OK!! I love U ♥ ยุ่งนัก...กูรักมึงก็ได้ [Yaoi][Boy's love]

ตอนที่ 130 : .....ดื้อนัก! รักดีมั้ย..... 13. ความในใจ (น้ำปั่น)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,220
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    24 ก.ย. 57



13. ความในใจ

 

(น้ำปั่น)

 

ตั้งแต่กลับมาถึงบ้าน น้ำปั่นก็ตกอยู่ในอ้อมกอดของฮ่องเต้ตลอดเวลา น้ำปั่นเสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น ตั้งแต่อยู่ด้วยกันมา ไม่เคยเลยสักครั้งที่ฮ่องเต้จะเป็นห่วงน้ำปั่นมากถึงขนาดนี้ เพราะน้ำปั่นไม่เคยหายไปอย่างไร้การติดต่อแบบนี้เลยสักครั้ง

 

แต่ทว่าครั้งนี้น้ำปั่นผิด ผิดที่ทำให้ฮ่องเต้เป็นห่วง ตอนที่ฮ่องเต้โผเข้ามากอดตอนที่เจอกันในโรงพยาบาล ร่างของฮ่องเต้สั่นไปทั้งร่าง เสียงพึมพำว่าเจอน้ำปั่นแล้วดังไม่หยุด น้ำปั่นยังคงจำความรู้สึก ณ ตอนนั้นได้ มันเจ็บที่หัวใจมากเหลือเกิน เจ็บที่ทำให้ฮ่องเต้ต้องเป็นทุกข์ใจแบบนั้น

 

“ฮ่องเต้ ขอโทษนะ น้ำปั่นสัญญาว่าจะไม่ทำแบบนี้อีกแล้ว ไม่เอาอีกแล้ว ไม่อยากให้ฮ่องเต้เป็นแบบนี้อีกแล้ว” คงไม่ใช่แค่น้ำปั่นที่กลัวอยู่ฝ่ายเดียวสินะ ฮ่องเต้เองก็คงกลัวว่าน้ำปั่นจะหายไปเหมือนกัน ถ้าสลับกัน เป็นฮ่องเต้ที่เงียบหายและไม่ติดต่อกลับมา น้ำปั่นคงเจ็บเจียนตายแน่ๆ และคงไม่รู้ว่าจะไปตามหาฮ่องเต้ได้จากที่ไหน

 

“ป๊าไม่รู้เหมือนกันว่าถ้าตามตัวน้ำปั่นไม่เจอ ป๊าจะทรมานขนาดไหน ถ้าน้ำปั่นหายไป ป๊าคงทรมาน...”

 

“น้ำปั่นจะไม่ไปไหน จะไม่หายไปไหนอีกแล้ว จะอยู่กับฮ่องเต้ จะไม่ทำเรื่องให้ฮ่องเต้ต้องเป็นห่วงแบบนี้อีก” น้ำปั่นจับฝ่ามือของฮ่องเต้ขึ้นมา ใช้นิ้วก้อยเล็กๆ เกี่ยวกับนิ้วฮ่องเต้แทนคำสัญญา ไม่เอาอีกแล้ว จะไม่ทำแบบนี้อีกเด็ดขาด ฮ่องเต้ทรมานมากเท่าไหร่ น้ำปั่นก็ทรมานและเจ็บปวดมากเท่านั้น

 

“ถ้าเป็นเรื่องของคนที่เรารัก แม้ว่ามันจะเป็นเพียงเรื่องเล็กน้อยในสายตาของคนอื่น แต่มันยิ่งใหญ่ในสายตาของป๊าเสมอ เรื่องของน้ำปั่นสำคัญสำหรับป๊าที่สุด รู้ใช่มั้ยครับ” พยักหน้ารับพลางกลั้นสะอื้นเอาไว้ น้ำตามันจะไหล ความรู้สึกมากมายที่เกิดในใจ ขับไล่น้ำตาให้ไหลออกมา

 

“รู้ฮะน้ำปั่นขอบคุณฮ่องเต้เสมอ ขอบคุณสำหรับชีวิตใหม่ที่ฮ่องเต้มอบให้ขอบคุณสำหรับความรักที่วิเศษที่สุดเท่าที่น้ำปั่นเคยได้รับ ไม่เอานะ ฮ่องเต้ไม่เจ็บตรงนี้แล้วนะ น้ำปั่นอยู่นี่แล้ว อยู่ในอ้อมกอดที่อบอุ่นที่สุดแล้ว” นาบมือลงบนอกด้านซ้ายของฮ่องเต้ สีหน้าที่ไม่สู้ดีทำให้น้ำปั่นยิ่งรู้สึกผิดเข้าไปใหญ่

 

ความรักมันทำให้คนเราทั้งสุขและทุกข์ ทั้งเจ็บและเศร้า ทั้งปวดร้าวและดีใจ มันก่อเกิดความรู้สึกที่มากมายจริงๆ

 

“น้ำปั่นมีอิทธิพลกับป๊ามาก ทุกเรื่องของน้ำปั่นคือเรื่องของป๊า ทุกวันนี้ป๊าใช้ชีวิตอยู่บนความมุ่งมั่น ที่อยากทำให้น้ำปั่นมีความสุขมากที่สุด” อื้อ น้ำปั่นรับรู้มาตลอดเลยล่ะ ว่าฮ่องเต้รักและอยากให้น้ำปั่นมีชีวิตที่ดีและมีความสุขตลอดไป น้ำปั่นเองก็อยากให้ฮ่องเต้มีความสุขมากที่สุดเช่นกัน

 

น้ำปั่นนั่งอยู่บนตักของฮ่องเต้ ถูกโอบกอดอยู่เนิ่นนาน ราวกับฮ่องเต้กำลังกลัวว่าถ้าปล่อยน้ำปั่นออกจากอ้อมกอด... แล้วอาจจะหายไปอีก น้ำปั่นเสียใจที่ทำให้ทุกคนเป็นห่วง ทั้งเจ้านาย ทั้งอะตอมต่างก็วุ่นวายกันไปหมด เป็นเพราะน้ำปั่นแท้ๆ ทำให้ทุกคนต้องมาเดือดเนื้อร้อนใจกันแบบนี้

 

เรื่องราวต่างๆ ที่เกิดขึ้นในวันนี้ ถูกบอกเล่าผ่านความเสียใจที่น้ำปั่นมี เพราะมัวแต่กังวลกับเรื่องที่เกิดตรงหน้า จนลืมไปเลยว่าคนที่รอคอยและรักน้ำปั่นมากที่สุด กำลังเป็นห่วงและรอการกลับมาของน้ำปั่น

 

ตอนช่วงหกโมงเย็นที่น้ำปั่นกับเจ้านายแยกทางกัน ความผิดมันอาจจะเริ่มต้นจากตรงนั้น เพราะฮ่องเต้เองก็สั่งแล้วว่าให้น้ำปั่นกลับกับเจ้านาย แต่ด้วยความที่อยากให้ฮ่องเต้เห็นว่าน้ำปั่นโตขึ้นมาอีกนิด สามารถขึ้นรถโดยสารกลับถึงบ้านได้เองแล้ว

 

ระหว่างที่ยืนรอรถ คุณน้าที่มักจะมานั่งคุยกับน้ำปั่นอยู่เสมอๆ ในช่วงหลังเลิกเรียน ได้มาเจอกันด้วยความบังเอิญ ได้พูดคุยกันเล็กน้อยตามอัธยาศัย พอน้ำปั่นจะขอตัวลากลับ อยู่ดีๆ คุณน้าก็หน้ามืดเป็นลมเซมาทางน้ำปั่น ทำเอาล้มลงไปด้วยกันทั้งคู่

