OK!! I love U ♥ ยุ่งนัก...กูรักมึงก็ได้ [Yaoi][Boy's love]

ตอนที่ 120 : .....ดื้อนัก! รักดีมั้ย..... 08. หัวใจผูกกัน (ฮ่องเต้ & น้ำปั่น)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,530
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 18 ครั้ง
    23 ก.ค. 57




 08. หัวใจผูกกัน (ฮ่องเต้ & น้ำปั่น)

 

ผ่านมาเกือบครึ่งเดือนแล้วสินะที่บ้านทั้งหลังเงียบเหงาเช่นนี้ จริงๆ แล้วมันก็ไม่ได้เงียบเหงาทั้งวัน มันเงียบเฉพาะช่วงที่ตัวแสบของผมต้องไปโรงเรียนนั่นแหล่ะ ตั้งแต่เวลาแปดโมงเช้ายาวมาถึงห้าโมงเย็น มีแค่ผมกับเจ้าหวานเย็นอยู่ด้วยกันตามลำพังในบ้านหลังใหญ่

 

ทั้งๆ ที่เมื่อก่อนมันก็เป็นแบบนี้มาตลอดแท้ๆ แต่ทำไมตอนนี้ผมถึงได้รู้สึกนึกถึงเสียงเล็กๆ กับความน่ารักของน้ำปั่นแทบจะตลอดเวลาที่เจ้าตัวดีไม่ได้อยู่ข้างกายผมกันนะ สงสัยจะอาการหนักเกินไปแล้วจริงๆ

 

บ็อก!

 

ผมเงยหน้าขึ้นจากหน้าจอ เพื่อมองไปยังต้นตอของเสียงเล็กๆ แหลมๆ ที่ดังขึ้นมาเป็นระยะ พยายามจะไม่สนใจอะไรมันมาสักพัก แต่มันก็เอาแต่เห่าเรียกเหมือนอยากจะให้ผมลงไปนั่งเล่นกับมัน

 

บ็อก!

 

“เฮ้อ แกนี่มันน่ารำคาญจริงๆ เลยนะ ทำตัวเหมือนเจ้าของไม่มีผิด รู้ว่าฉันแพ้อะไรที่มันน่ารักๆ แล้วยังจะมาเรียกร้องความสนใจอยู่ได้” สุดท้ายผมก็ต้องทิ้งงานแล้วลงไปนั่งกับพื้น ค่อยๆ อุ้มเจ้าตัวสีขาวขนปุกปุยขึ้นมากอดแนบอก

 

“เห็นมั้ย เหมือนเจ้านายแกไม่มีผิด ชอบมาอ้อน มาเรียก มาทำให้ไม่มีสมาธิ แล้วดูดิ พอหลงกลเข้าก็ทำเป็นเงียบไปเชียว อย่ามาน่ารักให้มันมากนัก เดี๋ยวจะจับมัดรวมกับน้ำปั่น แล้วขังเอาไว้ในห้องไม่ให้ไปไหนมาไหนได้เลย” สรุปแล้วผมก็นึกถึงน้ำปั่นอีกจนได้ เจ้าตัวไม่อยู่บ้านแต่ก็ยังทิ้งเจ้าหวานเย็นเอาไว้ให้ดูต่างหน้า ถึงหวานเย็นมันจะน่ารักน่ากอดมากขนาดไหน มันก็ไม่เต็มไม้เต็มมือเท่ากับกอดน้ำปั่นหรอก

 

“เมื่อไหร่โรงเรียนจะเลิกวะ เย็นนี้พาไปหาอะไรอร่อยๆ กินด้วยกันก่อนกลับบ้านดีกว่ามั้ยน้า หรือว่าจะกลับมาทำอะไรกินด้วยกัน...” ตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ที่ผมกลายเป็นคนคิดมาก คิดเยอะ คิดไปเรื่อยจนเหมือนไม่ใช่ตัวของตัวเองแบบนี้

 

บ็อก!

 

“แกว่าฉันพาน้ำปั่นไปกินข้าวก่อนค่อยกลับบ้าน หรือว่าพาน้ำปั่นมาทำอะไรกินด้วยกันที่บ้านดี แต่ถ้าพาน้ำปั่นไปกินข้าวข้างนอก แกก็จะต้องนอนอยู่บ้านตัวเดียวสินะ” แล้วมันเรื่องอะไรที่ผมจะต้องมานั่งแคร์ความรู้สึกไอ้ตัวสีขาวขนปุยนี่วะเนี่ย แทนที่จะพาน้ำปั่นไปกินข้าวด้วยกัน แวะไปดูหนังด้วยกัน หรือไปเดินเล่นท่ามกลางแสงดาวแสงจันทร์ก่อนกลับบ้าน ต้องมานั่งเป็นห่วงไอ้ตัวนุ่มที่ผมกำลังอุ้มมันอีก เหอะ

 

“ไม่ต้องมาถูเลยหวานเย็น คิดว่าทำแล้วฉันจะอารมณ์ดีเหมือนที่น้ำปั่นทำหรือไง รอไปอีกสิบชาติเถอะแกถึงจะทำให้ฉันรักได้เท่ากับที่รักน้ำปั่นน่ะ ไม่ต้องมางับนิ้วเลยเว้ย เดี๋ยวก็ทิ้งเอาไว้ที่บ้านตัวเดียวซะเลยนี่” ถึงจะพูดออกไปแบบนั้น แต่ผมก็ทิ้งมันไม่ลงอยู่ดีนั่นแหล่ะ เพราะผมรู้ว่าการที่ต้องถูกทิ้งเอาไว้อย่างโดดเดี่ยวเดียวดาย มันทำให้คนถูกทิ้งเหงาและเศร้ามากเพียงใด

 

ผมอาจจะไม่ได้พบเจอกับตัวเอง แต่ตัวอย่างที่ผมได้เห็นนั้นมันพอจะทำให้ผมรับรู้และเข้าใจถึงความรู้สึกของคนถูกทิ้งได้อย่างชัดเจน

 

เมื่อเรารับเจ้าหวานเย็นมาเลี้ยงแล้ว ก็ควรจะดูแลเอาใจใส่มันให้ดีที่สุด ถึงหวานเย็นจะเป็นแค่ลูกหมา แต่ผมมั่นใจว่ามันเองก็มีความรู้สึกนึกคิด มีชีวิตจิตใจ การที่เรารับเอาชีวิตหนึ่งชีวิตมาดูแล สิ่งที่เราควรจะทำให้ดีที่สุดคือไม่ควรละเลยชีวิตนั้น

 

“สิ่งมีชีวิตน่ารักนี่ช่างอันตรายจริงๆ เลยเว้ย” ผมทิ้งตัวลงนอนบนพื้น วางเจ้าหวานเย็นลงบนอกของผม มันเอาหัวถูๆ มุดๆ และงับเสื้อของผมไปมา น่ารักเหมือนน้ำปั่นตอนเด็กๆ ไม่มีผิด

 

แต่ตอนไม่เด็กนี่ก็ยังคงน่ารัก และยังทำอะไรแบบนี้อยู่ตลอดแหล่ะครับ รายนั้นชอบนอนทับบนตัวผมจะตายไป เดี๋ยวซุกหน้า เดี๋ยวกัดที่อก เดี๋ยวก็แหวกเสื้อผมเล่น ยั่วกันเข้าไป วันไหนไอ้เต้ทนไม่ไหวขึ้นมา เดี๋ยวได้มีคนร้องโวยวายตอนที่ถูกรุกหนักๆ แน่นอน

 

Rrrrr

 

ทันทีที่มือถือส่งเสียงดัง สิ่งแรกที่ผมมองดูไม่ใช่มือถือแต่เป็นเวลาต่างหาก มันเป็นเช่นนี้มาเกือบครึ่งเดือนแล้ว กับเสียงมือถือที่ดังขึ้นในช่วงเวลาเที่ยงวันถึงบ่ายโมง แล้วแต่ว่าเจ้าตัวดีจะว่างโทรมาเวลาไหน

 

“ลงไปนอนเล่นที่พื้นก่อนนะหวานเย็น ถึงแกจะน่ารัก แต่สำหรับไอ้เต้แล้ว คนที่น่ารักที่สุดคือแม่แกอยู่ดีนั่นแหล่ะ” ผมตะเกียกตะกายไขว่คว้าหามือถือที่วางเอาไว้บนโซฟา ขืนปล่อยให้มันร้องนานไปกว่านี้ คนปลายสายจะงอนใส่ทันทีที่ผมกดรับสายเป็นแน่

 

“ว่าไง...”

 

[ฮ่องเต้จ๋า คิดถึงจังเลย แต่ว่าก็หิวมากเหมือนกันนะเนี่ย แต่ว่าคิดถึงฮ่องเต้มากกว่า เลยโทรมาหาก่อนเดี๋ยวค่อยไปหาอะไรกินทีหลัง ฮ่องเต้ทำอะไรอยู่หรอ คิดถึงน้ำปั่นอยู่หรือเปล่า แล้วหวานเย็นทำอะไรอยู่ที่ไหน ดูแลลูกของเราให้ดีๆ น้า...]

 

“โห ป๊าตอบไม่ทันเลยว่ะน้ำปั่น ถามเป็นชุดแบบคอมโบเซตแบบนี้ เอาเป็นเย็นนี้ค่อยกลับมาตอบทีละคำถามแล้วกันเนอะ ว่าแต่ตอนนี้คนเก่งของป๊าไปหาอะไรกินก่อนดีกว่ามั้ย เดี๋ยวหมดเวลาพักแล้วไม่ได้กินอะไร ปวดท้องขึ้นมาล่ะแย่เลย” บางคนอาจจะรู้สึกรำคาญเวลาที่คนรักโทรหาบ่อยๆ บางคนอาจจะมองว่าเป็นการโทรจิก ไม่ให้เวลาส่วนตัว แต่สำหรับผมแล้ว มันเติมช่องว่างของชีวิตผมให้เต็มขึ้นมา

 

และที่สำคัญ...ความรู้สึกของน้ำปั่นต้องมาก่อนเสมอ

 

“ก็น้ำปั่นอยากได้ยินเสียงฮ่องเต้นี่นา ถึงจะอีกแค่ไม่กี่ชั่วโมงจะได้เจอกันแล้วก็เถอะ แต่ไม่รู้ทำไมคิดถึงทั้งวี่ทั้งวันแบบนี้ก็ไม่รู้...”

 

“คิดถึงเหมือนกันตัวยุ่ง หวานเย็นก็นอนเล่นอยู่ข้างๆ ป๊านี่แหล่ะ เดี๋ยววันนี้จะพาหวานเย็นไปรับที่โรงเรียนนะ ตอนนี้ไปกินข้าวได้แล้ว ป๊าจะได้ทำงานต่อ เย็นนี้เจอกัน...ที่รัก จุ๊บ” ถึงไม่เห็นหน้าของน้ำปั่น ผมก็มั่นใจเลยว่าเจ้าตัวคงกำลังเขินหน้าแดงอยู่แน่ๆ นึกถึงแล้วอยากจะจับมาฟัดแก้มเสียให้หนำใจจริงๆ

 

บ็อก!

