OK!! I love U ♥ ยุ่งนัก...กูรักมึงก็ได้ [Yaoi][Boy's love]

ตอนที่ 39 : Special ... Not Secret เรื่องรัก...ไม่ลับ [หยีเฟีย - ไม้โน่ - โฟนแบงค์]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 15,907
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 39 ครั้ง
    3 ส.ค. 56


 

Special
 

 Not Secret เรื่องรัก...ไม่ลับ

 

หยีเฟีย – ไม้โน่ – โฟนแบงค์
 

 

 

ความรัก...มันเข้าใจยาก หรือว่ามันยากจะเข้าใจ

 

แล้วการที่ เพื่อนรักเพื่อนมันผิดมากเลยหรืออย่างไร

 

มันเป็นคำถามที่ คนแอบรักเพื่อน ต้องการอยากจะได้คำตอบ...

 

 

“เฮ้อ...” เสียงถอนหายใจยาวเหยียดดังออกมาจากปากของชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่งที่ยืนพิงรถยนต์คันหรู มือคู่นั้นทิ้งก้นบุหรี่ลงบนพื้นแล้วใช้รองเท้าหนังมันปลาบบดขยี้เพื่อดับไฟที่ก้น สายตาคู่นั้นมองจับจ้องเข้าไปในบ้านหลังหนึ่งที่มาจอดเฝ้ามองอยู่พักใหญ่ๆ ในใจก็คิดวกวนวุ่นวายไปหมด

 

“กูทำผิดขนาดนั้นเลยหรอวะ...” คำถามที่เอ่ยถามกับตัวเองมานับครั้งไม่ถ้วน แต่ทว่าถ้าคิดแบบเข้าข้างตัวเอง สิ่งที่มันเกิดขึ้นมันไม่น่าจะผิดอะไรนี่หว่า ความรักมันบังคับกันได้ที่ไหน ก็ใจมันอยากจะรักก็คือรัก...แล้วจะให้ทำยังไง

 

“กูรักมึง...มันผิดตรงไหนวะแบงค์” ชายหนุ่มได้แต่รำพึงกับตัวเองอย่างไม่เข้าใจว่าทำไมอีกฝ่ายถึงได้มีท่าทีที่ดูต่อต้านมากขนาดนั้น ทั้งๆ ถ้าไม่คิดเข้าข้างตัวเองเกินไป แววตาคู่นั้นก็มีความรู้สึกที่ไม่ได้ต่างไปจากตนเองเลย

 

“มึงบอกว่ากูหักหลังมึง ทำลายความเป็นเพื่อน...มันร้ายแรงขนาดนั้นเลยหรอวะ” โฟนยืนบ่นพึมพำอยู่คนเดียวที่หน้าบ้านของแบงค์ บ้านที่มาบ่อยมากจนสามารถเข้าออกได้โดยเหมือนว่าเป็นบ้านของตนเอง

 

ยอมรับเลยว่าตนเองกับแบงค์นั้นสนิทกันมากๆ ทั้งๆ ที่เรียนคนละคณะแต่ก็รู้จักกันผ่านไอ้หยีกับไอ้เฟีย เลยมีโอกาสได้มาสนิทกัน ยิ่งรู้จักกันยิ่งคิดว่ามันใช่ ไม่รู้สิ...ความรู้สึกมันบอกว่ามันใช่ คนๆ นี้คือคนที่ใช่สำหรับตนเอง

 

ไอ้แบงค์เป็นคนใจร้อน อารมณ์ร้อนตามประสาผู้ชายธรรมดาทั่วไป ส่วนโฟนเองก็แทบไม่ต่างกัน นิสัยคล้ายๆ กันอาจจะทำให้เข้ากันได้ง่าย ไปไหนไปด้วยกัน สนิทกันมากทั้งกลุ่ม เป็นเพื่อนที่สามารถพูดคุยกันได้ทุกเรื่อง

 

แต่ทว่ามีอยู่เพียงเรื่องเดียวที่ไม่สามารถคุยกันได้ แต่มันดันหลุดปากพูดออกไปในคืนนั้น คืนที่ทำให้ความสัมพันธ์ของเพื่อนต้องเปลี่ยนไป

 

โฟนรู้ดีว่าแบงค์พยายามที่จะหลบหน้าตนเองมาตลอดตั้งแต่คืนนั้น แต่ทว่าจะหลบไปไหนพ้นวะก็ในเมื่อต้องเจอกันอยู่ตลอด เพราะว่าไอ้หยีกับไอ้เฟียมันสนิทกันมาก แล้วต้องเจอกันแทบทุกวัน มันโคตรอึดอัดที่มันทำตัวห่างเหินใส่

 

“ทำไมไอ้หยีกับไอ้เฟียแม่งรักกัน มันยังไม่เห็นจะเป็นอะไร มันก็เริ่มมาจากเพื่อนเหมือนกัน” ถึงทั้งหยีและเฟียจะปฏิเสธ แต่ทุกคนก็รู้กันหมดนั่นแหล่ะว่ามันสองคนเป็นมากกว่าเพื่อน เพียงแต่ไม่มีใครพูดออกมาเท่านั้นเอง เพราะถือว่ามันเป็นเรื่องของเพื่อน แค่แอบแซวให้ไอ้เฟียมันเขินบ้างเวลาที่หมั่นไส้มันก็เท่านั้น

 

“แต่กูก็ลืมไปว่ามึงไม่ได้น่ารักแบบไอ้เฟีย มึงมัน...”

 

“มาทำอะไร...” คำทักทายแรกที่แบงค์เอ่ยถามกับโฟน เจ้าตัวมองเห็นรถของโฟนจอดอยู่เป็นชั่วโมงแล้ว ทั้งๆ ที่จะทำเป็นไม่ใส่ใจอะไรปล่อยให้มันจอดรถอยู่แบบนั้น แต่ก็หงุดหงิดสายตาอยากจะมาไล่มันไปให้พ้นๆ หน้า

 

“ทำไม...กูมาไม่ได้แล้วหรอวะ” โฟนเอ่ยถามพร้อมกับเดินเข้ามาใกล้ แบงค์ยืนล้วงกระเป๋าแล้วมองหน้าโฟนแบบนิ่งๆ สายตาที่มองกันนั้นมันยากจะจับความรู้สึกได้

 

“กูไม่เห็นถึงความจำเป็นที่มึงจะต้องมา...กูไม่ต้อนรับ” แบงค์พูดอย่างไม่ค่อยเป็นมิตรเท่าไหร่ หากแต่โฟนกลับยิ้มรับแล้วเดินกระแทกไหล่ของแบงค์เข้ามาทางด้านในบ้านอย่างไม่สนใจคำพูดของเจ้าของบ้าน

 

“กูไม่ได้มาหามึงว่ะ....กูมาไหว้แม่” โฟนยิ้มมุมปากเล็กน้อย มองท่าทีฮึดฮัดขัดใจของแบงค์อย่างขำๆ มันเป็นแบบนี้ทุกครั้งที่ตนเองมาหา ทั้งๆ ที่ตัวมันเองก็รู้ว่าไล่ยังไงตนเองก็ไม่ไป ไม่รู้ว่าจะมาไล่ทำไมให้เหนื่อย

 

“มึงกลับไปเหอะ กูไม่อยากเห็นหน้ามึง...”

 

“มึงคิดว่าจะหลบหน้ากูได้นานแค่ไหนวะ ในเมื่อเราต้องเจอกันอยู่ตลอด...ยอมรับความจริงเหอะว่ามึงเองก็ชอบกูเหมือนที่กูชอบมึง” แบงค์ตวัดสายตาหันมามองหน้าโฟน พร้อมกับเดินเข้ามาจับคอเสื้อของโฟนแน่น แต่ถามว่าโฟนกลัวมั้ย...คำตอบคือไม่เลย เพราะว่าชินกับท่าทีแบบนี้ของแบงค์แล้ว

 

“อย่าเสือกคิดแทนกู มึงจะมารู้ใจกูได้ไงว่ากูคิดยังไง...ถ้าไม่อยากให้กูเกลียดมึงมากไปกว่านี้ กลับบ้านมึงไปซะ...”

 

“มึงเกลียดกูไม่ลงหรอกแบงค์...มึงจะเกลียด ผัว ตัวเองลงหรอวะ หึ! ทันทีที่พูดคำต้องห้ามออกมา แบงค์ก็ปล่อยหมัดใส่หน้าโฟนทันที เล่นเอาโฟนเซไปหลายก้าว เจ้าตัวยกมือขึ้นปาดเลือดที่มุมปาก พร้อมกับเดินเข้ามาลากแขนแบงค์ไปที่รถ

 

“กูเกลียดมึง” แบงค์ยื้อตัวเต็มที่ พยายามที่จะสะบัดมือออกจากการเกาะกุม แต่โฟนกลับบีบมือที่จับแบงค์แน่น แล้วออกแรงกระชากแบงค์ให้เดินมาด้วยกันที่รถ

 

“มึงคิดว่ากูจะยอมให้มึงต่อยฟรีหรอวะ...อย่าหวัง” โฟนจัดการจับแบงค์ยัดเข้าไปในรถอย่างยากลำบาก แบงค์ฝืนตัวและพยาพยามที่จะลุกขึ้นจากเบาะรถ แต่ทว่าโฟนกลับยืนขวางและกดไหล่แบงค์ลงไปที่เดิม เจ้าตัวถมน้ำลายที่เต็มไปด้วยเลือดทิ้ง ยกมือขึ้นป้ายปากแล้วมองหน้าแบงค์ด้วยสายตาที่ปนความน้อยใจเอาไว้ไม่น้อย ทำให้คนมองอดที่จะรู้สึกผิดไม่ได้

 

“ถ้ากูไม่ได้รักมึง...อย่าคิดว่ากูจะทนมากขนาดนี้ และอย่าคิดจะหนีกู ถ้ามึงไม่อยากให้คนอื่นรู้เรื่องคืนนั้นระหว่างเรา” โฟนอดที่จะขู่ออกไปไม่ได้ เพราะว่าแบงค์รั้นและดื้อดึง ชอบใช้กำลัง และบ่อยครั้งที่โฟนหมดความอดทนต้องใช้กำลังกลับไป ทั้งๆ ที่บอกกับตัวเองว่าให้อดทนให้มากๆ

 

แต่ก็นะ ยังไงก็ผู้ชาย บางทีมันยั้งไม่อยู่ก็เจ็บตัวทั้งคู่...แฟร์ดี

 

“แม่ง!!

