OK!! I love U ♥ ยุ่งนัก...กูรักมึงก็ได้ [Yaoi][Boy's love]

ตอนที่ 31 : ☆OK! I love U ★... 23. ช่วงเวลาที่ดีที่สุด (Hakao)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 14,976
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 44 ครั้ง
    3 ส.ค. 56




 23. ช่วงเวลาที่ดีที่สุด (Hakao)

 

ผมเคยคิดเสมอว่าการที่เราชอบใครสักคนหนึ่งมันเป็นสิ่งที่ทำให้หัวใจของเรามีความสุข ความรู้สึกเหล่านั้นมันจะหล่อเลี้ยงหัวใจของเราเอาไว้ ทำให้เรามีแรงที่จะทำในสิ่งต่างๆ ได้อย่างไม่น่าเชื่อ

 

แต่ทว่าตอนนี้ผมรู้แล้วว่าการแอบชอบใครสักคนนึง โดยเฉพาะการชอบคนที่เค้ามีคนที่ชอบอยู่ในใจแล้ว นอกจากมันจะต้องทรมานใจกับสิ่งที่ต้องเห็น สิ่งที่ต้องรับรู้ สิ่งที่เป็นอยู่แล้ว มันยังทำให้หัวใจของผมเจ็บปวดเข้าไปอีก

 

ถ้ามีคนมาตั้งคำถามกับผมว่า ทำไมถึงชอบเป็นต่อ ผมก็คงไม่สามารถร่ายเหตุผลออกมาเป็นคำพูดที่สวยงามได้ ผมรู้แค่ว่าผมชอบมันเพราะว่าใจผมมันอยากจะชอบ

 

บางครั้งผมก็อดที่จะโกรธตัวเอง โกรธโชคชะตาไม่ได้ ทั้งๆ ที่ผมเจอมันก่อนหน้าคนๆ นั้น ทั้งๆ ที่เรารู้จักกันมาก่อน แล้วทำไมผมถึงไม่ได้เป็นใครคนนั้นที่ได้หัวใจของมันไป

 

ทุกครั้งที่ผมต้องเห็นรูปของคนสองคนที่แสดงถึงความสนิทสนมกันมากมายขนาดนั้น หัวใจของผมก็อดที่จะเจ็บไม่ได้ ผมไม่ใช่คนที่ดีมากมายอะไร ถึงจะได้นั่งมองดูคนที่ผมชอบกำลังมีความสุขกับคนอื่นแบบนั้น

 

หลายครั้งที่มีเสียงกระซิบบอกกับผมว่าให้แย่ง ให้ดึงไอ้ต่อมันมาเป็นของผมให้ได้ ผมเองก็อยากจะทำแบบนั้นเหมือนกัน อยากจะดึงไอ้ต่อมันมาเป็นของผม ผมว่าผมเองก็สามารถดูแลมันได้ดีไม่แพ้คนๆ นั้น บางทีอาจจะดีกว่าด้วยซ้ำ

 

ผมอยากจะลองสู้ดูสักตั้ง อยากจะรู้ว่าถ้าผมแสดงออกอย่างชัดเจนว่าชอบมัน แล้วทำทุกอย่างเพื่อดึงมันมาเป็นของผมให้ได้ ผลที่ตามมานั้นมันจะเป็นอย่างไร...

 

แต่ผมก็ไม่สามารถทำแบบนั้นได้ เพราะอะไร...เพราะว่าต่อมันยอมรับด้วยตัวเองว่ามันชอบคนๆ นั้นเข้าให้แล้ว และถ้าผมลงมือทำแบบนั้นความสัมพันธ์ของเราสองคนอาจจะสั่นคลอน ความเป็นเพื่อน ความรู้สึกดีๆ ที่เราเคยมีให้กันมานั้น มันอาจจะพังทลายลงไป แล้วผมอาจจะไม่มีโอกาสได้รับความรู้สึกดีๆ ตอบกลับมาอีกแล้ว

 

ผมสับสนและวุ่นวายใจ ผมคิดวกไปวนมาว่าผมควรจะทำอย่างไรดี ผมไม่รู้เลยว่าผมควรจะรู้สึกอย่างไร ผมอยากเห็นแก่ตัว อยากจะดึงมันมาเป็นของผมแต่ดูเหมือนว่ามันจะเป็นอะไรที่ยากมากเหลือเกิน

 

คำว่าเพื่อนมันค้ำทุกสิ่งทุกอย่างเอาไว้ ถ้าผมทำแบบนั้นก็เท่ากับว่าผมทำลายความสัมพันธ์ของความเป็นเพื่อนลงด้วยมือของตัวเอง แล้วทีนี้แม้แต่รอยยิ้มของมันผมอาจจะไม่ได้รับอีกเลยก็ได้

 

บางครั้งผมก็อดคิดไม่ได้นะว่าถ้าเป็นผมที่มาก่อนและเปิดเผยความรู้สึกกับมันก่อน คนที่จะได้อยู่เคียงข้างมันในวันนี้จะมีโอกาสเป็นผมหรือเปล่า

 

 

 

“เก๋า...ฮะเก๋า มึงมองพี่เค้าจนจะทะลุแล้วรู้ตัวรึเปล่า” ไอ้เมามันเอาข้อศอกกระทุ้งผมจนผมหลุดออกมาจากภวังค์ความคิด ผมหันมามองหน้ามันอย่างงงๆ

 

“ไม่ต้องมาทำหน้างงเลย มึงเอาแต่นั่งมองพี่ต่อจนเค้าแทบจะพรุนแล้ว ชอบเค้าก็จีบไปเลยอย่าไปแคร์ มีแฟนแล้วก็เลิกได้เว้ย ทำตัวเป็นคนดีมากๆ มันไม่เท่หรอก บางทีพี่เค้าอาจจะชอบคนเลวก็ได้นะ...หึ” ไอ้เมามันตบบ่าผมแล้วมองไปทางไอ้ต่อ ตอนนี้มันนั่งอยู่ตรงเบาะหน้าๆ กับไอ้ต็อป ผมได้แต่มองแล้วยิ้มจางๆ ถ้าสิ่งที่ไอ้เมามันพูดเป็นเรื่องง่ายๆ ป่านนี้ผมทำแบบนั้นไปแล้ว

 

“เออ...ว่าจะถามหลายทีแล้วว่าทำไมพี่ต่อเค้าเรียกมึงว่าหินวะ แล้วตอนแรกๆ เท่าที่จำได้มึงกับพี่เค้าไม่สนิทกันนี่หว่าออกจะเกลียดหน้ากันด้วยซ้ำ แล้วทำไมตอนนี้มึงกับพี่ต่อดูสนิทกันจัง...” เวสป้ามันเอ่ยถามขึ้นมา พวกนี้มันเป็นคนตรงๆ แบบสงสัยอะไร อยากรู้อะไรมันไม่เก็บเอาไว้ในใจ มันจะเอ่ยถามออกมาหมด แต่มันก็เป็นเพื่อนที่ดีที่สามารถพึ่งพาได้เหมือนกัน

 

“เรื่องแม่งยาวเล่าสามวันไม่จบหรอก เอาไว้มีเวลากูจะเล่าให้ฟังแล้วกัน...” ผมไม่ได้จะปิดบังอะไร แต่เอาไว้เล่าตอนที่คนน้อยๆ เสียงเบาๆ กว่านี้ดีกว่า เพราะตอนนี้ไอ้แฟ้บกับไอ้บอยมันเริ่มตีกลอง แหกปากร้องเพลงลั่นๆ รถแล้ว

 

“พี่ต็อปเค้าลุกไปหลีสาวแล้ว มึงเดินเนียนไปนั่งกับพี่เค้าไป...” ไอ้เมามันทั้งเชียร์ ทั้งดันให้ผมลุกขึ้นจากที่นั่งเพื่อที่จะได้เดินเข้าไปหาไอ้ต่อ ผมพอจะมองออกว่าไอ้ต็อปมันไม่ค่อยชอบผมเท่าไหร่ ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม ปกติแล้วเห็นมันร่าเริงคุยกับคนนั้นคนนี้อย่างสนิทสนม แต่กับผมนี่...

