OK!! I love U ♥ ยุ่งนัก...กูรักมึงก็ได้ [Yaoi][Boy's love]

ตอนที่ 23 : ☆OK! I love U ★... 17. ระเบิด

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 18,782
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 74 ครั้ง
    3 ส.ค. 56

 


           
17. ระเบิด

 

ช่วงชีวิตตอนนี้ของผมจะว่ามันเข้าที่เข้าทางก็ว่าได้ หรือจะพูดแบบเข้าใจง่ายๆ มากกว่านั้นก็คือผมปลงตกและจำใจยอมรับกับสิ่งที่มันเป็นอยู่ในขณะนี้ได้แล้ว ทั้งเรื่องที่ผมต้องยอมทนทำตามใจไอ้พี่พายทุกอย่าง ทั้งเรื่องที่ต้องพยายามตั้งรับกับความงี่เง่าเอาแต่ใจของมัน

 

ก็ถ้าทำใจให้เย็นได้ เดี๋ยวทุกอย่างมันก็จะผ่านพ้นไปด้วยดีเองนั่นแหล่ะครับ

 

“ต่อ!! เห็นกางเกงตัวใหม่ที่กูเพิ่งซื้อมาเปล่าวะ” พี่พายมันนุ่งผ้าเช็ดตัวพันท่อนล่างเอาไว้แบบต่ำๆ มันคิดว่าหุ่นมันเท่มาก เฟิร์มมาก หรือไงก็ไม่รู้ ชอบนุ่งผ้าแบบนี้แล้วเดินมันไปทั่วทั้งห้องนอนนั่นแหล่ะครับ

 

“ไอ้ที่ว่าซื้อมาใหม่เนี่ยมันเป็นสิบตัวเลยว่ะพี่พาย ก็อยู่ในตู้นั่นแหล่ะไม่น่าถาม ไปรื้อหาเอาเองเลยไป” ผมนอนกระดิกเท้าอยู่บนโซฟาเพื่อดูหนังเรื่องใหม่ที่แวะซื้อมาเมื่อวันก่อน นานๆ จะได้ว่างกับเค้าบ้างขอกูพักบ้างอะไรบ้างเหอะ

 

“ทำหน้าที่แฟนที่ดีหน่อยดิวะต่อ มึงมาหากางเกงให้กูเร็วๆ มึงเอาไปเก็บไว้ตรงไหนก็ไม่รู้ กูหาไม่เจอ” วันนี้พี่พายมันไม่ได้ใช้น้ำเสียงเจ้าอารมณ์หรือว่าเอาแต่ใจอะไร ยังอยู่ในสภาวะอารมณ์ปกติอยู่

 

“วุ่นวายอะไรนักหนาวะพี่พาย มึงจะออกไปข้างนอกรึไงถึงได้ถามหากางเกงขายาวน่ะ” ผมไม่ได้อยากรู้หรอกนะครับว่ามันจะไปไหนมาไหน แค่สงสัยเท่านั้นเองว่ามันจะไปไหน แบบไม่ได้อยากรู้แค่สงสัย...หรือมันจะความหมายเดียวกันวะ

 

“นัดกินข้าวกับสาว...” มันกระซิบเบาๆ ที่หูของผม แม่งชอบเข้าทางด้านหลังเนอะมึงน่ะ บ่งบอกถึงรสนิยมมึงสุดๆ เลยไอ้พี่พาย ผมไม่อยากจะต่อล้อต่อเถียงอะไรกับมันมากมาย ผมแหวกตู้เสื้อผ้ามันจนยุ่ง ซึ่งปกติแล้วมันไม่ใช่นิสัยของผมเลยนะที่ทำอะไรแบบใส่อารมณ์แบบนี้

 

ไม่รู้ทำไมอยู่ดีๆ ก็รู้สึกหงุดหงิด...

 

“เอ้า!! อยู่ตรงนี้ไง อยากใส่ตัวไหนก็หยิบเอา หรือจะใส่แม่งทุกตัวเลยก็เรื่องของมึง” ผมหันมาเผชิญหน้ากับไอ้คนที่มันยืนประชิดผมจากทางด้านหลัง ผมจ้องมองสบตากับพี่พายด้วยความรู้สึกหงุดหงิด ทำไมมันต้องหล่อวะกูอยากรู้ เบื่อจะมองหน้ามึงจริงๆ วันนี้

 

“อารมณเสียอะไรวะต่อ” พี่พายเอียงคอมองหน้าผม มันเช็ดผมตัวเองไปมา เนื้อตัวยังพร่างพราวไปด้วยหยดน้ำที่ไหลลู่ลงมาจากเส้นผมดำขลับ ถามกูว่าอารมณ์เสียเรื่องอะไร...กูก็ตอบไม่ได้เหมือนกันว่าเรื่องอะไรพอใจมั้ย

 

“ไม่ได้อารมณ์เสีย แล้วก็ช่วยหลบด้วยกูจะไปดูหนัง” ผมใช้ไหล่ตนเองกระแทกไหล่มันให้หลบ ก่อนที่จะเดินออกมาจากห้องนอนแล้วทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาเพื่อที่จะดูหนังต่อให้สบายใจ

 

แต่ยังไงๆ ก็ไม่รู้สึกว่าอาการหงุดหงิดมันจะหายสักทีเว้ย เป็นอะไรวะต่อ ดีซะอีกที่วันนี้พี่พายมันจะไม่อยู่จะได้อยู่คนเดียวไม่มีคนมาคอยกวนประสาทแบบนี้ แล้วยังจะมานั่งอารมณ์เสียเรื่องอะไรของมึงอีก

 

“หึงกูหรอวะ...แค่ไปกินข้าวกับกิ๊กเก่าเองมึง อยู่ดีๆ ก็คิดถึง...”

 

“เรื่องของมึงดิพี่พาย จะไปกินข้าวกับกิ๊กเก่า กิ๊กใหม่ หรือใครก็ช่าง กูถามสักคำรึยังวะ” ผมเร่งเสียงทีวีให้มันดังกว่าเดิม ให้มันกลบเสียงไอ้พี่พายที่มันพูดอะไรก็ไม่รู้ไม่อยากจะใส่ใจ จะไปไหนมาไหนก็ช่างเพราะผมไม่สนใจอะไรอยู่แล้ว ผมไม่ใช่มันนี่ที่เอะอะก็ทั้งซักทั้งถามสารพัดจนน่ารำคาญใจ

 

“บอกกูทำไม กูไม่ได้อยากรู้สักหน่อย” ผมคว้าหมอนอิงมากอดแล้วเกยคางลงบนหมอนนั่งมองดูหนังแอ็คชั่นที่ชอบแสนชอบ แต่วันนี้แม่งกลับไม่สนุกเหมือนอย่างที่เคยดู ทำไมมันเป็นแบบนี้วะ ตอนที่ไปดูในโรงกับไอ้ต็อปมันยังสนุกอยู่เลยนี่หว่า

 

“วุ้ย!! หงุดหงิดหนังแม่งไม่หนุกเลย” ผมนั่งดูตัวละครที่วิ่งไล่ยิงกันแล้วผมอยากจะจินตนาการให้เป็นตัวเองที่ไล่ฆ่าไอ้พี่พายให้มันตายคามือ มันนี่แหล่ะตัวต้นเหตุของความหงุดหงิดทั้งหมดที่ผมเป็นอยู่

 

ยอมรับก็ได้ว่าหงุดหงิดและไม่ชอบใจที่มันจงใจแกล้งยั่วให้ผมหึง เออ!! กูหึงแล้วเนี่ย ไอ้ต่อมึงมันเป็นคนใจง่ายชอบใครเร็วแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ มึงดูจำเลยรักมากไปเปล่าวะ ไอ้พี่พายแม่งไม่ได้ดีเหวอะไรเลย ทั้งแกล้ง ทั้งกวนตีนสารพัด มึงก็ยังจะไปชอบมันอีกเนอะ

 

“กูเกลียดตัวเองฉิบหาย” ผมซุกหน้าลงบนหมอนอิงใบโตแล้วหลับตานิ่ง คิดไม่ตก คิดเท่าไหร่แม่งก็คิดไม่ตก ผมเริ่มเกลียดตัวเองแล้วจริงๆ ตอนนี้ ไปรู้สึกแบบนั้นกับคนอย่างไอ้พี่พายมันทำอะไร แล้วดูเอาเถอะว่ามันทำยังไง มีหน้ามาบอกอีกว่าจะไปกินข้าวกับกิ๊กเก่า ช่างมึงประไรกูไม่แคร์หรอกเว้ย

 