 

“ไงตัวยุ่ง กัดซะเสื้อเปียกหมดแล้วนะรู้มั้ย เดี๋ยวเย็นนี้ก็ไม่พาไปรับแม่แกเลยนี่ อยากไปรับน้ำปั่นด้วยกันมั้ย” ผมใช้มือทั้งสองข้างค่อยๆ สอดเข้าที่ตัวของไอ้ตัวเล็ก แล้วอุ้มมันขึ้นมาใกล้ๆ ระยะสายตา

 

“เฮ้อ น่ารักกันไปไหนวะ มาๆ ส่งภาพไปให้คนน่ารักอีกคนหน่อยดีกว่า” ตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ที่ต้องมานั่งทำอะไรที่มันมุ้งมิ้งแบบนี้ แต่ก็เอาเถอะ ถ้ามันทำให้น้ำปั่นยิ้มได้ ให้ทำอะไรไอ้เต้ก็ทำได้ทั้งนั้นนั่นแหล่ะ

 

ผมกดส่งภาพให้น้ำปั่น ก็ไม่มีอะไรมาก ก็แค่ภาพของผมกับเจ้าหวานเย็นที่กำลังมองกล้อง เอ คงมีแค่ผมคนเดียวที่มอง ส่วนเจ้าหวานเย็นดันหันมาเลียแก้มผมซะงั้น แต่ก็เอาเถอะ หวานเย็นกับน้ำปั่นนี่ก็ไม่ต่างกันนักหรอก อยู่เฉยๆ ไม่เป็น อยู่นิ่งๆ นานๆ ไม่ได้หรอก

 

“ว่าจะตั้งใจทำงานให้เสร็จ แต่เอาเวลามานั่งคิดถึงตัวยุ่งจนหมดแบบนี้ งานกูจะเสร็จมั้ยวะ...” ผมวางหวานเย็นลงบนพื้น ลูบหัวลูบหลังไอ้ตัวเล็กอยู่สองสามที มันก็กลิ้งเล่นอยู่ข้างผมไม่ได้ไปไหน เวลาผ่านไปแค่ไม่ถึงห้านาที ก็มีเสียงเตือนจากมือถือดังขึ้นมา ผมก็คว้ามันมากดเปิดทันที

 

มันเป็นปฏิกิริยาตอบรับแบบอัตโนมัติไปแล้วล่ะ เหอะๆ

 

“เวลาที่น้ำปั่นใส่ชุดนักเรียนนี่น่ารักดีเว้ย มายิ้มตาหยีใส่แบบนี้มันน่านักนะ...เฮ้อ” หนึ่งวันมียี่สิบสี่ชั่วโมง หนึ่งชั่วโมงผมคิดถึงน้ำปั่นไปห้าสิบนาทีได้มั้ง ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมในหัวของผมถึงได้มีแต่เรื่องของน้ำปั่นเต็มไปหมด ต่อให้ไม่นึกถึง เรื่องของน้ำปั่นก็ลอยเข้ามาในหัวของผมจนได้

 

ดูเหมือนว่าเพื่อนๆ วัยเดียวกันเริ่มแต่งงานสร้างครอบครัวกันไปหลายคนแล้ว หลายๆ คนก็ยังคงครองตัวเป็นโสด ใช้ชีวิตอยู่บนความอิสรเสรี โลดโผนไปเรื่อยตามนิสัยรักสนุก ซึ่งผมเองก็เคยเป็นหนึ่งในนั้นเหมือนกัน ช่วงชีวิตมอปลาย กับช่วงเวลาของการเรียนมหาลัยก่อนที่จะได้เจอกับน้ำปั่น ผมก็ผ่านอะไรๆ มาเยอะ

 

เรื่องผู้หญิงนี่ไม่ต้องสงสัย ตามประสาผู้ชายที่ค่อนข้างหน้าตาดี ฐานะดี แน่นอนว่ามีผู้หญิงเข้าหาผมไม่ใช่น้อย และด้วยความที่รักสนุกผมก็คบกับคนนั้น เลิกกับคนนี้ เปลี่ยนคู่ควงไปเรื่อยนั่นแหล่ะ

 

จนกระทั่งทุกอย่างมาจบลงเพียงเพราะเหตุผลเดียว นั่นก็คือน้ำปั่นไม่ชอบในสิ่งที่ผมทำ และต่อต้านในสิ่งที่ผมเป็น เด็กคนนี้ยึดผมเอาไว้เพื่อเป็นทุกสิ่งทุกอย่าง กลัวว่าคนอื่นจะมาแย่งความรักจากผมไป กลัวว่าผมจะหมดรักและไปรักคนอื่นแทน

 

ตั้งแต่ที่รับน้ำปั่นมาเลี้ยงเป็นลูกที่แสนน่ารัก ระยะเวลายาวนานนับสิบปี ที่ผมไม่เคยจริงจังกับใคร ไม่เคยคบใครเป็นแฟน มีครั้งหนึ่งที่น้ำปั่นจับได้ว่าผมไปนอนกับผู้หญิงคนหนึ่งที่เข้ามาติดพันกับผม ผมจำได้ไม่มีวันลืมเลยว่า น้ำปั่นไม่ให้ผมถูกตัวหรือแตะต้องนานนับเดือน

 

บอกตามตรงว่าโคตรทรมาน แม้แต่หน้าผมนั้นน้ำปั่นยังไม่แลเลยด้วยซ้ำ นั่นเป็นกรณีพิพาทเพียงกรณีเดียวที่ทำให้ผมเลิกทุกสิ่งทุกอย่าง และตั้งมั่นว่าจะเลี้ยงน้ำปั่นจนกว่าเจ้าตัวยุ่งจะโตและสามารถเข้าใจอะไรๆ ได้เสียก่อน แล้วค่อยว่ากันเรื่องสร้างครอบครัว

 

แต่ก็นะ...มันคงไม่จำเป็นแล้วล่ะมั้ง เรื่องสร้างครอบครัวอะไรนั่นน่ะ เพราะว่าตอนนี้ผมเองก็มีครอบครัวที่ผมเลือกสร้างมานานนับสิบปีแล้วนี่นะ มีลูกกับที่รักเป็นคนคนเดียวกันแม่งเลย ประหยัดเวลาดีไง ไม่ต้องมานั่งหา

 

เอ มันเข้าข่ายสมภารกินไก่วัดมั้ยวะ แต่ก็ช่างเถอะ ผมมันไม่ใช่พวกที่จะมานั่งกลัวคำนินทาหรือคำครหาจากคนรอบข้าง ชีวิตของผม ผมเลือกเองได้ว่าจะเดินไปในทิศทางใด และผมเชื่อว่าคนรอบข้างจะเคารพในสิ่งที่ผมเลือกด้วยตัวของผมเอง

 

 

 

 

หลังจากที่ไล่เรื่องของน้ำปั่นออกจากความคิดของผมไปแล้ว ตอนนี้ก็ได้เวลาทำงานอย่างตั้งใจจริงเสียที เย็นนี้จะได้ไปรับน้ำปั่นที่โรงเรียน ชีวิตไอ้เต้มันไม่มีอะไรมากไปกว่าครอบครัว น้ำปั่นและงาน ก็คงตามนั้นแหล่ะมั้ง

 

“โย่ว ว่าไงพี่ชาย” ผมเงยหน้าขึ้นมองและยกมือทักทายไอ้น้องชายตัวดีที่ร้อยวันพันปีถึงจะโผล่มาหา มันส่งยิ้มแบบกวนประสาทกลับมาให้ นานๆ จะเจอกันสักที ทั้งๆ ที่บ้านผมกับบ้านใหญ่ไมได้อยู่ห่างไกลกันเลยแท้ๆ

 

จะว่าไปแอบเป็นลูกที่แย่เหมือนกันนี่หว่าไอ้ห่าเต้ แทบไม่ได้กลับไปดูแลแม่ตัวเองเลย เหอะๆ สงสัยต้องพาน้ำปั่นกลับไปนอนค้างบ้านใหญ่เดือนละครั้งแล้วล่ะ

 

“ไงครับน้องชาย ลมห่าอะไรหอบมึงมาถึงนี่วะ จะมาเอาหวานเย็นคืนหรอครับ คงยากหน่อยนะ หลานสุดที่รักคงไม่ยอมให้แน่ๆ” ผมยักไหล่และโคลงหัวไปมาใส่ ก่อนจะเดินหายเข้าไปในห้องครัว เดินออกมาอีกทีก็คว้าเอาน้ำองุ่นของน้ำปั่นมาทั้งกล่อง พร้อมกับแก้วอีกสองใบ

 

“ไม่กล้าครับ เดี๋ยวหลานร้องไห้ขึ้นมาถูกแม่บ่นหูชาแน่ๆ โทษฐานที่มาทำให้หลานสุดที่รักเสียใจ แล้วนี่ทำอะไรวะ ขยันจังเลยน้าลูกชายคนโตของแม่เนี่ย” นี่มึงกำลังแซะกูใช่มั้ยวะไอ้ต้อม แต่ใส่ใจคำพูดมึงก็คงไม่ใช่กูหรอก อยู่ด้วยกันมาตั้งแต่เกิด ไม่รู้จักนิสัยใจคอกันก็คงแปลก

 

“ขยันห่าอะไรล่ะครับ นี่ก็ขีดๆ เขียนๆ ฆ่าเวลาไปเรื่อย รอไปรับน้ำปั่นกลับบ้าน ว่าแต่มึงเถอะ ทำงานทำการบ้างนะ ไม่ใช่เอาแต่เที่ยวไปวันๆ เดี๋ยวแม่ก็บ่นจนหูชา ไปหาแม่ที่บ้านใหญ่ทีไร ต้องมานั่งฟังแม่บ่นเรื่องลูกชายคนเล็กสุดที่รักทุกที โคตรน่าเบื่อเลยว่ะ” ผมมองหน้ามันพร้อมกับส่งคำว่าน่าเบื่อเข้าไปแสกที่กลางหน้า ไม่ได้เบื่อที่แม่บ่นหรอกนะ แต่เบื่อไอ้ต้อมนี่แหล่ะที่ชอบทำให้แม่บ่น ทั้งๆ ที่มันก็ทำงานออกมาได้ดีแท้ๆ แต่แม่งลอยชายไปวันๆ ตามประสาพวกคาสโนว่า...มันว่ามาอย่างนั้นนี่นะ

 

“เอาน่า ตอนนี้มีพี่ทำอยู่แล้วนี่ ผมไม่จำเป็นหรอก เอาไว้ถ้าเมื่อไหร่พี่อยากพัก ตอนนั้นผมจะทำแทนก็แล้วกัน อีกอย่างแม่ก็บ่นไปงั้นเองนั่นแหล่ะ แม่รู้และเข้าใจผมจะตายไป” มันยิ้มอย่างมั่นอกมั่นใจในความคิดของตนเอง ก็จริงอย่างที่มันว่านั่นแหล่ะ อาจจะเพราะว่าเราโชคดีที่เกิดมาในครอบครัวที่ไม่ลำบาก รุ่นปู่ย่าตายายสร้างเอาไว้ให้เยอะนี่นะ

 

แต่ไม่รู้ว่าจะมาหมดเอารุ่นผมกับไอ้ต้อมหรือเปล่า ถ้าเป็นแบบนั้น ถึงเวลาตายขึ้นมา คงถูกลูกหลานสาปแช่ง แถมยังถูกบรรพบุรุษรุมประชาทัณฑ์อีกเป็นแน่