 

“เฮ้ย!! พวกมึงใจเย็นๆ ก่อน ยังมีเวลาอีกตั้งสามวัน พวกมึงไปสนุกกันเหอะ” ผมเห็นเวสป้ามันมองน้องไอน้ำมาตั้งแต่ที่ขึ้นรถมาแล้ว น้องกับเพื่อนๆ ก็นั่งกันอยู่ไม่ห่างเท่าไหร่หรอกแค่สองเบาะหน้า ก็เห็นเฮฮากันพอสมควร

 

“ว่าแต่กู...มึงเองก็มองน้องเค้าจนจะละเหยเป็นไอแล้วป้า” ผมแกล้งแซวมันเพื่อเปลี่ยนประเด็น ไม่อยากให้มันพูดเรื่องนี้กันมากนัก เพราะว่าผมยังไม่อยากให้ต่อมันรู้สักเท่าไหร่ว่าผมรู้สึกอย่างไรกับมัน

 

ไอ้ต่อมันหัวเราะเสียงดังๆ อยู่กับพวกเพื่อนๆ ของมัน ผมเรียกทุกคนว่าพี่รวมทั้งไอ้ต็อปด้วยแต่ผมไม่ได้เรียกไอ้ต่อว่าพี่เพราะว่ามันเป็นเพื่อนของผม...ผมไม่ได้อยากให้มันเป็นพี่

 

ผมยิ้มให้กับมันเมื่อมันหันมามองหน้าผมพร้อมกับยักคิ้วให้ ผมอดที่จะสังเกตไม่ได้ว่าเพราะอะไรมันถึงได้ใส่เสื้อแขนยาวคอเต่ามาซะขนาดนั้น เหมือนว่ามันปกปิดบางสิ่งบางอย่าง อากาศร้อนมากขนาดนี้มันไม่สมเหตุสมผล

 

แต่ผมว่าผมรู้นะว่ามันปกปิดอะไร...ผู้ชายคนนั้นไม่น่าจะยอมให้มันมาเที่ยวได้ง่ายๆ หรอก เพราะขนาดวันนั้นที่มันออกมาเที่ยวกับผมแค่ไม่นานมันยังโดนตามตัวกลับไปเลย

 

ผมรู้สึกหงุดหงิดในหัวใจมากๆ ที่ไม่สามารถทำอะไรได้ ได้เพียงแค่มองดูมันโดยที่ไม่สามารถที่จะเปิดเผยความรู้สึกของตัวเองออกไปได้ ถ้ารู้อย่างนี้ผมไม่แสดงตัวว่าผมเป็นใครแล้วเข้าไปจีบมันซะเลยดีกว่า อย่างน้อยๆ ก็ไม่ต้องกลัวว่ามันจะเสียความรู้สึกต่อผม

 

“พี่เมาๆ กินซาลาเปามั้ยพี่...” เสียงใสๆ ของน้องไอน้ำดังขึ้นมาพร้อมกับยื่นซาลาเปาให้กับไอ้เมา แต่สายตาน้องมองไปยังเพื่อนสนิทของตนเองที่นั่งอยู่ข้างๆ กัน เสียงแซวทั่วสารทิศของคนที่รู้เรื่องราวของเราชาวสินกำดีก็ดังขึ้นมา

 

“นี่ถ้าไม่เห็นว่ามึงเป็นเพื่อนกูนะ...กูฆ่ามึงทิ้งไปแล้วไอ้เมา” เวสป้ามันชอบน้องไอน้ำครับ แถมยังเป็นพี่รหัสของน้องไอน้ำอีกต่างหาก น้องมันก็รู้แหล่ะว่าเพื่อนผมชอบ ไม่รู้ก็แปลกแล้วเพราะวีรกรรมของไอ้ป้ามันกระฉ่อนมากตั้งแต่วันรับน้องแล้ว ไว้ว่างๆ จะมาเล่าให้ฟังนะครับ ฮ่าๆ

 

“พี่ไม่ชอบกินซาลาเปาครับ...พี่ชอบขนมจีบมากกว่า” ไอ้เมายิ้มให้น้องไอน้ำแล้วหันไปยักคิ้วกวนๆ ให้ไอ้เปาเพื่อนของไอน้ำที่เป็นที่สงสัยกันอยู่ว่าแอบมีซัมติงอะไรกันรึเปล่า

 

คือพวกนี้มันค่อนข้างที่จะสนิทกันเป็นทอดๆ ครับ ยกตัวอย่างพี่หยีเป็นพี่รหัสของดีโน่ ดีโน่อยู่กลุ่มเดียวกับกับพวกไอ้ป้า ไอ้เมา เลยทำให้ทั้งสองกลุ่มนี้เค้าสนิทกันไปด้วย แล้วบรรดากลุ่มน้องไอน้ำก็ดันมาเป็นน้องรหัสของพวกไอ้เวสป้า ไอ้เมาเลยทำให้พลอยสนิทกับพวกพี่หยีไปด้วย พวกเราชาวสินกำเน้นเฮฮาตามประสาเราๆ เลยสนิทกันได้ง่ายๆ ไม่มีอะไรมากมาย

 

“อย่ามาโกหกไอ้เมา วันก่อนมึงยังร่ำร้องอยากกินซาลาเปา ขาวๆ ลูกโตๆ อยู่เลย แต่มันไม่กินพี่กินเองครับน้องไอน้ำ” ไอ้ป้ามันเผาเพื่อนตัวเองเสร็จมันก็รีบเอื้อมมือไปคว้าของจากมือน้องมาไว้ทันที น้องไอน้ำทำหน้ามึนๆ ใส่ ก่อนที่จะหันไปเถียงกับเพื่อนต่อ

 

“ไอ้น้ำกวนตีนกูแล้ว เดี๋ยวกูจะจับมึงไปเซ่นพี่ป้าถึงห้อง...” ไอ้เปา...

 

“ไอ้เปามึงอย่ามากวนส้นตีน ระวังเหอะกูจะจับมึงมอมเหล้าเอาให้เมาเหมือนหมาเลยคอยดู...” น้องไอน้ำ

 

“เออ!! ดีๆ กูว่าเมาเหมือนหมาน่ะถูกแล้ว ก๊าก...” ดูเหมือนว่าจะมีคนถูกด่ากระแทกนะครับงานนี้ พอน้องมันรู้ตัวว่าพูดขึ้นมาน่ะเหมือนด่ารุ่นพี่ มันก็หันมายิ้มแหยๆ แล้วยกมือไหว้ยกใหญ่

 

“ผมไม่ได้ว่าพี่เมานะ...มันเลยๆ” ไอน้ำโบ้ยไปทางไอ้เปาที่หัวเราะเป็นบ้าเป็นหลังอย่างสะใจในอารมณ์เป็นที่สุด

 

“เดี๋ยวกูจับแม่งกด...น้ำทะเล” เพื่อนเมาเว้นจังหวะได้น่าคิดมาก แต่ก็เอาเถอะครับเรื่องของพวกมันผมไม่ก้าวก่ายอะไร แค่มองอยู่ห่างๆ สังเกตอยู่ห่างๆ แบบนี้ก็รู้อะไรเยอะแล้ว

 