 

ปัง!!

 

แบงค์เม้มปากแน่น กำมือแน่น รู้สึกผิดหรอกที่อารมณ์ร้อนต่อยมันไปแบบนั้น แต่มันอดไม่ได้จริงๆ ก็ไอ้โฟนมันจงใจที่จะพูดตอกย้ำความผิดพลาดที่เกิดขึ้นระหว่างมันกับตนเอง

 

กูเกลียดมึง” แบงค์สบถด่าพร้อมกับทุบกำปั้นลงบนประตู สายตามองคนที่เข้ามาในรถแล้วมองสบตากันด้วยความรู้สึกที่บอกไม่ถูกเหมือนกันว่ามันคืออะไรกันแน่

 

“อย่าคิดหนีกู...อย่าให้กูหมดความอดทนกับมึงนะ ไม่อย่างนั้นมึงโดนดีแน่ๆ” โฟนเอื้อมมือมาหมายจะจัดการคาดเข็มขัดให้ แต่แบงค์ก็ปัดมือของโฟนออกห่าง แล้วจัดการคาดเข็มขัดเองอย่างไม่สบอารมณ์เท่าไหร่

 

“มึงจะเอายังไงกับกู มึงไม่ต้องมาขู่กูไอ้โฟน เรื่องนั้นมึงจะเอามาตอกย้ำทำไม มึงทำลายความเป็นเพื่อนของเราหมดลงไปแล้ว...” แบงค์กำมือแน่นพร้อมกับพูดอย่างอัดอั้น ถามตัวเองมาหลายครั้งว่าเกลียดมันมากแค่ไหน เกลียดมันที่ทำลายความเป็นเพื่อนสนิทที่มีให้กันจนหมดสิ้น เกลียดที่มันตามตอกย้ำไม่จบไม่สิ้น

 

เกลียด...จริงๆ อย่างนั้นหรือ?

 

“กูยอมรับว่าคืนนั้นกูเมา...แต่มึงเองก็เมา ถ้ามึงไม่แกล้งทำเป็นลืมมันไป...มึงเองก็สนองกูเหอะแบงค์” โฟนกำพวงมาลัยแล้วหันมามองหน้าแบงค์ด้วยสายตาที่ดูติดจะเยาะน้อยๆ แบงค์หันไปกระชากคอเสื้อโฟนแล้วกำแน่น สายตาประสานตาจ้องหน้ากันอยู่อย่างนั้น

 

คนนึงดูโกรธเคือง อีกคนดูจะยั่วเย้าอารมณ์ของอีกฝ่ายไม่จบไม่สิ้น

 

“ก็เพราะว่ากูเมายังไงไ ถ้ากูไม่เมามากขนาดนั้น เรื่องแบบนี้มันจะเกิดขึ้นมั้ย...” แบงค์เขย่าคอโฟนสองสามทีก่อนที่โฟนจะปัดมือของแบงค์ออก เจ้าตัวกดไหล่ของแบงค์ลงกับเบาะ แล้วยื่นหน้าเข้ามาจูบปากของแบงค์อย่างหนักหน่วง แบงค์ลืมตาค้างด้วยความตกใจแต่มือทั้งคู่ก็ทั้งผลักทั้งดันโฟนออกห่าง แต่เท่าไหร่ต่อเท่าไหร่โฟนก็ไม่มีทีท่าว่าจะยอมง่ายๆ

 

แต่คนที่ยอมเสือกเป็นตัวเอง เสือกยอมให้มันจูบ เสือกยอมให้มันรุกล้ำ ที่น่าโมโหที่สุดคือเสือกยอมสนองมันกลับไป...มันคืออะไร!!

 

“แล้วนี่มันคืออะไรแบงค์ ถ้ามึงเกลียดกูจริงอย่างที่มึงพูด มึงจะจูบตอบกูมั้ย” โฟนถอนริมฝีปากขึ้นมาเพียงเล็กน้อยแล้วมองสบตากับแบงค์ สายตาคู่นั้นที่ดูอ่อนลงมาก มากจนบางทีโฟนอยากจะนึกเข้าข้างตัวเองว่ามันเองก็ไม่ได้รู้สึกต่างไปจากตนเองสักเท่าไหร่

 

“กูเกลียดมึง...” ปากก็พูดคำว่าเกลียดออกไป แต่ทำไมกลับยอมให้โฟนกดประทับรอยจูบลงมาอีกครั้ง แบงค์ได้แต่ขยุ้มเสื้อของโฟนแล้วกำแน่น เจ็บใจตัวเองที่แพ้ให้มันตลอด ทั้งๆ ที่ถ้าจะชนะมันก็ทำได้ คนอย่างตนเองไม่เคยยอมให้ใครอยู่แล้ว

 

แล้วไอ้โฟนมันเป็นใคร ทำไมมันถึงต้องมาชนะตนเองตลอด...ไม่เข้าใจ!!!

 

 

....................

 

 

 

 

ออด!!

 

เสียงออดที่ดังลากยาวอยู่นั้นทำให้คนที่นอนเอกเขนกอยู่บนโซฟาละสายตาจากหน้าจอมือถือไปที่ประตู แล้วสายตาคู่นั้นก็ละไปมองที่นาฬิกาแขวนที่อยู่เหนือประตูเล็กน้อย ใบหน้าหล่อยกยิ้มพร้อมกับส่ายหน้าไปมา เหมือนระอาแต่ทว่าเอาเข้าจริงๆ ก็วางทุกอย่างในมือลงแล้วลุกขึ้นเดินไปที่ประตู

 

“มาแล้ว มาแล้ว...” เจ้าของห้องเดินมาหยุดที่หน้าประตูห้องพร้อมกับเปิดประตูต้อนรับผู้มาเยือนในยามวิกาล มันเป็นเช่นนี้ทุกค่ำคืน และเป็นเพียงแค่คนๆ เดียวเท่านั้นที่จะแวะเวียนมาหา...ไม่ใช่สิ ไม่ใช่แวะเวียนมาหา แต่แวะมานอนค้างด้วยกันเช่นเดียวกับในทุกๆ ค่ำคืนต่างหาก

 

“พี่ไม้เปิดประตูช้าอ่ะ โน่รอเกือบนาทีแน่ะ...” พอเปิดประตูปั๊บไอ้ตัวแสบที่ใส่ชุดนอนเตรียมพร้อมเข้านอนก็ยกข้อกล่าวหาให้ทันที ไม้ทียืนพิงประตูห้องแล้วเอียงคอมองไอ้ตัวเล็กที่ยืนทำหน้ายุ่งอยู่ตรงหน้าแบบขำๆ

 

“อะไรวะโน่ แค่นาทีเดียวเองนะอย่ามาทำเป็นบ่น...” ดีโน่เดินเข้ามาทางด้านในห้องอย่างคุ้นเคย ไม้ปิดประตูห้องแล้วเดินตามเข้ามาทางด้านใน ตนเองยังใส่ชุดนักศึกษายังไม่ได้อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า เพราะเพิ่งกลับมาจากบ้านได้ไม่นาน

 

“พี่ไม้ก็รู้ว่าโน่ไม่ชอบการรอคอย แต่ที่รอได้นี่เพราะว่าคนที่บอกให้รอคือพี่ไม้หรอกนะ เป็นคนอื่นนี่โน่ไม่ทนนะพี่ไม้” ร่างเล็กๆ เดินเข้ามากอดตนเองเสียแน่น แล้วเอาหน้าซุกที่หน้าอกตนเองไปมา พร้อมกับส่ายหน้าอยู่อย่างนั้นจนไม้รู้สึกจั๊กจี๋ไปหมด

 

ไม้ทีมองดูหัวยุ่งๆ ของดีโน่ที่ซุกอยู่ที่อกของตนเอง ชั่งใจว่าจะกอดตอบหรือว่าจะดันเจ้าตัวยุ่งมันออกห่างก่อนดี เพราะตนเองยังไม่ได้อาบน้ำอาบท่าให้รู้สึกสดชื่น ในขณะที่อีกฝ่ายนั้นจัดการตัวเองมาเรียบร้อยแล้วแบบนี้

 

“ไม่เหม็นรึไง...” ดีโน่ส่ายหน้าไปมาแล้วเงยหน้าขึ้นมามองด้วยสายตาที่ดูนิ่งๆ บางทีไม้ก็ตามอารมณ์ของดีโน่ไม่ทันเหมือนกันว่าเจ้าตัวนั้นกำลังอยู่ในอารมณ์ไหน แต่ทว่าสิ่งหนึ่งที่รู้อย่างแน่ชัด ดีโน่เป็นเด็กที่เอาแต่ใจตัวเองเป็นอารมณ์อยู่แล้ว เพราะอะไรนั้น...อันนี้ก็คงจะพอรู้กันอยู่

 

“ไม่อ่ะ ต่อให้พี่ไม้ไม่อาบน้ำทั้งสัปดาห์ก็ไม่เหม็นหรอก...พี่ไม้ออกจะเนื้อหอม มีแต่คนมาชอบนี่...ไม่ใช่รึไง” เอาแล้วไงอยู่ก็มาทำหน้างอนๆ ใส่ แล้วเดินหนีไปที่โซฟาซะงั้น  ไม้ได้แต่ส่ายหน้าน้อยๆ ปลดกระดุมเสื้อสองสามเม็ดเพื่อคลายความร้อนเสียหน่อย แล้วเดินไปทิ้งตัวนั่งข้างๆ ดีโน่ที่นั่งทำหน้าตางอนๆ รออยู่ที่โซฟา

 

แค่ดูก็รู้ว่ารอให้ไปง้อ...

