OK!! I love U ♥ ยุ่งนัก...กูรักมึงก็ได้ [Yaoi][Boy's love]

ตอนที่ 11 : ☆OK! I love U ★... 10. อีกด้านที่ไม่เคยเห็น

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 21,615
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 87 ครั้ง
    8 ส.ค. 56



 10. อีกด้านที่ไม่เคยเห็น

 

ผมย้ายเข้าไปอยู่กับไอ้พี่พายได้เกือบครึ่งเดือนแล้ว ไม่มีใครรู้เรื่องนี้นอกจากไอ้ต็อปเพื่อนสนิทผม ไอ้พี่โก้ เพื่อนสนิทของไอ้พี่พาย ไอ้มาเฟีย และแน่นอนว่าถ้าไอ้เฟียรู้ ไอ้หยีก็น่าจะรู้ แต่ก็ช่างมันเถอะเพราะว่าคนแบบไอ้หยีน่ะมันไม่ชอบพูดอะไรมากมายนักหรอก

 

ตั้งแต่ที่ผมย้ายไปอยู่กับไอ้พี่พาย เหมือนผมจะเห็นพี่โก้มาที่ห้องแค่สองครั้งเองมั้ง พี่โก้มันบอกกับผมว่าฝากดูแลไอ้พี่พายด้วย ฝากฝังอย่างดิบดีประหนึ่งมันสองคนมีซัมติงรองกัน ดูเหมือนว่าไอ้พี่โก้มันจะเป็นห่วงไอ้พี่พายมาก แต่มันก็ผลักภาระหน้าที่นั้นมาให้ผมรับผิดชอบดูแลทั้งหมด

 

ถามกูสักคำมั้ยพี่ ว่ากูเต็มใจทำหน้าที่นี้หรือเปล่า

 

“มึงเป็นเมียมัน ก็ดูแลมันให้ดีๆ แล้วกัน ส่วนเพื่อนมึง...เดี๋ยวกูดูแลเอง” ผมไม่เข้าใจว่าไอ้พี่โก้มันเข้าใจผิดหรือว่าจงใจกวนตีนผม แต่ที่ผมแอบสงสัย ความจริงไม่แอบหรอกครับคือผมโคตรสงสัยเลย ไอ้ที่ว่ามันจะดูแลเพื่อนผมเองนี่ยังไง?

 

หรือว่าไอ้พี่โก้กับไอ้ต็อปจะ...???

 

ผมพยายามหลอกถามไอ้ต็อปมันมาหลายครั้ง แต่มันก็ไม่มีพิรุธ ไม่ได้มีอะไรที่ผิดปกติไปจากเดิมเลย มันยังคงเจ้าชู้ไปเรื่อย ยังคบกับผู้หญิงคนนั้นทีคนนี้ที แอบมีระเบิดมาลงกับผมเป็นระยะๆ เวลาที่รถไฟมันมาชนกันต่อหน้าผม เหมือนอย่างที่ผมเคยเจออยู่บ่อยๆ แหล่ะครับ ผมชินแล้วจริงๆ

 

เอาไว้ถ้ามันมีอะไรที่ผิดปกติไปจากที่เคยเป็น ผมจะลองบังคับถามมันดูสักหน่อยว่าช่วงเวลาที่ผมยุ่งวุ่นวายกับเรื่องของพี่พาย เกิดอะไรขึ้นกับมันบ้าง ถ้ามันมีอะไรที่ปิดบังผมผมจะกระทืบมันให้จมเลยคอยดู เพราะผมเองยังไม่เคยมีความลับอะไรกับมันเลยสักอย่าง

 

 

 

 

ชีวิตผมช่วงนี้ดีขึ้นรึเปล่านะ ดูเหมือนว่าตั้งแต่ที่ตัดผมและเปลี่ยนสีผมใหม่ตามที่คุณนายเค้าจัดการให้ มีแต่คนชมว่าผมหล่อขึ้น และก็เหมือนจะมีสาวๆ แอบมองและส่งยิ้มให้กับผมมากขึ้น ไม่อยากจะบอกเลยว่าเปรมมากขนาดไหน

 

ยิ่งเวลาที่ไม่มีไอ้หน้าโหดมันมานั่งทำหน้าเลวๆ ใส่ชาวบ้านชาวช่อง ผมยิ่งรู้สึกว่าทุกอย่างมันโคตรเปรมเลยจริงๆ แม้กระทั่งดานี่เองก็ยังคุยกับผมมากขึ้นจนบางทีผมก็แปลกใจว่าแค่เปลี่ยนสีผมกับทรงผมมันช่วยอะไรได้จริงๆ หรือไง

 

ผมนั่งรอไอ้ต็อปที่กำลังไปส่งสาวคนล่าสุดของมันอยู่ที่ใต้ต้นไม้ใกล้ๆ ลานจอดรถ คนคุ้นหน้าที่เรียนคณะเดียวกันเดินผ่านไปผ่านมาก็ส่งเสียงทักทายกันตามประสา สาวๆ น่ารักๆ ส่งยิ้มให้มาผมก็ส่งยิ้มกลับไปอย่างเป็นมิตรแบบสุดๆ

 

“น้องซันน่ารักว่ะ” ผมส่งยิ้มให้น้องซันเด็กปีหนึ่งสุดน่ารัก เธอส่งยิ้มมาให้กับผมผมก็ส่งยิ้มกลับไป ผมบอกแล้วว่าผมชอบผู้หญิง ยิ่งผู้หญิงที่น่ารักๆ ตาโต นี่ผมชอบมากเป็นพิเศษ แบบดานี่ไงครับ...แต่ก็อย่างว่าแหล่ะครับ ถูกหักอกมาจนหน้าแหกซะขนาดนั้น

 

“ยังไม่กลับบ้านอีกหรอคะพี่เป็นต่อ แล้วนี่พี่สต็อปหายไปไหนคะเนี่ยปกติเห็นอยู่ด้วยกันตลอดเวลาเลย” น้องซันเดินเข้ามาทักทายผม ผมก็ลุกขึ้นยืนคุยกับน้องเค้าอย่างคนอัธยาศัยดี ดูเหมือนว่าข่าวลือต่างๆ ของผมจะลดน้อยลงไปมากแล้ว อย่างว่าแหล่ะครับคนไทยแม่งลืมง่าย แถมที่นี่มันมีประเด็นใหม่ๆ มาให้เม้ากันทุกวัน เรื่องเก่าๆ เดิมๆ ก็จะถูกลืมไปเอง

 

“พี่ต็อปไปหาเพื่อนที่อักษรครับ ว่าแต่น้องซันทำไมวันนี้กลับคนเดียวล่ะครับ เพื่อนๆ หายไปไหนกันหมดเอ่ย ให้พี่เดินไปเป็นเพื่อนมั้ยครับ” คือนานๆ ผมจะมีโอกาสได้ทำตัวแมนๆ โชว์สาวๆ น่ารักๆ บ้าง หลังจากที่มืดมนมานานแสนนาน ไม่ค่อยมีอะไรมาทำให้กระชุมกระชวยใจนานแล้ว

 

“ใจจริงก็อยากให้พี่เป็นต่อเดินไปส่งเหมือนกันนะคะ แต่น้องซันเกรงใจน่ะค่ะ” น้องซันยิ้มแบบเขินๆ มาให้ แบบนี้ผมก็ละลายสิครับ ความรู้สึกของผมยังทำงานปกติอยู่นะครับ ผมยังคงชอบผู้หญิงอยู่จริงๆ นะเว้ย เห็นป่ะล่ะว่าผมไม่ได้หวั่นไหวอะไรกับไอ้พี่พายเลยสักนิด

 