 

“ว่าแต่ไปรับน้ำปั่นด้วยได้มั้ยวะ ตั้งแต่เอาเจ้าหวานเย็นมาให้ก็ไม่ได้เจอน้ำปั่นเลย ขืนไม่ทำคะแนนเดี๋ยวหวานรักแต่ฮ่องเต้คนเดียวก็แย่สิ” มันส่งยิ้มล้อเลียนมาให้ ผมไม่ใส่ใจกับสายตาและท่าทีของมันให้เสียเวลานักหรอก ไอ้ต้อมมันจิ๊ปากใส่อย่างขัดใจ ที่แซวผมไม่ได้ตามที่ใจมันต้องการ

 

“อย่าพยายามเลยว่ะ ยังไงซะน้ำปั่นก็รักกูมากกว่ามึงร้อยเท่าพันเท่า ไสหัวมึงไปไกลๆ จากตรงนี้หน่อยได้มั้ย กูจะจริงจังกับการจัดการเอกสารแล้ว เดี๋ยวคุณเลขาสุดโหดจะโทรจิกจนกูหงุดหงิดอีก” ผมโบกมือไล่ไอ้ต้อมให้มันไปไกลๆ เห็นหน้ามันแล้วไม่จรรโลงใจสักเท่าไหร่

 

ก็อย่างที่บอกว่าผมชอบอะไรที่มันน่ารัก ไอ้ต้อมนี่มันไม่ได้เข้าข่ายคำว่าน่ารักเลยแม้แต่น้อย ถึงใครจะมองว่ามันหล่อเหลามากแค่ไหน มันก็เป็นแค่ไอ้น้องชายที่ไม่ได้ความของผมก็เท่านั้น

 

“ครับๆ เชิญตั้งใจทำงานไปเลยเหอะ วันนี้ขอหลบมานอนเล่นที่นี่หน่อยก็แล้วกัน หงุดหงิดขี้เกียจถูกจิกออกไปหิ้วถุงเสื้อผ้า” ก็ว่าอยู่แล้วเชียว มีไม่กี่เหตุผลหรอกที่ไอ้ต้อมมันจะหลบมาที่นี่ คงเป็นเพราะว่ามันซุกหัวอยู่ที่คอนโดไม่ได้ และไม่อยากกลับบ้านใหญ่นั่นเอง

 

“ผู้หญิงนี่น่าเบื่อจังเลยน้า ตอนกแรกก็เหมือนจะเข้าใจสถานะตัวเองดีว่าเป็นแค่คู่ควงเท่านั้น ทำไมพอนานวันเข้าถึงได้ทำท่าเหมือนเป็นเจ้าของไปหมด  เฮ้อ... สงสัยต้องหาเด็กผู้ชาย น่ารักๆ มาลองรักดูบ้างแล้ว เผื่อจะอารมณ์ดีมีความสุขแบบคนบางคนแถวๆ นี้บ้าง” มันตะโกนข้ามโซฟามาอย่างจงใจให้ผมได้ยิน ใส่ใจคำพูดมันไปก็เท่านั้น ไม่ได้สาระอะไรหรอก อีกอย่างนึกภาพไอ้ต้อมกับเด็กไม่ออกแฮะ ก็นอกจากน้ำปั่นแล้ว ผมไม่เคยเห็นมันจะชอบเด็กที่ไหน มันออกปากอยู่บ่อยๆ ว่าไม่ถูกชะตากับเด็ก

 

“ถ้าจะไปรับน้ำปั่นแล้วปลุกด้วยนะเว้ยพี่เต้...”

 

“เออ รีบๆ นอนหลับไปเลยไอ้ต้อม กูรำคาญเสียงมึงชะมัด” ผมจำเป็นต้องตอบรับมันไป ไม่อย่างนั้นมันคงกวนประสาทผมไม่เลิก ถึงจะบอกว่าไม่ต้องไปใส่ใจ แต่กับไอ้น้องเวรนี่ บางทีก็ตบะแตกได้เหมือนกัน เพราะมันน่ารำคาญแบบนี้นี่ไง

 

ทั้งๆ ที่ผมน่าจะมีสมาธิกับการทำงานแท้ๆ ตั้งแต่ที่ไอ้ต้อมมันเหยียบเข้ามาในบ้าน ลำพังแค่เสียงของมันก็น่ารำคาญพอแล้ว นี่ยังมีเสียงมือถือที่ดังไม่หยุด กับเสียงตอแหลแถไปเรื่อย เห็นอ้างสารพัดเหตุผลเพื่อเลี่ยงการพบเจอกับบรรดาผู้หญิงของมัน

 

เห็นแบบนี้แล้วนึกถึงตัวเองเมื่อก่อน ผมเองก็ไม่ต่างจากที่ไอ้ต้อมมันเป็นอยู่ในตอนนี้นักหรอก แม่เองก็เคยเตือนๆ ให้ไอ้ต้อมมันเพลาๆ และหยุดเรื่องผู้หญิงสักที ผมได้แต่คิดว่าเตือนไปก็เท่านั้น เพราะว่าตอนนี้มันยังไม่เจอใครที่มันอยากจะหยุดเวลาเอาไว้ที่คนคนนั้น

 

เมื่อไหร่ก็ตามที่มันเจอคนที่ใช่ มันก็จะหยุดทุกอย่างเอาไว้กับคนคนนั้นเอง เพราะผมเองก็เป็นแบบนั้นเช่นกัน

 

“พี่เต้...ถ้ามีผู้หญิงมาบอกว่าผมทำให้ท้อง ควรจะทำยังไงดีวะ” อันนี้คงไม่ใช่เรื่องจริง เพราะน้ำเสียงของมันดูไม่ทุกข์ร้อนเท่าไหร่ เพราะฉะนั้นผมก็คงไม่จำเป็นจะต้องร้อนรนไปกับเรื่องที่มันไม่จริง

 

“มาถามกูทำไม กูไม่ได้อยู่ตอนมึงทำเค้าท้อง” เฮ้อ ไม่ทำมันแล้วไอ้งานห่าอะไรเนี่ย ไว้คืนนี้น้ำปั่นนอนหลับก่อนแล้วค่อยมานั่งทำต่อก็แล้วกัน

 

“แล้วถ้าเกิดพี่ทำน้ำปั่นท้องล่ะ จะทำยังไง...”

 

“กูก็แค่ตื่น เพราะว่ามันไม่มีทางเป็นเรื่องจริง มันคงเป็นเพียงแค่ความฝัน ถามห่าอะไรของมึงวะไอ้ต้อม สมองมีแต่เรื่องอย่างว่ารึไง อย่าไปถามให้น้ำปั่นได้ยินเขียว เจ้าตัวยิ่งลุกลี้ลุกลนแปลกๆ อยู่” น่าแปลกเหมือนกัน ทั้งๆ ที่เมื่อก่อนน้ำปั่นชอบแกล้งปั่นหัวผมเล่นแท้ๆ ทำให้ผมสับสนและก็เล่นกับความรู้สึกของผมน่าดู แต่ถึงจะพูดแบบนั้นก็ไม่ได้หมายความว่าน้ำปั่นเป็นเด็กนิสัยไม่ดีหรอกนะ

 

ถ้าจะพูดให้ถูกก็คือ เพราะว่าผมยังไม่รู้ใจตัวเอง และคิดว่าน้ำปั่นเหมือนลูกของผม ก็เลยไม่มีทีท่าอะไรตอบกลับ ไม่ได้ตอบสนองอะไรทั้งนั้น น้ำปั่นเลยสนุกที่สามารถแกล้งผมได้

 

แต่ตอนนี้เจ้าตัวดีกลับเป็นฝ่ายถูกแกล้งไปซะได้ หงอเชียวเวลาที่ผมรุกเข้าใส่ พอหนักเข้าหน่อยก็งอแงหลีกเลี่ยงท่าเดียว เด็กจอมยั่วที่ดูมั่นใจที่จะเป็นฮองเฮาเสียเต็มประดาหายไปไหนแล้วก็ไม่รู้

 

แต่แบบนี้ก็น่ารักดี มันทำให้ผมกระชุ่มกระชวยแปลกๆ เหอะๆ หื่นสะบัดไอ้สัดเต้

 

“ทำหน้าหื่นแบบนี้คิดมิดีมิร้ายน้ำปั่นอยู่ในมั้ยล่ะ ถามจริงเถอะ ที่รับน้ำปั่นมาเลี้ยง ก็เพื่อการนี้เลยใช่มั้ย หึๆ ร้ายไม่เบาเลยนะพี่ชายผมเนี่ย” ผมลุกขึ้นจากโต๊ะทำงาน เดินเข้าไปใกล้ๆ ไอ้เต้ คว้าหมอนอิงขึ้นมาแล้วฟาดใส่หัวมันไปแรงๆ หนึ่งที มันใช่อย่างนั้นสะทีไหนเล่า จะอกุศลก็ให้มันมีขอบเขตบ้างเถอะไอ้น้องบ้า

 

“เยอะไปแล้วมึง กูไม่ได้คิดอกุศลกับเด็กตัวเล็กๆ ขนาดนั้นหรอก แล้วนี่มึงจะมายุ่งกับเรื่องส่วนตัวของกูอีกนานมั้ยวะ นอนหลับไปเลยไอ้ต้อม อ้อ ช่วยปิดเสียงมือถือมึงด้วย มันน่ารำคาญ” ผมปาหมอนใส่หัวมันก่อนจะเดินกลับมาทำงานของผมต่อ มันหัวเราะอย่างอารมณ์ดี นานๆ ทีจะได้ลงไม้ลงมือกับไอ้ต้อมมันบ้าง ก็ไม่เลวเท่าไหร่ นึกถึงตอนเด็กๆ ที่ตีกันเพราะแย่งของเล่นเป็นประจำ นึกแล้วขำเหมือนกันนะ

 

“จะจำเอาไว้แล้วกันว่าพี่ไม่คิดอกุศลกับเด็กตัวเล็กๆ น่ารัก น่าฟัดแบบนั้น แล้วอย่าให้รู้แล้วกันว่าแอบทำอะไรที่มันเข้าข่ายอกุศลกับน้ำปั่น หึๆ” ไม่ทันแล้วล่ะมั้ง กูทำไปหลายอย่างแล้วล่ะ แต่มึงไม่มีทางรู้ได้หรอก น้ำปั่นไม่เอาเรื่องแบบนี้มาคุยกับไอ้ต้อมอย่างแน่นอน

 

ก็ขี้อายกับเรื่องแบบนั้นนี่นะ

 

หลังจากนั้นไอ้ต้อมมันก็พล่ามอะไรของมันไปเรื่อย ผมละความสนใจจากมันมาอยู่ที่งานแทนได้สำเร็จ เหมือนเสียงของมันก็จะเงียบหายลงไปเหมือนกัน มีเสียงกรนเบาๆ ดังมาแทนที่ เวลาเงียบสงบของผมกลับคืนมาอีกครั้ง...สบายหูฉิบหาย

 

 

ผมนั่งมองดูรถยนต์คันแล้วคันเล่าที่เลี้ยวเข้าเลี้ยวออกจากโรงเรียน ช่วงเวลาเลิกเรียนเป็นช่วงเวลาที่วุ่นวายมากจริงๆ ปกติแล้วผมไม่ชอบความวุ่นวายของการจราจรที่ติดขัดสักเท่าไหร่ แต่สัญญากับน้ำปั่นเอาไว้แล้วว่าจะมารับ ก็ไม่อาจจะผิดคำสัญญาได้ เดี๋ยวเจ้าตัวแสบจะงอนเอาได้

 

“วู้วๆ เด็กๆ สมัยนี้นี่ใจกล้ากันจริงๆ เลยน้า กระโปรงสั้นขนาดนั้น ก้มนิดหน่อยก็เห็นบั้นท้ายกลมๆ จนชัดเจนเลยเว้ย ดูดิพี่เต้ แซ่บว่ะ...”