 

โชคดีเหลือเกินที่ลุงขับแท็กซี่ที่จอดรถรอน้ำปั่นอยู่นั้นใจดี ลุงลงมาช่วยประคองคุณน้าให้ลุกขึ้น น้ำปั่นเองก็ไม่รู้ว่าควรทำอย่างไร หน้าคุณน้าดูซีดเซียวมากจนน่าเป็นห่วง ถึงจะอยากกลับบ้านมากแค่ไหนแต่ก็ละทิ้งสิ่งที่อยู่ตรงหน้าไม่ได้จริงๆ

 

เมื่อไม่รู้ว่าควรทำอย่างไร สถานที่แรกที่น้ำปั่นนึกถึงก็คือโรงพยาบาล พอคิดได้แบบนั้นก็ขอให้ลุงแท็กซี่ขับรถไปส่ง น้ำปั่นลืมหมดทุกอย่าง ลืมแม้กระทั่งโทรบอกฮ่องเต้ เพราะมัวแต่ประคองและพัดวีให้คุณน้า

 

เมื่อนำตัวคุณน้ามาส่งที่โรงพยาบาลเรียบร้อย น้ำปั่นก็จะขอตัวลากลับ แต่ทว่าคุณน้าขอร้องทั้งน้ำตา ให้น้ำปั่นอยู่เป็นเพื่อนท่านสักหน่อย ท่านขอให้น้ำปั่นอยู่ด้วยจนกว่าญาติจะมา

 

พอน้ำปั่นจะหยิบมือถือขึ้นมาหมายจะกดโทรหาฮ่องเต้ คุณพยาบาลก็เข้ามาสอบถามอาการของคุณน้าจากน้ำปั่น คงคิดว่าน้ำปั่นเป็นญาติ พอบอกเล่าอาการเสร็จ น้ำปั่นก็ทิ้งตัวลงนั่งอย่างเหนื่อยล้า ช่วงนี้รู้สึกไม่ค่อยสบายอยู่ด้วย จึงเผลอหลับไปตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้

 

เวลาที่น้ำปั่นไปเรียน มือถือก็จะถูกปิดเสียงและปิดระบบสั่น เพราะน้ำปั่นรำคาญเสียงของมัน ปกติคนที่โทรหาน้ำปั่นมีอยู่แค่ไม่กี่คนเท่านั้น น้ำปั่นจึงไม่รู้สึกตัวเวลาที่เจ้านายกับฮ่องเต้กระหน่ำโทรตามหา

 

พอรู้สึกตัวอีกทีก็รีบบอกลา แม้คุณน้าจะขอให้อยู่ต่ออีกสักนิด แต่น้ำปั่นดูนาฬิกา มันเกินเวลากลับบ้านของน้ำปั่นมานานมากแล้ว ได้แต่คิดว่าฮ่องเต้คงจะโกรธน้ำปั่นแย่แล้วแน่ๆ

 

ระหว่างที่เดินออกมาจากห้องพัก ก็หยิบมือถือขึ้นมาหมายจะกดโทรหาฮ่องเต้ เพื่อบอกเล่าเรื่องราวต่างๆ ที่เกิดขึ้น เผื่อว่าความโกรธของฮ่องเต้จะลดลงไปบ้าง แต่สายตากลับสะดุดเข้ากับคนที่แสนคุ้นตา คนที่น้ำปั่นรักมากที่สุดนั่งซุกลงกับฝ่ามือ ท่าทางที่บ่งบอกให้รู้อย่างชัดเจนว่าฮ่องเต้กำลังเครียดมากเพียงใด

 

น้ำปั่นเดินเข้าไปหาฮ่องเต้อย่างหวาดหวั่น ในใจคิดไปว่ามีใครเป็นอะไรหรือเปล่า ฮ่องเต้ถึงได้มานั่งเครียดอยู่ที่นี่ แต่เมื่อฮ่องเต้เงยหน้าขึ้นมาก็โผเข้ามากอดน้ำปั่นเสียแน่น ร่างทั้งร่างของฮ่องเต้สั่นจนน้ำตาน้ำปั่นแทบไหล

 

เสียงของฮ่องเต้พึมพำว่าเจอน้ำปั่นแล้ว ดังวนซ้ำไปมาอยู่อย่างนั้น เพียงเท่านั้นน้ำปั่นก็รู้แล้วว่าฮ่องเต้มาที่นี่ทำไม น้ำปั่นอยากจะร้องไห้เพราะรู้สึกผิดกับสิ่งที่ตัวเองได้ทำลงไป

 

“น้ำปั่นขอโทษนะ ถ้าน้ำปั่นกลับกับเจ้านายตามที่ฮ่องเต้สั่ง เรื่องทุกอย่างมันก็คงไม่เกิดขึ้น” เรื่องทุกอย่างถูกเล่าออกไปอย่างไม่มีการบิดเบือน สิ่งที่น้ำปั่นควรได้รับคือความโกรธเคืองจากฮ่องเต้ แต่ทว่ามือหนากลับโอบกอดและลูบแผ่นหลังน้ำปั่นอย่างเบามือและอ่อนโยน อ้อมกอดของฮ่องเต้อบอุ่นเสมอ น้ำปั่นรักอ้อมกอดนี้ที่สุด

 

“ไม่เป็นไร ป๊าเข้าใจทุกอย่างแล้วครับ น้ำปั่นของป๊าเป็นเด็กดีที่สุด ป๊าภูมิใจในสิ่งที่น้ำปั่นทำ แต่ถ้ามีครั้งหน้า อย่าลืมว่าสิ่งแรกที่น้ำปั่นต้องทำ คือโทรมาบอกกับป๊าว่าอยู่ที่ไหน... เข้าใจนะ” พยักหน้ารับอย่างเข้าใจ โชคดีแค่ไหนที่ไม่ถูกโกรธ ถึงฮ่องเต้จะใจดีและรักน้ำปั่นมากแค่ไหน แต่ถ้าบทจะเอาจริงขึ้นมา ก็ทำให้น้ำปั่นร้องไห้เป็นวรรคเป็นเวรได้เหมือนกัน

 

 “น้ำปั่นสัญญา จะไม่ทำแบบนี้อีกแล้ว ตอนที่ฮ่องเต้กอดน้ำปั่นด้วยร่างกายที่สั่นเทาแบบนั้น มันอยากจะร้องไห้ น้ำปั่นทำให้ฮ่องเต้เจ็บปวด ขอโทษนะฮะ” ฮ่องเต้ก้มหน้าลงมาจูบที่หน้าผากอย่างอ่อนโยน มือหนาๆ ลูบหัวลูบหลังน้ำปั่นไม่ห่าง รับรู้ได้ถึงความรัก ความหวงใย ความหวงแหนที่ฮ่องเต้มีให้น้ำปั่นมาตลอด

 

“ดีแล้วครับ เป็นเด็กดี อย่าให้ทุกคนผิดหวัง ป๊าเชื่อมั่นในตัวน้ำปั่นเสมอ ส่วนเรื่องคุณน้าคนนั้น ไม่ต้องเป็นห่วงนะ เดี๋ยวพรุ่งนี้เราไปเยี่ยมด้วยกัน แต่ตอนนี้ก็ดึกมากแล้ว ไปอาบน้ำนอนพักผ่อนดีกว่า ป๊าอยากกอดน้ำปั่นจะแย่” ฮ่องเต้ใจดีที่สุด เป็นผู้ชายในอุดมคติของใครหลายๆ คน และน้ำปั่นก็เป็นหนึ่งในคนเหล่านั้น

 