 

“ไปรู้อะไรมาจากใครอีกล่ะ...” ดูท่าแล้วคงมีคนไปบอกอะไร หรือไม่เจ้าตัวก็คงไปรู้อะไรมาแน่ๆ รู้ๆ กันอยู่ว่าไอ้พวกที่คณะเนี่ยมันปากสว่างมากแค่ไหน ใครรู้เรื่องอะไรมาอย่าหวังว่าจะเป็นความลับได้ แม่งกระจายข่าวกันเมามันอย่าบอกใคร

 

“ไม่เห็นต้องรู้มาจากใครเลยพี่ไม้ ก็ในเมื่อเจ้าตัวเค้าเดินมาบอกโน่ถึงที่ว่าพี่ไม้จีบเค้าอยู่...”  ดีโน่นั่งกอดหมอนแล้วทำหน้าทั้งงอน ทั้งน้อยใจ มองตาตนเองครู่หนึ่งแล้วกดสายตามองพื้นซะงั้น ไม้ได้แต่คิดว่าวันนี้ดีโน่มาแปลก ปกติแล้วเจ้าตัวจะออกแนวไม่ยอมท่าเดียว ออกแนวเอาแต่ใจตามนิสัย

 

ถามว่ารำคาญมั้ย...ไม่นะ เพราะรู้ว่าดีโน่นะไม่ได้ร้ายกาจอะไร ที่เอาแต่ใจเพราะถูกที่บ้านตามใจมาตั้งแต่เด็กๆ ก็เท่านั้น ก็พ่อเค้ารักของเค้านี่นะ ต้องพยายามเข้าใจ

 

“เชื่อเค้ามั้ยล่ะ...” ดีโน่ไม่ได้ตอบ ไม่ได้พยักหน้าหรือว่าส่ายหน้า ไม่มีปฏิกิริยาอะไรเลยจนทำให้ไม้รู้สึกว่ามันแปลกๆ ปกติแล้วดีโน่จะเชื่อใจตนเองมากๆ ทั้งๆ ที่ตนเองก็ไม่ได้ให้ความมั่นใจอะไรกับดีโน่เสียเท่าไหร่ ใช่ว่าจะไม่ได้รู้สึกอะไรกับดีโน่นะ แต่จะอธิบายยังไงดีล่ะ...

 

“ดีโน่...” ไม้ขยับมานั่งใกล้ๆ แล้วสอดมือกอดเข้าที่เอวของดีโน่แน่นๆ รั้งคนที่เอาแต่นิ่งเข้ามาใกล้และกอดเอาไว้ไม่ห่าง ไม้แตะมือลงบนคางของดีโน่แล้วรั้งใบหน้าน่ารักให้หันมามองสบตากัน แววตาที่ดูอ่อนไหวของดีโน่มันผิดไปจากปกติ ดีโน่ไม่เคยมีท่าทีแบบนี้มาก่อน

 

“โน่ว่าวันนี้โน่กลับไปนอนห้องดีกว่า...” ดีโน่ลุกขึ้นจากโซฟาท่ามกลางความงุนงงของไม้ที่ยังคงไม่เข้าใจว่าวันนี้ดีโน่เป็นอะไร เด็กที่มีความเชื่อมั่นว่าจะเอาชนะใจตนเองได้ เด็กที่ไม่เคยกลัวใครแบบดีโน่...ทำไมวันนี้ดูต่างไปจากทุกวัน

 

“ไปนอนคนเดียวไม่เหงาหรอ...” ไม้คว้ามือดีโน่เอาไว้ทันทีแบบไม่ต้องคิด ดีโน่ยืนนิ่งๆ แต่ไม่ได้หันกลับมามองหน้าไม้เลย มันยิ่งทำให้ไม้รู้สึกค้างคาใจเป็นอย่างมาก

 

“ก็เหงา...แต่โน่อยากคิดอะไรสักหน่อย อีกอย่างบางทีพี่ไม้อาจจะอยากอยู่คนเดียวบ้าง โน่มากวนทุกวัน...” เฮ้ย!! นี่มันคืออะไรกัน ไม้ทีได้แต่คิดด้วยความไม่เข้าใจ ยิ่งมาเจอเสียงเหงาๆ แบบนี้ของดีโน่เข้า ยิ่งรู้สึกว่าหัวใจมันเจ็บแบบแปลกๆ ยังไงก็ไม่รู้

 

และที่ไม่รู้เข้าไปอีกก็คือตนเองเผลอไปทำอะไรให้ดีโน่น้อยใจหรือเปล่า

 

“แต่พี่เหงานะ...ถ้าไม่ได้นอนกอดโน่” ไม้ดึงดีโน่ให้นั่งลงมาบนตักตัวเองแล้วกอดเอวเล็กๆ นั่นแน่นๆ เอาคางเกยลงบนไหล่แล้วเนียนหอมแก้มดีโน่เสียฟอดใหญ่ เผื่อว่าไอ้ตัวดีมันจะกลับมาร่าเริงเหมือนเดิม

 

“เมื่อคืนก่อนพี่ไม้ไปนอนกับผู้หญิงคนนั้นมาใช่มั้ย...” เจอคำถามแสกหน้าเข้ามาแบบนี้ ไม้ทีถึงกับพูดอะไรไม่ออก ถามว่าไปมามั้ย คำตอบคือไป แต่ถามว่าได้นอนด้วยกันมั้ย คำตอบคือไม่...เพราะว่าดันนึกถึงรอยยิ้ม สีหน้า และความรู้สึกของคนที่อยู่ในอ้อมกอดของตนเองขึ้นมา ทุกอย่างเลยหยุดนิ่ง แถมยังโดนสาวเจ้าตบหน้ามาซะชาไปทั้งแถบ โทษฐานที่ทำให้เค้าเสียหน้า...

 

“ก็ไปมา แต่ว่าไม่ได้เอา...”

 

“แค่พี่ไม้ไปก็ทำร้ายจิตใจโน่เกินพอแล้ว...โน่เสียใจนะ พี่ไม้รักมันหรอถึงได้จะไปนอนกับมันน่ะ...” ฉิบหาย...ดีโน่ร้องไห้ ไม้ทีถึงกับทำอะไรไม่ถูก ตั้งแต่ที่รู้จักกันมานี่ไม่เคยเห็นดีโน่ร้องไห้เลยสักครั้ง แต่ครั้งนี้กลับเจอแบบจังๆ แล้วตนเองก็ดันทำเรื่องที่ทำร้ายความรู้สึกของเด็กมันอีก

 

“พี่ขอโทษ อย่าร้องไห้ดิครับโน่ ไม่เอาไม่ร้อง...พี่ไม่ได้รักเค้าสักหน่อย ไม่ได้รักเลยจริงๆ นะ ” ยิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุ ทีนี้ดีโน่ปล่อยโฮมาเลยทีเดียว ไหนจะกำปั้นน้อยๆ ที่ทั้งทุบทั้งตีใส่ตนเองแบบไม่ยั้งอีก ไม้ทีไม่ได้ห้าม ไม่ได้จับมือคู่นั้นออก ปล่อยให้ดีโน่ตีตนเองจนเจ้าตัวหยุดตี มือคู่นั้นกำเสื้อของตนเองแน่น ใบหน้าที่เคยมีแต่รอยยิ้มเอาแต่ก้มนิ่งๆ แล้วสะอื้นอยู่กับอกตนเอง

 

“พี่ไม้ใจร้าย พี่ไม้ทำกับโน่แบบนี้ได้ไง โน่รักแค่พี่ มีแค่พี่ ไม่เคยสนใจใครหน้าไหนเลยสักคน มีคนมาจีบโน่ก็ไม่สน แล้วดูพี่ไม้ทำดิ...ถ้าไม่รักโน่ก็บอกมาเลย อย่ามาทำเหมือนว่ารัก อย่ามาให้ความหวังกันแบบนี้...มันเจ็บนะ” ไม่ใช่แค่ดีโน่หรอกที่เจ็บ ตอนนี้ไม้เองก็เจ็บเหมือนกัน เจ็บเพราะน้ำตา เจ็บเพราะน้ำเสียง เจ็บเพราะสีหน้าของดีโน่ที่แสดงออกให้รู้ว่ากำลังเจ็บมากแค่ไหน

 

“พี่...ขอโทษ”

 

“ไม่เป็นไร...พี่ไม้ไม่ผิดหรอก โน่ผิดเองที่ยุ่งวุ่นวายและคาดหวังจากพี่มากเกินไป...ทั้งๆ ที่รู้ว่าพี่ไม้ไม่รักก็ยังจะตามตื้อ...”