 

“กูให้มึงมองหาหลานไม่ใช่มองส่องใต้กระโปรงสาว ด่าแต่กูว่าคิดอกุศล คนที่ลามกนี่มึงชัดๆ” ระอาใจกับน้องชายตัวเองจริงๆ แต่ก็ช่างมันเถอะ มันก็ทำได้แค่มอง คงไม่ไปทำเรื่องอะไรให้แม่ด่าหรอก

 

“น้ำปั่นไม่ได้โง่นะครับไอ้พี่ชาย หลานจำทุกอย่างที่เกี่ยวกับพี่ได้อยู่แล้วล่ะ ว่าแต่ว่า...อืม ไม่มีอะไร” เหมือนมันจะถามอะไรสักอย่าง แต่มันก็ไม่ได้พูดอะไรต่อ ทำเพียงแค่นั่งผิวปากส่องสาวไปเรื่อย

 

“มาแล้วครับหลานสุดที่รักของอา หึๆ” สิ้นเสียงของไอ้ต้อม เสียงเคาะกระจกก็ดังขึ้นทางฝั่งที่ไอ้ต้อมนั่งอยู่ มันลดกระจกลงเล็กน้อย ผมเห็นสีหน้าแปลกใจของน้ำปั่น กับสีหน้าที่ดูเบื่อหน่ายของเจ้านาย

 

เหมือนผมจะจำได้ว่าไอ้ต้อมกับเจ้านายไม่ค่อยถูกชะตากันสักเท่าไหร่ใช่มั้ยวะ อาจจะเพราะว่าน้องชายผมมันกวนประสาทด้วยล่ะมั้ง ทั้งๆ ที่อีกฝ่ายเป็นเด็กแถมยังเป็นเพื่อนกับน้ำปั่นแท้ๆ มันก็ยังหาเรื่องทะเลาะกับเด็กได้

 

“หวัดดีฮะอะตอม ไม่ได้เจอกันตั้งนานแน่ะ สบายดีมั้ย ว่าแต่ลมอะไรหอบมาเอ่ย ร้อยวันพันปีไม่เคยเห็นมารับน้ำปั่นกลับบ้านเลย อ้อๆ วันนี้เจ้านายจะไปเล่นกับน้ำปั่นที่บ้านด้วยนะ...”

 

“สวัสดีฮะอาเต้ ตอนแรกก็ตั้งใจว่าจะไปรบกวนที่บ้านสักหน่อย แต่ตอนนี้คิดว่าเปลี่ยนใจน่าจะดีกว่า ท่าทางจะไม่สนุกซะแล้วล่ะ งั้นผมขอแค่ติดรถไปลงที่ปากซอยก็พอฮะ” ปกติเจ้านายน่ะเป็นเด็กดีที่น่ารัก นิสัยก็คล้ายๆ กับน้ำปั่น ไอ้ท่าทีเย็นชาแบบนี้น่ะ คงมีให้กับไอ้ต้อมแค่คนเดียวเท่านั้นแหล่ะ

 

“น้ำปั่นขึ้นรถเร็วเข้า หวานเย็นมันเห่าเรียกแล้วนะ ส่วนใครที่ไม่อยากขึ้นก็ไม่ต้องขึ้นมาก็ได้นะ อาไม่ใช่พวกที่จะบังคับใจใครซะด้วยสิ...”

 

“อะตอมอ่า อย่าแกล้งเจ้านายสิฮะ ชอบใจร้ายใส่เพื่อนน้ำปั่นอยู่เรื่อยเลย อย่างงี้ไงล่ะถึงได้ทะเลาะกันทุกทีที่เจอ ทั้งๆ ที่อะตอมออกจะใจดีแท้ๆ ...” น้ำปั่นมองหน้าผมด้วยสายตาที่ทำให้รู้สึกร้อนๆ หนาวๆ แปลกๆ  ผมเอื้อมมือไปตบบ่าไอ้ต้อมมันเบาๆ ไม่อยากให้น้ำปั่นทำหน้างอนๆ ใส่ ทั้งๆ ที่มันไม่ใช่ความผิดอะไรของผม

 

“เงียบๆ ไปไอ้ต้อม มึงนี่ยังไงชอบแกล้งเจ้านายอยู่เรื่อย อย่าใส่ใจเลยนะเจ้านาย ไปเล่นกับน้ำปั่นที่บ้านเถอะ เดี๋ยววันนี้ทำสุกี้กินกัน เจ้านายเองก็ไม่ได้มาที่บ้านตั้งนานแล้วด้วย...” ผมเห็นน้ำปั่นจับมือเจ้านายเขย่าเบาๆ คงกำลังกดดันแกมอ้อนวอนให้เจ้านายไปด้วยกัน รายนั้นก็ดูจะอยากมาเล่นกับน้ำปั่นที่บ้านอยู่เหมือนกัน แต่คงติดอยู่ที่ไอ้น้องเวรของผมนี่แหล่ะ

 

“ไปด้วยกันนะเจ้านาย จะได้ไปเล่นกับหวานเย็นด้วยไง นี่ดูสิ มันน่ารักมากเลยนะ” น้ำปั่นทั้งส่งเสียงอ้อน ทั้งกอดแขนเจ้านายเขย่าไปมา เป็นผมคงจอดไปตั้งแต่เจอสายตาออดอ้อนนั่นแล้วล่ะ

 

“เฮ้อ เอาน่า อาก็แค่แกล้งเล่นเพราะว่าน่าแกล้งแค่นั้นแหล่ะ มาสมานฉันท์กันดีกว่านะเจ้านาย เพื่อน้ำปั่น  เพื่อสุกี้...” ไอ้ต้อมยื่นมือออกไปนอกตัวรถ ส่งยิ้มเรี่ยราดตามนิสัย เจ้านายยื่นมือมาจับมือไอ้ต้อม แต่ดูเหมือนว่าจะบีบแรงเอาเรื่องเหมือนกัน

 

“ก็ได้ฮะ เพื่อสุกี้ เพื่อน้ำปั่น วันนี้จะไม่ทะเลาะกับคนแก่สักวันก็ได้” เอ้า บทจะง่ายก็ง่ายซะงั้น แต่ก็ดีแล้ว เพราะว่าน้ำปั่นน่ะยิ้มให้ผมอย่างสดใสตามเดิมสักที ว่าแต่ว่าทำไมน้ำปั่นไม่ไปส่งสายตากดดันไอ้ต้อมมันวะ ทำไมมาลงที่ป๊าได้ล่ะ

 

“หวานเย็น คิดถึงจังเลย เจ้านายดูสิมันน่ารักอย่างที่น้ำปั่นเล่าให้ฟังเลยใช่มั้ยล่ะ...”

 

“อื้อ น่ารักมากเลยล่ะ นายชอบน้องหมาสีขาวนะ ขนนุ่มๆ น่ากอดมากเลย...”

 

“อาก็ชอบเด็กน่ารักๆ นะ น่ากอดมากๆ เหมือนกัน...”

 

ไอ้บทสนทนาของเจ้านายกับน้ำปั่นก็ทำให้บรรยากาศดูสดใสดีหรอก แต่พอไอ้ต้อมมันเสนอหน้าเข้าไปในบทสนทนาเท่านั้น น้ำปั่นกับเจ้านายเมินใส่ไปซุบซิบกันสองคนทันที

 

“นั่งเป็นใบ้ไปตลอดทางเถอะครับไอ้ต้อม...”

 

....................

 

 

 

[น้ำปั่น]

 

ณ ตอนนี้ น้ำปั่นกับเจ้านายกำลังนอนกลิ้งอยู่ด้วยกัน บนเตียงนอนในห้องส่วนตัวของน้ำปั่น ส่วนฮ่องเต้กับอะตอมอยู่ด้วยกันที่ห้องครัวเพื่อเตรียมของสำหรับมื้อเย็น

 

ตอนแรกก็แอบแปลกใจที่เห็นอะตอมมากับฮ่องเต้ มันไม่บ่อยนักหรอกที่อะตอมจะมาที่บ้านหลังนี้ ก็อย่างที่รู้ๆ กันนั่นแหล่ะ เวลาส่วนใหญ่ของอะตอมหมดไปกับการควงสาว บ้านช่องไม่ค่อยได้กลับสักเท่าไหร่

 

“ร้อยวันพันปีไม่เคยเห็นอาของน้ำปั่นเลยนะ ทำไมถึงมาเจอกันวันที่นายจะมาด้วยก็ไม่รู้” น้ำปั่นก็พอจะเข้าใจเจ้านายนะว่าทำไมถึงได้มีท่าทีแบบนี้ใส่อะตอม จะโทษเจ้านายก็ไม่ได้ ในเมื่ออะตอมนั่นแหล่ะที่ชอบแกล้งแหย่เพื่อนของน้ำปั่นอยู่เรื่อย กับฮ่องเต้เองเจ้านายไม่เคยเห็นมีทีท่าแบบนี้เลย

 

“เจ้านายอย่าไปใส่ใจอะตอมเลยน้า รายนั่นก็เป็นแบบนั้นแหล่ะ แต่ก็ใจดีออก  ที่สำคัญออกจะหล่อด้วย...”

 

“เรื่องหล่อนี่ไม่ใช่ประเด็นสำหรับนายหรอกนะ เพราะยังไงนายก็ไม่ได้สนใจอยู่แล้ว แต่ที่สนใจก็คือ เมื่อไหร่จะเลิกแขวะนายสักที ทั้งๆ ที่นานๆ ถึงจะเจอกันที แต่ก็ว่าอาของน้ำปั่นฝ่ายเดียวก็คงไม่ได้ เพราะนายเองก็แขวะใส่เหมือนกัน” ก็จริงแหล่ะ แต่ก็เอาเถอะ เพราะเท่าที่ผ่านๆ มา ยังไม่เคยมีปากเสียงกันขั้นรุนแรงเลยนี่นะ แล้วไม่บ่อยนักหรอกที่อะตอมจะมาในช่วงเวลาที่น้ำปั่นอยู่กับเจ้านายอย่างนี้

 

“เอางี้ ถ้าอะตอมแกล้งเจ้านายอีก น้ำปั่นสัญญาเลยนะว่าจะจัดการอะตอมด้วยมือของน้ำปั่นเอง เอ แต่ว่าให้ฮ่องเต้จัดการให้ท่าจะดีกว่า เพราะน้ำปั่นคงเถียงกับอะตอมมากๆ ไม่ได้ เดี๋ยวอะตอมไปบอกกับย่าน้อยขึ้นมาว่าน้ำปั่นไม่น่ารักนี่แย่แน่ๆ”

 

“เอาเถอะ อย่าคิดมากเลยนะน้ำปั่น นายเองก็ไม่อะไรมากหรอก จะพยายามไม่สนใจก็แล้วกัน ว่าแต่ว่าเรารีบมาทำการบ้านให้เสร็จดีกว่านะ เหลืออีกแค่ข้อเดียวก็จะเสร็จแล้วนี่” ดีจริงๆ ที่เจ้านายน่ะเป็นคนน่ารักและไม่เรื่องมาก เจ้านายแยกแยะได้ว่าอะไรเป็นอะไร ไม่เอามารวมกันแล้วงอนใส่น้ำปั่นหรอก

 

“เจ้านายน่ารักที่สุดเลย น้ำปั่นรักเจ้านายมากที่สุดเลยนะ...”

