าผมจะซุ่มซ่ามอย่างที่มันตราหน้าเสียจริงๆ ก็มันมีเรื่องให้คิดและพอคิดอะไรอยู่ในใจสติผมก็ไปหมดเลยทีนี้ ผลที่ตามมามันเลยค่อนข้างพินาศไปนิด...

 

“โทษทีเว้ยพี่ อันนี้ไม่ได้ตั้งใจจะแกล้งเลยนะ แต่รู้งี้กูเอากาแฟร้อนมาเสิร์ฟก็ดีหรอก” ผมถูกไอ้พี่พายมันเขกหัวเสียหนึ่งที ก็ไม่ได้แรงแต่ว่ามันก็ไม่ได้เบาอาจจะเพราะว่าไอ้พี่พายมันแรงควายเป็นทุนเดิมอยู่แล้วด้วย

 

“ถ้ามึงเอากาแฟร้อนมาราดโดนน้องกู แล้วมันใช้งานไม่ได้มึงจะทำยังไงวะ...” เอ้า!! กูต้องทำยังไงวะก็มันของมึงไม่ใช่ของกู ดีเหมือนกันมึงจะได้เสี้ยนจนลงแดงตายไปเลย

 

“เรื่องของมึงดิวะพี่ ไม่เกี่ยวกับกูซะหน่อย...”

 

“ไม่เกี่ยวได้ไง ก็เดี๋ยวอีกหน่อยมึงต้องมาเป็นเมียกู แล้วถ้ากูไม่มีไอ้นี่...มึงจะทำไง” อ้อ!! ที่แท้มันก็เป็นแบบนี้นี่เอง แม่งมีการชี้และมองลงไปที่เป้ากางเกงมันอีกต่างหาก กวนตีนสุดๆ แต่ถามกูสักคำมั้ยว่ากูอยากเป็นเมียมึงหรือเปล่าไอ้หื่นกาม

 

“ปล่อยๆ เดี๋ยวเอาเสื้อผ้ามาให้เปลี่ยน” เอ้า!! นี่ฟังภาษาคนไม่รู้เรื่องจริงๆ ใช่มั้ยวะเฮ้ย บอกว่าให้ปล่อยจะได้เอาเสื้อมาให้เปลี่ยน แต่มันกลับกอดผมซะแน่นแถมยังซบหน้าลงบนไหล่ของผมอีก ตอนแรกผมก็ดิ้นๆ ไปมาอยู่หรอก แต่อ้อมกอดของไอ้พี่พายมันไม่ได้ขู่บังคับเหมือนอย่างตอนแรก

 

แต่ทว่าอ้อมกอดมันดูอ่อนลงมาก ลมหายใจอุ่นๆ รินรดอยู่ที่ซอกคอของผม มันซุกหน้าลงบนไหล่ของผมนิ่งๆ แล้วกระชับอ้อมกอดแผ่วๆ เล่นเอาผมทำตัวไม่ถูก จะดันมันออกรึก็ทำไม่ลง ไม่รู้เหมือนกันว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ทว่าความรู้สึกของผมมันบอกว่า ณ ตอนนี้ผมเป็นเหมือนที่พึ่งที่คนอย่างไอ้พี่พายมันอยากยึดเหนี่ยวเอาไว้

 

“ขออยู่แบบนี้แป๊บนึงนะครับต่อ พี่เหนื่อย...” เสียงที่ดูแผ่วลงกับสรรพนามที่ใช้แทนตัวเองและที่ใช้เรียกผมนั้นเปลี่ยนไป ผมยกมือค้างอยู่ในท่าที่พร้อมจะผลักไสและโอบกอดปลอบใจได้ในเวลาเดียวกัน

 

แล้วคุณคิดว่าผมจะเลือกปฏิบัติอย่างไรกับคนที่ผมเกลียดแสนเกลียด คนที่ชอบแกล้งผมให้เจ็บใจและอับอายชาวบ้าน คนที่มันบังคับขโมยจูบแรกของผมไป คุณคิดว่าผมจะกอดปลอบใจมันอย่างนั้นหรือ...