 

“ใครว่าพี่ไม่รัก...ถ้าไม่รักแล้วจะยอมให้ทุกอย่างแบบนี้หรอ”  ไม้พูดสวนขึ้นมาพร้อมกับกอดดีโน่เอาไว้แน่นๆ เออ ยอมรับแล้วก็ได้ว่ารัก แต่ที่ไปเมื่อวานน่ะก็แค่อารมณ์เล่นๆ คิดแต่ว่ามันเป็นเรื่องสนุกๆ เท่านั้น อีกอย่างตนเองก็ทำแบบนี้มาตลอด จนมาเจอกับดีโน่ก็ห่างๆ กับเรื่องแบบนี้ไปบ้าง

 

“พี่ไม้ไม่ต้องสงสารโน่หรอก โน่ไม่เป็นอะไร คนอย่างโน่น่ะเข็มแข็งพอ ถ้ารู้ว่าคำตอบคือไม่...โน่ก็จะตัดใจได้เอง ขอแค่พี่ไม้อย่าให้ความหวัง...” ดีโน่ยกมือขึ้นปาดน้ำตาพร้อมกับดันตัวลุกขึ้น หากแต่ไม้ทีกลับคว้าร่างของดีโน่กลับเข้ามาหาตนเอง พร้อมกับพลิกร่างเล็กๆ ของดีโน่ให้นอนลงบนโซฟา ร่างของตนเองคร่อมทับร่างที่เล็กกว่าเอาไว้ ไม่ให้ดีโน่นั้นหนีไปไหน ต้องพูดคุยกันให้รู้เรื่อง

 

“ทำไมพูดไม่รู้เรื่องล่ะโน่ พี่บอกว่ารักก็คือรัก...ไหนว่าอยากฟังคำว่ารัก แล้วทำไมพอพี่พูดเราถึงได้ไม่เชื่อ...”

 

“จะให้โน่เชื่อได้ยังไงว่าพี่รัก ในเมื่อเมื่อวานนี้พี่ยังจะไปนอนกับผู้หญิงคนอื่นแบบนั้น...มันใช่หรอพี่ไม้”  ดีโน่สวนกลับมาทันทีเช่นกัน ไม้ยกมือขึ้นยีหัวตัวเองจนยุ่งไปหมด ใครแม่งเอาข่าวไปบอกกับดีโน่วะเนี่ย ก็ไม่ได้จะปิดบัง แต่มันไม่มีอะไรเกิดขึ้น รู้ว่าตัวเองทำผิดกับดีโน่ แต่สุดท้ายแล้วก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น มันแค่อารมณ์เผลอไผล แต่ไม่ได้ทำอะไรเพราะดันนึกถึงดีโน่ขึ้นมา แบบนี้ไม่เรียกว่ารักหรอวะ...

 

“พี่ขอโทษ ขอโทษ ขอโทษ ต้องให้ขอโทษอีกกี่ครั้งโน่ถึงจะยอมยกโทษให้พี่ พี่ไม่ได้ตั้งใจจะทำให้เราเสียใจ แค่เห็นน้ำตาเราพี่ก็หงุดหงิดใจจะตายแล้ว...”  ไม้ค่อยๆ ก้มหน้าลงไปใกล้ๆ กับใบหน้าที่เปรอะเปื้อนไปด้วยคราบน้ำตา  ปากหยักบรรจงกดจูบลงบนพวงแก้มใสที่ตอนนี้แดงน้อยๆ เพราะเจ้าตัวกำลังร้องไห้อยู่แบบนั้น ดีโน่หันหน้าหนีแล้วส่ายหน้าไปมา

 

“ถ้าโน่ยอมยกโทษให้ ครั้งหน้าพี่ไม้ก็จะได้ใจแล้วทำอีก แล้วก็มาขอโทษโน่ มาขอให้โน่ยกโทษให้อีก...” นี่แหล่ะดีโน่ ดื้อแบบไม่ยอมอะไรง่ายๆ แม้จะรักมากๆ แต่ก็ใช่ว่าจะยอมใจอ่อนให้เสียทุกครั้ง

 

“ไม่ทำแล้วครับ...พี่สาบาน”  ไม้ทีอยากจะบอกเหลือเกินว่าแค่ครั้งนี้ครั้งเดียวก็เกินพอแล้ว เข็ดมากพอแล้ว แค่ต้องมาทนเห็นน้ำตา เห็นว่าดีโน่เสียใจมากแค่ไหน ก็อยากจะต่อยหน้าตัวเองเสียให้เต็มเหนี่ยว

 

พ่อเค้าเลี้ยงของเค้ามายังไม่เคยทำให้ร้องไห้ แล้วกูเป็นใครวะเนี่ยไปทำลูกเค้าร้องไห้ พ่อเค้ารู้เข้ามีหวังตามมาส่องกบาลกูตายคาที่แน่ๆ...เฮ้อ!!

 

ไม้ก้มลงประกบจูบปิดปากของดีโน่เสียก่อน ก่อนที่เจ้าตัวจะส่งเสียงตัดพ้อออกมาให้ต้องรู้สึกผิด รู้สึกแย่มากไปกว่านี้ มือของไม้ค่อยๆ เลื่อนไปกุมมือของดีโน่แบบสอดประสาน เน้นย้ำจูบลงไปอย่างแนบชิด คลอเคลียอย่างเว้าวอนและร้องขอให้คนด้านล่างนั้นยอมใจอ่อนและให้อภัย

 

ดีโน่คลายมือที่กำแน่นและยอมให้ไม้สอดประสานมือเข้ามาอย่างใจอ่อนในที่สุด ปากที่เม้มเอาไว้แน่นก็ยอมให้ไม้ทีคลอเคลียเสียเต็มที่ด้วยความรักที่มันมิอาจจะต้านทานความรู้สึกในใจได้ ก็เสียใจอยู่หรอก แต่ก็เพราะว่ารักอีกนั่นแหล่ะที่ทำให้ยอมได้ง่ายๆ แบบนี้ตลอด

 

ไม่ทียังคงบรรจงจูบดีโน่อย่างเว้าวอนและร้องขอให้เจ้าตัวแสบยกโทษให้ ชายหนุ่มสัญญากับตัวเองเอาไว้เลยว่าจะไม่มีทางให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นอีก ต้องมานั่งฟังดีโน่ตัดพ้อต่อว่าแบบนี้มันก็ปวดใจแบบแปลกๆ แถมเจ้าตัวยังทำท่าเหมือนว่าจะตัดใจจากตนเองแบบนี้มันยิ่งแล้วใหญ่

 

“พี่ขอโทษนะครับ อย่าตัดใจจากพี่ อย่าหยุดรักพี่นะโน่...” ไม้กระซิบเบาๆ ที่หูของดีโน่ แล้วงับติ่งหูนุ่มเบาๆ  ใบหน้าหล่อเหลาซุกอยู่ที่คอของดีโน่ไม่ห่าง โดยที่ไม้ไม่มีทางได้เห็นเลยว่าในยามนี้ดีโน่นั้นมีสีหน้าอย่างไร

 

“อืม...ก็ได้ โน่จะเชื่อว่าพี่ไม้รัก โน่เองก็รักพี่ไม้นะ รักที่สุดเลย” ดีโน่กอดไม้ทีเอาไว้เต็มรักอยู่พักใหญ่ๆ แต่พอไม้ทีเริ่มต้นจะมอบความรู้สึกดีๆ ให้ ดีโน่กลับผลักไม้ทีเอาไว้เสียก่อน

 

“พี่ไม้ยังไม่ได้อาบน้ำเลย...ไปอาบน้ำก่อนนะแล้วค่อยมาต่อ...” พูดกันแบบตรงๆ ตามประสาคนที่เคยคุ้นและคุ้นเคยกันแล้ว ความสัมพันธ์ของทั้งสองคนเป็นที่รับรู้ในกลุ่มคนสนิทมากๆ แต่ที่ทุกคนรู้คือว่าแค่คบหาดูใจกัน แต่ความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งมากๆ มันเป็นเรื่องของคนสองคนที่รู้กันเองว่ามันมากมายแค่ไหน

 

“จะหนีกลับห้องรึเปล่า ถ้าพี่ออกมาแล้วไม่เจอเราอยู่ในนี้ พี่ตามถึงห้องเลยนะ...” ไม้ยอมลุกออกจากร่างกายของดีโน่อย่างจำใจ มองดูเสื้อนอนที่เหลือเพียงกระดุมเม็ดสุดท้ายที่ติดอยู่  มองดูผิวขาวๆ ที่อวดสายตาชวนให้ลงไปทำร่องรอยทิ้งเอาไว้ มองดูกางเกงที่หมิ่นเหม่เหมือนว่าจะหลุดอยู่รอมร่ออย่างตัดใจ

 