 

“หรอ รักมากกว่าคุณป๊าสุดหล่อด้วยหรอน้ำปั่น ฮ่าๆ หน้าแดงแจ๋เลย น่ารักชะมัด” เจ้านายจับแก้มของน้ำปั่นด้วยมือทั้งสองข้าง บีบไปมาจนแก้มช้ำหมดแล้วมั้ง แต่เจ้านายนี่ก็แอบร้ายใส่น้ำปั่นตลอดเลยนะ อย่าให้รู้ก็แล้วกันว่าแอบชอบใครอยู่ จะแกล้งคืนให้คอยดู

 

“ก็นะ เจ้านายเองก็น่าจะรู้อยู่แล้วนี่นา ว่าสำหรับน้ำปั่นแล้ว ฮ่องเต้คือที่หนึ่งของที่หนึ่ง ส่วนเจ้านายน่ะเป็นเพื่อนที่รักที่สุดไง ความสำคัญเท่าๆ กันเลยน้า น้ำปั่นจะขาดใครคนใดคนหนึ่งไปไม่ได้หรอก” เจ้านายกอดคอน้ำปั่นและแกล้งรัดเอาไว้ ไม่แน่นเท่าไหร่ ยังพอหายใจได้สบาย น้ำปั่นน่ะรักเจ้านายมากที่สุด จะว่าไปเราก็สนิทกันแค่สองคนเท่านั้นนี่นะ ส่วนเพื่อนคนอื่นก็แค่เป็นเพื่อนร่วมกลุ่ม สนิทกันอยู่บ้าง แต่ไม่มีเพื่อนคนไหนจะสนิทเท่ากับเจ้านายอีกแล้ว

 

น้ำปั่นก็รู้ดีนะว่าตัวเองมีข้อเสียเรื่องไหนบ้าง นี่ก็เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่เป็นข้อเสียของน้ำปั่น เพราะเป็นคนที่ต้องการความรัก พอถูกใครมอบความรักให้ ก็มักจะเกาะติดกับคนคนนั้นจนแจ บางทีก็กลัวว่าจะถูกรำคาญ กลัวว่าจะถูกทิ้งขว้างอยู่เหมือนกัน

 

แต่ทว่าฮ่องเต้กับเจ้านายไม่มีทางทิ้งขว้างความรักของน้ำปั่นหรอก น้ำปั่นเชื่อว่าจะเป็นเช่นนั้น เพราะว่าตัวของน้ำปั่นเอง ก็ไม่มีทางทิ้งขว้างความรักของทั้งสองคนเช่นกัน

 

“นั่นสินะ นายเองก็ขาดเพื่อนที่แสนดีและน่ารักอย่างน้ำปั่นไม่ได้เหมือนกัน มีเพื่อนน่ารักขนาดนี้ ไม่ต้องการอะไรอีกแล้วล่ะ” เจ้านายชอบทำเหมือนว่าตัวเองโตกว่าน้ำปั่นมาก ทั้งๆ ที่สูงกว่าน้ำปั่นไม่เท่าไหร่แท้ๆ แต่ก็ดีใจนะที่มีเจ้านายเป็นเพื่อนสนิทแบบนี้

 

“น้ำปั่นหิวแล้วอ่ะ รีบทำการบ้านให้เสร็จแล้วลงไปกินสุกี้กันดีกว่าเนอะ ป่านนี้ฮ่องเต้เตรียมของวุ่นแล้วแน่ๆ อะตอมคงช่วยได้ไม่มาก...แต่จะว่าไป น้ำปั่นเองก็ช่วยไม่ได้มากเหมือนกันนี่นะ ช่วยยุ่งเสียมากกว่า” ไม่ต้องรอให้เจ้านายมาแซวหรอก น้ำปั่นแซวตัวเองเสียเลย เพราะว่ามันเป็นแบบนั้นจริงๆ นี่นา

 

สงสัยต้องหาเวลาไปเข้าคอร์สทำอาหารกับย่าน้อยบ้างแล้ว อยากทำอะไรให้ฮ่องเต้ได้ทานบ้าง อยากเป็นฝ่ายดูแลบ้าง ที่ผ่านมาก็เป็นฝ่ายถูกดูแลมาตลอด อยากโตมากกว่านี้อีกหน่อย อยากเป็นคนที่ดูแลและเอาใจใส่คนที่น้ำปั่นรักบ้าง

 

“ถ้าเป็นน้ำปั่นนะ คุณป๊าสุดหล่อคงเต็มใจให้ป่วนอยู่แล้วล่ะ เอาเป็นว่าหยิบการบ้านมาทำดีกว่าเนอะ ไม่งั้นก็ได้ออกทะเลกันอยู่เรื่อย” เจ้านายเคาะหัวน้ำปั่นด้วยมือถือ ไม่แรงหรอกแต่แอบงอนใส่ไปอย่างนั้นเอง ติดเป็นนิสัยไปแล้วล่ะ กับการทำหน้างอนใส่เวลาถูกแกล้ง

 

“มาทำหน้าตาน่ารักใส่ นายก็ไม่หวั่นไหวหรอกนะ เพราะว่านายไม่คุณป๊าที่รักของน้ำปั่นนี่นา ฮ่าๆ ไม่เอา ไม่แกล้งแล้ว ทำการบ้านดีกว่า” มาแกล้งเค้าแล้วก็เปลี่ยนเรื่องไปซะงั้น เอาเถอะ น้ำปั่นชินกับนิสัยชอบแกล้งให้เขินให้อายของเจ้านายแล้ว

 

 

 

 

เมื่อทำการบ้านเสร็จน้ำปั่นกับเจ้านายก็พากันลงมายังชั้นล่าง เจ้าหวานเย็นก็ถูกอุ้มลงมาด้วยเช่นกัน ทันทีที่ปล่อยให้มันเป็นอิสระ เจ้าขนปุยสีขาวสุดน่ารักก็กลิ้งไปมาบนพื้น น้ำปั่นก็อดที่จะนั่งลงเกาพุงป่องๆ ของมันไม่ได้

 

“ทำไมของน่ารักๆ นี่มองแล้วเจริญตาเจริญใจดีจังน้า” อะตอมเดินผ่านมาทางด้านหลัง พร้อมกับมือที่วางลงบนหัวของน้ำปั่นและยีเบาๆ แกล้งน้ำปั่นเสร็จก็เดินไปทางเจ้านาย รายนั้นตีหน้ายุ่งใส่ พลางยกมือขึ้นปิดหัวตัวเองทันทีที่อะตอมตั้งท่าจะวางมือลงไป

 

“ไม่เอาฮะเดี๋ยวผมยุ่ง...”

 

“หน้าตาก็ออกจะน่ารักแท้ๆ ทำไมชอบทำเย็นชาใส่อยู่เรื่อยเลยวะ มานี่ดีกว่า มาช่วยอาเตรียมของ” อะตอมเกี่ยวคอเสื้อของเจ้านายจากทางด้านหลัง แล้วออกแรงดึงเจ้านายให้ไปด้วยกัน ถึงรายนั้นจะพยายามยื้อตัวจนสุดกำลัง แต่ก็แพ้แรงอะตอมอยู่ดี

 

“เหมือนจะตีกันตลอด แต่บางทีก็ดูเข้ากันดีอย่างประหลาดนะสองคนนี้” ฮ่องเต้เดินสวนกับอะตอมและเจ้านายที่เพิ่งเดินเข้าไปในครัว พอเห็นฮ่องเต้เท่านั้น น้ำปั่นก็หลุดยิ้มออกมาทันที ก็ดูดิ เวลาที่ฮ่องเต้สวมเสื้อคลุมกันเปื้อนแบบนี้ น่ารักอ่ะ

 

“ยิ้มอะไร ป๊าตลกหรอวะ” น้ำปั่นส่ายหน้าไปมา นี่ไม่ได้ยิ้มเพราะว่าตลกเสียหน่อย แต่ยิ้มเพราะว่าถูกใจต่างหาก ออกจะละมุนดูอบอุ่นจะตายไป ผิดกับอะตอมที่สวมเสื้อคลุมกันเปื้อนแต่ออกจะไม่เข้ากันเลยสักนิด

 

“เปล่าน้า น้ำปั่นคิดว่าออกจะเข้ากันกับฮ่องเต้จะตายไป ดูเป็นคุณพ่อบ้านดีออก ว่าแต่อยากได้แม่บ้านน่ารักๆ เป็นคู่มือสักคนมั้ยล่ะ” เดินเข้าไปใกล้ๆ และกอดแขนของฮ่องเต้เอาไว้ ส่งยิ้มให้อย่างน่ารักที่สุดของที่สุดเลยล่ะ

 

“แหม่ะ นี่ตั้งใจจะยั่วป๊าใช่มั้ย เดี๋ยวจับกินแทนสุกี้เลยนี่” ถึงจะว่าอย่างนั้นก็เถอะ แต่เนียนโฉบลงมาหอมที่แก้มกลางบ้านแบบนี้ ถ้าอะตอมหรือเจ้านายมาเห็นเข้า น้ำปั่นถูกล้อจนระเบิดตัวเองตายกันพอดี

 

“น้ำปั่นอร่อยนะ...” ตั้งใจว่าจะแกล้งให้ฮ่องเต้เหวอเหมือนอย่างเมื่อก่อน เวลาพูดอะไรทำนองนี้ใส่ ฮ่องเต้จะทำหน้าเหวอใส่ทุกครั้ง แต่เหมือนสถานการณ์มันจะเปลี่ยนไปแล้วสินะ หวาๆ น้ำปั่นถูกกอดรัดที่เอวจนแน่นเลยล่ะ ตัวแทบจะจมลงบนตัวฮ่องเต้แล้วด้วย

 

“อื้อ จากที่เคยได้ลองชิมมาบ้าง ก็รู้แล้วล่ะว่าอร่อย” คำตอบนี้ยังไม่ทำให้ความเขินมันเกินอัตราเท่าไหร่ แต่ไอ้สายตากับท่าทีแลบลิ้นเลียปากพร้อมกับทำหน้าหื่นใส่นี่สิ จะรอดมั้ยน้าน้ำปั่น

“แต่ถ้าได้กินแบบเต็มคราบ อาจจะบอกได้เต็มปากเต็มคำมากกว่านี้ว่าอร่อยเด็ดแค่ไหน...พร้อมจะให้ป๊าลิ้มรสชาติความอร่อยหรือยังล่ะ...”