“ไม่ต้องเกรงใจหรอกครับ น่ารักๆ อย่างน้องซันเดินไปไหนมาไหนคนเดียวมันอันตราย ให้พี่ไปเป็นเพื่อนดีกว่า ว่าแต่ว่าน้องซันจะไปที่ไหนล่ะครับ” ผมเป็นคนอัธยาศัยดีโดยเฉพาะกับผู้หญิง ยิ่งถ้าเป็นผู้หญิงที่น่ารักๆ ผมยิ่งอยากจะหยิบยื่นความช่วยเหลือไปให้แบบไม่ต้องร้องขอกันเลยทีเดียว

 

“น้องซันจะไปหาเพื่อนที่สินกำค่ะ นัดกับเพื่อนเอาไว้” เดี๋ยวก่อนนะครับ พอบอกว่าจะไปหาเพื่อนแล้วยิ้มเขินๆ บิดชายกระโปรงไปมาอย่างนั้นคืออะไรครับ ท่าทางจะไม่ใช่แค่ไปหาเพื่อนแล้วมั้งครับเนี่ย

 

“โอเคครับเดี๋ยวพี่ต่อจะเดินไปเป็นเพื่อนน้องซันเอง พี่ชอบแทคแคร์คนน่ารักนะครับ” นานมากแล้วนะครับที่ผมไม่ได้หยอดมุกเสี่ยวๆ ใส่สาวๆ แบบนี้ ช่วงนี้ผมแค่รู้สึกอยากจะย้ำแบบซ้ำๆ ว่าผมน่ะชอบผู้หญิงอยู่

 

 

 

ผมเดินคุยกับน้องซันไปเรื่อย น้องซันเป็นคนอารมณ์ดีและร่าเริง เธอชวนผมคุยไม่หยุดปาก ถามนั่นถามนี่ตามประสาคนช่างสงสัยจนผมตอบคำถามน้องไม่ทัน แต่ไม่รู้ทำไมทุกๆ คำถามต้องมีชื่อหนึ่งชื่อที่ผมรู้สึกไม่อยากได้ยินเข้ามาเกี่ยวข้องอยู่ตลอดเวลา

 

“พี่ต่อกับพี่พายใครสูงกว่ากันหรอคะ” มันครับ มันสูงกว่านิดหน่อย

 

“พี่พายอายุมากกว่าพี่ต่อพี่ต่อไม่เรียกพี่พายว่าพี่ พี่พายไม่งอนหรอคะ” อย่าใช้คำว่างอนกับคนอย่างนั้นเลยครับ มันดูน่ารักเกินไป

 

“พี่ต่อรู้จักกับพี่พายตั้งแต่เมื่อไหร่คะ ดูสนิทกันจังเลย” รู้จักตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ แต่ที่ดูสนิทกันเนี่ยพี่ว่าน้องซันปรับมุมมองใหม่จะดีมากเลยนะครับ แทบจะแดกหัวกันทุกครั้งที่เจอ

 

“พี่ต่อกับพี่พายเป็นแฟนกันใช่มั้ยคะ” เจอคำถามนี้เข้าไปผมนี่ยิ้มเจื่อนไปเลยครับ คือถูกผู้หญิงถามว่าเป็นแฟนกับผู้ชายใช่มั้ย เหอะ!!

 

“แต่พี่ต่อกับพี่พายก็เหมาะกันดีนะคะ หล่อทั้งคู่เลย เพื่อนๆ ของน้องซันแอบชอบพี่ต่อกันตั้งหลายคน ยิ่งพี่ต่อตัดผมทรงนี้นะคะเพื่อนๆ น้องซันกรี๊ดกันมาก” เฮ้ย!! ข่าวใหม่ ข่าวล่า ข่าวดี เว้ยๆๆ ผมโคตรดีใจเลยที่ได้ยินแบบนี้ ไม่ใช่อะไรครับชีวิตผมมันจมกับความมืดมนมานานมากแล้ว พอได้ยินอะไรแบบนี้เข้าหัวใจมันก็ลิงโลดแบบโคตรๆ

 

คือข่าวลือของผมนี่โคตรเยอะเลยครับ แต่ละข่าวนี่โคตรเฟลทั้งนั้น แต่ยังมีรุ่นน้องแอบชอบผมแสดงว่าผมเองก็หล่อใช้ได้เลยใช่มั้ยล่ะครับ เรื่องนี้ต้องขยายครับ ต้องเอาไปเล่าให้เพื่อนต็อปฟังด้วยความภาคภูมิใจเสียหน่อยแล้ว

 

“แต่พอเพื่อนๆ น้องซันรู้ว่าพี่พายจีบพี่ต่ออยู่ เพื่อนๆ น้องซันก็หันมาเชียร์พี่พายกับพี่ต่อกันทั้งใหญ่เลยค่ะ ก็ตอนนี้สาววายครองเมืองแล้วนี่คะ น้องซันเองก็เชียร์พี่พายกับพี่ต่อนะคะ” คุณเคยรู้สึกเหมือนกับว่าสวรรค์พังลงต่อหน้าต่อตามั้ยครับ ตอนนี้ผมเคยแล้วครับ สิ่งที่ผมไม่เคยรู้ผมก็ได้รู้จากน้องซันมากมาย จากที่ลิงโลดกระโดดไปมา ตอนนี้ผมอยากทิ้งตัวลงนอนในโลงแล้วจับตัวเองเข้าเตาเผาไปเลย

 

“พี่กับไอ้พี่พายไม่ได้เป็นแฟนกันนะครับ...”

 

“ไม่เห็นต้องเขินเลยค่ะพี่ต่อ สมัยนี้แล้วเรื่องพวกนี้เป็นเรื่องปกติแล้วค่ะ” น้องซันหันมายิ้มกว้างอย่างน่ารัก จากเท่าที่ฟังตัวน้องซันเองก็เชียร์ผมกับไอ้พี่พายใช่มั้ยครับ ถ้าอย่างนั้นแสดงว่าน้องไม่ได้แอบปิ๊งผมอ่ะเด่ะ...

 

กูโซแซด!!!

 

“ทำไมทุกคนถึงเข้าใจว่าพี่กับไอ้พี่พายเป็นแฟนกันล่ะครับ” ความจริงแล้วผมก็รู้สาเหตุที่ทุกคนเข้าคิดแบบนั้นนะครับ ก็ไอ้ตัวต้นเหตุมันเล่นเน้นย้ำเรื่องนี้อยู่ตลอดเวลา จนผมอยากจะลบเฟช ลบ IG ลบทุกอย่างบนโลกโซเชียลทิ้ง เพราะมันยุ่งวุ่นวายกับผมเป็นอย่างมาก

 

“ความรู้สึกบางอย่างมันบอกค่ะ อีกอย่างเด็กวิศวะเค้าก็รู้กันทั้งนั้นว่าพี่พายบอกเลิกกับทุกคนที่เคยควงจนหมด เพื่อนน้องซันเองก็เรียนที่วิศวะอยู่หลายคน ทุกคนก็พูดตรงกันหมดเลยค่ะว่าพี่พายน่ะเอาจริง” เอาจริง!! คำนี้พี่โคตรเกลียดเลยครับน้องซัน เพราะมันก็พร่ำบอกกับพี่อยู่ทุกวันว่ามันเอาจริง รอวันเอาจริง จะเอาจริงๆ อะไรของมันนักก็ไม่รู้

 

“พี่ว่าพี่ก็ยังชอบผู้หญิงนะ” แล้วทำไมกูพดแบบไม่มั่นใจในตัวเองแบบนี้วะ เหมือนกูลังเลไงไม่รู้ว่ากูชอบแบบไหนกันแน่

 

ไอ้สัดต่อมึงอย่าเขว แค่มึงรู้ว่าเรื่องที่ไอ้พี่พายมันบอกว่ามันไปบอกเลิกกับคนอื่นมาหมดเป็นเรื่องจริง มึงเขวเลยหรอวะ ห๊า!!!