“จะหนีไปไหนได้...ไม่รู้หรอว่าโน่รอเวลานี้อยู่ ไปอาบน้ำเถอะ...โน่จะนอนรออยู่ในห้องนอนนะ” ดีโน่ส่งยิ้มให้พร้อมกับโบกมือไล่ให้ไม้เข้าไปในห้อง ไม้หันมายิ้มให้อีกครั้งก่อนที่จะเดินหายเข้าไปในห้องน้ำ ดีโน่ปาดน้ำตาทิ้งแล้วเปลี่ยนสีหน้าจากเศร้าๆ เป็นยิ้มร้ายๆ อย่างพึงพอใจ

 

“เอ้า...นี่ยังไม่วางสายอีกหรอ ตายยังจ๊ะ...ชะนี ทีนี้ก็ได้ยินแล้วนะว่าพี่ไม้ทีเค้ารักใคร ถ้าแกยังมายุ่งวุ่นวายกับ ผัว ฉันอีก...แกไม่ตายดีแน่” ดีโน่หยิบไอโฟนที่แอบซ่อนเอาไว้ที่มุมโซฟาขึ้นมา กรอกเสียงร้ายๆ ตามแบบฉบับเจ้าตัวลงไป แล้วยกห่างออกจากหูเมื่อมีเสียงกรีดร้องเหมือนเปรตขอส่วนบุญดังสวนกลับมา

 

 ตั้งแต่ที่เข้ามาในห้องนี้ ดีโน่ยังไม่ได้กดวางสายจากผู้หญิงคนที่พี่ไม้เกือบจะไปนอนด้วยทิ้งเลย ตอนแรกคิดว่าทางนั้นกดตัดสายทิ้งไปแล้ว แต่ก็เปล่า ไหนๆ ยังอุตส่าห์จะมาฟังคนเค้าบอกรักกันซะงั้น...อีบ้า!!

 

“เล่นกับใครไม่เล่น มาเล่นกับคนแบบดีโน่...ใครหน้าไหนก็มาแย่งพี่ไม้ไปจากโน่ไม่ได้ทั้งนั้น อย่าฝันเลย...”  ดีโน่กดตัดสายทิ้งแล้วเดินยิ้มอารมณ์ดีเข้าไปนอนรอพี่ไม้ทีที่ในห้องนอน ซึ่งไม่รู้เหมือนกันว่าคืนนี้จะได้นอนหรือเปล่า

 

ถามว่าทำไมไม่ได้นอน...อันนี้ไม่น่าจะยากเกินกว่าจะหาคำตอบกันเอาเองใช่มั้ย?

 

....................

 

 

 

 

 

 

เละ...บอกได้คำเดียวเลยว่าตอนนี้สภาพบ้านไม่มีอะไรเหลือดีเลยจริงๆ มาเฟียยืนกอดไม้กวาดแล้วมองซากอารยธรรมที่ถูกรุกล้ำด้วยไอ้พวกขี้เมาซึ่งมารวมกลุ่มกันตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมา สภาพบ้านนี่ไม่ต้องพูดถึงเลยทีเดียว

 

แต่มันก็เป็นแบบนี้มาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว เหมือนว่าที่นี่จะเป็นที่รวมกลุ่มรวมก๊วนของพวกสินกำมันมาตั้งแต่แรกแล้ว และมันน่าจะเป็นแบบนี้ไปเรื่อยๆ จนกว่าเรียนจบนั่นแหล่ะ ก็นะ...เจ้าของบ้านแม่งเสือกใจดีแถมยังทำกับแกล้มอร่อย พวกนั่นเลยพากันมาเป็นโขยง

 

“โอย!! กูไม่เก็บได้มั้ยวะหยี เดี๋ยวให้ไอ้พวกนี้มันตื่นมาเก็บเองแล้วกัน  แค่เห็นกูก็ล้าแล้ว” มาเฟียมองดูขวดเบียร์ ขวดโซดาที่กลิ้งอยู่เต็มพื้น ไหนจะแก้ว ไหนจะไพ่ที่กระจายไปทั่วพื้น อุปกรณ์เล่นไฮโลอีก นี่ถ้าตำรวจมามึงไม่ต้องหนีกันเลยทีเดียว

 

“ไปนอนไปเดี๋ยวทำเอง” หยีหยิบเสื้อกล้ามขึ้นมาพาดไหล่ เดินโชว์หุ่นแมนๆ ผ่านหน้ามาเฟียไป รายนั้นก็ยืนมองไม่ยอมละสายตาไปไหน

 

“จะมองอีกนานป่ะครับเมีย...ฟา” มาเฟียแลบลิ้นใส่ยาหยี ก่อนจะเดินเข้ามาใกล้ๆ แล้วกระแซะสุดที่รักเบาๆ ตอนนี้ไอ้พวกนั้นมันยังนอนกองอยู่ในห้องนั่งเล่น ยังไม่มีใครตื่นง่ายๆ หรอก

 

“หิว....”

 

“กูหรือข้าว” หยีถามกลับไปแบบรู้ทัน มาเฟียหัวเราะน้อยๆ ที่ถูกหยีพูดดักเอาไว้

 

“หิวข้าวเหอะยาหยี กูกินมึงอิ่มแล้วเมื่อคืนอ่ะ ตอนนี้เลยหิวข้าวไงแบบใช้พลังงานไปหมดแล้ว มึงไปทำมื้อเช้าให้กูกินดีกว่า เดี๋ยวกูเก็บขวดเหล้าไปพลางๆ ชั่งกิโลขายได้บานแล้วมั้งเนี่ย” ปรายตาไปมองซากอารยธรรมนานายี่ห้อที่กองอยู่ตรงริมรั้วบ้าน มันเป็นศิลปะชั้นเยี่ยมยอด มีตั้งแต่เหล้าขาวยันเหล้านอก แล้วแต่ว่าจะครึ้มใจกินอะไรในคืนนั้นๆ

 

“เดี๋ยววันหยุดให้คนมาเก็บไปแล้วกัน ชักจะเยอะเกินเหตุแล้ว กินอะไรกันเยอะแยะวะตับแข็งตายทั้งบาง” หยีส่ายหน้าไปมาอย่างระอาใจ ตนเองไม่ค่อยได้กินแบบไอ้พวกนั้นหรอก มันอยากจะมาก็เออ...มาได้ไม่ว่ากัน เพราะเดี๋ยวตอนมันตื่นมันก็จัดการเก็บกวาด อีกอย่างมันหิ้วเหล้ามากันเอง หิ้ววัตถุดิบมาให้ทำกับแกล้มให้ แฟร์ๆ

 

“มึงๆ กูเป็นห่วงไอ้โฟนกับไอ้แบงค์ว่ะ มันจะฆ่ากันตายมั้ย” ว่าไปแล้วเหมือนเมื่อคืนที่ผ่านมามันเกือบจะวางมวยใส่กันอีกยก ดีที่แยกกันทัน ไม่เข้าใจเลยจริงๆ ว่าทำไมมันถึงได้กลายเป็นแบบนี้ไปได้วะ ทั้งๆ ที่สนิทกันมากๆ แท้ๆ

 

“ถ้ามันจะฆ่ากันตายมันฆ่าไปนานแล้วเหอะ มึงไม่ต้องไปห่วงมันหรอกโตๆ กันแล้ว มันไม่รู้ใจตัวเองแล้วใครจะไปรู้ใจมันวะ...” หยีเองก็รู้เรื่องของทั้งคู่เหมือนกัน ไม่มีใครบอกหรอก ไอ้แบงค์มันเมาแล้วมันเล่าออกมาจากปากของมันเอง  คือเรื่องแบบนี้มันพูดยาก ถ้าเจ้าตัวยังไม่รู้ใจตัวเอง ต่อให้คนอื่นไปพูดยังไงมันก็ไม่ได้เรื่องหรอก

 

“โห่!! ก็นั่นเพื่อนนี่หว่า ไม่ให้ห่วงได้ไงเล่า” มาเฟียใช้ตีนเขี่ยขวดเหล้าให้กลิ้งมากองรวมๆ กัน เก็บแก้วเก็บจานชามใส่ถังรวมๆ กันเอาไว้

 

“ห่วงเพื่อนมันก็ดี...แต่มันก็เรื่องของมันไงมึงเข้าใจมั้ยครับเฟีย เรื่องของเพื่อนเรามองห่างๆ ถ้ามันไม่ไหวจริงๆ เราค่อยเข้าไปช่วย แต่ก่อนที่จะให้ใครเข้าไปช่วย เจ้าตัวต้องเคลียร์กันเอาเองก่อน กูขี้เกียจอธิบายว่ะเฟีย มึงจะเข้าใจอะไรง่ายบ้างวะนอกจากเรื่องบนเตียง...” หยียิ้มมุมปากอย่างเจ้าเล่ห์ เดินเข้ามาโยกหัวมาเฟียเบาๆ มาเฟียยกมือขึ้นปัดมือของหยีออกแล้วมองหน้าอย่างไม่ยอมแพ้

 

“ระเบียง โซฟา พื้น ห้องน้ำ ห้องนั่งเล่น กูก็เข้าใจหมดอ่ะครับยาหยี...เคยๆ กันมาแล้วทั้งนั้น” มาเฟียยักคิ้วใส่ หยีรู้สึกเหมือนตัวเองจะพลาดที่ไปเปิดประเด็นให้มาเฟียเข้าแบบนี้

 

“กูว่ากูพลาดละที่คุยกับมึงเรื่องนี้ ไปหาอะไรให้กินก่อนแล้วกัน ถ้ามึงเหนื่อยก็ไม่ต้องทำหรอก...” หยีเดินหนีเข้าไปในบ้านทิ้งมาเฟียหัวเราะอย่างชอบใจที่แกล้งยาหยีได้