 

“โหย ให้อะตอมอยู่กับเจ้านายตามลำพังแบบนั้น ท่าทางครัวจะต้องพังแน่ๆ น้ำปั่นว่าเรารีบไปเตรียมของกันเถอะน้า น้ำปั่นหิวแล้ว...” น้ำปั่นไม่ได้เลี่ยงนะ ก็แค่หิวตามที่บอกเท่านั้นเอง ตอนนี้หิวมากเลยไม่พร้อมจะถูกกินหรอก ขอเป็นฝ่ายไปหาอะไรกินให้มันอิ่มท้องก่อนดีกว่า

 

“เด็กเอ๋ยเด็กน้อย” ฮ่องเต้ยีหัวน้ำปั่นจนผมเผ้ายุ่งเหยิงไปหมด เจ็บใจชะมัดเลยอ่า วิธีการแบบเดิมๆ ใช้กับฮ่องเต้ไม่ได้อีกต่อไปแล้ว แย่ละสิ แล้วทีนี้น้ำปั่นจะเอาอะไรมาแกล้งฮ่องเต้ได้ล่ะ... งานหนักแล้วนะน้ำปั่น

 

 

 

 

เพื่อที่จะเลี่ยงจากเงื้อมือของฮ่องเต้ น้ำปั่นจึงเดินเลี่ยงเข้ามาที่ห้องครัวแทน ตอนแรกก็หวั่นใจเหมือนกัน ถ้าเข้ามาเจออะตอมกับเจ้านายกำลังจะฆ่าฟันกันตาย น้ำปั่นจะเอาแรงที่ไหนไปห้าม แต่ก็น่าแปลก ที่ทั้งสองก็ดูปกติดีไม่มีการทะเลาะอะไรรุนแรงอย่างที่กลัว เห็นมีแต่เถียงกันเรื่องเห็ดสามอย่างห้าอย่างอะไรนี่แหล่ะ

 

“กินเห็ดเยอะๆ มันดีต่อสุขภาพนะฮะ...”

 

“แค่สามอย่างก็พอแล้ว ไม่ต้องใส่ถึงห้าอย่างหรอก อาไม่ชอบเห็ด...”

 

“เป็นเด็กรึไงฮะถึงได้เลือกกิน น้ำปั่นยังไม่เลือกกินเลย ไม่อายน้ำปั่นรึไง...”

 

“อาไม่ชอบกินผักนี่หว่า ชอบแต่พวกเนื้อนมไข่อะไรแบบนั้นมากกว่า...”

 

“ก็ตามใจแล้วกันฮะ ผมไม่อยากจะเถียงด้วยแล้ว ไปหาน้ำปั่นดีกว่า...”

 

ก็ไม่ได้จะมาแอบฟังอะไรหรอกนะ แต่ทำไมพอเจ้านายบอกว่าจะมาหา น้ำปั่นต้องรีบแอบด้วยล่ะเนี่ย เหมือนคนที่ทำความผิดแล้วกลัวว่าจะถูกจับได้เลยแฮะ

 

“โอเค ห้าอย่างก็ได้ ว่าแต่เจ้านายมีอะไรที่ไม่ชอบบ้างหรือเปล่าล่ะ...”

 

“มีฮะ อาต้อมไง...”

 

“โห อาเชื่อแล้วล่ะ ที่เค้าว่ากันว่าคนน่ารักมักใจร้าย ตัวอย่างมีให้เห็นชัดเจนเลยนะเนี่ย”

 

เอ ทำไมบรรยากาศมันดูแปลกๆ ยังไงก็ไม่รู้ แทนที่เจ้านายจะโกรธที่ถูกแกล้งแบบนั้น ทำไมน้ำปั่นเห็นเหมือนเจ้านายจะแอบยิ้ม หรือว่าน้ำปั่นจะมองผิด ต้องใช่แน่ๆ ต้องมองผิดแน่ๆ เลย เพราะว่าเจ้านายไม่น่าจะยิ้มกับคำแซวของอะตอมหรอก

 

“มาซุ่มอยู่ตรงนี้ทำไมกันนะน้ำปั่น...” เพราะเสียงของฮ่องเต้ที่มากระซิบที่ข้างหู ทำเอาสะดุ้งทันทีเลยล่ะ แถมยังรีบดึงฮ่องเต้ให้ออกมาด้วยกันอีกต่างหาก มันแปลกมั้ยนะ ทำไมน้ำปั่นถึงได้รู้สึกว่ายังไม่ควรจะเข้าไปในครัวกันนะ

 

“มีอะไรหรือเปล่า หรือว่าสองคนนั้นฆ่ากันตายไปแล้ว...”

 

“ถ้าเป็นแบบนั้นมันคงเป็นเรื่องปกติแล้วล่ะฮ่องเต้ แต่มันไม่ใช่แบบนั้นน่ะสิ มันแลดูแปลกๆ ยังไงก็ไม่รู้ จะว่าอะตอมกับเจ้านายเหมือนจะสนิทกันกว่าที่คิด ก็พูดได้ไม่เต็มปาก แต่ก็แปลกๆ ยังไงก็ไม่รู้...” พยายามคิดอยู่นะว่าไอ้ที่เห็นมันคืออะไร แต่น้ำปั่นก็คิดไม่ออกแฮะ มันจะคิดออกแต่ก็ไม่ออกอยู่ดี แต่ก็ดีแล้วล่ะ สองคนนั้นจะได้เลิกทะเลาะกันซะที ไม่อย่างนั้นเจอหน้ากันไม่ได้เลย มีอันต้องทะเลาะกันทุกครั้งไป

 

“อ้อ งั้นเอาอย่างนี้แล้วกัน เดี๋ยวเราไปจีบกันที่ห้องนั่งเล่น ถ้าไอ้ต้อมมันอยากให้เราเข้าไปมันคงจะมาเรียกเอง มานี่เร็วเจ้าหนูจำไม ช่างสงสัยไปก็เท่านั้น” แล้วฮ่องเต้ก็จูงมือน้ำปั่นให้เดินไปด้วยกัน ตอนแรกก็เป็นห่วงเจ้านายอยู่หรอก แต่วันนี้อะตอมดูอารมณ์ดีและไม่แกล้งเท่าไหร่ เลย

วางใจทิ้งให้เจ้านายอยู่กับอะตอมได้ ส่วนน้ำปั่นก็มานั่งจีบอยู่กับฮ่องเต้เอ๋ จีบอย่างนั้นหรอ

 

“จีบอะไรกันล่ะฮ่องเต้ แค่นั่งคุยกันเฉยๆ ก็พอเถอะ เอาไว้ค่อยนั่งจีบกันตอนที่อยู่แค่สองคนแล้วกันเนอะ” จริงๆ แล้วอยากจะไปส่องดูเจ้านายกับอะตอมมากกว่า กลัวว่าจะฆ่ากันตายเสียก่อน ถึงสถานการณ์ดูปกติก็เถอะ แต่อารมณ์เจ้านายก็เอาแน่นอนไม่ได้เหมือนกันนะ

 

“ป๊าก็ไม่อะไรหรอกนะ จะจีบตอนนี้หรือว่าตอนไหน ยังไงซะน้ำปั่นก็หนีป๊าไม่พ้นอยู่ดี ว่าแต่ไปเรียนเป็นไง...”

 

“ถามคำถามเดิมทุกวันเลยน้าฮ่องเต้ ก็เหมือนเดิม เพราะว่าน้ำปั่นตั้งใจเรียนเลยไม่มีปัญหาอะไร อ้อ มันอาจจะมีปัญหาอยู่บ้าง ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมเวลาตั้งใจเรียน ฮ่องเต้จะตามมาวนเวียนอยู่ในหัวของน้ำปั่นเรื่อยเลย ไล่เท่าไหร่ก็ไม่ยอมไป ทำยังไงดีล่ะ”  มือของน้ำปั่นถูกกุมขึ้นมาเล็กน้อย นิ้วยาวๆ ของฮ่องเต้ค่อยๆ ไล้ไปมาที่หลังมือของน้ำปั่น รอยยิ้มใจดีที่ส่งมาให้เป็นอะไรที่ชอบจังเลยอ่ะ

 

“น้ำปั่นคงทำได้แค่อย่างเดียวเท่านั้นแหล่ะ...ทำใจน่ะ เพราะว่าเรื่องนี้ป๊าเองก็คงช่วยอะไรไม่ได้ ป๊าอยู่เฉยๆ มาทำให้ป๊ารักเองนะ จะมาโทษว่าเป็นความผิดป๊าได้ไงกัน” เฮ้อ ไม่น่าเปิดประเด็นขึ้นมาเลย ฮ่องเต้ขยับเข้ามานั่งข้างๆ พลางยกมือโอบที่เอวและรั้งร่างของน้ำปั่นเข้ามาแนบชิด มาขโมยจุ๊บที่ปากอยู่หลายต่อหลายที จนน้ำปั่นใจเต้นระรัว ทั้งเขิน ทั้งกลัวว่าอะตอมกับเจ้านายจะมาเห็นเข้า

 

“ยอมแล้ว น้ำปั่นยอมแล้ว อย่ารังแกกันแบบนี้สิ นะฮ่องเต้ ปล่อยน้ำปั่นเถอะนะ” นี่ยกมือขึ้นแบบยอมจำนนแล้วนะ ยังจะใจร้ายกับน้ำปั่นได้ลงคออีกหรอฮ่องเต้

 

“ปล่อยก็ได้ แต่คืนนี้ไม่ปล่อยนะ โอเคมั้ยล่ะ...”

 

“ไม่โอเค...ก็ต้องโอเคแล้วล่ะ” น้ำปั่นกับฮ่องเต้รีบผละตัวออกจากกันทันทีที่เสียงของอะตอมดังมาแต่ไกล เหมือนคนแอบทำความผิดเลยอ่ะ ทั้งๆ ที่มันเป็นเรื่องปกติของน้ำปั่นกับฮ่องเต้แท้ๆ

 

“พี่เต้เว้ย แอบมานั่งจู๋จี๋กับน้ำปั่นอยู่นี่เอง นี่รอนานแล้วนะครับ น้ำซุปเดือดพล่าน คนในครัวหิวจนพาลใส่ผมแล้วด้วย...”

 

“อ้อ ประเด็นมันอยู่ที่ข้อหลังใช่มั้ยวะ ชักจะแปลกๆ แล้วนะไอ้ต้อม แต่ก็เอาเถอะ คนทางนี้ก็โมโหหิวจนหน้าแดงแจ๋เหมือนกัน...”

 

“เปล่านะอะตอม น้ำปั่นไม่ได้โมโหหิวสักหน่อย แต่โมโหตาแก่ลามกเจ้าเล่ห์แถวๆ นี้ต่างหาก แบร่” ฮ่องเต้ขี้โกง เรื่องอะไรน้ำปั่นจะยอมกันล่ะ แลบลิ้นใส่ก็วิ่งหนีไปหาเจ้านายเลย ไม่สนใจฮ่องเต้แล้ว

 

“หิวจังเลย... เรามากินกันเถอะเจ้านาย เดี๋ยวคนแก่ก็ตามเข้ามาเองนั่นแหล่ะ...”