แต่ความโชคดีก็เข้าข้างน้ำปั่น เพราะคนที่ได้รับความรักจากผู้ชายที่แสนดีคนนี้ คือน้ำปั่นนั่นเอง รู้สึกขอบคุณในโชคชะตามากเหลือเกิน ที่ทำให้ได้มาอยู่กับฮ่องเต้ ขอบคุณมากจริงๆ

 

วันนี้มันช่างยาวนานเหลือเกิน เข็มนาฬิกาเดินเลยผ่านเวลาเที่ยงคืนไปแล้ว ทั้งๆ ที่ควรจะนอนหลับพักผ่อน กลับต้องมานั่งฟังเจ้านายเทศน์แบบชุดใหญ่ แต่น้ำปั่นก็ตั้งใจฟังและรู้ด้วยว่าเจ้านายเป็นห่วงมากแค่ไหน

 

[น้ำปั่น... คราวหน้าคราวหลังอย่าหวังเลยว่านายจะยอมให้กลับบ้านเองอีก ถ้าเกิดอะไรขึ้นมาจะทำยังไง คนสมัยนี้ไม่ได้ใจดีเหมือนอาเต้นะเว้ย รู้มั้ยว่าคนเค้า    เป็นห่วงมากแค่ไหน โทรไปเท่าไหร่ก็ไม่รับสาย...]

 

“น้ำปั่นผิดไปแล้ว ขอโทษจริงๆ นะเจ้านาย จะไม่ทำแบบนี้อีกแล้ว จะไม่กลับบ้านคนเดียว จะไม่เผอเรอ จะไม่ทำให้ทุกคนวุ่นวายแบบนี้อีกแล้ว” รู้ว่าทำไมเจ้านายถึงโกรธ และไม่โกรธด้วยที่เสียงดังใส่น้ำปั่นแบบนั้น เพราะเจ้านายเป็นห่วงและรักน้ำปั่นมาก เจ้านายคือเพื่อนที่ดีที่สุดเท่าที่น้ำปั่นเคยมีมา

 

[โหย! นายพูดไม่ออกเลยอ่ะ น้ำปั่นน่าจะระวังตัวให้มากกว่านี้นะ คนสมัยนี้ชอบฉวยโอกาสกับความซื่อและความใจดีของคนอยู่ด้วย อย่าบอกว่านายมองโลกในแง่ร้ายนะ ถ้าเกิดอะไรขึ้น ถ้าน้ำปั่นเป็นอะไรขึ้นมา นายจะเสียใจแค่ไหน ก็รู้นี่ว่าน้ำปั่นเป็นเพื่อนที่นายโคตรรัก ไม่เอาแล้วนะ ไม่ทำแบบนี้แล้วนะ...]

 

“ฮึก ฮึก... ฮือ น้ำปั่นขอโทษ ขอโทษน้า จะไม่ทำแบบนี้อีกแล้ว เจ้านายอย่าโกรธน้ำปั่นนะ ฮือ” ไม่เอาแล้ว จะไม่ทำแบบนี้อีกแล้ว ไม่ชอบเลย ไม่อยากให้ฮ่องเต้กับเจ้านายโกรธและเป็นห่วงมากขนาดนี้เลย ถึงฮ่องเต้จะไม่ได้แสดงความโกรธออกมา แต่น้ำปั่นก็รู้ว่าโกรธ แต่เป็นเพราะฮ่องเต้รักน้ำปั่นมาก จึงพยายามเก็บความรู้สึกนั้นเอาไว้

 

ส่วนเจ้านาย รายนี้เป็นคนที่พูดอะไรตรงๆ คิดอะไร รู้สึกยังไงก็บอกกันแบบตรงไปตรงมาเสมอ นิสัยโผงผางขัดกับหน้าตา แต่ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนเป็นความจริงใจ ที่ไม่ได้เสแสร้งเลยแม้แต่น้อย

 

[น้ำปั่นรู้ใช่มั้ยว่าทำไมนายถึงต้องว่าน้ำปั่นแบบตรงๆ เพราะว่านายไม่อยากเสียเพื่อนรักไป นายไม่ไว้ใจใครที่ไหนทั้งนั้น ใครจะมองว่ามองโลกในแง่ร้ายก็ช่าง แต่นายจะไม่ยอมให้น้ำปั่นเป็นอะไรไปหรอกนะ]

 

“น้ำปั่นรู้ สัญญาเลยว่าจะไม่ทำแบบนี้อีกแล้ว จะโทรบอก จะรับสาย จะไม่กลับบ้านคนเดียว ขอโทษน้า หายโกรธน้ำปั่นเร็วๆ นะ...”

 

[เฮ้อ เป็นแบบนี้ทุกที แล้วใครมันจะไปโกรธลง ตอนนี้น้ำปั่นไม่เป็นอะไรก็ดีแล้ว นี่ก็ดึกแล้วด้วย ไปนอนพักเหอะ ไว้พรุ่งนี้ค่อยมาคุยกันอีกที เรามีเรื่องต้องคุยกันยาวๆ เลยด้วย โดยเฉพาะเรื่องของคุณน้าคนนั้น...]

 

“อื้อ ฝันดีนะเจ้านาย รีบๆ หายโกรธน้ำปั่นนะ” น้ำปั่นได้ยินเสียงเจ้านายจิ๊จ๊ะใส่ก่อนจะวางสายไป พรุ่งนี้คงต้องขอโทอย่างจริงจังอีกที เจ้านายคงคิดว่าเป็นความผิดของตัวเองที่ไม่ได้มาส่งน้ำปั่นที่บ้าน ทั้งๆ ที่คนผิดคือน้ำปั่นต่างหาก

 

“หูชาเลยใช่มั้ย” ฮ่องเต้นั่งลงบนเตียงนอน ข้างๆ ร่างของน้ำปั่นที่นอนซุกหน้า ซ่อนรอยน้ำตาเอาไว้ สัมผัสแสนอ่อนโยนและอบอุ่นจากมือหนา บรรจงลูบหัวอย่างเบามือ ทำให้น้ำปั่นต้องป้ายหน้าตาไปมา ลบรอยน้ำตาทั้งหมดออกไป พลิกตัวนอนหงายและส่งยิ้มให้กับผู้ชายที่ใจดีที่สุดในโลก

 

“อื้อ แต่น้ำปั่นเข้าใจนะ เพราะเจ้านายรักและเป็นห่วงน้ำปั่นมาก ไม่แปลกที่จะปรี๊ดใส่แบบนั้น เพื่อนที่ดีต้องตักเตือนเพื่อนอย่างตรงไปตรงมา ฮ่องเต้เคยสอนน้ำปั่นเอาไว้” เพื่อนที่ดีมีคนเดียวก็พอแล้วจริงๆ แค่เจ้านายคนเดียวก็เกินพอ

 

“เจ้านายเป็นเด็กดีนะ มีความคิดความอ่านโตเกินตัว ป๊าถึงได้ไว้ใจให้ดูแล   น้ำปั่น เป็นเพื่อนที่ดีต่อกันแบบนี้ไปเรื่อยๆ นะ วันข้างหน้าน้ำปั่นจะเรียนรู้ได้เอง ว่าเพื่อนมีความหมายมากกว่าที่คิด” ฮ่องเต้ขยับผ้าห่มขึ้นมาคลุมให้ น้ำปั่นจับมือหนาขึ้นมากอดแนบอก ทั้งชีวิต ทั้งหัวใจ ขอฝากฝังเอาไว้กับฮ่องเต้เลยได้มั้ย น้ำปั่นเชื่อว่าฮ่องเต้จะต้องดูแลน้ำปั่นได้อย่างแน่นอน

 

“ฝันดีครับ” จุมพิตที่แสนละมุน ประทับลงมาที่หน้าผากอย่างอ่อนโยน ฮ่องเต้ปิดไฟในห้องให้ดับมืด ทิ้งตัวนอนข้างๆ น้ำปั่น อ้อมกอดที่อบอุ่นทำให้น้ำปั่นได้มีที่ซุกกายในค่ำคืนที่แสนยาวนาน ความสุขของน้ำปั่นก็คือความรักของฮ่องเต้ ยิ่งได้รับความรักมากแค่ไหน ความสุขที่มีก็จะยิ่งมากขึ้นเท่านั้น

 

“รักฮ่องเต้นะ...”