ผมลุกขึ้นไปปิดหนังเพราะว่าไม่มีอารมณ์จะดูแม่งแล้วจริงๆ ก่อนที่จะเดินออกไปที่ระเบียงแล้วเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าที่วันนี้ดูอึมครึมยังไงก็ไม่รู้ มันไม่สดใสเหมือนความรู้สึกของผมที่เป็นอยู่ในตอนนี้เลยแฮะ

 

“ไปบ้านเสบียงดีกว่ามั้ยวะ หรือว่ากลับไปนอนเล่นที่บ้านดี หรือโทรหาไอ้ต็อปชวนมันออกไปหาอะไรแดกดี...” เหมือนมีทางเลือกเยอะแยะเลยนะครับ แต่เอาเข้าจริงๆ แล้วผมเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะไปไหนดี เพราะรถของผมยังไม่เสร็จสักทีนี่แหล่ะที่ทำให้ผมรู้สึกหงุดหงิดจะไปไหนมาไหนแต่ละทีต้องพึ่งพาคนรอบข้าง

 

พวกมันก็เต็มใจที่จะให้พึ่งพาอยู่หรอกครับ โดยเฉพาะไอ้ต็อปที่เรียกเมื่อไหร่มันก็มา นอกเสียจากว่ามันจะติดธุระจริงๆ แต่ผมก็เกรงใจพวกมันเหมือนกัน เลยอยากได้รถคืนมาเร็วๆ ไม่ต้องมาติดแหงกอยู่กับไอ้พี่พายให้มันเสียสุขภาพจิตแบบนี้

 

ถ้าผมย้ายออกไปอยู่คนเดียวตอนนี้ อยู่ห่างๆ จากไอ้พี่พายมันสักระยะ ผมจะกลับไปเป็นผมคนเดิมได้รึเปล่านะ จะดันมันออกจากความรู้สึกนึกคิดได้รึเปล่า ผมไม่ชอบเลยที่ไม่ว่าจะทำอะไรผมก็เอาแต่นึกถึงมันไปหมดแบบนี้ เหมือนว่ามันเข้ามามีอิทธิพลกับชีวิตของผมมากเกินไป

 

“แม่ครับ...คิดถึง วันนี้ต่อว่างเดี๋ยวไปหาแม่ที่บ้านเสบียงนะ...ไปคนเดียว มันไม่ว่าง ไม่รู้เหมือนกันครับ ใจคอแม่จะไม่ถามหน่อยหรอว่าต่อเป็นไงบ้าง อยู่ยังไง อยากกลับบ้านมั้ย...” ผมสะดุ้งเพราะถูกสวมกอดจากทางด้านหลัง ผมพยายามแกะมือมันออกแต่ก็โวยวายอะไรไม่ได้เพราะว่ากำลังติดสายกับแม่อยู่

 

“กูไปก่อนนะ” มันกระซิบเบาๆ แล้วผละออกไปทันที มันไม่ได้เกาะแกะ ไม่ได้พยายามซุกไซร้ผมเหมือนอย่างทุกครั้ง ผมมองตามไปเห็นแผ่นหลังมันไกลออกไปเรื่อยๆ รู้สึกแปลกๆ ยังไงก็ไม่รู้ ที่คนแบบมันไม่พยายามหาทางเอาเปรียบผม

 

“ฮะ...ฟังอยู่ครับแม่ คืนนี้ต่อกลับไปนอนบ้านนะ ก็คิดถึงแม่นี่นา กลับไปนอนบ้านสักคืนมันคงไม่ทำให้ต่อซวยมากไปกว่านี้หรอก...” ผมเดินเข้ามาในห้อง กุญแจรถของไอ้พี่พายมันหายไปแล้ว ตัวมันเองก็ไม่อยู่ในห้องแล้วเหมือนกัน...เงียบดีว่ะ

 

“แค่นี้นะแม่ เย็นนี้เจอกันครับ” ผมตัดบทสนทนากับแม่แล้วทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟา วันนี้มันแปลกๆ ยังไงก็ไม่รู้เว้ย ทั้งๆ ที่น่าจะดีที่ไอ้พี่พายมันไม่อยู่กวนตีนให้หงุดหงิดใจ แต่ทำไมมันกลับยิ่งรู้สึกหงุดหงิดมากกว่าทุกครั้งกันวะ

 

“เฮ้อ!! อาการหนักแล้วกู” ผมว่าผมบ้าไปแล้วหล่ะ เห็นทีคงต้องไปหาอะไรทำให้มันหายฟุ้งซ่านแล้วมั้งเนี่ย อยากออกไปเดินเที่ยวแต่ก็ไม่อยากออกไป...อย่างงกับผมเลยครับ บอกตามตรงว่าตอนนี้ผมเองก็งงกับตัวเองอยู่เหมือนกัน

 

Rrrrrrr

 

“แม่ง!! ตกใจหมด” มือถือดังขึ้นมาทีสะดุ้งจนตัวโยนเลยกู ผมหันไปคว้ามือถือมาดูเป็นเบอร์ของไอ้หินที่โชว์หราอยู่บนหน้าจอ เออเหมือนมันรู้เลยว่าผมกำลังอยากจะคุยกับใครสักคน

 

“ว่าไงมึง” ผมทิ้งตัวลงนอนแล้วกรอกเสียงไปแบบเซ็งๆ

 

[เป็นอะไรวะต่อ เสียงมึงไม่เอ็นจอยกับทุกสิ่งทุกอย่างแบบสุดๆ เลยว่ะ]

 

“กูเซ็งๆ ว่ะ วันนี้อยู่ห้องไม่ได้ออกไปไหน” มองไปรอบๆ ห้องแล้วรู้สึกว่ามันเงียบแบบแปลกๆ ทั้งๆ ที่เคยอยู่บ้านคนเดียวบ่อยๆ ก็ไม่รู้สึกว่ามันเงียบหรือว่าเหงาอะไรแบบนี้

 

แล้วทำไมแค่ไอ้พี่พายมันทิ้งออกไปหากิ๊กมัน...ต้องรู้สึกแบบนี้ด้วยวะ หงุดหงิดเว้ย!!!

 

[ออกไปหาอะไรกินกันมั้ยมึง กูหิวข้าวฉิบหาย ลูกแก้วก็ออกไปเรียนพิเศษ...]

 

“ไป!!” ผมตอบแบบไม่คิดเลยครับ เพราะว่ากำลังหาเหยื่อมารับผมอยู่พอดี วันนี้อากาศไม่น่าไว้ใจกลัวว่าฝนจะตก แล้วการขึ้นรถประจำทางขณะที่ฝนตกไปด้วยเนี่ย มันไม่ได้น่าพิสมัยอะไรเลย

 

[ไม่คิดหน่อยหรอวะมึง...แต่ก็ดี!! เดี๋ยวกูไปรับแล้วกันแต่มื้อนี้มึงเลี้ยงนะ]

 

“เออๆ ไอ้ขี้งก รีบๆ มารับกูเร็วๆ เหอะที่คอนโด...” ผมบอกชื่อคอนโดของไอ้พี่พายแล้วกดวางสายไป มันไปได้ ผมก็ไปได้เหมือนกันดิ เรื่องอะไรจะต้องทำเหมือนว่าตัวเองถูกทิ้งเอาไว้แล้วให้มันออกไปเสพสุขอยู่ฝ่ายเดียว

 

“กูรู้อยู่แล้วหล่ะว่าคนแบบมึงน่ะไม่มีทางทิ้งสันดานเลวๆ ได้หรอก” สำคัญตัวเองผิดไปแล้วไอ้ต่อ มึงก็น่าจะรู้ว่าคนแบบนั้นมันจะรักใครจริง มันรักแค่ตัวมันเองเท่านั้นแหล่ะ เป็นไงล่ะพอมึงไม่เล่นด้วย ไม่ยอมมันมันก็ออกลายกลับไปหากิ๊กหากั๊กของมันเหมือนเดิม

 

“ดราม่าอะไรวะต่อ ไปๆ อาบน้ำแต่งตัวหล่อๆ ออกไปม่อสาวดีกว่า” ผมสลัดความคิดฟุ้งซ่านออกไปซะ ก่อนที่ผมจะรู้สึกว่าตัวเองดูน่าสมเพชและไร้ทางเลือกของชีวิตมากขนาดนั้น

..........