 

“น่ารักจริงๆ ยาหยีของกู” เฟียยิ้มอย่างชอบใจ แต่ก็หุบยิ้มลงเล็กน้อยและครุ่นคิดบางสิ่งบางอย่างอย่างไม่เข้าใจเท่าไหร่

 

“ทำไมเพื่อนรักรักเพื่อนมันผิดหรอวะ...โชคดีแค่ไหนที่ไอ้หยีมันไม่ทำแบบนั้นกับกู ไม่อย่างนั้นกูขาดใจตายพอดี” สำหรับมาเฟียกับยาหยีนั้นต่างก็เริ่มต้นด้วยคำว่าเพื่อนเช่นกัน เป็นเพื่อนสนิทที่สนิทกันมาก มากจนไม่รู้ว่าความรู้สึกที่มีให้แก่กันมันเลยเส้นขีดกั้นของความเป็นเพื่อนตั้งแต่เมื่อไหร่

 

แต่ทว่าถึงแม้จะรู้ตัวรู้ใจกันแล้วว่าความรู้สึกที่มีให้แก่กันมันมากกว่าเพื่อน ก็ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นเพื่อนกันไม่ได้นี่นา ในเมื่อเราสามารถเป็นได้ทั้งเพื่อนและคนรักกันได้ในเวลาเดียวกัน

 

“ก็อย่างที่ยาหยีว่านั่นแหล่ะ พวกกูอาจจะไม่ได้อยู่ในฐานะที่จะไปแนะนำหรือว่าอะไรได้ แต่ถ้าไม่ไหวก็บอกพวกกูแล้วกันนะ...เฮ้อ!  มาเฟียได้แต่ทอดถอนใจอย่างปลงๆ นับว่าเป็นความโชคดีของตนเองที่ไม่เกิดกรณีดราม่า หยีมันไม่ได้คิดว่าการที่เพื่อนรักเพื่อนมันเป็นการหักหลังหรือว่าทรยศอะไร มันกลับดูแลเอาใจใส่ไม่ได้ต่างจากที่เคยเป็นมาเลยสักนิด

 

ก็ได้แต่หวังว่าถ้าโฟนกับแบงค์ใจเย็นลงกว่านี้ สำรวจหัวใจตัวเองมากกว่านี้ จะเจอทางออกที่ดีกว่านี้...นะ

 

“มัวแต่ยุ่งเรื่องของชาวบ้าน แล้วเมื่อไหร่กูจะเก็บบ้านเสร็จล่ะครับ...”  พอเจ้าตัวหันมามองเศษซากข้าวของที่กระจายรอบบ้านก็ได้แต่คอตกอย่างปลงๆ แล้วจัดการเก็บนั่นเก็บนี่ไปเรื่อยๆ รอเวลาให้ไอ้พวกขี้เมาพวกนั้นมันตื่นขึ้นมาเก็บกูซากที่เหลือต่อกันเอง

 

 

 

เมื่อแดดเริ่มแรงมากขึ้น สนามหน้าบ้านที่เคยร่มรื่นก็เริ่มร้อนมากขึ้นเรื่อยๆ มาเฟียละความสนใจจากงานตรงหน้าเปลี่ยนเป็นเดินเข้ามาในตัวบ้านตามกลิ่นหอมๆ ของฝีมือยาหยีที่รักที่ลอยโชยมายั่วน้ำลายให้สอ

 

“จะมีใครน่าอิจฉาไปกว่ากูวะเนี่ย มีแฟนที่แสนดีเลิศประเสริฐแบบยาหยี ทั่งใจดี ทั้งทำอาหารอร่อย แถมยังดูแลดีแบบเว่อร์ๆ...เหวอ...” มาเฟียร้องลั่นๆ เมื่อเดินโผล่เข้ามาในห้องแล้วถูกหยีดึงแขนให้หลบเข้ามาในมุมด้วยกัน เจ้าตัวยังถูกมือของหยีปิดปากแน่น พร้อมกับสายตาที่ส่งมาเป็นเชิงบอกให้เงียบเสียงลง

 

“อะไร” มาเฟียไม่รู้หรอกว่ามีอะไรเกิดขึ้น แต่ทว่าเจ้าตัวก็อ้าปากพะงาบๆ พร้อมกับส่งเสียงเบาๆ ให้พอได้ยินกันแค่สองคนเท่านั้น ยาหยีส่ายหน้าน้อยๆ แล้วยื่นหน้าลงมาใกล้ๆ กับหน้าของมาเฟีย

 

“ก็ไม่มีอะไรมาก แค่ไอ้แบงค์กับไอ้โฟนมันกำลังคุยกันอยู่ มึงอย่าเพิ่งเข้าไปยุ่งเลย...อยู่ตรงนี้กับกูนี่แหล่ะ” มาเฟียยืนตัวลีบๆ อยู่ตรงซอกคู้ที่เอาไว้เก็บของชิ้นไม่ใหญ่มาก แต่ทว่าตอนนี้ทั้งตนเองและหยีกลับมายืนหลบอยู่ที่ซอกนี้แทน

 

“แล้วมันจะฆ่ากันตายมั้ย...” มาเฟียลืมตาโตทันทีที่ถามจบ เพราะดูเหมือนว่ามันไม่ได้มีคำตอบออกมาจากปากของหยี มีเพียงสัมผัสนุ่มๆ ที่นาบทับลงมาแบบแนบชิด คลอเคลียริมฝีปากตนเองไปมาอย่างยั่วเย้า มือที่ถูกทิ้งเอาไว้ข้างลำตัวเฉยๆ กลับยกขึ้นโอบกอดรอบคอของยาหยีทันที

 

ดูเหมือนว่าสิ่งที่ตั้งใจในตอนแรกคือเข้ามากินมื้อเช้าเพื่อเพิ่มพลังงานที่สูญเสียไปเมื่อค่ำคืนที่ผ่านมา แต่ทว่าวันนี้ดูเหมือนว่ายาหยีจะมาแปลกยังไงก็ไม่รู้ เพราะปกติแล้วคนที่จะเป็นฝ่ายเริ่มต้นออดอ้อนร้องขอคือมาเฟีย

 

แต่ทว่าตอนนี้คนที่กำลังเป็นฝ่ายแสดงความรู้สึก คนที่กำลังมอบรสจูบแสนหวานกับอ้อมกอดแสนอบอุ่นมาให้นั้นกลับกลายเป็นยาหยีไปได้ยังไง อันนี้มาเฟียก็ไม่สามารถหาคำตอบได้ รู้แค่ว่าตนเองกำลังมีความสุขในอ้อมกอดของคนที่รักและเข้าใจตนเองมากที่สุด

 

“ยาหยี...แปลกๆ นะวันนี้” คำถามแรกที่มาเฟียเอ่ยถามเมื่อยาหยีนั้นยอมปล่อยให้ตนเองได้เป็นอิสระ มาเฟียโกยอากาศหายใจเข้าปอดทันทีหลังจากที่ขาดอากาศหายใจมาพักใหญ่ๆ  ยาหยียังคงคลอเคลียที่แก้มใสๆ มือเลื่อนจากเอวขึ้นมานาบลงบนแก้มของมาเฟียแทน

 

“ไม่ชอบหรอครับ...หืม” แปลกจริงๆ นะ มาเฟียรู้สึกว่าวันนี้ยาหยีที่รักของตนเองมาแปลก ไม่ค่อยบ่อยหรอกที่ยาหยีจะเป็นฝ่ายเริ่มต้นก่อน เห็นจะมีแต่ตนเองที่เป็นฝ่ายออดอ้อนร้องขอความรักแสนลึกซึ้งจากยาหยี

 

“ก็ชอบ แต่มันแปลกไง เป็นอะไรหรือเปล่าน่ะ...” มาเฟียเอียงคอมองหน้ายาหยีด้วยความแปลกใจ ฝ่ายคนถูกถามก็ยกยิ้มเล็กน้อยพร้อมก้มลงคลอเคลียที่ปากคนถามแผ่ว มันทำให้มาเฟียรู้สึกสั่นสะท้านไม่ได้ต่างจากตอนที่ถูกจูบแบบหวานชื่นเลย

 

“เป็นคนรักของเฟียไงครับ...หรือไม่ใช่” พูดจบก็หอมแก้มนุ่มๆ อีกฟอดใหญ่ๆ ก่อนที่จะเลื่อนปากมาจุมพิตที่ปากช่างซักช่างถามกั้นเสียงของมาเฟียเอาไว้ก่อน เจ้าตัวเลื่อนมือมาเกาะไหล่ของยาหยีแล้วจิกน้อยๆ เมื่อจูบที่ดูอ่อนโยนเริ่มร้อนแรงขึ้นเรื่อยๆ

 

“ยาหยี...มึงแปลกๆ จริงๆ นะเนี่ย” มาเฟียยังคงข้องใจและสงสัยว่าทำไมวันนี้ที่รักของตัวเองมาแปลกแหวกไปจากทุกวันที่ผ่านมา มันต้องมีอะไรดิวะ มันต้องมีประเด็นดิ ไม่อย่างนั้นยาหยีไม่มีทางแสดงความรักโดยที่ตนเองไม่ได้ร้องขอแบบนี้หรอก

 