 

 

 

 

ชีวิตในรั้วโรงเรียนก็ไม่ได้มีอะไรมากมาย น้ำปั่นตั้งใจเรียนอยู่เสมอ เพราะมันเป็นหน้าที่ของเด็กดี เพื่อตอบแทนความรักของย่าน้อยและฮ่องเต้ การเรียนก็สนุกดีนะ ได้รู้เรื่องราวและได้วิชาความรู้เพิ่มเติมอยู่เสมอ

 

ปกติแล้วเทปเป้มักจะมาวอแวตอแยทุกครั้งที่มีโอกาส แต่ช่วงนี้ดูจะออกห่างจากน้ำปั่นพอสมควร นานๆ จะมาแซวมาหยอดบ้างตามสถานการณ์ แต่ก็ไม่ได้ทำตัวน่ารำคาญเหมือนเมื่อก่อน

 

ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม แต่ไม่ว่าจะเพราะอะไร น้ำปั่นรู้สึกขอบคุณมากจริงๆ ที่ทำให้เทปเป้คิดได้ และเลิกยุ่งกับน้ำปั่นเสียที ถ้าในฐานะเพื่อน น้ำปั่นสามารถตอบรับความรู้สึกของเทปเป้ได้ แต่ในฐานะอื่น บอกตามตรงว่าหัวใจดวงนี้ไม่สามารถยกให้ใครได้อีกแล้ว

 

แต่เรื่องของเทปเป้น่ะพักเอาไว้ก่อน ตอนนี้คนที่น่ากลัวมากที่สุดก็คือคนที่ยืนกอดอกจ้องมองน้ำปั่นอย่างเอาเรื่องคนนี้ต่างหาก

 

“ขอโทษน้า อย่าทำหน้าดุใส่กันแบบนี้สิ...” ไม่ใช่ใครที่ไหน เป็นเจ้านายเพื่อนรักของน้ำปั่นเอง มาอย่างโหดเลยล่ะวันนี้ ทั้งๆ ที่เมื่อวานก็เฉ่งน้ำปั่นผ่านไลน์ไปตั้งยกใหญ่ๆ ยังไม่หายโกรธกันอีกหรือไงนะ

 

“ก็มันน่าหงุดหงิดนี่นา คิดยังไงก็คิดไม่ตก มันไม่ใช่เรื่องบังเอิญแน่ๆ อะไรจะบังเอิญขนาดนั้น กรุงเทพไม่ใช่เล็กๆ สักหน่อย อีกอย่างนะน้ำปั่น น้าคนนั้นเค้าตั้งใจมาหาลูกจริงๆ หรือว่าตั้งใจมาหาน้ำปั่นกันแน่” ก็ไม่รู้ว่าทำไมเจ้านายถึงได้คิดแบบนั้น หรือเพราะว่าน้ำปั่นเป็นพวกไม่คิดอะไร ไม่รู้สิ ความบังเอิญบนโลกใบนี้มันมีอยู่ตั้งมากมายนี่นา

 

“ก็น้าเค้าบอกว่าน้ำปั่นหน้าเหมือนลูกของเค้า คงจะเป็นแบบนั้นมั้ง เลยเอ็นดูน้ำปั่นเป็นพิเศษ...”

 

“จะบอกว่านายมองโลกในแง่ร้ายเกินไปใช่มั้ย ถ้ากับคนอื่นหรือกับไอ้เทปเป้นะ ใครจะมาหิ้วมันไปก็ช่างประไร นายจะไม่สนใจเลยสักนิด แต่เพราะเป็นน้ำปั่นเพื่อนรักของนาย ไม่ให้ห่วงได้ไง ยิ่งเชื่อคนง่ายอยู่” โหย จัดมาแบบรัวเลย น้ำปั่นต้องกอดเจ้านายเอาไว้ ไม่งั้นคงจะใส่มาแบบไม่ยั้งแน่ๆ

 

“ฮะๆ น้ำปั่นรับทราบแล้ว จะไม่ทำให้เป็นห่วงอีกแล้ว สัญญาเลยว่าจะไม่ไปไหนมาไหนคนเดียว จะไม่อยู่ห่างจากเจ้านายเลย สัญญาน้า ไม่เอาไม่โกรธนะ” เจ้านายถอนหายใจเฮือกใหญ่ ยกมือขึ้นมาขยี้ผมน้ำปั่นจนยุ่งไปหมด ยิ้มแล้วอ่ะ เจ้านายยิ้มให้แล้ว แสดงว่าหายโกรธน้ำปั่นแล้วสินะ

 

“เฮ้อ บ่นจนเหนื่อย ก็ไม่ได้อยากจะมานั่งบ่นอะไรหรอกนะ แต่น้ำปั่นไว้ใจคนง่ายเกินไป ถ้าเกิดถูกอุ้มไปจะทำยังไง ไม่อยากอยู่กับคุณป๊าสุดหล่อไปนานๆ หรือไง เมื่อวานนี้อาเต้โทรมาหานายเป็นสิบเป็นร้อยสาย อาเต้เป็นห่วงน้ำปั่นมากเลยนะ” ก็รู้แล้วล่ะว่าฮ่องเต้เป็นห่วงมากแค่ไหน ยังรู้สึกผิดอยู่ไม่หายเลย ถึงฮ่องเต้จะไม่พูดถึงเรื่องที่เกิดขึ้นก็เถอะ

 

“รู้แล้วๆ สัญญาจริงๆ ว่าจะไม่ทำแบบนี้อีก ไม่เอาแล้วล่ะนั่งรถกลับบ้านคนเดียวเนี่ย ให้ฮ่องเต้คอยรับส่งตามเดิมดีแล้ว แต่เรื่องคุณน้าน่ะ น้ำปั่นไม่คิดว่าเค้าจะหวังร้ายอะไร เดี๋ยวเย็นนี้ฮ่องเต้จะพาไปเยี่ยมที่โรงพยาบาลด้วย” เจ้านายทำหน้าตาแปลกๆ ชอบกล แต่น้ำปั่นไม่ได้ไปคนเดียวสักหน่อย ก็ไปกับฮ่องเต้นี่นา ไม่มีปัญหาอะไรหรอก

 

“เอาเถอะ ถ้าอาเต้อยู่ด้วยนายก็คงไม่ต้องห่วงอะไร...”

 

“คุยอะไรกันอยู่ครับสาวๆ” เทปเป้วิ่งเข้ามากอดไหล่เจ้านาย นี่คือวอนตายมากเลยนะขอบอก เจ้านายไม่ชอบให้ใครมาพูดอะไรแบบนี้ใส่ด้วยสิ

 

“อยากตายก็บอก นี่เพื่อนเล่นหรือไง คนยิ่งอารมณ์เสียอยู่” มือของเทปเป้ถูกตีเสียงดังลั่น เจ้าตัวชักมือหนีไปทันที ทำหน้าตาบอกบุญไม่รับ ท่าทางจะเจ็บน่าดู

 

“จริงจังกับชีวิตไปหรือเปล่าเจ้านาย ไม่เอาไม่เครียด นี่ทำหน้าเครียดมาตั้งแต่เช้า ท้องผูกหรือไง...”