 

สุดท้ายก็ใจดำไม่ลง ผมสอดมือโอบกอดแล้วตบหลังมันเบาๆ ไม่รู้หรอกว่ามันมีเรื่องอะไรไม่สบายใจมา แต่ให้ซ้ำเติมคนที่เดือดร้อนหรือไม่มีที่พึ่งมันไม่ใช่นิสัยของผมเสียด้วยสิ

 

ให้มันผ่านช่วงเวลานี้ไปก่อนแล้วกัน แล้วค่อยว่ากันอีกที

 

 

 

 

“ไอ้พายมันทะเลาะกับพ่อมันมา แต่ว่าเรื่องอะไรมึงอย่าไปรู้เลย ยังไงมึงก็ดูๆ มันหน่อยก็แล้วกันอย่าเพิ่งไปทะเลาะหรือว่าไล่มันไปไหนเดี๋ยวมันเตลิด คิดซะว่าทำเพื่อไอ้ชาย...”

 

คำพูดบอกเล่าของไอ้พี่ปอที่ผมโทรหามันช่วงที่ไอ้พี่พายมันเข้าไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า มันใช่เรื่องของผมมั้ยล่ะเนี่ย ทำไมต้องให้ผมเป็นคนดูแลคนแบบไอ้พี่พายด้วย ทำอย่างกับว่าถ้าผมออกปากห้ามหรือว่าเตือนอะไรมันจะเชื่อผมอย่างนั้นแหล่ะ ขนาดกับพ่อมันมันยังไม่เชื่อเลย แล้วกูเป็นใครล่ะครับ

 

แต่พูดแบบนั้นผมก็ละเลยแม่งไม่ได้อยู่ดีอีกนั่นแหล่ะ ไอ้หน้าตากวนตีน ตาดุๆ ที่จ้องมาอย่างเอาเรื่อง หรือรอยยิ้มกวนประสาทที่มันชอบใช้กับผมตอนนี้แทบไม่มีเหลือ ก็ว่าแล้วว่าทำไมวันนี้ตาขวากระตุกถี่ยิบแบบนั้น ที่แท้มันก็จะมีเรื่องวิ่งเข้ามาหานี่เอง

 

“หิว...” ไอ้พี่พายใส่ชุดนอนของผมเพราะคุณนายพรทิพย์ระบุคำสั่งมาอย่างชัดเจนเลยว่าคืนนี้ให้ไอ้พี่พายมันนอนค้างเสียที่นี่ คุณนายเองก็คงรู้เรื่องที่เกิดขึ้นแล้วล่ะมั้ง ถึงได้ออกคำสั่งเด็ดขาดมาแบบนี้

 

แต่มันก็น่าเป็นห่วงจริงๆ นั่นแหล่ะ เพราะคนกวนตีน กวนประสาทและอารมณ์ร้อนแบบไอ้พี่พายถ้าแม่งหลุดออกไปในยามที่อารมณ์ไม่เสถียรแบบนี้ ถ้าไปมีเรื่องกับใครเค้าเข้าคงเละไปข้างมันคงไม่ดีแน่ๆ

 

แต่ผมก็อดที่จะแอบคิดในใจไม่ได้ว่าเพราะอะไรมันถึงเลือกที่จะมาหาผมในยามที่มันกำลังอยู่ในสภาวะอารมณ์ที่ดูเหมือน อ่อนแอ และเปราะบาง แบบนี้

 