 

“อายกให้ป๊าสุดที่รักของเราไปแล้วกันนะไอ้คนแก่เจ้าเล่ห์อะไรนั่นน่ะ อายังไม่เฉียดสามสิบ เพราะฉะนั้นถือว่ายังหนุ่มอยู่” น้ำปั่นเดินเข้าไปหาอะตอมพร้อมกับแทคมือกันอย่างถูกใจ ฮ่องเต้ทำหน้างอนใส่น้ำปั่นด้วยอ่ะ คิดว่าน่ารักมากมั้ย น้ำปั่นแอบตอบในใจตัวเองแล้วกันนะ ว่าน่ารักมากๆ เลยอ่ะ

 

“เหอะ รุมกันเลยนะ ทั้งน้องทั้งลูก แต่ไม่เป็นไร ตอนนี้ได้เวลากินมื้อเย็นกันแล้วล่ะ เดี๋ยวจะได้ไปส่งเจ้านายกลับบ้านด้วย กลับมืดค่ำเดี๋ยวทางบ้านจะเป็นห่วง...”

 

“ผมโทรบอกทางบ้านแล้วฮะ ถ้าอยู่กับน้ำปั่นทางบ้านไม่เป็นห่วงหรอกฮะ” น้ำปั่นกับเจ้านายนั่งข้างๆ กัน ส่วนอะตอมกับฮ่องเต้ก็นั่งข้างๆ กันไปเถอะ แล้วน้ำปั่นจะไม่สนใจฮ่องเต้เลย ชิ

 

“กินกันเถอะครับ ตอนนี้ผมหิวแล้วว่ะพี่ จัดการใส่เนื้อกับผักลงไปเลยนะ เรื่องอื่นค่อยว่ากันอีกทีเถอะ...” อะตอมตัดบทสนทนาของทุกคนด้วยการโกยเอาเนื้อและผักต่างๆ ลงใส่หม้อ จากหม้อสุกกี้ที่มีเพียงน้ำซุบ ตอนนี้อุดมไปด้วยเนื้อหมูเนื้อไก่ หมึก กุ้ง ลูกชิ้น และผักมากมาย และไม่รู้ทำไม เหมือนเห็ดจะเยอะเป็นพิเศษนะ

 

“เดี๋ยวนี้มึงกินเห็ดเป็นแล้วหรอวะ ไหนว่าไม่ชอบ” ฮ่องเต้เปิดประเด็นขึ้นมาอีกครั้ง น้ำปั่นตักเนื้อและผักใส่ถ้วยและส่งให้กับฮ่องเต้ ส่วนอะตอมนี่พยายามเลี่ยงเห็ดแบบสุดๆ แต่เหมือนจะจำยอมตักใส่ชามเมื่อถูกสายตาของเจ้านายเหล่มอง

 

“กินได้เว้ยพี่ แค่ไม่ชอบ แต่ไม่ได้หมายความว่ากินไม่ได้ ผมไม่ใช่เด็กๆ ที่เลือกกิน...”

 

“งั้นเดี๋ยวผมตักให้นะฮะ เห็ดห้าชนิด เพื่อสุขภาพ ทานเยอะๆ นะฮะ” แล้วบรรดาเห็ดมากมายแบบก่ายกอง ก็ถูกตักใส่ชามของอะตอมด้วยฝีมือเจ้านาย เห็นหน้าอะตอมแล้วขำมากอ่ะ ทางท่างกล้ำกลืนฝืนทนน่าดู

 

“ขอบคุณครับ...ไอ้เด็กแสบ” อันหลังนี่มีการกัดฟันพูดซะด้วย เห็นแล้วขำจัง ฮ่าๆ อะตอมที่ไม่เคยกลัวหรือว่ายอมใคร กลับมายอมให้เจ้านายแบบนี้เนี่ยนะ ทุกทีมีแต่ทะเลาะกันไม่ใช่รึไง

 

“ทานให้หมดด้วยนะครับ...” เจ้านายหันมายิ้มให้กับน้ำปั่น เป็นรอยยิ้มที่ดูร้ายๆ ที่นานๆ ทีถึงจะได้เห็น คงเป็นรอยยิ้มที่มีให้กับอะตอมเท่านั้นแหล่ะมั้ง

 

“อร่อย...มาก” อะตอมน่าสงสารอ่ะ ดูท่าจะฝืนใจน่าดู ส่วนฮ่องเต้นี่กินเอากินเอา ไม่มีอะไรที่ไม่ชอบหรอก รายนี้กินง่าย อยู่ง่าย ไม่เคยเรื่องมากอะไรกับใครเขาหรอก

 

“เออ อร่อยจริงว่ะ ฝีมือป๊ายังไม่ตกเลยเนอะน้ำปั่น อร่อยมั้ยครับ” ฮ่องเต้ตักเนื้อกับผักให้ ส่วนน้ำปั่นก็ลุกไปหยิบน้ำองุ่นของโปรดจากในตู้เย็น น้ำปั่นชอบมากเลยนะ อร่อยที่สุดเลย

 

“เจ้านายเอาน้ำองุ่นมั้ย ยี้ห้อนี่อร่อยนะ...”

 

“ขออาแก้วนึงครับ” อะตอมนี่น้า สีหน้าดูไม่มีความสุขเลย สงสารแต่ก็ต้องปล่อยเลยตามเลยแล้วล่ะ ฮ่าๆ น้ำปั่นรักอะตอมน้า แต่รักเจ้านายมากกว่าอ่ะ เพราะฉะนั้นอะตอมก็โดนทำร้ายไปเถอะ

 

“ฮ่องเต้เอาด้วยมั้ย น้ำองุ่นอร่อยน้า” เอาไม่เอาไม่รู้ รู้แค่ว่าตอนนี้น้ำปั่นแจกจ่ายน้ำองุ่นแบบรอบวง ทุกคนต้องชอบแน่ๆ เพราะว่ามันอร่อยที่สุดเลย

 

“น้ำปั่นอร่อยกว่า...” ห้ะ เมื่อกี้นี้ฮ่องเต้ว่าอะไรนะ น้ำปั่นฟังไม่ผิดใช่มั้ย คนพูดก็ทำเป็นก้มหน้าก้มตากินต่อไป ส่วนเจ้านายกับอะตอมก็เอาแต่มองหน้าพลางส่งสายตาล้อเลียนมาให้

 

“เอ่อ น้ำจิ้มหมดนี่นา เดี๋ยวน้ำปั่นไปเอาน้ำจิ้มมาเติมก่อนดีกว่าเนอะ” โอย หน้าจะระเบิดอยู่แล้ว ถึงอะตอมกับเจ้านายจะรู้ถึงความสัมพันธ์ของน้ำปั่นกับฮ่องเต้ แต่ดูฮ่องเต้ทำเข้าสิ มันใช่มั้ยเนี่ย

 

“ได้ข่าวขวดน้ำจิ้มมันก็อยู่บนโต๊ะนี่นะน้ำปั่น จะหาข้ออ้างแก้เขินก็เอาให้มันเนียนๆ หน่อยสิเพื่อนรัก” เจ้านายนี่นะ อุตส่าห์เดินตามมาล้อกันถึงที่นี่ ปล่อยมันผ่านไปเลยไม่ได้รึไงกันนะ

 

“ไว้รอให้ถึงทีน้ำปั่นบ้างเถอะ เจ้านายไม่รอดแน่ๆ กลับไปกินสุกี้กันได้แล้ว แล้วก็อย่าล้อน้ำปั่นเลยนะ ไม่งั้นจะงอนจริงๆ ด้วย” น้ำปั่นดันหลังเจ้านายให้กลับไปนั่งที่ ฮ่องเต้นี่ยังไม่เลิกอีกนะ มีการหยิบขวดน้ำจิ้มขึ้นมาแกว่งตรงหน้าน้ำปั่นอีก

 

“ใครจะจีบจะอะไรกันก็ตามสบายนะครับ ขอกินก่อนก็แล้วกัน นี่หิวมาก” สิ้นเสียงอะตอม เห็ดอีกนานาชนิดก็ถูกตักส่งไปให้ด้วยฝีมือของเจ้านายรายเดิม

 

“อิ่มยังน้ำปั่น แต่เพิ่งกินไปแค่นิดเดียวเองนี่นะ กินเยอะๆ จะได้โตเร็วๆ เจ้านายโตกว่าน้ำปั่นเยอะแล้ว” เจ้านายยิ้มรับและยักคิ้วให้ น้ำปั่นไม่สนใจหรอก น้ำปั่นอยากตัวเล็กแบบนี้ ไม่เห็นจะเป็นไรเลย

 

“อย่ารีบโตเลยน้ำปั่น อยู่เป็นเด็กตัวเล็กๆ น่ารักๆ แบบนี้ไปนานๆ เถอะ ให้ไอ้พี่เต้มันแก่ไปคนเดียวก็พอแล้วล่ะ...”

 

“แต่ผมว่าอาเต้ยังหน้าเด็กกว่าอาต้อมเลยนะ ทั้งๆ ที่อายุห่างกันตั้งหลายปี...”

 

“เจ้านายนี่ตาถึงนะ ก็ตามนั้นนะไอ้ต้อม เด็กไม่โกหกหรอก...”

 

“ก็มียกเว้นนะเว้ยพี่เต้ เด็กบางคนนี่ก็แอบร้ายเกินเด็กว่ะ ว่าแต่ผมเริ่มจะอิ่มแล้ว เดี๋ยวขอกลับเลยก็แล้วกัน วันนี้จะกลับไปนอนบ้านหน่อย... ไป กลับได้แล้ว” ไม่ใช่แค่เจ้านายที่เหวอเมื่อถูกอะตอมจับข้อมือแบบนั้น น้ำปั่นเองก็เหวอเหมือนกัน ไม่เห็นมีใครบอกเลยว่าอะตอมจะไปส่งเจ้านายที่บ้าน

 

“อะไร ทำหน้างงทำไม บ้านเราเป็นทางผ่าน ก็กลับด้วยกันเลยไง จะได้ไม่ต้องให้พี่เต้เอารถออกไปส่งอีก หรือว่ากลัว...” น้ำปั่นตั้งท่าจะพูดบางอย่าง แต่ทว่าฮ่องเต้กลับตักเนื้อไก่ยื่นมาให้ และบังคับให้น้ำปั่นกินซะงั้น ไม่ได้เข้าใจสถานการณ์เลยหรือไงนะฮ่องเต้

 

“ไม่ได้กลัวฮะ แต่ว่ากำลังงง ก็ผมยังทานไม่เสร็จเลยนี่นา ถ้าอาต้อมรีบมากกลับไปก่อนก็ได้นี่ฮะ เดี๋ยวผมนอนค้างกับน้ำปั่นก็ได้ ไม่เห็นยากเลย...”

 

“ค้างไม่ได้หรอก เพราะว่าน้ำปั่นต้องเป็นหมอนข้างให้พี่เต้ กินเยอะเดี๋ยวอ้วนนะเจ้านาย กลับได้แล้วไป เป็นเด็กเป็นเล็กกลับบ้านดึกมันไม่ดีนะ...”

 

“อาต้อมจะรีบไปไหนฮะเนี่ย ผมยังไม่ได้ไปเอากระเป๋าเลย เอาแต่ใจตัวเองเกินไปแล้ว...”