 

 

 

ตอนนี้ผมกับไอ้หินนั่งอยู่ที่เอ็มเคเพราะว่าไอ้หินมันอยากกิน ผมยังไงก็ได้ กินอะไรก็ได้เหมือนกันนั่นแหล่ะครับ เพราะว่าผมไม่ใช่คนเรื่องมากอะไร อีกอย่างบอกตามตรงเลยว่าไม่ได้รู้สึกอยากกินอะไรเป็นพิเศษ อารมณ์ไม่สุนทรีย์มากขนาดนั้น

 

“ทะเลาะกับ...ใครมารึเปล่าวะมึง” ไอ้หินเงยหน้าขึ้นมามองหน้าผม ก่อนที่จะหันไปสั่งรายการที่มันอยากกิน ผมยักไหล่น้อยๆ ไม่ได้ตอบอะไรมัน เรื่องอาหารให้มันจัดการไปทั้งหมดนั่นแหล่ะครับ ผมก็แค่นั่งจิบน้ำแล้วมองไปเรื่อยเปื่อยก็เท่านั้นเอง

 

“ไม่อยากพูดก็ไม่เป็นไร แต่ทำหน้าตาให้มันเอ็นจอยกับชีวิตหน่อยดิวะมึง ทิ้งเรื่องทุกข์ใจเอาไว้ที่บ้าน เห็นมึงทำหน้าเหี่ยวแล้วกูเซ็งว่ะ” ไอ้หินมันเอื้อมมือมาตบหัวผมเบาๆ ผมเหล่ตามองมันอย่างรู้ทัน แม่งเนียนหลอกตบหัวผมเล่นอ่ะดิ
 

“มึงว่าคนเราจะชอบใครสักคนมันต้องมีเหตุผมมั้ยวะ” ผมไม่รู้ว่าผมคิดอะไรอยู่ถึงได้เอ่ยถามมันออกไปแบบนั้น ทั้งๆ ที่รู้ว่ามันอาจจะล้อเลียนกลับมาก็ได้ ไอ้หินมันส่งเมนูคืนให้พนักงานสาวที่มายืนยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ให้มันอยู่นานสองนาน

 

“กูไม่รู้นะว่าคนอื่นเค้ามีมุมมองยังไง แต่สำหรับกูน่ะ...ไม่มีเหตุผลอะไรถ้าใจกูอยากจะรัก” มันมองหน้าและสบตากับผมอย่างจริงจัง แบบเฮ้ยไม่ต้องจริงจังขนาดนั้นก็ได้ว่ะเพื่อน คือกูแค่ถามเพราะกูอยากรู้มุมมองของมึงเท่านั้นเอง มึงมีประเด็นอะไรรึเปล่าเนี่ย

 

“ไม่ต้องจริงจังขนาดนั้นก็ได้มึง กูแค่ถามเล่นๆ...”

 

“กูไม่ได้จริงจัง แค่กูรู้สึกแบบนั้นจริงๆ ถ้าเราจะชอบหรือว่ารักใครสักคน มันไม่จำเป็นต้องมีเหตุผลอะไร ไม่จำเป็นต้องกะเกณฑ์อะไร แค่มองสบตากันถ้ามันใช่ก็คือใช่ หรือว่าต้องห่างกันไปนานแสนนานแล้วกลับมาเจอกันอีกครั้ง ความรู้สึกที่เคยเกิดขึ้นมันก็ยังคงอยู่ไม่เคยจางหายไป...” มันยิ้มให้กับผม ผมยิ้มและส่ายหน้าเบาๆ แบบแซวๆ กับคำพูดที่ดูจริงจังของมัน แต่มันก็จริงอย่างที่ไอ้หินว่านั่นแหล่ะ ถ้าจะชอบใครสักคนมันไม่จำเป็นต้องมีเหตุผลอะไรหรอก ผมเจอมากับตัวเองแล้วนี่ไง

 

“มึงดูจริงจังกับเรื่องนี้นะหิน มีประเด็นอะไรในใจรึเปล่าวะ” ผมหัวเราะน้อยๆ กลบเกลื่อนความรู้สึกของตัวเองเอาไว้ พี่ปอกับแม่บอกว่าผมมีอะไรก็จะแสดงออกทางสีหน้าและแววตาจนหมด แม่งโคตรเป็นข้อเสียที่ทำให้ผมไม่สามารถแกล้งหรือว่าหลอกใครได้เลย

 

“กูเคยชอบใครคนนึงมากๆ ตอนแรกกูก็คิดว่ามันอาจจะไม่ใช่ แต่จนกระทั่งตอนนี้กูก็ยังชอบใครคนนั้นอยู่ ความรู้สึกมันบอกว่าแบบนั้น...” ผมจ้องหน้ามันอย่างตื่นเต้น อยากรู้ว่าใครคนนั้นของมันหน้าตาเป็นยังไง สวยมาก หรือว่าน่ารักมากมั้ย ไอ้หินมันก็หล่อถ้ามันมีแฟนมันคงชอบคนสวยๆ แน่ๆ

 

“แล้วเค้ารู้มั้ยวะว่ามึงชอบเค้า...”

 

“ไม่รู้หรอกกูไม่ได้บอก อีกอย่าง...อย่ารู้เลย” มันจิ้มและดันหน้าผากของผมให้ออกห่าง เพราะพนักงานจะเปิดฝาหม้อน้ำร้อนที่เดือดปุดๆ

 

“ทำไมไม่บอกวะมึงไม่เสียดายรึไงหรือว่ากลัวผิดหวัง แต่ถ้ากลัวผิดหวังแล้วไม่พูดออกไป มึงไม่เสียดายหรอถ้าเค้าดันใจตรงกับมึงขึ้นมา” เรื่องของคนอื่นนี่เสือกจังเลยนะครับต่อ เรื่องของมึงเนี่ยยังจัดการไม่ได้เลยด้วยซ้ำนะครับได้ข่าว

 

“กูว่ากูเสียเค้าไปแล้วว่ะ” มันยิ้มให้กับผม รอยยิ้มที่ดูเศร้าๆ ผมถอนหายใจเบาๆ แล้วเอื้อมมือไปตบบ่ามันสองสามทีอย่างเป็นกำลังใจให้

 

“เอาน่า...อย่าทำหน้าหมาหงอยแบบนั้น เชื่อเหอะว่าหล่อๆ แบบมึงน่ะเดี๋ยวก็มีสาวๆ เข้าคิวมาให้จีบไม่อั้น...” ผมหยิบหมูนุ่มมาจุ่มลงไปในถ้วยไข่ไก่ที่ตอกและตีเอาไว้ ก่อนที่จะหย่อนลงในหม้อ ไอ้หินมันก็จัดการใส่ผักลงไปจนหมดจาน

 

“ว่าแต่มึงเถอะที่ถามมาเนี่ย แอบชอบใครวะ...” ผมสะดุ้งเล็กน้อย เหมือนว่าทำความผิดอะไรแล้วถูกจับได้

 

“กูโดนหักอกมาแล้วเหอะ วันที่โดนทุบรถนั่นไง ตอนนี้กูไม่รู้สึกอะไรกับใครเป็นพิเศษหรอก...” ผมไม่ได้มองหน้าหรือว่าสบตามัน เพราะถ้าอย่างนั้นมันอาจจะอ่านสายตาผมออกว่าผมกำลังโกหก ผมไม่ได้รู้สึกนึกคิดหรืออะไรกับดานี่อีกแล้ว เจอหน้ากันยังไม่รู้สึกอะไรเลยด้วยซ้ำ ทั้งๆ ที่ช่วงแรกๆ รู้สึกหน้าชาและไม่อยากเจอหน้าเธอเอาเสียเลย

 

“ไม่เอาๆ เลิกคุยเหอะกูหิวจะตายแล้วเนี่ย” ผมรีบเปลี่ยนเรื่องไปซะก่อน ก่อนที่จะยิ่งคุยยิ่งรู้สึกเฟลมากไปกว่าเดิม ผมนั่งรอเวลาที่ผักและเนื้อสัตว์สุกพร้อมที่จะโกยเข้าปาก เลยกวาดสายตามองไปทั่ว ที่นั่งที่เราสองคนนั่งอยู่นั้นมันติดกระจกและสามารถมองไปยังด้านนอกได้

 

ความจริงผมไม่ชอบที่นั่งที่มันติดกระจกเลยจริงๆ นะ มันเหมือนว่าเราเป็นตัวอะไรสักอย่างที่คนเดินผ่านไปผ่านมาแล้วต้องมอง อารมณ์เหมือนเวลาที่เราไปเดินเที่ยวสวนสัตว์อ่ะ เวลาที่เรามองมันนั่งกินนั่นกินนี่ ผมรู้สึกแบบนั้นจริงๆ

 

ดูเหมือนว่าความบังเอิญจะเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตผมพอๆ กับไอ้ความซวยเลยมั้ง ผมมองเห็นไอ้คนที่มันบอกว่าจะออกมากินข้าวกับกิ๊ก มันเดินผ่านร้านไปข้างๆ มันมีผู้หญิงคนหนึ่งที่แต่งตัวออกแนวเซ็กซี่และหุ่นดีเอามากๆ เดินเคียงไปด้วยกัน

 

เคร้ง!!