ผมมองไปยังไอ้ต่อที่กำลังนั่งจิ้มไอโฟนของมันอยู่ ไม่ต้องเดาก็น่าจะรู้ว่ามันกำลังทำอะไร เห็นมันเอาแต่จ้องหน้าจอแล้วก็ยิ้มอยู่อย่างนั้นนานสองนานจนผมรู้สึกปวดหนึบๆ ในใจ ก็พยายามไม่คิดอะไร แต่มันก็เหมือนกับการหลอกตัวเองนั่นแหล่ะครับ เพราะว่าในความเป็นจริงผมรู้สึก

 

“อะไรมึงไอ้ต่อ ออกมาจากห้องแค่ไม่เท่าไหร่ต้องคอยรายงานตัวกันแล้ว รักกันเหลือเกินนะ...” ผมว่าผมมองไม่ผิดนะว่าไอ้ต็อปมันหันมามองหน้าผม เหมือนว่ามันจงใจจะพูดให้ผมได้ยินยังไงก็ไม่รู้ ผมไม่รู้หรอกว่าทำไมมันถึงไม่ชอบหน้าผม แต่อยากจะบอกว่าผมเองก็แอบไม่ชอบหน้ามันเหมือนกัน แต่ก็ไม่ได้อะไรมากมายเท่าไหร่หรอกครับ ต่อมันคงไม่สบายใจเท่าไหร่ถ้าผมแสดงออกว่าไม่ชอบเพื่อนรักของมันแบบนั้น

 

“สัดต็อป!! มึงจะแหกปากเพื่อส้นตีนอะไร ไม่ได้รายงานตัวเว้ย กูก็แค่...แบบพี่พายมันปวดท้องเฉยๆ กูเลยไลน์ไปบอกมันว่ายาอยู่ที่ไหน” ไอ้ต่อมันเถียงเสียงอ่อยๆ ชื่อของผู้ชายคนนั้นที่ผมอยากได้ยินน้อยที่สุด แต่ดูเหมือนว่าคงยากสักหน่อย เพราะว่ามันดันเป็นคนสำคัญของไอ้ต่อไปแล้วนี่สิ

 

“วู้วๆ เค้าเป็นห่วงเป็นใยกันด้วยเว้ยเฮ้ย ไหนมึงบอกว่ามึงไม่ชอบไม่ได้เป็นอะไรกับเค้าไงไอ้ต่อ...” พี่โฟน พี่จั่น กับไอ้ต็อปพากันล้อไอ้ต่ออย่างสนุกสนาน มันจะรู้ตัวรึเปล่าว่าตอนนี้หน้ามันแดงมากแค่ไหน

 

แล้วมันจะรู้รึเปล่าว่าผมอึดอัดและทรมานใจมากเพียงใด

 

“เอาน่ามึง...ใจเย็นๆ ยังพอมีโอกาส” เวสป้ากับไอ้เมาตบบ่าผมเบาๆ ก่อนที่ไอ้เมามันจะคว้ากีต้าร์จากไอ้แฟ้บมาถือเอาไว้ แล้วเริ่มต้นบรรเลงเพลงขึ้นมาแบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย ดูเหมือนว่ามันจะรู้กันกับไอ้เวสป้าแค่สองคนเท่านั้น...

 

 

*ไม่ทราบมันเป็นไร ไม่รู้ว่ามาไง อาการรักเธอ
ก็รู้มีคนจอง ยังมาไปยืนมอง ตกเย็นก็เพ้อ
ยิ้มให้เมื่อเจอกัน เผื่อฟลุ๊กไปวันๆ ไม่กล้าขอเบอร์
ก็รู้เธอมีแฟน ไม่ได้จะไปแทนที่คนของเธอ

คนมาทีหลังก็เศร้าต่อไป แต่อดใจไม่ใหวเมื่อได้ใกล้กับเธอ
จะจุกตายอยู่แล้วนั่น...ถ้ารักนี้ไม่ใด้บอกเธอ

หลงรักคนมีเจ้าของ แอบมองอยู่ทุกวัน
ไปหลงรักแฟนชาวบ้านทั้งที่รู้ตัว คนน่ารัก ถูกใจนักไม่เคยเป็นอย่างนี้
หลงรักคนมีเจ้าของแอบมองอยู่เช้าเย็น ก็รู้ว่าคงทำได้แค่เท่านี้
แค่พบเธอคิดถึงแล้วนอนฝันดี

ไม่ได้จะเกเร ไม่คิดจะโมเม แย่งแฟนของใคร
ก็แค่เป็นอาการของผู้ที่นานๆ จะแอบรักใคร

คนมาทีหลังก็เศร้าต่อไป แต่อดใจไม่ใหวเมื่อได้ใกล้กับเธอ
จะจุกตายอยู่แล้วนั่น...ถ้ารักนี้ไม่ใด้บอกเธอ

หลงรักคนมีเจ้าของ แอบมองอยู่ทุกวัน
ไปหลงรักแฟนชาวบ้านทั้งที่รู้ตัว คนน่ารัก ถูกใจนักไม่เคยเป็นอย่างนี้
หลงรักคนมีเจ้าของแอบมองอยู่เช้าเย็น ก็รู้ว่าคงทำได้แค่เท่านี้
แค่พบเธอคิดถึงแล้วนอนฝันดี

หลงรักคนมีเจ้าของ แอบมองอยู่ทุกวัน

ไปหลงรักแฟนชาวบ้านทั้งที่รู้ตัว คนน่ารัก ถูกใจนักไม่เคยเป็นอย่างนี้
หลงรักคนมีเจ้าของแอบมองอยู่เช้าเย็น ก็รู้ว่าคงทำได้แค่เท่านี้
แค่พบเธอคิดถึงแล้วนอนฝันดี

ได้พบเธอ...ได้คิดถึง...แล้วนอนฝันดี*

                                                               *เพลงรักคนมีเจ้าของ ไอน้ำ

 

 

 

 

“พี่เวสป้าครับ ที่ร้องเนี่ยเพราะว่าชอบเพลง หรือชอบคนที่ชื่อเหมือนวงที่ร้องเพลงนี้คร้าบ...” ไอ้เปามันได้ทีก็จัดใส่เพื่อนตัวเองทันที ไอ้เวสป้ามันพยักหน้ารับแล้วตอบไปว่าทั้งสองอย่าง มันหันมายักคิ้วให้ผม ผมเห็นไอ้ต่อมันตบมือให้ไอ้ป้ายกใหญ่ ก็อย่างว่าไอ้นี่มันเสียงดี

 

แต่มีอยู่อย่างหนึ่งที่มันไม่รู้ก็คือเพลงนี้ไอ้ป้ากับไอ้เมามันร้องแทนความรู้สึกของผมที่มีต่อมันยังไงล่ะ

 

ผมหยิบไอโฟนขึ้นมาแล้วเข้าไปส่องใน IG ของผู้ชายคนนั้นสักหน่อย มันอาจจะดูงี่เง่า อาจจะเป็นการตอกย้ำตัวเองว่าผมเป็นเพียงแค่คนอื่นไม่มีสิทธิ์ที่จะไปแทรกแซงคนทั้งสอง แต่ผมก็แค่อยากรู้ว่าไอ้ต่อมันมีความสุขดีมั้ยก็เท่านั้นเอง

 

BlackPie

L O N E L Y  :’(    … @Pentor0104

Paparazzi @BlackPie @Pentor0104 ....ขอยืมตัวสามวันแล้วจะพากลับไปส่งให้ถึงที่เลยครับคุณพี่...

Pentor0104 อย่าลืมกินยานะพี่พาย

BlackPie @Pentor0104 คืนนี้โทรหา...miss mung

Master_K กูจะอ้วก...