 

“ก็ไม่แปลกนี่คะเพราะพี่ต่อก็เป็นผู้ชาย เพื่อนน้องซันเองยังคบได้ทั้งผู้หญิงและก็ผู้ชายเลยค่ะ มันเป็นไบไงคะ” ไบอะไรครับ ไบโอฮาซาร์ดหรือไง พี่ไม่ใช่ไบนะน้อง พี่ไม่ได้ชอบผู้ชาย พี่ชอบแค่ผู้หญิง ตกลงแล้วกูเป็นอะไรกันแน่วะเนี่ย เริ่มงงตัวเอง

 

“เพื่อนน้องซันนี่มีครบทุกประเภทเลยนะครับ” นี่ไม่ได้จิกกัดนะครับ น้องน่ารักพี่ทำไม่ลง แต่แค่ชื่นชมเท่านั้นเองว่าน้องซันคบเพื่อนได้หลากหลายมากมายจริงๆ

 

“น้องซันคบคนที่จิตใจและนิสัยใจคอนี่คะ น้องซันไม่สนหรอกค่ะว่าเค้าจะเป็นเพศไหน หรือว่ามีรสนิยมอย่างไรเพราะเพื่อนๆ น้องซันทุกคนเป็นคนดีค่ะ เราไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อนนี่คะ” อยากจะปรบมือให้กับความคิดและมุมมองที่แสนเปิดกว้างของน้องซันมากครับ พี่เองก็ไม่ได้รังเกียจอะไรแบบนี้นะครับ แต่ที่พี่รังเกียจคือการที่พี่ถูกยัดเยียดให้ไปเป็นเมียไอ้พี่พายสุดหล่อของน้องๆ นั่นแหล่ะครับ

 

“ก็จริงอย่างที่น้องซันว่านะครับ” สังคมสมัยนี้เปิดกว้างมาก ผู้คนในสังคมก็มีปะปนกันมากมายและหลากหลาย เราไม่มีสิทธิ์ที่จะไปรังเกียจหรือดูถูกในสิ่งที่คนอื่นเป็นหรอกครับ เพราะเราเองก็คงไม่ชอบใจเช่นกันถ้ามีคนมารังเกียจหรือดูถูกในสิ่งที่เราเป็น ตราบใดที่เรายังไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อน

 

“อ้อๆ บ้านพี่ต่อเปิดร้านอาหารใช่มั้ยคะ ว่างๆ น้องซันกับเพื่อนๆ จะไปอุดหนุนนะคะ อ๊ะ!! เพื่อนน้องซันรออยู่ตรงนั้นแล้วค่ะ ขอบคุณพี่ต่อมากๆ เลยนะคะที่เดินมาส่งน้องซัน” น้องซันน่ารักมากจริงๆ ครับ ตอนแรกผมคิดเล่นๆ ว่าจะลองจีบน้องซันดูสักหน่อย เพราะน้องสดใสน่ารักมากๆ แต่ทว่าตอนนี้ผมเปลี่ยนใจแล้วครับ น้องซันเหมาะที่จะเป็นน้องสาวมากกว่า และต่อให้ผมจีบน้องน้องก็คงไม่ชอบผมหรอกครับ

 

“นั่นปะไร...ไม่ใช่แค่เพื่อนใช่มั้ยน้อง” คนที่น้องซันมาหานี่หล่อมากๆ เลยครับ แต่ดันใส่กระโปรงนี่สิ แถมยังเดินควงแขนกันกระหนุงกระหนิงแบบนั้น ภาพมันฟ้องจริงๆ

 

“เพื่อนน้องซันนี่หลากหลายมากจริงๆ เว้ย” ผมยิ้มและส่ายหน้าน้อยๆ พับเรื่องน้องซันเก็บลงกระเป๋าไปได้เลยครับตอนนี้ เพราะคิดจะสานต่อไปก็แห้วแดกครับ ท่าทางน้องเค้าจะไม่ชอบผู้ชาย

 

“จะว่าเสียเวลาเปล่าก็ไม่เชิง ได้รู้เรื่องอะไรตั้งมากมาย จะว่าไปทำไมพวกนี้รู้เรื่องคนอื่นกันดีจังวะ ทำไมกูไม่ค่อยรู้เรื่องชาวบ้าน เพราะว่ากูไม่มีสังคม ไม่ใส่ใจใคร หรือว่าคนอื่นมันใส่ใจเรื่องของชาวบ้านมากเกินไป” ผมได้แต่ถามตัวเองอย่างไม่เข้าใจ มันเป็นคำถามที่ไม่ต้องการคำตอบหรอกครับ นิสัยคนทั่วๆ ไปก็แบบนี้แหล่ะครับ เรื่องของชาวบ้านคืองานของเรา เรื่องของเราชาวบ้านอย่ามาเสือก เหอะ!!

 

 

 

“เฮ้ยไอ้ต่อ วันนี้นึกยังไงโผล่หน้ามาที่นี่วะ” ผมละสายตามาจากน้องซันเพื่อหันมามองคนที่ทักผม มันชื่อไอ้ไม้เป็นเพื่อนสนิทของไอ้หยี ผมรู้จักเพื่อนๆ น้องๆ ของไอ้หยีแทบจะทุกคนแหล่ะครับ สาเหตุที่ผมรู้จักก็เพราะไอ้มาเฟียนั่นแหล่ะ มันชอบลากผมมาสิงกับเด็กศิลปกรรมเวลาที่ไอ้ต็อปมันทิ้งผมเอาไว้คนเดียวเพราะไปม่อและล่อสาว ไอ้พวกนี้มันก็เฮฮาบ้าบอไปเรื่อย คบแล้วก็สนุกดีครับ

 

“กูเดินมาส่งน้อง ว่าแต่มึงยังไม่กลับ” ผมเคยมาดูคณะศิลปกรรมรับน้อง พวกมันเฮฮากันมากจริงๆ ครับ คณะนี้เน้นสนุกสนานไม่ได้แกล้งน้องเท่าไหร่ วิธีจับพี่รหัสของพวกมันก็อาร์ตสมกับพวกมันดี

 

“กูก็กำลังจะกลับนี่แหล่ะ รอคนบางคนอยู่” มันกลอกตาไปมาเหมือนกับว่ามันระอาคนบางคนที่มันพูดถึงเหลือเกิน แต่ผมว่ามันก็แค่ทำเป็นระอาไปอย่างนั้นเองแหล่ะครับ ไอ้ไม้มันเป็นคนที่เวลาอยู่คนเดียวมันจะไม่ค่อยพูดเท่าไหร่ แต่ถ้ารวมกลุ่มได้เมื่อไหร่แม่งบ้าบอพอๆ กันหมด

 

“อ้าวไอ้ต่อมึงมานี่ได้ไงวะ ไหนว่าไม่อยากมาเหยียบที่นี่เพราะหมั่นไส้เด็กศิลปกรรมไง” ไอ้มาเฟียเดินมากับไอ้หยี พอเจอหน้าผมมันก็ทักด้วยประโยคที่ชวนให้เด็กศิลปกรรมเอาส้นตีนมาประดับลวดลายบนตัวผมอย่างวิจิตรงดงามจริงๆ

 

“มาถึงก็หาเรื่องให้กูถูกเด็กสินกำยำตีนเลยนะมึง กูมาส่งน้องซันเว้ย ว่าแต่มึงมาได้คนเดียวรึไงวะไอ้เฟีย แหมๆ” แหมๆ สั้นๆ แต่มันก็รู้แหล่ะครับว่าผมล้อมันอยู่ แต่มันไม่มีอาการอะไรหรอกครับไอ้มาเฟียนะ มันเนียนเก่ง ยิ่งไอ้หยีนี่ไม่ต้องไปง้างปากมันเลยครับ มันไม่ค่อยพูดหรอก

 