“เอ้า! ทำไมวันนี้เมียหยีขี้สงสัยจังครับ การที่กูแสดงความรักกับมึงก่อนนี่มันแปลกมากเลยหรอวะเฟีย...” หยียีหัวมาเฟียเบาๆ รั้งเอวเล็กๆ ของมาเฟียมากอดแนบแน่น แล้วมองจ้องลึกไปยังดวงตาที่กำลังเต็มไปด้วยคำถามมากมาย

 

“กูไม่ได้เป็นอะไรหรือแปลกไปหรอกครับอย่าคิดมาก กูแค่อยากกอดอยากจูบมึงเฉยๆ ก็เท่านั้นเอง ก็ใครใช้ให้มึงน่ารักมากมายขนาดนี้กันล่ะ” หยีบีบแก้มมาเฟียเบาๆ แล้วยิ้มอย่างเอ็นดูไปให้คนรัก ความจริงแล้วมันก็ไม่มีอะไรมากไปกว่าไอ้แบงค์กับไอ้โฟนมันกำลังคุยกันอยู่ในห้องครัว แล้วถ้าไอ้ดื้อรายนี้เข้าไปแอบฟังแล้วมันจะไม่ยอมถอยออกมาง่ายๆ

 

มาเฟียไม่ใช่คนที่ชอบยุ่งเรื่องชาวบ้าน ยกเว้นว่าชาวบ้านที่ว่ามันเป็นเพื่อนสนิทที่รักมากๆ ถ้าเป็นคนอื่นที่ไม่รู้จักกันเลยมาเฟียจะไม่ไปยุ่งในเรื่องส่วนตัวของคนๆ นั้น เลยต้องกันมาเฟียออกมาซะก่อน ให้สองคนนั้นคุยกันตามลำพังน่าจะดีกว่า

 

“ถ้าอย่างนั้นช่วยแสดงออกบ่อยๆ กว่านี้ได้มั้ยอ่ะ  เอาแบบที่กูไม่ต้องร้องขอแล้วมึงจัดให้เองเลยอะไรแบบนี้ กูชอบนะเวลาที่มึงแสดงออกว่ารักและต้องการกูแบบนี้” มาเฟียได้ทีก็กอดยาหยีแน่น ซุกหน้าแล้วถูไถอยู่ที่อกของยาหยีไม่ห่าง พร่ำบอกคำรักหวานหูโดยที่หยีเองก็ไม่รู้เบื่อที่จะฟังคำๆ นี้ที่ออกจากปากของคนที่รักมากที่สุด

 

“ได้สิครับ อะไรที่เป็นความต้องการของเมีย...หยีทำให้หมดแหล่ะ ก็รักมากขนาดนี้แล้วนี่นา จะละเลยได้ยังไงกัน” ยาหยียิ้มให้มาเฟียด้วยความเอ็นดู มือสอดรัดที่เอวเล็กกว่าแนบแน่นแล้วจ้องมองสบตากันไม่ห่าง

 

มาเฟียยิ้มจนตาแทบจะปิดเพราะความรู้สึกดีๆ ที่ได้รับมาจากเพื่อนรักที่รักมากกว่าเพื่อน แต่ก็ยังคงเป็นเพื่อนได้...ซึ่งมาเฟียรู้สึกดีใจเป็นอย่างมากที่ยาหยีเองก็รักและเข้าใจในความรู้สึกของตนเองมากขนาดนี้ ไม่อย่างนั้นมาเฟียเองก็คงไม่รู้เหมือนกันว่าจะทำอย่างไรกับความรู้สึกที่เกิดขึ้นนี้ดี

 

“รักยาหยีที่สุดอ่ะ ยาหยีของมาเฟียน่ารักมากขนาดนี้...ไม่ยกให้ใครหรอกนะ” มาเฟียดูอารมณ์ดีขึ้นมากๆ ยาหยีเองก็เช่นกัน ชายหนุ่มก้มลงเอาหน้าผากชนกับหน้าผากของมาเฟียแล้วปลายจมูกโด่งคลอเคลียกันไม่ห่าง จนเสียงๆ หนึ่งดังขึ้นมาทำให้ทั้งสองคนต้องแยกออกจากกันทันที

 

“ไอ้หยี...ไอ้เฟียเว้ย ข้าวบนโต๊ะแดกได้ใช่มั้ย กูกินแล้วนะ...” เสียงของจั่นที่ดังขึ้นมาทำเอามาเฟียตาโตทันที นึกขึ้นได้ว่าที่เข้ามาในบ้านนี้จะมากินข้าวไม่ใช่มากินยาหยีคนนี้ พอคิดได้แบบนั้นมาเฟียก็รีบวิ่งเข้าไปในห้องครัว แล้วทำสงครามกับจั่นทันที

 

“ไอ้จั่น นั่นข้าวกู ไอ้หยีมันทำให้กูนะเว้ย....” เสียงของมาเฟียดังลั่นๆ มาจากห้องครัว ยาหยีได้แต่ยิ้มและส่ายหน้าไปมา

 

“ไอ้ดื้อเอ๊ย...จะรู้ตัวมั้ยว่าทุกวันนี้กูต้องอดทนกับใจตัวเองมากแค่ไหน ไม่อย่างนั้นมึงได้ตายคาเตียงเดี้ยงทุกวันไปแล้ว...น่ารักน่ากอดซะขนาดนี้” ยาหยียีหัวตัวเองแล้วส่ายหน้าไปมา ความคิดนี้จะให้มาเฟียรู้ไม่ได้เด็ดขาด ไม่อย่างนั้นวันๆ ไม่ต้องทำอะไรกันหรอกนอกจากขลุกกันอยู่บนเตียงนอนนั่นแหล่ะ

 

รักมากเกินไปแล้วนะมาเฟีย...กูรักมึงมากเกินไปแล้ว

 

..........100%.........

 

PS. รณรงค์ให้คนอ่านยุ่งนัก ที่เล่นทวิตเตอร์ เวลาที่พูดถึงเรื่องยุ่งนัก รบกวนติดแท็ก #ยุ่งนัก ด้วยนะคะ เกรทจะตามไปส่องค่ะ ><

 

ถ้าอ่านแล้วรู้สึกป่วงๆ หรือว่าไม่สนุกอย่างที่หวังต้องขอโทษด้วยนะคะ

ตอนนี้เกรทมึนมาก ปวดหัวมากๆ แต่สัญญาเอาไว้แล้วว่าจะมาต่อไม่เกินวันอังคารก็แต่งต่อให้จบแล้วเอามาลง

ช่วงนี้เกรทอาจจะไม่ได้ทวิตอะไรบ่อยๆ แต่ยังคงส่องแท็กยุ่งนักอยู่นะคะ งานรุมเร้าแถมยังป่วยอีก T^T

รักษาสุขภาพค่า

 

 













ยาหยี & มาเฟีย


 

ไม้ที & ดีโน่

 


โฟน & แบงค์


 

 



 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 39 ครั้ง

15,978 ความคิดเห็น

  1. #15421 P.Secret (@future-cartoon) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 17 มกราคม 2558 / 21:51
    แหม่ๆ ความจริงก็คิดจะเล่นกับเฟียให้จมเตียงเลยสินะพี่พยีขา ><
    ดีโน่แบบ ร้ายค่ะลูกขาาาา พี่เมา มาเก็บลูกด่วนค่าาา
    #15421
    0
  2. #15120 ploylybbs (@ploylybbs) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 20 กันยายน 2557 / 03:33
    แต่ล่ะคู่ 555 แต่คู่โฟนแบงค์ สู้ๆ
    #15120
    0
  3. #14459 mitake (@voldermore) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2557 / 16:46
    สามคู่ สามสไตล์ แต่สไตล์นี้ยกให้ดีโน่คนเดียวเลย.... เงิบสไตล์ 555555555