 

และข้อความอีกหลายสิบข้อความที่เข้ามาแซวถึงความสัมพันธ์ของไอ้ต่อกับผู้ชายคนนั้น ผมเก็บไอโฟนลงในกระเป๋าเสื้อแล้วเอนหลังพิงพนักหลับตาลงเพื่อไล่ข่มความอิจฉา ความน้อยใจ ทุกสิ่งทุกอย่างเอาไว้

 

ในเมื่อผมไม่มีสิทธิ์ที่จะเรียกร้องอะไรทั้งสิ้น ฐานะของผมคือเพื่อน เพื่อนเก่าที่ห่างหายไปเป็นสิบๆ ปี และตอนนี้ก็กลับมาเป็นเหมือนเพื่อนใหม่ของมัน โดยที่มันไม่เคยรู้เลยว่าเพื่อนคนนี้รู้สึกยังไงกับมันมาตั้งแต่เมื่อก่อนจนถึงตอนนี้ ทุกอย่างก็ยังคงไม่เปลี่ยนแปลง

 

“เอ้า...กูเอามาฝาก” เสียงคุ้นๆ ที่ดังขึ้นมาใกล้ๆ กับสัมผัสเย็นๆ ที่แตะลงมาที่แก้มของผม ทำให้ผมลืมตาขึ้นมามองพบว่าไอ้ต่อมันมายืนอยู่ตรงหน้า มันยื่นขวดน้ำเย็นฉ่ำมาให้ผมพร้อมกับรอยยิ้มที่ส่งตรงมา

 

“มึงขยับไปดิกูหนีไอ้ต็อปมานี่รำคาญเสียงแม่งงุ้งงิ้งกับเด็กมันอยู่ได้” มันเอาตีนเขี่ยให้ผมขยับเข้าไปที่เบาะใน ผมขยับเข้าไปนั่งทางด้านในมันก็ทิ้งตัวลงนั่งแล้วยักคิ้วให้ผม แอบเห็นไอ้เวสป้ากับไอ้เมามันพยักพเยิดหน้ามาให้แบบล้อเลียน ผมได้แต่ส่ายหน้าน้อยๆ แล้วนั่งมองหน้ามันแบบจงใจ

 

“มองหน้ากูทำไม เห็นมองตั้งนานแล้วมีอะไรจะคุยกับกูรึเปล่าวะ...” ดูท่าผมจะมองมันนานจริงๆ แหล่ะมั้งครับ คนความรู้สึกช้าแบบมันยังรู้ตัวว่าโดนผมมอง ดีแค่ไหนที่มันไม่เห็นถึงบางสิ่งบางอย่างที่ผมส่งผ่านไปพร้อมๆ กัน

 

“แล้วมึงรู้ได้ไงว่ากูมองมึง...หรือว่ามึงเองก็มองกูเหมือนกัน” ผมแกล้งย้อนมัน ไอ้ต่อมันเอานิ้วเฉดหัวผมเบาๆ แล้วถอนหายใจน้อยๆ มันค่อยๆ เอยหลังพิงเบาะแล้วมองหน้าผมอีกครั้ง

 

“หิน...ที่มึงพูดกับกูก่อนที่จะขึ้นรถเนี่ย มันหมายความว่ายังไงวะ” ผมก็พอรู้นะว่าไอ้ต่อมันเป็นคนที่สงสัยอะไรไม่ได้มันจะต้องถามออกมาให้หายข้องใจ แต่ก็ไม่คิดว่ามันจะมาถามเรื่องนี้กับผมตอนนี้

 

“เรื่องไหนวะกูพูดตั้งหลายเรื่อง ทั้งเรื่องลูกแก้ว เรื่องเรียน เรื่องเที่ยว...”

 

“เออ...ช่างมันเหอะกูลืมๆ มันไปแล้วก็ได้ กูโคตรง่วงเลยว่ะขอนอนก่อนแล้วกัน ไม่รู้อีกนานเท่าไหร่จะถึง ถ้าถึงก็ปลุกกูด้วยแล้วกันนะไอ้หิน อย่าเสือกทิ้งกูเอาไว้บนรถคนเดียวล่ะ” มันอ้าปากหาวหวอดๆ แล้วกอดอกนอนหลับตาลงทันที มันอาจจะอยากตัดบทสนทนาเพราะว่าผมเองก็ไม่ได้เปิดช่องทางให้มันพูดถึงหรือว่าซักไซ้อะไร

 

“ฝันดีมึง หึๆ” ผมนั่งมองเสี้ยวหน้าของมันด้วยความรู้สึกดีๆ ที่มีอยู่มากมายในหัวใจ ผมมองดูแพขนตาที่เรียงตัวสวยอยู่บนตาที่ปิดสนิทของมัน มองดูจมูกรั้นๆ เชิดๆ ที่เหมาะกับคนนิสัยรั้นๆ แบบมัน มันไม่ใช่คนที่หน้าตาหวานอะไร แต่มันน่ารักและมองดูหล่อได้ในเวลาเดียวกัน

 

สำหรับผมผมว่ามันหล่อมากกว่าน่ารัก...สำหรับคนอื่นผมไม่รู้ว่าเค้ามองมันมุมไหน แต่ผมมองลึกลงไปในหัวใจของมัน มันเป็นเพื่อนที่ดี เป็นคนที่ดีมากๆ คนหนึ่ง

 

ดูเหมือนว่ามันจะง่วงนอนจริงๆ เพราะผ่านไปราวๆ สิบห้านาที ไอ้หัวที่เอนพิงเบาะก็เริ่มสั่น เริ่มโงนเงนไปมาจนเกือบจะเอนไปกระแทกกับเบาะข้างหน้ามัน ผมต้องค่อยๆ จับหัวมันให้เอนซบลงมาที่ไหล่ของผม ท่ามกลางสายตาของไอ้ป้า ไอ้เมา ไอ้แฟ้บ และพวกน้องไอน้ำที่มองมาด้วยสายตาที่ผมว่ามันแซวผมชัดๆ แต่ทุกคนก็ไม่ได้พูดหรือว่าแซวอะไรออกมา ซึ่งผมรู้สึกขอบคุณเป็นอย่างมากจริงๆ

 

ถ้าผมอยากจะกุมมือมันเอาไว้มันจะผิดมั้ย ถ้าผมอยากให้เวลาแบบนี้อยู่กับผมไปนานๆ มันจะผิดมากหรือเปล่า

 

ผมหยิบเสื้อคลุมขึ้นมาคลุมปิดมือของผมที่กำลังค่อยๆ กุมมือของมันเอาไว้แผ่วเบา ถ้านอกจากตอนนี้ผมคงไม่มีโอกาสได้ทำแบบนี้ หากใครจะว่าผมฉวยโอกาสก็เชิญว่าไอ้เลยเพราะว่ามันเป็นเรื่องจริง

 

“เคยฝันถึงกูบ้างมั้ย...กูฝันเห็นมึงบ่อยมากเลยนะรู้หรือเปล่า” ผมหลับตาลงพร้อมกับรอยยิ้มจางๆ ที่ไม่อาจลบเลือนมันออกไปจากใบหน้าได้ ผมนอนเอนหัวพิงกับหัวของมันพร้อมกับความรู้สึกที่ก่อเกิดขึ้นมา

 

ถ้าคนๆ นั้นของมึงเป็นกู...กูคงรู้สึกดีกว่านี้สินะ

 

..........