“ไอ้เมา มึงเอามือถือกูคืนมา อย่าให้กูจับได้กูจะเอาซาลาเปายัดปากมึง” เสียงโวยวายที่ดังอยู่ไม่ห่างนั่นก็เป็นรุ่นน้องในกลุ่มของพวกไอ้หยี ที่ผมรู้จักกับพวกมันเพราะผ่านทางไอ้เฟีย พอไปเมาด้วยกันบ่อยๆ ก็เลยรู้จักและสนิทกันขึ้นเรื่อยๆ

 

“โย่วพี่เป็นต่อ เปลี่ยนผมทรงใหม่แถมยังทำสีผมซะด้วย หล่อขึ้นว่ะพี่ แต่หล่อแบบนี้ไหงมีแฟนหล่อกว่าวะ ฮ่าๆ” ที่ผมไม่อยากมาที่นี่ก็เพราะอย่างนี้แหล่ะครับ ไอ้ที่คณะผมมันนินทาแต่มันไม่มาถามมาแซวแบบนี้ แต่กับไอ้พวกอาร์ตตัวพ่ออย่างไอ้พวกนี้แม่งมีอะไรมันไม่ปล่อยความสงสัยของมันเอาไว้หรอกครับ

 

“เดี๋ยวกูแตะให้หายเมาเลยมึง” ไอ้ตัวที่มันแซวผมมันชื่อเมาครับ ผมจำมันได้แม่นเลยเพราะชื่อมันสะดุดตีนดี และนิสัยมันก็สะดุดตีนมากๆ อีกต่างหาก มันเป็นผู้ชายที่ปากจัด ปากหมามากๆ

 

“แหมๆ ตั้งแต่มีแฟนเป็นผู้ชายนี่ดุขึ้นนะครับพี่ เมื่อก่อนไม่เห็นน็อตหลุดง่ายแบบนี้เลย อ่อนไหวหรอพี่ ฮ่าๆ” มันแซวจบมันก็หันไปแย่งมือถือของไอ้เวสป้าเพื่อนสนิทมันต่อ ผมว่าหลายๆ คนอาจจะงงกับความสัมพันธ์ของผมกับพวกมันใช่มั้ยครับ เดี๋ยวผมจะร่ายให้คร่าวๆ กันงง ฮา

 

กระผมนายเป็นต่อ เพื่อนสต็อป เพื่อนมาเฟีย เพื่อนโฟน เพื่อนจั่น พวกเราเรียนคณะนิเทศครับ ไอ้มาเฟียมันเป็นเพื่อนสนิทกับเด็กศิลปกรรมซึ่งประกอบด้วย

 

ไอ้ยาหยี ไอ้ไม้ ไอ้แบงค์ ซึ่งเรียนปี 3 เหมือนกัน อายุเท่าๆ กันกับผม พวกมันมีรุ่นน้องที่สนิทกันอยู่กลุ่มใหญ่ๆ อีกหนึ่งกลุ่ม เป็นกลุ่มที่ชอบพากันไปเมาปลิ้นอยู่ที่บ้านของไอ้หยี

 

ไอ้ตัวกวนตีนที่มันโผล่มากวนประสาทผมพวกมันอยู่ปีสอง มันชื่อไอ้เวสป้ากับไอ้เมา นิสัยสองตัวนี้มันอาร์ตแบบสุดตรีน มันหล่อแต่มันรั่วมากๆ โดยเฉพาะไอ้เมา วันงานรับน้องมันฮาแตกมากๆ

 

ยังมีไอ้บอยกับไอ้แฟ้บอีกสองคนที่อยู่กลุ่มเดียวกัน  อ้อมีอีกคนหนึ่งคือน้องดีโน่ กรุณาดูสรรพนามที่เปลี่ยนไปแบบกะทันหันนะครับ พอดีว่าน้องเค้าน่ารักมากๆ เค้าเป็นหนุ่มน้อยน่ารักแบบเว่อร์ๆ ซึ่งคนนี้ออกตัวแรงแบบไม่แคร์สื่อเลยว่าชอบไอ้ไม้...

 

ยังมีเด็กปีหนึ่งอีกนะครับ แต่เอาแค่นี้ก่อนแล้วกันเพราะถ้าให้ร่ายความสัมพันธ์กันแบบหมดยกกลุ่มคือมันจะยาวและสับสนมาก เข้าใจตรงกันง่ายๆ คือกลุ่มที่กล่าวมานั้นคือกลุ่มก๊งเหล้าครับ เอ้าชนนนนน!!!

 

 

“วันนี้พวกมันนัดกันมาก๊งเหล้าที่บ้านกู มึงว่างก็มาได้นะ ชวนไอ้ต็อปมันมาด้วย” ไอ้หยีพูดนิ่งๆ หน้าตามันก็นิ่งแต่มันก็ดูเท่ดูหล่อจนสาวๆ หลงกันทั้งบ้านทั้งเมือง แต่หลงกันไปก็เท่านั้นแหล่ะครับ ไม่มีสาวคนไหนได้แดกมันหรอก เจ้าที่มันแรงมากขอบอก

 

“พี่ต่อเค้าจะมาได้หรอพี่หยี แฟนหนุ่มเค้าจะไม่ว่าเอาหรอพี่ ฮ่าๆ ขอโทษคร้าบบ” ไอ้เมามันโผล่หน้ามาแซวแล้วมันก็รีบวิ่งหนีไป วันๆ มันกวนตีนชาวบ้านเค้าเป็นงานประจำรึไงก็ไม่รู้ไอ้เด็กเวร

 

“พี่ไม้ๆ ดีโน่มาแล้ว รอนานมั้ยพี่” นี่ไงครับน้องดีโน่ ลูกนักการเมืองที่มีอิทธิพล ไม่ค่อยมีใครกล้ายุ่งกับคนนี้เท่าไหร่ครับเพราะว่าพ่อเค้าใหญ่ แต่ดีโน่ไม่เคยทำตัวกร่างอะไรนะครับ น้องน่ารักมากๆ ทั้งหน้าตาและนิสัยใจคอเลยหล่ะ

 

“อ้าวพี่ต่อ หวัดดีครับพี่” ผมยิ้มให้กับดีโน่ มองไอ้ไม้รับของจากดีโน่มาถือ มองดูไอ้เมากับไอ้เวสป้ามันไล่ล่ากันไม่จบไม่สิ้น มองไอ้หยีที่ล็อคคอไอ้มาเฟีย มองเลยไปก็ไปสบสายตากับไอ้ฮะเก๋าเข้า

 

จะว่าไปตั้งแต่วันนั้นที่มันไปกินอาหารด้วยกันที่บ้านเสบียง ก็แทบไม่เคยเจอหน้ามันเลยนี่หว่า

 

“เฮ้ยไอ้เก๋า วันนี้ไปแดกเหล้าที่บ้านพี่หยีปล่าวมึง ย้อมใจๆ แล้วแย่งมาเลยอย่าไปแคร์” ไอ้เมามันหันมามองหน้าผมแล้วยิ้มแบบมีเลศนัย คืออะไรวะเมา มึงคุยกับไอ้ฮะเก๋าแล้วมามองหน้ากูด้วยสายตาแบบนี้คืออะไร

 

“ตกลงมึงจะมามั้ยวะต่อ กูจะได้ซื้อของเตรียมทำกับแกล้มถูก เดี๋ยวไม่พอกินกันอีก” ไอ้เฟียแงะมือไอ้หยีออกจากคออยู่นานสองนาน ตัวมันขาวพอโดนแกล้งแบบนี้ผิวก็จะแดงทันที

 

“เออๆ เดี๋ยวกูตามไป กลับไปเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อน” มันก็นานมากแล้วนะครับที่ผมไม่ได้ออกมาดื่มกับพวกมัน เพราะว่ารถถูกทุบกระจกยับแถมยังโดนกรีดทั้งคันแบบนั้น เลยไปไหนมาไหนไม่สะดวก

 