 

“เป็นอะไรวะต่อ” ผมทำช้อนกับตะเกียบที่ถือคามืออยู่ร่วงลงบนพื้น สายตาผมมองตามไอ้พี่พายที่เดินเลี้ยวไปตรงมุมจนลับสายตา จนไม่สามารถมองตามไปได้ ถ้าผมมองไม่ผิดมันเดินกอดคอผู้หญิงคนนั้นผ่านไป ทั้งสองคนคุยและส่งยิ้มให้กัน ซึ่งพี่พายมันไม่ใช่คนที่จะยิ้มบ่อยอะไรเท่าไหร่นัก

 

ทำไมผมรู้สึกมือชา รู้สึกวูบๆ แปลกๆ รู้สึกว่าหัวใจมันกระตุกอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

 

“โทษทีว่ะ อยู่ดีๆ มือก็ชายังไงไม่รู้” ไอ้หินมันเรียกพนักงานเอาช้อนกับตะเกียบมาเปลี่ยนให้ผม ผมสูดลมหายใจเข้าลึกๆ พยายามดึงความคิดและสติกลับมา เรื่องของไอ้พี่พายมันปะไร  ช่างมันปะไร มันจะไปไหนมาไหนหรือว่าทำอะไรก็เรื่องของมันเหอะ ดีซะอีกถ้ามันจะกลับไปเป็นมันคนเดิม ผมเองจะได้มีชีวิตและอิสรภาพเหมือนเก่าที่เคยเป็นมา

 

“สงสัยมึงคงจะหิวจนหมดแรงมั้ง เอ้าๆ กินซะ” ไอ้หินจัดการตักหมูนุ่ม ลูกชิ้นต่างๆ ตับลวกสุก และสารพันอาหารใส่ในถ้วยเล็กๆ ของผมจนพูน ผมคีบกินทั้งๆ ที่มันร้อนจนมันลวกปากเจ็บไปหมด

 

“โอย!! แม่งร้อนนรก” สาบานได้ว่าสติกูกลับมาทันทีเลยครับ ลิ้นพองแล้วมั้งเนี่ยไอ้ต่อ มึงมัวแต่คิดอะไรอยู่วะ ร้อนขนาดนี้กินเข้าไปได้ไงไม่เป่า งี่เง่ามากกู

 

“เอ้าน้ำ...มึงเหม่ออะไรวะต่อเดี๋ยวลิ้นก็พองหรอก ดีแค่ไหนแล้วที่ไม่ทำน้ำร้อนหกราดตัวเองน่ะ” ไอ้หินมึงอย่าดุสิไอ้ มึงทำให้กูนึกถึงใครบางคนนะเว้ย

 

“กูไม่ได้เหม่อซะหน่อย แค่คิดอะไรเรื่อยเปื่อยเท่านั้นเอง” ผมดื่มน้ำทีเดียวหมดแก้ว แล้วคีบหมูขึ้นมาเป่าๆ โชว์เลยว่าเป่าเป็นนะเว้ยแค่เมื่อกี้ลืมเฉยๆ เท่านั้นเอง

 

“ถ้ามึงรู้ว่าทำอะไรแล้วตัวเองจะเจ็บ...ก็อย่าฝืนทำมันนะ” เอ่อ...เหมือนผมจะงงเบาๆ กับสิ่งที่ไอ้หินมันพูด แต่ก็เอาเถอะ มันคงหมายถึงว่าให้ผมทำอะไรแบบระมัดระวังตัวล่ะมั้ง

 

“กูดูเหมือนคนอ่อนแอหรอวะหิน อีกอย่างกูสูงพอๆ กับมึง แถมยังแก่กว่ามึงปีนึงเลยนะเว้ย กูไม่ได้อ่อนแอบอบบางอะไรขนาดนั้น” ผมยักคิ้วให้กับมัน ทำให้มันคิดว่าผมไม่ได้เป็นอะไร มันจะได้ไม่ต้องทำหน้าตาเครียดและดุใส่ผมแบบนี้

 

“เรื่องบางเรื่องเค้าไม่ได้วัดกันที่อายุหรือว่าความสูงหรอกต่อ เค้าวัดกันที่ใจ...” วันนี้มันวันอะไรวะเนี่ย ไอ้คนที่เคยกวนตีนกวนประสาทผมอย่างไอ้หินดูจริงจังมากจนน่าแปลกใจ ส่วนไอ้คนที่ไม่ยอมปล่อยให้ผมห่างเกินสิบนาทีกลับทิ้งผมเอาไว้ที่ห้อง ไม่โทรมาเช็คเลยสักสายเดียว

 

นี่มันคือวันส้นตีนอะไร ทำไมหัวใจกูถึงได้ห่อเหี่ยวและสับสนมากมายขนาดนี้

 

“ลูกหิน...มึงเป็นอะไรรึเปล่าวะท่าทางมึงแปลกๆ ไปนะวันนี้” ว่าจะไม่แล้วนะครับ ว่าจะไม่ถามออกไปแล้วนะเว้ย แต่ก็อดไม่ได้จริงๆ นิสัยที่แก้ไม่หายของผมนี่มันคล้ายๆ กับอาการอยากรู้อยากเห็นเรื่องชาวบ้านรึเปล่าวะ แต่ที่ถามออกไปเนี่ยก็เพราะว่าเป็นห่วงมันนะครับ ท่าทางมันดูซึมๆ แปลกๆ ไม่กวนส้นตีนเหมือนทุกครั้งเลย

 

“เปล่านี่!! กูไม่ได้เป็นอะไรสักหน่อย มึงเองนั่นแหล่ะเป็นอะไรเอาแต่เหม่อ...”

 

“กูไม่ได้เป็นอะไร มึงนั่นแหล่ะที่เป็น...” โบ้ยครับโบ้ย เรื่องอะไรกูจะต้องยอมรับว่ากูเป็นอะไร

 

“ตกลงปกติทั้งคู่เหอะ แดกๆ เข้าไปตั้งเยอะตั้งแยะเนี่ย กินไม่หมดห้ามลุกออกจากร้านนะมึง...” ไอ้หินมันทั้งตักทั้งคีบเนื้อและผักสารพัดสารพันเห็ดมาใส่ถ้วยให้ผมแบบยัดเยียด มึงอย่าคิดนะเว้ยว่ากูแดกไม่หมดอ่ะ แล้วมึงจะรู้สึกว่าคิดผิดที่มาเล่นกับคนแบบกู

 

 

 

และแล้ว...และแล้ว...และแล้ว...มึงจะและแล้วอีกนานมั้ยไอ้ต่อ ไอ้บ้านี่...ไม่มีอะไรครับผมกำลังด่าตัวเองอยู่ และแล้วทุกอย่างในหม้อก็เกลี้ยงและหายวับลงไปในท้องของผมกับไอ้หิน แต่จะว่าหมดเกลี้ยงทีเดียวก็ไม่ใช่เพราะว่ามันยังเหลือน้ำซุปกับเศษซากวิญญาณผักอีกเล็กน้อยเท่านั้น

 

“โคตรอิ่มเลยว่ะ” ผมตบท้องตัวเองเบาๆ การได้กินคือการได้ชาร์ตพลังงานและทำให้รู้สึกอารมณ์ดีมากขึ้น ผมว่าที่ผมรู้สึกหงุดหงิดเป็นเพราะว่าผมหิวนี่แหล่ะ ไม่ใช่เพราะสาเหตุก่อนหน้านี้ที่ผมสงสัยหรอก

 

“ถ้ามึงบอกว่ายังไม่อิ่มนี่กูก็ไม่รู้ว่าจะเอาอะไรให้มึงยัดแล้วนะต่อ แดกเข้าไปได้ยังไงตั้งขนาดนั้นวะมึง” ผมยิ้มและยักคิ้วให้กับมันด้วยความภาคภูมิใจ มันสมควรภูมิใจรึเปล่าอันนี้ผมไม่รู้ ผมรู้แค่ว่าผมภูมิใจอ่ะ...ใครจะทำไม หึๆ

 

“ก็มึงสั่งมาทำไมเยอะแยะวะหิน เสียเงินแล้วต้องกินให้มันคุ้มเว้ย แม่กูสอนมาว่าอย่ากินทิ้งกินขว้าง กูเชื่อที่แม่สั่งสอนไงเลยฟาดเรียบแบบไม่มีเหลือ อีกอย่างได้ข่าวกูจ่าย...” ผมหยิบกระเป๋าตังขึ้นมาเพื่อจะจ่ายเงิน ไอ้หินมันจัดการพับกระเป๋าของผมลงแล้วบอกให้ผมเก็บไป