 

 

 

 

ใช้เวลาในการเดินทางร่วมสามชั่วโมงกว่าๆ เพราะต้องเข้าใจว่าพวกเรามันอารมณ์อาร์ตแบบไม่สนใจใคร เวลาที่ผ่านวัดที่มีสถาปัตยกรรมสวยงามแม่งก็เฮโลพากันไปบอกกับลุงคนขับว่าให้จอด แล้วก็ลงไปถ่ายภาพกันยกใหญ่ คือต้องเข้าใจว่าพวกเราส่วนใหญ่จะค่อนข้างเป็นแบบนี้จริงๆ

 

แวะวัดบ้าง แวะปั๊มบ้างเพราะน้องๆ ผู้หญิงเค้าอยากจะทำธุระส่วนตัว พอคันนึงจอดที่เหลือก็ต้องจอดตามกันเพื่อจะได้เดินทางพร้อมๆ กัน ผมก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมถึงมาพักที่จัน แต่ก็ตามแต่พวกพี่ๆ เค้ากัน พวกเรามาฟรี กินฟรี เที่ยวฟรี เลยไม่มีใครบ่นสักคำ

 

ตอนนี้พวกเรามาถึงรีสอร์ทแห่งหนึ่งที่พี่หยีกับพี่เฟียได้ทำการจองห้องพักเอาไว้เรียบร้อยแล้ว รีสอร์ทแห่งนี้เป็นรีสอร์ทเชิงอนุรักษ์ที่ผสมผสานกับธรรมชาติได้อย่างลงตัว ตัวรีสอร์ทตกแต่งสไตล์ไทยประยุกต์ ผสมผสานกลิ่นอายตะวันตกและตะวันออก มองไปรอบๆ ก็สบายหูสบายตาเพราะว่าไม่ค่อยมีตึกรามบ้านช่องเหมือนอย่างในตัวเมืองหลวงที่พวกเราๆ อาศัยกันอยู่

 

รีสอร์ทแห่งนี้มีอยู่เพียงแค่ 9 ห้องเท่านั้น มันเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่อาจจะไม่ได้เจริญเหมือนอย่างรีสอร์ทดังๆ ตามแหล่งท่องเที่ยวใหญ่ๆ แต่ผมถือว่าทุกอย่างโอเคหมด ทั้งเรื่องความสะอาด สิ่งแวดล้อม บรรยากาศ ถือว่าโอเคมากๆ เลยครับ

 

“ขนของลงจากรถครับไอ้น้องอย่าเพิ่งเดินชมวิวทิวทัศน์ วันนี้จนถึงวันจันทร์พวกน้องๆ มีเวลาที่จะพักจะเที่ยวเล่นได้อย่างเต็มที่ แต่ตอนนี้มาช่วยกันยกข้าวของก่อนเร็วครับ...” พี่หยีกับพี่เฟียไปจัดการเรื่องที่พักมาแล้ว ตอนนี้พนักงานกระจายกันตามห้องต่างๆ เพื่อจัดการเตรียมเช็คความพร้อมอีกครั้ง

 

“คือตอนนี้รีสอร์ทนี้เป็นของเราแล้วนะครับ เป็นของเราในที่นี้หมายถึงว่าพวกเราทำการจองห้องทั้งหมดไว้ตลอดทั้ง 3 วัน ที่เรามาอาศัยอยู่ที่นี่ นั่นก็หมายความว่าจะมีแค่พวกเราเท่านั้นไม่มีแขกคนอื่นมาพักอาศัย ซึ่งทั้งหมดนี้ต้องขอบคุณคุณพ่อของดีโน่ที่จัดการเรื่องค่าใช้จ่ายส่วนนี้ทั้งหมด รวมทั้งค่าอาหารตลอดทั้ง 3 วัน ที่เราอยู่ที่นี่ ชาบูแฟนพี่ไม้กันหน่อยครับ” เห็นพี่หยีนิ่งๆ แบบนี้ก็แอบร้ายเหมือนกันนะครับ ดีโน่มันยิ้มน้อยยิ้มใหญ่คงจะถูกใจตรงฐานะที่พี่หยีแนะนำนี่แหล่ะ

 

“โน่นอนกับพี่ไม้นะพี่หยี...” คือดีโน่มันเป็นคนแรงมาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้วมันก็ชัดเจนมากว่ามันชอบพี่ไม้มากขนาดไหน พี่ไม้คงไม่มีทางรอดหรอกครับเพราะว่าพี่หยีอนุมัติแล้ว

 

“ใครจะเสร็จใครวะกูสงสัย ลูกสาวกูมันแรงได้ใจซะขนาดนี้ สงสารพี่ไม้ว่ะ” ไอ้พ่อกำมะลออย่าไอ้เมาได้แต่ส่ายหน้าอย่างระอาและปลงตก พี่ไม้ได้แต่แกะมือของดีโน่ที่กอดแขนเอาไว้แน่น แกะไปแกะมาคงเห็นว่ายังไงก็แพ้เลยเลิกแกะไปเอง

 

“เท่ากับว่าตอนนี้มีห้องว่างอยู่ 8 ห้อง ห้องแรกเลยจะเป็น sea view ยกให้เป็นเรือนหอชั่วคราวของดีโน่กับไอ้ไม้ไปแล้วกัน ถัดมาจะเป็น deluxe suite  3 ห้อง สาวๆ จับจองกันเอาเองนะครับว่าจะใครจะอยู่ห้องไหน ถัดมาอีกจะเป็น...” พี่หยีมองไปรอบๆ แล้วชะงักเหมือนลืมรายละเอียด พี่มาเฟียหัวเราะน้อยๆ แล้วเป็นคนร่ายรายละเอียดแทน

 

“มึงจะจำชื่อให้งงทำไมวะ เอาแบบง่ายๆ เลยนะครับ ห้องที่ 1 เป็นห้องของน้องดีโน่กับไอ้ไม้ ห้องที่ 2-4 สาวๆ จับจองกันได้เลยว่าใครจะนอนห้องไหนกับใคร ห้องที่ 5 จะเป็นห้องที่ใหญ่ที่สุด ซึ่งพวกพี่ๆ จะอยู่ที่ห้องนั้น ของและเสบียงทุกอย่างจะเก็บเอาไว้ที่ห้องนั้นเช่นกัน ส่วนที่เหลืออีก 4 ห้อง พวกหนุ่มๆ ก็แยกย้ายจับจองกันได้เลยว่าจะเอายังไง” พี่หยีหันมามองหน้าพี่เฟียแล้ววางมือบนหัวพี่เฟียพร้อมกับขยี้แรงๆ คงหมั่นไส้ที่พี่เฟียแย่งหน้าที่ไปละมั้ง

 

“น้องผู้หญิงถ้าใครมีปัญหาหรือว่าอะไรยังไงให้ไปคุยกับพี่ใหญ่เลยนะครับ พี่ใหญ่จะเป็นคนดูแลน้องผู้หญิงเอง ส่วนน้องผู้ชายก็อยู่กันไปตามมีตามเกิดแล้วกัน...”

 

“มึงก็แกล้งน้องมัน ใครมีอะไรก็มาถามกับไอ้พี่หยีแหล่ะครับไม่ต้องเกรงใจมัน” พี่เฟียแย้งขึ้นมา

 

“กูว่าจะไม่แล้วนะ แต่กูสงสัยมากๆ ว่าตกลงแล้วมึงเรียนนิเทศหรือว่าเรียนสินกำวะเฟีย ดูจะรู้ทุกเรื่องของพวกสินกำประหนึ่งมีผัวเรียนที่นั่น...เอ๊ย ประหนึ่งมึงเรียนที่นั่น” พี่จั่นพูดขึ้นมาเรียกเสียงแซวเสียงหัวเราะของคนรอบข้างได้เป็นอย่างดี ซึ่งรวมถึงไอ้ต่อกับไอ้ต็อปด้วย

 

“กูก็ว่าจะไม่แล้วเหมือนกัน ไอ้จั่น มึงตาย...” พี่เฟียถกแขนเสื้อทั้งสองข้างแล้วตั้งท่าจะวิ่งตามพี่จั่นที่วิ่งออกตัวไปก่อนหน้านั้น แต่พี่หยีใช้นิ้วเกี่ยวคอเสื้อของพี่เฟียเอาไว้

 