“อ้อ!! ต้องกลับไปขออนุญาตแฟนก่อนว่างั้น” ไอ้ฮะเก๋ามันพูดแบบเยาะๆ เย้ยๆ ยังไงก็ไม่รู้ กวนส้นตีนกูมากๆ เดี๋ยวจับแม่งแดกเลย ชื่อมึงหน้ากินมาก แต่นิสัยมึงกวนตีนโคตร

 

ว่าแต่ว่ามันรู้เรื่องที่ผมย้ายไปอยู่กับไอ้พี่พายด้วยหรอวะ

 

“ตายยากสัด เออๆ อยู่ที่สินกำมาหาเพื่อนเว้ย มึงอย่ามาเยอะไอ้พี่พาย เดี๋ยวกูกลับไปที่ตึกรออยู่ที่นั่นแหล่ะไม่ต้องมาตาม” ผมหันมาโบกมือลาไอ้พวกนั้นเพราะว่าไอ้พี่พายมันโทรมาตาม เป็นการตัดบทไอ้ฮะเก๋าไปในตัวขี้เกียจจะเสวนากับคนแบบมัน ผมจะกลับบ้านพร้อมๆ กับไอ้พี่พายในเกือบจะทุกเย็น มีบางวันที่มันเรียนถึงมืดถึงค่ำ ผมก็จะกลับเองแต่ส่วนใหญ่มันจะเป็นฝ่ายมารับเสียมากกว่า

 

“เฮ้ยพี่พาย กูก็มีเพื่อนอยู่ที่ศิลปกรรมเยอะแยะแล้วทำไมจะมาหาเพื่อนที่นี่บ้างไม่ได้วะ อย่ามาเยอะมากนักได้ป่ะเนี่ย” ผมล่ะหน่ายใจจริงๆ มันจะอะไรกับชีวิตผมมากมายนักก็ไม่รู้กะอีแค่มาหาเพื่อนแค่นี้ กูไม่ได้มาเล่นชู้นะเว้ย อีกอย่างก็แค่ลองคบกัน ไม่ใช่คบกันแล้วนี่หว่า

 

“แค่นี้ขี้เกียจคุย...” ผมกดตัดสายเพราะขี้เกียจจะเถียงกับไอ้พี่พาย เพราะเดี๋ยวเจอหน้ากับมันมันก็ต้องหาเรื่องผมอยู่ดี ไว้เถียงกันรอบเดียวเลยก็แล้วกัน

 

..........ต่อ.........

 

 

 

ผมเดินกลับมายังที่เดิมที่เมื่อครู่นั่งรอไอ้ต็อปอยู่ แต่ตอนนี้กลับมีไอ้หน้าโหดมันนั่งทำหน้าตาดุๆ พาลๆ อยู่ตรงนั้น เห็นแล้วสยองเหมือนกันนะครับ หน้าตามันดูดุจนไม่อยากจะเข้าใกล้ ทำหน้านิ่งๆ แบบนี้แล้วผมล่ะสยอง

 

พอผมมาถึงมันก็ไม่ได้พูดอะไรทำแค่เพียงลุกขึ้นยืนแล้วเดินนำไป ผมควรจะโล่งใช่มั้ยที่มันไม่พูดมากหาความหาเรื่องอะไรกับผม แต่เปล่าเลย รู้เอาไว้เลยครับว่าไอ้ท่าทางนิ่งๆ ไม่ยอมพูด ไม่โวยวายกวนประสาทแบบนี้ มันน่ากลัวกว่าตอนที่มันพูดหรือว่าด่าผมเสียอีก

 

บรรยากาศในรถตอนนี้เงียบมากๆ ผมไม่พูดหรือว่าอธิบายอะไร เพราะผมไม่ได้ทำอะไรผิดเลยสักนิด แค่ไปหาเพื่อนแค่นี้มันจะเป็นอะไรไป ผมมีเพื่อน มีสังคม มคนรู้จักแล้วมันผิดรึไงที่ผมจะไปมาหาสู่เพื่อนของผมบ้าง

 

ตั้งแต่อยู่ในรถ ตั้งแต่เข้ามาในห้อง ต่างคนต่างไม่พูดกันเลยสักคำ ตอนแรกผมก็รู้สึกว่ามันก็ดีที่มันไม่พูดอะไร ผมเองก็จะไม่พูดไม่อธิบายอะไรทั้งนั้นเพราะว่าผมไม่ได้ผิดอะไรเลย ผมแค่ไปหาเพื่อน แล้วอีกอย่างเวลาที่มันจะไปไหนมาไหนผมยังไม่เคยถามหรือว่าเซ้าซี้วุ่นวายกับมันเลยสักนิด

 

เข้าใจใช่มั้ยครับว่าผมกับมันไม่ได้เป็นอะไรกัน ต่อให้เราคบกันหรือเป็นอะไรกัน เราก็ต้องให้อิสระในการคบหาเพื่อนฝูงดิวะ ไม่ใช่มานั่งซักไซ้ทุกครั้งว่าไปไหน อยู่กับใคร หรือทำอะไร มันใช่เรื่องมั้ยที่จะต้องมานั่งตอบคำถามทุกขั้นตอนเนี่ย

 

“วันนี้กูจะไปกินเหล้าที่บ้านไอ้หยีนะ” ผมถือว่าผมบอกแล้วนะ อย่างน้อยๆ อยู่ห้องเดียวกันก็เลยบอกไปมันจะได้ไม่ต้องห่วงว่าออกไปไหนมาไหน ไม่ได้กลัวมันเหมือนอย่างที่พวกไอ้ต็อปมันแซวหรอก

 

เงียบ!! วันนี้ไอ้พี่พายมันมาแปลกมากๆ มันไม่พูดอะไรเลยสักคำ มันนั่งเอาคางเกยหมอนอิงใบใหญ่อยู่บนโซฟาแล้วจ้องมองมาที่ผมอยู่อย่างนั้น เหมือนมันไม่ละสายตาไปที่ไหนเลยสักนิด

 

“พี่พายมึงกวนประสาทกูอยู่รึเปล่าวะเนี่ย มีอะไรก็พูดมาเลยกูอึดอัด” สุดท้ายผมนี่แหล่ะที่ทนไม่ได้ ต้องเป็นฝ่ายเหวออกไปเสียเอง ไอ้พี่พายมันก็เอาแต่นั่งกอดหมอนแล้วมองหน้าผมอยู่อย่างนั้น

 

เอ้า!! ทำไมกูต้องรู้สึกผิด เหมือนกูแอบไปเล่นชู้แล้วถูกจับได้ มันคืออารายยย!!!

 

“สนใจความรู้สึกกูด้วยรึไง” นั่นไง!! สุดท้ายกูก็เป็นคนผิดอีกแล้วใช่มั้ย มันจะอะไรนักหนาวะพี่พายกะอีแค่ไปหาเพื่อนเนี่ย ร้อยวันพันปีกูเคยไปมั้ยล่ะ

 

“พี่พาย กูว่าเราคุยกันรู้เรื่องแล้วนะเว้ย ต่างคนต่างมีสังคมของตัวเองเหมือนกัน อีกอย่างพวกนั้นมันก็เพื่อนกันทั้งนั้น ไม่มีใครเค้ามาพิศวาสกูหรอกพี่ มีแค่มึงเท่านั้นแหล่ะ...” ไอ้ผู้ชายคนนี้นอกจากจะกวนประสาท เอาแต่ใจตัวเองแล้ว มันยังงี่เง่าอีกด้วยเหอะ ผมเพิ่งรู้ตอนที่มาอยู่กับมันเนี่ยแหล่ะ

 

“มึงอยากไปไหนก็ไปเหอะ กูจะนอน” ผมสับสนว่ะ ทำไมผมต้องรู้สึกว่าตัวเองผิดด้วยวะ ผมไม่เข้าใจว่าทำไมตัวเองดูสับสนมากขนาดนี้ ผู้ชายคนนี้มันเข้ามาทำอะไรกับชีวิตผม