 

“เดี๋ยวมื้อนี้กูเลี้ยงเองแล้วกัน แลกกับที่วันหลังกูจะไปถล่มที่บ้านเสบียงสักมื้อ...” เรื่องอะไรผมจะไม่เก็บกระเป๋าล่ะครับ มันเล่นสั่งมาเยอะขนาดนี้รับรองเลยว่าหลายตังแน่นอน มันอยากเลี้ยงเองนะครับผมไม่ได้บังคับ แล้วก็ไม่ได้งกอะไรด้วย แค่ไม่อยากขัดศรัทธาเพื่อนก็เท่านั้น

 

หลังจากที่กินกันอิ่มแล้ว ผมกับไอ้หินเดินวนดูของเพราะมันบอกว่าจะซื้อของให้ลูกแก้ว เชื่อมั้ยครับว่ามันลากผมเข้าร้านขายตุ๊กตาที่แบบว่ามันเต็มไปด้วยตุ๊กตาล้านแปดพันเก้า แต่มันก็ไม่น่าแปลกหรอกเนอะเพราะว่ามันเป็นร้านขายตุ๊กตา มันก็ต้องมีตุ๊กตาสิ

 

“มึงว่าลูกแก้วจะชอบไอ้นี่มั้ยวะ” ไอ้หินหยิบตุ๊กตากระต่ายน้อยเมโลดี้แสนคิกขุตัวกำลังกอดขึ้นมายื่นให้ผมดู เออมันก็น่ารักดีแหล่ะมั้งถ้าเป็นมุมมองของเด็กผู้หญิงอ่ะนะ ผมเฉยๆ เพราะไม่ได้คลั่งไคล้ตุ๊กตาหรือว่าอะไรเป็นพิเศษเท่าไหร่

 

“ก็น่ารักดี ลูกแก้วชอบกระต่ายหรอวะ...” ไอ้หินมันส่ายหน้าแล้ววางตุ๊กตาลงบนชั้นตามเดิม

 

“ลูกแก้วชอบตุ๊กตาหมี...” ผมมองหน้าไอ้หินทันที มองหน้ามันแบบอารมณ์ประมาณว่าถ้าน้องมึงชอบตุ๊กตาหมีมึงก็ซื้อตุ๊กตาหมีสิไอ้ฟาย มาดูตุ๊กตากระต่ายทำอะไร

 

“อย่าแอบด่ากูในใจไอ้ต่อ กูก็แค่เห็นว่ามันน่ารักดีเท่านั้นเอง...ดูไม่ได้รึไง” เหมือนจะจะรู้เนอะว่าผมแอบด่ามันในใจ แววตาผมมันชัดเจนขนาดนั้นเชียว

 

“รู้เนอะว่ากูแอบด่า ก็แล้วแต่มึงดิว่าจะซื้ออะไรกูว่ามันก็น่ารักหมดนั่นแหล่ะ ดูตัวนู้นๆ มันมองมาที่มึงด้วย สงสัยว่าอยากจะกลับบ้านกับมึง” ผมชี้ไปที่ไอ้เจ้าริลัคคุมะ ที่ใครหลายๆ คนโคตรชอบ โคตรถูกใจ แต่ก็ไม่ใช่ผมละครับ ผมไม่ค่อยนิยมตุ๊กตาเท่าไหร่ แต่ก็แอบอยากได้ตุ๊กตาหน้ารถน่ารักๆ สักคนสองคนเหมือนกันนะเออ

 

ก่อนอื่นรอให้ได้รถกลับมาก่อนแล้วค่อยคิดค่อยฝันเรื่องอื่นดีมั้ยกู

 

“เออ มันมองกูใหญ่เลย สงสัยจะเพราะว่ากูหล่อมากกว่าคนข้างๆ...” ผมหันมองไปทางด้านขวาของไอ้หิน ไหนวะ ใครที่หล่อน้อยกว่ามัน ไม่เห็นจะมีใครเลย ที่ยืนอยู่ทางซ้ายมือมันซึ่งคือผมเองและหล่อกว่ามันอย่างแน่นอน

 

“มึงแหล่ะมองใครไอ้ต่อ” ผมยักไหล่ไม่ใส่ใจคำพูดมัน เพราะผมมั่นใจว่าผมหล่อ อย่างน้อยๆ ก็มีสาวมองกูนะเว้ย ยิ้มให้กูด้วยว่ะหิน เสียใจนะที่มีคนเห็นความหล่อในตัวกู

 

“กูแยกไปดูตรงนั้นก่อนแล้วกัน มึงเดินเลือกให้ลูกแก้วไปนะ” เหมือนผมจะเห็นบางอย่างแว้บๆ และผมก็ต้องเดินไปดูมันใกล้ๆ อย่างอดไม่ได้ เพราะเห็นไอ้เจ้าสิ่งนั้นแล้วผมก็นึกถึงคนบางคนขึ้นมาทันที

 

“เหมือนกันเลย...หึ!!” ที่อยู่ตรงหน้าผมนั้นคือหมอนอิงใบโตที่น่ากอดแบบเต็มไม้เต็มมือเวลาที่นั่งหรือนอนดูหนัง มันเป็นหมอนอิงสีแดงมีเขาสีดำ...เดวิล...ไอ้ปีศาจร้าย คุ้นๆ มั้ยว่ามันเหมือนใครกัน

 

“ยิ้มทำไม คิดว่าตัวเองเจ็งมากรึไงไอ้ปีศาจร้าย ไอ้เอาแต่ใจตัวเอง ไอ้เลว” ผมคว้ามันขึ้นมาแล้วเขย่าเบาๆ อย่างหมั่นไส้ แต่ก็ต้องยิ้มเก้อๆ เมื่อได้ยินเสียงหัวเราะของสาวๆ ที่เดินเข้ามาเห็นพอดี

 

“เอากลับไปวางไว้ที่โซฟาดีกว่ามั้ง...” เออ เอาใบนี้แหล่ะ เอาไว้กอดเวลาดูหนังท่าทางจะสบายดี ผมไม่ค่อยติดหมอนเท่าไหร่แต่เวลาที่นั่งดูหนังไปด้วยกอดหมอนไปด้วย มันลดอัตราการถูกลวนลามลงไปได้เยอะเหมือนกัน เพราะมันจะสอดมือหรือว่าลวนลามอะไรผมมากไม่ได้ ติดหมอนตลอดๆ

 

แล้วจะมานึกถึงมันทำซากอะไรเล่า เอาๆ ไปจ่ายเงินเลยไปไอ้ต่อ

 

สรุปไอ้หินมันเอาเจ้าริลัคคุมะตัวโตๆ หนึ่งตัว ส่วนผมก็ไอ้ไอ้ปีศาจร้ายกาจมาหนึ่งใบเอาไว้นั่งกอดนั่นแหล่ะ จ่ายเงินเสร็จเราสองคนก็เดินบอกตุ๊กตาและหมอนตะลอนไปทั่วห้าง คนก็มองกันจังมันน่าแปลกตรงไหนที่ผู้ชายซื้อตุ๊กตา ไม่คิดบ้างหรอครับว่าผู้ชายอย่างเราจะแอบมีมุมหวานบ้างอะไรบ้าง...ไม่ใช่แล้วไอ้ต่อ มุมหวานอะไรขนลุกสัด

 

“ความจริงมึงน่าจะแวะร้านตุ๊กตาเป็นร้านสุดท้ายนะ ถ้ามึงจะเดินร่อนไปทั่วแบบนี้น่ะ” ผมนั่งลงบนเก้าอี้ตัวยาวแล้วเหวี่ยงหมอนอิงไว้ข้างๆ ตัว หลังจากที่มันลากไปร้านนั้น ลากไปร้านนี้ เข้าร้านนั้น ออกร้านนี้จนเค้ามองกันทั้งห้างแล้วเหอะ

 

ผู้ชายตัวโตๆ สองคนเดินถือตุ๊กตาหมีตัวใหญ่คนนึง อีกคนเดินแบกหมอนอิงสีแดงแบบแทงตาไปมาทั้งห้าง ไม่สะดุดตาคนรอบข้างให้มันรู้ไปเถอะ แล้วพอบอกมันว่าเอาไปเก็บที่รถก่อนมั้ย...แม่งก็บอกว่าเสียเวลาเดินไปมา

 

แล้วกูขอถามหน่อยเหอะไอ้หินว่าที่มึงลากกูเดินไปมาทุกชั้นทุกซอกทุกซอยนี่มันคือส้นตีนหมาอะไรวะ

 