 

“ก็เพราะนิสัยแบบนี้ไง น้ำปั่นถึงไม่สนใจ ไปไหนก็ไปเลยไป เดี๋ยวพ่อน้ำปั่นก็มารับแล้ว หรืออยากถูกฆ่าทิ้งก็เชิญวอแวต่อได้เลยนะ” พอเจ้านายพูดถึงฮ่องเต้ เทปเป้ก็ยิ้มเจื่อนทันที เห็นทะเล้นๆ แบบนี้ ก็กลัวฮ่องเต้เอาเรื่องน่าดู ก็นะ เพราะว่ารายนั้นเล่นตั้งป้อมศัตรูใส่ตั้งแต่แรก และทุกครั้งที่มารับน้ำปั่น ก็จ้องหน้าจนเทปเป้ไม่เข้ามายุ่งกับน้ำปั่นเลย

 

“เจ็บปวดว่ะเจ้านาย โคตรแทงใจดำเลย แต่ก็เอาเถอะ ตอนนี้เราไม่อยากกินน้ำปั่นแล้วล่ะ เราเปลี่ยนไปไปกินน้ำส้มแทนแล้ว น่ารักมากนะครับขอบอก...” เฮ้อ โล่งชะมัดเลย ดีแล้วที่เทปเป้ไม่มายุ่งวุ่นวายกับน้ำปั่น ไม่ชอบเวลาที่ฮ่องเต้ทำหน้าดุเลย เพราะเวลาทำหน้าดุๆ เข้มๆ แบบนั้น มันยิ่งชวนมองเสียยิ่งกว่าเวลาไหนๆ

 

“เออ ใช่ ว่าจะถามตั้งแต่เมื่อวันก่อนแล้ว ผู้หญิงคนที่มานั่งคุยกับน้ำปั่นทุกเย็นนี่เป็นญาติน้ำปั่นหรอ มองบางมุมแอบหน้าคล้ายกับน้ำปั่นมากเลยนะ...”

 

“เพ้อเจ้อว่ะ ไม่เห็นจะเหมือนเลย อีกอย่างนั่นก็ไม่ใช่ญาติน้ำปั่นสักหน่อย กลับบ้านไปได้แล้วไป หรือจะไปเก็บส้มที่ไหนก็ไปเหอะ เบื่อหน้ามาก...” สองคนนี้ตีกันบ่อยเกินไปมั้ยนะ ทะเลาะกันทุกครั้งที่เจอหน้าเลยก็ว่าได้

 

“เอ้า หรอ คิดว่าเป็นญาติน้ำปั่นเสียอีก งั้นเราไปดีกว่า เบื่อหน้าเพื่อนน้ำปั่นเหมือนกัน ดุยิ่งกว่าน้องหมาที่บ้านเราอีก ฮ่าๆ” เจ้านายแยกเขี้ยวใส่ทันทีที่ได้ยิน ส่วนเทปเป้น่ะหรอ วิ่งหนีไปตั้งแต่ที่พูดจบแล้ว

 

“ฆ่าคนตายนี่ผิดกฎหมายมั้ยวะ โอย... เกลียดหน้าไอ้บ้านี่โคตรๆ อยากจะจับมันมาฆ่าทิ้ง...”

 

“เจ้านาย ใจเย็นๆ น้า อย่าไปสนใจเลย ตอนนี้เทปเป้ก็ไม่ค่อยได้มายุ่งอะไรแล้วนี่ ปล่อยเค้าไปเถอะ” แต่จะว่าไป ถึงสองคนนั้นจะทะเลาะกันยังไง ก็ไม่ได้เกลียดกันหรอก อะไรหลายๆ อย่างมันบอกกับน้ำปั่นแบบนั้น

 

“อื้อ ช่างไอ้บ้านั่นมันเหอะ ว่าแต่อาเต้จะมารับน้ำปั่นกี่โมง เย็นนี้นายจะต้องไปซื้อของที่จตุจักรสักหน่อย...”

 

“อยากไปด้วยจัง แต่น่าเสียดายอ่ะ น้ำปั่นนัดกับฮ่องเต้เอาไว้แล้ว ไว้วันไหนว่างๆ เราไปเที่ยวกันนะ น้ำปั่นอยากเดินดูต้นไม้หน่อย หวานเย็นคุ้ยต้นไม้ของฮ่องเต้ซะเละเลย แต่ฮ่องเต้ก็ไม่ได้ว่าอะไร...”

 

“โอเค ไว้วันหลังไปเดินด้วยกัน นี่นายก็อยากได้ต้นไม้มาแขวนริมระเบียงเหมือนกัน ต้นเก่ามันเฉาตายแล้วด้วย” เป็นอันตกลงตามนี้ ไปเที่ยวที่ไหนก็แล้วแต่ แค่ได้ไปกับฮ่องเต้ หรือกับเจ้านาย แค่นั้นก็ทำให้สนุกขึ้นเยอะเลย

 

 

 

วันนี้เป็นอีกหนึ่งวันที่ฮ่องเต้แวะมารับน้ำปั่นเร็วมาก อาจจะเพราะเมื่อวานนี้เพิ่งเกิดเรื่องเข้า ฮ่องเต้คงจะเป็นห่วงและกลัวน้ำปั่นจะหายตัวไป เราสองคนตั้งใจเอาไว้ว่าจะไปเยี่ยมคุณน้าที่โรงพยาบาล น้ำปั่นอดที่จะเป็นห่วงไม่ได้ ไม่รู้ว่าป่านนี้ญาติๆ ของคุณน้าจะรู้ข่าวคราวหรือยัง

 

“ฮ่องเต้... หายโกรธน้ำปั่นหรือยัง เห็นเงียบๆ มาตั้งแต่เช้าแล้ว น้ำปั่นอึดอัดนะ” ก็ฮ่องเต้บอกเองว่ามีอะไรให้พูดกันตรงๆ นี่แหล่ะความรู้สึกของน้ำปั่นในตอนนี้ มันอึดอัดนะ ให้ฮ่องเต้ดุด่าว่ากล่าวยังดีเสียกว่ามาเงียบใส่กันแบบนี้

 

“หายตั้งแต่เมื่อวานแล้วครับ ไอ้ที่เงียบๆ กำลังคิดอยู่ว่าจะลงโทษคนผิดยังไงดีต่างหาก คืนนี้รอรับบทลงโทษได้เลยนะน้ำปั่น” อะไรล่ะเนี่ย พลิกบทมาหื่นเฉยเลย ถึงคำพูดของฮ่องเต้จะไม่มีอะไรมากมาย แต่ไอ้แววตาและน้ำเสียงที่ใช้มันบ่งบอกอย่างชัดเจนเลย

 

“น้ำปั่นยอมให้ลงโทษตามใจชอบเลย แต่อย่าเงียบใส่กันเลยนะ มันอึดอัดมากอ่ะ แถมวันนี้ก็ถูกเจ้านายใส่มาเต็มเหนี่ยวเลยด้วย ทีหลังไม่เอาแล้ว ทั้งฮ่องเต้ ทั้งเจ้านาย นี่ดีนะที่ย่าน้อยไม่รู้ ไม่อย่างนั้นน้ำปั่นคงหูชาแน่ๆ” มือหนาเอื้อมมาโยกหัวเบาๆ อบอุ่นเสมอเลยล่ะผู้ชายคนนี้

 