 

ผมเดินเข้าไปในห้องเพื่ออาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า ถือว่าบอกพี่พายไปแล้วว่าผมจะไปไหน ถือว่าพี่พายมันโอเคแล้วถึงแม้จะรู้อยู่แก่ใจว่ามันไม่โอเคก็เหอะ ผมใช้เวลาอยู่ราวๆ เกือบครึ่งชั่วโมงในการจัดการอาบน้ำอาบท่าเก็บของเข้าที่เข้าทางและเดินออกมาทางด้านนอก ก็เห็นไอ้พี่พายมันนอนเอามือก่ายหน้าผากอยู่บนโซฟาไม่ได้ไปไหน

 

ผมยืนมองดูไอ้เจ้าชายแบดบอยอย่างชั่งใจ คือผมบอกแล้วว่าผมสับสนกับตัวเองมากๆ เลยจริงๆ ช่วงนี้ ทั้งๆ ที่ผมควรจะใช้ชีวิตตามแบบปกติของผม อยากไปไหนมาไหนก็ไปได้ อยากทำอะไรก็ทำได้ แต่ทำไมตอนนี้เวลาที่จะทำอะไร ต้องมานั่งใส่ใจความรู้สึกมันด้วยวะ

 

ผมมองที่ใบหน้าของไอ้พี่พายแล้วพึ่งสังเกตเห็นรอยแดงๆ บนแก้มข้างซ้ายของมัน มันเป็นรอยนิ้วมือที่ไม่สังเกตดีๆ ก็มองไม่เห็น มุมปากก็ดูเหมือนว่าจะแตกเป็นแผลที่ดูเหมือนว่าจะยังสดๆ อยู่

 

ผมเดินเข้ามาใกล้ๆ โซฟาที่มันกำลังนอนเอามือก่ายหน้าผากอยู่ ผมนั่งลงแล้วมองดูรอยช้ำๆ บนใบหน้าหล่อๆ ดุๆ ของมันและเผลอแตะนิ้วลงบนมุมปากของมันเบาๆ

 

“ไปมีเรื่องมารึไง” ผมเอ่ยถามออกไปอย่างชั่งใจ ไม่รู้ว่าที่มันหงุดหงิดและดูแปลกๆ อยู่ในตอนนี้เป็นเพราะเรื่องอะไรกันแน่ เรื่องที่เกิดขึ้นกับมัน หรือเรื่องที่ผมไม่อยู่รอมัน หรือว่าทั้งสองเรื่องผสมรวมกัน

 

“มึงจะไปกินเหล้ากับเพื่อนมึงก็ไปเหอะ อย่าเมามากนักก็แล้วกัน” มันส่งกุญแจรถของมันมาให้ ผมรับกุญแจมาแต่ทว่าสายตาผมก็มองอยู่ที่ใบหน้าของมันอย่างสงสัยและชั่งใจ พี่พายมันนอนหันหลังให้ผมเป็นการตัดบทสนทนาทุกอย่าง

 

ผมลุกขึ้นเดินออกมาที่ประตูห้อง มือของผมจับประตูค้างอย่างชั่งใจและหันกลับมามองไอ้คนที่นอนนิ่งอยู่บนโซฟาอีกครั้ง

 

“หรือว่าจะมีเรื่องกับที่บ้านมาอีกวะ” มันทำให้ผมนึกถึงคืนนั้น คืนที่มันนอนละเมอเพ้อเพราะอาการปวดท้อง น้ำตาของไอ้พี่พายทำให้ผมรู้สึกว่าผมละทิ้งมันเอาไว้คนเดียวไม่ได้ บางมุมผู้ชายปากดี ปากหมา อวดเก่งคนนี้ มันก็แอบมีมุมอ่อนแอที่ซ่อนอยู่ด้วยเหมือนกัน

 

“เออไอ้เฟีย กูไปไม่ได้ว่ะ...หมากูป่วย ไว้ครั้งหน้ากูแก้มือแล้วกัน เออๆ” ขอโทษว่ะไอ้พี่พายที่ต้องอ้างแบบนั้น มึงก็เป็นหมาไปวันนึงแล้วกันเพราะกูหมั่นไส้ที่มึงทำให้กูอดแดกเหล้าเคล้าเรื่องตลกจากไปแก๊งสินกำพวกนั้น

 

“ว่าไงวะพี่ปอ” ผมกดรับสายไอ้พี่ปอที่โทรมาพอดีหลังจากที่ผมวางสายจากไอ้เฟีย และดูเหมือนว่าเรื่องที่ผมคิดมันจะเป็นไปตามที่คิดจริงๆ พี่พายมันทะเลาะกับพ่อมาอีกแล้ว แสดงว่ารอยที่หน้ากับแผลที่ปากนั่นคงเป็นเพราะเรื่องนี้สินะ

 

“อื้อ นอนอยู่ที่ห้องนี่แหล่ะ ก็ว่าแล้วเห็นซึมๆ แถมยังปากแตกอีกต่างหาก บอกพี่ชายว่าไม่ต้องเป็นห่วงเดี๋ยวดูให้” ผมว่างสายจากพี่ปอแล้วถอนหายใจหนักๆ ที่ผมยอมอยู่นี่ไม่ใช่เพราะว่าผมเป็นห่วงอะไรมันหรอกนะ มันไม่ใช่อย่างนั้นแน่นอน ผมก็แค่ละเลยและมองข้ามไม่ได้

 

เออ!! ยอมรับก็ได้ว่าผมเป็นห่วงมัน เพราะคืนนั้นนั่นแหล่ะ ถ้าผมไม่ตื่นมาเห็นมันละเมอร้องไห้ผมก็คงไม่รู้สึกห่วงคนแบบมันมากจนถึงขนาดนี้หรอก คนเราต่อให้แสดงออกมาเข้มแข็งมากแค่ไหน มันก็ต้องมีมุมที่อ่อนแอกันทั้งนั้น

 

ผมยังเคยเป็นเลยบางทีที่ท้อมากๆ ยังนั่งร้องไห้แม่งแบบไม่ต้องอายอะไร ร้องให้มันจบๆ ให้มันไหลออกมาให้หมด แล้วค่อยลุยกันต่อไป ทำไมผู้ชายอย่างพวกเราจะร้องไห้ไม่เป็น ร้องไห้ไม่ได้ เราไม่ได้เข้มแข็งตลอด 24 ชั่วโมงสักหน่อย

 

“นี่...นี่ๆ” ผมนั่งยองๆ แล้วใช้นิ้วจิ้มไหล่ไอ้คนที่มันนอนหันหน้าเข้าหาพนักพิงอยู่สองสามทีแบบเบาๆ อาการหนักมากจริงๆ ไอ้พี่พาย ไม่มีท่าทีจะตอบสนองเลยสักนิด

 

“พี่พายหิวมั้ย อยากกินอะไรรึเปล่า” ผมถามอย่างเป็นห่วง ผมไม่ชอบไอ้พี่พายเวอร์นี้เลย เปลี่ยนให้มันมากวนประสาทหรือว่าหาเรื่องกับผมยังจะดีเสียกว่าให้มันซังกะตายอยู่แบบนี้

 

“ถ้ามีเรื่องไม่สบายใจก็บอกออกมาดิวะ ถ้าพี่ไม่พูดแล้วกูจะรู้ได้ยังไง มันไม่เสียฟอร์มมากนักหรอกถ้าจะระบายกับใครสักคน...อ๊ะ!!” ดูเหมือนว่าเหมือนผมจะหาเรื่องใส่ตัวยังไงก็ไม่รู้ ทุกอย่างมันรวดเร็วมากๆ ตั้งแต่พี่พายมันพลิกตัวกลับมาแล้วดึงร่างผมให้นั่งลงบนโซฟา ก่อนที่มันจะขยับขึ้นมานอนหนุนตักแล้วซบหน้าเข้าที่หน้าท้องของผม มือของพี่พายก็กอดเอวผมแน่น

 

โอย!! อีพ่อ อีแม่ ลูกถูกผู้ชายนอนหนุนตักอ่ะ แถมมันยังเอาหน้าซุกที่ท้องอีกต่างหากลูกโคตรเกร็งเลยอ่ะ ไหนถูกกอดเอวแน่นๆ อีกอ่ะ ย๊ากกกก

 

“ไม่ไปรึไง” มันถามเสียงอู้อี้เพราะว่าหน้ามันแทบจะจมลงไปที่ท้องของผม บอกตามตรงเลยครับว่าผมนั่งเกร็งชิบหายตอนนี้ เคยฝันว่าจะมีสาวๆ น่ารักๆ มานั่งให้นอนหนุนตักแล้วเงยหน้าขึ้นมองสบตากับเธอ แต่นี่อารายยยย??