“เขินหรอ...มันก็แค่พูดเรื่องจริง นี่เราก็มาฮันนีมูนกันไม่ใช่รึไงไอ้ดื้อ...” แล้วพี่หยีก็ลากพี่เฟียที่ดูจะเหวอไม่น้อยตามไปด้วย คือไม่มีใครรู้หรอกว่าสองคนนี้เค้ายังไง บางครั้งคนอื่นแซวๆ เค้าก็บอกปัด บางครั้งมีคนชงมาเค้าก็จัดหนักต่อทันที มันเหมือนการสับขาหลอกยังไงก็ไม่รู้

 

แต่เชื่อเถอะว่าพี่หยีกับพี่เฟียน่ะ...มากกว่าเพื่อนแน่นอน

 

“ไอ้ต็อป ไอ้ต่อ มึงสองตัวมานอนห้องเดียวกับพวกกูนะ...” พี่เฟียอุตส่าห์ตะโกนเรียกทั้งๆ ที่ตัวเองถูกลากไปแบบนั้น แต่ก็ดีแล้วที่พี่เฟียบอกเพราะดูเหมือนว่าไอ้ต่อกับไอ้ต็อปมันจะกำลังคุยกันอยู่พอดีว่าจะนอนห้องไหน

 

“กูว่าไอ้หยีกับไอ้เฟียมันควรเปิดห้องนอนด้วยกันตามลำพังนะ กูไม่อยากเห็นคนทรมานตลอดสามคืน ฮ่าๆ” ไอ้ต็อปมันพูดเหมือนรู้ดี แถมไอ้ต่อยังเห็นด้วยกับมันอีกต่างหาก ตอนนี้ไอ้ต็อปมันเดินลิ่วๆ ไปช่วยน้องๆ ผู้หญิงยกข้าวยกของ ไอ้ต่อมันเลยยืนอยู่คนเดียว ผมตั้งใจว่าจะเดินเข้าไปช่วยมันยกกระเป๋า แต่ทว่ามือถือของมันดังขึ้นมาเสียก่อน มันเดินแยกออกไปที่ไกลๆ เพื่อที่จะคุยกับคนปลายสายที่คาดว่าคงไม่ใช่ใครหรอกครับ

 

นี่แหล่ะความเป็นจริง...

 

ผมได้แต่ยืนมองดูมันเดินออกไปห่างๆ เหมือนมันไม่อยากให้ใครได้ยินบทสนทนาของมัน เห็นมันเดินเตะนั่นเตะนี่แล้วยิ้มอยู่คนเดียวแบบนั้น ผมก้มหน้าลงมองปลายเท้าตัวเองแล้วยิ้มจางๆ

 

รอยยิ้มของมันเป็นรอยยิ้มที่แสดงถึงความสุขที่มันมี แต่ทว่ารอยยิ้มของผมกลับเป็นรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความขมขื่น

 

การยืนมองคนที่เรารู้สึกดีด้วยกำลังมีความสุขอยู่กับคนอื่น ถ้าไม่หลอกตัวเองจนเกินไปในหัวใจของเราก็ต้องเจ็บเป็นธรรมดา ผมรู้ว่าผมไม่มีสิทธิ์ที่จะคิดหวงหรือว่าอะไรทั้งนั้น แต่ผมก็เป็นแค่คนธรรมดาคนหนึ่งที่ยังคงมีความรู้สึกนึกคิดและต้องการ

 

ผมหยิบกระเป๋าของไอ้ต่อเพื่อนำมันไปวางที่หน้าห้องเบอร์ห้าที่มันพักพร้อมกับบอกพี่หยีกับพี่เฟียเอาไว้ ส่วนตัวผมนอนที่ห้องเบอร์หกกับพวกไอ้ป้า แต่เชื่อเถอะว่าจุดศูนย์รวมของทุกคนน่าจะเป็นห้องเบอร์ห้านี่แหล่ะ เพราะว่าคงไม่พ้นก๊งเหล้าจั่วไพ่กันที่ห้องนั้นนั่นแหล่ะ

 

………..........

 

 

 

ผมนั่งเล่นไอแพดหลังจากที่พวกพี่ๆ ให้แยกย้ายกันพักผ่อนตามอัธยาศัย เล่นเกมบ้าง ถ่ายรูปบ้าง ทำนั่นทำนี่ท่ามกลางเสียงโวยวายของพวกไอ้ป้าไอ้เมาที่แย่งกันร้องคาราโอเกะ ไหนจะไอ้บอยกับไอ้แฟ้บที่นั่งแหกปากร้องเพลงตามมันสองคน

 

“ไอ้เมาแม่งไม่ยอมวางไมค์” ไอ้ป้ามันต้องเป็นฝ่ายยอมแพ้แล้วมาทิ้งตัวนั่งข้างๆ ผม มันมองหน้าผมแล้วยิ้มแบบเจ้าเล่ห์แปลกๆ ก่อนที่จะหยิบมือถือขึ้นมาแล้วกดอะไรของมันอยู่พักนึง

 

“กูมีอะไรดีๆ ให้มึงด้วยว่ะ ส่งเข้าไลน์ให้แล้ว...” มันยักคิ้วให้แล้วทิ้งตัวนอนลงบนเตียงนอนกลิ้งไปกลิ้งมา ผมเปิดไลน์ดูก็พบว่าสิ่งที่มันส่งมาให้ทำให้ผมยิ้ม

 

“แอบถ่ายหรอวะ แต่ก็ขอบใจนะมึง” ผมนั่งมองภาพถ่ายที่ไอ้ป้ามันส่งมาให้ ภาพที่ผมกับไอ้ต่อนอนอิงเอาหัวชนกันบนรถ มันอาจจะเป็นภาพที่ไม่มีอะไรมาก แต่ทว่ามันเป็นช่วงเวลาที่ผมรู้สึกว่าผมมีความสุขมากที่สุดช่วงหนึ่ง

 

หัวของไอ้ต่อพิงอยู่ที่ไหล่ของผม หัวของผมเอนพิงที่หัวมันอีกที ใบหน้าของผมแต้มยิ้มจางๆ ส่วนไอ้ต่อเวลาที่มันนอนหลับมันน่ารักดีเหมือนกันนะ...

 

“กูไม่รู้หรอกนะว่าคนอื่นเค้ามีมุมมองความรักยังไง แต่สำหรับกูถ้ากูรักใครสักคนกูจะพยายามให้ถึงที่สุด จนกว่ากูจะได้ยินจากปากของคนๆ นั้นว่าเค้าไม่เลือกกู ถ้ากูยังไม่ได้ยินคำนั้นจากปากของเค้า...กูไม่มีทางตัดใจ” ไอ้ป้ามันดีดตัวขึ้นมาจากเตียงนอนแล้วตบบ่าผมพร้อมกับยิ้มให้กำลัง

 

“แล้วน้องไอน้ำเค้าบอกมึงรึยังว่าเค้าเลือกมึงรึเปล่า...” ก็รู้ครับว่ามันช่วยผม แต่ก็อดที่จะแซวมันไม่ได้จริงๆ

 

“รายนั้นน่ะหรอ...หนีกูไม่พ้นหรอกมึงไม่ต้องห่วง กูจองตั้งแต่วันรับน้องแล้ว หึ” แม่งโคตรมั่นใจในตัวเองแบบสุดๆ แต่ก็เอาเถอะครับ ยังไงซะของมันก็มีโอกาสมากกว่าของผมนั่นแหล่ะ

 

“กูออกไปเดินเล่นก่อนนะ” ผมวางทุกสิ่งเอาไว้แล้วคว้ากล้องถ่ายรูปที่พกมาเพื่อเก็บภาพบรรยากาศติดมือไปด้วย ผมออกมาที่หน้าห้องเห็นไอ้พวกปีหนึ่งมันกระโจนลงสระน้ำกันตูมๆ สระน้ำอยู่ที่หน้าห้องเบอร์ห้าที่พวกพี่ๆ เค้าพัก

 