“ก็ไม่แปลก เจ้านายเป็นห่วงน้ำปั่นไม่น้อยไปกว่าป๊าหรอก ยิ่งโกรธยิ่งบ่นมาก ก็แสดงว่าเจ้าตัวกำลังเป็นห่วงมาก มีเพื่อนอย่างเจ้านายนี่ถือว่าโชคดีมากแล้ว” อื้อ น้ำปั่นก็ว่าอย่างนั้นแหล่ะ โชคดีจังเลยน้าที่มีเพื่อนที่แสนดีอย่างเจ้านาย มีคนรักที่แสนวิเศษอย่างฮ่องเต้แบบนี้

 

“อื้อ น้ำปั่นก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน ว่าแต่เราแวะซื้อของไปเยี่ยมคุณน้ากันหน่อยดีกว่าเนอะ เออ ใช่ จะว่าไปแล้ว เหมือนเทปเป้จะบอกว่าคุณน้าหน้าคล้ายน้ำปั่นด้วยล่ะ ไม่รู้ว่ามองยังไง ถึงคุณน้าจะหน้าตาดีก็เถอะ” ฮ่องเต้หันมามองหน้าน้ำปั่นด้วยสีหน้าที่เดาไม่ออกว่ากำลังคิดอะไร แต่เจ้าตัวก็หันกลับไปมองเส้นทางตามเดิม ไม่รู้ว่าเป็นเพราะชื่อของเทปเป้หรือเปล่านะ

 

ตั้งแต่ที่น้ำปั่นพูดชื่อเทปเป้ออกไป ฮ่องเต้ก็ไม่ได้พูดอะไรออกมาอีกเลย สงสัยคำนี้จะเป็นคำต้องห้ามแน่ๆ น้ำปั่นจะพยายามไม่พูดถึงเทปเป้ให้ฮ่องเต้ได้ยิน ไม่อยากให้ฮ่องเต้เงียบเฉยแบบนี้

 

เราสองคนเดินเคียงกันไปยังห้องที่คุณน้าพักรักษาตัว แอบเป็นห่วงอยู่เหมือนกัน เมื่อวานนี้อาการคุณน้าไม่สู้ดีเท่าไหร่ หน้าตาซีดเซียวจนต้องนอนนิ่งๆ คุณหมอไม่ให้ลุกไปไหนมาไหน และก็ไม่รู้ว่าตั้งแต่ที่น้ำปั่นกลับไปกับฮ่องเต้ จะมีญาติๆ มาดูแลคุณน้าหรือเปล่า

 

“นี่ ฮ่องเต้ ถ้าวันหนึ่งน้ำปั่นเกิดไม่ได้อยู่ข้างๆ ฮ่องเต้จะคิดถึงน้ำปั่นมั้ย...”

 

“มันไม่มีทางเป็นแบบนั้นหรอก เพราะป๊าจะไม่ยอมให้น้ำปั่นไปไหนทั้งนั้น กว่าจะเลี้ยงมาจนโตขนาดนี้ เรื่องอะไรจะยอมปล่อยให้ไปไหน ยังไม่ได้ถอนทุนคืนเลยนะ” อะไรกันเล่า มาเล่นหูเล่นตาใส่กลางโรงพยาบาลแบบนี้ ถามหน่อยเถอะไม่อายคนอื่นบ้างหรือไง

 

“บ้า! นี่คนเค้าจริงจังเหอะ ยังจะมาเล่นหูเล่นตาใส่กันอีก นี่ไม่ใช่ที่บ้านเสียหน่อย...”

 

“ถ้าเป็นที่บ้านไม่เล่นแค่หูกับตาหรอกว่ะ จะเล่นให้มากกว่านั้น เหมือนอย่างคืนนั้นเลยเป็นไง...” ไม่เอาแล้ว ทำไมยิ่งพูดมันยิ่งเข้าตัวเองล่ะ น้ำปั่นเขินจนจะเป็นบ้าตายอยู่แล้ว ไอ้เรื่องคืนนั้นที่ฮ่องเต้พูดถึง มันเป็นคืนที่น้ำปั่นไม่เคยลืม จะไปลืมได้ไง มันออกจะตรึงใจขนาดนั้น โอย พูดแล้วเขินชะมัด

 

“ถึงแล้ว ห้องนี้เลย เราเข้าไปกันดีกว่าเนอะ” โชคดีจริงๆ ที่มาถึงห้องพักของคุณน้าแล้ว ไม่อย่างนั้นฮ่องเต้ได้พูดอะไรให้น้ำปั่นเขินจนละลายตายไปข้าง

 

น้ำปั่นตั้งท่าจะเปิดประตูเข้าไปทางด้านใน แต่ว่าฮ่องเต้กลับดึงมือน้ำปั่นเอาไว้  คนหล่อของน้ำปั่นบอกว่ามารยาทที่ดีควรเคาะประตูเสียก่อน ปกติน้ำปั่นก็เคาะนะ ออกจะเป็นเด็กดีที่มีมารยาท แต่ครั้งนี้มันรีบร้อนนี่นา อยากจะเข้าไปดูคุณน้าว่ามีอาการอย่างไร

 

“รับทราบครับผม” น้ำปั่นตะเบ๊ะรับคำ เคาะประตูสามครั้งก่อนจะเปิดประตุเข้าไปทางด้านใน แอบโล่งใจที่พบว่าคุณน้าไม่ได้อยู่คนเดียวตามลำพัง แต่ทว่ามีคนอีกสองคนอยู่ในห้อง คนหนึ่งเป็นผู้ชายท่าทางมีอายุและดูภูมิฐาน อีกคนเป็นเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ น่ารัก ท่าทางจะอายุน้อยกว่าน้ำปั่นอยู่หลายปี

 

“เอ่อ... ไม่ทราบว่าน้ำปั่นมารบกวนหรือเปล่าฮะ” บรรยากาศในห้องดูตึงเครียดยังไงก็ไม่รู้ หรือว่าอาการของคุณน้าไม่ดีกันนะ

 

“ไม่หรอกจ๊ะ น้าดีใจเสียอีกที่หนูมาเยี่ยม... สวัสดีค่ะ” ฮ่องเต้วางตะกร้าของเยี่ยมลง และยกมือไหว้คุณน้าอย่างนอบน้อม เห็นทะลึ่งแบบนี้ก็เถอะ รายนี้มารยาทดีเลิศมากเลยนะขอบอก เวลาที่ไปออกงานสังคมกับย่าน้อยที คุณหญิงคุณนายทั้งหลายชื่นชมกันยกใหญ่

 

“อาการเป็นอย่างไรบ้างครับ เห็นน้ำปั่นพูดให้ฟังว่าคุณไม่สบาย พักผ่อนเยอะๆ นะครับ น้ำปั่นเขาเป็นห่วง” ฮ่องเต้ยืนอยู่ข้างๆ เอ่ยทักทายตามมารยาท ได้พูดคุยถามไถ่อาการคุณน้าเล็กน้อย ฮ่องเต้ก็ขอตัวไปนั่งเงียบๆ อยู่ที่โซฟา

 

“คุณพ่อของน้ำปั่นดูท่าทางใจดีมากเลยนะ...”

 

“ไม่ใช่แค่ใจดีธรรมดานะฮะ แต่ใจดีมากๆ เลยฮะ แต่บทจะดุก็เอาเรื่องเหมือนกัน อย่างเมื่อวานที่น้ำปั่นหายไป ไม่ได้โทรไปบอกว่าอยู่ที่ไหน ถูกบ่นจนหูชาเลยฮะ แต่น้ำปั่นก็เป็นฝ่ายผิด เพราะฉะนั้นก็สมควรแล้วฮะที่จะถูกบ่นแบบนั้น” เอ น้ำปั่นคิดไปเองหรือเปล่านะ ทำไมทั้งผู้ชายคนนั้นและเด็กผู้หญิงคนนั้น ต่างมองน้ำปั่นด้วยสายตาแปลกๆ หรือว่าพวกเขาจะหวงคุณน้า หรือว่าจะไม่ชอบที่น้ำปั่นมาทำตัวใกล้ชิดคุณน้ากันนะ

 

“น้าต้องขอโทษด้วยนะจ๊ะ ที่ทำให้น้ำปั่นเดือดร้อนแบบนั้น...”