 

“กูไม่ใช่คนใจดำว่ะ ไหนเงยหน้ามาดูดิปากแตกมากรึเปล่า” ผมกดไหล่ของไอ้พี่พายให้มันนอนหงายและเงยหน้าขึ้นมาให้ผมมองดู แต่มันก็ทำเป็นอิดออดไม่ยอมทำตามง่ายๆ กว่าจะกดไหล่มันลงได้นี่เหนื่อยบัดซบ

 

“เลือดยังซึมอยู่เลยนี่หว่า ลุกแป๊บนึงดิพี่เดี๋ยวเอาอะไรมาประคบให้” ผมดันให้ไอ้พี่พายมันลุก แต่พี่พายก็ทิ้งน้ำหนักกดหัวลงมาบนตักผมแน่น มันเงยหน้ามองสบตากับผม

 

“ไม่ต้องทำอะไรหรอก กูชินแล้วเดี๋ยวมันก็หาย แผลภายนอกแค่ไม่นานก็หาย แต่แผลบางอย่างในใจรักษาเท่าไหร่มันก็ไม่มีทางหายง่ายๆ หรอก” พี่พายมันเอื้อมมือมากุมมือผมแบบสอดประสานแนบแน่น

 

“ไม่ว่าแผลที่ไหนถ้าเรารักษามันถูกวิธีมันก็จะสามารถจางหายลงไปได้ ถึงมันไม่หายสนิทเหมือนตอนแรก แต่มันก็ทุเลาเบาบางลงมากไม่ใช่หรอวะ” ผมถูกกุมมือเอาไว้แนบแน่น มันเอามือผมมาวางที่หน้าอกของมันไม่ห่าง

 

“มันก็ขึ้นอยู่ที่ว่าคนที่จะมารักษาแผลให้กูเป็นใคร ถ้าเป็นคนอื่นกูก็ไม่มีทางรักษา แต่ถ้าใครคนนั้นเป็นมึง...กูถึงจะยอม” พี่พายผงกหัวขึ้นมาเล็กน้อย ในขณะที่มืออีกข้างก็ตวัดขึ้นมาโอบคอของผมเอาไว้ มันโน้มให้ผมก้มลงมาในขณะที่ตัวมันเองก็เงยหน้าขึ้นมาหา ทั้งระยะ ทั้งมุมช่างพอดีเสียเหลือเกิน ปากของไอ้พี่พายมันสัมผัสกับปากของผมเพียงแผ่วเบาเท่านั้น ผมยังรับรู้ได้ถึงกลิ่นและรสชาติจางๆ ของเลือด

 

มันเป็นจูบที่ผมรู้สึกว่ามันกำลังเว้าวอนและร้องขอให้ผมช่วยมัน ช่วยรักษาบาดแผลของมัน ผมกำมือข้างท่าสอดประสานกับมือมันเอาไว้แน่น ผมไม่อาจจะขัดขืนหรือปฏิเสธจูบของไอ้พี่พายได้เลย ไม่ใช่เพราะผมเต็มใจยอมให้มันจูบนะเว้ย แต่มันล็อคคอผมเอาไว้แน่นขนาดนี้จะหนีจูบของมันได้ยังไงกันเล่า

 

แม่งเอ๊ย!! กูเสียศูนย์ได้ยังไงวะ

 

“ต่อ...กูชอบมึง” เออรู้แล้วว่าชอบ ไม่ต้องเน้นบ่อยนักได้มั้ยเดี๋ยวกูหวั่นไหวขึ้นมาจะทำยังไงเล่า กูยังไม่อยากจะยอมรับอะไรบางอย่างในเร็ววันนี้หรอกนะ ให้เวลามันเป็นเครื่องพิสูจน์ความรู้สึกของมึงให้นานกว่านี้หน่อยไม่ได้รึไง

 

“เออ!! กูรู้แล้ว” กูรู้แล้วพี่อย่ามาย้ำมากอะไรมากได้มั้ยเล่า แล้วจะจูบกูอีกนานมั้ยวะเนี่ย ให้ปากเปื่อยกันไปข้างเลยมั้ย นี่แอบเนียนกับกูรึเปล่าไอ้พี่พาย เอะอะจูบ เอะอะจูบ หื่นนะมึง

 

“แล้วมึงชอบกูบ้างรึยัง” พี่พายมันยันตัวลุกขึ้นนั่งกอดหมอนแล้วเอาคางเกยหมอนมองหน้าผม มือข้างหนึ่งยังคงกุมมือของผมแบบสอดประสาน มันขยับเข้ามานั่งแนบชิดแล้วจ้องมองหน้าผมอย่างขอคำตอบ

 

“ยัง...ก็มันยังนี่หว่าจะทำหน้าดุใส่กูทำไมเล่า แต่ก็ไม่ได้เกลียดมึงนะรู้เอาไว้” ผมตอบแบบไม่คิด เพราะถ้าคิดก่อนตอบบางที่คำตอบมันอาจจะไม่ใช่อย่างนี้ก็ได้

 

“ไม่เกลียดก็คือชอบไม่ใช่รึไง” เออมันก็ใช่ไอ้พี่พาย แต่ไม่เกลียดมันก็แปลว่าเฉยๆ ได้เหมือนกันเว้ย

 

“มันเป็นความรู้สึกที่อยู่กึ่งกลางระหว่างชอบกับไม่ชอบ เอาไปเท่านี้ก่อนอย่ามาเรียกร้องอะไรมากมายเลยว่ะ” โอยห้องนี้ทำไมมันร้อนขนาดนี้วะ แม่งเจาะจงมาร้อนแต่ที่หน้าซะด้วย...ฟวยเหอะ

 

“ถ้าไม่ชอบแล้วยอมให้กูจูบทำไม กูไม่เห็นมึงจะขัดขืนเลยสักครั้งเวลาที่กูจูบ” ใช่ครับผมไม่เคยขัดขืน เพราะรู้ดีว่าถ้าขัดขืนมันยังไง สุดท้ายมันก็ต้องจัดการปล้ำจูบผมให้ได้อยู่ดี

 

แล้วกูจะขัดขืนให้มึงรุนแรงกับกูทำไมไอ้พี่พายหอกหัก

 

“งั้นครั้งหน้าถ้ามึงจะจูบกูอีก กูจะสู้ยิบตาเลยคอยดู” ผมปลงตกกับชีวิตของตัวเองจริงๆ ไหนใครบอกว่าออกมาอยู่ข้างนอกบ้านแล้วเรื่องซวยๆ จะลดลง มันใช่แบบนั้นซะที่ไหน ก็ผมดันย้ายออกมาอยู่กับตัวซวยหน้าโหดๆ หล่อๆ นี่ แทนที่จะไปอยู่คนเดียวสบายๆ

 