“ตอนแรกว่าจะซื้อตุ๊กตาแล้วกลับเลยไง แต่นึกได้ว่าอยากได้นั่นนู่นนี่...มึงอย่าบ่นมากนักเลยน่า นั่งรอนี่เดี๋ยวกูไปหาน้ำมาให้แดก” ไอ้หินมันวางไอ้หมีหน้าใหญ่ข้างๆ ผมแล้วมันก็เดินไป ผมนั่งมองผู้คนที่เดินขวักไขว่ไปมาด้วยความรู้สึกที่ว่าทำไมมีคนตั้งมากมายแต่ผมยังรู้สึกว่าวันนี้มันดูเหงาๆ แบบแปลกๆ ก็ไม่รู้

 

ผมพยายามหลอกตัวเองอยู่รึเปล่าวะว่าผมไม่เป็นอะไร ทั้งๆ ที่ผมกำลังเป็นเอามากอยู่เหมือนกัน กับอาการเหม่อๆ แบบแปลกๆ อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน จนไอ้หินมันต้องทั้งสะกิด ทั้งลาก ทั้งจูงให้เดินกันเลยทีเดียว

 

คนๆ เดียวเข้ามาทำให้ชีวิตใครอีกคนเสียศูนย์ได้มากขนาดนี้เลยหรอวะ คำถามคือทำไมต้องคนนี้ แล้วเพราะอะไรผมถึงได้ต้องแพ้ให้กับคนๆ นี้ตลอดเวลา ทั้งๆ ที่ถ้าผมจะไม่ยอมมันก็ได้

 

“เป็นต่อ...กลับห้อง” ผมหันทันทีที่ได้ยินเสียงที่โคตรคุ้นที่มันเรียกชื่อผม ผมหันมามองคนที่ผมรู้สึกว่ามันเข้ามาวนเวียนในสมองของผมแทบจะทั้งวันด้วยสายตาที่ผมไม่รู้เลยว่ามันเต็มไปด้วยความรู้สึกแบบไหน

 

“กูมากับเพื่อน แล้วจะไปหาแม่ที่บ้านเสบียง อยากกลับก็กลับไปก่อน หรืออยากไปต่อที่ไหนก็เรื่องของมึง” ผมไม่สนใจ ต้องบอกว่าพยายามไม่อยากจะสนใจมันมากกว่า พี่พายมึงเป็นอะไรมากมั้ยกูถามจริงๆ มาอารมณ์เสีย มาเสียงดังใส่กูเรื่องอะไร ทะเลาะกับเมียมึงมารึไง

 

“กูบอกว่าให้กลับก็คือกลับ” มันดึงข้อมือผมแล้วกระชากให้ลุกขึ้น ผมอยากจะรู้จริงๆ ว่ามันเป็นอะไร โมโหอะไรมาแล้วทำไมต้องมาลงที่ผมด้วยวะ

 

“กูมีอิสระที่จะไปไหนมาไหนหรือทำอะไรก็ได้ทั้งนั้น มึงไม่มีสิทธิ์มาจำกัดหรือว่ากะเกณฑ์อะไรกับชีวิตกู” ผมบิดข้อมือออกจากการเกาะกุมของมัน ตัวมันทำอะไรก็ได้อย่างนั้นสิ อยากทำอะไรก็ทำไม่แคร์ความรู้สึกคนอื่นก็ได้อย่างนั้นสิ แล้วคนอื่นไม่มีสิทธิ์ทำตามใจคือทุกคนรอบข้างต้องทำตามใจมึงอย่างนั้นหรอวะ

 

“กลับไปคุยกันที่ห้อง...หรือจะให้กูกระทืบคนที่มึงมาด้วยวะ”

 

“มึงเป็นอะไรวะพี่พาย โมโหอะไรแล้วมาพาลใส่กูแบบนี้...” ว่าจะไม่โมโหแล้วนะแต่ดูเอาเองแล้วกันว่านิสัยมันเป็นยังไง ผมกับพี่พายยืนจ้องหน้ากันอยู่อย่างนั้นอย่างไม่มีใครยอมละสายตาไปทางไหน เหมือนกำลังเล่นเกมจ้องตากันอยู่ ใครกระพริบตาหรือว่าหลบตาก่อนแพ้อะไรแบบนั้น

 

“มึงรู้ว่ากูทำอย่างที่พูดได้แน่ๆ กลับห้องกับกูเดี๋ยวนี้ ก่อนที่กูจะหมดความอดทน...” ผมโมโห ผมโกรธ ผมเจ็บใจ ผมกำมือแน่นและอยากจะต่อยหน้าแม่งสักเปรี้ยงจริงๆ คนอะไรนิสัยโคตรเอาแต่ใจ เจ้าอารมณ์ แม่งโคตรของโคตรเลวจริงๆ

 

 “เออ!!! กูกลับก็ได้...วันนี้มึงกับกูมีเรื่องต้องคุยกันยาวแน่” ถ้าคิดว่าผมกลัวล่ะก็คุณคิดผิดแล้ว ผมไม่ได้กลัว ถึงผมจะไม่ชอบการมีเรื่องแต่ก็ใช่ว่าถ้าจะมีแล้วผมจะซังจนต้องวิ่งหนี ผมก็ผู้ชายเหมือนกัน ถึงแม้จะรู้ว่าสู้กันไปผมก็แพ้ก็เถอะ แต่มันก็ยังดีกว่าไม่ได้สู้หรือทำอะไร

 

……….75%..........

 

 

 

 

ผมเดินเข้ามาในห้องแล้วสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ผมพยายามอดทนอดกลั้นพยายามสงบอารมณ์ของผมไม่ให้มันหงุดหงิดหรือโมโหมากไปกว่านี้ ผมต้องหอบตุ๊กตากับหมอนอิงกลับมาด้วยเพราะตอนที่เถียงกับไอ้พี่พายอยู่นั้นไอ้หินมันยังไม่มา คนเดินผ่านไปผ่านมาก็เอาแต่มองอยู่ได้เหมือนแม่งอยากรู้เรื่องชาวบ้านกันสุดตีน

 

ถามว่าอายมั้ยแม่งโคตรอาย แต่ในอารมณ์นั้น ณ เวลานั้น คำว่าอายแม่งไม่ได้เฉียดเข้ามาใกล้ผมหรอกครับ แม่งเต็มไปด้วยความโมโหจนสุดจะทนจริงๆ

 

“ตอนนี้กูกลับมาห้องแล้ว โทษทีว่ะมึง ตุ๊กตาอยู่กับกูเดี๋ยววันหลังกูเอาไปให้แล้วกัน...อะไรของมึงวะพี่พาย เอามือถือกูคืนมา” ผมกำลังคุยกับไอ้หินเพราะมันโทรมาหลายสายแล้ว แต่ไอ้พี่พายมันไม่ยอมให้รับสาย พอผมเข้ามาในห้องก่อนมันก็เลยกดรับสาย มันเดินตามเข้ามาแล้วแย่งมือถือของผมไปพร้อมกับจัดการปิดเครื่องเสร็จสรรพ

 

“มึงออกไปกับมันทำไม” ไอ้พี่พายมันโยนมือถือของผมลงบนโซฟา มันปัดตุ๊กตากับหมอนอิงที่ผมถืออยู่ลงพื้นแบบไม่ใยดีส้นตีนอะไรเลย ไม่ใยดีทั้งสิ่งของ ไม่ใยดีทั้งความรู้สึกของผม

 

“นั่นเพื่อนกู!!” ผมหันไปมองมันตาขวาง ไอ้พี่พายมึงบ้ากูรู้ แต่นี่มึงบ้าเกินไปแล้วและเกินจะทนได้แล้วจริงๆ

 

“เพื่อนหรอวะ...อย่าพูดให้กูขำ เพื่อนที่ไหนใช้สายตาแบบนั้นมองมึงกูถามหน่อยเหอะ” มันตวาดใส่ผมแล้วมองผมด้วยสายตาดุๆ อย่างที่มันชอบทำ มันน่ากลัวแต่น่าแปลกที่ตอนนี้ผมไม่กลัว เอาเลยให้มันเคลียร์ไปเลยดีมั้ยล่ะ กูอึดอัดเหมือนกัน อึดอัดมาทั้งวันแล้วเหอะ

 

“มึงไม่ได้อยู่กับกูตอนที่กูอยู่กับไอ้หินแล้วมึงจะรู้ได้ไงว่ามันใช้สายตาแบบไหนมองกู” ผมเสียงแข็งใส่บ้าง พี่พายมันควรรู้นะว่ามันทำอะไรใส่คนอื่นได้ มันก็ควรที่จะยอมรับเวลาที่มีใครทำกลับใส่มัน

 

“กูเห็นตั้งแต่ตอนที่มึงพากันไปแดกสุกี้แล้วเหอะต่อ เห็นมึงเดินแบกไอ้นี่ไปทั่วทั้งห้าง แต่ที่กูเคืองที่สุดคือมันเดินจูงมือมึง” ก็ใช่!! ไม่เถียงว่ามีอยู่ช่วงนึงที่ไอ้หินมันจูงมือผมเดิน เพราะว่าผมเอาแต่เหม่อจนเดินจะหลงกับมัน มันเลยจูงมือผมแล้วลากไปด้วยกัน

 

แล้วมันเพราะใครล่ะที่ทำให้กูเหม่อแบบนั้น...