    จะให้คนอื่นเค้าเงิบกับความแรงของหนูไปถึงไหนลูกเอ๊ยยยย
    #14459
    0
  4. #14281 meenty1234 (@meenty1234) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2557 / 01:59
    ดีโน่ สุดๆล้ะ 5555
    #14281
    0
  5. #13993 Taeisme (@tsaijam) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 28 เมษายน 2557 / 12:47
    คือสวนสัตว์นี่บรรยากาศชมพูเชียว55555555
    #13993
    0
  6. #13989 JENNYHA (@jennyha) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 28 เมษายน 2557 / 01:25
    หวานมดขึ้นจอ
    #13989
    0
  7. #13142 Hiro Hiro Shi (@hiroshi1234) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 21 มีนาคม 2557 / 01:33
    โฟนแบงค์ โฟนแบงค์ โฟนแบงค์ โฟนแบงค์ โฟนแบงค์ โฟนแบงค์ โฟนแบงค์ โฟนแบงค์ โฟนแบงค์ โฟนแบงค์ โฟนแบงค์ โฟนแบงค์ โฟนแบงค์ โฟนแบงค์ โฟนแบงค์ โฟนแบงค์ โฟนแบค์ โฟนแบงค์ โฟนแบงค์ # ชูป้าย แล้วโบกแรงๆ
    #13142
    0
  8. #12781 weareexo (@naeyht) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2557 / 19:46
    ฮึ่ยยยยย
    ดีโน่แรงมากลูกก ><
    #12781
    0
  9. วันที่ 13 มกราคม 2557 / 16:29
    โฟนแบงค์ดราม่าอ้ะ แงงง TT
    #12534
    0
  10. #11600 Som O Usanee (@pomelo8063) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2556 / 00:28
    คนเราก็เห็นแก่ตัวกับทุกคนนั่นแหล่ะนะ มันจริงที่พี่ปอเห็นแก่ตัว แต่ก็ไม่ได้แปลว่าพี่ปอรู้สึกดี ลองคิดกลับกันว่าถ้าพี่ปอเลือกจะสู้เพื่อความรักของพี่ปอกับพี่ชายแล้วไม่สมหวังล่ะ มันก็เสียใจเหมือนกัน แต่เจ็บปวดคนละแบบกับตอนนี้ จะบอกว่าตอนนี้พี่ปอโทษตัวเอง ก็ไม่แปลก เพราะด้วยนิสัยพี่ปอและสถานการณ์ที่เป็น แต่พี่ฝ้ายก็รู้ว่าพี่ปอมีใครในใจ แต่ก็ไม่ได้ปฏิเสธพี่ปอไม่ใช่หรือ? นั่นพี่ฝ้ายก็ต้องทำใจมาบ้างแล้วเหมือนกันล่ะว่าพี่ปอจะไม่กันมามองตัวเอง แต่เพราะพี่ฝ้ายรักพี่ปอเลยเลือกที่จะอยู่กับคนที่ตัวเองรัก ทั้งที่ไม่รู้ว่าพี่ปอจะมีวันรักพี่ฝ้ายหรือเปล่า ถ้าพี่ฝ้ายจะคิดว่าเลือกผิดก็คงคิดโทษตัวเองเหมือนกัน แต่พี่ฝ้ายอาจจะทำใจยอมรับการตัดสินใจของตัวเองไปแล้วไงคะ อดีตแก้ไขไม่ได้ แต่เราใช้มันเป็นเครื่องเตือนใจไม่ให้พลาดซ้ำได้นี่คะพี่ปอ ไม่มีใครไม่เคยทำพลาดหรอก โทษแต่ตัวเองก็ทุกข์อยู่ดี ทำใจยอมรับ เท่านั้นก็พอ
    #11600
    0
  11. #11513 iNam2pm (@imhottest) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2556 / 07:34
    บอกได้แค่ว่าโคต-รรรรรรรรร ฟิน
    #11513
    0
  12. #11305 LooknamTK (@looknamjaa) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2556 / 02:02
    โฟนแบงค์นี่สายSM ป่ะเนี่ย 55555 ><

    ไม้โน่นี่ก็ชั่งน่ารักอะไรเช่นนั้น แต่โน่นางแอบร้ายอ่ะ ได้ใจมากมายค่าา #ตบมืออ

    หยีเฟียนี่ก็หวานจนน้ำตาลจะเรียกพี่อยู่แล้วว อ้ากกกกกก อิจฉาง่ะ :( 5555555
    #11305
    0
  13. #10195 Fai_YeSung (@tjgdt) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2556 / 12:46
    โฟนแบงคืนี่จะต่อยกันให้ตายเลยสินะ ชอบใช้กำลังทั้งคู่เลย

    ไม้โน่นี่ก็นะ ดีโน่โคตรร้ายเลย เล่นละครเก่งมากค่ะหนู

    หยีเฟียนี่หวานสุดน่ารักสุด โอ้ยชอบบบ
    #10195
    0
  14. #10040 shshshx (@shxtaop) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2556 / 13:26
    ดีโน่แรงมากกก ดราม่าสุดยอด55555 ไม้ทีโดตเด็กหชอกแล้ว5555565
    อยากให้แบงรู้ใจตัวเองสักที
    หยี่เฟีย ฟินได้ตลอด ><
    ชอบทุกคู่เลยน่ารัก
    #10040
    0
  15. #9896 SuJuHanHyuk (@loveloveyaoi) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2556 / 21:19
    วิ้ววววววววววววววววววววววววววววววว



    ฟินแบบนอนสต๊อป
    #9896
    0
  16. #9685 aj68 (@ai68) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2556 / 15:24
    จะแดดิ้นเพราะ หยีเฟีย น่ารักเกินหน้าเกินหน้าคู่หลักแย้ว :3
    #9685
    0
  17. #9604 mirchullove (@lovemirchul) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2556 / 21:43
    3 คู่น่ารักอ่ะ 
    #9604
    0
  18. #9442 rorony (@ricotta) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2556 / 15:48
    ดีโน่ร้ายมาก พี่ไม้ไปไหนไม่รอดแล้วล่ะ
    ชอบทั้งสามคู่เลย น่าจะแต่งแยกน้า >o<
    #9442
    0
  19. #8966 เห็บหมาคุง (@will29295) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 17 กันยายน 2556 / 02:13
    หยีกับเฟียเป็นคู่ที่น่ารักมากอะ ><

    ส่วนคู่ไม้กับโน่มาดูมุมนี้แล้วก็น่ารักไปอีกแบบ

    โอ๊ยยยย เขินๆๆ
    #8966
    0
  20. #8905 nunyjan (@nunymind) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 15 กันยายน 2556 / 15:15
    น่ารักทุกคู่เลยอ่ะ



    ไม้ทีกับดีโน่ก็นะ ร้ายแต่น่ารักขนาดนี้พี่ไม้ไปไหนไม่รอดแล้วละ



    หยีกับเฟีย หื่นพอกันเลย 555



    แบงค์โฟนเคลียร์กันได้เร็ว ๆ นะ
    #8905
    0
  21. #8182 BabyU (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2556 / 10:18
    โอยยยยยย ชอบทุกคู่เลยอ่ะ แตกต่างกันหมดเลย แต่ก็ชอบนะ อยากให้ไรท์แยกเรื่องจังเลย คึคึคึ

    โฟนแบงค์นี่ หน่วงๆแหะ แอบสงสารโฟนเนอะ ตอนยื่นพร่ำอยุ่หน้าบ้านอ่ะ T^T คือก็คงจะรักแบงค์จริงอะ

    แต่แบงค์นี่เหมือนพวกไม่รู้ใจตัวเองป่ะ น่าจะยังงั้นแน่ๆเลย ก็ยอมโฟนซะแบบนั้น ยังบอกว่าไม่ได้รักอีกเหรอ ^^

    โอยยยตายแล้ว ดีโน่หนูร้ายมากนะ ไอเราก็หลงเข้าใจว่าโดนพี่ไม้ทำให้เสียใจจริงๆซะอีก

    โถ่ๆๆๆ ที่ไหนได้ จัดการนางร้ายออกจากชีวิตพี่ไม้นี่เอง คึคึคึ น้องโน่เริ่มคะ

    ฮิ้วววววววว หยีไม่เบานะคะ หื่นพอกันแหละ 55555 ยาหยีมาเฟีย น่ารักตลอดอ่ะ
    #8182
    0
  22. #7542 -dark angel- (@areeyafah) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2556 / 18:53
    สามคู่ -.,-
    #7542
    0
  23. #7065 PPPALOY (@pas-chaya) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2556 / 15:01
    สองสาวดีโน่มาเฟียนี่มันแรงกันจริงโว้ย555555555555555
    #7065
    0
  24. #7038 bua (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2556 / 23:06
    ชอบบบบบบบบบบบบบบบบบบบ ไม้ทีดีโน่!ไม้ทีดีโน่!ไม้ทีดีโน่!ไม้ทีดีโน่!ไม้ทีดีโน่!ไม้ทีดีโน่!ไม้ทีดีโน่!ไม้ทีดีโน่!ไม้ทีดีโน่!ไม้ทีดีโน่!ไม้ทีดีโน่!ไม้ทีดีโน่!ไม้ทีดีโน่!ไม้ทีดีโน่!ไม้ทีดีโน่!ไม้ทีดีโน่!ไม้ทีดีโน่!ไม้ทีดีโน่!ไม้ทีดีโน่!ไม้ทีดีโน่!ไม้ทีดีโน่!ไม้ทีดีโน่!ไม้ทีดีโน่!ไม้ทีดีโน่!ไม้ทีดีโน่!ไม้ทีดีโน่!ไม้ทีดีโน่!ไม้ทีดีโน่!ไม้ทีดีโน่!ไม้ทีดีโน่!ไม้ทีดีโน่!ไม้ทีดีโน่!ไม้ทีดีโน่!ไม้ทีดีโน่!ไม้ทีดีโน่!ไม้ทีดีโน่!ไม้ทีดีโน่!ไม้ทีดีโน่!ไม้ทีดีโน่!ไม้ทีดีโน่!ไม้ทีดีโน่!ไม้ทีดีโน่!ไม้ทีดีโน่!ไม้ทีดีโน่!ไม้ทีดีโน่!ไม้ทีดีโน่!ไม้ทีดีโน่!ไม้ทีดีโน่!ไม้ทีดีโน่!ไม้ทีดีโน่!ไม้ทีดีโน่!ไม้ทีดีโน่!ไม้ทีดีโน่!ไม้ทีดีโน่!ไม้ทีดีโน่!ไม้ทีดีโน่!

    ขออีกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก ชอบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบ>
    #7038
    0
  25. #6394 kiwi_moo (@kiwikiwikiwi) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2556 / 17:33
    โอ้ยยยยยย อ่านละชอบคู่รองมากกว่าคู่หลัก 555555 แอบปันใจเบาๆ เอาอีกง่าาา เค้าอยากรุเรื่องโฟนแบงค์ แง่ววว ขอสเปเชียลอีกได้ป่าวคะ >///<
    #6394
    0