“กินอะไรไวไว ยำยำ มาม่า...” ผมแกล้งกวนมันไปอย่างนั้นเองแหล่ะครับ อาหารที่อยู่ในตู้มีเยอะแยะแค่นำมาเข้าเวฟอุ่นแค่ไม่กี่นาทีก็กินได้แล้ว บ้านเราไม่ค่อยทำอาหารเท่าไหร่เพราะส่วนใหญ่จะทานกันที่บ้านเสบียงและห่อกลับมาเข้าตู้เย็นเอาไว้เผื่อเวลาดึกๆ เกิดมีใครหิวขึ้นมาจะได้ไม่ต้องกังวลเรื่องไม่มีอาหารกินกัน พวกของสดก็พอมีอยู่บ้างประปรายไม่มากเท่าไหร่

 

“อะไรก็ได้แค่มึงทำให้กูกิน...กูก็กินได้หมด” ผมคิดว่ามันจะด่าหรือว่าเหน็บผมว่าทำอะไรไม่เป็นรึไงนอกจากมาม่าหรือพวกบะหมี่พวกนี้ แต่นี่ไม่ด่าเว้ยแถมยังยิ้มให้อีก ดูท่ามันจะอาการ(ทางจิตใจ)หนักเอาการอยู่

 

“แกล้งเล่นหรอกเว้ยพี่ ระดับลูกชายเจ้าของบ้านเสบียงจะปล่อยให้แขกกินแต่บะหมี่มันก็เสียชื่อเด่ะ นั่งรออยู่นี่เดี๋ยวหาอะไรให้กิน อย่าแอบขโมยของนะเว้ย” ผมก็แกล้งๆ กวนๆ มันไป แต่ไม่มีอะไรตอบโต้กลับมานอกจากไอ้พี่พายมันทิ้งตัวลงนอนบนโซฟาแล้วยกมือก่ายหน้าผาก เห็นแบบนี้แล้วต่อมพ่อพระกูก็อยากจะทำงานแบบเว่อร์ๆ

 

 

ผมหายหัวเข้าไปในครัวราวๆ ไม่ถึง 20 นาที ก็โผล่ออกมาพร้อมกับข้าวร้อนๆ ที่แม่บ้านหุงเอาไว้และกับข้าวอีกสองสามอย่างที่จัดการใส่จานชามพร้อมเสิร์ฟ ผมเดินออกมาดูเห็นไอ้พี่พายมันนอนขดตัวแบบแปลกๆ สีหน้าแลดูไม่ค่อยดีเท่าไหร่ แม่งจะมาตายในบ้านกูมั้ยเนี่ย อย่านะมึงถ้าไอ้พี่พายมันตายในบ้านผม รับรองเลยว่าแม่งคงเฮี้ยนโคตรๆ

 

ขนาดยังไม่ตายยังเฮี้ยนขนาดนี้ แล้วถ้าตายไปมันจะไม่ยิ่งเฮี้ยนหรอวะ

 

“พี่พาย...ไอ้พี่พาย” ผมเดินมานั่งยองๆ ข้างๆโซฟาตัวยาวที่ไอ้พี่พายมันนอนขดตัวอยู่แล้วมองดูสีหน้าท่าทางที่ดูไม่สู้ดีของไอ้พี่พายด้วยความหวั่นวิตก แอบมีความเป็นห่วงพ่วงเข้าไปอยู่นิดหน่อย

 

ย้ำว่าแค่นิดหน่อยนะครับ

 

“ปวด...ท้อง” มันพูดเสียงสั่นๆ แล้วนอนขดตัวงอจนผมใจคอไม่ดี ไม่รู้ว่ามันปวดท้องเพราะอะไร โรคกระเพราะหรือว่าเป็นโรคอะไรรึเปล่า ไม่กล้าวินิจฉัยกลัวไปวิเคราะห์ออกมาแบบผิดๆ เอายาผิดให้มันกินแล้วตายขึ้นมา มันคงมาลากผมลงไปอยู่ด้วย

 

“ไปหาหมอมั้ยพี่ ไหวรึเปล่าวะพี่พาย มึงโอเคมั้ย” ผมมองซ้ายมองขวาอย่างตื่นตระหนก ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรดียิ่งเห็นสีหน้าที่แสดงถึงความเจ็บปวดของไอ้พี่พายยิ่งเกิดอาการวิตกจริตไปเลยครับ