“โว้ย!! มึงอย่าจับกูกดสิเปา ไอ้ปีนมึงไปไกลๆ ตีนเลย อย่าลากกู...” เสียงของน้องไอน้ำดังลั่นสระเพราะถูกเพื่อนๆ ตัวดีรุมแกล้ง ผมมองไปทางด้านหลังเห็นไอ้ป้ามันออกมายืนพิงประตูแล้วมองไปทางสระน้ำด้วยรอยยิ้ม

 

“พี่ป้า...ช่วยหน่อยดิพี่ เฮ้ยๆ อย่าทำกู แค่กๆ” ไอน้ำมันถูกจับกดน้ำอีกครั้ง ไอ้ป้าเดินออกมาจากหน้าห้องพร้อมกับถอดเสื้อกล้ามที่มันใส่ออกพาดบนเก้าอี้แล้วกระโจนลงไปในน้ำทันที

 

“โว้วๆ เรียกปุ๊บมาปั๊บเลยครับ เชื่องจริงๆ นะมึง” พี่ไม้เดินมาสมทบแล้วยืนมองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

 

“เฮ้ย!! เล่นไม่ชวนเลยนะมึง” ไอ้เมามันโผล่หัวออกมาจากห้องพร้อมกับถอดเสื้อยืดออกเตรียมพร้อมกระโจนลงสระ

 

อยากจะบอกว่าสระน้ำที่นี่ไม่ใช่สระขนาดใหญ่นะครับ มันเป็นสระที่ค่อนข้างเล็กถ้าเทียบกับจำนวนคนที่เล่นอยู่ในตอนนี้ คือผมก็อดแปลกใจไม่ได้เพราะว่าพากันมาทะเลแต่ทำไมพวกมันลงเล่นน้ำในสระกัน ทั้งๆ ที่เดินไปแค่ร้อยเมตรก็ลงทะเลแล้ว

 

“ไปไหนวะไอ้หิน” ไอ้ต่อมันโผล่หน้าออกมาจากห้อง ตอนนี้มันเปลี่ยนเสื้อแล้ว จากเสื้อคอเต่าแขนยาวเป็นเสื้อยืดธรรมดาๆ ผมว่าผมพอจะรู้แล้วว่าทำไมมันถึงได้ล่อเสื้อแขนยาวคอเต่าซะขนาดนั้น

 

“ว่าจะไปเดินเล่นถ่ายรูปที่ชายหาดหน่อย มึงไปกับกูมั้ยล่ะ” ผมเอ่ยชวนเผื่อว่ามันจะอยากไป มันพยักหน้ารับแล้วคว้ามือถือกับคีบแตะเดินมาทางผม ผมเดินเคียงคู่ไปกับมันเพื่อข้ามถนนไปยังชายหาดที่อยู่ห่างจากรีสอร์ทเพียงแค่ร้อยเมตรเท่านั้น

 

“มึงแพ้อะไรรึเปล่าวะ ทำไมเป็นรอยแดงๆ เต็มเลย” ผมแกล้งทักไปอย่างนั้นทั้งๆ ที่รู้อยู่แก่ใจ เจ็บอยู่ในอกเพราะสิ่งที่เห็นมันตอกย้ำให้รู้ว่าไอ้ต่อมันมีคนข้างกายและข้างใจแล้ว

 

“ห้ะ!! อะไรนะ อ้อๆ เออๆ กูแพ้น้ำหอมไง แบบใช้แล้วโคตรคันพอเกาแล้วมันก็เป็นแบบนี้แหล่ะ” มันทำเป็นเกาคอเกาแขนจนผมต้องจับมือให้มันหยุดเพราะว่ามันจะยิ่งทำให้แดงมากไปกว่าเดิมซะเปล่าๆ แล้วคนจะยิ่งเห็นชัดเจนมากขึ้น

 

“ถ้าแพ้มากๆ ก็เลิกใช้เหอะ ทะเลที่นี่ก็สวยดีเหมือนกันนะ เงียบสงบดี” ผมเปลี่ยนเรื่องเพื่อที่มันจะได้ไม่ต้องรู้สึกอึดอัดมากไปกว่านี้ ผมอยากให้มันรู้สึกสบายใจเวลาที่ได้อยู่กับผม

 

“อืม!! ก็สวยดี เงียบดี ทำให้กูรู้สึกสงบขึ้นมานิดนึง” มันยกมือทั้งสองข้างขึ้นแล้วสูดลมหายใจแรงๆ ลมทะเลพัดเอากลิ่นอายของทะเลโชยมาปะทะใบหน้าของมัน เป็นภาพที่ทำให้ผมไม่อาจจะละสายตาไปจากใบหน้าของมันได้

 

ผมยกกล้องขึ้นมาเพื่อกดชัตเตอร์ถ่ายภาพของมันเก็บเอาไว้ ตอนแรกๆ มันก็ยังมองไปที่ท้องทะเลกว้างอยู่หรอกครับ แต่พอเสียงชัตเตอร์ดังมากๆ เข้า มันก็หันมามองหน้าผม พอเห็นว่าผมกำลังถ่ายภาพมันก็เล่นกล้องทันที

 

“ถ่ายกูออกมาไม่หล่อนี่มึงโดนตีนนะหิน” มันฉีกยิ้มกว้างให้ผมถ่ายภาพมัน มันจะเห็นรึเปล่าว่าหลังเลนส์ที่มันกำลังจ้องมองอยู่นั้น มีรอยยิ้มของผมที่ฉายชัดอยู่บนใบหน้าอย่างชัดเจน

 

“ถ้าคนมันหล่อถ่ายมุมไหนมันก็หล่อ แต่มันจะหล่อมากถ้ามึงหันหลังให้กูถ่ายภาพมึงว่ะต่อ...”

 

“ไอ้หิน นี่เห็นแก่ความเป็นเพื่อนหรอกนะ ไม่อย่างนั้นกูถีบแม่งคว่ำ...” มันพูดขึ้นมาเหมือนตอกย้ำสถานะว่าเราเป็นแค่เพื่อนกันเท่านั้น ผมระบายลมหายใจน้อยๆ แล้วยิ้มให้มัน

 

“หล่อครับมึงหล่อ ถ่ายออกมามุมไหนก็หล่อครับ ว่าแต่เรามาถ่ายรูปคู่กันหน่อยดิ...” ผมเดินเข้าไปหามันแล้วกอดคอมัน เปลี่ยนจากกล้องโปรมาเป็นกล้องมือถือ ล็อคคอมันเข้ามาใกล้ๆ แล้วส่งยิ้มให้กับหน้อจอไอโฟนที่โชว์หน้าของเราทั้งสองคนอยู่อย่างเด่นชัด

 

“ขยับหน้ามาดิวะหิน หน้ามึงหายไปเกือบครึ่ง กูหน้าบานหรือว่าอะไรวะ” มันจะรู้รึเปล่าว่าการที่มันขยับหน้ามาจนแทบจะแนบหน้าผมแบบนี้ มันยิ่งทำให้ผมรู้สึกกับมันมากยิ่งขึ้น ผมมองดูรอยยิ้มของตนเองที่มันเป็นรอยยิ้มที่ผมคิดว่าน่าจะออกมาจากหัวใจของผมพร้อมกับกดถ่ายภาพเก็บเอาไว้

 

“กูว่ากูหล่อกว่ามึงว่ะ” มันยักคิ้วให้แล้วเดินนำผมไปตามริมชายหาด ผมมองไปทางด้านหลังเห็นน้องๆ เดินกันอยู่หลายคนเหมือนกัน มีการโบกไม้โบกมือให้กับผมโดยเฉพาะยัยลูกแก้วที่ดูท่าทางจะร่าเริงมากเหลือเกิน

 