 

“ไม่เลยฮะ น้ำปั่นไม่ได้คิดแบบนั้นเลย ตรงกันข้ามนะฮะ ถ้าน้ำปั่นไม่ได้ช่วยคุณน้าไว้ คงต้องรู้สึกผิดมากแน่ๆ อีกอย่างฮ่องเต้... เอ่อ ป๊าสอนน้ำปั่นเสมอว่าห้ามละเลยกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้า ยิ่งถ้าเห็นใครเดือดร้อน ถ้าเราสามารถช่วยเหลือได้ก็ไม่ควรมองข้าม” ไม่ใช่แค่ฮ่องเต้ที่สอนน้ำปั่นแบบนี้ แต่ทว่าทุกคนในครอบครัวก็สอนให้น้ำปั่นเป็นคนดี เพราะน้ำปั่นเคยได้รับความช่วยเหลือจากฮ่องเต้ น้ำปั่นจึงสำนึกอยู่เสมอ ว่าการช่วยเหลือซึ่งกันและกันเป็นสิ่งที่ดี

 

“เป็นคำสอนที่ดีมากเลยนะจ๊ะ ว่าแต่คุณพ่อของน้ำปั่นอายุเท่าไหร่ ทำไมยังดูหนุ่มอยู่เลย...”

 

“จะสามสิบแล้วฮะ... ที่ยังดูหนุ่มแบบนี้ ก็เพราะว่าน้ำปั่นเป็นลูกบุญธรรมที่ป๊ารับอุปการะเลี้ยงดูมาตั้งแต่เด็กฮะ” เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ฝังลึกในใจไม่เคยจางหาย แต่ก็ไม่ได้เก็บมาคิดให้เป็นความแค้นหรือความโกรธเคืองอะไร ทุกวันนี้น้ำปั่นก็มีความสุขดีอยู่แล้ว

 

“แล้วพ่อแม่แท้ๆ ของหนูล่ะครับ...”

 

“ขอโทษนะครับ พวกเราจะไม่ถามคำถามนี้กับน้ำปั่น เพราะว่ามันเป็นความทรงจำที่เลวร้ายสำหรับเขา” น้ำปั่นจับแขนของฮ่องเต้เอาไว้และส่ายหน้าเป็นเชิงห้าม

 

“ไม่เป็นไรฮะ น้ำปั่นไม่เป็นอะไรแล้วล่ะ มันก็ผ่านมานานมากแล้ว... น้ำปั่นจำหน้าพ่อกับแม่ไม่ได้แล้วฮะ ท่านทิ้งน้ำปั่นไปตั้งแต่ห้าขวบ ตั้งแต่นั้นมาน้ำปั่นก็อยูในความดูแลของครอบครัวลักษณารีย์มาโดยตลอด” น้ำปั่นก็ไม่รู้หรอกนะ ไอ้ที่ไม่รู้สึกเจ็บ เพราะว่าทำใจได้ หรือเพราะมันเจ็บจนชาชินไปแล้ว

 

“แม่เป็นอะไรหรือเปล่าคะ ร้องไห้ทำไมอ่ะ เจ็บตรงไหนหรือเปล่า เดี๋ยวหนูไปตามหมอให้น้า...” เด็กหญิงตัวน้อยร้องขึ้นมาด้วยความตกใจ คงเป็นเพราะเห็นคนเป็นแม่ร้องไห้กระมัง

 

“แม่ไม่เป็นไรจ้าน้ำหวาน” น้ำปั่นไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร ทำไมฮ่องเต้ถึงได้กุมมือน้ำปั่นเอาไว้ สีหน้าเคร่งเครียดของฮ่องเต้ดูน่าเป็นห่วงจัง มันมีอะไรหรือเปล่านะ

 

“จริงๆ แล้วเรื่องของพ่อแม่น้ำปั่น ครอบครัวของเราจะไม่ค่อยพูดถึงสักเท่าไหร่ มันเป็นแผลที่ติดในใจของน้ำปั่นมาตลอด สำหรับพวกเราแล้ว ไม่มีอะไรสำคัญไปกว่าความรู้สึกของน้ำปั่น...”

 

“น้ำปั่นไม่เป็นไรแล้วฮะ ตอนนี้น้ำปั่นมีความสุขมากเลยล่ะ คุณน้าไม่ต้องเป็นห่วงนะฮะ รักษาสุขภาพและพักผ่อนเยอะๆ ดีกว่า...” ทำไมนะ ยิ่งน้ำปั่นพูดมากเท่าไหร่ คุณน้าก็ยิ่งร้องไห้มากเท่านั้น หรือน้ำปั่นจะพูดอะไรผิดไป

 

"หนูอยากพบกับพ่อแม่ของหนูมั้ย...” คำถามนี้อีกแล้ว น้ำปั่นไม่อยากตอบออกไปเลย เพราะคำตอบของน้ำปั่นมันอาจจะทำให้ทุกคนมองว่าน้ำปั่นเป็นเด็กอกตัญญู น้ำปั่นมีเหตุผลของตนเองนะ เหตุผลที่รู้อยู่แก่ใจมาตลอด

 

“พ่อกับแม่คงไม่อยากเจอน้ำปั่นหรอกฮะ อ๊ะ วันนี้น้ำปั่นการบ้านเยอะมากเลยคงต้องขอตัวกลับก่อน คุณน้าดูแลตัวเองนะฮะ” น้ำปั่นจะเดินจากมา แต่ทว่ามือเล็กๆ ของเด็กตัวน้อยกลับดึงนิ้วของน้ำปั่นเอาไว้

 

“น้ำหวานอยากมีพี่ชายน่ารักๆ แบบพี่จังเลย ไว้มาเล่นด้วยกันอีกนะคะ” เด็กน้อยน่ารักส่งยิ้มมาให้ น้ำปั่นส่งยิ้มกลับและบอกลาอีกครั้ง ก่อนจะเดินนำฮ่องเต้ออกมาจากห้องพัก

 

“เป็นไง โอเคมั้ย” รู้อยู่แล้วล่ะว่าฮ่องเต้เป็นห่วง แต่น้ำปั่นไหวจริงๆ ไม่ได้เป็นอะไร แค่สงสัยว่าคุณน้าเป็นอะไรหรือเปล่า ถึงได้ร้องไห้มากมายขนาดนั้น

 

“ทำไมจะไม่โอเคล่ะ ก็น้ำปั่นมีฮ่องเต้อยู่ด้วยกันนี่นา” ขอแค่มีคนที่น้ำปั่นรักมากๆ คนนี้ ก็ไม่กลัวอะไรอีกแล้ว

 

“ดีแล้วครับ อ้อ เดี๋ยวป๊าไปส่งน้ำปั่นไว้ที่บ้านใหญ่ก่อนนะ พอดีป๊ามีธุระสำคัญต้องไปจัดการสักหน่อย เสร็จธุระแล้วจะไปรับกลับบ้านเรานะ” เอ มีธุระอะไรหรอ เมื่อกี้นี้ก็ไม่เห็นจะบอกกันนี่นา แต่ก็นะ ฮ่องเต้ไม่โกหกน้ำปั่นหรอก อีกอย่างฮ่องเต้คงไม่หนีเที่ยวเอาป่านนี้แน่ๆ