 

“ขอ...ยาแก้...ปวด” มันพูดเสียงขาดๆ ฟังยากลำบาก แต่เพราะว่าผมค่อนข้างฉลาดเลยจับใจความได้ว่ามันขอยาแก้ปวดผมเลยรีบเดินไปเอายาแก้ปวดกับน้ำมาให้พี่พาย แต่ผมโมโหความซุ่มซ่ามของตัวเองจริงๆ ที่เดินกระแทกโต๊ะจนแจกันตกลงมาแตกกระจาย เสียงดังไปทั้งบ้าน

 

“ต่อ...เป็นอะไร...รึเปล่า” ไอ้พี่พายยืนพิงเสาตัวงอๆแล้วสีหน้าก็ไม่ดีเลย แต่มันก็ยังลุกขึ้นพาร่างกายที่ขดงอเดินมามองและถามอาการของผมอย่างเป็นห่วง ทั้งๆ ที่ตอนนี้มันน่าจะเป็นห่วงตัวเองมากกว่า เห็นแบบนี้แล้วผมก็อดที่จะรู้สึกดีๆ ขึ้นมาในใจไม่ได้ ก็แค่แว้บเดียวเท่านั้นเอง

 

“อย่าเดินเข้ามาเว้ยพี่เดี๋ยวถูกบาด ต่อไม่ได้เป็นอะไร” ผมเดินเลี่ยงซากแจกันที่กระจายทั่วพื้นเพื่อมาประคองไอ้พี่พายกลับไปนอนที่เดิม ตัวหนักอย่างกับฟายไอ้พี่พายเอ๊ย อาจจะเพราะว่าพี่พายมันไม่มีแรงเลยทิ้งน้ำหนักทั้งหมดมาให้ผมแบก

 

“พี่เป็นโรคกระเพาะรึเปล่าวะ เคยไปหาหมอมั้ย” ผมหยิบยาใส่ปากไอ้พี่พายตอนที่มันงับยาแล้วริมฝีปากของมันแตะที่ปลายนิ้วผม ผมรู้สึกว่ามันมีความผิดปกติบางอย่างแล่นแปลบขึ้นมาเหมือนถูกไปช็อต จะบ้ารึไงไอ้ห่ามือแทบปล่อยร่วงลงจริงๆ

 

“ไม่...” มันส่ายหน้าเบาๆ แล้วอ้าปากดื่มน้ำตามเข้าไป ผมวางแก้วน้ำแล้วมองไปที่เท้าของไอ้พี่พายที่มันมีเลือดสีแดงไหลซึมออกมา ท่าทางจะเหยียบเศษแจกันเข้าสินะ

 

“ขอโทษว่ะพี่เดี๋ยวทำแผลให้นะ นอนเฉยๆ อย่าลุกขึ้นมาถ้ายังไม่ทุเลาเดี๋ยวพาไปหาหมอ...” ผมกำลังจะลุกขึ้นมาเพื่อเอาอุปกรณ์ทำแผลมาจัดการเก็บซากกู้เลือดและแผลที่เท้าของไอ้พี่พาย มันเป็นเพราะความซุ่มซ่ามผสมความซวยของผมเองที่ทำให้ไอ้พี่พายมันได้แผล แต่ทว่ามันคว้ามือของผมเอาไว้แล้วดึงผมลงไปนอนกอดที่โซฟา

 

“กอดหน่อย...ปวดท้อง” ผมก็ไม่เข้าใจหรอกนะว่าทำไมต้องกอด คือแบบมึงปวดท้องแล้วกอดกูมันหายเหรอวะพี่พาย งั้นไม่ต้องแดกยาก็ได้งั้นสิ แล้วท่านอนกูกับมึงนี่มันยังไง มันเสียวสันหลังนะเว้ย

 