ลูกแก้วไม่ได้วิ่งมาหาผม น้องผมรู้ดีว่าผมรู้สึกอย่างไร เราสองคนพี่น้องไม่เคยมีความลับต่อกัน ผมรักใครชอบใครลูกแก้วก็รู้และไม่คิดจะหักห้ามหรือว่าเข้ามายุ่งวุ่นวายอะไรกับความรู้สึกของผม

 

“กูอยากมาดูพระอาทิตย์ตอนเช้าว่ะ มึงมาเป็นเพื่อนกูนะไอ้หิน ไอ้ต็อปแม่งคงไม่มีทางตื่นแน่ๆ” มันหันมาชวนผมพร้อมกับยกมือขึ้นมากอดคอผมเดินไปตามทาง มันมอบความสนิทสนมให้กับผมเหมือนที่มันมีให้กับเพื่อนๆ ทุกๆ คน

 

“เออ!! เดี๋ยวกูมาเป็นเพื่อนมึงเอง มึงอยากไปไหนมาไหนเรียกกูได้ตลอดนะ...กูพร้อมจะไปกับมึงทุกที่” ผมยิ้มให้กับมันแล้วเกาะไหล่มันพร้อมกับเดินเคียงกันไปตามชายหาดท่ามกลางความเงียบสงบที่มีเพียงเราแค่สองคนเท่านั้น

 

ถ้าจะบอกว่านี่คือช่วงเวลาที่ดีที่สุดเท่าที่ผมเคยมีร่วมกับมันเลยก็ว่าได้

 

..........100%..........

 

PS. รณรงค์ให้คนอ่านยุ่งนัก ที่เล่นทวิตเตอร์ เวลาที่พูดถึงเรื่องยุ่งนัก รบกวนติดแท็ก #ยุ่งนัก ด้วยนะคะ เกรทจะตามไปส่องค่ะ ><

 

จริงๆ แล้วฮะเกาก็น่าสงสารนะ เค้าก็ไม่ได้ผิดอะไร ความรักมันบังคับกันไม่ได้ มันต้องใช้เวลาในการเยียวยารักษา เค้าเพียงแต่อยากจะเก็บเกี่ยวช่วงเวลาที่เค้าคิดว่ามันคงไม่มีง่ายๆ แบบนี้เอาไว้ ก็เท่านั้นเอง

เอาเป็นว่าเจอกันตอนหน้าค่า ^^

 

 


 

แปะๆ คนหล่อผู้น่าสงสารของเรา


 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 44 ครั้ง

15,978 ความคิดเห็น

  1. #15885 Naruthaik1972 (@Naruthaik1972) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 18 กันยายน 2560 / 19:46
    เข้าใจนะว่าป้ากับเมารักเพื่อน แต่การยุเพื่อนให้จีบคนที่มีแฟนแล้วมันยังงัยอยู่นะ ถ้ามีคนมาจีบแฟนป้ากับเมาบ้าง จะทำยังงัยยยยยยย
    #15885
    0
  2. #15849 นายแมวน้ำ (@watmaka) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 18 เมษายน 2560 / 01:56
    งื้อ หินนนนนนนนนนนนนน
    #15849
    0
  3. #15770 wcmychalie16 (@wcmychalie16) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 12 มีนาคม 2559 / 15:45
    น่าสงสารลูกหินจุง????
    #15770
    0
  4. #15755 lufian (@ployykp) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2559 / 08:39
    แงงงงงง ลูกหิน
    #15755
    0
  5. #15619 G'gifuto (@-gift-beautiful-) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2558 / 18:26
    สงสารฮะเก๋า โมเมนต์นี้คือเจ็บสุดจริงๆ...

    โอ๋เอ๋ๆ อย่าเศร้านะฮะเก๋า เข้มแข็งนะ #กลั้นสะอื้น
    #15619
    0
  6. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  7. #15541 mameaw27 (@dek-dmameaw) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 25 เมษายน 2558 / 12:58
    โมเม้นท์แอบรักเพื่อนนี่เจ็บสุดๆ
    #15541
    0
  8. #15414 P.Secret (@future-cartoon) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 14 มกราคม 2558 / 22:56
    โห่ เก๋าของเจ้
    ไฉนแกเศร้าเช่นนี้ล่ะ
    หาคู่ให้นางเก๋าที
    #15414
    0
  9. #15229 Taeisme (@tsaijam) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 28 กันยายน 2557 / 17:28
    งื้อออ น้ำปั่นน่ารักกกกก
    #15229
    0
  10. #15113 ploylybbs (@ploylybbs) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 20 กันยายน 2557 / 02:23
    สงสารลูกหินนนนน T^T
    #15113
    0
  11. #15058 qwert (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 19 กันยายน 2557 / 01:25
    ออโม๊ะ !!! รูปหล่อ 5555
    #15058
    0
  12. #14576 aoypchy (@aoypchy) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2557 / 10:04
    สงสารลูกหินน ทรมานไหมม ฮรืออออ~ :(
    #14576
    0
  13. #14450 mitake (@voldermore) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2557 / 13:47
    ลูกหินนนนนนนน มาพักใจกับเค้าก็ได้น้าาา -0-~~
    #14450
    0
  14. #14244 kelovelove (@kekailove) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2557 / 15:15
    สงสารฮะเก๋า ฮะเก๋านี่สุดท้ายก็ไม่มีคู่ของตัวเองใช่มั้ยอ่ะ
    #14244
    0
  15. #14220 nutzecs (@nutzecs) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2557 / 11:09
    เจ่ละอยากจะไปอยู่ในกลุ่มสินกำ ฮอลลลล =///=
    #14220
    0
  16. #14194 After (@snowtoy_prince) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2557 / 01:42
    นี่มันตอนโรแม๊นนนระหว่างต๊อบกับต่อนี่หน่าาาาาาาา
    #14194
    0
  17. #13977 JENNYHA (@jennyha) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 27 เมษายน 2557 / 20:04
    สงสารฮะเก๋าาา TT
    #13977
    0
  18. #13730 Nananie (@nananie) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 17 เมษายน 2557 / 21:33
    หาคู่ให้หินนที ~ ปรีสสส แงง
    #13730
    0
  19. #13381 aum sk (@aum-2009) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 3 เมษายน 2557 / 12:48
    ฮะเก๋า ได้โปรดมาซบอกป้าาา
    #13381
    0
  20. #13120 Hiro Hiro Shi (@hiroshi1234) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 20 มีนาคม 2557 / 16:17
    อ่านชื่อตอนแล้วความคิดนี้ก็เด้งขึ้นมา "ฮะ!!ฮาคาโอะ ใคร(วะ) เรื่องนี้มีคนชื่อนี้ด้วยเรอะ ที่ไหนได้กลับมาอ่านอีกที อ่าว ฮะเก๋านี่หว่า มั่วแล้วเรา" ฮ่าๆๆ ดูนิเมะมากเลยติดอ่านชื่อแบบยุ่นเลย
    #13120
    0
  21. วันที่ 12 มกราคม 2557 / 18:12
    โอ้ย สงสารฮะเก๋าอะ
    #12515
    0
  22. #11376 iNam2pm (@imhottest) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2556 / 22:51
    เศร้าาาาาาาาาาา T^T
    #11376
    0
  23. #11284 LooknamTK (@looknamjaa) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2556 / 02:43
    เอ่ออออออออ สงสาร -3-
    #11284
    0
  24. #11213 Mysterious (@World27) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2556 / 06:03
    ยิ่งอ่านพาทหินแล้วยิ่งอยากจะร้องไห้

    เหมือนอ่านชีวิตตัวเองอยู่เลย ฮือๆ
    #11213
    0
  25. #10172 SuJuHanHyuk (@loveloveyaoi) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2556 / 00:08
    ฮะเก๋าน่าสงสาร แอบรักมาก็นานสุท้ายโดนอิพีี่่พายแย่งไปกิน
    #10172
    0