 

“เออกูเดินจูงมือกัน แล้วยังไง มันต่างกันตรงไหนกับที่มึงเดินโอบไหล่ผู้หญิงเดินผ่านไปวะพี่พาย” มึงเห็นกูเห็นถือว่าเราเจ๊ากันไง มึงคิดกูคิดนี่ก็เจ๊ากันไปดิ แล้วจะเอาอะไรอีก

 

“กูเห็นกูยังไม่โวยวาย กูยังไม่ไปตามมึงให้กลับห้องทันทีเลย เพราะมันเรื่องของมึงไม่ใช่เรื่องของกู มึงอยากทำอะไรกูไม่เคยห้ามแล้วทำไมวะ ทำไมกูอยากทำอะไรไม่เคยทำได้เลย ทำไมทุกอย่างที่กูทำต้องทำตามในสิ่งที่มึงต้องการ” มาเลยมา วันนี้มาดูกันว่าใครจะตายก่อนกันระหว่างผมกับพี่พาย มันทำให้ผมรู้สึกอยากระเบิดมานานแล้ว และวันนี้แหล่ะจะเป็นวันตัดสินทุกสิ่งทุกอย่างระหว่างเรา

 

“ก็เพราะว่ากูไม่เคยมีค่าอะไรในสายตามึงเลยยังไงล่ะ มึงถึงได้ไม่เคยสนใจอะไรในสิ่งที่กูทำ ในขณะที่มึงมีค่าในสายตากูเสมอ ทุกสิ่งทุกอย่างที่มึงทำอยู่ในสายตา อยู่ในความสนใจของกู” พี่พายมันจับไหล่ทั้งสองข้างของผมพร้อมกับบีบและดันผมไปที่ผนัง มันจ้องหน้าผมด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวด แล้วแววตาผมล่ะ แล้วหัวใจของผมล่ะ มันไม่เจ็บปวดอย่างนั้นหรอ

 

“มีค่าอย่างนั้นหรอ...มึงทำกับคนที่มึงบอกว่ามีค่ากับมึงอย่างนี้หรอพี่พาย” ผมดันอกมันให้ออกห่างจากผม แต่มันก็จับไหล่ผมและบีบแน่นกว่าเดิม มันดันผมเข้ามาชิดผนังอีกครั้งและตรึงผมเอาไว้ไม่ยอมให้ผมขยับหนีไปไหน

 

“มึงอยากได้อะไรบอกกูมา กูให้มึงได้ทุกอย่างแลกกับการที่มึงจะชอบกูบ้างสักนิด บอกกูมาสิต่อว่ามึงอยากได้อะไร กูต้องทำยังไงมึงถึงจะรักกูบ้าง บอกกูมา!!มันตะคอกใส่หน้าผม ผมกำมือแน่นจนรู้สึกเกร็งไปหมด เจ็บที่ไหล่ทั้งสองข้างที่ถูกบีบ เจ็บที่หลังเพราะแรงกระแทกที่ไม่ใช่เบาๆ แต่นั่นไม่เท่าไหร่เพราะว่าอีกหน่อยมันก็หาย

 

แต่ไอ้ความรู้สึกเจ็บแปลบที่ใจนี่สิ...นานแค่ไหนถึงจะหายล่ะ

 

 “กูอยากได้อิสรภาพ...มึงให้กูได้มั้ย” ผมถามเสียงนิ่งทั้งๆ ที่ใจมันไม่ได้นิ่งเลยสักนิด
 

“ไม่!!! กูให้มึงไม่ได้” พี่พายมันบีบไหล่ผมแน่นมากกว่าเดิมอีกเท่าตัว ผมเจ็บจนน้ำตาจะไหล แต่เจ็บที่ไหนมากกว่ากันผมเองก็บอกไม่ได้

 

“กูไม่ใช่ของเล่นของมึงนะพี่พาย กูเป็นคนมีความรู้สึกนึกคิด กูคิดเองเป็น กูรู้สึกเองได้ กูมีสังคมมีเพื่อนมีสิ่งที่อยากทำมีที่ที่อยากไป แต่มึงไม่ยอมให้กูทำอะไรเลย ทุกสิ่งทุกอย่างต้องทำตามที่มึงบอกทั้งนั้น มึงเห็นกูเป็นอะไรวะกูถามหน่อยเหอะ” ผมออกแรงดันพี่พายอีกครั้ง มันต่อยลงบนผนังเสียงดังจนผมรู้สึกหูอื้อ มันกันไม่ให้ผมเดินหนีไปไหนได้

 

“กูเคยบอกแล้วใช่มั้ยว่ากูจริงจังกับมึง กูไม่เคยมองว่ามึงเป็นของเล่นทำไมมึงไม่เชื่อกูเลย ความรู้สึกของกูมันไม่ชัดพออย่างนั้นหรอวะ หรือว่ากูไม่เคยมีค่าอะไรกับมึงเลย มึงถึงได้ไม่ชอบไม่รักกูสักที” พี่พายมันก้มหน้าลงกลุ่มผมปกปิดหน้าตาจนมองไม่เห็นสีหน้าของมันว่าในตอนนี้มันกำลังมีสีหน้าและแววตาอย่างไร

 

“เปล่าเลย!! เพราะว่ากูชอบมึงยังไง กูถึงได้รู้สึกเจ็บมากขนาดนี้!!!พูดออกไปแล้ว ผมพูดมันออกไปแล้ว ความรู้สึกที่ผมไม่สามารถหลอกตัวเองได้อีกต่อไปแล้วว่าผมชอบผู้ชายคนนี้เข้าให้แล้ว

 

“กูเจ็บเพราะมึง กูสับสนก็เพราะมึง กูทรมานก็เพราะมึง กูไม่เป็นตัวของตัวเองก็เพราะมึง แล้วอย่างนี่มึงยังจะบอกว่ากูไม่เห็นค่าในตัวมึงอีกรึเปล่าพี่พาย...” เสียงของผมเงียบหายไป ไม่ใช่เพราะว่าผมหยุดพูดหรอกนะ แต่ทว่าไอ้คนที่มันอยู่ตรงหน้าผมนั้นมันดึงผมเข้ามากอดและประกบจูบผมอย่างแนบแน่นจนเสียงของผมเงียบหายลงไป กลายเป็นเสียงจูบที่ดูร้อนแรงตามแรงอารมณ์ของเราสองคนเสียมากกว่า

 

พี่พายมันกอดผมแน่น แน่นมากๆ จนผมแทบจะขาดใจตายเร็วมากขึ้น เท่าที่มันจูบผมอยู่นั้นผมก็รู้สึกว่าผมกำลังจะขาดใจตายอยู่รอมร่อแล้วจริงๆ มือมันสั่นผมสัมผัสได้ จูบของมันดูรุนแรงแต่ก็ไม่ได้ทำให้ผมรู้สึกเจ็บปวดอะไร

 

หัวใจของผมมันเต้นระรัวจนน่ากลัว ผู้ชายคนนี้มันตัวอันตรายสำหรับผมตั้งแต่ไหนแต่ไรมาแล้ว ผ่านมาเท่าไหร่พี่พายมันก็ยังอันตรายกับทั้งร่างกายและจิตใจของผม

 

“ต่อ...ชอบพี่แล้วใช่มั้ย...” ผมเบือนหน้าหันไปมองที่อื่นที่ไม่ใช่หน้าไอ้พี่พาย ผมรู้สึกเหมือนคนที่กำลังแพ้อย่างราบคาบ ผมแพ้ให้กับพี่พายได้ยังไง ทำไมผมไม่เคยชนะมันเลยสักครั้ง ทั้งๆ ที่พยายามบอกและตอกย้ำกับตัวเองเสมอว่าผมชอบผู้หญิง ผมไม่มีทางชอบพี่พาย ผู้ชายที่ทั้งกวนตีนทั้งกวนประสาททั้งบ้าอำนาจคนนี้

 

แต่ผมก็แพ้จนได้ แพ้ราบคาบอย่างสิ้นซากที่สุด

 

“หายบ้าได้รึยัง หยุดทำตัวแบบนี้ได้รึยัง...” ผมถามด้วยน้ำเสียงที่พยายามควบคุมให้มันนิ่งมากที่สุด ไม่รู้เพราะอะไรผมรู้สึกอยากจะดึงไอ้พี่พายมันเข้ามากอดเพียงแค่มันเอ่ยปากถามกับผมด้วยเสียงเว้าวอน และการแทนตัวเองว่าพี่เหมือนที่มันกำลังทำอยู่ตอนนี้

 

“ขอโทษที่พี่งี่เง่า แต่พี่ทนไม่ได้จริงๆ ที่เห็น...”