ผมนอนหันหลังให้ไอ้พี่พาย โดยที่มันซุกหน้าอยู่แถวๆ คอของผม มือของมันก็กอดหมับอยู่ที่เอว เสียงร้องเบาๆ ที่แสดงถึงความปวดของเจ้าตัวก็ดังเรื่อยๆ ไม่หยุด มันน่าจะปวดจริงๆ นั่นแหล่ะ ไม่น่าจะเป็นการแกล้งแล้วหล่ะ เพราะถ้ามันไม่ได้ปวดจริงมันต้องมีบังคับจูบหรือปล้ำกอดแน่ๆ (ยังไม่เคยโดนมันปล้ำนะเว้ยครับ แค่พูดสันขวานเอ้ยสันนิษฐานให้ฟังเท่านั้นเอง)

 

“จะไปเอาข้าวมาให้กินจะได้หายปวดท้อง...”

 

“ขอกอดก่อน...ปวดท้องจริงๆ” มันกระซิบเสียงแผ่ว คือมึงว่าแต่กูตายด้านที่เลือดออกแล้วไม่รู้ตัว มึงเองก็ไม่รู้ตัวเหมือนกันนั่นแหล่ะไอ้พี่พาย เลือดออกที่เท้ามึงขนาดนั้นไม่ต้องทำแผลรึไงไอ้บ้า

 

“เลือดออกที่เท้านะเว้ยพี่ ทำแผลก่อนดีกว่า ต่อไม่ไปไหนหรอกจะมาอยู่เป็นเพื่อน” ต้องบอกกับมันแบบนี้ไอ้พี่พายมันถึงยอมคลายอ้อมกอดออก ผมรีบลุกขึ้นจากโซฟาและอ้อมกอดของไอ้พี่พายทันที น่าแปลกที่ไม่รังเกียจเหมือนตอนที่ถูกบังคับจูบ หรืออาจจะเพราะกังวลกับอาการของไอ้พี่พายอยู่มั้ง น่าจะเป็นแบบนั้นนั่นแหล่ะไม่ใช่เพราะอย่างอื่นหรอก

 

“อย่าทิ้งพี่นะ...อย่าทิ้ง...” มันนอนขดตัวซะน่ากลัว แถมยังเพ้อๆ แบบแปลกๆ น้ำเสียงเว้าวอนแบบนั้น สายตาที่มองมาทางผมมันไม่เหมือนไอ้เลวดุที่ผมเคยเจอเป็นประจำเลยจริงๆ ผมนิ่งงันไปเป็นนาทีก่อนที่จะตั้งสติแล้วรีบไปเอาอุปกรณ์ทำแผลมา

 

 

 

จัดการทำแผลและหาอะไรให้คนปวดท้องมันนอนกอดแน่นๆ มันอาจจะเป็นความเคยชินหรือความคุ้นเคยของไอ้พี่พายมัน เหมือนอย่างเวลาที่บางคนนอนหลับต้องกอดหมอนข้าง บางคนต้องกอดตุ๊กตา พี่พายก็อาจจะติดกอดอะไรบางอย่างเวลาที่ปวดท้องก็ได้

 

มันไม่ยอมให้ผมไปไหนไกลเลย ต้องยอมให้มันนั่งกุมมือเอาไว้ตลอดเวลาแบบนี้นี่คือคิตตี้อะไร พี่ปอแม่งป่วยผมยังไม่เคยดูแลมันดีแบบนี้เลย มึงป่วยเองก็ไปหายากินเองเหอะ...อารมณ์แบบนั้นเลย แล้วนี่คืออะไร ทำไมผมต้องมานั่งดูแลไอ้พี่พายมันด้วย

 

“กินข้าวมั้ยพี่แล้วนี่ค่อยยังชั่วยังวะ ไปหาหมอมั้ย...” ผมถามคนที่นอนนิ่งๆ อยู่บนโซฟาส่วนผมนี่อัปเปหิตัวเองลงมานั่งที่พื้นแต่มือก็ถูกมันกุมเอาไว้ ผมไม่ค่อยเข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมต้องยอมให้มันมากขนาดนี้วะ อาจจะเพราะเป็นคำขอของพี่ปอ คำสั่งของคุณนาย...มั้ง