 

“โอเค น้ำปั่นเป็นเด็กดีที่แสนน่ารัก ฮ่องเต้ว่าไงน้ำปั่นก็ว่างั้น จะไม่ถาม ไม่เซ้าซี้ ไม่งี่เง่า เพราะฉะนั้น ขอรางวัลให้น้ำปั่นหน่อยได้มั้ยอ่ะ...” ไม่ต้องเสียเวลารอเลยอ่ะ ฮ่องเต้จุ๊บเบาๆ ที่ริมฝีปากของน้ำปั่น ก่อนจะกลายเป็นการจูบอย่างดูดดื่ม โชคดีนะเนี่ยที่อยู่ในรถแล้ว อีกอย่างตรงนี้ก็ค่อนข้างมืดด้วย ไม่อย่างนั้นน้ำปั่นคงอายแย่เลย ถ้ามีคนเดินผ่านไปผ่านมาแล้วเห็นเข้า

 

“น้ำปั่นต้องอยู่กับป๊านะ อยู่ด้วยกันตลอดไป...” นิ้วที่ใหญ่กว่าเกี่ยวมาที่นิ้วก้อยของน้ำปั่น ถึงฮ่องเต้ไม่บอก น้ำปั่นก็จะทำอย่างนั้นอยู่แล้ว จะไม่ยอมไปไหนไกลเลยล่ะ จะอยู่ด้วยกันจนฮ่องเต้เบื่อน้ำปั่นไปข้างหนึ่งเลยคอยดู

 

………100%..........

 

#เต้ปั่น #ยุ่งนัก

แวะมาลงทีเดียวแบบเต็มร้อยเลยค่า ตอนหน้าตอนสุดท้ายของน้ำปั่นแล้ว จะมาลงตอนจบของน้ำปั่น วันเดียวกับตอนจบของพายต่อเลยจ้า จบพร้อมกันทีเดียวทั้งสองเรื่องเลย T^T

หนังสือกำลังเดินทางมาจากโรงพิมพ์ค่า ในหนังสือมีตอนพิเศษสองตอน คือ ฮองเฮา กับ เจ้านายจ้า

เจอกันตอนหน้าค่า ^^

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

15,978 ความคิดเห็น

  1. #15238 Taeisme (@tsaijam) (จากตอนที่ 130)
    วันที่ 29 กันยายน 2557 / 01:21
    แฮปปี้ๆๆๆๆๆ ฮ่องเต้น้ำปั่น น่ารักกกกกก
    #15238
    0
  2. #15235 Taeisme (@tsaijam) (จากตอนที่ 130)
    วันที่ 28 กันยายน 2557 / 21:26
    น้ำปั่นของฮ่องเต้
    #15235
    0
  3. #15219 KiHaE*129 (@princezzaofz) (จากตอนที่ 130)
    วันที่ 28 กันยายน 2557 / 00:24
    ไม่รู้เหตุผลที่ทิ้งไป

    แต่ถ้ากลับมาเฉยๆ ก็ดีไป

    แต่ถ้าจะกลับมาทวงคืน

    ก็อย่าเลย
    #15219
    0
  4. #15202 littlegirl's (@littlegirls43) (จากตอนที่ 130)
    วันที่ 26 กันยายน 2557 / 13:00
    ฮ่องเต้ต้องไปเคลียร์แน่ๆเบยย
    ไม่ยอมหรอกก
    #15202
    0
  5. #15198 Little Stream (@haruka15) (จากตอนที่ 130)
    วันที่ 25 กันยายน 2557 / 18:24
    หูาแทนน้ำปั่นน เจ้านายเป็นเพื่อนที่ดีมากกก
    ยังไงน้ำปั่นก็ไม่ยอมแยกกับฮ่องเต้หรอกกเนอะ
    #15198
    0
  6. #15194 eeDneaS (@taew1209) (จากตอนที่ 130)
    วันที่ 25 กันยายน 2557 / 12:19
    น้ำปั่นโชคดีมากๆที่มีฮ่องเต้เป็นคนดูแล เป็นคนรัก เป็นทุกๆอย่างของน้ำปั่น และโชึดีที่มีเพื่อนที่รัก ห่วงน้ำปั่นมากแบบเจ้านาย ต่อไปอย่าทำแบบนี้อีกนะ เป็นห่วงมากเลย
    #15194
    0
  7. #15192 Som O Usanee (@pomelo8063) (จากตอนที่ 130)
    วันที่ 25 กันยายน 2557 / 08:29
    น้ำปั่น น้ำหวาน แหะแหะ ฮ่องเต้หวงและหวงน้ำปั่นมากๆ จะมาทำอะไรตอนนี้คงไม่ทันแล้วล่ะน๊าาาาาาาาาาาา และน้ำปั่นก็รักทุกคนในบ้านมากๆด้วย ไม่ได้ใจร้ายใจดำ คิดว่าที่เอาน้ำปั่นมาทิ้งไว้ก็ต้องมีเหตุผลแหล่ะ แต่บางทีน้ำปั่นก็เจ็บมานานแล้วอ่ะเน๊อะ ตอนนี้ให้น้ำปั่นมีความสุขไปยาว ๆ ดีกว่ามั้งคะคุณน้า
    #15192
    0
  8. #15190 Mysterious (@World27) (จากตอนที่ 130)
    วันที่ 25 กันยายน 2557 / 03:54
    ฮึม...คือน้ำปั่นถูกเลี้ยงดูมาในที่ดีๆครอบครัวดีๆเจอแต่คนดีๆ มันเลยทำให้น้ำปั่นเป็นเก็กอ่อนต่อโลกแบบนี้สินะ สมควรแล้วที่ทุกคนจะเป็นห่วง โดนเจ้านายบ่นแค่นั้นมันยังน้อยไปด้วยซ้ำนะน้ำปั่น มาดูสิ๊ว่าฮ่องเต้จะไปทำธุระอะไร(แอ๊บใสทำเป็นไม่รู้เรื่อง) ธุระนี่อยู่ที่โรงพยาบาลรึป่าวน๊า... รอดูๆ
    #15190
    0
  9. #15189 PPPPP (จากตอนที่ 130)
    วันที่ 25 กันยายน 2557 / 02:39
    ตอนนี้แอบมีดราม่าา
    #15189
    0
  10. #15188 mon9228 (@mon9228) (จากตอนที่ 130)
    วันที่ 25 กันยายน 2557 / 01:13
    น้ำปั่นกับน้ำหวาน อืมม...มันเดาได้
    #15188
    0
  11. #15187 แหม่เลิ้บ (@g-dragon555) (จากตอนที่ 130)
    วันที่ 24 กันยายน 2557 / 23:17
    น้ำปั่นห้ามแยกกับฮ่องเต้นะ ห้ามนะะะะะะะะ

    ผญ คนนั้นอย่ามาทำให้น้ำปั่นพรากกับฮ่องเต้นะ ไม่ยอม



    #15187
    0
  12. #15183 หม่อน (จากตอนที่ 130)
    วันที่ 24 กันยายน 2557 / 22:42
    ไม่เอาแบบนี้นะ T^T แล้วตั้งแต่แรกแม่จะทิ้งน้ำปั่นไว้ทำไมล่ะ จะมาร้ิงไห้ทำไมล่ะ T^T ได้กลิ่นดราม่ามาแปลก จะร้องไห้ แง้ๆ
    #15183
    0
  13. #15182 BREAKDOWN (@breakdown) (จากตอนที่ 130)
    วันที่ 24 กันยายน 2557 / 22:36
    วู้ววววว คุณมัมขาาาน้ำปั่นเป็นของฮ่องเต้น๊าา-3-
    #15182
    0