 

“จะดีหรอฮ่องเต้ ไม่คิดจะห้ามอะตอมหน่อยหรอ วันนี้เป็นอะไรก็ไม่รู้ ดูจะแกล้งเจ้านายแบบแปลกๆ” น้ำปั่นอยากจะเดินตามไปเหมือนกัน แต่ทว่าฮ่องเต้กลับรั้งเอวน้ำปั่นเอาไว้ พลางโบกมือลาให้อะตอมที่ดึงข้อมือของเจ้านาย น้ำปั่นได้แต่โบกมือให้เจ้านาย ทำมือทำไม้บอกให้รู้ว่าเดี๋ยวจะโทรไปหา ยังไม่ทันจะคุยกันรู้เรื่องเลย อะตอมก็ขับรถออกจากบ้านไปเรียบร้อยแล้ว

 

“เอาน่า อารมณ์คนเรามันแปรปรวนง่ายนะ อย่าไปใส่ใจเลย ไว้วันหลังพาเจ้านายไปเลี้ยงไถ่โทษก็แล้วกันเนอะ ตอนนี้น้ำปันมานั่งกินสุกี้เป็นเพื่อนป๊าดีกว่า ป๊าอยากดื่มเบียร์จัง...”

 

“ไม่เอาอ่ะ น้ำปั่นอิ่มแล้ว อีกอย่างไม้ให้ดื่มเบียร์ด้วย ขนาดไม่มึนไม่เมายังเอาแต่ใจกับน้ำปั่นขนาดนี้ แล้วถ้าเมาขึ้นมาน้ำปั่นไม่เหนื่อยแย่หรอ” เจ้านายกับอะตอมกลับไปแล้ว น้ำปั่นถูกจูงให้กลับมาที่ห้องครัว เพื่อมานั่งเป็นเพื่อนฮ่องเต้ที่ดูท่าจะยังไม่ยอมอิ่มง่ายๆ

 

“ครับๆ ป๊าเชื่อฟังน้ำปั่นจะตาย ไม่ให้ดื่มก็ไม่ดื่ม แต่ป๊ายืนยันคำเดิมนะ น้ำปั่นอร่อยกว่าน้ำองุ่น หึๆ” เอาเลย อยากจะแกล้ง อยากจะแซวแค่ไหนก็เอาเลย น้ำปั่นจะสร้างภูมิต้านทานให้ได้ ไว้ถ้าสำเร็จเมื่อไหร่ ฮ่องเต้ไม่มีทางทำให้น้ำปั่นเขินจนระเบิดตัวเองตายได้หรอก

 

แต่เชื่อเถอะ น้ำปั่นคิดว่าตัวเองคงทำตามที่พูดไม่ได้หรอก

 

..........100%.........

 

#เต้ปั่น #ยุ่งนัก

มาต่อแล้วค่า ตอนนี้แต่งน้ำปั่นจบแล้วจ้า มีทั้งหมด 14 ตอนจบค่ะ ตอนพิเศษกำลังลงมือแต่งอยู่ อย่างที่บอกเรื่องนี้เน้นหวานๆ กุ๊กกิ๊ก ไม่ต้องห่วงเรื่องดราม่าจ้า มีแค่นิดเดียวพอเป็นกระษัย

ตอนนี้ยังเปิดจองอยู่นะคะ สำหรับคนที่สนใจอยากเป็นเจ้าของน้ำปั่น ก็เข้าไปดูรายละเอียดกันได้ค่า

เจอกันค่า

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 18 ครั้ง

15,978 ความคิดเห็น

  1. #15471 $ally''sis (@nuttha-cha) (จากตอนที่ 120)
    วันที่ 15 มีนาคม 2558 / 19:38
    อะตอมชอบกวนเจ้านายอะ แกล้งไปแกล้งมา ไปตกหลุมรักกันตอนไหนหว่า
    #15471
    0
  2. #15470 $ally''sis (@nuttha-cha) (จากตอนที่ 120)
    วันที่ 15 มีนาคม 2558 / 19:38
    อะตอม อะตอม อะตอม อาต้อม!!! ชอบคู่เจ้านายกะอะตอมจัง ท่าทางจะเซี้ยว แสบ น่าดู แต่คู่ เต้ปั่น นี่หวานนนนนนน~ อิจฮาอะ น้ำปั่นน่ารัก
    #15470
    0
  3. #14753 Mysterious (@World27) (จากตอนที่ 120)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2557 / 05:09
    เจ้านายกับอาต้อม อะไรยังไง สารภาพมาเดี๋ยวนี้นะ เริ่มมีกลิ่นตุๆลอยมาจาก2คนนี้แล้วสิ หึหึ!! น้ำปั่นกับฮ้องเต้ต้องรีบสวีทกันหน่อยแล้วล่ะ เหมือนจะมีคนมาแย่งเรทติ้งไปในไม่ช้า
    #14753
    0
  4. #14752 mon9228 (@mon9228) (จากตอนที่ 120)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2557 / 00:58
    อ่าา..เจ้านายกับอะตอมรู้ด้วยหรอว่าน้ำปั่นกับเต้รักกันแบบไหน ^^ ท่าทางอะตอมจะรุกเจ้านายน่าดูเลยแฮะ แถมเต้ก้ช่วยด้วยมั้งเนี่ย^^
    #14752
    0
  5. #14751 โนว เนม : ] (@patchalita) (จากตอนที่ 120)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2557 / 21:22
    น่ารักง่า อะตอมเจ้านายนี่อีกคู่ใช่มั้ย น่ารักฝุด ๆ
    #14751
    0
  6. #14750 Keyoflove Fullinglove (@keyoflove) (จากตอนที่ 120)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2557 / 20:42
    แหมเต้กับต้อมช่างเป็นพี่น้องที่รักเด็กกันจริงๆ รักมากปานจะกลืนกินเลยเชียว ระวังคุกนะคะคุก
    #14750
    0
  7. #14749 Taeisme (@tsaijam) (จากตอนที่ 120)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2557 / 20:36
    อะตอมกับเจ้านายมีซัมติงสินะ น้ำปั่นอร่อยกว่าน้ำองุ่น แหม ฮ่องเต้ขยันทำให้เขินกันจริง
    #14749
    0
  8. #14748 Little Stream (@haruka15) (จากตอนที่ 120)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2557 / 20:27
    เห็ดอออกจะอร่อยนะอะตอมมมม หึๆๆ

    #14748
    0
  9. #14746 sosozee (@sosozee) (จากตอนที่ 120)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2557 / 16:08
    ต้อมกับนาย?????
    #14746
    0
  10. #14745 TheKnomPang (จากตอนที่ 120)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2557 / 10:12
    ต้อมนาย คู่นี้น่ารักแบบแปลกๆ
    #14745
    0
  11. #14744 eeDneaS (@taew1209) (จากตอนที่ 120)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2557 / 07:23
    ต้อมนี่ยังไงแกล้งเด็กหรอ โดนเด็กแกล้งกลับบ้างเลย กินไปนะเห็ดอะอร่อยไหม 55555 น้ำปั่นน่ารักมากเลยมุ้งมิ้งกับเจ้านายยิ่งน่ารักคูณสองอะ >////<
    #14744
    0
  12. #14742 KiHaE*129 (@princezzaofz) (จากตอนที่ 120)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2557 / 01:46
    มันน่ารักเว่อร์

    น่ารักตลอด
    #14742
    0
  13. วันที่ 24 กรกฎาคม 2557 / 01:10
    หวานน้ำตาลเรียกพี่อ่ะคู่นี้ >///<
    #14741
    0
  14. #14740 kun (จากตอนที่ 120)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2557 / 23:19
    คู่เจ้าช่างน่ารักมากมาย ฮ่องเต้&น้ำปั่น
    #14740
    0
  15. #14739 kim (จากตอนที่ 120)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2557 / 22:56
    น่ารักอ่ะ



    ทั้งน้ำปั่นทั้งเจ้านาย

    ><
    #14739
    0
  16. #14724 ooarir (@kanchana-ooarir) (จากตอนที่ 120)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2557 / 16:52
    5555เจ้านายคู่กะต้อมหรอป่าวน้าาาาา
    #14724
    0
  17. วันที่ 20 กรกฎาคม 2557 / 11:40
    มีแววว่าต้อมจะเจริญรอยตามเต้ กินเด็ก น้องเจ้านายแน่นอน แต่เต้นี่หลงน้ำปั่นหัวปักหัวปำจิงๆก็เด็กมันน่ารักเนอะ
    #14702
    0
  18. #14698 patty (จากตอนที่ 120)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2557 / 10:39
    เหมือนจะมีเพิ่มอีก 1 คู่ ตอนนี้รอหนังสืออยู่จ้า
    #14698
    0
  19. #14697 alfilo (@alfilo-sato) (จากตอนที่ 120)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2557 / 07:26
    อาต้อมคู่กับเจ้านายใช่มั้ยยย ///7///
    #14697
    0
  20. #14694 Produck (จากตอนที่ 120)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2557 / 23:49
    อะตอมนี้คิดไรกะเจ้านายใช่ไหมเนี้ยฮ่ะ ตอบมานะๆๆ
    #14694
    0
  21. #14690 mon9228 (@mon9228) (จากตอนที่ 120)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2557 / 22:46
    ฮ่องเต้ก็ติดน้ำปั่นมากเหมือนกันน้า ขำอะตอมอ่า พูดไรเนี่ย อย่าบอกนะว่าจะจีบเจ้านายอ่ะ
    #14690
    0
  22. #14689 โนว เนม : ] (@patchalita) (จากตอนที่ 120)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2557 / 21:54
    น่ารักเนอะ น้ำปั่นน่ารักมาก ฮ่องเต้ก้น่ารักมาก เจ้านายก้น่ารักมาก อะตอมก้กวนมาก ฮิฮิ รอต่อค่าา
    #14689
    0
  23. #14688 eeDneaS (@taew1209) (จากตอนที่ 120)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2557 / 21:45
    คิดถึงน้ำปั่นมากๆเลย ^^ น่ารักไม่เปลี่ยนเลย เจ้านายมาด้วยแบบนี้ความน่ารักพุ่งถึงระดับสิบอะ น่ารักคูณสองเลย อย่างนี้คนแก่แบบเต้ต้อมจะอดใจไหวได้ไง (ว่าแต่ต้อมนายใช่ไหม ?) เต้เป็นเอามากนะ คิดถึงแต่น้ำปั่นตลอดเวลา ทำอะไรก็คิดถึง มีแต่คิดถึง >< รอทั้งสี่คนกลับมากินสุกี้ ต้อมจะป่วนให้เจ้านายงอนรึเปล่าเนี่ย ^^
    #14688
    0
  24. #14687 kim (จากตอนที่ 120)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2557 / 21:11
    โอ้ยยยยยยยย น่ารัก ><



    น่าร้ากกกกกกกกกกกกกกกก

    ชอบอ่ะ คู่นี้น่ารักสุด ๆ

    เจ้านายกับอาเต้นี่คู่กันหรือเปล่าน้า

    กัดกันน่ารักดีเลยนะ ><

    #14687
    0
  25. #14686 Little Stream (@haruka15) (จากตอนที่ 120)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2557 / 20:26
    คิดถึงคู่นี้มากกกกกกกกก
    เจ้านายกับต้อมนี่ยังไงกันนนน 
    #14686
    0