 

“ห่วงพี่หรอ” พอมึงไม่สบายก็พูดเพราะใส่กูแบบนี้กูตั้งรับไม่ทันเว้ยพี่ เลยต้องแทนตัวเองว่า ต่อเรียกมันว่า พี่ จะเกรียนมึงกูใส่ก็ไม่เต็มที่เต็มทางเท่าไหร่ แม่งไม่เข้าใจชีวิตจริงๆ ช่วงนี้

 

“กลัวมาตายในบ้าน...” มันยิ้มมุมปากน้อยๆ แล้วจ้องหน้าผมนิ่งๆ ไม่ขยับสายตาไปที่ไหนเลยแม้แต่วินาทีเดียวเล่นเอาผมทำอะไรไม่ถูก ปกติก็ไม่ค่อยชอบให้ใครมาจ้องหน้านานๆ แบบนี้หรอกนะ มันแลขาดความมั่นใจยังไงก็ไม่รู้

 

“ขอบใจที่ห่วง...” ก็บอกว่ากลัวมาตายในบ้านอยู่หยกๆ เริ่มกวนประสาทได้แบบนี้แล้วคงอาการดีขึ้นมาแล้วใช่มั้ยวะ ค่อยยังชั่วหน่อยนึกว่าต้องพาไปส่งที่โรงพยาบาลแล้วซะอีก

 

 

กว่าจะเอาข้าวเอาน้ำมาบังคับให้ไอ้คนป่วยมันกินได้ กว่าจะลากประคองและแบกมันมานอนที่บนห้องได้ แน่นอนว่าต้องเป็นห้องผมอยู่แล้ว คุณนายพรทิพย์ย้ำนักหนาว่าให้ดูแลพี่เค้าดีๆ นี่ถ้าแม่บอกว่าให้เป็นเมียมันด้วยผมคงต้องยอมเป็นใช่ป่ะ?

 

“พี่พายหายปวดท้องยังวะพี่ ไปหาหมอหน่อยมั้ย พี่อย่ามาตายในบ้านต่อนะเว้ย กูกลัวผี” ขนาดตอนเป็นมันยังโหด ดุ เลว และน่ากลัวมากขนาดนี้ คิดว่าถ้ามันตายไปแล้ว ยิ่งมาตายในบ้านผมแบบนี้ มันจะปล่อยผมเอาไว้ทำพันธุ์หรือครับ

 

“ดีขึ้นแล้ว ขอบใจมากนะ...ที่รัก” ยิ้มหวานเชื่อมมาให้แบบนี้ มือตุ๊กแกเกาะหนึบแบบนี้ ท่าทางจะหายแล้วสินะ ผมโล่งใจไปเปราะหนึ่งที่มันไม่มาตายที่บ้านผมเหมือนอย่างที่ผมคิดเอาไว้ แต่พอมาคิดดูอีกทีหนึ่ง ผมกลับรู้สึกว่ามันน่ากังวลใจไม่ได้ต่างกันเลย เพราะถ้าเกิดว่าไอ้บ้าพี่พายไอ้เจ้าชายแบดบอยมันหายเป็นปกติ มันก็จะตั้งหน้าตั้งตาเลวใส่ผมอีกตามเคยสินะ

 

“ที่รักอะไรเล่า รีบๆ นอนไปเหอะ ถ้าแม่ไม่สั่งให้ลากไอ้คนที่ทำท่าเหมือนจะเป็นจะตายขึ้นมานอนพักบนห้อง อย่าหวังเลยว่าจะมีรอบที่สอง...”