 

“มันไม่สำคัญว่าคนอื่นคิดหรือว่ารู้สึกยังไง มันสำคัญที่ว่าต่อรู้สึกยังไงกับพี่ไม่ใช่หรอวะ” ผมไม่เชื่อหรอกว่าไอ้หินมันจะชอบผมอย่างที่พี่พายมันว่า พี่พายมันแค่พาลเท่านั้นเองเลยพูดไม่รู้เรื่องแบบนี้

 

พี่พายมันก้มลงมาจูบปากผมอีกครั้งอย่างอ้อนๆ และเอาแต่ใจเหมือนอย่างที่มันเคยเป็น บอกตามตรงว่าอารมณ์ของเราสองคนมันเปลี่ยนแบบฉับพลันเหมือนพลิกหน้ากระดาษ...พอเปลี่ยนหน้าเนื้อหาก็เปลี่ยนไป

 

“เจ็บ!!!” พี่พายมันสะดุ้งและร้องขึ้นมาเมื่อผมตวัดมือไปกอดรอบคอมันเพราะเริ่มรู้สึกว่าขาตัวเองจะอ่อนแรงแบบแปลกๆ เพราะจูบของไอ้พี่พาย พอมันร้องออกมาผมก็ชะงัก ต่างคนต่างมองหน้ากันอยู่อย่างนั้นจนไอ้พี่พายมันพูดขึ้นมา

 

“พี่ไปสักมา ผู้หญิงที่ต่อเห็นเป็นช่างและก็เป็นลูกพี่ลูกน้องกัน...”

 

อืม!! สรุปแล้วคือกูหึงเก้อว่างั้นเหอะ...ไอ้เป็นต่อ ไอ้ฟายเอ๊ย!!!

 

……….100%..........

 

PS. รณรงค์ให้คนอ่านยุ่งนัก ที่เล่นทวิตเตอร์ เวลาที่พูดถึงเรื่องยุ่งนัก รบกวนติดแท็ก #ยุ่งนัก ด้วยนะคะ เกรทจะตามไปส่องค่ะ ><

บร๊ะแล้ว.....ระเบิดลง....ที่คนแต่งแหงมๆ โทษฐานที่ทำให้สาวๆ หลายๆ คนเข้าใจพี่พายผิด ก๊ากกกกก อย่านะ เค้าไม่เอาระเบิดนะ ไม่ต้องส่งมาให้ที่บ้าน

อ่า....แบบว่าๆ ยุ่งนัก กูรักมึงก็ได้ ไม่รู้ว่าโผล่ไปอยู่ใน top 10 ของหมวด สบายๆ คลายเครียดได้อย่างไร ถึงจะขึ้นไปอย่างมึนๆ และอีกไม่นานอาจจะลงมาแบบเมาๆ แต่ก็ขอบคุณคนอ่านมากนะคะที่ช่วยกันดันพี่พายกับน้องต่อขึ้นไป อย่างน้อยๆ ก็สักครั้งหนึ่งในชีวิตอ่ะนะ ><

ตอนที่ 18 ชื่อตอนว่า....แฟน

เจอกันตอนหน้าจ้า

 

 

 



 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 74 ครั้ง

15,978 ความคิดเห็น

  1. #15932 nin28041992 (@nin28041992) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2561 / 20:40

    เค้าบอกชอบกันแล้วววววววว
    #15932
    0
  2. #15843 นายแมวน้ำ (@watmaka) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 17 เมษายน 2560 / 05:28
    ว้าๆ อยากเห็นต่อเหวี่ยงแรงๆมั่งอ่ะ เสียดาย
    #15843
    0
  3. #15794 tarn_teuky (@tarn_teuky) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 1 เมษายน 2559 / 14:39
    น่อวววว
    ต่อบอกรักแล้ววว
    #15794
    0
  4. #15767 wcmychalie16 (@wcmychalie16) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 10 มีนาคม 2559 / 21:53
    กรี๊สสสสส บอกออกมาแล้วคร้าาาา รักนะเป็นต่อ????^^
    #15767
    0
  5. #15749 lufian (@ployykp) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2559 / 12:38
    เป็นต่อน่ารักกกก
    #15749
    0
  6. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  7. #15409 P.Secret (@future-cartoon) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 12 มกราคม 2558 / 19:32
    เป็นต่อยอมรับแล้วหรอคะ !? >< นี่คือแบบรอมานานมากๆ ค่ะ พี่พายฟินสิงานนี้
    #15409
    0
  8. #15107 ploylybbs (@ploylybbs) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 20 กันยายน 2557 / 00:27
    ยอมรับแล้ววว >< ใจตรงกันนน
    #15107
    0
  9. #14982 zaqqaz (@zaqqaz) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 4 กันยายน 2557 / 16:34
    555555 ต่อแม่งเผยไต๋ล่ะ พี่พายวินแล้ว
    #14982
    0
  10. #14735 CHAbejz* (@_chabejz) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2557 / 11:56
    ฮอลลลลลลลล
    #14735
    0
  11. #14443 mitake (@voldermore) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2557 / 08:34
    อ่ะแน่ะ!! ไปสักอะไรมาพี่พายยยย
    #14443
    0
  12. #14239 kelovelove (@kekailove) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2557 / 12:24
    อะไรระเบิดคะ???



    #14239
    0
  13. #13971 JENNYHA (@jennyha) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 27 เมษายน 2557 / 16:17
    สักไรมาาาาาาาา
    #13971
    0
  14. #13475 MomoKeekee (@12343234) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 7 เมษายน 2557 / 22:05
    อื้อหืออออออออ มายพี่เพียปากแข็งว่ะ55555
    #13475
    0
  15. #13109 Hiro Hiro Shi (@hiroshi1234) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 20 มีนาคม 2557 / 01:47
    อุโฮะๆ ท่านชายเป็นต่อพูดไปแล้วอ่ะ
    #13109
    0
  16. #12976 เเมวดำท่องราตรี (@154356) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 6 มีนาคม 2557 / 19:30
    เข้าใจผิดสุดๆ
    #12976
    0
  17. #12179 TheS (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2556 / 15:07
    ต่อหึงๆ55555>
    #12179
    0
  18. #11362 iNam2pm (@imhottest) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2556 / 18:00
    เป็นต่อยอมรับแล้ววววววว กรี๊ดดดดดดดด ฟินเว่อร์ นึกว่าจะดราม่าซะแล้ววววว 
    #11362
    0
  19. #11258 LooknamTK (@looknamjaa) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2556 / 01:38
    ต่อจังหึงเก้อซะงั้นอ่าา >< พี่พายไปสักอะไรมาหว่าาา *0*
    #11258
    0
  20. #11181 Mysterious (@World27) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2556 / 04:51
    เฮ้ย ยังไม่มีฉากหินพายต่อยตีกันเพื่อแย่งต่อเลย

    ต่อยอมรับว่าชอบพี่พายซะละ ฮร่าาา
    #11181
    0
  21. #10378 Whatever it is (@oil-sup) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2556 / 19:19
    อ้าววว จะจบแล้วเหรอ แง่มๆ
    #10378
    0
  22. #10162 Fai_YeSung (@tjgdt) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2556 / 15:26
    ในที่สุดต่อก็พูดสักที แอร้ยยย
    #10162
    0
  23. #9983 shshshx (@shxtaop) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2556 / 12:47
    ยอมรับสักทีนะเป็นต่อ หึงเก้อเลย5565
    พี่พายสักไรอ่าาาา
    #9983
    0
  24. #9857 SuJuHanHyuk (@loveloveyaoi) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2556 / 20:07
    กิ้วววววววว



    ยอมรับแล้วเว้ยยยยย
    #9857
    0
  25. #9733 YoLoHolic :)) (@yoloholic) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2556 / 21:11
    อ๊ากกกกก ตอนนี้ฟินสุด >////< แต่แอบสงสารหินนะ TT อ่านแล้วแบบเข้าถึงอารมของตัวละครง่า รักแต่บอกไม่ได้ #ดราม่าแปบ
    #9733
    0