“คิดว่าสู้ได้ก็เอาดิ แต่ไม่ต้องขัดขืนแหล่ะดีแล้ว สมยอมเหอะกูขี้เกียจเหนื่อย” เอาแต่ใจตัวเองเป็นนิพพานจริงๆ เนอะไอ้พี่พาย แต่เพราะว่าวันนี้มึงเจอเรื่องแย่ๆ มา กูเลยไม่อยากจะกวนตีนหรือกวนประสาทอะไรมากมาย

 

แต่มึงต้องทำถึงขั้นยอมให้มันจูบด้วยหรอวะต่อ...มันใช่มั้ยเนี่ย

 

“ต่อ...มึงกอดกูหน่อยดิ” หืม? ปกติมึงจะเป็นคนขอกอดกูไม่ใช่หรอวะพี่ แล้วไหงวันนี้ขอให้กูกอดวะ กูไม่ชอบกอดผู้ชายนะเว้ย กูชอบกอดผู้หญิงตัวเล็กๆ น่ารักๆ ไม่ใช่ตัวบึกๆ แบบมึง

 

“เฮ้ย ไรวะพี่อยู่ดีๆ มาขอให้กอด กูไม่ถนัดกอดคนอื่นว่ะ” ผมบ่ายเบี่ยงที่จะกอดมัน ไอ้พี่พายมันคงรำคาญมันเลยรวบตัวผมเข้ามากอด วันๆ นึงมันจะทำให้ผมเกิดความรู้สึกสักกี่อย่างกันละเนี่ย

 

อารมณ์มันเปลี่ยนไปมาวันละสิบตลบ ใครจะรับมือกับคนอย่างมันทันกันล่ะครับ

 

“อยู่กับมึงแล้วกูรู้สึกสบายใจดีว่ะ อยู่กับกูนานๆ นะ” ไม่รู้ว่ามันเป็นคำขอร้อง อ้อนวอน หรือว่าบังคับ ผมไม่ได้ตอบออกไปเรื่องอะไรจะผูกมัดตัวเองเอาไว้กับไอ้โหดอย่างไอ้ผู้ชายคนนี้ล่ะวะ

 

แล้วมึงเสือกพยักหน้าตอบรับไปทำซากอะไรไอ้ต่อ...ไอ้ฟายเอ๋อ

 

..........100%..........

 

รณรงค์ให้คนอ่านยุ่งนักที่เล่นทวิตเตอร์ติดแท็ก #ยุ่งนัก เวลาที่พูดถึงนิยายเรื่องนี้ เกรทจะตามไปส่องค่า ><

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 87 ครั้ง

15,978 ความคิดเห็น

  1. #15925 nin28041992 (@nin28041992) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2561 / 19:30

    555ต่อเอ้ยยังก็แพ้พายยุดีลูกเอ้ย
    #15925
    0
  2. #15892 jong2509 (@jong2509) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 2 มกราคม 2561 / 18:54
    ยอมๆๆพี่เขามั่งต่อเอ้ย
    #15892
    0
  3. #15836 นายแมวน้ำ (@watmaka) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 17 เมษายน 2560 / 04:37
    เออ อ่ะ จะมาสู้อะไรตอนเขาทักละ ต่อ หลงพี่เขาไปแล้วก็บอกตรงๆ
    #15836
    0
  4. #15742 lufian (@ployykp) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2559 / 02:07
    ตลกละต่อ
    #15742
    0
  5. #15630 backlight (@artemis-03) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2558 / 21:42
    ใจอ่อนแล้วล่ะสิ
    ก็อย่างนี้แหละนะ คู่แท้าจะหนีไปไหนได้ อิๆ
    #15630
    0
  6. #15450 น้ำค้างตากฟ้า (@janejjan) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2558 / 12:11
    หลวรักพี่พายแล้วอ่ะเด้ต่อออเขินอ่ะะะะ
    #15450
    0
  7. #15356 P.Secret (@future-cartoon) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 5 มกราคม 2558 / 19:20
    ฉันว่าแกไม่เอ๋อแล้วนะ แกเขินมากกว่ามั้ง
    #15356
    0
  8. #15093 ploylybbs (@ploylybbs) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 19 กันยายน 2557 / 16:13
    กอดดดด ต่อหวั่นไหวแล้วววว
    #15093
    0
  9. #15092 ploylybbs (@ploylybbs) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 19 กันยายน 2557 / 16:13
    กอดดดด ต่อหวั่นไหวแล้วววว
    #15092
    0
  10. #15090 ploylybbs (@ploylybbs) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 19 กันยายน 2557 / 16:13
    กอดดดด ต่อหวั่นไหวแล้วววว
    #15090
    0
  11. #15089 ploylybbs (@ploylybbs) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 19 กันยายน 2557 / 16:13
    กอดดดด ต่อหวั่นไหวแล้วววว
    #15089
    0
  12. #14425 mitake (@voldermore) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2557 / 16:21
    ตอบรับแล้ว ทำตามด้วยล่ะเป็นต่อ ^^
    #14425
    0
  13. #13953 JENNYHA (@jennyha) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 27 เมษายน 2557 / 02:25
    ผ โอ๊ยยยฟินนน
    #13953
    0
  14. #13928 Taeisme (@tsaijam) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 26 เมษายน 2557 / 07:53
    ฮ่องเต้ทำน้ำปั่นเขินบ่อยเกินไปแล้ว น้ำปั่นน่ารักน่าฟัด หวานเย็นน่ารักกกกก
    #13928
    0
  15. #13589 Taeisme (@tsaijam) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 12 เมษายน 2557 / 01:04
    เป็นต่อ พลาด!!!!!!!! พี่พายจัดหนักไปเลยครับคืนนี้55555555555
    #13589
    0
  16. #13489 Taeisme (@tsaijam) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 8 เมษายน 2557 / 01:59
    ฮ่องเต้รีบบอกความรู้สึกกับน้ำปั่นเร็วๆนะ น้ำปั่นรออยู่^^
    #13489
    0
  17. #13462 MomoKeekee (@12343234) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 7 เมษายน 2557 / 17:47
    สงสารพี่ต็อปเบาๆ พี่โก้สู้ๆๆๆๆๆ
    #13462
    0
  18. #13357 Taeisme (@tsaijam) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 2 เมษายน 2557 / 15:31
    ทุกวันคือวันพิเศษ เพราะเรามีกันและกัน ฟินนนนนนนนนนนนนน^^
    #13357
    0
  19. #13190 ช้อนชาสีเงิน (@kwanjaza55) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 23 มีนาคม 2557 / 13:50
    อ๊ายยยยยยยยย ตาม ทันละและขอบอกชอบคู่นี้ที่สุด น่ารักมากกกกดด เขืลๆ
    #13190
    0
  20. #13090 Hiro Hiro Shi (@hiroshi1234) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 19 มีนาคม 2557 / 14:53
    อะหือ ละมุนนุ่มลิ้นเสียจริง
    #13090
    0
  21. #12971 เเมวดำท่องราตรี (@154356) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 6 มีนาคม 2557 / 16:47
    ยอมรับใจตัวเองเถอะต่อ ฮิๆๆ
    #12971
    0
  22. #12860 nattamonyys (@nattamonyys) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2557 / 07:16
    ต่อเอ๋อดีอ่ะ น่ารักกกกกก
    พี่พายตอนนี้โคตรมุ้งม้ิงเลยอ่าาาา
    #12860
    0
  23. #12141 Secret*BY (@bookki-yebin) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2556 / 01:45
    ต็อบหันมารักพี่โก้ แล้วชีวิตจะดี
    #12141
    0
  24. วันที่ 20 ธันวาคม 2556 / 23:18
    เป็นต่อเริ่มใจอ่อน อิอิ -/-
    #11958
    0
  25. #11370 Hottest@2PM (@vampire-lover) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2556 / 21:13
    พี่พายอ้อนน่าร๊ากกก อ๊ากกกก เขินนน
    #11370
    0