 

“เราเคยมีรอบแรกกันไปแล้วหรอวะ ทำไมกูจำไม่ได้” มันทำท่าคิดแบบจริงจัง ผมล่ะอยากตบปากตัวเองที่พูดอะไรแบบนั้นออกไป แต่ความจริงน่าตบปากไอ้พี่พายมันมากกว่า เพราะว่าผมน่ะพูดปกติ แต่มันน่ะจิตอกุศลเองต่างหาก

 

“ยังไม่เคยและไม่มีทางเคยแน่นอน...” ผมเอาหมอนข้างกั้นกลางระหว่างผมกับมันเอาไว้ รู้ว่ามันไม่ได้ช่วยอะไรหรอกถ้าไอ้พี่พายมันจะทำอะไรขึ้นมา แต่มันก็มีคุณค่าทางจิตใจผมนี่หว่า

 

อย่างน้อยๆ ก็รักษาระยะห่างสักหน่อยก็ยังดี

 

“หมอนใบแค่นี้กีดกันความรู้สึกที่กูมีให้มึงไม่ได้หรอกว่ะต่อ” มันกอดหมอนข้างแล้วนอนตะแคงหันหน้ามาหาผม ส่งสายตาชวนเสียตัว...ไม่ใช่เด้ สายตาชวนขนลุกมาให้ต่างหากเล่า ผมขยับผ้าห่มมาคลุมจนเหลือแค่ตาที่โผล่พ้นออกมา แล้วมองหน้ามันอย่างหวาดๆ

 

“แต่เพราะว่าวันนี้มึงน่ารักกับกูมากๆ และมึงก็เริ่มทำให้กู รัก มากขึ้นอีกแล้ว ฝันดีไอ้เอ๋อ” มันเอื้อมมือมาขยี้หัวของผมจนยุ่ง แล้วมันก็นอนอยู่ท่านั้น นอนตะแคงกอดหมอนข้างหลับตาพริ้มยิ้มเหมือนคนที่ไร้เดียงสา

 

ผมรู้สึกแปลกๆ ในเสี้ยวความรู้สึกหนึ่ง ผมพยายามไม่คิดว่ามันคืออะไร ปิดกั้นมันเอาไว้ก่อน และพยายามบอกกับตัวเองว่าผมน่ะไม่ได้ชอบผู้ชาย ท่องเอาไว้ให้มันขึ้นใจ

 

แต่โว้ย!! ไอ้หัวใจไม่รักดีมันจะเต้นเร็วเพื่อส้นตีนอะไรวะ ฮึ่ย!!!

 

..........100%..........

 

รณรงค์ให้คนอ่านยุ่งนักที่เล่นทวิตเตอร์ติดแท็ก #ยุ่งนัก เวลาที่พูดถึงนิยายเรื่องนี้ เกรทจะตามไปส่องค่า ><

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 74 ครั้ง

15,978 ความคิดเห็น

  1. #15922 nin28041992 (@nin28041992) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2561 / 18:52
    น่ารักว่ะแทนตัวเองว่าต่อด้วยอ๊ากกกกกก
    #15922
    0
  2. #15832 นายแมวน้ำ (@watmaka) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 17 เมษายน 2560 / 04:19
    โอ๊ะโอ พี่พายเป้นอะไรล่ะนั่น ดูแลพี่พายดีๆล่ะน้องต่อ
    #15832
    0
  3. #15805 นา_ริฐา (@oum30944) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2559 / 10:40
    โอ้ยยยยยย น่ารักอะ น้องต่อคะ หวั่นไหวกับพี่พายเค้าแล้วก็บอก คิกๆ
    #15805
    0
  4. #15791 tarn_teuky (@tarn_teuky) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 31 มีนาคม 2559 / 18:24
    เอาจริงเป็นต่อซุ่มซ่ามมาก
    เวลาไม่สบายพี่พายขี้อ้อนจัง
    #15791
    0
  5. #15739 lufian (@ployykp) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2559 / 01:11
    พี่พายน่ารัก เป็นต่อดี๊ดี
    #15739
    0
  6. #15692 NNYuki (@nooniiz501) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2558 / 16:33
    พี่พายเวลาไม่สบายนี่ขี้อ้อนเหมือนแมวเลย น่ารักมากกกกกก นี่ถ้าเราเป็นต่อนะ ยอมพี่พายไปแล้ว 555
    #15692
    0
  7. #15646 Alleytama (@tamagome23) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2558 / 23:28
    พี่พายคือเจ้าของสร้อย??? ใช่? ไม่ใช่? อุกรี๊ส!!!!
    #15646
    0
  8. #15628 backlight (@artemis-03) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2558 / 20:51
    ต่...อ ซึนนะเรา
    #15628
    0
  9. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  10. #15514 mameaw27 (@dek-dmameaw) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 12 เมษายน 2558 / 12:57
    เริ่มชอบเค้าแลล้วไงงง หวั่นไหว
    #15514
    0
  11. #15448 น้ำค้างตากฟ้า (@janejjan) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2558 / 22:16
    เน้ใจอ่อนเลยนะะะะะต่อออ
    #15448
    0
  12. #15352 P.Secret (@future-cartoon) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 5 มกราคม 2558 / 17:24
    ง่อววววว พี่พายของข้า ท่านพี่เป็นอะไร จงดำรงชีพก่อนจะวายชีวา สอยประตูหลังพี่ต่อก่อนสิเจ้าคะ
    #15352
    0
  13. #15084 ploylybbs (@ploylybbs) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 19 กันยายน 2557 / 14:08
    โอ๊ยยย น่ารักกกกกกกก >< ต่อหวั่นไหวแล้วล่ะเซ่~
    #15084
    0
  14. #14421 mitake (@voldermore) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2557 / 14:47
    เจอพี่พายอ้อนเข้าหน่อย หวั่นไหวแล้วล่ะสิๆ ><
    #14421
    0
  15. #14404 chocoelf (@superchoelf) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2557 / 23:35
    พี่พายโหมดนี่คือน่ารักและน่าสงสาร
    #14404
    0
  16. #14228 kelovelove (@kekailove) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2557 / 19:41
    อะเร๊ะ? พี่พายอ้อนด้วยอ่าาา~ น่ารัก..น่ารัก
    #14228
    0
  17. #13955 Whatever it is (@oil-sup) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 27 เมษายน 2557 / 09:31
    5555 ต่อน่าสงสารอะ โดนรุมตลอดๆ
    #13955
    0
  18. #13948 JENNYHA (@jennyha) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 27 เมษายน 2557 / 01:35
    เริ่มชอบละดิ
    #13948
    0
  19. #13432 love beast*--------* (@benzii17) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 6 เมษายน 2557 / 18:08
    น่ารัก
    #13432
    0
  20. #13415 daminho (@darinza33) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 6 เมษายน 2557 / 07:51
    มาต่อเร็วๆนะค่ะ ค้างมากกก
    #13415
    0
  21. #13246 Zevaress (@anontaporn) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 28 มีนาคม 2557 / 06:42
    ชอบที่สุด เกินโมเม้นพ่อลูกละจ้ะ
    #13246
    0
  22. #13085 Hiro Hiro Shi (@hiroshi1234) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 19 มีนาคม 2557 / 09:07
    อะเระ พี่พายาพาพายทะเลาะไรกะคุณป้อหยอก๊ะ?
    #13085
    0
  23. #12968 เเมวดำท่องราตรี (@154356) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 6 มีนาคม 2557 / 16:12
    ยอมรับความจริงซะเถอะต่อ ฮิๆๆๆ
    #12968
    0
  24. #12856 nattamonyys (@nattamonyys) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2557 / 23:21
    เอาแล้วไง ใจเต้นเเรล
    #12856
    0
  25. #12632 eunna22 (@taew_end) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 22 มกราคม 2557 / 20:18
    ขอให้พี่ปอมองเห็นเร็วๆนะคะ
    #12632
    0